นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ซินเดอเรลล่ารองเท้าแตะ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    หลังจากประกาศเรียกแล้ว พรเพ็ญบอกคุณชายว่า ถ้าสามคนนี้ทำผิดอะไรตนจะจัดการลงโทษให้เอง

    “พวกเขาสามคนไม่ได้ทำอะไรผิด...ผมอยากรู้ว่าคุณฮันนี่...เอ่อ...ไม่ใช่สิ ต้องบอกคุณห่านถึงจะถูก ตอนนี้คุณห่านอยู่ที่ไหน ผมต้องการพบเธอ”

    ทีแรกทั้งสามก็หน้าซีดตัวสั่นอยู่เบื้องหน้าคุณชาย แต่พอรู้ว่าคุณชายต้องการพบห่าน เจ๊มะพร้าวก็ปกป้องห่าน บอกว่าห่านไม่ได้มีเจตนาที่จะหลอกคุณชาย แล้วทั้งแหม่มและโย่งก็ออกมาช่วยกันปกป้องแก้ต่างให้ห่าน จนคุณชายบอกยิ้มๆว่า

    “ที่ผมอยากเจอคุณห่าน เพราะผมมีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกเธอ” เจ๊ยังไม่ยอมบอกอยู่ดี ยืนยันว่าคุณชายจะต้องไม่ทำร้ายจิตใจห่านตนถึงจะบอก คุณชายจึงบอกว่า “ผมจะบอกคุณห่านว่า ‘ผมรักเธอ’ แค่นี้ทำให้พวกคุณมั่นใจได้รึยัง”

    ทั้งสามมองกันอึ้ง โย่งยิงฟันขาวก่อนเพื่อน ในขณะที่เจ๊มะพร้าวยังงงๆ

    พอบอกคุณชายว่าห่านอยู่ไหนแล้ว เจ๊มะพร้าวอวยพรให้คุณชายโชคดี แต่พอหันมา ทั้งสามกลับต้องเครียดเมื่อพรเพ็ญเดินเข้ามาถามหน้าตาขึงขังว่า “เล่ามาให้ฉันฟังเดี๋ยวนี้ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น?!!”

    คุณชายรีบกลับไปหาน้องนุช บอกอย่างดีใจสุดๆ ว่า “ฉันรู้แล้วว่าห่านอยู่ที่ไหน แกไปกับฉันนะ”

    ooooooo

    น้าตุ้มกับน้าเต๊ะเชียร์บื้อให้จีบห่าน บื้อยังไม่กล้า น้าเต๊ะยุว่าความรักเหมือนเกม ต้องรีบทำคะแนนไม่อย่างนั้นจะแพ้ น้าตุ้มก็ลุ้นว่าเวลานี้ดีที่สุด เพราะห่านกำลังต้องการคนมาดามอกอยู่

    พอดีห่านเดินออกมาถามสองน้าว่าวันนี้มีอะไรจะให้ช่วยบ้าง สองน้าตอบพร้อมกันว่าไม่มี แล้วบอกบื้อให้พาห่านเที่ยว บื้อจึงไปจูงจักรยานมาสองคันจะพาห่านเที่ยว แต่ห่านบอกว่าตนขี่จักรยานไม่แข็ง บื้อเลยให้ซ้อนท้าย ห่านซ้อนไม่เป็นอีก บื้อบอกห่านให้กอดเอวตนไว้ แล้วขี่พาห่านไปชมทิวทัศน์สวยงามสองข้างทางกันอย่างเพลิดเพลิน

    แต่ห่านก็ยังไม่หายเศร้า มองทะเลนํ้าตาซึม เมื่อบื้อเดินมาหา ห่านเอ่ยขึ้นว่า

    “นายเคยได้ยินไหม ที่เขาบอกว่ามีอยู่สองเหตุผลที่คนมาทะเล หนึ่งคือตอนที่มีความสุข กับสองคือตอนที่เศร้า...มันก็แปลกนะ ทะเลมันเปลี่ยนไปตามอารมณ์ของเรา วันก่อนฉันยังเห็นทะเลสดใสอยู่เลย แต่ทำไมวันนี้...ทะเลมันถึงได้ดูหม่นหมองแบบนี้ก็ไม่รู้...”

    ห่านยืนนิ่งไปอึดใจ แล้วถอดแหวนที่คุณชายให้ทำท่าเหมือนจะปาลงทะเล แต่แล้วก็ชะงักกำแหวนแน่นบอกบื้อว่า

    “ฉันทำไม่ได้น่ะบื้อ ยังไงฉันก็ลืมคุณชายไม่ได้ ฉันลืมเขาไม่ได้จริงๆ” พูดแล้วร้องไห้จนบื้อไม่รู้จะทำอย่างไร ถอนหายใจแล้วนึกขึ้นได้ ชวนห่านไปกระโดดบันจี้จัมพ์ให้ตื่นเต้นหายเครียดกัน

    ขณะบื้อกอดห่านที่กำลังตื่นเต้นกับการโดดบันจี้จัมพ์นั่นเอง บื้อฉวยโอกาสกระซิบบอกห่าน “ฉันรักเธอ” ห่านไม่ได้ยิน ถามว่าอะไรนะ บื้อไม่กล้าบอก เฉไฉเป็นบอกว่า “ฉัน...จะไม่ทิ้งเธอ” แล้วกระโดดลงไปทันที ห่านตกใจหวีดร้องสุดเสียง แต่พอเล่นเสร็จ ห่านกลับรู้สึกสนุกมาก บื้อดีใจที่ทำให้เธอหายเศร้าได้

    ooooooo

    ระหว่างที่ห่านกับบื้อไปเที่ยวกันนั้น น้องนุชก็ขับรถพาคุณชายมาที่ร้านอาหารทะเลตุ้มเต๊ะ พอน้าทั้งสองรู้ว่ามาหาห่านก็จะโทร.ตามให้ คุณชายห้ามไว้บอกว่าตนรอได้

    น้องนุชถามว่า ทำไมไม่ให้โทร.ตามห่าน คุณชายเกรงว่าถ้าห่านรู้ว่าตนมาอาจจะหนีเตลิดไปอีกก็ได้ พอดีมีโทร.เข้ามือถือน้องนุช พอเห็นเป็นรื่นฤดีโทร.มา น้องนุชตกใจมองหน้าคุณชายอย่างครุ่นคิด แล้วรับสายเอง รื่นฤดีถามทันทีว่า

