ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กระบือบาล

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ขณะที่ทุกคนในสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ตกอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดที่ใจเด็ดกับ ผู้พันชาญณรงค์ฮึ่มๆใส่กัน สรนุชกลับบอกผู้พันชาญณรงค์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่ายินดีมากที่จะถ่ายสารคดี ให้ จะได้สื่อให้ผู้คนเห็นประโยชน์ของทั้งฝ่ายรถไถและควาย อรอนงค์รีบกระตุกแขนสรนุชเป็นเชิงปราม เธอกลับไม่สนใจยังคงฉอเลาะอีกว่า

“พวกเราเองก็อยากรู้เหมือนกันค่ะว่าทำไมคนบางคนถึงได้รักควายหัวชนฝา ถ้าเผื่อผู้พันกรุณาให้ความรู้เรื่องวิทยาการสมัยใหม่เพื่อเป็นวิทยาทาน บางทีอาจจะเปิดดวงตาให้เขาได้เห็นแสงธรรมก็ได้นะคะ”

คำพูดแดกดันใจเด็ดของสรนุช ทำให้ผู้พันชาญณรงค์ถูกใจมาก ถึงกับออกปากชวนสรนุชกับเพื่อนๆไปพักที่บ้านของตนเอง จะได้คุยเรื่องเครื่องมือการเกษตรกัน ใจเด็ดไม่สบอารมณ์โพล่งขึ้นทันที

“เชิญ...ผู้พันอยากทำอะไรก็เชิญ แต่อย่ามาพูดเรื่องรถไถที่นี่เพราะที่นี่เป็นดินแดนของควายไม่ใช่รถไถ...

พวกเราช่วยพาผู้พันออกไปที” สิ้นเสียงใจเด็ดเหล่ากระบือบาลจะเข้าไปจับตัวผู้พันชาญณรงค์ แต่สรนุชร้องห้าม

“เดี๋ยวก่อนสิคะ ผู้พันอุตส่าห์มีน้ำใจเอากับข้าวกับปลามาเลี้ยง ถ้าไม่รับน้ำใจก็ถือว่าแล้งน้ำใจเกินไปหน่อย... จริงไหมคะคุณใจเด็ด”

ใจเด็ดจำต้องยอมทำตามที่สรนุชเสนอ ระหว่างกินมื้อค่ำด้วยกัน ผู้พันชาญณรงค์กับเหล่ากระบือบาลจะพูดจาแขวะกันเป็นระยะๆ โดยมีสรนุชคอยเข้าข้างผู้พันชาญณรงค์อยู่ตลอด ทำให้ใจเด็ดเคืองมาก สุบินไม่ค่อยสบายใจนักที่สรนุชเข้าข้างผู้พันชาญณรงค์ออกนอกหน้า เกรงจะเข้าหน้าพวกกระบือบาลไม่ติด พอกลับถึงเรือน

รับรอง เขาชวนสรนุชกลับกรุงเทพฯ สรนุชไม่กลับจนกว่าจะรู้ก่อนว่าทำไมใจเด็ดถึงรักควาย รวมทั้งความลับเรื่องน้ำเชื้อพิเศษนั่นด้วย แล้วขอเวลาพรุ่งนี้อีกหนึ่งวัน เธอจะล้วงความลับทุกเรื่องของใจเด็ดออกมาให้ได้

ooooooo

สรนุชรีบตื่นแต่เช้า ตามไปทวงสัญญาที่ใจเด็ดรับปากว่าถ้าเธอผ่านการทดสอบ เขาจะบอกเรื่องความรักควายของเขาเป็นการตอบแทน ใจเด็ดไม่ยอมบอกเพราะสรนุชยังไม่ผ่านการทดสอบ เนื่องจากไม่ล้างปลักควายเทียมด้วยตัวเอง แต่ให้ช่อผกาทำแทน สรนุชเถียงเสียงแข็งว่าช่อผกาอาสาทำเอง ไม่ใช่ความผิดของเธอ

“เรื่องนั้นผมไม่สนใจ ในเมื่อคุณไม่ได้ทำเองก็ถือว่าคุณทำผิดกติกา”

สรนุชยอมรับว่าทำผิดกติกา จะขอแก้ตัวใหม่ ใจเด็ดปฏิเสธันทีว่าวันนี้ไม่ว่าง แล้วเดินออกไป สรนุชจะตาม แต่เขารู้ทันหันมาสั่งเสียงเข้มห้ามตามเด็ดขาด สรนุชได้แต่มองตาม สงสัยว่าเขาจะไปไหน ครู่ต่อมา สรนุชก็ได้รู้คำตอบจากเกริกไกรตอนที่มาชวนอรอนงค์ไปวัดว่าใจเด็ดไปกับเขาด้วย สรนุชไม่รอช้าขอตามไปด้วย...

ในขณะที่ใจเด็ด เกริกไกร สรนุช และอรอนงค์กำลังคุยกับหลวงพ่ออยู่ในโบสถ์ ชิดชัย ผจก.บริษัทสยามคาบาตี้ สาขาย่อย จ.สุรินทร์ ส่งเสียงเอะอะเดินนำโชคชัยกับลูกน้องของชิดชัยเข้ามา แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นใจเด็ดกับเกริกไกรนั่งอยู่ เกริกไกรบ่นพึมพำอย่างดูแคลนว่าไอ้พวกคาบาตี้อีกแล้ว สรนุชกับอรอนงค์ต่างสะดุ้งเฮือก รีบหันหลังให้ชิดชัยกับพวก หลวงพ่อถามชิดชัยว่ามีธุระอะไรกับท่าน ชิดชัยจะมาบอกบุญให้หลวงพ่อ

“ไม่ใช่คุณ...บอกบุญน่ะหลวงพ่อท่านต้องพูดกับคุณ” โชคชัยทักท้วง

ระหว่างนั้น สรนุชกับอรอนงค์ค่อยๆหันหน้ามาดู ชิดชัยรู้สึกคุ้นๆหน้า สะกิดถามลูกน้องว่ารู้สึกเหมือนกันไหม ใจเด็ดชะงัก หันไปมองสองสาวซึ่งรีบก้มหน้าก้มตาหลบ ชิดชัยขยับเข้าไปใกล้ทั้งคู่หวังจะมองหน้าให้ชัดๆ เกริกไกรเห็นเสียมารยาทรีบเข้ามาขวาง ท่าทางเอาเรื่อง หลวงพ่อเห็นท่าไม่ดี รีบดึงความสนใจของชิดชัย

