สมาชิก

มือปราบพ่อลูกอ่อน

ตอนที่ 1

พิมมาดา หญิงสาวโสดเจ้าของร้านดอกไม้ แต่ต้องเลี้ยงดูหลานๆวัยซน 3 คน เนื่องจากพี่ชายและพี่สะใภ้เสียชีวิตเพราะรถคว่ำ เธอจึงต้องเป็นคุณแม่จำเป็นเลี้ยงหลานทั้งสาม ซึ่งแต่ละคนมีความเฉพาะตัวที่ต่างกันลิบลับ แต่ที่แน่ๆคือทำให้เธอปวดหัวได้ทุกคน

เด็กทั้งสามคือ แจ๊ส สาวน้อยวัย 15 เป็นคนเรียนหนังสือเก่งแต่ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว รองลงไปคือ โจ๊ก ในวัย 10 ขวบ ที่ไม่ชอบการเรียนหนังสือแต่คึกคะนองและรักอิสระ ส่วนคนสุดท้ายคือจีจ้าหนูน้อยช่างเจรจาร่าเริงจอมทะเล้นประจำบ้าน

เช้านี้ กว่าจะปลุกหลานๆให้ตื่นไปโรงเรียนกันได้ก็เล่นเอาเหนื่อย ไม่เพียงแต่หลานๆเท่านั้นที่ปลุกยากเย็น แม้แต่เจ้าป๊อปคอร์นหมาที่บ้านก็ติดนิสัยคน มันนอนแผ่อยู่หน้าห้อง พอปลุกมันก็โงหัวขึ้นมาดูแล้วนอนต่อ จนต้องหลอกมันว่ามีคนซื้อขนมมาให้ มันจึงลุกขึ้นวิ่งออกไปทันที

ทุกวัน พิมมาดาต้องวิ่งรอกปลุกหลาน และหมาจนแทบไม่มีเวลาที่จะดูแลตัวเอง...

ooooooo

ที่ท่าเรือ...ในบริเวณโกดังสินค้า ท่ามกลางเปลวแดดที่แผดจ้า รถสองคันตะบึงเข้ามาจอดที่ลานหน้าโกดัง คันแรกมีชายฉกรรจ์นั่งมา 5 คน ส่วนคันที่สอง มีเดชที่หน้าตาเหมือนตุ๊กตาเสียกบาลเป็นคนขับ คนที่นั่งคู่มาคือ กริสน์ไว้ผมยาวเด้ดร็อก ไว้หนวดเครา ใส่ตุ้มหู บนหัวมีแว่นดำคาดอยู่ ผู้ที่นั่งข้างหลังคืออธิป อดีตเจ้าพ่อที่ประกาศล้างมือจากธุรกิจผิดกฎหมายนั่งถือโทรศัพท์ไอโฟน 4 เลื่อนดูรูปโอปอล์ลูกสาวคนเดียวที่ส่งไปอยู่โรงเรียนประจำอย่างเพลิดเพลิน
“ถึงเวลาที่ฉันจะต้องล้างมือเสียทีแล้ว” อธิปรำพึงขึ้นมาลอยๆ

กริสน์ที่ทำหน้าที่บอดี้การ์ดประจำตัวรีบเอาเจลล้างมือจากกระเป๋าส่งให้ ถูกอธิปคว้าเจลปาใส่อย่างหงุดหงิด แต่รถตกหลุมเลยพลาดไปโดนเดชเข้าอย่างจัง เดชโวยว่าตนทำผิดอะไรหรือ อธิปไม่สนใจ ด่ากริสน์ซึ่งที่แท้เป็นตำรวจสายสืบปลอมตัวมาเป็นบอดี้การ์ดของเขาและเปลี่ยนชื่อเป็นกรด ด่ากรดว่าโง่สุดๆ บอกเดชให้อธิบายนัยยะของคำว่า “ล้างมือ” ที่ตนพูดหน่อยว่าหมายถึงอะไร

เดชอธิบายเป็นคุ้งเป็นแคว เริ่มตั้งแต่คัมภีร์ไบเบิ้ล จนมาถึงคำอธิบายในพจนานุกรมว่า หมายถึงการวางมือ การลาออกจากวงการ เดชร่ายยาวเสียจนอธิปบอกให้เอาแค่สั้นๆก็พอ กริสน์ตัดบทว่าเข้าใจแล้ว หันไปถามอธิปว่าจะลาออกจากวงการอะไรหรือ

“วงการเกษตรกรสวนผสมมั้ง” อธิปประชดทำหน้าอ่อนใจ แล้วยื่นโทรศัพท์ให้ดูรูปโอปอล์ พูดอย่างหลงใหลว่า “โอปอล์ควรจะมีชีวิตอยู่ในสังคมที่ดีงาม อุดมด้วยปัญญาปราศจากพิษภัย เพราะฉะนั้นธุรกิจเลวร้ายทั้งหมดที่ฉัน

เคยทำมา ไม่ว่าค้าอาวุธ ค้าคน หรือค้ายาเสพติด ฉันจะเลิกให้เกลี้ยง!”

ooooooo

เมื่อรถจอด กริสน์ในมาดบอดี้การ์ด จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วบรรจงดึงแว่นดำลงมาที่ตา เปิดประตูรถลงมากวาดตาไปรอบๆด้วยมาดสุดเท่

