ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กระบือบาล

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สรนุชปลุกอรอนงค์กับสุบินลุกขึ้นแต่งตัวแต่เช้าเพื่อออกไปเก็บข้อมูลจากชาว บ้าน สุบินสงสัยทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้น สรนุชไม่อยากเจอหน้าใจเด็ด ขี้เกียจตอบคำถามของเขา แล้วดันสองเพื่อนซี้ออกจากบ้านพัก

“ท่าทางมีพิรุธอย่างนี้แสดงว่าเมื่อวานแกกับคุณใจเด็ดมีอะไรหรือเปล่า” สุบินหลิ่วตามองสรนุช

“มีอะไร...แกคิดว่าฉันจะมีอะไรกับนายนั่น” สรนุชทำไก๋

“อ้าว...ก็เหมือนในละครไง พระเอกนางเอกที่ไม่ชอบขี้หน้ากัน พอได้หลงป่าหรือติดเกาะเท่านั้นแหละก็รักกันตราบชั่วฟ้าดินสลาย” อรอนงค์ช่วยผสมโรง สรนุชถูกจี้ใจดำ ผลักทั้งคู่แทบจะตกบันได

“เกลียดกันจนวันตายสิไม่ว่า...เลิกเพ้อเจ้อแล้วก็ไปได้แล้ว” สรนุชตัดบท

ทั้งสามคนลงมาถึงชั้นล่างต้องตกใจที่เห็นใจเด็ด เกริกไกร และเจนจิรายืนอยู่ ใจเด็ดแปลกใจสรนุชกับพวกมาที่นี่หลายวันแล้ว ทำไมยังไม่เห็นถ่ายละครเป็นเรื่องเป็นราวสักที สรนุชกลัวใจเด็ดจับพิรุธได้ โกหกว่าวันนี้พวกเธอกำลังจะออกไปถ่ายละครกันพอดี เจนจิราชวนใจเด็ดตามไปดูสรนุชถ่ายละครด้วยกัน เกริกไกรเห็นดีด้วยเสนอให้ปิดสถานีฯหนึ่งวัน ใจเด็ดทักท้วง เกริกไกรจะไปได้อย่างไร วันนี้ต้องคัดน้ำเชื้อไม่ใช่หรือ สรนุชถึงกับหูผึ่งหันไปขยิบตากับสองเพื่อนซี้ อ้างว่าลืมบทไว้ห้อง แล้วชวนทั้งคู่ไปช่วยกันหา ใจเด็ดมองตามสงสัย...

พอเข้าห้องปิดประตู สรนุชรีบปรับแผนใหม่ทันที สั่งให้สุบินไปเอาบทที่เขียนไว้มา ส่วนอรอนงค์อยู่ที่นี่คอยสืบเรื่องการคัดน้ำเชื้อ สุบินไม่ค่อยสบายใจนัก ถ้าเกิดใจเด็ดจับได้ว่าพวกเราเป็นกองถ่ายกำมะลอ เราคงไม่รอดไปจากที่นี่แน่ๆ สรนุชนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออก

“เอางี้ดีไหม...เราบอกว่าวันนี้เราอยากถ่ายพวกบรรยากาศ พวกทุ่งนาทุ่งข้าวไปก่อน เอาไว้เราเตรียมตัวดีกว่านี้แล้วค่อยถ่ายพวกชาวบ้าน”

ooooooo

สรนุชคิดแผนการเสียดิบดี แต่ใจเด็ดกลับพาเธอกับสุบินมาที่ตลาดขวัญข้าว ซึ่งเป็นตลาดสำหรับให้ชาวบ้านเอาของที่ตัวเองผลิตได้มาแลกเปลี่ยนกันโดยไม่ ต้องใช้เงิน สุบินไม่อยากจะเชื่อว่ายังมีตลาดยุคโบราณแบบนี้ให้เห็นอยู่อีก สรนุชแขวะว่าเป็นพวกเต่าล้านปี ใจเด็ดหันขวับมองหน้า หญิงสาวตกใจที่หลุดปากไปแบบนั้น ปล่อยขาไฟที่ตัวเองแบกอยู่หล่นเสียงดังสนั่น คนทั้งตลาดเหลียวมองเป็นตาเดียวกัน

ใจเด็ดรีบเข้ามาช่วยยกขาไฟ เป็นจังหวะเดียวกับสรนุชเอื้อมมือไปคว้าเช่นกัน มือของทั้งคู่จับกันพอดี

สรนุชรีบชักมือกลับ เจนจิราเห็นเหตุการณ์โดยตลอด หงุดหงิดขึ้นมาทันที หันไปแย่งอุปกรณ์ถ่ายละครจากมือสุบิน แล้วเดินลิ่วๆหายไปในกลุ่มชาวบ้าน สุบินเป็นห่วงอุปกรณ์ราคาแพงระยับของตัวเองรีบวิ่งตาม สรนุชจะยกขาไฟขึ้นมาแบกอย่างเดิม แต่กลับเซเสียหลัก ใจเด็ดเข้ามารับไว้ได้ทัน

ทั้งสองสบตากันนิ่งงัน สรนุชใจเต้นไม่เป็นส่ำ รีบดันตัวออกจากวงแขนของเขา แล้วเดินตามสุบินเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ใจเด็ดหิ้วขาไฟตามไม่ทันสังเกตเห็นพวกชาวบ้านที่พากันจับกลุ่มเม้าท์ถึง เหตุการณ์เมื่อครู่ไปต่างๆนานา บ้างก็หาว่าทั้งคู่ต้องมีอะไรกันถึงได้กล้ากอดกันกลางตลาด

ครู่เดียว ข่าวใจเด็ดกับสรนุชก็แพร่สะพัดไปทั้งตลาด ช่อผกากำลังอยู่ในร้านเสริมสวยได้ยินยายเมี้ยนเม้าท์เรื่องนี้ ถึงกับปรี๊ดแตกลุกพรวดจากเตียงสระผมทั้งที่ยังไม่ได้ล้างแชมพู ออกจากร้านไปอย่างหัวเสีย...

ขณะที่สรนุชตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน เกริกไกรกำลังยืนเช็กความหล่ออยู่หน้ากระจกเงาภายในห้องแล็บของสถานีบำรุง พันธุ์สัตว์ ลองดึงเสื้อออกนอกกางเกง ส่องกระจกดูแล้วไม่ถูกใจ จับเสื้อยัดกลับเข้าไปอย่างเก่า แบบนี้อรอนงค์น่าจะชอบมากกว่า สรุปได้อย่างนั้น จึงวางกระบอกรีดน้ำเชื้อควายในมือไว้บนโต๊ะ ก่อนจะถอดเข็มขัดรูดซิปเพื่อยัดเสื้อใส่กางเกงให้เรียบร้อย จังหวะนั้น กระบอกรีดน้ำเชื้อค่อยๆกลิ้งจะตกจากโต๊ะ

เกริกไกรพุ่งไปรับไว้ทัน เป็นจังหวะเดียวกับอรอนงค์เปิดประตูห้องแล็บเข้ามา ถึงกับกรีดร้องด้วยความตกใจที่เห็นเกริกไกรกางเกงหลุดไปกองอยู่กับพื้น ในมือถือกระบอกรีดน้ำเชื้อ เผ่นแน่บออกไปทันที เกริกไกรรีบแต่งตัวให้เรียบร้อย แล้ววิ่งตามมาอธิบายทุกอย่างให้ฟัง อรอนงค์ไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก หมอหนุ่มนึกขึ้นได้

“เอ่อจริงสิ...แล้วคุณอรไม่ได้ไปถ่ายละครกับเขาด้วยหรือครับ”

“คือ...วันนี้รู้สึกใจคอไม่ค่อยดี ก็เลยขออยู่ที่นี่ดีกว่า” อรอนงค์ว่าแล้วทำเป็นซึม เกริกไกรอยากให้หญิงที่เขาแอบหลงรักสบายใจ ชวนไปไหว้พระด้วยกัน

ooooooo

ที่ตลาดขวัญข้าว กองละครกำมะลอเตรียมถ่ายทำฉากแรก สุบินเซตฉากนี้ให้เป็นเหตุการณ์ที่ชายคนหนึ่งจากบ้านเกิดไปเพื่อตามหารักแท้ แต่สุดท้ายกลับพบว่ารักแท้ที่ตนเองตามหาคือผู้หญิงที่รอเขาอยู่ที่บ้านเกิด นั่นเอง ลุงที่ต้องเข้าฉากจำบทพูดไม่ได้ เอาแต่ยืนตัวแข็งทื่อมองป้าที่แสดงเป็นหญิงคนรักของตัวเอง

สุบินชักเซ็ง หันไปบ่นกับสรนุช ท่าทางจะไปไม่รอด ใจเด็ดขอให้ลุงกับป้าลองเล่นอีกครั้งหนึ่ง แรกๆอาจจะยังไม่คุ้นกับการแสดงก็เลยเล่นไม่ออก สุบินเห็นท่าลุงแล้ว ไม่น่าจะไหว เจนจิราแนะให้สุบินลองเล่นให้ลุงดูเป็นตัวอย่างก่อน ถ้าแกรู้ว่าต้องเล่นอย่างไร อาจจะเล่นได้ก็ได้

“จริงด้วยครับ...เอ่อ...คุณใจเด็ดช่วยเล่นให้แกดูหน่อยได้ไหมครับ...เดี๋ยวผมให้ยัยนุชเล่นเป็นป้าให้”

สรนุชร้องเสียงหลง หันไปแยกเขี้ยวใส่สุบิน แต่เขาทำไม่รู้ไม่ชี้ เบือนหน้าไปขอร้องเจนจิราช่วยเป็นตากล้องให้เขาที แล้วสั่งให้ทุกคนเตรียมพร้อมเข้าฉาก...

ใจเด็ดกับสรนุชแสดงได้ไม่เลวทั้งๆที่เพิ่งเคยแสดงเป็นครั้งแรก สุบินเซตฉากนี้ให้มีบทเลิฟซีนที่คู่พระคู่นางจะต้องโผกอดกัน ทั้งคู่แสดงได้เนียนมากราวกับเป็นคู่รักกันจริงๆ จนคนดูชอบใจตบมือกันเกรียว เจนจิราทนดูไม่ได้ เดินหนีออกไปทันที สุบินมัวแต่ดูจอมอนิเตอร์ หันมองอีกที เห็นเจนจิราหายไปแล้ว รีบวิ่งตาม สรนุชในอ้อมกอดใจเด็ดเริ่มหวั่นไหว ใจเต้นไม่เป็นส่ำพยายามสลัดความรู้สึกนั้นทิ้ง บอกให้ใจเด็ดหยุดกอดตนเองได้แล้ว

“ได้ยังไง...ก็เขาบอกว่าให้เล่นจนกว่าจะได้ยินเสียงคัตนี่” ใจเด็ดยังกอดสรนุชไว้แนบอก

ทันใดนั้น เสียงร้องกรี๊ดๆของช่อผกาดังขึ้น ก่อนเจ้าของเสียงจะเดินแหวกฝูงชนเข้ามาหน้าตาเอาเรื่องใจเด็ดพยายามอธิบาย ว่าเป็นแค่การแสดง แต่ช่อผกาหึงหน้ามืดไม่ฟังอะไรทั้งนั้นเงื้อมือเข้าหา สรนุชระวังตัวอยู่แล้วเบี่ยงตัวหลบ ช่อผกาเสียหลักชนกับกลุ่มไทยมุง พวกนั้นผลักเธอเข้าหาสรนุชพร้อมกับส่งเสียงเชียร์ลั่น สองสาวตบตีกันไม่ยั้ง ช่อผกาถูกตบเซถลาไปที่แผงขายไข่ คว้าไข่ปาใส่สรนุช  ใจเด็ดสั่งให้ช่อผกาหยุดอาละวาด

“ไม่...นังนี่มันแย่งพี่ใจเด็ด ผกาจะสั่งสอนให้มันรู้ว่าอย่ามายุ่งกับของของผกา”

