สมาชิก

มือปราบพ่อลูกอ่อน

ตอนที่ 12

กริสน์ลากเมทินีเข้าไปในห้องนอนปาล์ม  ที่เจ้าตัวกำลังคร่ำครวญให้ปล่อยตนอยู่ เมทินีบอกแม่บ้านที่เฝ้าอยู่ให้ออกไปก่อน แล้วกริสน์ก็บอกให้เธอดูให้ดี ภัทรดนัยเป็นคนเข้าไปถามปาล์มว่าอยากกินขนมนี่ไหม  แล้วเอาขนมสวีทโอปอล์ออกมาล่อ

พอปาล์มเห็นสวีทโอปอล์เท่านั้นก็ตาลุก เลิกคร่ำครวญ พยายามจะกินขนมที่ภัทรดนัยเอาไปล่อใกล้ๆด้วยอาการกระหายทุรนทุราย จนเมทินีทนไม่ได้เข้าไปแย่งขนมจากมือภัทรดนัย บอกว่าหยุดแกล้งลูกตนได้แล้ว พลางถามปาล์มว่า

“ลูกปาล์ม ลูกอยากกินขนมถึงขั้นนี้เลยเหรอลูก ตั้งสติหน่อยสิ”

ปาล์มไม่มีสติจะตั้งแล้ว ร่ำร้องจะกินแต่ขนม พอไม่ได้ดั่งใจก็ร้องขู่ แฮ่ๆๆ จนเมทินีชะงักกลัวลูกจะกัดเอา

“ทุรนทุราย คลุ้มคลั่ง ขาดสติ จำพ่อจำแม่ไม่ได้ คงไม่ต้องบอกนะครับว่าเป็นอาการของอะไร”

เมทินีคร่ำครวญว่าปาล์มน้อยติดยาจริงๆ หรือ ขนมสวีทโอปอล์มียาเสพติดจริงหรือ พลันก็โมโห โกรธแค้น ถามว่าใครทำร้ายลูกตน พิมมาดาเห็นเป็นจังหวะเหมาะบอกเมทินีว่า “คุณนีต้องช่วยพวกเรานะคะ”

“ไม่ ฉันไม่ช่วยเธอ แต่ฉันจะช่วยคุณกริสน์ คุณกริสน์ขา...จะให้นีช่วยยังไงบอกมาเลยค่ะ นีจะช่วยทุกอย่างเพื่อช่วยลูกของเรา”

กริสน์กับภัทรดนัยได้แต่มองหน้ากันเซ็งๆ

ขณะที่ผู้ใหญ่กำลังคุยกันนั้น จีจ้ามองไปนอกหน้าต่างเห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ ถามพิมมาดาว่านั่นรถใครเห็นจอดตั้งนานแล้ว แต่พิมมาดากำลังเซ็งเมทินี

เลยไม่ได้สนใจ ครู่หนึ่งพวกผู้ใหญ่พากันแยกย้ายเดินออกไป ไม่มีใครสนใจ จีจ้าที่ยืนอยู่ตรงนั้นเลย

ooooooo

การเข้าไปในบ้านเมทินีของพวกกริสน์ ถูกสายของแพรวพิลาศถ่ายและส่งคลิปไปให้เธอดูทันที พอสุขสันต์เห็นกริสน์ก็อุทานอย่างคาดไม่ถึงว่า

“มันยังไม่ตายอีกเหรอ...เจอทั้งผู้ร้ายและทั้งตำรวจถล่มแล้วมันยังรอดมาได้อีก!!” สุขสันต์หุนหันจะออกไป แพรวพิลาศห้ามไว้บอกว่าปล่อยให้ลูกน้องไปจัดการดีกว่า ตนไม่อยากให้มือเขาเปื้อนอะไรก่อนวันแต่งงาน แต่สุขสันต์ไม่ฟังจะไปจัดการเอง

เขาเดินออกมาสั่งฉัตรชัยกับฮิมให้เอารถออก แต่ไม่ทันไร จตุพลกับน้อมพงษ์ก็บุกมาขวางไว้ พอสุขสันต์ชะงัก จตุพลถามว่า “รู้ใช่ไหมว่าผมมาเรื่องอะไร”