“เอ้าๆ...อาตมาว่าโยมทั้งสองรีบพูดธุระของโยมมาดีกว่า”

“ได้ครับหลวงพ่อ คือ ผมเห็นว่าที่ท้ายวัดมันเป็นพื้นที่รกร้าง ก็เลยจะมาถามหลวงพ่อว่าถ้าต้องการเกลี่ยหน้าดิน เรียกใช้บริการพวกเราได้นะครับ ผมคิดราคากันเอง ชั่วโมงละ 500 บาทพอครับ”

หลวงพ่อถึงกับร้องอ้าว ใจเด็ดคิดหาทางแก้เผ็ดพวกหากินกับพระกับเจ้า ทำทีบอกหลวงพ่อว่าไม่ต้องไปจ้างชิดชัย เดี๋ยวเขาจะเอาควายของเขามาทำให้เอง คิดแค่ชั่วโมงละ 300 บาทเท่านั้น ชิดชัยกลัวแพ้ เลยหั่นราคาเหลือชั่วโมงละ 150 บาท ใจเด็ดลดราคาลงเช่นกันจนเหลือเพียงชั่วโมงละ 50 บาท ชิดชัยหลงกลเกทับใจเด็ด จะทำงานนี้ให้หลวงพ่อฟรีๆแถมเงินให้อีก 500 บาท ใจเด็ดรีบยกมือขึ้นพนม แล้วกล่าวคำว่า “สาธุ”

ชิดชัยถึงได้รู้ว่าถูกหลอก ชวนลูกน้องออกจากโบสถ์อย่างเจ็บใจ โชคชัยรีบตามไปต่อว่าที่หลอกใช้ตนเองเป็นเครื่องมือ สรนุชต้องการจะแสดงตัวให้พวกชิดชัยรู้จะได้ร่วมมือกันกำจัดพวกกระบือบาล แกล้งปวดท้องขอตัวไปห้องน้ำ แล้ววิ่งตาม แต่ไม่ทันชิดชัยกับลูกน้อง เจอแต่โชคชัยคิดว่าเป็น ผจก.สาขาที่นี่จึงเข้าไปทักทาย

สรนุชเกือบจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง โชคดีที่ชาวบ้านที่มาทำบุญร้องทักโชคชัยเสียก่อน เธอจึงได้รู้ความจริงว่า โชคชัยไม่ใช่ ผจก.สาขาย่อยบริษัทสยามคาบาตี้แต่เป็นนายก อบต....

ได้เวลาต้องกลับสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ใจเด็ดขอให้อรอนงค์ สรนุช และเกริกไกรไปรอที่รถก่อน ขอไปทำธุระสักครู่แล้วเดินลัดเลาะไปด้านหลังวัด สรนุชอดถามเกริกไกรไม่ได้ว่าใจเด็ดไปไหน

“อ๋อ...ไปไหว้นังสายใจมันน่ะครับ”

จากนั้น เรื่องราวของสายใจก็พรั่งพรูออกจากปากเกริกไกร ตอนนั้นใจเด็ดยังเป็นแค่เด็กน้อย ครอบครัวของเขาต้องย้ายเข้ากรุงเทพฯ พาสายใจมาอยู่ด้วยไม่ได้ จำต้องขายให้โรงฆ่าสัตว์ ใจเด็ดถึงกับช็อก เพราะสายใจไม่ได้เป็นแค่ควาย แต่เป็นเหมือนพี่น้องที่โตมาด้วยกัน และตั้งแต่นั้นมาใจเด็ดจะช่วยควายทุกตัวที่ช่วยได้เพื่อทดแทนที่เขาไม่สามารถจะช่วยสายใจได้ สรนุชรู้สึกหดหู่ใจเมื่อได้รู้ความจริง

ooooooo

ใจเด็ดต้องตกใจเมื่อกลับมาถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์แล้วพบว่า จะเด็ดควายพ่อพันธุ์ไม่สบายมาก เขากับเกริกไกรรีบวิ่งไปที่คอกพ่อพันธุ์ เห็นจะเด็ดนอนอ้าปากพะงาบๆอยู่ที่พื้น ภิรมย์ สมหญิง และเจนจิรากำลังช่วยกันดูแล โดยมีสุบินยืนดูอยู่ห่างๆ ใจเด็ดสอบถามสมหญิงซึ่งเข้าเวรดูแลคอกว่าเกิดอะไรขึ้น

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะหัวหน้า เมื่อเช้าสมหญิงเอาหญ้ามาให้ ก็เห็นมันนอนอยู่อย่างนี้แล้วค่ะ”

เกริกไกรกำลังตรวจดูท้องที่พองใหญ่ของจะเด็ดตอนที่สรนุชกับอรอนงค์ตามมาสบทบ สุบินรีบลากสองสาวออกไปทันที ไม่มีใครสนใจทีมถ่ายทำสารคดีเพราะมัวแต่วุ่นวายกับจะเด็ด พอมาถึงมุมปลอดคน สุบินตั้งข้อสังเกตว่าน้ำเชื้อพิเศษที่พวกเราพูดถึงกันเมื่อวาน จะต้องมาจากควายตัวใดตัวหนึ่งในคอกพ่อพันธุ์แน่ๆ สรนุชเห็นด้วยกับสุบิน พวกเราต้องสืบให้ได้ว่าน้ำเชื้อพิเศษมาจากควายตัวไหนกันแน่...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่บ้านของโชคชัย ขณะโชคชัยกำลังจัดให้ชาวบ้านลงชื่อเพื่อทำเรื่องของบฯสร้างสะพานให้กับหมู่บ้าน ผู้พันชาญณรงค์เข้ามาขอคุยธุระสำคัญด้วย พอได้อยู่กันตามลำพัง ผู้พันชาญณรงค์ขอให้โชคชัยช่วยเป็นสื่อกลางติดต่อตาน้อยให้ขายที่ดินให้ เขาจะเอาที่ดินแปลงนั้นไปทำนาทดลองด้วยเครื่องมือการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อให้ชาวบ้านได้เห็นว่าเครื่องมือการเกษตรของเขาดีกว่าควายของพวกกระบือบาล

