ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กระบือบาล

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สรนุชโชคดีวันที่เธอกับคณะมาถึงหนองระบือ เป็นวันที่วัดมีการอุปสมบทพอดี มีชาวบ้านมาร่วมงานแน่นขนัด หญิงสาวไม่รอช้าจอดรถข้างกำแพงวัด โดยมีรถตู้ขนอุปกรณ์กองถ่ายตามมาจอดใกล้ๆ ใจเด็ดกับเกริกไกร ซึ่งอยู่ในขบวนแห่นาคหันมาเห็นสรนุช อรอนงค์ และสุบินก้าวลงจากรถ เกริกไกรขยี้ตาให้แน่ใจว่าตาไม่ฝาด เมื่อมั่นใจว่าใช่นางในฝันของตัวเอง จึงวิ่งฝ่าขบวนแห่ตรงไปหา จนเกิดโกลาหลย่อยๆขึ้น

“คุณอร...คุณกลับมาหาผมแล้วหรือครับ” เกริกไกรอยากจะโดดกอดอรอนงค์ให้หายคิดถึงแต่ไม่กล้า สรนุชชะงักเมื่อเห็นใจเด็ดตามมาด้านหลังเกริกไกร ทั้งสองมองสบตากันนิ่ง...

หลังเสร็จพิธีอุปสมบท คณะของสรนุชเข้าไปกราบหลวงพ่อที่กำลังนั่งคุยอยู่กับชาวบ้านบนศาลาการเปรียญ สรนุชไม่พูดพล่าม แจ้งจุดประสงค์ในการกลับมาครั้งนี้ให้ท่านทราบว่าพวกเธอจะมาถ่ายละครกึ่ง สารคดีที่นี่ โดยจะให้ชาวบ้านร่วมแสดง จึงมากราบรบกวนหลวงพ่อช่วยบอกพวกชาวบ้านให้ด้วย

“ไม่มีปัญหาหรอกโยม...ทุกคนเขายินดีช่วยโยมกันทั้งนั้นแหละ...จริงไหมพวก เรา” หลวงพ่อหันไปถามชาวบ้านที่นั่งอยู่เต็มศาลาพวกชาวบ้านส่งเสียงเฮลั่นแทนคำ ตอบ

เนื่องจากสรนุชกลับมาเพื่อทำประโยชน์ให้กับชุมชน ใจเด็ดจึงเสนอจะให้เธอกับพวกใช้เรือนรับรองที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์เป็นที่ พำนัก สรนุช อรอนงค์ และสุบินอดแปลกใจไม่ได้กับท่าทีที่เปลี่ยนไปของใจเด็ด

จากนั้น ใจเด็ดและเกริกไกรเดินนำคณะของสรนุชมายังที่จอดรถ แต่ต้องชะงักเมื่อเจอผู้พันชาญณรงค์คู่ปรับตลอดกาลของพวกกระบือบาลขวางทาง อยู่ ผู้พันตัวแสบอยากรู้ว่าที่สรนุชกลับมาครั้งนี้จะมาถ่ายสารคดีเครื่องมือ การเกษตรของเขาใช่ไหม เกริกไกรคุยทับทันทีว่าไม่ใช่ คุณนุชกลับมาถ่ายละครที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์

“ละคร...ละครอะไร ทำไมผมไม่เห็นรู้ แล้วละครเรื่องอะไร”  ผู้พันชาญณรงค์เสียงเข้ม

“กระบือทระนง...ตอนนี้ยังขาดพระเอกอยู่ ผู้พันสนใจมั้ย เอ...แต่ถ้าผู้พันเป็นพระเอก สงสัยต้องเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็นกระบือชาญณรงค์” เกริกไกรยิ้มยั่ว ผู้พันชาญณรงค์ถึงกับปรี๊ดแตกทำท่าจะเอาเรื่อง สรนุชไม่อยากให้มีปัญหา เดี๋ยวจะเสียแผนที่วางไว้ รีบไกล่เกลี่ย

“หมอเขาพูดเล่นน่ะค่ะ คือพวกเรากลับมานี่ก็เพราะว่าพวกเราจะมาถ่ายละคร โดยให้ชาวบ้านอย่างผู้พันอย่างหลวงพ่อร่วมแสดงด้วยน่ะค่ะ”

“เหรอ...แล้วฉันจะต้องเล่นเมื่อไหร่ล่ะ” ผู้พันชาญณรงค์เก๊กหล่อขึ้นมาทันที สรนุชอึกอัก ยังไม่ทันได้วางแผนเรื่องนี้ จึงตอบส่งๆว่าพรุ่งนี้ทีมถ่ายทำของเธอจะไปหาเขาที่บ้าน ผู้พันชาญณรงค์เนื้อเต้นที่จะได้เล่นละคร แต่เก็บอาการไว้ เดินเก๊กขรึมกลับไป

ooooooo

ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ เจนจิรายิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อแอบได้ยินสมหญิงบอกกับภิรมย์ว่าตัวเธอเหมาะสม กับใจเด็ดที่สุด ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นคงไม่แกร่งพอจะอยู่ที่นี่กับเขา เจนจิราเองก็มีใจให้ใจเด็ดไม่ใช่น้อย ถึงกับฝันไปใหญ่โต จังหวะนั้น มีเสียงรถแล่นเข้ามาจอด เจนจิราชะเง้อมองสักพัก เห็นใจเด็ดกับเกริกไกรเดินนำสรนุช อรอนงค์ และสุบินเข้ามา สมหญิงกับภิรมย์ หันมาเห็น ดีใจมากวิ่งแซงหน้าเจนจิราเข้าไปทักทาย

“ดีใจขนาดนั้นเลยหรือที่ได้เจอพวกฉันอีก” สรนุชแซว

“ดีใจสิครับ ตอนแรกผมน่ะคิดว่ายังไงพวกคุณก็คงไม่กลับมาแล้ว ใครจะมาอยู่ที่อย่างนี้ได้ แต่หัวหน้าสิครับ บอกว่ายังไงพวกคุณก็ต้องกลับมา” ภิรมย์สีหน้ายิ้มแย้ม ใจเด็ดทำไก๋ จำไม่ได้ว่าพูดตอนไหน

ภิรมย์อ้าปากจะบอก แต่หัวหน้าสถานีฯหนุ่มรีบตัดบทไม่ให้เขาพูดอะไรอีก อรอนงค์รีบฝากเนื้อฝากตัวกับสมหญิง ระหว่างที่พวกเรามาถ่ายละครที่นี่ คงต้องรบกวนเธออีกครั้ง สมหญิงยินดีให้รบกวน ใจเด็ดเห็นว่าพวกสรนุชเดินทางมาเหนื่อยๆ บอกให้ไปพักผ่อนกันได้แล้ว วันพรุ่งนี้ค่อยเจอกัน...

หลังจากขนสัมภาระเข้าที่พักเรียบร้อย สุบินซักไซ้ไล่เลียงสรนุช ตกลงมีแผนการอะไรแน่ ทำไมถึงอยากเจอหลวงพ่อ ใจเด็ด และผู้พันชาญณรงค์ สรนุชจะใช้แผน “ยุทธศาสตร์ดาวเปื้อนดิน” แล้วอธิบายให้สุบินฟังว่า

“จากข้อมูลที่เรามาสำรวจคราวที่แล้ว ทำให้รู้ว่าถ้าเราจะทำให้ชาวบ้านเชื่อในสิ่งที่เราพูด เราจะต้องใช้คนที่ชาวบ้านให้ความนับถือเป็นสื่อกลาง...ผู้นำชุมชนก็เปรียบ เสมือนดาวที่ส่องแสงมายังพื้นดิน”

อรอนงค์หยิบแฟ้มรายชื่อผู้นำชุมชนของที่นี่มาให้สุบินดู ในนั้นมีประวัติของใจเด็ด หลวงพ่อ ผู้พันชาญณรงค์ ครูสีดา และมหาเหม็น สรนุชจะเริ่มแผนยุทธศาสตร์นี้ด้วยการไปเยี่ยมมหาเหม็นเป็นรายแรก...

ค่ำวันเดียวกันที่บ้านของผู้พันชาญณรงค์ ตั้งแต่รู้ว่าพรุ่งนี้จะได้เล่นละคร ผู้พันชาญณรงค์ขอให้ช่อผกาช่วยซักซ้อมบทเป็นการใหญ่ ทั้งๆที่ยังไม่รู้เลยว่าสรนุชจะให้เล่นบทอะไร ซ้อมไปซ้อมมาไม่เข้าท่าสักบท ทั้งบทพระเอกทั้งบทผู้ร้าย ในที่สุดผู้พันชาญณรงค์ตัดสินใจจะเล่นบทที่ตัวเองถนัดที่สุด นั่นคือการเป็นทหาร รีบเข้าห้องนอนตัวเองหยิบเครื่องแบบนายทหารตั้งแต่สมัยยังรับราชการมาเตรียมไว้

ooooooo

เนื่องจากมีเวลาทำงานให้สำเร็จแค่เดือนเดียว สรนุชกับพวกเตรียมออกไปทำงานตั้งแต่ไก่โห่ พอเปิดประตูบ้านพักออกมาต้องแปลกใจที่เห็นใจเด็ดยืนรออยู่ก่อนแล้ว วันนี้ใจเด็ดจะเป็นไกด์พาสรนุชกับทีมงานไปหาพวกชาวบ้านเอง สรนุชมองใจเด็ดไม่ค่อยไว้ใจ ที่เขาช่วยพวกเธอเพื่อจะเอาบุญคุณอะไรหรือเปล่า

“ฟังผมนะ ที่ผมช่วยคุณก็เพราะว่าคุณมาดีมาช่วยชาวบ้าน แล้วที่ผมช่วยคุณก็เพราะว่าอยากช่วย...ไง...ไปกันได้หรือยัง” ใจเด็ดรีบตัดบท จังหวะนั้นเจนจิราเดินผ่านมาพอดี ใจเด็ดฝากเธอดูแลที่นี่แทนเขาด้วย วันนี้เขาจะพาสรนุชกับทีมงานไปคุยกับชาวบ้าน เจนจิราไม่เห็นเกริกไกรอยู่ด้วย ก็ถามหาหมอไม่ไปด้วยหรือ

“วันนี้หมอต้องอยู่รีดน้ำเชื้อ คงไปกับผมไม่ได้หรอก”

สรนุชถึงกับหูผึ่ง รีบกระซิบบอกอรอนงค์ว่าวันนี้ไม่ต้องไป อยู่เก็บข้อมูลเรื่องน้ำเชื้อที่นี่ก็แล้วกัน เราจะได้รู้สักทีว่าน้ำเชื้อพิเศษมาจากควายตัวไหน สุบินจะขออยู่กับอรอนงค์ สรนุชไม่ยอม ถ้าสุบินไม่ไปกับเธอแล้วใครจะเป็นตากล้อง ใจเด็ดเข้ามายืนด้านหลังถามสรนุชว่ามีอะไรหรือเปล่า หญิงสาวสะดุ้งโหยง

“เอ่อ...ไม่มีอะไร พอดีอรรู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะ สงสัยจะนั่งรถนานก็เลยเหนื่อย...ใช่ไหมอร”

อรอนงค์รู้งานพยักหน้ารับคำทันที “ใช่ค่ะ...พวกคุณไปเถอะค่ะ”

ไม่นานนัก ใจเด็ดขับรถมาจอดหน้าบ้านมหาเหม็น ขณะขนอุปกรณ์ถ่ายละครลงจากท้ายรถกระบะ ใจเด็ดอดสงสัยไม่ได้ ทำไมสรนุชต้องเจาะจงมาหามหาเหม็นด้วย สุบินเห็นเพื่อนรักอึ้ง รีบตอบคำถามแทน

“ก็คนที่ขึ้นชื่อว่ามหา ก็น่าจะเป็นคนที่ชาวบ้านให้ความนับหน้าถือตาไงครับ”

