นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เจ้านาง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 'เติ้ล' ประกบ 'ทับทิม' 7 สีงัด 'เจ้านาง' พีเรียดสยองขวัญสู้ 'เลือดมังกร'




    ซ่อนกลิ่นและสมานต่างตกใจที่เห็นลูกสาววิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในบ้าน พากันถามว่าเกิดอะไรขึ้น

    “จะอะไรซะอีกล่ะคะ ก็หนีปอบละอองคำ ลูกสะใภ้ของคุณแม่ไงล่ะ”

    สมานติงในเมื่อโฉมรู้ว่าละอองคำเป็นปอบแล้วไปหาทำไม เธอขอร้องพ่ออย่าเพิ่งซักอะไรตอนนี้ รอดตาย

    มาได้ก็บุญแล้ว ขอตัวไปอาบน้ำอาบท่าก่อนจะได้ล้างความซวยออก สมานมองตามลูกที่เดินขึ้นบันไดด้วยสีหน้าเป็นกังวล ก่อนจะหันมาเล่นงานซ่อนกลิ่น

    “ถ้ายัยโฉมเป็นอะไรไป ผมจะไม่ให้อภัยคุณเลยซ่อนกลิ่น โทษฐานที่คุณยอมให้นายฉัตรไปแต่งงานกับมัน บอกตรงๆนะ ผมไม่ได้อยากได้อีคนไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาร่วมสกุล”...

    ทางด้านโฉมรีบเข้าห้องปิดประตู เทข้าวของในกระเป๋าถือของตัวเองออก เห็นแหวนที่แม่ชีน้อมให้ปนอยู่กับข้าวของอื่นๆหยิบขึ้นมาดู มั่นใจว่าแหวนวงนี้ช่วยชีวิตตนเองเอาไว้ กระหยิ่มยิ้มย่อง จากนี้ไปคงไม่ต้องกลัวนังผีร้ายตนนั้นอีกแล้ว...

    ละอองคำอาศัยความมืดใช้จอบเกลี่ยหลุมฝังศพธวัชที่หมามาคุ้ยให้เรียบ แต่มือของเขาดันกลบไม่มิด เธอตัดสินใจใช้จอบฟันจนมือขาด เป็นจังหวะเดียวกับมีเสียงฉัตรร้องเรียกเธอดังมาจากในบ้าน เธอรีบโยนทุกอย่างทิ้ง แล้วจ้ำพรวดๆไปที่ตัวบ้าน เจอฉัตรเดินออกมาพอดี เธอแกล้งเซจะเป็นลม เขารับเธอไว้ทันแล้วอุ้มเข้าไปวางที่โซฟา ถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้าง เอายาหอมไหม

    “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันตามหารุ้งแก้ว บอกว่าจะไปตามธวัช แล้วก็หายไปเลย”

    ฉัตรอดคิดถึงภาพวิญญาณของธวัชที่มาปรากฏตัวให้เห็นเมื่อคืนไม่ได้ “รุ้งแก้วไม่ใช่คนเหลวไหล หรือว่าจะร้อนใจเรื่องธวัช”

    ละอองคำบีบน้ำตา ตัดพ้อต่อว่าทั้งน้องสาวทั้งธวัชจะไปไหนก็น่าจะบอกกล่าวกันบ้าง ไม่ใช่เห็นตนเป็นหัวหลัก หัวตอ ฉัตรขอร้องว่าอย่าคิดมาก อาจไม่มีอะไรก็ได้ บางทีรุ้งแก้วอาจไปปฏิบัติธรรมกับแม่ชีน้อม เธอไปดูที่นั่นแล้วก็ไม่เจอ เขาปลอบให้ใจเย็นๆก่อน เรื่องรุ้งแก้วปล่อยให้เป็นหน้าที่เขาเอง

    “ตอนนี้คุณต้องพักผ่อนมากๆนะครับ เดี๋ยวผมจะทำกับข้าวให้คุณกินเอง นอนพักเอาแรงก่อนนะครับ”...

    ไม่นานนัก สำรับกับข้าวถูกยกขึ้นโต๊ะอาหาร ละอองคำกินได้ไม่กี่คำก็วางช้อนส้อม ฉัตรทักทำไมถึงกินน้อยนัก เธอคิดถึงรุ้งแก้วคิดถึงธวัชไม่มีทั้งคู่ทำให้เธอเหงา พานกินอะไรไม่ค่อยลง ฉัตรจับมือเธอมากุมไว้

    “คุณยังมีผมเป็นเพื่อน ที่พร้อมจะอยู่กับคุณจนวาระสุดท้ายของชีวิต”

    “คุณฉัตร ฉันไม่ได้เป็นคนดีมากขนาดที่คุณจะฝากชีวิตไว้กับฉันหรอกค่ะ”

    “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าคุณจะเป็นยังไง ผมก็รักคุณเสมอ” ฉัตรมองสบตาละอองคำหวานซึ้ง

    ooooooo

    ละอองคำรอจนฉัตรหลับสนิท ค่อยๆลุกออกจากห้องจะไปยังสวนหลังบ้าน ผีเจ้าปรากฏตัวขึ้นขวางหน้า จะใช้ร่างของเธอออกหาเหยื่อ เธอขอร้องอย่าสิงเธออีกเลย เมตตาเธอด้วย วันนี้น้องสาวของฉัตรมาที่นี่ รู้แล้ว ว่าเธอเป็นปอบเธอไม่อยากให้ทุกคนรังเกียจเธอโดยเฉพาะรุ้งแก้วกับฉัตรซึ่งเป็นคนที่เธอรัก ผีเจ้าไม่พอใจ

    “แล้วเจ้าไม่รักข้ารึละอองคำ เคยสัญญากับข้าไว้ว่าอย่างใด”

    “ให้ข้าจัดการเรื่องรุ้งแก้วก่อน แล้วข้าจะยอมทุกอย่าง”

    ผีเจ้ายอมตามที่เธอขอร้อง แต่ไม่วายเตือนอย่าผิดสัญญาอีกแล้วหายตัววับไป จากนั้นละอองคำเดินไปหยิบของบางอย่างที่สวนหลังบ้านแล้วเข้าไปหารุ้งแก้วที่ถูกมัดมือมัดปากขังเอาไว้ในห้องด้านหลัง

    “ลืมไอ้ธวัชได้หรือยัง แล้วก็ใช้ชีวิตอย่างปกติอย่าให้คุณฉัตรกับข้าต้องวุ่นวายไปกับความรักบ้าๆของเจ้า นังรุ้งแก้ว” ละอองคำเห็นน้องสาวเอาแต่ส่ายหน้าร้องไห้ เดินเข้าหาด้วยสีหน้าเอาเรื่อง “ทำไม รักมันมากนักรึ ถ้ารักกันมาก ข้าก็มีของกำนัลมอบให้ผู้หญิงโง่ๆที่บูชาความรักอย่างไร้สติ” พูดจบ เธอโยนมือข้างหนึ่งของธวัชลงตรงหน้า “กอดซากมันแทนตัวไอ้ธวัชสิ ดูซิว่าเจ้าจะทนได้ไหมรุ้งแก้ว”

    “เจ้าพี่ใจร้าย...ใจร้าย เจ้าพี่ฆ่าพี่ธวัช” รุ้งแก้ว คร่ำครวญทั้งๆที่ถูกมัดปาก ละอองคำจะให้เวลาเธอไตร่ตรองหนึ่งคืนว่าจะลืมธวัชแล้วตั้งต้นชีวิตใหม่ได้หรือไม่ รุ้งแก้วสะบัดหน้าหนี

    “นึกบ้างสิรุ้งแก้ว ถ้าไม่ใช่เพราะความรักที่ข้ามีต่อเจ้าพี่ราบฟ้า ข้าก็คงไม่เป็นเยี่ยงนี้ดอก” ละอองคำพูดจบเดินออกจากห้องทิ้งให้รุ้งแก้วร้องไห้อยู่กับมือเน่าๆของธวัชเพียงลำพัง...

    ละอองคำตกใจเมื่อกลับถึงห้องตัวเองเห็นฉัตรนั่งรออยู่ ทำเป็นถามกลบเกลื่อนว่านอนไม่หลับหรือ เขาได้ยินเสียงเหมือนรุ้งแก้วร้องไห้ เธออ้างว่าเป็นเสียงของเธอเอง เธอเป็นห่วงรุ้งแก้วมาก ก็เลยออกไปรอหน้าบ้าน แต่ไม่เห็นแม้แต่เงา ฉัตรยืนยันว่าเสียงร้องไห้ดังมาจากในบ้าน แล้วขยับจะไปดูให้แน่ใจ ละอองคำหันขวับไปที่หิ้งผี พลันดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นดวงตาของผีร้าย สะกดจิตฉัตรทันที

    “ไม่ต้อง...ไปนอน”

    ฉัตรถึงกับหยุดกึก เดินตาลอยกลับมาที่เตียง ล้มตัวลงนอนอย่างว่าง่าย...

    อีกมุมหนึ่งในห้องขังรุ้งแก้ว มือเน่าๆของธวัชลอย ขึ้นจากพื้นราวกับมีชีวิต ช่วยแกะผ้าผูกมือผูกปากรุ้งแก้วออก สักพักร่างเต็มตัวของเขาก็ปรากฏขึ้น หญิงสาวดีใจมากโผกอดเขาแน่น ธวัชชวนให้หนีไปจากที่นี่ ไม่ต้องเป็นห่วงละอองคำเพราะตอนนี้เธอไม่ใช่พี่สาวของรุ้งแก้วอีกแล้ว พลันร่างของธวัชก็หายวับไป มือที่ถูกตัดของเขาลอยมาจับมือรุ้งแก้วไว้ เป็นจังหวะเดียวกับประตูห้องที่ถูกล็อกกุญแจจากด้านนอกก็เปิดผลัวะ มือของธวัชจูงมือของรุ้งแก้วออกไปอย่างรวดเร็ว

    ooooooo

    ผีเจ้ารู้ว่ารุ้งแก้วกำลังจะหนี สิงร่างละอองคำแล้วมาดักหน้าไว้ไม่ยอมให้ไป ธวัชบอกให้รุ้งแก้วหนีไปก่อน แล้วเอาตัวกั้นผีเจ้าในร่างละอองคำไว้ไม่ให้ตาม เธอโกรธมากผลักเขาสุดแรง

    “ผีอย่างเจ้ารึจะกล้าสู้กับผีอย่างข้า ไอ้ธวัช” ผีเจ้าเดินเข้าหาอย่างเอาเรื่อง

    ก่อนที่ธวัชจะเสียทีให้ละอองคำและผีเจ้า วิญญาณเจ้าราบฟ้าปรากฏตัวขวางไว้ แล้วสั่งให้ธวัชไปดูแลรุ้งแก้ว ปล่อยให้ทางนี้เป็นหน้าที่ตนเอง ธวัชไม่รอช้ารีบหายตัวไปทันที ละอองคำเห็นชายคนรักอยู่ตรงหน้าก็ใจอ่อนยวบ ผีเจ้าโกรธถอนตัวออกจากร่างละอองคำ ก่อนจะผลักเธอล้มลง เจ้าราบฟ้าชี้หน้าตวาดลั่น

    “ผีเจ้า เมื่อครั้งมีชีวิต บารมีของเจ้าก็น้อยกว่าข้ามาก ตายไปแล้วเจ้าก็หาสู้ข้าได้ไม่”

    วิญญาณเจ้านางปิ่นเมืองยืนมองอยู่อีกมุมหนึ่ง สบโอกาสเหมาะวูบมาจิกผมละอองคำหน้าหงาย หมายจะเล่นงานถึงตาย เธอร้องเรียกผีเจ้ามาช่วยไว้ทัน เจ้าราบฟ้าเห็นท่าไม่ดีกระชากมือเจ้านางปิ่นเมือง ก่อนจะพากันหายตัวไป ผีเจ้าได้ทีซ้ำเติมละอองคำที่นั่งร้องห่มร้องไห้

    “อีละอองคำเหย เห็นหรือยังว่าเจ้าพ่ายแพ้ทุกอย่าง เขาเป็นผีแล้ว เขายังรักกันหาได้ไยดีเจ้าไม่ เยี่ยงนี้แล้ว เจ้ายังจะใจอ่อนอีกรึ อีละอองคำ”

    ครู่ต่อมา เจ้าราบฟ้าพาเจ้านางปิ่นเมืองมาปรากฏตัวที่ป่าช้าแห่งเดิม เธอขัดเคืองมากที่เขายังห่วงหาอาทรละอองคำตั้งแต่มีชีวิตกระทั่งตาย ทั้งที่มันร้ายกาจขนาดจะฆ่าน้องตัวเอง หรือว่าเขารอให้ละอองคำเป็นผีเต็มตัว จะได้ครองรักกันโดยไม่ต้องสนใจว่าตนจะรู้สึกอย่างไร ถ้าเป็นอย่างนั้น ตนจะไปฆ่ามันให้ตายสมใจเขา เจ้าราบฟ้าเตือน ขืนเธอทำอย่างนั้นเขาจะไม่มีวันให้อภัย

    “ก็แม้นวันใดที่เจ้าพี่ทิ้งข้า ข้าก็จะทำให้อีละอองคำ เป็นผีสมใจ ไม่ใช่ครึ่งคนครึ่งผีเยี่ยงทุกวันนี้”...

    วิญญาณของธวัชพารุ้งแก้วมาส่งถึงมือแม่ชีน้อมอย่างปลอดภัย ท่านได้แต่ปลอบเธอที่เอาแต่ร้องไห้ว่าไม่ต้องกลัว ตอนนี้เธออยู่ใต้ร่มเงาของพระศาสนาแล้ว ไม่มีผีตนไหนทำอะไรเธอได้ แล้วหันไปบอกให้ธวัชกลับไปก่อน ไว้เราสองคนค่อยคุยกันทีหลัง เขามองสบตารุ้งแก้วด้วยความอาลัยก่อนจะเลือนหายไป รุ้งแก้วโผกอดแม่ชีน้อม ขอให้ช่วยทำให้ธวัชฟื้นกลับมาเป็นคนเดิมได้ไหม

    “โถ...รุ้งแก้ว ยอมรับความจริงเสียเถอะ แล้วตั้งต้นชีวิตใหม่ ไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอนหรอกนะรุ้งแก้ว ที่ละอองคำเป็นอย่างนี้ก็เพราะยึดมั่นกับความรัก ยึดมั่นกับเกียรติยศ ยึดมั่นกับอำนาจ ไม่ยอมยึดมั่นในคำว่าอนิจจัง จึงตกอยู่ในกลลวงของอำนาจฝ่ายต่ำ ยอมให้ผีเจ้าเกาะกินชีวิตจนพบแต่ความเสื่อมอยู่ทุกวันนี้”

    ooooooo

    แม่ชีน้อมนั่งสมาธิตั้งแต่เช้า โดยมีรุ้งแก้วนุ่งขาวห่มขาวนั่งสมาธิอยู่ใกล้ๆ สักพักกายทิพย์ของแม่ชีน้อมออกจากร่างมาปรากฏตรงหน้าวิญญาณของธวัช ขอให้เขาอภัยให้ละอองคำเพื่อเป็นอภัยทาน จะได้เป็นกุศลนำส่งให้ดวงวิญญาณของเขาไปสู่ภพภูมิที่ดีต่อไปและท่านยินดีจะเป็นคนส่งวิญญาณให้เขาเอง

    “ขอผมได้ไปลาน้องรุ้งแก้วก่อนได้ไหมครับ”

    “ได้สิ ขอเธอจงได้รับบุญกุศลที่ฉันเคยทำมาเป็นอานุภาพให้ดวงวิญญาณของเธอพบแต่แสงสว่าง”

    พลันเสื้อผ้าของธวัชที่มอมแมมก็กลายเป็นสีขาวสะอาดตา เนื้อตัวของเขาก็มีรัศมีสว่างเรืองรอง ครู่ต่อมา เขามาล่ำลารุ้งแก้วเป็นครั้งสุดท้าย เธอยังทำใจไม่ได้ขอให้เขาอยู่ด้วยกันก่อน หากเธอต้องการอย่างนั้น เขาก็ยินดีทำให้ เพียงแต่ถ้าเขาไม่ไปตอนนี้ จะต้องกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด

    “ไม่...รุ้งไม่ยอม รุ้งไม่อยากให้พี่ธวัชเป็นแบบนั้น แต่รุ้งกลัว”

    “ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น ทำตามที่แม่ชีสอน แล้วห้ามกลับไปที่บ้านนั้นอีก ห้ามเกี่ยวข้องกับคุณพี่เป็นอันขาด คุณพี่ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว คุณพี่เป็นปอบ คุณพี่จะฆ่าน้องรุ้งแก้วทันทีที่มีโอกาส เชื่อพี่...พี่ขอให้น้องรุ้งแก้วจำไว้ ไม่ว่าพี่จะอยู่หรือไป พี่มีน้องอยู่ในดวงใจเสมอ” ธวัชกอดรุ้งแก้วไว้แน่น ก่อนจะค่อยๆเลือนจากไป

    “รุ้งขอให้วิญญาณของพี่ธวัชสงบสุข สถิตในภพภูมิที่ดีนะคะ”

    สักพัก รุ้งแก้วเข้ามารายงานแม่ชีน้อมที่นั่งรอ ฟังข่าวอยู่ในโบสถ์ทั้งน้ำตาว่าธวัชไปแล้ว ท่านปลอบว่าเขาตัดสินใจถูกแล้ว หากยังวนเวียนอยู่กับเธอ เขาก็จะกลายเป็นผีพเนจรเที่ยวขอส่วนบุญไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ในเมื่อเขาไปดีแล้ว เธอก็ควรจะดีใจ รุ้งแก้วปาดน้ำตาทิ้ง พยักหน้ารับคำ แม่ชีน้อมมองไปยังพระประธาน

    “ไปสู่สุคติเถอะนะธวัช ความดีของเธอจะเป็นเกราะคุ้มครองเธอไปทุกภพทุกชาติ”

    ooooooo

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน เจ้านางปิ่นเมืองเห็นวิญญาณของธวัชมาโผล่ที่ป่าช้าก็เดาได้ไม่ยากว่าต้องโดนผีปอบละอองคำฆ่าตาย จัดแจงชวนให้เขาอยู่ที่นี่ก่อนอย่าเพิ่งตามท่านยมทูตไป อยู่ดูวันที่นังละอองคำกับนังรุ้งแก้วพินาศย่อยยับให้สาแก่ใจ เขาไม่ได้เคืองแค้นอะไรละอองคำและที่สำคัญเขาเต็มใจตายไม่ต้องมาพร่ำพูดดีดอก ตายไปก็ใช่ว่ามีใครสักหมึกไว้ที่หน้าจะได้บอกพญามัจจุราชว่าเป็นคนดี”

    เจ้าราบฟ้าฟังอยู่นานทนไม่ไหวบอกให้เธอหยุดได้แล้ว ธวัชได้แต่ส่ายหน้าระอาใจก่อนจะเลือนหายไป...

    ฝ่ายหลวงพ่อทราบเรื่องที่แม่ชีน้อมทำให้ธวัชก็อดชื่นชมไม่ได้ และยังร่วมอนุโมทนาด้วยการส่งบุญให้ธวัชจะทำให้พลังของฝ่ายมารลดลง พลังแห่งความดีจะเข้าไปแทรกแทน บางทีละอองคำอาจจะแปรเปลี่ยนไปจากเดิมได้ แม่ชีน้อมถามอย่างเกรงใจว่าท่านไม่ห่วงลูกชายตัวเองบ้างหรือ

    “ห่วงสิ แต่ฝืนกรรมเขาไม่ได้หรอก บุญกุศลจะรักษาเขาเอง”

    รุ้งแก้วแนะให้หลวงพ่อตามฉัตรมาพบเผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง ยายจิตเห็นด้วยกับเธอ ชวนไปดักพบเขาตอนนี้เลย แม้จะเห็นดีด้วย แต่แม่ชีน้อมขอให้เก็บเรื่องนั้นไว้ก่อน คืนนี้เรามาช่วยกันสวดมนต์ นั่งสมาธิอุทิศบุญให้ดวงวิญญาณของผีเจ้าที่กุมละอองคำก่อน

    ดีกว่า จากนั้นไม่นาน ทั้งแม่ชีน้อม ยายจิตและรุ้งแก้วพากันไปนั่งสมาธิอยู่หน้าพระประธานในโบสถ์

    ผลจากการนั่งสมาธิของทั้งสามคน ทำให้เกิด ประกายบุญระยิบระยับโปรยปรายไปทั่วห้องนอนของละอองคำ ผีเจ้าไม่พอใจมาก ส่งพลังจิตเรียกละอองคำที่กำลังนั่งเล่นอยู่กับฉัตรในห้องรับแขก เธอรีบวิ่งขึ้นบันไดมาหาโดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามของฉัตรที่กลัวจะกระเทือนไปถึงเด็กในท้อง

    ทันทีที่ผีเจ้าเจอหน้าเธอก็โวยวายลั่น “อีละอองคำ ข้าไม่ต้องการบุญจากมัน อีน้อม อีรุ้งแก้ว อีจิต ทุกคนที่มันคิดอุทิศบุญให้ข้า ข้าไม่ต้องการ เจ้าต้องจัดการให้ข้า อย่าให้ข้าโกรธ”

    ที่หน้าห้อง ฉัตรที่วิ่งตามมาพยายามจะเข้าห้องแต่เข้าไม่ได้ ร้องเรียกให้ละอองคำเปิดรับ ผีเจ้าหันขวับมองที่ประตูห้องก่อนจะหายตัวกลับไปอยู่ในกรวยดอกไม้ ทำให้มนต์สะกดคลาย ฉัตรเปิดประตูเข้ามาได้

    “ละอองคำ เป็นอะไร”

    “หูแว่วว่าฝนตกเลยจะขึ้นมาปิดหน้าต่าง” ละอองคำโกหกหน้าตาย ฉัตรขอร้องว่าอย่าทำแบบนี้อีก ทีหลังให้เรียกใช้เขาก็ได้ รีบร้อนขึ้นบันไดพลาดพลั้งตกลงมาจะทำอย่างไร

    “คุณกับลูกคือชีวิตของผมนะครับละอองคำ” ฉัตรโอบกอดเธอไว้จากด้านหลังด้วยความรักเต็มหัวใจ

    ooooooo

    ละอองคำวางแผนกำจัดแม่ชีน้อมตามที่ผีเจ้าต้องการ โดยจ้างวานจุกซึ่งเป็นหลานของยายหยวก ทำทีร้องเอะอะเข้าไปในงานแก้บนที่ศาลเจ้าใกล้วัด ใส่ความว่าจะแม่ชีน้อมเป็นปอบจะกินตับของตน ยายหยวก เรียกหลานรักมาซักว่าไปเห็นอะไรมาถึงพูดอย่างนั้น

    “ผีปอบยาย ผีปอบ แม่ชีในวัดนั่นแหละเป็นปอบ ฉันเห็นเลือดเปรอะเต็มปากแม่ชีเลยยาย”

    ทั้งยายหยวก ยายเขียวกับพวกชาวบ้านพากันวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานา...

    หลังจากใส่ความแม่ชีน้อมเรียบร้อย จุกกลับมาหาละอองคำเพื่อขอรางวัลตามที่เธอสัญญาเอาไว้ แต่สิ่งที่เด็กน้อยได้รับคือตกเป็นเหยื่อรายล่าสุดของผีเจ้าแทนที่...

    จุกถูกพบเป็นศพเครื่องในถูกกินไม่เหลือในตอนเย็นวันเดียวกัน ยายหยวกกับพวกชาวบ้านเชื่อว่าเป็นฝีมือแม่ชีน้อม ยกกำลังมาล้อมกุฏิท่านเอาไว้ ยายหยวกกล่าวหาแม่ชีน้อมว่าเป็นปอบ พอถูกหลานของตนเปิดโปงความจริงก็เลยจับมันกินตับไตไส้พุง แม่ชีน้อมบอกกับกลุ่มชาวบ้านด้วยท่าทีสงบว่า

    “ที่นี่ในวัด มีแต่ความสงบ ไม่มีผีปอบที่พวกเธอตามหาหรอก”

    ยายหยวกยืนกรานเมื่อตอนกลางวันหลานของเธอบอกว่าเห็นแม่ชีน้อมเป็นปอบ มีเลือดเต็มปาก ท่าน อธิบายว่าเป็นการเข้าใจผิด ถ้าท่านเป็นปอบจะอยู่ในวัดได้อย่างไร พวกชาวบ้านไม่ฟัง กรูกันจะจับท่านไปเผา โชคดีที่หลวงพ่อเข้ามาขอบิณฑบาตไว้เสียก่อน และรับรองว่าแม่ชีน้อมไม่ใช่ปอบอย่างที่ทุกคนเข้าใจ ชาวบ้านถึงยอมสลายตัว รุ้งแก้วหันไปถามแม่ชีน้อมว่าเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร

    “พี่สาวรุ้งแก้วคงโกรธที่ฉันยุ่งเรื่องของเขามากไป”...

    ด้านละอองคำรอจนฉัตรหลับสนิท ย่องออกจากห้องไปหาเหยื่อ แม้ท้องของเธอจะโตมากขึ้น แต่เธอกลับคล่องแคล่วไม่อุ้ยอ้าย ไม่เหมือนเวลาที่อยู่ต่อหน้าคนอื่น

    ooooooo

    ชาวบ้านยกโขยงกันมาฟ้องหลวงพ่อว่าเมื่อคืนปอบอาละวาดอีกแล้ว กินเครื่องในตาแม้นขี้เมาไม่มีเหลือ พวกตนจึงมาขอร้องให้ท่านช่วยจัดการเรื่องนี้ให้

    “ไม่ใช่แม่ชีน้อมหรอกโยม เมื่อคืนอาตมาเฝ้าสังเกตทั้งคืนไม่เห็นแม่ชีออกจากกุฏิ”

    “แต่เขาว่าแม่ชีถอดร่างได้นี่เจ้าคะหลวงพ่อ หรือว่ามันจะออกไปแต่วิญญาณ ถึงไม่มีใครเห็น”

    “วิญญาณจะกินไส้กินตับได้รึยายเขียว ฉันว่าไม่น่าจะใช่แม่ชีแล้วนา หรือว่าไอ้จุกมันจะตาฝาด คนอื่นว่าไง” ชายชาวบ้านหันไปขอความเห็นจากทุกคนซึ่งเริ่มมีความคิดแตกแยกเป็นสองฝ่าย...

    ตกดึก ละอองคำออกล่าเหยื่อเช่นเคย แต่คราวนี้ยังไม่ทันจะก้าวพ้นประตูรั้ว กายทิพย์ของแม่ชีน้อมปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า ละอองคำไม่พอใจมาก ขู่จะเอาเรื่องหากท่านยังสาระแนไม่เลิก

    “มารทำร้ายพุทธคุณไม่ได้หรอกละอองคำ หยุดเถอะ เจ้าก่อกรรมมากพอแล้ว ไม่สงสารลูกในท้องหรือ”

    ทันใดนั้นดวงตาของละอองคำเปลี่ยนเป็นสีเลือดเพราะถูกผีเจ้าสิง ไล่ตะเพิดแม่ชีน้อมกลับไป อย่ามายุ่งเรื่องของตน ท่านส่ายหน้าระอาใจ ก่อนกายทิพย์จะค่อยๆ เลือนหายไป...

    ชาวบ้านมาเฝ้าแม่ชีน้อมซึ่งนั่งสมาธิอยู่บนศาลาวัดตั้งแต่บ่ายยันค่ำไม่ยอมไปไหน โดยมีหลวงพ่อนั่งบนอาสนะคอยเป็นสักขีพยานให้ แม่ชีน้อมลืมตาขึ้นก่อนจะพึมพำกับยายจิตและรุ้งแก้วว่าถึงเวลาที่เราต้องไปจากที่นี่แล้ว ขืนอยู่ต่อไป ไม่วันใดก็วันหนึ่ง รุ้งแก้วจะต้องพลาดท่าให้พี่สาวตัวเองจนได้

    “ฉันอยากพารุ้งแก้วไปอยู่ในที่สงบ ปฏิบัติธรรมให้มีบารมีสูงจนมารทำอะไรไม่ได้”

    จังหวะนั้นยายหยวกโพล่งขึ้นอย่างหมดความอดทน “ไม่เอาแล้ว ข้ากลับไปนอนบ้านดีกว่า”

    หลวงพ่อทักจะรีบไปไหน ไม่อยู่เฝ้าปอบแล้วหรือ ยายหยวกค้อนแม่ชีน้อมหนึ่งวงแล้วหันไปชวนยายเขียวกลับด้วยกัน คนถูกชวนส่ายหน้าดิก ขออยู่ที่วัดดีกว่า แล้วถามเธอว่าออกไปมืดๆค่ำๆไม่กลัวหรือ

    “จะกลัวอะไร ปอบก็นั่งหัวโด่อยู่นี่ รับรองคืนนี้มันไม่ออกอาละวาดแน่ๆ เชื่อข้าเถอะ ถ้าแกไม่ไป ข้าไปล่ะ จะมานั่งหลังขดหลังแข็งอยู่ทำไม” พูดจบยายหยวกลุกออกไป แม่ชีน้อมมองตามหนักใจแทน...

    เป็นอย่างที่แม่ชีน้อมหวั่นใจไม่มีผิดเพี้ยน ยายหยวกเดินยังไม่ทันจะครึ่งทางก็ถูกผีเจ้าในร่างละอองคำจับกินตับไตไส้พุง แม่ชีน้อมรับรู้ถึงเหตุร้ายครั้งนี้ได้ ลุกพรวดพราดขึ้น หลวงพ่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของเธอก็ร้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น แม่ชีน้อมตอบน้ำเสียงเศร้าว่าเราช้าไปเสียแล้ว ยายหยวกกำลังโดนปอบเล่นงาน ทุกคนต่างตกใจ พากันออกตามหา แต่สายเกินไป พบเพียงร่างไร้วิญญาณของเหยื่อ...

    วิญญาณของเจ้าราบฟ้าและเจ้านางปิ่นเมืองรับรู้ถึงเหตุการณ์ครั้งนี้เช่นกัน เขาสงสารละอองคำมากที่ต้องตกเป็นทาสของผีเจ้า ขณะที่เจ้านางปิ่นเมืองกลับสมน้ำหน้าที่เธอหาเรื่องใส่ตัวเอง ใฝ่ต่ำไปรับผีต่างวงศ์มาเลี้ยงจนเกิดเรื่อง เจ้าราบฟ้าขอให้เธอเลิกพูดถึงเรื่องในอดีตละอองคำเองก็ใช่คนอื่นไกล สายเลือดเมืองนายด้วยกันทั้งนั้น เธอเชิญเขานับญาติกับนังปอบไปคนเดียว เธอไม่ยอมนับญาติด้วยเด็ดขาด

    “คอยดูนะ สักวันอีละอองคำมันต้องตายอย่างทุกข์ทรมานที่สุด” ว่าแล้วเจ้านางปิ่นเมืองหัวเราะสะใจ...

    ฝ่ายฉัตรพลิกตัวจะมากอดละอองคำ กลับพบเตียงนอนว่างเปล่า กวาดตามองรอบห้องก็ไม่เห็น อึดใจ เธอค่อยๆแง้มประตูห้องเข้ามา พอเห็นเขาตื่นอยู่ รีบเลียริมฝีปากที่เปรอะเลือดจนเกลี้ยง ฉัตรถามว่าไปไหนมาเขาเป็นห่วง เธอโกหกว่าออกไปรับลมข้างนอก อยู่ในห้องอึดอัด เขาประคองเธอมาที่เตียง

    “นั่งก่อนครับ คุณจะดื่มน้ำไหม เดี๋ยวผมไปหยิบให้”

    “ไม่ต้อง ฉันง่วงแล้ว ไม่อยากกินอะไร” ตัดบทเสร็จ ละอองคำล้มตัวลงนอนหันหลังให้...

    พวกชาวบ้านตระหนักแล้วว่าแม่ชีน้อมไม่ใช่ปอบอย่างที่ถูกกล่าวหา พากันขอโทษท่านด้วยที่เข้าใจผิด ท่านไม่ถือโทษโกรธเคืองอโหสิกรรมให้ทุกคน แล้วหันไปเรียนให้หลวงพ่อทราบว่าท่านจะพารุ้งแก้วไปอยู่ที่อื่น

    “ถ้าตัดสินใจดีแล้ว อาตมาก็ขอให้โยมทุกคนไปดี สมหวังดั่งตั้งใจ บุญรักษา เทวดาคุ้มครองนะ”

    ooooooo

    โฉมเห็นแม่เตรียมสำรับกับข้าวใส่ปิ่นโตจะเอาไปเยี่ยมละอองคำที่เริ่มท้องโตขึ้นทุกวัน ไม่วายแขวะว่าในนั้นมีตับไตไส้พุงหรือเปล่า เพราะปอบชอบของสดๆคาวๆ ซ่อนกลิ่นตำหนิลูกสาวที่พูดจาเหลวไหล แล้วชวนเธอไปเยี่ยมละอองคำด้วยกัน เธอขอผ่าน ถ้าไม่จำเป็นไม่อยากไปที่นั่น แล้วเตือนท่านให้ระวังตัวด้วย

    “นั่นสิ ระวังไว้บ้างก็ดี” สมานช่วยเตือนอีกแรงหนึ่ง

    “ขอบคุณค่ะ ถ้าฉันกลับค่ำก็กินข้าวก่อนเลยนะคะ ฉันทำไว้ให้พร้อมแล้ว อยู่ในตู้กับข้าว” พูดจบซ่อนกลิ่นหิ้วปิ่นโตออกไป โฉมเห็นแม่เห่อลูกสะใภ้กับหลานก็ไม่ค่อยชอบใจ บอกกับพ่อว่าจะหาทางกระชากหน้ากากนังปอบออกมาให้ได้ สมานเตือนให้เธอระวังตัวไว้บ้าง

    “โฉมไม่กลัวมันหรอกค่ะคุณพ่อ” โฉมมองแหวนของแม่ชีน้อมที่ตัวเองสวมอยู่อย่างย่ามใจ...

    แม้กับข้าวที่ซ่อนกลิ่นทำมาให้จะดูน่ากินแค่ไหน แต่ละอองคำกลับไม่เจริญอาหารเท่าที่ควร ฉัตรต้องเตือนให้กินเยอะๆ เผื่อเจ้าตัวน้อยที่อยู่ในท้องด้วย...

    ขณะที่ละอองคำต้องฝืนกินอาหารปรุงสุก แม่ชีน้อม รุ้งแก้วและยายจิตเดินทางมาถึงป่าโปร่งแห่งหนึ่งที่มีต้นไม้ร่มรื่น แม่ชีน้อมมองสำรวจไปรอบเห็นควรจะใช้ตรงนี้เป็นที่อยู่แห่งใหม่ เพราะนอกจากจะอยู่ใกล้ลำธารแล้ว ยังอยู่ไม่ห่างจากหมู่บ้านเท่าใดนัก ยายจิตเห็นดีด้วย

    “ถ้าน้องรุ้งแก้วตัดสินใจบวชเป็นชี จิตก็ยังดูแลแม่ชีกับน้องรุ้งแก้วได้”

    “ไม่ต้องปลงผมแบบแม่ชีหรอกรุ้งแก้ว ถืออุโบสถศีลอย่างเคร่งครัดก็พอแล้ว บวชใจสำคัญกว่าบวชกาย”

    “ค่ะ รุ้งพร้อมแล้วค่ะ รุ้งไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอกอีกแล้ว อยากปฏิบัติธรรมอุทิศบุญให้แก่เจ้าพ่อเจ้าแม่ ให้แก่ทุกคนที่เมืองนาย เจ้าพี่ละอองคำและพี่ธวัช”

    ยายจิตฟังแล้วสะเทือนใจไปด้วยพานจะร้องไห้ บอกกับแม่ชีน้อมว่าจะไปที่หมู่บ้าน ขอแรงผู้ชายมาทำ อาศรมให้ท่านกับรุ้งแก้วอยู่...

    สวดมนต์เสร็จ รุ้งแก้วเดินจงกลมอยู่ในป่าท่ามกลางดวงจันทร์ที่ส่องสกาวอยู่บนท้องฟ้า พลันวิญญาณของเจ้าราบฟ้ากับเจ้านางปิ่นเมืองก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า เธอตกใจหันไปถามแม่ชีน้อมว่าทำไมตนถึงเห็นวิญญาณของเจ้าพี่ทั้งสองคน ท่านอธิบายว่าเป็นเพราะตอนนี้บารมีของเธอมากพอจะติดต่อวิญญาณเทวดาได้ระดับหนึ่งแล้ว และแนะให้ปฏิบัติธรรมต่อไป เจ้านางปิ่นเมืองไม่วายแดกดัน

    “มีบารมีมากเยี่ยงนี้แล้วก็อย่าลืมอุทิศไปให้พี่เจ้าด้วยล่ะ มันจะได้หายจากการเป็นปอบ”

    เจ้าราบฟ้าตำหนิเธอว่าไม่ควรจะพูดแบบนี้ รุ้งแก้วไม่อยากเห็นทั้งคู่มีปากเสียงกัน ขอบคุณเจ้าพี่ปิ่นเมืองมากที่แนะนำ เธอเองก็จะอุทิศบุญให้เจ้าพี่ทั้งสองด้วย เจ้านางปิ่นเมืองไม่ต้องการบุญจากเธอ ตอนนี้ตนก็มีความสุขดีและที่สำคัญตนจะไม่ยอมไปผุดไปเกิดจนกว่าจะได้เห็นความพินาศย่อยยับของนังละอองคำ

    “ปิ่นเมือง ถ้าเจ้าจะหาเรื่องรุ้งแก้วเยี่ยงนี้ ก็อย่าอยู่เลย กลับกันเถอะ” เจ้าราบฟ้ากระชากตัวเจ้านางปิ่นเมืองหายตัววับไป กายทิพย์ของแม่ชีน้อมปรากฏขึ้นแทนที่ บอกให้เธอปฏิบัติธรรมต่อไปอย่าเสียสมาธิ

    ooooooo

    หลายเดือนผ่านไป...

    ละอองคำคลอดลูกเป็นเด็กหญิงหน้าตาน่ารักน่าชัง ตั้งชื่อว่า “อัปสร” ซ่อนกลิ่นเห่อหลานมากมาช่วยเลี้ยงแทบทุกวัน กว่าจะกลับบ้านก็บ่ายคล้อยแล้ว โฉมอดหมั่นไส้ไม่ได้

    “เหนื่อยอ่อนมาเลยเหรอแม่ เห่อหลานใหม่ก็แบบนี้แหละนะ”

    ซ่อนกลิ่นต่อว่าทั้งสามีและลูกสาวว่าน่าจะไป รับขวัญหลานบ้าง เขาลั่นวาจาไว้แล้วว่าจะไม่รับละอองคำ เป็นสะใภ้ แล้วจะให้รับลูกของเธอได้อย่างไร โฉมแนะให้พ่อลองไปเยี่ยมดูบ้างก็ดี สมานงงจะไปทำไม

    “เผื่อวันหน้าเด็กไม่มีไส้ขึ้นมาก็ได้ จะได้เห็นหน้าหลานไว้ก่อนไงคะ ไส้อ่อนๆตัวแดงๆอย่างนั้น คงเป็น อาหารอันโอชะให้นังปอบแม่มัน”

    “แกนี่พูดจาน่าเกลียดขึ้นทุกวัน แม่ไม่อยากพูดด้วยแล้ว” ซ่อนกลิ่นว่าแล้วเดินหนีขึ้นห้อง...

    ในเวลาเดียวกัน ขณะที่ละอองคำเอาอัปสรพาดบ่าพลางร้องเพลงกล่อมอย่างมีความสุข มีเสียงหัวเราะของ ผีเจ้าดังมาจากหิ้งผี เธอหันขวับไปถามว่าหัวเราะทำไม ผีเจ้าปรากฏตัวตรงหน้าจะขอดูลูกสาวของเธอสักหน่อย ละอองคำขอร้องอย่ายุ่งกับลูกของตน ผีเจ้าจะกินใคร ตนยอมหมด เว้นลูกไว้สักคน

    “ข้าไม่กิน เลี้ยงลูกให้ดีเถอะอีละอองคำ ข้าจะให้ลูกเจ้าเป็นทายาทปอบของข้า” ผีเจ้าหัวร่อร่าก่อนจะหายตัวไป ละอองคำกอดลูกแนบอกน้ำตาไหลพราก กลัวลูกต้องมารับกรรมเหมือนตนเอง

    ooooooo

    กว่าโฉมจะยอมมาเรือนปั้นหยา หลานสาวก็อายุ เกือบสองขวบเข้าไปแล้ว ละอองคำต้องถอยออกห่างเพราะโฉมสวมสร้อยพระออกมานอกตัวเสื้อ ฉัตรดีใจมากที่เห็นน้องสาวมากับแม่ แต่ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อได้ยินเธอพูดเป็นทำนองว่าถูกแม่คะยั้นคะยอ ให้มา ไม่รู้จะเห่อหลานอะไรกันนัก

    “พูดอะไรอย่างนั้นโฉม ไม่เอาๆมาเล่นกับหลานดีกว่า...มาๆ”

    “ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณแม่ คุณโฉมคงไม่ชอบเด็ก” ละอองคำว่าประชด ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมา โฉมไม่พอใจ ตามไปคาดคั้น ที่เธอพูดเมื่อครู่หมายความว่าอย่างไร เธอยิ้มหยัน

    “ถ้าชอบเด็กก็คงอยากมีลูก ถ้าอยากมีลูกก็ต้องอยากมีสามี แต่นี่...ไม่เห็นคุณโฉมมีอะไรสักอย่าง”

    โฉมโกรธจัดที่ละอองคำพูดเป็นทำนองว่าตนขึ้นคาน เดินเข้าหาอย่างเอาเรื่อง เธอเห็นพระเครื่องที่คอคู่อริกับแหวนที่นิ้ว ค่อยๆถอยห่างก่อนจะรีบตัดบทว่าเราสองคนอย่าทะเลาะกันดีกว่า แล้วเดินหนีไปเลย...

    ดึกคืนนั้น ผีเจ้าปรากฏตัวขึ้นระหว่างที่ละอองคำนั่งเฝ้าอัปสรที่หลับไปแล้วเพียงลำพัง ฉัตรไม่อยู่ไปงานเลี้ยง ผีเจ้าบ่นว่าหิวจะทนไม่ไหวแล้ว เธอขอให้รออีกหน่อย เห็นฉัตรว่ากำลังมีคนมาติดพันโฉม เธอจะหาทางให้ผีเจ้าได้กินผู้ชายของมัน

    “อย่าช้าล่ะก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ” ผีเจ้ามองไปยังอัปสรที่นอนหลับอยู่ ละอองคำรีบขยับตัวบังลูก...

    ณ งานเลี้ยงฉลอง ระหว่างที่พรเทพกำลังคุยเรื่องงานอยู่กับฉัตร เห็นโฉมควงแขนชายหนุ่มเข้ามาในงาน

    “นั่นประสิทธิ์นี่ มากับน้องสาวคุณ ท่าทางสนิทสนมกันนะครับ”

    ฉัตรชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติ โฉมเห็นพรเทพยืนอยู่กับพี่ชาย รีบขอตัวคู่ควงเข้าไปทักทาย ฉัตรอดถามไม่ได้ว่าเธอมากับใคร โฉมคุยอวดว่าเขาชื่อคุณประสิทธิ์ เป็นลูกของเจ้าสัวเกษม

    “พี่ฉัตรคงทำงานหนักมากเกินไปก็เลยไม่ได้อ่านข่าวสังคม เราสองคนกำลังจะแต่งงานกันปีนี้ค่ะ”

    พรเทพแกล้งแหย่ แบบนี้เขาก็อกหักแย่เลย โฉมค้อนขวับแล้วเดินกลับไปหาประสิทธิ์ซึ่งยกแขนขึ้นเป็นทำนองเชิญชวนเธอออกไปเต้นรำ หลังจากวาดลวดลายบนฟลอร์เต้นรำกันอย่างสนุกสนาน ประสิทธิ์กระซิบข้างหูโฉมชวนกลับบ้าน

    ระหว่างทั้งคู่เดินมายังที่จอดรถ เจอพรเทพยืนทอดอารมณ์อยู่ โฉมร้องทักว่าทำไมมายืนอยู่ข้างนอกคนเดียว พี่ชายของเธอหายไปไหน ได้ความว่าฉัตร กลับไปแล้ว เป็นห่วงละอองคำที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว

    “โฉมขอคุยธุระกับคุณพรเทพแป๊บนึงนะคะ

    คุณประสิทธิ์” เธอรอจนคู่ควงของตัวเองไปพ้นระยะ จึงบอกพรเทพว่าไม่ได้คิดจะจริงจังอะไรกับคุณประสิทธิ์ เพียงแต่เธอรอผู้ชายที่คิดแย่งเมียเพื่อนไม่ได้ หวังว่าวันแต่งงานของเธอ เขาจะให้เกียรติไปร่วมงาน พรเทพยินดีไปร่วมงานด้วยความเต็มใจ

    “ถามจริงๆเถอะ ไม่เคยได้ข่าวเลยหรือว่าคนเขาลือเรื่องเมียพี่ฉัตรยังไงบ้าง”

    พรเทพไม่สนใจข่าวลือไร้สาระ โฉมมองไม่พอใจก่อนจะเดินไปหาประสิทธิ์ซึ่งรออยู่ที่รถ เขาเห็นหน้าบอกบุญไม่รับของเธอ ก็ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เธออยากรู้ว่าเขาจริงจังกับเธอแค่ไหน ประสิทธิ์ยืนยันว่ารักเธอมาก พรุ่งนี้จะให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอเลยก็ได้หากเธอต้องการ โฉมยิ้มพอใจ...

    พอละอองคำรู้เรื่องโฉมกับประสิทธิ์ ขอร้องผีเจ้าช่วยกินผู้ชายทุกคนที่รักโฉม ผีเจ้าพยักหน้ารับคำก่อนจะวูบเข้าสิงร่างเธอ แล้วขยับจะไป ฉัตรรู้สึกตัวตื่นพอดี ร้องถามว่าจะไปไหนดึกๆดื่นๆ ผีเจ้าในร่างละอองคำหันขวับ สะกดจิตเขาให้ลงนอนอย่างเดิม แล้วออกจากห้อง...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน สมานกับซ่อนกลิ่นรอลูกสาว กลับบ้านอย่างกระวนกระวายใจ ทันทีที่เธอก้าวขาเข้าบ้าน เขาซักเป็นการใหญ่ใครมาส่ง เธอคุยว่าเขาคนนี้เป็นลูกชายเจ้าสัวเกษมซึ่งร่ำรวยมาก ชื่อประสิทธิ์ แม้จะคบหากันได้ไม่นาน แต่เขาจะส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอเธอเร็วๆนี้ สมานแดกดันขอให้จริงสักรายหนึ่งเถิด

    “ถ้าคนที่โฉมรักไม่ได้ตายเพราะอีปอบละอองคำล่ะก็ โฉมคงแต่งงานไปแล้ว คุณพ่อไม่น่าพูดแบบนี้ โฉมน้อยใจนะ” โฉมเดินหน้าหงิกขึ้นห้อง ซ่อนกลิ่นเป็นห่วงตามมาจะปลอบแต่ยังไม่ทันพูดอะไร โฉมชิงพูดตัดหน้าว่าถ้าแม่จะมาห้ามก็คงไม่สำเร็จ ถึงอย่างไรเธอก็จะแต่งงานกับประสิทธิ์ ท่านไม่ได้มาห้าม ถ้าเขารักโฉมจริงๆเธอไม่สนใจเรื่องความรักแค่ให้พ้นจากคำปรามาสของละอองคำที่ว่าเธอจะขึ้นคานหาผัวไม่ได้ก็พอ

    “ไม่ใช่เฉพาะนังละอองคำนะคะคุณแม่ โฉมไม่อยากตกเป็นขี้ปากชาวบ้านด้วย เขาเอาโฉมไปนินทาทั่วเมืองว่าคบกับผู้ชายคนไหนคนนั้นก็ตายหมด เขาหาว่าโฉมเป็นผู้หญิงกินผัวค่ะ โฉมรับไม่ได้”...

    ความหวังที่จะได้แต่งงานของโฉมพังไม่เป็นท่า ประสิทธิ์ตกเป็นเหยื่อรายล่าสุดของละอองคำกับผีเจ้าหลังเขากลับจากส่งโฉมได้ไม่นาน

    ooooooo

    โฉมกรีดร้องลั่นบ้านเมื่อรู้ข่าวการตายของประสิทธิ์ ซ่อนกลิ่นสงสารลูกมากดึงตัวมากอดปลอบใจ สมานเองก็ตกใจเช่นกันเพราะเมื่อคืนยังเห็นเขามาส่งลูกที่หน้าบ้านอยู่เลย

    “ค่ะ ตายแล้ว เขาตายแล้ว ตับไตไส้พุงไม่เหลือเลย มันต้องเป็นฝีมือปอบค่ะ มันจงใจฆ่าคุณประสิทธิ์ โฉมเกลียดมัน โฉมจะฆ่ามัน” โฉมขบกรามแน่นทั้งๆที่น้ำตาอาบแก้ม สมานขอร้องลูกอย่าไปยุ่งกับละอองคำจะดีกว่า เธอไม่สนใจ ยืนยันจะจัดการนังปอบนั่นให้ได้ แล้วผลุนผลันออกไป

    ครู่ต่อมา โฉมมายืนตะโกนโหวกเหวกอยู่หน้าเรือนปั้นหยา ให้ละอองคำออกมาหา โดยมีซ่อนกลิ่นตามมาขอร้องให้ลูกใจเย็นๆก่อน เธอเย็นไม่ไหว แล้วแหกปากเรียกพี่สะใภ้เสียงลั่น ละอองคำรู้ดีว่าเธอโกรธเรื่องอะไร แต่ทำหน้าซื่อตาใสไม่รู้ไม่ชี้ หันไปทางฉัตรที่อุ้มอัปสรอยู่

    “น้องสาวคุณคงโดนหมาบ้านกัดมาน่ะค่ะ ออกไปดูเสียหน่อยเถอะ อัปสรมาหาแม่มา”

    ฉัตรยังไม่ทันจะออกไป โฉมพรวดพราดเข้ามาเสียก่อน ละอองคำเห็นพระเครื่องที่ห้อยคอของเธออยู่รีบ ถอยห่างเพราะรัศมีจากองค์พระทำให้แสบร้อน โฉมชี้หน้าด่าพี่สะใภ้ว่าเป็นฆาตกรฆ่าคุณประสิทธิ์ของตน ซ่อนกลิ่นไม่อยากให้มีปัญหา ดึงแขนโฉมจะพากลับ เธอสะบัดมือแม่ออก

    “ไม่ โฉมจะฆ่ามัน มันแกล้งโฉม มันตั้งใจให้โฉมขึ้นคาน โฉมมีแฟนกี่คนมันก็ฆ่าตายหมด”

    ละอองคำเล่นละครตบตาได้แนบเนียนว่าไม่รู้เรื่องนี้ด้วย ไม่รู้จักคนชื่อประสิทธิ์ด้วยซ้ำ ฉัตรเชื่อสนิทใจว่าเธอไม่เกี่ยวข้อง ขอร้องให้น้องสาวพอได้แล้ว สงบสติอารมณ์ไว้บ้าง ละอองคำถือโอกาสขอตัวพาลูกไปนอนก่อน เสียงดังแบบนี้ลูกจะตกใจเอาได้ แล้วอุ้มอัปสรออกไป โฉมตะโกนเรียกให้กลับมาก่อน เงาเลือนรางของผีเจ้าปรากฏขึ้นข้างๆโฉม บอกอย่างเย้ยหยันว่าเธอไม่มีวันสมหวัง โฉมเหลียวหาว่าเสียงมาจากไหน แต่ไม่เจออะไรถึงกับหน้าถอดสี แล้วปล่อยโฮออกมาอย่างสุดจะกลั้น ซ่อนกลิ่นตกใจรีบกอดเธอไว้...

    ส่งแม่กับน้องกลับเรียบร้อย ฉัตรขึ้นมาหาละอองคำที่ห้องนอน เห็นเธอนั่งหน้าบึ้งเข้ามากอดเอาใจ พร้อมกับบอกว่าอย่าไปสนใจใครจะว่าอย่างไร ขอให้รู้แต่เพียงว่าเขารักเธอคนเดียวเท่านั้นก็พอ

    ooooooo

    3 ปีผ่านไป อัปสรโตขึ้นเป็นเด็กน้อยน่ารักในวัย 5 ขวบ ทำให้สมานที่เคยลั่นวาจาไว้ว่าจะไม่ยอมรับ ละอองคำกับลูกของเธอมาร่วมสกุลต้องกลืนน้ำลายตัวเอง ด้วยความที่ช่างพูดช่างเจรจา อัปสรกลายเป็นที่รักของคุณปู่กับคุณย่าจนโฉมอิจฉาพาลแขวะพ่อกับแม่ตัวเอง

    “มีความสุขกันจริงๆนะคะ”

    “อ้าวไหนว่าคุณพรเทพจะมากินข้าวด้วยไงล่ะ”

    “กลับไปแล้วล่ะค่ะ” พูดจบโฉมเดินผ่านอัปสรเหมือนเธอไม่มีตัวตน เด็กน้อยไหว้สวัสดีคุณอาอย่างอ่อนช้อย เธอไม่วายแดกดันว่าช่างประจบแบบนี้นี่เอง พ่อกับแม่เลยลืมไปว่าแม่ของอัปสรเป็นปอบ เด็กน้อยไม่รู้ว่าปอบคืออะไร มองคุณย่างงๆ สมานจ้องหน้าลูกสาวเป็นทำนองไม่ให้พูดอะไรอีก เธอกลับยิ่งสนุกปาก

    “คนที่รู้ดีที่สุดคือแม่แก กลับไปถามแม่แกดูสิอัปสร”

    สมานเห็นหลานรักทำท่าจะร้องไห้ รีบเบี่ยงเบนความสนใจ ชวนไปดูดอกไม้ที่สวนข้างบ้าน ซ่อนกลิ่นทนพฤติกรรมของลูกสาวไม่ไหวต่อว่าว่าปากเสียแก้ไม่หายสักที เธอต่อว่าแม่กลับว่าเธอเคยเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นไม่เหมือนพ่อกับแม่ที่บทจะรังเกียจลูกสะใภ้ก็ไม่พูดไม่จาด้วย พอบทจะพิศวาสขึ้นมาก็ไม่เห็นหัวตน แล้วเดินกระแทกเท้าปังๆขึ้นบันได ซ่อนกลิ่นได้แต่ส่ายหน้าระอาใจ...

    แม้ซ่อนกลิ่นกับสมานพยายามชวนคุยโน่นเล่นนี่เพื่อให้อัปสรลืมสิ่งที่โฉมพูด แต่ด้วยวัยกำลังช่างจด

    ช่างจำ เด็กน้อยไม่ลืมที่จะถามแม่ว่าปอบคืออะไร ละอองคำถึงกับหน้าเครียด ถามลูกว่าใครสอนให้พูดคำนี้

    “หนูได้ยินอาโฉมพูด อาโฉมบอกว่าแม่รู้จักดี ปอบคืออะไรคะแม่ หนูอยากรู้”

    ละอองคำปรี๊ดแตก สั่งอัปสรไม่ให้พูดคำนี้ให้เธอได้ยินอีกแล้วไล่ตะเพิดไปให้พ้น เด็กน้อยเดินน้ำตาคลอออกไป ฉัตรดุละอองคำทำไมต้องเกรี้ยวกราดใส่ลูกขนาดนี้ด้วย ไม่เห็นหรือว่าทำให้แกร้องไห้

    “ก่อนที่จะด่าฉัน ควรไปเตือนน้องสาวคุณก่อน เธอตั้งใจทำลายครอบครัวเรามาตลอด ฉันไม่เคยลืม”

    “เหลวไหลน่า” ฉัตรว่าแล้วตามไปปลอบลูก ทิ้งให้ละอองคำแค้นเคืองโฉมอยู่ตรงนั้น...

    ขณะที่ละอองคำครุ่นคิดหาทางแก้เผ็ดโฉม ที่อาศรมของแม่ชีน้อมในป่า ยายจิตกำลังทำความสะอาดเรือนไม้เล็กๆสำหรับปฏิบัติธรรม รู้สึกเสียวสันหลังวูบอย่างบอกไม่ถูก หันขวับไปมอง ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นวิญญาณของเจ้าราบฟ้าและเจ้านางปิ่นเมืองเคลื่อนผ่านไปหยุดตรงมุมหนึ่งของอาศรม แล้วหายวับไป เธอไม่รอช้าเผ่นแน่บไปขอร้องรุ้งแก้วที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ให้ช่วยตนด้วย

    “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แม่ชีน้อมจะจัดการทุกอย่าง เอง” รุ้งแก้วว่าแล้วหลับตานั่งสมาธิต่อ

    เจ้าราบฟ้าปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าแม่ชีน้อมที่เดินจงกลมอยู่โดยมีเจ้านางปิ่นเมืองยื้อยุดฉุดแขน ไม่ยอมให้เขาทิ้งเธอไปไหนเด็ดขาด เจ้าราบฟ้าทนเป็นวิญญาณเร่ร่อนต่อไปไม่ไหว อยากไปใช้กรรม ไปผุดไปเกิด แล้วชวนให้เธอไปด้วยกัน เธอไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าจะได้เห็นความพินาศของนังละอองคำ

    “ถ้าเช่นนั้น เจ้านางก็อย่าขวางเจ้าหลวงเลยจะยิ่งเป็นบาปหนักกว่าเก่า” แม่ชีน้อมขอร้อง เจ้านางปิ่นเมืองตวาดลั่นไม่ต้องมายุ่ง แล้วพยายามยื้อเจ้าราบฟ้าไว้สุดฤทธิ์ แต่เขาไม่ฟังเสียง คุกเข่าพนมมือ

    ส่วนแม่ชีน้อมหลับตา ตั้งจิตภาวนา “ขอบุญกุศลที่เราได้เคยทำมาทุกภพทุกชาติ จงเป็นกำลังส่งให้วิญญาณของเจ้าหลวงไปสู่สุคติด้วยเทอญ” สิ้นเสียง ร่างของเจ้าราบฟ้าเกิดประกายสีทองระยิบระยับ ก่อนจะเลือนหายไป เจ้านางปิ่นเมืองถึงกับปล่อยโฮ ตัดพ้อที่เขาทิ้งให้เธอต้องอยู่คนเดียว

    “ถ้ากลัวก็อยู่เสียที่นี่ เป็นวิญญาณก็ปฏิบัติธรรมได้ บางทีกรรมที่เจ้านางได้ก่อไว้จะได้เบาบางลง”

    “ข้ารึมีกรรม ไม่รู้แล้วอย่าพูดอะไรดีกว่านังชี ถ้าคิดจะโปรดสัตว์ล่ะก็ ไปหาอีละอองคำสิ” ตวาดเสร็จ เจ้านางปิ่นเมืองหายตัวไป รุ้งแก้วที่นั่งสมาธิอยู่บนที่พัก รับรู้ถึงการไปผุดไปเกิดของเจ้าราบฟ้าก็ยิ้มดีใจ

    ooooooo

    ละอองคำแค้นใจมาก ในเมื่อฆ่าโฉมไม่ได้เพราะมีของดีคุ้มครอง เธอก็จะไม่ให้คู่อริได้เสวยสุขกับผู้ชายคนไหน ดังนั้นเมื่อเธอรู้จากฉัตรว่าโฉมจะแต่งงานกับพรเทพและย้ายไปอยู่อังกฤษ จึงแอบออกจากบ้านตอนดึกหวังจะกินตับพรเทพเพื่อแก้แค้นโฉม มาดักรอที่ถนน แล้วแกล้งล้มลงหน้ารถของเขา เพื่อให้เขารับขึ้นรถ

    แต่แล้วแผนการกินผู้ชายทุกคนที่รักโฉมเป็นอันต้องพับฐานเมื่อพรเทพสารภาพกับเธอว่าไม่ได้รักโฉม แต่หลงรักเธอตั้งแต่แรกเห็น ในเมื่อไม่ได้รักโฉมเขาก็ไม่ใช่เป้าหมาย เธอก็เลยปล่อยเขาไปและขอร้องให้ลืมสิ่งที่พูดกับเธอให้หมด ขอให้เขาครองรักกับโฉมอย่างมีความสุข แล้วลงจากรถ พรเทพจะตามแต่เธอห้ามไว้

    “กลับไปซะเถอะค่ะ อย่าทำอย่างนี้อีก คุณโฉมจะเสียใจ” ละอองคำว่าแล้วเดินจากไป พรเทพได้แต่มองตามอย่างรู้สึกผิด จากนั้นไม่นาน ละอองคำกลับถึงบ้าน ผีเจ้าเข้ามาต่อว่าที่เธอปล่อยอาหารของตนเองไป

    “ปล่อยเขาไปเถอะผีเจ้า เขาเป็นเพื่อนรักของคุณฉัตรและเขาก็ไม่ชอบพอนังโฉมด้วย”

    ผีเจ้าเตือนละอองคำหากเลี้ยงดูตนไม่ดีก็ให้ระวังไว้ เธอสวนทันที หากหิวมากนักก็เชิญกินเธอได้เลย เธอจะได้หมดเวรหมดกรรม ผีเจ้ารับคำท้า พุ่งใส่ร่างละอองคำ แม่ชีน้อมซึ่งอยู่ในป่าห่างกันคนละโยชน์รับรู้ถึงความเจ็บปวดของเธอได้ รีบบอกให้รุ้งแก้วนั่งสมาธิไปช่วยพี่สาวตัวเองเดี๋ยวนี้

    ขณะที่ละอองคำนอนดิ้นเร่าๆกับพื้นเพราะถูกผีเจ้าบิดไส้ กายทิพย์ของรุ้งแก้วปรากฏตัวขึ้น ประกายแสงแห่งธรรมกระแทกผีเจ้ากระเด็นออกจากร่างละอองคำ แล้วหายวับไป ละอองคำค่อยๆฟื้นคืนสติขึ้นมาเห็นกายทิพย์ของรุ้งแก้วที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้ พยายามร้องเรียกไว้ แต่เธอเลือนหายไปเสียก่อน

    ooooooo

    โฉมกลับถึงบ้านอย่างหงุดหงิด ฟ้องพ่อกับแม่ว่าทั้งๆที่พรเทพอยู่ด้วยกันกับเธอ กลับพูดชื่นชมละอองคำอย่างออกนอกหน้า ไม่รู้หรือว่านังนั่นเป็นปอบ ซ่อนกลิ่นขอร้องให้เลิกพูดเรื่องนี้ โฉมตวาดแม่ทันที

    “คุณแม่ไม่ต้องห่วงโฉมหรอก ระวังเถอะ นังละอองคำมันจะสวมเขาให้พี่ฉัตร ถึงตอนนั้นก็หาปี๊บมาคลุมหัวเถอะ”

    สมานซักว่าฉัตรรู้เรื่องนี้ไหม โฉมเชื่อว่าไม่น่าจะรู้เพราะเขาเอาแต่ทำงาน สมานไม่อยากเป็นขี้ปากชาวบ้าน บอกให้ซ่อนกลิ่นเตือนลูกชายให้คอยตามดูเมียตัวเองไว้บ้าง เธอพยักหน้ารับคำ...

    ฝ่ายละอองคำแอบได้ยินซ่อนกลิ่นเตือนฉัตรถึงเรื่องนี้ แต่เขาไม่เชื่อว่าเป็นความจริง ทั้งเมียรักและเพื่อนสนิทของตัวเองไม่มีวันสวมเขาให้เขาเด็ดขาด ซ่อนกลิ่นเห็นละอองคำเข้ามาจึงขอตัวกลับก่อน ละอองคำตามไปส่งเธอที่หน้าประตูรั้ว ขู่ว่าหากอยากแก่ตายก็อย่ายุ่งกับเรื่องของคนอื่น ซ่อนกลิ่นถึงกับขวัญเสีย...

    บ่ายวันเดียวกัน ฉัตรพาอัปสรไปกราบหลวงปู่ที่วัด ท่านมอบสร้อยห้อยพระเครื่องให้หลานสาวตัวน้อยใส่ติดตัวเพื่อป้องกันอันตราย ครั้นกลับถึงเรือนปั้นหยา ละอองคำไม่ยอมให้ทั้งคู่เข้าบ้าน สั่งให้ถอดสร้อยพระที่คอลูกออกก่อน ฉัตรพยายามอธิบายว่านี่เป็นสร้อยที่หลวงปู่มอบให้ เธอยืนกรานคำเดิม

    “ถ้าไม่ถอดก็ไม่ต้องเข้ามา” ละอองคำว่าแล้วปิดประตูใส่หน้าดังปัง

    ฉัตรเห็นลูกทำท่าจะร้องไห้ ดึงตัวมากอดปลอบใจ แล้วเสนอให้เอาสร้อยพระเส้นนี้ไปฝากคุณปู่คุณย่าไว้ก่อน คุณแม่หายโกรธเมื่อไหร่ค่อยมาขอคืน อัปสรพยักหน้ารับคำ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 21:11 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์