สุขสันต์กระชากคอเสื้อ จตุพลกล่าวโทษว่า ตอนนี้กริสน์กับพวกกำลังหาทางเล่นงานเราอยู่เพราะเขาคนเดียว จตุพลสวนไปทันทีว่า เพราะใครกันแน่ ใครเป็นคนส่งตำรวจขี้โอ่คนนั้นมา สุขสันต์ชะงักแต่ทำไก๋ถามว่าตำรวจอะไร ตนไม่รู้เรื่อง

น้อมพงษ์สะอึกออกมาตวาดว่าหยุดเสแสร้งได้แล้ว พริบตานั้นจตุพลควักปืนออกมา ฉัตรชัยกับฮิมขยับจะชักปืนบ้าง ถูกน้อมพงษ์ควักปืนออกมาเล็งใส่ก่อนเลยชะงัก

“เออ...ใช่...พวกแกจะบุกไปฆ่าไอ้กริสน์กับเสี่ยในถิ่นที่มีแต่พวกของมัน คิดว่าแกจะทำสำเร็จเหรอ ฉันเป็นห่วงก็เลยส่งคนไปช่วย” สุขสันต์ยอมรับแต่บิดเบือนซ้ำแอบอ้างเอาความดีอีกด้วย แต่พอถูกจตุพลดักคออย่างรู้ทันว่าส่งไปช่วยพวกตนหรือให้ไปจับพวกตนกันแน่ ถามว่า ทำแบบนี้แล้วจะให้ไว้ใจกันอีกได้อย่างไร สุขสันต์ก็พาลทันทีว่า “แล้วการที่แกแอบงุบงิบทำอะไรโดยไม่บอกฉัน มันแปลว่าไว้ใจได้งั้นเหรอ”

“พูดงี้หมายความว่าไง!!” จตุพลแข็งกร้าว พริบตานั้น แพรวพิลาศถือปืนก้าวออกมาตวาดจตุพลว่า

“ถ้าพวกแกคิดว่าจะอวดเบ่งในบ้านคนอื่นแล้วเดินออกไปได้ง่ายๆก็ลองดู”

สิ้นเสียงแพรวพิลาศ พวกบอดี้การ์ดก็กรูกันออกมาล้อมจตุพลกับน้อมพงษ์ไว้ แล้วจตุพลกับน้อมพงษ์ก็ตกอยู่ท่ามกลางกระบอกปืนที่เล็งใส่ น้อมพงษ์ถอยเข้าหาจตุพลถามเบาๆว่า “ถอยก่อนดีไหม”

“จตุพล...ตอนนี้เราอยู่ในสถานะเดียวกัน มีศัตรูคนเดียวกัน ถ้าแกไม่ไว้ใจฉันแกก็ไว้ใจใครไม่ได้อีกแล้ว” พูดจบสุขสันต์เดินผ่านปืนของจตุพลที่จ่ออยู่ไปขึ้นรถอย่างไม่แยแส ฉัตรชัยกับฮิมรีบตามไป แล้วทั้งหมดก็นั่งรถออกไป

จตุพลมองตาม ขบกรามแค้นอยู่ตรงนั้น

ooooooo

กริสน์เตรียมออกจากบ้านเมทินี ถามพิมมาดาว่าอยู่กับเด็กๆที่นี่ได้ไหม พิมมาดาบอกว่า

ไม่ต้องห่วงพวกตน ให้เขาห่วงตัวเองดีกว่า เพราะชอบทำตัวบ้าพลังไม่เข้าเรื่องอยู่ด้วย บอกว่าอะไร

ที่มันเหลือบ่ากว่าแรงก็ไม่ต้องอวดเก่ง

กริสน์ทำกรุ้มกริ่มโมเมขอบคุณที่เป็นห่วง อดไม่ได้ที่จะพูดเหมือนฝากฝังสั่งเสียว่า

“เออ...ถ้าสมมติว่า ทุกอย่างไม่เป็นไปอย่างที่เราคิด ถ้าผมทำไม่สำเร็จ ผมอยากบอกคุณว่า ผมขอโทษที่ทำให้ชีวิตของคุณและหลานๆ...”