สรนุชไม่ยอมแพ้ พุ่งไปที่แผงขายขนมเค้ก คว้า ขนมเค้กขว้างใส่ช่อผกาคืนบ้าง ช่อผการะดมขว้างไข่ใส่สรนุชโดนเต็มหน้าจนมองไม่เห็น แล้วตามเข้าไปจะซ้ำ แต่ดันเหยียบไข่ที่พื้นลื่น พุ่งเข้าหาร้านขายขนมปลากริมไข่เต่า หัวจุ่มลงไปในหม้อขนมดึงไม่ออก ไทยมุงพากันหัวเราะชอบใจ ใจเด็ดสบช่องจะพาสรนุชหนี เธอสะบัดมือเขาออกแล้ว จ้ำพรวดๆออกไป ใจเด็ดรีบวิ่งตามตามคว้ามือไว้ถามว่าจะไปไหน

“ไปไหนก็ได้ให้ห่างจากแฟนโรคจิตของนาย”

“ผมขอโทษที่ดูแลคุณไม่ได้”

น้ำเสียงอบอุ่นของใจเด็ดทำให้สรนุชใจหวิวๆ จังหวะนั้น เสียงช่อผกาเรียกหาใจเด็ดดังขึ้น ชายหนุ่มรีบดึงสรนุชหลบเข้าไปในซอกแคบๆแถวนั้น ทั้งคู่ยืนใกล้กันมากแทบจะได้ยินเสียงเต้นของหัวใจของอีกฝ่ายหนึ่ง พอเห็นช่อผกาเดินผ่านไปแล้ว ทั้งคู่จึงออกจากที่ซ่อน สรนุชโวยใส่ทันที เธอไม่ต้องการให้ใจเด็ดมาดูแล เขาควรจะไปดูแลแฟนของเขาจะดีกว่า ใจเด็ดมองตามสรนุชที่เดินจากไปอย่างเหนื่อยใจ...

อีกมุมหนึ่งของตลาดขวัญข้าว สุบินวิ่งตามหาเจนจิราจนเจอ ถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เจนจิราไม่ได้เป็นอะไร แค่เห็นคนเยอะๆแล้วอึดอัด สุบินพอจะมองออกว่าเธอมีใจให้ใจเด็ด แกล้งพูดดักคอ
“แน่ใจนะว่าเห็นคนเยอะ ผมนึกว่าคุณเห็นแค่คุณใจเด็ดกับยัยนุชเท่านั้น”

เจนจิราไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย เดินเลี่ยงออกไป

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน สมคิดนวดกดเส้นผู้พันชาญ-ณรงค์แรงไปหน่อยเส้นเอ็นเลยยึด คอเอียงไปข้างหนึ่ง เขาจึงพาเจ้านายไปให้มหาเหม็นรักษา มหาเหม็นกดจุดที่ฝ่าเท้าให้จนเส้นเอ็นคลายตัว คอกลับมาเหมือนเดิม จากนั้นเขายังดูเส้นลายเท้าให้เป็นของแถม ทำนายว่าตอนนี้ผู้พันดวงไม่ค่อยดี จะมีปัญหากับศัตรูทั้งในที่ลับและที่แจ้ง สมคิดสรุปได้ทันที ศัตรูคนนั้นคือใจเด็ด ผู้พันชาญณรงค์เห็นด้วยกับสมคิด แล้วหันไปทางมหาเหม็น

“มหาพอจะมีวิธีทำให้มันไม่ต้องมายุ่งกับฉันได้ไหม”

มหาเหม็นแนะให้ผู้พันหาเมียใหม่ ดูจากเส้นลายเท้าแล้ว เห็นว่าผู้หญิงคนนั้นงามมากราวกับนางฟ้า ผู้พันต้องหาผู้หญิงคนนั้นให้เจอถ้าอยากให้หมดเรื่องทุกข์ใจ ผู้พันชาญณรงค์สีหน้าครุ่นคิดคล้อยตาม...

ระหว่างที่ผู้พันชาญณรงค์ยังคิดไม่ตกว่าจะไปตามหาผู้หญิงที่มหาเหม็นพูดถึงได้ที่ไหน เกริกไกรชักชวนให้อรอนงค์ลองเสี่ยงเซียมซี หลังจากไหว้พระเสร็จ พออรอนงค์ได้ใบเซียมซีมา เกริกไกรกลับตีความหมายในใบเซียมซีเป็นทำนองว่าเขาคือเนื้อคู่ของเธอ อรอนงค์ได้แต่ทำหน้าเซ็ง...

สรนุชกับใจเด็ดกำลังยืนรอสุบินและเจนจิราอยู่ที่รถ ตอนที่โชคชัยกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาหา เขาเพิ่งได้ข่าวจากชาวบ้านว่าสรนุชมีเรื่องกับช่อผกา เป็นห่วงเลยแวะมาดู แล้วหันไปถามใจเด็ดว่าต้องทำอะไรอีกหรือเปล่า

“ก็รอเจนกับคุณสุบิน...ไม่รู้ว่าสองคนนั่นไปไหนกัน”

“ถ้าอย่างนั้นฉันอยากพาคุณนุชกลับสถานีฯก่อน ฉันกลัวว่าถ้าช่อผกาอยู่แถวนี้ เดี๋ยวจะเป็นเรื่องอีก”

สรนุชไม่อยากรบกวน แต่โชคชัยยืนยันจะพาเธอกลับที่พักให้ได้ เพื่อความปลอดภัยของเธอเอง สรนุชเห็นใจเด็ดยืนนิ่งไม่แสดงความรู้สึกอะไร ตัดสินใจไปกับโชคชัย แต่พอเธอคล้อยหลัง เขากลับมองตามด้วยความรู้สึก ซึ่งเขาเองก็บอกไม่ถูก...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ลานกว้างข้างโบสถ์ เกริกไกรอดแขวะไม่ได้เมื่อเห็นผู้พันชาญณรงค์กับลูกน้องเข้ามาในวัด ผู้พันตัวแสบไม่พอใจที่เกริกไกรพูดจาไม่เข้าหู สั่งให้สมคิดจัดการสั่งสอน สมคิดปราดเข้าไปแทรกระหว่างหมอรักษาควายกับอรอนงค์ ชนหญิงสาวเซเกือบล้ม เกริกไกรปรี่เข้าไปช่วยประคองไว้ทัน

“คุณอรไม่เป็นไรน่ะครับ”

สมคิดได้ยินเข้าถึงกับชะงัก ผู้พันชาญณรงค์คิดว่าเขาไม่ทำตามคำสั่งโวยวายใส่ อรอนงค์กับเกริกไกรอาศัยจังหวะที่เจ้านายกับลูกน้องทะเลาะกัน รีบชิ่งหนี สมคิดขอให้เจ้านายฟังเขาก่อน เขาคิดว่าผู้หญิงที่มากับเกริกไกรคือ นางฟ้าที่มหาเหม็นพูดถึง เขาจำได้ว่าผู้หญิงคนนั้นชื่ออรอนงค์ ผู้พันชาญณรงค์ไม่เข้าใจ แล้วเกี่ยวกับนางฟ้าที่มหาเหม็นพูดถึงตรงไหน

สมคิดอธิบายให้ฟังว่า คำว่า “on” แปลว่าบน ส่วน “อนงค์” แปลว่าผู้หญิง เพราะฉะนั้นอรอนงค์ก็แปลว่า ผู้หญิงข้างบน ก็คือนางฟ้านั่นเอง สมคิดสรุปได้มั่วมาก แต่ผู้พันชาญณรงค์กลับเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง...

ด้านสรนุชบ่นไม่หยุดตั้งแต่ออกจากตลาดขวัญ-ข้าวยันถึงเรือนรับรอง ไม่เข้าใจทำไมคนอย่างใจเด็ดถึงมีผู้หญิงมาหลงรักหัวปักหัวปําขนาดนั้น ถ้าเป็นโชคชัยก็ว่าไปอย่าง ทั้งใจดีทั้งเป็นสุภาพบุรุษ ผู้หญิงน่าจะมารุมรักเขามากกว่าใจเด็ด โชคชัยถูกชมซึ่งๆหน้า เป็นปลื้มตัวแทบลอย สรนุชรู้สึกตัวว่าพูดมากไป รีบขอโทษ

“ไม่เป็นไรครับ ถึงคุณนุชจะบ่นถึงพรุ่งนี้ ผมก็อยู่ฟังได้”

“คุณโชคชัยนี่น่ารักจริงๆเลย ขอบคุณนะคะที่มาส่ง ฉันไปก่อนนะคะ” สรนุชโบกมือให้ นายก อบต.หนุ่ม แล้ววิ่งขึ้นเรือนรับรอง โชคชัยมองตาม รู้สึกหวั่นไหวบอกไม่ถูกทุกครั้งที่อยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้

ooooooo

ขณะเดียวกัน ที่คอนโดฯที่พักของณวัตในกรุงเทพฯ ณวัตพาเชอรี่กิ๊กใหม่ของเขามาที่ห้องพัก หวังจะสนุกกับเธอให้หนำใจ จึงเอายาปลุกเซ็กซ์ให้กินหนึ่งเม็ด หญิงสาวกินอย่างว่าง่าย ณวัตเห็นสวรรค์รำไร แต่กลับไม่ได้ขึ้นเพราะอยู่ๆเชอรี่ก็น้ำลายฟูมปาก ชายหนุ่มตกใจ คว้ามือถือขึ้นมาโทร.หาจิม

“เฮ้ย...ไอ้จิม ยาอะไรของแกวะ ไหนบอกว่าไม่มีอันตรายไง...ก็เม็ดนึงไง...อะไรนะ ให้กินแค่หนึ่งส่วนสี่พอบ้าเอ๊ย...แล้วทำไมเพิ่งมาบอกวะ...ทำไงดีวะตู”

ณวัตรีบโทร.ขอความช่วยเหลือจากพ่อ สมพลด่าลูกชายตัวแสบเป็นชุด ณวัตขอร้องพ่ออย่าเพิ่งด่าตอนนี้ได้ไหม คนกำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน สมพลสั่งให้ณวัตทำตามที่เขาบอกอย่างเคร่งครัด และห้ามใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาด โดยเฉพาะนักข่าว ณวัตรับคำ ฟังแผนการของพ่ออย่างตั้งใจ...

ครู่ต่อมา บุรุษพยาบาลเข็นรถพาร่างไร้สติของเชอรี่ออกจากห้องพักของณวัต ผู้พักอาศัยชั้นเดียวกันต่างออกมาดูด้วยความสนใจ ณวัตเดินตามออกมาหน้าห้อง โดยไม่รู้ตัวว่าทำมือถือตก คุณป้าเพื่อนบ้านจอมจุ้นจ้านเห็นเข้าอ้าปากจะบอก แต่ถูกณวัตไล่เพราะคิดว่าจะมาซักไซ้เรื่องเชอรี่ คุณป้ามองตามณวัตจนลับสายตา แล้วเก็บมือถือเครื่องนั้นขึ้นมา ทันใดนั้น สรนุชโทร.เข้ามาพอดี คุณป้ากดรับสาย สรนุชงงเมื่อได้ยินเสียงผู้หญิง

“เอ่อ...นั่นใช่เบอร์ณวัตหรือเปล่าคะ”

“ใช่ค่ะ...แต่พอดีเขาทำมือถือตกไว้”

จังหวะนั้น คุณยายข้างห้องท่าทางจุ้นไม่แพ้กัน เดินเข้ามาถามคุณป้าจุ้นจ้านว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น รถพยาบาลมาทำไม คุณป้าจุ้นจ้านเล่าเป็นฉากๆว่า ผู้หญิงในห้องณวัตเกิดช็อกขึ้นมา แต่ไม่ใช่ผู้หญิงคนที่เป็นลูกสาวนายทหาร สงสัยจะเป็นคู่ซ้อม คงต้องเล่นท่าพิสดารแน่ๆถึงได้นอนนํ้าลายฟูมปากจนต้องหามส่งหมอ คุณป้าจุ้นจ้านเม้าท์สนุกปากโดยลืมไปว่ากำลัง

ติดสายอยู่ สรนุชได้ยินทุกคำพูด หน้าเครียดขึ้นมาทันที...

คํ่าวันเดียวกัน ขณะที่เกริกไกรกับใจเด็ดกำลังเล่าถึงเหตุการณ์ที่ตัวเองไปเจอะเจอในวันนี้ให้กันและกันฟังอยู่หน้าระเบียงบ้านพัก โชคชัยเดินเข้ามาหาพร้อมกับห่อยาสมุนไพรในมือ วานใจเด็ดช่วยเอายาห่อนี้ไปให้สรนุชด้วย เป็นยาช่วยลดอาการบวม ใจเด็ดแนะให้โชคชัยเอาไปให้สรนุชเองจะดีกว่า

“มันดึกแล้ว ฉันว่ามันน่าเกลียดไปหน่อย...ฉันฝากหน่อยแล้วกัน” โชคชัยพูดจบ ยัดห่อยาใส่มือใจเด็ดแล้วรีบกลับไป ใจเด็ดมองตามด้วยความสงสัย ส่วนเกริกไกรไม่ใส่ใจอะไรนัก ขอตัวเข้าไปอาบนํ้า

ระหว่างนั้น เจนจิราเดินเข้ามานั่งข้างๆใจเด็ด พยายามพูดเป็นนัยๆให้เขารู้ความในใจของเธอ ใจเด็ดไม่ได้คิดอะไรด้วยจึงไม่เข้าใจความนัยเหล่านั้น เจนจิรา กลับไปด้วยความผิดหวัง...

สรนุชร้อนใจ ทนอยู่ต่อไปไม่ไหว เก็บกระเป๋าเสื้อผ้าจะกลับกรุงเทพฯคืนนี้ จะไปสอบถามณวัตให้รู้เรื่องว่านอกใจเธอจริงหรือเปล่า สุบินเห็นใจและเข้าใจว่าสรนุชรู้สึกอย่างไร แต่แทนที่จะตามไปคาดคั้นณวัต เธอน่าจะถามตัวเองมากกว่าว่าถ้าณวัตนอกใจจริงๆ เธอจะทำอย่างไรต่อไป สรนุชส่ายหน้า ตอนนี้ยังคิดอะไรไม่ออก

“แต่ฉันคิดออก...ทำไมแกไม่ลองเป็นแฟนกับคุณใจเด็ดไปเลยล่ะ เท่ากับยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว นายวัตนั่นจะได้รู้ว่าการถูกนอกใจเป็นยังไง และถ้าแกทำให้คุณใจเด็ดรักแกได้ ถึงตอนนั้นถ้าแกบอกให้เขาเลิกเลี้ยงควาย เขาต้องทำเพื่อแกแน่ๆ” สุบินยิ้มยืด คิดว่าแผนการของตัวเองเจ๋ง ที่ไหนได้ สรนุชจะเตรียมกระสุนเผื่อไว้อีกหนึ่งนัด เอาไว้ยิงสุบินให้รู้แล้วรู้รอด คิดแผนบ้าๆแบบนี้ได้อย่างไร

ooooooo

ใจเด็ดแวะเอายาสมุนไพรของโชคชัยมาให้สรนุชแต่เช้า แล้วบอกว่าถ้าวันนี้เธอจะออกไปถ่ายละคร คงต้องให้เจนจิราพาไป เพราะเขาติดประชุมเรื่องงานทำขวัญควาย งานนี้ผู้นำชุมชนทุกคนต้องไปเพราะเป็นงานใหญ่ประจำตำบล สรนุชหมั่นไส้ คิดว่าใจเด็ดคุยอวดตัวเองว่าเป็นหนึ่งในผู้นำชุมชนของที่นี่

“จะไปไหนก็ไปเถอะ...พวกฉันดูแลตัวเองได้” สรนุชสะบัดหน้าจะกลับขึ้นบ้านพัก แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ รีบวิ่งตามใจเด็ดจนทัน ขอไปประชุมด้วย ใจเด็ดสงสัยจะไปทำไม สรนุชอยากจะไปขอบคุณโชคชัยที่เอายามาให้ ใจเด็ดหัวเสียขึ้นมาทันทีโดยไม่รู้สาเหตุ สั่งห้ามไม่ให้เธอไปด้วย

“วันนี้เป็นการประชุมที่สำคัญ ถ้าคุณจะไปพบนายกฯแค่นั้นก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจะบอกเขาให้เอง” ใจเด็ดว่าแล้วหันหลังจะเดินต่อ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ สรนุช แอบตามใจเด็ดไปถึงรถกระบะของเขา เห็นกองฟางอยู่เต็มท้ายรถวางแผนจะแอบใต้กองฟาง จังหวะนั้น สมหญิง วิ่งเข้ามาหาใจเด็ดจากอีกด้านหนึ่ง สรนุชรีบหลบหลังต้นไม้

จากนั้น ค่อยๆยื่นหน้าออกมาดู เห็นใจเด็ดมัวแต่คุยกับสมหญิง ไม่ได้สนใจมองมาทางตน เธอค่อยๆย่องออกจากที่ซ่อนปีนขึ้นแอบใต้ฟางท้ายรถกระบะ สมหญิงหันมาเห็นพอดี อ้าปากจะบอกใจเด็ด อารามรีบร้อนใจเด็ดจึงตัดบทมีเรื่องอะไรไว้ค่อยคุยกันตอนเขากลับมา แล้วสตาร์ตรถขับออกไป...

อีกมุมหนึ่งแถวคอกควาย สุบินกับอรอนงค์หาสรนุชไม่เจอ เดินมาถาม เกริกไกร เจนจิรากับภิรมย์ที่กำลังช่วยกันต้อนลูกควายเข้าคอก สมหญิงมาทันได้ยินพอดี บอกสุบินกับอรอนงค์ว่าเห็นสรนุชปีนขึ้นท้ายกระบะไปกับหัวหน้าของเธอ ทุกคนพากันงง สรนุชขึ้นไปทำอะไรบนนั้น...

ไม่นานนัก ใจเด็ดขับรถเข้ามาจอดที่ลานจอดรถหน้าวัด สรนุชคันคะเยอไปทั้งตัวทนไม่ไหวลุกพรวดขึ้นจากกองฟาง ใจเด็ดเห็นสรนุชแอบติดรถมาด้วย ไม่พอใจลากเธอลงจากกระบะท้ายจะพากลับสถานี สรนุชยื้อสุดฤทธิ์ไม่ยอมไป โชคชัยผ่านมาพอดี ส่งเสียงเรียกสรนุชด้วยความดีใจ สรนุชสบช่องกระทืบเท้าใจเด็ดเต็มๆ จนเขาต้องปล่อยมือ แล้ววิ่งไปหาโชคชัย นายก อบต.เห็นสีหน้าเธอไม่สู้ดี ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คือฉันแค่อยากจะมาขอบคุณคุณโชคชัยเรื่องยาน่ะค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ” โชคชัยว่าแล้ว ก้มมองสรนุชสีหน้าแปลกๆ หญิงสาวเอะใจมองตามสายตาของเขา ตกใจเมื่อเห็นตัวเองอยู่ในชุดนอน โชคชัยรีบถอดเสื้อนอกของตัวเองคลุมให้สรนุช ใจเด็ดรีบเข้ามาขัดจังหวะ

“ขอบคุณกันเสร็จแล้วใช่มั้ย...จะได้กลับสถานี”

สรนุชไม่กลับ ออดอ้อนโชคชัยขอเข้าฟังการประชุมครั้งนี้ด้วย อ้างจะเก็บเป็นข้อมูลไว้ใช้เขียนบท โชคชัยไม่ขัดข้อง พาสรนุชไปยังกุฏิของหลวงพ่อ ใจเด็ดขบกรามแน่นด้วยความโกรธ รีบเดินตาม

ooooooo

ผู้นำชุมชนหนองระบือทั้งหกคนมารวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตาที่กุฏิหลวงพ่อ หลังจากถกปัญหาต่างๆเสร็จเรียบร้อย หลวงพ่อสอบถามทุกคนว่ามีใครอยากจะเสนออะไรเพิ่มเติมไหม ถ้าไม่มีจะได้ปิดประชุม สรนุชแอบกระซิบถามโชคชัยที่นั่งอยู่ข้างๆ ว่าทำไมต้องทำขวัญควายด้วย

“คนที่นี่เชื่อว่าควายเองก็เหมือนคนที่จะมีเทวดาประจำตัวมาตั้งแต่เกิด การทำขวัญควายก็เหมือนการเชิญเทวดาเหล่านั้นให้มาปกปักรักษาควาย จะได้ไม่เจ็บไม่ป่วย เลี้ยงง่ายอยู่ง่าย”

“อืม...เชื่ออะไรแปลกๆ...เอ่อ...คือ...แปลกดีค่ะ แล้วถ้าไม่ทำล่ะคะจะเป็นยังไง”

“ก็คุ้มดีคุ้มร้ายเหมือนใครบางคนไง” ใจเด็ดว่ากระทบสรนุช อยู่ๆผู้พันชาญณรงค์เกิดขวางโลกขึ้นมา เสนอให้เปลี่ยนจากงานทำขวัญควายมาเป็นงานทำขวัญรถไถนาแทน ครูสีดาร้องเอะอะ จะบ้ากันใหญ่แล้ว

“บ้าอะไร ขนาดรถใหม่ยังต้องให้หลวงพ่อเจิม แล้วทำไมรถไถใหม่จะทำขวัญให้มันไม่ได้”

ทุกคนถึงกับอึ้งกับคำอ้างของผู้พันชาญณรงค์ ใจเด็ดค้านหัวชนฝาไม่ยอมเด็ดขาด ผู้พันชาญณรงค์ดื้อดึง จะให้จัดงานทำขวัญรถไถให้ได้เช่นกัน ในเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอ่อนข้อให้กัน ผู้พันชาญณรงค์เสนอให้ลงคะแนนเสียง ใครเห็นด้วยที่จะทำขวัญให้รถไถมายืนข้างหลังเขา แต่ถ้าไม่เห็นด้วยให้ไปยืนหลังใจเด็ด

ปรากฏว่าทั้งสองฝ่ายมีคะแนนเท่ากัน ผู้พันชาญ–ณรงค์มีมหาเหม็นกับโชคชัยเป็นพวก ส่วนใจเด็ดมีหลวงพ่อและครูสีดาเป็นพวก เมื่อเป็นเช่นนี้ หลวงพ่อเสนอให้กลับไปจัดงานทำขวัญควายอย่างที่เคยทำมาทุกปี

“เดี๋ยวก่อนสิหลวงพ่อ ใครว่าเท่ากัน...ยังมีอีกคนหนึ่งที่ยังไม่ได้เลือก” ผู้พันชาญณรงค์ทักท้วง

ทุกคนหันมองสรนุชที่ยืนอยู่กลางวงเป็นตาเดียวกัน สรนุชถึงกับอึ้ง ไม่รู้จะเลือกข้างไหนดี จะเลือกควายก็เหมือนทรยศอาชีพตัวเอง ถ้าจะให้เลือกรถไถเดี๋ยวจะทำให้ใจเด็ดสงสัย สรนุชอยากจะร้องไห้ แต่แล้วเหมือนสวรรค์โปรด เมื่อมีเสียงชิดชัย ผจก.สยามบาคาตี้ สาขาย่อย จ.สุรินทร์มายืนส่งเสียงเรียกหลวงพ่ออยู่หน้ากุฏิ

หลวงพ่อเดินนำทุกคนลงมาพบชิดชัย ยกเว้นสรนุชที่กลัวชิดชัยจำได้ พอรู้ว่าพวกขายรถไถจะขอมีเอี่ยวในงานทำขวัญควายด้วย ใจเด็ดคอยกันท่าตลอด ผู้พันชาญณรงค์กลับพยายามเปิดช่องให้ชิดชัยเข้าร่วมงาน

“พวกเรากำลังคุยกันว่าปีนี้เราจะจัดให้มีการทำขวัญให้รถไถ ถ้ายังไงผมว่าเราขอให้บาคาตี้เป็นสปอนเซอร์เอารถไถมาเข้าพิธีก็ได้นะครับ...หรือทุกคนว่าไง”

“ฉันไม่เห็นด้วยค่ะ...ที่เราจะทำขวัญให้รถไถในวันนั้นด้วย” สรนุชโพล่งขึ้นทันที แล้วเดินลงจากกุฏิ

ชิดชัยจ้องหน้าสรนุชเขม็งรู้สึกคุ้นๆหน้า สรนุชเห็นอย่างนั้นก้มหน้างุดๆ รีบหาที่ยืนให้พ้นสายตาเขา ผู้พันชาญณรงค์โวยวายว่าสรนุชทำอย่างนี้ไม่ได้ ครูสีดาเถียงเสียงเข้มทำไมจะทำไม่ได้ เมื่อครู่นี้ผู้พันให้สิทธิ

สรนุชเป็นคนตัดสินไม่ใช่หรือ ชิดชัยยิ่งมองสรนุชยิ่งคุ้นหน้าจึงขยับดูใกล้ๆ ใจเด็ดไม่พอใจกระชากเขาออกห่าง ก่อนจะเอาตัวบังสรนุชไว้ แล้วไล่เขากลับไป ชิดชัยหันไปขอความช่วยเหลือจากผู้พันชาญณรงค์ แต่ใจเด็ดรีบพูดขึ้นก่อน

“ผู้พันเองก็เหมือนกัน...ตอนนี้คุณนุชเลือกแล้ว หวังว่าผู้พันคงไม่กลืนน้ำลายตัวเองให้เสียเกียรติทหารที่ผู้พันภาคภูมิใจหรอกนะครับ”

ผู้พันชาญณรงค์เจ็บใจมาก ชี้หน้าใจเด็ดอย่างอาฆาตแค้น ก่อนจะผลุนผลันออกไป ชิดชัยเห็นท่าไม่ดีรีบเดินตามผู้พันชาญณรงค์ การประชุมเป็นอันยุติไปโดยปริยาย...

ระหว่างเดินมาที่รถ ใจเด็ดขอบคุณสรนุชมากที่เลือกควายแทนที่จะเลือกรถไถ สรนุชยินดีช่วย เรื่องจิ๊บๆแค่นี้ ใจเด็ดจะไปส่งเธอที่สถานีฯก่อน แล้วจะเลยไปบอกชาวบ้านที่เลี้ยงควายให้เอาควายมาทำพิธี สรนุชเห็นเป็นโอกาสดีที่จะได้รู้ว่าชาวบ้านที่นี่เลี้ยงควายกันมากน้อยแค่ไหน จึงขอตามไปด้วย ใจเด็ดยังไม่ทันจะว่าอะไร โชคชัยเข้ามาขัดจังหวะ ขอเคลียร์กับใจเด็ดเรื่องที่เขาเลือกข้างรถไถเสียก่อน ใจเด็ดรีบตัดบท

“ไม่ต้องหรอกครับ ผมเข้าใจ”

บรรยากาศชักตึงเครียด โชคชัยเลยเปลี่ยนเรื่องพูด ถามสรนุชว่าจะไปไหนกันต่อ พอรู้ว่าใจเด็ดจะไปบอกชาวบ้านเรื่องงานทำขวัญควาย โชคชัยขอจัดการเรื่องนี้เอง ใจเด็ดไม่อยากขัด หันไปบอกสรนุชให้ไปกับโชคชัยแล้วขึ้นรถขับออกไป สรนุชงง ทำไมใจเด็ดมาทิ้งกันหน้าตาเฉยแบบนี้...

ระหว่างนั่งมาในรถ สรนุชนึกขึ้นได้ว่าถ้าใจเด็ดไม่ไปด้วย เธอก็ไม่มีวันรู้ว่าชาวบ้านนับถือเขาแค่ไหน เลยเปลี่ยนใจ ขอร้องให้โชคชัยแวะส่งเธอก่อน อ้างว่าไม่อยากให้ชาวบ้านเห็นเธอในสภาพชุดนอน โชคชัยไม่ขัดข้อง เพียงแต่เสียดายที่หมดโอกาสจะได้อยู่กับเธอสองต่อสอง

ooooooo

หลังจากเฝ้าดูเจนจิราตลอดหลายวันที่ผ่านมา สุบินมั่นใจว่าเธอต้องแอบรักใจเด็ดแม้เธอจะปฏิเสธทุกครั้งที่เขาถาม สุบินอยากจับให้มั่นคั้นให้ตาย จึงไปสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเจนจิราและใจเด็ดจากภิรมย์กับสมหญิง ได้ความว่าทั้งคู่เคยเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมสถาบันกัน สมหญิงชักสงสัย สุบินอยากรู้เรื่องของทั้งคู่ไปทำไม

“เธอสองคนว่าคุณเจนกับคุณใจเด็ดจะชอบกันมั้ย”

ภิรมย์หัวเราะร่วน ยืนยัน นั่งยัน ไม่มีทางเป็นไปได้ที่สองคนนั่นจะชอบกัน สุบินรู้สึกเสียหน้าและอยากเอาชนะ ท้าพนันกับภิรมย์ ถ้าเขาพิสูจน์ได้ว่าเจนจิราแอบชอบใจเด็ด ภิรมย์จะให้อะไรเขา...

ขณะที่สุบินกำลังวางแผนให้เจนจิราเปิดเผยความในใจที่มีต่อใจเด็ด ผู้พันชาญณรงค์โกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่วันนี้ต้องเสียท่าให้ใจเด็ดอีกครั้ง จึงมุ่งมั่นจะเอาชนะพวก กระบือบาลด้วยการส่งช่อผกาเข้าประกวดเทพีควายและสั่งให้เธอเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับงานนี้ ต้องคว้าตำแหน่งเทพีควายมาให้ได้ ห้ามพลาดเด็ดขาด

“ก็ได้ค่ะ ผกาจะคว้าตำแหน่งนี้อีกปี แต่ที่ผกาทำไม่ใช่เพราะพ่อนะคะ ผกาจะคว้าตำแหน่งนี้เพื่อพี่ใจเด็ด”

ผู้พันชาญณรงค์ยิ่งฟังยิ่งแค้นใจ ตะโกนด่าไล่หลังช่อผกาว่าลูกทรพี ตกลงเขาจะไม่ชนะใจเด็ดบ้างเลยหรือ สมคิดมีวิธีจะชนะใจเด็ด โดยใช้อรอนงค์เป็นเครื่องมือ ผู้พันชาญณรงค์ยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที...

เกริกไกรพาอรอนงค์ไปเป็นลูกมือช่วยเขาตระเวนฉีดวัคซีนให้ควายทุกตัวที่ชาวบ้านจะนำมาเข้าพิธีทำขวัญ ระหว่างที่ทั้งสองคนเดินผ่านตลาดเพื่อจะไปบ้านตาชุก สมคิดขับรถพาผู้พันชาญณรงค์ผ่านมาเห็นพอดี ผู้พันตัวแสบแปลกใจ ทำไมเจออรอนงค์ต้องเจอเกริกไกรด้วยทุกครั้ง หรือว่าหมอนั่นจะจีบอรอนงค์แข่งกับเขา คิดได้อย่างนั้น สั่งสมคิดขับรถตาม จนกระทั่งเห็นทั้งคู่เข้าไปในบ้านตาชุก

ผู้พันชาญณรงค์รอจังหวะที่เกริกไกรทิ้งอรอนงค์ไว้หน้าบ้านตาชุกเพียงลำพัง หลอกล่อเธอออกจากที่นั่น อ้างมีธุระจะคุยด้วย จากนั้น เขาพาเธอไปเดินชมตลาด เพื่อเป็นการรับขวัญที่เธอเดินทางมาที่บ้านหนองระบือ มอบแหวนเพชรให้หนึ่งวงเป็นของกำนัล แล้ววางแหวนลงในมือเธอ บอกว่านี่เป็นแหวนของเมียเขาที่ตายไป

อรอนงค์ตกใจ ทำแหวนหลุดมือกลิ้งตกท่อระบายนํ้า

ผู้พันชาญณรงค์ถึงกับหน้าเจื่อน หญิงสาวปรี่เข้าไปยกตะแกรงเหล็กฝาท่อจะหยิบแหวน แต่ออกแรงมากไป ตะแกรงเหล็กฟาดหน้าผู้พันตัวแสบถึงกับเซถลาล้มใส่แผงขายมีด ถูกมีดเล่มเล็กๆปักเต็มหลังร้องลั่น อรอนงค์อาศัยจังหวะชุลมุนเผ่นแน่บ เจอเกริกไกรที่ออกตามหาเธอพอดี หมอหนุ่มดีใจสุดๆที่อรอนงค์ปลอดภัย ขอร้องนํ้าเสียงจริงจัง ต่อไปอย่าไปไหนโดยไม่มีเขาอีก...

ในขณะเดียวกัน สุบินวางแผนล่อหลอกให้เจนจิราเปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อใจเด็ดสำเร็จ เจนจิรารู้สึกเสียหน้าที่หลงกลสุบิน นํ้าตาซึม สุบินเห็นนํ้าตาผู้หญิงแล้วใจเสีย อ้าปากจะขอโทษ แต่เจนจิราเดินหนีไปเสียก่อน...

ขณะล้อมวงกินมื้อเย็นด้วยกัน อรอนงค์เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับผู้พันชาญณรงค์ให้ทุกคนฟัง ทุกคนพากันหัวเราะขำกลิ้ง ยกเว้นเกริกไกรคนเดียวที่มีสีหน้าเคร่งเครียด ใจเด็ดอดกระเซ้าไม่ได้ว่าหน้าเครียดเพราะเป็นห่วงผู้พันหรือ

“สงสัยเว้ย...ทำไมพักนี้ตาผู้พันถึงได้คอยตามฉันกับคุณอรจังวะ”

สรนุชตั้งข้อสังเกตว่า ผู้พันชาญณรงค์อาจจะมาชอบอรอนงค์ก็ได้ อรอนงค์ไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้เพราะเขาแก่คราวพ่อ ใจเด็ดไม่เห็นเจนจิราอยู่แถวนั้นก็ถามหา สมหญิงไปตามแล้ว แต่เจนจิราบอกว่าไม่หิว ใจเด็ดเป็นห่วงเกรงเจนจิราจะไม่สบาย สรนุชว่าประชด ถ้าเป็นห่วงกันนักทำไมไม่ตามไปดู ทุกคนมองเธอเป็นตาเดียวกัน

“เอ่อ...ก็คุณเจนแกเป็นกำลังสำคัญของที่นี่ไง ถ้าเกิดเธอไม่สบายขึ้นมาเดี๋ยวคนที่นี่จะลำบาก” สรนุชรีบกลบเกลื่อน สมหญิงเห็นด้วย ถ้าเกิดเจนจิราไม่สบายขึ้นมาจริงๆ แล้วใครจะลงประกวดเทพีควายให้สถานีฯ

สรนุชโพล่งขึ้นทันที “พวกเราไง งานทำขวัญควายครั้งนี้ พวกเราสามคนอยากลงแข่งด้วย”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ขวัญ" พร้อมหลอน เมินดราม่า "แม่นาก" ลุคลูกครึ่ง ใน "แม่นากพระโขนง"

"ขวัญ" พร้อมหลอน เมินดราม่า "แม่นาก" ลุคลูกครึ่ง ใน "แม่นากพระโขนง"
14 มิ.ย 2564

23:55 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 04:12 น.