ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ชื่นชีวา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ช้อยน้ำตาคลอนั่งเหม่อมองไปทางทิศที่รถของชื่นวิ่งออกไป เช่นเดียวกับผู้คนที่รู้จักเกี่ยวพันกับชื่นก็รู้สึกใจหายกับการจากไปอยู่พระนคร ตรงกันข้ามกับชมที่มีทีท่าพอใจนัยน์ตาฉายแววเหมือนมีแผนการบางอย่าง เขามองช้อยหงุดหงิด

“ร้องไห้ทำไม...สงสัยจริงว่าห่วงลูกหรือไอ้นิวัฒน์กันแน่...เจ้าควรดีใจที่ความแค้นของเราจะได้รับการชำระเสียที”

“แต่ลูกควรกตัญญูต่อผู้ให้กำเนิดไม่ใช่ทำร้าย”

“ผู้ให้กำเนิดที่ไม่ได้เลี้ยงดูลูก มิหนำซ้ำยังทำให้ลูกเมียต้องลำบาก จะเอาไว้ทำไมกัน”

“ไม่ว่าจะอย่างไร การส่งลูกไปทำร้ายพ่อ มันจะเป็นบาปเป็นกรรมติดตัวลูก”

ชมเดือดดาลถึงขีดสุดตวาดลูกสาวเสียงดังลั่นให้หยุดพูด ช้อนสะดุ้งสุดตัวมือไม้สั่นเมื่อได้ยินเสียงพ่อย้ำว่าอย่าเอาเรื่องบาปกรรมมาอ้างอีก ตอนที่พวกนั้นกระทำกับพวกตน ไม่เห็นจะคิดถึงเรื่องนี้พร้อมสำทับไม่ให้เธอเข้ามายุ่งเกี่ยวอีก ชมกระแทกเท้าลงจากเรือนไปอย่างฉุนเฉียว ในขณะที่ช้อยมองพ่อด้วยความรู้สึกเจ็บปวด

ที่พระนคร ชื่นอ้าปากค้างกับความใหญ่โตหรูหราของบ้านพิชัยศรายุทธ ทุกคนมองท่าทางของชื่นอย่างเอ็นดู ตรงกันข้ามกับเกศินีที่อดไม่ได้แขวะว่า

“พวกบ้านนอก ไม่เคยพบเคยเห็นว่าผู้ดีเขาอยู่กันยังไง”

ท่านเจ้าคุณตกใจในวาจาร้ายนั่นตัดบทสั่งการให้พวกคนรับใช้ขนของเข้าบ้านเสียโดยเร็ว ทุกคนได้สติรีบกุลีกุจอทำตาม คุณหญิงวีณาบอกนมอ่อนให้พาชื่นไปพักผ่อนที่ห้องในเรือนเล็กหลังบ้าน เป็นอีกครั้งที่เด็กบ้านนอกถึงกับตาค้างเมื่อเห็นที่อยู่ใหม่ของตนเอง

“สวยสุดใจขาดดิ้นเลย ผมชอบบ้านนี้มากกว่าตึกใหญ่อีก...มีดอกไม้เยอะแยะไปหมด หอมๆเสียด้วย”

“คุณชื่นชอบดอกไม้หรือคะ นมไม่ค่อยเห็นพวกผู้ชายเขาชอบกัน”

ชื่นชะงักรีบพูดกลบเกลื่อนว่าตนเหมือนแม่ที่ชอบดอกไม้สวยๆเลยทำให้ชอบตาม นมอ่อนพยักหน้ารับทราบ ก่อนจะพาเดินสำรวจไปรอบเรือนหลังเล็กนั่น เมื่ออยู่ลำพังในห้อง ชื่นมองรอบๆอย่างตื่นเต้นเพราะคาดไม่ถึง ว่าจะได้รับเมตตาจากคุณหญิงวีณามากถึงเพียงนี้ เด็กชายกระโดดขึ้นนอนแผ่บนเตียงอย่างสบายอกสบายใจ แต่แล้ว เสียงดุดันของตาชมก็ผ่านเข้ามาในห้วงคิด

“ตาไม่ได้ส่งเจ้าไปเสวยสุข...ทุกลมหายใจเข้าออกสำหรับเจ้ามีอยู่คำเดียวคือการแก้แค้น...จงจำไว้!”

ด้านเกศินีมีแต่ความหงุดหงิดใจนั่งกอดเข่าหน้างอไม่พูดไม่จาจนจันทร์บ่าวคนสนิทเอ่ยปากทักว่าโกรธใครมากัน หญิงสาวส่งเสียงกระฟัดกระเฟียดบอกว่า

“โกรธคุณอาหญิงและเจ้าคุณลุงที่รับไอ้บ้าชื่นนั่นมาเลี้ยง โกรธคุณต่อที่ทำเป็นดีกับมัน ไม่อยากจะเห็นหน้ามันที่นี่”

แทนที่จันทร์จะตักเตือนให้ละความโกรธนั้นทิ้ง เธอกลับยุส่งให้เกศินีระวังตัวเพราะชื่นจะแย่งความรักและมรดกของคุณหญิงไปพร้อมกับใส่ไฟว่าตนเห็นเด็กนั่น ลอบมองหญิงสาวตาเป็นมัน เกศินีฟังแล้วรู้สึกขยะแขยงขึ้นมาทันที ส่วนต่อในเวลานี้มีแต่ความรื่นรมย์เพราะดีใจที่มีน้องชายคนใหม่เข้ามาใช้ชีวิตในบ้าน เขาชวนต้นให้ลงไปเยี่ยมเยือนชื่นที่เรือนเล็ก แต่พี่ชายกลับปฏิเสธเพราะยังขุ่นใจไม่หายที่หลอกให้ตัวเองเหยียบขี้ควายจนคนอื่นนำเอามาล้อ ชายหนุ่มขบกรามอย่างหงุดหงิด

ต่อส่ายหน้าอ่อนใจกับท่าทีปั้นปึ่งของพี่ชายจึงมาเยี่ยมชื่นที่เรือนหลังเล็กคนเดียว แต่แล้วเขาก็ต้องสงสารเมื่อเห็นชื่นมีท่าทีเหงาหงอยเพราะจากบ้านมาไกล ชายหนุ่ม อดไม่ได้จึงเล่าเรื่องตัวเองให้ฟังเหมือนให้กำลังใจว่า

“ชื่นยังดี ถึงจะห่างแม่มา แต่แม่ของชื่นก็ยังอยู่ ยังเขียนจดหมายและกลับไปเยี่ยมเยียนได้ แต่คุณแม่ของคุณต่อ...จากไปไม่มีวันหวนกลับ...คุณต้นกับคุณต่อไม่มีวันได้พบท่านอีกแล้วในชาตินี้”

ชื่นได้สติรีบขอโทษขอโพยว่ามัวแต่คิดถึงตนเองจนลืมนึกว่าคนอื่นก็มีความทุกข์ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตน ต่อเอื้อมมือมาหวังจะเช็ดน้ำตาให้แต่ชื่นกลับถอยกรูด จนชายหนุ่มรู้สึกประหลาดใจ...

ooooooo

ต่อพาชื่นเดินสำรวจไปรอบอาณาเขตอันกว้างใหญ่ ของบ้านพิชัยศรายุทธ พลันทั้งคู่ได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งร้องเรียกชื่อต่ออยู่ไม่ไกลและมีเสียงหมาตัวเล็กๆเห่าประสานด้วยความดีใจ

“สวัสดีครับ...คุณนัท คุณนัน ขอบคุณมากครับที่ช่วยดูแลสโนว์ให้...ว่าไงเจ้าสโนว์ เห่าเสียงดังจำเจ้านายได้ใช่ไหมล่ะ ชื่นมานี่สิจะแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนบ้านผู้น่ารักของพวกเรา...นี่คุณนัททีกับคุณนันทลี และนี่...ชื่นเป็นน้องชายคนใหม่ครับ”

“น้องชายหรือคะ นันนึกว่าผู้หญิงเสียอีก หน้าตาสะสวยจริงๆเชียว”

สองพี่น้องยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ในขณะที่สโนว์รู้สึกถูกใจชื่นพยายามตะกายเข้าหา เพียงครู่เดียวมิตรภาพใหม่ระหว่างคนกับสุนัขก็เริ่มขึ้น นันทลีสอบถามถึงความเป็นมาของชื่นอย่างสนใจ พอรู้ว่าคุณหญิงวีณาถูกชะตากับชื่นตอนที่ไปพักตากอากาศแถวทุ่งรังสิต เธอเอ่ยปากว่าต่อไปนี้ บ้านพิชัยศรายุทธคงจะคึกคักขึ้นอีกมากเพราะมีสมาชิกคนใหม่คนนี้

เสียงหัวเราะสลับกับเสียงเห่าของสุนัขปลุกให้ต้นตื่นขึ้น เขาเดินมาที่หน้าต่างแล้วเห็นชื่นกำลังวิ่งเล่นกับสโนว์อย่างร่าเริงสดใส ภาพนั้นทำเอาชายหนุ่มเผลอยิ้มสุขใจเกิดความรู้สึกประหลาดขึ้นในจิตใจ และแล้วเขาก็อดรนทนไม่ได้ต้องเดินลงมาร่วมวงที่สนามหญ้าข้างล่าง ชื่นหน้าหงิกเดินหนีเมื่อเห็นเขาเข้า ต้นหน้าตึงพูดเสียงเข้มใส่ว่า

“ทำไมเดินหนี ฉันอยากคุยด้วยไม่รู้หรือไง”

“คุณต้นอยากจะคุยกับผมเหรอครับ...คิดว่าจะคุยกับเจ้าสโนว์เสียอีก อย่ามาพาลหาเรื่องกับผม”

“อย่ามาเถียง! ฉันพูดว่าตอนไหนมิทราบ...แบบนี้เรียกว่าพาลถูกต้องแล้ว”

ชื่นทำท่าฮึดฮัดราวกับจะใช้กำลังเป็นเครื่องตัดสิน ต้นเห็นอาการแล้วรีบดักคอว่าคนที่เจริญแล้วจะใช้สติปัญญาตัดสิน ไม่ใช้กำลัง ชื่นตาวาวสะบัดหน้าเดินไปด้วยอารมณ์หงุดหงิดคล้ายผู้หญิง ต้นเองก็โมโหทักเสียงเข้มว่า

“เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่ สงสัยจะเป็นลูกติดแม่ เลยงอนเหมือนผู้หญิง!...เจ้าเด็กชื่น”

“ผมติดแม่แล้วมันผิดตรงไหน ตาสอนให้ผมเข้มแข็ง สมกับเป็นลูกผู้ชาย...ที่ไม่หาเรื่องคนอื่นโดยไม่มีเหตุผล จริงไหม...คุณผู้ใหญ่ต้น เรียกแบบนี้ถือว่าเคารพกันที่สุดแล้วนะ”

ต้นโกรธจนพูดไม่ออกกับท่าทางยียวนกวนอวัยวะเบื้องต่ำของชื่น พอขยับจะต่อล้อต่อเถียงก็ได้ยินเสียงเกศินีเรียกหาบอกว่าท่านเจ้าคุณให้ไปพบ หญิงสาวงุนงงเห็นต้นมีอาการโกรธเพราะไม่ทราบว่าเมื่อครู่นี้เกือบจะเกิดศึกระหว่างชื่นและเขา

“คุณพ่อจะใช้ให้ผมทำอะไรหรือครับ”

“พ่ออยากให้ต้นช่วยสอนหนังสือชื่นก่อนเข้าโรงเรียนจริง”

“เรื่องนี้เจ้าคุณพ่อคิดเองหรือมีใครคิดให้ครับ”

คุณหญิงวีณามีสีหน้าตกใจกับคำถามนั่น ท่านเจ้าคุณ เห็นว่าเรื่องชักจะลุกลามไปใหญ่จึงชี้แจงว่าตนคิดเอง เพราะขอลูกคนอื่นมาอุปการะและรับปากว่าจะส่งเสียให้เรียนจึงต้องรักษาคำพูด ต้นมองบิดาหน้านิ่งถามว่า

“ตกลงเจ้าคุณพ่อหรือว่าคนอื่นเป็นต้นคิดที่จะเอาเด็กชื่นมาเลี้ยงกันแน่ครับ”

เพราะคำถามนี้จี้ใจของคุณหญิงวีณา จนเธอละล่ำละลักว่าตนเป็นคนคิดเองเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ตนจึงต้องขอคำปรึกษาจากท่านเจ้าคุณ แต่ถ้าเขาไม่สะดวกใจที่จะสอน ตนจะไปขอร้อง...พูดยังไม่ทันจบ ต้นที่มีท่าทียิ้มเยาะก็สวนว่า

“ผมสอนให้ก็ได้ครับ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่จะต้องมาเถียงกันแบบนี้”

ทั้งเจ้าคุณและคุณหญิงวีณาชะงักสบตากันด้วยความแปลกใจยิ่งยวดที่เขาดูตกปากรับทำง่ายๆ เช่นเดียวกับเกศินีที่พยายามคัดค้านไม่ให้ชายหนุ่มกระทำสิ่งนั้น ต้นรู้สึกรำคาญกับความจุ้นจ้านของเธอจึงตัดบทว่าตนรับสอนเองไม่มีใครบังคับ

ooooooo

ตกค่ำวันเดียวกัน ระหว่างที่ชื่นกำลังทานอาหาร เย็นกับนมอ่อน สะอาด ต้นห้องของคุณหญิงวีณามาตามให้ไปพบกับเจ้านายบนตึกใหญ่ ชื่นผวาลุกขึ้นเข้าใจว่าต้นคงจะไปฟ้องอะไรจึงถูกตามให้ไปพบ เมื่อไปถึงที่นั่น ชื่นเดินตัวลีบเข้าไปหา

