ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ซินเดอเรลล่ารองเท้าแตะ

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ซินเดอเรลล่ารองเท้าแตะ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ฮันนี่ ในคราบสาวไฮโซ ใส่รองเท้าส้นสูง แบรนด์เนม ใส่แว่นดำ ต่างหู ดูดี สะพายกระเป๋าแพงระยับ เดินอย่างมั่นใจสง่างามราวนางแบบที่เดินอยู่บนแคทวอร์ค

ทุกย่างก้าวที่ฮันนี่เดินผ่าน สายตาทุกคู่มองเธอเป็นตาเดียว ชายหนุ่มและไม่หนุ่มมองกันตาเป็นประกาย บางคนถึงกับสะดุดพื้นหน้าแทบคะมำ
ฮันนี่ยิ้มอย่างมีความสุขกับความโดดเด่นเป็นสง่าของตัวเอง...

เสียงรถเมล์จอดเอี้ยดดด กระชากฮันนี่จากภวังค์!

ความจริงที่อยู่กับตัวฮันนี่ คือ “ห่าน” เด็กสาวในชุดธรรมด๊า...ธรรมดา รวบผมหลวมๆมีหลุดมาหร็อมแหร็ม ใส่รองเท้าส้นสูงเก่าๆ กระดำกระด่าง ใส่แว่นสายตากรอบมอๆ และสะพายกระเป๋ารุ่นป้ารุ่นยาย

“ฮึ่ย!! กำลังฝันเพลินๆ!! อารมณ์เสีย!!!” ห่านบ่นเซ็งๆ ที่แม้แต่ความฝันที่ทำให้มีความสุขเล็กๆน้อยๆ ก็ยังถูกทำลาย ยิ่งเมื่อรถเมล์จอด ทุกคนกรูกันแย่งขึ้นรถ เบียดเสียดกัน ห่านถูกชนกระเด็น “ไม่เห็นคนรึไง!! ชนมาได้ บ้าเอ๊ย!!” ห่านด่าแล้วพุ่งเข้าเบียดแทรกขึ้นรถเมล์จนสำเร็จ

กว่าจะแย่งขึ้นรถเมล์ได้ก็แทบต้องเอาชีวิตเข้าแลก แต่พอรถแล่นมาได้ไม่นาน รถเจ้ากรรมก็เกิดเสียกลางสะพาน ผู้โดยสารแย่งกันลงจากรถอีก เช้านี้ ห่านจึงรู้สึกสมเพชตัวเองอย่างที่สุด

“รอรถคันใหม่...กว่าจะมาไปสายชัวร์ ฮึ่ยยย!!!” ห่านทำได้แค่บ่น

เมื่อไม่เห็นรถมาสักทีเลยตัดสินใจเดินลงสะพาน แต่แดดเริ่มกล้า ห่านเลยเปิดกระเป๋าค้นหาครีมกันแดด พอเจอก็หยิบออกมาเกิดหลุดมือตกกลิ้งไปตามสะพาน ห่านวิ่งไล่เก็บ เจอรถจักรยานของบื้อที่พุ่งลงจากสะพานพอดี บื้อร้องลั่น

“เฮ้ย!! หลบ!!” บื้อหักหลบแต่ก็ยังเฉี่ยวห่าน

จนได้ ห่านร้องเสียงหลงเสียหลักแต่ยังพยายามทรงตัวบนรองเท้าส้นสูงเซไปเซมา เจ้ากรรม! ส้นรองเท้าเกิดหักขึ้นมาอีก เลยล้มจ้ำเบ้าหมดสภาพกลางสะพาน เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเสียจริงๆ!

“โอ๊ย!!” ห่านกุมข้อเท้าตัวเองมองตามรถจักรยานไป ปรากฏว่าไปไกลลิบแล้ว “จำไว้!! อย่าให้เจอนะ แม่จะหักคอ คอยดู๊!!” คำรามราวกับนางสิงห์ร้าย แล้วฮึดฮัดฟึดฟัดอยู่คนเดียว

ooooooo

ห่านเป็นเด็กกำพร้า เติบโตขึ้นมาในบ้านทอตะวัน เธอจึงแกร่ง กร้าน สู้ชีวิต มีความฝันว่าสักวันจะได้เจอเจ้าชายเหมือนซินเดอเรลล่า แต่ทุกวันนี้ เธอคือพนักงานขายรองเท้าสตรีในห้างสยามมอลล์

ห่านไปถึงห้างเจอเจ๊มะพร้าว เพื่อนรุ่นพี่ที่ขายเครื่องสำอางและแหม่มเพื่อนที่ขายอยู่แผนกชุดสตรีรออยู่ เพื่อนสนิททั้งสองทักว่ามาเสียฉิวเฉียด เร่งให้รีบไปตอกบัตรเดี๋ยวไม่ทันเวลา แต่พอห่านจะไปก็ถูกแหม่มคว้ามือไว้ถามว่า ทำไมวันนี้ถึงดูเตี้ยผิดปกติ เจ๊มะพร้าวบอก ว่าห่านมันไม่ได้ใส่ส้นสูง แหม่มถามว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะรองเท้าส้นสูงกับห่านเหมือนของคู่ชีวิตกันเลยทีเดียว

“โอ๊ย...เรื่องมันสั้นแต่เซ็ง เดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟัง” ห่านตอบอย่างหงุดหงิดแล้วรีบไปตอกบัตร

พอได้ฟังห่านเล่าเรื่องสั้นแต่เซ็งแล้ว เจ๊มะพร้าวพูดอารมณ์ดีว่า

“เอาน่า ถือว่าฟาดเคราะห์ก็แล้วกัน เผื่อฝันร้ายจะกลายเป็นดี จักรยานเฉี่ยว ส้นหัก อาจได้พบรักแท้” ห่านถามว่ามันเกี่ยวกันไหมเจ๊ “ก็ไม่เกี่ยว แต่เจ๊อยากพูดให้แกหายเซ็ง เพราะไม่ชอบเห็นแกเป็นห่านเหี่ยวๆ ใช่ไหมนังแหม่ม”

“ใช่!! ที่สุด!!” แหม่มตอบหนักแน่นแล้วทั้งสองก็ยิ้มให้ห่าน

ห่านส่ายหน้านิดๆยิ้มหน่อยๆแบบว่า...บนความซวยเล็กๆก็ยังมีเพื่อนน่ารักตัวใหญ่ๆอยู่เคียงข้าง...

ooooooo

ที่ห้างนี่เอง แม้ห่านจะมีเจ๊มะพร้าวกับแหม่มเป็นเพื่อนซี้ แต่ห่านก็มีแอปเปิ้ลกับปีโป้พนักงานขายรองเท้าที่แข่งกันทำยอดขาย เป็นคู่ปรับที่มีเรื่องค่อนแคะกระทบกระทั่งกันเป็นประจำ

วันนี้แอปเปิ้ลเห็นห่านกับเจ๊มะพร้าวและแหม่มมาเกือบไม่ทันเวลา ก็พูดกับปีโป้กระแนะกระแหนว่า

“ปีโป้...เธออย่าเอาเยี่ยงอย่างพวกทำงานเช้าชามเย็นชาม แบบว่าเริ่มงานตรงเวลา เลิกงานตรงเวลา ทำงานแบบเนี้ยไม่มีวันเจริญหรอก”

ปีโป้ฟังแล้วงงติงว่า มาตรงเวลา เลิกตรงเวลาก็ถูกแล้วนี่ แอปเปิ้ลลอยหน้ายกตัวอย่างว่า

“มันต้องอย่างฉัน เข้าทำงานก่อนเวลา ทำงานล่วงเวลา แบบนี้ถึงจะเป็นยอดคน”

“ยอดคนจอมชะเลียน่ะสิ” ห่านสอดขึ้นอย่างทนฟังไม่ไหว แอปเปิ้ลหาเรื่องทันทีถามว่า ว่าใคร ห่านตอบอย่างไม่ยี่หระว่า “ว่าเธอแหละนังแอ๊บ”

แอปเปิ้ลรู้ว่าถูกห่านหลอกด่าว่าแอ๊บ กำลังจะเข้าไปเอาเรื่อง เสียงออดเข้าทำงานก็ดังขึ้นเลยชะงัก มองห่านแบบ “ฝากไว้ก่อน”

ooooooo

พนักงานพากันมายืนเข้าแถวให้พรเพ็ญผู้จัดการอาวุโสถือโทรโข่งคู่กายมาตรวจความเรียบร้อยตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า

คนแรกคือแอปเปิ้ลที่แต่งมาเพียบตั้งแต่หัวจรดเท้า ได้รับคำชมว่า “เพอร์เฟกต์หาที่ติไม่เจอ-ผ่าน”

มาที่ปีโป้ แค่ก้มมองรองเท้าก็ชะงักเพราะสภาพเยินมาก ตะคอกใส่โทรโข่ง “เน่ามาก!!”

มาถึงกลุ่มเจ๊มะพร้าว แหม่มและห่าน แหม่มถูกตำหนิเรื่องหัวฟูเป็นฝอยขัดหม้อ แหม่มชี้แจงว่าพ่อแม่หัวฟู ถ้าตนไม่ฟูมีหวังครอบครัวร้าวฉานแน่ พรเพ็ญจึงบอกให้มัดเสียให้เรียบร้อยกว่านี้ ถึงเจ๊มะพร้าวที่ใส่ขนตาปลอมเป็นแผง พอถูกว่า เจ๊ก็ชี้แจงว่า ตนขายเครื่องสำอางก็ต้องจัดเต็มหน่อย พรเพ็ญพยักหน้าหงึกบอก “ผ่าน”

พอมาถึงห่าน พรเพ็ญมองหน้าบอกว่า “จืดชืด ซูบซีดอย่างกับคนป่วย ทาสีปากให้สดใส ที่นี่ห้างสรรพสินค้าไม่ใช่โรงพยาบาล”

ระหว่างนั้น บื้อวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามายืนต่อจากห่าน ทุกคนหันมอง ห่านถามเจ๊ว่าใคร ไม่คุ้นหน้าเลย

“น้องบื้อ มาใหม่ แผนกชุดชั้นในชาย” เจ๊มะพร้าวบอกอย่างรู้ดี แหม่มเปรยๆว่า ขายชุดชั้นในชายหน้าตาไม่ให้เลย

พรเพ็ญมองบื้ออย่างพินิจพิจารณา แล้วยกโทรโข่งตะคอก “รกรุงรังอย่างกับคนป่า ฉันไม่ว่าถ้าเธอจะไว้ผมยาว เพราะมันเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ถ้าจะทำงานที่นี่ต้องมัดให้เรียบร้อย อย่าให้มีผมตกมาสักเส้นไม่อย่างนั้นฉันจะให้เธอเซ็นใบตักเตือน” บื้อรับทราบหน้าจ๋อยๆ “และต่อไปถึงช่วงเวลาสำคัญ Exercise MUSIC!!!”

พรเพ็ญวางโทรโข่งแล้วนำออกกำลังกายท่าง่ายๆสบายๆ

ooooooo

ลูกค้าร่างอ้วนคนหนึ่งเข้ามาซื้อรองเท้า สั่งห่านให้เอารองเท้าเบอร์เจ็ดมาลอง พยายามยัดเท้าอวบอ้วนเข้าไปอย่างไรก็ยัดไม่เข้า ห่านแนะนำว่าน่าจะลองเบอร์เก้า กลับถูกลูกค้าเอ็ดว่า จะรู้ดีกว่าตนเจ้าของเท้าได้ไง สั่งให้เอาแบบอื่นมาลองอีก

ปรากฏว่า พยายามอย่างไรก็ใส่ไม่เข้า ให้ห่านมาช่วย ห่านมาย่อยองๆใส่ให้ ออกแรงดันกันจนรองเท้ากระเด็นโดนตัวห่าน ห่านฉุนกำมือแน่นนึกอยากด่า แต่พอรู้สึกตัวก็บ่นกับตัวเองว่า

“เฮ้อ...มันก็ทำได้แค่ในความคิดเท่านั้นแหละว้า ...เพราะยังไงลูกค้าก็คือพระเจ้า”

แต่พอตกบ่ายเท่านั้น เจ๊อ้วนคนเดิมก็กลับมาที่ร้าน บอกว่ารองเท้ากัดจะเอามาคืน ห่านนึกสมน้ำหน้าในใจ แต่ปั้นยิ้มบอกว่ายินดี แต่ตนกำลังจะไปพบผู้จัดการบอกให้ไปเปลี่ยนที่แผนกรองเท้า ไปหาพนักงานชื่อแอปเปิ้ลกับปีโป้ได้เลย

พอลูกค้าเดินกะเผลกไป ห่านยิ้มมุมปาก “เจอลูกค้าเรื่องมากแบบนี้ นังแอ๊บแบ๊วกับนังปลากะโห้ตายแน่ๆ ฮิๆๆ”

ที่แผนกชุดชั้นในชาย...บื้อกำลังร้องเชิญชวน เรียกลูกค้าอยู่ สุรเดชเจ้าของบริษัทออร์กาไนซ์เซอร์ท่าทางตุ้งติ้งที่แอบปิ๊งบื้อ ก็เข้ามาทักทายอ่อนหวาน สั่งกางเกงในแบบหุ่นโชว์หนึ่งโหล บื้อถามว่าเพิ่งซื้อยกโหลไปเมื่อวานไม่ใช่หรือ

“มันก็ใช่ พี่ยังไม่ได้ใช้เลยด้วยซ้ำ แต่พอมาเห็นหน้าน้องบื้อทีไร พี่ก็อยากช่วยอุดหนุน ถ้าน้องบื้อทำยอดสูงๆก็ได้เปอร์เซ็นต์ด้วยใช่ม้า...” สุรเดชลอยหน้าจีบปากจีบคอ

“ก็นิดหน่อยครับ”

“ก็นั่นน่ะสิ บอกให้ลาออกมาทำงานบริษัทออร์กาไนซ์เซอร์ของพี่ก็ไม่ยอมมา หน้าตาหล่อแบบน้องบื้อ พี่จะปลุกปล้ำ เอ๊ย...ปลุกปั้นให้ดังเป็นพลุแตกเอง”

“เออ...ผมไปเอาสินค้าให้พี่สุก่อนนะครับ” บื้อรีบตัดบทเดินออกไป สุรเดชมองตามตาเชื่อมอย่างปลื้มสุดๆ

ooooooo

ที่ห้องอาหารพนักงาน บรรดาพนักงานต่างมากินอาหารกันเป็นกลุ่มๆ แต่พอบื้อเดินเข้ามาทุกคนก็ชะงักมองความหล่อของบื้ออึ้งทึ่ง

สาวๆกลุ่มหนึ่งกระซิบกระซาบชี้ให้ดูกัน บอกว่านั่นคือพนักงานคนใหม่ แผนกชุดชั้นในชาย อีกคนบ่นเสียดายว่าหน้าตาแน๊ว...แนว ทำไมไปขายกางเกงลิง อีกคนพูดเพ้อๆ ว่าหล่อๆ เซอร์ๆแบบนี้ น่าจะอยู่แผนกเครื่องดนตรีหรือไม่ก็แผนกกีฬา แล้วก็พากันส่งยิ้มหวานให้เมื่อบื้อเดินผ่านมา แต่บื้อเดินผ่านไปอย่างไม่สน ทำเอาสามสาวเหวอ

ห่าน เจ๊มะพร้าวและแหม่ม เดินถือถาดอาหารมานั่งที่โต๊ะ เจ๊คุยอย่างมีความสุขว่าวันนี้เฮงมาก ขายเครื่องสำอางชุดใหญ่ให้กะเทยนางหนึ่งได้สำเร็จ ส่วนแหม่มก็คุยว่าตนขายชุดได้ถึง 3 ชุด ขายราคาเต็มด้วย ไม่ใช่ของเซลล์

ห่านฟังแล้วเซ็ง เพราะตนขายรองเท้าไม่ได้สักคู่ บ่นว่าเจอแต่ลูกค้าเรื่องมาก เห็นแอปเปิ้ลกับปีโป้เดินมาก็อดถามไม่ได้ว่า

“ไงจ๊ะแอป...” แอปเปิ้ลมองขวับ ห่านก็รีบต่อ “...เปิ้ล วันนี้มีคนเอารองเท้ามาเปลี่ยนรึเปล่า” แอปเปิ้ลตอบว่ามี ห่านดูอาการแล้วพูดอย่างมั่นใจว่า “น่าเห็นใจจังเลยนะ คงเจอลูกค้าเหวี่ยงใส่ล่ะสิท่า วันนี้ถึงได้ดูหงอยๆ จ๋อยๆแบบนี้”

“พวกเราไม่ได้หงอยแล้วก็ไม่ได้จ๋อย แต่ที่พวกเรานิ่งเฉย เพราะกลัวคนแถวนี้จะอิจฉาต่างหาก” แล้วหันไปหัวเราะร่ากับปีโป้ก่อนเดินมาพูดตรงหน้าห่านว่า “ลูกค้าที่เอารองเท้ามาเปลี่ยนไซส์ ซื้อรองเท้ากับฉันอีก 5 คู่ ถ้าขายได้อย่างนี้ทุกวันมีหวังได้รางวัลพนักงานขายดีเด่นแน่ อย่างว่าแหละแข่งเรือแข่งพายน่ะแข่งกันได้แต่แข่งบุญวาสนามันแข่งกันไม่ได้”

ห่านฉุนขาดทำท่าจะมีเรื่องกัน  เจ๊มะพร้าวกับแหม่มช่วยกันห้าม แอปเปิ้ลได้ที เยาะเย้ยต่อว่า ขายรองเท้าได้เดือนละไม่ถึงโหลแบบนี้ ใครเขาจะเอาไว้ “ผลงานไม่มี ความดีไม่ปรากฏแบบนี้ คุณพรเพ็ญไม่เก็บไว้แน่  จริงไหมปีโป้” เท่านั้นไม่พอยังเยาะเย้ยว่า “ชื่อห่านก็น่าจะไปอยู่แผนกขายคอห่าน อาจทำยอดได้ทะลุเป้าก็ได้”

โดนถึงขนาดนี้ ห่านไม่ทนแล้ว คว้าแก้วน้ำสาดใส่หน้าแอปเปิ้ล ฝ่ายนั้นทั้งโกรธทั้งอายเลยโผนเข้าเล่นงาน ปีโป้เห็นท่าไม่ดีจะเดินหนี ถูกเจ๊มะพร้าวกับแหม่มโดดขวางเลยได้บรรเลงกันอีกกลุ่ม

บื้อกับโย่ง รปภ.เพื่อนสนิทเดินเข้ามาพอดี บื้อรีบเข้าห้ามคู่ห่านกับแอปเปิ้ล ถูกลูกหลงจากฝ่ามือแอปเปิ้ลเข้าฉาดใหญ่จนหน้าหัน ยังไม่ทันตั้งตัวก็เจอฝ่ามือห่านเข้าอีกข้าง เลยมึน โย่งเป่านกหวีดแล้วรีบเข้าไปห้าม

“มันเกิดอะไรขึ้น!!” พรเพ็ญมาเจอตะโกนใส่โทรโข่งอย่างโกรธจัด ทุกคนหยุดค้างท่าไหนท่านั้นทันที

ปรากฏว่าทุกคนถูกเซ็นใบเตือน ห่านบ่นว่าถ้าโดนอีกทีมีหวังถูกตัดเงินเดือนแน่ ยิ่งทำยอดไม่ได้อยู่ด้วย เจ๊บอกว่าเดือนนี้ห่านต้องทำยอดให้ได้ ไม่อย่างนี้ไม่มีทางสู้แอปเปิ้ลได้ แหม่มให้กำลังใจว่า “ฉันกับเจ๊จะช่วยแกเอง”

ฝ่ายบื้อโดนตบเข้าไปสองข้างสองฉาด ทำเอาหูอื้อ บ่นกับโย่งว่า

“อยู่ดีไม่ว่าดี โดนตบเฉยเลย...ฉันจะเอาจักรยานไปซ่อมเบรก ไงไปเจอกันที่บ้านแล้วกัน”

“อย่ากลับดึกนะ พรุ่งนี้ต้องขนของย้ายบ้านกันแต่เช้า” โย่งยํ้า บื้อพยักหน้าหงึกเดินกุมแก้มไป

ooooooo

คืนนี้ พอเลิกงานห่านไปรอรถเมล์ที่ป้าย พอรถมาก็วิ่งไปแย่งกันขึ้นเป็นกิจวัตรประจำวัน บื้อวิ่งมาทันขึ้นคันเดียวกันพอดี

ขณะรถแล่นฉวัดเฉวียนตามความคึกคะนองของคนขับที่ทั้งกระตุก กระชาก กระแทก ผู้โดยสารเต็มคันรถโยกคลอนกันไปตามจังหวะรถ บื้อยืนคิดฝันว่าตัวเองกำลังโซโลกีตาร์อย่างเท่อยู่บนเวที พลันก็ตกใจเมื่อถูกนักศึกษาสาวที่ยืนข้างๆ ตบหน้าเพียะ! บื้อตกใจถามว่าตบตนทำไม

“แกจับก้นฉัน” นักศึกษาคนนั้นโวยวายให้ทุกคนได้ยิน ทุกสายตาเลยมองมาที่บื้อ ห่านจำได้ว่าบื้อทำงานที่เดียวกับตน พึมพำอย่างสมเพชว่า “ไม่น่าเล้ย...ไอ้โรคจิต”

บื้อพยายามชี้แจงแต่ไม่มีใครเชื่อ พอดีรถเมล์เบรกเอี๊ยดดดด บื้อถลาไปชนหน้าอกห่าน คราวนี้เลยโดนเต็มๆเพราะเห็นกันจะจะ ผู้โดยสารในรถช่วยกันจับบื้อโยนลงรถไป พอรถแล่นออกไป ชายคนหนึ่งที่ยืนข้างๆห่าน มองบื้อแล้วยิ้มเยาะ บื้อรู้ทันทีว่าเป็นฝีมือหมอนี่เอง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว โมโหสุดๆแต่ก็ทำได้แค่สบถ “โธ่เว้ย!!”

ห่านกลับถึงห้องเช่ายังไม่หายแค้น ต้มบะหมี่สำเร็จรูปมานั่งกิน บอกกับตัวเองว่า

“คอยดูนะ ฉันจะเอาเรื่องนายไปแฉประจานทั่วห้าง เอาให้นายทนอยู่ไม่ได้แล้วลาออกไปเลย!”

ระหว่างนั้น ทีวีมีการถ่ายทอดการประกวดนางสาวไทยสยามอยู่พอดี ผู้ที่ได้เป็นนางสาวไทยสยามคือ ดาหลา เธอสวยสง่าท่ามกลางความชื่นชมของทุกคน

“สักวันฉันต้องสวยเลิศแบบนี้ให้ได้” ห่านบอกกับตัวเองแล้วดูดบะหมี่พรืดดดด...ประชดชะตาของตัวเอง

ooooooo

ที่ละแวกบ้านเช่าราคาถูก ลุงจ๊อดเช่าบ้านอยู่กับไอ้โจ๊กหลานชายผู้คลั่งไคล้กีตาร์ มาเจอกับบื้อเพิ่งย้ายมาที่บ้ากีตาร์พอกัน ทั้งสองเลยกลายเป็นคู่หู ที่พอเลิกงานแล้วก็มาเล่นกีตาร์กันจนดึก

ที่น่าอัศจรรย์คือ บื้อกับโย่งมาเช่าบ้านติดกับบ้านเช่าของห่านพอดี๊...พอดี! เลยเป็นเรื่อง ห่านหนวกหูเสียงกีตาร์นอนไม่หลับ ทนไม่ไหว ลุกขึ้นตะโกนให้เกรงใจคนอื่นบ้าง บื้อกับโจ๊กที่กำลังดวลกีตาร์กันเมามันไม่ได้ยิน เลยคว้าก้อนหินขว้างเข้าไปในบ้าน ถูกกระจกเงาที่แขวนอยู่แตกเพล้ง!

นักดวลกีตาร์ทั้งสองหยุดกึก โย่งไปหยิบก้อนหินดูถามเพื่อนว่า “มาจากไหน?” บื้อไปเอาก้อนหินจากโย่งมองไปที่บ้านห่านที่ติดกันทันที

ห่านปาก้อนหินแล้วซุ่มดูผลงานอยู่ เห็นบื้อเดินมาดูก็ตกใจ จำได้ว่าคือไอ้หื่นบนรถเมล์ ทั้งเจ็บใจทั้งกลัว ซุ่มเงียบกริบ พอบื้อขยับจะกลับห่านลุกขึ้นจะหนีเข้าบ้าน ปรากฏว่าเสื้อเกี่ยวกับลวดหนามไปไม่ได้? บื้อชะงักเห็นไม่มีใครก็จะกลับแต่ผ้าขาวม้าถูกลวดหนามเกี่ยวเลยเห็นห่านพอดี!

“เธอ!!” บื้อจำได้ พอดีผ้าขาวม้าถูกลวดหนามเกี่ยวหลุด ห่านหลับตาปี๋ร้องลั่น ลุงจ๊อด ไอ้โจ๊ก และโย่งได้ยินเสียงวิ่งมาดู เห็นบื้อยืนโทงๆผ้าขาวม้ากองที่เท้าก็ตาเหลือก บื้อก้มมองตัวเองตกใจรีบคว้าผ้าขาวม้าขึ้นนุ่ง หันไปอธิบายกับห่าน แต่สู้เสียงด่าโขมงโฉงเฉงของเธอไม่ได้ ด่าไม่ทันจบก็หันไปคว้าถังนํ้าใกล้ตัวสาดโครมเข้าให้ บื้อหลบแว้บนํ้าเลยไปถูกลุงจ๊อด ไอ้โจ๊ก และโย่งเปียกไปตามกัน ห่านตกใจรีบขอโทษ เลยเห็นโย่งเธอยิ่งหน้าเสีย บื้อเองก็ยืนเป็นบื้อทำอะไรไม่ถูก

พอกลับเข้าบ้าน บื้อถามโย่งว่า ย้ายบ้านตอนนี้ทันไหม โย่งบอกว่าจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าไปสามเดือนจะเอาเงินที่ไหนไปเช่าบ้านใหม่ บื้อเลยถอนใจบ่นกลุ้มๆ

“เฮ้อ...ทำไมต้องมาอยู่ข้างบ้านยัยนั่นด้วย”

ooooooo

วันต่อมา ห่านเห็นบื้อเอาจักรยานออกมา ห่านเชิดใส่ บื้อส่ายหัวยิ้มๆแล้วขี่จักรยานแซงหน้าห่านไป ทำให้ห่านจำได้ว่า คือคนที่เฉี่ยวตนล้มบนสะพาน พึมพำอย่างแค้นใจ

“ที่แท้ก็นายนั่นเอง!”

พอบื้อไปถึงที่ทำงาน เห็นบรรดาพนักงานยืนซุบ– ซิบๆกันเป็นกลุ่มๆ พลันก็ตกใจผงะเมื่อแอปเปิ้ลกับปีโป้พรวดมาขวางหน้า ตีโพยตีพายโมเมว่าเขานอกใจตน บื้อตกใจถามว่า “ใครบอก” สองสาวเลยยิ่งเสียใจมองหน้าถามว่า

“แสดงว่ามันจริงใช่ไหม”

“ยัยตัวแสบข้างบ้าน!!” บื้อนึกออกทันที เขาเดินอ้าวไปที่แผนกขายรองเท้า แอปเปิ้ลกับปีโป้รีบตาม พอเจอหน้าห่าน บื้อตะคอกว่า “ฝีมือเธอใช่ไหม”

“ใช่...ฉันเองแหละที่เป็นคนบอกให้สาวๆทุกคนระวังนายเอาไว้ให้ดี เพราะว่านายเป็นไอ้โรคจิต บ้ากาม...” บื้อพยายามจะชี้แจงแต่ห่านพูดไม่หยุด “นอกจากความเลวข้างต้นแล้ว นายยังไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ ขี่จักรยานชนฉันบนสะพานวันก่อนแล้วก็ไม่ขอโทษ”

“หา!” บื้อตกใจ แต่พอนึกย้อนหลังก็จำได้บอกว่า “ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

ตอนที่ 2

เพราะงานเปิดตัวผู้บริหารคนใหม่ของห้างจัดขึ้นที่โรงแรม ทางห้างจึงต้องขนของในการจัดงานไปโรงแรมบื้อช่วยเพื่อนขับรถขนของไป

ห่าน กำลังเดินเข้าโรงแรมอย่างกลัวๆ กล้าๆ  เจอบื้อเข้าอย่างจัง เธอรีบยกกระเป๋าขึ้นปิดหน้าเดินเลี่ยงๆ หลบๆไป แต่ดอกไม้ที่ติดผมตกไปดอกหนึ่ง บื้อเห็นจึงเก็บเดินตามไปให้ด้วยความปรารถนาดี ห่านตกใจรีบเดินหนี บื้อยิ่งไล่ตามห่านก็ยิ่งหนี บื้อตามทันคว้าเอวห่านบอกว่าทำดอกไม้หล่น

เมื่อหนีไม่พ้นห่านเลยก้มหน้าก้มตารับดอกไม้ดัดเสียงขอบใจห้าวๆ  แล้วรีบจ้ำอ้าวไปทันที บื้อมองตามแต่ไม่ติดใจ

ห่าน เดินหลบบื้อเข้าไปในงาน ได้ยินเสียงฮือฮากันว่า “มาแล้ว...มาแล้ว” มองไปเห็นคุณชายเดินหล่อเท่ เข้ามากับคุณหญิงรื่นฤดี ห่านกำลังมองเคลิ้มก็หลุดจากภวังค์เมื่อดาหลาเดินเข้าไปเคียงคู่คุณชาย ท่ามกลางเสียงชื่นชมของแขกที่มาในงานว่า หล่อ สวย สมกันราวกับกิ่งทองใบหยก

หลังจากคุณชายกล่าวขอบคุณแขกที่มาแสดงความยินดีแล้ว ดาหลาขึ้นไปมอบช่อดอกไม้ พิธีกรขอคุณชายให้เกียรติเปิดฟลอร์เต้นรำ คุณชายหันมาทาง

ดา หลา เธอเขินบิดไปมาคิดว่าคุณชายจะขอเต้นรำด้วย แต่ที่แท้คุณชายส่งดอกไม้ที่เธอเอาไปมอบเมื่อครู่ให้เธอช่วยถือ แล้วเดินไปของรื่นฤดีเต้นรำกับตน

ดาหลาเสียหน้าแทบจะกรี๊ดแต่ต้องรักษาภาพลักษณ์เลยต้องฝืนใจฉีกยิ้มโบกมือท่านางงามเดินออกมา

ห่าน ยืนเด๋อด๋าเหมือนเศษธุลีอยู่ในงาน เลยเลี่ยงออกจากห้องจัดงานไปที่ระเบียงชมวิวกรุงเทพฯ แก้เซ็ง แต่จู่ๆคุณชายก็เดินมาทัก พอห่านหันมาเห็นคุณชายถึงกับมองตะลึง ทักทายกันเล็กน้อยแล้วคุณชายถามชื่อ ห่านเกือบพลั้งปากบอกชื่อห่านไปแล้ว แต่พอหลุดปากออกเสียง ห่...ก็เปลี่ยนฉับพลันว่า “ชื่อฮันนี่ค่ะ”

เสียง เพลงเต้นรำดังขึ้น คุณชายจึงขอเต้นรำกันสักเพลง ห่านเต้นไม่เป็นแต่ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกจึงเต้นรำกับคุณชาย เหยียบเท้าบ้างผิดจังหวะบ้าง แต่คุณชายให้กำลังใจว่า “เราเต้นสบายๆ ไปตามจังหวะก็พอ”

ระหว่างเต้นรำกันนั่นเอง นักข่าวมาเห็นถ่ายรูปแสงแฟลชสว่างวาบ ห่านตกใจเพราะถ้ารูปแพร่ออกไปทุกอย่างพังแน่คนในห้างฯต้องจำตนได้ เธอผละออกมาบอกคุณชายอย่างตื่นตระหนก “คุณชายคะ ฉันต้องไปแล้ว” ห่านผละจากคุณชายคว้ากระเป๋าที่วางบนโต๊ะวิ่งออกไป คุณชายจะตามเห็นมือถือของห่านตกอยู่ หยิบขึ้นดูอย่างมีความหวังว่า ฮันนี่จะติดต่อกลับมา

ooooooo

ห่านในชุดราตรีหรู ขึ้นรถเมล์กลับมาถึงปากซอยก็เริ่มเจ็บเท้าเพราะรองเท้ากัด เดินเขยกๆ มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างวัยคะนองสองคนมาเกาะแกะกระทั่งจะลวนลาม ห่านร้องขอความช่วยเหลือ โชคดีที่บื้อมาเจอเลยช่วยเธอไว้

แต่พอเห็น ว่าใครเป็นใคร ทั้งห่านและบื้อต่างเสียความรู้สึกไม่น้อย บื้อมองชุดที่ห่านใส่อยู่บอกว่าคุ้นๆ พอห่านหายตกใจจึงรู้ว่ารองเท้าหายไป เธอตกใจมาก รีบหารองเท้าวุ่นวายจนบื้อพูดขำๆว่า เดี้ยงขนาดนี้ยัง

จะห่วงรองเท้าอีก ห่านกลัวถูกบื้อจับผิดได้เลยรีบกลับบ้าน

จน รุ่งเช้า ห่านใส่รองเท้าแตะออกมา เจอบื้อเอารองเท้ามาให้ ถามว่ามันสำคัญขนาดไหน เมื่อคืนถึงตกอกตกใจมากที่หาไม่เจอ ห่านโยกโย้ตอบกวนไปกวนมา บื้อเลยขู่ว่าถ้าไม่บอกตนก็ไม่คืนรองเท้าให้ ห่านเลยจี้เอว บื้อบ้าจี้เลยปล่อยรองเท้าหลุดมือ ห่านคว้ารองเท้าได้ก็ปิดประตูปัง!

“ยัยคอห่าน!! ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเธอทำอะไรอยู่!!” บื้อปาดเหงื่อที่ถูกจี้เอวหัวเราะจนเหนื่อย

ooooooo

รุ่งขึ้น ภาพคุณชายเต้นรำกับหญิงสาวปริศนาที่ระเบียงก็กลายเป็นเรื่องทอล์กออฟเดอะทาวน์

พอ แหม่มกับเจ๊มะพร้าวรู้ว่าหญิงสาวปริศนานั้นคือห่านก็พากันตื่นเต้น รบเร้าให้เล่าว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น? ห่านได้ขอบคุณคุณชายแล้วหรือยัง??

“ยัง...ห่าน ไม่มีโอกาสพูด มันตื่นเต้นไปหมด แค่เห็นสายตาคุณชายที่มองมา ห่านก็ทำอะไรไม่ถูก แถมคุณชายยังถามชื่อห่านอีก” แหม่มถามว่าแล้วบอกไปรึเปล่า “บอก...แต่บอกไปว่าชื่อฮันนี่” ทั้งเจ๊ทั้งแหม่มพากันทึ่งที่ห่านช่างคิดได้!

ห่านจะคืนกระเป๋าที่ เจ๊ให้ยืมไปใช้เมื่อคืน จึงรู้ว่ามือถือหายไป เป็นเวลาที่คุณชายมองมือถือของห่าน รอใจจดจ่อว่าเมื่อไหร่ฮันนี่จะโทร.มา พลันก็ดีใจเมื่อมีโทร.เข้า ห่านถามว่าใครเก็บมือถือตนได้ พอรู้ว่าคุณชายเก็บได้ก็ตื่นเต้นดีใจ

“คุณฮันนี่ทำหล่นไว้ที่งาน เลี้ยงเมื่อคืน เราออกมาเจอกันไหมครับ ผมจะได้เอามือถือคืนให้” ห่านถ่วงเวลาขอดูตารางการทำงานกับเลขาก่อน แล้วรีบปรึกษาเจ๊กับแหม่มว่าเอาไงดี ทั้งสองยุให้นัดเย็นนี้เลย

“เย็นนี้ฮันนี่พอมีเวลาว่างค่ะ” ห่านตอบรับทันที

“งั้นห้าโมงเย็นเจอกันที่ร้านกาแฟในโรงแรมนะครับ”

“ตกลงค่ะ แล้วเจอกัน” ห่านตอบทันที พอวางสายสามสาวก็พากันกรี๊ดด้วยความดีใจ

เจ๊ย้ำเตือนห่านว่า ถ้าคุณชายชวนไปทานอาหารเย็นต่อต้องปฏิเสธ อย่าใจง่ายรับปาก ไม่งั้นเราจะดูไม่มีคุณค่า

แต่ หารู้ไม่ว่าบื้อเห็นภาพคุณชายเต้นรำกับสาวปริศนาในหน้าหนังสือพิมพ์ บื้อลำดับเหตุการณ์และชุดที่ห่านใส่แล้วก็พอเดาอะไรออก พึมพำกับตัวเองอย่างหมายมาด “เสร็จฉันแน่ยัยคอห่าน!!”

บื้อผลุนผลันออกไป พอเห็นห่านขึ้นแท็กซี่ บื้อก็เรียกแท็กซี่ตามไปทันที

เช่นเดียวกัน ดาหลาเห็นรูปก็สติแตก ถือหนังสือพิมพ์ไปฟ้องดารัณ บอกว่าถ้ารู้ว่านังนั่นเป็นใครจะตามไปตบเสียให้สะใจ ดารัณปลอบลูกว่า

“เรื่องนี้ไม่ยาก ในเมื่อคุณชายไม่ได้เป็นฝ่ายเดินมาหาลูก ลูกก็ต้องเป็นฝ่ายรุก แต่รุกในที่นี้ต้องรุกอย่างมีมารยาท ไม่ใช่เดินเข้าไปโท่งๆ ว่าอยากได้เขาเสียเหลือเกิน”

“ยังไงอ่ะแม่”

“เดี๋ยวลุกขึ้นไปแต่งตัวให้สวยที่สุด แล้วก็ไปหาคุณชาย หาซื้ออะไรไปแสดงความยินดีกับเขาเรื่องที่ได้มารับตำแหน่งแค่นี้ก็พอ ค่อยๆคืบคลานเข้าไป อย่าให้ไก่ตื่น ใช้ความดีและความสวยที่มีให้เป็นประโยชน์ แม่เชื่อว่าลูกทำได้สบายมาก”

ดาหลายิ้มอย่างมีความหวังเต็มเปี่ยม รีบหาของขวัญไปที่สยามมอลล์ทันที เจอคุณชายกำลังจะออกไปพอดี เห็นท่าทางรีบร้อนก็สงสัย ฉุกคิดว่า “หรือว่าคุณชายจะมีนัดกับนังผู้หญิงคนเมื่อคืน? ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าแกเป็นใครนังมารหัวใจ!”

ดาหลาขึ้นรถขับตามไปทันที เช่นเดียวกับบื้อ นั่งแท็กซี่ตามห่านไปถึงโรงแรม ห่านเข้าห้องน้ำ บื้อมาหาไม่เจอก็ยืนงง

“หายไปไหน?”

ooooooo

บื้อเห็นห่านเดินมาอีกทีก็ถึงกับอึ้ง เพราะเธอแปลงโฉมเป็นสาวสวยดูดี แต่ท่าทางลับๆล่อๆ ทำให้บื้อยิ่งสงสัย

พนักงานเข้ามาถามบื้อว่าต้องการให้ช่วยอะไรไหม บื้อเลยจำต้องเดินเข้าไปในร้านกาแฟ แต่เลือกนั่งโต๊ะข้างหลังห่านเพื่อจับตาดูการเคลื่อนไหว พอพนักงานเอาเมนูมาให้ บื้อดูแล้วแทบลมจับ เพราะกาแฟแก้วละสองร้อย น้ำเปล่าแก้วละร้อยแปดสิบ เพราะเป็นน้ำแร่จากฝรั่งเศส

“ผมเอาน้ำเฉยๆ ไม่ต้องแร่แล้วก็ไม่ต้องจากฝรั่งเศสก็ได้ครับ คือหมอห้ามกินของแพง ช่วงนี้ขอให้กินของฟรี...น้ำเปล่ามีไหมครับ” พนักงานยิ้มๆ บอกให้รอสักครู่ บื้อวางเมนูลงอย่างสยอง แล้วจับตาดูห่านตาแทบไม่กะพริบ

ดาหลาตามมาถึงโรงแรม เธอมองหาคุณชาย แต่ถูกคณะทัวร์เข้ามาห้อมล้อมดีใจที่ได้เจอนางสาวไทยสยาม เธอเลยเพลินกับการชื่นชมของคณะทัวร์จนลืมคุณชายไปเลย
คุณชายมาถึงก็เดินเข้าไปหาห่าน บื้อตาโตพึมพำ “ลูกชายเจ้าของห้าง!!!” ได้ยินคุณชายเรียกห่านว่า “ฮันนี่” ก็มึน เห็นห่านสั่งน้ำส้มก็ถึงกับเบ้หน้าอย่างหมั่นไส้ ยิ่งเมื่อได้ยินห่านคุยกับคุณชายถึงเรื่องราวที่เคยเรียนที่เมืองนอก บื้อก็ถึงกับสำลักน้ำเปล่าที่กำลังดื่ม

หลังจากคืนโทรศัพท์ให้แล้ว คุณชายเอ่ยชวน

“วันนี้อยู่ดินเนอร์กับผมก่อนนะครับ”

ห่านนึกถึงคำเตือนของเจ๊ทันที ทำหน้าผิดหวังบอกว่า “วันนี้ฮันนี่ไปไม่ได้ค่ะ ต้องไปทำธุระกับคุณหญิงแม่ ต้องขอโทษด้วยนะคะ แล้วก็ขอบคุณสำหรับความกรุณาที่เก็บมือถือฮันนี่ไว้” แล้วอ้างว่านัดกับคุณหญิงแม่ไว้ ขอตัวกลับทันที

“เราคงมีโอกาสได้พบกันอีกนะครับ”

“ค่ะ...แน่นอนค่ะ” ห่านรีบตอบ ยกมือไหว้คุณชายอย่างอ่อนช้อยแล้วลุกไปทันที คุณชายมองตามด้วยสีหน้าประทับใจมาก ส่วนบื้อทำเอี้ยวตัวไปทางอื่นขณะห่านเดินผ่าน แล้วรีบลุกเดินตามออกไปทันที

ห่านออกไปมองซ้ายมองขวากลัวคุณชายเห็น รีบโบกแท็กซี่ขึ้นไป แล้วก็ต้องตกใจเมื่อบื้อเปิดประตูรถอีกข้างขึ้นนั่งหน้าตาเฉย ซ้ำสั่งให้ลุงคนขับให้ออกรถเลย ห่านโวยวายด่าบื้อว่าถือดียังไงมาขึ้นรถแท็กซี่ตน

“พูดจาไม่น่ารักเลยนะคุณฮันนี่” บื้อทำหน้าตายปราม ห่านยิ่งตกใจที่บื้อเรียกชื่อนี้

ooooooo

ดาหลาทำตามแผนที่ดารัณผู้เป็นแม่สอน รีบหาของขวัญไปแสดงความยินดีกับคุณชายที่บ้าน พอคุณชายกลับมาก็พาดาหลามารับบอกว่า น้องมารอนานแล้ว

ที่แท้ก่อนที่คุณชายจะเข้าบ้าน เจอกับชนะศึกผู้เป็นพ่อที่ดักอยู่กระซิบบอกเรื่องดาหลามารอพบ แนะให้คุณชายหลบไปเข้าด้านหลัง แต่ไม่ทันเพราะคุณหญิงรื่นฤดีพาดาหลาออกมารับเสียก่อน

ดาหลาเจ๊าะแจ๊ะว่าตนเห็นคุณชายไปที่โรงแรม แต่ตามไปถึงก็หาคุณชายไม่เจอแล้ว รื่นฤดีตาลุกถามว่าลูกไปที่โรงแรมทำไม ชนะศึกออกตัวแก้ต่างให้ว่าตนใช้ลูกให้ไปพบเพื่อน คุณชายเลยรอดตัว หลังจากนั้นเขาถูกชนะศึกถามว่าไปหาใคร พอเห็นลูกชายทำท่าเขินก็ดักคอว่า

“ท่าทางแบบนี้...แสดงว่าลูกชายของพ่อกำลังอินเลิฟ...ชัวร์...ชิมิๆ” ชนะศึกใช้ภาษาวัยรุ่นล้อลูกอารมณ์ดี

พอคุณชายเข้าห้องนอน ก็โทรศัพท์คุยกับน้องนุชเพื่อนสนิทที่เรียนหนังสือด้วยกันตั้งแต่เด็กจนจบมหาวิทยาลัย ที่สวิตเซอร์แลนด์ เล่าให้เพื่อนรักฟังอย่างตื่นเต้นว่าตนเจอ “นางในฝัน” แล้ว น้องนุชดีใจกับเพื่อน แต่วันนี้คุยได้ไม่นานเพราะต้องรีบไปทำงานแล้ว วางสายจากน้องนุช แล้ว คุณชายยังยิ้มค้างเมื่อนึกถึงฮันนี่...นางในฝันของตน

ooooooo

บื้อกัดไม่ปล่อย ตามเค้นห่านเรื่องที่เธอเอาชุดจากห้างมาใส่ ถ้าเธอไม่ยอมรับจะฟ้องคุณพรเพ็ญ ขู่ว่าถ้าไม่อยากให้เรื่องถึงตำรวจก็ให้บอกความจริงมา

ระหว่างทั้งคู่เดินทะเลาะกันมาถึงหน้าบ้านนั้น ลุงจ๊อดกับไอ้โจ๊กสองลุงหลานคู่หูมองอย่างสงสัย ยิ่งเมื่อเห็นห่านลากบื้อเข้าบ้านเพราะกลัวบื้อกระโตกกระตากไปจะยิ่งแย่ ลุงหลานจอมแสบมองหน้ากันตาโต ไอ้โจ๊กบอกให้ตามไปดูกันเร็ว

ทั้งสองไปด้อมๆมองๆ หน้าบ้านไม่เห็นอะไร ลุงจ๊อดจึงเอาหูแนบประตูฟัง

ห่านลากบื้อเข้าไปในบ้าน แล้วเล่าความจริงทุกอย่างให้ฟัง บื้อฟังแล้วร้องลั่นว่า ห่านปลอมตัวจับเจ้าของห้าง ห่านชี้แจงอย่างเหนื่อยใจว่าไม่ใช่ เพราะตนยังไม่มีโอกาสบอกความจริงว่าตนเป็นใครต่างหาก แต่เมื่อเล่าให้ฟังแล้วก็อย่ามายุ่งกับตนอีก

“ฉันจะยุ่ง...ฉันต้องยุ่ง!!” บื้อจ้องหน้าประกาศศึก ห่านตกใจถอยกรูดกับความขึงขังของบื้อ

ลุงจ๊อดกับไอ้โจ๊กแอบฟังอย่างตื่นเต้น โย่งมาเจอทำท่าขึงขังถามว่าทำอะไรกัน พอรู้เรื่องแทนที่จะห้ามกลับรวมหัวกันแอบฟังอีกคน

บื้อได้ทีขี่แพะไล่ เห็นห่านกลัวมากเลยยื่นคำขาดแลกเปลี่ยนว่า ถ้าห่านไม่อยากให้ตนเผยความลับเรื่องคุณชาย ก็ต้องรับใช้ตนเป็นเวลาสองอาทิตย์ ห่านไม่ยอม ก็เพิ่มเป็นสามอาทิตย์ ห่านฮึดฮัด บื้อเพิ่มเป็นสี่อาทิตย์ ห่านเลยไม่กล้าพูดอะไรอีก แม้จะโกรธจนตัวสั่น แต่ก็ทำได้แค่แผดเสียงกรี๊ดระบายความคับแค้นใจ

ลุงจ๊อดหันบอกไอ้โจ๊กกับโย่งว่า เกิดเรื่องแน่ ผลักประตูผัวะเข้าไป ประตูกระแทกบื้อที่กำลังจะออกล้มทับห่านที่ไล่ตามมา ทั้งคู่ล้มลงปากประกบกันจึ๊ก! บรรดาสาระแนทั้งสาม มองกันตะลึงแบบ...ชัวร์ป้าบ!

ทั้งบื้อและห่านต่างพยายามบอกทั้งสามว่า เรื่องไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น แล้วบื้อก็ประกาศตัดบทกลบเกลื่อนว่า

“หลังจากวันนี้ เราจะมีแม่บ้านมาทำงานบ้านให้เราเป็นเวลาหนึ่งเดือน!”

ห่านคับแค้นใจจนบอกไม่ถูก แม้จะต้องไปทำงานบ้านตามคำขู่ แต่ก็คิดวางแผนเอาคืน พึมพำอย่างไม่ยอมแพ้ว่า

“นึกว่าจะเหนือคนอย่างนังห่านได้หรอ! ฝันไปเหอะไอ้บื้อ!!!”

ooooooo

งานนี้ ลุงจ๊อดกับไอ้โจ๊กฉวยโอกาสทำเนียนเอาเสื้อผ้าของตัวเองมากองรวมกับของบื้อกับโย่ง แต่ก็ถูกห่านเขี่ยออกหมด เวลากินข้าวก็ถือจานมากินด้วยหน้าตาเฉย

ห่านทำงานไปเจ็บใจไปมีคนโทร.เข้ามือถือก็กระชาก เสียงทัก ปรากฏว่าเป็นสายจากคุณชาย ห่านแทบช็อกรีบปรับเสียงถามว่าได้เบอร์ตนจากไหน คุณชายบอกว่าก่อนเอาโทรศัพท์มาคืน ตนเอาเครื่องของเธอโทร.เข้ามือถือตนเก็บไว้ก่อนแล้ว

ระหว่างนั้นบื้อมาแอบฟัง ได้ยินห่านคุยกับปลายสายก็รู้ว่าคุยกับใครก็ยิ่งหมั่นไส้

ได้ยินห่านคุยถึงการเรียนที่เมืองนอก ทำเสียงตกใจเมื่อเห็นแมลงสาบ ทำเป็นเรียกนมแจ่มให้ตามพ่อบ้านมาจับแมลงสาบ พอคุยเสร็จก็ทำเสียงแอ๊บแบ๊ว “บ๊ายยยยยยยค่ะ”

ตอนที่ 3

ดาหลากลับมาโวยวายกับดารัณว่ารู้แล้วว่าผู้หญิงหลังขาวๆคนนั้นเป็นใคร พูดอย่างเจ็บใจว่า ดูๆคุณชายจะชอบมากด้วย ดารัณทั้งเสี้ยมและสอนอย่างเจ้าเล่ห์ว่า

“ลูกต้องรู้ให้ได้นะคะว่ามันเป็นใคร จะสู้กับนังนั่นเราต้องรู้จุดอ่อนของมัน ไม่งั้นเราก็จะสู้มันไม่ได้” เมื่อดาหลาบอกว่าดูๆมันล่อกแล่กมีพิรุธเหมือนมีอะไรปิดบังซ่อนเร้นเอาไว้ “ถ้าอย่างนั้นเราต้องล้วงแคะแกะง้างหามันให้เจอ...ลูกต้องทำตัวเป็นสาวน้อยผู้แสนดี แล้วก็หาจังหวะเหมาะๆ ใส่ไฟยัยนั่นให้มันเป็นตัวร้าย เท่านี้ลูกก็จะได้พระเอกอย่างคุณชายมาครอบครอง”

ดาหลาถูกแม่เสี้ยมจนเห็นดีด้วยตามเคย

ooooooo

พอสิ้นเดือน พวกอยู่ในละแวกบ้านเช่าต่างตึงเครียดต้องคอยหลบหน้าป้าน้อย คนเก่าแก่ของเจ้าของบ้านเช่าที่เป็นคนมาเก็บค่าเช่าทุกเดือน

ป้าน้อยดูแลคุณหนูจ๋าลูกสาวเจ้าของบ้านมาแต่อ้อนแต่ออกจึงทั้งรักทั้งหวง วันนี้คุณหนูจ๋าเอารถออกหลอกว่าจะไปซื้อของหน้าปากซอย ขับผ่านละแวกบ้านเช่า เกือบชนโจ๊กที่วิ่งมาเก็บเสื้อที่ถูกลมพัดปลิวมา

กลางถนน ลุงจ๊อดรีบออกมาจัดการเรียกค่าทำขวัญ คุณหนูจ๋าจึงให้ไปห้าพัน พอกลับเข้าบ้าน โจ๊กติงลุงว่าไม่น่าไปหลอกเอาเงินเขาเพราะตนก็ไม่ได้เจ็บอะไร

“ข้าไม่ได้หลอกนะเว้ย นี่เป็นค่าทำขวัญที่เอ็งสมควรจะได้” พูดแล้วมองเงินในมือพึมพำ “รอดไปอีกเดือนแล้วกู”

รุ่งขึ้นคุณหนูจ๋าจะเอาผลไม้ไปให้อีก ป้าน้อยจึงตามไปด้วย พอเจอลุงจ๊อดก็กระโจนเข้าเล่นงานหาว่าหลอกคุณหนูจ๋าของตน คุณหนูจ๋าพยายามชี้แจงว่าเขาไม่ได้เรียก ตนให้เขาเอง ป้าน้อยไม่ยอมสั่งลุงจ๊อดให้เอาเงินมาคืน

“ไม่คืน!” ลุงจ๊อดทำเสียงแข็ง น้อยโมโหพุ่งเข้าจะล้วงกระเป๋ากางเกงลุงจ๊อด คุณหนูจ๋าเข้าไปห้าม น้อยสะบัดทำให้คุณหนูจ๋าเซจะล้ม บื้อมาเจอพอดีคว้าตัวเธอไว้ ถามคุณหนูจ๋าว่าเป็นยังไงบ้าง คุณหนูจ๋าเห็นหน้าหล่อเซอร์ของบื้อก็ถึงกับอึ้งตอบติดอ่าง “เออ... มะ...ไม่เป็นไรค่ะ”

น้อยล้วงกระเป๋ากางเกงเอาเงินจากลุงจ๊อดจนได้ นับได้ครบก็ชวนคุณหนูจ๋ากลับ คุณหนูจ๋าหันมองบื้อนิดหนึ่งก่อนไป โจ๊กมองตามคุณหนูจ๋าไปตาละห้อย...
ลุงจ๊อดหน้าเศร้าบ่นเสียดายเงิน ถามว่าแล้วทีนี้จะเอาอะไรกินกัน บื้อเลยคว้ากระเป๋าสตางค์ออกมาหยิบเงินให้ ทั้งลุงจ๊อดและโจ๊กต่างซาบซึ้งน้ำใจจากคนจนด้วยกัน

ooooooo

ระหว่างพักไปกินกลางวันที่ห้องอาหารพนักงาน เจ๊มะพร้าวถามห่านว่า ตกลงเลยไม่ได้บอกความจริงกับคุณชายใช่ไหม ห่านส่ายหน้าเซ็งๆ บอกว่าเพราะยัยแอ๊บแบ๊วโผล่เข้ามาเสียก่อน

เจ๊ชมว่ายังดีที่ห่านได้บื้อช่วยไว้ ห่านพูดเสียงข้าวเต็มปากว่า

“เขาไม่ได้เต็มใจช่วยห่านหรอกเจ๊” พูดแล้วของขึ้น กินไปด่าบื้อไปโดยไม่รู้ว่าบื้อมายืนฟังอยู่ข้างหลัง เจ๊กับแหม่มพยายามส่งสัญญาณ แต่ห่านด่าติดลมไม่สนใจ ด่าจนเจ๊บอกให้พอเถอะ ห่านก็ยังไม่พอด่าจนเห็นเจ๊กับแหม่มเงียบ ถามว่า “เป็นอะไรกัน ข้าวติดคอรึไง” เจ๊กับแหม่มเลยบุ้ยใบ้ไปข้างหลัง พอห่านหันเห็นบื้อก็ถึงกับสำลักข้าว ต่อว่าเจ๊กับแหม่มว่า ทำไมไม่บอก

“บอกแล้วแต่แกไม่ฟัง” เจ๊บอก ห่านทำหน้าไม่ถูก แต่ระดับห่านมีหรือจะยอมเสียหน้า ตะแบงไปจนได้ว่า

“ฉันพูดความจริงไม่ได้นินทาใคร ไปทำงานดีกว่า ไม่อยากเสียเวลากับคนแถวนี้” ว่าแล้วเชิดผ่านบื้อไป

“แสบจริงๆ ยัยคอห่าน!!” บื้อส่ายหน้าอย่าง เอื้อมระอา

ooooooo

วันนี้ดาหลามีเรื่องกับแม่บ้าน เพราะแม่บ้านเข็นรถทำความสะอาดมาชนเธอ ทำให้กาแฟหกรดเสื้อราคาแพง เธอโมโหขู่จะฟ้องคุณชายให้ไล่ออก

“แค่ทำกาแฟหกใส่คุณถึงกับต้องไล่ออกเลยเหรอคะ มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ” ห่านทนไม่ได้เข้าไปแทรก พอดาหลาเห็นห่านก็พึมพำว่าทำไมหน้าคุ้นๆ ห่านเสียวสันหลังวาบหน้าถอดสี ดาหลาจ้องตาโตร้องลั่น

“ที่แท้ก็แกนี่เอง!!”

แอปเปิ้ลกับปีโป้สะใจที่ห่านมีเรื่อง เดินอ้าวไปทันที เจอคุณชายกำลังเดินคุยมากับพรเพ็ญก็แจ้นเข้าไปฟ้อง

“เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะคุณผู้จัดการ!!”

ฝ่ายดาหลาเลิกเอาเรื่องกับแม่บ้านหันมาเล่นงานห่านแทน ห่านเหงื่อแตกพลั่ก แต่พอดาหลาชี้หน้าด่าว่า

“เธอ...เพื่อนยัยปากปลาร้าแผนกเครื่องสำอางที่ด่าฉัน”

ห่านโล่งอกที่ดาหลาจำได้แค่นั้น เลยฮึดขึ้นมาด่าเนียนๆว่า ป้าเขาก็ขอโทษไปแล้ว อย่าใจแคบเลย ตอนเธอออกทีวีก็ดูเป็นคนดี แต่ทำไมตัวจริงถึงได้แตกต่างกันอย่างฟ้ากับเหว ดาหลาโกรธจนตัวสั่น ถามว่ามีสิทธิ์อะไรมาว่าตน  แล้วด่าห่านว่าจนกระจอกอย่างนี้อย่ามาตีตัวเสมอตน เลยถูกห่านด่าใส่หน้าว่า

“จะคนรวยหรือคนจนมันก็คนเหมือนกัน พวกที่ดูถูกเหยียดหยามคนอื่นต่างหากที่ไม่ใช่คน!! ยัยกระจอกยิ่งกว่า!!”

บื้อกับโย่งมาเจอ บื้อบอกโย่งให้เข้าไปจัดการ โย่งแหวกคนเข้าไปเป่านกหวีดแต่ก็หยุดทั้งสองไม่ได้ บื้อเลยเข้าไปช่วย ขณะกำลังอีนุงตุงนังกันนั่นเอง คุณชายกับพรเพ็ญก็มาถึง พรเพ็ญพูดใส่โทรโข่งดังลั่น

“แยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว...เลิกชุมนุม!! สลายตัว!! ทุกคนกลับไปทำงานเดี๋ยวนี้!!!”

พอดาหลาเห็นคุณชายก็โผเข้าอ้อน “คุณชายช่วยดาหลาด้วยค่ะ”

“เข้าไปคุยกับผมในห้อง” คุณชายเฉียบขาด แต่พอฟังทั้งสองฝ่ายแล้ว คุณชายตัดสินว่า “เรื่องนี้ไม่มีใครผิด สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ แล้วอีกอย่างป้าเขาก็ขอโทษคุณแล้ว”

คุณชายบอกแม่บ้านกับห่านให้กลับไปทำงานได้แล้ว ตัวคุณชายเองก็ขอตัวไปทำงาน พรเพ็ญแอบถามว่าทำไมคุณชายถึงไม่เอาเรื่องพนักงานสองคนนั้น

“ก็เพราะผมควรจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง...ไม่ใช่เหรอครับ”

“ใช่ค่ะ...ถูกต้องที่สุดค่ะ” พรเพ็ญรีบตอบยิ้มปลื้มเต็มหน้า

ooooooo

ตอนที่ 4

ร้องไห้จนหนําใจแล้ว ห่านกับบื้อเดินกลับเข้าไปในห้างฯ บื้อถามว่ารู้สึกดีขึ้นรึยัง

“ยัง! สิ่งเดียวที่จะทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น ก็คือรองเท้า เวลาฉันมีเรื่องไม่สบายใจ ฉันต้องซื้อรองเท้า ไม่งั้นฉันบ้าตายแน่” พูดแล้วดูนาฬิกา “ว้าย...แต่เช้าอย่างนี้ตลาดนัดหลังห้างฯ ก็ยังไม่เปิด จะทำไงดี?” แล้วห่านก็ร้องอย่างดีใจว่า “นึกออกแล้ว...นายช่วยฉันทีนะ”

“อีกแล้วเหรอ??!!” บื้อทำหน้าสยอง เห็นห่านพยักหน้าก็ได้แต่ถอนใจพึมพำ “อะไรวะ?!!”

ห่าน บอกว่าเหลือเวลาอีก 15 นาทีห้างฯ จะเปิดตนขอเสพความสุขให้เต็มที่ก่อน เข้าไปในห้องเก็บสต๊อกรองเท้าแล้วให้บื้อช่วยเฝ้าต้นทางให้ บอกบื้อว่า ตนไม่อยากให้แอปเปิ้ลกับปีโป้เห็น บื้อถามว่าจะขโมยรองเท้าหรือ?!

ห่าน บอกว่าไม่ได้ขโมยแต่อยากใส่รองเท้าทุกคู่ที่อยากได้เท่านั้น  เผื่อมันจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น บื้อบอกว่าเธอบ้าไปแล้ว ห่านยืนยันว่าตนไม่ได้บ้า ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนบื้อใจสั่น ชี้แจงว่า

“สำหรับฉัน...การได้ใส่รองเท้าสวยๆก็เหมือนการได้ยืนอยู่ยอดเขาที่งดงาม รองเท้าคือชีวิตจิตใจของฉัน รีบออกไปดูต้นทางได้แล้ว”

ห่าน เข้าไปลองรองเท้าอยู่นานมากจนบื้อเห็นแอปเปิ้ลกับปีโป้เดินมา พยายามเรียกห่านออกมาแต่เธอก็ไม่ออกมาทั้งยังต่อรองว่าจะรับใช้บื้อเพิ่มอีก 5 วัน บื้อเลยยอม ทำเป็นเข้าไปทักสองสาวยอมเปลืองตัวจับมือถือแขนชวนไปดูหนังกัน พอแอปเปิ้ลบอกว่ารอบนี้เลยนะ บื้อกลับบอกว่า “หลังเลิกงาน วันพรุ่งนี้ดีกว่า”

บื้อหลอกล่อสองสาวถ่วงเวลาให้ห่านหลบออกไปได้ อย่างปลอดภัย พอห่านออกไปแล้ว บื้อก็ขอไปทำงานทันที ทำเอาสองสาวบ่นงงๆ “อะไรของเขาวะ?!” ตะโกนตามหลัง “อย่าลืมนะ!! พรุ่งนี้เลิกงานดูหนังนะ!!”

ooooooo

ฝ่าย คุณชายหลังจากโทร.หาฮันนี่แล้วเธอไม่รับสาย ก็โทร.ไปปรับทุกข์กับน้องนุช คุยกันจนต่างหลับไปทั้งคู่ รุ่งขึ้นเจอบื้อเลยขอบทเรียนการง้อคนรัก ถามบื้อว่า อย่างฮันนี่บื้อพอดูออกไหมว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไรตนจะได้ง้อได้ถูก

บื้อนึกถึงที่ห่านบอกว่ารองเท้าคือชีวิตจิตใจของเธอ บอกคุณชายไปว่า

“รองเท้าครับ...ผมว่าผู้หญิงอย่างคุณฮันนี่น่าจะชอบรองเท้า”

คุณชายบอกว่าตนไม่รู้ว่าฮันนี่ใส่รองเท้าเบอร์อะไร บื้อบอกว่าน่าจะเป็นเบอร์ 36

คุณชายดีใจมาก รีบจัดการและโทร.นัดพบฮัน–นี่ที่เดิม บอกว่าจะรออยู่ที่นั่นจนกว่าเธอจะมา

ห่านตกใจ ปรึกษาเจ๊กับแหม่ม ทั้งสองบอกว่าห่านต้องไปเพราะนั่นแสดงว่าคุณชายแคร์เธอมาก

“ตอน นี้บ่ายโมง แกไปหาคุณชายหลังเลิกงานคือตอนเย็น ถ้าแกไปถึงและเขายังรอแกอยู่ก็แสดงว่าเขาจริงใจกับแก” ห่านถามว่าแล้วถ้าเขาไม่รอล่ะ “แกก็จะได้รู้ว่าผู้ชายอย่างคุณชายไม่ได้คิดจริงจังกับแก เพราะถ้าเขาคิดจะจีบแกจริง...เขาต้องรอ!!”

พอเลิกงาน ห่านมาตามนัด เจอคุณชายยังรออยู่ ห่านดีใจมาก คุยกันครู่หนึ่งเธอถามว่าคุณชายไม่ได้เป็นอะไรกับดาหลาหรือ

“ครับ...นัก ข่าวเขานั่งเทียนเขียน ไม่เป็นความจริงสักนิด คุณฮันนี่เชื่อผมนะครับ” ห่านตอบทันทีว่าตนเชื่อ คุณชายพึมพำอึ้งๆว่า “คุณฮันนี่เชื่อเร็วมากครับ เอ่อ...คือผมนึกว่าผมต้องอธิบายมากกว่านี้”

“ก็ฮันนี่เห็นความจริงใจของคุณชายแล้วนี่คะ ที่บอกว่าจะนั่งรอจนกว่าฮันนี่จะมา”

คุณชาย ยิ้มปลื้ม นึกได้บอกว่ามีของบางอย่างให้เธอ หยิบถุงรองเท้าบนพื้นให้บอกให้เปิดดู ห่านใจเต้นไม่เป็นส่ำ หยิบกล่องออกมา พอเปิดดูเห็นเป็นรองเท้าแก้ว เธอตะลึงนิ่งงันไป คุณชายถามว่าไม่ชอบหรือ

“ชอบ สิคะ...ชอบมากที่สุด ฮันนี่ฝันอยากมีรองเท้าสวยๆแบบนี้มานานแล้ว คุณชายรู้ใจฮันนี่จริงๆ ต๊าย แถมยังรู้ไซส์รองเท้าฮันนี่ด้วย” เธอตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ ขอใส่เลยได้ไหม

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ ในเมื่อรองเท้าคู่นี้เป็นของคุณฮันนี่แล้ว”

ห่าน หยิบรองเท้าจะวางที่พื้นแล้วชะงักเอากระดาษบนโต๊ะมาปูก่อนตามความเคยชินขณะ ขายรองเท้า แล้วจึงวางรองเท้าแก้วบนกระดาษ ถอดรองเท้าตัวเองค่อยๆสอดเท้าเข้าไป แต่ปรากฏว่าแน่นไปหน่อยใส่เข้ายาก

พลัน คุณชายก็ทำให้ท่านปลื้มปีติจนจิตฟุ้งซ่าน เมื่อคุณชายย่อตัวช่วยใส่รองเท้าให้ นาทีนั้น ห่านนึกในใจ เหมือนตกอยู่ในความฝัน “ซินเดอเรลล่าชัดๆ....ฉันรู้สึกตัวเองเป็นซินเดอเรลล่าที่มีเจ้าชายมาสวม รองเท้าแก้วให้เลยอ่ะ...” ปลื้มปีติจนน้ำตาจะไหล คุณชายใส่รองเท้าให้เสร็จเห็นน้ำตาห่านก็ตกใจถามว่า ตนทำให้เจ็บหรือ “ไม่ใช่ค่ะ...ฝุ่นมันเข้าตาน่ะค่ะ...”

ห่านยิ้มให้คุณชายตาเป็นประกายแล้ว ก้มมองรองเท้าแก้วที่ใส่อยู่อย่างตื้นตันใจเป็นที่สุด...

หลังจากนั้น คุณชายยังเชิญเธอในฐานะคนพิเศษไปร่วมงานเลี้ยงฉลองครบรอบ 50 ปีของห้างฯ เป็นงานภายในห่านยิ่งปลื้มตอบรับทันที

“ค่ะ...ได้ค่ะ...ฮันนี่จะไปค่ะ!”

ooooooo

เพ ราะบื้อรับปากกับแอปเปิ้ลกับปีโป้ว่าเย็นวันนี้จะพาไปดูหนัง พอเจอกันแอปเปิ้ลก็ทวงและเตือนว่าเย็นนี้อย่าลืมที่นัดกันไว้ ห่านได้ยินถามว่านัดอะไรกัน?

“ถ้าไม่ใช่เพราะฉันช่วยเธอเมื่อวานก็คงไม่ต้องซวยไปดูหนังกับยัยสองคนนั่น ฉันจะเสียตัวไหมเนี่ย” บื้อครวญ

“นายเองก็ช่วยฉันหลายครั้งแล้ว เพราะฉะนั้นครั้งนี้ฉันจะช่วยนาย” ห่านนึกถึงความดีของบื้อรับปากจะช่วย

นับ วันรื่นฤดีกับดารัณก็สนิทชิดเชื้อและวางแผนจะดองกันให้เร็วที่สุด วันนี้ไปทานอาหารกันที่ร้าน โดยที่ชนะศึกร่วมโต๊ะด้วย คุยกันถึงงานฉลอง 50 ปี ของห้างฯ รื่นฤดีเชิญสองแม่ลูกไปด้วย นัดไปพร้อมกันเลย หันไปบอกดาหลาว่า

“ป้าอยากให้หนูดาหลาเข้างานพร้อมกับชาย เพราะไหนๆอีกไม่นาน หนูกับคุณชายก็ต้องหมั้นกัน”

ดารัณอุทานอย่างคาดไม่ถึง รื่นฤดีถามว่า หรือดาหลายังไม่พร้อม เธอรีบตอบว่า “พร้อมค่ะ...พร้อม...”

“ถ้า อย่างนั้นก็ดี ป้าจะรีบหาฤกษ์ที่เร็วที่สุด หมั้นกันไว้ก่อน ใครๆจะได้รู้ว่าชายมีเจ้าของแล้ว อ้อ...อีกอย่างต่อไปนี้หนูดาหลาเรียกป้าว่าแม่ได้เลยนะจ๊ะ” พอดาหลารับคำว่า ค่ะคุณแม่ รื่นฤดีดี๊ด๊าใจหันไปถามชนะศึกว่า “คุณชนะศึกไม่พูดอะไรบ้างเหรอ เรามีลูกสาวเพิ่มมาอีกคนหนึ่งแล้วนะ”

“มันดีใจจนจุก...พูดไม่ออกน่ะจ้ะ” ชนะศึกเหน็บนิ่มๆ

รื่นฤดีค้อนที่โดนเหน็บ แล้วหันไปดี้ด๊ากับดารัณและดาหลา ส่วนชนะศึกหน้าเครียดเป็นห่วงคุณชายขึ้นมา

ตก เย็นชนะศึกแอบไปบอกคุณชายที่ห้างฯ คุณชายตกใจบอกว่า ตนไม่ได้รักดาหลา ชนะศึกบอกว่ารู้ ถึงได้แอบมาบอก แต่แม่เขานั้นลองได้ตั้งใจจะทำอะไรแล้วไม่มีทางเปลี่ยนใจง่ายๆ

“แต่ครั้งนี้ ผมจะไม่มีวันทำตามที่คุณแม่บอกเด็ดขาด เพราะผมมีคนที่ผมรักอยู่แล้วครับพ่อ...และผมจะพาเขามาพบคุณแม่”

คุณชายบอกชนะศึกด้วยสีหน้ามุ่งมั่น

ooooooo

เพราะ คุณชายปรึกษากับพรเพ็ญไว้แล้วว่างานฉลอง 50 ปีของห้างฯ อยากให้พนักงานคิดการแสดงเพื่อโชว์ในงาน โดยตั้งรางวัลสำหรับทีมที่ทำการแสดงได้สนุกที่สุดเป็นเงินสด 50,000 บาท วันนี้พรเพ็ญจึงนำประกาศไปติดที่บอร์ด

พนักงานกลุ้มรุมกันมาดูอย่าง ตื่นเต้น พรเพ็ญประกาศหมดเขตการสมัครภายในวันพรุ่งนี้ เจ๊มะพร้าวสนใจถามว่าจำกัดจำนวนคนไหม พรเพ็ญบอกว่าไม่จำกัด จะมาเดี่ยว มาคู่ หรือมาหมู่ก็ได้

โย่งตาโตเพราะรางวัลตั้งห้าหมื่น แต่บื้อพูดอย่างไม่สนใจว่า “ไม่เอาอ่ะ...บ้าบอ!!”

เมื่อเจ๊มาชวนห่านกับแหม่ม ห่านบอกทันทีว่าตนไม่เอาเพราะวันนั้นตนต้องเป็นฮันนี่ แล้วถามเจ๊ว่า

“เย็นนี้เจ๊ว่างรึเปล่า ไอ้แหม่มด้วย”

“ทำไมวะ” ทั้งสองถามพร้อมกัน

พอ เลิกงาน แอปเปิ้ลกับปีโป้ก็แต่งตัวกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ประโคมทั้งเครื่องสำอางและเสื้อผ้าเต็มที่  พอเจอบื้อที่หน้าโรงหนังก็ตรงเข้าคล้องแขน แอปเปิ้ลชวนไปซื้อตั๋วกัน บื้อบอกว่า “มีคนซื้อตั๋วให้เราแล้ว”

แอปเปิ้ลกับปีโป้แปลกใจ มองไปที่หน้าห้องขายตั๋ว เห็นห่าน แหม่ม และเจ๊มะพร้าวเดินเรียงแถวหน้ากระดานมาโดยมีโย่งถือป๊อปคอร์นสองถังกับน้ำดื่มสามแก้วตามหลังมา

แอปเปิ้ลปรี๊ดแตกทันที ถามบื้อว่า “นี่บื้อชวนยัยคอห่านมาด้วยเหรอ”

ห่านถลาเข้ามาจับมือบื้อ ทำเอาบื้องง ห่านเชิดหน้าใส่แอปเปิ้ล พูดเต็มปากเต็มคำว่า

“คนเป็นแฟนกัน มันก็ต้องมาด้วยกัน จริงไหมจ๊ะที่รัก” ไม่พูดเปล่ายังเอนหัวซบไหล่บื้อที่เอาแต่ยิ้มไปยิ้มมา แล้วห่านก็หยิบตั๋วหนังออกมายื่นไปตรงหน้าแอปเปิ้ล “นี่ของเธอสองคน เอาตังค์มาด้วย...เอามา 240 บาท”

แอปเปิ้ลโวยว่าบื้อเป็นคนชวนตนสองคนมาดูหนัง ห่านสวนไปทันทีว่า ชวนมาดูหนังเฉยๆ ไม่ได้บอกว่าจะเลี้ยงหนัง แล้วหันทำเสียงอ่อนหวานถามบื้อ “จริงไหมจ๊ะที่รัก” แล้วแว้ดใส่แอปเปิ้ล “240!!”

เจอไม้นี้เข้า ทั้งสองก็จำต้องยอม แต่ปีโป้มีเงินแค่ 50 บาท ที่ขาดให้แอปเปิ้ลช่วยออกไปก่อน แอปเปิ้ลหัวเสียหนักขึ้นไปอีก ด่าปีโป้ “นึกว่าไม่มีดั้งอย่างเดียวตังค์ก็ไม่มีด้วยนะนังปีโป้”

“โห...แรงนะเนี่ย” ปีโป้บ่นอุบอิบ  แต่ไม่กล้าโกรธ หมดอารมณ์ที่จะดูหนัง ถามว่าไม่ดูได้ไหม

“จ่ายตังค์ไปตั้ง 240 ยังไงก็ต้องดู!”

ระหว่างดูหนัง ห่านยังแกล้งออเซาะบื้อกวนประสาทแอปเปิ้ล พอดูหนังจบก็ต่างคนต่างกลับ ห่านกับพวกชวนกันไปกินข้าวต้มต่อ

ห่านกินอย่างไม่ห่วงสวย พุ้ยข้าวต้มคำโตๆ เคี้ยวหมุบหมับๆ บื้อเห็นตัวตนที่แท้จริงเป็นธรรมชาติของห่านแล้วก็ยิ้มอย่างเอ็นดูโดยไม่รู้ตัว

ooooooo

เพราะลุงจ๊อดบ้าหวยเทกระเป๋าแทงเลขเด็ดหมด ถูกหวยกินเรียบเลยไม่มีเงินจ่ายค่าน้ำประปา โจ๊ะอาบน้ำได้ครึ่งๆกลางๆ น้ำถูกตัด ลุงจ๊อดเลยไล่ให้ไปอาบต่อที่บ้านบื้อ

คุณหนูจ๋ามาที่บ้านบื้อแต่เช้าเพื่อเรียนกีตาร์ตามที่นัดกันไว้ เจอโจ๊กทะเล่อทะล่านุ่งผ้าขาวม้าเปียกแนบตัวมาก็ตกใจร้องกรี๊ด ลุงจ๊อดวิ่งมาดู โจ๊กซวยตามเคยถูกลุงจ๊อดด่าว่าทำให้คุณหนูจ๋าตกใจ บังคับให้ขอโทษ แม้คุณหนูจ๋าจะบอกว่าโจ๊กไม่ได้ทำอะไรตนก็ตาม

พอเคลียร์กันจบลุงจ๊อดออกไป บื้อลงมาพอดีชวนคุณหนูจ๋าเริ่มเรียนกันเลย บอกโจ๊กให้อยู่ช่วยกันสอนคุณหนูจ๋าด้วยกัน โจ๊กดีใจหน้าบานเป็นจานเชิง บื้อสอนคุณหนูจ๋าอย่างใกล้ชิดจนเธอหวั่นไหวแทบไม่มีสมาธิจำตามที่ครูบื้อสอน

บ่ายวันนี้ ห่าน เจ๊มะพร้าว และแหม่มกลับจากกินข้าวเที่ยง ได้ยินเสียงวี้ดว้ายแสบแก้วหู เดินไปดู เห็นแอปเปิ้ล ปีโป้ และจีจี้กำลังซ้อมเต้นกันอยู่อย่างซ่าสุดๆ

จีจี้เต้นโชว์เป็นตัวเองให้เพื่อนดู คุยโวว่า งานนี้เราชนะที่หนึ่งได้ห้าหมื่นชัวร์ แต่พอเห็นพวกเจ๊มะพร้าวมา จีจี้ก็ถอยไปอิงพวก เจ๊แขวะประสาคนไม่กินเส้นกัน แถมคุยข่มว่าอย่าเพิ่งมั่นใจกันนักถ้าได้เห็นตนกับแหม่มเต้นแล้วจะหนาว

ห่านเห็นการเต้นของกลุ่มแอปเปิ้ลแล้วตัดสินใจร่วมแสดงกับเจ๊และแหม่ม ทั้งสองดีใจมาก เจ๊ฉุกคิดได้ถามว่าวันนั้นห่านต้องแปลงโฉมเป็นฮันนี่ไม่ใช่หรือ

“เรื่องนี้ห่านคิดหาทางแก้เอาไว้แล้ว เจ๊ไม่ต้องห่วง ตอนนี้เรามาช่วยกันคิดดีกว่าจะเราจะแสดงอะไรที่แซ่บเว่อร์ไม่เหมือนใคร ที่สำคัญต้องชนะนังแอ๊บแบ๊วกะนังปลากะโห้นั่นได้”

ทั้งสามมองหน้ากันคิดหนักว่าทำยังไงถึงจะชนะพวกนั้นได้

คืนนี้ ขณะที่ห่านกำลังรีดเสื้อให้บื้ออยู่ แหม่มเดินเข้ามาดูถามว่าคิดออกหรือยังว่าจะแสดงอะไรให้ชนะนังตัวแสบสองคนนั้นได้ ห่านได้ยินเสียงกีตาร์บาดหูแว่วมา ก็ตาโตบอกแหม่มว่า “ฉันนึกออกแล้ว!!!”

ooooooo

เสียงกีตาร์แสบแก้วหูนั้นเป็นฝีมือของบื้อที่เล่นระบายความกลัดกลุ้มนั่นเอง

เหตุเพราะโย่งไปกดเอทีเอ็ม จะมาเสียค่าเช่าบ้านแล้วถูกคนร้ายจี้เอาเงินไปหมด ขอยืมลุงจ๊อดได้มา 40 บาท โจ๊กให้มา 60 บาท โย่งเหลือ 100 บื้อเองก็มีแค่ร้อยเดียว รวมกันได้แค่ 400 บื้อมืดแปดด้านเลยไปเล่นกีตาร์ระบายความกลัดกลุ้ม

ห่านคิดแผนออกก็ไปยืนปลุกเร้าใจบื้อว่า

“ฉันเห็นว่านายมีความสามารถ ก็เลยอยากให้นายช่วย ฉันมั่นใจว่าเราต้องคว้าชัยชนะมาได้แน่” บื้อถามให้แน่ใจว่า ถ้าได้เงินรางวัลแล้วเราเอามาแบ่งกันใช่ไหม “ถูก...สี่คน ฉัน แหม่ม เจ๊มะพร้าวแล้วก็นาย” โย่งยื่นหน้าเข้ามาขอแจมด้วย ห่านโอเครวมเป็นห้าคนได้คนละหนึ่งหมื่นพอดี

ก่อนมาถึงวันงาน ทุกคนฝึกซ้อมกันอย่างจริงจัง จากไม่มีอะไรในหัวเลยก็คิดออก จากเต้นไม่เป็นก็เต้นกันได้อย่างเข้าขา บื้อเองก็ตั้งหน้าตั้งตาฝึกซ้อมกีตาร์และท่าเต้นหุ่นยนต์เรียกเสียงฮือฮาจากเพื่อนๆ ครึกครื้น ทุกคนสนุกสนานอบอุ่น พร้อมที่จะประชันเพื่อชิงรางวัลที่หนึ่ง เงินห้าหมื่นบาทให้ได้

คืนนี้ห่านคุยกับทีมแสดง บอกทุกคนว่า

“พรุ่งนี้ไปเจอกันที่งานเลยนะตอนหกโมงเย็น” ยํ้ากับบื้อว่า “แต่งตัวหล่อๆล่ะ บอกเพื่อนนายด้วย”

คุณชายโทร.เข้ามาพอดีห่านรีบรับสาย ทำปากบอกบื้อว่า “ฉันไปนะ” บื้อพยักหน้าเจื่อนๆรู้สึกใจแป้วพิกล

ห่านเดินไปคุยโทรศัพท์กับคุณชายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุข คุณชายถามว่าไม่ลืมใช่ไหมว่าเรามีนัดกันพรุ่งนี้ ถามว่าจะให้มารับที่คอนโดฯไหม ห่านชะงักตั้งหลักนิดหนึ่งก่อนปดไปว่า

“เออ...พรุ่งนี้ฮันนี่จะไม่ได้อยู่คอนโดฯตอนช่วงเวลานั้นพอดีค่ะ ฮันนี่ต้องไปทำธุระกับคุณหญิงแม่ตั้งแต่เช้า เสร็จแล้วว่าจะเลยไปงานเลี้ยงของคุณชายเลยค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เราเจอกันนะครับ”

ต่างกู๊ดไนท์กันอย่างอ่อนหวานแล้ววางสาย ห่านกรี๊ดออกมาเบาๆอย่างมีความสุข

คุณชายสไกป์คุยกับน้องนุช ให้ช่วยแนะนำชุดที่จะแต่งไปงาน น้องนุชให้คุณชายเอาชุดมาทาบกับตัวให้ดูทีละชุด แล้วบอกว่าชุดแรกดูดีที่สุด เพราะแต่งแล้วดูสบายๆ

“แกไม่เคยทำให้ฉันผิดหวังเลยจริงๆ ถ้าขาดแกไปสักคนจะทำไงวะเนี่ย” คุณชายกับน้องนุชต่างยิ้มให้กัน

ส่วนห่านกลับถึงบ้านเช่าก็เอาเก้าอี้มาปีนหยิบรองเท้าแก้วที่วางไว้บนหลังตู้และชุดที่มีอยู่มาทาบกับตัว พอเลือกได้ก็เอาใส่กระเป๋าใบโตที่เตรียมไว้ ไม่ลืมเอาคอนแทกเลนส์ไปด้วย จัดของเสร็จก็ยิ้มอย่างมีความสุขกับเรื่องดีๆที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้

ooooooo

งานเริ่มแล้ว...ฉากบนเวทีเขียนว่า “งานฉลองครบรอบ 50 ปี ห้างสรรพสินค้า Siam Mall”

พรเพ็ญในชุดราตรีสวยหรูเดินเข้ามาในงาน เจอเจ๊มะพร้าว เจ๊ทักตื่นเต้นว่าวันนี้ผู้จัดการแจ่มมาก พรเพ็ญ ถามว่ายอกันหรือเปล่า เจ๊บอกว่าไม่เชื่อถามทุกคนดูได้เลย ห่าน บื้อ โย่ง และแหม่มพยักหน้าพร้อมกันทำเอาพรเพ็ญยิ้มปลื้ม

“ตาถึงกันจริงๆ พวกเธอ อ้อ พวกที่ต้องขึ้นแสดงให้มาสแตนด์บายด้านหลังเวทีตอนสองทุ่มนะ”

สั่งงานเสร็จ พรเพ็ญเดินออกไป ห่านรีบกระซิบเจ๊ ว่าตนต้องไปแล้ว นัดสองทุ่มเจอกันหลังเวทีแล้วกัน ว่าแล้วรีบไปเลยจนบื้อที่จับตาดูอยู่บ่นงึมงำ “จะรีบไปไหนของเขา?”

ฝ่ายคุณชายถูกดาหลาควงเข้ามาในโรงแรม พอใกล้ถึงห้องจัดงานคุณชายขอตัวกับรื่นฤดีไปเข้าห้องน้ำก่อน แล้วจะตามเข้าไป

ห่านในคราบฮันนี่สาวสวยไฮโซ รีบเอากระเป๋าใบใหญ่ไปฝากพนักงาน บอกว่าประมาณเกือบๆสองทุ่มจะมาเอา แล้วรีบออกไป เดินไปไม่กี่ก้าวเห็นคุณชายยืนหันหลังอยู่ก็ยิ้มหวานกรีดกรายเข้าไปทัก

“มารอฮันนี่นานหรือยังคะ”

“ไม่นานครับ...คืนนี้คุณฮันนี่สวยมาก...” คุณชายชมแล้วตั้งวงแขนให้ควง “เชิญครับ”

ห่านยิ้มให้คุณชายแล้วจึงเดินควงกันเข้าไปในงานอย่างสง่างาม

บรรดานักข่าวและช่างภาพกำลังสัมภาษณ์คุณหญิงรื่นฤดี คนหนึ่งเอ่ยเหมือนแสดงความยินดีว่า

“เรียกได้ว่า ปีนี้เป็นปีทองของคุณหญิงรื่นฤดีเลยนะคะ เพราะนอกจากธุรกิจจะเจริญก้าวหน้า ก็ยังมีข่าวดีของคุณคุณชายอีก” อีกคนถามว่า “ไม่ทราบว่าคุณคุณชายกับคุณดาหลาจะแต่งงานกันเมื่อไหร่คะ”

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.9 บุญวดี เผยด้านมืด เล่าเรื่องเลวๆ ของพีทให้ชาครีย์ฟัง
20 เม.ย. 2564

09:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 17:12 น.