ตอนที่ 1
ณ สถาบันอาภรณ์แห่งเอเชียที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย นับเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเสื้อผ้าและผืนผ้าตั้งแต่โบราณกาลที่ดูทันสมัย ค่อนข้างจะไฮเทค
เสียด้วยซ้ำ มีภัณฑารักษ์สาวสวยชื่อเพกา ทำงานเก่ง เป็นที่ชื่นชอบของแฮรี่ผู้เป็นเจ้านาย และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาชม
เพกาสวมเฮดโฟน บรรยายให้นักเรียน นักศึกษาหรือแม้แต่นักท่องเที่ยวฟัง
“สวัสดีค่ะ สถาบันอาภรณ์แห่งเอเชียขอต้อนรับทุกท่าน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เกิดขึ้นจากการร่วมทุนของหลายประเทศ ข้างในเราจะได้พบกับเสื้อผ้าและผืนผ้าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์จากประเทศต่างๆในเอเชีย...
ดิฉันชื่อเพกา หรือจะเรียกสั้นๆว่าพิงก์ก็ได้ ใช่แล้วค่ะ พิงก์ที่แปลว่าสีชมพู เมื่อพูดถึงพิงก์ต้องถามว่า วันนี้คุณสีชมพูหรือยังคะ”
ทุกคนหัวเราะไปกับความสนุกสนาน เพราะคำถามนี้เป็นคำพูดที่ติดปากของเธอ เพกาจะเล่าถึงที่มาของผ้าแต่ละชิ้นอย่างน่าสนใจ ถ้าเด็กคนไหนเผลอกดมือถือเล่น เธอก็จะหยอดมุก
“น้องคะ...ถ้าเพื่อนแชตมาถามว่า เมื่อเช้ากินอะไร กลางวันกินอะไร กลางคืนกินอะไร แล้วถ่ายรูปมาให้ดู ตอบไปเลยค่ะว่า พอวันรุ่งขึ้นของทุกอย่างที่ถ่ายรูปมา จะมีสภาพเหมือนกันหมด ซึ่งก็คือ...” เพกาชี้นิ้วให้เด็กๆตอบกันเอง แต่ไม่มีใครกล้าพูดคำนั้นออกมาได้แต่หัวเราะ
ทุกคนตั้งใจฟังเพกาอธิบาย จนได้ความรู้ว่าในแต่ละยุคสมัย แต่ละภาคพื้นมีอิทธิพลต่อเนื้อผ้าและรูปแบบการแต่งกายของแต่ละชาติ...
ในขณะที่แฮรี่เดินตรวจสถานที่ มีเดซี่ตามจดว่าเขาต้องการแก้ไขอะไรบ้าง
“นี่ๆแม่ดอกเดซี่ จดลงไปเลย ให้ฝ่ายจัดสวนมาดู น่าเกลียดที่สุด เหี่ยวยังกับวัตถุโบราณ ของข้างในของฉันพันกว่าปียังดูดีกว่านี้อีก” แฮรี่ออกอาการแต๋วแตก ชี้นิ้วอย่างสะดีดสะดิ้งจนเดซี่อดขำไม่ได้
พลันมีรถลีมูซีนคันยาวสีดำวิ่งเข้ามาจอด คนขับรถลงมาเปิดประตู แฮรี่เพ่งมองแล้วลนลานจนทำอะไรไม่ถูก เดซี่ตะลึงมองคนที่ลงมาจากรถ...ชายหนุ่มรูปหล่อ แต่งตัวเนี้ยบตั้งแต่หัวจดเท้า สวมแว่นกันแดด เดซี่ถึงกับอุทาน
“เฮ้ย...หล่อได้อีก อย่างกับเจ้าพ่อฮ่องกง”
“ก็ใช่น่ะสิ ใครว่าไม่ใช่ ลูกชายมหาเศรษฐีบริษัท ยาอันดับหนึ่งของฮ่องกง...คุณเจ้าหมิงเทียน โฮ้ย...ตายแล้ว ฉันมัวมายืนพูดกับหล่อนทำไม”
แฮรี่วิ่งไปต้อนรับ สวัสดีและแนะนำตัวกับเจ้า
หมิงเทียน พร้อมกับค้นหานามบัตรจะยื่นให้ แต่เขากลับสวนขึ้นว่าไม่ต้องการ แฮรี่ยืนเก้อ ตั้งสติได้เปลี่ยนมาถาม นึกว่าเขาจะมาพร้อมกับชุดกี่เพ้า เจ้าหมิงเทียนตอบว่าตนมาก่อนเวลา เพราะไฟลท์บ่ายเต็ม จึงอยากจะมาดูสถานที่จัดแสดง แฮรี่กุลีกุจอพาชม แต่พอจะอธิบายของที่แสดงโชว์อยู่ เจ้าหมิงเทียนก็ขัดขึ้น
“ผมอ่านเองได้ ต้องการความเป็นส่วนตัว”
“หา!...ส่วนตัว โอเคครับ” แฮรี่เหวอ ถอยออกห่าง
เดซี่เดินมายืนข้างหัวหน้า “อืม...หล่อ หยิ่ง เย็นชา ไม่ขอบคุณ ไม่ขอโทษ เวลาพูดไม่มองคน ไฮโซกว่านี้มีอีกไหมฮึ เป็นไงล่ะ คุณแฮรี่”
“ก็เก็บเศษหน้าจากพื้นที่มันแตกๆมาประกอบอยู่นี่ไงล่ะ”
“กี่เพ้าที่จะส่งมาแสดงเย็นนี้ เป็นของคุณหมิงเทียนหรือคะ”
“ของพ่อเขา พ่อเขาเป็นนักสะสมกี่เพ้า กว่าฉันจะทำเรื่องมาจัดแสดงที่นี่ได้ เลือดตาแทบกระเด็น พอส่งมาแสดงก็ยังไม่วายห่วง ส่งลูกชายมาดูแลอีก โฮ้ย...ว่าแล้วไปเตรียมงานดีกว่า เจ้าของมาเฝ้าเองแบบนี้ พลาดไปหัวขาด มาเร็วมาช่วยกัน”
ระหว่างที่เพกากำลังอธิบายชุดประจำชาติอย่างสนุกสนาน มีนักเรียนคนหนึ่งถามขึ้นว่า เจ้าของชุดเหล่านี้ตายไปแล้วหรือ และเธอเคยเจอผีบ้างไหม
“สุดยอด...เจอคำถามเรื่องนี้ทุกวันสิน่า คำตอบของพี่พิงก์ก็คือ...ไม่เคยเจอค่ะ”
เด็กๆถอนใจเพราะลุ้นรอฟังคำตอบ เพกายังย้ำอีกว่า พวกเราศึกษาอดีตเพื่อจัดการปัจจุบันและสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิม อดีตที่ผิดพลาดจึงเป็นครู ไม่ใช่ผีตามหลอกหลอน
“น้องๆต้องจำไว้นะ อย่ายอมให้อดีตที่ผิดพลาดกลายเป็นผีหลอกหลอนเรา ไหนพูดตามสิ...อดีตเป็นครู ไม่ใช่ผี...”
เด็กๆพูดตาม เพกาปรบมือให้เจ้าหมิงเทียนเดินผ่านมา เห็นเพกาก็ชะงักหยุดยืนตะลึงมอง โทรศัพท์ในมือร่วงหล่นพื้นเสียงดังทำให้เพกาหันมามอง เธอยิ้มและเข้ามาใกล้
“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับนะคะ ดิฉันเป็นเจ้าหน้าที่ มีอะไรให้รับใช้ไหมคะ คุณคะ...คุณ”
เจ้าหมิงเทียนสะดุ้ง ค้อมหัวให้เชิงขอโทษแล้วก้มเก็บมือถือเดินออกไปไม่พูดไม่จา เพกามองตามงงๆก่อนจะหันกลับมาบรรยายต่อให้กรุ๊ปทัวร์ฟัง เจ้าหมิงเทียนยังแอบหันมามองเธอ
ooooooo
พักกลางวัน เพกามากินข้าวกับเดซี่ที่ร้านอาหารในสถาบัน ด้วยความที่เธอเป็นคนตรงไปตรงมา รักความถูกต้อง จึงมักจะติแม่บ้านที่ทำงานบกพร่อง ผิดได้ทุกวัน ทำให้แม่บ้านหน้าหงิกหน้างอ เจ้าหมิง-เทียนมายืนมองอยู่หน้ากระจกร้าน พอเพกาหันมอง เขาก็หลบไป
เสร็จจากทานอาหาร สองสาวจะต้องไปเช็กและจัดของที่ส่งเข้ามา เพการู้สึกเหมือนมีคนลอบมองตลอดเวลา พอดีเดซี่บ่นว่า งานแสดงกี่เพ้าครั้งนี้เป็นงานใหญ่ ให้เวลานิดเดียว แถมแม่ตนไม่ค่อยสบายอีก เพกาจึงปลอบว่าไม่เป็นไร พวกเรามืออาชีพ อย่างมากก็อยู่ดึกหน่อย ตนทำคนเดียวได้...
สองสาวยืนเข้าคิวซื้อกาแฟ มีสาวใหญ่คนหนึ่งแซงคิวเข้ามาสั่งกาแฟ เพกาโพล่งขึ้นบอกให้เธอไปเข้าคิว สาวใหญ่ทั้งโกรธและอายเดินเชิดกลับไป
“เอ้า ค้อนฉันอีก คนเรานี่ก็แปลกไม่ชอบความจริง ใครพูดความจริงขึ้นมาเป็นต้องโกรธ”
“ก็ใครเขาจะใจกล้าหน้าด้าน กินดีหมีหัวใจเสือเหมือนหล่อน คราวที่แล้วไปทักมอเตอร์ไซค์วินเรื่อง
ไม่ใส่หมวกกันน็อก เกือบโดนหลังมือพี่เขาจำได้ไหม ฉันนี่เสียวสันหลังวาบๆ ไปไหนมาไหนกับคนปากไวอย่างเธอเนี่ย”
เจ้าหมิงเทียนหลบอยู่มุมหนึ่ง เพกาเห็นแวบๆ
เหมือนมีคนแอบมอง ชักแปลกใจ แต่ยังไม่บอกเดซี่ให้ตกใจไปด้วย
สีหน้าเจ้าหมิงเทียนหม่นหมอง เขาให้คนขับรถพามาที่สนามหลวง สถานที่ที่เขาเคยหนีมาเที่ยวกับเมย์ลี เมื่อตอนอายุ 18 ก่อนจะเดินทางไปเรียนต่ออเมริกา...เขาเดินชมจุดต่างๆ ภาพความหลังที่เขาได้หัวเราะ หยอกล้อกับเมย์ลีผุดขึ้นมา เขานั่งเก้าอี้ตัวที่เคยนั่งกับเมย์ลี เว้นที่ข้างๆไว้เหมือนมีเธอนั่งคุยอยู่ด้วย
“เมย์ลี ผมเจอคนที่เหมือนคุณมาก เหมือนเหลือเกิน เหมือนจนผมแทบจะตาย เพราะความคิดถึงคุณ”
เจ้าหมิงเทียนหวนนึกถึงท่าทางสดใสของเพกา และคำพูดของเธอที่ว่า อดีตเป็นครู ไม่ใช่ผี แต่เขากลับค้าน “อดีตไม่ใช่ครู ไม่ใช่ผี อดีตคือความรักและความเจ็บปวด”
เจ้าหมิงเทียนลูบไล้พื้นเก้าอี้ข้างๆอย่างอาลัยอาวรณ์
ooooooo
ในห้องทำงาน มีหุ่นโชว์เตรียมรอใส่ชุดกี่เพ้าที่ส่งมาถึง แฮรี่ตื่นเต้นดีใจ สั่งเพกาและเดซี่ช่วยกันเช็กของ ทั้งหมดมี 30 ชุด เพกาทำท่าประจำตัวเชิงสู้ๆพร้อมกับคำพูดที่ติดปากว่า...พิงก์ วันนี้สีชมพูสุดๆ แฮรี่ยิ้มอย่างพอใจ เดซี่กับเพกาช่วยกันแกะห่อทีละชุดๆ ตรวจสอบแล้วจดบันทึก
“ว้าว...กี่เพ้าของเจ้าหญิงเหวินซิ่ว พระสนมของพระเจ้าปูยี จักรพรรดิองค์สุดท้ายของจีน มาอยู่ตรงหน้านี้แล้ว” เพกาตื่นเต้นอย่างมาก
เวลาผ่านไป แฮรี่กลับไปทำงานในห้อง เดซี่กลับบ้านดูแลแม่ เพกาอยู่ทำงานคนเดียว เธอแปลกใจที่คืนนี้รู้สึกหนาวผิดปกติ พลันเหมือนมีเงาคนเคลื่อนผ่าน เธอลองเรียกแฮรี่ ก็เงียบไม่มีเสียงตอบ แต่ได้ยินเสียงบางอย่าง
“เอาแล้วไง เสียงมาจากกี่เพ้าที่ยังไม่ได้เปิด” เพกาชักหวั่นลุกไปดูมุมที่เก็บของนั้น พึมพำไม่ว่ากี่เพ้าที่เหลือจะเป็นผีหรือเป็นคน เจอดีแน่ ว่าแล้วก็คว้าไม้แถวนั้นมาถือ รวบรวมกำลังใจชะโงกหน้าไปหลังหลืบ เห็นเงาคนจึงร้องออกไป “นี่หยุดนะ...เข้ามาได้ยังไง”
เจ้าหมิงเทียนถือกล้องอยู่ในมือ มองเพกางงๆ เพกาใช้ความไวเอื้อมมือไปกดสัญญาณกันขโมยเสียงดังกึกก้อง เขาห้ามไม่ทัน แถมยังต้องปัดป้องไม้ที่เธอกระหน่ำฟาดลงมา
“เฮ้ยอย่า...ผมไม่ใช่ โอ๊ย...หยุด หยุดก่อน”
เจ้าหมิงเทียนยึดไม้กระชากออกจากมือเพกา และดึงเธอมาประชิด บอกเธอว่าตนไม่ใช่ขโมย เธอเห็นหน้าเขาใกล้ๆก็จำได้
“คุณตามฉันมาตั้งแต่กลางวัน ไอ้คนโรคจิต”
พอได้เห็นเพกาใกล้ๆ เจ้าหมิงเทียนถึงกับรำพึง “ผิวขาวกว่า สวยเฉี่ยวกว่า แววตาเป็นประกายมากกว่า อย่างนี้นี่เอง”
เพกาเห็นสีหน้าเขาเหมือนกำลังเคลิ้มก็คิดไปใหญ่ “อย่าทำอะไรฉันนะ ไอ้คนลามก”
แฮรี่กับ รปภ.วิ่งเข้ามา จะรวบตัวเจ้าหมิงเทียน แต่เขาหลบทันและล็อกตัว รปภ.กดลงบนโต๊ะ แฮรี่เห็นหน้าเจ้าหมิงเทียนก็เข่าอ่อนทรุดลง
“ขอโทษครับคุณหมิงเทียน ขอโทษครับ ยามๆ ปล่อยเขา คนรู้จักกัน ปล่อยสิ”
“ผมไม่ได้จับเขา เขาจับผม” รปภ.เสียงอู้อี้เพราะถูกกดหน้าแนบโต๊ะ
เพกาแปลกใจ ถามแฮรี่ว่ารู้จักด้วยหรือ แฮรี่รีบบอกว่านี่คือลูกชายเจ้าของกี่เพ้าทั้งหมด เธอถึงกับตะลึง...หลังจากนั้น แฮรี่หาน้ำมาวางให้อย่างพินอบพิเทา เจ้าหมิงเทียนเล่าว่าตนเดินเข้ามาทางประตูหลัง เห็นไม่ได้ล็อก เพกาพึมพำว่าเดซี่ออกไปแล้วลืมล็อกอีกแล้ว
“เดินเข้ามาเห็นของวางอยู่บนรถเข็น ก็เลยเข้าไปดู”
“ไปดูของเลย ไม่แจ้งเราก่อน ถือวิสาสะมาก” เพกาโวยวายตามนิสัย
“พ่อสั่งว่า ให้ดูด้วยตัวเองว่าของมาครบไหม ถ้ามีปัญหา เกิดมีใครยักยอก ทางคุณจะได้ไม่โทษว่าได้รับของมาไม่ครบ ตั้งใจว่าดูเสร็จจะกลับ”
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ทำไมไม่เรียกหาคนก่อน ฉันก็นั่งอยู่แถวนั้น ทำไมต้องทำเหมือนพวกฆาตกรโรคจิต”
แฮรี่ถลึงตาปราม แต่เพกาก็เถียงไม่หยุด จนเขาอ่อนใจ ทำเสียงดุ “พิงก์...คุณเพกา ขอโทษท่านเดี๋ยวนี้”
แทนที่เพกาจะหยุด เธอกลับนึกได้ว่าคนที่ตามเธอทั้งวันต้องเป็นเขา ยิ่งโวยวายว่าเขาเป็นพวกโรคจิต แฮรี่หน้าซีดหันมาขอโทษเจ้าหมิงเทียนอย่างนอบน้อม แทบจะหมอบกราบ
“เอ้อ ขอโทษครับ คือคุณเพกาคนนี้เนี่ยปากเป็นพิษมานานแล้ว...ยัยพิงก์ หล่อนเคยเห็นฆาตกรโรคจิต หล่อรวยขนาดนี้หรือไง” แฮรี่ลืมตัวหันมาจิกเพกา
เจ้าหมิงเทียนถือโอกาสไม่ยอมรับ แถมกวนกลับ มีเหตุผลอะไรที่ตนต้องสะกดรอยตามเธอ เพกาคิดสักครู่ ตอบหน้าตาเฉยว่า เพราะตนสวยและเซ็กซี่ ทั้งแฮรี่และเจ้าหมิงเทียนอมยิ้ม
“หลงตัวเอง” เจ้าหมิงเทียนโพล่งออกมา “ไม่เคยเจอผู้หญิงที่พูดออกมาเต็มปากเต็มคำอย่างนี้เลย...ผมตรวจทุกชุดแล้ว ถ่ายรูปลงมือถือเก็บเป็นหลักฐานตามคำสั่งพ่อแล้ว เป็นอันว่าเสร็จงาน ผมกลับล่ะ”
เจ้าหมิงเทียนเดินกลับไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพกาโมโหจี๊ดขึ้นมา ตามไปต่อว่า
“หยิ่งยโส เย็นชา โอหังสุดๆ นี่นะอย่าถือว่า...อุ๊บ... แฮรี่ ปล่อย ปล่อย”
แฮรี่ตามมาปิดปากเพกาแล้วลากตัวกลับมา เธอดิ้นและด่าอู้อี้ๆไม่ยอมหยุด...
เจ้าหมิงเทียนกลับออกมาจากสถาบันอาภรณ์ สีหน้าอมยิ้ม คิดถึงใบหน้าเพกาและท่าทางโวยวายของเธอ อ่ีคนขับรถแปลกใจถามว่า เขายิ้มอะไรและจะกลับโรงแรมเลยหรือเปล่า เขาถึงกับสะดุ้ง พยักหน้าว่ากลับโรงแรม
“ไม่ค่อยเห็นคุณชายรองยิ้มบ่อยนัก ยิ้มบ่อยๆ สิครับ ลักยิ้มมัดใจสาวดีออก”
“พูดมาก” เจ้าหมิงเทียนทำหน้าขรึมตามเดิม อี่รีบขึ้นประจำที่คนขับรถ...
ด้านแฮรี่พยายามอธิบายให้เพกาเข้าใจ “ตระกูลนี้รักกี่เพ้าจริงๆ มีห้องพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวอยู่ในคฤหาสน์ ของพวกนี้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากฮ่องกง เขาก็ต้องหวงเป็นธรรมดา”
เพกาไม่วายบ่นว่าเจ้าหมิงเทียนไม่ให้เกียรติ ทำเหมือนพวกเราไปโกงของเขา แฮรี่อ่อนใจ ในเมื่อของหวงและเคยมีคนยืมไปแสดงแล้วยักยอกของเขา เขาก็ต้องระแวง...กว่าตนจะอ้อนวอนขอให้เขาส่งของมาแสดง ต้องบินไปเจรจาไม่รู้กี่เที่ยว
“ถึงยังงั้นก็เถอะ เขาไม่สิทธิ์มาสะกดรอยตามพิงก์นะหัวหน้า”
“คิดไปเองรึเปล่า เศรษฐีระดับนั้นเจอคนสวยเซ็กซี่มาเยอะแยะ เธอคิดว่าหุ่นแบนๆ หน้าพื้นๆอย่างนี้ ...แหมไม่อยากจะพูด คิดจริงๆหรือนี่ ช่างกล้านะหล่อน”
แฮรี่จิกด่าอย่างโอเว่อร์...เพกาถึงกับเหวอไป
ooooooo
วันต่อมา เจ้าหมิงเทียนแวะเยี่ยมลูกค้าในเมืองไทยที่สั่งซื้อยาจากบริษัทตน...ด้านเพกายังแกะกล่องชุดกี่เพ้าที่เหลือและจดบันทึกอย่างรีบด่วน จนใกล้ค่ำ เพกาเห็นว่าเหลืออีกกล่องเดียวจึงให้เดซี่กลับบ้านไปดูแลแม่ เดซี่ห่วงเพกาจะไม่ได้นอน แถมพรุ่งนี้ยังต้องรับหน้าที่วิทยากรอีก
“คงได้นอนสักสามสี่ชั่วโมง ยังไงก็ต้องสวยหน่อยล่ะ ฮึ...ยังโกรธไม่หาย”
“เจ้าพ่อฮ่องกงสุดหล่อคนนั้นน่ะเหรอ กอดกันใกล้ชิดเลยนี่ ตื่นเต้นไหมอ่ะ”
“ยัยเดซี่นี่ กอดบ้าอะไรยะ เฮ้อ...หล่อก็จริงแต่หน้าเย็นชืดขนาดนั้น ใครอยู่ใกล้ก็เป็นน้ำแข็งพอดี ไปไป๊ ไปได้แล้ว”
พอเดซี่กลับไป เพกาก็ยกกล่องใบสุดท้ายมาเปิด ปรากฏว่ามันเปิดยาก จนต้องออกแรงอย่างมากกว่าจะเปิดได้ เพกาอ่านรายละเอียดว่าชิ้นที่สามสิบเป็นกี่เพ้าของเจียงชิง ภรรยาประธานาธิบดีเหมาเจ๋อตุง ช่วงที่ยกชุดออกจากกล่อง มีห่อผ้าสีเขียวเข้มตกลงมา เธอตกใจรีบเก็บห่อผ้ามาหาโต๊ะว่างแกะออกดู ระหว่างนั้นก็ได้กลิ่นดอกไม้หอม พอเห็นว่าเป็นชุดกี่เพ้าสีแดงเลือดนก ปักลายดอกโบตั๋นสีชมพูก็ตะลึง
“เอ๊ะ มันครบแล้วนี่นา สามสิบชุด แล้วชุดนี้มาได้ยังไง...โอพระเจ้า มหัศจรรย์มาก สวยอะไรอย่างนี้ สวยจริงๆ” เพการีบกดมือถือไปหาแฮรี่แต่ต้องหงุดหงิด “ปิดมือถือทำไมเนี่ย”
เพกาตัดสินใจฝากข้อความแทน ว่าเรื่องด่วน มีกี่เพ้าที่สวยมาก ไม่ใช่ของโบราณ ดูแล้วเพิ่งทำขึ้นมาไม่เกินสิบปี ชุดนี้งามระดับมาสเตอร์พีซของทศวรรษก็ว่าได้ จะให้ทำอย่างไร... เพกาวางมือถือหันมาพิจารณาชุดกี่เพ้า กำลังจะเอื้อมมือไปสัมผัส เกิดเสียงหมาหอน เธอสะดุ้ง
“อุ๊ยหมาบ้า มาหอนอะไรตอนนี้นะ หนาวด้วยแฮะ”
บรรยากาศเริ่มเงียบและเย็นสะท้าน เพกาลูบกี่เพ้าเบาๆ เกิดหลงใหลไปกับทุกเส้นไหม
“กี่เพ้าชิ้นนี้ทำขึ้นใหม่โดยช่างฝีมือหาตัวจับยาก คนใส่ต้องเป็นคนสำคัญหรือมีเงิน และต้องใช้ในวันสำคัญ ยิ่งสีแดงแบบนี้...หรือว่า...เป็นงานแต่งงาน หญิงสาวที่ใส่กี่เพ้าสวยแบบนี้ได้ก็ต้องสวยไม่แพ้กัน เอ๊ะ!มีรอยตรงนี้ ตรงหน้าอกพอดี รอยอะไรขาดเป็นรูเลย”
ระหว่างที่เพกาสงสัยรอยขาด ก็เกิดหมอกจางๆ ลอยมาปะทะหน้า เกิดนิมิตภาพหญิงสาวยืนร้องไห้หน้ากระจก มีฆาตกรเข้ามาแทง หญิงสาวดิ้นพราด ภาพขาดหายเป็นช่วงๆ เพกาสะดุ้งตาโพลงเหมือนโดนสะกดจิต เธอหยิบกี่เพ้าขึ้นมา พึมพำ
“ผู้หญิงทุกคน ใครได้เห็นของสวยแบบนี้ ต้องพ่ายแพ้ต่อเวทมนตร์ที่ฝังอยู่ในเนื้อผ้า ไม่มีใครอดใจได้หรอก” เพกาถือกี่เพ้าไปเปลี่ยน แล้วเดินออกมายืนหน้ากระจกบานใหญ่
เพกามองตัวเองในกระจกด้วยความแปลกใจที่ใส่กี่เพ้าได้พอดีเป๊ะ ชักสงสัยว่าใครส่งชุดนี้มา ต้องการอะไรกันแน่ ทันใด ภาพในกระจกก็เปลี่ยนไป จากที่เพกายืนยิ้ม กลายเป็นหน้าเศร้า
“ใครกัน ไม่ใช่ฉัน...” เพกาลองยกมือ แต่เงาในกระจกยืนนิ่งหน้าซีดลง แล้วเริ่มร้องไห้ เพกาตกใจเป็นไปไม่ได้ เธอเริ่มกลัว ถอยหลังออกห่าง
พลันภาพในกระจกมีคนสวมเสื้อกันฝนสีดำ คลุมตั้งแต่หัวลงมาตลอดตัว แถมยังสวมถุงมือ เข้ามาจิกหัวหญิงสาวหน้าหงาย คราวนี้เพการู้สึกเจ็บไปด้วย มีท่าทางเหมือนเงาในกระจก ฆาตกรเงื้อมีดเงาวับ แขนเสื้อเลื่อนลงทำให้เห็นกำไลหยกที่ข้อมือ เพกาและหญิงสาวกรีดร้องพร้อมกัน พยายามเอามือไขว่คว้าเพื่อแย่งมีด ทำให้ดันกำไลหลุดออกจากข้อมือกระเด็นไปโดนกระจกหักครึ่ง ฆาตกรรวบรวมแรงใหม่ เงื้อมีดจ้วงแทงลงมาที่อกหญิงสาวจนมิดด้าม เพการู้สึกเจ็บปวดทรมานเช่นเดียวกับหญิงสาวในกระจก ฆาตกรดึงมีดออก ทิ้งร่างหญิงสาวนอนจมกองเลือด เพกาเองก็นอนหมดสติอยู่หน้ากระจกเช่นกัน...
เช้าวันใหม่ เดซี่เข้ามาปลุกเพกา เธอทะลึ่งพรวดขึ้นมาด้วยความตกใจ เดซี่ถามทำไมมานอนตรงนี้ เพกามองตัวเองเห็นยังอยู่ในชุดกี่เพ้าก็ตกใจกลัวใครมาเห็น โดนไล่ออกแน่ จึงรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ ปล่อยเดซี่ยืนงงงวย
ในห้องน้ำ เพกาครุ่นคิดลำดับเหตุการณ์ ทำไมฝันร้ายเหมือนจริง พลันเห็นที่มือตัวเองมีรอยแดงเหมือนกดทับกำไล ก็ยิ่งตกใจ เกิดอะไรขึ้นกับตนกันแน่
ooooooo
แฮรี่พยายามโทร.ติดต่อเจ้าหมิงเทียนเพื่อถามถึงกี่เพ้าที่เกินมาจะให้ทำอย่างไร แต่โทร.ไม่ติด วันนี้เป็นวันเปิดงาน เมื่อติดต่อไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจเอาสวมใส่หุ่นโชว์เป็นชุดพิเศษไปเลย
แขกเริ่มทยอยกันมา แฮรี่กับเดซี่ยืนต้อนรับ รถลีมูซีนเคลื่อนเข้ามาจอด ทุกคนมองเป็นตาเดียว คิดว่ามีดาราใหญ่มางานนี้ด้วย แฮรี่บอกทุกคนว่ายิ่งกว่าดาราใหญ่อีกเพราะเป็นเจ้าของกี่เพ้าทั้งหมด ว่าแล้วก็ปรี่เข้าทักทายเจ้าเหวินเยี่ย เจ้าหมิงเทียน พอถึงหญิงสาวหน้าตาดีก็ชะงัก
“นี่ลูกสาว...เจ้าหลินเพ่ย” เจ้าเหวินเยี่ยแนะนำด้วยตัวเอง
“คุณเพ่ยเพ่ย...ผมเห็นรูปคุณอยู่บ้างในนิตยสารของฮ่องกง ผมพออ่านภาษาจีนออกน่ะครับ” แฮรี่ยื่นมือทักทาย แต่เธอกลับเชิดใส่
“กรุณาเรียกฉันว่าคุณหนูเหมือนคนอื่นๆ”
แฮรี่หน้าแตกอีกครั้ง หันมาทางเจ้าเหวินเยี่ย “สถาบันอาภรณ์แห่งเอเชียต้องขอบคุณท่านจริงๆที่มอบกี่เพ้าล้ำค่าให้มาแสดงในงาน เชิญทุกท่านเข้าไปข้างในครับ”
ตรงจุดที่เจ้าเหวินเยี่ยรอตัดริบบิ้นเปิดเงิน เพกาในชุดกี่เพ้าสวยงาม เดินมาที่โพเดียมทำหน้าที่วิทยากร กำลังแนะนำตัวและพูดนำเข้างาน ทั้งเจ้าเหวินเยี่ยและเพ่ยเพ่ยตกตะลึง
“เมย์ลี...”
“นี่เธอ...”
“แค่คนหน้าเหมือนน่ะครับ ไม่มีอะไรหรอก” เจ้าหมิงเทียนกระซิบบอกพ่อและน้องเพกาชะงักเล็กน้อย ตั้งสติได้แนะนำต่อ “เอ้อ เสื้อผ้าและผ้าโบราณคืองานศิลปะ เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ผู้หญิงในสมัยโบราณนิยมบันทึกเรื่องราวชีวิตและสังคมของเธอลงบนผืนผ้า เสื้อผ้าและผืนผ้าแต่ละผืน ไม่จำเป็นต้องมีตัวหนังสือ ก็บ่งบอกอารมณ์ บ่งบอกยุคสมัย บ่งบอกภูมิลำเนาของผู้สร้างได้เป็นอย่างดี...”
ระหว่างที่เพกาเกริ่นนำ เจ้าเหวินเยี่ยและเพ่ยเพ่ย
มองตาไม่กะพริบ จนถึงเวลาตัดริบบิ้น นักข่าวถ่ายรูปกันพรึ่บพรั่บ แฮรี่เชิญทุกคนเข้าชมกี่เพ้า เพกาเดินนำกลุ่มเพื่อบรรยายที่มาของแต่ละชุด เธอรู้สึกอึดอัดที่ถูกตระกูลเจ้าจับตามองขนาดนั้น
จนมาถึงอีกห้อง มีผ้าคลุมตู้กระจก แสดงว่าเป็นชุดพิเศษ เจ้าเหวินเยี่ยเริ่มแปลกใจ เพราะครบสามสิบชุดแล้ว ยังจะมีอีกได้อย่างไร จึงตั้งใจฟังเพกาบรรยาย
“มาถึงกี่เพ้าชุดสุดท้าย ชุดนี้เราถือเป็นชุดไฮไลต์ ของงานเลยก็ว่าได้ หลังการกวาดล้างของกองทัพแดง ช่างฝีมือถูกฆ่าตาย ถูกไล่ล่า ภูมิปัญญาการตัดเย็บกี่เพ้าแทบล่มสลายไปจากโลก แต่ในวันนี้คุณจะได้เห็นกี่เพ้าที่หลุดรอดมาจากศิลปินที่ไม่ยอมแพ้ สิ่งที่ท่านจะได้เห็นในตู้นี้คือ กี่เพ้าที่สวยที่สุดในทศวรรษ คือสัญลักษณ์แห่งการไม่ยอมจำนน ไม่ยอมแพ้...ขอเชิญคุณเจ้าเหวินเยี่ยกดปุ่มได้เลยค่ะ”
แฮรี่ชี้ไปที่ปุ่ม เจ้าเหวินเยี่ยยังงงๆ ผู้คนปรบมือเกรียวกราว จึงจำต้องกดปุ่ม เพกากล่าวต่อ...ว่านี่คือความภูมิใจแห่งเอเชีย กี่เพ้าชุดโบตั๋นสีชมพู...ตระกูลเจ้าทั้งสามยืนตะลึงด้วยความตกใจ เพ่ยเพ่ยพรวดเข้าไปชี้ ละล่ำละลักว่า มันมาได้อย่างไร เจ้าหมิงเทียนงุนงง
“นี่แก...แก แกส่งมันมาหรือ...” เจ้าเหวินเยี่ยหันมาชี้หน้าลูกชายมือไม้สั่น
“ไม่ใช่ครับ”
“แกส่งชุดนี้มาที่นี่ เพื่อหักหน้า เพื่อท้าทายฉัน” เจ้าเหวินเยี่ยตบหน้าเจ้าหมิงเทียนเพียะ
ทุกคนตกใจ เจ้าเหวินเยี่ยหันมาโวยแฮรี่ ตนส่งมาให้สามสิบชุด แล้วชุดนี้มาได้อย่างไร ตนขอยกเลิกสัญญาทั้งหมด หลังงานคืนนี้ให้ส่งคืนทุกชุดภายในสามวัน เพกาโพล่งขึ้น
“สามวัน...ไม่ได้นะคะ พวกเราออกข่าวไปแล้วว่าจะมีการจัดแสดงตลอดทั้งเดือน ถ้าเราแสดงไม่ครบ เราโดนสปอนเซอร์ปรับเงินเป็นล้านเลยนะคะ”
“แต่กี่เพ้าทั้งหมดนี่มันเป็นของผม ผมมีสิทธิ์ ในสัญญาระบุว่าเป็นอำนาจผมที่จะยกเลิกงานเมื่อไหร่ก็ได้ ผมบอกว่าขอคืนก็ต้องส่งคืน ถ้าไม่ ผมจะเอาเรื่องพวกคุณทางกฎหมาย”
แฮรี่ล้มทั้งยืน เดซี่ประคองไว้ทัน เพกาโวยวายแต่เจ้าเหวินเยี่ยไม่สน เดินออกจากงานไป
ooooooo
คืนนั้น แฮรี่พยายามขอติดต่อเจรจากับเจ้า เหวินเยี่ย เพราะรู้ว่าจะขึ้นเครื่องกลับฮ่องกงพร้อมเพ่ยเพ่ย เพกาแปลกใจทำไมเจ้าหมิงเทียนไม่กลับไปด้วย แฮรี่บอกว่าเขาอยู่พบลูกค้า แต่ก็ไม่ยอมรับสายตน เพกาไม่พอใจที่ทางนั้นส่งกี่เพ้าเกินมาเอง ทางเราก็เอาขึ้นแสดง ทำไมถึงโกรธ
“แต่ท่าทางเขาตกใจกันมากนะ ทั้งสามคนน่ะ หรือว่ามันเกิดความผิดพลาดตอนจัดส่ง คนหยิบผิดมาให้เรารึเปล่า” เดซี่สันนิษฐาน
“ก็แล้วไง ตัวเองชอบกี่เพ้าอยู่แล้ว กี่เพ้าสวยขนาดนั้น แค่จัดแสดงขึ้นไป ต้องถึงกับตบหน้าลูกชายด้วยหรือ”
“กี่เพ้านี้คงเป็นของสำคัญของครอบครัว ไม่ใช่ของสะสม ดูจากอาการคุณเยี่ยที่ด่าลูกน่ะ”
เพกาฉุกคิดถึงนิมิตรเมื่อคืน ตอนหญิงสาวถูกแทง แค่คิดตนก็รู้สึกเจ็บอก จู่ๆ แฮรี่ก็ร้องไห้โฮขึ้นมา คร่ำครวญเหมือนคนสติแตก
“ฮือ...ฉันต้องโดนปลด โดนไล่ออก สถาบันต้องผลักหนี้สินมาให้ฉัน ฉันต้องล้มละลาย ต้องตกงาน อกหัก พ่อแม่ไม่ให้อภัย ต้องเป็นเกย์แก่ๆนอนตายอย่างโดดเดี่ยวข้างถนน ฮือๆๆๆ”
“โฮ้ย...เยอะจัง เอ้าๆ” เพกาส่งทิชชูให้
แฮรี่สั่งน้ำมูกออกมาแล้วร้องไห้โฮอีก หาว่าน้ำมูกเขียว ตนต้องเป็นมะเร็งโพรงจมูกแน่ๆ
“โหย หัวหน้า...แฮรี่ที่รัก หยุดก่อน หยุด เอางี้ เดี๋ยวฉันไปเอง ฉันจะไปเจรจากับคุณหมิงเทียนให้ เขาพักอยู่โรงแรมอะไร บอกมาสิ”
แฮรี่ชะงักเงยหน้าขึ้นมายิ้มทันที ไม่รู้สึกละอายสักนิดว่าลูกน้องต้องทำหน้าที่แทนตัวเอง
ในขณะที่เจ้าเหวินเยี่ยกับเพ่ยเพ่ยกำลังจะออกจากโรงแรม เจ้าหมิงเทียนคอยส่ง เพ่ยเพ่ยอ้อนเจ้าเหวินเยี่ยให้เลิกโกรธพี่ชายรอง ไม่มีใครอยากเห็นกี่เพ้านั้นอีก เขาจะทำเพื่อท้าทายทำไม
“กี่เพ้าชุดนั้น ที่ถูกมันต้องอยู่ในสุสาน จะมีใครบ้าเก็บมันเอาไว้ ถ้าไม่ใช่...”
“ลูกเลวๆอย่างผม พ่อจะบอกอย่างนี้ใช่ไหม”
“ตั้งแต่เด็ก แกเป็นอย่างนั้นมาตลอด เกเร ทำแต่เรื่องแผลงๆ”
“ไม่เหมือนพี่ใหญ่ที่ทำแต่เรื่องดีๆเสียใจด้วยนะ พ่อเหลือผมแค่คนเดียว คงต้องทนผมไปอีกนาน”
เจ้าเหวินเยี่ยโกรธจนตัวสั่น ชี้หน้าลูกชาย อี่เข้ามาเตือนสติเจ้าหมิงเทียน ถ้าไม่ได้ทำก็บอกท่านไป เขาจึงอ่อนลงบอกพ่อว่าตนไม่ได้ทำ ตนเก็บชุดนั้นไว้จริง แต่ไม่รู้ว่ามันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร กลับไปตนจะสืบให้ได้ว่าใครส่งมาและต้องการอะไร เจ้าเหวินเยี่ยเย็นลง พยักหน้ารับ เพ่ยเพ่ยเข้ามากอดเจ้าหมิงเทียนกระซิบว่า เจอกันที่บ้าน เขาพยักหน้ามองเธอวิ่งไปขึ้นรถ
ooooooo
ไม่นาน เพกามาถึงโรงแรม ติดต่อพนักงานขอขึ้นไปพบเจ้าหมิงเทียน พนักงานตอบว่าท่านห้ามรบกวนหลังสี่ทุ่ม เพกาหงุดหงิดโทร.เข้ามือถือเขาก็ปิด จึงขอให้ช่วยต่อโทรศัพท์ขึ้นไปให้ตนได้คุย พนักงานจะตามอี่ให้แทน เพกาค้านว่าเรื่องส่วนตัวแล้วทำท่าเซ็กซี่นิดๆ
“นี่จะบอกอะไรให้นะคะ สำหรับคุณหมิงเทียน ฉันน่ะเป็นคนพิเศษ ถ้าคุณไม่ให้ฉันพบท่าน คุณอาจจะโดนตำหนิได้”
เผอิญเจ้าหมิงเทียนเดินมายืนข้างหลัง ได้ยินทุกคำพูดของเพกา แถมเธอยังบอกอีกว่าผู้หญิงที่มาหาผู้ชายตอนเที่ยงคืน สวย เซ็กซี่อย่างตน ต้องให้อธิบายไหมว่าเราเป็นอะไรกัน
“เป็นแฟนหรือไม่ก็ผู้หญิงอย่างว่า คุณเป็นอย่างไหมล่ะ” เจ้าหมิงเทียนยิ้มเยาะอยู่ข้างหลัง
เพกาสะดุ้งหันไป เธอรีบถามว่าจำตนได้ใช่ไหม เขาแกล้งกวนว่าคุ้นๆแต่จำไม่ได้ พนักงานจึงถามจะให้เรียก รปภ.มาเอาตัวผู้หญิงอย่างว่าไปไหม เพกาตกใจรีบแก้ตัวว่าตนไม่ใช่
“เอ๊า ก็เมื่อกี้พูดเอง ผู้หญิงมาหาผู้ชายตอนเที่ยงคืน ถ้าไม่รู้จักกันดี ก็เป็นผู้หญิงอย่างว่า”
เพกาปฏิเสธพัลวัน เจ้าหมิงเทียนหัวเราะก่อนจะเก๊กท่าบอกให้เธอตามมา เพกาดีใจ ก่อนไปไม่ลืมหันมาย้ำกับพนักงานว่าตนไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่า
เพกาวิ่งตามเจ้าหมิงเทียนมา เห็นเขาจะขึ้นลิฟต์จึงถามเขาว่าไม่คุยที่คอฟฟ่ีช็อปหรือ เขาตอบหน้าตาเฉยว่าไม่อยากเจอคน เจอนักข่าว เธอจะไม่ขึ้นไปก็ได้เขาโบกมือลา เพกาตกใจรีบวิ่งตามเข้าลิฟต์แทบไม่ทัน...พอเข้ามาในห้องพักของเขา เพกามองทั่วห้องอย่างหวาดๆ เจ้าหมิงเทียนถอดสูท ปลดไทค์ออก หันมาเสียบปลั๊กชาร์จโทรศัพท์ พร้อมกับบอกเธอว่า
“เชิญนั่ง เครื่องดื่มอยู่ในตู้เย็น ผมขอน้ำเปล่าแก้วนึง”
เพกางงที่มาใช้ตน แต่ก็ไปจัดการยกแก้วน้ำมาวางให้ เจ้าหมิงเทียนเอ่ยขึ้น ตนไม่รับโทรศัพท์น่าจะเข้าใจ เพการีบอธิบายว่าเรื่องนี้ทางสถาบันเดือดร้อนมาก มีนักวิชาการหลายประเทศจองตั๋วมาชม ถ้าไม่ได้แสดงต่อ ชื่อเสียงคงไม่เหลือ
“เจ้านายคุณบอกหรือเปล่าว่ากี่เพ้าทุกชุดเป็นของพ่อ ไม่ใช่ของผม”
“บอกค่ะ แต่ท่าน...ดูเป็นคนอ่อนโยน มีเมตตา จิตใจดี”
“หือ...” เจ้าหมิงเทียนมองหน้าเพกาทำนองว่าจริงหรือ
เพกายิ้มแหยๆ ทนโกหกต่อไม่ไหว จึงยอมรับ
ว่าติดต่อเจ้าเหวินเยี่ยไม่ได้ เจ้าหมิงเทียนนึกสนุก รับปากจะติดต่อพ่อให้แต่มีข้อแลกเปลี่ยน เขาขยับมาใกล้ๆ ในใจลึกๆอยากหยอกตามนิสัยเดิมที่มักจะทำกับเมย์ลี เพกาเห็นสีหน้าเขาก็ตกใจกระถดตัวลงกองกับพ้ืน เขายื่นหน้ามาใกล้
“ผู้หญิงมาหาผู้ชายที่โรงแรมคนเดียวตอนเที่ยงคืน เขามาทำอะไรกันล่ะ”
“คะ...คุณ อย่านะ คุณมีหลักมีฐาน มีหน้ามีตา คุณไม่จำเป็น...”
เจ้าหมิงเทียนขำอาการหวาดกลัวของเพกา จึงหัวเราะออกมา “ที่แท้ก็กลัว เป็นผู้หญิงอย่าทำบ้าบิ่นนัก ถ้าไม่ใช่ผม คุณแย่แน่”
พอเห็นว่าเจ้าหมิงเทียนไม่คิดทำอะไร เพกาก็รีบลุกขึ้นยืนห่างๆ ขอโทษเขาอีกครั้ง เขาบอกให้เธอกลับไป พรุ่งนี้จะโทร.หาพ่อให้ เธอตามอารมณ์เขาแทบไม่ทัน รีบตอบรับ แล้ววิ่งออกไปจากห้อง...เจ้าหมิงเทียนอมยิ้ม รู้สึกมีความสุขเล็กๆที่ได้ใกล้ชิดเธอ
ooooooo
วันต่อมา มีกลุ่มนักศึกษายืนรอหน้าสถาบัน เพการ้อนใจ มองมือถือจดๆจ้องๆจะโทร.ดีหรือไม่ดี ตัดสินใจกดไปหาเจ้าหมิงเทียน เขาเสียงขุ่นถามว่าเช้าไปไหม
“เอ้อ คือ ขอโทษค่ะ พอดีมีคนมารอเข้าชม ถ้าไม่เป็นการรบกวนคุณจนเกินไป คือถ้าได้เปิดแสดงวันนี้เลย ทางสถาบันจะขอบคุณมากเลยค่ะ”
“ผมก็มีธุระของผมเหมือนกันนะ”
“ให้ดิฉันคุยกับคุณเยี่ยเองก็ได้นะคะ แค่ให้คุณเป็นคนต่อสายให้ เพราะถ้าเป็นทางเราโทร. เอ้อ...รู้สึกท่านจะไม่รับสายน่ะค่ะ”
“เอายังงี้แล้วกัน คุณมาเจอผมที่สวนสาธารณะ พอดีผมกำลังจะไปที่นั่น”
เพการับคำ รีบไปสถานที่นั้นทันที...มาถึง เพกาเดินหา ขึ้นสะพานมา เจ้าหมิงเทียนกำลังยืนมองบนสะพาน จุดที่เมย์ลีเคยยืน แล้วเพกาก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับพูดว่า
“โห...สวยจัง”
เจ้าหมิงเทียนตะลึง เพราะเหมือนกับที่เมย์ลีเคยยืนพูดตรงนั้น เธอเร่งเขาถ่ายรูปให้ และตรงนี้เป็นที่ ที่เขากับเธอสารภาพรักกัน...เจ้าหมิงเทียนให้เมย์ลีบอกว่ารักตนขณะที่ถ่ายวีดิโอ เพกาหันมาเห็นเขาจ้องมองจึงเรียกเขา เจ้าหมิงเทียนยังพึมพำ
“บอกสิว่ารักฉัน ช่วยบอกอีกครั้ง เพราะฉันไม่อยากลืม” น้ำตาเขาคลอขึ้นมา
“คุณหมิงเทียนเป็นอะไรไปคะ”
เจ้าหมิงเทียนได้ยินเสียงเมย์ลีบอกว่ารักตน น้ำตาเขาไหลออกมา เขารีบหันหลังให้เพกาแล้วไล่เธอไปรอที่ร้านกาแฟ อ้างตนจะโทร.หาพ่อ แล้วจะไปบอกที่ร้าน เพกาเดินไปอย่างงงๆ
พักใหญ่ เจ้าหมิงเทียนก็มาที่ร้านกาแฟ “ผมโทร.คุยกับพ่อแล้ว ท่านใจเย็นลง ท่านตกลงให้คุณจัดแสดง ต่อ แต่มีข้อแม้...กี่เพ้าโบตั๋น จัดใส่กล่อง ผมจะไปรับคืนด้วยตัวเองอีกสามวันข้างหน้า คุณห้ามแสดงชุดดอก โบตั๋นเด็ดขาด”
เพกาดีใจ รับปากทุกอย่าง ยกมือไหว้ขอบคุณแล้วรีบโทร.บอกแฮรี่ทันที...เจ้าหมิงเทียนเดินมาที่รถ เพกาตามมาขอบคุณและบอกลาอีกครั้ง แต่แล้วก็อดไม่ได้ด้วยความอยากรู้
“เอ้อ คุณโอเคหรือเปล่า เอ้อ...ผู้ชายคนหนึ่งจะร้องไห้สักกี่ครั้งในชีวิตคะ”
“เราเป็นแค่คนผ่านมาแล้วพบกัน คุณได้สิ่งที่คุณต้องการแล้ว กลับไปเถอะ”
“มันอะไรกันหนักหนา พวกคุณมองฉันเหมือน... มองฉันทำไม สะกดรอยตามฉันทำไม”
“ถ้าต้องการคำขอโทษ...ผมขอโทษ” เจ้าหมิงเทียนเดินเลี่ยงไปจะขึ้นรถ
เพกาไม่พอใจ ตามมาโวยวายข้างรถ “ทำไมคะ ฉันแค่อยากรู้ ทำไมถึงบอกฉันไม่ได้ ใช่สิสำหรับเศรษฐีอย่างคุณ คนต้อยต่ำอย่างฉันคุณไม่อยากแม้แต่จะจำชื่อด้วยซ้ำ คุณจะมาเสียเวลากับฉันทำไมนักหนา โอเค ในเมื่อเราแค่คนผ่านมาแล้วผ่านไป ถ้ายังงั้นก็ สวัสดีค่ะ”
เจ้าหมิงเทียนเปลี่ยนใจ หันมาดึงเพกาให้ขึ้นรถถ้าอยากรู้ เขากดวีดิโอในรถเปิดให้เธอดูภาพของเมย์ลี หญิงสาวที่หน้าตาคล้ายกับเธอเป็นอย่างมาก เพกาถึงกับตะลึง
“มีคนหน้าเหมือนกันมากขนาดนี้เลยหรือ”
“หน้าตา ส่วนสูง รูปร่าง ผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อ”
“เธอคือ...”
“เธอชื่อเมย์ลี น้องสาวของผม”
เพกาส่วยหน้า “ไม่ใช่ สายตาเวลาคุณมองฉัน ไม่ใช่สายตาของพี่ชาย”
“เขาเป็นน้องสาวบุญธรรม เป็นคนไทย ชื่อสุคนธา พ่อแม่แท้ๆตาย พ่อเลยรับเขามาเลี้ยงตั้งแต่เล็กๆ”
“แล้วที่สะพานนั่น เธอกับคุณ...” เพกากำลังถามก็ปรากฏภาพในวีดิโอ เมย์ลีอยู่บนสะพานพอดี และได้ยินเสียงเจ้าหมิงเทียนให้เธอบอกรัก
กลับมาเพกาเห็นสถาบันอาภรณ์ได้เปิดตามปกติ ท่าทางแฮรี่มีความสุขมาก จึงถามยิ้มๆว่า วันนี้สีชมพูหรือยัง เขาตอบว่า สีชมพูสุดๆไปเลย เดซี่เปรยๆหัวหน้าอะไร มีปัญญาแค่ร้องไห้คร่ำครวญ ส่วนนี่ก็บ้าพอกัน เป็นลูกน้อง แต่ทำงานอย่างกับรัฐมนตรี สองคนหันมาถลึงตาใส่...เดซี่ยังข้องใจ ทำไมเจ้าหมิงเทียนถึงยอมง่ายๆ หรือว่าเขาตามจีบเพกา แฮรี่อุทาน ซินเดอเรลล่า... ไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นกับคนแบนๆ พื้นๆ อย่างนี้ เพกาค้อนขวับ
“ฮึ่ย ไม่รู้อะไรอย่าพูดดีกว่า คนเราน่ะรู้หน้าไม่รู้ใจ ฉันนะเกือบโดนเชือดแล้ว ยังมาพูดเล่นกันอยู่ได้” เพกาคิดแล้วสยอง เดินเลี่ยงไป ปล่อยสองคนยืนงงว่าพูดเรื่องอะไร
ooooooo
วันต่อมาเป็นวันหยุด เพกาทำกับข้าวหอมฉุยอยู่ในครัว พร้อมกลับจากทำงาน ได้กลิ่นก็ร้องทัก “โอ๊ย...หอมจังลูก หิวเลยนะเนี่ย”
พร้อมเป็นดีไซเนอร์เจ้าของห้องเสื้อแบรนด์ดังในเมืองไทย แต่งตัวเก๋ สวยเก่ง ทำให้รู้ว่าเพกาได้ความสวยเก่งมาจากใคร วันนี้แทนไทอาแท้ๆของเธอกับภรรยามาทานข้าวที่บ้าน ภุมรีอาสะใภ้ชอบสะสมผ้าโบราณ จึงชวนพร้อมไปชมกี่เพ้าในวันพรุ่งนี้เพราะแทนไทไม่ว่าง
“เพราะพรุ่งนี้อาแทนไทไม่มา พิงก์เลยต้องเชิญมาวันนี้”
“มีอะไรหรือลูก”
“หนูเป็นหลานแท้ๆของคุณอา ตั้งแต่เล็กหนูไม่เคยขอใช้บริการจากความสามารถพิเศษของคุณอาเลย สารภาพตามตรงว่า กราบขอโทษนะคะ พิงก์ไม่ค่อยเชื่อ คนเราจะมีซิกซ์เซ้นส์ได้ยังไง ดูไม่มีเหตุผลเลย”
“ขอบใจที่พูดตรงๆ อาถือเป็นความจริงใจอย่างหนึ่ง ไม่โกรธกันจ้ะ”
ภุมรีหันมาถามว่ามีเรื่องหรือ เพกาตอบว่า เจอแบบที่อาเคยเจอ ผีสิงในผ้าโบราณ ตั้งแต่เรียนมาไม่เคยเจอ พร้อมแปลกใจที่ลูกไม่เล่า เพกาบอกว่าตั้งใจจะเล่าให้ฟังพร้อมๆกัน
เมื่อเพกาเล่าเหตุการณ์ที่ประสบ ยืนยันว่าไม่มีอาการประสาทหลอน ภุมรีสบตาสามี
“วิญญาณที่ปรากฏตัวให้คนเห็น ไม่มีหรอกนะที่มาหลอกเล่นๆ ส่วนใหญ่มีเหตุผล มาเพราะห่วง มาเพราะแค้น กับบางส่วน มาเพราะขอ” แทนไทอธิบาย
เพกาแปลกใจว่าจะมาขออะไร แทนไทตอบว่า ขอส่วนบุญหรือไม่ก็ขอความช่วยเหลือ
“พิงก์มีความเชื่อมโยงบางอย่างกับเมย์ลี มันบอกไม่ถูก บางครั้งเหมือนพิงก์จะรู้ว่าเธอคิดอะไร”
“ทำไมล่ะลูก ลูกถูกเขาหลอกบ่อยหรือ”
“ไม่ค่ะ เขามาแค่ครั้งเดียว แต่เพียงเวลาสั้นๆ หัวใจของเราสองคนเหมือนเชื่อมโยงกัน พิงก์รู้สึกสงสารเขาไม่รู้ทำไม”
พร้อมกลัวว่าจะเหมือนที่ภุมรีเคยเล่า ว่าเจ้าสีเกดเข้าสิงไหมพิมเพื่อให้ช่วยแก้แค้น...แทนไทให้เพกาส่งมือมา เขาจับมือหลานหลับตาใช้ซิกซ์เซ้นส์ของตัวเอง
“คงเป็นอย่างที่พิงก์บอก ผมไม่เห็นแววประสงค์ร้าย แต่ว่า...”
“โอ๊ย...ทำไมต้องมีแต่ ชักสีชมพูไม่ออกแล้วสิ”
ผู้ใหญ่ทั้งสามขำ แทนไทบอกว่าอาไม่ได้รู้ทุกอย่าง รู้แค่ว่า ชีวิตเพกาช่วงนี้กำลังมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ทั้งดีที่สุดและแย่ที่สุด พร้อมกุมอกใจหายวาบ แทนไทจึงเตือน
“คุณพร้อม คนเป็นพ่อเป็นแม่ ให้ชีวิตให้ความรัก แต่ไม่ใช่เจ้าของชีวิต เจ้าของชีวิตที่แท้จริงคือกรรมเวรที่เขาสร้างมา น้องต้องตั้งสติให้มั่นคงเข้าไว้ เข้าใจใช่ไหม”
พร้อมพยักหน้า เพกายิ้มแหยๆ แทนไทบอกพร้อมเอาสร้อยที่ตนเคยให้ไว้ มาให้เพกาสวมติดตัว เป็นจี้รูปสิงโตจีน ทำด้วยหยกสีเขียวเข้ม และอธิบายความหมาย
“ซือ ในภาษาจีนหรือที่คนไทยเรียกว่าสิงห์เป็นสัตว์มงคล ให้คุณทางด้านแคล้วคลาด คนจีนเชื่อว่า สิงห์สีเขียวเป็นพาหนะของพระโพธิสัตว์ในพุทธมหายาน จึงมีอำนาจขจัดภูตผีปีศาจได้อย่างดีเยี่ยม”
พร้อมกำชับเพกาใส่ติดตัวเพื่อตนจะได้สบายใจ เพกาหาว่าแม่กับอาๆทำให้ตนเริ่มกลัว
“ไม่มีอะไรน่ากลัวสำหรับคนจิตใจดี หนูเป็นนักต่อสู้ เป็นคนรักความถูกต้องโดยนิสัย ความดีของหนูจะปกป้องและทำให้หนูรอดปลอดภัย นี่คือคำยืนยันจากอาแท้ๆของหนู”
เพกาสวมสร้อยแล้วหันไปกราบพระพุทธรูป ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องคุ้มครองให้ตนผ่านจุดเปลี่ยนของชีวิตครั้งนี้ไปได้...
วันรุ่งขึ้น ก่อนที่เพกาจะบรรจุกี่เพ้าลายดอกโบตั๋นลงกล่อง เธอได้ลองสวมมันอีกครั้ง ยืนหน้ากระจก ขอให้เมย์ลีมาบอกว่าต้องการให้ช่วยอะไร ทันใด เกิดลมพัดวูบเข้ามา เสียงตุ๊กแกร้อง เพกาสะดุ้งเฮือก แต่ก็ไม่ปรากฏการเปลี่ยนแปลงอะไรในกระจก
ถึงวันที่เจ้าหมิงเทียนมารับของ เพกาฝากแฮรี่ส่งมอบเพราะตนไม่อยากเจอเขาอีก แต่แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ เดซี่วิ่งมาบอกว่า เด็กฝึกงานทำกี่เพ้าชุดหนึ่งขาด แฮรี่ถึงกับเข่าอ่อน เพกาแปลกใจเพราะชุดอยู่ในตู้กระจก เดซี่ยอมรับเป็นความผิดของตน ที่เมื่อวาน คนจากกระทรวงมาขอถ่ายรูปกี่เพ้ามาดามซ่งชิงหลิง เขาขอให้เอาออกจากตู้เพราะเงาสะท้อน ตนยังไม่ได้เก็บเข้าที่
“นี่คงทำแรงมากใช่ไหม ถึงขาดแบบนี้ เรียนจบมายังไง ไม่รู้วิธีจับเสื้อผ้าเก่า” เพกาตำหนิ
เด็กฝึกงานตอบว่าตนจบช่างกลมา เพกาตะลึงหันไปโวยแฮรี่ที่รับเด็กช่างกลมาทำงาน
“แหะๆ ก็ลุงเขาฝากมา ลุงเขาเป็นกิ๊กเก่า...เอาน่าเราค่อยๆแก้ปัญหานะ คุณเยี่ยยังไม่รู้ เรายังมีเวลา”
เสียงเจ้าหมิงเทียนดังขึ้น “คุณเยี่ยยังไม่รู้ แต่ลูกชายเขารู้แล้ว”
ทุกคนตกใจ แฮรี่จะเป็นลม เพกาดันไว้ ห้ามเขาทิ้งตนรับหน้าคนเดียว แฮรี่พยายามตั้งสติ แต่หน้าซีดแล้วซีดอีก แทบจะร้องไห้ออกมา
ooooooo