ที่ด้านบนโกดัง กำลังตำรวจภายใต้การนำของภัทรดนัย มีจ่าเม้งและตำรวจอื่นอีกหลายนาย ส่องกล้องซุ่มจับตาดูอยู่ จ่าเม้งหันไปรายงานผู้บังคับบัญชาทีมที่ก้มหน้าก้มตาตรวจลอตเตอรี่อยู่ว่า

“หัวหน้าครับ เสี่ยอธิปมาถึงแล้วครับ”

ภัทรดนัยพูดโดยไม่ละสายตาจากการตรวจลอตเตอรี่ อย่างรำคาญใจที่ถูกเรียกขัดจังหวะว่า

“จะเรียกทำไม คนยิ่งเสียๆอยู่ พวกแกจับตาไว้ให้ดี ถ้าสายสืบของเราได้หลักฐานที่แน่นชัดเมื่อไหร่ว่าเสี่ยอธิปไม่ได้วางมือจากธุรกิจผิดกฎหมายจริงๆอย่างที่ประกาศ สายของเราจะส่งสัญญาณมา แล้วเราถึงบุกเข้าจับกุมทันที เข้าใจไหม!”

จ่าเม้งรับทราบ แล้วพูดอ้อมแอ้มว่า “หัวหน้าครับ...ขอยืมตรวจบ้างได้ไหมครับ...” เลยถูกอธิปยกมะเหงกให้แล้วก้มหน้าก้มตาตรวจลอตเตอรี่ต่อ

ooooooo

อธิปนัดทาเคชินักธุรกิจญี่ปุ่นส่งของกันที่นี่ หลังจากอธิปตรวจของแล้ว สั่งให้กริสน์จ่ายเงินให้ทาเคชิ กริสน์พยายามชะเง้อมองของในลังแต่ไม่เห็น

ส่วนบนโกดังที่ภัทรดนัยซุ่มอยู่ พากันจ้องเขม็งพร้อมที่จะทำงานทันทีเมื่อได้รับสัญญาณจากสาย ภัทรดนัยลุ้นเบาๆให้กริสน์ถอดแว่นอันเป็นสัญญาณที่นัดกันไว้ แต่กริสน์ก็ไม่ถอดสักที พวกตำรวจเลยได้แต่จ้องตาไม่กะพริบอยู่บนนั้น

หลังจากรับเงินแล้ว ทาเคชิจะเดินทางกลับ ผ่านกริสน์ ที่ใส่แว่นดำแสนเท่ ก็มองอย่างชอบใจมาก ถามว่านี่เป็นเรย์–แบนด์คลาสสิกเวอร์ชั่นใช่ไหม เดินเข้ามาบอกให้ถอดมาดูหน่อย

กริสน์ลังเลเพราะนั่นคือสัญญาณให้ตำรวจลงมือ เขามองขึ้นไปบนหลังคาโกดังอย่างลำบากใจ ถูกอธิปตำหนิว่าเรื่องมาก กริสน์อ้างว่าตนกลัวรังสียูวีเอและยูวีบี

“ระหว่างรังสียูวีเอ ยูวีบี กับรังสีรองเท้าหนังเบอร์ 43 ของฉันแกจะเอาอะไรว่ามา” อธิปถามเหี้ยม ทำให้กริสน์จำต้องถอดแว่นส่งให้ทาเคชิ ฝ่ายนั้นรับไปอย่างตื่นเต้นดีใจมาก

กริสน์ หรี่ตาเหล่ไปทางที่พวกตำรวจซุ่มอยู่ ทำปากขมุบขมิบ “เป็นเรื่องแล้ว...”

“เฮ้ย ถอดแว่นแล้ว ฮั่นแน่...มีการมองเหล่มาหลิ่วตาให้ฉันด้วยเว้ย ไอ้กริสน์นี่มันชิลด์จริงๆเพื่อนฉัน ทุกคน ลุย!!”

ภัทรดนัยเก็บลอตเตอรี่และนำทีมตำรวจปฏิบัติการทันที...

ooooooo

ตำรวจจู่โจมออกมาเป็นโขยง มีทั้งวิ่งออกมา กระโดดลงมา และโรยตัวลงมากันอย่างเท่ กรูกันเข้ารุมล้อมอธิปและทาเคชิเอาไว้ ภัทรดนัยแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สั่งให้ยกมือขึ้น

จ่าเม้งนำกำลังไปเปิดลังสินค้า พบแต่ส้มยูสุของญี่ปุ่นในลัง เพื่อความแน่ใจ ภัทรดนัยสั่งให้ผ่าส้มพิสูจน์ ผ่าแล้วมีแต่เนื้อส้ม กริสน์ที่ยืนดูอยู่ถึงกับเบือนหน้าหนีอย่างทนดูไม่ได้

อธิปเยาะเย้ยว่าให้ไล่สายตำรวจออกไปเสีย ส่วนส้มพวกนี้ตนจะทำเยลลี่ผลไม้เพื่อนำมาเป็นสินค้าตัวแรกของโรงงานขนมดีมีประโยชน์ยี่ห้อ สวีทโอปอล์

