นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เจ้านาง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 'เติ้ล' ประกบ 'ทับทิม' 7 สีงัด 'เจ้านาง' พีเรียดสยองขวัญสู้ 'เลือดมังกร'

    พักตร์พริ้งกับพวงครามบุกมาหาอัปสรถึงบ้านเพื่อเจรจาให้ล้มเลิกงานแต่งงานของบุญสลักกับมนต์ทิพย์ แต่ทั้งคู่ต้องกลับบ้านไปอย่างหัวเสียเพราะอีกฝ่ายไม่ยอมเจรจาด้วย เขมิกาซึ่งรอฟังข่าวอยู่ที่บ้านพวงคราม เสนอตัวจะช่วยท่านทั้งสองคนล้มงานแต่งงานนี้ให้ เพราะเธอเองก็ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้

    “ผู้ใหญ่เตือน บุญสลักก็น่าจะฟัง คุณอาทั้งสองอาบน้ำร้อนมาก่อน ย่อมรู้ดีว่าอะไรดีอะไรไม่ดี”

    “ถ้าตาบุญสลักมีความคิดได้สักครึ่งหนึ่งของหนูเขม อาคงไม่ต้องทุกข์ใจแบบนี้ มะรืนนี้ใช่ไหมหนูเขม”

    “ค่ะ ทั้งแขกทั้งโรงแรม ทั้งเสื้อผ้าชุดวิวาห์ถูกจัดเตรียมไว้พร้อมทุกอย่าง วันมะรืนนี้แน่นอนค่ะ”

    พักตร์พริ้งปลอบพวงคราม อย่าเพิ่งรีบโศกเศร้า งานวิวาห์เถื่อนวันมะรืนจะไม่มีทางเกิดขึ้นเด็ดขาด

    ooooooo

    กว่าบุญสลัก มนต์ทิพย์กับแฟรงค์และเขมิกาจะช่วยกันกับอัปสรและปีบจัดบ้านฝ่ายหญิงซึ่งจะใช้เป็น สถานที่รดน้ำสังข์ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้เสร็จเรียบร้อยเล่นเอาเหงื่อตกไปตามๆกัน แฟรงค์ถึงกับถอนใจโล่งอก ก่อนจะหันไปกระเซ้าว่าที่เจ้าบ่าวว่าตื่นเต้นไหมพรุ่งนี้จะแต่งงานแล้ว

    “ตื่นเต้นสิวะ ฉันรอมาตั้งหลายปี”

    “เขมเสียดายแทน ถ้าคุณอาพวงครามมาร่วมงานด้วยก็คงจะสมบูรณ์แบบนะคะ”

    “ทำไงได้ล่ะครับ แต่โชคดีที่ทิพย์เข้าใจผม”

    บุญสลักกุมมือมนต์ทิพย์ไว้พลางสบตากันหวานหยด ขณะที่เขมิกาแทบจะลงไปชักดิ้นตายด้วยความริษยา...

    ระหว่างที่อัปสรกับปีบกำลังเตรียมมื้อค่ำอยู่ในครัว มนต์ทิพย์เข้ามากอดออดอ้อนแม่ว่าเหนื่อยไหมทำโน่นทำนี่ทั้งวัน นอกจากท่านจะไม่เหนื่อยแล้ว ยังมีความสุขสุดๆที่เห็นลูกจะเป็นฝั่งเป็นฝา และสั่งสอนว่าแต่งงานไปแล้วอย่าใจร้อน ยอมรับความคิดของบุญสลักให้มากๆ

    “หนูจะจำไว้ค่ะ หนูจะได้มีชีวิตคู่ที่อบอุ่น มีความสุขเหมือนพ่อกับแม่”

    อัปสรน้ำตารื่นอดคิดถึงพรวุฒิผู้เป็นสามีไม่ได้ “เอาล่ะกับข้าวเสร็จแล้ว ปีบเตรียมจัดโต๊ะได้แล้วจ๊ะ เดี๋ยวคุณๆกินข้าวเสร็จจะได้แยกย้ายกันไปพักผ่อน พรุ่งนี้ต้องตื่นกันแต่เช้า”...

    ขณะที่มนต์ทิพย์กำลังวุ่นวายอยู่กับแม่และปีบในครัว เขมิกาแอบย่องขึ้นไปที่ห้องของว่าที่เจ้าสาว เปิดตู้แขวนชุดวิวาห์ หยิบทั้งชุดรดน้ำตอนเช้าและชุดราตรีฉลองสมรสเอาไปหย่อนทิ้งจากหน้าต่างห้อง...

    ทุกคนพร้อมหน้ากันที่โต๊ะอาหาร แต่เขมิกาหายตัวไป ปีบอาสาจะตามให้ แต่มนต์ทิพย์ยกมือห้ามไว้ ขอให้ปล่อยเป็นหน้าที่ตนไปตามเอง แฟรงค์รีบบอกว่าไม่ต้อง ไปห้องน้ำแค่นี้เดี๋ยวเธอก็มาเอง แล้วบอกให้พักบ้าง ถ้าพรุ่งนี้หน้าตาไม่สดใสไม่รู้ด้วย บุญสลักรีบประคองมนต์ทิพย์ให้ลงนั่งอย่างเดิม...

    คนที่มนต์ทิพย์ถามหากำลังก้มๆเงยๆอยู่ที่พุ่มไม้ในสวนแถวใต้หน้าต่างห้องนอนมนต์ทิพย์ พยายามแหวกหาชุดที่ตัวเองเอาทิ้งลงมาแต่หาไม่เจอ ดันเจอแมวดำตัวหนึ่งแทน ไล่ตะเพิดไปให้พ้น แต่มันกลับจ้องหน้า จังหวะนั้นสร้อยพระที่โฉมให้หลุดออกมานอกเสื้อ แมวดำตกใจโดดหายวับไปในความมืด เขมิกามัวแต่ดีใจที่เจอชุดวิวาห์ของมนต์ทิพย์ไม่ทันสังเกตเห็น

    อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ผีละอองคำยืนมองอยู่ด้วยสีหน้าพึงพอใจ แต่ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อวิญญาณเจ้านางปิ่นเมืองปรากฏตัวขึ้นถามว่าทำไมไม่จัดการเขมิกาที่กำลังจะทำลายงานแต่งงานหลานของเธอที่จะได้อยู่กับเจ้าพี่ราบฟ้าในชาติภพใหม่ เท่ากับทำลายความฝันของเธอด้วย

    “เรื่องของข้ากับหลาน ข้าจัดการเองได้ไม่ต้องมาสาระแนออกความเห็น เร่ร่อนเป็นผีไร้ญาติต่อไปเถอะ อีปิ่นเมือง” ด่าเสร็จผีละอองคำหายวับไป เจ้านางปิ่นเมืองถึงกับเต้นผ่างด้วยความโมโห

    “อวดดีตั้งแต่เป็นคนยันผีปอบ เชอะ ข้าจะคอยดู พรุ่งนี้เวลาที่นังมนต์ทิพย์มันไม่มีชุดแต่งงานสวมในพิธี มันจะเป็นอย่างใด”

    ooooooo

    มนต์ทิพย์กำลังตรวจดูความเรียบร้อยของข้าวของและสถานที่เป็นครั้งสุดท้ายตอนที่ปีบวิ่งกระหืดกระหอบลงมาบอกว่าชุดแต่งงานของเธอหายไป หาจนทั่วก็ไม่เห็น อัปสรพลอยใจคอไม่ดีไปด้วย

    “เอ๊ะ จะหายไปได้อย่างไร ทิพย์ไปดูซิลูก”

    “ไม่หายหรอกค่ะแม่ ทิพย์แขวนไว้กับมือ พี่ปีบคงจะตื่นเต้นแทนทิพย์จนหาของไม่เจอล่ะสิคะ เดี๋ยวทิพย์ไปดูเอง” มนต์ทิพย์ว่าแล้วเดินลิ่วขึ้นไปข้างบน จังหวะนั้น มีเสียงรถแล่นเข้ามาในบ้าน ปีบชะเง้อคอยาว

    “ข้างนอกเหมือนมีแขกมาค่ะคุณนาย” ปีบว่าแล้วเดินนำอัปสรออกไปต้อนรับแขก

    พรเทพมาถึงงานรดน้ำสังข์ก่อนแม่นมผ่องเล็กน้อย อัปสรดีใจมาก เท่ากับมีแขกผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายมาร่วมงาน ทำให้งานแต่งงานครั้งนี้สมบูรณ์ขึ้นมาทันที...

    ฝ่ายมนต์ทิพย์ค้นหาตู้เสื้อผ้าจนทั่วไม่พบชุดวิวาห์ที่เตรียมไว้ กลับเจอซิ่นไหมคำพร้อมกับเสื้อและเครื่อง ประดับวางอยู่ที่มุมหนึ่งของตู้ เธอหยิบขึ้นมาลูบคลำด้วยความดีใจ

    “ซิ่นไหมคำมาได้อย่างไร หรือว่าบุญสลักจะเซอร์ไพรส์เรา”

    ผีละอองคำยืนดูที่มุมหนึ่งของห้อง ด้วยความพอใจ...

    ในเวลาต่อมา บุญสลัก แฟรงค์และเขมิกาก็มาถึงงาน แฟรงค์เห็นพรเทพกับแม่นมผ่องนั่งเป็นประธานอยู่ในห้องโถงเข้าไปไหว้ทักทาย ขณะที่เจ้าบ่าวเข้าไปกราบท่านทั้งสอง แม่นมผ่องลูบหัวเขาน้ำตาคลอเบ้า

    “ขอบคุณมากครับนมผ่อง นมเลี้ยงผมมาก็เหมือนผมมีแม่มาร่วมงานด้วย”

    “ตาดีใจที่หลานเป็นคนกตัญญูรู้คุณคน ไม่ถือชั้นวรรณะ แบบนี้ทำให้ตามั่นใจว่าหลานมนต์ทิพย์จะมีชีวิตคู่ที่สมบูรณ์ที่สุด” พรเทพมองบุญสลักอย่างชื่นชม แต่ที่ทำให้เขาและอัปสรแปลกใจที่สุดก็เมื่อเขมิกาพาโฉมเข้ามาในงาน อัปสรตั้งสติได้รีบยกมือไหว้

    “เป็นบุญของหลานที่คุณอาให้เกียรติมาร่วมงานนี้ค่ะ หนูจะตามยัยทิพย์มากราบผู้ใหญ่ทุกท่านนะคะ”

    ครู่ต่อมา อัปสรเดินนำปีบเข้ามาในห้องนอนของลูก ตกตะลึงเมื่อเห็นมนต์ทิพย์แต่งชุดเจ้านางเมืองนายเต็มยศ ร้องเอะอะว่าไปเอาชุดนี้มาจากไหน

    “ชุดที่ทิพย์เตรียมไว้หายไปไหนก็ไม่ทราบค่ะ แต่มีชุดนี้มาแทน นี่แหละค่ะซิ่นไหมคำที่ทิพย์เล่าให้แม่ฟัง”

    “แล้วจะมาได้ยังไงกันล่ะคะ ไม่ใช่ว่า...” ปีบเห็นสายตาดุของอัปสรรีบหุบปากแทบไม่ทัน ทั้งที่หวั่นใจว่าอาจเป็นฝีมืออำนาจลึกลับ มนต์ทิพย์ตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเป็นฝีมือของบุญสลักแอบทำเซอร์ไพรส์ให้มากกว่า อัปสรมองไปรอบๆห้องสีหน้าหวาดหวั่น ขอร้องแม่ในใจว่าอย่ายุ่งกับลูกสาวของตนอีกเลย...

    ทุกคนในห้องจัดพิธีรดน้ำ ถึงกับตะลึงที่เห็น มนต์ทิพย์งดงามในชุดผ้าซิ่นไหมคำ มีเพียงเขมิกาเท่านั้นที่ผิดหวังเพราะแผนป่วนงานรดน้ำล้มไม่เป็นท่า บุญสลักอดถามมนต์ทิพย์ไม่ได้ว่าได้ชุดนี้มาอย่างไร เธอขอร้องอย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ เธอเองก็ยังงงๆเพราะคิดว่าเขาเซอร์ไพรส์เธอ บุญสลักยืนยันว่าไม่ใช่ฝีมือตนเอง

    “ถ้าไม่ใช่ ทิพย์คิดว่าเจ้าของผ้าผืนนี้คงต้องการให้ทิพย์ใส่ชุดนี้ค่ะ”

    อัปสรรีบเบนความสนใจของแขกเหรื่อ “ทิพย์ กราบคุณอาโฉมซะสิลูก”

    เขมิกามองภาพตรงหน้าไม่พอใจ โฉมรับไหว้มนต์ทิพย์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะขอตัวไปเดินเล่นหน้าบ้านระหว่างรอพระมาสวด อ้างว่าข้างนอกอากาศดีกว่าในนี้ แล้วลุกออกไป โดยมีเขมิกาเดินตาม...

    ทางด้านเขมิกาซักโฉมเป็นการใหญ่ทำไมมนต์ทิพย์ถึงได้มานับญาติกับท่าน หรือว่านังพวกบ้านปอบมีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกเรา ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆเธอคงจะรับไม่ได้

    “ย่ายังไม่ได้บอกว่าเป็นอะไรกับบ้านนี้ อย่าเพิ่งโวยวายไปสิ มันไม่งามเลยนะเขม ถ้าไม่อยากพ่ายแพ้พวกมันก็รักษากิริยาด้วย” โฉมว่าแล้วเดินกลับเข้าตัวบ้าน

    ooooooo

    พรเทพเรียกอัปสรมาซักว่าตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เธอเล่าว่าชุดแต่งงานของมนต์ทิพย์หายไปตอนไหนก็ไม่ทราบ แต่แล้วก็มีชุดนี้โผล่ขึ้นมาแทน ที่สำคัญเธอเชื่อว่าชุดนี้เป็นของละอองคำมาก่อน

    มนต์ทิพย์ไปเจอที่ร้านเสื้อแล้วชอบมาก แต่สู้ราคาไม่ไหว โฉมมาทันได้ยินพอดี

    “ฉันบอกเธอแล้วไงแม่อัปสร ว่านังละอองคำมันไม่ปล่อยเธอสองแม่ลูกแน่ แบบนี้เธอยังจะกล้าให้ลูกแต่งงานกับผู้ชายดีๆอย่างตาบุญสลักได้ลงคออีกหรือ ไม่กลัวจะเจอจุดจบเดียวกับพี่ฉัตรพ่อของแกหรือไง”

    พรเทพขอร้องให้โฉมหยุดพูดเรื่องนี้ได้แล้ว เหตุการณ์ผ่านมานานแล้ว อาจไม่มีอะไรก็ได้ โฉมกลับหาว่าเขาหลงละอองคำตั้งแต่หนุ่มยันแก่ อยู่ๆชุดบ้าบอนี่จะมาโผล่แทนชุดเจ้าสาวได้อย่างไร เธอเชื่อว่าต้องเป็นฝีมือนังปอบละอองคำแน่ๆ อัปสรถึงกับหน้าเสีย...

    แฟรงค์เห็นเขมิกาหายไปก็ออกมาตาม เห็นเธอยืนซึมอยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน เข้ามากระเซ้าว่าเพื่อนแต่งงานทั้งทีทำไมทำหน้าไม่สดชื่นแบบนั้น เธอแหวใส่ทันที ถ้าเขาอยากสดชื่นมีความสุขก็เชิญตามสบาย อย่ามายุ่งกับเธอ แฟรงค์จับมือเธอไว้ตัดพ้อว่ารู้ตัวไหม เธอเปลี่ยนไปตั้งแต่ได้เจอกับบุญสลัก

    “ทำไม...ชอบมันมากนักเหรอ เลยทำใจไม่ได้ที่มันแต่งงาน”

    “รู้ก็ดีแล้ว เขมจะได้ไม่ต้องอธิบาย” พูดจบเขมิกาสะบัดมือเขาออก

    “หักใจซะเถอะเขม เรารักกันไม่ใช่เหรอ ทำไมเขมเปลี่ยนใจง่ายอย่างนี้ล่ะ”

    เขมิกาไม่เคยบอกว่ารักเขาสักครั้ง อย่ามาทึกทักเข้าข้างตัวเองแบบนี้ แล้วเดินหนีไปหน้าตาเฉย ทิ้ง แฟรงค์ให้ยืนอกหักอยู่ตรงนั้น...

    พิธีรดน้ำสังข์เป็นไปอย่างราบรื่น จะมีสะดุดอยู่บ้างก็ตรงคำอวยพรของโฉมที่ดูจะแปร่งหูกว่าของแขกผู้ใหญ่ท่านอื่น โดยเฉพาะตอนที่รดน้ำสังข์ให้มนต์ทิพย์

    “ฉันเป็นน้องสาวของพี่ฉัตร คุณตาของเธอ ฉันขอเป็นตัวแทนทั้งพี่ฉัตรแล้วก็ย่าทวดซ่อนกลิ่น ขอให้ชีวิตคู่ของเธอกับพ่อบุญสลักอย่าได้มีเรื่องร้ายๆเหมือนอย่างชีวิตแต่งงานของพี่ฉัตรกับนังละอองคำ”

    มนต์ทิพย์ไม่อาจถามอะไรท่านได้เพราะติดพิธีรดน้ำสังข์อยู่ จำเป็นต้องเก็บความสงสัยนี้เอาไว้ จนกระทั่งเสร็จพิธีการตอนเช้าและแขกทุกคนกลับไปหมดแล้ว เธอจึงนำเรื่องนี้ไปถามแม่ว่ามีเรื่องอะไรเกี่ยวกับคุณตาฉัตรและคุณยายละอองคำที่เธอควรจะรู้หรือเปล่า อัปสรตกใจเธอไปเอาเรื่องนี้มาจากไหน

    “ย่าโฉมของคุณเขมบอกว่าท่านเป็นน้องสาวของคุณตาฉัตร ท่านบอกว่าขอให้ชีวิตคู่ของหนูอย่าต้องเจอเรื่องร้ายๆเหมือนชีวิตแต่งงานของคุณตาฉัตรกับคุณยายละอองคำ แม่คะ...”

