สมาชิก

มือปราบพ่อลูกอ่อน

ตอนที่ 8

เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนกำลังทำงานในร้านดอกไม้กันอย่างเร่งรีบ วุ่นวาย เต้ยขายดอกไม้ เต๋าจัดดอกไม้ กริสน์ขนแจกันจำนวนมากเข้าไปเก็บ พิมมาดายกกำกุหลาบจากหลังร้านออกมาใส่ตู้แช่ ระหว่างกริสน์กับพิมมาดาจึงเดินสวนกันไปมา

จังหวะหนึ่งที่ทั้งสองเดินสวนกัน ต่างหลีกกันแต่หลีกไปทางเดียวกันเลยจ๊ะเอ๋กันไปมาอยู่ตรงนั้น กริสน์สะดุดอะไรบางอย่างเกือบทำแจกันตก พิมมาดาตกใจผวาไปช่วยคว้าไว้ พอนึกได้ก็ทำปึ่งรีบถอยออกห่าง กริสน์เองก็สูดลมหายใจลึกๆแบบพยายามรวบรวมสติจับแจกันแน่นรีบผละออกไป พิมมาดาหมั่นไส้ แกล้งตะโกนบอกเต๋าว่า

“เต๋า ฝากบอกเขาด้วยนะว่าให้ระวังหน่อย แจกันเซ็ตนี้แพงมาก แตกไปจะมาบอกว่าไม่ได้ตั้งใจอีก”

เต๋าพาซื่อแต่อ้าปากไม่ทันจะพูด เสียงกริสน์ก็ดังมาว่า

“เต้ย ฝากบอกคุณพิมด้วยนะว่าถ้ามันเกิดแตกเพราะมือผมละก็...ผมยินดีรับผิดชอบ”

เต้ยกำลังจะอ้าปากบอก พิมมาดาก็ขัดขึ้นอีก

ทั้งสองต่างฝากคนอื่นบอกกัน ด้วยนัยที่ต่างรู้กัน จิกกัดกันด้วยคำว่า “ไม่ได้ตั้งใจ” ที่ติดค้างมาตั้งแต่เมื่อคืน ฝากกันไปจนเต๋ากับเต้ยบอกว่าพูดกันเองเถอะ ฝากกันอยู่ได้หรอกกลัวว่าจะสปาร์กจี๊ดๆๆ

พิมมาดาหน้าตึง หยิบกระเป๋าและโทรศัพท์จะออกไป กริสน์คว้าแขนไว้ถามว่าจะไปไหน

“ไปชวนคุณแฮปปี้ไปทานข้าวเย็นสองต่อสองในสถานที่เงียบๆ คุณสุขสันต์เป็นคนมีสติยับยั้งชั่งใจ จะไม่ทำอะไรชุ่ยๆ ทุกอย่างที่เขาทำ เกิดจากความตั้งใจจริง

และมีมารยาทที่สง่างาม เต็มไปด้วยความจริงใจไม่เหมือนพวกผู้ชายมักง่ายอื่นๆใครไม่เกี่ยว...ห้ามแส่”

กริสน์ถามคำเดียว พิมมาดาด่าเสียยาวเหยียดแบบไม่เว้นวรรค ด่าเสร็จก็สะบัดแขนจากกริสน์ออกไปเลย

ooooooo

ค่ำนี้ พิมมาดาไปทานอาหารกับสุขสันต์เสร็จ ขณะมานั่งในรถ เธอนั่งหน้าขรึมขึง สุขสันต์เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นว่า เธอทานน้อยจัง เธอตอบเท่าที่จำเป็นว่า “พิมกลัวอ้วนน่ะค่ะ”

สุขสันต์เสนอว่า ถ้าเป็นไปได้การไปเที่ยวต่างจังหวัดครั้งนี้เป็นครั้งแรกของเรา ตนไม่อยากให้มีคนอื่นไปด้วยเลยแม้แต่คนเดียว พูดพลางทำเนียนกุมมือเธอไว้ พิมมาดาติงว่าแต่มันคือการทำให้เด็กๆกับเขาเข้ากันได้เพื่อวันข้างหน้าของเรา สุขสันต์ฟังแล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม เอื้อมมืออีกข้างมาจับมือเธอที่วางอยู่ข้างตัว

พิมมาดาหันมองหน้าเขา สุขสันต์ค่อยๆโน้มหน้าเข้ามา เธอมองเต็มตารู้สึกสะอิดสะเอียนมากกว่าเคลิ้ม เธอผลักเขาหงายไปจนเขาร้องอย่างมีหงุดหงิดว่า “คุณพิมนี่คุณเป็นอะไรของคุณน่ะ”

พิมมาดารู้สึกตัวรีบขอโทษบอกว่าตนบ้าจี้ เขาถามงงๆว่าไม่อยากให้ตนทำแบบนี้หรอกหรือ พิมมาดาอึกอักอัดอั้นถามว่าทำไมพูดอย่างนี้ สุขสันต์ถามเสียงอ่อนชวนเคลิ้มว่า

“พิม เราสองคนไม่ใช่เด็กๆแล้วนะคะ หญิงสาวสวยกับชายหนุ่มหล่อ อยู่ใกล้ๆกันแบบนี้ เราควรทำอะไรล่ะคะ”

“เราควร...ควร...ควรกลับบ้านค่ะ” พิมมาดาโพล่งออกไปแล้วเปิดประตูรถลงไปเรียกแท็กซี่กลับทันที

สุขสันต์นั่งมองจากในรถ หน้าเหวี่ยงสุดๆตะโกนเรียก แล้วบ่นกับตัวเองเซ็งๆ
“เพราะเป็นเจ้าสาวที่กลัวฝนแบบนี้ไง ผู้ชายเจอเข้าไปถึงได้เผ่นหมด รออีกไม่กี่วันเถอะ เดี๋ยวไปเขาใหญ่จะจัดซะให้ติดใจเลย หึๆๆ” คิดแล้วก็กระหยิ่มยิ้มย่องอยู่คนเดียว

ooooooo

คืนนี้พวกเด็กๆพากันนอนไม่ลง รอจนดึกไม่เห็นน้าพิมกลับก็ยิ่งร้อนใจ แต่ไม่นานพิมมาดาก็กลับมาถึง กริสน์บอกพวกเด็กๆว่างั้นก็เข้านอนได้แล้ว จีจ้าหันไปเรียกแจ๊สที่นิ่งเงียบเหมือนคิดอะไรอยู่ พลันแจ๊สก็ร้องออกมาว่า

“ใช่แล้ว!”

ทุกคนพากันงงว่าแจ๊สเป็นอะไร จนกระทั่งเช้า ใครๆก็เตรียมไปเที่ยวเขาใหญ่กัน แต่แจ๊สกลับแต่งตัวอยู่กับบ้านทั้งมีผ้ากันเปื้อนคาดเอวด้วย พอพิมมาดาถามก็บอกว่า ตนไม่ไปกับน้าพิม เลยถูกเรียกไปคุยที่มุมสวน แจ๊สให้เหตุผลที่ไม่ไปเที่ยวว่า ตนต้องการทำงานพิเศษเพื่อได้ค่าขนมเพิ่มขึ้น พิมมาดาคาดคั้นว่าจะเอาเงินไปทำอะไร

“เอาเป็นว่า แจ๊สไม่ได้เอาไปทำสิ่งเลวร้ายอย่างที่น้าพิมคิดก็แล้วกัน ตกลงน้าพิมจะยอมให้แจ๊สทำงานพิเศษที่ร้านดอกไม้หรือเปล่าคะ ถ้าไม่แจ๊สก็จะได้ไปหางานพิเศษที่อื่น เพราะยังไงแจ๊สก็จะไม่ไปเที่ยวกับน้าพิมอยู่ดี”

กริสน์เห็นบรรยากาศไม่ดี รีบเข้าไปบอกว่าให้แจ๊สทำงานที่ร้านเถอะ เต้ยกับเต๋าก็เห็นด้วย พิมมาดานิ่งไปอึดใจ แล้วพูดประชดว่า

“เอาเลย อยากทำอะไรก็ทำเลย น้ามันบังคับอะไรพวกเธอไม่ได้อยู่แล้วนี่” แล้วหันไปสั่งโจ๊กกับจีจ้ารวมทั้งป๊อปคอร์นให้ขึ้นรถ ตัวเองก็สะบัดเดินไปเลย

กริสน์หันบอกแจ๊สอย่างเป็นห่วงว่าตั้งใจทำงานล่ะ สั่งเต๋ากับเต้ยว่า ดูแลแจ๊สด้วยนะ แล้วเดินไปขับรถออกไป

ooooooo

เดินทางไปถึงบ้านพักตากอากาศของสุขสันต์ที่เขาใหญ่ พอโจ๊กลงจากรถก็ร้องอย่างตื่นเต้นเกินเหตุว่า

“โอ้โห...นี่มันบ้านส่วนตัวหรือรีสอร์ตบวกสนามกอล์ฟบวกฟาร์มบวกศาลากลางจังหวัดกันแน่เนี่ย?”

สุขสันต์พูดยิ้มๆว่า ที่เท่าแมวดิ้นตายเท่านั้นเอง ไม่เท่าไหร่หรอก จีจ้าแทรกเสียงใสขึ้นมาทันทีว่า

“แบบนี้ไม่ใช่แมวดิ้นตาย...แต่เป็นไดโนเสาร์ดิ้นตายมากกว่าพี่โจ๊ก หวังว่าคุณสุขสันต์ได้สมบัติทั้งหมดนี่มาโดยไม่ได้โกงสมบัติของวงตระกูลมาจากพี่น้องนะคะ”

สุขสันต์งงๆ พิมมาดาดุจีจ้าว่าพูดอะไรน่ะ สุขสันต์รีบบอกว่าไม่เป็นไร...ไม่เป็นไร ตนไม่ถือ

ooooooo

ทำงานไม่ถึงครึ่งวัน แจ๊สก็ขอเบิกค่าแรงล่วงหน้ากับเต๋าและเต้ย ทั้งสองบอกว่าตนไม่มีสิทธิ์ต้องให้พิมมาดามาจัดการ แจ๊สรู้สึกผิดหวัง เดินไปหลังร้านโทรศัพท์ต่อรองกับใครบางคนว่า ตนขอโทษจริงๆ ขอไม่มัดจำได้ไหม เพราะออกจากบ้านไม่ได้ เอาไว้พรุ่งนี้จะจ่ายทีเดียวตอนของมาส่งเลยได้ไหม ฟังปลายสายแล้วรับปาก รับรองว่าได้แน่

พอวางสายแล้ว แจ๊สถามตัวเองว่า “แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายล่ะ??”

นอกจากนี้ แจ๊สยังขอยืมกล้องวีดิโอจากเค้กมาตั้งกล้องในห้อง ถอยออกไปยืนเล็งในกล้องเห็นภาพเต็มตัว แจ๊สมองแล้วยิ้มอย่างมาดมั่น

ooooooo

โจ๊กกับจีจ้า เจ้ากี้เจ้าการจัดแจงให้กริสน์อยู่ดูแลพิมมาดา ส่วนตนสองคนจะไปเล่นเครื่องเล่น แต่ที่แท้จะแอบไปค้นหาพินัยกรรมที่กริสน์แต่งเรื่องหลอกเอาไว้

แพรวพิลาศตามมาถึงเขาใหญ่ เมื่อทำอะไรพิมมาดาไม่ได้ก็จะทำร้ายเด็กๆแทน เด็กๆไปเล่นรถแข่งไฟฟ้า ฉัตรชัยแอบตัดสายเบรก แต่เด็กขับไม่เร็วจึงกลับมาได้อย่างปลอดภัย

หลังจากนั้น โจ๊กกับจีจ้าก็ไปเล่นกระโดดหอคอย แพรวพิลาศสั่งฮิมให้ขึ้นไปจัดการ ฮิมแอบตัดสายสลิงแล้วส่งสัญญาณให้แพรวพิลาศอย่างสะใจ

เมื่อโจ๊กกับจีจ้าโดดลงมา ฮิมถูกเจ้าหน้าที่เร่งให้โดดตาม ปรากฏว่าเด็กสองคนลงพื้นได้อย่างปลอดภัย ส่วนฮิมตกลงมาจุกแอ้ก เพราะตัดสายสลิงผิด ดั๊นไปตัดสายสลิงของตัวเองเข้า

พลาดมาสองครั้งแล้ว สุดท้ายคือเรือบั๊ม พวกแพรวพิลาศวางแผนหลอกให้เด็กๆไปเล่น แล้วพวกตัวเองก็พุ่งชนเรือบั๊มของโจ๊กกับจีจ้าจนเอียงเกือบล่ม

ป๊อปคอร์นที่ถูกจับมัดปากผูกซ่อนไว้หลังต้นไม้ ดิ้นจนเชือกหลุดแล้วลงสระไปกัดเรือบั๊มของแพรวพิลาศจนรั่วเรือล่มเปียกม่อลอกม่อแลก แต่โจ๊กกับจีจ้าปลอดภัยอีกตามเคย

ส่วนสุขสันต์พาพิมมาดาไปขี่ม้าเล่น ไม่นานนักเขาก็ต้องขอตัวเพราะจตุพลมีเรื่องด่วนมารายงาน คือบรรดาผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์ขนมสวีทโอปอล์ไปขาย เมื่อทางบริษัทยังไม่มีใบรับรองจาก อย.จึงพากันยกเลิกสัญญา สุขสันต์ให้จตุพลกับน้อมพงษ์ไปรอที่เรือนรับรองเพราะไม่อยากให้ใครเห็น เดี๋ยวตนจะรีบแก้ปัญหาให้ ทั้งสองร้อนใจ เลยถูกสุขสันต์ปรามว่า

“ทำธุรกิจต้องหัดใจเย็น ขืนทำอะไรผลีผลามมากๆไม่ดูตาม้าตาเรือ อาจจะจบได้ทั้งธุรกิจทั้งคน” แล้วมองตามทั้งสองไปด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม

โจ๊กกับจีจ้ากลับมาเห็นจตุพลกับน้อมพงษ์พอดี ทั้งสองพากันแอบดู สงสัยว่าพวกเขามาที่นี่ทำไมหรือโอปอมาพักผ่อนที่นี่ด้วย สุขสันต์มาเจอถามว่าอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ โจ๊กยียวนว่าเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ ถามว่ากลัวเราสองคนมารู้เห็นความลับอะไรหรือ สุขสันต์ถามงงๆว่าความลับอะไร? จีจ้าจ้องตาแป๋วบอกว่า

“อย่างน้อย เด็กอย่างเราก็ไม่เคยมั่วแย่งมรดกของน้องชายร่วมสายเลือดเดียวกันมาก็แล้วกัน เข้าข้างในเถอะพี่โจ๊ก”

สุขสันต์ส่ายหน้าพึมพำ “ไอ้พวกนี้สงสัยดูทีวีมาก เดี๋ยว...เดี๋ยวก่อน ให้ฉันมีโอกาสก่อนจะจัดพวกแกให้หนักเลย”

ooooooo

พิมมาดาขี่ม้าเล่นโดยมีกริสน์ที่สุขสันต์สั่งให้อยู่เป็นเพื่อนพิมมาดาดูอยู่ ทั้งคู่ยังขัดเคืองใจกัน พูดกันไม่เข้าหู พิมมาดาจึงชักม้าหนี ม้าตะบึงไปจนเธอตกใจบังคับม้าให้หยุดไม่ได้ ร้องขอความช่วยเหลือจากกริสน์

กริสน์ร้องตะโกนให้เธอกุมบังเหียนไว้ให้แน่น แล้วควบม้าตามไป เมื่อทันก็กระโดดข้ามมาคร่อมม้าตัวที่พิมมาดาขี่อยู่ ช่วยเธอบังคับม้าจนสำเร็จ

“รอดแล้วคุณ” กริสน์ถอนใจโล่งอก พิมมาดาหันมอง หน้าเกือบสัมผัสกัน เธอรีบหันกลับด้วยความเขิน

กริสน์ยังนั่งคร่อมทั้งม้าและโอบทั้งคนอยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจนั้นมีความสุขประหลาด...
พิมมาดาเดินหนีไม่ทันดูดี พลาดตกลงทางชันเท้าแพลง กริสน์รีบไปประคองพากลับที่พัก

ooooooo

กลับมาถึง กริสน์เอาผ้าห่อน้ำแข็งประคบให้อย่างเบามือ อ่อนโยน สุขสันต์มาเห็นเข้าตวาดว่าทำอะไรคุณพิม ตรงเข้าผลักกริสน์หงายหลัง กระชากขึ้นมาตบๆๆจนพิมมาดาต้องชี้แจง สุขสันต์ก็หาเรื่องด่ากริสน์จนได้ว่า ฝากให้ดูแลคุณพิมมาดาแล้วปล่อยให้ข้อเท้าแพลงได้ยังไง

กริสน์โดนทั้งขึ้นทั้งล่องเลยรีบขอโทษ พิมมาดา บอกว่าตนซุ่มซ่ามเอง สุขสันต์จึงตะโกนให้ใครที่อยู่ แถวนั้นเอาอุปกรณ์พยาบาลมา ตนจะพยาบาลพิมมาดาเอง พิมมาดาได้แต่มองกริสน์ด้วยความห่วงใย สงสาร

ตกกลางคืน มีทานอาหารกันรอบกองไฟ สุขสันต์คอยป้อนน้ำป้อนอาหารให้พิมมาดาอย่าง
เอาใจออกนอกหน้า กริสน์ที่ยืนอยู่หน้าเตาปิ้งมองอย่างปวดใจ ครู่เดียว จีจ้ากับโจ๊กก็มาหา บอกว่าพวกตนได้เบาะแสเพิ่มเติมมากมาย แล้วเล่าว่าสุขสันต์ไม่ได้โกงเขาคนเดียวแต่ทำกันเป็น
ขบวนการ ในนั้นมีนายจตุพลกับพวกร่วมด้วย ตอนนี้ก็ยังอยู่ที่นี่

กริสน์หูผึ่งตาลุก ไม่นานนักฉัตรชัยก็เอามือถือมากระซิบบอกสุขสันต์ว่ามีสายด่วน สุขสันต์รับมือถือเดินแยกไปคุย

ooooooo

กริสน์ไปแอบฟังจตุพลคุยโทรศัพท์แถวคอกม้า อึดใจเดียวสุขสันต์ก็เดินมา กริสน์รำคาญหางม้าเลยจับรวบไว้เงี่ยหูฟังการสนทนา และเอามือถือมาถ่ายคลิปไว้

“ผู้ใหญ่รับปากมาแล้วว่า จะจัดการเรื่องใบอนุญาตให้ พวกคุณกลับไปบอกกับลูกค้าทุกคน อีกสามวันได้มีแฟรนไชส์ร้านสวีทโอปอล์เป็นของตัวเองแน่” สุขสันต์บอกจตุพล แล้วพูดอย่างผยองว่า อีกสามวันเด็กทั่วประเทศต้องติดขนมสวีทโอปอล์งอมแงม

น้อมพงษ์เสนอให้ออเดอร์ตัวสารเคมีเพิ่มอีก สุขสันต์เตือนว่าอย่าทำให้เอิกเกริก ถึงตนจะเคลียร์เส้นทางให้นำเข้าสารตั้งต้นได้อย่างสะดวกแต่อย่าประมาท

ทั้งจตุพลและน้อมพงษ์พูดอย่างลำพองใจว่า สารพวกนี้ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ฉี่ไม่ม่วง ทางเดียวที่จะตรวจได้คือต้องห้องแล็บเท่านั้น และต้องเป็นแล็บที่มีเครื่องตรวจนำเข้าเฉพาะอีกด้วย ฉะนั้นไม่ต้องกลัว

กริสน์เก็บข้อมูลอย่างละเอียด ถ่ายคลิปไว้ทุกระยะ เขามองคลิปในมือพึมพำ “หึๆ แกเสร็จฉันแน่นายแฮปปี้” พอได้ข้อมูลกริสน์ปล่อยหางม้า โดนม้าที่รำคาญเตะเสียหมดสติซ้ำยังถูกกองฟางล้มทับอีกด้วย พวกจตุพลได้ยินเสียงเดินมาดูเห็นแต่กองฟางเลยไม่เฉลียวใจ สุขสันต์ไล่ให้รีบๆกลับไปเสีย

ooooooo

กริสน์รู้สึกตัวอีกทีตอนที่พิมมาดาขับรถพากลับกรุงเทพฯแล้ว จีจ้ากระซิบแซวว่าไปสืบพวกโกงสมบัติยังไงถึงได้ไปนอนหลับในกองฟางแบบนั้น

“หลับในกองฟาง...” กริสน์ตกใจ พอนึกได้ก็ร้อง “อ้า! ใช่...มือถือ...มือถืออยู่ไหน”

โจ๊กหยิบให้ดูมันอยู่ในถุง สภาพพังยับเยิน กริสน์ใจหายเพราะคลิปทั้งหมดอยู่ในนั้น พึมพำว่ามันยังใช้ได้ไหม แต่แล้วก็ตาโตด้วยความดีใจเมื่อเสียงมือถือดังขึ้น แต่กลายเป็นมือถือของพิมมาดา เธอเอ็ดให้เขาเงียบแล้วรับสาย

“ฮัลโหล...เต๋า มีอะไรเหรอ...อะไรนะ!”

เสียงพิมมาดาตกใจ จนทุกคนหันมองหน้าขวับ?!

ooooooo

กลับมาถึงร้าน พิมมาดาสอบสวนเต๋ากับเต้ยอย่างเข้มงวด ตำหนิว่าเฝ้าร้านยังไงมีคนมาขโมยเงินยังไม่รู้ กริสน์ตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าขโมยจริงเงินมีตั้งเยอะทำไมไม่เอาไปหมด โจ๊กฟันธงว่าต้องเป็นฝีมือคนในร้านแน่ๆ

ครู่เดียวแจ๊สก็วิ่งลงมาในชุดแนวเอมิลี่พั้งค์สุดๆ พิมมาดาตกใจถามว่าทำไมแต่งตัวแบบนี้ แจ๊สอึกอักสุดท้ายตัดสินใจวิ่งหนีเอาดื้อๆถูกพิมมาดาคว้าตัวไว้ถามว่าเอาเงินที่ไหนไปซื้อชุดแบบนี้ ขโมยเอาใช่ไหม แจ๊สตกใจปฏิเสธว่าตนไม่ได้ขโมย แค่ขอยืม ตนมีเหตุผล แล้วอาศัยจังหวะเผลอของพิมมาดาสะบัดหลุดแล้ววิ่งออกไปโบกแท็กซี่หนีไป

กริสน์บอกพิมมาดาว่าไม่ต้องห่วงตนจะไปตามแจ๊สกลับมาให้ได้ พิมมาดาโทษว่าเพราะเขาคนเดียวที่ทำให้แจ๊สเป็นแบบนี้ แล้วสั่งไล่เขาออกเลย

โจ๊กกับจีจ้าไม่ยอม จีจ้าบอกพิมมาดาว่าที่จริงแล้วกริสน์เป็นเจ้าชายถูกสุขสันต์โกงมรดกของตระกูลไป ตัวเองเลยต้องตกทุกข์ได้ยากอย่างนี้ พิมมาดาเลยโทษว่าที่หลานๆเกลียดสุขสันต์ก็เพราะถูกกริสน์เป่าหูแบบนี้เอง ไล่ไปให้พ้นไม่ต้องมาให้เห็นหน้าอีก แล้วต้อนโจ๊กกับจีจ้าเข้าบ้าน แต่ทั้งสองไม่ยอมเข้าบ้านบอกว่าจะไปอยู่กับลูกพี่ แล้ววิ่งหนีออกไป

ooooooo

ภัทรดนัยได้ผลจากห้องแล็บว่าตรวจฉี่ปาล์มแล้วไม่พบอะไรเลย ก็แปลกใจรีบมาบอกกริสน์ แต่เพราะกริสน์กำลังวุ่นวายกับเรื่องแจ๊สที่หนีไปและจีจ้ากับโจ๊กไม่ยอมให้ตนออก เลยบอกภัทรดนัยว่า ที่ไปสืบจากเขาใหญ่มารู้ว่าในขนมสวีทโอปอล์มียาเสพติดแต่เป็นยาชนิดพิเศษที่ตรวจไม่พบ และคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ทั้งหมดคือนายสุขสันต์แล้วเอาโทรศัพท์ของตัวเองที่พังยับเยินให้ภัทรดนัยไปค้นหาหลักฐานเอาในนั้น

กริสน์ตามไปหว่านล้อมโจ๊กกับจีจ้าว่า เวลานี้ต้องยอมน้าพิมไปก่อน ให้น้าพิมตายใจว่าเราไม่ใช่แก๊งเดียวกัน จะได้ไม่ถูกส่งไปอินเดีย หลังจากนี้สองสามวัน ตนจะมาสมัครงานที่ร้านเค้ก ดอยดูเด็กๆจากฝั่งตรงข้าม โอกาสเหมาะเมื่อไรเราก็มาหากันได้ เด็กๆจึงยอม

ส่วนแจ๊สขึ้นแท็กซี่หนีไปเวทีประกวดเต้นที่ห้าง มองไปใครๆก็มีผู้ปกครองมาด้วย แม้ตัวมาคนเดียวแต่ก็ฮึดสู้ เมื่อครูฟ้าใสมาตรวจทีมที่มาแข่งขัน ปรากฏว่าจำแจ๊สไม่ได้ ชมว่าแต่งชุดสวยแล้วเดินผ่านไป

พิมมาดาร้อนใจไม่รู้ว่าแจ๊สหนีไปไหน จึงให้ทุกคนช่วยกันหาหลักฐานในห้องเผื่อจะมีเบาะแส พิมมาดาเจอกล้องวีดิโอที่แจ๊สยืมจากเค้กมา เปิดดูจึงรู้ว่าแจ๊สไปประกวดเต้นและร้องเพลง สั่งให้ช่วยกันค้นหาว่าตอนนี้มีประกวดที่ไหนบ้าง

พอจีจ้ากับโจ๊กรู้ว่าพิมมาดารู้ว่าแจ๊สไปไหนและกำลังจะตามไปอาละวาดก็ตกใจว่าจะทำยังไงดี?

ที่เวทีประกวด เมืี่อครูฟ้าใสเรียกทีมประกวดมาเช็กแล้ว จำแจ๊สได้ อุทานว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วครูก็เรียกทีมงานมาบอกว่า เด็กคนนี้คือแจ๊สขอถอนตัว แจ๊สโวยวายว่าตนไม่ได้ถอนตัว ครูฟ้าใสมองชุดของแจ๊สแล้วบอกว่ามันแรงไปและตัวเองก็ไม่ได้เต้นเก่งอะไรด้วย ครูไม่ยอมให้เธอเอาชื่อเสียงของโรงเรียนไปย่ำยีเด็ดขาดสั่งเฉียบขาดว่า “เธอต้องถอนตัว!”
“แจ๊สจะประกวด ยังไงแจ๊สก็จะประกวด คุณครูหรือใครก็ห้ามแจ๊สไม่ได้” แจ๊สยืนกราน

ครูฟ้าใสมองอย่างไม่พอใจ คิดหาทางสะกัดแจ๊สให้ได้

ooooooo

ภัทรดนัยสั่งลูกน้องให้ช่วยตามหาแจ๊สแล้วพากริสน์ไปที่ออฟฟิศขนมสวีทโอปอล์ เพื่อหาหลักฐานยาเสพติดที่ผสมในขนม ปรากฏว่าที่ออฟฟิศมีการเตรียมการเหมือนต้อนรับคนสำคัญ ซุ่มดูจึงรู้ว่าคือ เมทินี

ทั้งสองตะลึงคิดไม่ถึง แต่ที่จริงเมทินีเพียงต้องการซื้อแฟรนไชส์เพื่อให้ปาล์มได้ซื้อขนมกินสะดวกเท่านั้นเธอไม่ต้องการลงทุนอะไรเพราะร่ำรวยมากและปัจจุบันชีวิตเธอต้องการเพียงแค่  สาว สวย สยิว สนุกสุดๆเท่านั้นพอแล้ว

ภัทรดนัยกับกริสน์ฝ่าด่านและกำจัดยามจนเข้าไปถึงห้องแล็บ เชื่อว่าสิ่งที่พวกตนต้องการต้องอยู่ในนั้น ตัดสินใจว่าต้องเข้าไปเอามาให้ได้

ระหว่างนั้น กริสน์ได้รับโทรศัพท์จากครูฟ้าใสให้ไปรับแจ๊สที่เวทีประกวดเต้น เพราะเกรงว่าถ้าแพ้แล้วจะกลายเป็นปมด้อยในชีวิตของแจ๊ส กริสน์รับคำแต่ภัทรดนัยไม่ยอมให้ไปอ้างว่าแจ๊สอยู่กับครูแล้วแสดงว่าปลอดภัย ให้ทำงานกับตนที่นี่ ช่วยกันหาทางเข้าไปในห้องแล็บ แต่พอภัทรดนัยเข้าไปประตูก็ปิดสนิท กริสน์เลยอยู่ข้างนอก คิดจะหนีไปหาแจ๊สก็ไปไม่ได้ เพราะพวกจตุพลรู้ตัวว่ามีผู้บุกรุก และถูกสมุนของจตุพลรุมล้อมไว้

ขณะที่กริสน์หลบสมุนของจตุพลที่วิ่งกันให้พล่านนั่นเอง ถูกเมทินีที่กำลังกลับช่วยไว้ บอกเขาว่ารถของตนจอดอยู่ข้างนอก ถ้าไปกับตนรับรองปลอดภัยไม่มีใครตรวจแน่ๆ แล้วพากันรีบไปที่รถ

ooooooo

เมื่อได้เบาะแสว่าแจ๊สไปประกวดเต้นที่ไหนแล้ว พิมมาดา เต๋า เต้ย และเค้กก็พากันไปหาแจ๊ส จะเอาแจ๊สกลับให้ได้ แจ๊สวิ่งหนี เลยถูกตามไล่จับกันจนป่วนไปหมด

จีจ้ากับโจ๊กก็ไปตามหาแจ๊ส ทั้งสองยืนหน้าตาตื่นๆอยู่ แต่พอพิมมาดาถามว่าเห็นแจ๊สไหม ทั้งสองบอกว่าเห็น แต่ชี้ไปคนละทาง ที่แท้แจ๊สเข้าไปหลบอยู่ในกระเป๋าเดินทางของครูฟ้าใสที่วางอยู่แถวนั้นนั่นเอง

เมื่อตามหาไม่เจอ เต๋าเสนอว่า เราเฝ้าอยู่ที่เวทีนี่ก็แล้วกัน ถึงคิวแจ๊สเมื่อไรค่อยห้ามขึ้นเวที

ooooooo

ภัทรดนัยค้นเจอเอกสารลับจากในห้องแล็บและหนีออกมา ท่ามกลางการตามไล่ล่าของสมุนจตุพลที่วิ่งกันให้พล่าน แต่เขาก็อาศัยไหวพริบปลอมตัวบ้าง ผสมโรงเป็นพวกเดียวกับสมุนของจตุพลบ้าง สุดท้ายก็หนีออกมาได้ หาทางหนีอย่างหัวเดียวกระเทียมลีบ ได้แต่ภาวนา... “พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกช้างหนีได้ตลอดรอดฝั่งด้วยเถิด...”

ส่วนกริสน์สุดหล่อได้เมทินีช่วยพาหนี พอไปถึง แทนที่จะให้ขึ้นรถ เธอกลับขึ้นนั่งแล้วปิดประตูเปิดหน้าต่างรถยื่นแก้มออกมา มีข้อแม้กับเขาว่าต้องจุ๊บตนทีหนึ่งก่อนจึงจะให้ขึ้นรถ

กริสน์หัวเสียที่หน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้ยัยเจ๊จอมร่านยังมัวลีลามาก บอกว่าตนทำไม่ได้ เมื่อทำไม่ได้ก็ถูกตื๊ออยู่อย่างนั้น แต่เมื่อจวนตัวเขาก็หลับหูหลับตาจุ๊บไปทีหนึ่ง เจ๊ติดใจขอให้เรียกตนว่า “ที่รัก” อีก คราวนี้กริสน์เรียกโดยไม่ต้องคิดว่า

“ที่รักๆๆๆๆๆๆ เปิดประตูให้ผมได้แล้ว ผมต้องรีบไป”

พอเมทินีเปิดประตูให้ กริสน์ก็โดดขึ้นนั่งและรถก็ขับออกไปทันที

“เฮ้ย...รอด้วยๆ” เสียงภัทรดนัยตะโกนโหวกเหวกวิ่งขาขวิดมาแต่ไกล แต่ไม่ทันแล้ว สบถอย่างหมดแรง “โธ่...ไอ้เพื่อนทรยศ แกหนีรอด แล้วฉันล่ะ ฉันจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไง” หันไปเห็นพวกบอดี้การ์ดเดินมากันเป็นแผงก็รีบซุกตัวเข้าไปหลบในซอก ภาวนา “ใครก็ได้ช่วยด้วยยยยยย”

พวกบอดี้การ์ดเดินวนเวียนอยู่แถวนั้น ทำเอาภัทรดนัยตัวเกร็งจนแทบไม่กล้าหายใจ...

ooooooo

มือปราบพ่อลูกอ่อน

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด