ตอนที่ 4
วันนี้ เรือขนตู้คอนเทนเนอร์เข้ามาเทียบท่าเรือ คนงานลำเลียงตู้คอนเทนเนอร์มาที่โกดัง น้อมพงษ์กับฉัตรชัยเข้าไปเปิดตู้ตรวจเช็กสินค้า ภายในตู้ที่เปิดออก มีดอกไม้หลายชนิดอยู่ด้านหน้า แต่ด้านในที่อยู่ลึกเข้าไปนั้นเป็นขนมลูกกลมๆ
น้อมพงษ์กับฉัตรชัยหยิบขนมขึ้นมาคนละลูกใช้มีดผ่าออกดู ข้างในมีซองเล็กๆ ใส่ผงสีชายัดไส้อยู่ ทั้งสองมองหน้าแล้วยิ้มให้กัน...
ที่ด้านนอกโกดัง มีรถบรรทุกสองคันจอดอยู่ คันหนึ่งสีเขียว อีกคันสีแดง ครู่ใหญ่ รถสองคันนั้นขับออกจากโกดังแล้วเลี้ยวไปคนละทาง
ที่ร้านดอกไม้ กริสน์แอบดูอยู่ เห็นรถบรรทุกสีแดงแล่นเข้ามาจอด พิมมาดา เต๋า และเต้ย ออกมารับดอกไม้ พิมมาดามองดอกไม้ยิ้มอย่างมีความสุข...
ส่วนรถคันสีแดง บ่ายหน้าไปที่ออฟฟิศทำขนม จตุพลเดินออกมารับของ เขายิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ! หลังจากนั้น ขนมที่นำเข้า ก็ถูกส่งเข้าโรงงาน ผ่านกระบวนการผลิต ในที่สุด ก็ออกมาเป็นขนมชนิดใหม่
สุขสันต์เข้ามาหยิบขนมที่แปรรูปเสร็จแล้วขึ้นดู เขาหัวเราะสะใจในความสำเร็จ กับน้อมพงษ์และจตุพล
วันต่อมา พิมมาดาไปหาเค้กที่ร้านเบเกอรี่บอกว่า มีเรื่องอึดอัดใจนิดหน่อยอยากมาปรึกษา เค้กเดาออกทันที่ว่าเรื่องสุขสันต์ใช่ไหม พิมมาดาถามว่าทำไมรู้ล่ะ
“เดายากตรงไหน คราวที่แล้วตอนพิมมาปรึกษาเรื่องไอ้วิน ก็ทำหน้าแบบนี้เป๊ะ”
โจ๊กสุดจะทนโต้ฉีกหน้าไปว่า ตนเห็นอยู่หยกๆว่าปาล์มกินข้าวเหนียวกับตีนไก่จิ้มแจ่วอยู่หน้าโรงเรียน โอปอล์มาถึงเสนอตัวเป็นพยานให้โจ๊ก บอกว่าตนก็เห็นคุณป้าป้อนส้มตำปูพริก 5 เม็ดอยู่ในรถเมื่อกี้นี้เอง
ทั้งหมดยืนโต้เถียงกันอยู่อย่างไม่มีทีท่าจะจบ ครูพงษ์พัฒน์เดินเข้ามาขอตัดสิน บอกว่าโทษหนักที่สุดสำหรับโจ๊กคือพักการเรียน เมทินีสะใจมาก
พอดีกริสน์ถือการบ้านของโจ๊กเดินตามครูฟ้าใสเข้ามา พอเมทินีเห็นกริสน์เท่านั้น ก็ดี๊ด๊าดีใจมาก ครูพงษ์พัฒน์เปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม บอกครูฟ้าใสด้วยน้ำเสียงยินดีเดาะภาษาไทยปนอังกฤษว่า
“โอ...ครูฟ้าใส เดอะไดเร็กเตอร์ ออฟเดอะดีพาร์ต– เม้นต์ คุณพาผู้ปกครองนายโจ๊กมาพอดี ดีครับ เราจะได้เคลียร์เรื่องเด็กในความดูแลของเขาให้จบ”
ครูฟ้าใสกรี๊ดกร๊าด อุทานเสียงสูง “oh. What’ s going on? เกิดอะไรขึ้นคะ What’s going on??”
แต่แล้วทุกอย่างก็ลงเอยด้วยดี เมื่อโจ๊กบอกกริสน์ว่า ถ้าตนโดนพักการเรียน เราก็คงไม่ได้พบกันอีก มองหน้าครูฟ้าใสอย่างเจาะจงพูดกับครูว่า “ผมคงไม่ได้มาที่โรงเรียนนี้อีกแล้ว”
ในที่สุดความหล่อเท่เสน่ห์แรงของกริสน์ ก็ทำให้เมทินีไม่ติดใจเอาความ ถึงแม้ปาล์มจะยังปากเจ่อเป็นครุฑก็บอกลูกว่าเราต้องรู้จักให้อภัยไม่ผูกใจเจ็บ ย้ำกับปาล์มว่าแม่เคยสอนไว้แล้วใช่ไหมว่าเวรย่อมระงับกับการไม่จองเวร...
“หม่ามี้สอนตอนไหน?” ปาล์มถามหน้าเด๋อๆ ทำเอาโจ๊กหัวเราะก๊าก ครูฟ้าใสแอบหมั่นไส้เมทินีแล้วหันยิ้มให้กริสน์อย่างดีใจด้วย
เมทินีแอบหยิกปาล์มให้หุบปาก แล้วหันยิ้มหวานให้กริสน์ ครูพงษ์พัฒน์ถามว่าตกลงจะเอายังไงกันแน่
“ถ้าจะให้โจ๊กพักการเรียนตั้งแต่วันนี้ ผมกับโจ๊กก็ขอลาล่ะครับ ไปโจ๊ก...บายฮะ ครูฟ้าใส ผมคงคิดถึงคุณ ลาก่อน...คุณเมทินี ผมจะไม่ลืมคุณเลย” กริสน์เผลอหันไปทางเดช “ไปก่อนนะครับพี่เดช” แล้วจูงโจ๊กออกไป
เดชมองตาม พึมพำงงๆ “ไอ้หมอนั่นรู้จักชื่อเราได้ไงวะ? เออ...จะว่าไป หน้าตามันก็ดูคุ้นๆเหมือนเคยเจอที่ไหน...” เดชพยายามนึก เห็นกริสน์จูงโจ๊กเดินออกไปเลย “เออ...ไปเถอะ”
ครูฟ้าใสกับเมทินีมองตามกริสน์ หันมองหน้าร้องพร้อมกัน
“ไม่...Nooooo.....”
ooooooo
หลังจากไปป่วนสาวไส้สุขสันต์เรื่องผู้หญิงจนพิมมาดาหนีกลับไปแล้ว วันต่อมา มาวินก็ไปที่ร้านดอกไม้ เป่าหูยุยงต่อ
“พิม...คุณกำลังถูกล่อลวงด้วยเหล่าชายชั่วหรือจะเรียกว่า คนโฉดก็ได้ แต่คุณไม่ต้องกลัว ผมกลับมาแล้ว”
เต๋ากับเต้ยบอกให้กลับไปตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองเสียบ้าง พลางพยักเพยิดให้มองไปทางหน้าร้าน
สุขสันต์กำลังลงจากรถด้วยมาดผู้ยิ่งใหญ่ มาวินมองอึ้ง อ้าปากค้าง
“ไงคะ อึ้ง ทึ่ง เสียว เลยล่ะซิ” เต้ยพูดเยาะแอบหัวเราะคิกๆ อย่างสะใจ
ขณะกริสน์ขับรถกลับนั่นเอง เขาได้รับโทรศัพท์เบอร์แปลกๆ ตัดสินใจรับสาย แล้วเขาก็งงเมื่อคนที่โทร.มาคือเมทินี เธอตัดเสียงหวานมาว่า “นี่ขนาดเสียงผ่านสายยังหล่อเลย” กริสน์ถามงงๆว่ามีเบอร์ตนได้ยังไง
“ถ้าให้ความรักนำทาง จะหาอะไรก็ไม่ยากหรอกค่ะ” เมทินีอ่อย แล้วถามว่าเขาทำงานที่ร้านดอกไม้
พริมโรสหรือ เป็นเจ้าของร้านใช่ไหม
“อ๋อ...ไม่ใช่หรอกครับ ผมเป็นพนัก...” กริสน์หยุดกึก นึกได้ถามว่า “เอ๊ะ...นี่คุณเมทินีรู้ได้ยังไงครับว่าผมทำงานที่ร้านพริสโรส อย่าบอกนะว่า...”
กริสน์มองกระจกหลังเห็นเมทินีเอารถมาจ่อท้ายรถตนพอดี เธอลดกระจกลงโบกมือให้ทำท่าน่ารัก
“แหม...คุณเมทินี ช่างน่ารักจริงๆเลยครับ” กริสน์ทำเสียงหล่อชมทั้งที่หน้าเครียด วางสายพึมพำอย่างสุดเซ็ง “ชิปเป๋ง! เป็นตำรวจสายสืบยังไงวะเนี่ย ขนาดเจ๊ธรรมดาๆ ยังสะกดรอยตามไม่รู้ตัว แบบนี้ขืนเป็นไอ้พวกนั้น มิโดนส่องกบาลเป็นรูไปแล้วเรอะเรา...เฮ้อ...”
ooooooo
สุขสันต์เข้ามาอย่างผู้ยิ่งใหญ่ เขายื่นช็อกโกแลตกล่องใหญ่ให้พิมมาดา แต่เธอไม่รับ มาวินจ้องไม่วางตา สุขสันต์อ้อนขอเวลาอธิบายสั้นๆได้ไหม
ระหว่างนั้นฉัตรชัยบอกสุขสันต์ว่า สารวัตรคนนี้แหละที่ไปยุยง...พูดแล้วหลิ่วตาไปทางพิมมาดา สุขสันต์นึกออกถามมาวินว่าต้องการอะไรไม่ทราบ
ขณะที่บรรยากาศในร้านกำลังระอุนั่นเอง กริสน์พาเมทินีเข้ามา เชิญชวนซื้อดอกไม้เพราะวันนี้ร้านลดราคาดอกไม้ ลูกค้าเลยมากันแน่นร้าน ทั้งที่พวกที่แน่นร้านนั้นคือพวกสุขสันต์กับมาวินนั่นเอง
เมทินีมาเจอสุขสันต์ก็ไหว้นอบน้อมก้มแทบติดพื้น ถามว่ามาซื้อดอกไม้ร้านนี้เหมือนกันหรือ
สุขสันต์ตอบหน้าเครียด กริสน์กระซิบชวนไปดูดอกไม้ทางโน้นดีกว่า เพราะทางนี้กำลังจะเปิดศึกชิงนางกันอยู่ เดี๋ยวเราจะโดนลูกหลงไปด้วย
สุขสันต์เปิดประเด็นร้อน ถามพิมมาดาว่าตกลงมาวินเป็นอะไรกับเธอ พิมมาดาอึกอัก มาวินชิงตอบว่า
“ผมตอบให้ครับพิม” แล้วหันพูดกับสุขสันต์ “ขณะที่ท่านสุขสันต์กำลังจีบพิม ทั้งๆที่ตัวเองก็มีคนรักแล้ว ผมก็คือคนรักตัวจริงของพิมที่กำลังงอนอยู่นะซิครับ”
ฉัตรชัยถามสุขสันต์ว่าจะให้จัดการอย่างไร เต๋ากับเต้ยหมั่นไส้มาวินอยู่แล้ว บอกว่าอย่าไปสนใจคนอื่นเลย คุยกับพิมมาดาดีกว่า เชิญสุขสันต์คุยกับพิมมาดา
บอกว่ามาวินกำลังจะกลับพอดี
“ฉันพูดตอนไหนว่ากำลังจะกลับ” มาวินตะคอกถามแล้วนั่งลงหันไปบอกสุขสันต์ “เอาเลยคุณนักการเมือง เชิญคุณโกหกพกลมได้ตามสบาย ผมฟังด้วยได้ไม่ถือ”
สุขสันต์ถอดใจ พูดกับพิมมาดาว่าตนรู้แล้วว่าทำไมเธอถึงไม่ยอมฟังคำอธิบายจากตน เพราะเธอมีคนอื่นอยู่แล้ว ยื่นกล่องช็อกโกแลตให้ พูดประชดว่า จะทานกับสารวัตรก็ได้ ถือว่าแทนคำขอโทษจากตนก็แล้วกัน
สุขสันต์พาพวกออกจากร้านไปง่ายๆ พิมมาดาหันมาถามมาวินว่าจะกลับไปเองหรือจะให้ตนไล่ ส่วนเต๋าก็ร้องเรียกป๊อปคอร์นให้มาส่งแขก มาวินเลยรีบออกจากร้านไป
เมทินียังเข้าใจเอาเองว่า กริสน์เป็นเจ้าของร้าน เตือนเขาว่าอย่าตามใจลูกน้องมากไปเดี๋ยวจะพากันเหลิง ระหว่างนั้นเมทินีจามเป็นระยะ เพราะแพ้เกสรดอกไม้ แต่เพื่อเอาใจกริสน์ จึงสั่งดอกไม้ไปเกือบเต็มท้ายรถ
คนขับรถถามว่าแพ้เกสรดอกไม้แล้วซื้อมาทำไมมากมาย ไม่กลัวจามจนจมูกหลุดหรือ
“จมูกหลุดไม่เป็นไรเสริมใหม่ได้ แต่ถ้าปล่อยผู้ชายคนนี้หลุดมือไป น้องนีคนนี้คงจะขาดใจตายแน่ๆ” พูดแล้วก็จามไม่หยุด คนขับรถฟังแล้วก็ส่ายหน้าปลงๆ
พอเมทินีกลับไปแล้ว พิมมาดาถามกริสน์อย่างเอาเรื่องว่า อวดดียังไงถึงมาอ้างว่าตัวเองเป็นเจ้าของร้าน กริสน์บอกว่าเมทินีเข้าใจผิดเอง ย้อนถามว่าแล้วไม่ดีหรือ เพราะเจ๊แกเหมาดอกไม้ไปถึงเกือบสามหมื่นบาท ถ้าตนเป็นเจ้าของร้านทุกวันรับรองเธอรวยตายเลย
พูดแล้วกริสน์วิ่งหนีไปให้พ้นรัศมีมือเท้าเธออย่างเร็ว เต๋ากับเต้ยพากันหัวเราะขำ ส่วนพิมมาดาด่าตามหลังเขินๆ
“คนบ้า...ผู้ชายกะล่อน” หันมาเห็นเต๋ากับเต้ยหัวเราะก็เอ็ดแก้เกี้ยว “หัวเราะอะไร” สองคนนั้นเลยวิ่งเข้าร้านไป
ooooooo
ร้านเค้กกลายเป็นที่นัดพบกันของกริสน์กับภัทรดนัยเป็นประจำ วันนี้ก็นัดพบกันอีก โดยกริสน์เอาทัมไดรฟ์มาให้บอกว่า บันทึกข้อมูลที่ได้มาเมื่อคืนเตรียมเปิดให้ภัทรดนัยดู แต่ถูกเค้กที่พอใจกริสน์มาดูแลเสียจนไม่เป็นอันทำงาน เดี๋ยวเอาขนมมาให้ เดี๋ยวเอากาแฟมาให้ เดี๋ยวมาถามว่าจะเอาอะไรอีกไหม จนกริสน์บอกว่าเชิญตามสบายไม่ต้องห่วงพวกตน เธอกลับขอดูด้วยคนอีก ทำเอาทั้งสองกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เลยพากันเข้าไปแอบเปิดดูกันในห้องน้ำ
เค้กมาหาไม่เจอ รู้ว่าเข้าห้องน้ำด้วยกันก็คิดเลยเถิดว่าสองคนนี้มีอะไรกัน เลยวิ่งออกไปอย่างรับไม่ได้
สองหนุ่มเข้าไปดูข้อมูลแล้วผิดหวังเพราะมีแต่แบบเสื้อแบบเครื่องเพชร กริสน์บ่นว่าอุตส่าห์เสี่ยงตายเข้าไปกลับได้แต่พวกนี้มาไม่มีประโยชน์เลย ภัทร–ดนัยตั้งข้อสังเกตว่ากริสน์อาจสงสัยผิดคนมากกว่า
“ฉันว่าเซนส์ฉันไม่เคยพลาด ในเมื่อไม่ได้อะไรจากที่บ้านก็คงต้องไปหาจากที่อื่น”
ooooooo
“แต่คราวนี้มันมาอีกแบบนึงนะ” พิมมาดาพูดหน้านิ่งๆ เค้กวางมือจากงานถามอย่างตื่นเต้นว่าโดนรึยัง เลยโดนพิมมาดาทุบเบาๆ แก้เขิน
ooooooo
หลังจากคุยกันแล้ว เค้กเดินมาส่งพิมมาดาที่หน้าร้าน เดินไปคุยไปจนมาถึงหน้าร้าน เค้กย้ำกับเพื่อนว่า ถ้าเป็นตนตนไม่แคร์ว่าผู้ชายจะพาเข้าบ้านหรือไม่ เพราะบางครั้งความจริงใจก็วัดกันด้วยเรื่องแค่นี้ไม่ได้ แล้วชี้ว่า
“สิ่งที่คุณกริสน์พูดมาก็ถูก เพราะผู้ชายส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นอย่างนั้น”
พิมมาดาฟังแล้วสับสนว่า แล้วตนควรจะทำอย่างไร เค้กตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่า ให้ทำอย่างที่ใจอยากทำ ถ้าไปบ้านเขาแล้วสบายใจก็ไป ดีเหมือนกัน จะได้พิสูจน์ความจริงใจของคุณสุขสันต์ที่มีต่อเธอ
พิมมาดาถามอย่างกังวลว่าเร็วไปหรือเปล่า เดี๋ยวจะคิดว่าตนอยากจับเขามาก
“ไม่เร็วไปหรอก ดีกว่าเสียเวลาให้เขาควงไปมาจนคนเห็นทั่วเมือง แล้วจึงบอกว่าไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหน...ไม่ต้องหาคำใดมาอธิบาย...”
พิมมาดาแซวเพื่อนว่าคมจริงๆ สองคนพากันหัวเราะอย่างผ่อนคลายขึ้น แต่พอพิมมาดาหันไปเห็นกริสน์ยืนอยู่ เธอเดาได้ว่าเขาได้ยินที่พวกตนคุยกัน ก็มองฉุนๆ แต่กริสน์กลับทำหน้าเป็นยักคิ้วให้แผล็บๆอย่างเป็นต่อ
พิมมาดากลับมาทำงานที่ร้าน เธอรีบวางมือเมื่อมีโทรศัพท์เข้ามา พอยกหูฟังเสียงปลายสาย สีหน้าเธอเป็นกังวลขึ้นทันที เพราะสุขสันต์โทร.มาเตือนที่นัดกันไว้คืนนี้
พิมมาดาคุยกับสุขสันต์โดยมีเค้กกับกริสน์คอยบอกบทอยู่ข้างๆ ทั้งสองลุ้นให้เธอหาทางไปบ้านเขาแทนการไปทานกันในร้านอาหาร เธออ้างเหตุผลอ้อนๆว่า
“พิมไม่อยากตระเวนไปนั่นไปนี่ให้คนนินทา พิมชอบบรรยากาศบ้านๆ พิมอยากทำกับข้าวให้คุณชิมบ้าง แต่...ที่บ้านพิมเอง พิมก็ไม่สะดวก แล้วถ้าจะไปบ้านคุณ ก็คง...ไม่ค่อยเหมาะ”
“ได้...ผมจะเป็นคนทำกับข้าวให้คุณชิมเอง อาหารอิตาเลียนนะครับ...งั้นค่ำนี้ ผมไปรับคุณมาที่บ้านผมนะครับ”
กริสน์รีบส่งสัญญาณกับพิมมาดาว่าไม่ต้องให้เขามารับ ตนจะพาไปส่งเอง เมื่อพิมมาดาบอกสุขสันต์ เขาหัวเราะถามว่า กลัวตนขี้โกงหรือ พิมอ้างว่าตนเป็นผู้หญิง แม้สุขสันต์จะเซ็งจนบอกไม่ถูก แต่ก็ต้องยอมเธอ
วางสายจากพิมมาดาแล้ว สุขสันต์รีบโทร.บอกฉัตรชัยว่า จู่ๆพิมมาดาก็อยากมาบ้าน คืนนี้แพรวพิลาศ จะมาค้างที่นี่เสียด้วย ถามว่าเอาไงดี
“ลูกแกะจะเข้าถ้ำเสือนะครับท่าน” ฉัตรชัยตอบเป็นนัยอย่างรู้กัน สุขสันต์จึงสั่งฉัตรชัยว่าคืนนี้ต้องจัดการไม่ให้มีแม้แต่เงาของแพรวพิลาศโผล่มาที่บ้าน ฉัตรชัยรับปากสบายๆว่า “เรื่องสับรางรถไฟนี่ของถนัดครับท่าน”
แม้ว่าสุขสันต์จะตอบรับให้พิมมาดาที่บ้านอย่างยินดี แต่เขาก็อดกังวลไม่ได้ว่า เธอจะมาไม้ไหนกัน?
ooooooo
หลังจากคุยกับสุขสันต์จนเขายอมให้ไปทำอาหารทานกันที่บ้านเขา และเขาไม่ต้องมารับแล้ว พิมมาดาก็อดสงสัยไม่ได้ ถามเหตุผลจากกริสน์ เขาชี้แจงอย่างคนคิดรอบคอบและเป็นห่วงเธอว่า
“คุณไปกินข้าวบ้านผู้ชายสองต่อสองตอนกลางคืนน่ะ อันตรายจะตายไป เกิดเขาอยากเคลมคุณขึ้นมา ให้คุณกินยาปลุกเซ็กซ์ แล้วจะทำยังไง ใครจะช่วยคุณได้ อ้อ...หรือว่าคุณอยากโดน งั้นผมไม่ไปก็ได้”
พิมมาดาด่ากริสน์ว่าคิดลามก แต่เค้กเห็นด้วยกับกริสน์ว่า เราระวังตัวไว้ดีกว่า พิมมาดาจึงยอมให้กริสน์ไปส่ง แต่พูดเหน็บให้เจ็บใจว่า “ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็มีไม้กัน...หมา!”
พิมมาดาเดินขึ้นข้างบน กริสน์มองตาม อมยิ้มนิดๆที่แผนการของตนสำเร็จแล้ว...
ooooooo
ก่อนที่กริสน์จะขับรถพาพิมมาดาไปบ้านสุขสันต์ ภัทรดนัยเอาหูฟังบลูทูธพิเศษ ที่ใช้เป็นโทรศัพท์ได้ ถ่ายรูปได้ ที่ดีเยี่ยมคือ พอถ่ายรูปปุ๊บ ภาพก็จะออนไลน์ไปปรากฏที่หน้าจอคอมฯของเขาปั๊บ บอกให้กริสน์ทดลองดู แต่ไม่ทันทำอะไร พวกเด็กๆก็เดินมาทำให้กริสน์ต้องรีบเก็บหูฟัง บอกภัทรดนัยว่าแล้วจะโทรหา
พวกเด็กๆเดินตีหน้ายักษ์ตรงหน้ากริสน์ ถามว่า เมื่อกี้คุยกับใครอยู่เห็นทำลับๆล่อๆ เขาบอกว่าคุยกับคนมาขายของ พวกเด็กๆไม่เชื่อ โจ๊กชี้หน้าด่าว่า
“น้าหักหลังพวกเรา เชียร์ให้น้าพิมไปบ้านศัตรูทำไม ไหนรับปากว่าจะช่วยปกป้องน้าพิม”
จีจ้าถามเห็นกริสน์อึ้ง เลยช่วยถามนำว่า “ลูกพี่มีแผนซ้อนแผนใช่ไหม บอกพี่โจ๊กกับพี่แจ๊สไปสิ”
กริสน์ชมเด็กๆ ว่าอัจฉริยะจริงๆ ยอมรับว่าตนมีแผนแต่พวกเด็กๆ ไม่ต้องรู้ก็ได้ มีหน้าที่ทำตัวเองให้เป็นเด็กดีก็ไปทำเสีย อย่ามาก้าวก่ายหน้าที่ของตน แล้วทุกอย่างจะดีเอง
พวกเด็กๆ พากันกระโดดหยองแหยง ตะโกนขึ้นพร้อมๆ กัน “อยากรู้แผน...อยากรู้แผน...”
กริสน์ปรามว่าตนไม่อารมณ์ดีนะ แล้วบ่นพลางเดินไปว่า “น้าพิมแต่งตัวเสร็จยัง หลบๆๆ”
“โจ๊กชักไม่ไว้ใจน้ากริสน์แล้ว” แจ๊สฟังแล้วบอกว่า “ด้วย!” แล้วทั้งสามก็สุ่มหัวปรึกษากันอย่างตึงเครียด
ooooooo
แพรวพิลาศไปหาสุขสันต์ตามนัดที่ล็อบบี้โรงแรม เจอฉัตรชัยมารับหน้า มีช่อดอกไม้วางอยู่ข้างๆ เขาบอกเธอว่าสุขสันต์ติดประชุมให้ตนมาบอกว่าไปปาร์ตี้กับเธอไม่ได้และให้เอาช่อดอกไม้นี้มาให้ พลางคุกเข่าส่งดอกไม้ให้ แพรวพิลาสบ่นว่าพักนี้สุขสันต์ ประชุมบ่อยเหลือเกิน แล้วสั่งฉัตรชัยให้พาตนไปหาเขาที่ออฟฟิศ
ฉัตรชัยอ้างว่าสุขสันต์ประชุมกับผู้ใหญ่หลายคน ถ้าเธอไปจะดูไม่ดี เหมือนผู้หญิงที่ไม่มีความมั่นใจและตามจับผู้ชาย บอกให้ไปงานปาร์ตี้เถอะ ตนจะดูแลเธอเอง แพรวพิลาศเกี่ยงว่า ไม่เคยออกงานแบบไร้คู่มาก่อน ฉัตรชัยให้เธอถือช่อดอกไม้ แล้วจัดแต่งเสื้อผ้าตัวเองถามว่า “ไม่ทราบว่า...ผม...พอจะควงออกงานได้ไหมครับ”
แพรวพิลาศไม่ได้ฟังฉัตรชัย มองที่ช่อดอกไม้เห็นนามบัตรติดอยู่จึงรู้ว่า มาจากร้านพิมโรส
ooooooo
กริสน์เตรียมพร้อมทำงานเต็มที่ ใส่บลูทูธที่ภัครนัยจัดให้ สักพักได้ยินเสียงเทสต์จากภัทรดนัยที่ร้องเพลงพลางเดินไปเดินมา จนแน่ใจว่าสัญญาณดีแล้ว กรินส์บอกให้พอแล้ว พิมมาดาเห็นถามว่าพูดกับใคร
กริสน์รีบถอดบลูทูธเก็บ มองเธอตะลึงถามว่า ไปกินข้าวที่บ้านทำไมแต่งตัวขนาดนี้ น่าจะใส่ชุดลำลอง นุ่งกางเกงยีนส์ ยุงจะได้ไม่กัด เค้กวิ่งมาเร่งว่ารีบไปเถอะสายแล้ว กริสน์จึงขอบคุณเธอที่หาชุดคนขับรถให้ใส่ ส่วนพิมมาดาก็สั่งเต๋ากับเต้ยให้ดูแลเด็กๆ ให้ดี ห้ามดูทีวีและให้นอนตรงเวลา
กริสน์ทำหน้าที่คนขับรถต้องมาเปิดประตูรถให้ พิมมาดาจึงก้าวขึ้นนั่ง กริสน์จึงขับออกไป ผ้าใบที่คลุม อยู่ท้ายกระบะเริ่มมีการเคลื่อนไหวยุกยิก...ยุกยิก ครู่หนึ่งเจ้าป๊อปคอร์นก็โผล่หัวออกมาสูดอากาศนอกผ้าใบ...
ครู่เดียวมาวินก็มาที่ร้านดอกไม้ ถามเต๋ากับเต้ย
อย่างไม่พอใจว่า พิมมาดาไปไหน กับใคร มีเดตรึไงถึงออกไปตอนค่ำๆ ทั้งสองเลยยั่วว่า คนนั้นใหญ่กว่าเขาก็แล้วกัน มาวินรู้ทันทีว่าเป็นสุขสันต์ มาวินพูดอย่างไม่พอใจว่า คนอย่างนายสุขสันต์ไม่เคยรักใครจริงหรอก แล้วถามหากริสน์ว่าไปไหนโดนไล่ออกไปแล้วหรือ พอรู้ว่าเป็นคนขับรถพาพิมมาดาไป ก็ด่าว่ากริสน์เป็นพวก 18 มงกุฎ ตนจะไม่ยอมให้มาตีท้ายครัวผู้หญิงของตนแน่ สั่งเต๋ากับเต้ยว่า
“บอกพิมมาดาด้วยว่า เธอกำลังโดนล้อมกรอบโดยไอ้หมาป่าไฮยีน่า กะไอ้หมาจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ แต่มีชายที่ซื่อสัตย์จริงใจคนหนึ่งจะปกป้องเธอเอง”
พอมาวินพูดถึงหมา ทั้งสองก็นึกถึงป๊อปคอร์นขึ้นมา หันไปร้องเรียก มาวินกลัวหมาเลยรีบออกจากร้านไป เต๋ากับเต้ยไม่เห็นป๊อปคอร์นมาก็เอะใจว่าหายไปไหน เพราะปกติเรียกปุ๊บก็มาปั๊บ เต้ยเดาส่งเดชว่าคงกินอะไรอยู่กับจีจ้ากระมัง
ที่แท้เด็กทั้งสามและป๊อปคอร์นแอบอยู่ท้ายรถกระบะมีผ้าใบคลุมติดรถไปกับพิมมาดาด้วย พากันหลับจนถึงบ้านสุขสันต์ไม่รู้ตัว จนป๊อปคอร์นต้องเลียหน้าปลุกเรียงตัว พอตื่นขึ้นมาก็กังวลว่า ถ้าน้าพิมรู้ว่าพวกตนตามมามีหวังตายแน่ๆ
ooooooo
ฉัตรชัยพาแพรวพิลาศมานั่งดื่มพิงค์แชมเปญแกล้มสตรอเบอร์รี่ที่ริมสระนํ้าโรงแรม มีดอกไม้ช่อนั้นวางอยู่ข้างๆ
ครู่เดียวมาวินก็ตามมาถึง ลูกน้องเขาบอกว่าสุขสันต์ต้องมาที่นี่แน่ๆ เพราะเป็นงานหาทุนเข้าพรรคของว่าที่พ่อตา ชี้ให้ดูแพรวพิลาศที่อยู่กับฉัตรชัยก็ยิ่งมั่นใจว่าสุขสันต์ต้องอยู่ด้วย
มาวินกวาดตามองหาไม่เห็นสุขสันต์ มั่นใจว่าสุขสันต์ไม่ได้มาแน่ๆ คำรามอย่างเจ็บใจว่า
“ไอ้ชั่ว...มันถึงกับเบี้ยวงานของพ่อตา เพื่อพาแฟนฉันไปฟัน งั้นเหรอ” มาวินพรวดเข้าไปถามแพรวพิลาศว่า สุขสันต์ไปไหน ฉัตรชัยออกมาขวาง สั่งให้ถอยไปเดี๋ยวนี้ มาวินไล่ฉัตรชัยว่าอย่ามาสะเออะ พูดกันไม่เข้าหูเลยชกต่อยกัน แพรวพิลาศลุกขึ้นมาตวาดให้หยุดเดี๋ยวนี้ ถามมาวินว่า ถามหาสุขสันต์ทำไม มีปัญหาอะไรกับแฟนตน
“มีสิ เพราะแฟนคุณ มากิ๊กแฟนผมไง!”
แพรวพิลาศตกใจ ยกมือทาบอกแล้วตากลับหงายผลึ่งไปเลย ฉัตรชัยพุ่งเข้ามาประคอง รีบพาไปนั่งพักในรถ
มาวินตามมาถามว่าเป็นอะไรมากไหม เขาหยิบดอกไม้ช่อนั้นมาด้วย มองช่อดอกไม้ในมือพึมพำว่า
“ดอกไม้...จากร้านของพิมมาดาเสียด้วย ไอ้สุขสันต์นายแกนี่มันเด็ดจริงๆ สั่งดอกไม้กิ๊กไปให้แฟน ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง พวกผู้หญิงก็โง่ต่อไป”
แพรวพิลาศรู้สึกตัวได้ยินพอดี ถามว่าสุขสันต์กำลังจีบเจ้าของร้านดอกไม้หรือ ถามฉัตรชัยว่ามันเป็นใคร
“ดูสิครับ ในนามบัตรร้าน มีที่อยู่ด้วย...ขอให้โชคดีนะ พ่อบอดี้การ์ดเลือดร้อนฮ่าๆๆ” มาวินส่งช่อดอกไม้ให้แล้วรีบไป แพรวพิลาศหยิบนามบัตรขึ้นดู ตาลุกวาว!
ลมเพชรหึงพาแพรวพิลาศไปถึงร้านดอกไม้ในพริบตา เธอถามหาเจ้าของร้าน เต๋ากับเต้ยบอกว่าเจ้าของร้านไม่อยู่ เธอก็ยังยืนยันจะพบให้ได้ ครั้นฉัตรชัยบอกว่าคงไม่อยู่จริงๆ ก็หาว่าฉัตรชัยมีอะไรปกปิดตน หันไปเกรี้ยวกราดกับเต๋า เต้ยว่า
“พวกเธอโทร.ไปบอกเจ้าของร้านนะ ว่าฉันอยากจะสั่งดอกไม้ลอตใหญ่มาก และฉันจะรอเจอเจ้าของร้านเท่านั้น” เมื่อเต๋ากับเต้ยพยายามบอกว่าสั่งพวกตนไว้ก็ได้ เธอยืนยันจะรอ
“อย่ารอเลยค่ะคุณ ไม่รู้ว่าคืนนี้เจ้าของร้านจะกลับหรือเปล่า คือพอดีว่าเจ้าของร้านมีนัดเดทอ่ะค่ะ เดทที่บ้านคุณผู้ชายด้วย อะไรจะเกิดเราก็เดาไม่ได้ใช่ไหมคะ ฮิๆๆ”
ฟังแล้วแพรวพิลาศหายใจหอบถี่ทำท่าจะแย่ไปอีกรอบ ฉัตรชัยรีบบีบนวดพัลวัน ส่วนเต๋ากับเต้ยมอง อย่างตกใจ
ooooooo
สุขสันต์พาพิมมาดาเดินดูบริเวณบ้านที่ประดับประดาอย่างวิจิตรพิสดาร คุยว่าของตกแต่งส่วนใหญ่เป็นของเด็กๆ ในมูลนิธิที่อยากตอบแทนตน ซึ่งตนดูทีไรก็รู้สึกสดชื่นและมีกำลังขึ้นมา พูดให้พิม-มาดาเห็นว่าตนเป็นคนรักเด็กมาก ซึ่งเธอก็ชื่นชม นอกจากนี้เขายังเปิดไฟให้ดูสวนสวยด้านหลังตัวบ้านด้วย
พาพิมมาดาชมความสวยงามของคฤหาสน์แล้ว เขาชวนเต้นรำกันสักเพลง เธอจะบอกว่าตนเต้นไม่เก่ง ก็ถูกสุขสันต์เข้าประกบทันที พูดตัดบทอย่างสุภาพว่า “ผมก็เต้นไม่เก่งหรอกครับ เรามามั่วไปด้วยกันนะครับ”
กริสน์ถูกกันไม่ให้เข้าไปในบริเวณบ้าน แต่เขาได้รับการประสานจากภัทรดนัยคอยบอกว่าเวลานี้สุขสันต์กับพิมมาดาอยู่ห้องไหน แต่พอกริสน์ปีนขึ้นไปดูกลายเป็นห้องพักผ่อนของพวกบอดี้การ์ด กริสน์โดดลงมาแทบไม่ทัน มองหาจนเขาเห็นห้องที่สุขสันต์อยู่กับพิมมาดา ทั้งคู่กำลังเต้นรำกัน กริสน์พึมพำอย่างรับไม่ได้ว่า “ไร้ยางอายสิ้นดี”
หลังจากเต้นรำกันแล้ว สุขสันต์ชวนไปดูการตกแต่งห้องข้างบน พิมมาดาเดาได้ว่าเป็นเป็นห้องนอนเธอทำเป็นสนใจแต่บอกว่าตนหิวน้ำถามว่าไม่มีอะไรให้ดื่มเลยหรือ สุขสันต์โอบเอวชวนไปหาอะไรดื่มให้เลือดสูบฉีดกันดีกว่า
กริสน์ไต่ตามไปดู บ่นว่าทำไมต้องโอบกันด้วย ด่าสุขสันต์ว่าเป็นเสือผู้หญิง ตำหนิพิมมาดาว่าไม่รู้จักหวงตัวเลย เขาคิดหาทางขัดขวางความสัมพันธ์ ไปดึงคัตเอาต์ไฟออก ไฟดับทันที พิมมาดาตกใจโผเข้ากอดสุขสันต์แน่น ทำให้กริสน์ต้องรีบไปสับคัตเอาต์ขึ้นแทบไม่ทัน
ด้วยอารมณ์แฝงเร้นของตัวเอง กริสน์หาทางขัดขวางความใกล้ชิดของพิมมาดากับสุขสันต์จนเกิดเหตุ ภัทรดนัยเตือนมาว่าเขาจะสวีตกันตัวเองเกี่ยวอะไรด้วย ดักคอว่าหรือคิดอะไรกับพิมมาดาอยู่ เตือนว่ามันผิด คิดบ้างไหมว่าถ้าถูกจับได้ว่าแอบเข้ามาในบ้านเขาจะทำให้ทุกอย่างพังหมด
ขณะที่สุขสันต์พาพิมมาดาไปดินเนอร์กันที่ริมสระน้ำ จตุพลโทร.เข้ามาบอกเขาว่าได้ส่งตัวอย่างขนมสวีตโอปอมาให้ดูสองแบบ แบบหนึ่งเป็นแบบปกติอีกแบบเป็นแบบสอดไส้ สุขสันต์ดูแล้วชมว่าทำได้ดีมากให้ดำเนินการเตรียมวางจำหน่ายได้เลย
ooooooo
กริสน์เร่งมือทำงานแข่งกับเวลา แอบเข้าไปในห้องทำงานของสุขสันต์เพื่อหาบัญชีลับของเขาแต่ไม่เจอ เดินไปเปิดประตูอีกห้อง เป็นห้องนอนที่เต็มไปด้วยกลีบกุหลาบและเชิงเทียน กริสน์เชื่อว่าสุขสันต์เตรียมไว้ฟันพิมมาดาแน่ๆ
กริสน์เดินมาทางระเบียงเห็นสุขสันต์กำลังหัวร่อต่อกระซิกกับพิมมาดาอยู่พึมพำอย่างหมั่นไส้ว่า
“ระริกระรี้จริงๆไม่รู้หรือไงว่ามันเตรียมจะฟาดเจ๊ต่อหลังอาหารน่ะ”
ขณะกำลังดูสองคนที่ริมสระน้ำด้วยสายตาร้อนผ่าวนั่นเอง ก็มีปืนจี้อยู่ข้างหลัง พร้อมกับเสียงขู่ว่า “คิดจะทำชั่วอะไรบอกมานะ” กริสน์จำได้ว่าเป็นเสียงโจ๊ก หันไปมองเห็นเด็กทั้งสามยืนเรียงแถวกันอย่างเอาเรื่อง ถามงงๆ ว่ามาได้ไงเนี่ย
“เราก็แอบสะกดรอยตามน้ามาน่ะสิ น้าเป็นพวกนายสุขสันต์ แฝงตัวเข้ามาเป็นไส้ศึกคิดจะหลอกพวกเราใช่ไหม” โจ๊กถามเสียงเข้ม แจ๊สถามว่า คิดจะทำอะไรน้าพิมบอกมา แล้วตอนนี้น้าพิมอยู่ไหน
กริสน์ชี้แจงว่าตนมาหาหลักฐานการทำชั่วของสุขสันต์เพื่อเอาไปให้พิมมาดาดู ไม่อย่างนั้นพูดให้ปากฉีกว่าสุขสันต์เป็นคนไม่ดีเธอก็ไม่เชื่อ เด็กๆจึงผ่อนคลายลง
จู่ๆก็มีเสียงแกรกๆที่ประตูห้อง ทุกคนตกใจ จีจ้าพรวดไปเปิดประตู เจ้าป๊อปคอร์นที่อยู่หน้าห้องวิ่งพรวดเข้ามา จีจ้าล็อกประตูทันที บอดี้การ์ดพากันวิ่งตามป๊อปคอร์นมาที่ห้องทำงานของสุขสันต์แต่เข้าไม่ได้เพราะประตูล็อก พวกการ์ดจึงเอากุญแจสำรองมาไข
ทุกคนตึงเครียดมาก เจ้าป๊อปคอร์นเห็นขนมอยู่บนโต๊ะทำงานของสุขสันต์ก็กระโดดขึ้นไปกินกร้วมๆพอดีการ์ดไขกุญแจได้ ป๊อปคอร์นกระโดดแผล็วสวนออกไปพวกการ์ดพากันวิ่งไล่จับหมา กริสน์กับพวกเด็กๆที่อยู่ข้างในพากันโล่งอก
จากนั้นกริสน์ก็พาเด็กๆหนีออกไปกันอย่างทุลักทุเล
ooooooo
ขณะสุขสันต์ดินเนอร์กับพิมมาดารอเวลาที่จะรุกขั้นต่อไปนั่นเอง แพรวพิลาศก็พรวดเข้ามาแต่เธอมาในมาดขรึมกล่าวทักทายสุขสันต์ที่นั่งอึ้งแทบจะกลั้นใจตายตรงนั้น แล้วแนะนำตัวเองแก่พิมมาดา พิมมาดาแสดงความยินดีที่รู้จักและแนะนำตัวเองกับแพรวพิลาศตามมารยาท
แพรวพิลาศประกาศตัวเป็นแฟนกับสุขสันต์
พิมมาดามองเขาอึ้ง แพรวพิลาศตำหนิสุขสันต์ว่าไปหิ้วพิมมาดามาแล้วทำไมไม่บอกความจริงกับเธอ ย้ำว่าให้บอกความจริงเสียอย่าหลอกลวงเธอเลย
เมื่อรู้ความจริงเช่นนี้ พิมมาดาขอตัวกลับ แพรว-พิลาศถามตามหลังว่า จะกลับแล้วรึหายคันแล้วใช่ไหม ทำเอาพิมมาดาหน้าชาเหมือนถูกตบอย่างแรง ทนอยู่ไม่ได้รีบเดินออกไป
ooooooo
พิมมาดากลับมาที่รถบอกกริสน์ให้กลับเลย กริสน์มองไปที่กระบะเห็นเด็กและหมาขึ้นรถเรียบร้อยแล้วจึงขับออกไป พิมมาดานั่งเงียบมาตลอดทาง แม้กริสน์จะชวนคุย เธอก็นิ่งเหมือนไม่ได้ยิน สุดท้ายเขาก็ยอมแพ้บอกว่านั่งเงียบๆ ไปแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน แต่ก็คอยชำเลืองมองอย่างห่วงใยเป็นระยะกลับถึงร้านดอกไม้ พิมมาดาทักทายเต๋ากับเต้ยแล้วขึ้นไปตรวจหลานๆที่ห้องนอน เปิดห้องโจ๊กพบแต่ห้องที่ว่างเปล่า เดินมาเปิดห้องจีจ้าก็ไม่เห็นหลาน เอะใจ ไปเปิดห้องแจ๊ส เห็นเด็กๆนอนกันระเกะระกะก็โล่งใจ ถอดรองเท้าให้หลานๆห่มผ้าให้ เอาตุ๊กตาให้จีจ้ากอด
จัดการให้หลานๆนอนให้สบายแล้ว ตัวเองกลับนั่งซึมคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ พวกเด็กๆที่แกล้งทำเป็นหลับ ต่างแอบดูน้าตัวเองส่งสัญญาณให้กัน แล้วจีจ้าก็แกล้งกลิ้งมานอนข้างๆน้า พิมมาดาโอบกอดหลานไว้ ครู่หนึ่งโจ๊กกับแจ๊สก็กลิ้งมานอนข้างๆบ้าง แล้วทั้งหมดก็โอบกอดพิมมาดาไว้ ทำให้เธอสะเทือนใจจนร้องไห้อยู่เงียบๆ
ooooooo
ฉัตรชัยถูกสุขสันต์ชกหน้าฐานทำงานไม่สำเร็จ ฉัตรชัยชี้แจงว่าตนทำอย่างดีแล้ว แต่ถูกตำรวจแฟนเก่าของพิมมาดาทำเสียเรื่อง สุขสันต์ตกใจเมื่อรู้ว่าพิมมาดาเคยมีแฟนเป็นตำรวจที่เลิกกันแล้วแต่กลับมาหวงก้างอีก
สุขสันต์กระวนกระวายใจ ถามว่า “แล้วฉันจะทำยังไงต่อวะเนี่ย”
เช้าวันต่อมา น้อมพงษ์มารายงานจตุพลที่โรงงานทำขนมว่าตนส่งขนมสวีตโอปอไปให้พิจารณาแล้วจะวางจำหน่ายทันทีที่ได้รับการรับรองจาก “อาหย่อย” ก็จะวางจำหน่ายทันที
จตุพลพอใจมาก แต่แล้วก็หน้าเจื่อนเมื่อเห็น
เดชเข็นรถที่มีอธิปนั่งอยู่เข้ามา อธิปตะคอกเรียก “ไอ้จตุพล!”
อธิปชี้หน้าด่าจตุพลที่ไล่คนงานเก่าของตนออกหมด บอกว่า ถ้าไม่มีคนงานเก่าโทร.มาร่ำลาตนก็ไม่รู้เรื่องนี้ จตุพลพยายามชี้แจงว่าคนงานเก่าทำงานไม่ทันกินหรอก สู้พวกคนงานใหม่ที่ไฟแรงสามารถทำอะไรก็ได้เพื่อโรงงาน
ไม่ว่าจตุพลจะชี้แจงอย่างไร อธิปยืนกระต่ายขาเดียวว่าต้องเอาคนงานเก่าของตนกลับมาทำงานให้หมด
พออธิปออกไปแล้ว จตุพลพูดอย่างไม่พอใจว่า “ทำไมวันนี้อากู๋มันอาการดี มีสติขนาดนี้ ไหนว่ายานั่นมัน...”
จตุพลคิดหนัก เพราะตั้งแต่อธิปเข้าโรงพยาบาลก็กลายเป็นคนประสาทหลอนพูดเพ้อเจ้อมาตลอด แต่วันนี้...
ไม่ใช่?
ooooooo
วันนี้ กริสน์นัดพบภัทรดนัยที่ร้านเค้ก ฟังกริสน์เล่าเรื่องเมื่อคืนแล้ว ภัทรดนัยถามว่า เจ๊โหดอกหักแล้วเจ๊จะทำอย่างไรต่อไป กริสน์บอกว่าก็คงเลิกคบกันกระมัง
ภัทรดนัยบอกว่าเลิกไม่ได้ ถ้าเลิกแล้วเราจะสืบสุขสันต์แบบใกล้ตัวได้ยังไง บอกกริสน์ว่าต้องหาทางให้สองคนคืนดีกัน ถ้าจำเป็นต้องยุให้แย่งผู้ชายกันก็ต้องทำ
กริสน์ฟังแล้วเครียด จะตักเค้กกิน ถูกภัทรดนัยจับมือไว้ พูดขึงขัง
“ไม่ต้องกิน!!” ไปเป็นกาวใจให้พิมมาดากับสุขสันต์ดีกันต่อ...ไป๊”
ooooooo
เด็กๆเริ่มชินกับเสียงนกหวีด เช้ามืดวันนี้ ทั้งคนทั้งหมาถูกเสียงนกหวีดปลุกให้ตื่น แม้จะอิดออดบ้าง แต่ต้องทนเพื่อแลกกับการไม่ต้องถูกส่งไปเข้าโรงเรียนดัดนิสัยที่อินเดีย
ทุกคนปฏิบัติตามเสียงนกหวีด จนแต่งตัวลงมาเตรียมขึ้นรถไปโรงเรียน
“วันนี้น้าพิมไปไหน? ไม่เห็นลงมากินข้าวเช้าเลย” โจ๊กถามลอยๆพลางมองหา
ในห้องนอนพิมมาดา ที่เตียงว่างเปล่า ช่อดอกไม้เหี่ยวเฉา เสียงเพลง จำทำไม เปิดคลอเบาๆส่วนเจ้าตัวนั่งตัวเปียกอยู่ใต้ฝักบัวในห้องน้ำ...
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เธอห่มผ้าขนหนูออกมาหยิบดู เป็นมิสคอลจากสุขสันต์ ครั้งที่ 99 แต่เธอก็ไม่รับ
กริสน์พาเด็กๆ มาถึงโรงเรียนแล้ว พวกเด็กๆต่างหลับกันหมด เขาคว้านกหวีดมาเป่า ปี๊ด...เด็กๆ ทะลึ่งพรวดนั่งตัวตรงเตรียมรับคำสั่ง
“ถึงโรงเรียนแล้ว ลงจากรถ หิ้วกระเป๋าเข้าโรงเรียนได้ ปฏิบัติ!”
“ทราบ!” สามเสียงพร้อมกันอย่างแข็งแรง คว้ากระเป๋าเปิดประตูลงจากรถ ชักแถวเดินเข้าโรงเรียน
ส่งเด็กๆแล้ว กริสน์พยายามโทร.หาพิมมาดาแต่ไม่ติด บ่นอุบอิบ...“อะไรจะสายไม่ว่างตลอดอย่างนี้?!”
พิมมาดากำลังไดร์ผมอยู่ เธอเหลือบมองโทรศัพท์ตัดสินใจไม่รับ แต่ความรู้สึกต่อสู้กันเองในใจ ใจหนึ่งอยากตัดขาดไปเลย แต่อีกใจก็บอกตัวเองว่า
“รับไปเหอะพิม...เขาอุตส่าห์พยายามโทร.มาครบร้อยครั้งแล้ว ก็คุยกับเขาเสียมันจะได้จบๆ”
คิดแล้วคว้าโทรศัพท์รับสายทันทีโดยไม่ทันดูหน้าจอ พอกดรับสายก็พูดๆๆๆ
“คุณสุขสันต์คะ เลิกโทร.มาเถอะค่ะ พิมไม่ต้องการคำอธิบายใดๆ พิมเข้าใจทุกอย่างแล้ว”
“นี่กริสน์ ไม่ใช่สุขสันต์ หัดตั้งสติบ้าง”
พิมมาดาเหวอไปอึดใจ แล้วเปลี่ยนเสียงบอกว่า “มีอะไรก็รีบๆพูด เปลืองค่าโทรศัพท์”
“ผมเป็นคนโทร. คุณไม่เสียตังค์ซะหน่อย ผมแค่จะโทร.มาบอกคุณว่า ให้เตรียมตังค์ค่าน้ำมันรถไว้คืนผมด้วย เมื่อเช้าผมเติมไปเกือบสองพัน”
“ส่งหลานๆ ฉันเรียบร้อยรึยัง” ถามเฉไฉไม่ตอบเรื่องค่าน้ำมัน
“เรียบร้อยแล้ว...สองพัน” กริสน์ตอบ ย้ำอย่างรู้ทัน พิมมาดากรอกตาไปมา ตัดบททันทีว่า แค่นี้นะ แล้วตัดสายไปเลย
กริสน์มองโทรศัพท์ในมือยิ้มๆ พูดกับตัวเองว่า เลิกกันไปเลย แต่พอนึกถึงหน้าที่ ก็ถามตัวเองว่าจะดีใจเพื่ออะไร เพราะหน้าที่ตัวเองต้องเป็นกาวใจเพื่อจะได้เข้าไปสืบเรื่องของสุขสันต์ต่อ นึกแล้วก็ถอนใจเซ็งๆ
แต่พอจะกลับ มองกระจกหลังเตรียมถอยรถ เห็นการบ้านของโจ๊กลืมไว้ที่เบาะหลัง เลยหยิบเดินไปให้
ooooooo
ที่หน้าห้องเรียน เมทินีแม่ของปาล์มกำลังยืนว่าฉอดๆโจ๊กยืนฟังเซ็งๆ เบื่อๆ ทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว เมทินีหาว่าครูปล่อยคนชั่วลอยนวล ชี้ให้ดูปาล์มที่ยืนปากเจ่ออยู่ฟ้องว่า ผ่านไปตั้งหลายวันลูกตนยังหุบปากไม่ลงเลย พูดโขมงโฉงเฉงว่า ปาล์มจะกินพล่าปลาแซลมอนก็กินไม่ได้ ปาล์มแทรก
ขึ้นมา อย่าว่าแต่ปลาแซลมอนเลยผัดเผ็ดเนื้อแกะ ลาบนกกระจอกเทศ ต้มยำปลาหิมะก็กินไม่ได้ พูดแล้วร้องไห้แงๆ
มาวินไม่เชื่อว่าสุขสันต์จะมาติดพันพิมมาดา ผู้หญิงธรรมดาๆอย่างนี้จริง สั่งลูกน้องให้จัดชุดติดตามการเคลื่อนไหวของสุขสันต์ทุกระยะ สืบให้ได้ว่านอกจากทำงานการเมืองแล้วเขายังทำอะไรอีกบ้าง
ลูกน้องทักท้วงว่าจะดีหรือ เพื่อเรื่องรักๆใคร่ๆ แย่งผู้หญิงกันก็จะเล่นเขาขนาดนี้มันไม่ถูก มาวินเสนอข้อแลกเปลี่ยนว่าถ้าลูกน้องทำให้ตนได้ทีหนึ่งตนก็จะทำอะไรตอบแทนให้หนหนึ่ง เลยตกลงกันโดยลูกน้องจะให้มาวินจับพ่อตาตนไปขังสักคืนฐานที่ชอบซื้อเทปผีซีดีเถื่อน
มาวินตอบตกลงทันที
ส่วนกริสน์ก็ไปหว่านล้อมให้พิมมาดากลับไปคืนดีกับสุขสันต์ ทำไปทั้งที่ตัวเองฝืนใจมาก แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่า
“เขารักกันก็ดีแล้ว จะมาโมโหทำไมในเมื่อมันเป็นประโยชน์กับแผนการของเรา...โอ๊ย...” กริสน์ขยี้หัวตัวเองอย่างพยายามทำใจ
ooooooo
เพื่อเจาะหาข้อมูลให้ได้ กริสน์ทำทีไปส่งดอกไม้ให้สุขสันต์ เลขาฯไม่ให้เข้าห้องเพราะสุขสันต์ประชุมอยู่ กริสน์อาศัยจังหวะที่เลขาฯถูกเรียกไปแอบเข้าไปในห้อง ตรงไปที่คอมฯปรากฏว่าภัทรดนัยปลอมตัวเป็นช่างซ่อมแอร์ อยู่ในห้องก่อนแล้วทั้งสองจึงแบ่งหน้าที่กันหาข้อมูล
กริสน์ค้นในแฟ้มเจอหัวข้อชื่อขนมเขากำลังจะเปิดดู ก็ต้องชะงัก เพราะสุขสันต์กำลังพาฉัตรชัยกับน้อมพงษ์มาเอาข้อมูลที่ห้องทำงาน เลขาฯรีบบอกว่าเมื่อครู่นี้มีคนเอาดอกไม้มาให้ แต่ตอนนี้ไม่รู้คนส่งดอกไม้หายไปไหนแล้ว
ครั้นสุขสันต์เปิดประตูห้องเข้าไป เขาชะงัก เมื่อเห็นกริสน์ถือช่อดอกไม้นั่งยิ้มแฉ่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของเขา
ฟังกริสน์บอกแล้ว สุขสันต์ถามว่า “คุณพิมเธอให้นายเอาดอกไม้มาให้ฉันจริงๆเหรอ”
“จริงสิครับแถมยังกำชับผมให้ส่งให้กับมือท่านด้วย” สุขสันต์ถามอย่างระแวงว่าแล้วทำไมต้องเข้ามาในห้องนี้ “อ้อ พอดีที่ร้านโทร.มาให้ผมไปส่งดอกไม้อีกที่อย่างด่วนนะครับ ผมจะฝากไว้ที่คุณเลขาฯเธอก็หายไปไหนไม่รู้ ผมก็เลยกะจะเอาดอกไม้มาวางไว้บนโต๊ะแล้วก็จะเขียนโน้ตบอกท่านไว้ครับ”
สุขสันต์มองอย่างสงสัย น้อมพงษ์เดินมาจ้องหน้ากริสน์บอกว่าคุ้นหน้าจัง ไม่มีใครสนใจว่าระหว่างนั้น ภัทรดนัยเก็บของและรีบออกจากห้องไป
กริสน์ตีหน้าซื่อเสียจนสุขสันต์เชื่อ ปล่อยให้กลับไป เขาหัวเราะอย่างย่ามใจพูดกับฉัตรชัยและน้อมพงษ์ว่า
“ผู้หญิงนี่ ที่สุดก็แพ้ความโง่ของตัวเองอยู่วันยันค่ำฮ่ะๆๆๆ”
ooooooo