    “ตาชายเป็นไงบ้างลูก” ถามพลางหันมองหน้าดาหลากับดารัณที่ฟังสปีกโฟนอยู่ด้วยกัน

    แต่นอกจากสองแม่ลูกนั้นแล้ว...ที่มุมลับตา ชนะศึกกับสมก็แอบฟังอยู่ด้วย

    “เอ่อ...ชาย...ชายยังนอนอยู่เลยค่ะ” น้องนุชตอบอึกอักนิดๆ รื่นฤดีขอคุยกับคุณชาย น้องนุชชะงักไปอีกนิดหนึ่งแล้วบอกว่า “ชายเข้าห้องน้ำค่ะแม่” อุ๊ย...มีสายเข้าพอดี น้องนุชขอวางก่อนนะคะ แล้วจะบอกให้ชายโทร.กลับ” พอวางสายก็ถอนใจโล่งอก

    ดาหลาไม่เชื่อ จับเท็จว่า ทีแรกน้องนุชบอกว่า ยังนอนอยู่ แต่อึดใจเดียวก็บอกว่าเข้าห้องน้ำอยู่ ชวนรื่นฤดีและดารัณไปบ้านน้องนุชดูให้เห็นกับตาเลย

    ชนะศึกตกใจ บอกสมให้หาทางไปถ่วงสามหญิงไว้ตนจะรีบโทร.บอกคุณชายให้รู้ตัว พอคุณชายรับโทรศัพท์จากชนะศึกก็ตกใจ บอกน้องนุชว่า แม่กับดาหลาและดารัณจะไปที่บ้านเธอ คุณชายจึงรีบโทร.เข้ามือถือรื่นฤดี ขอโทษที่ไม่ได้โทร.กลับทันที ตนขออยู่บ้านน้องนุชอีกสักวัน

    “อยู่ต่ออีกวันเลยเหรอ”

    “ครับ...แค่นี้ก่อนนะครับคุณแม่ แล้วไว้ผมจะโทร.หา” คุณชายรีบวางสาย ถอนใจโล่งอก ที่รอดตัวไปอีกครั้ง...

    รื่นฤดีบอกสองแม่ลูกว่า อย่างนี้เราก็ไม่ต้องไปบ้านน้องนุชแล้ว ชนะศึกกับสมแอบฟังอยู่ เอามือตีกันเบาๆ อย่างดีใจ

    ooooooo

    บื้อพาห่านเที่ยวและเล่นจนเธอผ่อนคลายลงแล้ว ห่านชวนไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันดีกว่า บื้อจึงพาไปซื้ออาหารทะเลสดๆ ที่สะพานปลาได้กุ้งหอยปูปลาสดๆมาแล้ว ห่านเร่งให้รีบกลับไปทำกินกัน ทำเสียงซี้ดซ้าดน้ำลายสอ จนบื้อขำบอกว่าดูท่าจะกลับไปทำที่บ้านสองน้าไม่ทันเสียแล้ว เลยพาแวะไปที่บ้านลุงเพิ่มกับป้านา เพื่อทำกินกันที่นั่น

    ลุงเพิ่มดีใจมาก เพราะไม่ได้เจอบื้อมานานแล้ว บื้อถามถึงป้านา ลุงเพิ่มจึงพาไปดูในห้อง ป้านานอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่บนเตียง บื้อเข้าไปเยี่ยมป้านา บอกลุงเพิ่มว่าหน้าตาป้านาดูดีขึ้นมาก

    ห่านจึงรู้เรื่องป้านาจากบื้อว่า...

    “ลุงเพิ่มแกดูแลป้านามาหลายสิบปี คืออยู่ดีๆ ป้าก็เป็นลมแล้วก็ไม่ฟื้นขึ้นมาอีก ญาติป้านาอยากเอาป้าไปดูแล แต่ลุงเพิ่มไม่ยอม บอกว่าถ้าพาอีกครึ่งชีวิตของเขาไป แล้วเขาจะอยู่ได้ยังไง”

    “น่าสงสารจังเลย” ห่านน้ำตาซึม

    “สงสารตัวเองดีกว่า” บื้อสวนทันควัน ห่านทำตาเขียวถามว่า หมายความว่าไง “ก็หมายความว่า ลุงเพิ่มเขามีความสุขมากกว่าเธอตั้งเยอะ...ถึงลุงเพิ่มจะมีเมียเป็นเจ้าหญิงนิทราแต่แกก็ยอมรับความจริง แล้วก็มีความสุขไปตามสภาพ...ส่วนเธอ ไม่พอใจกับรองเท้าแตะ แต่อยากเป็นซินเดอเรลล่าใส่รองเท้าแก้ว” พูดแล้วมองหน้าห่านถามเบาๆ “เหนื่อยไหม...”

    ห่านอึ้ง...นึกอายที่มีคนรู้ทัน พูดตรง แต่ก็ยังเถียงอ้อมแอ้มว่า “คนเรามันต้องมีความฝันกันทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ”

    “ก็ใช่...แต่ฝันสูงไป ตกลงมามันก็จะเจ็บมาก ใช่ไหม?”

    ห่านหน้าจ๋อย เอามือแตะที่หัวใจตัวเอง ยอมรับ ว่าเจ็บจริงๆ ด้วย แล้วความอัดอั้นที่สุมแน่นในใจก็พังทลายลงจนห่านทนไม่ได้โผเข้ากอดบื้อร้องไห้โฮๆ

    บื้อกอดห่านไว้ให้เธอปลดปล่อยความอัดอั้นอยู่กับอกตัวเองอย่างสงสาร...เห็นใจ...

