ตอนที่ 10
ที่ใต้สะพานริมแม่น้ำเปลี่ยว พิมมาดาก้าวออกไปอย่างระแวดระวัง มองไปไม่เห็นใคร อึดใจเดียวเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอรีบรับสาย เป็นสายจากสุขสันต์ เธอบอกว่ามาถึงแล้ว
ทันใดนั้น สุขสันต์แต่งตัวแบบเชอร์ล็อคโฮล์มส์สุดๆ ก็ปรากฏกายขึ้น เขาอำพรางตัวเต็มที่ พิมมาดาตกใจร้องกรี๊ด ฉัตรชัยกับฮิมพุ่งเข้าจับปิดปากทันที
“อย่าร้องครับคุณพิม เจ้านายของพวกเราเองไงครับ” ฉัตรชัยบอก พอเธอหยุดดิ้นเขาก็ปล่อย สุขสันต์ถอดแว่นดำออกอ้าแขนต้อนรับ พิมมาดาชะงักมอง เขาสวมกอดเธอไว้ พูดอย่างแสนอบอุ่น
“ในที่สุด ผมก็ได้พบคุณ...คุณพิม คุณรู้ไหมว่าผมเป็นห่วงคุณมากแค่ไหน...” พอพิมมาดาผละออกมองหน้า เขารีบขอร้อง “อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนี้ ซิครับคุณพิม”
“พิมแค่สงสัยว่า ทำไมคุณถึงให้ข่าวกับสื่อไปแบบนั้นคะ”
สุขสันต์เล่นบทโศกทันที ทรุดนั่งอย่างหมดแรง ฉัตรชัยกับฮิมรีบวิ่งไปดู ฉัตรชัยถามว่าทำไมท่านไม่เล่าความจริงให้คุณพิมฟังล่ะครับ ฮิมก็รบเร้าว่ามัวเก็บงำอยู่ทำไมล่ะครับ สุขสันต์ทำเป็นกลั้นน้ำตา พูดเสียงเครือ
“ไอ้ฉัตร ไอ้ฮิม แกคิดว่าถ้าเล่าไปคุณพิมเขาจะเชื่อฉันเหรอ? เขาจะเชื่อเหรอถ้าฉันบอกว่า แพรวพิลาศคือคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด”
พิมมาดาอึ้ง มองอย่างคิดไม่ถึง สุขสันต์ยังเล่นละครต่อไปว่า
“แล้วคุณพิมจะเชื่อไหม ว่าแพรวพิลาศเป็นคนจัดฉากใส่ร้ายให้คุณพิมกลายเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ และแกสองคนคิดเหรอว่า คุณพิมเขาจะยอมเชื่อว่า ที่ฉันต้องกลับไปคบหากับแพรวพิลาศ ประกาศตัดสัมพันธ์ รวมถึงให้ข่าวกับสื่อแบบนั้น ก็เพื่อให้เธอกับหลานๆปลอดภัย เพราะแพรวพิลาศขู่จะทำร้ายคุณพิมกับพวกเด็กๆ ถ้าหากฉันไม่ยอมกลับไปคืนดีด้วย...” สุขสันต์เบะแล้วปล่อยโฮๆออกมา
“จริงเหรอคะคุณแฮปปี้”
สุขสันต์ทำเป็นร้องไห้จนตอบไม่ออก ฉัตรชัยกับฮิมจึงตอบแทนว่า เธอคือผู้หญิงที่ท่านรักที่สุด ท่านอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตมาหาถึงที่นี่ เพราะท่านเป็นห่วงเธอมาก สุขสันต์ ปล่อยให้ทั้งสองพูดแล้ว ตัวเองจึงพูดต่อ
“ช่างเถอะ” แล้วมองพิมมาดา “ขอโทษนะครับที่เป็นต้นเหตุให้คุณพิมต้องเดือดร้อน ถึงแม้คุณพิมจะเกลียดผม แต่ผมจะช่วยคุณทุกวิถีทางเพื่อให้คุณปลอดภัย”
พูดแล้วผละจากพิมมาดาทำท่าจะเดินไป พิมมาดามองอึ้ง พูดอย่างรู้สึกตัวเองผิดมากว่า
“คุณแฮปปี้คะ พิมขอโทษนะคะที่ไม่เชื่อใจคุณ พิมควรจะรู้ว่าใครรักพิมมากที่สุด”
สุขสันต์ยิ้มดีใจรีบเดินกลับมากอดเธอไว้แนบแน่น “ขอบคุณครับคุณพิม เราจะผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกันนะครับ...”
พิมมาดาปล่อยตัวเองในอ้อมกอดของเขา มองเขาอย่างซาบซึ้ง...
ooooooo
ที่ห้องลับในคฤหาสน์เสี่ยอธิป เสี่ยกับเดชถูกจับมัดกับเก้าอี้ ทั้งคู่คอพับอย่างหมดแรง พลันเสี่ยก็ลืมตาเห็นน้อมพงษ์เอายามาวางข้างตัว แต่คราวนี้ไม่ใช่ยากิน แต่เป็นยาฉีด! เสี่ยถามอย่างตกใจว่าจะทำอะไร เดชหันมอง ร้องห้ามอย่างตระหนกว่า “ไอ้น้อมพงษ์ คุณจตุพล อย่าทำอะไรเสี่ยนะ”
จตุพลบอกไม่ต้องกังวล เพราะอากู๋ไม่ชอบกินยา เลยเอายาฉีดเข้าเส้นมาให้เพื่ออากู๋จะได้ไม่ต้องบ้วน
เดชตะโกนว่าไม่ได้นะ จตุพลสวนไปทันทีว่าทำไมจะไม่ได้ สั่งน้อมพงษ์ลงมือ น้อมพงษ์เอาเข็มฉีดยาเข้าใกล้หน้าเสี่ยบอกว่า “อย่ากลัวไปเลยนะเสี่ยอธิป ยาหลอดนี้ไม่ทำให้ถึงตายหรอกครับ แค่มันจะออกฤทธิ์มากกว่ายาที่เสี่ยเคยกินสิบเท่า...”
เดชได้ฟังยิ่งโวยวาย เลยถูกน้อมพงษ์หันมาฉีดยาใส่ทันที พอมันเดินยา เดชก็ตาเหลือกร้องจ๊ากกกก
“เดช...เดช...ไอ้พวกเลว ไอ้พวกชั่ว...” เสี่ยได้แต่ด่าด้วยความแค้นใจ
ooooooo
ที่ระเบียงคฤหาสน์ ภัทรดนัยกับกริสน์ส่องกล้องดูบริเวณห้องลับ ไม่ว่าส่องไปทางไหนก็เห็นแต่ชายชุดดำใส่แว่นตา ยืนเกลื่อนไปหมดทุกจุดทุกมุม ภัทรดนัยลดกล้องลงบอกกริสน์ว่า
“จบ! กลับบ้านนอนดูละครดีกว่า สมุนแน่นขนาดนี้จะเอาปัญญาที่ไหนบุกเข้าไปชิงตัวเสี่ยอธิปออกมาได้วะ”
“ไม่มีปัญญาก็ใช้กำลัง” กริสน์เด็ดเดี่ยว ภัทรดนัยถามว่าแค่สองคนจะไปสู้พวกมันได้ยังไง บอกว่า “ดูไปทางไหนก็เห็นแต่ตัวดำๆยั้วเยี้ยไปหมด นี่มันบ้านหรือรังมดวะ อึ๋ย...ขนลุก”
กริสน์นึกอะไรออก ลุกไปทันที ภัทรดนัยคว้าไว้ถามว่าจะไปไหน
“ไปปล่อยมดแดงออกจากถ้ำเว้ย” กริสน์ตอบแล้ววิ่งออกไปเลย
ooooooo
ที่โรงแรมจิ้งหรีด พวกเด็กๆถูกทิ้งให้อยู่กันตามลำพัง โจ๊กบอกโอปอว่าป่านนี้กริสน์คงช่วยป๊าของเธอกับเดชออกมาได้แล้ว โอปอภาวนาขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะ
ทันใดนั้น มีเสียงเคาะประตู พิมมาดาร้องบอกเด็กๆให้รีบเปิดประตู พอเข้ามาก็เร่งให้เก็บของหนีไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ เด็กๆถามว่าจะหนีไปไหน เพราะกริสน์สั่งไว้ว่าอย่าออกไปไหนเดี๋ยวเขาก็กลับมา
“ไม่มีใครกลับมาทั้งนั้น แต่เราต้องหนีไปอยู่ที่ที่ปลอดภัย” พิมมาดาร้อนรน พอเด็กๆถามว่าน้าพิมรู้หรือยังว่ามีที่ไหนปลอดภัยกว่าที่นี่ สุขสันต์ก้าวเข้ามา บอกเด็กๆว่า
“รู้สิ เพราะที่ไหนมีสุขสันต์ ที่นั่นปลอดภัยเสมอ”
พวกเด็กๆอึ้ง พิมมาดายิ้มให้เด็กๆ เพราะไม่เห็นว่า ขณะที่สุขสันต์พูดกับเด็กๆนั้น สายตาเขาเหี้ยมเกรียมมาก
ooooooo
ที่ห้องลับในคฤหาสน์เสี่ยอธิป เดชในสภาพเมายาจนเพ้อเจ้อ ตะเบ็งเสียงร้องเพลงตาลอย เดี๋ยวก็ร้องเพลง เดี๋ยวก็หัวเราะขำๆ เดี๋ยวก็โวยวาย เสี่ยมองอย่างเวทนา
น้อมพงษ์จัดแจงเปลี่ยนเข็มฉีดยา และดูดยาหลอดใหม่ ขณะเดียวกันจตุพลก็พูดกับเสี่ยอธิปว่า
“เห็นไหมว่า ทีมงานของผม ให้ความสำคัญกับ อนามัยดีแค่ไหน หึๆอย่าเครียดนะครับอากู๋ ผมยังไม่ยอมให้อากู๋ตายง่ายๆตอนนี้แน่...อากู๋จะต้องอยู่ อยู่เพื่อดูความสำเร็จ ความยิ่งใหญ่ ความเกรียงไกรของหลานคนนี้ ที่ จะขึ้นครอบครองอาณาจักรทั้งหมดแทนอากู๋...ฮ่าๆๆ ถือว่านี่เป็นการตอบแทนพระคุณที่อากู๋ดูแลหลานชายคนเดียวคนนี้อย่างทิ้งๆ ขว้างๆ ทำให้ผมรู้ซึ้งถึงความหมายในเพลง คนไม่สำคัญ ของพลพลอย่างถ่องแท้”
แล้วจตุพลก็ร้องท่อนหนึ่งในเนื้อเพลงอย่างเจ็บแค้น
“เพราะฉันรู้ไงว่าธาตุแท้ของพวกแกมันคืองูเห่า ต่อให้ฉันเลี้ยงแกดีขนาดไหน แกก็ไม่มีวันเลิกคิดที่จะแว้งกัดฉัน” เสี่ยพูดทั้งที่จตุพลยังร้องเพลงอยู่ ทันใดนั้น น้อมพงษ์ก็ร้องเพลงแทรกขึ้น...
“คอยดูแลด้วยความจริงใจ ห่วงใย และคอยให้ความรัก เป็นกังวลว่ามันจะตาย เฝ้าคอยเอาใจทุกอย่าง แต่สุดท้ายชาวนาผู้ชายใจดีด้วยความที่เขาไว้ใจ น่าเสียดาย กลับต้องตายด้วยพิษงู”
ร้องจบน้อมพงษ์หันฉีดยาใส่แขนเสี่ยอธิปทันที เสี่ยร้องเสียงหลงแทบไม่เป็นภาษา
ทันใดนั้น เกิดเสียงอะลาร์มรถดังสนั่น ทีละคัน...ทีละคัน จนระงมก้องไปหมด น้อมพงษ์ชะงัก จตุพลถามว่าเสียงอะไร ทำไมมันร้องกันทุกคันแบบนี้ ตะคอกเสี่ยก่อนออกไปว่า
“เดี๋ยวฉันกลับมา อย่าคิดว่าจะรอด!”
จตุพลออกไปแล้ว เสี่ยหันมองเดชที่นั่งเอ๋ออยู่อย่างทรมานใจ...
จตุพลออกไปถึงหน้าคฤหาสน์ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น สมุนคนหนึ่งวิ่งมารายงานว่า มีคนยิงพลุควันใส่รถทุกคันที่จอดอยู่ทั้งในโรงรถ และข้างนอก
ภัทรดนัยกับกริสน์อยู่บนดาดฟ้า เห็นจตุพลสั่งสมุนเพื่อแก้สถานการณ์วุ่นวาย ภัทรดนัยบอกว่าเหลือพลุอีกดอกเดียวเอาให้มันหมดเลย พลางยิงไปที่ยางรถคันหนึ่ง ซึ่งเป็นรถของน้อมพงษ์ พอเห็นรถตัวเองโดนพลุควันสีพุ่งใส่ก็ร้องจ๊ากด้วยความเสียดายรถ
หลังจากนั้น กริสน์กับภัทรดนัยก็มุ่งไปยังห้องที่ขังเสี่ยกับเดชอย่างคล่องแคล่วว่องไว แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงร้องโวยวายของเสี่ยแว่วออกมา
ooooooo
ที่โรงแรมจิ้งหรีด พวกเด็กๆพากันต่อต้านไม่ยอมไปกับพิมมาดา จีจ้าบอกว่าจะรออยู่ที่นี่จนกว่าลูกพี่จะกลับมา โจ๊ก แจ๊ส กับโอปอประสานเสียงเอาด้วย พิมมาดาเอ็ดเด็กๆว่าไม่มีสิทธิ์ขัดคำสั่งตน
“แล้วน้าพิมมีสิทธิ์อะไรมาบังคับให้พวกเราหนีไปกับคนที่เราเกลียด” โจ๊กสวนไป ส่วนจีจ้าก็ถามว่า น้าพิมเอาอะไรมาพิสูจน์ว่าลูกพี่เป็นโจร สุขสันต์ทำทีบอกให้พิมมาดาใจเย็นๆค่อยๆพูดกับเด็กๆ พิมมาดาไม่ยอมยืนยันจะใช้ความเป็นน้าบังคับเด็กๆให้ได้
“น้าพิมจะบังคับให้หนีก็ไปบังคับเฉพาะหลานๆตัวเองสิคะ แต่อย่ามาเหมารวมหนูเข้าไปด้วย หนูจะอยู่ที่นี่ จะอยู่รอน้ากริสน์ช่วยป๊ากับพี่เดชกลับมา จะไม่ไปไหนทั้งนั้น” โอปอพูดไปร้องไห้ไป
ooooooo
กริสน์กับภัทรดนัยบุกเข้าไปช่วยเสี่ยอธิป เจอเดชที่ถูกน้อมพงษ์ฉีดยาให้กำลังร้องรำทำเพลงอย่างฟั่นเฟือน กริสน์กับภัทรดนัยต้องต่อสู้กับน้อมพงษ์จนเข็มฉีดยาหลุดจากมือน้อมพงษ์กระเด็นไปทางเดช เดชหยิบเข็มฉีดยาปักเข้าที่สะโพกน้อมพงษ์ มันร้องจ๊ากแล้วหมดสติไป
เสี่ยอธิปยังมีสติดี ถามกริสน์ว่าใช่ไอ้กรดรึเปล่า กริสน์บอกว่าแล้วค่อยคุยกัน พลางหันไปลากเดชและบอกภัทรดนัยให้พาเสี่ยไป อธิปเห็นเข็มฉีดยาปักอยู่ที่สะโพกน้อมพงษ์ก็ดึงเอาไปด้วย
เดชยังเมายาร้องรำทำเพลงไม่รู้เรื่อง อธิปเลยเสยคางเสียร่วงแล้วทั้งสามก็ช่วยกันลากเดชออกไป
แต่ไปเจอสมุนของจตุพลกรูมายืนเรียงกันเป็นแผง ชักปืนออกมาจ่อใส่ทั้งสี่พร้อมกันเป็นจุดเดียว เจอแบบนี้เข้า พวกกริสน์ก็ต้องหยุดแต่ยังช่วยกันประคองเดชไว้
จตุพลเดินอาดๆเข้ามาพูดอย่างผยองว่า
“กู๋นี่แน่นอนจริงจริ๊ง มีมือดีคอยช่วยเหลือดูแลตลอด มาทีละ 2 คนตลอด สงสัยนักว่า พวกมันเป็นใคร ไหน ใครว่างช่วยเข้าไปถอดโม่งไอ้สองตัวนั่นดูหน้าตาทีซิว่า มันเป็นสมุนข้าเก่าเต่าเลี้ยงของกู๋มาแต่ยุคสมัยไหน”
พวกสมุนสบตากัน แล้วคนหนึ่งก็ทำกร่างเดินไปจะเปิดโม่งของกริสน์กับภัทรดนัย ถูกทั้งสองที่ประคองเดชอยู่ จับเดชเหวี่ยงใส่มันกลิ้งปืนกระเด็นลอยขึ้น ภัทรดนัยกระโดดคว้ากลางอากาศอย่างสวยงาม พวกสมุนหันปืนใส่ภัทรดนัยเป็นจุดเดียว
เสี่ยอธิปกับกริสน์ฉวยโอกาสนั้นพุ่งเข้าหาจตุพลพร้อมกัน จับจตุพลเป็นตัวประกันเดินนำไป ภัทรดนัยจับเดชขึ้นแบกตามไปด้วย ระหว่างนั้นเสี่ยอธิปเอาเข็มฉีดยาที่หยิบมาปักเข้าที่ขาจตุพลจนร้องจ๊ากเพราะกลัวเข็มฉีดยา
พอพวกสมุนได้สติหันมาอีกที พวกกริสน์ก็หายไปหมดแล้ว เหลือแต่จตุพลที่นอนร้องโวยวายเหมือนคนบ้าอยู่ตรงนั้น
ooooooo
ที่โรงแรมจิ้งหรีด โจ๊กเป็นตัวแทนประกาศกับพิมมาดาว่า พวกตนประชุมกันแล้วมีมติว่าจะรอน้ากริสน์อยู่ที่นี่ จะไม่ไปไหนทั้งนั้น แจ๊สก็บอกว่าถ้าน้าพิมอยากไปก็ไปคนเดียว
น้าหลานต่อรองกันอยู่นาน จนสุขสันต์เสนอให้พังประตูเข้าไปเลย พลางหันไปสั่งฮิมกับฉัตรชัยให้จัดการ พิมมาดาร้องห้าม บอกว่าเรื่องหลานตนจะจัดการเอง แล้วอ้อนวอนหลานๆกล่อมให้ไปกับสุขสันต์เพราะเขาจะพาไปอยู่ในที่ปลอดภัย
แต่เด็กๆไม่เชื่อ พิมมาดาไม่รู้จะกล่อมอย่างไรอีก ถามว่าระหว่างน้ากับนายกริสน์หลานๆจะเลือกใคร
“เลือกน้าพิม” จีจ้าเสียงใสออกมาแล้วพูดต่อว่า “เลือกน้าพิม ให้อยู่คู่กะน้ากริสน์แล้วก็อยู่ให้ห่างๆนายทุกข์ระทมที่สุดเท่าที่จะทำได้”
เมื่อกล่อมอย่างไรก็ไม่สำเร็จ พิมมาดาร้องไห้คร่ำครวญเสียงดัง...
“น้าเป็นน้าที่ล้มเหลวใช่ไหม น้าไม่ดีพอที่จะเลี้ยงพวกเธอ...พี่พลอย พิมมันไม่ได้เรื่อง พิมทำตามสัญญาที่ให้ไว้กะพี่พลอยไม่ได้ พี่พลอย พิมแพ้แล้ว พิมยอมแพ้ พี่พลอยช่วยพิมด้วย...พิมจะทำยังไงดี...ฮือๆๆ”
ทันใดนั้น ประตูเปิดออก เด็กๆกรูกันออกมากอดพิมมาดาไว้ด้วยความรัก...
ในที่สุด เด็กๆก็ไปกับพิมมาดา สุขสันต์ยิ้มแย้มดีใจ ถูกแจ๊สพูดใส่หน้าว่า
“พวกเรายอมไปเพราะน้าพิม ไม่ใช่เพราะคุณ!”
ooooooo
พากันหนีออกมาได้แล้ว กริสน์ ภัทรดนัย เสี่ยอธิป และเดช ก็พากันขึ้นรถขับออกไปอย่างเร็ว ภัทร-ดนัยบอกกริสน์ว่าตนจะไปที่สำนักงานตำรวจไปจัดการทำให้ความจริงปรากฏว่าคนนำเข้ายาเสพติดที่แท้จริงคือนายสุขสันต์
เสี่ยอธิปเร่งว่ารีบไปเสียตนคิดถึงลูกเหลือเกินแล้ว กริสน์บอกภัทรดนัยว่าถ้ามีปัญหาอะไรรู้ใช่ไหมว่าเราจะเจอกันที่ไหน ภัทรดนัยบอกว่ารู้ แล้วแยกไป
แต่พอขับรถมาอีกครู่เดียว รถของกริสน์สวนกับรถตู้คันหนึ่ง เสี่ยมองไปที่รถตู้ร้องบอกว่าเห็นโอปออยู่ในรถคันนั้น กริสน์สงสัยว่าพิมมาดาจะพาเด็กๆไปไหน คิดแล้วเดาได้ทันทีว่าเป็นฝีมือใคร
แล้วกริสน์ก็ขับรถไล่ตามไปปาดหน้ารถตู้คันนั้นจนมันเบรกเสียงสนั่น จากนั้นกริสน์ อธิป และเดชก็ลงจากรถทำทีปล้น กริสน์กับเดชสั่งให้คนบนรถลงมา
เสี่ยอธิปสั่งเด็กๆลงมาแล้วให้ไปขึ้นรถของพวกตน ขณะโอปอเดินผ่าน เสี่ยทนไม่ได้บอกลูก “โอ...ไปขึ้นรถนะคะ”
ความลับแตกทันที! โอปอกระโดดกอดเสี่ยอธิปและชี้ไปที่อีกคนบอกว่านั่นพี่เดช จีจ้ามองกริสน์ตาแป๋วร้องอย่างดีใจว่า
“งั้นนี่ก็ต้องเป็นน้ากริสน์สิ ใช่ไหม”
พิมมาดาฮึดขึ้นมาทันที สั่งกริสน์ให้ปล่อยเด็กๆเดี๋ยวนี้ กริสน์ไม่ยอมปล่อยทั้งยังลากพิมมาดาไปขึ้นรถด้วย พิมมาดาไม่ยอม ดิ้นพลางสั่งเด็กๆให้ลงจากรถเดี๋ยวนี้อย่าเชื่อนายกริสน์เพราะเขาเป็นโจร
ขณะนั้นข้างหลังกริสน์ ฉัตรชัยกับฮิมกำลังยกปืนเล็งใส่เขาอยู่ จู่ๆมาวินก็ขับรถเข้ามาใช้โทรโข่ง
ประกาศกร่างลงมาว่าในที่สุดก็ตามตัวแก๊งค้ายาเจอ สั่งให้วางอาวุธยอมให้จับเสียดีๆประกาศอย่างผยองว่า ออกมาให้จับเสียดีๆจะได้ออกทีวี เพราะตนจะแถลงข่าวความสามารถของตน งานนี้ดังระเบิดแน่ แล้วหัวเราะอย่างเย้ยฟ้าท้าดิน
สุขสันต์ฉวยโอกาสแสดงตัวเป็นพลเมืองดีร้องขอตำรวจให้ช่วยผู้บริสุทธิ์อย่างตนด้วย อธิปมึนกับความเจ้าเล่ห์ของสุขสันต์ บอกกริสน์ว่าให้พาเด็กๆหนี ไม่ต้องห่วง ทางนี้ตนจัดการเอง เดี๋ยวจะโชว์ลายเสือเก่าให้ดู ว่าแล้วก็เปิดฉากยิงใส่ตำรวจทันทีพลางไล่ให้กริสน์รีบหนีไป โอปอจะอยู่กับป๊า โจ๊กดึงไปและกริสน์ก็คว้าพิมมาดาลากไปที่รถ พร้อมกับสั่งเด็กๆให้รีบขึ้นรถ
ขณะกริสน์กำลังวุ่นวายกับการพาเด็กๆและพิมมาดาขึ้นรถนั่นเอง ถูกสุขสันต์ถือก้อนอิฐย่องมาข้างหลังทุบหัวเขาเต็มแรงจนกริสน์คว่ำไป
พอเห็นกริสน์ถูกทำร้าย พิมมาดาก็หันมาช่วยเขา ตวาดถามสุขสันต์ว่าทำกริสน์ทำไม สุขสันต์บอกว่าตนเป็นห่วงเธออยากปกป้องเธอ เลยทำไปโดยไม่รู้ตัว
พวกเด็กๆกรูกันขึ้นรถ พิมมาดาถลาเข้าไปดูกริสน์ เขาเร่งให้รีบขึ้นรถ เธอไม่ยอมไป แจ๊สถามว่าน้ากริสน์ เจ็บขนาดนี้น้าพิมยังจะทิ้งไปอีกหรือ พอกริสน์ดึงมือ เธอจึงยอมไปกับเขาแต่โดยดี
ในที่สุดทั้งพิมมาดาและเด็กๆไปกับกริสน์หมด สุขสันต์ยืนสบถอย่างหัวเสีย แต่แล้วก็ต้องรีบหลบกระสุนที่อธิปกับเดชยิงสู้กับตำรวจ
ระหว่างทางกริสน์ขับรถด้วยมือเดียว เลือดที่หัวก็ไหลย้อยลงมาเป็นทาง พิมมาดาถามว่าไหวไหม อาสาขับรถให้ สัญญาว่า
“ฉันขอร้อง จอดรถเถอะ ให้ฉันขับเอง ฉันรับปากว่าจะไม่หนี และจะขับรถพานายไปที่ที่นายจะพาฉันไปด้วยนะ...นะ”
เสี่ยอธิปกับเดชหันหลังพิงกันสู้กับตำรวจด้วยลีลาเสือเก่า จนเมื่อเดชกระสุนหมดและเสี่ยเหลือนัดเดียว เสี่ยชี้ให้เดชดู สุขสันต์ที่ยืนแอบอยู่หลังรถเก๋ง แล้วเสี่ยก็เอาปืนตัวเองที่เหลือกระสุนนัดเดียวให้เดช ตัวเองวิ่งไปเปิดฝาเติมน้ำมัน เดชตัดสินใจยิงไปตรงนั้นทันที รถเก๋งระเบิดตูม ไฟลุกฝุ่นตลบ
เมื่อทุกอย่างสงบลงแล้ว มาวินวิ่งเข้ามา ทั้งเสี่ยอธิปและเดชหายไปแล้ว ในรถก็ไม่มีศพของทั้งสอง หันมองอีกทีก็เห็นแต่ลูกน้องตัวเองฟุบกันไปหมด
“โธ่เว้ย! พวกแกทำงานแถลงข่าวของฉันพัง ฉันจะตามล่าพวกแกให้ได้!!”
ooooooo
สุขสันต์ถูกเชิญตัวไปที่ห้องทำงานของมาวินที่สำนักงานตำรวจ เขายืนกรานเสียงแข็งว่าตนมาตามจับพิมมาดากับพวกที่ค้ายาเสพติด ซ้ำยังตำหนิมาวินว่ามาทำไม ทำให้แผนตนพังหมด
มาวินไม่เชื่อ ทั้งยังหาว่าเขาแอบติดต่อลับๆกับพวกค้ายา เมื่อต่างก็กร่างเข้าหากัน สุขสันต์ปรามมาวินว่า
“ผู้กองมาวิน ผมขอเตือน ถ้าอยากให้คดีนี้จบ อย่ามายุ่งกับการทำงานของผมอีก ไม่อย่างนั้น ไม่ไว้หน้าผู้กองแน่”
คนอย่างมาวิน ไม่ใช่กล้วย ยียวนหลอกล่อกวนโทสะ จนสุขสันต์ทั้งแค้นทั้งระอา แต่แล้วก็ดีใจเมื่อแพรวพิลาศเปิดประตูเข้ามา เธอใช้ฐานะลูกหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่มาขู่มาวิน แต่กลับถูกมาวินเรียกไปสอบสวน เลยยิ่งแค้น
ระหว่างเดินทางกลับนั่นเอง สุขสันต์ทั้งหลอกล่อและหว่านล้อมเธอว่า
“แพรว...เราต้องให้การตรงกัน...แพรวต้องบอกไปว่า แผนการทั้งหมดที่เกี่ยวกับพิมมาดาและยาเสพติด คุณพ่อของแพรวเป็นคนวางแผนและสั่งการทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว”
“ไม่ได้ค่ะ ถ้าพูดไปอย่างนั้น คุณพ่อก็จะลำบากน่ะสิ”
“คุณพ่อคุณเป็นถึงระดับไหนแล้ว ไม่มีใครกล้ามีเรื่องด้วยหรอก อีกอย่างเราก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกะการค้ายาจริงๆ เราก็แค่คิดแผนอันแสนฉลาด วางกับดัก จับพวกค้ายา มันคือแผนขุดบ่อล่อปลาแบบเนียนๆ แต่ถ้าผมออกหน้า คนอาจเข้าใจผิด ผมไม่มีอำนาจบารมีเท่าพ่อของแพรว...ผมพลาดเมื่อไหร่ ไอ้หมาล่าเนื้อพวกนั้นต้องกระชากกินตับผมหมดแน่”
แพรวพิลาศยังไม่สบายใจ สุขสันต์รีบอ้อนเธออีกว่า
“เชื่อผมนะแพรว ผมมีแผนที่จะทำให้เรื่องทุกอย่างคลี่คลาย ผมมั่นใจ...พ่อของแพรวก็เหมือนพ่อผม พวกเราจะต้องชนะปราบปรามคนเลว ได้รับความดีความชอบ ทุกอย่างจะต้องแฮปปี้เอนดิ้ง และเราสองคนจะได้อยู่เป็นครอบครัวเดียวกัน”
“เราสองคนอยู่เป็นครอบครัวเดียวกัน” แพรว–พิลาศเคลิ้ม
“ทันทีที่เรื่องนี้จบ ผมจะขอคุณแต่งงานทันที ผมรักคุณ ขอตอนนี้เลยก็ได้ แต่งงานกับผมนะ...นะ...แพรว”
สุขสันต์กอดและหอมแพรวพิลาศอย่างแสนรัก แสนเสน่หา เธอเคลิ้ม เชื่อ และฝันหวานตามคำอ้อนของเขา...
ooooooo
พิมมาดาขับรถเห็นกริสน์หน้าซีดซึม ถามว่าไปหาหมอก่อนดีไหม กริสน์ปฏิเสธเด็ดเดี่ยวว่าไม่ ขืนไปหาหมอก็มีหวังโดนซิวกันทั้งหมด ยืนยันว่าตนยังไหว
พิมมาดาจึงขับรถไปตามที่เครื่อง จีพีเอส. บอกเส้นทาง จีจ้ากับแจ๊สช่วยด้วยการพูดซ้ำที่จีพีเอส.บอก จนพิมมาดาต้องสั่งให้เงียบ ตนต้องการสมาธิในการขับรถ
จนพลบคํ่า รถจึงมาถึงเป้าหมายที่หมู่บ้านริมทะเลแห่งหนึ่ง พอมาถึงก็พบกับบรรยากาศที่ตึงเครียด ชาวบ้านพากันมองอย่างระแวง จนเมื่อพิมมาดาจอดรถลงมา ถูกชาวบ้านถือไม้ ถือมีด มาห้อมล้อมถามอย่างไม่เป็นมิตรว่า “มาหาใคร”
พิมมาดาลงไปเป็นคนแรกเห็นบรรยากาศและคำถามที่ไม่เป็นมิตรเช่นนั้นก็อึกอัก กริสน์ตื่นพอดี เขารีบลงมายกมือไหว้รอบๆทักทายชาวบ้านอย่างแสนสุภาพและนอบน้อม แนะนำตัวเองว่าชื่อกริสน์ แนะนำพิมมาดาว่าเป็นผู้ปกครองของเด็กๆ แล้วแจ้งวัตถุประสงค์ว่า
“ผมจะมาขอพักที่นี่ เสี่ยอธิปแนะนำมา พวกเรากำลังโดนศัตรูของเสี่ยไล่ล่าครับ”
ชวด ที่เป็นผู้ใหญ่บ้านซักถามอย่างระแวงอีกครั้งว่า ใครส่งพวกเขามา กริสน์ตอบเต็มปากเต็มคำว่า
“เสี่ยอธิป”
สิ้นเสียงกริสน์ก็มีเปลือกหอยพุ่งตรงมาที่กริสน์ ดีที่เขาหลบทัน เปลือกหอยยังคงพุ่งมาไม่หยุด พร้อมกับที่ชวดก็ทำถมึงทึงใส่กริสน์ว่าโกหก ถามว่าจะตามมารังควานไปถึงไหน ขออยู่อย่างสงบๆ ไม่ได้หรือ พลางยกอาวุธขึ้นมา
สถานการณ์ตึงเครียด เพราะชวดกับชาวบ้านไม่เชื่อที่กริสน์อ้าง เพราะเคยมีประสบการณ์แบบนี้มาแล้ว พวกตนหลงเชื่อปรากฏว่าเป็นพวกตำรวจมารื้อค้นจับยาเสพติด
กริสน์บาดเจ็บและเสียเลือดมาก เขาทรุดฮวบลงจนพิมมาดากับพวกเด็กๆ ตกใจ โอปอตัดสินใจยืนขึ้นพูดกับชวดและชาวบ้านว่า
“ถ้าพวกคุณไม่เชื่อน้ากริสน์ ก็ต้องเชื่อโอปอ
โอปอเป็นลูกป๊า...กล้าทำอะไรลูกสาวเสี่ยอธิปเหรอ”
“โอปอ...เฮ้ย...ใช่...ใช่คุณหนูโอปอจริงๆด้วย” ชวดจำได้ร้องออกมาอย่างดีใจ
โฉมหน้าของชาวบ้านเปลี่ยนเป็นยินดีทันที ทุกคนยิ้มแย้มต้อนรับโอปอและคณะอย่างเร่าร้อนกระตือรือร้น ชวดโผเข้ากอดกริสน์ บอกว่า “สหายของสหายก็คือสหาย” กริสน์ที่อ่อนเพลียมากหมดสติในอ้อมแขนชวด ชาวบ้านช่วยกันพาเข้าบ้าน
เมื่อกริสน์รู้สึกตัว เขาลุกขึ้น ชวดรีบประคองเตือนให้ระวัง บอกว่าโชคดีที่แค่หัวแตกเฉยๆ ไม่ได้เป็นอะไรมาก แล้วแนะนำตัวเองเมื่อกริสน์มองงงๆว่า
“ข้าชื่อชวด เป็นผู้ใหญ่บ้านที่นี่ แล้วก็เป็นอดีตมือขวาคนสนิทของเสี่ยอธิปด้วย พวกเราทุกคนที่นี่เคยเป็นคนของเสี่ยอธิปทั้งนั้น ตั้งแต่เสี่ยอธิปหันเข้าหาธุรกิจสุจริต เสี่ยก็แบ่งสันปันส่วนเงินทองให้พวกเราแยกย้ายกันไปตั้งตัว เราเลยมาตั้งหมู่บ้านเพื่ออยู่กันอย่างสงบที่นี่”
กริสน์จึงเข้าใจว่าทำไมเสี่ยถึงให้เขาพาเด็กๆมาที่นี่ ชวดแสดงความนอบน้อมขอโทษที่ต้อนรับไม่ค่อยดี เพราะต้องระวังตัว กริสน์บอกว่าไม่เป็นไรแล้วถามถึงพิมมาดา ชวดหยอกว่าอะไรจะติดเมียถึงขนาดนั้น มีลูกกันตั้งโขยงแล้ว พลางชี้ให้ดูพิมมาดาที่อยู่กับพวกเด็กๆข้างนอก
ooooooo
มีเรื่องวุ่นวายขึ้นอีกจนได้ เมื่อชาวบ้านพากันทำพิธีไว้อาลัยเสี่ยอธิป โอปอก็ร้องไห้คร่ำครวญถึงป๊านํ้าตานองหน้า เมื่อกริสน์ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ชวดบอกว่าเสี่ยอธิปตายแล้ว กริสน์งง ถามว่ารู้ได้ไงเสี่ยตายแล้ว ชวดเล่าไปร้องไห้ไปว่า
“เสี่ยอธิปเคยบอกไว้ว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่เสี่ยรู้ตัวว่าไม่รอดแน่ เสี่ยจะส่งคนพาคุณหนูโอปอมาที่นี่และให้คนคนนั้นขึ้นเป็นเจ้าพ่อแทนที่เสี่ย คนคนนั้นก็คือเอ็ง เจ้าพ่อกริสน์” ชวดคุกเข่าคำนับอย่างนอบน้อม
เป็นเรื่องทันที กริสน์ปฏิเสธว่าไม่ใช่ ตนไม่รู้เรื่อง แต่กลายเป็นปัญหาอย่างหนักเมื่อพิมมาดาด่าเขาว่าหลอกพวกตนมา พวกตนมาที่นี่ มาหมู่บ้านโจรเพื่อตัวเองมาขึ้นครองบัลลังก์เป็นเจ้าพ่อมาเฟียต่อจากเสี่ยอธิป
กริสน์พยายามชี้แจง แต่ไม่อาจเปลี่ยนความเชื่อของพิมมาดาได้ เธอบ่นว่าถ้ารู้ว่าเขาเป็นอย่างนี้ปล่อยให้ตายไปเสียดีกว่าที่จะช่วยขับรถพามาที่นี่
“คุณพิม ขอบคุณนะครับที่ไม่ทิ้งผม ตอนที่ผมบาดเจ็บ คุณจะทิ้งผมไว้ข้างทาง แล้วขับรถหนีไปก็ได้ แต่คุณไม่ทำ คุณเป็นห่วงผมด้วย ผมดีใจและซาบซึ้งใจมาก”
พิมมาดาทั้งเขินทั้งเคือง บอกเขาว่า “งั้นก็ปล่อยให้ฉันไปสิ” กริสน์บอกว่ามันคนละประเด็นกัน
ooooooo
ปัญหาร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับสวีทโอปอ คือการถูกขโมยสูตรเคมีลับของขนม ทำให้สุขสันต์ จตุพล และน้อมพงษ์ที่เป็นหุ้นส่วนกันเกิดความขัดแย้ง กล่าวหากัน กระทั่งทะเลาะกันรุนแรง
จตุพลและน้อมพงษ์ไม่พอใจการวางอำนาจบาตรใหญ่ของสุขสันต์ ถือว่าทุกคนควรเสมอเท่าเทียมกันในฐานะหุ้นส่วนที่แบ่งหน้าที่กันทำ จตุพลไม่พอใจรุนแรงถึงขั้นบอกสุขสันต์ให้เลิกอวดเบ่งใส่ตน และกลับไปแก้ปัญหาของใครของมันดีกว่า
เรื่องนี้ยังความแค้นแก่สุขสันต์ถึงกับคำรามอาฆาตแค้นว่า “ไอ้จตุพล แกรู้จักฉันน้อยไป!”
ooooooo
จู่ๆที่หมู่บ้านริมทะเลก็มีเสียงเคาะสัญญาณว่ามีผู้บุกรุก ทำให้ชาวบ้านทุกคนพากันเตรียมพร้อม พวกเด็กๆถูกพาไปในที่ปลอดภัย พิมมาดาตามหาหลานๆอย่างร้อนใจ
แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า เสี่ยอธิปที่หนีจากการถูกพวกสุขสันต์และมาวินโจมตีมาที่นี่พร้อมเดช โอปอวิ่งไปกอดป๊าไว้ ทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้ด้วยความดีใจ
เมื่อชาวบ้านมารวมกันที่ลานหน้าบ้านผู้ใหญ่ต้อนรับเสี่ยอธิป เสี่ยเล่าให้ทุกคนฟังอย่างสนุกสนานว่า
“ป๊าขับรถพุ่งใส่พวกมัน พอเจ้าเดชยิง ป๊าก็กระโดดออกจากรถ แล้วรถก็ระเบิดตู้มมมมม...”
“ช่วงชุลมุน พวกเราก็หลบออกมา กว่าพวกมันจะรู้ตัว เราก็หนีรอดมาแล้ว” เดชเล่าต่อ
ชวดชมว่าลีลาดับเครื่องชนของเสี่ยสุดยอด ระห่ำ บ้าดีเดือดหาใครเทียบไม่ได้จริงๆ โจ๊กชื่นชมว่าอาอธิปเป็นสุดยอดเจ้าพ่อมาเฟียจริงๆทั้งเท่ ทั้งเก่ง อัจฉริยะมาเกิดแท้ๆ แล้วปรบมือให้ร้อง เย้ๆๆ
จีจ้ามองพี่ชายบอกแจ๊สว่าอาการโจ๊กแปลกๆ แจ๊สเบ้ปากบอกว่า “อาการอย่างนี้เรียกว่า เลียแข้งเลียขา ประจบสอพลอ!” จีจ้าร้องอ๋อ...ที่แท้โจ๊กอยากทำคะแนนนี่เอง
เสี่ยอธิปได้ยิน โวยวายว่าโจ๊กจะมาจีบโอปอหรือ หยอกเสียจนโจ๊กอายลุกเดินหนีไป พิมมาดาตำหนิเสี่ยที่ทำร้ายจิตใจหลานตน ชวดเลยเปลี่ยนบรรยากาศชวนฉลองต้อนรับเสี่ยกันดีกว่า อดติงเสี่ยแบบหยอกเอินไม่ได้ว่า คราวหลังไม่ต้องส่งคนมาเซอร์ไพรส์แบบนี้อีก กริสน์รีบออกตัวว่า “ผมบอกแล้วว่า ผมไม่กล้าแทนที่เสี่ยอธิปหรอกครับ”
เสี่ยบอกว่าคนที่จะแทนที่เสี่ยได้มีคนเดียว เดชรีบชี้ที่ตัวเอง แต่เสี่ยกลับบอกว่า “ไอ้กรด”
เดชคอตกถามว่าเสี่ยจะไปพูดถึงคนทรยศทำไม มันเป็นตำรวจที่แฝงตัวมาหลอกพวกเรา จีจ้าโพล่งขึ้นทันทีว่า
“ลูกพี่กริสน์ ก็เป็นตำรวจสายสืบ...”
“น้ากริสน์ปลอมตัวเป็นพี่เลี้ยงเด็กเพื่อเข้ามาสืบเรื่องนายสุขสันต์ค้ายาเสพติดไม่ใช่เหรอ” แจ๊สถามเสียงดัง
ทุกคนพากันมองอึ้ง กริสน์ทำตัวไม่ถูก กลบเกลื่อนว่าเด็กๆเอาเรื่องราวที่ฟังมาปะติดปะต่อกันเอง แล้วหาทางเลี่ยงพาเด็กๆไปหาพิมมาดา รีบลุกไปจากตรงนั้นเพื่อไม่ให้เด็กๆหลุดอะไรออกมาอีก
เสี่ยพึมพำอึ้งๆว่า “ไอ้กริสน์เป็นตำรวจสายสืบ?” เจ๊ช้างชาวบ้านที่นั่นยืนยันว่าใช่ พลางเอาหนังสือพิมพ์ให้ดู มีรูปกริสน์ในชุดตำรวจ บรรยายใต้ภาพว่า “ร้อยตำรวจเอกเกริกพล พลวัตรวิชิต นายตำรวจสายสืบ ป.ป.ส.”
“เสี่ยกำลังสงสัยว่าไอ้กริสน์คนนี้หน้าตามันเหมือนสายตำรวจที่เรารู้จักดี...ใช่ไหมครับเสี่ย” เดชชะโงกเข้าไปถาม
เสี่ยนิ่งคิดอย่างสงสัย แล้วลุกเดินไปทางที่กริสน์เดินไปเมื่อครู่ เจอกำลังคุยกับพิมมาดาหน้าตาขึ้งเครียด เสี่ยแกล้งเรียก
“นายกรด!”
“ครับ” กริสน์ตกใจขานทันที พอรู้ตัวก็ผงะ รีบขอตัวอ้างว่าจะไปฉี่
เดชกับเสี่ยมั่นใจว่ากริสน์คือกรด ตามไปยืนฉี่ใกล้ๆผ่านไปนานมากเสี่ยถามว่า ยังฉี่ไม่ออกหรือ กริสน์บอกว่าคงฉี่ไม่ออกแล้ว เสี่ยเลยพูดดักคอว่า
“แกปลอมตัวได้แนบเนียนมาก ฉันไม่เคยจับพิรุธได้เลย”
“แต่แกรู้ไหมว่า อะไรที่แกปลอมไม่ได้” เดชถามเย้ย
“อะไรครับ” กริสน์ถาม เสี่ยอธิปหรุบตาลงต่ำแวบหนึ่ง กริสน์พูดไม่ออก ยืนหน้าซีด
ooooooo
การหายไปของกริสน์ ภัทรดนัย พิมมาดา และเด็กๆยังความเป็นห่วงแก่เค้ก และเต๋ากับเต้ยมาก โดยเฉพาะเค้กเฝ้ารอฟังข่าว มีเสียงโทร.เข้าทีไรก็ผวาไปรับ แล้วก็ผิดหวังทุกครั้ง
วันนี้เธอตกใจเมื่อภัทรดนัยปลอมตัวเข้ามา พอเขาถอดหมวก ถอดแว่น เธออุทาน “เฮ้ย...ไอ้ตี๋ลามก”
เค้กถามถึงกริสน์ พิมมาดาและเด็กๆ ภัทรดนัยไม่บอก มีข้อแม้ว่าจะบอกก็ต่อเมื่อเธอได้ช่วยอะไรบางอย่างก่อน
ภัทรดนัยไม่ทันพูด ก็มีโทรศัพท์เข้า เป็นโทรศัพท์จากผู้การเพื่อนัดหมายวันเวลาสถานที่พบกันเพื่อรับเอกสารสูตรลับ โดยมีมาวินคอยฟังอยู่ คุยกันไม่นานก็วางสาย หลังจากนัดกันเสร็จโดยตกลงกันว่า ผู้การต้องไปคนเดียว
“สรุปว่าจะให้พวกฉันช่วยอะไร” เค้กถาม
“ช่วย...เอิ่ม... ไม่ต้องรู้แผนละเอียดหรอก เอาเป็นว่า ชอบปลอมตัวไหมล่ะ”
เค้กไม่ทันตอบ เต๋ากับเต้ยก็ส่งเสียงแจ๋เข้ามาว่า “ชอบค่า...” ภัทรดนัยเหลือบมองอย่างหนักใจกับสองตัวนี้เหลือเกิน
ooooooo
เต๋ากับเต้ยถูกกำหนดให้แต่งตัวเป็นเด็กเอ๋อสองคน ส่วนเค้กให้แต่งเป็นสาวเซ็กซี่ ทั้งหมดไปที่ห้างอันเป็นสถานที่นัดพบกับผู้การ
ผู้การแต่งนอกเครื่องแบบเดินปะปนอยู่กับผู้คนที่บริเวณหน้าห้าง รอบตัวมีตำรวจนอกเครื่องแบบเดินเกร่กันเกร่อ ภัทรดนัยส่องกล้องดู เห็นเต้ยกับเต๋าแกล้งเข้าไปกอดผู้การและทำเป็นเด็กเล่นปืนเอานิ้วจี้ผู้การ ภัทรดนัยสังเกตเห็นปฏิกิริยาตำรวจนอกเครื่องแบบ เขาพึมพำอย่างรับไม่ได้
“ตำรวจ...ตำรวจ...นี่ก็ตำรวจ ตำรวจหมดเลย บอกให้มาคนเดียว”
ภัทรดนัย โทร.เข้ามือถือผู้การต่อว่า แล้วบอกว่าถ้าจะพบกันขอให้ทำตามตนบอก แล้วบอกให้ผู้การถอดหูฟังทิ้งถังขยะที่เดินผ่าน จากนั้นให้เดินเข้าไปในห้าง เพื่อจะได้แน่ใจว่าไม่มีปืนติดตัวเข้าไป เพราะต้องผ่านเครื่องตรวจ
พอผู้การถอดหูฟังทิ้งถังขยะ ภัทรดนัยที่ยืนอยู่แถวนั้นก็หยิบใส่ทันที จึงรู้การเคลื่อนไหวของตำรวจทั้งหมด
มาวินเห็นผู้การเดินเข้าไปในห้างเกรงจะมีปัญหาจึงเดินตามเข้าไปในห้าง เจอภัทรดนัยเข้าอย่างจัง มาวินเจรจาขอเอกสารจะไปจัดการให้ ภัทรดนัยยืนยันขอมอบให้ผู้การคนเดียว มาวินเปลี่ยนเป็นจะจับเขาข้อหาค้ายาเสพติด เต๋ากับเต้ยวิ่งเข้ามากอดมาวินร้องเรียกพ่อ... พ่อ...เค้กในชุดสาวเซ็กซี่มาร่วมวงด้วยอีกคน นัวเนีย อีนุงตุงนังจนมาวินขยับตัวไม่ได้ ทำให้ภัทรดนัยหนีไปได้
ooooooo
กริสน์ ตกอยู่ในภาวะอันตราย เสี่ยอธิปจับมัดไว้ทั้งตัว ให้เดชผลักขึ้นไปบนสะพานปลา
“เสี่ยครับให้โอกาสผมอธิบายก่อน” กริสน์ต่อรอง
“ฉันไม่ขอรับฟังอะไรจากปากคนปลิ้นปล้อนอย่างแกอีกแล้ว แกรู้ไหม ว่าฉันรักและจริงใจกับแกแค่ไหน แต่แก...แกทำฉันเจ็บ เจ็บยิ่งกว่าเอามีดมากรีดตรง กลางใจ แกทำลายความหยิ่งผยองทะนงในบารมีเจ้าพ่อของฉันจนหมดสิ้น แกทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองโง่มาก แล้วมันก็ตามหลอกหลอนฉันตลอดเวลา ทั้งกลางวันกลางคืน!!”
“เสี่ยครับ...ผมต้องปลอมตัวเพราะมันเป็นหน้าที่ แต่ลึกๆ แล้ว ผมก็รักและยกย่องเสี่ยจากใจจริงนะครับไม่อย่างนั้น ผมจะฝ่าอันตรายเข้าไปช่วยเสี่ยออกมาทำไม ทั้งๆที่เสี่ยก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรต่องานของผมแล้ว”
“แกหาว่าเสี่ยไม่มีประโยชน์แล้วงั้นเหรอ” เดชโกรธแทนเสี่ย พอกริสน์บอกว่าไม่ใช่อย่างนั้นเดชก็บอกเสี่ยว่า “เสี่ยครับ วันนี้ทุกอย่างจะจบลง เสี่ยต้องกอบกู้ ศักดิ์ศรีตัวเองคืนมา” แล้วเดชก็เอากระดาษกาวมาแปะที่ก้นกริสน์เป็นเครื่องหมายไว้เสร็จแล้วบอกเสี่ย “เป้าพร้อมครับเสี่ย”
พิมมาดากับพวกเด็กๆ วิ่งขึ้นมาพอดี พิมมาดาถามเสี่ยว่าจะทำอะไร จีจ้าตะโกนให้ปล่อยน้ากริสน์เดี๋ยวนี้ แล้วพวกเด็กก็วิ่งกรูกันจะเข้าไปหากริสน์ ชวดออกมาขวาง ปรามว่า
“อยู่เฉยๆ อย่าทำตัวมีปัญหาดีกว่า”
“ถ้าอาอธิปทำตัวแบบนี้ จีจ้าจะไปฟ้องโอปอ”
เจ๊ช้างบอกว่าโอปออาบน้ำอยู่ กว่าเธอจะไปตามกลับมาทุกอย่างก็เรียบร้อยแล้ว พิมมาดาทนไม่ได้เอ่ยกับผู้ใหญ่ชวดว่า
“ผู้ใหญ่ชวด เป็นผู้ใหญ่บ้านประสาอะไร จะปล่อยให้มีคนฆ่ากันตายต่อหน้าต่อตาเนี่ยนะ ถ้านายกริสน์เป็นอะไรไปฉันจะแจ้งตำรวจจับเสี่ย แจ้งนักข่าวให้เอาเรื่องหมู่บ้านนี้ ชุมชนนี้เรื่องจะไม่จบง่ายๆ คอยดู...”
“ได้...ฉันจะคอยดู” เสี่ยอธิปสวนมา แล้วยกเท้าถีบกริสน์ตรงที่เดชติดกระดาษกาวหมายไว้ กริสน์พุ่ง ตกน้ำไปเสียงดังตูม...
“นายกริสน์...” พิมมาดาร้องสุดเสียง
พิมมาดาวิ่งลงไปที่ทะเล พยายามมองหากริสน์ ปากก็ตะโกนเรียก
“นายกริสน์...นายอยู่ไหน...นายต้องไม่เป็นอะไร...”
พิมมาดางมแล้วงมอีกอย่างไม่ยอมแพ้...เด็กๆ อยู่ที่ชายหาด จ้องมองภาวนาเอาใจช่วยน้าพิมของพวกตน...
พิมมาดาแหวกว่ายงมหากริสน์เหนื่อยจนแทบขาดใจ แต่ไม่ยอมหยุด ดำลงไปก็งมหา โผล่ขึ้นมาก็ตะโกนเรียกเสียงก้องไปทั่วผืนน้ำ
“นายกริสน์...อย่าตายนะ...”
ooooooo










