นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ซินเดอเรลล่ารองเท้าแตะ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ดาหลารับแอปเปิ้ลไปนั่งคุยกันในร้านกาแฟ เลือกนั่งโต๊ะที่อยู่หน้าร้านติดถนน แอปเปิ้ลก็เอาแต่ร้องไห้ไม่หยุดเหมือนคนเสียจริตจนคนในร้านหันมองเป็นตา เดียว ดาหลาอายสายตาเหล่านั้น พูดเบาๆแต่ดุว่า

    “ฉันเรียกเธอมาคุย ไม่ได้ให้เธอมาร้องไห้ให้ฉันดู เงียบได้แล้ว”

    “ขอโทษ ค่ะคุณดาหลา...” แอปเปิ้ลพูดไปสะอื้นไป แต่ยังพูดต่อ “ฉัน...ฉันหยุดไม่ได้ มันโกรธ มันเจ็บ...มันเสียใจ” แอปเปิ้ลทุบอกอั้กๆ แผดร้องเสียงไห้โฮๆ จนดาหลาสุดทน ทุบโต๊ะปังตวาด

    “หยุด!!”

    แอปเปิ้ลสะดุ้งหยุดร้องไห้ คนในร้านสะดุ้งหัน มองดาหลานั่งคอแข็งถาม “พร้อมจะฟังเรื่องที่ฉันจะพูดรึยัง!”

    แอปเปิ้ลพยักหน้า กลั้นสะอื้นฮึกๆ จนตัวสะเทือน ถาม “คุณดาหลาจะให้ฉันทำอะไรนะคะ”

    “ฉัน จะให้เธอตีสนิทกับนังห่าน แล้วหาให้ได้ว่ามันเคยทำชั่วอะไรเอาไว้บ้าง ฉันจะใช้สิ่งนั้นมาเล่นงานมัน ทำให้มันเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสที่สุด!” แอปเปิ้ลถามว่าแล้วถ้าไม่มีล่ะ? “คนทุกคนมันก็ต้องมีดีมีชั่วกันทั้งนั้นแหละ” พูดแล้วควักแบงก์พันออกมาปึกหนึ่งบอกว่า “นี่ แค่มัดจำ ถ้าทำงานดี ถูกใจฉัน ฉันจะเพิ่มให้อีกห้าเท่า”

    แอปเปิ้ลตาโตแทบถลนออกมา คิดไปคิดมางานนี้จะได้เงินถึงห้าหมื่น แต่ยังโลภเสนอว่า

    “ระหว่าง ที่ฉันทำงานให้คุณ คุณก็ต้องให้เงินเดือนฉันด้วย เดือนละหมื่น นอกเหนือจากเงินก้อนนี้ โอเคไหมคะ” ดาหลาด่าว่าเขี้ยวแต่ก็ยอม “งั้นงานนี้ฉันทำถวายหัวเลยค่ะ” แอปเปิ้ลหายเศร้าเป็นปลิดทิ้ง

    ooooooo

    ห่านกับบื้อลองเสื้อเสร็จก็พากันกลับ บื้อถือถุงมาสองสามใบ ห่านเดินคุยกับบื้ออย่างสบายใจว่า

    “ตอน พี่สุบอกค่าเสื้อ ฉันแทบหงายเงิบ เสื้อสามชุดสามหมื่น เงินเดือนฉันตั้งเกือบครึ่งปีเลยนะเนี่ย” พูดแล้วเห็นบื้อเงียบห่านถาม “ทำไมไม่พูดอะไรบ้างล่ะ” บื้อย้อนถามว่าจะให้พูดอะไร ก็ดูเธอมีความสุขดี “ก็ต้องมีความสุขสิ ฉันรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหญิง มีเสื้อผ้าสวยๆ ใส่ มีคนซื้อของให้ ไม่ต้องกังวลว่าใช้เงินซื้ออันนี้ไปแล้ว ฉันจะยังมีเงินเหลือใช้อีกรึเปล่า”

    “ชอบชีวิตแบบนี้มากเลยใช่ไหม”

    “ที่สุดเลย” ห่านยิ้มแฉ่ง ในขณะที่บื้อฟังแล้วถอนหายใจ รู้สึกสิ้นหวังมากขึ้นทุกที...

    เดินมาถึงถนนใหญ่บื้อบอกให้ข้ามถนนไปขึ้นรถฝั่งโน้น ห่านยังอยู่ในภวังค์เดินข้ามถนนไปทันทีจนเกือบถูกรถที่แล่นมาด้วยความเร็วชน แต่ดีบื้อกระชากไปกอดไว้ทันเลยรอด บื้อมองหน้าถามว่าเป็นอะไรรึเปล่า ห่านส่ายหน้าบอกว่าแค่ตกใจเท่านั้น

    “ยัยบ๊องเอ๊ย...จะข้ามถนนทำไมไม่ดูรถ ถ้าเธอเป็นอะไรไป ฉันตายแน่” ห่านถามว่าทำไมต้องตายด้วย บื้ออึกอักจะบอกว่าตนเป็นห่วง แต่เปลี่ยนเป็นบอกว่า “คุณชายจะเล่นงานฉันตายน่ะสิ”

    แล้วบื้อก็จูงมือห่านเดินข้ามถนนไป ดาหลากับแอปเปิ้ลนั่งอยู่ในร้านกาแฟเห็นเต็มตา ดาหลาบอกแอปเปิ้ลว่า

    “นี่ไง...ความชั่วของมัน!!!”

    แอปเปิ้ลพยักหน้าอย่างสะใจที่เห็นหลักฐานจะจะกับตา

    ooooooo

    คุณชายโทร.มาถามห่านเรื่องเสื้อผ้าว่าชอบไหม ห่านบอกว่าชอบมาก คุณชายชวนออกมากินข้าวกันไหม ห่านไม่อยากออก คุณชายจึงจะไปกินกับห่านที่บ้านเอง นัดอีกชั่วโมงเจอกัน

    ห่านตกใจกลัวทำอาหารไม่ทัน วิ่งอ้าวไปหาบื้อบอกให้มาช่วยทำอาหารหน่อยเดี๋ยวคุณชายจะมากินข้าวด้วย ห่านอ้อนจนบื้อต้องมาช่วยกันทำมือเป็นระวิงกลัวจะไม่ทัน

    คุณชายลงมาที่ลานจอดรถจะไปหาห่าน แต่โทร.ถึงน้องนุชก่อน ฟังเสียงน้องนุชไม่ปกติถามว่าเป็นอะไร น้องนุชบอกว่าไม่สบายนิดหน่อย คุณชายวางสายแล้วรีบไปหาน้องนุชที่บ้าน ปรากฏว่าน้องนุชไข้สูงมาก จะพาไปหาหมอ เธอไม่ยอมไปบอกว่าทานยาแล้วเดี๋ยวก็หาย คุณชายไม่สนใจอุ้มขึ้นรถไปหาหมอเลย

    “คุณเป็นไข้หวัดครับ แต่เท่าที่ดูอาการไม่ใช่สายพันธุ์ที่น่าเป็นห่วง เดี๋ยวรับยาแล้วกลับบ้านได้” หมอบอก

    รับยาแล้วคุณชายประคองน้องนุชไปขึ้นรถ เธอบอกว่าเดินเองได้ไม่ต้องประคอง แต่พอคุณชายปล่อยเธอก็เซจะล้ม คุณชายเลยประคองพาไปบอกให้ยืนคอยเดี๋ยวจะเอารถมารับ

    ห่านกับบื้อทำอาหารเสร็จคอยคุณชายจนเลยเวลา ห่านร้อนใจชะเง้อมองจนบื้อบอกว่าให้โทร.ไปถามว่าตอนนี้คุณชายมาถึงไหนแล้ว พอห่านจะโทร. คุณชายก็โทร.เข้าพอดี ห่านดีใจมากรีบกดรับ ฟังปลายสายแล้วหน้าเจื่อนลงทุกที

    “ค่ะคุณชาย...คุณชายมาไม่ได้...คุณน้องนุชไม่สบาย...แล้วเป็นอะไรมากไหมคะ...ค่ะ ค่ะ...ไว้วันหลังก็ได้ค่ะ สวัสดีค่ะ” พอห่านวางสายบื้อก็ถามอย่างร้อนใจว่าคุณน้องนุชเป็นอะไร “ไข้หวัด แต่ไข้ขึ้นสูงมาก...ห่วงมากนักเหรอ”

    “ก็ต้องห่วงสิ คนรู้จักกัน” บื้อทำหน้านิ่งๆ ห่านมองอย่างหมั่นไส้ หันดูอาหารแล้วบ่น...

    “อาหารเหลือบานขนาดนี้จะทำยังไงละเนี่ย?”

    เป็นลาภปากของลุงจ๊อด โจ๊ก แหม่ม กับโย่งไปโดยปริยาย...ทุกคนกินกันอย่างอิ่มหมีพีมัน ส่วนห่านผิดหวังจนสนุกไม่ออก กินไม่อร่อย กร่อยไปถึงหัวใจ

    ooooooo

    คุณชายเป็นห่วงน้องนุชจึงนอนค้างที่นั่น ก่อนลงไปนอนข้างล่าง คุณชายห่มผ้า ดับไฟให้ บอกก่อนออกจากห้องว่ามีอะไรให้โทร.เรียก

    ตกดึก น้องนุชเดินลงมาดู เห็นคุณชายนอนที่โซฟา เธอเอาผ้ามาห่มให้ คุกเข่าลงข้างๆ มองคุณชายด้วยแววตาอ่อนโยน พูดเบาๆกับตัวเอง...

    “แกไม่เคยรู้เลยใช่ไหมชาย...ไม่รู้ก็ดีแล้ว... อย่างนี้แหละ ดีแล้ว”

    น้องนุชถอนใจ ลุกขึ้นไปนั่งเก้าอี้ตรงข้ามโซฟามองคุณชายที่หลับอยู่ด้วยแววตาอ่อนโยน...

    รุ่งเช้า...คุณชายตื่นไปทำข้าวต้มให้น้องนุช ดูแลปรนนิบัติน้องนุชอย่างอ่อนโยน ดูเป็นผู้ชายที่อบอุ่น น่ารัก น้องนุชเดินมาดู คุยอย่างคิดถึงความหลัง...

    “คิดถึงตอนเรียนที่สวิสนะ แกทำอาหารเช้าให้ฉันกินทุกวัน จนอ้วนอย่างกับหมู”

    “ฉันไม่ได้บังคับให้แกกินซะหน่อย”

    “ก็แกทำอร่อยทำไมล่ะ...ตอนนั้นฉันมีความสุขมากที่สุดเลยรู้ไหม”

    ฉันก็เหมือนกัน...ฉันดีใจที่มีแกเป็นเพื่อนนะไอ้นุช” คุณชายหันมองหน้าน้องนุชเต็มตา น้องนุชอึ้งไปนิดหนึ่งกับคำว่าเพื่อน แต่ก็ฝืนยิ้มบอกว่า “อื้อ...ฉันก็เหมือนกัน...” พูดแล้วยืนดูเขาทำอาหารเศร้าๆ

    ooooooo

    ดาหลาวางแผนที่จะทำให้คุณชายเกลียดและตัดขาดจากห่าน ด้านหนึ่งให้พวกแอปเปิ้ลหาเรื่องห่านในห้างฯ อีกด้านตัวเองก็ทุ่มเททอดกายหมายจับคุณชายให้อยู่หมัด

    แอปเปิ้ลกับพวกหาเรื่องห่าน รุมกันด่าห่านว่าเป็น 18 มงกุฎเป็นไฮโซกำมะลอไล่ให้ออกไป! ออกไป!! จนเกิดทะเลาะตบตีกัน พรเพ็ญห้ามไม่ไหวให้คนไปตามคุณชายมา ห่านเอาบัตรพนักงานคืนให้ ถูกคุณชายด่าอย่างรุนแรงว่าหลอกตน ทำให้ตนผิดหวัง บื้อทนไม่ได้พุ่งเข้าชกหน้าด่า

    “ไอ้สารเลวเอ๊ย มีแต่เงินไม่มีสมอง ไม่รู้เลยรึไงว่าผู้หญิงคนนี้ยอมทำเรื่องแย่ๆ เพราะอะไร เพราะใคร เพราะ เขารักคุณไง เขารักคุณ ชัดไหม ก่อนจะด่าเขา ก่อนจะไล่เขาก็เข้าใจเสียใหม่ด้วย ถึงเขาจะไม่ได้รวยเหมือนคุณแต่เขารักคุณ!! เป็นคนเท่ากัน อย่ามาดูถูกหัวใจกันแบบนี้”

    เมื่อทั้งห่านและบื้อถูกออกจากงาน ห่านจึงหันไปรับจ้างซักเสื้อผ้ามีบื้อคอยช่วยอย่างเห็นอกเห็นใจกัน

    ต่อมา น้องนุชแนะนำบื้อให้ไปเล่นดนตรีและร้องเพลง ทำให้บื้อมีความสุขมากที่ได้ทำงานที่ใจรัก

    ฝ่ายดาหลา วางแผนจับคุณชายเป็นการทิ้งไพ่ ใบสุดท้าย เมื่อรู้ว่าคุณชายไปดื่มจนเมาก็พาไปนอนแล้วโมเมว่าตนตกเป็นของคุณชายแล้ว คุณชายจึงถูกรื่นฤดีบังคับให้ต้องรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับดาหลา

    แต่เพราะคุณชายไม่ได้รักดาหลา เมื่อคิดถึงที่ถูกบิื้อชกและด่า คุณชายยิ่งเสียใจ คืนนี้จึงไปหาห่านที่บ้านเช่า เอ่ยอย่างรู้สึกผิดว่า

    “ที่ผ่านมาผมขอโทษ ผมมันโง่ ไม่มีสมอง อย่างที่คุณบื้อว่าจริงๆ โง่ขนาดที่ว่าไม่รู้ใจตัวเอง ไม่รู้ว่าตัวเองรักใคร...ห่าน ผมรักคุณ...ผมรักคุณ...” แล้วคุณชายก็ขอให้ห่านมาเริ่มต้นกันใหม่ ให้โอกาสตนอีกสักครั้งได้ไหม? ห่านจะติงเรื่องดาหลา คุณชายก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า “เรื่อง คุณดาหลา...ผมรู้ดีว่าผมพลาด แต่ถ้าคุณห่านให้โอกาสผม ครั้งนี้ผมจะตั้งใจทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่อเราสองคน...”

    เมื่อคุณชายกลับไปบอกรื่นฤดี ก็ถูกโวยวายว่าทำอะไรไม่เห็นแก่หน้ากัน ถึงขั้นประกาศไม่ต้องมาเรียกตนว่าแม่อีกต่อไป ชนะศึกเห็นท่าเรื่องจะลุกลามจึงขอให้ไปพักผ่อนกันก่อน เรื่องอื่นพรุ่งนี้ค่อยมาว่ากัน

    การตัดสินใจของคุณชาย ทำให้รื่นฤดียิ่งแค้นและเกลียดชังห่าน พูดอย่างอาฆาตว่า

    “ความฝันของฉันกลับต้องมาสะดุดเพราะอีนังเด็กห่าน 18 มงกุฎนั่น...ไม่มีวัน...ฉันไม่มีวันให้นังเด็กห่านมาดับฝันฉันเป็นอันขาด”

    ooooooo

    ห่านห่วงความรู้สึกของบื้อ คืนนี้มายืนมองไป หน้าบ้าน ดึกแล้วยังไม่เห็นบื้อกลับก็ยิ่งเป็นห่วง

    แต่ไม่นาน รถน้องนุชก็ขับมาจอดที่หน้าบ้าน ห่านใจหายวาบ หลบวูบแอบดู น้องนุชและบื้อต่างขอบคุณที่อีกฝ่ายอยู่เป็นเพื่อนในยามที่หัวใจเจ็บปวด...เศร้าหมอง น้องนุชโผเข้ากอดบื้อร้องไห้อย่างสุดที่จะอดกลั้นต่อไปได้ บื้อกอดตอบตบหลังน้องนุชเบาๆ ปลอบใจ ต่างให้กำลังใจให้สู้ๆ ก่อนที่น้องนุชจะขับรถกลับไป

    ห่านที่คอยบื้ออยู่และหลบแอบดูทั้งสองกอดและ ล่ำลากันอย่างอาวรณ์ ก็น้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว...

    รื่นฤดีโกรธคุณชาย จึงมอบอำนาจให้ดาหลาจัดการเรื่องต่างๆของห้างในฐานะสะใภ้บีเคเค พลาซ่า ดาหลาบีบจนพรเพ็ญต้องลาออก บรรดาลูกน้องพากันร้องไห้ระงมด้วยความอาลัยรักพรเพ็ญ มีแต่แอปเปิ้ล ปีโป้และจีจี้สามตัวแสบที่มายืนตะโกนไล่พรเพ็ญ จนเกือบมีเรื่องกับเจ๊มะพร้าว

    เมื่อดาหลาขึ้นมามีอำนาจ เธอใช้อำนาจตาม อำเภอใจ นอกจากบีบให้พรเพ็ญลาออกแล้ว ยังแกล้งย้ายเจ๊มะพร้าวจากแผนกขายเครื่องสำอางมาเเผนกขายรองเท้าด้วย

    ooooooo

    ห่านเศร้าเหมือนคนอกหักอย่างไม่รู้ตัว ไปยืนมองบ้านบื้อเหมือนรอคอยอะไรอยู่ บื้อเดินมาข้างหลังถามว่ามองอะไร?

    ห่านหันกลับมารู้สึกอายมากที่ถูกจับได้ แกล้งทำหน้าขรึม ปฏิเสธว่าไม่ได้มอง บื้อพยักหน้าหงึกแล้วส่งถุงให้ ห่านทำจมูกได้กลิ่นเดาว่า “กลิ่นเหมือนหมูปิ้ง”

    ถูกบื้อแซวว่าจมูกดีเหมือนปาก ห่านเลยด่าคืน “นายสิ ไอ้ปากปีจอ!”

    บื้อตะปบถุงไว้ หยอกว่าอย่ากินเลย แต่ห่านไวกว่าตะปบกลับ ถามว่า “นายอุตส่าห์ตั้งใจซื้อมาฝากนี่ใช่ไหม”

    “เหลือเว้ย กินเหลือ ไม่มีใครอยู่บ้านจะให้ไอ้ด่างก็เสียดาย” บื้อหยอกแรงจนห่านฟังแล้วจุก บ่นอย่างน้อยใจว่า

    “ปากหมาใหญ่แล้วนะ...จะพูดอะไรก็นึกถึงใจกันบ้าง ก็รู้ว่าไม่ใช่คนสำคัญอะไร แต่ก็ดูแลกันหน่อย” พูดจบก็โยนถุงคืนเดินตุปัดตุป่องไป

    บื้อมองตามงงๆ เมื่อหิ้วถุงหมูปิ้งตามไปเจอ บื้อถามว่าเป็นอะไร ห่านหันมาแว้ดใส่ว่า คำก็บ้าสองคำก็หมา จะด่าอะไรอีกก็ด่ามาเลย เดี๋ยวนี้ตนไม่มีอะไรดีสักอย่าง บื้อถามว่าเป็นอะไร เมื่อก่อนเคยพูดกันแรงกว่านี้ไม่เห็นเป็นไรแล้วตอนนี้ทำไม??

    “ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้วนี่ ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมดแล้วนี่!! ไอ้บื้อบ้า!!!” ห่านด่าน้ำตาคลอ

    บื้อทนใจไม่ไหวดึงห่านเข้าไปจูบอย่างแรง แล้วผลักออกจ้องหน้า ต่างคนต่างมองกันนิ่งงัน

    “นาย...นายทำอะไรน่ะ” ห่านถามเสียงประหม่า

    “ก็...ก็...” บื้อนึกไม่ออก ยิ่งพูดไม่ออกก็ยิ่งประหม่า ใจก็ยิ่งเต้นแรง สุดท้ายโพล่งออกไปว่า “ก็...เอาหมาออกจากปากเธอไง” แล้วทำแก้เกี้ยวส่งถุงหมูปิ้งให้ ห่านรับไป บอกขอบใจเดี๋ยวค่อยกิน

    บื้อพยักหน้าบอกไปก่อนนะ ห่านพยักหน้าขอให้ โชคดี ต่างแยกกันไปอย่างเก้อเขิน พอแยกกันไปแล้วห่านลูบปากตัวเองพึมพำอย่างไม่หายตื่นเต้น “อะไรอ่ะ??” ส่วนบื้อตบปากตัวเองด่า “ไอ้บื้อ...ไอ้ซื่อบื้อ...”