แต่การณ์กลับเป็นว่าคุณหญิงวีณาจะพาไปซื้อเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ใหม่เพื่อเตรียมตัวเรียนหนังสือ ต่อแจ้งข่าวดีกับชื่นว่าต้นยินดีรับสอนให้ก่อนเข้าโรงเรียนจริง ชื่นโวยวายเสียงหลง

“โอ๊ย ไม่เอา ผมไม่เรียนกับคุณผู้ใหญ่ต้นหรอก...ดุยิ่งกว่าหมาอีก”

คราวนี้ทุกคนในห้องนั้นสะดุ้งไปตามๆกัน ต่างจากเกศินีที่โกรธแทนต้นตวาดกลับว่ามีสิทธิ์อะไรเอาต้นไปเทียบกับหมา ส่วนต้นจ้องหน้าชื่นพยายามระงับอารมณ์โมโหจัด คุณหญิงวีณาดุชื่นสั่งให้ขอโทษที่พูดจาหยาบคายและอ้างว่าถ้าตาชมรู้เข้าคงเสียใจที่หลานมีกิริยาเยี่ยงนี้ ชื่นยืนเม้มปากแน่นแล้วตัดสินใจยกมือขึ้นพนมกำลังจะพูดขอโทษ แต่แล้วต้นกลับเดินออกไปนอกห้องอย่างไม่ใส่ใจในคำพูดนั่น ชื่นชักสีหน้าไม่พอใจ

เดือดร้อนถึงเจ้าคุณ เมื่อภรรยามาปรับทุกข์เล่าให้ฟังถึงเรื่องที่เกิดขึ้น นอกจากสามีจะไม่กล่าวโทษชื่นแล้ว เขายังบอกว่าตนไม่แปลกใจที่ชื่นพูดออกมาเช่นนั้นเพราะขนาดคุณหญิง ต้นยังไม่ยอมลดราวาศอกทำปั้นปึ่งเย็นชาใส่อย่างไม่มีเหตุผล คุณหญิงวีณาแย้งว่าต้นคงคิดว่าตนมาแทนที่คุณแม่ของเขา เจ้าคุณโบกมือไม่เห็นด้วยบอกว่า

“โตจนปีนี้จะเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว ยังไม่รู้จักแยกแยะใช้เหตุผล...สู้นายต่อก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นฉันไม่โทษชื่นฝ่ายเดียวหรอก มันขิงก็ราข่าก็แรงกันทั้งสองคน แล้วไม่ต้องไปหาครูที่ไหนอีกให้นายต้นสอนนั่นแหละ มันชอบเอาชนะ”

รุ่งเช้า กานดาแม่ของเกศินีมาเยี่ยมลูกสาวเพราะเป็นห่วงหลังจากได้ยินเรื่องสมาชิกคนใหม่ของบ้าน

หญิงสาวเล่าให้แม่ฟังถึงวีรกรรมสุดเถื่อนของชื่นที่มีต่อต้น เธอวิตกกังวลว่าตัวเองจะกลายเป็นหมาหัวเน่าเพราะทุกคนเอาแต่พะเน้าพะนอเอาใจเด็กบ้านนอกนั่น กานดาขมวดคิ้วนิ่งใช้ความคิดหนัก ยิ่งจันทร์บ่าวคนสนิทยุว่าเด็กนั่นอาจใช้เล่ห์เพทุบายทำให้เจ้าของบ้านหลงใหลก็เป็นได้ เกศินีหน้าเสียเสนอว่า

“คุณแม่ขา เกศลองคิดเล่นๆว่าจะฟ้องคุณอาหญิงว่ามันทำทะลึ่งกับเกศ คุณแม่ว่าดีไหมคะ”

กานดาตาโตถูกใจในความเฉียบแหลมช่างคิดของลูกสาวจึงสนับสนุนให้รีบกระทำเสียก่อนจะสายเกินแก้ พร้อมกับกระซิบให้ทำการอย่างอื่นเพิ่มอีก เกศินีฟังอย่างตั้งใจ

ที่ตลาดขายเสื้อผ้า ชื่นตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศรอบข้าง ทุกคนเลือกซื้อของอย่างเพลิดเพลินใจ คุณหญิงวีณาเองก็ดูมีความสุขเหลือล้นกับการพาเด็กในอุปการะมาเปิดหูเปิดตา เธอชี้ชวนให้ชื่นดูสิ่งต่างๆมากมายหรืออีกนัยหนึ่งเป็นการสอนให้รู้จักกับการใช้ชีวิตในเมืองกรุงนั่นเอง

เมื่อกลับมาถึงบ้าน ความสุขที่มีก็ลดน้อยลงแทบเป็นศูนย์เพราะกานดากับเกศินีขอเข้าพบและเล่าเรื่องบางอย่างให้ฟัง

“เกศมีเรื่องอึดอัดใจจะปรึกษาคุณอาหญิง คือ...คือว่า...นายชื่นน่ะค่ะ...นายชื่นเขาชอบแอบมองเกศแปลกๆ มันทำให้เกศรู้สึกขนลุก ขยะแขยงอย่างบอกไม่ถูก เกศขอประทานโทษที่นำเรื่องร้อนใจมาบอกนะคะ แต่...”

“เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่...ถ้าเป็นจริงอย่างที่เกศว่าชื่นก็คงอยู่ที่นี่ไม่ได้! แต่เพื่อความยุติธรรม อาคงต้องเรียกมาถาม”

เวลานั้นชื่นกำลังเล่นกับสโนว์อย่างสบายใจ

ไม่ได้รู้เลยว่ากำลังถูกกล่าวหาจากผู้ไม่ประสงค์ดี ด้านต้นยืนมองด้วยความหมั่นไส้อดรนทนไม่ได้ต้องหาเรื่องมาต่อปากต่อคำ จนนมอ่อนต้องห้ามปรามอย่างเหนื่อยใจ

ooooooo

คุณหญิงวีณาปรึกษาสามีเรื่องที่เกศินีเล่าให้ฟังเกี่ยวกับท่าทีที่ไม่สำรวมของชื่น เจ้าคุณนิ่วหน้าใช้ความคิดก่อนแนะให้ถามเรื่องดังกล่าวกับนมอ่อนเพราะใกล้ชิดกับชื่นมากที่สุด ภรรยาพยักหน้าเห็นตาม แต่เมื่อซักถาม นมอ่อนก็แย้งว่า

“ถึงดิฉันจะใกล้ชิดกับคุณชื่นได้ไม่นาน แต่ก็รับรองได้เลยว่าเธอไม่มีนิสัยเสียอย่างที่ถูกกล่าวหาอย่างนั้นแน่นอน อีกทั้งคุณชื่นก็ไม่เคยอยู่ตามลำพังกับคุณเกศเพราะรายนั้นรังเกียจจนออกนอกหน้า...เธออาจถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม”