“เห็นทีว่าผู้พันคงต้องมองหาที่แปลงใหม่แล้วละครับ ตาน้อยขายให้ใจเด็ดไปแล้ว”

ผู้พันชาญณรงค์ยิ่งฟังยิ่งแค้นใจเด็ดที่คอยเป็นมาร ขอร้องแกมขู่โชคชัยต้องทำให้ตาน้อยขายที่แปลงนี้ให้เขาให้ได้ เขาจะให้ราคาสูงกว่าใจเด็ดสองเท่า โชคชัยมั่นใจ ตาน้อยไม่มีวันเปลี่ยนใจแน่ๆไม่ว่าผู้พัน
ชาญณรงค์จะให้ราคามากกว่าใจเด็ดกี่เท่า ที่เป็นเช่นนั้นเพราะตาน้อยกับใจเด็ดรักใคร่นับถือกันมานาน และเขาคงไปบังคับอะไรตาน้อยไม่ได้ ผู้พันชาญณรงค์โกรธตบโต๊ะเปรี้ยง ไม่เชื่อว่าจะมีใครกล้าปฏิเสธเงินของเขา...

หลังจากตรวจอาการจะเด็ดอย่างละเอียด เกริกไกรวินิจฉัยว่ามันท้องอืด อาจจะกินอะไรผิดสำแดงเข้าไป เขาจะลองให้ยาดูก่อน แต่ถ้าไม่หายอาจจะต้องเจาะท้อง ใจเด็ดถามสมหญิงว่า เปลี่ยนอาหารให้จะเด็ดหรือเปล่า สมหญิงไม่ได้เปลี่ยนอาหาร เพียงแต่หญ้าที่ให้เป็นหญ้าที่ใจเด็ดสั่งให้สรนุชตัดเมื่อวาน

ใจเด็ดเอะใจรีบเดินไปคุ้ยกองหญ้าของจะเด็ด เห็นมีลูกกระโดนปะปนอยู่ ถึงกับหน้าเครียด ตามไปเอาเรื่องสรนุชที่กำลังเดินกลับมาที่คอกพ่อพันธุ์เพื่อจะมาสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับน้ำเชื้อพิเศษ สรนุชไม่ยอมรับว่าตัวเองผิด กลับโยนบาปให้ใจเด็ดที่เป็นคนสั่งให้เธอตัดหญ้า ใจเด็ดขู่ถ้าจะเด็ดเป็นอะไรไปจะเอาเรื่องสรนุชให้ถึงที่สุด

จังหวะนั้น มีเสียงมือถือของใจเด็ดดังขึ้น โชคชัยโทร.มาบอกเรื่องที่ผู้พันชาญณรงค์กำลังจะบุกไปบ้านตาน้อย ใจเด็ดฝากเจนจิราช่วยไปบอกเกริกไกรด้วยว่าถ้าจะเด็ดทำท่าไม่ดีให้รีบโทร.บอกเขาทันที แล้วผลุนผลันออกไป สุบินอดสงสัยไม่ได้ แค่ควายท้องอืดทำไมใจเด็ดต้องโกรธขนาดนี้ด้วยหรือว่าจะเด็ดมีอะไรพิเศษ

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เวลาควายไม่สบาย หัวหน้าก็เป็นอย่างนี้ทุกที ยังไงก็ต้องขอโทษแทนหัวหน้าด้วยนะคะ” เจนจิราพูดจบ ขอตัวไปหาเกริกไกร สรนุชต้องสืบให้ได้ว่ามีควายที่มีน้ำเชื้อพิเศษอยู่จริงๆ

จากนั้น สรนุชไปสืบหาข้อมูลจากสมหญิงเรื่องจะดูควายที่จะใช้เป็นพ่อพันธุ์ต้องดูอย่างไร แล้วเลยไปสอบถามภิรมย์ว่า ใจเด็ดมักจะออกมาดูควายตอนกี่ทุ่ม...

ด้านใจเด็ดมาถึงบ้านตาน้อยทันเวลาก่อนที่ตาน้อยจะช็อกตายเพราะถูกผู้พันชาญณรงค์ข่มขู่ ผู้พันชาญณรงค์โกรธมากที่ใจเด็ดคอยขวางทางเขาตลอด ใจเด็ดไม่เคยขวางทางใคร ที่ดินแปลงนี้เขาซื้อจากตาน้อยก่อนที่ผู้พันจะอยากได้

“แต่ฉันเป็นคนที่อยากได้อะไรต้องได้ ถ้าฉันไม่ได้คนอื่นก็ต้องไม่ได้” ผู้พันชาญณรงค์วางก้าม โชคชัยจะถือว่าคำพูดเมื่อครู่นี้เป็นคำขู่ของผู้พันชาญณรงค์ ถ้าใจเด็ดเป็นอะไรไป เขาจะตกเป็นผู้ต้องสงสัยคนแรก ผู้พันชาญณรงค์ยิ่งโกรธหาว่าโชคชัยเข้าข้างใจเด็ด โชคชัยไม่ได้เข้าข้างใคร แต่เข้าข้างความถูกต้อง แล้วขอร้องให้ผู้พันชาญณรงค์กลับไปได้แล้ว ผู้พันชาญณรงค์จำต้องกลับไปอย่างหัวเสีย

ooooooo

หลังจากได้ข้อมูลตามต้องการแล้ว สรนุชกลับไปหาสองเพื่อนซี้ที่เรือนรับรอง เล่าแผนการให้ฟังว่า พวกเราต้องหาควายพ่อพันธุ์ให้เจอภายในคืนนี้ และถ้าจำเป็น เธอจะจับพวกมันทำหมันให้หมด อรอนงค์กับสุบินไม่เห็นด้วยทำแบบนี้เป็นการทารุณสัตว์เกินไป สุบินว่าประชดว่า ถ้าสรนุชจะทำหมันควายน่าจะไปทำหมันแฟนตัวเองจะดีกว่า ณวัตหื่นยิ่งกว่าควายพ่อพันธุ์พวกนี้ไม่รู้กี่เท่า

“ไอ้บ้า...เรื่องอะไรแกเอาวัตไปเทียบกับควายพวกนั้น” สรนุชว่าแล้วย่างสามขุมเข้าหาสุบินอย่างเอาเรื่อง สุบินเห็นท่าไม่ดี เผ่นแน่บออกไป สรนุชชักหวั่นใจ หันไปถามอรอนงค์ว่า ณวัตเป็นอย่างที่สุบินว่าจริงหรือ

“ไม่หรอกนุช...แกไม่เชื่อใจวัตเขาหรือไง” อรอนงค์ ปลอบใจไม่อยากให้เพื่อนคิดมาก ทั้งๆที่ใจจริงแล้วเชื่อตามที่สุบินพูด สรนุชเงียบขรึมไป แม้ภายนอกจะดูไม่มีอาการอะไรแต่ในใจของเธอกลับร้อนรุ่ม ทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ไหว ตรงไปที่อาคารสำนักงาน ค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปสำรวจข้างใน พอเห็นปลอดคน คว้าโทรศัพท์ลากไปใต้โต๊ะทำงาน แล้วโทร.หาณวัต ออดอ้อนว่าที่ขาดการติดต่อไปเป็นเพราะมือถือของเธอเสียตั้งแต่วันแรกที่มาถึง

“วัตเป็นห่วงนุชมาก คิดว่านุชเป็นอะไรไปเสียอีก นี่วัตบอกพ่อว่าจะไปสุรินทร์เลยนะครับ” ณวัตอ้อนกลับ

“ไม่ต้องหรอกค่ะ อีกวันสองวันนุชก็กลับแล้ว วัต...นุชมีเวลาไม่มาก แต่นุชฝากบอกพ่อวัตด้วยว่านุชพบความลับของไอ้พวกกระบือบาลแล้ว ตอนนี้นุชยังบอกอะไรไม่ได้ แต่กลับไปนุชจะมีข่าวดีให้กับคาบาตี้แน่ๆ”

จังหวะนั้น ใจเด็ดเข้ามาในสำนักงาน แต่สรนุชไม่ทันรู้ตัวเพราะมัวจดจ่อกับการคุยโทรศัพท์ ชายหนุ่มเดินมาที่โต๊ะทำงานเห็นโทรศัพท์ถูกลากสายไป ไล่มองตามสายโทรศัพท์เห็นสรนุชแอบคุยโทรศัพท์อยู่ใต้โต๊ะ กำลังร่ำลาเสียงอ่อนเสียงหวาน เธอวางสายมุดออกมา ตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นใจเด็ดยืนอยู่

คิดไปเองว่าเขาจับได้ว่าเธอมาจากสยามคาบาตี้ แต่เขากลับตำหนิที่เธอแอบใช้โทรศัพท์หลวงโทร.หาแฟน ทั้งสองต่อปากต่อคำกันเช่นเคย สรนุชเถียงสู้ใจเด็ดไม่ได้ เดินกระแทกเท้าปังๆออกไปอย่างหัวเสีย...

สรนุชต้องกล่อมสุบินกับอรอนงค์อยู่นานกว่าจะเชื่อว่าตนเองไม่ได้คิดจะทำหมันควายพวกนั้นอย่างที่พูด เธอแค่ต้องการถ่ายรูปควายพ่อพันธุ์เก็บไว้เป็นข้อมูลเท่านั้น...

ตกดึกเดียวกัน ทั้งสามเพื่อนซี้มาแอบซุ่มอยู่หน้าบ้านพักของใจเด็ด รอจนไฟในบ้านดับหมด สรนุชขอทบทวนแผนการกับสองเพื่อนซี้ พอเราไปถึงคอกพ่อพันธุ์แล้ว ให้ช่วยกันถ่ายรูปควายตัวที่คิดว่าจะมีน้ำเชื้อพิเศษไว้ แต่ถ้าดูไม่ออกก็ให้ถ่ายรูปเก็บไว้ทุกตัว จากนั้น สรนุชเดินนำอรอนงค์กับสุบินตรงไปยังคอกพ่อพันธุ์ไม่ทันเห็นไฟในบ้านพักของใจเด็ดสว่างขึ้นอีกครั้ง สักพัก ทั้งสามคนมาถึงคอกเป้าหมายยังไม่ทันจะเข้าไปข้างใน

สรนุชเหลือบเห็นแสงไฟฉายส่องออกมาจากในคอก ทั้งหมดรีบปิดไฟฉายได้ทันท่วงทีก่อนที่เกริกไกรเดินออกมา ทันทีที่เขาเดินลับสายตา ปฏิบัติการล้วงความลับของสรนุชก็เริ่มขึ้น...

ทางด้านใจเด็ดกำลังจะออกจากบ้านพัก ได้ยินเสียงเกริกไกรตะโกนเรียก ตกใจรีบวิ่งไปหานึกว่าจะเด็ดอาการไม่ดี เกริกไกรต้องบอกให้เพื่อนใจเย็นๆก่อน เขาแค่จะกลับมาอาบน้ำ จะเด็ดไม่เป็นอะไรแล้วพรุ่งนี้พาเดินสักหน่อยก็น่าจะหาย ใจเด็ดบอกให้เกริกไกรไปนอนได้เลย เดี๋ยวเขาจะไปเฝ้าจะเด็ดต่อเอง

“ที่จริงแกไม่ต้องไปเฝ้าแล้วก็ได้นะ ไม่น่าจะมีอะไรแล้วล่ะ”

ใจเด็ดอยากไปอยู่เป็นเพื่อนจะเด็ด ถึงอยู่ที่นี่เขาก็นอนไม่หลับอยู่ดี แล้วจ้ำพรวดไปยังคอกพ่อพันธุ์ด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

ภายในคอกพ่อพันธุ์ แผนการของสรนุชไม่เป็นอย่างที่คิด ควายในคอกไม่คุ้นกับคนแปลกหน้าเริ่มพ่นลมออกจมูกเสียงดัง สรนุชสั่งให้สุบินรีบแยกย้ายกันไปถ่ายรูปควายพ่อพันธุ์ทุกตัวเก็บไว้ ทันทีที่กดชัตเตอร์ ควายตกใจแสงแฟลช เดินชนคอกวุ่นวายไปหมด อรอนงค์ซึ่งเป็นคนดูต้นทางอยู่หน้าคอก เห็นใจเด็ดส่องไฟฉายตรงมาทางที่พวกตนเองอยู่ ตกใจวิ่งมาบอกสรนุชให้รีบหนี สรนุชยังถ่ายรูปไม่ครบ จึงไม่ยอมไป

“ไปเถอะ...เดี๋ยวพรุ่งนี้เรามาใหม่ก็ได้” สุบินเร่ง

สรนุชไม่สนใจยังคงเก็บภาพควายพ่อพันธุ์อย่างมุ่งมั่น สุบินเห็นแสงไฟฉายใกล้เข้ามาทุกที รีบคว้ามืออรอนงค์วิ่งหนีออกไปซ่อนตัวอยู่อีกมุมหนึ่งหน้าคอก

สรนุชถ่ายรูปเสร็จจะวิ่งหนีแต่ไม่ทัน ใจเด็ดเดินเข้ามาในคอกเสียก่อน หญิงสาวรีบวิ่งไปหลบหลังควายคอยก้มมองขาใจเด็ดอยู่ตลอด ใจเด็ดสงสัยทำไมพวกควายดูตื่นๆชอบกล เดินสำรวจรอบๆคอกหาสาเหตุ สรนุชค่อยๆคลานหนีไปด้านตรงข้าม มัวแต่เล็งขาใจเด็ดไม่ทันเห็นถังที่วางกองอยู่ ชนโครม ถังกระเด็นครอบหัวพอดี พอยกถังออกต้องตกใจ แทบช็อกเมื่อเห็นใจเด็ดยืนอยู่ตรงหน้า...

เสียงโครมครามของถังดังไปถึงหูสุบินกับอรอนงค์ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ต้องเกิดเรื่องกับสรนุชแน่ๆ ตัดสินใจจะกลับไปช่วยเพื่อน ทั้งสองคนรีบออกจากที่ซ่อน แต่ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเกริกไกรยืนถือไฟฉายส่องใต้คางตัวเองเหมือนผีไม่มีผิดเพี้ยน สุบินร้องลั่นว่าผีหลอก

“แหะๆผีคนดม...ผมคนดีเองครับ ออกมาเล่นอะไรกันครับเนี่ย” เกริกไกรพูดไปหัวเราะไป อารามตื่นเต้นอรอนงค์เผลอชี้มือไปในคอกพ่อพันธุ์ บอกเกริกไกรว่ามาตามสรนุชในนั้น เกริกไกรเลิกคิ้ว แปลกใจ...

ด้านสรนุชจนแต้มไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรดี ทำเป็นผีเข้าสิงร้องเอะอะลั่น ภิรมย์ เกริกไกร สุบิน และอรอนงค์ตามมาสมทบ ต่างเชื่อสนิทใจว่าสรนุชถูกผีเข้าจริงๆ ยกเว้นใจเด็ดที่ไม่เชื่อ จะลากผีไปส่งตำรวจฐานบุกรุกสถานที่ราชการยามวิกาล สรนุชตกใจ แต่เก็บอาการไว้ แกล้งอาละวาดกระโดดกัดไหล่ใจเด็ดจมเขี้ยว

ภิรมย์แนะให้เอาไปส่งหมอน่าจะดีกว่า แล้วช่วยกันกับเกริกไกรจับตัวสรนุชไปที่รถกระบะ วิศวกรสาวจอมแสบแอบขยิบตาให้สุบินกับอรอนงค์ แต่อรอนงค์พาซื่อกลับคิดว่าผีตาเจ็บ

“ผีตาเจ็บที่ไหนกันแกก็ ยัยนุชมันกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากเราต่างหาก” สุบินทำหน้าเซ็ง

อรอนงค์โล่งใจที่เพื่อนรักไม่ได้ถูกผีสิง สุบินด่าสวนทันที โล่งใจบ้าอะไร ทำผีเข้าแบบไม่วางแผนกันก่อนอย่างนี้ แล้วเขาจะทำให้ผีออกได้อย่างไร สองเพื่อนซี้คิดสมองแทบระเบิดแต่ยังคิดไม่ออก สรนุชเล่นได้สมบทบาทอาละวาดตลอดทางมาที่รถ ใจเด็ดนึกสนุก ตัดสินใจไม่ไปโรงพัก เปลี่ยนไปทำตามที่ภิรมย์แนะนำแทน...

หมอที่ใจเด็ดพาสรนุชไปพบไม่ใช่หมอประจำบ้าน แต่เป็นหมอผี หญิงสาวถึงกับหน้าถอดสีเมื่อเห็นหน้าตาเหี้ยมเกรียมของหมอผีที่ใครๆเรียกเขาว่า มหาเหม็น เธอรีบกวาดตามองไปรอบๆบ้านแสนจะวังเวงน่ากลัวของมหาเหม็น คิดหาทางเอาตัวรอด สุบินเห็นหน้าตามหาเหม็นแล้วกลัวแทนสรนุชขึ้นมาทันที

มหาเหม็นสั่งให้เอาตัวสรนุชขึ้นไปบนบ้าน หญิงสาวดิ้นรนจะหนี เกริกไกรกลับคิดว่าผีเฮี้ยนช่วยกันกับภิรมย์หิ้วปีกสรนุชเอาไปไว้กลางบ้าน มหาเหม็นหายเข้าไปในห้องพระสักพักก็ออกมาพร้อมกับอุปกรณ์ปราบผี มีทั้งมีดหมอ น้ำมนต์ รวมทั้งหวายลงอาคมกับข้าวสารเสกครบตามตำรา เขาเอาอุปกรณ์เหล่านั้นวางตรงหน้าสรนุช อมน้ำมนต์ไว้ในปาก จัดแจงเป่าพรวดใส่หน้า สรนุชร้องกรี๊ดๆขยะแขยงสุดๆ

“อ๊าย...ตามหาบ้า มาพ่นน้ำใส่ฉันทำไมเนี่ย...มีกลิ่นด้วยอ่ะ..อี๋...ฉันไม่อยู่แล้ว” สรนุชว่าแล้วลุกพรวดจะหนี ใจเด็ดกับเกริกไกรคว้าตัวไว้ทัน มหาเหม็นเห็นผีตัวนี้เฮี้ยนจัดเอาน้ำมนต์ทั้งขันสาดใส่ สรนุชสำลักน้ำไอแค่กๆชี้หน้าด่ามหาเหม็นฉอดๆ ตกลงจะไล่ผีหรือจะฆ่าคนกันแน่ มหาเหม็นเห็นน้ำมนต์คงเอาผีตัวนี้ไม่อยู่ คว้าหวายลงอาคมฟาดอากาศไปมาเป็นการขู่ๆ อรอนงค์ สะดุ้งโหยง หันไปกระซิบกระซาบกับสุบิน

“ยัยนุชแย่แล้ว คิดเร็วๆสิสุบิน จะช่วยยัยนุชยังไง”

สุบินคิดหนัก ยิ่งเห็นมหาเหม็นเป่าคาถาใส่หวายแล้วฟาดหลังสรนุชยิ่งสงสารเพื่อน พลันสุบินก็คิดแผนการช่วยสรนุชออก ถอดสร้อยพระที่สวมอยู่ ปราดเข้าหาสรนุชแล้วคล้องใส่คอ สรนุชหัวไว ทำตาปริบๆ หยุดอาละวาด ตีหน้างงๆทำเหมือนผีออกจากร่างไปแล้ว เกริกไกรร้องเอะอะ ถ้าผีออกจากร่างสรนุชแล้วไปไหน ทันใดนั้น อรอนงค์นั่งอยู่ด้านหลัง ทำท่าเหมือนผีเข้าสิง อาละวาดไปทั่วก่อนจะโดดบีบคอมหาเหม็นถึงกับร้องลั่น

“อ๊าก...หายใจไม่ออก ช่วยฉันที ผีมันจะฆ่าฉัน”

ใจเด็ดกับเกริกไกรช่วยกันแกะมืออรอนงค์ออก สุบินรีบถอดสร้อยพระจากคอสรนุชไปคล้องคออรอนงค์แทน อรอนงค์ปล่อยมือจากคอมหาเหม็นเป็นทำนองผีออกจากร่าง สรนุชรับลูกทันที ทำตัวสั่นเหมือนผีกลับมาสิงร่างอีกครั้ง สุบินสวมสร้อยพระสลับไปมาระหว่างสรนุชกับอรอนงค์จนสรนุชเข่าอ่อนหมดแรง ทรุดลงกับพื้น...

หลังจากสรนุชมีเรี่ยวแรง ใจเด็ดพากลับมาส่งที่เรือนรับรอง สรนุชรีบอาบน้ำสระผมล้างน้ำมนต์เน่าๆของมหาเหม็นเป็นการใหญ่ พาลโทษใจเด็ดที่ดึกดื่นเที่ยงคืนไม่รู้จักหลับจักนอนทำให้แผนการของพวกเราเกือบพัง เธอเลยต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าไปแบบนั้น ขอบใจเพื่อนทั้งสองคนมากที่ช่วย

“ตอนนี้ฉันเก็บข้อมูลของไอ้พวกกระบือบาลได้มากพอแล้ว พรุ่งนี้เราจะไปจากที่นี่กัน” สรนุชสรุป สุบินกับอรอนงค์ส่งเสียงเฮลั่นด้วยความดีใจ

ooooooo

สรนุชตื่นแต่เช้ารีบปลุกสุบินกับอรอนงค์เร่งให้เก็บข้าวของกลับกรุงเทพฯ เธออยากไปจากที่นี่โดยไม่ต้องเจอหน้าใจเด็ดเป็นการสั่งลากันอีก สุบินถามยั่วที่รีบไปเพราะเกลียดใจเด็ดหรือเพราะอายกันแน่

“ฉันจะต้องอายเขาเรื่องอะไรไม่ทราบ”

“เหอะ...กล้าถามเนอะ ก็อายที่แกแกล้งทำเป็นผีเข้าหลอกเขาไง” สุบินพูดจบ แลบลิ้นปลิ้นตายั่วโทสะ สรนุชเลยจัดให้แบบเต็มๆขึ้นเข่าเข้ากลางจุดยุทธศาสตร์สุบินอย่างแม่นยำถึงกับทรุด...

ครู่ต่อมา สามเกลอจอมวุ่นหิ้วกระเป๋าสัมภาระคนละไม้ละมือออกจากเรือนรับรองไปที่รถท่าทางลับๆ ล่อๆ เกริกไกรรอท่าอยู่แล้ว ค่อยๆย่องเข้าไปทักทายทางด้านหลัง ทั้งสามคนถึงกับสะดุ้งโหยงร้องลั่น เกริกไกรไม่ทันตั้งตัวสะดุ้งตามไปด้วย ตั้งสติได้ถามสรนุชจะไปไหนกันแต่เช้า พอรู้ว่าจะกลับกรุงเทพฯ เกริกไกรหน้าเศร้า เจนจิรากับสมหญิงตามมาสมทบพอดี ต่างทักท้วงทำไมถึงรีบร้อนกลับ หรือพวกเรารับรองไม่ดี

“คือ...พวกเรามีงานด่วนน่ะค่ะ บริษัทที่กรุงเทพฯโทร.มาตาม อีกอย่างหนึ่งพวกเราก็เก็บข้อมูลของสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์และคนที่รักควายทุกคนที่นี่ได้ตรงตามเป้าแล้ว ก็ต้องขอลากลับก่อนล่ะค่ะ สวัสดีค่ะ” สรนุชว่าแล้วดันตัวอรอนงค์กับสุบินขึ้นรถ เกริกไกรยังไม่ทันจะอ้าปากทักท้วงว่าไม่รอใจเด็ดก่อนหรือ รถของสรนุชกับพวกซิ่งออกไปเสียก่อน เกริกไกรได้แต่มองตามตาละห้อย ไม่รู้จะได้เจออรอนงค์อีกเมื่อไหร่...

ราวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะเห็นใจเกริกไกร สรนุชขับรถจากไปยังไม่ทันถึงห้านาที ต้องกลับมายังสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์อีกครั้งหนึ่ง เพราะกล้องถ่ายรูปที่ใช้ถ่ายควายพ่อพันธุ์เมื่อคืนหายไป สุบินตั้งข้อสังเกต สรนุชอาจจะทำตกไว้ที่คอกควาย สรนุชใจไม่ดี ขืนใจเด็ดไปเจอเข้าต้องเป็นเรื่องแน่ๆ...

เหตุการณ์กลับไม่เป็นอย่างที่สรนุชหวั่นใจ ใจเด็ดคืนกล้องที่พบในคอกพ่อพันธุ์ให้แต่โดยดี แถมบอกสรนุชว่าถ้าอยากได้รูปควายพ่อพันธุ์ทำไมไม่บอก เขาจะจัดการให้ไม่ต้องลงมือถ่ายเองให้ลำบากลำบนโดนผีสิง สรนุชยิ้มโล่งใจ อ้างว่าไม่อยากรบกวน เกรงใจ ที่สำคัญเธออยากเห็นด้วยตาตัวเอง ควายนอนหลับหรือยืนหลับ ใจเด็ดอธิบายว่าควายยืนหลับ แต่เปิดตาค้างไว้ สรนุชเห็นควรแก่เวลารีบคว้ากล้องคืน

“ขอบคุณนะที่เก็บกล้องไว้ให้...งั้นฉันลาคุณตรงนี้เลยก็แล้วกัน ฉันกำลังจะกลับกรุงเทพฯ”

ใจเด็ดมีของฝากเล็กๆน้อยๆให้สรนุชไว้เป็นที่ระลึก เป็นตุ๊กตาไม้แกะสลักรูปควาย สรนุชอยากจะร้องกรี๊ดๆให้รู้แล้วรู้รอด แต่จำต้องฝืนยิ้ม ฝืนชมว่าของฝากน่ารักมาก ใจเด็ดแอบดีใจ ก่อนจะบอกเธอว่า

“เวลาท้อแท้หรือมีปัญหาในการทำงาน ก็ดูควายตัวนี้นะครับ คุณจะได้อดทนเหมือนกับมัน”

สรนุชฝืนยิ้มให้ใจเด็ดอีกครั้ง เจนจิราไม่มีของฝากอะไรให้สุบินเพราะไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะกลับ จึงให้ตำราทำหมันควายแก่เขา ส่วนเกริกไกรก็มีของที่ระลึกให้อรอนงค์เช่นกัน ใส่กล่องห่อกระดาษอย่างดี อรอนงค์เห็น ของที่ระลึกที่เพื่อนรักทั้งสองคนได้รับแล้ว ไม่อยากจะแกะของตัวเองออกดู เดาได้ไม่ยากต้องไม่พ้นเรื่องเกี่ยวกับควาย จังหวะนั้น ช่อผกาแวะมาหาใจเด็ดพอดี สรนุชไม่อยากเสวนาด้วย ร่ำลาทุกคนแล้วขับรถออกไป...

ไม่นานนัก ช่อผการีบนำข่าวดีนี้ไปบอกพ่อ ผู้พันชาญณรงค์ถึงกับหัวเราะสะใจที่พวกถ่ายสารคดีควายกลับกันหมดแล้ว เขาไม่เชื่อว่าสารคดีเรื่องเดียวจะทำให้ควายดูดีมีค่าสูงขึ้นมาได้ พวกใจเด็ดฝันเฟื่องไปเองทั้งนั้น ช่อผกาอยากให้พ่อช่วยทำให้ใจเด็ดเลิกสนใจควายแล้วหันมาสนใจเธอบ้าง ผู้พันชาญณรงค์นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกแผนชั่วขึ้นมาได้ เขาจะต้องทำให้ใจเด็ดหมดหวังและเสียกำลังใจ

“ฉันก็จะแย่งที่นาที่มันซื้อจากตาน้อยกลับมาเป็นของฉันให้ได้น่ะสิ ไม่ว่ามันจะไปซื้อนาจากใครที่ไหนในตำบลนี้ ฉันจะไปตามซื้อคืนมาเป็นของฉันให้หมด ไอ้ใจเด็ดมันจะได้รู้ว่า ถึงชาวบ้านจะนับถือมัน แต่ก็บูชาเงินของผู้พันชาญณรงค์มากกว่า” ผู้พันชาญณรงค์หัวเราะชอบใจ จังหวะนั้น สมุนของผู้พันชาญณรงค์ที่เขาสั่งให้ไปสืบเรื่องลูกชายของตาน้อยโทร.มาพอดี

ooooooo

สรนุชไม่ได้โทร.บอกณวัตว่ามาถึงกรุงเทพฯตั้งแต่เมื่อคืน กะจะมาเซอร์ไพรส์เขาที่ทำงาน แต่เธอกลับเซอร์ไพรส์เสียเองเพราะเปิดประตูห้องทำงานณวัตเข้าไป เจอเขากำลังอยู่กับสาวสวยคนหนึ่งสองต่อสอง ร่ำๆจะโผกอดสาวถ้าสรนุชไม่เปิดประตูห้องเข้ามาเสียก่อน สรนุชโวยลั่น ไป ตจว.แค่ไม่กี่วัน เขาริอ่านพาผู้หญิงมาที่ทำงาน ณวัตแก้ตัวเป็นพัลวันว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เป็นอะไรกับเขา แล้วแนะนำให้สรนุชรู้จัก ทอฟฟี่ เลขาฯคนใหม่ของพ่อ

“แล้วเลขาฯของพ่อวัตมาทำอะไรในห้องวัต...นุชไม่เชื่อ”

ณวัตถึงกับหน้าเจื่อน ต้องขอให้สมพลช่วยมายืนยันคำพูดของเขา สมพลต้องการเกี่ยวดองกับครอบครัว

สรนุช จึงช่วยลูกชายโกหกว่าทอฟฟี่เป็นเลขาฯคนใหม่ของเขาจริงๆ สรนุชไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก สมพลรีบเปลี่ยนเรื่องพูด ถามสรนุชว่าข้อมูลที่ให้ไปสืบเรียบร้อยแล้วหรือ

“ค่ะ...นุชได้ล้วงลึกข้อมูลทุกอย่างจากพวกกระบือบาลมาเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลพวกนี้จะช่วยให้เราเจาะตลาดขายรถไถที่หนองระบือได้แน่นอนค่ะ”

สมพลชมเปาะ สรนุชทำหน้าที่ได้ดีสมกับที่เป็นว่าที่ลูกสะใภ้ของสยามบาคาตี้ สรนุชยิ้มแก้มแทบปริ ขอตัวไปเตรียมพรีเซนต์ข้อมูลพวกนี้ในที่ประชุมก่อน ทันทีที่สรนุชออกจากห้อง สมพลตำหนิลูกชายตัวดีที่
ไม่มีสมอง ดันทะลึ่งเอากิ๊กมาเป็นเลขาฯ แล้วให้พ่อตัวเองช่วยโกหก ถ้าเรื่องนี้แดงขึ้นมา มีหวังสรนุชมาถอนหงอกเขาแน่

ooooooo

แผนบ่อนทำลายกำลังใจใจเด็ดก้าวหน้าไปมาก ผู้พันชาญณรงค์ตามซื้อที่ดินรอบๆที่ดินของใจเด็ดไปเกือบหมดแล้วไม่เว้นแม้แต่ที่ดินของตาน้อยที่ตกลงขายเงินผ่อนให้ใจเด็ดไปแล้วในราคาหนึ่งแสนบาท ผู้พันตัวแสบสืบรู้มาว่าลูกชายตาน้อยเป็นหนี้พนันบอลสามแสนบาท จึงยื่นข้อเสนอจะซื้อที่ดินแปลงนี้ในราคาสามแสนบาท

ตาน้อยอยากได้เงินไปช่วยลูกชาย จึงชวนโชคชัยมาช่วยขอร้องใจเด็ดยอมขายที่ดินคืนให้ ใจเด็ดเห็นใจตาน้อย และตนเองก็ไม่มีเงินมากพอจะจ่ายส่วนต่างอีกสองแสนบาทให้ จำต้องขายที่ดินคืนให้

แต่พอตาน้อยเอาที่ดินไปขายต่อให้ผู้พันชาญ–ณรงค์ กลับได้เงินแค่สองแสนห้าหมื่นบาท ผู้พันตัวแสบหักเป็นค่าเสียเวลาห้าหมื่นบาท ด้วยความที่ร้อนเงิน

ตาน้อยจำต้องขายให้ โชคชัยไม่พอใจที่ผู้พันชาญณรงค์ไม่ทำตามคำพูดที่ตกลงกันไว้ แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะเป็นการสมยอมของเจ้าของที่เอง...

ขณะเดียวกัน ที่ห้องประชุมบริษัทสยามบาคาตี้ ข้อมูลของเหล่ากระบือบาลที่สรนุชอุตส่าห์ดั้นด้นไปสืบเสาะมา ไม่ได้ทำให้ยอดขายรถไถที่หนองระบือเพิ่มขึ้น ผู้บริหารทั้งห้าคนของบริษัทมีมติเป็นเอกฉันท์ว่างานของสรนุชไม่ผ่านเกณฑ์ เธอยังถูกหนึ่งในผู้บริหารดูแคลน หาว่าได้เข้าทำงานที่นี่เพราะเป็นแฟนลูกชายเจ้าของบริษัทไม่ได้มีความสามารถจริงอย่างที่คุย คนอย่างสรนุชไม่ยอมให้ใครมาดูถูกกันง่ายๆ ประกาศกลางที่ประชุมว่า

ภายในหนึ่งเดือน เธอจะเปิดตลาดขายรถไถรุ่นใหม่ของบริษัทที่หนองระบือให้ได้ สมพลขอให้สรนุชคิดทบทวนให้ดีๆก่อน สรนุชคิดดีแล้ว และมั่นใจจะทำได้ แต่คราวนี้ทีมงานของเธอจะไม่ทำงานให้บริษัทฟรีๆแล้ว ต้องจ่ายค่าเหนื่อยให้ทีมงานของเธอด้วย

“ถ้าสามารถขายรถไถที่หนองระบือนั่นได้ จะเอาเท่าไหร่ พ่อทุ่มไม่อั้น” สมพลสนับสนุนเต็มที่ ขณะที่ณวัตแอบยิ้มอยู่ในใจ แมวไม่อยู่ตั้งหนึ่งเดือน หนูอย่างเขาจะได้เริงร่าได้เต็มที่...

นับเป็นโชคดีของสรนุช ที่สุบินเกิดไปมีปัญหากับนางเอกสาวดาวรุ่งพุ่งแรงแต่แสดงละครไม่เอาไหน จนสถานีโทรทัศน์สั่งถอดเขาออกจากการเป็นผู้กำกับฯ สรนุชจึงได้ตัวสุบินกลับมาช่วยงานอีกครั้ง แถมครั้งนี้ไม่ได้ใช้งานเพื่อนฟรีๆมีเงินติดกระเป๋าให้อีกหนึ่งแสนบาท สุบินรับปากเข้าร่วมทีมทันที

“ว่าแต่การกลับไปสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ครั้งนี้ แกมีแผนการอะไรยัยนุชถึงได้ขอเวลาบริษัทตั้งหนึ่งเดือน”

สรนุชไม่ตอบคำถามของสุบิน ได้แต่ยิ้มๆ เธอมีแผนการใหญ่เตรียมไว้แล้ว

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"
18 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564 เวลา 07:56 น.