    ครู่หนึ่ง เจ๊มะพร้าวกลับจากทำงานมาหาห่าน พอเห็นหมูปิ้งที่ห่านเอาใส่จานวางไว้ก็จะกิน ถูกห่านห้ามเสียงหลง

    “ไม่ได้...ห้ามกิน” พอเจ๊ถามว่าทำไมหวงหรือ ห่านปดว่า “เปล่า มันนานแล้ว อย่ากินเลยเดี๋ยวท้องเสีย”

    ooooooo

    รื่นฤดีพอใจมากที่ดาหลาจัดการเด็ดขาดกับคนที่เป็นพวกห่าน ชมดาหลาประชดคุณชายว่า

    “ยังไงแม่ก็ฝาก บีเคเค พลาซ่า ไว้กับหนูดาหลาด้วยนะจ๊ะ ตอนนี้เห็นทีหนูดาหลาจะเป็นที่พึ่งเดียวของแม่เสียแล้ว เพราะลูกตัวเอง มันดันพึ่งไม่ได้”

    คุณชายมองแม่อึ้ง ส่วนชนะศึกติงว่าชักจะไปกันใหญ่แล้ว ถูกรื่นฤดีสวนทันควันว่า

    “ฉันไม่สน ห้าง บีเคเค พลาซ่า เป็นสมบัติเก่าแก่ของตระกูลฉัน ฉันจะทำอะไรยังไงมันก็เรื่องของฉัน”

    “อ้าวววว...ถ้าพูดแบบนี้ ก็แล้วแต่คุณก็แล้วกัน” พูดแล้วเดินออกไปเลย คุณชายเองก็เครียดเดินเข้าไปหาแม่ แต่รื่นฤดีไม่สนใจหันไปชวนดาหลากับดารัณไปทานข้าวกัน แล้วพากันลุกไปทิ้งคุณชายยืนเซ็งอยู่ตรงนั้น

    ooooooo

    คืนนี้ ขณะเจ๊มะพร้าว ห่าน และแหม่มนั่งจกส้มตำกันไปคุยกันไป ห่านเสียใจโทษว่าเป็นเพราะตนคนเดียวทำให้ทุกคนเดือดร้อนกันไปหมด

    “บ้า เกี่ยวอะไรกับแกไอ้ห่าน” แหม่มเสียงดัง

    “จริง!! อย่างคุณผู้จัดการน่ะ คงเพราะไปเหยียบตาปลานังแบหราเข้าให้ถึงได้ซวย จะโดนย้ายไปแผนกแม่บ้าน แกก็เลยลาออก ไม่เกี่ยวกับแกหรอกนังห่าน” เจ๊มะพร้าวบอก

    “แล้วเจ๊กับไอ้แหม่มล่ะ โดนย้ายไปขายรองเท้า เกี่ยวไหม?” เห็นทั้งสองเงียบ ห่านส่ายหน้าบ่นตัวเอง “ไม่น่าคบเลยจริงๆ คนอย่างฉัน”

    “ไอ้บ้า!!”เจ๊กับแหม่มด่าพร้อมกัน แล้วเจ๊ก็ปลอบใจว่า “คนเรามันก็มีช่วงพลาด ช่วงหน้ามืดตามัวกันได้ทุกคนล่ะวะ มีใครหน้าไหนไม่เคยทำผิดพลาด อยู่ที่ว่า ผิดแล้วลุกขึ้นแก้ไขรึเปล่า”

    “ใช่!! เคยได้ยินใช่ไหม คนดีชอบแก้ไข คนจัญไรชอบแก้ตัว” แหม่มเสริม เจ๊อารมณ์ขึ้นบอกว่าคิดแล้วอยากตื้บพวกที่ผลักคนอื่นล้มแล้วกระทืบซ้ำจริงๆ แหม่มคาดว่า “ตอนเด็กๆ มันต้องมีปัญหา พ่อแม่ไม่รักถึงได้อยากเห็นคนอื่นเขาเจ็บปวด”

    “ถูก ดูไอ้ห่านซิ ไม่มีพ่อไม่มีแม่แท้ๆ แต่มันยังไม่เห็นจะเคยอิจฉาใคร” เจ๊เผลอพูดออกมา พอถูกแหม่มตีเพียะก็สะดุ้งทำเป็นไอแคกๆ บ่นว่าปูเค็มติดคอ แหม่มมองห่านอย่างเป็นห่วงความรู้สึก แต่ห่านยิ้มให้พูดอย่างเข้มแข็งว่า

    “ก็มันเรื่องจริง ฉันมันลูกกำพร้าจริงๆ แต่เชื่อไหม ฉันรู้จักลูกกำพร้าคนนึง...นอกจากฉันไม่เคยเห็นเขาอิจฉาใคร เขายังเป็นลูกกำพร้าที่มีความสุขที่สุดในโลก เลยนะ” พูดแล้วห่านยิ้มน้อยๆ ใจคิดถึงบื้อ

    คืนนี้ น้องนุชเห็นดาหลาเดินลับๆ ล่อๆเข้าร้านขาย ยาแล้วรีบออกไป เธอทำทีไปขอซื้อเพิ่มจากเพื่อนที่เพิ่งออกไป ปรากฏว่าเป็นยาคุม! แต่พอเดินออกมาก็ถูกดาหลา มาดักถามว่ามาตามหาใคร พยายามจะดูว่าไปซื้อยาอะไรมาแต่แย่งไม่ได้จึงปล่อยน้องนุชไป มองจิกพูดตามหลัง

    “นังนี่ ชักจะยังไง?”

    ooooooo

    เช้านี้บื้อดีใจมีข่าวดีจะบอกห่าน  เดินไปหลังราว ตากผ้า แหวกผ้าออก ยืนคุยกันอย่างที่เคยทำ

    “เออ...ฉันมีเรื่องอยากจะบอกเธอ เกือบลืมเลย” บื้อนึกขึ้นได้ ห่านถามว่าข่าวดีอะไร บื้อยิ้มเต็มหน้าบอกว่า “ฉันกำลังจะได้เป็นนักร้อง”

    ไม่ทันได้คุยอะไรกันต่อ คุณชายก็มาร้องเรียกห่าน บื้อจึงเลี่ยงไปเงียบๆ แต่ยังอยู่แถวนั้น