“แล้วทำไมไม่นัดกันแบบ ปกติทำไมต้องทำอย่างกับนัดส่งยาบ้า” ภัทรดนัยถามเชิงต่อว่า

“อ้าว...ก็ผมชิน เคยแต่นัดส่งของแบบนี้มาสามสิบกว่าปี จะให้ผมไปนัดแบบอื่น ผมทำใจไม่ได้หรอก ผมบอกว่าผมจะล้างมือจากวงการมาเฟียแล้ว ทำไมตำรวจไม่เชื่อใจผมเลย” อธิปต่อว่าหน้าซื่อๆ ทำเอาภัทรดนัยอึ้ง

จตุพล หลานชายห่างๆของอธิปพูดอย่างจับผิดว่า ตำรวจรู้กำหนดการของเราแบบนี้ แสดงว่าต้องมีหนอนตำรวจแทรกซึมอยู่ในพวกเรา กวาดตามองทุกคน ถามเสียงเข้ม “ใคร! ใคร้!!”

ไม่ทันที่ใครจะทำอะไร ก็มีกลุ่มคนขี่มอเตอร์ไซค์ใส่เสื้อสีส้ม สีเหลือง และสีชมพู ตะบึงเข้ามาล้อมทั้งตำรวจและพวกอธิปไว้อย่างรวดเร็ว ขณะทุกคนกำลังงงนั่นเอง คนกลุ่มนั้นก็ควักปืนอูซี่ออกมายิงรัวใส่ทันที

พวกอธิปกระโดดหลบตัวใครตัวมัน ส่วนตำรวจก็พยา– ยามจะยิงตอบโต้ แต่ฝ่ายนั้นยิงรัวจนไม่มีโอกาสโงหัวขึ้นมาเลย

ooooooo

กริสน์มาหลบในที่เดียวกับภัทรดนัย ถูกด่าว่าเป็นสายสืบห่วยแตก ไม่มีหลักฐานแล้วถอดแว่นให้สัญญาณทำไม กริสน์อ้างว่าเพราะทาเคชิอยากได้แว่นอธิปเลยสั่งให้ตนถอดให้ แล้วบ่นกลับไปว่า บอกแล้วว่าไอ้สัญญาณแบบนี้มันง่ายไป อาจเกิดความผิดพลาดได้ก็ไม่เชื่อ ถามว่าแล้วพวกที่มายิงโป้งป้างนี่มันเป็นใคร

ภัทรดนัยบอกว่าไม่รู้ ไล่กริสน์ให้รีบไปเสียเดี๋ยวพวกนั้นมาเห็นเข้า สถานะของเขาจะถูกเปิดเผย กริสน์นึกได้เลยรีบวิ่งออกไป แต่พอภัทรดนัยจะวิ่งออกไปบ้างก็ถูกระดมยิงดักหน้าอย่างหนัก จนเขาโดดหลบแทบไม่ทัน สบถอย่างหัวเสีย...

“ทีเวลาไอ้กริสน์ไปพวกมึงไม่ยิง ทีกูจะไปมั่ง ยิงเป็นห่าฝนเลยนะ”

ooooooo

จตุพล ไม่พอใจที่อากู๋อธิปไว้วางใจกริสน์มากกว่าตน แช่งให้อากู๋ตายๆไปเสีย หันไปเห็นหัวหน้าการ์ดกำลังปกป้องอธิปอยู่ มองไปอีกด้านเห็นสไนเปอร์ ซุ่มอยู่ จึงสั่งเดชให้พาอากู๋ไปที่รถ ให้วิ่งฝ่าไปเลย ตนจะยิงคุ้มกันให้

เดชรับคำ หันบอกเสี่ย “เสี่ยครับ นับหนึ่งถึงสามวิ่งเลยนะครับ...โอเค...สาม!!”

“เฮ้ย...แล้ว 1 กับ 2 ล่ะ” อธิปร้องถามแต่เห็นเดชวิ่งไปแล้วก็เลยวิ่งตามไป

จตุพลยิ้มสะใจที่แผนยืมมือคนอื่นฆ่าอากู๋ของตนสำเร็จ แต่พอดีกริสน์วิ่งผ่านมาเห็นคนนอนอยู่ในท่าซุ่มยิงแบบสไนเปอร์ เป้าหมายคืออธิป กริสน์ตะโกน “ระวัง!” แล้วกระโจนไปผลักเสี่ยเอาตัวบังเสี่ยไว้ เขารับกระสุนเข้าเต็มๆ หมดสติไปทันที ภัทรดนัยจะกระโจนไปช่วยกริสน์ แต่ถูกกระดมยิงจนต้องถอยกลับมา ร่างกริสน์จึงนอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น...

ooooooo

ที่บ้านพิมมาดาที่อยู่ด้านหลังของร้านดอกไม้ “พิมโรส” มีผู้ชายนะยะเป็นลูกจ้างอยู่สองคนคือ เต๋ากับเต้ย เป็นพวกบ้าดาราทั้งคู่ วันนี้ทั้งคู่ไปรับใบไม้ประดับสำหรับจัดช่อดอกไม้เลยมาสายเล็กน้อย พิมมาดาฝากร้านให้ดูแลตนจะส่งพวกเด็กๆไปโรงเรียน

มาวิน ตำรวจหนุ่มที่เคยชอบพอกับพิมมาดา เขาไปเรียนเมืองนอกจบกลับมาก็แต่งชุดตำรวจเต็มยศมาอวดหมายจะฟื้นความสัมพันธ์ แต่เพราะเขาเกลียดเด็ก จนพวกหลานๆของพิม–มาดาพากันเกลียดเขาไปด้วย เลยถูกเด็กๆแกล้งแล้ววิ่งไปขึ้นรถพิมมาดาเองก็ไม่สนใจใยดี พอเด็กๆขึ้นรถก็ขับออกไปเลย

แม้แต่เต๋ากับเต้ยที่ชอบคนหล่อก็ยังปฏิเสธ บอกว่าถึงพวกตนจะชอบผู้ชาย แต่พวกเราก็เลือกนะยะ แม้กระทั่งเจ้าป๊อปคอร์นก็ยังเห่าไล่ ทำเอานายตำรวจหนุ่มหล่อนักเรียนนอกมึนไปเลย

ooooooo

เสี่ยอธิปซึ้งใจมากที่กริสน์เสี่ยงชีวิตเข้าปกป้องตน กริสน์เองก็ทำตัวเป็นคนมีความกตัญญูรู้คุณอย่างยิ่งที่เสี่ยรับตนไว้ทำงาน ไม่อย่างนั้นตนก็ยังคงคุมที่จอดรถร้านคาราโอเกะที่สุทธิสารอยู่ ตอนนั้นเดชไปพบตนและพามาทำงานกับเสี่ย

เสี่ยสะเทือนใจที่ประวัติของกริสน์คล้ายๆกับตน บอกว่าจะรับเขาไว้เป็นลูกบุญธรรม บอกว่ากริสน์ขาดพ่อ ตนก็มีแต่ลูกสาว ทุกอย่างลงตัวพอดี ลงตัวสุดๆ เสี่ยพร่ำพูดอย่างซึ้งใจมาก ส่วนกริสน์ฟังแล้วทั้งงงทั้งแปลกใจ

ที่แท้ภัทรดนัยเป็นคนวางแผนให้กริสน์เล่นบทนี้ กริสน์โทร.เล่าอย่างไม่สบายใจว่าแผนโหดไปหรือเปล่า ภัทรดนัยเตือนว่าอย่าใจอ่อน เรากำลังทำงานมันอาจจะใจร้ายหน่อยแต่มันก็ทำให้เสี่ยรักเขา ต่อไปเขาจะได้สืบข้อมูลได้ง่ายขึ้น

“เออ...จะให้ทำอะไรต่อไป แกว่ามาเลย” กริสน์จำนนต่อเหตุผลของเพื่อน

จตุพลนับวันไม่พอใจอธิปที่รักและไว้วางใจกริสน์มากกว่าตนมากขึ้นทุกที พาลโมโหน้อมพงษ์ที่ทำงานพลาด ด่าน้อมพงษ์ว่าถ้าวันนั้นใช้พวกสไนเปอร์ที่ดีกว่านั้นก็จัดการ

อธิปไปแล้ว คิดแล้วก็ได้แต่ฮึดฮัดอยู่คนเดียว

ooooooo

สุขสันต์เป็นนักการเมืองหนุ่มหล่อ ภาพลักษณ์เป็นสุภาพบุรุษที่อ่อนโยนรักเด็ก ทุ่มเททำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างสม่ำเสมอ เป็นที่หมายปองของสาวๆไม่น้อย

วันนี้ เขาไปโรงแรมที่เสี่ยอธิปจัดงานวันเกิดให้โอปอล์ ลูกสาวสุดที่รัก โดยมีพิมมาดาเป็นผู้รับจัดดอกไม้ตกแต่งสถานที่ สุขสันต์มาเจอพิมมาดาทำงานง่วนอยู่ก็เข้าไปตีสนิท แสดงความเป็นสุภาพบุรุษจนเธอประทับใจ

แต่หามีใครรู้ไม่ว่า เบื้องหลังของเขานั้นเลวร้ายเพียงใด แม้แต่เด็กๆที่เขาแสดงความรักอย่างมากนั้น ก็เป็นการสร้างภาพ ที่แท้เขาเป็นคนเกลียดเด็กเข้ากระดูกดำ

ฉัตรชัยลูกน้องคนสนิทเห็นเขาตีสนิทกับพิมมาดาก็เอานิตยสารที่ลงเรื่องเกี่ยวกับพิมมาดามาให้ดูบอกว่า

“ชื่อพิมมาดา นักจัดดอกไม้หน้าใหม่ของเมืองไทย นำเข้าดอกไม้เองและยังมีร้านดอกไม้ของตัวเองด้วย ที่สำคัญยังโสดครับ”

“เยี่ยม...ดูฉลาดและน่ารัก” สุขสันต์พูดอย่างพอใจมาก

ooooooo

กริสน์ที่มาดูแลการจัดงานวันเกิดโอปอล์ที่โรง- แรม เขารำคาญเด็กที่วิ่งไล่วิ่งเล่นกันอึกทึกครึกโครมถึงกับบอกภัทรดนัยว่า ขอถอนตัวจากงานนี้ ภัทรดนัยไม่ยอมเพราะได้ข่าวว่าอธิปจัดงานครั้งนี้เพื่อนัดพบลูกค้าสำคัญ ฉะนั้นเขาต้องไปสืบมาให้ได้ว่า เสี่ยติดต่อกับใคร

ขณะนั้นเอง เดชเดินมาบอกว่าเสี่ยต้องการให้เขาไปช่วยงานหน่อย กริสน์จึงรีบไปหาเสี่ย แต่ระหว่างทางเจอพวกเด็กๆวิ่งชนเลยเสียหลักเซไปชนซุ้มดอกไม้ที่พิมมาดาจัดไว้ล้มระเนระนาด

กริสน์รีบเดินไป ถูกพิมมาดาไล่ตามต่อว่าที่ทำของตนเสียหายแล้วยังไม่ยอมขอโทษอีก เขาเลยขอโทษพอเป็นพิธี เธอจะให้เขาจัดซุ้มให้เหมือนเดิมอีก ขู่ว่าถ้าไม่ทำจะฟ้องเสี่ย กริสน์พูดใส่หน้าว่า “กลัวตายล่ะ” แล้วเดินไปเลย ทิ้งให้พิมมาดายืนหัวเสียอยู่คนเดียว

ooooooo

กริสน์ไปถึงหน้าห้องสูทหรูมียามเฝ้าอยู่อย่างแน่นหนา เขามองอย่างไม่รู้จะเข้าไปหาเสี่ยได้อย่างไร พอดีมีเจ้าหน้าที่เอาช่อดอกไม้มา เขาอ้างว่าเป็นลูกของเสี่ยรับช่อดอกไม้เอาเข้าไป เขาพยายามดูว่าเสี่ยคุยกับใครอยู่ แต่ก็มองเห็นแค่มือที่ใส่แหวนเพชรเม็ดโตกับรองเท้ามันวับเท่านั้น

เกิดวุ่นวายขึ้นทันที เมื่อมีเสียงกระจกหน้าต่างแตกเพล้ง! ไฟดับทั้งห้อง! เสี่ยรีบพาแขกสำคัญออกไปทันที

กริสน์ถามบอดี้การ์ดคนหนึ่งว่า เกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่ามีคนลอบยิงท่าน ขณะกริสน์งงๆอยู่นั่นเอง มาวินก็พรวดเข้ามา

กริสน์ถามว่าเขาเป็นใคร มาวินกร่างสุดๆบอกว่าตนเป็นตำรวจแล้วหาว่ากริสน์เป็นผู้ร้ายจะจับกริสน์ไปนอนคุก กริสน์สะบัดหลุด มาวินสั่งลูกน้องให้ตามจับให้ได้

แต่พอมาวินหันมองรอบตัวอีกทีก็ถึงกับหน้าซีดเผือด เพราะตัวเองถูกสมุนของอธิปล้อมไว้หมดแล้ว

กริสน์ตามไปทันเห็นเสี่ยอธิปส่งแขกขึ้นรถพอดี อธิปซึ่งใจมากที่กริสน์เป็นห่วงตน บอกว่าไม่มีอะไรแล้ว พอดีมีโทรศัพท์เข้ามือถือ เป็นสายจากภัทรดนัย กริสน์รับสายถามอย่างหัวเสียว่า “แกส่งใครมาวะ บ้าเอ๊ย”

ภัทรดนัยบอกว่าส่งคนมาช่วยสืบ กริสน์ด่าว่าสืบบ้าอะไร บุกเข้ามาเสียขนาดนั้น แต่หมอนั่นก็ถูกลูกน้องเสี่ยอธิปจับไปแล้ว ภัทรดนัยตกใจบอกว่าต้องไปช่วยมาวินออกมาให้ได้ ขู่ว่า

“ถ้าแกไม่อยากถูกแฉว่าเป็นหนอนบ่อนไส้ก็ไปช่วยมาวินออกมา ไม่งั้นปฏิบัติการนี้พังไม่เป็นท่าแน่ เข้าใจไหม”

กริสน์จึงจำใจต้องช่วย ด้วยการบุกเข้าประชิดตัวมาวินแล้วให้มาวินทำทีว่าจับตนเป็นตัวประกัน เกิดการต่อสู้แล้วก็พากันหนีหลุดออกไปได้

เมื่อพากันมาถึงบริเวณจัดงาน มาวินกับกริสน์ถูกเด็กซุกซนเอาปืนมาจ่อทำเสียงปั้งๆ ทั้งสองตกใจ แต่ที่แท้มันเป็นแค่ปืนฉีดน้ำ มาวินด่าไอ้เด็กบ้าพอเด็กวิ่งไปเขาวิ่งตามไปเอาเรื่อง กริสน์จึงตามไปด้วย

ooooooo

วิ่งไล่ตามเด็กไปถึงหลังเวที กริสน์ลากมาวินไปที่โต๊ะแต่งตัวของเด็กๆ บอกว่าให้ไปที่ประตูลานจอดรถ มาวินแล่นแง่ว่า แล้วถ้าพวกมันมาดักข้างนอกเราก็แย่