    ใกล้ค่ำแล้ว ขณะที่ห่านกำลังย่างกุ้งอยู่ บื้อรีบไปรับรองเท้าที่ซ่อมเสร็จแล้วเอากลับไปที่บ้านลุงเพิ่ม

    ooooooo

    ระหว่างที่ห่านกำลังย่างกุ้งอยู่นั้น ลุงเพิ่มมาคุยด้วยอย่างสนิทสนม บอกห่านว่าตั้งแต่รู้จักกับบื้อมาก็เพิ่งเห็นวันนี้แหละที่แววตาบื้อมีความสุขมาก แล้วลุงเพิ่มก็เล่าเรื่องบื้อให้ฟังว่า

    “ชีวิตไอ้หนุ่มนี่มันน่าสงสาร พ่อแม่รถคว่ำตายมันรอดทั้งๆที่นั่งรถคันเดียวกัน...มันดวงแข็งไหมล่ะ...ตอนเด็กลุงเจอตอนมันจะโดดหน้าผา” ห่านตกใจถามว่าบื้อจะฆ่าตัวตายหรือ “ม่ายช่าย...มันบอกมันจะเหาะไปหาพ่อแม่มันบนสวรรค์ ดีที่ลุงคว้าตัวมันไว้ทัน ไม่งั้นมันคงได้ไปหาพ่อแม่มันจริงๆแล้วล่ะ”

    ลุงเพิ่มเล่าจบ เสียงบื้อก็ทักเข้ามาอย่างร่าเริง “โห...ทำอะไรน่ะ หอมจัง”

    ห่านหันมองบื้อด้วยแววตาที่สงสารจับใจ...

    หลังจากกินอาหารมื้อพิเศษสุดที่บ้านลุงเพิ่มแล้ว บื้อเอารองเท้าที่ซ่อมเสร็จแล้วให้ห่าน พูดอย่างมีความสุขว่า

    “เห็นเธอรักมันมาก แต่มันอาจจะไม่ค่อยเหมือนของเดิมสักเท่าไหร่นะ”

    ห่านซึ้งใจ โผเข้ากอดบื้อถามว่า “ทำไมนายถึงเป็นคนดีแบบนี้...ฉันขอโทษนะ ที่แต่ก่อนชอบดุด่านาย จริงๆ แล้วฉันไม่ใช่คนใจร้ายนะ แต่นายมัน...ชอบกวนฉันก่อน”

    พูดแล้วเห็นบื้องงๆ ก็ตัดบท “ไม่เป็นไรนะ เอาใหม่ จากนี้ไป ฉันจะพยายามดุด่านายให้น้อยลง โอเคไหม?”

    ขณะห่านเอารองเท้ามาใส่ เห็นรองเท้าผ้าใบของบื้อทั้งเก่าทั้งเหม็น บอกบื้อว่าจะซื้อให้ใหม่

    “ไม่...ฉันชอบของอะไรเดิมๆ ถึงจะเน่า ฉันก็รักของฉัน”

    ooooooo

    ห่านกับบื้อพากันเดินกลับมาที่ร้านอาหารทะเลตุ้มเต๊ะ ห่านผงะเมื่อเห็นคุณชายนั่งรออยู่ คุณชายกับน้องนุชลุกยืนบื้อสะอึกออกไปขวางประกาศ

    “อย่าแตะต้องห่าน ถ้าจะเอาเรื่องห่าน ผมไม่ยอมแน่!”

    คุณชายบอกว่าตนไม่ได้จะมาเอาเรื่องแต่อยากมาคุยกับห่าน บื้อไล่ให้กลับไปเสีย คุณชายไม่ยอมกลับ เลยถูกบื้อต่อยเปรี้ยงจนเซถลา ทุกคนตกใจ แต่คุณชายยังใจเย็นขอร้องห่านให้เวลาตนสักนิด...

    เมื่อห่านยอมคุยด้วย คุณชายกับห่านเดินออกไปด้วยกัน ห่านถามคุณชายว่ายังมีอะไรจะคุยกับตนหรือ แค่นี้ตนก็อับอายมากแล้ว คุณชายหยุดเดินจับมือห่านพูดขัดขึ้นทันที...

    “ผมรักคุณ...คุณห่าน”

    ห่านมองหน้าคุณชายอึ้ง ตัวชาวาบจนก้าวขาไม่ออก พอตั้งสติได้ห่านก็พูดอย่างไม่เชื่อว่า “ไม่ตลกนะคะคุณชาย”

    “ผมไม่ได้ตลก ผมพูดจริง หลังจากเกิดเรื่อง  ผมยอมรับว่า ผมสับสน ผมไม่พอใจ แต่ในที่สุดผมก็รู้ว่าผมรักคุณ”

    “คุณชายรักคุณฮันนี่ต่างหาก เพราะว่าคุณเป็นใคร...” คุณชายขัดขึ้นทันทีว่า

    “ผมรักที่คุณเป็นคุณ รักทุกอย่างที่เป็นคุณ”

    ห่านพูดถึงฐานะที่แตกต่างกันของตนกับคุณชายแต่คุณชายบอกว่าเรื่องนั้นไร้สาระสำหรับตน กระชับมือห่านบอกว่า “ผมอยากให้เรากลับมาเหมือนเดิม จะได้ไหมครับ”

    “คุณชายไม่สนใจ แต่คนรอบข้างตัวคุณชายล่ะคะ”

    “ผมจะคุยกับคุณแม่เอง ขอแค่คุณห่านเชื่อใจผมรับปากว่าจะให้โอกาสผม...นะครับ”

    ห่านกอดตอบด้วยความรัก เป็นภาพที่สวยงามและอบอุ่น แต่บาดตาบาดใจบื้อที่ยืนมองอยู่ด้วยใบหน้าเศร้าหมอง น้องนุชเองก็รู้สึกใจแป้วเช่นกัน บื้อหันหลังเดินออกไป น้องนุชหันมองบื้ออย่างสงสัย

    คุณชายกับห่านจูงมือกันกลับมา น้องนุชถามทั้งที่ใจโหวงๆว่า “ท่าทางแบบนี้แสดงว่าเข้าใจกันแล้ว”คุณชายยิ้ม รับแล้วถามว่าบื้ออยู่ไหน น้องนุชไม่รู้ ห่านจึงอาสาไปชวนบื้อกลับกรุงเทพฯด้วยกัน บื้อยังไม่อยากกลับ แต่ฝากขอโทษคุณชายที่ถูกตนต่อยหน้า ห่านจึงนัดเจอกันที่กรุงเทพฯแล้วเดินจากไป บื้อมองตาม เศร้าจนบอกไม่ถูก...

    คุณชายไปส่งห่านที่บ้านเช่า บอกว่าพรุ่งนี้จะมารับ ห่านขอให้ไปเจอกันที่ห้างเลยดีกว่า ไม่อยากให้เขาเสียชื่อเพราะถ้าที่ห้างรู้เรื่องนี้ คุณชายต้องโดนติฉินนินทาแน่ ทั้งยังขอร้องอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับใครเพราะถ้าคุณชายโดนติฉินนินทาตนคงทนไม่ได้

    “คนดีของผม...นี่คุณห่วงผมมากขนาดนี้เลยหรือครับ” คุณชายซึ้งใจประคองมือห่านขึ้นหอมเบาๆก่อนจากกัน

    แหม่มกับโย่งได้ยินเสียงรถจึงออกมาดู เห็นคุณชายหอมมือห่านพอดี ต่างมองเหวอ พอห่านเข้าบ้านโย่งถามว่าแล้วบื้อล่ะทำไมไม่กลับมาด้วย ห่านบอกว่าบื้อจะกลับพรุ่งนี้ พอห่านกับแหม่มเดินเข้าบ้าน โย่งพึมพำอย่างเป็นห่วง...

    “ป่านนี้ไอ้บื้อจะเป็นยังไงนะ...”

    ooooooo

    เมื่อคุณชายกลับถึงบ้าน รื่นฤดีดีใจมาก เชื่อว่าคุณชายตัดใจจากห่านได้แล้ว รุ่งขึ้นรีบโทร.บอกดาหลา พอดารัณรู้ก็พูดกับดาหลาอย่างหมายมาดว่า คราวนี้ก็ถึงเวลาของลูกแม่เสียที

    ดาหลาขอให้ดารัณช่วยเลือกชุดที่จะใส่ไปทำงานวันนี้ ให้เลือกชุดที่สวยที่สุดเซ็กซี่ที่สุด

    ส่วนห่านแต่งตัวไปทำงาน แหม่มเตือนว่าเธอยังไม่ได้ใส่แว่น ห่านบอกว่า “เลิกใส่แล้ว อยากทำตัวสวย เพื่อคุณชาย” และให้แหม่มไปก่อนเดี๋ยวตนค่อยตามไป แหม่มถามงงๆว่า “แกจะไปไหน?”

    เมื่อแหม่มไปทำงานแล้ว ห่านไปที่บ้านเด็กกำพร้าทอตะวัน หยุดยืนหน้าบ้าน สูดลมหายใจเรียกกำลังใจให้ตัวเองเต็มที่ก่อนเดินเข้าไป

    “ครูคะ” ห่านเรียกครูสมพรที่กำลังกวาดใบไม้อยู่ เดินเข้าหาน้ำตาไหลพรากด้วยความรู้สึกที่ผิดมาก “ห่านขอโทษนะคะ ห่านขอโทษ” ห่านก้มกราบแทบเท้าครู

    ครูสมพรประคองห่านลุกขึ้น ห่านพูดทั้งน้ำตาว่า “ห่านขอโทษที่วันนั้นห่านพูดไม่ดีกับครู ห่านเกือบทำให้ครูเดือดร้อน เพราะความเห็นแก่ตัวของห่าน ครูโกรธห่านไหมคะ”

    “ครูไม่เคยโกรธห่าน” ครูสมพรเช็ดน้ำตาให้ห่าน พูดอย่างเมตตา “ครูเข้าใจเหตุผลที่ห่านทำ แต่ครูยังอยากให้ลูกศิษย์ของครูคนนี้กล้ายอมรับความจริง”

    “ห่านทำแล้วค่ะครู ห่านสารภาพกับคุณชายไปแล้วว่าห่านเป็นใคร และคุณชายก็ยอมรับห่านค่ะ”

    “ดีแล้วลูก...ดีแล้ว...ครูดีใจด้วยนะ หนทางต่อจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ตาม ครูขอให้ห่านอดทนให้ได้ และที่สำคัญเราต้องคิดดี ทำดีนะ เพราะความดีจะปกป้องเรา”

    “ค่ะ” ห่านรับคำ น้ำตาแห่งความตื้นตันไหลอาบหน้า ครูสมพรลูบหัวห่านด้วยความดีใจเปี่ยมด้วยความเมตตา

    ooooooo

    บื้อกลับมาแล้ว โจ๊กทักด้วยความดีใจมากว่าเฮียยังไม่ตาย!

    “อกหักไม่ทำให้คนตายหรอกนะเว้ย” บื้อพูดอย่างเข้มแข็ง โจ๊กประกาศต้อนรับเข้าสู่สมาคมคนอกหักแห่งประเทศไทย บื้อถามว่ามีสมาคมนี้ด้วยหรือ โจ๊กยืนยันว่ามีและตนนี่แหละที่เป็นหัวหน้าสมาคมเอง

    โจ๊กเล่าถึงที่มาของสมาคมอกหักของตนว่า นับแต่ตนสารภาพรักกับคุณหนูจ๋าเป็นต้นมา ก็ไม่ได้เจอเธออีกเลย เธอคงเกลียดตนไปแล้ว บื้อตบบ่าโจ๊กพูดให้กำลังใจว่า

    “ถือเสียว่าแกกับเขาไม่ได้เกิดมาเพื่อคู่กันก็แล้วกัน ถ้ามันไม่ใช่ ก็คือไม่ใช่ ฝืนไปก็เปล่าประโยชน์”

    ปากบอกโจ๊กแต่ใจบื้อคิดถึงเรื่องของตัวเองกับห่าน...

    สายๆวันนี้ขณะโจ๊กถือหนังสือจะไปเรียน คุณหนูจ๋าขับรถผ่านมาพอดีจึงจอดรถเรียกโจ๊กขึ้นรถไปด้วยกันบอกว่าตนจะไปส่งที่ปากซอย โจ๊กตกใจ ลังเล คุณหนูจ๋าเร่งให้รีบขึ้นมาเดี๋ยวตนไปเรียนสาย

    ระหว่างนั่งรถไปด้วยกัน คุณหนูจ๋าเอ่ยถึงเรื่องที่โจ๊กเคยบอกรักตนว่า

    “วันนั้นฉันยังไม่ได้ขอบใจโจ๊กเลยที่โจ๊กมีความรู้สึกดีๆให้ฉัน ฉันเสียอีกที่ทำตัวแย่คอยหลบหน้าโจ๊ก”

    “ผมเข้าใจคุณหนูจ๋าครับ คุณหนูจ๋าชอบเฮียบื้อใช่ไหม...” คุณหนูจ๋ามองหน้าโจ๊กอึ้งแล้วจึงพยักหน้า โจ๊กพูดจากใจจริงว่า “ตอนนี้เฮียกำลังอกหัก เฮียต้องการกำลังใจ”

    คุณหนูจ๋ามองหน้าโจ๊กด้วยความประทับใจ ที่โจ๊กมีความปรารถนาดีทั้งต่อตัวเธอและบื้อ...

    ooooooo

    ในห้องอาหารพนักงานที่วันนี้ไม่มีคนอื่นเลยนอกจากกลุ่มเจ๊มะพร้าว ห่านและแหม่ม เจ๊แสดงความยินดีกับห่านบอกว่าจะมีสักกี่คนในโลกนี้ที่จะโชคดีเหมือนเธอ

    “นั่นเป็นเพราะเจ๊กับแหม่ม ถ้าเจ๊กับแหม่มไม่ให้กำลังใจฉัน ไม่อยู่เคียงข้างกัน ฝันของฉันคงแตกสลายไปนานแล้ว”

    ขณะนั้นเอง พรเพ็ญเดินเข้ามาเห็นชายเสื้อห่านออกมานอกขอบกระโปรงก็ตำหนิทันที

    “ถึงจะเป็นแฟนคุณชาย ถ้าทำผิดระเบียบ ฉันก็ไม่ไว้นะยะ”

    ห่านรีบเก็บชายเสื้อเข้าในกระโปรง ขอโทษพรเพ็ญ บอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจ พูดอย่างถ่อมตนเจียมตัวว่า

    “แล้วอีกอย่าง ฉันยังเป็นนางสาวหฤทัย พนักงานขายรองเท้าสตรี ลูกน้องคุณผู้จัดการคนเดิม ถ้าฉันทำผิด คุณผู้จัดการลงโทษฉันได้เลยค่ะ”

    ขณะนั้นเอง แอปเปิ้ล ปีโป้ และจีจี้เดินเข้ามาเห็นพรเพ็ญอยู่กับพวกห่านก็หลบมุมแอบฟัง ได้ยินพรเพ็ญพูดว่าห่านเป็นแฟนคุณชายก็มองกันตาลุก ปีโป้บอกทั้งสองว่า นี่แสดงว่าคุณชายรู้ความจริงแล้วว่าฮันนี่เป็นใครแต่ไม่โกรธ จีจี้พูดหน้าแทบไม่เป็นคนว่า ถ้าห่านแต่งงานกับคุณชายพวกเรามิโดนห่านไล่ออกหรือ!

    “มันจะไม่มีวันนั้น!” แอปเปิ้ลมองจิกห่าน ปีโป้กับจีจี้จ้องหน้าแอปเปิ้ลอย่างอยากรู้ว่าจะทำอย่างไร

    พอดีดาหลาเดินอารมณ์ดีเข้ามา ทั้งสามคิดว่าเธอคงเสียใจจนเพี้ยนไปแล้ว แอปเปิ้ลแถเข้าไปปลอบ...

    “โธ่คุณดาหลา คุณคงจะเสียใจมากสิคะที่รู้ว่าคุณชายกับนังห่านรักกัน”

    “เธอพูดว่าอะไรนะ!!” ดาหลาหน้าเป็นยักษ์ทันที จ้ำอ้าวไปหาห่านที่กำลังคุยอยู่กับพรเพ็ญปราดเข้าไปตวาดเรียก “นังห่าน!!!” แอปเปิ้ล ปีโป้ และจีจี้ สาระแนตามไปอย่างอยากรู้อยากเห็น ไปยืนออกันอยู่หลังดาหลา

    ดาหลาเงื้อมือจะตบห่าน ถูกพรเพ็ญจับมือไว้ ดาหลาหันขวับตวาดพรเพ็ญว่า นี่เป็นเรื่องระหว่างตนกับห่านคุณไม่เกี่ยว ถูกพรเพ็ญสวนทันควันว่าเกี่ยว เพราะเธอกับห่านเป็นพนักงานของห้างเท่ากับเป็นผู้ใต้บังคับ บัญชาของตน

    “ฉันไม่ได้เป็นลูกน้องของแก!!” ดาหลาตวาดแว้ดอย่างวางอำนาจ

    “เป็นสิ!! คุณฝึกงานในตำแหน่งประชาสัมพันธ์ของห้าง ขึ้นตรงต่อฉัน ถ้าคุณก่อเหตุวิวาท ฉันจะรายงานคุณชาย”

    ดาหลาด่าพรเพ็ญว่า อีแก่ขี้ฟ้อง! ถูกพรเพ็ญตบจนหน้าหัน ทุกคนตะลึง ดาหลาตะคอก “แกตบฉัน!!”

    พรเพ็ญบอกว่าตนไม่ได้ตบ แต่เป็นโรคชักกระตุก เวลาโมโหมันจะเป็นขึ้นมาเองและตนก็ควบคุมไม่ได้ด้วย ดาหลาบอกว่าจะฟ้องคุณหญิงว่าถูกพรเพ็ญทำร้ายร่างกาย งานนี้มีหวังโดนไล่ออกแน่

    “มีใครเห็นฉันทำร้ายคุณดาหลาเหรอ?” พรเพ็ญถามทุกคนที่อยู่ตรงนั้น พวกเจ๊พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เห็น พรเพ็ญหันไปถามกลุ่มแอปเปิ้ล พวกนั้นตอบอ้อมแอ้มว่าไม่เห็น ดาหลาด่าว่าพวกนี้รวมหัวกันแกล้งตน จ้องหน้าทุกคนพูดอาฆาตว่า ฝากไว้ก่อนเถอะ! แล้วเดินกระแทกเท้าออกไป

    ooooooo

    พรเพ็ญเข้าไปรายงานคุณชาย บอกว่าจำเป็นต้องมาเรียนเพราะเกรงดาหลาจะทำร้ายหฤทัย คุณชายขอบคุณที่มาบอก เดี๋ยวตนจะจัดการเรื่องดาหลาเอง

    ไม่นาน ดาหลาก็ได้รับโทรศัพท์จากคุณชายเรียกให้ไปพบ เธอดี๊ด๊าหน้าใสเสียงหวานเข้าไปถามว่ามีอะไรจะคุยกับตนหรือ พอคุณชายบอกว่า “ผมกับคุณห่านเรารักกัน” เท่านั้น หน้าดาหลาก็เปลี่ยนเป็นไม่พอใจทันที ถามเสียงขุ่นว่า

    “ทั้งๆที่มันหลอกคุณชายเนี่ยนะคะ คุณชายก็ยังโง่ไปหลงกลมันอีก” พอเห็นคุณชายผงะ ก็รีบแก้ตัวว่า “ดาหลาไม่ได้หมายความตามที่พูดนะคะ”

    คุณชายบอกว่าเธอจะหมายความว่าอย่างไรตนไม่สนใจ แต่อยากให้รู้ไว้ว่าห่านไม่ได้ตั้งใจจะหลอก และไม่ได้มุ่งร้ายต่อตน ย้ำกับเธอชัดๆว่า

    “ผมรู้ตัวผมดี ผมรักคุณห่าน ผมขอโทษที่ผมไม่สามารถรักคุณได้ แต่ผมยินดีที่จะเป็นเพื่อนกับคุณนะครับ”

    แม้จะแค้นจนแทบกรี๊ดออกมา แต่ดาหลาก็สะกดกลั้นไว้ทำเป็นยิ้มแย้มยินดีกับคุณชาย แต่ย้ำว่าคุณชายอย่าลืมคำพูดที่บอกว่าจะเป็นเพื่อนกับตน แต่พอออกมาพ้นสายตาคุณชาย เธอก็จิกตาแค้นพึมพำ

    “มีฉันต้องไม่มีแกนังห่าน ฉันจะทำให้แกเลิกกับคุณชายให้ได้!”

    บ่ายวันนี้เอง ดาหลากับดารัณก็แจ้นไปฟ้องรื่นฤดี ว่าคุณชายกำลังหลงห่านหัวปักหัวปํา

    “แล้วแม่ควรจะทำยังไงดีลูก” รื่นฤดีถามดาหลาอย่างเหนื่อยล้า

    “ดาหลาอยากให้คุณแม่สนับสนุนคุณชายในเรื่องนี้ค่ะ ถ้าคุณแม่ต่อต้าน คุณแม่จะเสียคุณชายไปแน่นอนทำตามที่ดาหลาพูด แล้วส่วนที่เหลือดาหลาจะจัดการเอง” ดาหลายิ้มเยือกเย็น แต่รื่นฤดีก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอจะทำอย่างไร?

    เมื่อเดินออกมา ดารัณถามดาหลาว่ามั่นใจหรือว่าแผนนี้จะได้ผล?

    “ค่ะ...ดาหลาจะทำให้นังห่านมันรู้ตัวว่ามันไม่เหมาะสมกับคุณชาย มันก็เป็นแค่รองเท้าแตะเน่าๆ ไม่มีทางมาเทียบเสมอรองเท้าแก้วอย่างดาหลาได้หรอกค่ะ” ดาหลาหน้าตาร้ายกาจมาก

    ooooooo

    ต่อหน้าพรเพ็ญ พวกแอปเปิ้ลทำเป็นเงียบ แต่พอลับหลังก็สุมหัวกับพวกพนักงานพากันนินทาห่านว่าเอาตัวเข้าแลกกับคุณชาย

    บังเอิญคุณชายมาได้ยิน ตรงไปปรามพวกปากหอย ปากปูว่า ห่านไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาพูดบอกพวกนั้นว่า

    “ผมกับคุณห่าน เรารักกันด้วยความจริงใจอย่าให้ผมได้ยินพวกคุณพูดถึงคุณห่านในแง่นี้อีก ไม่อย่างนั้นผมจะไล่ออกให้หมด”

    พวกพนักงานพากันหัวหด แต่ห่านติงคุณชายว่าใครจะพูดอย่างไรก็ช่าง คุณชายอย่าไปยุ่งเลย ถ้าเราไม่ได้เป็นแบบที่พวกเขาพูดก็ไม่ต้องไปเดือดร้อน คุณชายพูดอย่างชื่นชมว่า “คุณเป็นคนดีจริงๆ นะครับคุณห่าน”

    “ห่านไม่ใช่คนดีนักหรอกค่ะ เพียงแต่ห่านเข้าใจอะไรๆ มากขึ้นกว่าแต่ก่อน อย่าทำแบบนี้อีกนะคะ ห่านไม่อยากให้พวกเขาว่าคุณชายว่าเป็นพวกเลือกที่รักมักที่ชัง”

    คุณชายนึก ได้บอกว่าเลิกงานจะไปส่งห่านที่บ้าน ห่านบอกว่าตนมีนัดกับเพื่อนแล้ว คุณชายจึงนัดเป็นพรุ่งนี้ก็ได้

    ที่แท้ห่านนัดแหม่มจะไปหาซื้อรองเท้าให้บื้อ ไปเจอร้านขายรองเท้าผ้าใบเพนต์ลายให้ฟรี ห่านถามว่าลายอะไรก็ได้หรือ แล้วหันไปยิ้มกับแหม่มทำนองตกลงซื้อที่นี่แหละ

    ห่านหิ้วถุงรองเท้ากลับถึงบ้าน ตรงไปที่บ้านบื้อ เจอบื้อกำลังนั่งกินขนมที่คุณหนูจ๋าซื้อมาฝากกันอย่างสนิทสนม ก็หิ้วถุงรองเท้ากลับเจอโจ๊กเลยยื่นให้ พอกลับถึงบ้านตัวเองก็บ่นกับแหม่ม

    “ผู้ชายเจ้าชู้” แหม่มถามว่าคุณชายหรือ “นายบื้อต่างหาก...วันนี้ฉันเจอบื้อกับคุณหนูจ๋าหัวเราะคิกคัก มี ความสุขกันเหลือเกิน” แหม่มติงว่ายังไม่เห็นว่าเจ้าชู้ตรงไหน “ไม่ใช่แค่คุณหนูจ๋าที่นายบื้อทำแบบนี้ ยังมีคุณน้องนุชอีกคนแย่มาก!!”

    ooooooo

    โจ๊กหิ้วถุงรองเท้าไปให้บื้อบอกว่าของเฮีย เล่าว่าห่านเดินเข้ามาแป๊ปเดียวก็ออกไปยื่นถุงนี้ให้ ตนดูแล้วมั่นใจว่าห่านตั้งใจเอามาให้เฮียมากกว่า

    บื้อนึกถึงที่ห่านบ่นว่ารองเท้าของตนเก่าจนเน่าแล้ว บอกว่าจะซื้อให้แต่บื้อบอกว่าไม่เอาไม่อยากได้ พอดูรองเท้าก็ยิ้มออกมาอย่างมั่นใจว่าห่านตั้งใจซื้อให้ตน เพราะรองเท้าสองข้าง ข้างหนึ่งเพนต์รูปผู้ชายหัวฟูอีกข้างเพนต์เป็นรูปตัวห่าน

    บื้อดีใจมากรีบใส่เอาไปอวดห่านที่ริมรั้ว ห่านยังงอนทำเป็นไม่สนใจ บื้อเลยยกเท้าพาดรั้วให้ดู บอกห่านว่า

    “ขอบใจ ฉันชอบมาก จะใส่ทุกวันเลย”

    แม้จะทำตะบึงตะบอนใส่ แต่ฟังบื้อแล้วห่านก็ยิ้มออกมาอย่างรู้สึกดีมากๆ แล้วนึกขึ้นได้ถามบื้อว่ารองเท้าของตนที่บื้อเอาไปซ่อมอยู่ไหน บื้อทำหน้าตายบอกว่ารองเท้าของเธอตนจะไปรู้ได้ยังไง ทั้งๆที่บื้อเป็นคนโยนทิ้งถังขยะไปเอง ห่านเลยงงตัวเองว่า เอารองเท้าไปไว้ที่ไหน

    ฝ่ายรื่นฤดี ยอมทำตามแผนของดาหลา แกล้งทำเป็นดีใจที่คุณชายได้พบรักแท้ บอกคุณชายว่าความสุขของลูกคือความสุขของแม่ แล้วบอกคุณชายว่า อยากรู้จักห่านให้มากกว่านี้ ให้คุณชายนัดห่านมาเจอกับแม่สักที คุณชายยิ้มสบายใจที่แม่เข้าใจและให้โอกาสห่าน

    ที่ห้าง แอปเปิ้ลพยายามยุยงเป่าหูให้เพื่อนๆ ต่อต้านห่าน ขู่ว่าขืนปล่อยห่านให้ได้แต่งงานกับคุณชาย สักวันห่านต้องเหยียบหัวพวกเราแน่ บอกว่าวันนี้เป็นวันหยุดของห่านเป็นโอกาสดีของเราแล้ว

    ว่าแล้วแอปเปิ้ลก็ไปเป่าหูพรเพ็ญว่า ถูกคุณชายขู่จะไล่ออกถ้าพวกตนทำให้ห่านไม่พอใจ แต่พรเพ็ญไม่เชื่อ ไล่ให้ไปทำงาน เอาเวลาไปตั้งใจทำงานดีกว่า แอปเปิ้ลหงุดหงิดที่แผนตนไม่ได้ผล ซ้ำยังถูกพวกพนักงานด้วยกันบ่นว่าจะพาพวกตนซวยไปด้วย

    “เพื่อนแอ๊บ ฉันว่าที่พวกเขาพูดก็ถูกนะ ฉันไม่อยากมีเรื่องกับห่าน ฉันไม่อยากโดนไล่ออก” ปีโป้เริ่มถอย จีจี้เห็นด้วย แอปเปิ้ลโมโห ด่าสองคนว่าแค่นี้ก็ยอมแพ้แล้วหรือ จีจี้บอกว่าถ้าชนะแล้วต้องเดือดร้อนตนยอมแพ้ดีกว่า

    “ในเมื่อพวกแกกลัวกันนักก็ไปเลย ไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีก ฉันจัดการเรื่องนี้เองคนเดียวก็ได้” แอปเปิ้ลฮึดสู้ลุยเดี่ยว

    ooooooo

    เมื่อรื่นฤดีอยากรู้จักห่านมากกว่านี้ คุณชายจึงไปหาห่านที่บ้าน เจอห่านกับบื้อกำลังแกล้งกันอยู่ที่ลานซักผ้า จนเปียกล้มลงหน้าเกือบชนกัน

    คุณชายมาเห็นกลับขำสภาพเปียกปอนของทั้งสอง ห่านกับบื้อทำหน้าไม่ถูก เมื่อไปนั่งคุยกัน คุณชายบอกห่านเรื่องรื่นฤดีอยากให้เธอไปทานข้าวที่บ้าน ห่านใจคอไม่ดี คุณชายบอกว่าไม่เป็นไรพรุ่งนี้ตนจะอยู่กับเธอด้วย แล้วชวนไปหาซื้อเสื้อผ้ากัน แต่ยังไม่ทันถึงร้าน คุณชายก็ได้รับโทรศัพท์จากพรเพ็ญว่าที่ห้างมีปัญหา คุณชายจึงให้บื้อพาห่านไปแทน ส่วนตัวเองกลับไปจัดการปัญหาที่ห้าง

    ร้านที่คุณชายนัดไว้คือร้านของสุรเดชนั่นเอง สุรเดชเพิ่งเปิดร้านได้ไม่นาน เขาแสดงความยินดีที่ได้รู้จักตัวจริงของห่านเพราะที่แล้วมาได้ยินแต่ชื่อ ห่านถามว่าได้ยินชื่อตนจากไหน

    “คุณชายไงครับ คุณชายชื่นชมคุณห่านไม่ขาดปาก ดูก็รู้ว่าคุณชายรักคุณห่านม้าก...มาก มากจนพี่อิจฉาเลยล่ะ อ้อ...เลือกชุดไว้ให้แล้ว คุณห่านไปลองเลยดีกว่า”

    ระหว่างห่านเข้าไปลองชุดในห้อง สุรเดชก็ชวนบื้อไปลองชุดที่ตนเตรียมไว้ให้บื้อด้วย

    ครู่เดียว บื้อก็ออกมาในชุดสูทอย่างเท่ สุรเดชมองด้วยความปลาบปลื้มจนดูเว่อร์...ชมเปาะว่าหล่อมาก ชุดของตนดูดีขึ้นเพราะได้บื้อใส่แท้ๆ

    พอดีห่านใส่ชุดออกมาให้ดู พอห่านเห็นบื้อในชุดสูทก็ถึงกับอึ้ง สุรเดชหันไปเห็นห่าน อุทานอย่างปลื้มสุดๆ

