ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กระบือบาล

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สรนุชยังคงเปิดแนวรุกเพื่อเพิ่มยอดขายไม่ยั้ง เช้าวันถัดมา เธอสั่งให้ชิดชัยจัดริ้วขบวนโดยใช้รถหกล้อติดป้ายโฆษณารถไถรอบคัน พร้อมเครื่องขยายเสียงมุ่งหน้าเข้าหมู่บ้านหนองระบือ ในขบวนมีพนักงานของบริษัทคอยแจกใบปลิวโฆษณาเชิญชวนชาวบ้านไปดูการสาธิตรถไถ เสียงสรนุชประกาศทางเครื่องขยายเสียงลั่น

“สวัสดีค่ะพ่อแม่พี่น้อง วันนี้พวกเราชาวคาบาตี้มาบอกข่าวดีให้กับทุกท่าน ด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับรถไถรุ่นใหม่ที่พวกเราต้องการนำเสนอ ถ้าหากทุกท่านสนใจรถไถของเรา เรามีเงื่อนไขพิเศษที่จะมอบให้คือ...”

สรนุชพูดยังไม่ทันจบประโยคต้องชะงักเมื่อมองไปเบื้องหน้า เห็นใจเด็ดกับเหล่ากระบือบาลพาควายฝูงใหญ่มายืนขวางถนน พร้อมกับชูป้ายคัดค้านการใช้รถไถแทนควาย สรนุชต้องสั่งให้หยุดขบวนแห่ ชิดชัยมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสะใจ อยากรู้สรนุชจะแก้ไขสถานการณ์นี้อย่างไร อรอนงค์เห็นสถานการณ์ไม่น่าไว้ใจชวนสรนุชกลับ สรนุชไม่กลับ ประกาศทางเครื่องขยายเสียงว่า

“พวกเรามาอย่างสันติ...ไม่ต้องการมีเรื่องกับใคร...กรุณาถอยออกจากถนนด้วย”

“พูดอย่างนี้หมายความว่าไง หาว่าเรามาหาเรื่องหรือไงหัวหน้า...คุณสรนุชคงต้องการทำให้เราเป็นคนไม่ดีในสายตาชาวบ้าน” เจนจิราใส่ไฟไม่ยั้ง สมหญิงหลงเชื่อคำเสี้ยมของเจนจิราเห็นสรนุชกลายเป็นคนเลวร้าย แต่ใจเด็ดยังไม่ปักใจเชื่อ สรนุชขอให้ทางกระบือบาลส่งคนมาเจรจาจะเอาอย่างไรให้ว่ามา แล้วลงจากรถ เดินเข้าไปหาอย่างไม่เกรงกลัว เกริกไกรเสนอตัวจะไปคุยกับสรนุชให้ ใจเด็ดไม่ยอมขอไปเอง เจนจิราร้องห้ามไว้

“ให้เจนไปดีกว่าค่ะ...หัวหน้าก็รู้ว่าคุณสรนุชเล่นละครหลอกเรามาแล้วครั้งหนึ่ง ไม่มีใครดูออกนอกจากเจน...เจนคิดว่า ผู้หญิงย่อมมองผู้หญิงด้วยกันออกค่ะ” เจนจิราเห็นใจเด็ดนิ่งไป คิดว่าไม่คัดค้านอะไรจึงเดินเข้าไปหาสรนุชที่รออยู่กึ่งกลางระหว่างกลุ่มกระบือบาลกับพวกรถไถ สรนุชพยายามใจเย็นพูดดีด้วย แต่เจนจิราคอยตั้งแง่ใส่เพราะไม่ชอบขี้หน้าเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สรนุชยื่นข้อเสนอให้เจนจิรากลับไปบอกใจเด็ด

“ถ้ายินยอมให้พวกเราขายรถไถที่หนองระบือนี่ ฉันจะดูแลควายของเธอเอง”

เจนจิราจะรู้ได้อย่างไรว่านี่ไม่ใช่คำสัญญาลวงๆ สรนุชรับรองด้วยเกียรติของตัวเองแล้วยื่นมือไปให้จับ เจนจิราเจ้าเล่ห์ยอมจับด้วย แต่กลับบีบมือสรนุชอย่างแรงถึงกับร้องโอ๊ยต้องสะบัดมือออกเพราะเจ็บ ทันใดนั้น เจนจิราแกล้งล้มลงไปกองกับพื้น ทุกคนในที่นั้นต่างตกใจ ใจเด็ดกับเหล่ากระบือบาลกรูเข้าหาสองสาว เช่นเดียวกับพวกรถไถ สรนุชรีบอธิบายว่าไม่ได้ทำอะไร เจนจิราล้มลงไปเอง

“ขนาดผมเห็นกับตาว่าคุณเป็นคนผลักเจนล้มอย่างนี้ คุณยังบอกอีกเหรอว่าไม่ได้ทำ เลิกเสแสร้งเป็นคนดีเสียที” ใจเด็ดมองสรนุชอย่างเอาเรื่อง อรอนงค์เห็นท่าไม่ดีรีบชวนสรนุชกลับ สรนุชแข็งขืนไม่ยอมไป ในเมื่อไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมต้องหนี อรอนงค์สะกิดให้สรนุชดูชาวบ้านที่จ้องมองอยู่ สรนุชเห็นสายตาตำหนิของพวกนั้นแล้วจำต้องล่าถอย เหลือบเห็นรอยยิ้มสะใจของเจนจิรา รู้ทันทีว่าเสียรู้ยัยตัวแสบหน้าซื่อเข้าให้แล้ว

ooooooo

ทุกคนที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์หลงเชื่อละครตบตาที่เจนจิราแสดง ยกเว้นเกริกไกรเพียงคนเดียวที่ไม่เชื่อว่าสรนุชจะเป็นคนเลวร้ายขนาดนั้น ถ้าจะให้ยุติธรรมทั้งสองฝ่าย ควรจะถามสรนุชให้รู้เรื่องก่อน

“ไม่ต้องถามหรอกคะ ยังไงหมอก็ต้องเชื่อพวกคาบาตี้อยู่แล้วเพราะคุณอรอยู่ฝ่ายนั้นนี่” สมหญิงแดกดัน

เกริกไกรไม่พอใจที่สมหญิงดึงอรอนงค์มาเกี่ยวข้องด้วย เริ่มเปิดฉากโต้เถียงกันไปมา ใจเด็ดไม่อยากให้เหล่ากระบือบาลเปิดศึกกันเองสั่งให้ทุกคนหยุดเถียงกันได้แล้ว

“หมอ...ฉันเชื่อในสิ่งที่ฉันเห็น...พวกนั้นไม่ได้ดีอย่างที่เราคิด...ฉันพูดแค่นี้คิดว่าแกน่าจะเข้าใจนะ” ใจเด็ดตัดบท เกริกไกรถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นท่าทีของเพื่อนรัก เจนจิราแอบยิ้มปลื้มที่ใจเด็ดเข้าข้าง...

ด้านสรนุชเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับเจนจิราให้อรอนงค์ฟังพร้อมกับโชว์มือข้างที่ถูกเจนจิราบีบเป็นรอยเห็นได้ชัดเจนให้ดู อรอนงค์ฟันธง ถ้าเป็นอย่างนี้ก็หมายความว่าเจนจิราเล่นละครใส่ร้ายเธอ สรนุชพยักหน้ารับคำ ท่าทางเกมนี้คงจะยากกว่าที่เธอคิด จังหวะนั้น มีเสียงมือถือของสรนุชดังขึ้น สมพลโทร.มาทำเป็นถามสารทุกข์สุกดิบ สรนุชรู้ทัน พูดดักคอว่าที่เขาโทร.มาต้องการจะสอบถามเรื่องยอดขายรถไถใช่ไหม

“เปล่าๆพ่อไม่ได้ถามเรื่องนั้น เพราะพ่อมั่นใจในศักยภาพของหนูอยู่แล้ว แล้วอีกอย่าง หนูนุชก็คงไม่อยากให้คุณพ่อของหนูเสียชื่อหรอก จริงไหม” สมพลยก พล.อ.สรยุทธขึ้นมาอ้างเพื่อกดดันสรนุชให้เร่งทำ

ยอดขาย ระหว่างนั้น พิภพถือวิสาสะเปิดประตูห้องทำงานสมพลเข้ามา สมพลไม่พอใจถามเสียงเขียวเข้ามาทำไม

“ก็เข้ามาเซ็นเอกสารไง...เห็นว่าแค่เรื่องเดียวฉันเดินมาเซ็นเองคงจะเร็วกว่า...คุยต่อไปเถอะ...ฉันจัดการเองได้” พิภพว่าแล้ว เอื้อมไปหยิบปากกาจากที่เสียบไว้ที่เสื้อของสมพลมาเซ็นเอกสารหน้าตาเฉย “ไง...ว่าที่ลูกสะใภ้ขายได้สักคันหรือยัง” พิภพยิ้มหยัน สมพลถึงกับปรี๊ดแตก

“เป็นถึงผู้บริหาร ไม่น่าจะถามอะไรโง่ๆนะพิภพ ผมกำลังคุยกับคุณสรนุช เธอโทร.มารายงานว่าแค่วันแรกที่เธอไปก็มียอดจองเข้ามาแล้วสิบสองคัน...คราวนี้อะไรๆที่หวังไว้ก็อย่าหวังให้มันสูงแล้วกัน ตกมาแล้วมันจะเจ็บ” สมพลเกทับ สรนุชได้ยินทางมือถือชัดเจนถึงกับตาเหลือก พิภพเซ็นเอกสารเสร็จ เอาปากกาเสียบคืนที่เดิม

“เกมเพิ่งจะเริ่ม” พิภพว่าแล้วเดินยิ้มกวนประสาทออกไป สมพลเจ็บใจมาก หันไปพูดโทรศัพท์กับสรนุช

“หนูคงได้ยินแล้วใช่ไหม...พ่อฝากด้วยนะ”

สรนุชยังไม่ทันจะอ้าปากค้าน สมพลวางสายไปเสียก่อน เธอเล่าให้อรอนงค์ฟังถึงเรื่องที่คุยกับสมพล อรอนงค์ถึงกับใบ้กินไม่รู้จะช่วยเพื่อนได้อย่างไร สรนุชยังคิดแผนการอะไรไม่ออก ได้แต่เรียกชิดชัยมาสั่งให้ทำยอดขายรถไถให้ได้สามคันภายในอาทิตย์นี้ จะใช้วิธีอะไรก็ได้เธอไม่สน ขอให้ได้ยอดขายเพิ่มเป็นพอ

ooooooo

ขบวนแห่ของสรนุชถูกใจเด็ดกับพวกขัดขวาง ทำให้งานสาธิตรถไถรุ่นใหม่ต้องล้มเลิกไปโดยปริยาย ผู้พันชาญณรงค์รอตั้งเช้ายันเย็นจนตัวเกรียมเพราะแดดเผาไม่เห็นสรนุชกับพวกโผล่มาสักที รอต่อไปไม่ไหวชวนสมคิดกลับด้วยความเจ็บใจ พอถึงบ้าน ผู้พันชาญณรงค์จึงได้รู้ความจริงจากช่อผกาว่าที่สรนุชไม่ไปตามนัดเพราะใจเด็ดกับพวกนำควายมาขวางถนนเอาไว้

“นี่ฉันได้ยินมานะพ่อว่า ยัยนั่นหน้าแตกละเอียดกลับคาบาตี้ของมันไปเลย” ช่อผกาหัวเราะสะใจ แล้วนึกขึ้นได้ เมื่อครู่ได้ยินพ่อบอกว่าสรนุชจะเอารถไถรุ่นใหม่ไปสาธิตในที่ดินของเรา จัดแจงจะไปฟ้องใจเด็ด ผู้พันชาญณรงค์จิกผมลูกสาวเอาไว้ สั่งห้ามบอกเรื่องนี้กับใจเด็ดเด็ดขาด ถ้าชาวบ้านเกิดอยากได้รถไถขึ้นมา แล้วไม่มี ปัญญาจะซื้อก็ต้องมากู้เงินเขาไปซื้อ เขาจะได้ลูกหนี้เพิ่มได้เงินเห็นๆ

“พ่อ...เงินเรามีเยอะแล้ว แต่ที่เรายังไม่มีก็คือครอบครัวที่อบอุ่นนะพ่อ พ่อคิดดูนะ หนูกับพี่ใจเด็ดพอแต่งงานกันก็จะมีหลานตัวเล็กๆมาให้พ่อเลี้ยงซักโหลหนึ่งดีไหมพ่อ” ช่อผกาอ้อน

“พอเลยนังนี่ แค่แกคนเดียวฉันก็กลุ้มใจไม่รู้จะยังไงแล้ว เกิดลูกแกได้เชื้อโง่จากแกมาอีก ฉันไม่แย่หรือไง”

ช่อผกาโกรธ เดินกระฟัดกระเฟียดออกจากบ้าน ไม่สนใจเสียงห้ามปรามของพ่อ...

ค่ำวันเดียวกัน สรนุชเฝ้าครุ่นคิดจะทำอย่างไรให้ขายรถไถให้ได้ แต่แล้วภาพเหตุการณ์เมื่อเช้าผุดขึ้นมาในสมองของเธอ เป็นตอนที่ใจเด็ดรีบเข้ามาดูเจนจิราด้วยความเป็นห่วง หลังจากเธอแกล้งล้ม เขาหลงเชื่อละครตบตาของเจนจิราต่อว่าสรนุชต่างๆนานา สรนุชทนให้ ใจเด็ดเข้าใจเธอผิดๆไม่ได้ต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง...

ขณะที่สรนุชคิดหนักกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ใจเด็ดนั่งมองรายงานบนโต๊ะทำงานแต่ใจกลับลอยคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นหน้าที่ทำการ อบต. และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่โชคชัยแสดงให้เห็นชัดเจนว่ารู้สึกอย่างไรกับสรนุช ใจเด็ดพยายามสลัดความขุ่นข้องหมองใจนี้ออกไป แล้วหันมาสนใจงานตรงหน้า แต่อาการปวดหัวกำเริบขึ้นมาอีก เขารีบคว้ายาในลิ้นชักโต๊ะทำงานขึ้นมากิน สักพัก ฤทธิ์ของยาทำให้หัวของเขาหนักอึ้ง จนต้องลงนอนบนโซฟา

จังหวะนั้น มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ใจเด็ดยังไม่ทันจะลุกขึ้นไปเปิด เห็นภาพลางๆของผู้หญิงคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาหา ใจเด็ดเบลอคิดว่าเป็นสรนุช ยังเคืองเรื่องเมื่อเช้าไม่หายปัดมือเธอที่เข้ามานัวเนียออก เธอเสียหลักล้มลงมาบนตัวเขาใบหน้าสวยอยู่ใกล้แค่คืบ สรนุชค่อยๆโน้มตัวเข้ามาจะจูบ ใจเด็ดหลับตายื่นหน้าเข้าไปหา

ทันใดนั้นมีเสียงเจนจิราดังขึ้น “ทำอะไรน่ะผกา”

ใจเด็ดลืมตาขึ้น พยายามเพ่งมองหญิงสาวตรงหน้า ต้องตกใจถึงกับผงะที่เห็นเป็นช่อผกา เจนจิราไม่รอช้าปราดเข้ามากระชากช่อผกาออกจากใจเด็ดที่สะลึมสะลือก่อนจะหมดสติ เกริกไกรรีบเข้ามาดู เห็นใจเด็ดแค่หลับไปเท่านั้นก็โล่งใจ เจนจิราด่าช่อผกาว่าหน้าด้าน ไร้ศักดิ์ศรีย่องเข้าหาผู้ชายถึงห้องนอน

“หน้าด้านอะไร...ไม่เห็นหรือไงว่าฉันกับพี่ใจเด็ดรักกัน ไม่อย่างนั้นพี่ใจเด็ดจะยอมนอนนิ่งๆ...ให้ฉัน...” ช่อผกาทำท่าจูบเย้ยเจนจิรา

“ผกา...ที่ไอ้เด็ดมันไม่ขัดขืนเธอเพราะยานอนหลับอย่างแรงนี่ต่างหาก” เกริกไกรชี้ให้ดูซองใส่ยาบนโต๊ะทำงาน ช่อผกาหน้าเจื่อน แต่ยังไม่ยอมแพ้ แถก สีข้างจะให้ใจเด็ดรับผิดชอบให้ได้ เจนจิราเหลืออดคว้าไม้กวาดใกล้มือเงื้อจะตี ยัยหน้าหนารีบโกยอ้าว จากนั้น เกริกไกรกับเจนจิราช่วยกันพยุงใจเด็ดไปนอนที่เตียง

ooooooo

สรนุชกับอรอนงค์มาถึงที่ทำงานในเช้าวันต่อมา กลับพบเด็กๆวิ่งเล่นกันวุ่นวายไปหมด สอบถามชิดชัยได้ความว่านี่เป็นโครงการที่เขาเพิ่งคิดได้เมื่อคืน  เรียกว่า โครงการ คาบาตี้รักเด็ก สรนุชสวนทันทีว่าเธอเกลียดเด็ก

“ใจเย็นๆนะครับคุณนุช ฟังเหตุผลผมก่อน คือไอ้เด็กพวกนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นลูกชาวไร่ชาวนาในหนองระบือนี่แหละครับ วันๆไม่ได้ทำอะไรนอกจากเลี้ยงควาย หรือเรียกง่ายๆว่าเด็กเลี้ยงควายนั่นเอง คุณนุชเคยได้ยินไหมครับว่า ไม้อ่อนดัดง่ายไม้แก่ดัดยาก...ถ้าเราเอาเด็กพวกนี้มาอยู่กับเรา เราก็สามารถล้างสมองพวกนี้ให้โตขึ้นเป็นคนที่รักรถไถแทนควายไงครับ”

“นี่...ฉันว่านายท่าทางจะเลอะเทอะไปกันใหญ่แล้ว”

ชิดชัยขอร้องสรนุชอย่าเพิ่งคัดค้าน ที่เขาเล่าเมื่อครู่เป็นเป้าหมายระยะยาว ส่วนเป้าหมายระยะสั้นที่วางไว้คือการเอาเด็กๆพวกนี้มาดูแลแทนช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ที่ต้องไปทำไร่ทำนา พอตอนเย็นเราก็จะเอาพวกเด็กๆไปส่งบ้านให้ สรนุชเห็นเข้าท่า อย่างน้อยจะได้ทำให้ชาวบ้านมองเธอดีขึ้นจากเรื่องเมื่อวาน

ครู่ต่อมา สรนุช อรอนงค์ และชิดชัย พาพวกเด็กๆไปกินไอศกรีม เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆทำให้สรนุชทนไม่ไหวขอไปรอข้างนอก สั่งให้อรอนงค์จัดการค่าไอศกรีมให้ด้วย ใจเด็ดซึ่งรู้จากหนึ่งในเจ้าหน้าที่กระบือบาลว่าลูกชายของเธอมาร่วมโครงการคาบาตี้รักเด็กเลยตามมาดู เห็นสรนุชยืนกุมขมับอยู่หน้าร้านไอศกรีม เข้าไปแหย่

“นี่คุณจะทำทุกอย่างเพื่อชนะผมให้ได้เลยใช่ไหม...คราวนี้เลี้ยงเด็กต่อไปจะเลี้ยงอะไร”

“คงไม่เลี้ยงควายอย่างนายแน่” สรนุชตอกกลับ ทั้งสองคนโต้เถียงกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร

สักพัก อรอนงค์กับชิดชัยวิ่งหน้าตื่นออกมาบอกสรนุชว่า เมื่อครู่เราสองคนเช็กชื่อเด็กๆเพื่อจะพากลับพบว่า ด.ช.ไข่ย้อยหายไป ใจเด็ดตกใจ เด็กนั่นคือลูกของเจ้าหน้าที่ที่สถานีฯ รีบบอกให้ทุกคนแยกย้ายกันตามหา

อรอนงค์กับสรนุชตามหาไข่ย้อยจนทั่วตลาดแต่ไม่พบ เหตุการณ์เลวร้ายลงเมื่อแม่ของไข่ย้อยมารับตัวลูกกลับ พอรู้ว่าลูกหายไปโวยลั่น หาว่าพวกรถไถกลั่นแกล้งเห็นเธอทำงานกับใจเด็ด เลยเอาลูกของเธอไปซ่อนเพื่อแก้แค้น ชาวบ้านที่มุงดูเริ่มไม่พอใจเอาข้าวของปาใส่สรนุชกับอรอนงค์อุตลุด มีเสียงไข่ย้อยตะโกนเรียกแม่ดังขึ้น ทุกคนพากันชะงัก แม่ไข่ย้อยหันไปเห็นลูกชายเดินเข้ามากับใจเด็ด ดีใจโผเข้าไปกอด

“ไข่ย้อย...เป็นไงลูกแม่...ไปเจอไข่ย้อยที่ไหนคะหัวหน้า”

“นั่งหลับอยู่ข้างศาลเจ้าน่ะ สงสัยกินข้าวเหนียวเยอะไปหน่อย”

แม่ไข่ย้อยขอบคุณใจเด็ดแล้วพาลูกชายกลับบ้าน ใจเด็ดหันไปบอกพวกชาวบ้านที่ยืนฮึ่มๆรอเล่นงานสรนุชกับอรอนงค์ว่าไม่มีอะไรแล้ว แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองได้แล้ว ชาวบ้านต่างรุมด่าสรนุชก่อนจะพากันสลายตัว สรนุชไม่พอใจ หาว่าใจเด็ดเตี๊ยมกับแม่ไข่ย้อย เพื่อฉีกหน้าเธอ

“ถ้าคุณคิดได้แค่นี้ ผมว่าทีหลังคุณอย่าเอาลูกเต้าคนอื่นมาทำอย่างนี้ดีกว่า ถ้าไข่ย้อยหรือลูกคนอื่นเป็นอะไรขึ้นมา บริษัทรถไถของคุณรับผิดชอบไม่ไหวแน่”

“นี่นายขู่ฉันหรือ”

“ผมพูดขนาดนี้แล้วคุณยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ถ้าคุณเสแสร้งแกล้งทำเป็นคนดีที่เข้าใจหัวอกคนอื่นเหมือนสามเดือนก่อน ผมว่าก็ยังดี ผมไม่รู้ว่าต่อไปแผนการตลาดของพวกคุณจะเป็นอะไร แต่ผมขอเตือนเอาไว้แล้วกันว่าสิ่งที่คุณทำ มันจะเป็นสิ่งที่ย้อนกลับมาหาตัวคุณเอง” ใจเด็ดเตือนด้วยความหวังดี สรนุชถึงกับอึ้ง

ooooooo

ขณะเดียวกันที่บริษัทกำกับการดี สุบินกำลังรอลุ้น ผู้จัดละครจะเลือกพลอตละครเรื่องไหนของเขาไปทำ ผู้จัดฯอ่านทุกเรื่องที่สุบินส่งมาแล้ว สนใจเรื่อง “คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ” เพียงเรื่องเดียว

สุบินได้แรงบันดาลใจเรื่องนี้มาจากที่เคยไปอยู่ในสถานีเพาะพันธุ์ควายเลยเอามาดัดแปลงให้พระเอกเลี้ยงหมูแทน ผู้จัดฯสนใจควายมากกว่า สุบินประหลาดใจ ถามย้ำว่าต้องการให้เปลี่ยนเป็นคุณชายเลี้ยงควายจริงหรือ

“จริงสิ...ผมว่าคุณกลับไปปรับให้เป็นเรื่องของควายดีกว่า แล้วอีกอย่าง ถ้าไม่รบกวนเกินไป ผมอยากให้คุณช่วยหา ข้อมูลเรื่องควายมาให้ผมด้วย ผมจะเสนอขึ้นไปที่ช่องพร้อมพลอตของคุณเลย ช่องจะได้เห็นว่าเราเตรียมพร้อมทุกอย่าง” ผู้จัดฯว่าแล้วยื่นเรื่องย่อละครทั้งหมดคืนสุบิน...

ระหว่างทางกลับคอนโดฯที่พัก สุบินครุ่นคิดจะกลับไปหาข้อมูลที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์อย่างไรดี แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ คว้ามือถือขึ้นมาโทร.ถามข่าวคืบหน้าจากอรอนงค์ว่าใจเด็ดกับสรนุชคืนดีกันหรือยัง

“แย่ยิ่งกว่าเก่าอีก...แค่นี้นะ” อรอนงค์ว่าแล้ว วางสายไม่มีอารมณ์จะพูดด้วย

“เฮ้ย...ยัยอร...แย่ยิ่งกว่าเก่า...แล้วถ้าเราไปที่หนองระบือจะไปอยู่ข้างไหนวะเนี่ย” สุบินถอนใจหนักใจ...

ทางด้านอรอนงค์เป็นห่วงเพื่อนรักที่ยืนมองออกไปนอกหน้าต่างห้องทำงานสีหน้าครุ่นคิด ตั้งแต่กลับจากตลาดช่วงบ่ายจนฟ้ามืดแล้วยังไม่ยอมขยับไปไหน ชิดชัยเคาะประตูห้องแล้วเข้ามารายงานว่า ส่งเด็กๆกลับบ้านเรียบร้อยแล้ว สรนุชค่อยๆหันมองชิดชัยด้วยสายตาอำมหิต กำชับว่าต่อไปอย่าให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีก

“แล้วเราจะเอายังไงต่อไปละนุช” อรอนงค์เอ่ยถามขึ้นในที่สุด สรนุชนิ่งคิดไปอึดใจ

“ก็ขายตรงถึงบ้าน ฉันอยากให้นายกลับไปคิดโปรโมชั่นมา จะผ่อนฟรีหกเดือนหรือผ่อนศูนย์เปอร์เซ็นต์ แถมน้ำมันฟรีหนึ่งปี...อะไรก็ได้ คิดออกมาให้ได้มากที่สุด...พรุ่งนี้...เราจะบุกหนองระบือ”

ooooooo

ชิดชัยทำงานได้เร็วทันใจ พิมพ์ใบปลิวโปร-โมชั่นพิเศษตามคำสั่งของสรนุชทันแจกให้ชาวบ้านในวันรุ่งขึ้น ช่อผกาได้รับใบปลิววิ่งแจ้นไปหาใจเด็ด เจอเจนจิรายืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คุยกับใจเด็ดอยู่หน้าบ้านพักปรี่เข้าแขวะ

“เชอะ...ฉันเคยได้ยินแต่สมภารอยากกินไก่วัด แต่นี่...ไก่วัดอยากให้สมภารกิน”

เจนจิราไม่พอใจทำท่าจะเปิดศึกกับช่อผกา ใจเด็ดต้องรีบเข้าไปขวาง ถามช่อผกามาหาเขาทำไมแต่เช้า ช่อผกาส่งใบปลิวให้ดู รายงานว่าพวกรถไถกำลังจะบุกหมู่บ้าน ใจเด็ดส่ายหน้าเอือมระอา...

โปรโมชั่นลดแลกแจกแถมที่สรนุชคิดขึ้นได้ผลดีมาก มีชาวบ้านเข้าร่วมฟังเต็มลานอเนกประสงค์ของหมู่บ้าน สรนุชเสนอโปรโมชั่นพิเศษผ่อนแค่เดือนละพันบาทก็สามารถเป็นเจ้าของรถไถได้ทันที ชาวบ้านทักท้วงเงินมากขนาดนั้นจะไปหาที่ไหนมาให้ ถ้าเป็นหลักร้อยยังพอพูดกันได้ สรนุชแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าเสนอให้ชาวบ้านแต่ละคนนำเงินสองร้อยบาทมารวมกันสักห้าคนก็จะได้เงินค่าผ่อนรถไถแล้ว ชาวบ้านส่งเสียงฮือฮา

“ก็เหมือนกับการที่เราตั้งสหกรณ์ไงคะ ในเมื่อทุกคนมีหุ้นในรถไถคันนี้ ก็ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันใช้ แล้วที่สำคัญ ใครสามารถพาคนมาซื้อรถไถของเราก็จะได้รับเปอร์เซ็นต์จากรถไถคันต่อไป”

ชาวบ้านต่างสนใจข้อเสนอ สรนุชยิ้มปลื้มความหวังที่จะทำยอดขายเพิ่มอยู่แค่เอื้อม แต่แล้วความหวังต้องพังไม่เป็นท่า เมื่อใจเด็ด เจนจิรา และช่อผกาเข้ามาขัดขวาง ใจเด็ดยกข้อเสียของการใช้รถไถแทนควายขึ้นมาพูดเป็นฉากๆ จนสรนุชเถียงไม่ออก ชาวบ้านเห็นความวุ่นวายไม่อยากยุ่งด้วยพากันสลายตัว สรนุชเจ็บใจใจเด็ดมากที่คอยขัดขวางอยู่ตลอด สะบัดหน้าเดินออกไปทันที

ครู่ต่อมา อรอนงค์ขับรถพาสรนุชกลับที่พัก สรนุชไม่พอใจจะพามาที่นี่ทำไม อรอนงค์อยากจะพักสมองบ้าง ปวดหัวกับเรื่องวุ่นๆพวกนี้เต็มที แล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า คว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ สรนุชเหลือบเห็นเสื้อที่ใจเด็ดให้แขวนอยู่ในตู้ เดินไปหยิบขึ้นมาดูอย่างเจ็บแค้นใจ ก่อนจะตัดสินใจขับรถไปยังลำธารในป่าที่ซึ่งเธอกับใจเด็ดเคยมีความรู้สึกดีๆให้กัน ไม่นานนัก สรนุชมายืนบนโขดหินริมลำธารพร้อมกับเสื้อที่ใจเด็ดให้

“ฉันเคยมีใจให้นาย...ทำให้ฉันสูญเสียความเป็นตัวเอง...เสียน้ำตาให้นาย แต่ต่อจากนี้ไป สรนุชคนเดิมจะกลับมา ฉันจะทำให้นายแพ้จนไม่มีที่ยืนในหมู่บ้านนี้” สรนุชพูดจบโยนเสื้อลงลำธารเบื้องล่าง โดยไม่รู้ว่าใจเด็ดมาที่ลำธารแห่งนี้เพื่อลืมความหลังระหว่างเธอกับเขาเช่นกัน เพียงแต่เขาอยู่ด้านปลายน้ำ

ใจเด็ดกำลังจะกลับ ตอนที่เห็นเสื้อตัวหนึ่งลอยมาตามน้ำ เดินไปหยิบขึ้นมาดู จำได้ว่าเป็นเสื้อที่ตัวเองซื้อให้สรนุช นิ่วหน้าแปลกใจ มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ทันใดนั้นมีเสียงตะโกนดังก้องป่าว่า “ฉันเกลียดนาย” ใจเด็ดรีบเดินตามเสียงขึ้นไปทางต้นน้ำ...

ทางฝ่ายสรนุชมุ่งมั่นจะไม่ยอมให้ใจเด็ดมาทำร้ายหัวใจของเธอได้อีก ทิ้งความรู้สึกดีๆที่เคยมีให้เขาไปกับเสื้อตัวนั้น แล้วขยับจะกลับ ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้น หญิงสาวตกใจคิดว่าเป็นสัตว์ป่า รีบหลบหลังต้นไม้ ก่อนจะค่อยๆชะโงกหน้ามอง ต้องแปลกใจเมื่อเห็นใจเด็ดเดินพ้นพุ่มไม้ออกมา สรนุชรีบผลุบหัวหลบ

กระบือบาลหนุ่มมองไปรอบๆบริเวณ สีหน้าผิดหวังที่ไม่พบใคร หันหลังจะกลับ อาการปวดหัวกำเริบขึ้นถึงกับทรุด สรนุชซ่อนตัวอยู่นานไม่ได้ยินเสียงอะไร ค่อยๆออกจากที่ซ่อน เห็นใจเด็ดนอนหมดสติอยู่ตรงโขดหินรีบวิ่งเข้ามาเขย่าตัว แต่เขานอนนิ่งไม่ไหวติง สรนุชใจไม่ดีจะก้มลงฟังเสียงเต้นของหัวใจเขาใกล้ๆ แต่ต้องผงะ

ใจเด็ดรู้สึกตัวค่อยๆยันตัวลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล แต่ยังปากดีไล่สรนุชกลับไปได้แล้ว ไม่ต้องมายุ่งกับเขา แต่แล้วอาการปวดหัวรุมเร้าอีกจนใจเด็ดต้องล้มลงนอนเอามือกุมหัว สรนุชเป็นห่วงจะช่วยพยุง เขากลับไล่เธออีก

“นี่...ฉันก็ไม่ได้อยากยุ่งหรอกนะ ฉันกลัวว่าถ้านายเป็นอะไรไป จะทำให้ฉันซวยไปด้วย” สรนุชแหวลั่น

ใจเด็ดมองหน้าสรนุชเขม็ง ก่อนจะออกปากไล่อีกครั้ง คราวนี้สรนุชหมดความอดทน เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงกลับไปที่รถตัวเอง ปล่อยให้ใจเด็ดนอนสู้กับความเจ็บปวดอยู่ตรงนั้นคนเดียว แต่พอจะสตาร์ตรถ เธอกลับเปลี่ยนใจคว้าเป้สัมภาระกับขวดน้ำกลับมาที่ลำธารอีกครั้ง เห็นใจเด็ดนอนหมดสติอยู่ที่เดิม...

ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ เจนจิรานั่งไม่ติด ค่ำมืด ป่านนี้แล้วทำไมใจเด็ดยังไม่กลับ ทั้งเกริกไกร สมหญิง และภิรมย์นั่งรอกินข้าวอยู่เริ่มเป็นห่วง คิดกันไปต่างๆนานา อาจจะเกิดเหตุร้ายกับหัวหน้าตัวเอง เจนจิราทนนั่งเฉยๆ ต่อไปไม่ไหว รีบออกไปตาม เกริกไกรสั่งสมหญิงกับภิรมย์เฝ้าอยู่ที่นี่ แล้ววิ่งตามเจนจิรา...

หลังจากขับรถตระเวนหาใจเด็ดไปทั่วหมู่บ้าน แต่ไม่พบ เจนจิรากับเกริกไกรมายังที่พักของสรนุชต้องประหลาดใจ เมื่อรู้จากอรอนงค์ว่าสรนุชก็หายไปเช่นกัน เจนจิราหน้าหงิกหน้างอขึ้นมาทันที

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมลำธาร สรนุชติดกองไฟเสร็จ หันไปมองใจเด็ดที่ตัวเองประคองขึ้นมาจากโขดหินยังคงนอนสลบไสลไม่ได้สติ แมลงกลางคืนตัวใหญ่บินตามไฟมาเกาะที่เสื้อใจเด็ด ก่อนจะคลานเข้าไปหาความอบอุ่นข้างใน สรนุชตกใจรีบเข้าแหวกเสื้อดู ไม่เห็นแมลงตัวนั้น กลั้นใจเอามือล้วงจะเข้าไปหยิบให้

ใจเด็ดเริ่มจะรู้สึกตัว สรนุชตาเหลือกจะชักมือออก แต่มันดันติด ไม่รู้จะทำอย่างไร รีบล้มตัวลงนอนหลับตา เป็นจังหวะเดียวกับที่ใจเด็ดลืมตาตื่นพอดี ชะงักที่เห็นใบหน้าของสรนุชอยู่ใกล้ๆ พอก้มดูที่อกตัวเองเห็นมือของเธอจับอยู่ ร้องเอะอะลั่น สรนุชทำเป็นสะลึมสะลือ ก่อนจะแกล้งโวยวาย

“นี่นายจะทำอะไร...เอามือฉันไปจับหน้าอกนายทำไม” สรนุชรีบดึงมือออกเนียนๆก่อนจะถอยออกห่าง

“ผมต่างหากต้องถามคุณ...คุณมาทำอะไรตรงนี้ ทำไมไม่กลับไป”

สรนุชโกรธ อุตส่าห์ช่วยเขาไว้ยังมีหน้ามาไล่กันอีก ทั้งสองคนต่อปากต่อคำกันพอหอมปากหอมคอ ใจเด็ดตัดรำคาญ คว้าขวดนํ้าราดกองไฟ แล้วเดินไปที่ริมลำธารวักนํ้าขึ้นมาล้างหน้าล้างตาเรียกความสดชื่น สรนุชรีบวิ่งตาม ด้วยความมืดสลัวที่มีเพียงแสงจันทร์ส่อง ทำให้เธอเหยียบพลาด เซลงไปกองแทบเท้าใจเด็ด แทนที่เขาจะช่วยประคองกลับเหน็บแนมว่าใช้ลูกไม้เดิมๆไม่เบื่อหรืออย่างไร ต้องให้เขาคอยรับตลอด สรนุชฉุนขาด

“แล้วใครใช้ให้นายรับ”

“ฮึ...ตอนแรกผมก็คิดว่าคุณอาจจะขาไม่แข็งแรง ร่างกายอ่อนแอ แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าทำไมคุณถึงทำอย่างนั้น เพราะมารยาของคุณไง”

“นายโกรธฉันมากใช่ไหม...ถึงได้พูดแต่ว่าฉันมารยา ฉันโกหก...เอาซี...ต่อยฉันเลย ฆ่าฉันให้ตายตรงนี้เลยก็ได้” สรนุชทั้งโกรธทั้งน้อยใจ ทันใดนั้น ใจเด็ดดึงร่างสรนุชเข้ามากอดไว้แนบอก ก่อนจะดันเธอออก มองสบตาด้วยความรักเต็มหัวใจ สรนุชถึงกับอึ้ง

“คุณเคยฆ่าผมด้วยวิธีนี้...ผมก็เลยอยากทำมันกับคุณบ้าง...แต่คุณคงไม่รู้สึกอะไร”

สรนุชพยายามจะบอกว่าไม่จริง แต่ใจเด็ดไม่ฟัง เดินผ่านเธอไปเหมือนอากาศธาตุ ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้ หยุดพูดโดยไม่หันมองเธอแม้แต่น้อย ขอให้เธออย่าพูดเรื่องวันนี้กับใคร แล้วเดินจากไปเหมือนไม่ไยดี ทั้งๆที่ความจริงแล้วเขาเจ็บปวดใจมากที่ต้องพูดกับสรนุชไปแบบนั้น

ooooooo

ขณะเดียวกัน เกริกไกรเห็นรบกวนเวลาพักผ่อนของอรอนงค์นานแล้ว กำลังจะชวนเจนจิรากลับ เป็นจังหวะเดียวกับสรนุชมาถึงที่พักพอดี ทั้งเหนื่อยกายเหนื่อยใจไม่อยากมีปัญหากับเจนจิรา สรนุชจะเดินเลี่ยงเข้าห้อง แต่ยัยเจ้าเล่ห์หน้าซื่อไม่ยอมรามือ หาว่า สรนุชใช้มารยาเล่มไหนหลอกพาใจเด็ดไปอีก

“แล้วทำไม...ฉันจะใช้มารยาเล่ห์เหลี่ยมอะไรมันก็เรื่องของฉัน แต่จะบอกให้นะ ว่าฉันไม่ได้ใช้อะไรเลยหัวหน้าเธอก็วิ่งโร่มาหาฉันเอง” สรนุชโต้กลับอย่างเหลืออด เจนจิราโกรธ ด่าสรนุชว่าหน้าด้านไม่มียางอาย

“ฉันว่าคุณเจนคงใช้คำพูดผิดแล้วล่ะค่ะ เพราะคำว่าหน้าด้าน น่าจะใช้กับผู้หญิงที่เที่ยววิ่งไล่ตามผู้ชาย ทั้งๆที่รู้ว่าผู้ชายเขาไม่สน” สรนุชลอยหน้าลอยตาอย่างไม่สะทกสะท้าน เจนจิราปรี่จะเข้าไปตบ สรนุชตั้งท่าสู้ เกริกไกรกับอรอนงค์ต้องเข้ามาแยกคนของตัวออกก่อนเรื่องจะลุกลามไปกว่านี้...

ทันทีที่กลับถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ เจนจิราตรงไปหาใจเด็ดที่บ้านพัก เห็นเขาอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน เข้าไปต่อว่าว่าแค่นี้ยังเจ็บไม่พออีกหรือ ถึงได้ไปหาสรนุชอีก ใจเด็ดยังไม่ทันจะพูดอะไร เจนจิราโผกอดเขาไว้แน่น

“หัวหน้าก็รู้ว่าคุณนุชร้ายกาจขนาดไหน เจนไม่อยากเสียหัวหน้าไป หัวหน้าอย่าไปกับเธออีกเลยนะคะ”

“เจน...เลิกทำแบบนี้ได้แล้ว พี่ไม่ชอบ” ใจเด็ดดันตัวเจนจิราออก “แล้วอีกอย่าง...พี่ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับชีวิตพี่” ใจเด็ดพูดจบ ผละจากไปทิ้งให้เจนจิราหัวใจสลายอยู่ตรงนั้น...

ดึกแล้ว สรนุชยังนอนไม่หลับ ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จังหวะนั้นมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น สรนุชคิดว่าใจเด็ดตามมาขอโทษ แต่พอเปิดประตูรับกลับเห็นชิดชัยยืนอยู่ นิ่วหน้าแปลกใจมีธุระอะไรกับเธอ ชิดชัยจะมาบอกเธอว่าพรุ่งนี้เป็นวันพระ ชาวบ้านจะไปรวมตัวกันที่วัด เขาคิดว่าเราน่าจะไปโปรโมตรถไถของเราที่นั่น

“กี่โมง”

“ก็น่าจะเป็นแต่เช้านะครับ...กว่าคนจะกลับก็คงถวายเพลเสร็จ”

“ไม่ใช่...ฉันถามว่าตอนนี้มันกี่โมงแล้ว...ใช่เวลาที่จะคุยเรื่องนี้ไหม”

ชิดชัยรู้ตัวว่าพลาดอีกแล้ว รีบราตรีสวัสดิ์ แล้วชิ่งกลับ สรนุชคิดแผนการสำหรับวันพรุ่งนี้ทันที

ooooooo

ขณะสรนุชกับอรอนงค์กำลังยืนสั่งการให้

ชิดชัยกับเหล่าพนักงานของบริษัท ช่วยกันยกป้ายโฆษณาขายรถไถขึ้นมากางไว้หน้าทางเข้าวัด โชคชัยจะมาเยี่ยมหลวงพ่อ เห็นพวกสรนุชกำลังขะมักเขม้นทำงานกันอยู่ เดินเข้ามาทักทายถามไถ่ว่าทำอะไรกันอยู่ แล้วอ่านป้ายโฆษณาผืนใหญ่ตรงหน้า

“ซื้อรถไถวันนี้...รับฟรี...เตาไมโครเวฟรุ่นใหม่ล่าสุด”

“ก็อย่างที่เห็นแหละค่ะ วันนี้เป็นวันพระ ชาวบ้านคงมาวัดกันเยอะ นุชก็เลยถือโอกาสมาบอกข่าวดีให้ชาวบ้านฟังน่ะค่ะ” สรนุชตอบตามมารยาท โชคชัย

อาสาจะช่วยยกเตาไมโครเวฟให้ สรนุชไม่อยากรบกวน และที่สำคัญไม่อยากให้โชคชัยมีเรื่องกับชาวบ้านที่ไม่ชอบรถไถ

“พวกใจเด็ดน่ะหรือครับ...ไม่ต้องห่วง ผมเคยบอกคุณนุชแล้วไม่ใช่หรือครับว่าผมเห็นด้วยกับแนวทางของคุณ ผมเองก็ไม่มีเงินทองที่จะช่วยเหลืออะไร จะมีก็เพียงแรงกายกับแรงใจที่พอจะช่วยคุณนุชได้” โชคชัยพยายามเรียกคะแนนสงสาร สรนุชหนีไม่ออก จำต้องปล่อยให้เขาช่วยยกไมโครเวฟที่อยู่ท้ายรถให้ อรอนงค์รอจนโชคชัยพ้นสายตา รีบเข้ามาถามสรนุชว่านายกฯยังตัดใจจากเธอไม่ได้อีกหรือ

“แล้วแกว่าไงล่ะ...รีบทำเถอะ...เดี๋ยวชาวบ้านจะมากันแล้ว” สรนุชแอบถอนใจ เหนื่อยใจ...

ที่ศาลาวัด หลวงพ่ออดแปลกใจไม่ได้ทำไมวันนี้ญาติโยมถึงมาทำบุญกันน้อยนัก มีเพียงใจเด็ด ผู้พันชาญณรงค์ ช่อผกา และชาวบ้านอีกไม่กี่คน ระหว่างนั้นมีชาวบ้านคนหนึ่งเดินขึ้นมาบนศาลา แล้วเขาไปกระซิบ กระซาบกับชาวบ้านอีกคนที่นั่งอยู่ ชาวบ้านคนนั้นกระซิบกับคนข้างๆต่อกันเป็นทอดๆ ก่อนที่ทั้งหมดจะลุกตามกันออกไป หลวงพ่อสงสัย ตะโกนถามตาแมงว่ามีเรื่องอะไรกัน

“ก็พวกคาบาตี้มาแจกของที่หน้าวัดน่ะครับหลวงพ่อ ผมไปก่อนนะครับ...เดี๋ยวของแจกจะหมด”

“ถึงว่าทำไมวันนี้ไม่ค่อยมีคน...ที่แท้ก็ไปหลงนังแม่มดรถไถอยู่นี่เอง” ช่อผกาแขวะ ใจเด็ดหน้าเครียดขึ้นมาทันที นี่สรนุชจะไม่ยอมรามือบ้างเลยหรือ...

ที่ลานหน้าวัด ชาวบ้านพากันมุงดูเตาไมโครเวฟที่ซุ้มขายรถไถอย่างสนอกสนใจ ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าเตาไมโครเวฟเอาไว้ทำอะไร สรนุชต้องอธิบายให้ฟัง

“ไมโครเวฟนี้คือเครื่องประกอบอาหารค่ะ เพียงแค่ทุกคนมีไว้ที่บ้านก็ไม่จำเป็นจะต้องติดเตาถ่านให้ยุ่งยาก เพียงแค่เราเสียบปลั๊ก ตั้งความร้อน ตั้งเวลาก็เสร็จเรียบร้อย” สิ้นเสียงสรนุช ใจเด็ดสวนขึ้นทันที

“ระวังโดนข้อหาหลอกลวงผู้บริโภคนะคุณ...คุณก็รู้ว่าของพวกนี้มันไม่ปลอดภัย ถ้าเกิดไฟฟ้าลัดวงจรขึ้นมาจะทำยังไง”

“ถ้าพูดเรื่องความปลอดภัย ถ้าเกิดไอ้สะเก็ดไฟจากเตาถ่านมันไปโดนฟางโดนหญ้าแห้งไม่แย่กว่าหรือ” สรนุชโต้ไม่ยอมแพ้ ใจเด็ดเองก็ไม่ยอมลงให้เธอเช่นกัน เหลือบไปเห็นชาวบ้านคนหนึ่งถือตะกร้าใส่ไข่ไก่ นึกอะไรขึ้นมาได้ ท้าพิสูจน์สรนุชที่คุยว่าไมโครเวฟทำได้ทุกอย่าง ลองต้มไข่ให้ดูได้หรือไม่ แล้วเดินเข้าไปขอยืมไข่จากชาวบ้านคนนั้น ก่อนจะส่งให้สรนุชทั้งตะกร้า สรนุชไม่ทันเฉลียวใจ ยัดไข่ใส่ไมโครเวฟทั้งตะกร้า

“โห...นี่มันง่ายยิ่งกว่าง่ายอีก นี่ค่ะ...ตั้งความร้อน แล้วก็ตั้งเวลา แล้วทุกท่านจะได้เห็นความมหัศจรรย์ของเจ้าเครื่องนี้” ทันทีที่สรนุชพูดจบ ได้ยินเสียงไข่ไก่ทยอยระเบิดปังๆๆออกมาจากเตาไมโครเวฟ ช่อผกาตกใจตะโกนลั่นระเบิดๆ แล้ววิ่งไปหลบหลังใจเด็ด ชาวบ้านแตกตื่นพากันเผ่นแน่บ

“ไม่ใช่ค่ะ แค่ไข่ระเบิดค่ะ กลับมาก่อน...ทุกคน...

นี่ไงคะ” สรนุชว่าแล้วเปิดฝาเตาไมโครเวฟ

อรอนงค์จะห้ามแต่ไม่ทัน ไข่ไก่ใบสุดท้ายระเบิดปัง เละเต็มหน้าสรนุช โชคชัยรีบพาเธอไปล้างหน้าล้างตา สรนุชถูหน้าไปบ่นไปด้วยความเจ็บใจที่พ่ายแพ้ใจเด็ดทุกครั้ง ยิ่งถูยิ่งแสบตาร้องให้โชคชัยช่วยเสียงลั่น นายกฯ อบต.หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาชุบนํ้าเช็ดรอบๆดวงตาให้เธออย่างห่วงใย สรนุชลืมตาขึ้นมอง เห็นใบหน้าโชคชัยตรงหน้ารีบหลบสายตา โชคชัยไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย

“คุณนุชครับ...ผมอยากให้คุณนุชคิดเรื่องที่ผมอยากเป็นผู้ช่วยให้คุณนุชอย่างจริงจังได้ไหมครับ ผมกลัวคุณนุชจะรับมือใจเด็ดไม่ไหว”

“ขอบคุณคุณโชคมากนะคะ แต่เรื่องนี้มันเป็นปัญหาของนุช แล้วก็อย่างที่นุชบอกน่ะค่ะว่า นุชไม่อยากให้คุณโชคต้องมาขัดแย้งกับชาวบ้านเพราะนุช” สรนุชพยายามเลี่ยง โชคชัยเองก็รู้ตัว แต่ยังยิ้มสู้

“ไม่เป็นไรครับ ยังไงผมก็พร้อมเป็นกำลังใจให้คุณนุช...สู้ๆนะครับ”

สรนุชขำที่โชคชัยทำท่าเหมือนพระเอกเกาหลี ทั้งคู่ไม่ทันสังเกตเห็นใจเด็ดแอบมองอยู่อย่างปวดร้าวใจ

ooooooo

หลังจากแผนโปรโมตพังไม่เป็นท่าอีกครั้ง

สรนุชเรียกประชุมพนักงานฝ่ายขายของบริษัทเพื่อวางแผนใหม่ ชิดชัยเสนอว่าแผนเก่าก็ดีอยู่แล้ว ชาวบ้านให้ความสนใจเตาไมโครเวฟกันมากมาย สรนุชสวนทันที

“แล้วถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างวันนี้อีกใครจะรับผิดชอบ”

“ก็ตัวเองไม่ทันไอ้พวกกระบือบาลนั่นเองนี่หว่า” ชิดชัยแอบบ่นงึมงำๆ

สรนุชฉุนขาด สั่งให้พูดออกมาดังๆ ชิดชัยไม่รอให้บอกซํ้า โทษว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่วัดเป็นเพราะ

สรนุชเสียรู้ให้ใจเด็ด ใครๆก็รู้กันทั้งนั้นว่าเอาไข่ทั้งฟองใส่เตาไมโครเวฟไม่ได้ สรนุชกลับโทษว่าเป็นเพราะชิดชัยต่างหากที่คิดแต่เรื่องไม่เอาไหน ทั้งเรื่องเตาไมโครเวฟ ทั้งเรื่องการเลี้ยงเด็กเพื่อสร้างภาพลักษณ์ แต่เกือบทำลูกชาวบ้านหาย เขานั่นแหละเป็นจุดอ่อนของบริษัท

ชิดชัยถึงกับร้องอ้าว ทำไมสรนุชถึงพูดอย่างนี้

“หรือว่าไม่ถูก...เท่าที่ฉันมาอยู่ที่นี่ ฉันบอกได้เลยว่าที่เราขายรถไถไม่ได้ไม่ใช่เพราะฝ่ายตรงข้าม แต่เป็นเพราะนาย...ต่อไปนี้ นายช่วยหุบปากที่ไร้สาระของนายได้แล้ว เพราะไม่อย่างนั้น นายน่าจะรู้ว่าฉันมีอำนาจทำอะไรได้บ้าง” สรนุชว่าพลางจ้องหน้าชิดชัยอย่างเอาเรื่อง

ชิดชัยหลบสายตาเหมือนจะสำนึกผิด แต่มือที่อยู่ใต้โต๊ะกลับกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้น...

ตกค่ำ ชิดชัยชวนลูกน้องคนสนิทไปดื่มเหล้าดับแค้นที่ร้านคาราโอเกะในเมือง เจ็บใจที่สรนุชกล้าฉีกหน้าเขากลางที่ประชุม คนอย่างเขาฆ่าได้หยามไม่ได้ แล้วนึกแผนชั่วขึ้นมาได้ หันไปถามลูกน้องว่าคืนนี้ว่างไหม

“ลูกพี่จะทำอะไรหรือครับ” ลูกน้องนิ่วหน้าสงสัย ชิดชัยไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มเจ้าเล่ห์...

ขณะที่ชิดชัยผุดแผนชั่วร้ายขึ้นมาในสมอง ใจเด็ดกำลังประชุมอยู่กับเกริกไกร ภิรมย์และเจนจิราอยู่ในสำนักงานของสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ใจเด็ดจะใช้วิธีใหม่รับมือกับพวกรถไถ โดยพวกเราจะเป็นฝ่ายรุกกลับบ้าง

“หมายความว่าไงวะไอ้เด็ด” เกริกไกรนิ่วหน้าสงสัย

“ตอนนี้เราเป็นฝ่ายตั้งรับตลอด เพราะเราไม่รู้ว่าพวกนั้นจะเอาแผนการตลาดอะไรมาใช้ แล้วถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป ฉันก็กลัวจะพลาดท่าพวกนั้นเข้าสักวัน”

“ใช่ค่ะ...เพราะวันนี้เจนยังได้ยินชาวบ้านพูดเรื่องตั้งสหกรณ์เพื่อซื้อรถไถกันอยู่เลยค่ะ”

ระหว่างนั้น สมหญิงวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานใจเด็ดว่า มีพวกรถไถแอบเข้ามาในสถานีฯ ทุกคนพากันตามสมหญิงออกไปดู ครู่ต่อมา ใจเด็ด สมหญิง เจน–จิรากับภิรมย์ และเกริกไกรมาถึงหน้าสถานีฯจุดที่สมหญิงเห็นผู้บุกรุก แต่ไม่เจอใครสักคน เจนจิราอยากรู้ว่าพวกนั้นมากันกี่คน

“คนเดียวค่ะ”

“แยกย้ายกันตามหา...เจน พาภิรมย์กับสมหญิงไป...ส่วนหมอมากับฉัน” ใจเด็ดสั่งการเสร็จเดินนำเกริกไกรไปด้านหลังสถานีฯ ขณะที่เจนจิรา สมหญิง และภิรมย์พากันไปที่คอกควาย เดินยังไม่ถึงครึ่งทาง เจนจิราเห็นเงาตะคุ่มๆของใครบางคนอยู่แถวบ้านพักของเจ้าหน้าที่ ส่งสัญญาณให้ภิรมย์กับสมหญิงหยุดเดิน

“เดี๋ยวฉันจะตามมันไป...เธอสองคนอ้อมไปดักหน้ามันไว้” เจนจิราว่าแล้วหยิบไม้ท่อนเขื่องติดมือไปด้วย

ส่วนภิรมย์กับสมหญิงต่างแยกย้ายกันเดินหายไปในความมืด ครู่ต่อมา เจนจิราพบผู้บุกรุกเดินลัดเลาะไปทางบ้านพักของใจเด็ด แอบสะกดรอยตามพอได้ระยะฟาดไม้ใส่หัวจนร่างนั้นร่วงลงไปกองกับพื้น เจนจิรารีบเข้าดูหน้าใกล้ๆ ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าร่างนั้นคือ สุบิน...

ไม่นานนัก สุบินรู้สึกตัวตื่นขึ้นพบว่าตัวเองถูกมัดติดกับเสาโดยมีใจเด็ด เจนจิรา เกริกไกร และเหล่ากระบือบาลรายล้อมอยู่ เจนจิรารับหน้าที่เค้นความจริง สุบินแอบเข้ามาในสถานีฯมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ สุบินพยายามอธิบายว่าไม่ได้แอบเข้ามา แต่จะมาหาข้อมูลนำเรื่องพวกกระบือบาลไปเขียนเป็นพล็อตละครเรื่องใหม่ของเขา เจนจิราไม่เชื่อ เอาน้ำสาดหน้าสุบินโครม

“คราวที่แล้วโกหกว่าเป็นผู้กำกับ...ตอนนี้เป็นคนเขียนบทแล้วหรือ”

“นี่...ผมพูดจริงๆนะ...เชื่อผมเถอะ” สุบินอ้อนวอน เกริกไกรถามใจเด็ดจะเอาอย่างไรต่อไปดี

“ฉันมีวิธีที่จะรู้ความจริง” ใจเด็ดสีหน้าครุ่นคิด ขณะที่ทุกคนมองหน้ากันไปมาสงสัยว่าวิธีอะไร

ooooooo

ที่ห้องพักของสรนุช ขณะที่สรนุชนั่งคิดแผนสำหรับงานที่ต้องทำในวันนี้ อรอนงค์ติงว่าเมื่อวานนี้สรนุชไม่น่าพูดแรงๆ กับชิดชัยแบบนั้น สรนุชส่งแฟ้มประวัติการทำงานของชิดชัยให้อรอนงค์ดู

“แกดูนี่...ทำงานไม่มีประสิทธิภาพอย่างนั้น แต่ได้เงินเดือนสูงขนาดนี้ได้ยังไง...แล้วที่ฉันพูดไปมันก็เป็นความจริงทุกอย่าง” สรนุชเสียงเครียด อรอนงค์เดินมานั่งข้างๆ

“นุช...ฉันขอพูดในฐานะเพื่อนได้ไหม...แกรู้ไหมว่าตอนนี้แกเปลี่ยนไป เมื่อก่อนแกไม่ได้ใจร้ายขนาดนี้”

สรนุชยังไม่ทันจะพูดอะไร มีเสียงเคาะประตูห้องดังขัดจังหวะเสียก่อน ผจก.สาวเดินไปเปิดรับ ต้องชะงักที่เห็นเจนจิรายืนอยู่ เจนจิราไม่วายแขวะสรนุช ทำไมต้องตกใจด้วย

“ฉันไม่ได้ตกใจ แค่แปลกใจที่เธอยอมห่างหัวหน้าของเธอได้ยังไง” สรนุชแขวะคืน

“ฮึ...ฉันสมเพชเธอจริงๆ”

“นี่ ขอโทษนะ ฉันไม่มีเวลามาทะเลาะกับเธอ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันจะไปทำงาน”

“งานที่ให้เพื่อนเธอไปสืบมาน่ะเหรอ” เจนจิราว่าแล้ว ส่งถุงกระดาษให้สรนุชก่อนจะเดินยิ้มเย้ยออกไป สรนุชเปิดถุงออกดู ต้องแปลกใจที่เห็นกางเกงยีนส์อยู่ในนั้น อรอนงค์หยิบขึ้นมาพิจารณา จำได้ว่าเป็นของสุบินสองสาวงง กางเกงของสุบินมาอยู่กับเจนจิราได้อย่างไร...

หลังกลับจากเอากางเกงไปให้สรนุช เจนจิราพยายามเค้นเอาความจริงจากสุบินอีกครั้ง โดยแกล้งเอาเขาไปมัดไว้กับขาตั้งที่ให้ควายตัวผู้ผสมพันธุ์ แล้วนำควายพ่อพันธุ์เข้ามา สุบินร้องเอะอะลั่นให้ปล่อย

“ถ้าอยากให้ปล่อย ก็สารภาพมาว่าเพื่อนนายใช้ให้นายมาสืบหาอะไร” เจนจิราตวาด

“ฉันบอกไปหมดแล้ว...คุณใจเด็ดเชื่อผมเถอะครับ ตอนนี้ผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับยัยนุชแล้ว”

ใจเด็ดยืนนิ่งไม่พูดอะไร เกริกไกรขอร้องให้ปล่อยสุบินได้แล้ว เจนจิราไม่สนใจจูงควายพ่อพันธุ์เดินวนไปด้านหลังสุบินที่นุ่งเพียงผ้าขาวม้าผืนเดียว เขาถึงกับสติแตกร้องขอความช่วยเหลือลั่น สรนุชกับอรอนงค์โผล่มาช่วยสุบินไว้ทันรีบแก้มัดให้ แทนที่จะขอบคุณเขากลับไล่สองสาวกลับ

“แกว่าอะไรนะ” สรนุชมองหน้าสุบินงงๆ

“ฉันบอกให้พวกแกกลับไปไง...ฉันตั้งใจมาอยู่ที่นี่ ไม่ได้จะมาอยู่กับพวกแก”

สรนุชหันมองใจเด็ดตาขวาง ถามเสียงเขียวว่าทำอะไรเพื่อนของเธอ ทำไมเขาถึงพูดแบบนั้น ใจเด็ดยอกย้อน สรนุชเป็นเพื่อนกับสุบินน่าจะรู้ดีกว่าเขา สรนุชโกรธจัด ตบหน้าสุบินฉาดใหญ่เพื่อเรียกสติ ก่อนจะช่วยกับอรอนงค์ลากสุบินออกไปคุยกันข้างนอก ใจเด็ดแอบตามไปห่างๆ เห็นสุบินสะบัดหลุดจากมือของสองสาว

“ปล่อย...พวกแกมาทำไม...อย่างนี้คุณใจเด็ดยิ่งเข้าใจฉันผิดเข้าไปใหญ่”

“อ้อ...ที่พวกฉันมาช่วยแกเนี่ย ผิดใช่ไหม...รู้งี้น่าให้ไอ้ควายนั้นมันจัดการซะให้เข็ด” สรนุชแหวลั่น

“สุบิน...พวกนั้นล้างสมองแกเหรอ” อรอนงค์ถามด้วยความเป็นห่วง สุบินไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น ขอร้องให้ทั้งคู่กลับไปก่อน ระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังโต้เถียงกันไปมา ใจเด็ดโผล่มาจากไหนไม่รู้ โยนเป้สัมภาระของสุบินเข้ามากลางวง

“ต่อไปอย่าใช้วิธีนี้อีกละ เพราะความอดทนของพวกเรามีจำกัด” ใจเด็ดพูดจบ หันหลังจะไป สุบินปราดไปดักหน้า ขอร้องใจเด็ดอนุญาตให้เขาอยู่ที่นี่ด้วย สรนุชวีนแตก สั่งให้สุบินไปขึ้นรถเดี๋ยวนี้

“ไม่...ฉันจะอยู่ที่นี่ ฉันมาที่นี่เพื่อเขียนพล็อตละคร ไม่ได้มาเพื่อช่วยแกนะเว้ย”

สรนุชโกรธควันแทบออกหู ขืนอยู่ต่อต้องฆ่าสุบินตายคามือแน่ เดินสะบัดกลับไปที่รถ สุบินเห็นอรอนงค์ ไม่ขยับตาม รีบไล่ส่ง พอสองสาวไปพ้นสายตา สุบินหันไปขอบคุณใจเด็ด

“ไม่ต้องขอบคุณผมหรอก...ผมยังไม่ได้อนุญาตให้คุณอยู่” ใจเด็ดว่าแล้ว เดินกลับไปที่คอกผสมพันธุ์ควาย สุบินตามมาคุกเข่าอ้อนวอนใจเด็ดอย่างไม่ลดละ

“หัวหน้าอย่าใจอ่อนนะคะ จำไม่ได้เหรอคะว่าพวกนี้เคยทำอะไรไว้กับเรา” เจนจิราค้านหัวชนฝา

“เจน...คุณสุบินเขาก็ขอโทษแล้ว ถ้าเราไม่ให้อภัย... ไม่ใจแคบไปหน่อยเหรอ”

“หมอพูดอย่างนี้ ทำไมหมอไม่ย้ายไปอยู่กับพวกรถไถเลยล่ะคะ”

ใจเด็ดเห็นเจนจิราก้าวร้าวเลยต้องปราม เจนจิราหน้าหงิกไม่พอใจ ใจเด็ดจะยอมให้สุบินอยู่ที่นี่ แต่มีข้อแม้ต้องพิสูจน์บางอย่างให้เขาเห็นก่อน สุบินมองหน้าใจเด็ด สงสัยจะให้พิสูจน์เรื่องอะไร

ooooooo

ในเวลาต่อมา สรนุชเดินมาถึงหน้าบริษัทรถไถอย่างหัวเสีย โวยวายกับอรอนงค์ลั่นว่าอุตส่าห์ตามไปช่วย สุบินกลับเลือกจะอยู่กับควายมากกว่าเราสองคน อรอนงค์ขอร้องให้สรนุชใจเย็นก่อน

“ฉันใจเย็นมามากพอแล้ว ในเมื่อสุบินมันเลือกที่จะอยู่ฝ่ายโน้นก็ไม่ต้องมีอะไรจะพูดกันอีก”

จังหวะนั้น มีชายสวมหมวกกันน็อกอำพรางใบหน้า อ้างว่าใจเด็ดฝากของมาให้ แล้วปาถุงขี้ควายใส่สรนุชก่อนจะวิ่งหนี อรอนงค์รีบพาสรนุชไปล้างเนื้อล้างตัวหลังบริษัท สักพัก ชิดชัยวิ่งนำหน้าลูกน้องคนสนิทเข้ามาหา

“คุณนุชครับคุณนุช...เป็นอะไรมากไหมครับ...โห...เล่นปาขี้ควายใส่กันแบบนี้ ผมว่ามันจะเอาใหญ่แล้วนะครับ...คุณนุชรู้มั้ยครับว่าเป็นฝีมือใคร” ชิดชัยพูดพลางเอามือปิดจมูกเพราะทนกลิ่นเหม็นไม่ไหว

“จะใครซะอีก...ก็นายใจเด็ดไง” สรนุชมองสภาพตัวเองแล้วเจ็บใจ ขณะที่ชิดชัยกับลูกน้องมองสบตากันอย่างมีเลศนัย...

ข่าวสรนุชถูกปาขี้ควายใส่แพร่สะพัดไปทั้งหมู่บ้าน ช่อผการู้เรื่องนี้เข้าถึงกับหัวร่องอหาย ผู้พันชาญณรงค์ได้ยินเสียงหัวเราะของลูกสาว แปลกใจขำอะไรนักหนา พอรู้จากช่อผกากับสมคิดว่า สรนุชกับอรอนงค์ถูกใครไม่รู้เอาขี้ควายปาใส่ ผู้พันชาญณรงค์ฉุนขาด ด่าไม่เลี้ยงว่าทำแบบนี้หน้าตัวเมียชัดๆ

“อะไรพ่อ...พูดเหมือนรู้ว่าใครทำ”

ผู้พันชาญณรงค์ฟันธงว่าต้องเป็นใจเด็ดกับพวกกระบือบาล สรุปได้อย่างนั้น รีบบึ่งรถไปที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ชักปืนยิงขึ้นฟ้า ตะโกนเรียกใจเด็ดออกมาพบ ใจเด็ด เกริกไกรกับเจนจิราได้ยินเสียงปืนรีบวิ่งมาดู

“อะไรผู้พัน...มายิงปืนในนี้ทำไม เจน...เรียกตำรวจ” ใจเด็ดรีบสั่งการ

“ดี...เรียกมาเลย ฉันจะได้แจ้งความกลับว่า แกเป็นคนให้คนไปปาขี้ควายใส่คุณสรนุชกับน้องอรของฉัน”

ใจเด็ดกับเกริกไกรมองหน้ากันงงๆ ผู้พันเฒ่ายิ่งโกรธที่ทั้งคู่ทำไขสือ ด่ากราดเกิดเป็นลูกผู้ชายกล้าทำต้องกล้ารับ คนทั้งหนองระบือรู้ว่าใจเด็ดไม่กินเส้นกับสรนุช ถ้าไม่ใช่เขาทำแล้วจะเป็นใคร ใจเด็ดถึงกับหน้าเครียด

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ขวัญ" พร้อมหลอน เมินดราม่า "แม่นาก" ลุคลูกครึ่ง ใน "แม่นากพระโขนง"

"ขวัญ" พร้อมหลอน เมินดราม่า "แม่นาก" ลุคลูกครึ่ง ใน "แม่นากพระโขนง"
14 มิ.ย 2564

23:55 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 04:46 น.