“ที่จริงแล้วพวกคุณไม่ต้องให้ผมพามาก็ได้ พวกคุณเองก็รู้จักมหาเหม็นอยู่แล้ว” ใจเด็ดอมยิ้ม ขณะที่สุบิน กับสรนุชต่างมองหน้ากันงงๆ แต่พอเข้าไปในตัวบ้านของ มหาเหม็น สรนุชชักคุ้นตา ก่อนจะอุทานด้วยความตกใจ นี่เป็นบ้านของหมอผีคนนั้น ใจเด็ดหลิ่วตามองสรนุช ตอนนั้นผีเข้าไม่ใช่หรือแล้วทำไมถึงจำที่นี่ได้ สุบินรีบบอกว่าเป็นคนเล่าเหตุการณ์วันนั้นให้สรนุชฟังเอง ใจเด็ดไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก มองไปบนบ้านที่เงียบสงัดของมหาเหม็น

“เงียบอย่างนี้ สงสัยมหาเหม็นคงกำลังนั่งสมาธิอยู่”

ใจเด็ดคาดผิด มหาเหม็นไม่ได้นั่งสมาธิ แต่กำลังเล่นพนันกัดปลากัดกับพวกชาวบ้าน พอใจเด็ดเปิดประตูบ้านเข้าไป ชาวบ้านแตกฮือคิดว่าตำรวจมา มหาเหม็น หนีไม่ทัน จัดแจงหันหน้าเข้าหาโต๊ะหมู่บูชา ทำตัวสั่นเหมือนองค์ลง ใจเด็ดเห็นแล้วอดขำไม่ได้...

พอตั้งสติกันได้ ถึงได้เห็นว่าพวกใจเด็ดไม่ใช่ ตำรวจ ชาวบ้านกลับมารวมตัวกันที่โถงกลางบ้านมหาเหม็นอย่างเดิม ใจเด็ดบอกจุดประสงค์ของการมาครั้งนี้ให้มหาเหม็นรู้ว่า สรนุชกับสุบินอยากจะมาถ่ายละครที่หนองระบือ ก็เลยอยากจะพึ่งความกว้างขวางของมหา เหม็นช่วยประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านรู้เรื่องนี้

“ใช่ครับ...คือพวกเราต้องการให้ชาวบ้านทุกคนร่วมเล่นละครเรื่องนี้ แล้วพวกเราก็มาคิดว่า ใครกันน้าที่จะสามารถพูดให้ชาวบ้านยอมเล่นละครกับเราได้ แล้วคำตอบก็คือมหาครับ”

คำเยินยอของสุบินได้ผล มหาเหม็นเป็นปลื้มตัวแทบลอย รับปากจะช่วยทันที พอสุบินจัดกล้องจัดแสงเรียบร้อยก็ให้มหาเหม็นแนะนำตัวเองหน้ากล้อง อ้างจะเก็บไว้เป็นข้อมูลเพื่อคัดเลือกบทให้เหมาะกับเจ้าตัว ทำประวัติมหาเหม็นเสร็จ สุบินกับสรนุชจับพวกชาวบ้านที่มาเล่นพนันกับมหาเหม็นมาแนะนำตัวหน้ากล้อง...

ในเวลาเดียวกัน ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ เจนจิราไม่เป็นอันทำงานทำการ หงุดหงิดที่ใจเด็ดไปกับสรนุช พอสมหญิงมาเบิกเงินจะเอาไปซื้อเกลือแร่ให้ควาย เจนจิราอยากออกไปคลายเครียด จึงอาสาจะไปซื้อให้เอง ฝากสมหญิงดูแลทางนี้ด้วย แล้วหยิบกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ออกไป

“ทุกทีก็ไม่เห็นจะออกไปซื้อนี่” สมหญิงนิ่วหน้าแปลกใจ...

อีกมุมหนึ่งแถวคอกพ่อพันธุ์ เกริกไกรเห็นใจเด็ดไม่อยู่ จึงชวนอรอนงค์ที่มาเยี่ยมๆมองๆแถวนั้นไปดูการรีดนํ้าเชื้อ อรอนงค์ดีใจมาก จะได้รู้เสียทีว่าพ่อพันธุ์ตัวไหนที่ให้นํ้าเชื้อพิเศษ แต่พ่อพันธุ์ที่ชื่อเพชรฉายกลับไม่มีอารมณ์กับควายตัวเมียที่ภิรมย์ผูกล่อไว้ เกริกไกรเลยต้องขอร้องอรอนงค์ให้ช่วยทำท่าเซ็กซี่ให้เพชรฉายดูเผื่อจะเรียกอารมณ์ของมันได้ อรอนงค์โพสท่าเซ็กซี่สุดฤทธิ์โดยมีสมหญิงกับภิรมย์คอยเชียร์อยู่ใกล้ๆ

ได้ผลเกินคาด เพชรฉายเริ่มคึก อรอนงค์รีบคว้ากล้องถ่ายรูปขึ้นมาจะเก็บภาพการรีดนํ้าเชื้อ แต่กว่าจะเซตหน้ากล้องได้ เกริกไกรรีดนํ้าเชื้อจากเพชรฉาย เรียบร้อยไปแล้ว อรอนงค์ได้แต่เจ็บใจ

ooooooo

มหาเหม็นเป็นปลื้มกับสรนุชและสุบินมากถึงขนาดลงมือทำข้าวกลางวันเลี้ยง ระหว่างร่วมวงกินข้าวสรนุชชวนมหาเหม็นคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปเรื่อยเปื่อย สุดท้ายจึงวกเข้าคำถามสำคัญ เธอได้ข่าวมาว่ามหาเหม็นชอบเลี้ยงควายใช่ไหม ใจเด็ดหยุดกึก มองหน้าสรนุช ก่อนจะดึงเธอลงไปข้างล่างด้วยกัน ทั้งคู่ไม่ทันสังเกตเห็นเจนจิราจอดมอเตอร์ไซค์แอบดูอยู่หน้าบ้านมหาเหม็น สรนุชไม่พอใจ สะบัดมือใจเด็ดออก

“นี่...ฉันเจ็บนะ นายเป็นบ้าอะไรของนาย”

“คุณกำลังทำอะไร ไหนบอกว่าจะมาถ่ายละคร แล้วทำไมถึงวกเข้าเรื่องควายได้”

สรนุชหาคำแก้ตัวไม่ทัน แกล้งวีนใส่ใจเด็ด ทำไมเธอจะพูดเรื่องควายไม่ได้ หรือเขาสงวนไว้พูดคนเดียว แล้วทำกระฟัดกระเฟียดจะกลับขึ้นบ้าน ใจเด็ดคว้าข้อมือเธอไว้จะให้อยู่ฟังเขาอธิบายก่อน แต่ออกแรงมากไปสรนุชเสียหลักจะตกบันได ใจเด็ดคว้าตัวไว้ได้ทัน ร่างสรนุชอยู่ในอ้อมแขนของเขา ใบหน้าเกือบชนกัน ต่างฝ่ายต่างตกอยู่ในภวังค์ สรนุชได้สติผลักใจเด็ดออก แล้วจ้ำพรวดๆ ขึ้นบ้าน ใจเด็ดรีบตาม

เจนจิราเห็นภาพบาดตาถึงกับหน้าเครียด ขับมอเตอร์ไซค์ออกไปอย่างรวดเร็ว...

ด้านมหาเหม็นเห็นสรนุชกลับมานั่งล้อมวงกินข้าวอย่างเดิม ตอบคำถามที่เธอถามค้างเมื่อครู่ว่าใช่ เขาเลี้ยงควายไว้เยอะ เกือบหนึ่งร้อยตัว สรนุชกับสุบินถึงกับร้องเอะอะ ถ้ามีมากขนาดนั้น ทำไมเธอไม่เห็นแม้แต่ตัวเดียว มหาเหม็นเลี้ยงไว้ในห้อง แล้วพาสรนุชกับสุบินไปดู ทันทีที่ประตูห้องเปิด สรนุชกับสุบินอยากจะบีบคอมหาเหม็นให้ตายคามือนัก ควายที่มหาเหม็นพูดถึง คือควายธนูนั่นเอง...

ขณะที่สรนุชขลุกอยู่ที่บ้านมหาเหม็น ผู้พันชาญ–ณรงค์แต่งเครื่องแบบทหารเต็มยศรอกองถ่ายละครของสรนุชตั้งแต่เช้าจนบ่ายยังไม่เห็นแม้แต่เงา เครื่องแบบชุดนี้ตั้งแต่สมัยที่เขายังรับราชการจึงตึงแน่นไปทุกส่วน ผู้พันชาญณรงค์เริ่มหายใจไม่ออก ก่อนจะล้มตึง ช่อผกาที่นั่งอยู่ข้างๆตกใจ รีบเข้าไปประคองพ่อที่นอนพะงาบๆ

“ถอดเสื้อให้...พ่อที...พ่อ...หายใจ...ไม่ออก” ผู้พันชาญณรงค์ตะกุกตะกัก

“นายหายใจไม่ออก...งั้นปล่อยเป็นหน้าที่ผมครับ” สมคิดพูดจบคว้าตัวผู้พันจากช่อผกา แล้วจับเป่าปากผายปอด ผู้พันชาญณรงค์ดิ้นพราดๆไม่รู้เป็นเพราะหายใจไม่ออกหรือเหม็นน้ำลายสมคิดกันแน่

ooooooo

ทันทีที่กลับถึงเรือนรับรอง สรนุชต่อว่าอรอนงค์ไปหาข้อมูลจากไหนมาถึงได้บอกว่ามหาเหม็นมีควายเยอะ ทีหน้าทีหลังช่วยเช็กข้อมูลให้ดีเสียก่อน ควายที่มหาเหม็นมีเป็นควายธนูทั้งหมด อรอนงค์อ้างว่าข้อมูลพวกนี้เธอได้มาจากการสอบถามชาวบ้านเมื่อตอนมาที่นี่ครั้งที่แล้ว

“แต่ก็ถือว่าไม่เสียเที่ยวหรอกน่า...ยังไงการที่เราเข้าไปทำความรู้จักกับมหาเหม็นก็น่าจะช่วยเราเข้ากับชาวบ้านได้...แกเองนั่นแหละนุชที่ไม่ระวัง” สุบินพูดจบ ทิ้งตัวลงนั่งอย่างเมื่อยขบ สรนุชงง ไม่ระวังเรื่องอะไร

“เอ้า...ก็อยู่ๆไปถามเรื่องควายของมหาเหม็นซะงั้น ดีที่คุณใจเด็ดไม่ติดใจอะไร...เอ...ว่าแต่ที่เขาดึงแกออกไปคุยน่ะ...คุยอะไรกัน” สุบินหลิ่วตามองเพื่อนรัก

สรนุชนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวันแล้วใจเต้นไม่เป็นส่ำ รีบกลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร ใจเด็ดแค่จะขอเล่นบทที่ให้มหาเหม็นเล่น สุบินนิ่วหน้า อย่างใจเด็ดไม่น่าจะอยากเล่นบทแบบนี้ สรนุชไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีกขอตัวไปอาบน้ำให้หายเหนื่อยก่อน แล้วจะได้ไปกินข้าวด้วยกัน...

ระหว่างร่วมวงกินข้าวเย็นด้วยกัน อรอนงค์อดถามใจเด็ดไม่ได้ว่า จริงหรือเปล่าที่เขาอยากขอเล่นบทที่สุบินให้มหาเหม็นเล่น ใจเด็ดชะงัก ถามอรอนงค์ไปรู้มาจากไหน พอรู้ว่าสรนุชบอก ใจเด็ดรู้ทันทีว่าสรนุชคงไม่อยากพูดถึงเหตุการณ์ที่บ้านมหาเหม็น จึงรับว่าเป็นเรื่องจริง สรนุชทำไม่รู้ไม่ชี้เอื้อมมือไปตักกับข้าวบังเอิญใจตรงกับใจเด็ดช้อนของทั้งคู่เลยชนกัน สรนุชชะงัก เปลี่ยนไปตักจานอื่นเกิดใจตรงกับใจเด็ดอีก สรนุชรีบชักช้อนกลับ

“เชิญคุณนุชก่อนดีกว่า” ใจเด็ดว่าแล้วเลื่อนจานกับข้าวไปใกล้ๆ

แต่สรนุชกลับเชิดหน้าใส่ ใจเด็ดเลยตักกับข้าวใส่จานให้ เกริกไกรกระเซ้าทันที ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาเขาไม่เคยเห็นใจเด็ดตักอะไรให้ใครสักครั้ง เจนจิราแอบมองใจเด็ดกับสรนุชอยู่ตลอดถึงกับกินไม่ลงกระแทกช้อนส้อม ขอตัวลุกออกไป ใจเด็ดไม่ได้คิดอะไรกับเจนจิรา แค่เป็นห่วงในฐานะเพื่อนร่วมงาน รีบตามไปถามว่าเป็นอะไรไป พอรู้ว่าเจนจิราไม่ได้เป็นอะไรมากก็เบาใจ...

เหตุการณ์ที่โต๊ะอาหารเมื่อครู่ ทำให้สุบินคิดไปเองว่าใจเด็ดกับเจนจิราต้องมีอะไรกันมากกว่าเพื่อนร่วมงาน ไม่เช่นนั้นฝ่ายชายคงไม่ตามไปดู สรนุชสลัดความรู้สึกขุ่นเคืองเรื่องใจเด็ดทิ้งแล้วหันมาสนใจเรื่องงาน เธอวางแผนจะไปเยี่ยมครูสีดาวันพรุ่งนี้ จากข้อมูลในแฟ้มบอกว่าเป็นครูอาสาที่หลงรักหนองระบือมากถึงขนาดมาลงหลักปักฐานที่นี่ อรอนงค์กำลังจะอ้าปากบอกชื่อจริงของครูสีดา แต่สรนุชยกมือห้ามเสียก่อน

“พอเลยคุณอร...เดี๋ยวจะเหมือนเรื่องมหาเหม็นอีก พูดเรื่องไก่แต่ไปออกเรื่องไข่” สรนุชแดกดัน...

สรนุชเป็นกังวลเรื่องครูสีดาเพราะในแฟ้มข้อมูลไม่มีรูปให้ดู หน้าตาเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ คิดมากจนเก็บเรื่องนี้ไปฝันเป็นตุเป็นตะ

ooooooo

สรนุชตื่นแต่เช้ามืด ติดไฟหุงข้าวทำไข่เจียวทั้งด้านทั้งดำมายืนรอใส่บาตรหลวงพ่ออยู่หน้าสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ และถือโอกาสนี้สอบถามถึงที่อยู่ของครูสีดาไปในตัว โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าเกือบจะทำไฟไหม้โรงครัว เพราะยังดับไม้ขีดไฟไม่สนิทดันโยนลงถังขยะ โชคดีที่สมหญิง ภิรมย์และใจเด็ดมาช่วยกันดับได้ทัน

ครู่ต่อมา สรนุชเดินยิ้มร่ากลับมาถึงเรือนรับรอง อรอนงค์กับสุบินอดแปลกใจไม่ได้ที่สรนุชหายไปไหนแต่เช้า พอรู้ว่าไปทำกับข้าวใส่บาตร สุบินหน้าสลด สงสารพระที่มารับบิณฑบาต ป่านนี้ท่านฉันกับข้าวของสรนุชลงหรือเปล่าก็ไม่รู้ สรนุชโกรธเงื้อถาดในมือจะฟาด สุบินโดดหลบทัน

“ฉันไม่มีเวลามาเถียงกับแก ฉันต้องรีบไปแล้ว” สรนุชว่าพลางคว้ากระเป๋ากับกล้องถ่ายรูปขึ้นมาสะพาย

“เดี๋ยวๆๆจะไปไหนน่ะนุช” อรอนงค์คว้าข้อมือเพื่อนรักไว้ สรนุชจะไปบ้านครูสีดา เมื่อครู่สอบถามจากหลวงพ่อแล้วได้ความว่าครูสีดาอยู่ที่กระท่อมเชิงเขาไกลจากที่นี่พอสมควร แล้วขยับจะไป อรอนงค์รั้งไว้อีก

“แกจะลุยเดี่ยวเลยหรือ แล้วฉันสองคนล่ะ”

“แกสองคนก็ทำเป็นถ่ายละครอยู่ที่สถานีนี่แหละ ช่วยรั้งๆนายใจเด็ดไว้อย่าให้ตามไปเกะกะฉัน ฉันจะได้ตีสนิทกับครูสีดาได้สะดวกโยธิน” สรนุชว่าแล้วออกจากเรือนรับรอง เหลือบเห็นเกริกไกรกับเจนจิรา

มุ่งหน้ามาทางนี้ รีบหลบหลังพุ่มไม้ อรอนงค์กับสุบินช่วยกันเบนความสนใจของทั้งคู่ ทำให้สรนุชวิ่งลัดเลาะออกจากสถานีฯได้สำเร็จ จากนั้นเธอเดินไปตามถนนลูกรังที่มุ่งหน้าไปยังเชิงเขา

“เดี๋ยวมีชาวบ้านผ่านมาค่อยติดรถเขาไป คงไม่มีใครที่หนองระบือนี่ไม่รู้จักครูสีดาหรอก” สรนุชยิ้มระรื่น...

ขณะที่สรนุชเดินอย่างเริงร่าไปตามเส้นทางสู่บ้านครูสีดาโดยไม่รู้เลยว่าสุบินปากเปราะดันไปบอกใจเด็ดว่ามือมืดที่เกือบทำให้โรงครัวไหม้ทั้งหลังคือสรนุช ใจเด็ดโกรธจะขอคุยกับมือมืดให้รู้เรื่องแต่เธอไม่อยู่ สอบถามจากอรอนงค์กับสุบินก็ไม่ได้เรื่องอะไร ใจเด็ดอดแปลกใจไม่ได้ทำไมสรนุชถึงทิ้งอรอนงค์กับสุบินไว้ที่นี่

“คือว่า...วันนี้เราทั้งสองคนตั้งใจว่าจะถ่ายทำละครอยู่ภายในสถานีฯนี้น่ะค่ะ”

เกริกไกรยิ้มดีใจ ในที่สุดก็ถึงคิวเขาจะได้เป็นพระเอกเสียที ใจเด็ดสบช่อง ฝากเกริกไกรกับเจนจิราช่วยอำนวยความสะดวกให้สุบินกับอรอนงค์ด้วย ส่วนเขาจะไปตามสรนุชเอง อรอนงค์กับสุบินจะห้ามแต่ไม่ทัน...

ทางด้านสรนุช เดินจนเหนื่อยถึงได้เจอโทนขี่จักรยานสวนมา หญิงสาวขอให้ช่วยไปส่งที่บ้านครูสีดา โทนไม่ไป บ้านครูสีดาไกลมากขืนให้สรนุชซ้อนท้ายคงน่องโป่งตายก่อนจะไปถึง แล้วปั่นจักรยานจากไปโดยไม่ไยดี เหมือนโชคเข้าข้างสรนุช บังเอิญโชคชัยกำลังจะไปหาครูสีดาเช่นกันขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาพอดี จึงให้สรนุชซ้อนท้ายไปด้วย ผ่านไปพักใหญ่กว่าโชคชัยจะมาถึงบ้านครูสีดา สรนุชลงจากมอเตอร์ไซค์มองสำรวจไปรอบๆ

“ทำไมครูสีดามาอยู่ไกลผู้ไกลคนอย่างนี้คะ แถวนี้ไม่เห็นมีบ้านใครเลย นอกจากบ้านแกบ้านเดียว”

“แกอยากอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติน่ะครับ” โชคชัยว่าแล้วหันไปตะโกนเรียกครูสีดาแต่ไม่มีเสียงตอบรับ

ชายหนุ่มขอตัวเข้าไปดูครูสีดาข้างในบ้าน ส่วนสรนุชเดินชมธรรมชาติมาถึงสนามข้างบ้านครูสีดา เห็นผ้ามัดย้อมหลากสีสันตากไว้ที่ราวเต็มไปหมด ความงามของลายผ้าดึงดูดสรนุชให้เดินเข้าไปชื่นชมใกล้ๆ

ทันใดนั้น มีชายชาวต่างชาติผิวดำท่าทางต๊องๆโผล่พรวดออกมาจากผ้ามัดย้อมที่ตากไว้ สรนุชตกใจหันหลังจะวิ่งหนี ชนโชคชัยที่เดินเข้ามาพอดี ละล่ำละลักบอกเขาว่ามีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้โผล่มาจากราวตากผ้า แล้วชี้มือชี้ไม้ไปที่ฝรั่งผิวดำนายนั้น โชคชัยหัวเราะชอบใจที่สรนุชปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่ม ผู้ชายบ้าที่เธอว่าคือครูสีดานั่นเอง

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ใจเด็ดขับรถตามหาสรนุชไปถึงตลาดในหมู่บ้าน สอบถามชาวบ้านไปทั่วแต่ไม่มีใครเห็นเธอสักคน ตัดสินใจเดินกลับไปที่รถ โทนขี่จักรยานเข้ามาบอกใจเด็ดว่าเจอสรนุชที่ถนนลูกรังอีกด้านหนึ่งของหมู่บ้าน ขอร้องให้เขาพาไปบ้านครูสีดา

“หา...ไปบ้านครูสีดา” ใจเด็ดร้องเสียงหลง ไม่เข้าใจสรนุชจะไปทำไมที่นั่น...

ขณะที่ใจเด็ดยืนงงอยู่ที่ตลาด สรนุชกำลังขอโทษครูสีดา ไม่รู้มาก่อนว่าเป็นคนต่างชาติคิดว่าเป็นครูแก่ๆใจดี ครูสีดาไม่ได้โกรธจึงไม่ต้องยกโทษให้ แล้วเดินฮัมเพลงนำสรนุชกับโชคชัยไปหลังบ้าน โชคชัยเล่าประวัติครูสีดาให้สรนุชฟังว่าเป็นชาวต่างชาติที่หลงรักเมืองไทยและรักธรรมชาติมาก  เลยมาตั้งรกรากห่างไกลเมืองอยู่ที่นี่

“ครูแกเป็นอย่างนี้...เอ่อคือ...ฉันหมายถึงเป็นคนตลกน่ะค่ะ แล้วทำไมถึงได้เป็นที่นับถือของชาวบ้านได้ล่ะคะ” สรนุชกระซิบถามโชคชัย นายก อบต.ชี้ไปยังลานกว้างใต้ร่มไม้ เห็นครูสีดาเดินเข้าไปหาเด็กๆชาวบ้านนับสิบคนซึ่งกำลังจับกลุ่มทำผ้ามัดย้อมกันอย่างขมักเขม้น

“ผ้ามัดย้อมที่คุณเห็นตากอยู่ข้างนอกนั่น ครูสีดาแกเป็นคนสอนให้เด็กๆทำ เพื่อหารายได้เสริมให้กับครอบครัวของเด็กๆครับ” โชคชัยมองครูสีดาด้วยสายตาชื่นชม...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ระหว่างที่เกริกไกร ภิรมย์และสมหญิงกำลังเตรียมพร้อมเข้าฉาก ผู้พันชาญณรงค์ ช่อผกา และสมคิดมือขวาของผู้พัน

เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ผู้พันชาญณรงค์มาต่อว่าพวกกองถ่าย เมื่อวานนัดว่าจะไปถ่ายละครที่บ้านของเขาแล้วทำไมไม่ไป ปล่อยให้เขากับลูกสาวแต่งตัวรอเก้อทั้งคืน

อรอนงค์รู้ดีว่าผู้พันชาญณรงค์บ้ายอ รีบยกมือไหว้ขอโทษเขาอย่างอ่อนช้อย แล้วยกยอปอปั้นเขาเป็นการใหญ่ ผู้พันชาญณรงค์หัวเราะชอบใจลืมความโกรธแถมยกโทษเรื่องเมื่อวานให้ ช่อผกาไม่ยอมจะเอาเรื่องให้ได้

“พอเถอะผกา จะมานั่งฟื้นฝอยหาตะเข็บกันทำไมอีก ในเมื่อเรากำลังจะได้ถ่ายละครกันเดี๋ยวนี้แล้ว”

เกริกไกรทักท้วงถ้าให้ผู้พันแสดง แล้วเอาพวกตนไปไว้ไหน สุบินจะให้ทุกคนเข้ากล้องพร้อมกันหมด เล่นด้วยกันหลายๆคนสนุกดี ช่อผกาไม่เห็นใจเด็ดอยู่แถวนั้น จัดแจงตะโกนเรียกให้มาถ่ายละครด้วยกัน พอรู้ว่าเขาไม่อยู่ออกไปตามสรนุช ลูกสาวผู้พันชักสีหน้าไม่พอใจ ทำไมใจเด็ดต้องไปตามหาแม่นั่นด้วย

ooooooo

สรนุชพอใจมากที่การมาเยี่ยมครูสีดาครั้งนี้ นอกจากจะได้ตีสนิทกับเขาแล้ว ยังได้เรียนรู้การทำผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติเป็นของแถม หนำซ้ำยังได้รู้จักตัวตนที่น่าคบหาของโชคชัยซึ่งอุทิศตัวเพื่อลูกบ้านของตัวเอง ช่วยเป็นธุระจัดหาร้านรับซื้อผ้ามัดย้อมของพวกเด็กๆไปขาย สรนุชอดชื่นชมเขาไม่ได้

“คุณเป็นคนหนุ่มอนาคตไกล ตั้งใจทำงานและจริงใจกับประชาชน ฉันทำนายได้เลยว่าต่อไปคุณต้องได้เป็นใหญ่เป็นโตแน่ๆค่ะ” สิ้นเสียงสรนุช มีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง

“นึกว่าหายไปไหน ที่แท้ก็มาทำตัวเป็นแม่หมอดูอยู่ที่นี่เอง”

สรนุช โชคชัย และครูสีดาหันมองตามเสียง เห็นใจ–เด็ดยืนอยู่ สรนุชเซ็งมากไม่คิดว่าเขาจะตามมาถูก ครูสีดาดีใจ ปรี่เข้าไปโอบไหล่ใจเด็ดอย่างสนิทสนม พูดจาหยอกล้อกันราวกับเป็นเพื่อนซี้กันมานาน สรนุชเห็นแล้วหมั่นไส้จึงขอตัวกลับ หันไปชวนโชคชัยกลับด้วยกัน โชคชัยยังคุยธุระเรื่องร้านรับซื้อผ้ามัดย้อมกับครูสีดายังไม่เสร็จ ฝากใจเด็ดช่วยพาสรนุชกลับที่พักด้วย สรนุชหนีไม่ออก จำต้องกลับกับใจเด็ด...

ระหว่างทางกลับสถานี ใจเด็ดต่อว่าสรนุชยกใหญ่ที่หายตัวไปไม่บอกกล่าวกันก่อน ทำให้ทุกคนเป็นห่วง สรนุชโวยลั่น เธอไม่ใช่เด็กอมมือแล้ว เอาตัวรอดได้ไม่ต้องมาเป็นห่วง ใจเด็ดเคืองจัดจอดรถข้างทางไล่สรนุชลง ถ้าเก่งนักอย่างปากว่า ก็หาทางกลับเองก็แล้วกัน แล้วยื่นมือไปเปิดประตูรถข้างที่สรนุชนั่ง เชิญให้ลงจากรถ สรนุชไม่ยอมแพ้ คว้ากระเป๋าใส่สัมภาระ สะบัดหน้าลงจากรถ ใจเด็ดไม่ง้อ กระแทกคันเร่งบึ่งรถออกไปทันที

“ไม่ต้องกลัวแถวนี้มีรถผ่านมาให้โบกเยอะแยะไป นายกระบือบาลเอ๊ย แค่นี้ขู่ผู้หญิงอย่างสรนุชไม่ได้หรอก...เฮ้อ...อากาศสดชื่นจังเลย” สรนุชทำเป็นเก่ง ทั้งๆที่ใจจริงกลัวแทบตาย มองไปทางไหนมีแต่ป่ากับป่า...
ในขณะที่สรนุชถูกทิ้งไว้เพียงลำพังบนถนน

สายเปลี่ยว ช่อผกาเริ่มวีนแตกที่ใจเด็ดหายไปกับสรนุชนานเกินไปโดยไม่มีใครสนใจสักคนเพราะมัวแต่แย่งกันเข้าฉาก ผู้พันชาญณรงค์เห็นท่าไม่ดีขอตัวกลับก่อน แล้วสั่งสมคิดลากตัวช่อผกาไปขึ้นรถ หญิงสาวพยายามขัดขืน แต่ไม่สำเร็จ เจนจิราคิดคล้อยตามคำพูดของช่อผกา หันไปบ่นกับเกริกไกรที่ใจเด็ดหายไปนานผิดปกติ

“ไม่มีอะไรหรอกเจน ใจเด็ดมันคงเจอคุณนุชแล้วพากันไปหาข้อมูลถ่ายทำละครต่อ” เกริกไกรปลอบ...

ใจเด็ดไม่คิดจะทิ้งสรนุชให้เดินกลับที่พักเอง แค่ต้องการแกล้งให้เดินจนเหนื่อยจะได้เลิกทำฤทธิ์ทำเดช เขาจอดรถรออยู่ข้างทางห่างจากจุดที่ทิ้งสรนุชประมาณหนึ่งกิโลเมตร รออยู่พักใหญ่ สรนุชมาถึงในสภาพเหงื่อท่วม ทั้งร้อนทั้งเหนื่อย ขึ้นมานั่งที่นั่งข้างคนขับไม่ดื้อดึงอวดเก่งอีกต่อไป

ชายหนุ่มอมยิ้มก่อนจะสตาร์ตรถ เงียบ ลองสตาร์ตใหม่อีกหลายครั้งแต่ไร้ผล ลงไปเปิดฝากระโปรงรถขยับสายไฟให้เข้าที่ แล้วลองให้สรนุชสตาร์ตรถอีกครั้ง แต่ไม่ติดเหมือนเดิม ใจเด็ดปิดฝากระโปรงรถ เดินมาหยิบข้าวของใส่เป้ ชวนสรนุชเดินกลับ เขาพาเธอเดินลัดเลาะเข้าป่าซึ่งเป็นทางลาดเชิงเขาอย่างชำนาญ

สรนุชไม่คุ้นกับการเดินป่า บ่นเป็นหมีกินผึ้งไปตลอดทาง จนกระทั่งใจเด็ดพาเดินลึกเข้าไปในป่า มาถึงสะพานเชือกเตี้ยๆข้ามลำธาร สรนุชเลิกบ่นทันที ธรรมชาติบริเวณนี้สวยงามเกินบรรยาย รีบคว้ากล้องขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้ จังหวะนั้น ใจเด็ดก้าวตามขึ้นมาบน สะพาน สรนุชแอบถ่ายรูปเขาเอาไว้ พอชายหนุ่มหันมอง

เธอรีบหันกล้องไปทางอื่น ใจเด็ดอาสาจะถ่ายรูปให้ แล้วคว้ากล้องไปจากมือหญิงสาว หลังจากถ่ายรูปให้เธอแล้ว เขาเข้ามายืนใกล้ๆ ขอถ่ายรูปคู่ สรนุชอ้าปาก จะค้าน แต่ใจเด็ดชิงกดชัตเตอร์เสียก่อน...

ในขณะเดียวกัน โชคชัยขี่มอเตอร์ไซค์กลับจากบ้านครูสีดา เจอรถของใจเด็ดจอดอยู่ข้างทาง รีบแวะเข้าไปดู ประตูรถล็อกไว้เรียบร้อย แต่ไม่พบใคร ลองตะโกนเรียกใจเด็ดกับสรนุช ก็ไม่มีเสียงตอบรับ

“หรือว่ารถจะเสีย...คงโบกรถใครไปแล้วมั้ง” โชคชัยพึมพำกับตัวเอง มองดูรอบๆอีกครั้ง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น จึงขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป...

ด้านสรนุชกับใจเด็ดลงมาเล่นนํ้าในลำธารกันอย่างสนุกสนาน ก่อนจะพากันเดินทางต่อ อารามรีบร้อนจะออกจากป่าให้ทันก่อนมืด สรนุชก้าวข้ามโขดหินในลำธารพลาดจะหงายหลัง ใจเด็ดรีบคว้าตัวเธอไว้

สรนุชอยู่ในอ้อมกอดเขา ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติก ตาต่อตาประสานกัน รู้สึกแปลกๆในหัวใจ

ใจเด็ดค่อยๆคลายมือออกจากสรนุช แล้วก้าวข้าม ก้อนหินไปก่อน จากนั้นยื่นมือให้เธอจับ สรนุชมองมือใจเด็ด ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปจับมือเขา...

กว่าโชคชัยจะมาถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ พระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าแล้ว เขาชักใจคอไม่ดีเมื่อรู้จากเจนจิราว่าใจเด็ดกับสรนุชยังมาไม่ถึง ขากลับจากบ้านครูสีดา โชคชัยเจอรถของใจเด็ดจอดเสียอยู่ข้างทางบนเขา แต่ไม่พบใจเด็ดกับสรนุชที่นั่น เพราะคิดว่าทั้งคู่คงโบกรถชาวบ้านกลับมาแล้ว ทุกคนสีหน้าเป็นกังวล ยกเว้นเกริกไกรคนเดียวที่มั่นใจว่าใจเด็ดต้องพาสรนุชกลับมาอย่างปลอดภัย และไม่อยากให้ทุกคนตื่นตูมเกินเหตุ...

ที่ชายป่าไม่ห่างจากถนนเข้าหมู่บ้าน อากาศเริ่มเย็นลงเมื่อความมืดเข้าปกคลุม ใจเด็ดถอดเสื้อแจ็กเกตตัวเองคลุมให้สรนุชอย่างอ่อนโยน แล้วชี้ไปยังต้นไทรเบื้องหน้า ถ้าเดินพ้นต้นไทรต้นนั้นไปก็จะพ้นแนวป่าเจอถนนเข้าหมู่บ้าน สรนุชใจชื้นขึ้น เดินเคียงข้างใจเด็ดไปตามทาง มิตรภาพระหว่างเขากับเธอก่อตัวขึ้นทีละน้อย...

ในที่สุด ใจเด็ดกับสรนุชก็กลับถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ทุกคนต่างโล่งใจที่ทั้งคู่ปลอดภัย โชคชัยเห็นทุกอย่างคลี่คลายไปด้วยดี จึงขอตัวกลับ สรนุชถอดเสื้อแจ็กเกตคืนใจเด็ด ขอบคุณที่ให้ยืมเสื้อ แล้วต่างคนต่างขอตัวไปพักผ่อน เจนจิราจับจ้องทั้งคู่อยู่ รู้สึกได้ถึงสายสัมพันธ์ที่พวกนั้นมีให้กันและกันแล้วใจหาย...

ดึกแล้ว ทั้งใจเด็ดและสรนุชต่างนอนไม่หลับ เห็นพระจันทร์สวยบนฟ้าแล้วต่างคนต่างนึกถึงเหตุการณ์ในป่า ตอนที่ใจเด็ดโอบกอดสรนุชไว้ช่วยให้เธอไม่พลัดตกจากโขดหิน หัวใจของทั้งคู่เริ่มหวั่นไหวโดยไม่รู้สาเหตุ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”
10 พ.ค. 2564

00:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 เวลา 08:20 น.