    “เลิศมากค่ะคุณห่าน ชุดนี้เกิดมาเพื่อคุณจริงๆ ไหนลองหมุนตัวสิครับ...สวยมาก...” แล้วนึกได้หันไปมองบื้อที่ใส่สูทโทนสีเดียวกับห่าน บอกว่าเหมาะสมกันที่สุดเลย

    ขณะนั้นเอง สุรเดชได้รับโทรศัพท์ คุยกับปลายสายแล้วบอกห่าน “ฉันว่าฉันถ่ายรูปเธอส่งไปให้คุณชายดูดีกว่า”

    ห่านหันไปชวนบื้อมาถ่ายด้วยกัน บื้อเข้ามายืนห่างๆยื่นมือถือไปข้างหน้า ห่านเรียกให้เข้าใกล้อีกเพราะเห็นหน้าบื้อซีกเดียว บื้อเลยไปยืนข้างหลังแล้วใช้มือสองข้างยื่นมือถือมาข้างหน้า ห่านเลยเหมือนอยู่ในวงแขนบื้อ ทำเอาห่านยืนเกร็ง บื้อยื่นหน้าออกมา บอกห่านว่า “ถ่ายล่ะนะ” แล้วกดแชะเลย

    ooooooo

    คุณชายรีบกลับไปที่ห้าง เจอแอปเปิ้ลถือป้าย “เราต้องการความยุติธรรม” นั่งขวางประตูเข้าห้างทำให้คนไม่กล้าเข้าห้าง

    “พรเพ็ญพยายามทำทุกอย่างแล้ว แต่ปิยะพรก็ไม่ยอมเลิกค่ะ ถ้าเราปล่อยไว้แบบนี้ห้างเราเสียชื่อแน่”

    คุณชายยืนมองแอปเปิ้ลอึดใจแล้วสั่งพรเพ็ญให้ตาม รปภ.มา ส่วนตัวเองเดินไปถามแอปเปิ้ลว่าจะให้ตนทำอย่างไรเธอถึงจะยอมกลับไปทำงาน ระหว่างนั้นดาหลาเดินมาเห็นอยากรู้ว่าคุณชายคุยอะไรกับแอปเปิ้ลเลยหลบแอบฟัง

    “คุณชายต้องไล่หฤทัยออก ตอนนี้พนักงานทุกคนทำตัวไม่ถูก เพราะสิ่งที่คุณชายขู่เอาไว้ ทางเดียวที่จะทำให้พนักงานสบายใจคือ คุณชายต้องไม่ให้หฤทัยทำงานที่นี่” แอปเปิ้ลยื่นคำขาด

    คุณชายถามว่าพนักงานทุกคนคิดเหมือนเธอหรือ แอปเปิ้ลบอกว่าใช่ แต่พวกเขาไม่กล้า แต่ตนกล้าเพราะต้องการเห็นความยุติธรรม คุณชายไม่พูดอะไรหันไปสั่ง รปภ.ที่พรเพ็ญเรียกมาให้พาแอปเปิ้ลออกไป

    “ฉันไม่ไป ฉันจะไม่กลับไปทำงาน จนกว่าคุณชายจะรับข้อเสนอของฉัน”

    “คุณไม่ต้องกลับมาทำงานที่นี่อีกแล้ว ส่วนเรื่องค่าชดเชย ผมจะให้คุณพรเพ็ญจัดการให้โดยเร็วที่สุด”

    โย่งกับเพื่อน หิ้วปีกแอปเปิ้ลออกไปริมถนนหน้าห้าง แอปเปิ้ลโวยวายว่าพวกโย่งไม่มีสิทธิ์ทำกับตนที่เรียกร้องความยุติธรรมแบบนี้ โย่งบอกให้แอปเปิ้ลสงบสติอารมณ์ก่อน อย่าทำให้เป็นเรื่องกว่านี้เลย ถามว่าเธอทำเพื่อตัวเองหรือเพื่อทุกคนกันแน่ แอปเปิ้ลด่าโย่งว่า

    “เธอมันก็เป็นพวกเดียวกับนังห่าน...จริงสิ ตอนนี้นังห่านมันสบายแล้ว พวกเธอก็เลยสบายไปด้วยใช่ไหม โย่งจะบอกว่าไม่ใช่ แต่ถูกแอปเปิ้ลฝากอาฆาตเสียก่อนว่า

    “ฝากไปบอกนังห่านด้วยว่าฉันโดนไล่ออกเป็นเพราะมัน และมันต้องชดใช้!” พูดแล้วเดินร้องไห้ออกไป

    โย่งไม่สบายใจ จึงไปด้อมๆมองๆที่หน้าห้องน้ำหญิง พอเจอแหม่มออกมา จึงเล่าเรื่องแอปเปิ้ลให้ฟัง แหม่มไปเล่าให้เจ๊มะพร้าว เจ๊เชื่อว่าแอปเปิ้ลทำอะไรห่านไม่ได้ แหม่มติงว่าอย่าประมาทสภาพของหมาจนตรอก

    “แกไม่ต้องคิดมาก เชื่อเจ๊สิว่ามันไม่กล้าทำ อะไร” เจ๊มั่นใจมาก

    แหม่มกับโย่งมองหน้ากันอย่างหนักใจ เมื่อเดินออกมา โย่งถามแหม่มว่าเป็นห่วงห่านใช่ไหม เตือนว่าเธออยู่บ้านเดียวกับห่านระวังจะเจอลูกหลงไปด้วย ถ้าแอปเปิ้ลทำอะไรห่านไม่ได้อาจหันมาเล่นงานเธอแทนก็ได้ แหม่มรู้สึกดีกับความเป็นห่วงตนของโย่ง

    ที่ริมถนนไม่ไกลจากห้างนัก แอปเปิ้ลเดินร้องไห้เสียงดังที่ถูกไล่ออกจากงาน ไม่นานก็มีเสียงแตรรถดังจากข้างหลังแล้วรถคันหนึ่งก็เข้ามาเทียบ คนขับเปิดกระจกชะโงกมาบอก

    “คุยกันหน่อยไหม” ดาหลานั่นเอง!

    แอปเปิ้ลยังร้องไห้สะอื้นฮักๆ มองดาหลาอย่างสงสัยว่าจะคุยอะไรกับตน...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”
    26 ต.ค. 2564

    02:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 06:28 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์