ตอนที่ 13
ไฟสำรองสว่างขึ้น เสียงทีมงานบ่นว่าใครเตะปลั๊กไฟหลุด ส่วนเมทินียังงงๆอยู่บนเวที บ่นว่าไฟมาดับอะไรตอนนี้ กำลังจะชี้ให้ดูส่วนผสมที่เป็นยาเสพติดอยู่เชียว
ในเงาสลัวบนเวทีนั่นเอง เค้กย่องไปปิดปากเมทินีลากไปอย่างเร็ว
“ไฟพร้อมแล้ว” ทีมงานร้องบอก แต่ปรากฏว่าเมทินีหายไปแล้ว กลายเป็นครูฟ้าใสมายืนแทนที่ แนะนำตัวเองว่าเป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนที่ลูกคุณเมทินีเรียนอยู่ พูดแล้วมองหาพวกกริสน์ไม่เห็นใครสักคนแล้ว
ooooooo
เมทินีถูกพาตัวกลับบ้านตามหาปาล์มแทบจะเป็นบ้า ร้องไห้กระซิกๆ พอรู้จากแม่บ้านว่าปาล์มถูกลักตัวไป เมทินีร้องไห้โฮโผเข้ากอดกริสน์อ้อนวอนให้ช่วยลูกปาล์มของเราด้วย
เต้ยถามว่าแล้วพิมมาดากับพวกเด็กๆล่ะ กริสน์บอกว่าทุกคนถูกคนร้ายจับไป เป็นตายร้ายดียังไงยังไม่รู้
ทันใดนั้น มีเสียงกุกกักจากห้องเก็บของ ทุกคนตื่นตัวระวังแจ ภัทรดนัยค่อยๆย่องไปเปิดดู พบแจ๊สซ่อนอยู่ในนั้น พอเห็นพวกกริสน์ แจ๊สโผเข้ากอดกริสน์แน่น เล่าให้ฟังว่า สุขสันต์เป็นคนจับทุกคนไป
ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือของเมทินีดังขึ้น เธอสบตากริสน์ เมื่อเขาพยักหน้า เธอจึงกดรับสายเปิดสปีกเกอร์
“หม่ามี้ช่วยน้องปาล์มด้วย...มันจะฆ่าปาล์ม...ปาล์มกลัว ฮือๆๆ” ปาล์มร้องเสียงหลงเข้ามา
ฉัตรชัยเดินคุยโทรศัพท์ด้วยสปีกเกอร์ อีกมือถือโทรศัพท์อีกเครื่องแนบหูอยู่ เขาบอกว่าตนเป็นร่างทรงจากคนที่เธอรู้ว่าเป็นใคร โทร.มาเจรจาเพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน กริสน์คว้าโทรศัพท์จากเมทินีไปคุยอย่างตึงเครียดทันที
“คุณสุขสันต์ ปล่อยพิมมาดาและเด็กๆ แล้วฉันจะไปให้จับตัว”
“ฉันไม่ต้องการตัวแก แต่ฉันต้องการให้แกกับยัยเมทินีไปมอบตัวกับตำรวจ สารภาพว่าเป็นคนนำเข้ายาเสพติดข้ามชาติเข้ามาเอง แกจะสร้างเรื่องราวอะไรยังไงก็ตามใจแก แต่ต้องไม่ซัดทอดมาถึงตัวฉัน และต้องยกย่องฉันด้วยว่าเป็นคนที่ทำให้แกเข้ามอบตัว แล้วทุกคนจะปลอดภัย”
กริสน์ต่อรองให้สุขสันต์ปล่อยพิมมาดากับพวกเด็กๆ ออกมาก่อน ก็ได้คำตอบจากสุขสันต์ว่า
“ฉันจะปล่อยพิมมาดา แต่จะปล่อยให้ไปมอบตัวกับพวกแก หึๆๆ ในวันมอบตัวจะต้องมีแก ภัทรดนัย ยัยเมทินี และพิมมาดา ถ้าพวกแกไม่ทำตามข้อเสนอนี้ รับรองได้ว่า ทุกคนที่พวกแกรัก จะถูกเชือดนิ่มๆ” พูดแล้วหัวเราะอย่างสะใจ
แพรวพิลาศแอบดูแอบฟังอยู่มุมหนึ่ง ทำหน้าสับสนกับคำพูดของสุขสันต์
ooooooo
ที่บ้านเมทินี สถานการณ์ตึงเครียดมาก เค้กถามกริสน์ว่าคิดจะทำอย่างไรต่อไป
“ผมจะ...” กริสน์โพล่งออกมา ถูกภัทรดนัยเบรกทันทีว่า
“เดี๋ยว!! ก่อนแกจะตัดสินใจอะไร ฉันขออนุญาตแจกแจงให้แกฟังชัดๆก่อน...ถ้าแกมอบตัว ข้อแรก ไอ้สุขสันต์จะทำตามที่รับปากหรือเปล่าก็ไม่รู้ ข้อสอง แก คุณเมทินี ยัยเจ๊โหดจะกลายเป็นผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติดระดับชาติ ติดคุกหัวโต ข้อสาม ไอ้สุขสันต์คนร้ายตัวจริงลอยนวล แล้วยังได้รับยกย่องเทิดทูนเป็นพ่อพระของเด็กทั้งประเทศ ข้อสี่ สำคัญสุด ยาเสพติดจะระบาดทั่วบ้านทั่วเมือง จะมีแต่เด็กติดยา หมดอนาคตประเทศชาติล่มจม”
กริสน์ยืนกรานจะมอบตัว จะทำตามที่สุขสันต์ต้องการ ภัทรดนัยติงว่าถึงเขาไป แต่ถ้าเมทินีกับพิมมาดาไม่ไปมันก็เท่านั้น เมทินีสวนไปทันว่า “นีจะไปมอบตัวกับคุณกริสน์”
“เหลือนายคนเดียวแล้ว” เค้ก เต๋า และเต้ยพูดราวกับนัดกันไว้ จ้องภัทรดนัยเขม็งอย่างวัดใจกัน
ภัทรดนัยตรงเข้ากระชากคอเสื้อกริสน์ตะคอกว่า “ยังไงฉันก็ไม่ให้แกมอบตัว!” ถูกกริสน์ปัดมือและผลักอกอย่างฉุนเฉียวตะคอกถามคืนว่า
“แล้วแกจะให้ฉันทำยังไง...หา! จะให้ฉันปล่อยเด็กๆที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ตายไปต่อหน้าต่อตางั้นเหรอ เด็กๆพวกนี้เขาไม่ควรจะมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ แต่ฉันและแกเป็นคนดึงพวกเขามาเป็นเครื่องมือ ถ้าแกไม่รับผิดชอบฉันรับผิดชอบเอง!”
“รับผิดชอบ... โอ๊ววว แกรับผิดชอบกับเด็กสี่ห้าคน แล้วเด็กอีกเป็นแสนคน ล้านคนทั่วประเทศล่ะ ใครจะรับผิดชอบ!”
กริสน์กับเมทินีนิ่งอึ้ง พูดไม่ออก ภัทรดนัยพูดต่ออีกว่า
“แกเคยคิดบ้างไหมว่า เยาวชนทั่วประเทศจะเป็นยังไง ถ้าต้องตกเป็นทาสของไอ้ยานรกพวกนั้น ไอ้กริสน์ ฉันเข้าใจความคิดแก ถ้าเป็นไปได้ฉันก็ไม่อยากให้มีใครต้องเสียสละเลย แต่มาถึงขึ้นนี้แล้วแกจะเอาชีวิตเยาวชนทั้งประเทศแลกกับ...” ภัทรดนัยยั้งปากไว้อย่างหงุดหงิด แล้วร้องอย่างอัดอั้น “โอ้ย...แกชั่งน้ำหนักเอาแล้วกันว่า อะไรสำคัญกว่ากัน...”
ภัทรดนัยเดินฮึดฮัดหุนหันกลับไป ในขณะที่
กริสน์กับเมทินียังอึ้ง ต่างสับสน...เครียด...
ooooooo
พิมมาดากับเด็กๆถูกมัดรวมกันไว้ที่สนามกีฬาอินดอร์ เธอกอดเด็กๆไว้อย่างปกป้อง ด่าสุขสันต์ที่ยืนดูอยู่ อย่างเห็นธาตุแท้ว่า ขายขนมมียาเสพติดให้เด็กๆกินแล้วยังมีหน้ามาสร้างภาพว่ารักเด็กอีก คนหลอกลวงจะต้องได้รับกรรม ไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ต่อไปนี้ตนจะไม่เชื่อเขาอีกแล้ว
ทันใดนั้น แพรวพิลาศที่แอบดูแอบฟังมาตลอด โผล่พรวดออกมาตะคอกเรียก “คุณสุขสันต์!” แล้ว จ้องด้วยแววตาแข็งกร้าวแบบคาดคั้นให้ตอบ
แต่ด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบายของสุขสันต์ เขาเปลี่ยนโฉมหน้าท่าทีฉับพลัน หาว่าพิมมาดาถูกกริสน์ล้างสมองจนเชื่อว่าตนค้ายา ตนชี้แจงอย่างไรก็ไม่เชื่อเลยต้องปล่อยเลยตามเลย พูดเอาดีเข้าตัวตามเคยว่า ตนยอมให้พิมมาดามองตนเลวคนเดียวดีกว่าที่คุณพ่อเธอจะถูกกล่าวหาอย่างเสียๆ หายๆ
แพรวพิลาศเสียงอ่อนลงทันที ยิ่งเมื่อสุขสันต์ดึงเธอเข้าไปกอด เธอก็ระทวยไปตามเคย...
ooooooo
จตุพลกับน้อมพงษ์จับเสี่ยอธิปกับเดชที่อ่อนเพลียมากจากบาดแผลที่เสียเลือด มาก จตุพลบอกให้เสี่ยยอมรับผิดแทนตนให้บอกตำรวจว่าตนไม่รู้ไม่เห็นไม่มีส่วน เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในขนม น้อมพงษ์ย้ำว่า ถ้าช่วยพวกตนให้พ้นคดีได้โอปอก็ปลอดภัยและจะพาโอปอไปเยี่ยมเสี่ยที่คุกทุก เดือน
“ฉันยอมตาย ส่วนแกก็ต้องรับกรรมที่แกทำเอาไว้...คนที่คิดร้ายต่อเด็กๆอย่างแกไม่มีวันตายดีหรอก!” เสี่ยเด็ดเดี่ยวมาก
ขณะจตุพลชักปืนออกมาจะยิงเสี่ยนั่นเอง เสียงไซเรนตำรวจก็แว่วมา ทั้งจตุพลและน้อมพงษ์พุ่งไปดูที่หน้าต่างเห็นรถตำรวจมาจอดอยู่หลายคัน น้อมพงษ์ถามหน้าเจื่อนว่า “ทำไงดีล่ะทีนี้...”
มาวินมาแล้ว...เขาประกาศอย่างยิ่งใหญ่ตามเคยว่า ตนมีหมายค้น หมายจับ และสารพัดใบอนุญาตที่ทำให้ตนสามารถจับตายทั้งสองคนได้ เพราะฉะนั้นอย่าคิดหนี ยอมมอบตัวเสียดีๆ ตนสัญญาว่าจะเลี้ยงแฮมเบอร์เกอร์ทุกมื้อตอนอยู่ในคุก
ผลงานของจอมกร่างมาวินครั้งนี้คือ จตุพลกับน้อมพงษ์หนีไปได้ มีแต่เสี่ยอธิปกับเดชที่บาดเจ็บเสียเลือดมากจนอ่อนเพลียถูกจับตัวไป
สุขสันต์ตำหนิมาวินว่า ตนอุตส่าห์บอกที่ซ่อนของจตุพลแล้ว เสียแรงไว้ใจจริงๆ ผลักอกมาวินจนเซแล้วถามหาเสี่ยอธิป
มาวินพาไปที่ห้องสอบสวน บอกสุขสันต์อย่าง นอบน้อมว่าตนพยายามสอบสวนแล้ว แต่เสี่ยไม่ยอมปริปากอะไร
สุขสันต์หามุมที่หันหลังให้กล้องวงจรปิด เอา โทรศัพท์มือถือเปิดให้เสี่ยดูภาพโอปอถูกจับ มีฉัตรชัยถือปืนคุมอยู่ ยื่นข้อแลกเปลี่ยนกับเสี่ยว่า ถ้าอยากให้ลูกสาวรอดก็ต้องให้การซัดทอดจตุพลว่าอยู่เบื้องหลังเรื่องยาเสพ ติดในขนมสวีทโอปอล์
เสี่ยทำนิ่ง แต่พริบตานั้นก็ลุกพรวดเข้าหาสุขสันต์ ถูกสุขสันต์ถีบโต๊ะกระแทกจนเสี่ยร่วงลงไป มาวินได้ยินเสียงวิ่งเข้ามาสอพลอ ถามสุขสันต์อย่างนอบน้อมว่า
“ท่านครับ ท่านเป็นยังไงครับ เจ็บตรงไหนรึเปล่า เอามันไปขังเดี่ยว ไป” มาวินสั่งการ
ooooooo
ปาล์มนิ่งคิดอยู่นาน จู่ๆก็โพล่งขึ้นว่า “เราต้องหนี” โจ๊กเห็นด้วย เพราะพวกมันมีแค่ฉัตรชัยกับน้อมพงษ์สองคน แต่เรามีตั้งห้าคน ว่าแล้วก็สุมหัวกันวางแผน
สองแผนแรกของปาล์มล้มเหลวไม่เป็นท่า แผนที่สามของโจ๊กเกือบสำเร็จอยู่แล้ว แต่พอหนีออกจากห้องก็เจอแพรวพิลาศถือปืนมายืนจังก้าอยู่ ทั้งหมดเลยถูกจับขัง ซ้ำยังถูกมัดไว้แน่นหนาอีกด้วย
“อย่าทำอย่างนี้” พิมมาดาดิ้นจนหลุด แล้วบอกให้ปล่อยเด็กๆเสีย สุขสันต์กระชากพิมมาดาออกจากเด็กๆ บอกว่าไม่น่าใจร้อนเลย บอกเธอว่า
“เพราะพรุ่งนี้ ผมก็จะปล่อยคุณไปมอบตัวกับไอ้ผู้กองสุดหล่ออดีตคนรักคุณอยู่แล้ว คืนนี้คุณก็นั่งดูเด็กๆไปแล้วกัน” แล้วหันไปทางสมุนทั้งสอง “ฉัตรชัย ฮิม เฝ้าไว้ ถ้าพวกแกโง่อีกก็ตายซะ!”
สั่งการเสร็จ สุขสันต์ก็ควงแพรวพิลาศออกไป พิมมาดา มองเด็กๆพร่ำบอกเสียงเครือ “น้าขอโทษ...น้าขอโทษ”
ooooooo
ที่บ้านเมทินี กริสน์เดินออกมา ภัทรดนัยรีบมาดักบอกว่า ยังมีเวลาคิด ถามว่าจะเปลี่ยนใจไหม กริสน์เสียงเดียวคำเดียวว่า ไม่เปลี่ยน ไม่เพียงเท่านั้น ยังบอกภัทรดนัยว่า “แกก็ต้องไปด้วย!”
ภัทรดนัยที่เด็ดเดี่ยวเสียงแข็งมาตลอด พูดเหมือนยังคิดไม่ตกแต่ตัดสินใจแล้วว่า
“ฉันไม่เข้าใจสิ่งที่แกคิดเท่าไหร่ แต่เอาก็เอาเราทีมเดียวกัน ตายก็ตายด้วยกัน ฉันจะทำตามที่แกบอกก็ได้วะ”
แจ๊ส เต๋า เมทินี และเต้ย ต่างกังวลกันว่า ถ้าน้าพิมกับน้ากริสน์ติดคุกแล้วพวกตนจะอยู่กันอย่างไร
กริสน์จับมือเต๋ากับเต้ย ถามจริงจังว่า “นายสองคนช่วยขับรถไปส่งพวกเราได้ไหม”
ทันใดนั้น มือถือของเมทินีดังขึ้น เธอดูหน้าจอแล้วบอกกริสน์ว่าพวกมันโทร.มาแล้ว รีบส่งโทรศัพท์ให้เขา
สุขสันต์พูดโทรศัพท์ผ่านฉัตรชัยที่เครื่องหนึ่งใช้สปีกเกอร์ และอีกเครื่องแนบหูฟังแล้วพูดตามการบอกบทของสุขสันต์
ทันทีที่กริสน์กดรับสาย เสียงปลายสายก็ถามมาทันทีว่า “แกกับพรรคพวกพร้อมจะไปมอบตัวหรือยัง”
“พร้อมแล้วแต่ฉันขอคุยกับพิมมาดาก่อน ไม่งั้นฉันไม่ไป”
ฉัตรชัยหันบอกสุขสันต์ตามที่กริสน์พูด สุขสันต์พยักหน้า ฉัตรชัยจึงยื่นโทรศัพท์ให้พิมมาดาบอกว่ากริสน์จะคุยด้วย
“คุณพิม...คุณกับเด็กๆปลอดภัยดีใช่ไหม คุณพิมฟังผมนะ ทั้งคุณและผม จะต้องไปมอบตัวตามที่มันต้องการ เราสองคนจะต้องติดคุกเพื่อให้เด็กๆปลอดภัย” กริสน์ทำเวลาเต็มที่รีบบอกอีกว่า “คุณพิม ผมพูดมากไม่ได้ ผมสัญญาแค่ว่าเด็กๆจะต้องปลอดภัย และผมจะไม่ทิ้งคุณ ...คุณเชื่อใจผมหรือเปล่า”
เมื่อพิมมาดาบอกว่าเชื่อ กริสน์ถามว่าเธอรู้จักรหัสมอสไหม เธอบอกว่าไม่รู้จัก กริสน์สอนให้เอาแค่ใช่ ไม่ใช่ก่อน แล้วสอนการเคาะสองคำนี้ให้อย่างรีบด่วน
สุขสันต์เดินไปมาอย่างกระวนกระวาย แพรวพิลาศเข้าไปกระชากโทรศัพท์จากพิมมาดาตวาดว่าพูดนานเกินไปแล้ว พวกเด็กๆผวาเข้ายื้อไม่ยอมให้เอาน้าพิมของตนไป พิมมาดาน้ำตาไหลพรากแต่จำต้องทำใจให้เข้มแข็ง สุขสันต์ย่อตัวลงพูดกับเด็กๆว่า
“โอ๋ๆๆไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวอาแฮปปี้จะใช้เส้นส่งพวกเธอไปสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า รับรองที่อยู่สบาย แถมเพื่อนเยอะแยะ เข้าใจไหม” พูดแล้วตบหัวเด็กๆคนละที
“แกมันเป็นปีศาจหมาป่า ทั้งเจ้าเล่ห์ทั้งร้ายกาจ!!” ปาล์มด่า
สุขสันต์หันขวับถามว่า ด่าตนว่าเป็นปีศาจหรือ เงื้อมือจะตบ พิมมาดารีบขัดขึ้นว่าจะให้ตนไปได้หรือยัง สุขสันต์จึงชะงัก หันถามเยาะๆว่าอยากเข้าคุกแล้วหรือเดี๋ยวจะให้คนไปส่งถึงที่ พูดอย่างสะใจว่า
“ส่วนฉันจะอยู่ที่นี่รอดูเธอ ไอ้กริสน์ ภัทรดนัย แล้วก็เมทินีสารภาพความจริงว่าค้ายาเสพติด และถ้ามีใครสักคน พูดอะไรผิดหูแค่คำเดียว...ตายหมดทั้งก๊วนแน่!!”
ooooooo
งานแถลงข่าวที่สำนักงานตำรวจจัดอย่างเอิกเกริกใหญ่โต นักข่าวทีวีและหนังสือพิมพ์มากันแน่นขนัด มีรถโอบีมาถ่ายทอดสด โดยมีคุณอั๋นเจ้าของรายการและทีมงานมาครบชุด
พิธีกรรายงานถึงบรรยากาศการแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดีนำเข้ายาเสพติด แล้วร้องอย่างตื่นเต้นว่าตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาแล้ว คุณอั๋นที่นั่งคุมสวิตชิ่งออกอากาศสดอยู่หน้าจอมอนิเตอร์สั่ง “รับที่กล้องสอง”
ภาพในกล้องสอง ปรากฏหน้าของอธิปและเดชที่ถูกคุมตัวออกมา ทั้งสองถูกคุมตัวไปนั่งให้นักข่าวถ่ายรูป โดยมีมาวินที่ตัวพองหน้าบานเดินนำมา
มาวินคุยโวตามเคยว่าเสี่ยอธิปเป็นมาเฟียที่มีอิทธิพลมาก ใครก็จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ยกเว้นตน...ผู้กองมาวิน
นักข่าวถามว่าแล้วคนอื่นๆที่จะเข้ามามอบตัวมีใครบ้าง และจะไม่เบี้ยวนัดใช่ไหม
“ระดับผมออกโรงเอง ผู้ต้องหาต้องมอบตัวทั้งแก๊งสิครับ ทั้งผู้กองกริสน์ ท่านรองภัทรดนัย พิมมาดาเจ้าของร้านดอกไม้ และคุณเมทินีนายทุนใหญ่ของพวกมัน ...ส่วนเรื่องเบี้ยว ลืมได้เลย คนพวกนี้รู้ดีว่า ผมไม่ใช่แค่เก่ง แต่โคตรสุดยอดเก่งต่างหาก ฮ่าๆๆๆ” มาวินคุยโว กร่างสุดๆแล้วระเบิดหัวเราะออกมาอย่างเย้ยฟ้าท้าดิน
สุขสันต์ที่ดูการถ่ายทอดสดอยู่พึมพำเหี้ยมว่า “ถ้าพล่ามมากแล้วงานสำเร็จจะไม่ว่าเลย แต่ถ้างานพลาดละก็ จะเล่นให้ถึงตายเลย!”
ooooooo
ครู่หนึ่ง พิมมาดาถูกคุมตัวมานั่งข้างๆเสี่ยอธิป มาวินแจ้งแก่นักข่าวว่าต้องรอให้ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวทั้งหมดแล้วค่อยแถลง ข่าว ย้ำอย่างกระหยิ่มว่า “อีกไม่นาน”
เสี่ยอธิปกระซิบถามพิมมาดาว่า กริสน์มีแผนใช่ไหม เธอส่ายหน้าเบาๆบอกว่า พวกมันจับตัวเด็กๆเอาไว้ ตนไม่มีทางเลือก ทันใดนั้น เมทินีเดินเข้ามาอีกคนในชุดหรูหราเหมือนออกงานสังคม
“คุณเมทินี แล้วไอ้กริสน์กับภัทรดนัยล่ะ” มาวินปรี่เข้ามาถาม เมทินีบอกว่าตนไม่รู้ มาวินคาดคั้นว่าพวกนั้นมาแน่ใช่ไหม พูดเยาะว่า “หวังว่าพวกมันคงไม่ได้หลอกให้สาวๆเข้ามอบตัวแล้วมันสองคนเผ่นเอาตัวรอดหรอก นะ”
“เขาไม่ทิ้งฉันแน่ เขารับปากฉันไว้ว่าจะมาก็ต้องมา” พิมมาดาโต้
มาวินหัวเราะหึๆ พลันก็ได้รับโทรศัพท์จากกริสน์บอกว่า พวกตนอยู่ด้านหน้าแล้ว ถามว่าทำไมนักข่าวเยอะอย่างนี้ ตนนึกว่าจัดกันเงียบๆเล็กๆเท่านั้น แล้วกริสน์ก็บอกว่า “พวกฉันไม่อยากออกทีวี ฉันอาย” ส่วนภัทรดนัยก็ส่งเสียงแทรกเข้ามาว่า “แล้วฉันก็ไม่ได้เอาแว่นดำกับหมวกมาด้วย ขอกลับไปเอาก่อนแล้วกัน”
ระหว่างนั้น มีตำรวจนายหนึ่งเข้าไปกระซิบกับมาวิน อึดใจเดียวมาวินก็นำกำลังตำรวจไปล้อมรถเก๋งคันหนึ่งที่จอดอยู่หน้าสำนักงาน ตำรวจ มาวินตะคอกว่า “พวกแกไม่มีสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้น ลงมาเดี๋ยวนี้” พลันตำรวจก็เข้าไปเปิดประตูรถเก๋งลากสองคนในรถที่ใส่หมวกไอ้โม่งลงมา นักข่าวกรูกันเข้าถ่ายรูปและทำข่าวกันอย่างตื่นเต้น
ooooooo
ผู้ต้องหาทั้ง 6 คนนั่งเรียงกัน มีเสี่ยอธิป เดช พิมมาดา เมทินี และชายใส่หมวกไอ้โม่งสองคน มาวินเดินกร่างเข้าไปสั่งให้ชายสองคนถอดหมวกออก ทั้งสองทำหูทวนลม มาวินโมโหเดินเข้าไปกระชากหมวกออก
“เฮ้ย!!” มาวินร้องเหมือนถูกผีหลอก เพราะชายสองคนนั้นคือ เต๋ากับเต้ยนั่นเอง มาวินกระชากคอเสื้อเต๋ากับเต้ย ตะคอกถาม “บอกฉันมาว่า ไอ้กริสน์กับภัทรดนัยไปไหน! ไม่งั้นพวกแกจะโดนข้อหาสมรู้ร่วมคิดด้วย”
“หนูไม่รู้...” ทั้งสองทำกระมิดกระเมี้ยน พิมมาดาใจหายวาบนึกเป็นห่วงเด็กๆขึ้นจับใจ
พวกเด็กๆที่สนามกีฬาอินดอร์ดูการถ่ายทอดสดอยู่ พากันดีใจเชื่อว่าน้ากริสน์ต้องมาช่วยพวกตนแน่ๆ ถูกสุขสันต์ที่กำลังหัวเสียตวาดให้หุบปาก ก็ถูกปาล์มพูดยั่วว่า
“พูดคำนี้อีกแล้ว นี่ๆๆพี่จะบอกให้นะน้องนะ ถ้าไม่อยากมีปัญหาพูดดีๆกะพวกพี่เผื่อพวกพี่จะขอให้น้ากริสน์ไว้ชีวิต”
สุขสันต์ชักปืนออกมาทันที ถามว่า “ใครอยากตายคนแรก” พวกเด็กๆถอยกันกรูดยกเว้นปาล์มที่ยกมือไหว้ขอให้สงสารเด็กตาดำๆด้วยเถิด กอปรกับแพรวพิลาศร้องขึ้นว่า จะฆ่าเด็กๆหรือ ไม่ได้นะ ให้เอาปืนลง ถูกสุขสันต์ที่กำลังฉุนเฉียวตวาดให้อยู่เฉยๆ
ทันใดนั้น มีเสียงปืนดังเปรี้ยงขึ้นนัดหนึ่ง กระสุนเฉี่ยวขาสุขสันต์ไปเส้นยาแดงเดียว กริสน์โผล่พรวดจากอัฒจันทร์ด้านหนึ่ง เล็งปืนใส่สุขสันต์ ประกาศ “ถ้าแกทำอะไรเด็ก แกดับอนาถแน่”
“เย้ๆๆน้ากริสน์มาช่วยแล้ว...” เด็กๆกระโดดโลดเต้น ร้องกันอย่างดีใจ แต่พริบตาเดียว ฉัตรชัยกับฮิมที่ไปส่งพิมมาดากลับมาพอดี เอาปืนจ่อหลังกริสน์หมับ พวกเด็กๆพากันเงียบกริบ จ๋อยสนิท
ooooooo
บรรยากาศสถานที่จัดแถลงข่าวสับสนวุ่นวายขึ้นทันที นักข่าวกรูกันถามมาวินว่า ตกลงคนร้ายจะมอบตัวไหม? รู้สึกยังไงกับการถูกฉีกหน้ากลางอากาศ? และมั่นใจแค่ไหนว่าจะตามจับตัวคนร้ายได้? ฯลฯ
มาวินบอกทุกคนว่าให้คิดบวกไว้ก่อน อย่างน้อยตอนนี้เราก็จับคนร้ายได้ถึงสี่คนแล้ว เหลือแค่สองคนไม่ใช่เรื่องใหญ่ พิธีกรถามว่า “ผู้กองไม่คิดว่ากำลังถูกนายกริสน์ปั่นหัวอยู่เหรอครับ”
ในสถานการณ์นี้ พิมมาดาผิดหวังกับกริสน์มากที่ไม่ทำตามสัญญา เมทินีมองในแง่ดีว่ากริสน์อาจจะกำลังไปช่วยเด็กๆ ส่วนอธิปพูดอย่างสมใจ มั่นใจว่า “ว่าแล้วมันต้องมีแผน ต้องอย่างนี้สิ ถึงจะสมกับเป็นสมุนมือหนึ่งของฉัน”
ooooooo
ที่สนามกีฬาอินดอร์ กริสน์ถูกสุขสันต์เอาปืนจ่อหลังอยู่ ทันใดนั้น ภัทรดนัยตะโกนบอกว่า
“ไอ้กริสน์ ฉันมาช่วยแล้ววว”
กริสน์ดีใจ แต่พอหันมองเห็นภัทรดนัยในสภาพสะบักสะบอมถูกสมุนสุขสันต์หิ้วปีกมาโยนกองกับพื้นหมดสภาพ...
สุขสันต์ในสภาพว้าวุ่นมาก ถามกริสน์ว่าไม่เข้าใจคำสั่งตนที่ให้มอบตัวรึไง แล้วพุ่งเข้าอัดไม่ยั้ง เด็กๆร้องห้ามกันเสียงหลง ส่วนแพรวพิลาศมองอย่างไม่เชื่อสายตาพึมพำว่า “คุณสุขสันต์...เป็นอะไรของคุณ”
สุขสันต์ยังเตะกริสน์ไม่ยั้ง ถามว่าอยากลองดีใช่ไหม ถ้าอยากตายก็จะจัดให้ ชักปืนออกมาจะยิง
เวลาเดียวกัน มาวินก็กะล่อนบอกพวกนักข่าวว่าไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ตนจะลากตัวกริสน์มาให้ได้ ถ้าตนทำไม่สำเร็จ ตนขอ...มาวินกำลังจะเดิมพัน ก็มีเหตุการณ์ดึงความสนใจของทุกคนไปที่จอทีวี...
ที่จอทีวีมีจอเล็กๆแทรกเข้ามาก่อนขยายขนาดเต็มจอ เป็นภาพสุขสันต์กำลังเอาปืนจ่อกริสน์อยู่ คุณอั๋นในรถโอบี มองจอทีวีที่ขยายภาพเล็กเต็มจอแล้ว พึมพำ...
“ขยายขึ้นเต็มจอเลย ให้คนเห็นชัดๆ...ผมช่วยเต็มที่แล้วนะน้าเมทินี”
ที่แท้...มีทีมงานกล้าตายเข้าไปล้วงคองูเห่าแอบถ่ายสุขสันต์ที่มุมหนึ่งในสนามกีฬาอินดอร์นั่นเอง!
ooooooo
ผู้คนทุกหัวระแหงติดตามสถานการณ์ขณะนี้อย่างใจจดจ่อ ทั้งทางทีวี ไอแพด กระทั่งโทรศัพท์มือถือ
มาวินคุยโวทันทีว่า
“คุณสุขสันต์จับตัวคนร้ายได้แล้ว...หึๆทุกคนคงเห็นแล้วว่าแผนการของผมสำเร็จ...” ถูกเดชดักคอว่าเมื่อกี้ไม่ได้บอกว่าเป็นแผน “บอกก็เสียแผนสิ ผมคาดเดาไว้แล้วว่าต้องเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ เลยร่วมมือกับคุณสุขสันต์จะตลบหลังอีกที ฮ่าๆๆๆ”
“อยากรู้จริงๆว่ามันไปเรียนหลักสูตรอะไรที่เมืองนอก” เดชพึมพำอย่างระอา สมเพช ทุเรศสุดๆ
“คุณกริสน์...อย่าเป็นอะไรนะ” เมทินีหลับตาทำปากขมุบขมิบเหมือนสวดมนต์...
ooooooo