    “ไม่มีอะไรหรอกลูก ทำใจให้สบายนะลูกนะ หนูยังต้องเตรียมตัวไปงานเลี้ยงที่โรงแรมอีกนี่จ๊ะ รีบอาบน้ำอาบท่า เดี๋ยวแม่ลงไปรอข้างล่างนะลูกนะ” ตัดบทเสร็จ อัปสรผลุนผลันออกไป

    ooooooo

    เขมิกายังคาใจเรื่องเป็นญาติกับมนต์ทิพย์ไม่หาย ในเมื่อคุณย่าไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟัง เธอก็เลยต้องขอร้องให้เกษมผู้เป็นพ่อเล่าให้ฟังแทนที่ เขากลับส่ายหน้าไม่รู้เรื่อง เท่าที่เขารู้ท่านมีพี่ชายอยู่หนึ่งคน ตายไปก่อนที่ท่านจะแต่งงาน เขมิกาถึงกับหน้าเครียด เกษมชักอยากจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

    “คุณย่าแก่มากแล้ว วันๆไม่ค่อยได้ไปไหน ถ้าตื่นเช้าเพื่อไปร่วมงานแต่งครั้งนี้ก็คงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้หรอกค่ะ ฮึ...เขมไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีญาติพี่น้องเป็นพวกผีปอบ” พูดจบเขมิกาเดินหน้าหงิกขึ้นข้างบน ทิ้งให้เกษมนั่งงงอยู่เพียงลำพัง...

    ในที่สุดเขมิกาก็ออดอ้อนจนโฉมยอมเปิดปากเล่าเรื่องที่ยายของมนต์ทิพย์ฆ่าฉัตร พี่ชายสุดที่รักของท่านและยังฆ่าซ่อนกลิ่นย่าทวดของเขมิกาอีกด้วย เขมิกาสรุปทันที ถ้าอย่างนั้นที่ผู้คนลือกันว่ายายของมนต์ทิพย์เป็นปอบก็เป็นเรื่องจริงใช่ไหม โฉมไม่อยากพูดถึง จึงโกหกไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า

    “รู้แต่ว่าพี่ชายของย่าต้องตายไป ย่าไม่มีวันให้อภัยมันหรอก” โฉมขบกรามแน่นด้วยความแค้น...

    พออัปสรรู้ว่ามนต์ทิพย์จะใส่ซิ่นไหมคำไปงานเลี้ยงฉลองสมรสคืนนี้ ก็เสนอจะหาชุดสวยๆชุดใหม่ให้ ท่านยังพอจะหาให้ได้ทัน เธอปฏิเสธว่าไม่ต้องการชุดอื่นจะใส่ชุดนี้ บุญสลักเข้ามาพอดี อัปสรจึงขอให้เขาช่วยกล่อมให้มนต์ทิพย์เปลี่ยนใจ เขากลับตามใจเธอ อยากจะใส่ชุดไหนเขาไม่ขัดข้อง ขอเพียงเธอสบายใจเป็นพอ อัปสรผิดหวังอย่างแรงที่ทำให้ลูกเปลี่ยนใจจากผ้าซิ่มไหมคำของละอองคำไม่ได้...

    ไม่ได้มีแต่อัปสรที่ผิดหวัง พักตร์พริ้งกับพวงคราม เองก็ผิดหวังที่ไม่สามารถขัดขวางพิธีรดน้ำสังข์ของบุญสลักและมนต์ทิพย์ได้ เพราะอยู่ๆก็มีชุดโบราณมาช่วยขัดตาทัพเอาไว้ แถมแม่นมผ่องยังชื่นชมอีกว่าผ้าซิ่นผืนนั้นงดงามมาก ราคาน่าจะหลายแสนบาท พักตร์พริ้งตวาดลั่นว่าไม่ต้องมาทำเสียงเป็นปลื้มขนาดนั้น

    “เป็นไปได้ไหมว่าคุณพรเทพจะจัดหาให้ เศรษฐีระดับนั้น จะเนรมิตอะไรก็ได้” พวงครามตั้งข้อสังเกต

    พักตร์พริ้งว่าหากเป็นแบบนี้เราสองคนคงต้องไปงานเลี้ยงฉลองสมรส จะได้ไปดูให้เห็นกับตาเลยว่าเป็นอย่างไร แม่นมผ่องดีใจแทนคุณหนูของตัวเองที่คุณแม่กับคุณอาจะไปร่วมงานด้วย...

    หลังได้รับคำยืนยันจากโฉมว่าคืนนี้จะไม่มีงานเลี้ยงฉลองเกิดขึ้น เขมิการีบโทร.บอกข่าวดีนี้ให้พักตร์พริ้งรับทราบ และกำชับอย่าให้ข่าวรั่วไหลถึงหูบุญสลักกับมนต์ทิพย์เด็ดขาด แล้ววางสายอย่างสบายอารมณ์ เด็กรับใช้เข้ามารายงานว่าช่างเสื้อเอาชุดที่จะใส่คืนนี้มาส่ง เธอจะลองเลยไหม

    “ไม่ต้องหรอก ฉันจะนอนพักสักหน่อย อีกชั่วโมงมาปลุกฉันด้วย” เขมิการอจนเด็กรับใช้ออกจากห้อง จึงเดินมานั่งที่เตียงดูสร้อยห้อยพระที่โฉมกำชับหนักหนาให้ใส่ติดตัวตลอด ก่อนจะถอดวางไว้ที่โต๊ะหัวเตียงแล้วล้มตัวลงนอนหลับตา พลันเธอรู้สึกเหมือนโดนผีอำจะลืมตาก็ลืมไม่ได้ ขยับตัวก็ไม่ได้เช่นกัน เจ้านางปิ่นเมืองปรากฏตัวขึ้นที่ปลายเตียง บอกเธอว่าไม่ต้องกลัว ตนจะช่วยเธอเองแล้วหายตัววับไป เขมิกาผวาตื่นขึ้น

    “ทำไมเหมือนเราเห็นจริงๆ เราไม่ได้ฝันแน่ๆเพิ่งล้มตัวลงนอนเมื่อครู่นี้เอง...ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร แต่ฉันไม่กลัวคุณหรอกนะถ้าจะช่วยให้ฉันสมหวัง จะให้ทำอะไรก็บอกมาเลย”...

    ขณะที่พวงครามกำลังเลือกเครื่องเพชรสำหรับใส่ไปงานฉลองสมรสของลูกชายตัวเอง พักตร์พริ้งวิ่งหน้าตั้งเข้ามาบอกว่าไม่ต้องไปงานแล้ว เขมิกามีแผนป่วนงานสำรองไว้แล้ว อยู่คอยสมน้ำหน้าพวกมันที่นี่ดีกว่า

    ooooooo

    โฉมไม่ต้องการเห็นลูกหลานของละอองคำมีความสุข จึงส่งคนของตัวเองในคราบพนักงานโรงแรมซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงฉลองสมรสของบุญสลักกับมนต์ทิพย์ เข้าไปจุดไฟเผาผ้าม่านบนเวทีในห้องจัดเลี้ยง โชคยังดีที่พนักงานคนอื่นๆช่วยกันดับไว้ทัน แต่เวทีถูกเพลิงเผาเสียหายเกือบหมด

    มนต์ทิพย์มาเห็นสภาพห้องจัดเลี้ยงที่พังพินาศถึงกับเข่าอ่อนเป็นลมล้มพับ บุญสลักประคองเอาไว้ทัน ทั้งอัปสร พรเทพ แม่นมผ่องรวมทั้งแฟรงค์ต่างพูดอะไรไม่ออก ขณะที่เขมิกาแอบยิ้มสะใจ

    อีกด้านหนึ่งแถวลานจอดรถของโรงแรม มือวางเพลิงตรงไปยังรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองที่จอดแอบๆเอาไว้ รีบสตาร์ตรถเตรียมหนี แต่ถูกผีละอองคำใช้เล็บยาวน่าเกลียดจ้วงแทงท้องดึงไส้ออกมากินเสียก่อน...

    ด้วยความช่วยเหลือของพรเทพซึ่งเป็นหุ้นส่วนของโรงแรมแห่งนี้ ทำให้งานเลี้ยงฉลองยังคงดำเนินต่อไปได้ โดยย้ายสถานที่ไปจัดในสวนของโรงแรม แม้จะเป็นงานเล็กๆมีแขกเพียงไม่กี่คน แต่บรรยากาศอบอวลไปด้วยความรัก เขมิกาต้องใช้เหล้าดับความริษยาที่เห็นงานฉลองยังเดินหน้าจัดงานได้ทั้งที่เธอกับพวกพยายามทำทุกทางเพื่อล้มงาน แฟรงค์เห็นเธอเริ่มเมา เข้ามาขอร้องให้หยุดดื่มได้แล้ว

    “เรื่องของเขมอย่ามายุ่ง” ตวาดเสร็จ เขมิกาเดินหนี วิญญาณเจ้านางปิ่นเมืองจับตามองอยู่ยิ้มพอใจ

    “เจ้าช่างเหมาะจะเป็นตัวแทนของข้า อีมนต์ทิพย์จะต้องชอกช้ำ อกไหม้ไส้ขมไปจนตายเหมือนอีละอองคำยายของมัน”...

    ด้วยความแค้นที่มีต่อละอองคำ ทำให้เจ้านางปิ่นเมือง ใช้อิทธิฤทธิ์ทำให้เกิดลมพายุพัดกระหนำใส่งานเลี้ยง โต๊ะเก้าอี้งานปลิวว่อน แขกเหรื่อพากันหนีตายจ้าละหวั่น อัปสรเข้าใจว่าเป็นฝีมือของแม่ ชะเง้อคอมองหาลูกด้วยความเป็นห่วง เห็นกำลังหลบพายุอยู่กับบุญสลักรีบวิ่งไปหา เจ้านางปิ่นเมืองเห็นบุญสลักโอบกอดมนต์ทิพย์ไว้อย่างรักใคร่หวงแหน บันดาลให้พายุพัดใส่ทั้งคู่กระเด็นไปคนละทาง

    ผีละอองคำรู้ว่าเจ้านางปิ่นเมืองอยู่เบื้องหลังความวุ่นวายครั้งนี้ จะเข้าไปเอาเรื่อง แต่ผีเจ้าห้ามไว้

    “เดี๋ยวก่อน...อีปิ่นเมืองมันคงไม่รู้ตัวว่ากำลังช่วยให้เจ้าไปผุดไปเกิดได้เร็วขึ้น” ผีเจ้าเห็นผีละอองคำหน้างุนงง รีบอธิบาย “ในเมื่ออีปิ่นเมืองมันเป็นนางปิศาจร้าย เจ้าก็จงเป็นนางฟ้าผู้แสนดี คอยปกป้องนังมนต์ทิพย์หลานรักของเจ้าสิ ไม่นานหรอก อีละอองคำเหย นังมนต์ทิพย์ก็จะยอมรับเลี้ยงผีด้วยความเต็มใจ”...

    เจ้านางปิ่นเมืองส่งเสียงบอกเขมิกาที่กำลังหลบพายุว่าให้กลับไปที่รถของเธอ แม้จะไม่เห็นเจ้าของเสียง แต่เธอก็ทำตาม จากนั้นเจ้านางตัวแสบสะกดจิตบุญสลักให้ตามเขมิกาไปที่รถ

    อีกมุมหนึ่งของสวน ผีละอองคำปรากฏตัวขึ้นตรงหน้ามนต์ทิพย์ที่ตกใจผงะถอยหลัง โทษว่าเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับเธอซ้ำซากเป็นเพราะแม่ของเธออกตัญญูต่อตน

    “รับเลี้ยงผีของยายสิ มนต์ทิพย์ ผีของยายช่วยเจ้าได้ ยายจะแสดงให้เจ้าดู ผีของยายมีอำนาจที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้” ผีละอองคำว่าแล้วโบกมือไล่พายุ ทันใดนั้น ลมที่พัดกระโชกก็เปลี่ยนทิศย้อนกลับ

    มนต์ทิพย์ถึงกับตะลึง พอหันมองผีละอองคำอีกที ไม่เห็นอยู่ตรงนั้นแล้ว อัปสรวิ่งมากอดลูกไว้ด้วยความเป็นห่วง เธอได้แต่กอดตอบ แต่ไม่กล้าเล่าเรื่องยายมาหาเมื่อครู่นี้ให้ฟัง...

    ผีละอองคำปรากฏตัวขึ้น ไล่ตะเพิดเจ้านางปิ่นเมืองไปให้พ้นจากหลานของตน เธอประกาศลั่นว่า สายเลือดของละอองคำจะไม่มีวันมีความสุข ผีเจ้าหมั่นไส้ แค่สะบัดมือครั้งเดียวเจ้านางปิ่นเมืองถึงกับกระเด็น ขนาดถูกรุมเธอยังไม่วายปากดี ขู่จะทำให้ชีวิตมนต์ทิพย์ต้องย่อยยับ ก่อนจะหายตัวไป ผีละอองคำยืนตะลึงอยู่อึดใจ แล้วหายตัวไปเช่นกัน...

    ฝ่ายบุญสลักมาถึงรถของเขมิกาที่จอดอยู่อย่างงงๆ ไม่เข้าใจทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ ทำท่าจะกลับไปที่งานเลี้ยง เขมิกาฉุดแขนไว้ ชวนให้ไปจากที่นี่ด้วยกัน เขาไปไม่ได้ด้วย จะกลับไปหามนต์ทิพย์ กลับไปงานแต่งงานของตัวเอง พลันเจ้านางปิ่นเมืองปรากฏตัวขึ้นร่ายมนต์สะกดจิตให้เขาไปกับเขมิกา

    ooooooo

    ระหว่างนั่งรถมากับบุญสลัก เขมิกาเข้ามากระแซะซบหน้ากับอกเขาตลอด จังหวะหนึ่งพระเครื่องที่ห้อยคออยู่หลุดออกมาจากเสื้อ ทำให้มนต์สะกดของเจ้านางปิ่นเมืองคลายลง บุญสลักได้สติ ก็ตกใจที่เห็นตัวเองกำลังขับรถอยู่รีบเบนรถจอดข้างทางทำท่าจะลงจากรถ

    “บุญสลักอย่าเพิ่งไป” เขมิกาฉุดรั้งเขาไว้สุดฤทธิ์ แถมพยายามกอดจูบอีกด้วย

    เขาขอร้องอย่าทำแบบนี้เขาแต่งงานแล้ว แต่เธอไม่ฟัง สารภาพว่ารักเขาหมดหัวใจไม่สนว่าเขาจะแต่งงานแล้วหรือไม่ขอแค่เขารับรู้ว่าเธอรักเขาก็พอ บุญสลักผลักเธอออกห่าง แล้ววิ่งข้ามถนนไปอีกฝั่งเพื่อจะเรียกแท็กซี่กลับโรงแรม เขมิกางัดไม้ตายมาใช้ วิ่งไปยืนกลางถนน ขู่ถ้าเขาไม่ไปด้วยกัน เธอจะยืนให้รถชนตาย เขาจึงต้องยอมทำตามที่เธอต้องการ...

    ทางด้านมนต์ทิพย์เสียใจที่งานเลี้ยงฉลองสมรสของตัวเองต้องพังป่นปี้เป็นครั้งที่สอง และที่ทำให้แค้นหนักก็ตรงที่เจ้าบ่าวของเธอหนีหายไปกับเขมิกา โทร.ติดต่อก็ไม่ได้เนื่องจากเขาทำมือถือตกอยู่สนามบริเวณจัดงาน แฟรงค์ตัดสินใจโทร.หาเขมิกาแทนที่ ยัยตัวแสบนั่งอยู่ในรถกับบุญสลักเห็นเบอร์โชว์หน้าจอเป็นของแฟรงค์ ปิดเครื่องทันที แล้วโกหกว่าคุณย่าโฉมโทร.มา คงเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ

    “ดี ถึงบ้านคุณแล้ว ผมจะได้รีบกลับ” บุญสลักว่าแล้วเร่งเครื่องรถเพื่อให้ถึงที่หมายเร็วขึ้น...

    ฝ่ายแฟรงค์หัวเสียที่เขมิกาไม่ยอมรับสาย ขอตัวไปตามเธอด้วยตัวเองจะได้รู้เรื่องกันไปเลย พรเทพเป็นกังวลกับเรื่องที่เกิดขึ้น รีบโทร.ถามโฉมว่าเขมิกาถึงบ้านหรือยัง เธอยิ้มสะใจก่อนจะบอกว่ายังไม่กลับ แล้วทำเป็นถามว่าเกิดอะไรขึ้น พรเทพเล่าเหตุการณ์ที่พายุพัดกระหน่ำจนงานเลี้ยงต้องล้มเลิกให้ฟัง

    “โฉมเห็นข่าวเหมือนกัน น่าแปลกเกิดเฉพาะที่โรงแรมแห่งนั้นที่เดียว อาเพศแบบนี้คนเขาก็คงพูดกันไปทั้งเมืองแล้วล่ะค่ะ ยังงี้แล้วยังจะฝืนแต่งกันต่อไปอีกเหรอคะ แล้วโทร.มาหาโฉมทำไมคะเนี่ย”

    “มีคนเห็นบุญสลักหายไปกับหลานสาวของคุณ ถ้าบุญสลักไปที่บ้าน ช่วยบอกให้เขารีบกลับมาด้วย”

    “โฉมแก่มากแล้ว นอนดึกไม่ได้ ไม่รับปากหรอกนะคะ” โฉมวางสายสีหน้าสะใจ...

    ที่มุมหนึ่งในสวนไม่ห่างจากสถานที่จัดงาน ผีละอองคำเผชิญหน้ากับวิญญาณของเจ้านางปิ่นเมือง ทั้งสองคนมีปากเสียงกัน ผีละอองคำหมั่นไส้ตรงเข้าบีบคอเพื่อสั่งสอนให้อีกฝ่ายรู้สำนึกที่ชอบสาระแนมายุ่งเรื่องของหลานตน แล้วผลักเธอไปชนกับต้นไม้ การทะเลาะกันครั้งนี้ทำให้เกิดพายุพัดแค่บริเวณนั้น สร้างความตื่นตะลึงให้แขกเหรื่อที่มาในงาน ผู้คนเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ไป
    ต่างๆนานา พรเทพเห็นท่าไม่ดี พยายามเคลียร์แขกให้ออกจากตรงนั้น อัปสรเห็นมนต์ทิพย์เดินร้องไห้หนีไปอีกทางหนึ่ง รีบตามไปดู

    ไม่ได้มีแต่ผีละอองคำที่เล่นงานเจ้านางปิ่นเมือง ผีเจ้ายังช่วยรุมทำร้ายเธออีกด้วย เธอแค้นใจมาก

    “อีเนรคุณ อย่าหวังว่าเจ้าจะสมหวัง ข้าจะฆ่าอีมนต์-ทิพย์เสีย เจ้าจะได้ไม่ต้องมีทายาทต่อไป กลายเป็นผีเร่ร่อนชั่วกัปชั่วกัลป์”...

    อัปสรเห็นมนต์ทิพย์เดินเข้าห้องน้ำโดยมีผีละอองคำ ตามติด ก็ตกใจเร่งฝีเท้าตาม แต่เข้าไม่ได้ประตูห้องน้ำล็อก ทุบเรียกให้ลูกเปิดรับ แต่ก็เงียบ เธอใจคอไม่ดี ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ ทั้งพรเทพ ปีบและแม่นมผ่องกับพนักงานของโรงแรมวิ่งมาดูด้วยความตกใจ พรเทพต้องไล่พวกพนักงานไปทำหน้าที่ของ

    ตัวเองแล้วหันไปถามอัปสรว่าเกิดอะไรขึ้น เธอได้แต่คร่ำครวญให้ช่วยมนต์ทิพย์ที่อยู่ในห้องน้ำด้วย

    “ปีบเข้าไปดูให้เองค่ะ” ปีบว่าแล้วเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปอย่างง่ายดาย เห็นประตูห้องปลดทุกข์ห้องหนึ่งปิดอยู่ ร้องถามว่าคุณทิพย์อยู่ในนั้นหรือเปล่า มนต์ทิพย์ตะโกนตอบว่าอยู่ แล้วบอกให้เธอไปรอข้างนอก ผีละอองคำ รอจนปลอดคน จับมือมนต์ทิพย์มากุมไว้

    “เห็นไหมว่าพวกมันคิดร้ายต่อหลานของยายกันทุกคน มันไม่อยากเห็นหลานมีความสุข แต่ไม่มีใครทำ อะไรหลานได้หรอกเพราะยายคอยช่วยอยู่ จำไว้ ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น จงนึกถึงยายแล้วยายจะช่วยเจ้า”

    ooooooo

    บุญสลักขับรถเข้าไปจอดในบ้านโฉมแล้วเดินลิ่วไปที่ประตูรั้ว เขมิกาไม่ยอมให้กลับโผกอดเขาไว้ พร่ำพรรณนาว่ารักเขามากมายแค่ไหน เขาย้ำเตือนว่าเขาแต่งงานแล้ว และที่สำคัญแฟรงค์รักเธอมาก แต่เธอไม่สนใจกอดรัดฟัดเหวี่ยงจนล้มลงกับพื้นสนามด้วยกัน สร้อยห้อยพระที่โฉมให้ขาดตกพื้นแต่เธอไม่เห็น

    “ทำแบบนี้ไม่อายบ้างหรือไง ฮึคุณเขม” บุญสลักต่อว่าอย่างเหลืออด

    “ไม่อาย เขมรักคุณ เขมจะต้องอายทำไม” เขมิกาพูดจบปลุกปล้ำเขาต่อไป บุญสลักทนไม่ไหวผลักเธอออกเป็นจังหวะเดียวกับแฟรงค์ขับรถเข้ามาในบ้าน แสงไฟจากหน้ารถส่องให้เห็นทั้งคู่ที่นอนหอบอยู่บนสนามหญ้า โฉมซึ่งยืนดูอยู่นานแล้วเห็นท่าไม่ดี ตะโกนเรียกทุกคนเข้าบ้านก่อน บุญสลักไหว้โฉมเสร็จ ขอยืมกุญแจรถจากแฟรงค์จะกลับไปที่โรงแรม แล้วจ้ำพรวดๆขึ้นรถจะขับออกมา เขมิกาขวางหน้ารถไว้

    แฟรงค์พยายามกล่อมเขมิกาหลีกทางให้บุญสลักกลับไปหามนต์ทิพย์ แต่เธอไม่ยอมหลบ เขาก็เลยจับเธอเหวี่ยงล้มลงไปที่สนาม เปิดทางให้บุญสลักเอารถออกไปจนได้ เขมิกาจะตาม แฟรงค์คว้าตัวไว้

    “เข้าบ้านเขมิกา เข้าบ้าน ผมไม่ยอมให้คุณไป ไม่ทุเรศตัวเองบ้างหรือที่คิดแย่งสามีคนอื่นน่ะ”

    เขมิกาโกรธจัดสะบัดมือเขาหลุดแล้วตบเขาหน้าหัน ไล่ตะเพิดไปให้พ้นจากชีวิตของเธอ แล้ววิ่งหนีเข้าบ้าน ทั้งเสียใจและผิดหวังที่ไม่ได้ตัวบุญสลัก โฉมต้องเข้ามาปลอบ

    “อย่าเสียใจไปเลยเขม สงครามเพิ่งจะเริ่มเท่านั้น ย่าจะช่วยให้เขมสมหวังให้ได้”

    วิญญาณของเจ้านางปิ่นเมืองที่มองอยู่นอกหน้าต่างยิ้มพอใจ “เจ้าสองคนนี่แหละที่จะช่วยข้าเอาชนะอีละออง-คำได้”...

    ทางด้านแม่นมผ่องกลับถึงบ้านพวงครามยังไม่ทันจะหย่อนก้นลงนั่งก็ถูกพักตร์พริ้งเข้ามาซักถามว่าเกิดอะไรขึ้นที่งานเลี้ยง สั่งให้เธอเล่ามาให้ละเอียด ห้ามตกหล่นเด็ดขาด...

    ณ บ้านของอัปสร ขณะที่มนต์ทิพย์รอให้บุญสลักกลับมาหาอยู่นานสองนานจนท้อใจ ขยับจะขึ้นห้อง เขาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาขอโทษที่หายตัวไป อ้างมีเหตุจำเป็นจริงๆ

    “จำเป็นมากทั้งๆที่งานแต่งงานของเราเกิดเรื่องวุ่นวายจนทิพย์แทบเอาชีวิตไม่รอดงั้นหรือคะ” ตัดพ้อจบ มนต์ทิพย์เดินหนีขึ้นห้อง บุญสลักยืนยันกับอัปสรว่ามันเป็นเรื่องสุดวิสัยจริงๆ เธอปลอบว่าไม่ต้องเป็นกังวลไป เดี๋ยวเธอจะคุยกับมนต์ทิพย์ให้เอง จากนั้นไม่นาน อัปสรกล่อมจนมนต์ทิพย์ใจอ่อนและปรับความเข้าใจกับบุญสลักได้ในที่สุด ทำให้ทั้งปีบและอัปสรต่างดีใจที่ลงเอยกันด้วยดี

    ครู่ต่อมา อัปสรกลับเข้าห้องตัวเองด้วยความ

    เหน็ดเหนื่อย แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นผีละอองคำนั่งรอท่าอยู่ เธอข่มความกลัว ก่อนจะต่อว่าแม่ทั้งเรื่องผ้าซิ่นไหมคำ เรื่องไฟไหม้ห้องจัดเลี้ยง รวมทั้งเรื่องพายุ ขอร้องท่านอย่ายุ่งกับมนต์ทิพย์อีกเลย ผีละอองคำรับปากจะไม่ยุ่งหากเธอยอมรับผีของตนไปเลี้ยง อัปสรยืนยันคำเดิม ถึงตาย ก็ไม่ยอมรับ ผีละอองคำโกรธที่เธออวดดี

    “รู้ไหมว่าทั้งผีทั้งคนกำลังจ้องทำร้ายนังมนต์ทิพย์อยู่ ฮึ อีลูกอกตัญญู ถ้าไม่ได้ผีข้าช่วย ป่านนี้ทั้งเจ้าทั้งนังมนต์ทิพย์คงตายไปแล้ว สำนึกบ้างไหมว่าผีของข้ามีบุญคุณกับเจ้าสองคนมากเพียงใด” ผีละอองคำทั้งโกรธทั้งน้อยใจปนกัน เดินหายวับเข้าไปในผนังห้อง อัปสรยังงงไม่หาย ถ้าไม่ใช่ฝีมือแม่แล้วเป็นใครที่จ้องทำร้ายตนเองกับลูก รีบพนมมืออธิษฐานขอให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองมนต์ทิพย์ให้พ้นจากสิ่งชั่วร้าย...

    ในเวลาเดียวกัน วิญญาณของเจ้านางปิ่นเมืองปรากฏตัวให้เขมิกาเห็น บอกว่าจะช่วยให้เธอสมหวังในความรัก แล้วค่อยๆเลือนหายไป เขมิกาลุกพรวดขึ้นนั่ง มองไปรอบๆห้องอย่างประหวั่นพรั่นพรึง

    ooooooo

    เช้าหวานชื่นของคู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามันกลายเป็นขมปี๋เมื่อเขมิกาบุกมาโวยวายว่าเมื่อคืนบุญสลักพาตนเข้าโรงแรมม่านรูด เล่าทั้งน้ำตาว่าพยายามขัดขืนแล้วแต่สู้แรงเขาไม่ได้จึงต้องตกเป็นของเขา

    “บุญสลักบอกเขมว่าจะรับผิดชอบทุกอย่าง แล้วก็พาเขมไปส่งบ้าน และยังพยายามจะปลุกปล้ำเขมอีก พอดีแฟรงค์เข้ามาเห็น ไม่เชื่อถามแฟรงค์ดูก็ได้” ทิ้งระเบิดใส่คู่สามีภรรยาหมาดๆเสร็จ เขมิกากลับไป

    บุญสลักปฏิเสธเสียงหนักแน่นว่าไม่ได้ทำอย่างที่เขมิกากล่าวหา ขอให้มนต์ทิพย์คิดทบทวนดูอีกที ตั้งแต่คบหากันมาเป็นสิบปี เธอก็รู้ว่าเขาไม่ได้เป็นคนแบบนั้น เขายอมรับว่าเมื่อคืนหายออกไปกับเขมิกา แต่เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ มนต์ทิพย์ไม่เข้าใจ ถ้าเขาไม่ได้ทำอย่างที่ถูกกล่าวหาแล้วเขมิกาจะทำแบบนี้เพื่ออะไร

    “เธอสารภาพว่าหลงรักผมตั้งแต่เจอกันครั้งแรก”

    “ทั้งๆที่คุณมีฉันและเขมิกาก็คบกับแฟรงค์อยู่งั้นหรือคะ” มนต์ทิพย์ว่าแล้วเดินหนีขึ้นห้อง บุญสลักตามมาจะขอคุยกันให้รู้เรื่อง แต่เข้าห้องไม่ได้ เธอล็อกประตู...

    ทางด้านเขมิกาหมายมั่นปั้นมือจะต้องเอาบุญสลักมาเป็นของตัวให้ได้ หลังออกจากบ้านมนต์ทิพย์ เธอก็นำเรื่องนี้ไปฟ้องพวงครามกับพักตร์พริ้งซึ่งอยากได้เธอเป็นสะใภ้อยู่แล้ว จึงเชื่อหมดใจว่าเป็นเรื่องจริง หนำซ้ำจะให้เขาหย่ากับเมียแล้วมาแต่งงานกับเขมิกา...

    บุญสลักยังคงนั่งรออยู่หน้าห้องเพื่อให้มนต์ทิพย์ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องตั้งแต่เช้ายันบ่าย แต่เธอใจแข็งไม่ยอมคุยด้วย เอาแต่นั่งร้องไห้อยู่บนเตียงในห้องนอน แล้วตัดสินใจพนมมือมองไปรอบๆห้อง

    “ยาย ช่วยทิพย์ด้วย”...

    เขมิการ้ายกาจเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด โกหกทุกคนไม่พอยังโกหกย่าตัวเองว่าถูกบุญสลักข่มขืนและที่ท่านเห็นเธอทะเลาะกับเขาที่หน้าบ้านเมื่อคืนก็เพราะเขาไม่ยอมรับผิดชอบ โฉมรับปากจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง แล้วเหลือบเห็นสร้อยพระเครื่องที่ให้เธอคล้องคอหายไป ร้องทักว่าหายไปไหน เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันหายไปได้อย่างไร จังหวะนั้นแฟรงค์เข้ามาไหว้สวัสดีโฉม แล้วชวนเขมิกาไปกินข้าวข้างนอกเพื่อคุยธุระด้วยกันเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะคนรัก ก่อนที่เธอจะแต่งงานกับผู้ชายอื่น

    “ถ้าเป็นอย่างที่คุณพูด ย่าก็เห็นว่าดีจะได้จบๆ กันไป มีอะไรก็พูดให้เด็ดขาดไปเลย”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 09:29 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์