“คนที่ต้องขอโทษฉันคือคุณสุขสันต์ไม่ใช่นาย” พิมมาดาขัดขึ้น “นายพยายามจะช่วยฉัน ช่วยเหลือทุกคน ฉันสิต้องขอบคุณนาย”

กริสน์บอกว่าตนแค่พูดเผื่อไว้เท่านั้น ทันใดนั้น ภัทรดนัยโผล่พรวดเข้ามาพร้อมมือถือ บอกว่า ตนเช็กแล้วในเน็ต ในหนังสือพิมพ์ ไม่มีข่าวเสี่ยอธิปถูกจับหรือเสียชีวิต แสดงว่าเสี่ยต้องปลอดภัยอยู่ที่ไหนสักแห่ง

“เยี่ยมเลย เสี่ยอธิปต้องตามหาพวกเราเจอแน่”

กริสน์ดีใจมาก

“แล้วยัยเจ๊เมทินีอยู่ไหน ยังไม่มาอีกเหรอ วันนี้จะได้ออกไปลุยไหมเนี่ย” ภัทรดนัยบ่น

“นีพร้อมลุยแล้วค่าาา” เมทินีเสียงแจ่มใสเข้ามาในชุดลายพรางพร้อมบู๊เต็มพิกัด จนกริสน์กับภัทรดนัยมองอึ้ง

ooooooo

แผนปฏิบัติการเริ่มที่สถานีโทรทัศน์...

รถของเมทินีมาจอดเอี๊ยดที่หน้าสถานี เมทินีลงจากรถเดินฉับๆเข้าไปโดยมีกริสน์กับภัทรดนัยในมาดบอดี้การ์ดใส่แว่นดำเดินประกบข้าง อีกด้านหนึ่ง ครูฟ้าใสกับพงษ์พัฒน์และกลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กก็มาถึง ทุกคนมารายงานตัวกับเมทินีถามว่าจะให้ทำอะไร พวกตนพร้อมสู้!

“คุณครูฟ้าใส คุณครูพงษ์พัฒน์ ตามฉันมา เราต้องช่วยกัน” เมทินีพูดแล้วเดินนำไปโดยมีพวกครูและพ่อแม่ผู้ปกครองตามกันเป็นกองทัพ พลันก็ชะงักเมื่อเจอ เค้ก เต๋า และเต้ย เดินสวนมาอย่างมาดมั่น กริสน์ดีใจมาก ทุกคนเดินตามกันเข้าไปในตึกทันที

ในสตูดิโอรายการ ผู้ประกาศกำลังอ่านข่าวอยู่ในฉากว่า... “ส่วนสถานการณ์เรื่องอาการประหลาดที่เกิดขึ้นกับนักเรียนตามเมืองใหญ่ๆทั่วประเทศ ล่าสุด

มีนักวิชาการออกมาแสดงทัศนะว่า อาการเหล่านี้อาจจะเป็นแค่การเล่นสนุกแบบแผลงๆของวัยรุ่น จากเดิมเรามีแพลงกิ้ง มีพับเพียบ ตอนนี้ก็วิวัฒนาการมาเป็น...ชักแหง็กๆ”

เมทินีพรวดเข้าไปถามโปรดิวเซอร์ พอเจอก็แสดงตัวทันทีว่า

“ฉันมีความจริงเกี่ยวกับสาเหตุที่พวกนักเรียนมีอาการแปลกประหลาดจะมาบอก...บอกมาสิว่าไม่สนใจ”

ooooooo

ที่บ้านเมทินี พิมมาดากับโจ๊กและแจ๊สช่วยกันขนขนมสวีทโอปอล์ไปทิ้ง มันมากจนแจ๊สบ่นว่าเหนื่อย เสร็จแล้วฝากป้าอุ่นช่วยกำจัดให้ด้วย ป้ารับปากว่าจะเผาไม่ให้เหลือซากเลย

ส่วนจีจ้ายังมองรถคันนั้นอยู่อย่างสงสัย ครู่หนึ่งก็ตาโตเมื่อเห็นรถอีกคันเข้ามาจอดต่อท้าย เป็นรถของสุขสันต์ที่มากับแพรวพิลาศ ฉัตรชัย และฮิม สุขสันต์เปิดกระจกรถพึมพำอย่างสะใจว่า เหลือแต่ผู้หญิง

กับเด็ก...ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากอีก

แพรวพิลาศสั่งฉัตรชัยกับฮิมให้ไปจัดการกับพิมมาดาและเด็กๆ ทั้งหมดให้ได้ คาดโทษว่าถ้าทำไม่ได้ “แกสองคนตาย!”