“เรื่องนี้ยังไม่กระจ่างก็อย่าเพิ่งเอะอะไป นมคอยสังเกตพฤติกรรมของนายชื่นให้ด้วยแล้วกัน...ส่วนคุณหญิงต้องสั่งหลานสาวไม่ให้ไปแถวเรือนเล็กนะ”

เจ้าคุณสั่งความอย่างเป็นกังวล ตัวคุณหญิงเองก็นิ่งเงียบครุ่นคิดหนัก ส่วนนมอ่อนมีท่าทีหงุดหงิดที่ชื่นถูกกล่าวหา เมื่อกลับมาถึงเรือนนมอ่อนอดรนทนไม่ไหวต้องเคาะประตูเรียกชื่นออกมาคุยทันที

“ป้าอยากจะคุยอะไรด้วยขอให้ตอบตามความจริงนะคะ...คุณชื่นคิดอย่างไรกับคุณเกศคะ”

“ผมรู้ว่าเขาเกลียดผม...ผมก็ไม่ชอบเขาเหมือนกัน สวยแต่รูปจูบแล้วเหม็นเน่า! คงมีผู้ชายคนเดียวที่เหมาะกับยายนั่น...ก็คือคุณต้น หมามุ่ยของป้านมไงฮะ”

นมอ่อนถอนใจเฮือกมองชื่นอ่อนใจแกมเอ็นดู ในขณะที่ชื่นหัวเราะคิกคักสะใจ...

สองวันต่อมา ลอยถูกใช้ให้ไปทำธุระที่บ้านนาชื่นจึงถือโอกาสนั้นฝากจดหมายไปให้ตาชมกับช้อย เพื่อรายงานความเป็นไปของตนเอง ช้อยมือไม้สั่นรับจดหมายมาแนบอกด้วยความถวิลหาลูกสาวก่อนเปิดอ่าน

“แม่จ๋า แม่เป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ ชื่นคิดถึงแม่มากเหลือเกิน และก็รู้ว่าแม่คิดถึงเช่นกัน แม่ไม่ต้องเป็นห่วงชื่นนะฮะ...ทุกคนทางนี้ต่างให้ความเมตตาและใจดีกับชื่นอย่างจริงใจ ยกเว้นคุณเกศหลานสาวของคุณหญิงที่ไม่ชอบใจเรื่องคุณอาหญิงของเธอรับชื่นมาอุปการะอีกคน แต่แม่ไม่ต้องกังวล...ใครดีด้วย ชื่นก็ดีกับเขา ส่วนใครไม่ชอบ ชื่นก็ไม่ยุ่งด้วยแค่นี้เอง”

ช้อยยิ้มปลื้มน้ำตาคลอที่ลูกสาวรู้จักคิดและมีเหตุผล ตรงกันข้ามกับชมหลังอ่านจดหมายแล้วไม่พอใจอย่างมากเพราะชื่นขอร้องให้เขาเลิกผูกใจเจ็บไม่แก้แค้นคุณหญิงวีณา เนื่องจากเธอเป็นคนดีและมีเมตตาจริงๆ ไฟในดวงตาชมลุกโชนด้วยทิฐิและแรงแค้น เขาเขียนตอบกลับไปว่า

“จดหมายของเจ้าทำให้ตาผิดหวังมาก เจ้าชื่นที่กระตือรือร้นจะแก้แค้นแทนพ่อแม่และตาหายไปไหน ตาเลี้ยงเจ้ามาให้เข้มแข็งและมุ่งมั่น เจ้าต้องการให้ทุกคนทางนี้มีแต่ความขมขื่นทุกข์ทรมานอย่างนั้นรึ หรือใจดำทนเห็นแม่กับตาต้องเป็นผู้แพ้ตลอดชีวิต...ใครก็ตามที่ใช้นามสกุลชวาลจะต้องได้รับการแก้แค้นอย่างสาสม...

ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องกลับมาให้เห็นหน้า!”

ชื่นถอนใจยาวกลัดกลุ้มกับแรงอาฆาตของตา ความเครียดแล่นพล่านอยู่ภายในจิตใจจนต้องเดินออกมาสูดอากาศข้างนอกห้อง ระหว่างที่หลับตาปล่อยใจให้ล่องลอย พลันชื่นได้ยินเสียงสุนัขเห่าเบาๆอยู่ข้างกาย ชื่นลืมตายิ้มรับกับเจ้าสโนว์ก่อนจะพาเดินเล่นภายในบริเวณบ้าน แต่แล้วโชคไม่ดีที่มาเจอจันทร์ ต้นห้องคนสนิทของเกศินีเข้าที่โรงครัว

“มาหาใคร...โคตรเหง้าสักหลาดของแกไม่อยู่ที่นี่แต่อยู่บ้านนอก!”

“แล้วโคตรเหง้าสักหลาดของแกอยู่กรุงเทพฯเหรอ ทำไมไม่ก้มดูสารรูปตัวเองบ้างว่ามันก็ไอ้บ้านนอกด้วยกันทั้งนั้น”

เจ้าสโนว์หมาแสนรู้เห่าเป็นลูกคู่เหมือนด่าจันทร์ด้วย ชื่นหัวเราะสะใจพูดเย้ยว่า

“ไม่เอา...สโนว์ อย่าไปด่าเขา เขาแก่แล้ว...อีกไม่เท่าไหร่ก็ตาย!”

เท่านั้นเอง สติของจันทร์ก็ขาดผึง คว้าชามขนมที่กำลังกินเขวี้ยงใส่ทันที ชื่นเหมือนรู้แกวรีบกระโดดหลบอย่างว่องไว คนที่มารับเคราะห์แทนคือยง แม่ครัวประจำบ้าน จันทร์ตะลึงขอโทษขอโพยว่าไม่ได้ตั้งใจชี้แจงว่า

“ฉันตั้งใจปาไอ้ชื่น...แหม ถ้าเป็นผู้หญิงจะเรียกอีชื่น”

ชื่นตาวาวไม่พอใจสวนกลับว่าถ้าอย่างนั้น ตนจะขอเรียกว่าอีจันทร์เช่นกัน ยงทึ่งชื่นในความกล้าต่อกรกับจันทร์...

ooooooo

ด้านเกศินีรู้สึกหงุดหงิดที่คุณหญิงวีณานิ่งเฉยกับเรื่องที่เธอไปฟ้อง พอเห็นชื่นช่วยลอยปลูกต้นไม้อยู่ในสวน เธอก็นึกแผนการบางอย่างขึ้นได้จึงสั่งลอยตัดกุหลาบมาให้สักสองสามดอก ชื่นมองอย่างไม่ไว้ใจพึมพำเบาๆกับลอยว่า

“จะมาไม้ไหนอีกล่ะ ฉันกลัวจะมีเรื่องเสียจริงๆ”

ลอยพยักพเยิดให้ชื่นทำตามคำสั่งจะได้หมดเรื่อง ชื่นถอนหายใจเฮือกใหญ่ทำตามอย่างเสียไม่ได้ พอยื่นกุหลาบให้ เกศินีทำเป็นจะลื่นล้ม ชื่นรับร่างหญิงสาวไว้โดยไม่มีทางเลี่ยง แต่กลับมีเสียงโวยวายจากเกศินี

“ว้าย! ไอ้ชื่น! แกคิดจะลวนลามฉันใช่ไหม!”

ด้วยความตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ชื่นปล่อยร่างเกศินีให้ล้มลงหน้าคว่ำกับพื้น เสียงโอดครวญของหญิงสาวดังก้องบ้านจนคุณหญิงวีณาวิ่งถลาออกจากบ้านมาเพื่อช่วยหลานสาวและถามไถ่ว่าเกิดอะไรขึ้น เกศินีสบโอกาสฟ้องว่า

“ช่วยเกศด้วย! นายชื่นลวนลามเกศ พอร้องให้ช่วยก็ผลักจนเกศล้มค่ะ มันแอบชอบเกศเลยเอากุหลาบมาให้...นี่ไงคะ”

“ผมเปล่านะ คุณเกศโกหก ก็คุณเป็นคนบอกให้ผมตัดกุหลาบมาให้เอง”

นมอ่อนพูดขัดขึ้นว่าตนไม่เชื่อในสิ่งที่เกศกล่าวหาชื่น คุณหญิงวีณาตัดบทให้ทุกคนเข้าไปคุยกันในบ้าน เกศินีจ้องหน้านมอ่อนไม่พอใจที่เข้าข้างศัตรู รีบชิงเล่าเรื่อง

“เกศจะเดินออกไปเก็บดอกกุหลาบมาปักแจกันในห้อง ก็พอดีเห็นนายชื่นเขากำลังปลูกต้นไม้อยู่...เกศก็เลยตะโกนบอกให้เขาตัดมาให้สัก 2-3 ดอก นายชื่นเขาก็ตัดเอามาให้แต่พอเกศยื่นมือไปรับ เขาก็คว้าตัวเกศเข้าไปกอด” เกศินีแสร้งทำท่าร้องไห้ขยะแขยง ในขณะที่ชื่นมึนงงแล้วพูดค้านว่าตนไม่ได้ทำเช่นนั้น แต่เป็นเกศินีเองที่เซถลาใส่ คุณหญิงวีณาฟังทั้งสองฝ่ายด้วยความสับสน นมอ่อนจึงเสนอให้ลอยที่อยู่ในเหตุการณ์มาเป็นคนเล่าเรื่องดีกว่า ระหว่างที่ไปตามลอย นมอ่อนเห็นท่าไม่ดีรีบขึ้นมาหาต้นขอร้องให้ลงไปช่วยชื่น แต่ชายหนุ่มปฏิเสธขอไม่ยุ่งเพราะยังไม่รู้จักชื่นดีพอ

นมอ่อนส่ายหน้าอ่อนใจแทบไม่เชื่อว่าชายหนุ่มจะไม่มีน้ำใจเช่นนี้ ขณะนั้นลอยชี้แจงว่าตนไม่ทันเห็นเหตุการณ์ตอนที่ชื่นยื่นกุหลาบให้เกศินีจึงไม่สามารถเป็นพยานให้ใครได้ คุณหญิงวีณากุมขมับถามว่า

“เป็นไปได้ไหมว่าชื่นจะล่วงเกินคุณเกศ”

“ให้ผมตอบตามประสาซื่อนะขอรับ...ผมว่าเป็นไปไม่ได้ ไอ้ชื่นเป็นคนซื่อ มันคงไม่คิดทำอะไรบ้าๆแบบนั้น”

เกศินีโมโหจัดค้านเสียงหลงไม่ให้อาหญิงเชื่อในสิ่งที่ลอยพูด ชื่นอดรนทนไม่ได้พูดทะลุกลางปล้องว่า

“ผมขอประกาศตรงนี้เลยนะคุณเกศ จะให้ผมปล้ำคุณ ผมปล้ำควายดีกว่า! ถ้ามันวุ่นวายนัก ผมขอลากลับบ้านฮะ”

ท้ายที่สุด คุณหญิงวีณาไล่หลานสาวให้ขึ้นไปสงบสติอารมณ์บนห้อง ส่วนเธอขอคุยกับชื่นเป็นการส่วนตัว เกศินีทำท่าฮึดฮัดก่อนจะเดินออกไป

หญิงสาวไม่ยอมแพ้ไปเคาะห้องของต้นแล้วขอร้องว่า

“คุณต้นขา ไอ้ชื่นเปรียบเทียบเกศกับควาย มันเลวมาก...ช่วยบอกคุณอาหญิงให้ไล่มันออกจากบ้านได้ไหมคะ”

“เหลวไหล! เรื่องของชื่นกับคุณเกศ...ฉันไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วยเพราะฉะนั้นฉันตัดสินไม่ได้”

ต้นปิดประตูห้องอย่างสุภาพ ในขณะที่เกศินีรู้สึกเจ็บใจที่ไม่สามารถจัดการชื่นได้ตามแผน

ที่ห้องโถงข้างล่าง คุณหญิงวีณาสอบถามชื่นอีกครั้งว่าชอบเกศินีหรือไม่ เด็กชายหน้าหวานส่ายหน้าทันควันย้ำว่าไม่ชอบ และดึงดันจะให้ตาชมมารับกลับบ้าน นายหญิงของบ้านพิชัยศรายุทธจ้องหน้าชื่นแล้วพูดเสียงเข้มว่า

“ชื่นไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น...ฉันไม่รู้ว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร แต่ฉันจะให้โอกาสชื่นพิสูจน์ตัวเอง ตอนนี้ก็พยายามอยู่ห่างๆคุณเกศเข้าไว้ จะได้ไม่มีเรื่องอีก...กลับไปห้องได้แล้ว”

ชื่นก้มกราบนายหญิงด้วยความตื้นตันใจ ในขณะที่คุณหญิงวีณามองตามหลังชื่นด้วยสีหน้าครุ่นคิดหนักใจ

ooooooo

หลังกลับถึงห้อง ชื่นรู้สึกอ่อนล้าในจิตใจอย่างบอกไม่ถูก ก่อนโผเผขึ้นเตียงล้มตัวลงนอนแล้วหลับสนิทไปโดยไม่รู้ว่าจะทำให้เกิดความวุ่นวายโกลาหล เพราะความเข้าใจผิดของนมอ่อน

“คุณต้นคะ คุณต้นไปกับนมก่อนค่ะ ตอนนี้ชีวิตคนสำคัญกว่าการอ่านหนังสือสอบค่ะ”

ต้นเดินตามนมอ่อนไปอย่างไม่เต็มใจนัก ระหว่างทางเขาฟังนมอ่อนเล่าว่าพยายามเคาะเรียกชื่นแต่ไม่มีเสียงตอบรับจึงสงสัยว่าอาจเกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้น ต้นตกใจรีบเคาะห้องพร้อมกับเรียกชื่นเสียงดังลั่น เด็กชายงัวเงียลุกเปิดประตูห้องอย่างหงุดหงิด กระชากเสียงถามว่า

