ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มนต์จันทรา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

บ่อนของดิตถ์ทำเงินไม่ดีจนแทบจะเจ๊ง เขากำลังหงุดหงิด ลูกน้องมารายงานว่า คนของโศภีเล่าว่า ษมายอมให้นกข่าวสยามสารสัมภาษณ์ จึงมายุยงโศภีถึงบ้าน อย่าให้ษมาทำอย่างนั้นโศภีเสียหน้า เย้ยหยันให้ดิตถ์กลับไปดูแลกิจการตัวเองให้ดีเสียก่อน ดูถูกว่าเป็นเศรษฐีเงินหมุน

“ผมไม่ได้มาทะเลาะกับคุณนะ ผมมาเจรจา คุณต้องการไอ้ษมา ส่วนผมต้องการเส้นสายทำธุรกิจ แล้วทำไมเราไม่มาร่วมมือกันล่ะ”

“ฉันมีปัญญาจัดการของฉันเองได้ ไม่ต้องการหุ้นส่วน”

“ษมามันฉลาด ไม่ง่ายอย่างท่ีคุณคิดหรอก อยากฝันลมๆแล้งๆจนแห้งตายก็ตามใจคุณ”

โศภีโกรธไล่ตะเพิดดิตถ์ แค้นใจเพราะรู้ดีว่าษมาไม่เปิดทางให้ตนกลับมาเป็นคนรักอีก

วันต่อมา พิพัชเอาเรือมารับสาระวารี เธอเลียบเคียงถามเรื่องบ่อน เขานิ่งเฉย เธอยั่วว่าทำหน้าดุขนาดนี้พอบ่อนเปิด ษมาไม่ควรส่งเขามาต้อนรับลูกค้าเพราะลูกค้าเผ่นกลับบ้านหมดแน่

“ผมเป็นเลขาฯส่วนตัวของคุณษมา ไม่ใช่ไกด์ เข้าใจให้ถูกต้องซะด้วย”

สาระวารีรู้ว่าพิพัชไม่ชอบขี้หน้าตนเท่าไหร่ ยิ่งแกล้วยั่วอารมณ์มาตลอดทาง จนถึงฝั่ง เขาไม่ช่วยเหลือเธอลงจากเรือ เธอแกล้งโวย “แมนมาก ไม่ถีบฉันตกน้ำเลยล่ะ”

ลำแพงเดินมาต้อนรับด้วยใบหน้านิ่งเฉย พิพัชแนะนำว่าลำแพงเป็นแม่บ้านท่ีนี่ และอีกคนคือแลงน้องชายของเธอ สาระวารีมองบริเวณบ้านษมาด้วยความทึ่ง

“บ้านนายคุณนี่สวยมากนะ มีกองละครมาใช้สถานที่บ้างหรือยังคะเนี่ย”

“คุณษมาชอบอยู่เงียบๆรักความเป็นส่วนตัว ผมคิดว่าคุณษมาคงไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเข้ามาเปิดการแสดงให้วุ่นวายหรอก แค่นักข่าวหลงเข้ามาคนเดียวก็วุ่นวายมากพอแล้ว” พิพัชโต้

สาระวารียังซักถามว่าเกาะที่จะสร้างบ่อน มองเห็นจากที่นี่ไหม พิพัชชี้ให้ดูเกาะที่เป็นรูปเกือกม้าไกลลิบ หญิงสาวยกกล้องจะถ่ายภาพ ลำแพงขัดขึ้นว่า ษมาคงไม่พอใจที่ต้องรอนาน สาระวารีชะงัก บ่นอุบว่าเกาะนี้มีแต่ผีดิบ พิพัชได้ยิน หันมาเตือนว่า ลำแพงเป็นคนที่ษมาไว้ใจ เธอไม่มาล้วงตับกินกลางดึกแน่ ไม่ต้องกลัว หญิงสาวค้อนขวับ นึกได้ ล้วงหยิบใบอนุโมทนาบุญส่งให้ บอกว่าเงินที่ให้ตอนรถชน ตนเอาไปทำบุญหมด แนะนำให้เขาเอาใบนี้ไปลดหย่อนภาษี พิพัชถอนใจข่มอารมณ์ที่สาวผู้นี้แสบไม่เบา

สาระวารีก้าวเข้ามาในห้องรับแขก ษมายืนรอต้อนรับ เขาถามว่าเธอเอาเสื้อผ้ามามากพอหรือเปล่า จะได้ให้ลำแพงจัดเพิ่ม หญิงสาวงงเข้าใจว่าตนมาแค่คืนเดียว

“เมื่อคืนที่งานเลี้ยง ผมบอกให้คุณเตรียมตัวมาค้างคืน แต่ไม่ได้บอกว่ากี่คืน”

สาระวารีโวยทำไมไม่บอก ษมากวนก็เธอไม่ได้ถาม หญิงสาวข่มอารมณ์สรุปต้องการให้ตนอยู่กี่คืน เขายักไหล่ตอบ นานเท่าที่เธอจะเก็บข้อมูลได้ละเอียดและถูกต้อง

“งั้นก็คงคืนเดียว เพราะฉันจะสัมภาษณ์คุณวันนี้ พรุ่งนี้ถ่ายภาพสถานที่ที่คุณจะสร้างเท่านี้ก็เสร็จแล้ว”

ษมาเล่นลิ้นว่าไม่แน่ สาระวารีสวนทันควันว่าทำไม

“คุณอยู่บนเกาะในหน้ามรสุม พายุกำลังมา เราคงไปไหนไม่ได้อย่างน้อยหนึ่งถึงสองวัน”

หญิงสาวไม่เชื่อเพราะเห็นทะเลสงบดี ษมาเล่าว่าจากประสบการณ์ท้องฟ้าจะนิ่งก่อนมีพายุ แต่ถึงถ้าไม่มีพายุเธอจะอยู่กี่คืนก็ได้ สาระวารียืนยันว่าจะอยู่คืนเดียว พรุ่งนี้กลับ

“อย่าเพิ่งมั่นใจนักเลย เขาว่าสิ่งที่แน่นอนคือความไม่แน่นอนไม่ใช่หรือ...คุณเดินทางมาไกล ขึ้นไปพักผ่อนก่อนเถอะ”

“ฉันไม่เหนื่อย ถ้าคุณไม่รังเกียจฉันจะขอสัมภาษณ์คุณเดี๋ยวนี้เลย”

“ผมไม่รังเกียจ แต่ไม่ใช่เวลานี้ คุณขึ้นไปอาบน้ำพักผ่อนให้สบายก่อนค่อยมาคุยกัน”

สาระวารีชักโมโหคิดว่าเขากำลังถ่วงเวลา เขาชี้แจงอยากให้สบายตัวเพราะหน้าตาเธอแดงจากการนั่งเรือโต้ลม ผมก็มีแต่กลิ่นเค็ม หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่าถูกตำหนิมีกลิ่นตัว จึงค้อนขวับตามลำแพงขึ้นห้อง ลำแพงกำชับให้ลงไปทานอาหารเย็นทุ่มตรง สาระวารีรับคำแล้วถามหาเป้

“อยู่ในตู้เรียบร้อยแล้ว ของใช้จำเป็นฉันก็เตรียมให้คุณพร้อมแล้วเช่นกัน ถ้าคุณต้องการอะไรอีก กดอิน– เตอร์คอมที่โต๊ะหัวเตียงของคุณ หมายเลขศูนย์ใช้สำหรับเรียกคนมาทำความสะอาดหรือเรียกใช้ตามต้องการ ส่วนหมายเลขหนึ่ง ต่อตรงไปที่ห้องคุณพิพัช”

“แล้วห้องคุณษมาล่ะคะ เบอร์อะไร”

“คุณษมาไม่ใช่ผู้ที่จะถูกเรียกใช้ในบ้านหลังนี้”

ลำแพงตาวาวแต่สีหน้านิ่งเหมือนผีดิบ

สาระวารียักไหล่สรุปว่าไม่มีเบอร์ แล้วถามถ้าตนอยากโทร.ไปกรุงเทพฯจะใช้โทรศัพท์ได้หรือไม่ เพราะสัญญาณที่นี่ไม่ดีเลย ลำแพงตอบว่าได้แต่มีการบันทึกเทปไว้ทุกสาย

“โอ้โห ถึงขนาดดักฟังกันเลยเหรอคะ”

“แต่คุณไม่ต้องห่วงนะคะ ที่นี่มีกฎไม่ละลาบละล้วงความเป็นส่วนตัวของใคร นอกจากความเป็นส่วนตัวนั้น จะคุกคามหรือไม่หวังดีกับคุณษมาและคนของที่นี่”

สาระวารีบ่นอุบนี่หรือไม่ละลาบละล้วง ลำแพงเตือนอีกเรื่อง ถ้าอยากออกไปเดินเล่นรอบเกาะให้เรียกพิพัชหรือคนอื่นไปด้วย สาระวารีติงที่นี่เป็นเกาะส่วนตัวหรือโรงเรียนดัดสันดานกันแน่ ลำแพงหน้านิ่งไร้อารมณ์ไม่ตอบ กลับออกไป

ooooooo

หลังอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย สาระวารีย่องออกจากห้องหวังจะไปเดินสำรวจรอบบ้าน เจอแมวลายตัวอ้วนนอนขวางบันได เธอไล่มันชิ่วๆแมวทำหน้ายักษ์ใส่ร้องเหมียวๆลั่น

“เฮ้ย! จะร้องทำไม เงียบนะ เดี๋ยวจับตอนซะหรอก เจ้าหง่าวอ้วน”

ขาดคำ เสียงษมาดังขึ้น “จะย่องไปไหนเหรอวารี”

หญิงสาวสะดุ้งเห็นษมายืนอยู่ตีนบันได “ที่แท้ร้องบอกเจ้าของนี่เอง มีทั้งบอดี้การ์ดหน้าโหด แม่บ้านผีปอบ แล้วยังมีผู้คุมแมวอ้วนอีก นักโทษที่ไหนจะหนีคุณพ้นได้คะ คุณเจ้าพ่อ”

“ผมไม่ใช่เจ้าพ่อ แล้วเหลืองลายก็ไม่ใช่แมวของผมด้วย ถ้ามันพูดได้มันคงบอกว่ามันต่างหากที่เป็นเจ้าของทุกคนที่นี่ แล้วก็เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ด้วย”

สาระวารีเบ้ปาก “เหลืองลาย...เรียกตุ่มลายดีกว่ามั้ง อ้วนซะขนาดเนี้ย”

ษมายิ้มถามย้ำว่าเธอจะไปไหน ลำแพงไม่ได้บอกหรือว่าไปไหนต้องเรียกพิพัชหรือคนอื่นไปด้วย สาระวารีตีหน้าตายบอกว่า บอกแต่ตนเกรงใจ ชายหนุ่มรู้ทัน

“ที่ผมสั่งให้คนไปกับคุณไม่ใช่เพราะที่นี่มีอะไรต้องปิดปังหรอกนะ เพียงแต่บนเกาะนี้ มีที่อันตรายหลายแห่ง ถ้าคุณหลงเดินไปคนเดียวจะไม่ปลอดภัย ถ้าคุณอยากไปเดินเล่น ผมจะเป็นไกด์ให้เอง...เชิญครับ” ษมาผายมือ

สาระวารีทำหน้าเซ็งเดินนำออกไป จันเลาเห็น เจ้านายออกมาก็ทำท่าจะเดินตาม ษมายกมือห้ามและแนะนำให้สาระวารีรู้ว่า จันเลาเป็นหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย เธอยิ้มแหยๆ

“ยิ้มแบบนี้หมายความว่ายังไงครับ ยิ้มชื่นชม หรือว่ายิ้มด่ากันแน่” จันเลาเอ่ยถาม

“ทำไมต้องคิดว่าฉันด่าคุณด้วยล่ะ แสดงว่าร้อนตัวรู้ดีว่าเคยทำอะไรผิดกับฉันเอาไว้”

จันเลาไม่กล้าหืออือต่อหน้าเจ้านาย ษมาโบกมือให้เขาไป แล้วหันมาตำหนิสาระวารีที่เจ้าคิดเจ้าแค้นเรื่องจันเลาขับรถเฉี่ยว หญิงสาวโต้ว่าตนไม่ใช่เด็กที่จะมาคอยเจ้าคิดเจ้าแค้น

“ใช่ คุณไม่ใช่เด็กแล้ว แต่แปลกที่ผมกลับรู้สึกว่าตอนเด็กคุณมีเหตุผลกว่านี้มาก”

สาระวารีแปลกใจ แต่คิดว่าจ่าสมบูรณ์คงเล่าให้ฟัง จึงไม่ติดใจ...หญิงสาวมองไปเห็นพื้นที่โล่งลดหลั่นไล่ระดับลงไป พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหินมากกว่าดิน ไม่มีร่มไม้ใหญ่ มีแปลงสวนครัวและแปลงดอกไม้เล็กๆเธอยกกล้องขึ้นถ่ายภาพเก็บไว้ มองอีกด้าน เห็นว่าสุดทางมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเป็นแนวเหมือนชายป่า  ละแวกนั้นมีกล่องไม้สีขาวลักษณะคล้ายกล่องรับจดหมายตามบ้านกลับหัวขนาดใหญ่เรียงรายอยู่หลายกล่อง

“กล่องขาวๆนั่นอะไรคะ”

“รังผึ้ง งานอดิเรกของลำแพงเขา”

“แปลกดีนะคะ เลี้ยงผึ้งกลางทะเล แล้วมันจะไปหาน้ำหวานจากที่ไหนได้คะ”

“ก็คงจากดอกไม้แถวๆนี้ล่ะ”

“ฉันไม่เห็นดอกอะไรนอกจากยี่โถ  น้ำผึ้งดอกยี่โถ ไม่รู้รสชาติเป็นยังไง” สาระวารีขำๆ

“ผมก็ไม่เคยชิมเหมือนกัน แต่อย่าเข้าไปใกล้ล่ะ ถึงจะผึ้งเลี้ยงแต่ดุ  ระวังหน่อยแล้วกัน  ถ้ามีตัวไหนบินมาตอมอย่าปัด ให้เดินหนีไปเฉยๆ”

สาระวารีสงสัยว่าทำไม ษมาอธิบายว่า ถ้าปัด ผึ้งจะปล่อยกลิ่นเรียกตัวอื่นมารุมต่อย หญิงสาวขยาดชวนษมาเดินไปทางอื่น ระหว่างนั้นเธอหาเรื่องคุย

“เกาะที่คุณจะเปิดกาสิโนชื่อว่าเกาะพระฮามเหรอคะ”

“ใช่ ภาษาเขมร แปลว่า...เช้ามืด”

สาระวารีหันมามองหน้าเปรยว่าคนของเขาก็ชื่อแปลก ษมารู้ทันชี้แจงว่าคนงานของตนเป็นคนพื้นที่  ส่วนใหญ่ก็เลือดผสม  แต่มีบัตรประชาชนไทยถูกต้องทุกคน หญิงสาวบ่นในใจสงสัยมีพรายกระซิบ  ชายหนุ่มโพล่งขึ้น

“ผมไม่มีพรายกระซิบหรอกนะ” สาระวารีตาโพลงเขาอ่านใจตนได้อย่างไร พลันพลาดสะดุดก้อนหินจะล้ม ษมาคว้าแขนไว้ทัน  ดึงมาจ้องหน้า “ผมอ่านภาษาท่าทางได้บ้างเล็กน้อย  โดยเฉพาะภาษาที่สื่อจากใบหน้ากับดวงตา คุณทำงานมาตั้งนาน ไม่มีแหล่งข่าวบอกคุณบ้างหรือไง ดวงตาคุณนี่อ่านง่ายที่สุด พอคิดอะไรมันออกมาทางแววตาชัดเจนเลย”

“ฉันยังไม่เคยมีแหล่งข่าวที่เป็นจารชนความคิดคนอื่นมาก่อน” สาระวารีแขวะ

“อยู่ที่นี่ในฐานะอย่างผม ถ้าอ่านความคิดคนอื่นไม่ทัน แค่วินาทีเดียวก็มีสิทธิ์เน่าได้ง่าย”

สาระวารีเบ้ปาก จะเดินลงสะพานไม้ไปหาด ษมารีบดึงเสื้อเธอไว้ หญิงสาวตกใจดึงเสื้อกลับ ชายหนุ่มรีบบอกว่า ขืนลงไปมีหวังถึงหาดแบบไม่มีลมหายใจ สาระวารีโวย สะพานชำรุดทำไมไม่ทำป้ายติดไว้

“ใครจะตกล่ะครับ คนที่นี่รู้ดีว่าที่ไหนควรยืนที่ไหนควรเดินผ่านหรือไม่”

“กับดัก...”

ษมายักไหล่ ที่ตนปล่อยไว้เพราะที่นี่เป็นเกาะส่วนตัว ไม่ได้รับแขก หญิงสาวประชดว่ามีทรายดูดหรือรังมดตะนอยกินคนตรงไหนอีก ชายหนุ่มขำหาว่าเธอดูหนังมากไป

ห่างออกมา ลำแพงยืนมองสีหน้าแววตานิ่ง พิพัช เข้ามาเปรย ดูท่าเจ้านายจะให้ความสนิทสนมนักข่าวคนนี้มาก เหมือนเคยรู้จักมาก่อน ลำแพงย้อนถามว่าคนนี้ไว้ใจได้แค่ไหน พิพัชไม่มั่นใจ ลำแพงจึงบอกว่าต้องช่วยกันจับตามอง เกรงเจ้านายจะมาตายน้ำตื้น

สาระวารียังเพลิดเพลินเดินชมเกาะ เธอชมว่าเกาะนี้ทำเลดี มีหาดสวยทั้งหน้าเกาะหลังเกาะ เห็นเรือประมงสามลำจอดอยู่จึงถามว่าของเขาหรือ

“ลำนึงของคนงานที่นี่ อีกสองลำของคนรู้จักกัน เขาขอมาหลบพายุที่นี่ชั่วคราว”

สาระวารีจ้องตาจับผิดว่าเขาหลอกเรื่องพายุหรือเปล่า ษมารู้แกวบอกเธอว่าพายุอาจจะมาคืนนี้ เธอจึงถามนานแค่ไหนกว่าจะผ่านไป เขาตอบขึ้นอยู่กับความแรงอาจจะวันหรือสองวัน หรือมากกว่านั้น เขาย้อนถามว่าเธอกลัวหรือ หญิงสาวเสียงเครียด ไม่กลัวแต่เกลียด แล้วยกกล้องขึ้นถ่ายภาพไปเรื่อย แต่พอจะถ่ายภาพษมา เขาเอามือปิดหน้ากล้องห้ามถ่าย

“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทราบว่าคุณไม่อยากให้ถ่ายภาพตอนนี้”

“ตอนไหนก็ห้ามถ่าย ผมไม่ชอบให้ใครจ้องกล้องมาที่ผม”

“ตลกแล้วคุณ คุณจะให้สัมภาษณ์แต่ไม่ยอมให้ถ่ายรูปคุณอย่างงั้นเหรอคะ”

ษมาให้ลงภาพบ้าน ภาพเกาะ สาระวารีโวยถ้ามีแต่บทสัมภาษณ์ลอยๆแล้วใครจะเชื่อ คงหาว่าตนนั่งเทียนเขียนข่าว เขาแย้งว่าอยู่ที่ฝีมือของเธอ จะบรรยายรูปร่างลักษณะตนอย่างไรให้คนเชื่อ หญิงสาวจึงถามว่า ถ้าให้ฝ่ายศิลป์เขียนภาพเขาประกอบ ชายหนุ่มไม่ขัดข้อง ถ้าเธอจะจดจำรายละเอียดในตัวเขาไปบอกคนเขียนได้ สาระวารีเคือง ษมาชวนกลับและเตือนว่าขากลับขึ้นไปลำบากกว่าขาลงมาก จึงจะช่วยถือกล้อง หญิงสาวไม่ยอมให้เครื่องมือหากินอยู่ห่างตัว

“โอเค งั้นก็รีบตามมาเถอะเดี๋ยวจะมืด” ษมาเดินดุ่ยๆ สาระวารีแขวะจะไปตามควายที่ไหน

ooooooo

เวลาผ่านไป สาระวารีพักผ่อนแล้วกลับลงมาข้างล่าง พบว่ามีการตั้งโต๊ะอาหารเรียบร้อยก็แปลกใจที่ยังไม่ถึงเวลา ษมาจึงบอกว่า ตนให้จัดเร็วขึ้นเพราะเกรงว่าเธอจะหิว ษมานั่งป้อนขนมหวานแก่เหลืองลาย หญิงสาวติงอยากให้มันตายเร็วหรืออย่างไร เหลืองลายจ้องหน้า

“แมวคุณจ้องหน้าด่าฉันแน่ะ”

ษมาขำที่เธออ่านสีหน้าแมวออก เขาหันไปสั่งลำแพงให้เตรียมจัดกาแฟที่ระเบียง ตนจะไปคุยต่อที่นั่น สาระวารีดีใจที่เขายอมให้สัมภาษณ์ ษมาอมยิ้ม...พอทานเสร็จ สาระวารีหยิบเครื่องอัดเสียงออกจากถุงผ้า พร้อมสมุดโน้ต ษมาถามว่าใช้เวลานานแค่ไหนต่อการสัมภาษณ์

“ก็ไม่แน่ค่ะ มีตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงไปจนถึง 3-4 ชั่วโมง แล้วแต่ว่าเรื่องของใครน่าสนใจ”

ษมาข้องใจว่าเวลาเท่านั้น ทำให้รู้ทุกสิ่งทุกอย่างหรือ แล้วอย่างตนจะใช้เวลานานแค่ไหน หญิงสาวตอบว่าน่าจะนานเพราะเขาระมัดระวังตัว เลี่ยงตอบคำถามเก่ง และไม่ชอบถูกถามฝ่ายเดียว ษมาหัวเราะ สาระวารีอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาเต็มใจให้สัมภาษณ์หรือเปล่า

“ผมเต็มใจ แต่ไม่ใช่เวลานี้...อย่าเพิ่งโมโหสิวารี ผมอยากให้เรารู้จักกันมากกว่านี้ก่อน คุณอาจจะค้างที่นี่ซักสองสามคืน เก็บรายละเอียดจะได้เขียนข่าวเกี่ยวกับตัวผมได้ถูกต้อง ไม่ใช่คุยแค่ 3-4 ชั่วโมงแล้วกลับไปเขียน โดยไม่ได้รู้จักตัวตนของคนที่คุณมาสัมภาษณ์เลย”

“คุณษมาคะ การที่ได้รู้จักตัวตนแหล่งข่าวลึกซึ้งมันก็ดีอยู่หรอก แต่ถ้ามากเกินไปก็เกิดอคติได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นทางที่ดีงานนี้ สัมภาษณ์สั้นๆรวดเร็ว แต่ว่าเก็บรายละเอียดให้ถูกต้อง ให้มากที่สุดจะดีกว่า...เริ่มเลยนะคะ” สาระวารีเปิดสมุดโน้ต

ษมาโต้ นั่นเป็นผลดีสำหรับข่าวอื่นแต่ไม่ใช่ข่าวนี้ สาระวารีชักโมโหหาว่าเขาลีลา จึงหยิบบุหรี่ออกมาจะสูบคลายเครียด ษมายึดทั้งซองบุหรี่และไฟแช็กไว้ หญิงสาวโวยวายอย่าจุ้นจ้านเหมือนเพื่อนสองสาวของตน ชายหนุ่มขอให้เธอเล่าให้ฟัง

สาระวารีกำลังคิดถึงเพื่อนร่วมแก๊ง จึงเล่าออกไปว่าสองคนนั้นพยายามช่วยตนเลิกสูบบุหรี่ ถึงขนาดให้ไปสาบานต่อศาลพระภูมิหน้าบริษัท

“คุณมีกัลยาณมิตรที่ดีนะ คบได้”

สาระวารีขอของคืน แต่เขากลับบอกว่าจะคืนให้ตอนเธอกลับ ทำให้เธอยิ่งหงุดหงิด ษมาจ้องหน้าเธอ “คุณมีอคติเป็นทุนอยู่แล้ว ผมพยายามจะลบอคติของคุณที่มีต่อตัวผมออกก่อน”

“ก็ได้ ฉันยอมรับ แต่ฉันไม่ได้อคติที่ตัวคุณนะ ออกจะทึ่งด้วยซ้ำว่าคุณเป็นคนเก่ง มีความสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยลำแข้งของตัวเอง แต่ฉันเกลียดการพนัน”

“ผมเข้าใจ” ษมามองสาระวารีด้วยสีหน้าเห็นใจ

“คุณจะมาเข้าใจฉันได้ยังไง ในเมื่อเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน”

“ใครว่าเราไม่เคยรู้จักกัน ผมอาจจะรู้จักคุณมากกว่าที่คุณคิดก็ได้นะวารี”

หญิงสาวตาขวาง “ฉันไม่เคยรู้จักคุณ”

“น่าน้อยใจจังเลย คุณเปลี่ยนไปมากนะ แต่ผมก็ไม่เคยลืมคุณเลย คุณกลับจำผมไม่ได้ซะนี่” สาระ–

วารีจ้องหน้าษมา  นึกไม่ออกจริงๆ  เขาบอกเธอว่าเราเจอกันสิบกว่าปีเห็นจะได้

หญิงสาวครุ่นคิด  พลัน  พิพัชเข้ามาขัดจังหวะบอกษมาว่ามีโทรศัพท์จากเกาะกง ชายหนุ่มรีบขอตัวทันที สาระวารีหงุดหงิดงานล่าช้าไปอีก เดินกลับห้องพักเห็นประตูระเบียงเปิดอยู่ก็คิดว่าตัวเองคงลืมปิด ไม่ทันเห็นคนแอบอยู่หลังประตูนั่น มีคนลอบเข้ามาค้นของเธอ

ooooooo

รุ่งเช้า สาระวารีลงมาที่ห้องรับแขก เห็นลำแพงกำลังเช็ดทำความสะอาด จึงยิ้มทักทาย แต่เธอกลับนิ่งเฉยไม่สนใจ  สาระวารีเดินไปหยิบของตกแต่งดู  พอวางลง  ลำแพงก็รีบเข้าเช็ดถู ทำให้หมั่นไส้แกล้งหยิบโน่นนี่ดูไปเรื่อย ลำแพงก็ตามเช็ดทุกชิ้น จนกระทั่งโศภีกรีดกรายเข้ามา

สาระวารีทักทายตามมารยาท แต่โศภีไม่สนใจกลับสั่งลำแพงจัดอาหารเช้าให้ตนกับษมาในสวน ลำแพงโต้ว่าษมาไม่เคยทานอาหารนอกห้องอาหาร โศภีทำตาดุ

“ก็จะเคยวันนี้เป็นวันแรก เธอไปทำตามที่ฉันสั่งดีกว่าลำแพง เพราะถึงยังไง ษมาก็ต้องตามใจฉันอยู่ดี” โศภีเดินเชิดออกไป

สาระวารีมองตามอมยิ้ม ลำแพงถามว่ายิ้มอะไร ไม่รู้หรือว่าที่โศภีมาแต่เช้าเพราะใคร

“คงไม่ใช่เพราะฉันหรอกมั้งคะ”

“นอกจากคุณษมาจะยอมให้คุณสัมภาษณ์เป็นคนแรกแล้ว คุณยังเป็นผู้หญิงคนแรกที่คุณษมาเชิญมาที่นี่ด้วย รู้อย่างนี้แล้ว ต่อไปคุณก็ควรระวังตัวให้มากขึ้น” ลำแพงเดินเย็นชาออกไป

สาระวารีชักลังเลกับคำเตือนของลำแพง...แต่แล้วเช้านี้  สาระวารีต้องร่วมโต๊ะอาหารกับโศภีด้วย  ท่าทางเธอไม่พอใจเอามาก  แต่ษมาบอกว่าสาระวารีเป็นแขกสำคัญของเขา  โศภีข้องใจทำไมยังไม่สัมภาษณ์กันอีก  สาระวารีโต้

“ก็ถามคุณษมาของคุณเอาเองละกัน ว่าทำไมถึงโยกโย้ไม่ยอมให้ฉันสัมภาษณ์ซะที เล่นตัวอยู่ได้”

“ยังไงคุณก็ได้ทำงานแน่  แต่ตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลา ของอะไรที่ได้ไปง่ายๆมันมักจะไม่มีค่า จริงไหมครับ...ขอตัวไปสั่งงานคนงานก่อนนะครับ” ษมาลุกเดินไปดื้อๆ

สาระวารีถอนใจ โศภีหมั่นไส้หยั่งเชิงถาม อยากทำงานเสร็จเร็วๆใช่ไหม  หญิงสาวยืนยันแน่นอนไม่อยากติดเกาะแบบนี้  เธอจึงเสนอจะให้คนของเธอขับเรือพาไปถ่ายรูปที่เกาะพระฮาม  เพราะไม่แฮปปี้ที่เห็นผู้หญิงสาวๆมาอยู่บนเกาะนี้นานๆ สาระวารีดีใจรีบเตรียมอุปกรณ์ทำงาน

“คนของฉันจะพาเธอไปส่งที่พระฮาม  เดี๋ยวฉันจะคุยกับษมาให้”

สาระวารีสัญญาว่าเสร็จงานตนจะรีบกลับทันที โศภียิ้มแววตามีเลศนัย...กูซอคนของษมาเห็นสาระวารีลงเรือออกไปก็แปลกใจ เพราะพายุกำลังจะมา จึงรีบมารายงานษมา เขาตกใจมากสั่งจันเลาเอาเรือออกทันที

ลูกน้องของโศภีไม่รู้จักเกาะพระฮามจึงขับเรือไปเรื่อยเปื่อย โศภีเห็นษมาจะออกเรือรีบมาขวาง กลับโดนเขาเอ็ด โศภีอ้างว่าสาระวารีมาขอร้อง ตนไม่รู้ว่าจะมีพายุ

“คุณน่ะเหรอไม่รู้ว่าพายุจะมา หรือลืมไปแล้วว่า ก่อนที่คุณจะมาเป็นภรรยาเจ้าสัว บ้านคุณทำอาชีพอะไรมาก่อน คนเกิดมากับทะเล โตมากับทะเลอย่างคุณ รู้ดีกว่าผมด้วยซ้ำ”

โศภีหลบตา ในใจเคียดแค้น ไม่ทันไรฝนโปรยลงมา แววตาเธอฉายประกายสะใจ ที่สาระวารีต้องไม่รอดแน่...ในขณะที่ สาระวารีรู้สึกว่าคนขับเรือไม่รู้ทางและฝนก็โปรยลงมา  จึงให้เขากลับ ลมเริ่มแรงขึ้น หญิงสาวห่วงกล้องจึงเอาไปซุกไว้ที่มุมเรือ  พลันตัวเองถูกลมกระโชกพลัดตกเรือจมน้ำดิ่งลงไป  ทันใด  เรือของษมามาถึง เขาโดดลงไปช่วยเธอทันที  พิพัชกับจันเลาช่วยกันส่งห่วงยางลงไป

กลับถึงบ้าน ษมาอุ้มสาระวารีเข้ามา  โศภีทำหน้า ตื่นตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ษมาเสียงเขียว

“เดี๋ยวผมขอคุยด้วยหน่อยนะโศ...ลำแพง  ช่วยไปเตรียมเสื้อผ้าให้คุณวารีที”

ลำแพงบอกแลงให้ไปช่วยอุ้มสาระวารีแทน  แต่ษมาปัดและอุ้มเธอขึ้นห้องไปเอง  โศภีบ่นจะห่วงอะไรกันนักหนา  พิพัชเอ่ยให้ห่วงตัวเองเตรียมตอบคำถามษมาไว้ให้ดีเถอะ

โศภีหน้าเสีย สักพัก ษมาลงมาต่อว่าเธอยกใหญ่ “พูดตรงๆเลยนะ ความปลอดภัยของสาระวารีคือความรับผิดชอบของผม ผมจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายเขาได้ เป็นอันขาด”

“น่าตื้นตันใจจังเลยนะคะ ที่คุณเป็นห่วงเธอขนาดนี้ ทั้งที่เพิ่งเจอกันไม่กี่วันแท้ๆ”

ษมาโต้ว่า ตนรู้จักสาระวารีมานานเป็นสิบปี เธอเป็นเพื่อนเก่า โศภีแขวะว่าเพื่อนรุ่นลูกมากกว่า พิพัชกับจันเลาก็แปลกใจไปด้วย

สาระวารีเปลี่ยนเสื้อผ้านอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย ลำแพงกับสาวใช้ยกถาดอาหารมาวางให้ ลำแพงรู้สึกสะท้อนใจเมื่อได้ยินสาวใช้ชมว่า ขนาดหลับยังสวย

ooooooo

ด้านไชยวัฒน์  เขาเป็นห่วงสาระวารีจนต้องเรียกมีคณามาปรึกษา ทำอย่างไรจะเรียกตัวสาระวารีกลับมาได้ มีคณาจึงนัดพบสาระสมาที่ร้านอาหาร  แต่สาระสมา กลับเชื่อมั่นว่า น้องสาวต้องเอาตัวรอดได้ และจะเป็นการเอาชนะอดีตในใจตัวเองได้ด้วย

คืนนั้น สองพี่น้องฝาแฝดแม้จะอยู่ห่างกัน แต่ก็ยืนมองพระจันทร์คิดถึงอดีตอันขมขื่นเหมือนกัน คืนวันที่แม่อาการทรุดหนัก บ้านไม่มีเงินซื้ออาหารและยา สาระวารีตัดสินใจไปหาพ่อที่บ่อน ยอมถูกตีเผื่อจะได้เงินมาซื้อยาให้แม่...สารกำลังลุ้นไฮโลหน้าดำคร่ำเครียด แล้วเขาก็เฮขึ้นเมื่อได้เงิน สาระวารีเข้ามาเขย่าชายเสื้อขอเงิน กลับถูกเขาผลักกระเด็นโวยวายหาว่ามาขัดลาภ เธอจึงคว้าเงินพ่อบนโต๊ะวิ่งหนี สารตามมาตบตีไม่ไยดีว่าเป็นลูกสักนิด เด็กน้อยนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้น ชายหนุ่มคนหนึ่งเข้ามายื่นเงินให้ 200 บาท สาระวารีปาดน้ำตาเงยหน้าโวย

“ฉันไม่ใช่ขอทานนะ”

“หนูไม่ได้ขอ แต่ฉันเต็มใจให้เอง รับไปเถอะ...อย่าดื้อเลย แม่ไม่สบายไม่ใช่เหรอ เอาเงินนี้ไปซื้อยาให้แม่ซะนะ  แล้วอย่ามาที่นี่อีก ที่นี่ไม่เหมาะสำหรับเด็กหรอก”

“ขอบคุณ แต่แม่สอนไม่ให้รับของใครฟรีๆ บ้านคุณอยู่ไหนล่ะ ฉันจะไปทำงานบ้านให้”

ชายหนุ่มปฏิเสธไม่ต้อง เพราะตนกำลังจะกลับ นักเลงคุมบ่อนได้ยิน ไม่พอใจที่เขาเล่นได้แล้วเลิก  จึงตามทำร้าย สาระวารีเห็นท่าไม่ดีวิ่งไปตามจ่าสมบูรณ์ เธอลากเขาถูลู่ถูกังจากบ้านมาช่วยไว้ได้ทัน จ่าวิ่งตามพวกนักเลงไป เธอเข้าประคองชายหนุ่มไปหาหมอ เขาขอบใจเธอ

สาระวารียิ้มอย่างจริงใจ “เราไม่เป็นหนี้กันแล้วนะ หนูชื่อสาระวารี เรียกวารีเฉยๆก็ได้”...

ความทรงจำของสาระวารีกระจ่างขึ้น เธอนึกได้แล้วว่า ษมาคือชายหนุ่มคนนั้น...รุ่งขึ้นสาระวารีมาหาษมาที่ห้องทำงาน เขากำลังทำงานง่วน

“โทษทีนะ วันนี้งานผมยุ่งเลยไปทานข้าวเป็นเพื่อนไม่ได้...มีอะไรหรือเปล่า”

“เพราะฉันช่วยชีวิตคุณ คุณก็เลยตอบแทนฉันด้วยการให้ฉันสัมภาษณ์ใช่ไหม”

“ในที่สุด คุณก็จำผมได้ซะที” ษมายิ้มดีใจ

“คุณยังไม่ตอบคำถามฉันเลย”

“มันก็ใช่ แต่ก็ไม่ทั้งหมด ยังไงซะคาสิโนของผมก็ต้องการเป็นข่าวเพื่อประชาสัมพันธ์อยู่แล้ว คุณแค่เข้ามาในจังหวะที่เหมาะก็เท่านั้นเอง”

“เหมือนฉันใช้เส้นยังไงไม่รู้ ไม่น่าภูมิใจเลย”

“อย่าคิดมากสิ ถึงผมจะเป็นหนี้บุญคุณคุณ ผมก็ตอบแทนคุณด้วยวิธีอื่นได้ แต่ที่ผมยอมให้สัมภาษณ์ ก็เพราะคุณกับสยามสาร มีภาพพจน์ที่ดีด้วย”

“ค่อยรู้สึกดีขึ้นหน่อยนึง...แล้วหลังจากวันนั้น คุณไปทำอีท่าไหนเข้า ถึงมาเป็นเจ้าพ่อเกาะยานกได้”

ษมายิ้มๆย้อนถามว่า ถ้าคุยในฐานะเพื่อนตนจะเล่าให้ฟัง แต่ถ้าเป็นการสัมภาษณ์ ขอผ่าน หญิงสาวหน้าตึง เขาหัวเราะที่ได้แหย่เธอ...สองคนเดินออกมาริมหาด ษมาเล่าให้ฟังว่า

“หลังจากรอดตายวันนั้น ผมก็เอาเงินที่ได้จากบ่อนมารวมกับเงินเก็บที่มีอยู่ทั้งหมดไปทำธุรกิจ ทำหลายอย่าง ดีบ้างเจ๊งบ้าง ล้มลุกคลุกคลานอยู่หลายรอบกว่าจะมีวันนี้ แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้หรอกนะ ว่าผมเคยลำบากมามากขนาดไหน”

สาระวารีเอ่ยถามเรื่องที่คาใจ “ธุรกิจของคุณ รวมทั้งเรื่องขุดพลอยด้วยหรือเปล่า”

ษมาดักคอว่าดิตถ์เป่าหูมาล่ะสิ ถ้าพูดไปเหมือนแก้ตัว เอาไว้ให้เธอฟังความจากหลายๆด้านจะดีกว่า แต่สาระวารียืนยันจะฟังจากปากเขา ษมาถอนใจเหล่มอง

“เอาเป็นว่า ช่วงนั้นผมขยายงานเร็วเกินตัวไปหน่อย ก็เลยหมุนเงินไม่ทัน พอดีเดชชวนผมไปขุดพลอย” สาระ–วารีถามสวนว่าเดชน้องชายดิตถ์ “ใช่ ผมโชคดีได้พลอยมาขายเป็นสิบๆล้าน ผมเลยรอดวิกฤติมาได้ แล้วก็ต่อยอดธุรกิจมาเรื่อยๆจนมีทุกวันนี้”

“ส่วนคุณเดชกลับถูกฆ่าตาย คุณดิตถ์เลยคิดว่าเป็นฝีมือคุณ ฆ่าเพื่อชิงพลอย”

ษมายักไหล่ แล้วแต่เธอจะเชื่อใคร เขาเปลี่ยนมาถามความเป็นมาของเธอบ้าง หญิงสาวเศร้าลงทันที เพราะคืนนั้นกลับมาเห็นพี่สาวกอดศพแม่ร้องไห้โฮอยู่ทำให้ตนเกลียดพ่อและการพนันมาก ษมาอยากลูบไหล่ปลอบใจแต่ยั้งมือไว้ ฟังเธอเล่าต่อ ว่าตนกับพี่สาวย้ายมาอยู่กับน้าชาย ซึ่งน้าสะใภ้ไม่ได้ยินดี โชคดีที่ยายทิ้งเงินค่าเล่าเรียนไว้ให้ พวกตนจึงเรียนจบมาได้ และต่อมา ได้ข่าวพ่อถูกนักเลงฆ่าตายในบ่อน ษมาเข้าใจความรู้สึกเธอดี

“ผมจึงได้พยายามถ่วงเวลาให้คุณอยู่ที่นี่นานหน่อย อคติที่คุณมีกับกาสิโนของผม จะได้เบาบางลงมั่ง”

“เห็นทีจะยากค่ะ เออ...แต่มีอยู่เรื่องนึงที่ฉันไม่เข้าใจ คนอย่างคุณไม่น่าไปที่บ่อนแบบนั้นเลย นึกยังไงถึงได้ไปเล่นพนันที่นั่นคะ”

“ผมประชดชีวิตน่ะครับ ตอนแรกตั้งใจจะเล่นให้หมดตัว แต่ยิ่งเล่นยิ่งได้จนเกือบถูกฆ่า คิดๆดูแล้ว ผมไม่น่าโง่เพราะผู้หญิงคนเดียวเลย”

สาระวารีอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ษมาชะงักบอกเธอว่า วันนี้รู้เรื่องตนมากพอแล้ว ว่าแล้วก็เดินกลับ หญิงสาวฮึดฮัด คาใจเรื่องสาวคนนั้น

ooooooo

ในขณะที่โศภีกำลังซักไซ้ลำแพงว่าษมาหายไปกับสาระวารี  ทำไมไม่ขวางเหมือนที่ทำกับผู้หญิงคนอื่น แล้วเยาะหรือยอมรับแล้วว่า ษมาไม่โง่ลดตัวมาเกลือกกลั้วด้วย ลำแพงโต้

“ฉันเชื่อค่ะว่าคุณษมาไม่ใช่คนโง่ ไม่งั้นคงกินของเหลือจากผู้ชายอื่นไปซะนานแล้ว”

โศภีโกรธจนตัวสั่น ลำแพงยิ้มมุมปากก่อนจะเดินคอตั้งบ่าออกไป โศภีเคียดแค้นคิดแผนกำจัดสาระวารีขึ้นมาได้...คืนนั้น สาระวารีกำลังหาหนังสืออ่านอยู่ในห้องหนังสือ ทันใดมีชายสวมหมวกไหมพรมคลุมหน้า ออกจากที่ซ่อนมาชกท้องเธอจนทรุดลง แล้วแบกเธอขึ้นบ่าออกไป สาระวารีรวบรวมแรงที่มีดิ้นและร้องให้คนช่วย คนร้ายตกใจวางเธอลงตบหน้าเธอฉาดใหญ่แล้วตุ๊ยท้องซ้ำอีกที เผอิญลำแพงเดินผ่านมาเห็นร้องให้คนช่วย คนร้ายวิ่งหนีไป

พิพัช จันเลาและกูซอถือคบไฟออกตามหาคนร้ายรอบเกาะ ลำแพงช่วยประคองสาระวารีมาทำแผลและตำหนิเตือนแล้วอย่าออกไปเดินเพ่นพ่าน เธอเถียงว่าเดินอยู่ในบ้าน

“ก็นั่นแหละ คนมุ่งร้ายคุณษมามีอยู่เยอะแยะไปหมด”

“อย่างนี้แสดงว่าเกลือเป็นหนอนเหรอคะ”

“ปกติบ้านเราไม่เคยมีเรื่องแบบนี้มาก่อน จนกระทั่งมีคนแปลกหน้าเข้ามาค้างที่เกาะเรา”

สาระวารีโพล่งขึ้น หมายถึงโศภีหรือ ลำแพงสีหน้าเรียบเฉย เอ่ยว่าเธอพูดเอง ตนอาจจะหมายถึงเธอก็ได้ สาระวารีโวยใครจะบ้าส่งคนมาทำร้ายตัวเอง แต่ถึงอย่างไรก็ขอบคุณที่ช่วยตน

“ขอโทษนะคะที่ฉันเคยแอบไม่ชอบขี้หน้าคุณ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไม่เห็นมีใครจะชอบขี้หน้าฉันซักคน” สีหน้าลำแพงยังเรียบเฉย

สาระวารีถอนใจท่าจะผูกมิตรด้วยลำบาก เปลี่ยนมาถามว่าจับคนร้ายได้ไหม ลำแพงตอบว่าไม่ต้องห่วง ษมาไม่ปล่อยให้เธอเจ็บตัวฟรีแน่ๆ

ขณะเดียวกัน ษมามองภาพในกล้องวงจรปิด เห็นชายสวมหมวกไหมพรมเป็นคนทำร้ายสาระวารี

เขาเอ็ดตะโรใส่โศภีเพราะเชื่อว่าเป็นคนของเธอ จะให้เธอไปให้ปากคำตำรวจ โศภีหน้าเสีย พอดีพิพัชกับจันเลาไปซักไซ้ไล่เลียงคนของเธอทั้งหมด ทุกคนเป็นพยานกันและกันว่าไม่มีใครออกจากที่พัก จึงรอดตัวไปได้ แต่ถึงอย่างไร ษมาก็ให้เธอกับคนของเธอออกไปจากเกาะพรุ่งนี้เช้า โศภีเสียหน้ามาก เดินปึงปังกลับเข้าห้อง นั่งเข่นเขี้ยวว่าลำแพงไม่น่ามาช่วยไว้เลย

รุ่งเช้า พิพัชพบหมวกไหมพรมคนร้ายแช่น้ำทะเลอยู่ชายหาด จึงไม่สามารถเอาไปพิสูจน์ลายนิ้วมือได้... สาระวารีออกจากห้องมาได้ยินเสียงเอ็ดตะโรของโศภีที่ไม่ยอมออกจากห้อง ใครเคาะเรียกก็ไม่ยอมเปิด จึงเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น จันเลากับกูซอช่วยเล่าว่า ษมาสงสัยว่าคนร้ายเมื่อคืนเป็นคนของโศภีจึงให้ออกจากเกาะให้หมด แต่โศภีไม่ยอมไปสาระวารีหน้าหงิกมาต่อว่าษมา “ฉันเข้าใจว่าคุณห่วงความปลอดภัยของฉัน แต่ถ้าฉันเป็นต้นเหตุให้คุณกับแฟนต้องทะเลาะกัน ฉันก็ไม่สบายใจเหมือนกัน”

ษมาทำหน้างงว่าใคร สาระวารีขอให้เขารีบให้สัมภาษณ์ ตนจะได้รีบกลับไป ษมาถามขัดขึ้นว่าใครเป็นแฟนตน

“ก็คุณโศภีไงคะ คุณสงสัยว่าเขาหึงฉันจนส่งคนมาทำร้ายใช่ไหมล่ะ”

ลำแพงเถียงแทนว่าโศภีไม่ใช่แฟนษมา ชายหนุ่มส่ายหน้าอธิบาย “ที่ผมทำไปก็เพื่อความปลอดภัยของคุณนะวารี คุณเป็นแขกของผม ถ้าคุณยังอยู่บนเกาะยานก ชีวิตของคุณคือความรับผิดชอบของผม”

“แล้วมันจะไม่ง่ายกว่าเหรอ ถ้าคุณให้สัมภาษณ์ฉันให้เสร็จ แทนที่จะบังคับแฟนออกไปจากเกาะ”

“ผมเคยบอกคุณแล้วไง ผมจะให้สัมภาษณ์ก็ต่อเมื่อผมเห็นว่าคุณพร้อมจะเขียนข่าวกาสิโนของผม โดยไม่มีอคติแล้วเท่านั้น”

สาระวารีบ่นว่าเขาเป็นแหล่งข่าวที่แย่ที่สุด พิพัชไม่พอใจบอกเธอยกเลิกการสัมภาษณ์เลยก็ได้ ษมาปราม สาระวารีหงุดหงิดเดินเลี่ยงไป ษมาให้พิพัชตามประกบ ลำแพงเปรยว่าสาระวารีทำตัวไม่น่ารัก ไม่ให้เกียรติเจ้าของเกาะ ษมาออกตัวว่าเพราะตนวางตัวไม่ดีเอง เธอจึงไม่นับถือ

“ค่า...นักข่าวคนนี้ทำอะไรก็ถูกต้องในสายตาคุณษมาไปหมดล่ะค่ะ” ลำแพงหมั่นไส้

ษมาให้ลำแพงจัดอาหารไปให้โศภีบนห้อง แล้วหันมามองทางที่สาระวารีเดินไปยิ้มขำๆที่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้ายืนด่าตนแบบนี้

พิพัชจำต้องตามดูแลสาระวารีทั้งที่ไม่ชอบขี้หน้าเท่าไหร่ แต่เขาก็ยืนยันว่าโศภีไม่ใช่แฟนของษมา หญิงสาวหันมองยิ้มเป็นนัยๆ เอ่ยถามทำไมถึงห่วงและหวงเจ้านายมากเกินเหตุ พิพัชชะงัก สาระวารีออกตัวว่าไม่ต้องกลัว ตนไม่เอาไปเขียนข่าวหรอกว่า เจ้าพ่อมีกิ๊กมีแฟนกี่คน

“แต่ก็น่าสงสารนะ คุณโศภีสวยขนาดนี้ รวยก็รวย ทำไมคุณษมาถึงได้ไม่ชอบ”

พิพัชพลั้งปากว่าคนเราเจ็บแล้วต้องจำ สาระวารีรีบซัก เขากลับบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัวเจ้านาย ถ้าอยากรู้ให้ไปถามเอง...ขณะเดียวกัน ษมาพยายามเคาะเรียกโศภี แต่เธอก็ไม่เปิดประตู จึงให้ลำแพงเอากุญแจมาไข พอเปิดเข้าไป พบโศภีนอนหมดสติอยู่กับพื้น

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่
14 พ.ค. 2564

13:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 20:13 น.