อึดใจต่อมา มีรถอีกคันแล่นเข้ามาจอด ในรถมีจตุพลและน้อมพงษ์นั่งอยู่ จตุพลพึมพำอย่างสะใจว่า

“คราวนี้ฉันตามแกมั่งไอ้สุขสันต์”

“บ้านยายแม่ม่ายเมทินี ท่าทางคราวนี้จะปิดจ๊อบทีเดียวหมด” น้อมพงษ์พูดอย่างย่ามใจ

ooooooo

จีจ้ายืนดูอยู่อย่างตื่นเต้น เห็นไอ้โม่งชายออกจากรถคันแรก ฉัตรชัยกับฮิมใส่ไอ้โม่งออกจากรถคันที่สอง ทั้งหมดพากันย่องมาที่บ้าน

จีจ้าวิ่งอ้าวไปบอกน้าพิม น้าพิมไม่เชื่อ หาว่า จีจ้าล้อเล่น เพราะบ้านนี้มีทั้งสัญญาณเตือนภัย มีทั้งบอดี้การ์ด จะมีใครแอบเข้ามาได้ จีจ้าจึงวิ่งไปหาแจ๊สกับโจ๊กที่นวดให้ปาล์มอยู่ในห้องบอกพี่ๆทั้งสองว่ามีคนบุกรุกเข้ามาในบ้าน แล้วชี้ให้ดูว่าพวกมันแอบเข้ามาทางนี้ เห็นพวกนั้นกำลังจับป้าอุ่นอยู่พอดี ส่วนอีกสองคนกำลังลากบอดี้การ์ดที่หมดสติไปเก็บในโรงรถ

เด็กๆพากันวิ่งพล่านไปปิดประตูหน้าต่าง พิมมาดายังคิดว่าเด็กเล่นซนกัน แต่พอโจ๊กเรียกไปดูที่หน้าต่าง เห็นการเคลื่อนไหวข้างนอก พิมมาดาเห็นมีคนแอบเข้ามาจริงๆ และมีปืนด้วยก็ตกใจ จะไปโทรศัพท์ปรากฏว่าโทรศัพท์ มีโพสต์อิทแปะไว้เป็นลายมือกริสน์เขียนว่า

“เพื่อความไม่ประมาท และลดความเสี่ยงในการถูกแกะรอย ขออภัยในความขัดข้องนะครับ จากกริสน์”

ครั้นถามปาล์มว่ามีมือถือไหม ปาล์มบอกว่ามีแต่อยู่ที่ป้าอุ่น ทุกคนแทบหมดแรง จะใช้ไวฟายไฟก็ถูกตัด

แจ๊สตกใจกลัวไปซุกตัวสั่นที่มุม โจ๊กบอกพี่สาวว่ามีสติหน่อย จับตัวเขย่าบอกว่า

“ฟังนะ เราจะไม่ยอมให้พวกมันทำอะไรเราได้ ในเมื่อให้คนอื่นมาช่วยไม่ได้ พวกเราก็ต้องสู้ เข้าใจไหมพี่แจ๊ส เราทุกคนต้องจัดการพวกมัน” แจ๊สเสียงสั่นบอกว่ามันมีปืน “มันมีปืน แต่เรามีของในบ้านนี้ทั้งหมด แล้วเราก็มีสมองด้วย ความกลัวมันช่วยอะไรเราไม่ได้ ต้องเชื่อในตัวเองพี่แจ๊ส จีจ้า” โจ๊กแสดงความเป็นผู้นำ จนปาล์มเองก็ฮึดขึ้นมา บอกทุกคนว่า

“เราต้องเตรียมรับมือ...ไป แยกย้ายกันไปหาอาวุธ!”

พวกเด็กๆแยกย้ายกันไปหาอาวุธ พิมมาดายืนละล้าละลัง คิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี

ooooooo

ที่สตูดิโอ เมทินีบอกโปรดิวเซอร์ว่าในขนมสวีทโอปอล์มียาเสพติด เขาต้องออกอากาศสดเดี๋ยวนี้ โปรดิวเซอร์ดูเอกสารแล้วบอกว่า กระดาษแผ่นเดียวจะให้ตนเชื่อได้อย่างไร ตนต้องเซฟตัวเอง เพราะถ้าผิดพลาดมีหวังโดนฟ้องเข้าคุกหัวโตแน่

กริสน์ช่วยพูดว่ากระดาษแผ่นนี้ได้จากห้องวิจัยของบริษัทสวีทโอปอล์ กระนั้นโปรดิวเซอร์ก็ยังปฏิเสธ และเชิญทุกคนออกจากห้อง เพราะเดี๋ยวต้องเข้ารายการแล้ว

“พวกเราไม่กลับ...ไม่กลับ...ไม่กลับ...” ทุกคนร้องพร้อมกัน โปรดิวเซอร์เลยสั่งให้เรียกยามมาเอาออกไป
ทันใดนั้น อั๋นลูกของเพื่อนเมทินีซึ่งเป็นเจ้าของรายการเดินมา บอกโปรดิวเซอร์ว่าเมทินีเป็นเพื่อนคุณแม่ตน ทั้งยังให้แม่ยืมเครื่องเพชรบ่อยๆ ตนเชื่อสิ่งที่เมทินีพูด เพราะไม่อย่างนั้นจะไม่ออกโรงเองขนาดนี้ บอกโปรดิวเซอร์ว่า

“เบรกหน้า เปลี่ยนเป็นสัมภาษณ์คุณน้าเมทินีออกรายการสดนะ”

โปรดิวเซอร์รับคำ เมทินีเอ่ยกับอั๋นตาฉ่ำว่า ถ้าไม่ติดว่าเป็นลูกเพื่อน จะให้มานั่งตรงหัวใจนี่เลย

ooooooo

พวกเด็กๆต่างวิ่งหาทุกอย่างที่เป็นอาวุธได้

นำมาต่อสู้กับผู้บุกรุกกันสุดฤทธิ์ ใครเจออะไรก็พลิกแพลงใช้กันเต็มที่

จีจ้าเห็นสมุนสองคนเดินอยู่ใต้หน้าต่าง ก็เอากระติกน้ำร้อนเทน้ำร้อนใส่จนร้องจ๊ากกัน แจ๊สกับโจ๊กก็เปิดประตูเอาซอสพริกกับมัสตาดฉีดซ้ำจนพวกมันร้องไม่เป็นภาษาทั้งแสบทั้งร้อนเช็ดกันวุ่นวาย ปาล์มแข็งแรงกว่า เข็นโซฟาเข้าชนจนทั้งสองหงายตึง

พวกเด็กๆหัวเราะกันสะใจ ทันใดนั้นก็มีสมุนอีกสองคนวิ่งเข้ามา พวกเด็กๆพากันหนีเข้าบ้านปิดประตู แต่ถูกพวกมันยิงประตูพังเข้ามาได้ ถูกพวกเด็กๆใช้แผนสอง เอาน้ำมันพืชราดพื้น จนพวกมันวิ่งเข้ามาลื่นพรืด...ก้นกระแทกจ้ำเบ้า พอปืนกระเด็น เด็กร้องบอกกันว่าอย่าแตะต้องอาวุธ มันอันตราย แล้วก็เอากาวตราช้างบีบใส่ติดพื้นแน่น

พิมมาดามาเร่งเด็กๆให้รีบหนีกัน จีจ้ามองออกไปนอกบ้าน บอกน้าพิมว่า

“หนีออกไปไม่ได้หรอกค่ะ พวกมันจอดรถล้อมบ้านเอาไว้แล้ว”

“รถยังสตาร์ตอยู่ แสดงว่ามีคนรอในรถ เราหนีออกไปมันไล่ชนแน่” แจ๊สบอก

พิมมาดาจึงให้รีบขึ้นไปอยู่ในห้องกัน ปาล์มแย้งว่าซ่อนไปก็เท่านั้น เดี๋ยวพวกมันก็หาเจอจนได้

“น้าพิมครับ ใจเย็นๆสิครับ สติเท่านั้นที่จะช่วยพวกเราได้ เชื่อโจ๊กนะครับ ถ้าพวกเราช่วยกันต้องจัดการพวกมันได้แน่” โจ๊กเสนอ

“น้าพิมคะ แจ๊สจะไม่ยอมให้น้าพิมเป็นอะไร

เราจะปกป้องน้าพิมเหมือนที่พ่อแม่ปกป้องเรา ไม่ต้องกลัวนะคะ” แจ๊สพูดจริงจังหนักแน่น จนพิมมาดาอึ้งกับความเปลี่ยนแปลงของหลานๆ พอดีพวกสมุนที่เข้ามาเห็นเข้า พิมมาดาคว้ามือจีจ้าวิ่งไป พวกสมุนแยกย้ายกันตามเด็กๆไปอย่างบ้าบิ่น

แต่พวกมันก็ถูกเด็กๆต่อสู้ด้วยของทุกอย่างที่หาได้ จนมันรับมือไม่ถูก สุดท้ายก็สะบักสะบอมเลอะเทอะกันไปถ้วนหน้า บางคนสลบก็ถูกลากไปซ่อนไว้

ooooooo

ที่สตูดิโอ คุณอั๋นเจ้าของรายการเชิญเมทินีในเซ็ทเลย เพราะเบรกหน้าจะเข้ารายการแล้ว ผู้ประกาศบอกล่วงหน้าว่า ตนจะสัมภาษณ์ ถ้าเมทินีมีเอกสารจะโชว์ก็สามารถทำได้หรือจะพูดทิ้งประเด็นสงสัยเรื่องยาเสพติดในขนมสวีทโอปอล์ก็ได้ แต่ตนคงไม่สามารถฟันธงอะไรได้

“เราคุยกันแล้วครับ คุณเมทินีท่านจะเอาขนมสวีทโอปอล์ให้ทีมงานกินกลางรายการเพื่อเป็นการพิสูจน์ให้ชัดเจนไปเลย” กริสน์บอก ภัทรดนัยเสริมว่า ทีมงานที่ว่าก็ตัวเขานั่นแหละ พิธีกรถามว่าจะดีหรือ กริสน์กับภัทรดนัยตอบพร้อมกันว่า “ดีครับ”

พอดีโปรดิวเซอร์เข้ามาบอกให้ทุกคนประจำที่ ทุกคนจึงต้องไปเตรียมพร้อม

ในกลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครองที่มานั้น มีสมุนของสุขสันต์ปลอมตัวมาด้วย มันแอบโทร.บอกสุขสันต์ที่ยังอยู่ในรถที่บ้านเมทินี เมื่อสุขสันต์ได้รับข่าวเขาโมโหมาก เดินบุกเข้าบ้านเมทินีไปทันที แพรวพิลาศตามเข้าไปด้วย

พวกเด็กๆยังสู้ไม่ถอย พิมมาดาได้ยินเสียงฉัตรชัยกับฮิมโต้ตอบกันรู้สึกคุ้นหูถามว่าพวกมันเป็นใคร ฉัตรชัยดัดเสียงบอกว่าเธอไม่รู้จักหรอก พลันเธอฉุกคิดได้ร้องออกมา...

“ฮ้า...ฉันจำพวกนายได้แล้ว พวกนายเป็นคนของ...”

“กำลังคิดถึงผมอยู่ใช่ไหม...พิมมาดา...” เสียงสุขสันต์แทรกขึ้น พิมมาดาผงะ ช็อก พวกเด็กๆก็ตะลึงงัน

พิมมาดาถือไม้กวาดไว้ป้องกันตัว สุขสันต์กับแพรวพิลาศช่วยกันหว่านล้อม สุขสันต์บอกว่าเธอกำลังเข้าใจผิดตน เธอกำลังถูกกริสน์หลอก ให้เห็นเขาที่เป็นคนดีกลายเป็นคนร้าย และกริสน์ที่เป็นคนร้ายกลายเป็นคนดี

สุขสันต์ปั้นน้ำเป็นตัวเล่าให้พิมมาดาฟังว่า กริสน์แอบโทร.มาแบล็กเมล์ตน แพรวพิลาศบอกให้เล่าไปเลย สุขสันต์จึงเล่าว่า

“มันบอกว่า ถ้าไม่อยากให้คุณเป็นอะไรไป ผมต้องช่วยมันให้พ้นข้อหาทั้งหมด ไม่อย่างนั้นมันจะยิ่งทำอะไรที่ทำให้คุณกับหลานๆกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด มีความผิด แล้วก็ต้องเข้าคุกตามมันไปด้วย”

“โกหก! น้ากริสน์ไม่มีวันเป็นคนอย่างนั้น มีแต่คุณนั่นแหละ”  จีจ้าจ้องหน้าสุขสันต์อย่างไม่หวั่นกลัว ปาล์มเห็นด้วย

สุขสันต์ขู่กระทั่งยอมสาบานว่าตนพูดจริง แต่เด็กๆก็ไม่มีใครเชื่อ เขาจึงหันไปหว่านล้อมพิมมาดา อ้างว่าพ่อของแพรวพิลาศรับปากจะช่วยคนบริสุทธิ์อย่างเธอกับหลานๆให้ได้รับความเป็นธรรม

พิมมาดาเริ่มลังเล ถามว่าพวกเขากำลังหลอกตนอีกใช่ไหม แพรวพิลาศทำทีจะต่อสายให้คุยกับคุณพ่อตนโดยตรง พิมมาดายิ่งลังเล เด็กๆช่วยกันเตือนสติน้าพิมของพวกตนว่าอย่าเชื่อ แต่แล้วพิมมาดาก็เชื่อสุขสันต์ สั่งและต้อนพวกเด็กๆไปขึ้นรถของสุขสันต์ที่จอดอยู่หน้าบ้าน

ooooooo

ที่สตูดิโอ...ผู้ประกาศกำลังเริ่มดำเนินรายการ แจ้งว่าวันนี้มีแขกพิเศษที่จะมาแฉหลักฐานเกี่ยวกับประเด็นที่กำลังฮอตอยู่ในขณะนี้ คือเรื่องอาการประหลาดของเด็กนักเรียนทั่วประเทศ...

ทันใดนั้น เสียงมือถือของเมทินีที่ฝากกริสน์ไว้ก่อนไปเข้ารายการดังขึ้น กริสน์รีบรับสาย บอกปลายสายว่าตอนนี้เมทินีไม่สะดวก พลันก็ชะงักเมื่อรู้ว่าปลายสายคือสุขสันต์

สุขสันต์พยายามทำให้เด็กๆส่งเสียงเข้าไปในโทรศัพท์เพื่อขู่ให้กริสน์รู้ว่าเด็กๆและพิมมาดาอยู่ในมือตนแล้ว น้อมพงษ์แกล้งหยิกโจ๊ก พอโจ๊กเอะอะ จีจ้าก็ห้ามพี่ชายเสียงดังว่า

“พี่โจ๊กอย่าพูดสิ เราจะให้น้ากริสน์รู้ไม่ได้ว่าพวกเราถูกจับ”

ปรากฏว่าเสียงเข้าไปในโทรศัพท์เต็มๆ สุขสันต์ยื่นเงื่อนไขกับกริสน์ทันทีว่า ตอนนี้เด็กทุกคนสุขสบายดี แต่ทันทีที่เมทินีให้สัมภาษณ์ พูดอะไรไม่เข้าหูตนแม้แต่นิดเดียว ตนจะแล่เนื้อสดๆทีละคนส่งไปให้ผัดกะเพรา พูดแล้ววางสายทันที

กริสน์ว้าวุ่นใจแทบจะบ้า เป็นจังหวะที่เมทินีกำลังจะแฉพอดี กริสน์ผงะ ร้องลั่น

“ไม่ได้นะ!!”

ooooooo

ที่บ้านเมทินี สุขสันต์ที่กำลังเหิมเกริมว่าตัวเองเป็นต่อนั้น กลับต้องแค้นแทบกระอักเลือด เมื่อถูกจตุพลกับน้อมพงษ์หักเหลี่ยมเอาปืนมาจ่อหลังเขาอีกต่อหนึ่ง แต่ด้วยความเจ้าเล่ห์กลับกลอก สุขสันต์บอกว่าเราเป็นพวกเดียวกัน จตุพลไม่ตอแยด้วยสั่งพิมมาดาให้ไปขึ้นรถ

สุขสันต์ขัดขึ้นทันทีว่าพิมมาดาต้องอยู่กับตน

จตุพลยียวนถามว่าอยู่กับใครนะ พลันก็มีเสียงตอบที่ไม่ใช่สุขสันต์ว่า

“อยู่กับฉัน!!”

อธิปนั่นเอง เขาลงจากรถแท็กซี่ถือปืนเข้ามาพร้อมเดช จ่อปืนใส่ทั้งสุขสันต์และจตุพล โอปออยู่ในรถเปิดกระจกกวักมือเรียก แจ๊ส โจ๊ก และจีจ้า ให้รีบมาขึ้นรถแต่ไม่เรียกปาล์มที่ยืนเด๋ออยู่

พิมมาดาเรียกเด็กๆให้รีบไปขึ้นรถ จตุพลหันปืนเล็งไปที่โอปอทันที บอกอธิปว่าถ้าเอาพิมมาดาไปตนยิงโอปอแน่ แล้วสั่งพิมมาดาไปขึ้นรถตน แจ๊สตะโกนบอกพิมมาดาว่าอย่าไป แล้วแผดเสียงร้องกรี๊ดๆๆไม่หยุด น้อมพงษ์เข้าไปจับแจ๊ส โจ๊กกับจีจ้าเห็นดังนั้นแผดเสียงลั่น “อย่าทำพี่แจ๊ส!!”

ศึกแย่งพิมมาดาเอาไปเป็นตัวต่อรอง แหลมคมตึงเครียด แต่อธิปเสียท่าถูกสุขสันต์จับแขนบิดจนร่วงลงไปกอง สุขสันต์เข้าไปชิงตัวพิมมาดาอีก ถูกจตุพลโดดขวาง สั่งพิมมาดาว่าต้องไปขึ้นรถตน

ระหว่างชุลมุนกันนั้น แจ๊สตกใจมุดเข้าไปซ่อนในซอก พิมมาดาตามไปเรียกให้ขึ้นรถ ตัวเธอเลยถูกแพรวพิลาศเอาปืนจี้บังคับพาไปที่รถแท็กซี่ จับคนขับรถเหวี่ยงไปแล้วผลักพิมมาดาเข้าไปในรถ

สุขสันต์ที่เล่นงานจนเสี่ยร่วงแล้วรีบวิ่งไปขึ้นรถแท็กซี่ขับออกไป โอปอร้องเรียกป๊าเสียงหลง ฉัตรชัยกับฮิมวิ่งตามแต่ไม่ทัน เลยต้องหนีเอาตัวรอดกันเอง

จตุพลหัวเสียมาก ที่ทั้งพิมมาดาและสุขสันต์หนีไปได้ หันด่าเสี่ยอธิปกับเดชว่าโผล่มาทำซากอะไรตอนนี้

แจ๊สหลบอยู่ในซอก ค่อยๆโผล่ออกมาดูเหตุการณ์ลุ้นระทึก

ooooooo

ที่สตูดิโอข่าว เมทินีกำลังพูดถึงขนมสวีทโอปอล์ พลางหยิบขนมขึ้นมา บอกว่านี่คือตัวการทำร้ายลูกหลานเรา

กริสน์พยายามจะเข้าไปในห้อง ถูก รปภ.กันไว้สุดฤทธิ์บอกว่าคนขับรถให้อยู่ข้างนอก ครั้นกริสน์อ้างว่าตนเป็นบอดี้การ์ด รปภ.ก็ยืนยันให้รออยู่ข้างนอก

เวลายิ่งผ่านก็ยิ่งอันตราย กริสน์ร้อนใจ หันไปบอกเต๋ากับเต้ยว่าเราต้องหยุดเมทินีไว้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นเด็กๆตาย!

ทั้งสองตกใจมาก กริสน์ตัดสินใจผลักเต๋ากับเต้ยล้มไปทางแผงปลั๊กไฟ ทั้งสองล้มทับเมนบอร์ดเต็มๆ  ไฟดับพรึ่บทันที

“เฮ้ย...ตัดเข้าโฆษณา แล้วไปเปิดไฟสำรองเร็ว!” โปรดิวเซอร์ตะโกนสั่งท่ามกลางความมืด

ooooooo

มือปราบพ่อลูกอ่อน

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด