สมาชิก

กี่เพ้า

ตอนที่ 5

เจ้าหมิงเทียนเดินตามเพกามา เขาเริ่มคุยกับเธอด้วยท่าทางจริงจังไม่กวนเหมือนเมื่อสักครู่  เขานึกว่าเธอลาออก เพกาประชด ที่จริงคิดเพราะเจอคนเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายแบบเขา ตัดปัญหาลาออกก็ดีเหมือนกัน เจ้าหมิงเทียนขอเหตุผลที่เธออยากกลับไปทั้งที่มีอันตราย เพกาชี้ไปที่ร้านรวงเก่าๆ

“มองไปสิ คุณเห็นอดีตที่ตายไปแล้ว อดีตเป็นเหมือนภาพฝัน มันอยู่ที่เรา จะให้มันอยู่หรือให้มันจบลง อยู่ที่ใจเราเท่านั้น...อดีตสำหรับคนบางคนสวยงาม เหมือนที่อยู่ตรงหน้านี้ แต่สำหรับบางคนเหมือนแผลเรื้อรัง ทางเดียวที่จะให้มันหาย ต้องขูดเนื้อเน่าๆออกมา แล้วใส่ยาลงไป ยอมเจ็บเพื่อให้จบ”

“อยากเป็นหมอ เพราะเชื่อมั่นว่าจะขูดเนื้อเน่า จะทำแผลให้หายได้งั้นสิ”

“หมอ แค่ผู้รักษา ฉันไม่ใช่คนที่เจ็บ คุณต่างหากเป็นคนไข้ คุณทนเจ็บปวดมานานเท่าไหร่แล้ว คุณไม่อยากรักษาแผลในใจคุณหรือไง คุณนั่นแหละเจ็บปวดที่สุดเรื่องเมย์ลีตาย เพราะคุณคือคนรักของเธอ คุณไม่อยากค้นหาความจริงเพื่อเมย์ลีหรือคะ”

เจ้าหมิงเทียนอารมณ์ขึ้น ทันที จับมือเพกามาแนบอก...พร้อม แฮรี่ และเดซี่ตะลึงมองอยู่ห่างๆ พร้อมแปลกใจนี่มันอะไรกัน ซิ่วหลานกับอี่คนขับรถช่วยแก้ตัวให้เจ้านาย

“คุณพร้อมอย่ากังวลนะคะ คุณหมิงเทียนไม่ใช่คนเจ้าชู้รุ่มร่ามหรอกค่ะ”

“ผมอยู่กับคุณชายมาตลอด รับรองอีกแรงครับ ท่านไม่เคยทำแบบนี้กับผู้หญิงคนไหน”

ซิ่ว หลานพึมพำ โชคชะตาฟ้ากำหนดให้สองคนนี้มาเจอกัน จะจบอย่างไรเท่านั้น อาหัวยิ้มอย่างคนเข้าใจชีวิตดี บอกลูกสาวว่า ความรักเหมือนฤดูใบไม้ผลิ แม้มาเพียงช่วงเวลาสั้นๆแต่งดงามและทรงพลังยิ่งกว่าช่วงเวลาอื่นใด

ด้านเพกาพยายามดึงมือออกจากเจ้าหมิงเทียน แต่เขากลับพูดด้วยอารมณ์รุนแรงใส่เธอ

“เมื่อ ไหร่จะเข้าใจ เมย์ลีคือคนตายไปแล้ว ถึงยังไง เขาก็ตายไปแล้ว แต่คุณคือคนที่มีชีวิตอยู่ ระหว่างทนดูคุณตายกับจากลาคุณชั่วชีวิต ผมเลือกอย่างหลัง...ขอให้รู้ไว้ เห็นคุณครั้งแรก ผมรู้สึกได้ทันที คุณเป็นผู้หญิงอันตรายที่สุด นับวันยิ่งอันตราย... อันตรายที่สุด...ต่อใจของผมเอง”

เพกาถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินความในใจของเขา แต่ยังลังเลไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง สองคนสบตากันนิ่งนาน...

ตก เย็น รถตู้มาส่งที่บ้านเพกา รถเจ้าหมิงเทียนแล่นตามมา ซิ่วหลานลงมาบอกเจ้าหมิงเทียนว่า ตนกับพ่อพักที่บ้านเพกา ให้เขาเข้าไปพักผ่อนก่อน...ระหว่างนั่งพักในห้องรับแขก เจ้าหมิงเทียนให้อี่โทร.จองตั๋วเครื่องบินให้ซิ่วหลานกับพ่อ อี่ถามว่าจะจองเผื่อเพกาด้วยไหม

“เพกากลับไปฮ่องกงไม่ได้อีกแล้ว คุณแฮรี่... หน้าที่คุณ หาคนใหม่มาแทนที่”

แฮ รี่แปลกใจ ตอบว่าคงต้องเป็นตน เดซี่ถามว่าเขาซ่อมผ้าเก่าเป็นหรือ เขาตอบว่าเพิ่งไปอบรมมา แต่ ฝีมือคงเทียบเท่าเพกาไม่ได้ แฮรี่บอกเจ้าหมิงเทียนตามตรงว่า เพกาคงอยากสานงานต่อมากกว่า เพกาโพล่งขึ้น ขอตนเป็นคนตัดสินใจเองได้ไหม เจ้าหมิงเทียนแย้งว่ายังมีอะไรอีก

“เมย์ลีค่ะ ยังมีเรื่องของเมย์ลี ถ้าเธออยากให้ฉันอยู่เมืองไทย เธอจะมาบอกฉัน ฉันเชื่ออย่างนั้น แต่ถ้าเธอไม่มาบอก เมย์ลีจะกลายเป็นผีที่หลอกหลอนฉันไปตลอดชีวิต”

ซิ่วหลานถามว่าเชื่อเรื่องผีเมย์ลีขนาดนั้นเลยหรือ เพกาตอบว่า ตนเป็นคนเดียวที่เมย์ลีสื่อสารขอความช่วยเหลือ ถ้าตนไม่ช่วยเหมือนทรยศ ทอดทิ้งเธอ เหมือนคนในบ้านนั้นที่ทอดทิ้งเธอ ปล่อยให้เธอถูกฆ่า และปล่อยฆาตกรลอยนวล เจ้าหมิงเทียนโกรธเสียงดังขึ้น

“เมย์ลีไม่มีจริง ผีไม่มีจริง”

“จะให้บอกกี่ครั้ง ฉันไม่ได้คิดไปเอง วิญญาณเมย์ลีมาหาฉันจริงๆ” เพกาขึ้นเสียงบ้าง

สองคนเถียงกันไปมา เจ้าหมิงเทียนให้พิสูจน์ว่าวิญญาณเมย์ลีมีจริง พลันโคมไฟมุมหนึ่งแตกเพล้งอย่างไม่มีเหตุผล ทุกคนสะดุ้ง แฮรี่กรี๊ดกร๊าดแต๋วแตก อาหัวตาฝ้าฟางแต่เห็นร่างเมย์ลียืนร้องไห้อยู่บริเวณนั้น จึงรำพึง “ยามอยู่น่าสงสาร ยามตายนอนตาไม่หลับ โธ่...คุณเมย์ลี”

เจ้าหมิงเทียนไม่เชื่อหาว่าเป็นเรื่องบังเอิญ เพกายืนกรานว่าผีเมย์ลีมีจริง เขารู้ว่าห้ามเธอไม่ได้จึงเอาพร้อมมาอ้าง ว่าเธอไม่เป็นห่วงแม่บ้างหรือ พร้อมกลับพูดขึ้นอย่างผู้ใหญ่ที่น่านับถือ

“คุณชาย ตลอดวันนี้ คุณไม่ได้พูดกับฉันเลย แต่จู่ๆคุณก็พูดถึงฉันเหมือนเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ บางที คุณคงไม่ใช่คนเย็นชาอย่างที่ใครๆคิด ฉันขอคุยกับคุณสองคนได้ไหมคะ”

เพกางง มองแม่เดินนำเจ้าหมิงเทียนออกไป...พร้อมถามเจ้าหมิงเทียนตรงไปตรงมาว่า คิดอย่างไรกับลูกสาวตน เขาตอบโดยไม่หยุดคิดว่า ที่ทำลงไปในวันนี้ คือความจริงใจทั้งหมด

“คุณจีบลูกสาวฉัน คุณอยากให้ทุกคนรู้ในข้อนี้ ยกเว้นคนเดียวที่ไม่อยากให้รู้ คือตัวยัยพิงก์เอง คุณถึงชอบทำให้เขาสับสน”

“อยู่ต่อหน้าเขา ผมไม่ค่อยรู้นักว่าทำอะไรลงไป”

“คนผ่านโลกอย่างฉัน เรียกความรู้สึกนี้ว่า...ความรัก”

“ไม่ใช่หรอก ผมรักเขาไม่ได้ ผมถึงอยากให้เขาอยู่ที่นี่ เพื่อความปลอดภัยของตัวเขาเอง ผมทนเห็นเขาอยู่ในอันตรายแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว”

พร้อมยิ้มอย่างสบายใจ เมื่อรู้ว่าลูกสาวไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายตามลำพัง ยังมีคนที่รักและจริงใจคอยอยู่เคียงข้างปกป้อง “อีกสักครั้งนะ...คนผ่านโลกอย่างฉันเรียกความรู้สึกนี้ว่า...รักแท้”

“อะไรนะครับ”

“รักแท้ คือไม่ครอบครอง...คุณยอมปล่อยเขาไป ทั้งๆที่รู้ว่าต้องจากกัน ตัวคุณเองต้องเจ็บเพราะไม่ได้เจอกัน คุณก็ยังยอม”

“เอ...ผมว่า อืม...คำว่ารักแท้นี่ มันออกจะเว่อร์ไปหน่อย”

“ตกลงฉันจะอนุญาตให้พิงก์กลับฮ่องกง”

เจ้าหมิงเทียนแปลกใจ พร้อมยิ้มอย่างอบอุ่นและบอกว่า ตนเลี้ยงเพกามาให้เป็นนักสู้ ความรักของพ่อแม่ก็เป็นรักแท้ คือไม่ครอบครอง เขาจะแย้ง พร้อมชิงสรุป

“เมย์ลีเป็นคนสำคัญในชีวิตคุณ คุณปกป้องเธอไม่ได้ ฟ้าก็เลยส่งเพกามาให้อีก มาเพื่อให้คุณได้แก้ไข ชีวิตเป็นแบบนี้แหละ ถ้าสู้ไม่ชนะ คุณก็จะโดนบททดสอบเดิมๆ ทางเลือกของคุณจึงเหลือทางเดียว ปกป้องให้เพกาปลอดภัย”

“นั่นล่ะที่ผมกลัว”

“วิญญาณของเมย์ลีพาเพกาไปที่นั่น ฉันจะอธิษฐานขอให้วิญญาณเมย์ลีปกป้องเพกา คุณต้องเชื่อในเมย์ลี เชื่อในเพกา”

เจ้าหมิงเทียนทึ่งกับท่าทางเด็ดเดี่ยวและน่าเชื่อถือของพร้อม...เมื่อทั้งสองเดินกลับมา เพการีบถามแม่คุยอะไรกับเจ้าหมิงเทียน พร้อมบอกเพกาว่า ตนตกลงให้เธอเดินทางไปฮ่องกง คนอื่นๆแปลกใจ เจ้าหมิงเทียนสั่งอี่จองตั๋วเพิ่ม พร้อมให้ซิ่วหลานพาอาหัวไปพักผ่อน พรุ่งนี้ต้องเดินทางกลับ อี่กระซิบถามซิ่วหลาน ที่เจ้านายยอมให้เพกากลับไปด้วยเป็นเพราะผีเมย์ลีหรือ ซิ่วหลานกลับตอบว่า...ผีหรือจะสู้แรงปรารถนาของหัวใจ

เพกาเซ้าซี้ถามแม่ว่าคุยอะไรกับเจ้าหมิงเทียน เขาถึงยอมให้ตนกลับไปด้วย

“เป็นความลับจ้ะลูก เรื่องนี้จะรู้กันแค่สองคนระหว่างแม่กับเขา...ตลอดไป”

เจ้าหมิงเทียนยิ้มค้อมหัวขอบคุณ เพกาถอนใจ เข้ากราบที่อกแม่ “ช่างเถอะ...แม่ขา ขอบคุณนะคะ

ที่เข้าใจและเป็นกำลังใจให้ลูก”

พร้อมกอดลูกขอร้องอย่าบ้าบิ่นเกินไป เพการับปาก เจ้าหมิงเทียนเห็นแล้วปลาบปลื้มในความรักของสองแม่ลูก

ooooooo

เมื่อรถแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ตระกูลเจ้า หลุนกำลังกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับหมั่นโถที่เป่า-หลินทำให้ พอเห็นซิ่วหลานกลับมาก็ดีใจวิ่งไปต้อนรับ เป่าหลินหมั่นไส้ คว้าถ้วยน้ำชาจะไปสาดหน้า แต่แล้วต้องชะงัก เมื่อเจ้าหมิงเทียนลงจากรถมาด้วย จึงรีบซดน้ำชาโฮก...แต่พอเห็นเพกาลงจากรถมาอีกคนก็สำลักน้ำพุ่งพรวดออกมาอย่างตกใจ

“คุณเพกา! นี่คุณกลับมาด้วยหรือนี่”

“ฉันไม่เคยบอกสักหน่อยว่าฉันลาออก คิดกันไปเองทั้งนั้น”

เจ้าหมิงเทียนเดินตามเพกามาจนถึงห้อง เธอหันมาถามจะตามมาทำไม เขายื่นกล่องใส่กี่เพ้าลายโบตั๋นมาตรงหน้า ตัดสินใจให้เธอซ่อมรอยขาด เพกาดีใจระคนแปลกใจ

“หลังเมย์ลีตาย กี่เพ้าชุดนี้หายไป ทุกอย่างเงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทันทีที่อาซิ่วเอามันออกมา เรื่องของเมย์ลีก็เหมือนถูกรื้อขึ้นมาใหม่...ที่จริงผมบอกไม่ถูกนักหรอก ทำไมถึงอยากซ่อมมัน คุณจัดการให้หน่อยแล้วกัน” เจ้าหมิงเทียนจะเดินไป

เพกาโพล่งขึ้น “แต่ฉันบอกได้...ลึกๆในใจคุณ อยากให้ฉันซ่อมกี่เพ้า อยากให้ฉันซ่อมอดีต เป็นแบบนี้หรือเปล่าคะ”

เจ้าหมิงเทียนชะงัก หันมาบีบแก้มเพกาอย่างเอ็นดู “คิดเองเออเองเก่งนัก ก็ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่รู้ กลับมาคราวนี้ คุณต้องทำทุกอย่างในขอบเขต อย่าหาเรื่องใส่ตัว ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองเสมอ รับปากสิ”

“ว่าฉันอีกแล้ว”

“จะรับปากไหม”

“รับปากก็ได้ค่ะ ฉันจะซ่อมกี่เพ้าโบตั๋นชุดนี้ ฉันจะซ่อมอดีตของคุณเมย์ลีให้ได้”

แม้เพกาจะมุ่งมั่น แต่สีหน้าเจ้าหมิงเทียนดูยังมีกังวล...ในขณะเดียวกัน เป่าหลินมารายงานเพ่ยเพ่ยและเหม่ยอิง เพ่ยเพ่ยแค้นใจ คว้ามีดวิ่งออกไป เพกาเก็บของในห้องเรียบร้อยกำลังเดินไปที่บันไดกับเจ้าหมิงเทียน สองคนยังพูดจาแขวะกันไม่เลิก

“ครั้งนี้ฉันจะถือว่าคุณเป็นคนตามฉันกลับมานะ คุณอ้อนวอนงอนง้อ เห็นฉันเป็นพนักงานที่มีคุณค่า...

เพราะฉะนั้น คุณต้องเลิกแกล้ง เลิกดุ คุณควรจะหัดทำดีกับผู้หญิงให้มากกว่านี้ เช่น ยิ้มบ่อยๆ ไหน...ยิ้มสิคะ...ยิ้ม”

เจ้าหมิงเทียนทำหน้านิ่ง เพกาค้อนขวับ เดินนำหน้าเขาไปอย่างหมั่นไส้ ขอแค่นี้ก็ไม่ได้ จู่ๆเขาก็เข้ากอดเธอจากด้านหลังโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว เธอดิ้นให้เขาปล่อย

“ทำดีกับผู้หญิงในแบบของผม ไม่ใช่การยิ้ม แต่คือกอดแล้วก็...” เจ้าหมิงเทียนยื่นหน้าจะหอมแก้ม เพการั้งตัวไว้สุดฤทธิ์

“อี๊...ปล่อยนะ ฉันแจ้งตำรวจจับคุณได้นะ ลวนลามผู้หญิงน่ะ ไม่กลัวหรือไง”

เจ้าหมิงเทียนแกล้งยื่นหน้ามาใกล้อีก เสียงเพ่ยเพ่ยร้องลั่น “นังเพกา...แกตาย...”

สองคนตกใจผละออกจากกัน เจ้าหมิงเทียนเห็นเพ่ยเพ่ยพุ่งเข้าจะแทงเพกา เขาคว้ามือเพ่ยเพ่ยไว้ได้ เอ็ดว่าทำเกินไปแล้ว ถึงขนาดจะฆ่ากันเชียวหรือ เขาผลักเธอล้มลง เหม่ยอิงตามมาร้องบอกลูกสาวให้ทิ้งมีด เพ่ยเพ่ยไม่ยอม จะเข้าแทงเพกาให้ได้ โวยวายว่าเมย์ลียังตายเพราะมีด

“คุณก็เลยคิดจะถือมีดมาฆ่าฉันงั้นหรือ ยอมฆ่าคนตายเพื่อผู้ชายคนเดียว ฆ่าเพื่อให้เขารักเรา ยอมตัดอนาคตตัวเอง เพื่อให้ได้ครองคู่ แล้วคิดจริงๆหรือว่าจะได้คู่ จะได้รัก สิ้นคิดแท้ๆ”

“ใช่...ผู้หญิงดีๆเขาคิดอย่างแก แต่ในโลกนี้มีทั้งผู้หญิงดีและผู้หญิงบ้าอย่างฉัน ฉันจะไม่ยอมเสียพลังงานเพื่อไปเลี้ยงสมอง แต่ฉันจะใช้ทั้งหัวใจและชีวิต เพื่อเอาเขามาเป็นของของฉัน”

เจ้าหมิงเทียนเห็นแววตาโหดของเพ่ยเพ่ย เขาปลอบให้เธอทิ้งมีด เธอกลับหัวเราะเหมือนคนบ้า แล้วเดินไปกรีดตัวหนังสือด้วยมีดบนประตูไม้ เป็นตัวอักษร สื่อ ที่หมายถึงความตาย

“ขอแสดงความยินดีด้วย นอกจากเหว่ยแล้ว ยังมีฉันอีกคนที่อยากฆ่าแก ฮึๆ คราวนี้ถ้าเกิดแกตายขึ้นมา ก็จะไม่มีใครรู้ว่าใครฆ่า เพราะคนที่อยากฆ่าแกมีมากมายเต็มไปหมด ฮ่าๆๆ”

เหม่ยอิงตกใจกับความสติแตกของลูก  รีบขอโทษขอโพยเจ้าหมิงเทียน แล้วพาลูกกลับเข้าห้อง เป่าหลินวิ่งตามเจ้านายทั้งสองไป เจ้าหมิงเทียนมองเพกาที่ดูจะเสียขวัญ

ooooooo

เหม่ยอิงเอ็ดเพ่ยเพ่ย ทำบ้าอะไรลงไป หาเรื่องให้โดนไล่ออกจากบ้าน เพ่ยเพ่ยกลับโต้ ก็แม่สอนว่า ใครขวาง คนนั้นตาย เหม่ยอิงถอนใจ ใช่ตนสอนแต่ไม่ใช่ทำโจ่งแจ้งแบบนี้ สิ่งสำคัญคือพวกเราต้องได้อยู่บ้านหลังนี้ตลอดไป เป่าหลินถาม แล้วเจ้าหมิงเทียนจะไม่ฟ้องคุณท่านหรือ

“คุณชายรองเมตตาเพ่ยเพ่ย คอยปกปิดความผิดให้เพ่ยเพ่ยมาตั้งแต่เล็ก คงไม่พูด แต่ไอ้รอยที่ประตูนั่น ไปตามช่างมาจัดการให้เรียบร้อยเหมือนเดิม อย่าให้ใครสังเกตเห็น เสียเงินเท่าไหร่ก็ต้องยอม” เหม่ยอิงสั่งเป่าหลิน

ด้านเพกายังรู้สึกตื่นตระหนก เหยียบบ้านเข้ามาไม่ถึงสองชั่วโมง เกิดเรื่องเสียแล้ว เจ้าหมิงเทียนเครียด รับมือเหว่ยเหอคนเดียวก็พอไหว นี่ต้องมารับมือเพ่ยเพ่ยอีก คงต้องพูดกับเธอให้รู้เรื่อง เพการีบห้าม อย่าแม้แต่จะคิด

“ผู้ชายนี่ไม่รู้อะไรซะบ้างเลย ถ้าคุณออกโรงก็เท่ากับคุณปกป้องฉัน และรังเกียจเพ่ยเพ่ย คราวนี้ล่ะ จากมีดจะขยับขึ้นเป็นระเบิดปรมาณู เธอฆ่าคนทั้งโลกแน่”

เจ้าหมิงเทียนย้อนถามว่าเราควรทำอย่างไร เธอตอบว่าทำไมต้องกลัว ในเมื่อเราไม่ได้มีอะไรกันอย่างที่เพ่ยเพ่ยคิด เจ้าหมิงเทียนถึงกับเหวอที่เพกาไม่รู้สึกอะไรกับการแสดงออกของตนเลย แถมยังบอกอีกว่า งานเสร็จก็กลับเมืองไทย เพ่ยเพ่ยจะเลิกหึงไปเอง

เจ้าหมิงเทียนไม่รู้จะบอกอย่างไรว่าความรู้สึกตนไปไกลแค่ไหน ได้แต่ถามไม่กลัวหรือ

“กลัวสุดๆ แต่ฉันไม่ใช่เมย์ลี จะให้เขารังแกฝ่ายเดียว ไม่เอาหรอก วันนี้คุณเพ่ยเพ่ยอารมณ์ไม่ดี เพราะเธอคิดเหมือนคนอื่นว่าฉันลาออก แต่จู่ๆมาเห็นคุณกับฉัน เอ้อ...คุณก็เล่นไม่เข้าเรื่อง” เพกาเขินหน้าแดง

“นี่คุณหาว่าผมเล่น...” เจ้าหมิงเทียนเองก็อึกอักพูดไม่ออก จึงเดินหนีไปดื้อๆ

“เอ้า...หงุดหงิดอะไรอีกเนี่ย”

ooooooo

ซิ่วหลานเข้ามากราบเจ้าเหวินเยี่ย สัญญาจะไม่ก่อเรื่องอีก เพกาลืมตัวเผลอพูดเรื่องทหารแดงกับเจ้าเหวินเยี่ย น่าจะขอบคุณซิ่วหลาน ที่หลอกอดีตทหารแดงไปดูกี่เพ้าที่เมืองไทย เป็นการช่วยแก้แค้นให้เขา เขาต้องมีความสุขถ้าได้เห็นตอนหลี่เซียนคลั่งเมื่อพบว่ากี่เพ้าสวยๆยังมีอยู่

เจ้าหมิงเทียนหน้าเสีย สะกิดเพกาให้หยุด เหม่ยอิงเยาะหยัน หาว่าสร้างความวุ่นวายไม่พอยังดึงซิ่วหลานไปก่อเรื่องอีก หวางลี่ผิงเถียงแทน

“แต่เพกาก็ช่วยให้คุณพี่หายคาใจ ว่าใครแอบเอาชุดกี่เพ้าเมย์ลีใส่กล่องส่งไปเมืองไทย ความจริงถูกเปิดเผยเสียที คุณพี่คงสบายใจขึ้น ถูกไหมคะ”

เจ้าเหวินเยี่ยเห็นจริง แต่ยังวางฟอร์ม ติติงเพกาให้รู้จักสงบเสงี่ยมอย่างแขก อย่าจุ้นจ้านอีก...จิ้นเจินกับอวี้เหลียนยินดีที่ซิ่วหลานกลับมา คืนกำไลหยกให้เธอใส่ตามเดิม ซิ่วหลานทำความเคารพทุกคน ณ ที่นั้น ยกเว้นเหม่ยอิงกับเพ่ยเพ่ย

คืนนั้น เพกาลองสวมกี่เพ้าโบตั๋น หวังจะได้เจอกับผีเมย์ลีอีกเพื่อให้บอกวิธีจับเหว่ยเหอ นั่งรอ นอนรอก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในกระจก จนเผลอหลับไป...

ฟ้าสว่าง เพกาฝันเห็นกำไลหยกกระแทกกระจกแตก ก็ตกใจตื่น งุนงง หมายความว่าอย่างไร พอเห็นว่าตัวเองยังอยู่ในชุดกี่เพ้าก็ลุกจากเตียง มายืนริมหน้าต่าง หลุนกำลังล้างรถอยู่ เงยหน้ามาเห็น ร้องลั่นว่าผีเมย์ลี...

ตอนกลางวัน เพกานั่งดื่มน้ำชาที่ซิ่วหลานเอามาให้ แล้วขอให้ซิ่วหลานเล่าเรื่องในอดีตให้ฟังอีก ตนอยากรู้พื้นเพของเหว่ยเหอ เผื่อจะรู้ความนึกคิดของเขาบ้าง เขาเกลียดเมย์ลีมากไหม

ซิ่วหลานเล่าว่า เหว่ยเหอเป็นคนจิตใจดี คอยปลอบใจเมย์ลี เวลาถูกเจ้าหมิงซานเอ็ดตะโรใส่ คุณนายใหญ่มักจะให้เมย์ลีทำของกินไปให้เจ้าหมิงซาน แต่เขากลับเททิ้ง บ้างก็ปาใส่เธอ เหว่ยเหอต้องคอยกัน  บางทีก็รับมาทานเสียเองแล้วชมว่าอร่อย เพื่อให้เมย์ลีมีกำลังใจ...

เจ้าหมิงซานวางแผนจะไปเรียนต่อเมืองนอก โดยให้เหว่ยเหอสอบชิงทุนเพื่อไปด้วยกัน เหว่ยเหอเหมือนหญิงสาวที่คอยปรนนิบัติ รู้ใจเจ้าหมิงซานทุกเรื่อง

วันหนึ่ง เมย์ลีเข้ามาจดบันทึกตามคำสั่งคุณนายใหญ่ ให้เธอรู้จักและจดจำของใช้ทุกอย่างของเจ้าหมิงซาน เจ้าหมิงซานเข้ามาเห็นโกรธมาก ฉีกสมุดที่เธอจดทิ้ง และผลักไสเธอหกล้ม เหว่ยเหอสงสารช่วยประคองเธอออกไป เมย์ลีร้องไห้วิ่งมากอดซิ่วหลาน รำพันทำไมชีวิตต้องเป็นแบบนี้ ซิ่วหลานปลอบให้คิดเสียว่า ทำเพื่อตอบแทนพระคุณคุณท่านทั้งสอง เมย์ลีไม่เข้าใจทำไมคุณนายใหญ่ไม่นึกถึงความสุขของตนบ้าง ซิ่วหลานสงสารเธอจับใจ

เหว่ยเหอช่วยพูดแก้ตัวให้เมย์ลี ว่าเธอแค่ทำตามคำสั่งคุณนายใหญ่ เจ้าหมิงซานโกรธ หาว่าชอบเธอหรือถึงปกป้อง เขาเหวี่ยงเหว่ยเหอลงกองกับพื้น “ทำไมพูดแบบนี้...”

“อย่าขัดใจพ่อแม่เลยครับ คุณเมย์ลีเป็นแม่บ้านแม่เรือน เหมาะที่จะดูแลตระกูลเจ้า คุณหมิงซานเองก็ไม่มีใคร แต่งไปก็รักเมย์ลีเอง”

“ลองพูดอีกคำเดียว ฉันจะบีบคอนายให้ตาย นายไม่รู้หรือทำไม่รู้ ฉันรักใคร...” แววตาเจ้าหมิงซานบ่งบอกถึงความรัก เขาดึงเหว่ยเหอเข้ามากอด “ไม่มีใครดูแลฉันได้ดีไปกว่านาย มีแต่นายที่รู้ว่าฉันต้องการอะไร ชีวิตนี้ฉันไม่ต้องการใครทั้งนั้น นอกจากนาย”

“ผม...เรื่องของเรามันผิด ผิดทุกอย่าง” เหว่ยเหอน้ำตาคลอ

“ผู้หญิงรักผู้ชาย ผู้หญิงรักผู้หญิง ผู้ชายรักผู้ชาย สุดท้ายก็คือคนเหมือนกัน คนรักกัน นายเข้าใจไหม มันคือความรัก มันไม่มีความผิด ไม่ใช่ความผิด”

“คุณไม่เข้าใจ...บางทีผมอยากหนีไปไกลๆ ไม่อยากพบหน้าคุณอีก ผมมีแต่ทำให้ชีวิตคุณตกต่ำ นี่คือความเจ็บปวดของผม”

เหว่ยเหอร้องไห้ออกมา เจ้าหมิงซานปลอบให้หยุดร้อง ตนจะทำทุกวิถีทางให้ได้อยู่ด้วยกัน สองคนกอดกันสารภาพรักอย่างหมดใจ...

ซิ่วหลานเล่าทุกอย่างที่ตนได้เห็น ได้ยินให้เพกาฟัง แถมย้ำว่าเหว่ยเหอเป็นคนจิตใจดีเจียมตัว เป็นห่วงเป็นใยคนอื่นเสมอ เพกาชักงงว่าอย่างนี้จะเป็นฆาตกรได้อย่างไร

“แต่ความรักทำให้คนตาบอดไงคะ เข้าใจว่าคง มีปากเสียง เลยพลั้งมือฆ่าเมย์ลีตาย เอ๊ะ...ฉันบอกคุณหรือยัง คุณเมย์ลีกับคุณหมิงซานตายวันเดียวกัน”

“อ้าว...หรือคะ”

“เกิดอุบัติเหตุ คุณหมิงซานขับรถตกเขา เหว่ยคิดฆ่าคุณเมย์ลีเสีย จะได้ครองรักกันกับคุณหมิงซาน แต่พอหนีออกไป ก็ไปรู้ว่าคุณหมิงซานเสียชีวิตแล้ว เหว่ยคงช็อก ช่วงหลังมีคนเห็นเขาเหมือนคนเร่ร่อน สติไม่ดี”

เพกาสมเพชเขาคงหนีตำรวจกลายเป็นคนเร่ร่อน ตอนที่ตนเจอเขาก็ดูเหมือนจิตไม่ปกติ แต่เพกายังปักใจว่าเพ่ยเพ่ยน่าจะเป็นฆาตกรมากกว่า ซิ่วหลานตกใจที่เธอคิดแบบนั้น

“อือ...เรื่องของคุณเพ่ยเพ่ยช่วงนั้น ก็เข้มข้นเหมือนกัน...ยิ่งคุณนายใหญ่กดดันคุณเมย์ลีเท่าไหร่ คุณนายรองก็กดดันคุณเพ่ยเพ่ยเท่านั้น ทั้งสองคุณนายกำลังชิงอำนาจกัน ด้วยการหาผู้หญิงให้คุณชายใหญ่” ซิ่วหลานเล่าว่าตอนนั้นเป็นวันเกิดเพ่ยเพ่ย

เพ่ยเพ่ยตื่นเต้นที่เจ้าเหวินเยี่ยอนุญาตให้จัดงานวันเกิด  และมีวงดนตรีมาเล่นในบ้านได้ เหม่ยอิงย้ำสอนเสมอว่า คุณท่านรักลูกมาก เพราะลูกเป็นเด็กดีเชื่อฟังแม่ เพ่ยเพ่ยจึงเชื่อฟังและทำตามคำสั่งเหม่ยอิงมาตลอด เพ่ยเพ่ยดีใจอีกเรื่อง ที่เจ้าหมิงเทียนรับปากจะเต้นรำกับตนให้เพื่อนๆอิจฉา แต่เหม่ยอิงกลับเอ็ด

“เลิกสนใจปลาตัวเล็กเสียที แกต้องจับปลาตัวใหญ่ นังคุณนายใหญ่มันกลัวทรัพย์สมบัติตกเป็นของคนอื่น มันถึงยัดเยียดนังเมย์ลีให้หมิงซาน แม่ไม่ยอมมันหรอก”

“แต่เพ่ยเพ่ยชอบพี่หมิงเทียน เกลียดพี่หมิงซาน”

“เพื่ออนาคตของเรา แกต้องแต่งงานกับคุณหมิงซาน คุณชายใหญ่ของบ้าน เพื่อครอบครองทุกอย่าง” เหม่ยอิงจับไหล่เพ่ยเพ่ยเขย่า “อยากกลับไปอยู่แบบเดิมหรือไง”

เพ่ยเพ่ยยังงง จำวัยเด็กไม่ค่อยได้ หรือบางทีอาจจะพยายามไม่จำ ภาพในอดีตวัยเด็กลางเลือน เหมือนเห็นเด็กโดนตี...เหม่ยอิงย้ำ ต้องหมั่นเอาใจเจ้าหมิงซาน ทำให้เขารักและแต่งงานด้วยให้ได้ ถึงจะไม่ต้องกลับไปมีชีวิตแบบเดิม เหม่ยอิงสอนให้เพ่ยเพ่ยรู้จักแต่งหน้าแต่งตัว

ในงานคืนนั้น ซิ่วหลานเล่าว่า ตนแอบเห็นที่โต๊ะเจ้าหมิงซาน เขาจับมือกับเหว่ยเหอใต้โต๊ะ ส่วนเจ้าหมิง–เทียนก็แกล้งเตะขาเมย์ลี เธอออกอาการเขินอาย ทำให้ซิ่วหลานได้รู้แน่ชัดว่ามีความรักที่ไม่อาจเปิดเผยได้ถึงสองคู่ในบ้าน...พลันเพ่ยเพ่ยปรากฏตัวขึ้นในชุดเดรสสั้นเซ็กซี่ จิกตามองเจ้าหมิงซาน เหม่ยอิงกระซิบเพื่อนเพ่ยเพ่ยให้ส่งเสียงกรี๊ด ใครไม่กรี๊ดจะยึดมือถือคืน

เพ่ยเพ่ยเดินมานั่งตรงเท้าแขนเก้าอี้เจ้าหมิงซาน ส่งเสียงเย้ายวนให้เขาชมว่าตนสวย เพื่อนๆส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด แขกในงานจับตามอง เจ้าหมิงซานไม่พอใจ เอ่ยเสียงดังให้ทุกคนได้ยิน

“กระโปรงเธอ 3 ตัวรวมกันถึงจะยาวเท่ากระโปรงเมย์ลี...นี่ก็สั้นไป นี่ก็ยาวไป ฮึ...”

“อย่าเอาเพ่ยเพ่ยไปเทียบกับมัน คนละเกรดกัน”

“เธอเกรดต่ำกว่าเมย์ลี...เก่งแต่แต่งตัวยั่วผู้ชาย โง่ ไม่สนใจเรียน ฉันว่านะ เธอต้องท้องก่อนจบไฮสคูล ท้องไม่มีพ่อด้วย”

“พี่หมิงซาน...” เพ่ยเพ่ยโกรธ ฉวยแก้วน้ำจะสาดใส่ แต่พอเจ้าหมิงซานท้าว่ากล้าหรือ เธอจึงสาดใส่เหว่ยเหอแทน

เจ้าหมิงซานโกรธมาก ลุกด่าลั่น “เธอมันชั้นต่ำเหมือนแม่เธอไม่มีผิด ไม่รู้คุณพ่อฉันคิดยังไง ถึงเอาแม่มาจาก...”

“เอามาจากไหน เพ่ยเพ่ยเป็นคุณหนูตระกูลเจ้า เพ่ยเพ่ยไม่ได้มาจากไหน” ภาพอดีตของเพ่ยเพ่ยผุดขึ้นมาเป็นช่วงๆ ว่าตนโดนตีด้วยไม้ขนไก่ แม่ก็โดนพ่อตบตีแย่งเงินไป

เจ้าหมิงเทียนเข้ามาสะกิดเพ่ยเพ่ยให้ขอโทษ

เหว่ยเหอและพี่ใหญ่เสีย เจ้าหมิงซานปราม

“หมิงเทียนอย่าช่วยมัน แม่มันรังแกแม่เรา คุณพ่อฉันไม่น่าเอาแม่เธอมาจาก...”

เหม่ยอิงเข้ามาขอร้องให้หยุด พอแค่นี้ เจ้าหมิงเทียนขอร้องอีกคน แต่เจ้าหมิงซานไม่หยุด

“ทุกคนรู้ไว้ แม่เพ่ยเพ่ยเป็นผู้หญิงไนต์คลับ” เสียงเพื่อนเพ่ยเพ่ยว่า เธอบอกเป็นลูกเศรษฐีปักกิ่ง “มันโกหก แม่มันเป็นผู้หญิงกลางคืน ทำงานร้องเพลงในไนต์คลับโลโซแถวเกาลูน พ่อมันเป็นนักเลงข้างถนน”

“หา...พ่อเป็นนักเลง งั้นเพ่ยเพ่ยก็ไม่ใช่คนสกุลเจ้า” เสียงเพื่อนฮือฮา

เหม่ยอิงขอให้เจ้าหมิงซานหยุด แต่เขายังพร่ำประจาน “เพ่ยเพ่ยเป็นลูกบุญธรรมคุณพ่อฉัน เด็กที่มีกำพืดเป็นคนชั้นต่ำ เลี้ยงมาแบบผู้ดียังไงก็โตขึ้นเป็นผู้หญิงชั้นต่ำอยู่ดีเหมือนแม่เธอ”

เพ่ยเพ่ยอับอายที่เพื่อนๆมองอย่างเหยียดหยาม ประจวบกับภาพวัยเด็กกระจ่างชัดขึ้น เธอถึงกับช็อก ร้องกรี๊ดสลบไป เมย์ลีกับเจ้าหมิงเทียนช่วยกันอุ้มเพ่ยเพ่ยด้วยความสงสาร...เพ่ยเพ่ยเสียสติ เข้ารับการรักษาเป็นเดือน เจ้าหมิงเทียนคอยดูแลเยี่ยมเยียนสม่ำเสมอ...

“ทำไมคุณหมิงเทียนต้องแคร์เพ่ยเพ่ยขนาดนั้น ถึงขนาดไปดูแลทุกวันเชียวหรือ” เพกาแปลกใจ

“เรื่องนี้เป็นเรื่องแปลก คุณหมิงเทียนน่ะไม่ชอบใช้ความรุนแรง ถ้าเกิดเรื่องอะไรกับเมย์ลีและเพ่ยเพ่ย คุณหมิงเทียนต้องออกโรงทุกที แต่กับเพ่ยเพ่ย หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นกลายเป็นติดคุณหมิงเทียน แทบไม่ห่างจากกัน อยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลา”

“หา...แล้วกับเมย์ลีล่ะคะ”

“คุณชายรองชอบแกล้งคุณเมย์ลีเป็นประจำอยู่ แล้วค่ะ”

เพกาแปลกใจ ซิ่วหลานขำ เล่าว่าแต่ไหนแต่ไร คุณท่านทั้งสองจะให้ความสนใจกับเจ้าหมิงซาน คุณนายใหญ่จะจับมือเขาเสมอๆ คุณเยี่ยก็พูดคุยเรื่องการเรียน

และการทำงาน ต่างกับเจ้าหมิงเทียนที่จะเล่นเกมกดอยู่คนเดียวห่างๆ แต่ถ้าเมย์ลีเดินมาเขาจะแอบมองเสมอๆ... บางทีเวลาที่เมย์ลีเดินเล่นในสวนโบตั๋น เขาก็จะแกล้งปาดอกไม้ใส่ ถึงขนาดเคยแกล้งเอางูไปปล่อยในห้องนอน เอาตุ๊กแกโยนใส่ เธอจะร้องกรี๊ดๆ

“แต่คุณเมย์ลีเธอก็ไม่ยอมไปตลอดนะคะ บางทีก็มีเอาคืนบ้าง เธอเอาหนอนรถด่วนมาเทใส่ชามบะหมี่ของเจ้าหมิงเทียนและเทใส่ตัวเขา เธอหยิบกินให้ดูต่อหน้า และบอกว่าเบื่อมุกที่แกล้งเอาสัตว์อะไรมาปล่อย ที่เธอร้องเพราะตกใจ ไม่ได้กลัว เธอท้าให้เขากินหนอนอย่างที่เธอกิน แต่เขากลับกลัววิ่งหนี สองคนวิ่งไล่กันรอบโต๊ะ”

“ถึงยังไงก็ไม่ไหวนะซิ่ว ทำดีกับผู้หญิงคนหนึ่ง แต่มาแกล้งผู้หญิงอีกคน คุณหมิงเทียนชอบใครกันแน่คะ ชอบอีกคน แต่กลับโอ๋อีกคน” เพกาลืมตัวออกอาการ เหมือนหึง

“ซิ่วก็ไม่เข้าใจคุณชายรองค่ะ ทำไมถึงสงสารคุณเพ่ยเพ่ยนัก”

เพกาว่าเจ้าหมิงเทียนสองใจ เป็นคนเจ้าชู้ แต่ ซิ่วหลานยืนยันว่าเขารักเมย์ลี เพกาแย้งน้ำตาลใกล้มด สักวันเขาก็ต้องรักเพ่ยเพ่ย ซิ่วหลานแปลกใจ ทำไมเพกาดูหงุดหงิด

“ฉัน...ฉันเสียความรู้สึกแทนเมย์ลีน่ะค่ะ ไม่ได้คิดอะไรนะคะ”

ซิ่วหลานรับคำขำๆ แล้วเล่าถึงเพ่ยเพ่ยว่า ที่เธอมีนิสัยแบบนี้เพราะถูกแม่ปลูกฝัง ตนเคยได้ยินเหม่ยอิงตวาดเพ่ยเพ่ยที่โรงพยาบาลคราวที่เธอนอนรักษาตัวว่าให้ออกจากโรงพยาบาลกลับไปเรียนหนังสือได้แล้ว เพ่ยเพ่ยไม่อยากไปกลัวเพื่อนล้อ

“ฟังนะ คนอย่างเราเคยจนตรอกมาแล้ว หมา

จนตรอกไม่มีทางไป เรามีทางเดียวคือหันกลับมาสู้ ใครกัดเรา เรากัดมัน กัดจนตายไปข้างหนึ่ง เข้าใจไหม”

“ไม่ เพ่ยเพ่ยกลัว ฮือ...”

“ถ้าแกกลัวแกก็ต้องหนี ต้องแพ้ไปตลอดชาติ ถ้าเราหนีเราแพ้ เราก็ต้องกลับไปอยู่สลัมโสโครกนั่นอีก แกจะเอาหรือ”

“ไม่ เพ่ยเพ่ยไม่กลับ เพ่ยเพ่ยกลัวพ่อ กลัวพ่อตี”

“เราพ้นจากนรกนั่นมาแล้ว เราจะไม่กลับไปอีก ฉะนั้นลูกต้องเข้มแข็ง ต้องเป็นนางเสือ ไม่ยอมถูกล่า แต่จะต้องเป็นผู้ล่า เป็นผู้ฆ่าเท่านั้น เชื่อแม่ อย่ายอมแพ้ ได้ยินไหม...”

หลังจากแม่เตือนสติเพ่ยเพ่ยก็ไปวิทยาลัย พอโดนเพื่อนล้อก็ทำร้ายเพื่อนอย่างรุนแรง จนทุกคนกลัวไม่กล้าพูดเรื่องของเธออีก ส่วนเพื่อนที่เลียแข้งเลียขา เธอก็ใช้เงินซื้อของแพงๆล่อให้สวามิภักดิ์...

เพกาฟังแล้วทึ่ง “คุณนายรองสอนลูกให้เป็นฆาตกรชัดๆ ขอถามอีกทีนะคะซิ่ว ใช่เหว่ยเหอแน่หรือคะ ที่เป็นคนฆ่าเมย์ลี ไม่ใช่เพ่ยเพ่ยน่ะคะ”

ซิ่วหลานตอบว่า ตำรวจสรุปความอย่างนั้น แต่เพกายังคิดว่าอาจจะเป็นเพ่ยเพ่ยอยู่ดี

ooooooo

เจ้าหมิงเทียนอยากเตือนเพ่ยเพ่ยจึงพาไป

เที่ยวในวันหยุด เธอมีความคิดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เขาพยายามตะล่อมให้อ่อนลง แต่เธอกลับพูดถึงเพกาว่าตนมักอารมณ์ไม่ดีเมื่อเห็นเขาอยู่ใกล้เธอ ตนชอบที่เหว่ยเหอทำคือ เกิดมาเพื่อรัก ถ้าไม่มีรักเราก็ตาย และเราเลือกที่จะให้คนอื่นตาย

“โธ่...เพ่ยเพ่ย”

“เอาเป็นว่า ถ้าพี่รองอยากให้บ้านเราสงบสุข อยากให้คนรอบข้างใช้ชีวิตตามปกติ พี่รองก็ต้องอยู่ห่างจากผู้หญิงคนนั้น ต้องให้เวลากับเพ่ยเพ่ยเสมอ เข้าใจไหมคะ”

เจ้าหมิงเทียนถอนใจไม่รู้จะทำอย่างไรกับเธอ...พอกลับมาบ้าน เพ่ยเพ่ยชวนเป่าหลินมาเยาะเย้ยเพกาถึงห้องพิพิธภัณฑ์ที่เพกากำลังทำงานอยู่ ทำทีคุยถึงน้ำหอมที่เจ้าหมิงเทียนซื้อให้ตอนไปเดทกัน ไม่ทันไรเจ้าหมิงเทียนถือถุงเข้ามา เห็นเพ่ยเพ่ยอยู่ก็ตกใจ ซิ่วหลานรีบถาม

“มาหาคุณพิงก์เหรอคะคุณชายรอง”

เจ้าหมิงเทียนอึกอัก เพ่ยเพ่ยมองถุงในมือตาเขียว เขาจึงยื่นถุงให้ซิ่วหลาน บอกว่าซื้อมาฝาก ซิ่วหลานแปลกใจ รับมาเปิดดู เป็นเครื่องช็อตไฟฟ้า เขาบอกให้เอาไว้ป้องกันตัว

“เหว่ยไม่ได้ปองร้ายซิ่วนะคะ คุณพิงก์ต่างหาก”

เพ่ยเพ่ยมองอย่างจับผิด เจ้าหมิงเทียนแก้ตัว

ออกไปอย่างไม่เข้าท่าว่าเพกาแกร่ง ดูแลตัวเองได้ เพกาน้อยใจ “ใช่ค่ะ คนอย่างฉันไม่จำเป็นต้องให้ใครมาดูแล”

เพ่ยเพ่ยยิ้มอย่างพอใจ เข้าออเซาะว่า ตนไม่ใช่ ผู้หญิงแกร่ง พี่หมิงเทียนต้องดูแลตน

“ไม่ต้องขอหรอกค่ะคุณเพ่ยเพ่ย คุณหมิงเทียนต้องดูแลคุณอยู่แล้ว ทั้งรักทั้งห่วงมาตั้งแต่เด็กๆ” เพกาประชด

“เธอไม่ได้โตมากับเรา อย่ามาทำเป็นรู้ดี” เจ้าหมิงเทียนเอ็ด

“โอ๊ย ดูปราดเดียวก็รู้ค่ะ คุณรักน้องสาวคนนี้มาก”

“ก็ฉันมีน้องสาวอยู่คนเดียว”

“คุณสองคนไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆ จะว่าไปพวกคุณเหมาะสมกันดีนะคะ โตมาด้วยกัน เข้าใจกันดี ไม่ต้อง ปรับตัวมากเหมือนคู่อื่นๆ”

“พูดบ้าๆ...”

“เพกาพูดถูกแล้วค่ะพี่หมิงเทียน เราเหมาะสมกันที่สุด” เพ่ยเพ่ยกอดแขนแสดงความเป็นเจ้าของ เจ้าหมิงเทียนยืนตัวเกร็ง

เพกาหมั่นไส้ บอกซิ่วหลานช่วยเก็บด้ายใส่กล่องให้ด้วย ตนขอพักครู่ ว่าแล้วก็เดินหงุดหงิดออกไป...

มาหยุดยืนในสวน เพกาแปลกใจตัวเอง ทำไมต้องอารมณ์เสียด้วย เธอเดินปล่อยอารมณ์ไปเรื่อยๆ จนมาถึงฮวงซุ้ยตระกูลเจ้า เห็นหลุมหนึ่งมีรูปเจ้าหมิงซานกับเมย์ลี

“นี่เราเดินมาไกลขนาดนี้เลยหรือเนี่ย” เพกาก้มคำนับ

เจ้าหมิงเทียนตามมาถึงรีบอธิบาย “ฉันแค่มีเรื่องจะคุยกับเขา เพ่ยเพ่ยน่ะ ไม่ได้ไปเดท...”

“โฮ้ยคุณ อุตส่าห์ตามมาแก้ตัว เอาน่า เป็นแฟนคุณเพ่ยเพ่ยก็รับมาเถอะค่ะ ไม่มีใครตำหนิหรอก พวกคุณไม่ใช่พี่น้องกัน”

“ฉันไม่ได้เป็นแฟนเพ่ยเพ่ย”

“ไปเที่ยวกันสองคน ไม่ใช่แฟนแล้วอะไรคะ”

“จะแสดงให้ดู คนเป็นแฟนกันทำยังไง” เจ้า

หมิงเทียนเห็นท่าทีเพกาเหมือนหึง จึงดึงเธอมาหอมแก้มฟอดใหญ่

“อี๊ อีตาบ้า ทำอะไรของคุณ นี่ต่อหน้าบรรพบุรุษคุณนะ เมย์ลีมองอยู่ เห็นไหม...นี่คุณ ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นคุณนะ เลิกล้อเล่นแบบนี้กับฉันซะที โฮ้ย ยิ่งคิดยิ่งแค้น นี่แน่ะ” เพกาตีเข่าใส่ท้องเขาแล้ววิ่งหนีไป

เจ้าหมิงเทียนจุกแอ้ดๆ ลุกตามไม่ไหว...เพกาเดิน ถูแก้มฮึดฮัด ทันใดเหว่ยเหอโผล่มารวบตัว เอามือปิดปากลากเพกาไปทางพงหญ้ารก เธอดิ้นรนจนรองเท้าหลุดตกอยู่ข้างหนึ่ง เพกาพยายามจิกแขนเหว่ยเหอให้ปล่อย จนเขาเจ็บผลักเธอล้มลงแล้วขึ้นคร่อม ชักมีดมาขู่

“หยุด อยากตายหรือไงหา...เตือนแล้วทำไมไม่ฟัง”

เพกางงว่าเตือนอะไร เขาบอกที่วัดหยวนหยวน เพกานึกทบทวนแต่ไม่เข้าใจ

“ฟังนะ ผมไม่ได้ฆ่าเมย์ลี เชื่อผม อย่าเชื่อคนตระกูลเจ้า ไม่งั้นจะมีจุดจบเหมือนเมย์ลี”

เสียงเจ้าหมิงเทียนตะโกนเรียกเพกา เพราะเจอรองเท้าตกอยู่ เหว่ยเหอจึงรีบนัดให้ออกมาพบที่พีค หกโมงเย็นถ้าอยากรู้ความจริงทั้งหมด แล้วผละหนี

เจ้าหมิงเทียนมาถึงเห็นเหว่ยเหอไวๆ เขาตกใจรี่เข้ามาดูว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า แล้วโทร.แจ้งตำรวจ วันนั้นจึงวุ่นวายกันทั้งบ้าน...

วันรุ่งขึ้น เพกาทำงานจนบ่ายสาม เธอยังกังวลใจว่าควรไปตามนัดของเหว่ยเหอดีหรือไม่ สุดท้ายตัดสินใจอธิษฐานขอให้เมย์ลีช่วยคุ้มครอง เหว่ยเหออาจพลั้งมือฆ่าเธอ เขาอาจมาขออภัย ขณะที่เพกากำลังย่องออก

จากบ้าน หลุนเข้ามาขวางไม่ให้เธอไป ไม่ทันไร อี่ตาม เจ้าหมิงเทียนมา

“ผมสั่งอี่กับหลุนจับตาดูคุณในกล้องวงจรปิด

ถ้าเห็นคุณแอบออกนอกบ้านให้รายงาน”

เพกาโกรธนี่มันคุกหรือบ้านกันแน่ ตนแค่จะออกไปเดินเล่นในสวน เจ้าหมิงเทียนมองชุดที่เธอใส่แถมมีกระเป๋าถือ จึงถามว่าชุดนี้หรือ เพกายิ้มเจื่อนๆ แก้ตัวว่าอยากออกไปเที่ยว เขาจึงอาสาพาไป เพกาไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร ยอมให้เขาไปส่ง

“ผมเป็นเจ้าบ้านที่ใช้ไม่ได้ คุณมาอยู่ฮ่องกงซักพักแล้วไม่เคยพาคุณมาที่นี่ ใครมาฮ่องกงไม่ได้ขึ้นวิคตอเรียพีค ก็เหมือนมาไม่ถึง”

“นั่นสิคะ อืม...ส่งฉันแค่นี้พอค่ะ ขอบคุณมาก”

แต่เจ้าหมิงเทียนจะตามขึ้นไปด้วย เพกาสบถ “โฮ้ย...สีชมพูไม่ออก”

“สีชมพูไม่ออกอะไรของคุณ ได้ยินพูดบ่อยๆ”

“มอตโต้ประจำตัวฉันค่ะ สีชมพูหมายถึงความสดใสร่าเริง”

“อยู่กับผม สดใสไม่ออกงั้นหรือ เออดีแล้ว งั้นผมจะอยู่กับคุณนานๆ ดูซิจะชักดิ้นชักงอตายไหม ไป ไปด้วยกัน” เจ้าหมิงเทียนจูงมือเพกาดึงให้เดิน

เพกาให้ปล่อย แต่เขาอ้างว่าจับไว้ดีแล้ว เพราะเธอเฟอะฟะ...เจ้าหมิงเทียนพามาที่จุดชมวิวและเล่า

ว่าหลายร้อยปีก่อน ภูเขานี้เป็นที่อยู่ของโจรสลัด ต่อมารัฐบาลอังกฤษขึ้นมาสร้างโรงพยาบาลสำหรับคนป่วยที่เป็นอหิวาต์ และโรคติดต่อที่ต้องกักตัวไว้ไม่ให้ปะปนกับชาวเมือง หลังโรงพยาบาลปิด เริ่มมีการสร้างบ้านพักของข้าหลวงอังกฤษและเศรษฐีฮ่องกงบนนี้...เพกาตื่นเต้นที่มีรถรางพาขึ้นพีค เรียกว่า พีคแทรม มีมาเป็นร้อยกว่าปีแล้ว...เจ้าหมิงเทียนถอดเสื้อแจ็กเกตตัวเองคลุมให้เพกา เพราะบนนี้อากาศเย็น เขาถือโอกาสโอบเธอเพื่อให้ตัวเองอุ่นไปด้วย เพกาหน้าร้อนผ่าว เห็นจวนเจียนเวลานัด จึงอ้างขอเข้าห้องน้ำ ให้เขาไปรอที่พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง

ooooooo

กี่เพ้า

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด