ตอนที่ 3
เมื่อพวกเด็กๆรุมกันลุ้นแกมบีบบังคับจนพิมมาดาท่าทีอ่อนลงแล้ว กริสน์แอบลากพวกเด็กๆไปทำข้อตกลงกันข้างนอก จัดแจงจะแจ้งกติกาข้อตกลง แต่เด็กหัวหมอพวกนี้ไม่ยอม อ้างว่ากริสน์เป็นคนนอก ฉะนั้นต้องรับปากพวกตนก่อน กริสน์ยอม ถามว่ามีอะไรให้ว่ามา
“พี่ต้องช่วยปกป้องน้าพิมจากคุณสุขสันต์และต้องทำให้น้าพิมตาสว่างด้วย” โจ๊กเสนอขึงขัง
“ได้...ฉันรับปาก แต่พวกเธอต้องร่วมมือกับฉันด้วย พวกเธอต้องช่วยให้ฉันได้ใกล้ชิดนายสุขสันต์เยอะๆ แล้วถ้ามีอะไรเกี่ยวกับนายสุขสันต์ที่แปลกๆ น่าสงสัยหรืออะไรก็แล้วแต่ ต้องเอามาบอกให้ฉันรู้ ตกลงไหม”
“ตกลง” สามเสียงตอบพร้อมกันอย่างเข้มแข็ง จริงจัง
ทุกคนยื่นมือออกไปวางซ้อนกันไม่เว้นแม้แต่เจ้าป๊อปคอร์น เป็นสัญญาสุภาพบุรุษที่ไม่ต้องมีลายลักษณ์อักษร ไม่ต้องมีลายเซ็นมีแต่ฝ่ามือที่สัมผัสกันอุ่นๆ
ooooooo
แต่เมื่อพิมมาดาเรียกประชุม เธอมีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นทางการที่ต้องเซ็นชื่อไว้เป็นหลักฐานทุกคน เธอเรียกมันว่า สัญญาเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กๆ ยื่นหนังสือสัญญาแล้วเธอก็ร่ายยาวถึงพฤติกรรมที่กริสน์ต้องทำให้เด็กๆ เปลี่ยนคือ
“เด็กๆต้องมีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ ไม่สร้างปัญหา สอบติดหนึ่งในสิบของห้อง ไม่ทะเลาะกับเพื่อน ไม่มีปัญหากับโรงเรียน ไม่ถูกทัณฑ์บน ไม่ถูกเชิญผู้ปกครอง ไม่พูดหยาบ ไม่ก้าวร้าว มีนํ้าใจ มีมารยาท เคารพผู้ใหญ่ ช่วยงานบ้าน มีนิสัยประหยัด ซื่อสัตย์ อดทน”
กริสน์ฟังจนหูชาแล้วพูดประชดว่า “ต้องมีรอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะด้วยสิครับ ว้าว...นี่ท่าทางพวกนายจะเป็นเด็กนิสัยเทพๆๆๆมากๆๆๆอยู่แล้วสิเนี่ย” กริสน์หัวเราะหยันๆ
กริสน์ทำท่าจะถอดใจ เด็กๆเลยปรามาสว่ากลัวก็บอกมาดิ กริสน์ฮึดขึ้นมาถามว่าจะให้เซ็นชื่อตรงไหน พิมมาดา
บอกว่าปั๊มนิ้ว กริสน์ยอมปั๊มนิ้วทันที พวกเด็กๆถูกสั่งให้ปั๊มกันทุกคน จากนั้นเธอบอกกริสน์ว่า
“ทั้งหมดนี่ นายมีเวลารวมทั้งสิ้นหนึ่งเดือน”
กริสน์โพล่งออกไปว่า “หนึ่งเดือน จะบ้าเหรอ” พิมมาดาเอาลายนิ้วมือที่ปั๊มมาผูกมัด ขู่ว่าแล้วห้ามต่อรอง แล้วตัดบทว่า “เอาล่ะ ให้เริ่มสัญญาข้อเก้าได้เลย”
บรรดาคู่สัญญามองหน้ากันเลิ่กลั่ก พิมมาดาเรียกเต๋ากับเต้ยปฏิบัติการได้แล้ว ทั้งสองออกมาล็อกกริสน์ทันที เขาถามว่าอะไรกัน สัญญาข้อเก้าคืออะไร จีจ้าอ่านเสียงใสว่า
“พี่เลี้ยงเด็กจะต้องสะอาดสะอ้าน ไม่มีหนวดเครา ไม่มีผมเผ้ารกรุงรัง ทั้งต้องตัดผมทุกสัปดาห์ด้วย”
“ตัดผม...ไม่ๆๆๆๆ” กริสน์แผดเสียงราวกับจะถูกจับเชือด
ooooooo
พิมมาดาสั่งเต้ยกับเต๋าว่า เต็มที่เลยนะ ตนจะไปรอดูตอนเสร็จแล้ว พูดแล้วเดินไปเลย กริสน์ตะโกนด่าตามหลังไปปาวๆ แต่ในที่สุดก็ถูกเต๋ากับเต้ยจัดการทั้งผมและหนวดเคราเรียบร้อย ท่ามกลางเสียงครางฮือๆของกริสน์ตลอดเวลา
“เสร็จแล้วค่ะ” เต้ยบอกเสียงห้าวๆ
“ขอเชิญทุกคนพบกับพี่เลี้ยงเด็กคนใหม่...คุณกริสน์...” เต๋าผายมือท่าอ่อนช้อย
พวกเด็กๆพากันโผล่หน้ามาดู จีจ้ายกแม่โป้งให้
ไอดอลของตน โจ๊กปล่อยก้ากๆๆ ส่วนแจ๊สทำมองเมินอย่างไม่สนใจ แต่พอเค้กมาเห็นถึงกับร้องเพลงบุพเพสันนิวาสเคลิ้มไปเลย
กริสน์เดินมายืนตรงหน้าพิมมาดา เหมือนนักเรียนเดินมาให้ครูตรวจ ถามว่า “ผมหล่อสะใจคุณแล้วใช่ไหมครับ”
“อื้อ...เอ๊ย...ก็งั้นๆแหละ เชอะ!” พิมมาดากลับลำแทบไม่ทัน แล้วรีบเดินไปปกปิดความเก้อเขินของตัวเอง กริสน์เลยเชอะ! ใส่บ้าง
ooooooo
ปฏิบัติการดัดนิสัยเริ่มแต่คํ่าวันนี้เลย กริสน์ใช้นกหวีดเป็นสัญญาณแทนคำสั่ง คํ่านี้จึงมีเสียงนกหวีดแสบแก้วหูไปทั้งบ้าน
กริสน์ไม่ชอบเด็กเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อต้องมาฝึกเด็ก (เหลือขอ) ถึงสามคนในเวลาเดียวกัน จึงเป็นบททดสอบที่สุดหินสุดโหด เพียงคืนแรก เขาก็เหนื่อยแทบขาดใจ
เมื่อต้อนเด็กๆไปนอนแล้ว เขาจึงมีเวลาพิมพ์ข้อความส่งถึงภัทรดนัย บอกว่า
“แผนเอ ลุล่วง ต่อไปแผนบี ขอให้นายสุขสันต์เข้ามาในระยะประชิดยัยเจ๊โหดกว่านี้ก่อนนะเพื่อน”
รุ่งขึ้น กว่าจะปลุก 3 คน กับ 1 หมาให้ตื่นได้ ก็เป่านกหวีดเสียคอแทบแตก ครั้นขับรถพาไปโรงเรียน ก็เหมือนจับปูใส่กระด้ง เขาขับรถไปอย่างปวดหัวจนเส้นโลหิตสมองแทบแตก
แต่กริสน์ก็มีความอดทน อดกลั้นอย่างยอดเยี่ยม เพื่อภารกิจที่จะสืบเรื่องของสุขสันต์ให้ได้
ooooooo
เช้านี้ ที่โต๊ะอาหารคฤหาสน์เสี่ยอธิป เสี่ยกับโอปอล์ทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว เสี่ยกำลังจะไปส่งโอปอล์ไปโรงเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายมา เสี่ยสั่งจตุพลที่นั่งกินข้าวด้วยกันว่า
“เดี๋ยวฉันจะเข้าไปที่โรงงานสายหน่อยนะ ฝากดูแลแทนด้วย หมู่นี้คนงานมีทั้งหน้าแปลกๆ และก็แปลกหน้า ฉันไม่อยากให้มีพวกเหล่าร้ายมาแฝงอยู่ในโรงงาน”
“ในโรงงานเราจะมีใครร้ายไปกว่าหัวหน้าแก๊งอย่างกู๋อีกเหรอครับ” จตุพลพูดจนทุกคนเงียบกริบหมด โอปอล์ถามว่าป๊าตนร้ายยังไงหรือ จตุพลหัวเราะลั่นออกมาบอกว่า “อาแกล้งพูดเล่น พูดให้ตลกป๊าจะได้หายเครียดฮ่ะๆๆ”
โอปอล์ชวนเสี่ยไปกันเถอะ น้อมพงษ์เอ่ยขึ้นว่า “นายอธิป อย่าลืมดื่มยาบำรุงครับ” พลางรีบยกแก้วยาสีดำให้เสี่ยรับไปดื่มรวดเดียวหมดเกลี้ยง แล้วโอบไหล่โอปอล์เดินออกไป เดชช่วยหิ้วกระเป๋าให้โอปอล์ตามไป
จตุพลหน้ายังเปื้อนยิ้มอยู่ แต่พอเสี่ยเดินพ้นไปแล้วเท่านั้น หน้าที่ยิ้มแย้มก็กลายเป็นโหดไปทันที!
ooooooo
ที่ห้องเสริมสวยบ้านสุขสันต์ เจ้าตัวกำลังนอนให้คนสระผมอยู่ อีกคนก็ทาเล็บเคลือบมันให้อย่างประณีต ระหว่างนั้นเขาคุยโทรศัพท์กับจตุพลอย่างอารมณ์ดี ถามจตุพลว่าเริ่มภารกิจพิสูจน์ตัวเองให้ตนเห็นหรือยัง
“ผมเริ่มให้ยาบำรุงสูตรพิเศษกับอากู๋แล้วครับ ยานี้มันจะค่อยๆออกฤทธิ์ไปเรื่อยๆ ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตแน่ ส่วนทางมิสเตอร์แฮมฟาย เขาอีเมล์มาว่า ของพร้อมแล้วนะครับ เหลือแต่รอคำสั่งจากท่านเท่านั้น”
“บอกแฮมฟายว่า อีกสามวันเอาของเข้ามาได้เลย เพราะฉันจะเตรียมทางสวยๆซอฟต์ๆไว้ให้” สุขสันต์พูดพลางกรีดนิ้วดูเล็บที่เพิ่งทาเสร็จ
แพรวพิลาสได้ยินประโยคหลังเดินเข้ามาถามว่าอะไรสวย อะไรซอฟต์หรือ พลางเดินเข้ามาบอกว่าซื้อผลิตภัณฑ์ไวเทนนิ่งล้วนๆตัวใหม่มาให้ สุขสันต์ไม่พูดอะไร แต่คุยกันครู่หนึ่งเขาถามว่าเธอชอบดอกไม้ไหม ตนจะทำธุรกิจนำเข้าดอกไม้นอก บอกเธอว่า ให้เลือกไปแต่งบ้านท่านหัวหน้าพรรคทุกวัน หรืออยากมีทางเดินที่ปูด้วยกลีบกุหลาบตนก็จะจัดให้
แพรวพิลาศบอกว่า ตนมีทางที่จะดึงสตางค์จากพรรคของพ่อมาได้อีกทางแล้ว จะให้พ่อบังคับนักการเมืองในพรรคว่าจะส่งดอกไม้ไปให้ใคร ต้องมาสั่งที่ร้านเขาเท่านั้น พวกนักการเมืองส่งดอกไม้กันทั้งปี แบบนี้เราก็จะรวยกันใหญ่แล้ว
ระหว่างนั้น ฉัตรชัยแอบดูอยู่ สีหน้ามีเลศนัยบางอย่างขึ้นทันที
ooooooo
กริสน์ขับรถพาเด็กๆไปส่งโรงเรียน พอครูฟ้าใสเห็นกริสน์เท่านั้น ก็ถึงกับเพ้อ...
“โอว...สมาร์ท แมน แฮนด์ซัม ลํ่าหล่ออออ ฮูอาร์ ยู คะ”
กริสน์มึนไปชั่วครู่กับอาการของครูฟ้าใส หลังจากแนะนำชื่อเสียงเรียงนามกันแล้ว แจ๊สพูดแทรกนิ่มๆหน้านิ่งๆ ว่า
“ชอบพูดไทยคำ อังกฤษคำ แต่สอนไม่รู้เรื่องเอาซะเลย” พูดจบแจ๊สเดินเข้าไปหน้าตาเฉย
ทันใดนั้น ภัทรดนัยในคราบพ่อค้าซาลาเปาก็บีบแตรเป็นรหัส กริสน์ได้ยิน จึงขอตัวจากครูฟ้าใสไปหา ทำทีไปซื้อซาลาเปาให้เด็กๆ
กริสน์เดินออกไปเห็น รปภ.กันรถกันคนเปิดทางให้รถหรูของเมทินีเข้ามาจอด เมทินีก้าวลงจากรถราวกับนางพญา
“อีคุณหญิงรถคันหน้านี่มันจะนวยนาดไปไหนวะ
ลงจากรถไม่เสร็จซะที” เสี่ยอธิปบ่นเพราะรถถูกกันไว้เหมือนกัน
ที่กำแพงข้างโรงเรียนนั่นเอง มีใครบางคนซุ่มอยู่ ใช้กล้องในมือถือถ่ายรูปเมทินีที่นวยนาดลงจากรถ
ooooooo
กริสน์ไปที่รถขายซาลาเปา ถามเป็นรหัสว่า “พี่ซาลาเปาว่าไง”
ภัทรดนัยตอบเป็นรหัสว่า “ได้แล้ว แต่คราวนี้ไม่สึก ไม่หอม ไม่เห็น”
ระหว่างนั้นเด็กๆมารอซื้อซาลาเปามองหน้ากริสน์กับภัทรดนัยงง ว่าพูดอะไรกัน
“เฮ่ย...แล้วแบบนี้จะได้กินไหม” กริสน์ถามอีก
“ไม่รู้เหมือนกัน แต่อีกสามวันจะเอามาเสิร์ฟ”
เด็กๆพวกนั้นมองหน้าทั้งสองอ้าปากหวอ
“แล้วยกมายังไง ใครยกมา” กริสน์ถามต่อ
“มีแต่ไส้หนูตาบอด กับไส้แมงสาบหูหนวก”
พวกเด็กๆวงแตก แยกย้ายกันไปแหวะเอาเป็นเอาตาย คราวนี้ทั้งกริสน์และภัทรดนัยกลายเป็นฝ่ายงงแทน...แล้วภัทรดนัยก็พูดอย่างโล่งใจว่า
“ไปซะได้ก็ดีแล้ว ฉันจะได้พูดกับแกแบบเคลียร์ๆซะที”
“โอเค...สรุปว่าจะมีการเอายาเข้ามาในอีกสามวันนี้ใช่ไหม? แล้วไอ้ยานี่ก็เป็นยาชนิดใหม่ที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ต้องพิสูจน์ในห้องแล็บเท่านั้นใช่ไหม? ที่สำคัญคือยังหาตัวคนอยู่เบื้องหลังไม่ได้...และยิ่งไปกว่านั้นคือ ยังไม่รู้อีกต่างหากว่าพวกมันจะนำเข้ามาทางไหน...”
ปรากฏว่ากริสน์ถอดรหัสออกมาได้ถูกหมด แต่กริสน์กลับโวยว่า
“เฮ้ย...นี่แกมีข้อมูลอะไรบ้างวะเนี่ยไอ้ดนัย?!?”
“ถ้ารู้ข้อมูลได้ง่ายๆแกจะต้องเสี่ยงชีวิตมาสืบแบบนี้เหรอ แกต้องรีบแล้วนะไอ้กริสน์ เพราะถ้ายาลอตแรกมันเล็ดลอดเข้ามาได้ ประเทศไทยแย่แน่”
พูดแล้วภัทรดนัยส่งถุงซาลาเปาให้กริสน์ เขารับแล้วรีบเดินไป รถสปอร์ตของเสี่ยอธิปเสียบเข้ามาทันที เดชลดกระจกลง ยื่นหน้าออกมาสั่งว่า เหมาซาลาเปาทั้งหมด ภัทรดนัยรู้สึกคุ้นหน้าเดช อึดใจต่อมาอธิปก็สั่งเหมาขนมจีบทั้งหมด
ภัทรดนัยชะงักเมื่อเห็นอธิป เดชตะคอกมาว่าไม่ได้ยินเสี่ยสั่งหรือ เร็วเข้าเสี่ยจะเหมาไปเลี้ยงนักเรียนเพราะลูกสาวเสี่ยเพิ่งย้ายโรงเรียนมา ภัทรดนัยรีบส่งซาลาเปากับขนมจีบให้ พึมพำอย่างเป็นห่วงกริสน์...
“นายอธิป มาทำอะไรที่นี่ ไอ้กริสน์...ซวยแล้วเพื่อน...”
ooooooo
ที่ถนนหน้าโรงเรียน เมทินีสาวใหญ่วัย 40 แต่งตัวสีสันจัดจ้าน เสื้อผ้าหน้าผมเนี้ยบทุกระเบียดนิ้ว มาส่งปาล์มลูกชายหัวแก้วหัวแหวนแต่งหล่อสุดฤทธิ์สุดเดช เดินเก๊กลงมากับแม่
เมทินีชมลูกชายตัวเองว่าหล่อที่สุดเลย เธอพูดโดยที่ปากแทบไม่ขยับเพราะเพิ่งไปฉีดโบทอกซ์มา ร่ำลากันอย่างสุดซึ้งแล้ว ปาล์มเดินเท่เข้าไป ผ่านพวกนักเรียนหญิงพากันกรี๊ดสนั่น
เมทินีสะกิด รปภ.บอกว่า “นี่ๆดูซิว่าลูกชายฉันเท่ขนาดไหน แค่เดินผ่านสาวๆก็กรี๊ดกันแล้ว”
รปภ.สะกิดเมทินีว่า ที่นักเรียนหญิงกรี๊ดนั้น เพราะปาล์มเหยียบขี้หมา แต่ปาล์มก็ยังเดินอย่างเท่ไม่รู้ตัว
“ตายแล้วลูกปาล์ม!” เมทินีร้องอย่างตกใจ
ระหว่างนั้นเอง เมทินีก็ร้องเสียงดังว่าชายคนข้างๆ แอบถ่ายกางเกงในตน ชายคนนั้นพยายามชี้แจงว่าตนไม่ได้เป็นโรคจิตแต่ทำด้วยความทรงจำดีๆ
ชี้แจงแล้วชายคนนั้นวิ่งอ้าวไปเลย เมทินีร้องโวยวายให้ช่วยกันจับชายโรคจิตคนนั้น
กริสน์หิ้วถุงซาลาเปาผ่านมาพอดี เขาวิ่งไล่กวดชายคนนั้นไป สวมบทพระเอกได้อย่างสุดเท่...
ooooooo
เมทินีใส่รองเท้าส้นสูงวิ่งไล่ตามชายโรคจิตไป ส้นรองเท้าเสียบลงไปในตะแกรงท่อระบายน้ำจนเซจะล้ม กริสน์พุ่งมารับไว้ทัน เมทินีอยู่ในอ้อมกอดของกริสน์ กอดเขาไว้แน่นจนแกะไม่ออก ลืมชายโรคจิตไปสนิทใจ
กริสน์ร้องให้ปล่อยเดี๋ยวตามหมอนั่นไม่ทันแล้วรูปเปลือยของคุณป้าก็จะว่อนในโซเชียลเน็ตเวิร์ก กระนั้นเมทินีก็ไม่ยอมเพราะเสียดายความรู้สึกดีๆตอนนี้ กริสน์เลยแกล้งซุกไซ้ เมทินีตกใจแต่ไม่ปล่อย แต่ชายโรคจิตทนไม่ได้ วิ่งย้อนกลับมา ร้องตะโกน
“คุณป้าที่รักของผมไปกอดกับคนอื่นนนน...ทน ไม่ได้...”
ชายโรคจิตพุ่งเข้าหากริสน์ เขาพยายามสลัดเมทินีออก แต่ถูกเมทินีกอดไว้แน่น กริสน์เลยจำต้องจับร่างเมทินีเหวี่ยงเป็นวงกลมกันหมัดของชายโรคจิต ปรากฏว่าเท้าของเมทินีเหวี่ยงตรงเป้าชายโรคจิตเข้าเต็มๆ มันกุมเป้าจุกหน้าเขียวโดนเมทินีจิกหัวกระชากอย่างแรงอีก
สุดท้ายชายโรคจิตก็ถูกกริสน์ล่อเสียหมดสภาพล้มลง โทรศัพท์ที่แอบถ่ายเมทินีไว้หลุดจากมือ กริสน์พุ่งเข้าไปรับไว้ได้อย่างเท่ เมทินีในสภาพเสื้อผ้าหน้าผมยับเยิน ยิ้มปลื้มสุดๆ ชมเปาะ “พระเอกมากๆ...”
ooooooo
มือปราบพ่อลูกอ่อน 18/01/55
วันนี้ สุขสันต์มาที่ร้านดอกไม้ เมื่อรู้จากพิมมาดาว่าตนหาพี่เลี้ยงมาดูแลเด็กๆ แล้ว เขาชมว่าดีเด็กๆจะได้มีคนดูแลและจะได้แบ่งเบาภาระของเธอด้วย
จุดมุ่งหมายสำคัญที่สุขสันต์มาวันนี้ ก็หมายตีสนิทและบอกเธอว่า ตัวเองกำลังทำธุรกิจร้านขนมกับเพื่อนต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ พื้นที่คอนเทนเนอร์ยังมีเหลือ อยากให้เธอนำเข้าดอกไม้พร้อมกันเลย จะได้ไม่ต้องเสียค่าขนส่งแพงๆ ลดต้นทุนไปได้เยอะทีเดียว
สุขสันต์หว่านล้อมจนเธอตกลง เขารุกไปอีกขั้นว่า อยากจะหาทางใกล้ชิดกับเธอมากขึ้นเร็วๆ เธอจะรังเกียจไหม ทำเอาพิมมาดาเขิน หลบตาเขาชำเลืองมองเค้กกับเต๋าและเต้ยที่แอบดูอยู่ พวกนั้นพยักพเยิดกันคอแทบหัก ลุ้นกันสุดๆ เค้กพูดอย่างลิงโลดว่า
“เอาละเว้ยเพื่อนฉัน จะได้พาตัวลงจากคานก็คราวนี้ละ”
หลังจากกล่อมพิมมาดาสำเร็จ ระหว่างเดินทางกลับ สุขสันต์โทร.นัดจตุพลให้เตรียมไปรับของที่ท่าเรือในอีกสองสามวันข้างหน้านี้ได้เลย
ooooooo
ส่วนกริสน์ วันนี้เขากลายเป็นฮีโร่ที่สร้างวีรกรรมช่วยเมทินี จนได้รับคำชมและได้ใจครูฟ้าใสไปเต็มๆ เอ่ยอย่างปลื้มสุดๆว่า หล่อแล้วยังใจดีอีก ส่วนกริสน์เมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้วก็ขอตัวกลับ ท่ามกลางบรรดาครูทั้งสาวและแก่มายืนส่งกันหน้าสลอน บ้างรุมกันเข้ามาขอถ่ายรูป
ระหว่างนั้น ภัทรดนัยพยายามบอกเขาว่า เสี่ยอธิปมาที่นี่ แต่ก็สื่อกันไม่เข้าใจ กริสน์จะออกไปหาก็ไม่ได้ เพราะติดโดนครูสาวๆรุมถ่ายรูปอยู่
ภัทรดนัยตัดสินใจเข้าไปส่งสัญญาณบอกว่า เสี่ยอธิปมา กริสน์ยังไม่ทันเข้าใจ ภัทรดนัยก็ถูกครูพงษ์พัฒน์มาไล่ให้ออกไปนอกบริเวณโรงเรียน ภัทรดนัยเลยจำต้องออกไป ครูพงศ์พัฒน์หันไปเห็นพวกครูผู้หญิงกำลังห้อมล้อมกริสน์อยู่ เขาเขม้นมองเขม่นๆพึมพำ
“ไอ้หมอนั่นมันเป็นใครวะ ทำไมพวกครูสาวๆ
ต้องกรี๊ดมันขนาดนั้นด้วย หน้าตาก็งั้นๆ ไม่เห็นจะหล่อเท่าไหร่”
ooooooo
กริสน์เพิ่งหาโอกาสโทร.ติดต่อภัทรดนัย เมื่อพวกครูถูกตามตัวไปต้อนรับโอปอล์นักเรียนใหม่ลูกสาวเสี่ยอธิปผู้ยิ่งใหญ่ที่เพิ่งย้ายมาเรียนที่นี่
ระหว่างนั้นกริสน์ได้ยินเสียงเสี่ยเอ่ยปากฝากลูกสาวไว้กับครูๆ ก็ถึงกับขนหัวลุก เหงื่อแตกพลั่ก พึมพำ
“เป๊ะเลย...เสี่ยอธิป วายป่วงแล้ว!”
กริสน์หาทางหลบให้พ้นหน้าเสี่ย แต่เท้าไปเตะถูกถังขยะล้ม เดชพรวดมาตวาดถาม “ใครอยู่ตรงนั้น!” กริสน์เงียบกริบ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
สถานการณ์ตึงเครียดทันที เสี่ยอธิปกับเดชเตรียมพร้อมสู้รบ สั่งให้ผู้ที่แอบอยู่ออกมาเสียดีๆ
เรียกอยู่นานก็ไม่มีใครออกมา สุดท้ายเสี่ยให้บอดี้การ์ดของตนบุกเข้าไปดู เจอแต่ถังขยะกับไม้กวาดล้มอยู่ แต่พวกนั้นไม่ทันสังเกตช่องแอร์ที่เผยออกมานิดๆ
โอปอล์เรียนอยู่ห้องเดียวกับโจ๊ก เธอเลือกนั่งใกล้ๆโจ๊ก ถูกโจ๊กพูดกระแทกใส่อย่างหมั่นไส้ที่กว่าโอปอล์จะเข้ามาเรียนได้ ก็ทำให้ทุกคนต้องเสียเวลารอนาน ทั้งคู่โต้เถียงกันเล็กน้อย ครูพงษ์พัฒน์รีบหย่าศึก บอกโอปอล์ว่าถ้าไม่ชอบใจจะเปลี่ยนไปนั่งที่อื่นก็ได้ โอปอล์ตอบอย่างจงใจกวนกระสาทโจ๊กว่า “จะนั่งตรงนี้แหละ!”
ทั้งคู่เริ่มเขม่นกันตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่เข้าเรียนแล้ว!
ooooooo
กริสน์หนีออกมาทางช่องแอร์ ออกมาเห็นนัก-เรียนยืนต่อแถวกันยาวเหยียด เขม้นมองจึงรู้ว่า พวกเด็กๆกำลังมาสมัครสมาชิกชมรม สตาร์แดนซ์รุ่นใหม่กัน
ปรากฏว่าแจ๊สก็มาสมัครด้วย แต่บุคลิกที่เย็นชาไม่สุงสิงกับใคร แถมยังใส่แว่นหนาเตอะ เลยถูกพวกรุ่นพี่ที่มาสมัครเข้าใจผิดคิดว่าเธอมาสมัครผิดที่ เลยแนะนำให้ไปสมัครที่ชมรมวิทยาศาสตร์บ้าง ชมรมพุทธศาสนาบ้าง ชมรมปรัชญาบ้าง จนแจ๊สทนไม่ไหวบอกพวกพี่ๆว่า
“ไม่ใช่ค่ะพี่ หนูมาสมัครเต้น”
ทันใดนั้นเอง เสียงหัวเราะคิกคักก็ดังขึ้น ทุกคนพากันมองแจ๊สขำๆ บางคนกระทั่งบอกว่า เธอไม่เหมาะกับชมรมนี้รุมกันพูดเสียจนแจ๊สทั้งโกรธทั้งอาย เดินหนีไปเลย
กริสน์เห็นดังนั้น ก้าวเข้าไปอบรมรุ่นพี่เหล่านั้นยาวเหยียด ว่าต้องรู้จักเคารพในสิทธิของผู้อื่น ให้โอกาสแก่ผู้อื่น อย่าตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอก แล้วขู่ว่าจะไปฟ้องคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคว่า ชมรมนี้ทำงานไม่มีมาตรฐาน แล้วจะไปฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย ว่าเด็กสถาบันนี้ดูถูกหมิ่นประมาทคนอื่น เขาเดินไปดูจะจดชื่อทุกคน
แต่พอกริสน์เดินไปหาเด็กคนไหน คนนั้นก็รีบเอามือปิดชื่อตัวเอง บางคนหน้าเสีย บางคนถึงกับร้องไห้...
เค้กพอใจกริสน์มาก เอาใจใส่เขาเป็นพิเศษ เดี๋ยว เอาขนมมาให้ เดี๋ยวเอากาแฟมาให้ จนเต๋ากับเต้ยผิดสังเกต วันนี้นับกันว่าเค้กมาหากริสน์ที่ร้านถึง 9 ครั้งแล้ว แต่เขาก็ไม่กลับสักที พิมมาดาเองก็เริ่มหมั่นไส้กริสน์โดยไม่รู้สาเหตุ
ภัทรดนัยก็มักจะนัดพบกับกริสน์ ที่ร้านเบเกอรี่ของเค้กบ่อยๆ จนเค้กเริ่มสงสัยความสัมพันธ์ของทั้งสองว่าอาจผิดปกติแบบชายชอบชาย เลยยิ่งไม่พอใจภัทรดนัย เมื่อเขามานัดพบกับกริสน์ที่ร้าน เธอจึงไม่สนใจ ไม่บริการ จนเกิดโต้เถียงกันหลายครั้ง
วันนี้ทั้งคู่นัดพบกันที่ร้านของเค้กอีก กริสน์ปรับทุกข์ว่า พิมมาดาไม่พอใจที่เขารับเด็กๆ กลับผิดเวลาเพราะมัวไปแก้ปัญหาเด็กทะเลาะวิวาทกัน เธอจึงสั่งให้เขาช่วยงานร้านดอกไม้ด้วย ก่อนอื่นต้องรู้จักและจำชื่อดอกไม้ให้ได้หมดก่อน เค้กรู้จึงอาสาจะช่วยเขา
ooooooo
ปาล์มลูกชายของเมทินีที่ถูกโอ๋ถูกชมจนหลงตัวเอง คิดว่าตัวเองเท่หล่อรวย วันนี้ปาล์มเพิ่งเห็น
โอปอล์ พอเห็นก็ชอบความน่ารักของเธอทันที
โอปอล์เขม่นโจ๊กตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียนแล้ว วันนี้เห็นโจ๊กไปยืนดูโปสเตอร์อยู่ นึกหมั่นไส้เลยจะไปป่วน ปาล์มเห็นดังนั้นรีบตามไป โอปอล์เห็นโจ๊กดูโปสเตอร์มวยอยู่ก็เข้าไปพูดยั่วว่า ไม่สมัครก็หลีกไปเสียเกะกะ ปาล์มทำกร่างอวดสาว เข้าไปพูดเยาะเย้ยว่า ไม่กล้าใช่ไหมกลัวโดนต่อยแล้วจะเละเป็นโจ๊กหรือไง
โจ๊กโมโหถามว่า “ว่าใคร” ปาล์มทำหน้าตายบอกว่า ตนพูดลอยๆ อยากรับเองก็ตามใจ เลยถูกโจ๊กต่อยครึ่งปากครึ่งจมูกเลือดกำเดาพุ่ง แค่นั้นเอง ปาล์มก็ร้องไห้ขี้มูกโป่งแล้ว
ครูพงษ์พัฒน์เข้าไปอย่าศึก จากนั้นเรียกโจ๊กไป
คาดโทษว่า ตั้งแต่เข้ามาเรียนต่อยเพื่อนไป 9 ครั้งแล้ว ถ้าเกิดเรื่องทำนองนี้อีกครั้งจะสั่งพักการเรียน
โจ๊กอ้างว่าปาล์มเป็นคนมาหาเรื่องตนก่อน ครูถามหาพยาน จีจ้าเสนอตัวเป็นพยานเพราะตนอยู่ในสถานการณ์ตั้งแต่ต้น ครูฟ้าใสไม่อนุญาตเพราะจีจ้าเป็นน้องของคู่กรณี จีจ้าเลยบอกให้โอปอล์เล่า
โอปอล์มัวแต่มองหน้ากริสน์ที่มาร่วมฟังการพิจารณาโทษด้วย ทักว่าเคยเห็นเขาที่ไหน กริสน์รีบปฏิเสธว่าเธอคงจำคนผิด เพราะตนเพิ่งมาจากต่างจังหวัด แล้วไกล่เกลี่ยว่า ยังไงโจ๊กก็ผิดเพราะไปชกปาล์มก่อน หันไปบอกครู
พงษ์พัฒน์ว่า ต่อไปตนจะดูแลโจ๊กให้ดี จะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก
ครูพงษ์พัฒน์ที่เขม่นความหล่อของกริสน์อยู่แล้ว ถือโอกาสตำหนิว่าวันหลังก็ทำตัวเป็นพี่เลี้ยงที่มีประโยชน์บ้าง ไม่ใช่เอาแต่ยืนทำหน้าหล่ออยู่อย่างเดียว กริสน์ฟังแล้ว
งงว่ามันเกี่ยวอะไรกันเนี่ย?
เมื่อกลับมาถึงหน้าบ้าน กริสน์ถามโจ๊กว่าอยากสมัครเป็นนักกีฬาชกมวยหรือ จีจ้าตอบแทนว่า ก็ใช่น่ะสิ กริสน์จึงแนะให้ไปสมัคร โจ๊กไม่ตอบ มองหน้ากริสน์แล้วเดินเข้าบ้าน จีจ้าเลยพูดเสียเองว่า
“น้าพิมไม่ชอบให้พี่โจ๊กชกมวย น้าพิมบอกว่า พวกชอบใช้กำลังคือพวกอันธพาล โตขึ้นไปก็จะเป็นนักเลงหัวไม้ไม่มีอนาคต”
“เงียบได้แล้วนะจีจ้า” โจ๊กหันกลับมาปรามเสียงดังอย่างหงุดหงิด จีจ้าหน้าจ๋อยบ่นอุบอิบว่าทำไมต้องเสียงดังด้วย แล้วพูดอย่างกังวลว่า “หวังว่าน้าพิมจะไม่เห็นพี่โจ๊กตาเขียวนะ”
กริสน์ดูอาการของโจ๊กแล้วก็ให้นึกเป็นห่วง
ooooooo
ผลงานของจตุพลปรากฏแล้ว เมื่อเสี่ยอธิป เกิดหายใจไม่ออก จตุพลกับน้อมพงษ์มองหน้าอย่างรู้กัน แต่ก็แกล้งทำเป็นตกใจและรีบพาเสี่ยส่งโรงพยาบาล
ภัทรดนัยส่งข่าวนี้แก่กริสน์ กริสน์คิดว่าเป็นแผนของเสี่ยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของพวกกันเอง โดยทำเป็นป่วยแล้วให้คนอื่นจัดการแทน บอกภัทรดนัยให้จับตาดูให้ดี ส่วนตนจะรีบสืบหาตัวคนชักใยอยู่เบื้องหลังให้เร็วที่สุด
ปรากฏว่า คืนนี้สุขสันต์มารับพิมมาดาออกไปด้วยกัน เด็กๆทั้งสามมองอย่างกังวลกลัวจะเสียน้าไปกับคนไม่ดี เลยบ่นกริสน์ว่า อุตส่าห์รับมาเพื่อให้กันสุขสันต์แต่สงสัยเราจะไว้ใจคนผิดเสียแล้ว
“ทุกคน...คิดดูนะ น้ามาเป็นพี่เลี้ยงพวกเราแค่วันแรก แถมน้าพิมของพวกเราก็เกลียดขี้หน้าน้า จับผิดน้า แล้วก็มองน้าในแง่ร้ายตลอดๆๆ แล้วคนอย่างน้าจะมีอะไรไปสู้กะนายสุขสันต์ได้ เปรียบแล้ว น้ามันก็เหมือน...”
กริสน์หยุดแค่นั้น แจ๊สต่อให้ว่า “หมาหัวเน่า” กริสน์ติงว่าแรงไป โจ๊กพูดอย่างไม่พอใจว่าผู้หญิงก็อย่างนี้แหละ ชอบแต่คนรวยๆ
“ใช่...เรามีแต่ความดีอย่างเดียว นอกนั้นเราไม่มีอะไรเลย” กริสน์เห็นด้วย จีจ้าบอกว่าความดีต้องชนะทุกอย่าง กริสน์ปลุกระดมทันทีว่า “เพราะฉะนั้น พวกเราต้องช่วยกัน ต้องร่วมมือกัน...ทำให้น้าดูดี มีราคาเพื่อที่จะทำให้น้าพิมเชื่อถือน้าขึ้นมาบ้าง”
จากนั้น กริสน์ และพวกเด็กๆก็สุมหัวกันราวกับคิดก่อการใหญ่
เมื่อถึงเวลานอน กริสน์ร้องเพลงดาวลูกไก่ให้เด็กๆ
ฟัง ปรากฏว่าเด็กๆหลับไม่ลงเพราะสงสารไก่ โจ๊กบ่นอย่างไม่พอใจว่า โลกนี้ไม่ยุติธรรมเลย แจ๊สโต้อย่างต่อต้าน ความเชื่อเดิมๆว่า
“ใครว่าความดีชนะทุกอย่าง คนใจร้ายตะหากชนะทุกอย่าง!
กริสน์ถึงกับสะอึกกับอารมณ์รุนแรงนี้ เลยเปลี่ยน
เป็นร้องเพลง “แม่นาค” ให้ฟัง เอาไฟฉายส่องใต้คาง ทำเอาพวกเด็กๆ พากันกระโดดขึ้นมานอนทับกริสน์กันเป็นกองอยู่บนเตียง...
ooooooo
วันนี้ สุขสันต์มารับพิมมาดาไปทานอาหารในโรงแรมหรู ชมวิวสวยจากตึกระฟ้า เขาแสดงความเป็นสุภาพบุรุษที่แสนดี อบอุ่น เล่าเรื่องของตัวเองขำๆขื่นๆว่า ผู้หญิงมักจะมองว่าเขาเป็นคนหล่อ
คนรวยคนเก่งแต่ไม่มีความจริงใจให้ใคร คิดว่าตนมีแต่เรื่องผลประโยชน์ ทำให้พวกผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตเขาพากันหนีไปหมด ชีวิตเขาทุกวันนี้ จึงอยู่อย่างเหงามาก
พิมมาดารู้ถึงเจตนาของเขา เธอยิ้มก้มหน้าเขินๆกับคำพูดและสายตาของเขา
เวลาเดียวกันนั้น แพรวพิลาศ ไปที่คฤหาสน์เขา ฉัตรชัยออกมารับหน้า บอกว่าสุขสันต์ไม่อยู่ไปประชุม เธอแย้งว่าตนเพิ่งมาจากที่ทำการพรรคไม่เห็นมีประชุมอะไรเลย ฉัตรชัยรีบแก้ว่าท่านประชุมนอกสถานที่ แต่ก็ได้สั่งไว้ว่าให้ตนดูแลเธอให้ดีเหมือนที่ท่านดูแลทุกอย่าง
“ไม่มีใครดูแลฉันแทนสุขสันต์ได้ทั้งนั้น สุขสันต์เป็นคนพิเศษ แต่อย่าให้ฉันรู้ก็แล้วกันว่าไม่ได้ประชุม แต่แอบไปรักจัดหนักกะใครที่ไหน ไม่งั้น ฉันจะทำให้เขากระเด็นจากพรรคคุณพ่อแน่ๆ” แพรวพิลาศขู่แล้วกลับไป
หลังดินเนอร์...สุขสันต์ขับรถมาส่งพิมมาดาที่หน้าบ้าน พวกเด็กๆรวมทั้งกริสน์พากันมาแอบดูที่หน้าต่าง เห็นสุขสันต์จับมือและจูบมือพิมมาดาอย่างอ่อนหวาน ทุกคนก็พากันเครียด โดยเฉพาะกริสน์มองภาพนั้นอย่างหงุดหงิดมาก
ooooooo
เช้านี้ กริสน์ถูกทดสอบการจำชื่อดอกไม้ต่างๆ โดยท้ากันว่า ใครแพ้ต้องล้างห้องน้ำ พิมมาดาเป็นคนถาม และกริสน์ต้องเป็นคนตอบ พวกเด็กๆพากันร้องเพลงเชียร์กริสน์เอาจริงเอาจัง
ปรากฏว่า ด้วยการช่วยเหลือของหลายคน กริสน์เป็นฝ่ายชนะ พิมมาดาจึงต้องเป็นฝ่ายล้างห้องน้ำ
ระหว่างล้างห้องน้ำนั่นเอง เต๋ามาบอกว่าสุขสันต์โทร.มา เธอยิ้มสดชื่นทันที คุยกันอย่างอารมณ์ดีอ่อนหวาน ทุกคนข้างนอกเงี่ยหูฟัง จับความได้ในตอนท้ายว่า นัดพรุ่งนี้บ่ายเจอกัน ตนจะให้เต๋ากับเต้ยเฝ้าร้านให้พอคุยเสร็จ กริสน์มาเร่งว่าคุยเสร็จแล้วก็ขัดต่อเสีย อย่ามัวยืนยิ้มอยู่คนเดียว พิมมาดาถอดถุงมือบอกว่าตนขัดเสร็จแล้วตามสัญญา ฝากล้างน้ำต่อหน่อยก็แล้วกัน เธอเอาถุงมือยัดใส่มือกริสน์แล้วเดินลอยหน้าออกไปเลย กริสน์มองถุงมือในมือเซ็งๆ
ooooooo
การนัดพบกันครั้งนี้ สุขสันต์เซอร์ไพรส์พิม-มาดาเต็มที่ จัดหนักทั้งรถสปอร์ตเปิดประทุนที่ไปรับเธอ ทั้งมีรถตำรวจนำ ล้วนสร้างความตื่นเต้นกับเธอ อย่างมาก
จนมาถึงร้านอาหารหรูริมทะเลในบรรยากาศแสนโรแมนติก สุขสันต์ดูแลเธออย่างดีเยี่ยม ตักอาหารจะป้อนให้ แต่เธอขอกินเอง
ที่โต๊ะข้างหลังสุขสันต์ มีชายคนหนึ่งนั่งทานอาหารเช่นกัน แต่เขาไม่ได้สนใจอาหารตรงหน้านัก เขายกโทรศัพท์ขึ้นทำท่าเหมือนโทร.คุยกับใคร แต่ที่แท้เขาใช้กล้องในมือถือ ถ่ายรูปสุขสันต์กับพิมมาดาถี่ยิบทุกอิริยาบท
แพรวพิลาศกำลังขับรถบ่ายหน้ามาทางริมทะเลนี้ เธอดูรูปของสุขสันต์กับพิมมาดาจากบีบี เธอกำบีบีในมือแน่นคำราม “สุขสันต์...แพรวไม่ยอม...”
ooooooo
ที่ร้านดอกไม้ เต๋ากับเต้ยที่พิมมาดาฝากให้ดูแลร้าน เต๋าเริ่มบ่นแล้วว่า พิมมาดาเที่ยวเพลินจนลืมหลานไปเลย เต้ยพูดอย่างใจเย็นว่า ปล่อยเธอเถอะ นานๆทีที่เธอจะได้เที่ยว
กริสน์หูผึ่ง ถามว่า “นานๆทีที่คุณพิมจะได้ไปเที่ยวเหรอครับ”
เต้ยเล่าอย่างรู้ดีว่า นานๆทีที่พิมจะมีผู้ชายมาจีบต่างหาก แล้วพูดเหมือนเห็นใจว่า ตั้งแต่เลิกกับมาวินเมื่อหลายปีก่อน พิมมาดาก็ไม่เคยสดชื่นอย่างนี้เลย เพราะเอาแต่ทำงานกับเลี้ยงหลาน
จากความช่างเล่าช่างพูดเพราะดีใจที่เห็นพิมมาดามีความสุขและกิจการก็มีแนวโน้มดีขึ้น เต๋ากับเต้ยช่วยกันเล่าอย่างดีใจ
โดยเฉพาะคือการที่สุขสันต์ได้ทำธุรกิจนำเข้าวัตถุดิบในการทำขนมและพิมมาดาก็ได้นำเข้าดอกไม้จากต่างประเทศกับเขา ทำให้ทุ่นค่าใช้จ่ายได้มาก ซึ่งค่าใช้จ่ายนี้ไม่ใช่น้อยเลย
ที่ทำให้กริสน์ฟังแล้วร้อนผ่าวขึ้นมาคือ สินค้าลอตแรกจะมาถึงท่าเรือในอีกสามวันข้างหน้านี้แล้ว!
ooooooo
คืนนี้เอง กริสน์โทร.คุยกับภัทรดนัย ฟังกริสน์เล่าแล้ว ภัทรดนัยถึงกับเด้งตัวลุกจากเตียงร้อง...
“ป๊อก 9 สามเด้ง”
“ไอ้คุณสุขสันต์นี่มันไม่ธรรมดาจริงๆ ได้ทั้งหญิง ได้ทั้งงาน แล้วอำพรางสินค้าอีกต่างหาก” กริสน์พูดแล้วสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาในบ้าน เขาบอกภัทรดนัยว่า “แค่นี้ก่อนเพื่อน ต้องเริ่มดำเนินการตามแผนแล้ว”
“เฮ้ย...เดี๋ยวก่อน ไอ้กริสน์ๆๆแผนต่อไปเป็นไงปรึกษากันก่อนสิเว้ย...เฮ้ย...” ปรากฏว่าปลายสายตัดไปแล้ว ภัทรดนัยได้แต่นิ่งคิดด้วยสีหน้ากังวล...
พิมมาดาเดินเข้ามาถึงห้องรับแขก เห็นกริสน์นอนอยู่ ถามเขาว่าทำไมมานอนตรงนี้ กริสน์ย้อมถามว่าลืมไปแล้วหรือว่าเธอไม่ได้จัดห้องให้ตนนอน
“ฉันให้เต๋ากับเต้ยเคลียร์ห้องเก็บของไว้แล้ว พรุ่งนี้นายเข้าไปนอนได้”
“แหม...ความรักนี่นอกจากจะทำให้โลกเป็นสีชมพูแล้วยังทำให้คนใจดีขึ้นอีกด้วย” พูดแล้วลุกขึ้นนั่งพูดท่าทางกวนๆ “คุณนี่สุดยอดจริงๆเลยนะ เป็นคนพิเศษของว่าที่นักการเมืองใหญ่อย่างคุณสุขสันต์แถมได้ไปดินเนอร์ใต้แสงเทียนกันอย่างโรแมนติกในคฤหาสน์หรูของเขา”
“น้อยๆหน่อย ฉันยังไม่เคยไปบ้านเขาเลยย่ะ”
เข้าทางกริสน์พอดี เขาทำเป็นอุทานทึ่ง เหมือนไม่เชื่อ ก่อนจะพูดยาวเหยียด จงใจสะกิดให้เธอคิดว่า
“ก็ปกติผู้ชายถ้าคิดจะจริงจังกับผู้หญิงสักคน เขาก็จะพาเข้าบ้านไปทำความรู้จักกับครอบครัว แต่นี่คุณสุขสันต์เขายังไม่พาคุณเข้าบ้านเลย ผมก็เลยรู้สึกว่าคุณอาจจะไม่พิเศษสำหรับเขาจริงๆ หรือไม่เขาก็อาจจะมีใครที่ไม่อยากให้คุณเจออยู่ที่บ้านก็ได้”
กริสน์หยุดเหมือนตั้งใจให้เธอได้คิด มองเธอแล้วจึงพูดต่อ
“แต่ช่างเถอะ คุณสุขสันต์เขาเป็นคนดีจะตาย เขาคงไม่หลอกคุณหรอกเนอะคุณพิม นอนดีกว่า ปิดไฟด้วย”
พูดแล้วชักผ้าห่มคลุมโปงเลย พิมมาดายังยืนคิดอยู่ตรงนั้น เขาค่อยๆโผล่หน้ามาแค่ตา แอบดูแล้วก็อดยิ้มไม่ได้กับท่าทีที่นิ่งคิดของเธอ
ooooooo










