นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ซินเดอเรลล่ารองเท้าแตะ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    บื้อพาห่านไปที่ตู้ซ่อมนาฬิกาทำกรอบพระแถวตลาดนัดย่านชุมชน ตรงไปนั่งหันมาเร่งห่านที่ยังยืนลังเลอยู่

    “เร็วซิ!!”

    ห่านเดินเข้าไปถามเบาๆว่าแน่ใจหรือที่จะเอาสร้อยเพชรมาซ่อมที่นี่ บื้อยืนยันว่าแน่ใจ ห่านหลบตาช่างซ่อมที่นั่งอยู่หลังตู้ กลืนน้ำลายเอื๊อกเมื่อเห็นลายสักเต็มตัว หน้าโหดแววตาเหี้ยมที่มองมา โวยกับบื้อเบาๆว่า

    “จะบ้าเหรอ สร้อยเพชรราคาเป็นแสนๆนายจะให้ฉันมาซ่อมที่กระจอกๆแบบนี้”

    “จะเอายังไง ก็ฉันมันคนกระจอก จะไปรู้จักร้านไฮโซบ้าบอที่ไหน ขอร้องให้ฉันช่วย ฉันก็ช่วยแล้วช่วยได้แค่นี้แหละ ไม่พอใจก็ไปให้คนอื่นช่วย!” บื้อพูดประชดฉุนๆแล้วจะลุกไป

    ห่านรีบคว้าแขนไว้ บอกว่าตนเชื่อ มองถุงกระดาษเก่าๆในมือตัดสินใจเดินตามบื้อไป

    แอปเปิ้ล ปีโป้ และจีจี้ ที่มาเจอกับห่านโดยบังเอิญ พากันรีบตามไปอย่างอยากรู้อยากเห็นว่าสองคนนี้มาทำอะไร

    บื้อพาห่านมาที่ตู้ซ่อมนาฬิการับทำกรอบพระ คว้าถุงกระดาษจากมือห่านไปยืื่นให้ลุงหน้าเหี้ยม

    “ลุกยักษ์ ช่วยซ่อมให้ที” ลุงยักษ์เหล่ห่านพึมพำตำหนิว่านังนี่มันอะไรเยอะ “อย่าไปสนใจเลยครับลุง บ้าๆบอๆ ลุงช่วยดูให้หน่อย”

    ห่านมองลุงยักษ์ที่ดึงกล่องออกจากถุงกระดาษเก่าๆอย่างแรงก็ร้อง “ระวังค่ะ!!” ลุงเหลือบมองหน้าห่านขวับไล่ให้ไปซ่อมที่อื่น แล้วโยนกล่องเพชรคืน ห่านตกใจสุดขีดพุ่งไปรับกล่องแบบยอมเอาชีวิตเข้าแลก บ่นลุงยักษ์...

    “โหยลุงคะ...ของแพงนะคะไม่ใช่บาทสองบาท นึกจะโยนก็โยนง่ายๆอย่างนี้เลยเหรอคะ”

    บื้อเหล่ห่านอย่างหมั่นไส้ที่ห่วงของที่แม่คุณชายให้จนออกนอกหน้า

    พวกแอปเปิ้ล ซ่อนตัวแต่โผล่หน้ากันมาสลอน แอบดูอย่างใจจดจ่อ

    ลุงยักษ์ถามประชดว่ามันจะสักกี่บาทกัน ห่านทำตาโตบอกว่าเป็นแสน ย้ำ “เป็นแสนค่ะ” พูดแล้วตกใจที่หลุดปากไป บื้อเลยช่วยแก้ให้ บอกลุงยักษ์ว่า

    “ผมบอกลุงแล้วว่ายัยนี่มันบ้า” บื้อดึงกล่องจากห่านยื่นให้ พูดอย่างไม่เห็นค่าว่า “สร้อยเก๊น่ะลุง ยัยนี่มันอยากเป็นไฮโซ ไปซื้อสร้อยเก๊มาใส่ ดั๊นทำขาด ก็ของกระจอกๆน่ะลุง ขาดง่าย ไม่เชื่อก็ดูสิ”

    บื้อเปิดกล่องแรงๆให้ลุงยักษ์ดู พวกแอปเปิ้ลยืดคอยาวจ้องตาไม่กระพริบ ลุงแกดูแว่บเดียวก็บอกว่ามันเหมือนของจริงมากเลย บื้อผสมโรงว่าเดี๋ยวนี้ของปลอมทำได้เหมือนจริงมาก บอกลุงให้ช่วยซ่อมหน่อยตนจะนั่งรอ

    ทีแรกลุงแกบอกว่างานเยอะให้มาเอาพรุ่งนี้ ห่านไม่ยอมกลัวหาย ลุงเลยซ่อมให้ตัดรำคาญ

    พวกแอปเปิ้ล แอบดูแอบฟัง พอรู้ว่าห่านกับบื้อมาทำอะไรแล้ว ก็หดหัวกลับมองหน้ากันแสยะยิ้มบอกกัน...

    “เพชรเก๊?? เป็นแสน??? นังคอห่าน!!” แล้วย่องหลบไป พากันไปเสนอหน้าบอกดาหลาว่าห่านเอาสร้อยเพชรเก๊ไปซ่อม แต่ได้ยินห่านบอกว่า ราคาเป็นแสนๆ?

    “เป็นแสนๆ! ได้การล่ะ แกโดนเชือดแน่ นังคอห่าน!!” ดาหลายิ้มร้ายสะใจ

    ooooooo

    บื้อกับห่านนั่งเฝ้าลุงยักษ์ซ่อมสร้อยจนเสร็จ พอลุกขึ้นบื้อถามห่านว่าหมดธุระแล้วใช่ไหม ตนจะได้ไป

    “เดี๋ยวซิ” ห่านดึงแขนบื้อไว้ คุณชายมาเจอพอดี คุณชายมองมือห่านที่จับแขนบื้อ ห่านรีบปล่อย คุณชายมองอีกมือที่ห่านถือกล่องสร้อยเพชร ห่านชะงัก ค่อยๆเอาซ่อนเนียนๆ

    คุณชายหันทักบื้อที่ยืนหน้าตึง “ไง...คุณบื้อ”

    “ไม่ไง...” บื้อตอบห้วนๆแล้วเดินไปเลย ห่านยิ้มแหยๆให้คุณชาย แล้วพากันกลับ

    กลับมาถึงบ้านเช่าของห่าน พอคุณชายบอกธุระที่มาหา ห่านถามสียงดังทั้งตกใจและไม่พอใจว่า

    “จะให้ห่านไปกราบขอโทษคุณแม่คุณ! ห่านไม่ได้ทำอะไรผิดนี่คะ ทำไมจะต้องขอโทษ”

    “คุณห่าน...ผมเข้าใจคุณนะ แต่วันนั้น คุณรีบกลับกระทันหันมันทำให้คุณแม่ท่านเสียใจมาก”

    ห่านทำหน้าแปลกใจ บอกว่าตนลาท่านแล้วคุณชายบอกว่าโดยมารยาท เราเป็นเด็กไม่ควรกลับก่อนผู้ใหญ่

    “โดยมารยาท?? ห่านก็เป็นของห่านแบบนี้ กระจอกๆไร้มารยาท” ห่านประชด คุณชายรีบบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจว่าเธอแต่พูดโดยทั่วๆไป ห่านนิ่งไม่ตอบโต้ แต่พึมพำว่า “คุณหญิงชื่นเพื่อนของคุณแม่คุณพูดถูก คนอย่างห่านควรจะเจียมตัว เพราะถึงยังไงห่านก็ไม่มีวันที่จะกลายเป็นหงส์ไปได้ ก็เพราะห่านเจียมตัว สำนึกได้ไงคะว่าห่านไม่ควรอยู่ตรงนั้น ห่านถึงได้รีบออกมา”

    คุณชายเห็นห่านไม่พอใจ ก็ใจเสีย ขอร้องอย่าเพิ่งโกรธ ก็แค่ไปกราบท่าน...ไม่ต้องขอโทษ พูดย้ำเตือนใจว่า

    “เราจะจับมือไปด้วยกัน ก้าวไปด้วยกันไม่ใช่เหรอห่าน...”

    ooooooo

    ดาหลากับดารัญแจ้นไปฟ้องรื่นฤดีในเย็นนั้นเลย ฟังสองแม่ลูกแล้ว รื่นฤดีทำหน้าช็อคถามว่าห่านทำอย่างนั้นจริงหรือ

    ดาหลายืนยันว่าพวกแอปเปิ้ลเห็นจะจะกับตาว่าห่านเอาสร้อยเพชรไปซ่อนที่ตู้ซ่อมนาฬิกาทำกรอบพระจริงๆเห็นรื่นฤดียังทำหน้าช็อคๆดาหลาปลอบใจว่า

    “คุณแม่อย่าเสียใจไปเลยนะคะ ดาหลาเคยบอกแล้ว คนมันสันดานโจรก็ต้องเป็นโจรวันยังค่ำ”

    “เสียใจ?...” รื่นฤดีทวนคำแล้วหัวเราะออกมาอย่างสะใจ ถาม “ใครบอกว่าแม่เสียใจ แม่ดีใจต่างหากล่ะ” เห็นสองแม่ลูกมองเหวอๆ ก็พูดไปหัวเราะไปว่า “แม่ดีใจที่แผนดักจับหมาป่าของแม่มันสำเร็จเร็วเกินคาดเกินกว่าที่คิดไว้ตั้งเยอะ แม่ไม่คิดเลยว่านังหมาป่าตัวนี้มันจะหิวโซถึงขนาดรีบเอาสร้อยเพชรของแม่ไปขายรวดเร็วแบบนี้”

    ดาหลาบอกว่าตนไม่แน่ใจ แต่เห็นว่าห่านเอาสร้อยไปซ่อมไม่ได้ขาย รื่นฤดีตัดบทอย่างสะใจว่าไม่ว่าจะซ่อมหรือขายก็ถือว่า “นังนั่นมันมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ มันเที่ยวเอาสร้อยเพชรที่แม่ให้ไปร่อนเร่ตามแผงเลี่ยมพระ เจตนาไม่บริสุทธิ์แน่ๆ”

    ดาหลานึกได้บอกว่าห่านไปกับกิ๊กผมยาวคนนั้นด้วย ดารัณทำเป็นตกใจด่าว่า อุบาทว์

    ขณะนั้นเอง คุณชายเข้ามาเห็นดารัณก็ยกมือไหว้รื่นฤดีถามว่ามีเรื่องอะไรหรือ คุณชายบอกแม่ว่าสะดวกเมื่อไรให้บอก รื่นฤดียิ้มสมใจรีบบอกว่าตนว่างเสมอ แต่พอคุณชายบอกว่า ที่คุณแม่จะให้ห่านมากราบขอโทษ รื่นฤดีก็ตัดบททันทีว่า

    “อ๋อ...เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ช่วงนี้แม่ยังไม่ว่าง ถ้าว่างเมื่อไหร่จะสั่งไปอีกที”

    “คือ...คุณห่านเขาไม่มาน่ะครับ”

    สามหญิงตะลึงอึ้งกับความ “บังอาจ” ของห่าน ดาหลากับดารัณได้ทีช่วยกันถล่ม “ไพร่...นังคนชั้นต่ำ...ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง” สองแม่ลูกทำท่าจะด่ายาว จนคุณชายขอให้พอ จึงหุบปากแหยๆ

    “เอิ้กกกกก...” เสียงลมตีขึ้นจะเป็นลมของรื่นฤดี ทำให้ทั้งสามหันมองและรีบเข้าช่วยกันโกลาหล...

    ooooooo

    เมื่อแหม่มรู้ว่าห่านปฏิเสธที่จะไปกราบขอโทษรื่นฤดี ถึงกับครางเสียงอ่อย... “ไอ้ห่าน...”

    ห่านมองหน้าเพื่อนถามว่าทำไม แหม่มส่ายหน้าช้าๆถามว่าห่านจะไม่ไปกราบขอโทษรื่นฤดีหรือ พอห่านยักคิ้วแหม่มก็พึมพำ “แก...แกนี่มัน...” แล้วส่ายหน้าแบบพูดไม่ออก ห่านที่ยังอารมณ์กรุ่นอยู่โพล่งเสียงดัง

    “หยุด!! นี่แกอย่าบอกนะว่าจะให้ฉันไปกราบยัยคุณแม่นั่น? แกนี่มันเพื่อนประสาอะไร ทำไมถึงได้อยากให้เพื่อนเสียศักดิ์ศรี”

    ห่านพูดไม่ทันจบก็ถูกแหม่มพุ่งเข้ามาปิดปาก พูดอย่างภูมิใจในเพื่อนรักว่า

    “ฉันอยากจะบอกแกว่า...แกนี่มันสุดยอดจริงๆ ฉันรักแกตรงนี้แหละ!!”

    ooooooo

    รื่นฤดีลมตีขึ้นจนเป็นลม ทั้งคุณชาย ดาหลาและดารัณปฐมพยาบาลกันวุ่นวาย จนเมื่อรู้สึกตัวขึ้นมา ถามเสียงแผ่วอย่างอ่อนเพลียว่า

    “นี่ฉันเป็นอะไรไปคะ”

    ชนะศึกบอกว่าเป็นลม ดาหลากับดารัณรุมกันใส่ไฟว่า เป็นเพราะห่านคนเดียวที่ทำให้คุณหญิงโกรธจนเป็นลม!

    “มันไม่ยอมมากราบขอโทษคุณแม่ยังไงล่ะคะ จำได้ไหมคะ” ดาหลาย้ำหมายให้รื่นฤดีโกรธห่านขึ้นมาอีก จนชนะศึกกับคุณชายเป็นห่วงกลัวรื่นฤดีจะเป็นลม

    แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า รื่นฤดีลุกขึ้นยิ้มหวานกับคุณชายจนทุกคนแปลกใจ และยิ่งแปลกใจเมื่อเธอบอกว่า

    “ในเมื่อหนูห่านไม่ยอมเป็นฝ่ายมาหาแม่ แม่ก็จะเป็นฝ่ายไปหาหนูห่านเอง!”

    รื่นฤดียิ้มหวาน พูดดี แต่...ยิ้มร้าย!!

    ooooooo

    ความรู้สึกดีๆของคุณหนูจ๋าที่มีต่อโจ๊ก ที่นอกจากจะสอนดนตรีให้แล้ว ยังช่วยเหลือในยามคับขัน กระทั่งในยามตกอยู่ในอันตรายที่ถูกคนร้ายชิงทรัพย์ ก็ช่วยจนปลอดภัยและได้กระเป๋าคืนมา

    วันนี้ คุณหนูจ๋าจึงซื้ออาหารอย่างดีมาฝากพวกโจ๊ก เป็นลาภปากของลุงจ๊อดกับโย่งที่อยู่กันพร้อมหน้าด้วย แต่พอทั้งสองตั้งท่าจะสวาปาม ก็ถูกโจ๊กเบรก

    “เดี๋ยว...ลืมใครไปรึเปล่า?” แล้วพยักพเยิดไปทางบื้อที่นั่งซึมอยู่อีกมุมหนึ่ง โจ๊กตะโกนเรียก “เฮีย...กินข้าว”

    “กินเหอะ...ยังไม่หิว” บื้อหันมอง เห็นคุณหนูจ๋ากำลังตักเป็ดพะโล้ให้โจ๊ก ก็เมินจากภาพนั้นไปเศร้าๆ

    มือถือบื้อดังขึ้น พอเห็นว่าเป็นสายจากน้องนุช บื้อก็สดชื่นขึ้นทันที คุยกับปลายสายด้วยน้ำเสียงแจ่มใส ได้ยินเสียงลุงจ๊อดจากวงข้าวแว่วมาว่า

    “เชื่อข้า! มีพลังงานบางอย่างบอกข้าว่า...มันต้องมีอะไร!! ข้ารู้สึกได้!!”

    บื้อเหล่ๆ ไปทางวงข้าว ลุกเดินห่างออกไปแล้วบอกน้องนุชว่า พูดได้แล้ว

    “ทางค่ายเพลงเขาอยากให้บื้อไปถ่ายรูปหล่อๆ เก็บไว้เผื่อโปรโมตเพลง” น้องนุชบอกข่าวดี

    บื้อทั้งขำทั้งเขินถามว่าอย่างตนนี่หรือหล่อ??

    ระหว่างบื้อคุยโทรศัพท์กับน้องนุชอย่างยิ้มแย้มยินดีนั้น ห่านมองจากหน้าต่างบ้านตัวเองแล้วทรุดนั่งพิงฝาเศร้าๆ...

    น้องนุชนึกขึ้นได้บอกบื้อว่าเกือบลืมเรื่องใหญ่ไป บื้อสนใจจี๋นึกว่าเป็นเรื่องใหญ่เกี่ยวกับเพลงของตนอีก แต่พอน้องนุชบอกว่า “คุณหญิงแม่กำลังจะมาหาคุณห่านที่บ้าน” บื้อก็หน้าเสียหันมองไปที่หน้าต่างบ้านห่านอย่างเป็นห่วง...

    ooooooo

    บื้อรีบไปบอกห่าน พอเจ๊มะพร้าวกับแหม่มรู้ว่ารื่นฤดีจะมาที่บ้านห่าน เจ๊ตกใจแทบฉี่ราด ส่วนแหม่มก็ทำท่าจะเป็นลม แต่ห่านกลับพูดอย่างไม่สะทกสะท้านว่า

    “ใครอยากมาก็มา ใครไม่อยากมาก็ไม่ต้องมา ฉันไม่สน!”

    บื้อมองห่านทั้งปลื้ม ทั้งทึ่ง

    ไม่ทันตั้งหลักกัน โย่งก็วิ่งหน้าตั้งมาบอกว่าแย่แล้ว พอทุกคนมองงงๆ โย่งหันชี้ไปทางหน้าบ้าน

    ปรากฏว่า รื่นฤดี คุณชาย ดาหลาและดารัณ เดินเรียงหน้ากันเข้ามา พอมาเจอพวกห่าน รื่นฤดีก็หยุดทิ้งระยะห่างอย่างไว้ตัว ห่านยกมือไหว้ก็รับไหว้อย่างเสียไม่ได้ กวาดตามองบ้านถามอย่างเหยียดๆ

    “นี่บ้านเหรอจ๊ะ?” แล้วกวาดตามองกลุ่มห่านที่ยืนทำตาปริบๆ กันอยู่ ไปหยุดที่บื้อถามลอยๆ “นี่...คงจะเป็น...”

    “คุณบื้อ เพื่อนคุณห่านครับ” คุณชายช่วยพูดหมายให้บรรยากาศผ่อนคลาย ถูกรื่นฤดีเหน็บบื้อว่า

    “ฉันก็หวังว่าเธอจะเป็นแค่เพื่อนนะ!”

    ดารัณได้ทีพูดยุแยงให้คุณชายเข้าใจผิดว่า “เพื่อนอะไร? เห็นตัวติดกันอย่างกับปาท่องโก๋” บื้อทนไม่ได้พยายามเก็บอารมณ์ แต่ถอนหงอกดารัณนิ่มๆว่า เก็บปากไว้กินปาท่องโก๋ดีกว่า ยิ่งเป็นผู้ใหญ่ด้วยแล้ว ยิ่งต้องพูดจาให้เหมาะสม

    ดารัณกรี๊ดอย่างลืมแก่ ด่าบื้อว่าไอ้ฮิปปี้ปากจัด ห่านรำคาญถามขัดขึ้นว่า

    “ตกลงที่มานี่คงไม่ได้ตั้งใจจะมากรี๊ดกร๊าดลั่นซอยอย่างนี้เท่านั้นใช่ไหมคะ”

    “ใช่...ที่ฉันมาที่นี่ก็เพราะอยากจะมาเห็น มาทำความรู้จักเธอให้มากขึ้น ไหนๆ ฉันก็อุตส่าห์มาแล้ว หวังว่าเธอคงจะต้อนรับแขกอย่างมีมารยาทนะจ๊ะ หนูห่าน!!” รื่นฤดียืนเชิด หางตาใส่ห่าน คุณชายได้แต่มองห่านอย่างให้กำลังใจอยู่เงียบๆ

    รื่นฤดีเดินเข้าไปในบ้านกวาดตามองอย่างจงใจจับผิด พอเห็นที่นอนก็ถามว่าห่านอยู่กับใคร นอนกับใคร โดยมีดาหลากับดารัณคอยเป็นลูกคู่ช่วยค่อนแคะกระหน่ำซ้ำ

    คุณชายเห็นท่าเรื่องจะไม่จบง่าย จึงชวนแม่กลับ ดารัณผสมโรงเห็นด้วยบอกว่าอยู่นานไปก็เหม็นสาบ รื่นฤดีจึงสั่งให้กลับ เห็นคุณชายละล้าละลังก็กระหนาบ “ตาชาย!! แม่บอกให้กลับ!!!” คุณชายจึงหันไปจูงมือห่านตามไป

    ดาหลาเบ้หน้าใส่อย่างหมั่นไส้ พลันเหลือบเห็นกล่องสร้อยข้อมือเพชรวางอยู่ เธอยิ้มร้ายพุ่งกลับเข้าไปหยิบใส่กระเป๋าแล้วจึงตามออกไป

    ooooooo

    ขณะลงมาถึงหน้าบ้านเตรียมกลับ จู่ๆ น้าตุ้มกับน้าเต๊ะก็เอะอะมะเทิ่งเข้ามาร้องทักบื้อ น้าหลานถลาเข้ากอดกันด้วยความดีใจ พอผละออกมา น้าตุ้มมองไปยังกลุ่มรื่นฤดีกับพวกเจ๊มะพร้าวถามว่าที่ยืนกันหน้าสลอนนั่นใครหรือ?

    บื้อแนะนำพรรคพวกตน ส่วนพวกรื่นฤดีเชิดใส่น้าทั้งสองอย่างดูถูก น้าตุ้มจำได้ว่าเคยเห็นดาหลาประกวดนางงามทางทีวี เห็นท่าทางยโสเลยด่าว่า ตอนนั้นตนอุตส่าห์เชียร์ รู้งี้แช่งให้ตกรอบไปดีกว่า ทั้งดาหลาและดารัณกรี๊ดใส่ เลยยิ่งถูกน้าตุ้มด่า จนบื้อต้องขอร้องให้พอ

    พวกรื่นฤดีถูกด่าจนหน้าม้านทนอยู่ไม่ได้จึงพากันกลับ น้าตุ้มถามบื้อว่า พวกนั้นเป็นใคร มาที่นี่ทำไมบื้อตัดบทว่าอย่าสนใจเลย เรื่องไร้สาระ แล้วถามน้าทั้งสองว่ามาถึงนี่มีธุระอะไรหรือเปล่า?

    สองน้าบอกว่าลูกค้าไปกินปลาอินทรีเค็มที่ร้านแล้วติดใจสั่งซื้อจึงเอามาส่ง คิดถึงบื้อกับห่านเลยมาเยี่ยมห่านอยากดูปลาอินทรีเค็มว่าน่ากินแค่ไหน พอสองน้าจะเอามาอวดก็หากันไม่เจอ เพิ่งนึกได้ว่าลืมยกลงจากรถสองแถว!

    ครู่เดียว ลุงจ๊อดก็เดินเอามือกุมหัวออกมาบ่น “ตุ๊กๆ ของข้า!! ทำไมต้องเป็นตุ๊กๆของข้า...”

    พอลุงจ๊อดขับตุ๊กๆ พาบื้อกับห่านออกไป สองน้าก็หันมาตบมือกันหัวเราะชอบใจ น้าเต๊ะทำท่าซึ้งพึมพำเคลิ้ม...

    “ป่านฉะนี้...ไอ้ซื่อบื้อกะยัยห่าน จะหวานชื่นกันไปถึงไหน...ถึงไหนแล้วน้อ...บรื๊อ...คิดแล้วสยิว!!”

    ที่อพาร์ตเมนต์...

    ดาหลานอนหลับตาพริ้มอย่างมีความสุขอยู่บนเตียง ข้างๆเธอ นายโชคชายหนุ่มล่ำหน้าตาเถื่อนๆนอนแผ่อยู่

    ครู่หนึ่ง ดาหลาลุกขึ้นจะไปอาบน้ำ โชคดึงไว้ถามอ้อน “จะรีบไปไหนล่ะจ๊ะ...เมียจ๋า”

    “บ้า! พูดอะไรน่ะ บอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าอย่าเรียกฉันแบบนี้ ใครได้ยินเข้าล่ะซวยแน่” ดาหลาโกรธสะบัดลุกขึ้น

    โชคถามว่าใครจะได้ยิน ในเมื่อเรานอนกันอยู่แค่สองคน ดาหลาค้อนควับอย่างขัดใจ ลุกไปห้องน้ำ โชคมองตาม เบ้ปากอย่างดูถูก พอละสายตาจากดาหลา เห็นกระเป๋าถือของดาหลาวางอยู่ โชคลุกพรวดคว้าไปค้น เจอกล่องสร้อยข้อมือเพชรที่เธอขโมยมาจากห่าน หยิบออกมาเปิดดู อุทานตาโต “ว้าว!!”

    ดาหลาออกจากห้องน้ำเห็นพอดี ถามโชคว่าทำอะไร โชคเอากล่องสร้อยข้อมือเพชรซ่อนไว้ข้างหลัง พูดอย่างไม่พอใจ

    “หน็อย! ถามเท่าไหร่ก็บอกไม่มีตังค์...ไม่มีตังค์ แล้วนี่อะไร” โชคเอาสร้อยข้อมือเพชรชูให้ดูอย่างเจ็บใจ “เดี๋ยวนี้ริซุกสร้อยเพชรไม่บอกกันแล้วเหรอ!”

    ดาหลาโถมเข้าจะแย่งสร้อยข้อมือเพชรคืน ถูกโชคผลักล้ม ตะคอกถามว่าได้สร้อยเพชรจากไอ้คุณชายหน้าโง่แล้ว ทำไมไม่เอามาให้ตน ดาหลาตวาดคืนว่า บอกแล้วว่าไม่ใช่ กระโจนเข้าแย่ง ถูกโชคตบจนเลือดออกซิบๆ ที่มุมปาก

    “ไอ้โชค!! แกกล้าตบฉัน ฉันจะแจ้งตำรวจจับแก!”

    โชคแสยะยิ้มอย่างถือไพ่เหนือกว่า ท้าว่ากล้าแจ้งก็กล้าให้จับ ถามเย้ย “ว่าแต่เธอเถอะ กล้าลงหนังสือพิมพ์หน้า 1 กับฉันด้วยรึเปล่าล่ะ คุณนางสาวไทยสยาม!” พูดแล้วเอาสร้อยข้อมือเพชรโยนเล่นเย้ยดาหลาเดินไป

    “ไอ้บ้า!! แย่แล้ว สร้อยเพชรนังคุณหญิงแม่!!” ดาหลาตกใจ เอามือกุมปากที่ถูกตบอย่างเจ็บใจ

    ooooooo

    บื้อกับห่านไปถึงร้านอาหารทะเลตุ้มเต๊ะเอาคํ่า พอลงจากตุ๊กๆ ของลุงจ๊อด บื้อก็เดินขาถ่างเข้าไปในร้าน

    “เฮ้ยทุเรศ!! ทำไมเดินขาถ่างอย่างนั้น ทุเรศ!!” ห่านด่า

    บื้อบ่นว่าขี่สามล้อจากกรุงเทพมาเมืองชลสองชั่วโมงจะไม่ให้ถ่างได้ไง ขากลับลองคร่อมดูบ้างไหมล่ะ ห่านเห็นใจเข้าไปบีบนวดต้นขาให้ บื้อตกใจถามว่าจะทำอะไร เบี่ยงตัวหลบหนีบขาแน่น ห่านหมั่นไส้เลยลุกไปหาปลาเค็มถามบื้อว่า

    “ปลาเค็มน้าตุ้มเก็บไว้ที่ไหน ฉันไปยกเอง”

    บื้อชี้ส่งเดช ห่านเดินไปบ่นไปว่าไม่น่ามาด้วยเล้ย บื้อไล่ให้รีบๆ ไปหาปลาเค็ม ดมๆ เอาก็คงจะได้กลิ่นว่าอยู่ไหน

    “คนนะยะ ไม่ใช่หมา” ห่านขยับจะด่าต่อ แต่พอนึกถึงที่ถูกบื้อจูบปากแล้วบอกว่าเอาหมาออกจากปากให้ ก็รีบเอามือปิดปากแน่น ทำเฉไฉถามกลบเกลื่อน “ไหนวะ...ปลาเค็มน้าตุ้มอยู่ไหนเนี่ย...”

    ooooooo

    ที่บ้านคุณชาย...ดาหลาไปนั่งร้องไห้โฮๆ มีดารัณนั่งกอดปลอบใจหน้าตาขึงเครียดอยู่ข้างๆ

    “นี่เพราะนังเด็กห่านนั่นคนเดียว หนูดาหลาถึงได้เป็นแบบนี้” รื่นฤดีเสียงดังอย่างไม่พอใจมาก

    คุณชายสะดุ้งบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับห่าน ชนะศึกถามว่ามันจะไปเกี่ยวกับห่านตรงไหน? เลยถูกรื่นฤดีแว้ดใส่

    “เกี่ยวสิ ทำไมจะไม่เกี่ยว ก็ถ้าไม่ใช่เพราะชายมัวไปหลงนังเด็กห่านนั่น แล้วไม่สนใจหนูดาหลา ทิ้งขว้างให้หนูดาหลาต้องไปไหนมาไหนคนเดียวดึกๆ ดื่นๆ หนูดาหลาก็คงจะไม่เคราะห์ร้ายโดนโจรปล้นกระชากเอากระเป๋าไปแบบนี้”

    คุณชายโดนสวนก็อึ้ง ชนะศึกตัดบทว่าแทนที่เราจะนั่งโทษกันไปมา เรารีบไปแจ้งความดีกว่าไหม ดารัณตกใจร้องห้ามเสียงหลง ชนะศึกชี้แจงว่าเกิดเหตุร้ายขนาดนี้ เราต้องรีบแจ้งความตำรวจจะได้ตามจับคนร้ายได้

    ดารัณอ้างว่าดาหลาเป็นถึงนางสาวไทยสยาม ถ้าตกเป็นข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์คงไม่งาม

    “อย่างนี้มันยิ่งต้องเป็นข่าว จะได้เป็นกรณีตัวอย่าง ตำรวจก็จะต้องรีบจับคนร้ายให้ได้เพื่อให้ประชาชนอุ่นใจ ผมว่าคนเขาจะนึกขอบคุณนางสาวไทยสยามอย่างหนูดาหลาด้วยซ้ำ จริงไหม” ชนะศึกมองทุกคนอย่างขอความเห็น

    สองแม่ลูกนั่งหน้าซีดเป็นไก่ต้ม รื่นฤดีคล้อยตามชนะศึก ดาหลาจึงเล่นบทใหม่ อ้างว่าเป็นนางสาวไทยสยามต้องงามทั้งกายและใจ ควรให้อภัย มีเมตตาแก่ผู้ยากไร้ ตนไม่อยากติดใจเอาความ

    “เพื่อที่ว่าเราจะได้หมดเวรหมดกรรมกันในชาตินี้ ไม่มีการอาฆาตแค้นต่อกันและกัน” รื่นฤดีเปลี่ยนเสียงฉับพลัน

    ดาหลากับดารัณแอบถอนใจอย่างโล่งอก...

    แต่พอออกจากบ้านพ้นสายตาคนอื่น ดารัณก็ผลักดาหลากระเด็นไปพิงกำแพงด่าเบาๆว่า บอกแล้วใช่ไหมว่าให้เลิกคบกับนายโชค แล้วนี่เป็นไง เกิดเรื่องจนได้ เอานิ้วจิ้มหน้าดาหลาด่า

    “นังลูกโง่!! ฉันอุตส่าห์วางแผนจับคุณชายมาตั้งหลายปี กินของดีของหรูไม่ชอบ ชอบกินขยะ!”

    ดาหลาโต้ว่า ตนได้กินคุณชายเสียที่ไหนล่ะ ดารัณตกใจถามว่า “อย่าบอกนะว่าแกยังไม่ได้กินคุณชาย!”

    “โธ่แม่...คืนนั้นอีตาคุณชายเมาหลับอย่างกับหมาสลบ ปลุกยังไงก็ไม่ตื่น ถ้าลองว่าปลุกไม่ตื่นแล้วหนูจะกินได้ไหมล่ะแม่!”

    ดาหลาถูกดารัณตบหน้าเพียะด่าว่าโง่ ป่านนี้ยังไม่ได้กินคุณชาย แต่ไปกินของสกปรก

    “พอได้แล้วแม่!” ที่ผ่านมาหนูก็ยอมทำเพื่อแม่ทุกอย่าง วิ่งรอกประกวดนางงาม กินข้าวกับเสี่ย นอนกับป๋า แล้วหนูจะนอนกับไอ้โชคของหนู แค่นี้ทำไมแม่ต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ด้วย”

    “ไอ้นอนน่ะไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกย่ะ แต่ไอ้ที่ใหญ่ก็คือ ไอ้โชคของแกน่ะมันเอาสร้อยข้อมือเพชรของนังห่านไป ทีนี้จะทำยังไงกันดี? ฮึ่ย!! ฉันกับแกได้ซวยกันแน่ๆ”

    “เอาน่าแม่...มือชั้นนี้แล้ว ไม่มีทางที่เราสองแม่ลูกจะซวย คนที่ซวยมันจะต้องเป็นนังห่าน!!” ดาหลาจิกตาร้ายกาจ

    ooooooo

    หลังจากแอปเปิ้ลไปนั่งประท้วงที่หน้าห้างเพื่อให้คุณชายไล่ห่านออกแต่ตัวเองกลับเป็นฝ่ายถูกไล่ออก จนเดินร้องไห้ออกไป ดาหลาตามไปจ้างด้วยเงินก้อนโตให้ไปตีสนิทห่านเพื่อแยกห่านออกจากคุณชาย แล้วมอบเงินก้อนแรกให้ก่อน

    รุ่งขึ้น แอปเปิ้ลก็เริ่มแผนการทันที หาเหตุกลับไปที่ห้าง เป็นเวลาพักเที่ยงพอดี เดินไปที่ห้องอาหารพนักงานเจอบื้อนั่งกินข้าวคนเดียว ก็เดินไปหาอย่างมีแผน

    “นั่งด้วยได้เปล่า?” บื้อพยักหน้างงๆ พอนั่งลงแอปเปิ้ลก็ตีหน้าเศร้าบอกว่า “ฉันมาเก็บของไม่ได้กลับมาทำงาน”

    “เป็นไงบ้าง...”

    “คนโดนไล่ออก คงไม่รู้สึกดีหรอก”

    “ขอโทษที่ถาม”

    “ไม่เป็นไร อย่างน้อยเธอก็ยังมีความเป็นห่วงฉัน”

    บื้อกลัวแอปเปิ้ลจะคิดว่าตนมีใจให้ รีบพูด “แอปเปิ้ล ...ฉันไม่ได้...”

    “รู้น่าว่าไม่ได้ชอบฉัน...ฉันทำใจได้แล้ว...” พูดแล้วเห็นบื้อมองหน้าอย่างไม่แน่ใจก็ยืนยัน “จริงๆตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อวาน มันทำให้ฉันได้คิดอะไรหลายอย่าง สิ่งที่ฉันทำกับห่านมันไม่ถูกต้องเลยสักนิด ทั้งๆที่ห่านก็ไม่เคยทำอะไรให้ฉันเลย”

    “หมายความว่าเธอหายโกรธห่านแล้ว”

    “อื้อ...นี่ห่านมาหรือเปล่า ฉันอยากเจอห่าน อยากขอโทษ” บื้อบอกว่าไม่มาแต่รับปากจะบอกห่านให้ แล้วขอตัวไปทำงาน แอปเปิ้ลขอบใจ พอบื้อลุกไป แอปเปิ้ลก็ยิ้มร้ายพึมพำ “หลอกง่ายจัง!”

    ooooooo

    ระหว่างบื้อเดินกลับไปทำงานนั่นเอง เจอโย่งเลยเล่าเรื่องแอปเปิ้ลฝากไปขอโทษห่านให้ฟัง

    “แอปเปิ้ลฝากให้แกขอโทษห่าน...แสดงว่าสำนึกผิดแล้ว” โย่งดีใจ

    “ก็คงงั้น...เฮ้อ สบายใจเสียที” บื้อเองก็โล่งใจ

    ขณะนั้นเอง โย่งเห็นแหม่มเดินมาก็ดี๊ด๊าร้องเรียกเสียงหวาน แต่แหม่มทำเป็นไม่ได้ยิน โย่งหาเรื่องที่จะไปตอแยแหม่ม บอกบื้อว่า

    “ฉันจะไปบอกแหม่มเรื่องแอปเปิ้ลก่อนนะ” พอบื้อพยักหน้าโย่งก็วิ่งไปทันที ปากก็ร้องเรียก “แหม่ม...แหม่ม...” แหม่มทำเป็นไม่ได้ยิน โย่งวิ่งทันก็คว้าแขนไว้ ถูกแหม่มสะบัดสั่งให้ปล่อย โย่งตกใจหน้าเสียรีบแก้ตัว “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะจับแขนเธอ ฉันเรียกเธอตั้งนานแต่เธอไม่ได้ยิน”

    “มีไร” แหม่มถอยออกรักษาระยะห่างอย่างไว้ตัว

    “วันนี้แอปเปิ้ลมาที่ห้าง แล้วก็ฝากบื้อให้ขอโทษห่าน ฉันรีบมาบอกเธอ ให้เธอสบายใจว่าแอปเปิ้ลไม่ได้คิดจะเอาคืนห่านแล้ว”

    “เขาพูดแบบนั้นจริงเหรอ” แหม่มยังไม่เชื่อสนิทใจ

    “บื้อเล่าให้ฉันฟังเอง ก็คงจะจริงแหละ” พูดแล้วคว้ามือแหม่มหมับอีก “ฉันเองก็จะได้สบายใจเหมือนกันว่า ผู้หญิงของฉันจะปลอดภัย”

    คราวนี้แหม่มเขิน พอนึกได้ก็ดึงมือกลับ ทำเสียง แข็งใส่ทั้งที่ใจหวามๆว่า “ฉันไม่ได้เป็นผู้หญิงของนาย” แล้วเดินผละไปเลย

    แต่พอพ้นหน้าโย่ง ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้...

    โย่งเห็นท่าทีแหม่มอ่อนลง คืนนี้ขณะแหม่มเดินกลับบ้าน โย่งอยากกลับด้วยกันแต่ไม่กล้า จึงเดินตามห่างๆ แหม่มรู้ตัวว่ามีคนตาม จึงหยิบสเปรย์พริกไทยออกมาเตรียมพร้อม พอโย่งเข้าใกล้ก็ฉีดใส่หน้าเต็มๆจนโย่งร้องจ๊าก

    พอแหม่มรู้ว่าเป็นเบิ้มก็ตกใจ เอาผ้าเย็นออกมาแปะให้ที่หน้าจนโย่งรู้สึกดีขึ้น จึงพากันเดินต่อ

    “คราวหน้าคราวหลัง ถ้าจะกลับบ้านพร้อมกัน ก็เดินตามมาเลย ไม่ต้องทำลับๆล่อๆสะกดรอยตามเหมือนพวกบ้ากาม”

    “ฉันกลัวเธอปฏิเสธไม่ให้ฉันกลับด้วย ก็เลยแอบตามมาห่างๆอย่างห่วงๆ” พูดน่าสงสารแล้วยิ้มฟันขาว

    หันไปทางอื่นซ่อนความเขิน

    “เน่าได้ตลอดจริงๆเลยนะ” แหม่มพูดขำๆกับคำพูดซื่อๆท่าทางเปิ่นๆ แต่ดูจริงใจน่ารักของโย่ง

    “เน่ากับแหม่มคนเดียวแหละ เพราะโย่งเป็นของแหม่มแล้ว” โย่งบิดไปมาเขินๆ

    “ไอ้บ้า! พูดแบบนี้ใครได้ยินเข้าฉันเสียหาย” พอดีเดินมาถึงหน้าบ้าน แหม่มหยุด “เข้าบ้านของนายไปเลยไป!”

    พูดแล้วแหม่มเดินเข้าบ้านตัวเอง โย่งยืนมองยิ้มฟันขาวอย่างมีความสุข...เสียดายเวลาดีๆที่สั้นไปหน่อย...

    แหม่มเองที่เคยปฏิเสธโย่งอย่างไม่เห็นอยู่ในสายตา แต่ความซื่อท่าทางเปิ่นแต่จริงใจของโย่ง ก็ดูน่ารักจนแหม่มเริ่มมีความรู้สึกดีๆกับโย่ง พอเดินเข้าบ้านก็ด่าเขินๆ

    “คนบ้า...” ปากด่าแต่ตายิ้ม...

    จนเช้า ขณะแหม่มในชุดพนักงานกำลังใส่รองเท้าจะออกไปทำงาน เธอบอกห่านที่ยืนอยู่ด้วยว่าแอปเปิ้ลถูกคุณชายไล่ออก ห่านตกใจถามว่าทำไมคุณชายต้องไล่แอปเปิ้ลออกด้วย

    “เพราะแกไง” ห่านตกใจ แหม่มแจกแจงให้ฟังว่า “ยัยนั่นอิจฉาที่แกเป็นแฟนกับคุณชาย ก็เลยเอาแกไปเม้าท์เสียๆหายๆ ว่าแกใช้มารยาจับคุณชาย พยายามปลุกระดมพนักงานให้ต่อต้านแก แต่ไม่มีใครเล่นด้วย นางก็เลยไปนั่งประท้วงที่หน้าห้างคนเดียว บอกให้คุณชายไล่แกออก คุณชายก็เลยจัดหนัก ไล่มันออกซะเลย”

    แหม่มเล่าอย่างสะใจ แต่ห่านฟังแล้วถอนใจ นึกสงสารแอปเปิ้ลขึ้นมา

    ooooooo

    ฝ่ายปีโป้กับจีจี้ที่ไม่เล่นด้วยกับแอปเปิ้ล พอเพื่อน ถูกไล่ออกก็สงสาร จีจี้ถามปีโป้ว่าได้คุยกับแอปเปิ้ลบ้างหรือเปล่า

    “ตั้งแต่เกิดเรื่อง ฉันยังไม่กล้าโทร.หา”

    “จะว่าไปเพื่อนแอ๊บก็ทำตัวเองนะ ไปมีเรื่องกับใครไม่มี ดั๊น...ไปมีเรื่องกับคุณชายเจ้าของห้าง...ใช้อะไรคิดเนี่ย!”

    “ใช้สมองไงล่ะ” เสียงแอปเปิ้ลแทรกเข้ามา ทำเอาปีโป้กับจีจี้สะดุ้งเฮือก

    ทั้งสามรีบหลบไปคุยกันที่มุมลับตา ปีโป้พูดแก้เกี้ยวว่าตนสองคนกำลังเป็นห่วงเธออยู่ไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้าง กำลังคิดจะโทร.ถามอยู่เชียว

    “ห่วงฉันมากเหรอ?” แอปเปิ้ลมองจิกอย่างรู้ทัน “แล้วเมื่อกี๊หมาตัวไหนกำลังเม้าท์ฉัน!”

    “เออ...ฉัน...ฉันไม่ได้เม้าท์ ก็แค่ออกความเห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้น ยังไงฉันก็สนับสนุนเธออยู่แล้ว” จีจี้หน้าเสีย

    “สตรอเบอแหล!! แกก็ด้วยนังปีโป้ แหลพอกัน” ลูกไล่ทั้งสองหน้าเสีย แอปเปิ้ลพูดอย่างพูดอย่างถือตัวเป็นลูกพี่ตามเคยว่า “ถ้าพวกแกสองคนสนับสนุนฉันจริง พวกแกคงไม่ปล่อยให้ฉันไปนั่งประท้วงคนเดียวหรอก”

    “พวกฉันสองคนขอโทษ เพื่อนแอ๊บอย่าโกรธเลย นะ” ปีโป้ยังยอมสยบ จีจี้รีบพยักหน้าเห็นด้วย

    “จะไม่ให้ฉันโกรธก็ได้...แต่...แกสองคนต้องช่วยฉัน” แอปเปิ้ลวางสายของตนเพื่อทำงานตามที่รับจ้างดาหลามา

    ปีโป้กับจี้จี้พยักหน้าหงึกหงักทั้งที่ยังงง แอปเปิ้ลยิ้มร้ายกับงานใหม่ที่เริ่มขึ้นแล้ว

    ด้านหนึ่ง ดาหลาจ้างแอปเปิ้ลให้สร้างความแตกแยกระหว่างห่านกับคุณชาย แต่อีกด้าน ตัวเองก็ดำเนินแผนการของตน โดยมีดารัณแม่จอมแสบคอยกำกับและบงการ

    ooooooo

    ความรักของโจ๊ก ยังงอกงามในหัวใจอยู่เงียบๆ แม้จะเคยบอกรักหนูจ๋าไปตามคำแนะนำของบื้อและคุณหนูจ๋าก็ปฏิเสธนิ่มนวลไปแล้ว แต่โจ๊กก็ยังมีความสุขที่ได้รักและคุณหนูจ๋าก็ยังถือเป็นเพื่อนกันอยู่

    เย็นนี้ คุณหนูจ๋าสะพายกระเป๋าผ้าเข้ามาที่บ้านบื้อ โจ๊กมาเจอถามว่ามาหาบื้อหรือ

    “มาหาโจ๊กต่างหาก”

    โจ๊กหัวใจพ่องโต พาคุณหนูจ๋าเข้าไปนั่งที่โต๊ะอาหาร คุณหนูจ๋าจึงบอกธุระที่มาหาว่า

    “ฉันต้องแคสละครเวทีของมหา’ลัยแต่ฉันไม่มีคู่ซ้อม ก็เลยอยากให้โจ๊กช่วยต่อบท”

    “ได้สิครับ” โจ๊กกระตือรือร้นเต็มที่ คุณหนูจ๋าจึงเล่าบทละครให้ฟังคร่าวๆ ว่า

    “ในเรื่อง ฉันต้องเล่นเป็นคนที่แอบชอบพระเอก แต่พระเอกมาชอบเพื่อนฉันซึ่งเป็นนางเอกของเรื่องโจ๊ก อ่านบทพระเอกนะ”

    โจ๊กรับบทละครไปทำตามที่คุณหนูจ๋าบอก คุณหนูจ๋าจึงเริ่มซ้อม...

    “พี่นุว่างคุยกับครีมไหมคะครีมมีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกพี่”

    “ว่ามาได้เลยจ้ะ”

    “ครีมรักพี่ค่ะ...” โจ๊กที่เล่นเป็นนุใจเตลิดไปราวกับ ตัวเองเป็นพระเอกจริงๆ “ครีมรักพี่มานานแล้ว รักตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกัน แต่ครีมไม่กล้าบอก เพราะกลัวพี่นุจะโกรธ” คุณหนูจ๋าจับมือโจ๊กตามบท “ทำไมพี่นุไม่พูดอะไรบ้างคะ”

    โจ๊กถูกจับมือทั้งยังอยู่ใกล้กันอย่างไม่เคยใกล้มาก่อน อารมณ์เตลิดจนลืมตัว โน้มหน้าไปหอมแก้มคุณหนูจ๋าแล้วรีบผละออก คุณหนูจ๋ามองโจ๊กตะลึง

    “เออ...คุณหนูจ๋า...ผม...”

    โจ๊กอึกอักเมื่อได้สติ แต่ไม่ทันพูดอะไร ก็ถูกคุณหนูจ๋าตบหน้าอย่างแรง คว้าบทละครจากโจ๊กลุกออกไปน้ำตาคลอเบ้า สวนกับลุงจ๊อดที่เดินเข้ามาพอดี

    “อ้าว...คุณหนูจ๋า...” ลุงจ๊อดทัก แต่ไม่ทันพูดอะไร คุณหนูจ๋าก็เดินเร็วๆ ออกไปแล้ว

    ooooooo

    คุณหนูจ๋าเดินอ้าวออกไปอย่างตกใจไม่หายตะลึง จนถึงกลางซอย สติค่อยสงบ จึงชะลอฝีเท้า เอามือลูบแก้มที่ถูกโจ๊กขโมยหอมยังอึ้งๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น

    “คุณหนูจ๋าครับ” โจ๊กตามมาเรียก เมื่อคุณหนูจ๋าหยุดเดิน โจ๊กไปยืนข้างๆ พูดอย่างรู้สึกผิดมาก “ผมขอโทษ สิ่งที่ผมทำลงไป มันมาจากความรู้สึก ไม่ได้คิดไม่ดีกับคุณหนูจ๋านะครับ...ต่อไปนี้ ผมจะไม่มาให้คุณหนูจ๋าเห็นอีก...”

    พูดแล้วโจ๊กหันหลังเดินจากไปเศร้าๆ คุณหนูจ๋าหันมองก่อนหันหลังเดินไปอีกทาง...

    โจ๊กกับคุณหนูจ๋า ต่างหันหลังเดินไปข้างหน้า...แต่ยิ่งก้าวเดิน ก็ยิ่งห่างกันออกไปทุกที...

    โจ๊กเก็บความรักที่ซื่อและบริสุทธิ์ของตนไว้ในหัวใจ...เดินจากคุณหนูจ๋าไปอย่างแสนเศร้า...

    ooooooo

    ห่านหาปลาเค็มไปทั่วครัวทุกซอกทุกมุมก็ไม่เจอ ปาดเหงื่อบ่นอุบอิบ บื้อนั่งยืดขาสบายๆ แต่ปากเสียบอกห่านให้ดมๆเอา เลยโดนด่าเป็นชุดหาว่าบ่นรบกวนสมาธิ

    “อ่ะๆๆ เชิญๆ” บื้อพูดขำๆส่ายหน้าแบบเอาไงก็เอาเถอะแม่คุณ

    แต่แล้ว บื้อเป็นฝ่ายเสียสมาธิเอง เมื่อยางรัดผมห่านหลุด ผมสลวยสยายลงมาดูงดงามราวกับนางแบบโฆษณายาสระผม บื้อมองอึ้ง ตกอยู่ในภวังค์ลุกเดินไปหาห่านไม่รู้ตัว มือหนึ่งประคองหน้าห่านขึ้นมา อีกมือใช้นิ้วโป้งปาดเหงื่อที่ขมับอย่างแผ่วเบา โน้มหน้าเข้าหาเหมือนจะจูบกัน

    ทันใดนั้น ห่านสะดุ้งผลักบื้อกระเด็นถามดุดัน “เฮ้ย! จะทำอะไรน่ะ!!”

    บื้อสะดุ้งหลุดจากภวังค์ แก้ตัวพัลวันแต่ติดอ่างอึกอัก พอดีเห็นหนังยางที่พื้น เลยก้มเก็บทำเฉไฉแก้เกี้ยวว่า

    “ฉัน...ฉันก็...เห็นเธอร้อน...ยางมัดผมเธอหลุด...” แล้วทำเป็นกระชากห่านเข้าไปจะมัดผมให้ แต่ทำแรงแถมเก้ๆกังๆรวบผมหยาบๆบ่นว่าผมหรือหญ้าฟาง ทำไมมันเยอะอย่างนี้ ผู้หญิงผมเยอะแยะ ยาวด้วย น่าเบื่อ ปากทำเป็นบ่นแต่แอบดมผมห่าน พอถูกจับได้ก็แกล้งกระชากหางจุก บ่นต่อ “ดู๊...ยาวก็ยาว เหม็นก็เหม็น สระมั่งรึเปล่าเนี่ย”

    ทั้งสองต่างทำเป็นทะเลาะกันกลบเกลื่อนความหวั่นไหวของตัวเอง แต่เพราะในใจมีอะไรต่อกัน จึงอด ไม่ได้ที่จะแขวะถึงอีกคนที่ต่างแอบหึง

    หยอกกันแรงๆเขินๆจนมืด แต่ยังหาปลาเค็มไม่เจอ บื้อเลยโทร.ถามน้าตุ้มน้าเต๊ะ น้าทั้งสองกำลังคิดถึงพอดี น้าตุ้มดีใจ ถามโพล่งมาทันที

    “ฮาโหล...ได้กันรึยัง ไอ้บื้อ?” บื้อสะดุ้งเฮือกถามว่าอะไรนะ น้าตุ้มเลยเฉไฉว่า “เจอรึยังปลาเค็มน่ะ”

    “ก็เนี่ย!!จะโทร.มาถามเนี่ย น้าเก็บไว้ไหนล่ะครับ ห่านหาตั้งนานยังไม่เจอเลย”

    “เอ่อ...” น้าตุ้มหันมองน้าเต๊ะที่โบกมือวุ่นวายทำนองว่าไม่ต้องหาแล้ว เลยบอกบื้อ “อ๋อๆๆ อ้าว...อะไรนะ ไอ้เต๊ะเจอแล้วเหรอ” น้าตุ้มโมเมพูดเองเออเองบอกบื้อว่า “อ๋อ...คนขับรถสองแถวที่น้าจ้างมา เขาเพิ่งเอามาส่งคืนเมื่อกี๊เอง” พูดแล้วตัดบทบอกบื้อว่าให้สองคนพักที่นั่นสักคืนเพราะดึกแล้ว ขับรถกลางคืนอันตราย ทำเป็นเผลอบอกว่า “เอ็งกับหนูห่านค้างเสียที่บ้านน้านั่นแหละนะ จะได้ได้กันเสียที”

    “อะไรนะครับ!” บื้อตกใจอีกครั้ง

    “ปล่าวววว น้าก็ว่า...จะได้พักผ่อนนอนหลับเอาแรง ตื่นเช้ามาค่อยขับรถกลับบ้านกัน บื้อว่าดีไหม”

    บื้ออึกอักอ้ำอึ้ง เหลือบมองห่านที่ยืนเท้าเอวมองอยู่ ส่วนน้าตุ้มก็เร่งรัดเอาคำตอบยิกๆ

    ooooooo

    คุณชายอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

    ถูกรื่นฤดีบังคับให้แต่งงานกับดาหลา เพราะฝ่ายนั้นอ้างว่าเสียหายแล้วคุณชายต้องรับผิดชอบ ในขณะที่คุณชายยังรักห่านอยู่เต็มหัวใจ

    คนที่ต้องรับฟังความทุกข์ใจของคุณชายคือน้องนุชตามเคย ซักถามคุณชายว่าคืนนั้นที่มีอะไรกับดาหลาจำอะไรได้บ้างไหม คุณชายนิ่งทบทวนความจำ บอกได้แค่ว่า

    “ตื่นมา...ฉันก็เห็นเขานั่งร้องไห้อยู่ที่ปลายเตียงแล้ว” น้องนุชถามว่าคืนนั้นของเขาเป็นครั้งแรกใช่ไหม ทำเอาคุณชายเขิน “ไอ้บ้า!! ครั้งแรกสิวะ ครั้งแรกแล้วก็ครั้งเดียวด้วย...ถามทำไม”

    “ครั้งแรก...แล้วก็ครั้งเดียว” น้องนุชพึมพำ ใจนึกถึงคืนที่เห็นดาหลาไปซื้อยาคุมนึกอยากจะบอกคุณชาย แต่สุดท้ายก็ไม่พูด บอกคุณชายว่าไม่มีอะไร แค่ถามดูเท่านั้น

    “ไอ้บ้านี่ ทะลึ่ง!! คนกำลังกลุ้มๆอยู่ด้วย” คุณชายด่าแล้วนั่งกลุ้มต่อ

    น้องนุชนิ่งคิดทบทวนถึงดาหลาอยู่เงียบๆ...

    ในขณะที่คุณชายกำลังกลุ้มหนักนั้น ดาหลาที่ใส่แว่นดำใส่หมวกอำพรางใบหน้าตัวเอง กำลังอยู่ในบ่อนกับโชค

    เธอโวยวายโชคที่เล่นเสียว่า “บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าแทงหมด อย่าหมด ก็ไม่ฟัง!!” กลับถูกโชคด่าว่าตนซวยเพราะเธอที่พูดมากหนวกหูรำคาญ ไล่จะไปไหนก็ไป ดาหลาที่ถือว่าตัวเองเป็นคนหาเงินย่อมมีอำนาจเหนือกว่า แว้ดใส่โชคว่า “นี่!! มีเงินเล่นนี่เพราะฉันนะ ยังจะกล้ามาขึ้นเสียงอีกเรอะ?” เธอเสียงดังจนทุกคนหันมองขำๆ ทำให้โชคเสียหน้า เลยแสดงอำนาจตบดาหลาจนหัวทิ่ม ตวาดด่าแก้หน้าตัวเองว่า...

    “นี่ไง ทำไมจะไม่กล้าละนังนี่!!” ไม่เพียงเท่านั้น ยังบีบแก้มดาหลายกเงยหน้าขึ้น ตะคอกใส่ “จะบอกอะไรให้นะแทนที่จะมาหาเรื่องเจ็บตัวแบบนี้ ฉันว่าเธอรีบไป

    ไถเงินไอ้คุณชายไฮโซหน้าโง่นั่นมาให้ฉันถอนทุนคืนดีกว่าไป๊!”

    โชคผลักดาหลาจนเซถลา เธอมองเขาทั้งโกรธ ทั้งกลัว

    ooooooo

    ห่านตกใจเมื่อรู้ว่าน้าตุ้มให้สองคนนอนค้างที่บ้านก่อนพรุ่งนี้ค่อยกลับ เธอโวยวายจนบื้อเสียงดังใส่อย่างรำคาญว่า

    “ตกใจเว่อร์ไปรึเปล่าเธอน่ะ ทำยังกะฉันอยากจะนอนนักนี่”

    ห่านพาลว่าที่หายหัวไปกับคุณน้องนุชทั้งคืนนั้นอยากมากใช่ไหม บื้อชะงัก พอนึกได้ว่าคืนนั้นเขากับน้องนุชปรับทุกข์กันอยู่ริมน้ำจนดึกแล้วน้องนุชจึง
    ขับรถพาไปส่งบ้าน เอะใจถามห่านว่ารู้ได้ยังไงว่าตนไปกับ น้องนุชทั้งคืน ห่านจะบอกว่าแอบเห็นก็กลัวเสียฟอร์ม เลยปดว่า ลุงจ๊อดเป็นคนบอก

    บื้อถามว่าทำไมลุงจ๊อดต้องบอกเธอด้วย คราวนี้ห่านแก้ตัวไม่ทันเลยแกล้งทำเป็นง่วงบ่นเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวไปหมดทั้งเหนื่อยทั้งเพลีย สารพัดอาการประดังประเดเข้ามา

    “พอเลย!!” บื้อรู้ทัน ห่านเดินเลี่ยงไปบอกว่าไปนอนดีกว่า ถูกบื้อกระชากเซมาจนตัวเกือบติดกันสั่ง “กลับ!! กลับบ้าน ฉันจะไม่ค้างที่นี่!!”

    ห่านจึงจำต้องออกมาขึ้นรถตุ๊กๆของลุงจ๊อดหน้าบอกบุญไม่รับ บื้อแกล้งขับกระตุกๆพุ่งปรู๊ดไปข้างหน้าแล้วเบรกเอี๊ยดกะทันหัน จนห่านคะมำคุกเข่าลงไปกองที่พื้น พอลุกขึ้นได้ก็ตะโกนใส่หูบื้อ

    “ไอ้บ้า!! ไอ้บ้าบื้อ!!! นึกจะเบรกก็เบรก!! ฉันคอหักตายไปจะทำยังไง”

    บื้อเอานิ้วอุดหู แล้วคว้าคอห่านลากเข้าไปตะโกนใส่หูเอาคืน...

    “ก็ฝังเลยไง้! ฝังในป่าข้างทางนี่แหละ” ตะโกนแล้วผลักหัวห่านออกไปอย่างแรงบ่น “จะแหกปากไปไหนก็อยู่กันแค่เนี้ย!”

    บื้อถามห่านว่าเมื่อกี้ตะโกนเรียกทำไม ปวดฉี่หรือ แล้วจอดรถไล่ให้ไปฉี่เสีย ห่านไม่ไปแต่พาลหาเรื่องว่า

    “ฉันไม่ได้ปวดฉี่เว้ย แต่จะฉี่ราดก็เพราะนายนี่แหละ ซิ่งซะเร็วเว่อร์ จะรีบไปไหน ไปหาคุณหนูไฮโซน้องนุชรึไง”

    บื้อตัดบทว่าตกลงไม่ฉี่ใช่ไหม จะได้รีบไป ห่านได้ทีว่าต่อทันที

    “นั่นไง!! รีบไปหาน้องนุชแน่ๆถึงได้รีบซิ่งนรกเสียขนาดนี้...น้าตุ้มบอกให้ค้างยังไม่ยอมค้างเลย”

    บื้อฟังแล้วนึกเถียงในใจว่าที่ไม่ยอมค้างเพราะตัวเธอนั่นแหละ ขืนอยู่กันสองคนในบ้านเมืองชล ตนทนไม่ไหวขึ้นมาจะทำยังไง ห่านเห็นบื้อนิ่งไม่ตอบก็จ้องจิกจะให้พูด บื้อมองห่านแล้วคิดในใจว่า...

    “ดูสิ...น่ารักเสียขนาดนี้...อดใจไม่ไหวแน่...แต่เธอไม่ได้รักฉัน...เธอรักคุณชาย...”

    “คิดอะไรอยู่!” ห่านชี้หน้าจนบื้อสะดุ้ง “อย่านะ!!อย่าคิดจะปล้ำฉันนะเว้ยเฮ้ย”

    บื้อสะดุ้งพูดอย่างไม่ให้ราคาเลยว่า แถมกีตาร์โหลนึงยังไม่เอาเลย แล้วเร่งให้ขึ้นรถนั่งดีๆ จะได้รีบไป แต่พอขึ้นนั่ง ปรากฏว่าสตาร์ตไม่ติด! ทั้งสองมองหน้ากันด้วยสายตา
    แบบ... “อิ๊บอ๋ายแอ๊ว...”

    ooooooo

    เมื่อรถสตาร์ตไม่ติดก็ต้องช่วยกันเข็น ห่านมือหนึ่งเข็นอีกมือบังคับพวงมาลัยให้รถเข้าข้างทาง ห่านเข็นจนสุดแรงแล้วยังถูกบื้อตะโกนให้ออกแรงหน่อย

    “นี่!” ห่านปล่อยมือหันมาเท้าสะเอวเสียงเขียวตาขวาง ถามว่าเห็นตนเป็นนักมวยปล้ำรึไง สุดแรงก็ได้แค่นี้แหละ

    “ไม่น่ามาด้วยเล้ย” บื้อบ่น ห่านน้อยใจน้ำตาคลอประกาศว่าต่อไปนี้จะไม่ไปไหนมาไหนกับเขาอีกแล้ว พอเห็นน้ำตาห่านบื้อก็พูดเสียงอ่อน “ขอโทษ...เธอก็รู้ว่าฉันมันปาก
    ไม่ดี”

    พอเริ่มเข็นใหม่ บื้อเข็นสุดแรงห่านหักพวงมาลัยเข้าข้างทาง ปรากฏว่ารถไหลพรืดลงไปเลย ห่านเสียหลักร้องเสียงหลง บื้อตกใจกระโจนเข้ากอดห่านไว้แน่นกลิ้งลงไป
    ด้วยกัน พอหยุดได้ก็ค่อยๆเงยหน้ามองกัน หน้าใกล้กันมาก ต่างมองกันอึ้ง พอได้สติ บื้อถามอย่างเป็นห่วง

    “เจ็บไหม...” ห่านส่ายหน้าทั้งที่ตัวยังสั่น น้ำตายังคลอ บื้อโอบหัวห่านเข้าซบไหล่ตนกอดแน่นปลอบ “ไม่เป็นไรแล้ว...ไม่ต้องกลัวนะ”

    ห่านสิ้นพยศ กอดบื้อแน่นซบอกเขาสะอื้นเบาๆ...

    ดึกแล้ว แหม่มเห็นห่านยังไม่กลับ ใจคอไม่ดีบุกไปปลุกโย่งถึงห้องนอน บอกว่าป่านนี้แล้วแหม่มกับบื้อยังไม่กลับเลย โย่งทำตาล่อกแล่กบอกว่าไม่ต้องห่วงเพราะไปกับบื้อ
    ทั้งคน

    “ก็ไปกันสองคนนี่สิ ถึงได้ห่วง...” แหม่มมองไปทางอื่นนึกในใจ “ฉันห่วงว่าแกจะยิ่งสับสนน่ะสิไอ้ห่าน ว่าตกลงแล้ว แกรักใครกันแน่...ระหว่างคุณชายหรือว่านายบื้อ???”

    ที่ป่าข้างถนน บื้อลุกขึ้นบอกห่านให้ไปนั่งรอในรถก่อนดีกว่า แต่พอห่านลุกจะเดินก็เจ็บข้อเท้าแปร๊บทรุดลงไป

    “สงสัยจะซ้น” บื้อเดา แล้วอุ้มห่านไปวางที่รถเลย ห่านตกใจ ไม่ทันโวยก็ถูกอุ้มไปวางที่เบาะรถตุ๊กๆแล้ว “นอนพักตรงนี้ดีกว่า” บื้อตัดสินใจไม่ไปต่อ ห่านมองบื้อ
    อย่างซึ้งใจ บื้อหยิบโทรศัพท์ออกมาดูปรากฏว่าแบตหมด!

    “เอาของฉัน” ห่านบอกพลางควานหาของตัวเอง ปรากฏว่าไม่เจอ บื้อสงสัยจะหล่นตอนกลิ้งลงไปจาก ไหล่ถนนบอกห่านว่าเดี๋ยวตนไปดูให้ แล้วเดินลุยลงไป ห่านมองไปรอบๆตะโกน “อย่าไปไกลนะ มันมืดอันตราย!” แล้วตัวเองก็เหลียวมองรอบตัวหวาดๆ

    ooooooo

    ครู่หนึ่ง มีรถกระบะขับผ่านมา มีเสียงขี้เมาเฮฮากันในรถ พอพวกนั้นเห็นห่านนั่งอยู่ในรถตุ๊กๆคนเดียวก็ตะโกนกันอย่างคึกคะนอง

    “เฮ้ย...นางฟ้ามาโปรดแล้วพวกเรา” แล้วพวกมันก็ถอยรถกลับมาที่รถตุ๊กๆ

    “ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย รถเสีย” ห่านตะโกนด้วยความดีใจ

    ขี้เมาในรถ 3 คนพากันลงจากรถเดินเซๆเข้ามามองห่านหน้าหื่น ห่านตกใจนั่งตัวแข็ง โชคดีที่บื้อกลับมาพอดีบื้อพุ่งเข้าไปทันที ขณะพวกมันช่วยกันลากห่านลงจากรถ บื้อพุ่งเข้ากระชากคนหนึ่งต่อยเปรี้ยง แต่ถูกพวกมันหันมารุมเล่นงาน บื้อถูกจับล็อกคอ อีกคนชักมีดออกมาแทง

    “บื้อ!!!!” ห่านร้องสุดเสียงเมื่อเห็นบื้อถูกแทงจนมิดด้ามร่วงลงทันที

    โชคดี เสียงไซเรนรถตำรวจแว่วมา พวกมันเลยพากันวิ่งขึ้นรถขับหนีไป

    ห่านวิ่งกะเผลกๆ ไปประคองบื้อขึ้นมา บื้อที่ยังพอมีสติ ลืมตามองห่านอย่างเป็นห่วงแล้วคอพับหมดสติในอ้อมแขนห่านนั่นเอง...

    ooooooo

    วันรุ่งขึ้น แหม่มไปทำงานใจคอไม่ดี ขณะถืออาหารเดินมา โดนโย่งเดินชนจนอาหารหก โย่งขอโทษและยกอาหารของตนให้แทน

    “ไม่ล่ะ กินไม่ลง เป็นห่วงไอ้ห่าน ป่านนี้มันยังไม่กลับบ้านเลย”

    แอปเปิ้ลที่มาวนเวียนดูการเคลื่อนไหวของพวกห่าน ได้ยินพอดี ชะงักกึกตาพองอุทานเบาๆ...

    “หายไปด้วยกันทั้งคืน?? บื้อกับอีนังคอห่านหายไปด้วยกันทั้งคืน!!”

    แอปเปิ้ลแจ้นไปบอกดาหลาทันที ดาหลาตาลุกคำราม

    “อีนังนี่มันแสบจริงๆ เห็นทำหน้าซื่อเนิร์ดๆ ที่ไหน ได้ ร้ายกาจสุดๆ!!”

    แอปเปิ้ลผสมโรงทันทีว่าคนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ ดาหลา กินปูนร้อนท้องตะคอกถาม “เธอว่าใครแอปเปิ้ล!”

    “ก็นังห่านสิคะ นังนี่มันอสรพิษจริงๆ มีอะไรอีกไหมในโลกนี้ที่มันไม่กล้าทำ”

    “ถ้ามันกล้า...ฉันก็กล้ายิ่งกว่า!!” ดาหลาตาลุกอย่างมีแผน

    เย็นนี้เอง ทั้งดาหลาและดารัณก็ไปที่บ้านคุณชาย ฟ้องฉอดๆต่อหน้ารื่นฤดี คุณชายและชนะศึก คุณชายถึงกับทรุดนั่ง ในขณะที่รื่นฤดีพูดอย่างสะใจว่า

    “มั้ยล่ะ! ฉันพูดไว้ไม่มีผิดเลยใช่ไหม นังเด็กคนนี้มัน 18 มงกุฎ!! มันร้าย!! มันไม่ธรรมดา แล้วมีใครเชื่อกันบ้างไหมล่ะ ทั้งพ่อ ทั้งลูก”

    คุณชายและชนะศึกโดนจิกถึงกับพูดไม่ออก ดารัณทำเป็นคนดีขอร้องรื่นฤดีอย่าซ้ำเติมคุณชายเลย แต่กระหน่ำห่าน สอพลอรื่นฤดีว่า

    “เราต้องยอมรับนะคะว่านังเด็กนั่นมันเล่นละครได้เนียนจริงๆ จะมีก็แต่คุณหญิงกับคุณหนูดาหลาที่สายตาเฉียบขาดมองทะลุ”

    “แล้วอย่างนี้ ชายยังจะหน้ามืดเอามันมาเป็นลูกสะใภ้บ้านเราอีกเหรอ?? แม่พูดเลยนะว่าแม่ไม่เอาเด็ดขาด!! นอกจากนี้ แม่ยังจะต้องขอสั่งให้ชายกับคุณหนูดาหลาหมั้นกันให้เร็วที่สุด!! เพราะหนูดาหลาคนเดียวเท่านั้นที่เหมาะสมกับตำแหน่งสะใภ้ บีเคเค ของเรา”

    สีหน้าท่าทางที่รื่นฤดีพูดนั้นราวกับประกาศิตของเจ้าแม่ ดาหลากับดารัณกอดกันดี๊ด๊า ส่วนคุณชายช็อก หมดแรง!

    ooooooo

    ที่โรงพยาบาลในต่างจังหวัด บื้อถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินทันที ห่านเฝ้าภาวนาขอบื้ออย่าเป็นอะไรเลย

    จนเมื่อหมอออกจากห้องฉุกเฉินห่านรีบเข้าไปถามอาการ แล้วก็หน้าซีดเมื่อหมอบอกว่า

    “เราช่วยคนไข้ได้ระดับหนึ่งเท่านั้นนะหนู...เพราะเครื่องมือและอุปกรณ์ของเราไม่พร้อม เลือดสำรองก็ไม่พอ...เราจะรีบส่งตัวคนไข้เข้ากรุงเทพฯ”

    ระหว่างนำบื้อเข้ากรุงเทพฯ ห่านนั่งอยู่ในรถพยาบาลด้วย เธอกุมมือบื้อไว้อย่างเป็นห่วง ปาดน้ำตาเป็นระยะพร่ำบอก...

    “บื้อ...อย่าทิ้งฉันไปนะบื้อ...เธอเคยบอกจะไม่ทิ้งฉัน เธอต้องอยู่กับฉันนะบื้อ...”

    ooooooo

    ในบ่อนที่โชคเป็นขาประจำ วันนี้โชคเล่นเสียอีก สบถอย่างหัวเสีย

    “โธ่เว้ย!! หมดตัวแล้วเว้ย!!!”

    พลันก็มีเงินปึกหนึ่งประมาณ 2 หมื่นบาท โยนลงตรงหน้าโชค เขาชะงักหันมอง เห็นเป็นดารัณทรุดนั่งลงข้างๆ

    “ฉันจะให้แกอีกเท่านึง ถ้าแกรับปากว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับลูกสาวฉัน”

    โชคค่อยๆเหยียดยิ้ม นัยน์ตาร้าย ไม่นานดารัณก็ออกมาพบดาหลาในที่ลับตา ดาหลาถามอย่างตกใจมากว่า...

    “คุณแม่ทำอย่างนั้นทำไมคะ”

    “อย่ามาขึ้นเสียงกับฉันนะ!! ที่ฉันทำอย่างนี้ก็เพื่อแกไงล่ะ แกที่กำลังจะกลายเป็นคุณนายลูกสะใภ้ บีเคเคพลาซ่า ถ้าขืนแกยังคบกับไอ้แมงกะจั๊วนั่น มีหวังได้พังกันหมด
    คุณหญิงรื่นฤดีคงได้ฉีกอกแล้วก็เฉดหัวแกกับแม่ออกจากบ้านแน่ เพราะฉะนั้น ฉันต้องจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด”

    “แล้วคุณแม่คิดว่าเอาเงินฟาดหัวโชคแล้วทุกอย่างมันจะจบเหรอคะ” ดาหลาทำหน้าเบื่อ ดารัณถามว่าหมายความว่ายังไง ดาหลาจึงเอามือถือขึ้นมาเปิดคลิปให้ดู

    ในคลิปนั้น...หน้าโชคยิ้มสะใจเต็มจอ “สวัสดีครับคุณผู้ชม วันนี้ผมจะพาไปเกาะติดขอบเตียงคุณดาหลานางสาวไทยสยามกันนะครับ” แล้วภาพก็กลายเป็นดาหลานอน
    หลับสนิทอยู่ข้างๆโชคแบบนอนด้วยกันมาทั้งคืนแล้ว โชคพูดต่อว่า “อดใจไว้ดูคลิปต่อไปเร็วๆนี้ ขอบอกว่ามีอีกเยอะ จุใจแน่นอนครับ บ๊ายบาย...”

    ดารัณลมตีขึ้นหงายเงิบไปเลย ดาหลาตกใจร้องเรียก “คุณแม่...”

    ooooooo

    ส่วนคุณหนูจ๋า หลังจากเดินหันหลังให้โจ๊กวันนั้น แล้ว จึงรู้ใจตัวเอง ไม่นานก็ทนไม่ได้กลับมาคุยกับโจ๊กเหมือนเดิม

    วันนี้คุณหนูจ๋านั่งรถกะป๊อมารับโจ๊กไปเรียนเพราะรถเธอเสีย

    “ไม่น่าเชื่อนะครับ คุณหนูจ๋านั่งรถกะป๊อ” โจ๊กมองทึ่ง คุณหนูจ๋าถามว่ารถตนเสียทำไมจะนั่งไม่ได้ “ก็...คุณหนูจ๋าเป็นคุณหนู...”

    คุณหนูจ๋าหัวเราะกิ๊กกก ยื่นหน้าเข้าไปให้โจ๊กดู “คุณหนูก็นั่งได้...นี่ไง...ไม่เห็นเหรอ”

    “โจ๊กเห็นหน้าคุณหนูจ๋าอยู่ใกล้มากถึงกับอึ้ง ต่างจ้องหน้ากันนิ่ง คุณหนูจ๋าค่อยๆถอยออกไปเขินๆ

    ครู่หนึ่ง โจ๊กทำใจกล้าค่อยๆเลื่อนมือไปกุมมือคุณหนูจ๋าที่วางอยู่บนเบาะ คุณหนูจ๋าสะดุ้งหันมองหน้าโจ๊ก โจ๊กหน้าเสียกลัวคุณหนูจ๋าโกรธ รีบดึงมือกลับ แต่คุณหนูจ๋ากลับยิ้มและเป็นฝ่ายกุมมือโจ๊กไว้

    “เยส!!” โจ๊กร้องออกมาด้วยความดีใจสุดขีด คุณหนูจ๋ายิ้มขำๆ แล้วทั้งสองก็นั่งรถกะป๊อไปเรียนด้วยกัน ด้วยหัวใจเบิกบานเมื่อต่างก็รู้ใจกันและกัน...

    ooooooo

    ห่านเฝ้าบื้ออยู่ที่หน้าห้องผ่าตัด จนพยาบาลเข็นเตียงบื้อออกมา หมอบอกว่าเขาปลอดภัยแล้ว ห่านดีใจโผเข้ากอดบื้อจนหมอเตือนให้ระวังแผลคนไข้ด้วย ห่านจึงถอยออก
    มายิ้มเจื่อนๆ

    “ขอโทษค่ะ...” แล้วพูดกับบื้อ “นายเก่งที่สุดเลย นายไม่ทิ้งฉันไปจริงๆด้วย นายบื้อของฉัน!!”

    เมื่อพาบื้อเข้าไปในห้องพักคนไข้รวม ห่านยังนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง พร่ำบอกเขาจากความรู้สึกที่ฝังใจว่า

    “มันเหลือเชื่อเนอะ นายกับฉัน เราผ่านอะไรไม่รู้มากันเยอะเหลือเกิน...ฉันรู้นะว่าฉันมันแย่ งี่เง่า น่ารำคาญ หาเรื่องเดือดร้อนให้นายตลอด...แต่ทำไม...นายถึงไม่เคยโกรธ
    ฉันเลยล่ะบื้อ...ถามจริงๆเถอะ นายรักฉันบ้างรึเปล่า...เฮ้อ...ฉันนี่ติงต๊องจริงๆคิดไปได้...อยู่คนเดียวแป๊บนะ ไปฉี่ก่อน” ว่าแล้วลุกไปห้องน้ำ

    พอห่านลุกไป บื้อก็ลืมตามองตามห่านไปแววตาวิบวับทั้งที่หน้ายังซีดอิดโรยแทบไม่มีแรงแต่ยิ้มอย่างมีความสุข

    ooooooo

    รื่นฤดีทำอย่างที่พูดจริงๆ วันนี้ก็เอาแหวนเพชรเม็ดโตน้ำงามมาอวดว่าเป็นแหวนหมั้นที่ตั้งใจหามาให้ดาหลาโดยเฉพาะ สองแม่ลูกดีใจสุดชีวิต ดารัณส่งสัญญาณให้ดา
    หลาขอบคุณรื่นฤดี

    “ดาหลากราบขอบพระคุณคุณหญิงแม่ค่ะ” ดาหลาทรุดลงกราบที่ตักรื่นฤดี

    “ถ้าอยากจะขอบคุณแม่ ก็ขอให้ช่วยดูแลตาชายของแม่ให้ดีที่สุดก็พอ” รื่นฤดีกอดดาหลาลูบหลังอย่างแสนรัก

    “ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ ดาหลาจะดูแลคุณชายไม่ให้คลาดสายตาแม้แต่นิดเดียวค่ะคุณหญิงแม่”

    สามหญิงหัวเราะกันอย่างชื่นบาน ชนะศึกที่นั่งอยู่ด้วยติงรื่นฤดีว่าถามลูกบ้างหรือยัง รื่นฤดีทำไขสือถามคุณชายว่าแหวนเพชรเม็ดนี้ใหญ่พอไหม ชนะศึกติงอย่างเหนื่อยใจ
    ว่าไม่ใช่ คุณชายจึงพูดแทรกขึ้นว่า

    “คุณแม่ครับ ผมยังไม่พร้อม คือ...ผมยังไม่พร้อมที่จะใช้ชีวิตร่วมกับคุณดาหลา” รื่นฤดีถามหน้าตึงว่าแล้วเมื่อไหร่จะพร้อม “ผมยังไม่สามารถตัดคุณห่านออกไปจากใจผม
    ได้หมด คุณแม่ครับ ลึกๆ แล้วผมยังเชื่อว่าคุณห่านเป็นคนดี”

    รื่นฤดีชักสีหน้าถามว่าจนป่านนี้แล้วยังคิดว่าห่านเป็นคนดีหรือ มีอะไรมาพิสูจน์ ดาหลาได้ทีทำตาโตเสนอว่า

    “เอางี้สิคะ ดาหลามีวิธีง่ายๆ คุณหญิงแม่กับคุณชายจำสร้อยข้อมือเพชรที่คุณหญิงแม่เคยซื้อให้นังห่านนั่นได้ไหมคะ ให้มันเอามาให้ดูสิคะว่ายังอยู่รึเปล่า ถ้ายังอยู่ ก็แปล
    ว่ามันรักคุณชายมากกว่าแก้วแหวนเงินทอง แต่ถ้าสร้อยข้อมือเพชรนั่นไม่อยู่ ก็แสดงว่า...”

    “พอแล้ว ไม่ต้องพูดแล้ว!!” คุณชายขัดขึ้นอย่างสุดจะทนฟังได้ “เอาล่ะ ผมจะพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าคุณห่านไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนคิด!!” คุณชายพร้อมพิสูจน์

    ooooooo

    ห่านเฝ้าบื้ออยู่ที่โรงพยาบาล ได้ยินเสียงประกาศหมดเวลาเยี่ยม ห่านบอกบื้อที่นอนอยู่บนเตียงว่าตนจะไปนอนรอข้างนอกพูดอย่างมีความหวังว่า พรุ่งนี้ต้องรีบฟื้นนะจะ
    ได้คุยกัน ปล่อยให้ตนคุยคนเดียวไม่สนุกเลย

    แต่พอห่านจะเดินออกไป บื้อกลับคว้ามือไว้ ห่านดีใจสุดขีด หันมาต่างยิ้มให้กันเต็มหน้า

    วันต่อมา เมื่อบื้อได้กลับบ้าน ทุกคนดีใจมาก ลุงจ๊อดบอกว่าคนดีผีคุ้ม บื้อของเราเป็นคนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ บื้อพูดยิ้มๆ ว่า “ฉันเองก็นึกว่าไม่รอดเหมือนกัน แต่
    ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ยอมตายหรอก” พูดแล้วเห็นทุกคนมองขวับก็เขินเฉไฉไปว่าตายแล้วใครจะช่วยโย่งจ่ายค่าเช่าบ้านค่าน้ำค่าไฟล่ะ ถูกลุงจ๊อดขัดคออย่างรู้ทันว่า

    “แน่ะๆ ไม่ต้องเลยไอ้บื้อ เหตุผลที่ไม่ยอมตายน่ะ เพราะใคร? สารภาพมาซะดีๆ”

    เพื่อนๆ พากันโห่ฮิ้วชอบอกชอบใจ บื้อกับห่านมองหน้ากันเขินๆ

    ขณะบรรยากาศกำลังชื่นมื่นนั่นเอง คุณชายก็เข้ามาบอกว่า “ผมมาหาคุณห่านครับ” ทุกคนมองขวับ ดาหลาควงแขนคุณชายหมับ เชิดหน้าคอแข็งมองทุกคนอย่างเย้ย
    หยัน

    คุณชาย ดาหลา และห่าน ออกไปคุยกันที่มุมนอกบ้าน พอห่านรู้จากคุณชายว่าต้องการดูสร้อยข้อมือเพชรที่รื่นฤดีซื้อให้ เพื่อทุกคนจะได้เชื่อสักทีว่าเธอเป็นคนดีอย่างที่ตน
    เชื่อ ห่านตอบทันทีอย่างไม่แยแสว่า

    “ใครไม่เชื่อก็ช่างมันสิ ฉันไม่สน! ได้...ถ้าอยากดูนักก็ได้ ฉันจะไปเอามาให้ดู แล้วก็ไม่ได้เอามาให้ดูอย่างเดียว ช่วยเอาคืนไปเสียที มันเกะกะบ้านฉันมานานแล้ว”

    ห่านเดินอ้าวกลับไปที่บ้านทันที ดาหลามองตามอย่างสะใจว่าคราวนี้ห่านเสร็จตนแน่!

    ห่านไปรื้อค้นหากล่องสร้อยข้อมือเพชร หน้าเจื่อนลงทุกทีเพราะหาไม่เจอ ถามแหม่มว่าเห็นไหม แหม่มบอกว่าเห็นวางอยู่แถวนี้...

    “มันไม่อยู่แล้ว!! มันไปไหน มันหายไปไหนล่ะแหม่ม!!” ห่านเสียงสั่นจะร้องไห้ให้ได้...

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว
    23 ต.ค. 2564

    11:15 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 12:33 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์