    คุณชายมาปรึกษาห่านว่า ตนไม่ได้รักดาหลา และไม่มีวันจะแต่งงานกับดาหลา ห่านพูดอย่างไม่มี ความหวังว่าเรื่องมันผ่านมาถึงขนาดนี้แล้ว แต่คุณชายไม่ยอมแพ้บอกว่า “เรามาช่วยกันทำให้มันผ่านไปได้อีกนะครับ...คุณห่าน”

    ห่านขอให้ผ่านแล้วก็ให้ผ่านไปเลย แต่คุณชาย ไม่ยอมพูดอย่างฮึดขึ้นมาเต็มที่ว่า

    “ไม่!! ผมจะไม่ปล่อยให้คนที่ผมรักเดินผ่านจากชีวิตผมไปแบบนี้...ผมจะพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้เราสองคนได้อยู่ด้วยกัน...” คุณชายกุมมือห่าน มองอย่างเว้าวอน “คุณคือผู้หญิงคนเดียวที่ผมจะแต่งงานด้วย ไม่ใช่คุณดาหลา!!”

    ห่านอึ้ง ในขณะที่บื้อฟังแล้วแทบทรุดอยู่ตรงนั้น ค่อยๆพาตัวเองออกไปอย่างหมดแรง...

    วันต่อมา เมื่อบื้อเข้าห้องอัดเสียง เขาร้องเพลงที่บรรยายถึงคนอกหักด้วยอารมณ์ที่เข้าถึงเนื้อเพลง

    เขาเอาแผ่นซีดีมาเปิดในรถน้องนุช น้องนุชชมว่าเพราะมาก ขอไว้เลยได้ไหม บื้อถามติดตลกว่าจะเอาไปเปิดไล่แมลงวันหรือ แต่ก็ให้น้องนุชไป กำชับอย่าเพิ่งเอาไปให้ใครฟังเพราะยังเป็นความลับของบริษัทอยู่

    น้องนุชทำท่ารูดซิปปาก บื้อยิ้ม พูดอย่างคนที่อยู่ในอารมณ์เดียวกันว่า

    “ไม่ห่วงหรอกครับ เราสองคนเก็บความลับเก่งอยู่แล้ว” น้องนุชนึกได้ถามว่าห่านเป็นอย่างไรบ้าง บื้อหน้าเจื่อนไปนิดหนึ่งบอกว่า “ก็คงโอเคมังครับ” แต่พอน้องนุชถามว่าแล้วตัวเขาเองล่ะ บื้อย้อนถามอย่างไม่รู้จะตอบอย่างไรดีว่า “ผมน่ะเหรอ...”

    น้องนุชเอามือแตะมือบื้อเบาๆ อย่างปลอบใจ ต่างก็ถอนใจยาวออกมา แล้วนิ่งเงียบจมอยู่กับความคิด ของตัวเอง

    ooooooo

    คุณชายตัดสินใจขอโอกาสกับรื่นฤดีที่จะคบกับห่านอีกครั้ง ก็ถูกแว้ดใส่อย่างโกรธจัดว่ากล้าดียังไงมาพูดกับแม่แบบนี้ ประกาศว่าเป็นตายอย่างไรตนก็ไม่ยอม
    “คุณแม่ครับ...ผมขอร้อง...ให้โอกาสห่านได้พบคุณแม่ ให้คุณแม่ได้พิจารณา แล้วคุณแม่จะเห็น ‘ตัวจริง’ ของห่านอย่างที่ผมเห็น” คุณชายคุกเข่ากอดขาขอร้อง “ขอโอกาสสักครั้งนะครับ...ครั้งเดียวก็ยังดี”

    รื่นฤดีนิ่งไปอึดใจ ก่อนบอกคุณชายว่า

    “แม่จะให้โอกาสชาย แต่...แม่ไม่ยินดีที่จะให้เด็กห่านนั่นเข้ามาเหยียบบ้านหลังนี้...แม่รังเกียจ!! อัปมงคล!!”

    ฝ่ายดาหลาได้ใจที่แผนการของตนได้ผล ยิ่งตามเกาะคุณชายแจ วันนี้เห็นคุณชายไปตีแบดกับน้องนุช ก็ตามไปหึงถึงสนามแบด พูดประชดว่าเดี๋ยวนี้ตีแบดกันบ่อยเกินไปแล้ว น้องนุชบอกว่าเมื่อก่อนตีกันบ่อยกว่านี้อีก ตีกันทุกวัน

    “นั่นมันเมื่อก่อน!! แต่เดี๋ยวนี้คุณชายต้องตีกับดาหลาคนเดียวเท่านั้น” พูดแล้วตรงเข้ากระชากไม้แบดจากน้องนุชประกาศอย่างผยอง “คุณชายไม่ควรคู่กับน้องนุชหรือว่ากับใครทั้งนั้น...นอกจากดาหลา!!”

    คุณชายเบื่อหน่ายไม่อยากตอแยด้วยจึงให้น้องนุชตีแทนตน น้องนุชรับปากทันที มองดาหลาถามว่ากล้าสู้รึเปล่า?!

    “ทำไมจะไม่กล้าสู้” ดาหลาก้าวเข้าไปพูดใส่หน้าน้องนุช “คนอย่างดาหลา...กล้าสู้ กล้าไฟท์!!”

    ปรากฏว่า ดาหลาถูกน้องนุชโยกซ้ายโยกขวาวิ่งรับลูกหัวทิ่มหัวตำ จนสุดท้ายพุ่งเข้ารับลูกตบล้มคะมำไม่เป็นท่า กระนั้นก็ยังแผดเสียงกรี๊ดลั่นสนาม

    กลุ่มแอปเปิ้ลกำลังผยองพองขนสะใจที่ห่านกับบื้อถูกไล่ออกต้องไปรับจ้างซักผ้าแทนการเป็นพนักงานห้างฯ ชวนกันไประรานแหม่มกับเจ๊ที่ถูกย้ายมาขายรองเท้า ตรงเข้ากวาดรองเท้าบนหิ้งร่วงกราว จนเจ๊มะพร้าวทนไม่ไหวกระโดดลุยทั้งสาม แหม่มกระโจนเข้าช่วยก็ถูกผลักจนกระเด็นแล้วจะรุม

    โย่งเห็นแหม่มถูกรุมก็พุ่งเข้าปกป้องคร่อมแหม่ม ไว้ ถูกแหม่มถีบกระเด็นไปนั่งกุมเป้าหน้าเขียว แต่ก็ยังตะโกนให้พวกสาวๆที่ตะลุมบอนกันนัวเนีย “หยุด!! บอกให้หยุด!!!” เมื่อไม่หยุดก็เอานกหวีดเป่าปรี๊ดๆๆ แต่นกหวีดโย่งวันนี้ไม่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะถูกเสียงกรี๊ดกร๊าดตบตีกันกลบหมด

    ooooooo

    คืนนี้ เจ๊มะพร้าวไปกับแหม่ม เล่าเหตุการณ์ให้ห่านฟัง ห่านยิ่งเสียใจโทษว่าเพราะตนคนเดียวทำให้ทุกคนเดือดร้อนมาจนถึงวันนี้

    เจ๊บอกว่าพวกนั้นคิดเองว่าดาหลาจะได้เป็นสะใภ้ของห้างฯ เลยกร่างมาก แหม่มย้ำว่าแต่คุณชายรักห่าน เจ๊เลยคิดว่าถ้าห่านได้เป็นสะใภ้ห้างฯจริงๆ พวกเราคงจะสบาย และพวกมันจะต้องถูกเฉดหัวยกแก๊งแน่ๆ!

    ห่านคิดหนัก คิดถึงความอบอุ่นและยืนเคียงข้างต่อสู้ปกป้องตนมาไม่ว่าในสถานการณ์ใดของบื้อ คิดถึงความรักที่มั่นคงของคุณชายแล้วหันมองบ้านบื้อเหมือนจะตัดสินใจแล้ว แต่จู่ๆก็เห็นรถน้องนุชมาส่งบื้อ และทั้งคู่ก็หยอกล้อกันอย่างสนิทสนมก่อนน้องนุชกลับ ทำให้ห่านใจแป้ว ทรุดนั่งน้ำตาไหลไม่รู้ตัว

    ดึกแล้ว...ห่านตัดสินใจไปที่บ้านบื้อ ปลุกเขาขึ้นมาปรึกษาหยั่งใจเขาว่า ตนจะกลับไปคืนดีกับคุณชายแต่ครั้งนี้ไม่ได้ดื้อหรือฝันสูงแบบเมื่อก่อน ที่สำคัญคุณชายก็เป็นฝ่ายมาหาตนเอง ถามบื้อว่าดีไหม คิดอย่างไร บื้ออึ้งจนพูดไม่ออก จนห่านน้อยใจถามเสียงดังว่า “ว่าไง! ฉันถามว่าดีไหม ทำไมไม่ตอบ!!??”

    “ดี!!” บื้อโพล่งออกไปแล้วลุกพรวดเดินออกไปเลย ทิ้งห่านให้น้อยใจจนน้ำตาท่วมที่บื้อไม่แคร์ตนเลยสักนิด...

    ooooooo

    เมื่อดาหลากับดารัณสองแม่ลูกได้ฟังรื่นฤดีเล่าเรื่องคุณชายจะขอกลับไปคบกับห่าน ดาหลาโวยวายเป็นตายยังไงก็ไม่ยอม

    ดารัณปลอบลูกให้ใจเย็นๆ รื่นฤดีก็หว่านล้อมว่าเวลานี้คุณชายยังมีเยื่อใยกับห่านอยู่ โบราณว่าน้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือขวาง เราควรปล่อยคุณชายไปก่อน ปล่อยคนของเราสบายๆ ไปก่อน ถ้าเราร้ายกับห่านเราก็จะยิ่งดูเป็นนางร้ายในสายตาของคุณชาย สองแม่ลูกเข้าใจเจตนาของรื่นฤดี ถามว่าเราต้องดีกับมันต่อหน้า แต่ลับหลังก็ร้ายใส่มันใช่ไหม

    “เก่งค่ะ เก่งทั้งคุณแม่คุณลูก” รื่นฤดียอสองแม่ลูกให้ยอมตามแผนของตน

    คุณชายดีใจมากที่รื่นฤดียอมตามคำขอของตน กระโดดกอดแม่แน่นจนรื่นฤดีบอกให้เบาๆ จะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว

    รื่นฤดีบอกคุณชายว่า เมื่อคุณชายชอบพอห่านก็ควรให้ห่านทำตัวให้ดูคู่ควรกับเขาด้วย คุณชายถามว่าหมายความว่าอย่างไร?

    “แหม...ก็ดูสภาพสิ แต่งเนื้อแต่งตัวตลาดนัด หน้าตาจืดชืด ใส่แว่นตาเอ๋ออ๋าเหรอหรา” พูดแล้วเห็นคุณชายมองงงๆ ก็รีบชี้แจง “เอ่อ...คือแม่เป็นห่วง ไม่อยากให้ใครดูถูกดูแคลนว่าที่ลูกสะใภ้ของแม่”

    “อะไรนะครับ?? ว่าที่ลูกสะใภ้คุณแม่” คุณชายดีใจมากโผเข้ากอดรื่นฤดีอีกครั้ง “ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับคุณแม่ ชายรักคุณแม่ที่สุดในโลกเลย” คุณชายหอม แก้มรื่นฤดีหลายฟอด แล้วให้คำมั่น “คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ผมจะทำให้ทุกคนเห็นว่า คุณห่านคู่ควรกับผมที่สุดแล้ว”

    รื่นฤดีฟังแล้วแทบจะทนไม่ได้ แต่ตีหน้าชื่นชมว่าดี แล้วบอกคุณชายว่า

    “อ้อ...แม่อยากจะนัดเจอหนูห่าน แต่อย่างที่บอกนะ แม่ก็ขอเจอข้างนอก แล้วก็อย่าลืมให้แต่งตัวดีๆ มาด้วยล่ะ จะได้ไม่อายใครเขา”

    “ได้เลยครับคุณแม่ ได้เลย...ขอบคุณนะครับ...” คุณชายกอดแม่ไว้แน่นด้วยความดีใจซาบซึ้งอย่างที่สุด

    หารู้ไม่! ใบหน้ารื่นฤดีที่คุณชายไม่เห็น จิกตาร้ายยิ้มเหี้ยม!

    ooooooo

    รุ่งขึ้น เมื่อคุณชายไปบอกห่านที่บ้าน ห่านไม่อยากแปลงร่างปลอมตัวอีกแล้ว ไม่อยากโดนใครๆประณามอีกแล้วถามว่าเขาไม่ได้รักตนอย่างที่ตนเป็นหรือ

    “ห่าน...ผมรักห่านอย่างที่ห่านเป็น แต่อยากจะทำให้คนอื่นๆ ยอมรับห่านและให้เกียรติห่านด้วย เข้าใจไหมครับ”

    ระหว่างนั้นบื้อหอบตะกร้าผ้าซักเข้ามา เห็นคุณชายกุมมือห่านอย่างเว้าวอน เลยตีหน้าตายเข้าไป เอ่ยขอโทษ วางตะกร้าผ้าซักบอกห่านว่า “เจ๊พรปากซอยฝากผ้ามากับลุงจ๊อด” แล้วหันหลังเดินกลับ ห่านที่น้อยใจตั้งแต่เมื่อคืนแกล้งพูดดังๆให้เข้าหูบื้อว่า

    “ได้ค่ะ คุณชายอยากให้ห่านทำอะไร ห่านยอมทุกอย่าง”

    “จริงเหรอห่าน...ผมรักห่าน...รักที่สุดในโลกเลย” คุณชายโผกอดห่านแน่น

    บื้อหันมองภาพบาดตาบาดใจนั้นอย่างเจ็บปวดแล้วเดินงุดไปเลย ห่านยิ่งน้อยใจที่บื้อไม่แคร์ตนเลยสักนิดเดียว

    ฝ่ายรื่นฤดี วางแผนให้คุณชายนัดห่านไปพบในห้าง แล้วพาห่านแยกออกไป คุณชายถามว่าจะพาห่านไปไหน

    “เรื่องของผู้หญิง ผู้ชายอย่างลูกห้ามไปด้วยจ้ะ” จับมือห่านบอกว่า “เราไปกันสองคน ให้ตาชายรอแถวนี้”

    รื่นฤดีพาห่านเข้าร้านขายเพชร ซื้อสร้อยข้อมือเพชรให้ห่านราคา 5 ล้านบาท ห่านชมว่าสวยมากแต่ตนรับไว้ไม่ได้ ราคาแพงเกินไปไม่เหมาะกับตน รื่นฤดีทำเป็นพูดตัดพ้อว่า ถ้าคุณชายรู้ว่าเธอรังเกียจตนเขาคงจะเสียใจมาก ห่านจึงจำต้องรับไว้

    ระหว่างนั้น รื่นฤดีทำทีเหลือบเห็นคุณหญิงชื่น ซึ่งที่แท้คือนังชื่อคนในชุมชนแต่อุปโลกน์ให้เป็นคุณหญิง เพื่อให้มาจิกกัดห่านแทนตน ชื่นซักถามชื่อเสียงเรียงนาม เรื่องครอบครัว ห่านบอกตามจริง และก็ถูกคุณหญิงกำมะลอพูดเยาะเย้ยเหยียดหยามแล้วขอโทษบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ จนสุดท้ายเมื่อถามถึงอาชีพ ห่านบอกว่าขายรองเท้าในห้าง บีเคเค พลาซ่า คุณหญิงกำมะลอก็ปิดปากอุทาน

    “คุณพระ!! นี่คุณชายคว้าเด็กในห้างฯมาเป็นแฟน!! มันคู่ควรแล้วหรือคะคุณหญิง??”

    “ดิฉันว่าไม่เหมาะสมสักนิด เขาไม่มีทางมาอยู่ใน สังคมของเราได้หรอกค่ะ เกิดเป็นห่าน มันก็ต้องเป็นห่านวันยังค่ำ ไม่มีทางที่จะกลายเป็นหงส์ได้หรอกค่ะคุณหญิง” แล้วหันบอกห่าน “เจียมตัวหน่อยก็ดีนะจ๊ะหนูห่าน!!”

    พอห่านทนฟังต่อไปไม่ได้ลุกเดินออกไป รื่นฤดีก็หันไปยิ้มกับชื่น ชมว่า “ทำดีมาก”

    ห่านเลี่ยงไปยืนหลบอยู่แถวหน้าร้าน คำสนทนาอย่างเยาะเย้ยเหยียดหยันของรื่นฤดีกับชื่นยังทำร้ายจิตใจเธออย่างรุนแรง จนรื่นฤดีเดินมาเจอชวนไปที่อื่นกันต่อ ห่านถามถึงของที่ซื้อไว้ รื่นฤดีพูดอย่างอวดรวยว่า

    “ข้าวของราคาแพงขนาดนั้น ฉันไม่ต้องถือเองให้เมื่อยหรอกจ้ะหนู ทางร้านเขาจะส่งไปให้ถึงบ้าน นี่ไม่ใช่เรื่อง แปลกเป็นเรื่องธรรมดามากที่จะมีคนมาคอยบริการเรา เพราะว่าเรามีเงิน เงินน่ะ ซื้อได้ทุกอย่างแม้กระทั่งความ รัก...หนูว่าจริงไหม”

    “ห่านว่าไม่จริงนะคะ ความรักใช้เงินซื้อไม่ได้หรอกค่ะ” ห่านตอบอย่างรู้ว่าถูกเหน็บ รื่นฤดีทำเป็นชมว่าเธอเป็นคนดีสมกับคุณชายบอกไว้จริงๆ แล้วชวนไปเดินร้านอื่นต่อกัน ด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

    ooooooo

    เมื่อกลับมาเจอคุณชายที่บ้าน รื่นฤดีโวยวายใส่คุณชายว่าต้องให้ห่านมากราบขอโทษที่ตนอุตส่าห์พาไปปรับความเข้าใจกันแต่ห่านกลับเดินสะบัดหนีไปต่อหน้าต่อตา

    คุณชายติงว่าไม่น่าเป็นไปได้ ห่านไม่น่าเป็นคนแบบนั้น ถูกดาหลาค้านทันทีว่าขนาดอุปโลกน์ตัวเองเป็นไฮโซฮันนี่ยังทำได้แค่ต่อหน้าคุณชายทำเป็นคนดีแต่ลับหลังร้ายกาจทำไมจะทำไม่ได้

    รื่นฤดีดราม่าอีกว่า ถึงวันนี้ตนรู้สึกรักและเอ็นดูห่านจนอุตส่าห์ซื้อสร้อยข้อมือเพชรให้ไปเส้นหนึ่ง ดาหลาตาลุกอุทานไม่มีเสียง “สร้อยเพชร...” มองหน้าดารัณอย่างรับไม่ได้ ถามว่า ลงทุนแพงไปหรือเปล่า

    “สร้อยเพชรเส้นละไม่กี่แสน กระจอกมากเมื่อเทียบกับสมบัติอันมีค่าที่สุดในชีวิตลูกชายของคุณหญิงรื่นฤดีที่ชื่อว่าคุณคุณชาย หนูดาหลากับดารัณว่าจริงไหมคะ”

    สองแม่ลูกสอพลอพร้อมกันว่า “จริงค่ะ...จริงที่สุด” ดาหลายกยอปอปั้นว่า “แผนการของคุณแม่นี่เริ่ดที่สุดเลยค่ะว่าแต่ ตกลงนัง 18 มงกุฎนั่นมันเอาไหมคะ”

    พอรื่นฤดีบอกว่าเอาเท่านั้น สองแม่ลูกก็ยิ่งเสียดาย แต่ยังปั้นยิ้มสอพลอกันต่อ

    ooooooo

    แต่ห่านไม่ได้ยินดียินร้ายกับสร้อยข้อมือเพชร เส้นนั้นเลย เอากลับมาเปิดกล่องดูแล้วตัดสินใจบางอย่าง

    ขณะจะปิดกล่องเก็บ แหม่มยื่นมือมาคว้าไปดู อุทานอย่างตื่นเต้นว่าสวยมาก ถามว่าใครซื้อ เพชรเก๊หรือเพชรจริง ห่านจะคว้าคืน แหม่มไม่ให้จนกว่าจะบอกมาว่าใครซื้อให้

    ห่านเหนื่อยใจจนไม่อยากพูดอะไร บอกแหม่มให้คืนสร้อยเพชรแล้วพรุ่งนี้จะเล่าให้ฟัง แหม่มไม่ยอม ให้ยื้อแย่งกันจนสร้อยขาด

    “แย่แล้ว...แย่แล้ว...” ห่านตกใจมาก รีบคลานตามเก็บเพชรที่ขาดกระเด็น

    ขณะห่านกับแหม่มก้มมุดตูดโด่งควานเก็บเพชรที่ขาดกระเด็นไปตามใต้ตู้ บื้อเดินเข้ามาถามขำๆว่า

    “ทำอะไรของเธอน่ะ”

    “คลานเล่นกันเสียที่ไหน ไอ้ห่านมันทำสร้อยเพชรขาด มันคลานหาสร้อยเพชร”

    ห่านสะดุ้งเพราะไม่อยากให้บื้อรู้เรื่องนี้ บื้อฟังแหม่มแล้วมองห่านอึ้ง...แต่สุดท้ายบื้อก็ช่วยหาอีกคน

    หาเจอเกือบครบแล้วขาดแต่เม็ดที่เป็นรูปหัวใจยังหาไม่เจอ บื้อเห็นแสงอะไรวาวๆ อยู่ในซอกล้วงออกมาถามห่านว่าใช่หรือเปล่า

    “ใช่...ใช่แล้ว ใช่จริงๆ ด้วย! นายหาหัวใจของฉันเจอ!! เก่งที่สุดเลยไอ้บื้อของฉันนนน” ห่านดีใจกระโดด กอดบื้อจนแหม่มตกใจ เบือนหน้าหนีแล้วเดินออกไป ปล่อยให้ห่านกับบื้ออยู่กันสองคน

    พอรู้ตัวทั้งสองก็ผละออกจากกัน บื้อยกมือแบบขอโทษแล้วจะไป ห่านรีบชี้แจงว่า

    “คือ...ยังงี้นะ มันไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะ” บื้อถาม ว่าคิดอะไร “ก็...ฉันไม่ได้จะไปหลอกเอาสร้อยเพชรอะไร นั่นมาจากคุณชายนะ แต่คุณหญิง แม่คุณชายเขาให้ฉัน”

    “มันก็เรื่องของเธอ” บื้อเสียงเย็นชาแล้วเดินออกไป ห่านก้าวออกไปขวาง แว้ดอย่างขัดใจว่า

    “ฉันกำลังจะเอาไปคืน!!”

    “ก็บอกแล้วไง! มันเรื่องของเธอ!!” แล้วจะเดิน หลีกไป คราวนี้ถูกห่านผลักอย่างแรงไม่ยอมให้เดิน

    “ฉันไม่ให้นายไป!!” บื้อถามว่าทำไม “ฉันอยากให้ นายช่วยพาฉันเอาสร้อยไปซ่อม ตอนแรกก็ว่าจะชวน ไอ้แหม่มไปแต่มันลางานไม่ได้ ไอ้จะไปคนเดียวก็เสียวกลัวโดนปล้นฆ่าปาดคอ” บื้อฟังแล้วเซ็ง ห่านอ้อนต่อ “นะ...นะบื้อนะ มีนายคนเดียวแหละที่จะช่วยปกป้องคุ้มครองฉันได้ จริงไหม”

    ooooooo

    คุณชายกลุ้มใจเรื่องรื่นฤดีจะให้ห่านไปขอโทษ นัดน้องนุชมาปรับทุกข์กันที่ร้านกาแฟ น้องนุชฟังแล้วถามว่าแล้วตกลงเขาทำอย่างไร คุณชายนิ่ง
    “ขอโทษ...ไม่มีทาง คนอย่างคุณห่านดูก็รู้ว่าเป็นคนแข็ง ไม่ยอมใครง่ายๆ” น้องนุชพูดอย่างหนักใจ แล้วถามคุณชาย “ตอนที่แกโกรธที่คุณห่านโกหกแกว่าเป็นคุณฮันนี่ เพราะอะไรแกถึงหายโกรธเขาได้อย่างรวดเร็วขนาดนั้น”

    “ก็...หลายอย่าง อย่างแรกก็คุณบื้อ...คำพูดของ คุณบื้อเตือนสติฉัน อีกอย่าง ฉันกลับไปที่บ้านทอตะวัน...”

    คุณชายเล่าบรรยากาศวันนั้นว่า พวกเด็กๆ ที่บ้านทอตะวันพากันมาห้อมล้อมเขาด้วยความดีใจ เด็กที่เคยแย่งไข่พะโล้เพื่อนถามว่า

    “พี่ชาย พี่สาวคนสวยไม่มาด้วยเหรอ...พี่สองคนใจดี หนูชอบ”

    เด็กๆ พากันพูดถึงห่านอย่างชื่นชมที่สอนไม่ให้โกหก และให้รักกันรู้จักแบ่งปันกัน ส่วนเด็กคนที่ถูกขโมยไข่พะโล้พูดอย่างภูมิใจว่า

    “ตอนแรกหนูก็ไม่อยากดีกับเขา แต่พี่สาวคนสวย มากระซิบหนูว่าไม่มีใครอยากเป็นคนไม่ดี ไม่มีใคร อยากเป็นคนโกหก ถ้าเขาทำผิดแล้วสำนึกผิด เราก็ควรยกโทษให้ หนูก็เลยยกโทษให้ เพราะรู้ว่า เขาอยากกินไข่ใบนั้นจริงๆ”

    “ถ้าพี่ชายเจอพี่สาวอีก ฝากบอกพี่สาวด้วยนะว่าหนูทำตามที่พี่สาวสอนแล้ว” เด็กอีกคนฝากบอกห่าน

    คุณชายเล่าถึงบรรยากาศวันนั้นแล้วบอกน้องนุช ว่า “เด็กๆ พวกนั้นสอนให้ฉันรู้ว่า ฉันควรมองให้เห็นถึงจิตใจคุณห่านที่เป็นคุณห่าน ไม่ใช่คุณห่านที่เป็นคุณฮันนี่” น้องนุชถามว่าแล้วอย่างสุดท้ายล่ะ “ฉันคิดว่า ฉันรักคุณห่าน ชีวิตนี้ฉันคงขาดเขาไม่ได้”

    คุณชายพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง น้องนุชอึ้ง นิ่งเงียบ แล้วฝืนยิ้มให้ทั้งที่หัวใจกำลังร้องไห้...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”
    26 ต.ค. 2564

    02:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 06:42 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์