“มีอะไร ผู้ใหญ่ต้น มาเคาะประตูโวกเวกเสียงดังอะไร”

“เห็นไหมจ๊ะ นม...คุณต้นบอกแล้วว่าหน้าอย่างนี้ไม่คิดฆ่าตัวตายหรอก”

นมอ่อนโล่งอกที่ชื่นไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่คิด แถมยังมีแรงต่อปากต่อคำกับต้นอีก ชื่นหายง่วงเป็นปลิดทิ้งตอบเสียงห้วนว่าคนอย่างตนไม่คิดสั้นแบบนั้น มีแต่คิดยาวพร้อมกับโบกไม้โบกมือประกอบการพูดจนเกือบฟาดเข้าที่หน้าต้น ชายหนุ่มคว้าแขนชื่นจับไว้ แล้วรู้สึกประหลาดใจที่เนื้อหนังมีแต่ความนุ่มปราศจากมัดกล้ามผิดผู้ชายทั่วไป ชื่นเองก็รู้สึกแปลกๆเช่นกัน จึงกระชากแขนตัวเองออกมาทันที ต้นหน้าเจื่อนแล้วรีบกลบเกลื่อนด้วยการพูดถึงเรื่องของเกศินี

“ได้ข่าวว่าเราพยายามล่วงเกินคุณเกศ และยังปากดีพูดว่าปล้ำควายดีกว่าอีกด้วย จะพูดจาอะไรให้ระวังปาก...คนกับควายจะเปรียบเทียบกันได้ยังไง เห็นท่าฉันจะสอนหนังสืออย่างเดียวไม่ได้แล้วต้องสอนกิริยามารยาทด้วย”

ชื่นหน้าคว่ำเถียงคอเป็นเอ็นว่าไม่จำเป็น เพราะตากับแม่สอนมาดีพอแล้ว ต้นยิ้มเย้ยว่านี่ขนาดสอนมาแล้ว เท่านั้นเองชื่นตาวาวกระโจนผลักชายหนุ่มจนล้มลงพร้อมกับขึ้นคร่อมแล้วเงื้อหมัดขึ้นทำท่าจะชก นมอ่อนใจหายรีบตรงเข้าห้ามปราม แต่ไม่ทันกับความใจร้อนของชื่นที่ชกต้นอย่างแรงจนแว่นตากระจาย ก่อนจะลุกหนีเข้าห้องไป ชื่นรู้สึกสับสนกับความรู้สึกประหลาดที่มีต่อต้นทุกครั้งเมื่อเจอกัน เช่นเดียวกับต้นที่ไม่โต้ตอบอะไรอีก เดินกลับไปตึกใหญ่อย่างเงียบๆ

ด้วยไม่อยากหมกมุ่นกับความคิดในเรื่องต้น ชื่นจึงหยิบจดหมายของช้อยขึ้นมาอ่านเพื่อเรียกสติให้กลับมา ราวกับมารดาจะหยั่งรู้ว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น เนื้อความในจดหมายจึงพร่ำสอนให้ชื่นมีความกตัญญูกตเวทีและประพฤติตัวให้ดีไม่นำความเดือดเนื้อร้อนใจมาสู่ผู้มีพระคุณเช่นเจ้าคุณและคุณหญิงวีณา ชื่นรู้สึกหนักใจที่ตาและแม่ต่างสอนในเรื่องที่ขัดแย้งกัน

ด้านเกศินีเจ็บใจที่คุณหญิงวีณาดูเหมือนจะเข้าข้างชื่นไม่จัดการอะไรให้เด็ดขาด หญิงสาวจึงรีบรุดไปปรึกษากานดาผู้เป็นมารดาถึงที่บ้าน ทั้งสองคนนั่งคุยกันอย่างเคร่งเครียด เสียงลูกสาวตัดพ้อถึงอาหญิงว่า

“เกศอุตส่าห์ลงทุนให้มันปลุกปล้ำตามที่คุณแม่บอก แต่คุณอาหญิงกลับไม่เฉดหัวมันออกจากบ้าน แถมยังปล่อยให้มันประกาศอีกว่าปล้ำควายดีกว่าปล้ำเกศอีก ทำไมคุณอาหญิงถึงได้รักและปกป้องมันขนาดนี้คะ คุณแม่”

“จะอะไรเสียอีกนอกจากหลงมันน่ะซิ ไม่ได้การแล้ว แม่จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้”

ตกดึกคืนเดียวกัน กานดาคะยั้นคะยอนิวัฒน์ผู้เป็นสามีให้ย้ายนิวาสสถานไปอยู่ที่บ้านพิชัยศรายุทธโดยอ้างว่าต้องการดูแลเกศินีอย่างใกล้ชิด นิวัฒน์แปลกใจถามว่าถ้าเป็นห่วงลูกขนาดนั้นแล้วส่งไปอยู่กับพวกเขาทำไมกัน

“มรดกไงคะ รู้จักไหมคำนี้น่ะ! คุณหญิงไม่มีลูกที่ไหน ฉันจึงต้องส่งลูกเกศของเราไปคอยรับมรดกจะได้ไม่เสียเปล่า และฉันยังหมายตาคุณต้นให้เป็นคู่ขวัญกับลูกเราด้วย เป็นยังไงแผนการของฉันลึกซึ้งดีไหม”

นิวัฒน์มองภรรยาส่ายหน้าปลงอนิจจังแล้วเตือนไม่ให้คิดอะไรเช่นนี้ แทนที่กานดาจะเชื่อฟัง เธอกลับยอกย้อนเขาว่าถ้าการหาความมั่นคงให้ลูกคือความเลอะเทอะไร้สาระ ตนยอมทำมากกว่านี้อีก

ooooooo

หลังมีปากเสียงและใช้กำลังทำร้ายต้น ชื่นพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะกับชายหนุ่มทุกรูปแบบโดยมุ่งความสนใจไปเล่นกับเจ้าสโนว์แทน และวันนี้เอง ระหว่างที่เล่นกับสุนัขอย่างสนุกสนาน ชื่นเห็นรถของต่อแล่นเข้ามาในบ้านก็ดีใจมาก

“คุณต่อ! กลับมาจากโรงเรียนนายร้อยแล้วหรือฮะ ชื่นคิดถึงคุณต่อเป็นที่สุด”

เสียงร้องทักต่อของชื่น ทำให้ต้นรู้สึกหงุดหงิดและหมั่นไส้พยายามตั้งสติให้จดจ่ออยู่แต่หนังสือตรงหน้าไม่สนใจท่าทีของคนทั้งสอง ไม่นานนัก น้องชายก็โผล่หน้าเข้ามาหาในห้อง

“อาจารย์หนอน ผมจะพาชื่นไปทานข้าวกับไอศกรีมข้างนอกนะครับ รับรองว่ากลับมาทันเรียนในช่วงบ่ายแน่”

“ไม่อนุญาต เพราะพี่ต้องอบรมเด็กชื่นก่อนเรียน ยิ่งได้ยินเรียกชื่อพี่แบบนี้ ยิ่งต้องอบรมขนานใหญ่”

ต่อหน้าเจื่อนกับคำตอบของพี่ชาย ในขณะที่ชื่นพอรู้เรื่องเข้า ด้วยความดื้อรั้นและมีทิฐิก็โวยวาย

“ไม่เอา! ผมจะไปกับคุณต่อ ผมไม่เรียน...ถ้าคุณต่อไม่กล้าพูดกับเขา ผมจะพูดเอง...คุณต้นฮะ ผมจะไปกับคุณต่อก่อนแล้วค่อยกลับมาเรียน จะอนุญาตหรือไม่ ผมไม่สนใจเพราะคุณต้นไม่ใช่เจ้าชีวิตของผม!”

“ฉันไม่ได้อยากเป็นเจ้าชีวิตใคร แต่ฉันห้ามในฐานะครูที่มีสิทธิ์อบรมในสิ่งที่ถูกที่ควรกับลูกศิษย์”

ชื่นยืนกรานปฏิเสธไม่ยอมเรียนและไม่ยอมเป็นลูกศิษย์ต้นอีกด้วย ต่อยืนมองทั้งคู่โต้เถียงกันอย่างหนักใจก่อนจะเอ่ยปากเสนอทางออกว่าให้ชื่นเรียนเสร็จเรียบร้อย แล้วจากนั้นตนจะพาไปดูหนังกินไอศกรีม ชื่นตอบตกลงแววตาเป็นประกาย ขณะที่ต้นหน้าบึ้งไม่ชอบใจในความดื้อรั้นไม่ยอมคนของชื่น

เมื่อถึงเวลาเรียน ต้นออกกฎให้ชื่นปฏิบัติตามมากมายจนเริ่มมีปัญหากันอีกครั้ง ชายหนุ่มพยายามสะกดกั้นความโมโหที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมา ทำทีเป็นใจเย็นเตือนว่า

“ทุกคนต่างหวังให้เรามีอนาคตที่ดี ทำไมปฏิเสธความปรารถนาดีนั่นเสีย ฉันไม่ได้จะสอนเราตลอดไปแค่ปูพื้นฐานสำหรับการเรียนต่อในโรงเรียนเหมือนคนอื่นๆ ไม่ใช่เข้าไปแล้วเรียนไม่ทันเพื่อน ถ้าอยากเข้าโรงเรียนเร็วๆ เราก็ต้องกลั้นใจเรียนกับฉันให้ผ่าน ยิ่งตั้งใจมากเท่าไร...ก็จะได้เข้าโรงเรียนเร็วขึ้นเท่านั้น เข้าใจไหม”

ชื่นจำนนกับเหตุผล ก้มหน้าลงสำนึกผิด พลันน้ำตาก็ไหลออกมาช้าๆ ต้นส่ายหน้าเอือมกับความอ่อนไหวของชื่นที่เอะอะก็ดูเหมือนจะมีน้ำตาเสียทุกครั้ง ชายหนุ่มปลอบให้หยุดร้องไห้ย้ำว่าไม่มีผู้ชายคนไหนอ่อนแอ

เยี่ยงนี้ ชื่นชะงักได้สติพึมพำเสียงอ่อย ตนเสียใจที่ทำให้ทุกคนผิดหวัง แต่ต่อจากนี้ไปจะตั้งใจเรียนให้มากที่สุด ก่อนจะแจกแจงให้ต้นฟังว่าหนังสือทุกเล่มที่ใช้เรียน

ตาชมเคยสอนมาแล้วทั้งนั้น ต้นมองอึ้งประหลาดใจ และชายหนุ่มก็ไม่ได้เก็บความสงสัยนี้ไว้เพียงคนเดียว เขายังบอกท่านเจ้าคุณและคุณหญิงวีณาด้วย

“แล้วเด็กนั่นทำเลขได้ อ่านภาษาอังกฤษได้จริงๆรึ” เจ้าคุณถามอย่างตื่นเต้น

“เท่าที่ต้นลองให้อ่านดูและให้ทำดู เขาทำได้...อ่านได้จริงๆครับ แม้กระทั่งพีชคณิต เรขาคณิตพิสูจน์ได้!”

คุณหญิงวีณาเอ่ยกับสามีว่าที่ผ่านมาตนก็สงสัยเรื่องตาและแม่ของชื่นต้องเป็นคนมีความรู้ถึงอบรมเด็กคนนี้ได้ผิดแผกจากเด็กที่อาศัยในที่ห่างไกลเช่นนั้น ต้นพยักหน้าเห็นคล้อยตาม

แล้วจู่ๆเจ้าคุณก็ถามถึงเกศินี พอรู้ว่ากลับไปหาพ่อแม่ที่บ้าน เขาปรารภว่าทำไมเทียวไปเทียวมา

ให้เสียเวลา ไม่เชิญพวกเขาให้มาอยู่ที่นี่ให้สิ้นเรื่องสิ้นราว คุณหญิงมีท่าทีลังเลเพราะเกรงใจแต่รับปากจะไปแจ้งฝ่ายโน้นให้ลองพิจารณาดู

กานดาทราบข่าวด้วยความดีใจ ในขณะที่นิวัฒน์ไม่เห็นด้วยเพราะไม่อยากรบกวนน้องเขยไปมากกว่านี้ เกศินีอ้อนวอนขอร้องให้บิดาใจอ่อนยอมย้ายไปอยู่ที่บ้านพิชัยศรายุทธโดยอ้างว่าตนอยากอยู่ใกล้ชิดพ่อ กานดารีบตัดบทรับปากทันที

ooooooo

ณ บริเวณสวนหลังบ้านพิชัยศรายุทธ เกศินีตามหาต้นเพื่อแจ้งข่าวดีว่าครอบครัวของเธอจะย้ายมาในเร็ววัน ต้นมีสีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่ยินดีกับข่าวนั่น เกศินีทำท่าประจบกอดแขนชายหนุ่มจนลอยตะลึงในกิริยาไม่เหมาะสมนั่น

ต้นเองก็รู้สึกอึดอัดใจจึงค่อยๆดึงแขนออกอย่างสุภาพ แล้วเสชวนคุยเรื่องอื่นแทน เกศินีสบโอกาสใส่ไฟเรื่องชื่นมาล่วงเกินเธอ และเตือนว่าคุณต่อชอบไปเที่ยวกับชื่น ระวังจะติดนิสัยบ้ากามเหมือนกัน ต้นจ้องหน้าเกศินีไม่พอใจ หญิงสาวรู้สึกตัวทำเสียงอ่อยว่าตนก็แค่หวังดี ต้นยังไม่ได้ตอบอะไรทั้งคู่ก็เห็นนัททีและนันทลีเดินเข้ามาจากทางหน้าบ้านพอดี

“นันจะมาชวนคุณต้นและทุกคนไปดูหนังกินข้าวค่ะ ไปด้วยกันนะคะ พี่นัทก็ไปด้วย”

เกศินีหน้างอทำท่าไม่อยากไปในตอนแรกแต่พอต้นตอบรับคำเชิญ เธอเปลี่ยนใจขอตามไปด้วยทันที นันทลีขำพูดแขวะว่าไม่ไปท่องหนังสือเตรียมสอบเหมือนอย่างเคยหรือ เกศินีจ้องเพื่อนบ้านสาวราวจะให้มอดไหม้เป็นจุณ

หนุ่มสาวทั้งสี่คนมุ่งหน้าไปยังราชวงค์ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม เช่นเดียวกับคู่ของต่อและชื่นที่เพลิดเพลินกับบรรยากาศรอบตัว โชคชะตาก็พาให้คนทั้งหมดมาเจอกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง นันทลีตะโกนเรียกต่อและชื่นด้วยความดีใจ ในขณะที่เกศินีทำหน้าหงิกงอพูดเหน็บชื่นต่อหน้าคนอื่นๆ

“กินส้อมช้อนเป็นหรือเปล่า หรือเคยกินแต่ช้อนสังกะสี”

“เคยแต่กินด้วยมือ ยิ่งเวลากินน้ำพริกปลาทูยิ่งอร่อยเพราะมันผสมขี้มือนิดหน่อยอร่อยสะบัดไปเลย!”

ชื่นประชดกลับด้วยความคึกคะนองแล้วยักคิ้วให้นันทลีที่พยายามกลั้นหัวเราะจนตัวโยน ต้นปรามเสียงเข้มให้ปฏิบัติตัวสุภาพในที่ชุมชน ชื่นยิ้มกริ่มไม่สนใจทำทีมองไปรอบร้านอาหาร สองพี่น้องเพื่อนบ้านทึ่งในลูกบ้าของชื่น

ตกค่ำ ชื่นเล่าให้นมอ่อนฟังอย่างตื่นเต้นว่าวันนี้ตนไปเที่ยวและพบเจอสิ่งตื่นตาตื่นใจในเมือง เสียอย่างเดียวที่มีเกศินีร่วมคณะไปด้วยทำให้งานกร่อยเกือบตลอดเวลา

“ไม่รู้ว่าทำไมคุณเกศเขาถึงได้จงเกลียดจงชังผมนัก! เขาไม่ชอบพี่นันน่ะ พอจะเข้าใจว่าเขาเป็นผู้หญิงเหมือนกัน แต่นี่ผมเป็นผู้ชาย...เขาก็ยังเกลียดผมอีก เที่ยวไปป่าว ประกาศว่าผมล่วงเกินเขาอยู่เรื่อย”

“อย่าไปถือสาหาความคุณเกศเลยค่ะ เธอมีนิสัยคล้ายๆคุณแม่ของเธอ ผิดกับคุณนิวัฒน์ที่เป็นคนดี ใครๆ ก็ชอบ”

ชื่นหูผึ่งเลียบๆเคียงๆสอบถามประวัติของนิวัฒน์ได้ความว่าเกศินีเป็นลูกสาวของเขา ในใจคิดแผนปั่นหัวแม่ตัวแสบขึ้นมาทันที เวลานี้ในหัวชื่นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะแก้แค้นตามคำสั่งตาชมให้สำเร็จและครั้งนี้เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

หลังรู้ข้อมูลเด็ดเกี่ยวกับหม่อมหลวงนิวัฒน์ ชวาลชื่นรีบเขียนจดหมายหาชม แต่ลงมือได้ไม่เท่าไรก็รู้สึกปวดหน่วงแถวท้องน้อยขึ้นมา ชื่นครางเบาๆรู้ดีว่าตนเองมีประจำเดือนเข้าเสียแล้ว เพียงครู่เดียวชื่นก็ตัดสินใจไปเคาะประตูห้องนมอ่อนแล้วกระซิบขอร้องให้ช่วยเหลือโดยด่วน นมอ่อนตกใจกระวีกระวาดหาทางช่วยเหลือชื่น

“ตายจริง! นี่หมายความว่า...ชื่นเป็นผู้หญิงหรือฉันดีใจเสียยิ่งกว่าชื่นเป็นผู้ชายอีก” นมอ่อนพูดอย่างตื่นเต้น

คุณหญิงวีณารีบลงจากเรือนไปซักถามหาความ ชื่นหน้าเจื่อนหมดหนทางปิดบังเรื่องนี้ต่อไปจึงยอมสารภาพว่าตนถูกตาชมเลี้ยงมาแบบเด็กผู้ชายเพราะไม่อยากให้อ่อนแอเหมือนแม่ จริงๆแล้วตนมีชื่อจริงว่านางสาว

ชื่นชีวา ชาวนา...พอเจ้าคุณรู้เรื่องก็หัวเราะชอบใจ ในขณะที่ภรรยาหมายมั่นปั้นมือจะแปลงโฉมชื่นให้เป็นหญิงสาวที่สวยสง่างดงามจนทุกคนต้องตะลึง

พวกคนรับใช้ในบ้านพิชัยศรายุทธตกใจเมื่อรู้ความจริงเกี่ยวกับชื่นโดยเฉพาะจันทร์ถึงกับตั้งข้อสงสัยว่า

“พ่อแม่ของนังเด็กคนนี้ร้ายนัก อุตส่าห์วางแผนให้ลูกปลอมตัวเป็นผู้ชายเพื่อหวังประโยชน์แน่ พวกมันคงวางแผนให้เรื่องมันแดงขึ้นมาว่าเป็นผู้หญิง ทีนี้จะได้จับลูกชายบ้านนี้มาทำเป็นผัว”

ยงกับสะอาดหัวเราะขันที่จันทร์คิดซับซ้อนไปไกล ส่วนเกศินีตกตะลึงเช่นกันเมื่อรู้เรื่อง หญิงสาวรีบขออนุญาตเจ้าคุณกลับไปหามารดาที่บ้านเพื่อหาทางออกสำหรับเรื่องนี้ มีเพียงต้นกับต่อเท่านั้นที่ยังไม่รู้ความจริงเพราะคุณหญิงวีณาต้องการปิดเป็นความลับเพื่อดูปฏิกิริยาของชายหนุ่มทั้งสอง ตอนที่เห็นชื่นถูกแปลงโฉมเรียบร้อยแล้ว

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สะใภ้เจ้าสัว EP.26 สาวปริศนาโชว์ที่ตรวจครรภ์ อ้างท้องกับเจ้าสัวเทียน

สะใภ้เจ้าสัว EP.26 สาวปริศนาโชว์ที่ตรวจครรภ์ อ้างท้องกับเจ้าสัวเทียน
12 พ.ค. 2564

03:05 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 04:16 น.