กริสน์จำเป็นต้องใช้ไม้แข็งกับมาวิน สั่งให้เขาไปตามที่ตนบอก เมื่อมาวินไม่ยอมฟัง กริสน์จึงเผยตัวว่า

“ฉันเป็นตำรวจสายสืบ ชื่อกริสน์ ฉันปลอมตัวเข้ามาเพื่อสืบเรื่องธุรกิจมืดของเสี่ยอธิป ถ้าฉันไม่ได้รับคำสั่งให้มาช่วยแก ป่านนี้แกตายไปแล้วไอ้ขี้เต๊ะ...หยุดพูดแล้วทำตามคำสั่งฉัน!”
เสียงกริสน์ออกลำโพงไปทั่วทั้งงาน เพราะทีมงานที่มาตามเด็กให้ไปร้องเพลงเอาไมค์วางไว้แต่เด็กยังไม่ได้หยิบไป เสียงจึงออกไมค์ไปอย่างชัดเจน ทำให้เสี่ยอธิปแทบช็อกเมื่อรู้ความจริงจากปากของกริสน์เอง

จตุพลสะใจมากที่ความจริงเปิดเผยออกมา ถามอธิปว่า “อากู๋ตาสว่างแล้วสิ มันเข้ามาตีสนิทให้อากู๋ไว้ใจ เพราะมันต้องการหาหลักฐานเพื่อจับอากู๋เข้าคุก”

เมื่อความลับแตกเช่นนี้ กริสน์ตัดสินใจหนี มาวินเห็นท่าไม่ดีหนีตามไปด้วย จตุพลเข้ามาเห็นไวๆสั่งลูกน้อง

“ไปจับตัวมันมา ไป!!” จตุพลล่อใจสมุน ประกาศว่าใครจับคนร้ายได้จะให้รถคันหนึ่ง พวกสมุนต่างพากันไล่ล่ากริสน์กับมาวินเอาเป็นเอาตายหมายจะได้รถใช้สักคัน

กริสน์วิ่งไปเจอพนักงานเลิกงานและกำลังขับรถจะออกไปเขาตะโกนให้รอด้วย แต่ไม่มีใครรอ พริบตานั้นมาวินขี่มอเตอร์ไซค์มาจอด เร่งให้เขารีบหนีแต่ตัวเองกลับขี่รถหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว

แต่กริสน์ยังโชคดีที่มาเจอพิมมาดากำลังจะกลับพอดี เขากระโดดขึ้นรถของเธอบอกให้ออกรถเร็วๆ พิมมาดาไล่เขาลงจากรถ แต่ลูกน้องจตุพลวิ่งมาทัน ยิงปืนใส่รถของพิมมาดา เธอตกใจขับรถหนี พวกสมุนตามไม่ทัน จตุพลตะโกนให้ดูทะเบียนรถไว้ แต่ทะเบียนรถก็ถูกป้ายบังเสียก่อน จตุพลสบถอย่างหัวเสีย “ปัดโธ่เว้ย!!” แต่พอเขาเห็นรอย

เลือดที่พื้นก็ตาวาวแสยะยิ้มอย่างสะใจว่า ต้องมีคนถูกยิงแน่!

พิมมาดาตกกระไดพลอยโจน ต้องพากริสน์หนีการตามล่าของพวกจตุพล เธอตะบึงไปจนสลัดหลุดไปได้ เธอจอดรถข้างทางแล้วไล่กริสน์ลงจากรถ แต่พอเขาลงไปก็ทรุดหมดสติเพราะถูกยิงที่แขนเสียเลือดมาก ระหว่างนั้นเธอได้รับโทรศัพท์จากแจ๊สกับโจ๊กว่าจีจ้าอาการหืดหอบกำเริบ เธอจึงตัดสินใจพากริสน์ไปนอนที่กระบะท้ายรถแล้วรีบขับกลับไป

แต่เพราะเกิดเรื่องวุ่นๆ ทำให้เธอลืมซื้อยาให้จีจ้า จีจ้าหอบจนน็อกไป ขณะที่ทุกคนกำลังตกใจทำอะไรไม่ถูกนั่นเอง กริสน์เดินโซเซเข้ามาอุ้มจีจ้าไปขึ้นรถ ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่มองอึ้ง
แม้จะพาจีจ้าถึงมือหมอแล้ว แต่พิมมาดาก็ยังเครียดเป็นห่วงหลานจนร้องไห้ออกมา กริสน์เจ็บปวดกับบาดแผลแต่เขาก็ไม่กังวล พูดให้กำลังใจพิมมาดากลับถูกเธอโทษว่าเป็นเพราะเขาทำให้ตนเสียเวลาจนจีจ้าต้องเป็นแบบนี้

ระหว่างนั้นเธอเห็นบาดแผลเขา จึงบอกพยาบาลให้ทำแผลให้และให้แจ้งตำรวจทราบด้วย กริสน์บอกว่าไม่ต้อง แต่ถูกบุรุษพยาบาลสองคนมาล็อกตัวพาไปทำแผลจนได้

ooooooo

เมื่อรู้ว่ามีคนถูกยิง จตุพลส่งสมุนไปที่โรงพยา-บาลตามล่ากริสน์ พยาบาลทำแผลเสร็จพอดีกริสน์รู้ตัวรีบหลบเข้าหลังม่าน ถูกภัทรดนัยลากพาหลบออกไป แล้วสั่งเขาให้ขึ้นเตียง จากนั้นเอาผ้าคลุมเข็นออกไปเหมือนเข็นศพ ไปเจอสมุนของจตุพลจะเปิดผ้าดูให้ได้ ภัทรดนัยพยายามบอกว่าใบหน้าศพเละ เพราะถูกรถชนลากครูดไปตามถนน ขนาดพยาบาลเห็นยังสลบเลย

สมุนของจตุพลจะดูให้ได้ ภัทรดนัยตัดสินใจชกเปรี้ยงเดียวสลบเหมือด แล้วเข็นพากริสน์ออกไป
จตุพลกับสมุนอีกส่วนหนึ่งเห็นรถของพิมมาดาจอดอยู่ พวกมันพากันดักรอที่รถ เมื่อเธอพาหลานๆมาถึง ถูกจตุพลขู่ว่ากริสน์อยู่ไหนให้บอกมา เธอทำหน้าตายบอกว่าไม่รู้จัก สมุนมันจึงจับจีจ้าไปจั๊กจี้จะให้พูด จีจ้าบ้าจี้เอาแต่หัวเราะ พิมมาดาบอกให้มันปล่อยเด็ก เกิดโต้เถียงกันเสียงดัง

กริสน์ได้ยินเสียงจำได้ พยายามจะลุกไปช่วย ภัทรดนัยถามว่าอยากตายรึไง อย่าลืมว่าตอนนี้ตัวเองตายอยู่ บอกว่าเราต้องช่วยพวกเขาแต่ต้องมีแผน หลับตาทำท่าคิด พลันก็บอกว่าคิดออกแล้ว แต่พอลืมตาปรากฏว่ากริสน์หายไปแล้ว

กริสน์เข็นเตียงโรงพยาบาลพุ่งเข้าใส่พวกสมุนจตุพลจนพวกมันแตกกันกระเจิง แล้วพาพวกเด็กๆกับพิมมาดาขึ้นรถขับหนีไป

“ไปล่าตัวมันมาให้ได้ ไป!!” จตุพลสั่งอย่าบ้าเลือด

ooooooo

กริสน์เข็นเตียงพยาบาลที่มีพิมมาดาและเด็กๆทั้งสามไป จนเห็นว่าพวกจตุพลตามไม่เจอแล้ว เขาหยุดเข็นสั่งให้ทุกคนลงจากเตียง พิมมาดาถามว่าหยุดทำไม เดี๋ยวพวกมันก็ตามมาทันหรอก

“จะให้เข็นไปถึงไหน ลงมา!!” กริสน์เสียงเข้มแล้วบ่นอุบอิบ “บอกให้ขึ้นรถ ดันโดดขึ้นเตียงใช้อะไรคิดดดด??”

พิมมาดาบอกว่าตนตกใจเสียงตะคอกของเขาเลยทำอะไรผิดๆถูกๆไปหมด บ่นว่าพวกนั้นต้องการล่าเขาคนเดียว พวกตนเลยพลอยโดนไปด้วย ไล่จะไปไหนก็ไปให้พ้น กริสน์ ยืนกรานว่าต่อเมื่อพวกเธอปลอดภัยเขาจึงจะไป

ทันใดนั้น มีเสียงปืนดังขึ้น กริสน์หลบได้เฉียดฉิว ร้องบอกทุกคนให้รีบขึ้นรถพยาบาล พวกเด็กๆโดดแผล็วขึ้นในพริบตาพิมมาดายังยืนอยู่ กริสน์เห็นสมุนของจตุพลกำลังเล็งปืนมาเขาร้องบอกพิมมาดาให้ระวังพร้อมกับกระโดดเอาตัวบังเธอไว้ ปรากฏว่าเขาถูกยิงเข้าที่แขนซ้ำรอยเดิม เขากัดฟันเร่งให้รีบหนีกัน

ขณะที่มันจะยิงซ้ำนั่นเอง พวกเด็กๆพากันโห่ร้องขับไล่และขว้างปาอุปกรณ์การแพทย์บนรถใส่ มีเข็มฉีดยาปาเข้าปักจึ๊กที่แขนจนมันล้มสลบไปทันที พวกเด็กๆร้อง เย้ๆๆดีใจกันยกใหญ่

ทันใดนั้น เสียงไซเรนดังมา พวกจตุพลตกใจมองหน้ากันเล่ิกลั่ก หารู้ไม่ว่าภัทรดนัยแอบไปเปิดไซเรนรถพยาบาลแถวนั้นถึง 3 คันพร้อมกันแล้วรีบวิ่งหนี

จตุพลบอกสมุนว่าตำรวจมา สั่งให้เอาตัวพวกนั้นกลับไป พริบตานั้น รถกระบะของร้านดอกไม้พุ่งเข้ามาขวาง พวกจตุพลพากันหลบวูบ

ภัทรดนัยนั่นเอง เขาพุ่งรถเข้ามาร้องบอกทุกคนให้รีบขึ้นรถแล้วพาหนีไป จตุพลกลัวว่าตำรวจจะมาล้อมสั่งสมุนถอยสบถลั่น “บัดซบ!”

ระหว่างที่ภัทรดนัยขับรถไปนั้น พวกเด็กๆพากันส่งเสียงด้วยความดีใจ แต่พิมมาดากลับนั่งเครียด อึดใจเดียวก็สั่งให้หยุดรถ ภัทรดนัยตกใจหยุดกะทันหันจนทุกคนหัวทิ่มหัวตำกันหมด แล้วเธอก็ไล่ภัทรดนัยกับกริสน์ลงจากรถ

“แต่เขาช่วยเราเอาไว้นะคะ” จีจ้าไม่เห็นด้วย

พิมมาดาไม่ฟังเสียงทั้งทุบทั้งไล่ให้กริสน์ลงจากรถ จนเขาต้องรีบลง เธอไล่จะไปไหนก็ไป อย่ามายุ่งกับพวกตนอีก บอกว่าตนจะไม่แจ้งความจะไม่ให้เบาะแสอะไรกับตำรวจทั้งสิ้น ภัทรดนัยทำหน้าตายบอกกริสน์ว่า “โชคดีนะเว้ยไอ้กริสน์”

“นายก็ลงมาด้วย!!” กริสน์เสียงเขียว ภัทรดนัยเลยต้องลงไป

“น้าเขาเจ็บอยู่ ให้น้าเขาไปด้วยนะ ไม่งั้นจีจ้าไม่ยอม” จีจ้าร้องขึ้นแล้วจะเปิดประตูรถลงไป

พิมมาดาดุจีจ้าให้อยู่เฉย ดุเสียจนจีจ้าและพี่ทั้งสองหน้าจ๋อย ส่วนสองหนุ่มเมื่อลงไปแล้วก็ยืนงง

“เฮ้อ...ไล่ยังกะหมา โชคดีนะที่ฉันฉลาด ขับตรงมาซอยบ้านแกเลยเดินนิดเดียวก็ถึงแล้ว ไป”

กริสน์ถามว่าจะให้เดินเลือดโชกไปอย่างนี้หรือ ภัทรดนัยเลยถอดเสื้อกาวน์ให้คลุมไว้

ไล่สองหนุ่มลงจากรถแล้ว พิมมาดาขับรถตรงไป เจอเขาปิดซ่อมถนนเลยต้องเลี้ยวไปอีกทางอย่างหัวเสีย

ooooooo

สองหนุ่มเดินจนเกือบถึงบ้านแล้ว ภัทรดนัยให้เพื่อนล่วงหน้าไปก่อนตนจะไปซื้อยามาทำแผลให้ แต่พอกริสน์เดินเกือบถึงบ้านเห็นตำรวจ 10 นายมาล้อมบ้านไว้ในนั้นมีผู้พันป๋องด้วย เห็นท่าไม่ดีกริสน์หันหลังจะเดินหนี ตำรวจนายหนึ่งทำทีทักทายอย่างเป็นมิตร แต่พอเข้าใกล้ก็พุ่งเข้าจับล็อกตัวทันที

กริสน์มีชั้นเชิงเหนือกว่า สลัดหลุดออกมาได้ก็วิ่งสุดฝีเท้า ภัทรดนัยออกจากร้านยาพอดีร้องถามมาว่าจะไปไหน ตำรวจนายหนึ่งไล่ยิงกริสน์ ถูกแผลเดิมของเขาที่ต้นแขน กริสน์บ่นอย่างรับไม่ได้ว่า “โอ๊ย...มันยิงที่อื่นกันไม่เป็นแล้วรึไงวะ”

ส่วนภัทรดนัยเห็นแล้วบ่นอย่างเข้าใจว่า “เฮ้ย...มันจะซวยไปถึงไหนวะเนี่ย”

ooooooo

พวกเด็กๆถูกพิมมาดาบ่นว่า ไม่เข้าใจว่าจะสนุกกับเรื่องนี้ได้ยังไง มันอันตรายถึงชีวิตเชียวนะ จีจ้าแย้งว่ายังไม่เห็นใครตายเลย เด็กๆถูกพิมมาดาบ่นไม่หยุด พอจะเถียงก็ถูกสั่งห้าม บอกว่าตนจะไม่ยอมให้หลานๆเป็นอะไรเด็ดขาด เพราะรับปากกับพ่อแม่พวกหลานไว้ว่าจะดูแลให้ดีที่สุด ก็ต้องทำให้ได้

แจ๊สเปรยๆว่า “ฮิตเลอร์” ส่วนโจ๊กพูดลอยๆว่ามิน่าถึงโสดตลอดปีตลอดชาติ

“โจ๊ก! แจ๊ส! ไม่ใช่เพราะพวกเธอเหรอ น้าถึงเป็นแบบนี้...”

โจ๊กกับแจ๊สทิ้งตัวพิงเบาะหลับตานิ่ง ในขณะที่พิมมาดาพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแฝงไว้ด้วยความรู้สึกลึกๆของตัวเองว่า “น้าเลือกที่จะดูแลพวกเธอให้ดีที่สุด น้าถึงไม่มีเวลาให้ใครไง...”
ooooooo

มือปราบพ่อลูกอ่อน

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด