สมาชิก

ฟ้ากระจ่างดาว

ตอนที่ 6

ความที่โอ่งยักท่า จึงโดนหมวดดาวล็อกแขนไพล่หลัง ย้ำอีกครั้งว่า จะไม่จับถ้าตอบคำถามดีๆตอบตรงประเด็น ไม่ยักท่ากวนประสาท น่ารำคาญแบบนี้ หมวดดาวถามอีกครั้งว่าเด็กในรูปอยู่ที่ไหน โอ่งเจ็บแขนร้องลั่นว่า ไปสีลม เด็กหน้าตาดีแบบนี้ฝรั่งชอบ

“นี่แกบังคับหลานฉันไปขายตัวเหรอ” มีคณาโกรธมาก

หิรัณย์ปล่อยตัวติ๊บหันมาบีบคางโอ่งเค้นว่า ตรงไหนของสีลม และใครเป็นคนดูแล โอ่งกลืนน้ำลายเอื๊อกยอมสารภาพ

ในซอยหนึ่งของสีลม สันตินั่งก้มหน้าอยู่หลังสุดรวมกลุ่มกับเด็กอื่นๆ มีชายวัยกลางคนเดินผิวปากมา ยิ้มกริ่มตรงมาชี้ที่สันติ ว่าเลือกคนนี้ สันติหน้าซีดตื่นตระหนก

ระหว่างเดินทางมาที่สีลม มีคณาถามหิรัณย์ว่าจะจับโอ่งเมื่อไหร่ หิรัณย์ถอนใจขอให้หมวดดาวเป็นคนตอบ หมวดดาวย้อนถามว่าข้อหาอะไร มีคณาว่าข้อหาหน่วงเหนี่ยว บังคับเด็กค้าประเวณี จับโอ่งเข้าคุกแล้วพาเด็กๆส่งบ้านหรือประชาสงเคราะห์ หมวดดาวถอนใจ

“เด็กน่ะจับส่งประชาสงเคราะห์เดี๋ยวเดียวก็หนีกลับออกมาใหม่ ขนาดบ้านยังไม่อยากอยู่แล้วจะอยู่กับประชาสงเคราะห์ได้ยังไง”

หิรัณย์เสริม “ส่วนไอ้คนคุมเด็กวันนี้จับนายโอ่งเข้าคุก พรุ่งนี้ก็มีนายโอ่งคนใหม่มาแทน”

มีคณาไม่เข้าใจ แล้วจะแก้ไขอย่างไร หรือต้องปล่อยให้เป็นแบบนี้ หมวดดาวอธิบาย

“เรามีโครงการครูอาสาคุณมี่ มีกองทุนสำหรับจ้างครูเพื่อลงพื้นที่สอนเด็ก ให้ความรู้ทั้งในทั้งนอกตำรา สอนวิธีป้องกันตัวเอง วิธีดูแลสุขภาพ แทบจะทุกเรื่องเลยค่ะ”

“เราอาจจะแก้ปัญหาเรื่องเด็กพวกนี้ได้ไม่หมดหรอกนะ แต่ก็น่าจะช่วยลดจำนวนได้มั่ง เราเอาเขาออกจากข้างถนนไม่ได้ เขาต้องเต็มใจก้าวออกไปเอง ความรู้ช่วยได้นะครับ ช่วยได้ดีกว่ามาตามกวาดจับซะอีก” หิรัณย์ยิ้มให้

มีคณาชื่นชมกับโครงการนี้และจะช่วยประชา– สัมพันธ์ให้ พลัน หมวดดาวชี้ให้จอดรถเหมือนไม่สนใจสิ่งที่มีคณาพูด...

ในห้องพักเล็กๆชายกลางคนพาสันติที่สีหน้าหวาดกลัวเข้ามา เอาเงินพันออกมาล่อ สันติจะคว้า ชายคนนั้นบอกต้องทำตามที่ตนบอกก่อน...ระหว่างนั้น มีคณา หิรัณย์ และหมวดดาว เดินตามหาสันติทั่วทั้งสีลม ทุกตรอกซอกซอย มีคณาเจอคนยื่นแผ่นหนังโป๊ให้ รู้สึกขยะแขยงเดินหนี จวบจนทั้งสามคนมาบรรจบกันที่หัวถนน ต่างส่ายหน้าไม่มีใครเจอสันติ มีคณาใจเสีย

“ถ้าสันติต้องเจอเรื่องเลวร้าย ฉันจะไม่มีวันให้อภัยตัวเองเลย”

“คุณอย่าเพิ่งตีโพยตีพายไปเลยน่ะ นายโอ่งอาจจะตอบให้พ้นๆตัวไปก็ได้” หมวดดาวติง

หิรัณย์มองไปเห็นสันตินั่งอยู่ในกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่จับกลุ่มอยู่ฝั่งตรงข้าม เขาชี้บอกสองสาว มีคณาดีใจจะข้ามไปหา หิรัณย์ห้ามไว้เกรงสันติจะหนีไปอีก เขาขอเป็นคนเข้าไปเอง เด็กวัยรุ่นกลุ่มนั้นเห็นหนุ่มหล่อหนวดเคราเจ้าเสน่ห์เดินมา รีบเก๊กหล่อให้เขาเลือก สันติเงยหน้ามองสีหน้าแปลกใจ หิรัณย์เดินมาถึงเอ่ยยิ้มแย้มว่า “ผมเจ้าหน้าที่ตำรวจ...”

ทุกคนแตกฮือวิ่งหนี เหลือสันติยืนงงๆ หิรัณย์เข้ามาถามไม่เป็นอะไรใช่ไหม สันติยืนเกร็ง แววตานิ่งหลังไหล่เกร็ง ริมฝีปากเม้มแน่น เหมือนพร้อมจะถูกทำโทษ หิรัณย์หันไปส่งสัญญาณ มีคณาเดินตามมามือกำแน่นประหนึ่งคุมอารมณ์ ยืนมองหน้าสันติน้ำตาคลอ

“ป้าขอโทษ...กลับบ้านกันเถอะ”

สันติตาโพลงนิ่งๆ มีคณาเข้ามาสวมกอดหลานร้องไห้อย่างกลั้นไม่อยู่อีกต่อไป ผลจากการเหนื่อยล้ามาสองวันสองคืน สันติอยู่ในอ้อมกอดไม่แสดงอารมณ์ใดๆแม้แต่น้อย หิรัณย์และหมวดดาวโล่งอก...หิรัณย์วางมือบนบ่าสันติพาเดินไปที่รถ หมวดดาวเตือนมีคณาอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ถ้าเตลิดคราวนี้จะตามยาก มีคณารับคำเศร้าๆ

“เด็กจะโตขึ้นมาเป็นคนครึ่งคนหรือคนเต็มตัว มันขึ้นอยู่กับคนเลี้ยงดู จะดีจะเลวมาก่อนคุณมี่ไม่ต้องไปสนใจ ต้องอดทนอบรมเขาไป ทำความเข้าใจเขาซะหน่อย ให้เขารู้ว่าคุณใส่ใจจริงๆ เด็กก็จะเข้าใจเองแหละ”

“ขอบคุณมากสำหรับคำแนะนำนะคะหมวด” มีคณาซาบซึ้ง

“ที่พูดมานี่ไม่ได้จำขี้ปากใครมาพูดนะคะ พูดจากประสบการณ์ตรงของฉันเอง”

มีคณารับรองจะลืมอดีตและเชื่อใจสันติให้มากกว่านี้ มีคณายกมือไหว้ขอบคุณหมวดดาว เธอจับมือไว้กดลง ติงว่าตนยังไม่อยากแก่ และหวังว่าคงได้ทำงานร่วมกันอีก ขอเป็นงานจริงๆ แบบนี้ไม่เอา มีคณายิ้มอย่างเป็นมิตรและหวังเช่นนั้นเหมือนกัน หมวดดาวแยกตัวไปกับเพื่อน เพราะอยากเปิดโอกาสให้หิรัณย์ได้ไปส่งมีคณาและได้ใกล้ชิดกัน

หิรัณย์ไม่ปล่อยโอกาสให้เสียไป เขาโทร.ขอร้องแม่ให้ทำอาหารไว้รอรับ แล้วมายุมีคณาแวะทานข้าวที่บ้านตนก่อน อ้างอยู่ใกล้ๆ ส่วนสันตินั่งนิ่งครุ่นคิดเหตุการณ์ที่ผ่านมา...ตอนชายวัยกลางคนที่เลือกตัวเขาพาไปโรงแรม ยื่นเงินหนึ่งพันบาทเพื่อแลกกับการมีเพศสัมพันธ์ด้วย เขารับกับการกระทำแบบนั้นไม่ได้ จึงถีบชายคนนั้นกระเด็นแล้ววิ่งหนีออกมา เจอรุ่นพี่หัวหน้ากลุ่มรวบตัวได้ พอรู้ว่าทำร้ายลูกค้า ก็ไล่ให้กลับไปรวมกลุ่ม ส่วนตัวเองไปเคลียร์กับลูกค้า สันติรอดมาได้ใจคอหดหู่ หวาดกลัว และพอจะเข้าใจอะไรขึ้นบ้าง

หิรัณย์เห็นมีคณานั่งรถมาเงียบๆ จึงจับมือเธอบีบเบาๆให้กำลังใจ หญิงสาวดึงออกช้าๆ อย่างไว้มารยาท เขายิ้มให้อย่างเข้าใจ

ooooooo

เมื่อมาถึงบ้าน กัลยาแม่ของหิรัณย์ออกมาต้อนรับ รับไหว้มีคณากับสันติ ออกตัวไม่ต้องเกรงใจ เพราะบ้านนี้  ต้องมีอาหารรอบดึกไว้เป็นประจำ กัลยาจับมือสันติ “ทนหิวอีกเดี๋ยวนะ เด็กกำลังอุ่นอาหารอยู่ในครัว ยาย มีแกงจืดผักตำลึงกับหมูทอดกระเทียม ทานได้ไหมลูก”

สันติพยักหน้า มีคณาเตือน ผู้ใหญ่ถามต้องตอบ อย่าพยักหน้า ไม่สุภาพ กัลยาดึงสันติมาพูดด้วยใกล้ๆ อย่างเอ็นดู “กับยายไม่เป็นไรหรอก ไหนมาใกล้ๆซิ หน้าตาดีนี่หนุ่มคนนี้ โตขึ้นคงหล่อน่าดู ไง ลุงรันเขาบอกยายว่า หนีออกจากบ้านเหรอ เราทำไมทำยังงั้นล่ะลูก รู้ไหมผู้ใหญ่เขาเป็นห่วง เป็นเด็กเป็นเล็กอยู่นอกบ้านคนเดียวมันอันตราย รู้ไหมลูก”

สันติพยักหน้าน้ำตาไหลพรั่งพรู ความหวาดกลัวทุกอย่างทลายออกมา เขาร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างไม่กลัวเสียฟอร์มอีกแล้ว มีคณามองหน้าหลานด้วยความสงสาร กัลยากอดปลอบ

“ไม่เป็นไรลูก คราวนี้ผ่านไปแล้วช่างมัน คราวหน้า อย่าทำอีกนะ มันไม่ดีต่อตัวหนูเอง อยู่บ้านน่ะถึงป้าเขาจะดุ จะว่า ก็เพราะเขารักเขาห่วงเรา เป็นเด็กต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่ ต้องอดทน โตขึ้นหนูจะเข้าใจเองว่า ผู้ใหญ่เขาสอนเขาเตือนเพราะรักหนูห่วงหนูจริงๆ”

“ติคิดถึงย่า” สันติสะอื้นตัวโยน

มีคณาน้ำตาซึม หิรัณย์บีบมือให้กำลังใจ ครั้งนี้เธอไม่ดึงมือออก กลับบีบมือเขาตอบแทนคำขอบคุณ หิรัณย์ได้เห็นความอ่อนแอของเธออีกครั้ง

สันติทานข้าวอย่างตายอดตายอยาก จนกัลยาต้องบอกให้ค่อยๆกินเดี๋ยวติดคอ ขาดคำสันติก็สำลัก เธอรีบส่งน้ำให้ดื่ม มีคณามีสีหน้าผ่อนคลายลงยิ้มบางๆสบตากับหิรัณย์ วันทนีย์น้องสาวลงมาจากชั้นบนเห็นพี่ชายยิ้มกรุ้มกริ่ม อดแซวไม่ได้ แล้วชมมีคณาว่าสวยกว่ารูปในคอม หิรัณย์หน้าเจื่อนขัดและไล่น้องให้ออกไป มีคณาเอะใจ วันทนีย์หันมาฟ้องแม่ กัลยา แหย่

“พี่เขาแค่พูดดักคอเรา เพราะเขาเป็นเขิน เอ๊ย เป็นห่วง แต่ความจริงแม่ก็ว่า ตัวจริงหนูมี่น่ารักกว่ารูปที่เห็นในคอมตั้งแยะ มิน่าล่ะ รันถึงเอาแต่ดูรูปหนู ยิ้มไปยิ้มมาได้ทั้งวัน”

หิรัณย์ทั้งเขินทั้งอายรีบขอตัวไปเข้าห้องน้ำ มีคณากระชับแว่นอายๆก้มหน้าทานอาหารต่อไป ทั้งกัลยาและวันทนีย์ถูกชะตากับมีคณา สันติชำเลืองมองพอจะรู้ว่าสองคนนี้ชอบกัน

ถึงเวลาลากลับ กัลยาชวนให้มีคณาพาสันติมาเที่ยวที่บ้านบ่อยๆ เธอบอกกับสันติว่า มีอะไรโทร.หายายได้ทุกเวลา เธอกอดเขาสอนอีกครั้ง ให้เป็นเด็กดี มีแต่คนหวังดีกับเขาทั้งนั้นสันติรู้สึกอบอุ่นใจขึ้น...

หน้าบ้านมีคณา...สันติไหว้หิรัณย์แล้ววิ่งเข้าบ้าน หิรัณย์ย้ำกับมีคณา “เลี้ยงเด็กต้องใจเย็นนะครับ แม่ผมฝากบอกให้คุณอดทนไว้ ท่าทางสันติไม่ใช่เด็กไม่มีความคิด เพียงแค่อาจต้องใช้เวลาหน่อย ระหว่างนี้ถ้าคุณมีปัญหาอะไรก็ปรึกษาท่านได้ แม่ผมชอบให้คำปรึกษาช่วยเหลือคนอื่นอยู่แล้ว ทั้งป้าทั้งหลานปรึกษาได้หมด”

“ฝากสารวัตรกราบขอบคุณคุณป้าด้วยนะคะ”

“ครับ ผมจะบอกให้ คุณเองก็อย่าเพิ่งไปซักไซ้อะไรติตอนนี้เลย รอให้เขาพร้อมก่อนค่อยเปิดใจคุยกัน”

“ค่ะ ฉันก็ตั้งใจไว้แบบนั้นเหมือนกัน”

หิรัณย์ยิ้มพยักพเยิดให้เธอเข้าบ้านพักผ่อน มีคณาสีหน้าซาบซึ้งตัดสินใจเอ่ยปาก

“สารวัตรคะ...ขอบคุณอีกครั้งที่ช่วยตามหาติ แล้วก็...ชี้ให้ฉันเห็นปัญหาตัวเองชัดขึ้น ฉันจะไม่ลืมบุญคุณของสารวัตรเลย”

“อย่าถือว่าเป็นบุญคุณเลยครับ ผมเต็มใจช่วยคุณมี่ทุกอย่างอยู่แล้ว จริงๆอยากจะพาตัวทั้งป้าทั้งหลานไปดูแลที่บ้านเลยด้วยซ้ำ”

มีคณาเหยียดปากใส่ รีบเดินหนีเข้าบ้านเขินๆ หิรัณย์ยิ้มหัวใจพองโต มีความหวังขึ้นโข...เข้ามาเห็นสันติเดินหาของ มีคณาเดาออกเอารถบังคับมายื่นให้ และถามอยากได้คันใหม่ไหมจะซื้อให้ สันติส่ายหน้า มีคณาเอ่ยขอโทษที่ไม่เชื่อคำพูดของเขา และยอมรับว่าตัวเองมีอคติสันติมองตาปริบๆ มีคณากล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

“เราลองมาเริ่มต้นกันใหม่ดีไหมติ ลืมทุกอย่างที่ผ่านมาไปซะให้หมด”

สันติน้ำตาเอ่อ กอดรถบังคับวิ่งขึ้นห้อง มีคณาหน้าเจื่อนทรุดนั่งถอนใจยาว...ชั่วครู่ มีคณาเดินขึ้นชั้นบน เห็นสันติหอบหมอนผ้าห่มเดินออกจากห้อง จึงถามจะไปนอนไหน

“จะย้ายไปนอนห้องเล็กแทน ป้ากลับไปนอนห้องใหญ่ของป้าเถอะ ติอยากนอนห้องใหญ่เพราะอยากเอาชนะป้า อยากแย่งห้องของป้า ถ้าป้าอยากเริ่มต้นกันใหม่ ติก็ควรกลับไปนอนห้องที่ป้าจัดไว้ให้ตั้งแต่แรก”

มีคณายิ้มปลื้มน้ำตาคลอ กุลีกุจอช่วยหอบ เป็นการเริ่มต้นที่ดีของป้าหลาน

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น มีคณาเคาะประตูห้องปลุกสันติก่อนจะเปิดเข้ามา สันติเอ่ยขออนุญาตไม่ไปเรียนหนึ่งวัน มีคณาบอกว่าวันนี้วันเสาร์จะไปเรียนทำไม ตนอยากให้ไปหาหมอตรวจร่างกายกันสันติหน้าเสียหาหมอทำไม หญิงสาวบอกตามตรงว่าตรวจร่างกายตรวจเลือด

“ตรวจทำไมติไม่ตรวจ ติไม่ได้เป็นอะไรซะหน่อย” สันติตกใจโวยวาย

“ค่อยๆพูดก็ได้ไม่เห็นต้องโวยวายอะไรเลย ป้าเป็นห่วงติ ตรวจสุขภาพเอาไว้ไม่เสียหลายหรอก ไม่ติดโรคอะไรมาก็ดี”

สันติน้ำตาร่วงโวยวาย “ติไม่ได้ทำ ติไม่ยอมมัน ป้าไม่เชื่อติอีกแล้วใช่มั้ย...ติว่าแล้ว ยังไงป้า...” มีคณาสวนทันควันว่าตนเชื่อ อย่าโวยวาย สันติชะงักจ้องหน้า

มีคณาบอกว่าไม่ต้องไปหาหมอ และสัญญาจะไม่พูดเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างที่เขาหนีออกจากบ้านอีก แต่มีเรื่องหนึ่งที่ขอพูดและจะไม่พูดอีก “...ติเพิ่งเจอกับตัวมา ตอนนี้ติคงจะเข้าใจแล้วว่า การต้องมีเพศสัมพันธ์กับคนที่เราไม่ได้รักไม่ได้ชอบ ต้องทำเพราะถูกบังคับมันไม่ใช่เรื่องสนุก มันเจ็บปวดและน่าอายมากกว่า”

มีคณาถือโอกาสยกตัวอย่าง ว่าผู้หญิงหลายคนถูกทารุณให้รับแขก เขาอาจจะเห็นเป็นเรื่องปกติ เพราะทั้งหมู่บ้านทำกัน ใครไม่ทำถือว่าอกตัญญู แต่มีใครโดนทุบตี โดนข่มขืน ถูกกรีดเนื้อเป็นริ้วๆบ้างไหม คนเป็นนักข่าว เห็นมามาก สันติฟังแล้วพูดขึ้นบ้าง

“แม่ไม่ได้อยากไป แต่ปู่บอกว่าเราไม่มีจะกินแล้ว ถ้าอยากให้ผัวให้ลูกสบาย ทำแค่นี้ไม่เห็นเป็นไร ก็ทำมันอยู่ทุกวันอยู่แล้ว ก่อนไปแม่ร้องไห้ทั้งคืน ติไม่ได้อยากให้แม่ไป”

มีคณาได้ยินคำพูดของสันติก็ดีใจเผลอยิ้ม สันติเห็นไม่พอใจถามยิ้มทำไม มีคณาจำต้องบอกว่า ยิ้มดีใจที่สันติรักแม่และย่า ถ้าไม่อยากให้แม่ทำ เขียนจดหมายไปบอกให้แม่กลับบ้านสันติเกรงปู่ไม่ยอม มีคณาตอบเคืองๆ

“ก็ช่างปู่ปะไร แม่เป็นแม่ของติ ไม่ใช่แม่ของปู่ แม่ต้องฟังติอยู่แล้ว”

สันติไม่ตอบอะไรเดินไปเข้าห้องน้ำ มีคณารู้สึกดี เป็นอีกครั้งที่รู้สึกว่า สันติไม่ได้เลวร้ายเหมือนพ่อเหมือนปู่...เวลาผ่านไป สันตินั่งทำการบ้านที่ห้องรับแขก มีคณาล้างจานเสร็จเดินออกมาบอกเขาว่า หน้าที่เขาตากผ้า ตนซักให้ทั้งหมดแล้ว พลัน เสียงออดดังขึ้นมีคณาให้เขาช่วยออกไปดู สันติกลับสวนว่าให้ป้าไปดูเองตนจะไปตากผ้า มีคณาส่ายหน้าหมั่นไส้ก่อนจะเดินไป

ออกมาหน้าบ้านเห็นหิรัณย์ยืนยิ้มถือถุงกล่องอาหาร มีคณาเผลอยิ้มดีใจ พอนึกได้รีบหุบยิ้ม กลัวเสียฟอร์ม เปิดประตูให้เขาเข้ามา ชายหนุ่มส่งถุงให้ บอกว่าแม่ฝากมา จริงๆไม่อยากมารบกวนแต่เช้า แต่แม่อยากรู้ข่าวสันติ มีคณาดักคอทำไมไม่โทร.ถาม เสียเวลาขับรถ มาทำไม หิรัณย์ยิ้มเจื่อนๆที่รู้ทัน เปลี่ยนเรื่องถามหาสันติแก้เขิน มีคณาให้ไปหาที่หลังบ้านถามไถ่กันเอาเองแล้วโทร.กลับไปรายงานคุณป้า

หิรัณย์เดินมาหลังบ้านเห็นสันติกำลังตากผ้าจึงเข้าช่วย สันติบ่นไม่อยากทำ หน้าที่นี้ควรเป็นของผู้หญิง หิรัณย์พยายามสอนไม่ให้คิดแบบนั้น เพราะในสังคมใหญ่ที่นี่ ผู้หญิงผู้ชายเท่าเทียมกัน แต่ผู้หญิงจะอ่อนแอกว่าจึงควรถนอม เหมือนน้องสาวที่บ้าน พ่อจะรักและห่วงใยมากจนไม่ต้องทำอะไรเลย ส่วนตนเคยทำงานมาทุกอย่างไม่ว่า ล้างจาน ซักผ้า ตากผ้า สันติฟังอึ้งๆ

“ติเองมาอยู่กับป้าเขาตั้งนานก็น่าจะดูป้าเขาเป็นตัวอย่างนะ ป้าเราเขาเก่ง งานข่าวยากๆ ป้าเราก็ทำได้ดีกว่าผู้ชายเสียอีก อย่างนี้ติจะมาเกี่ยงว่างานนี้ผู้หญิงทำงานนั้นผู้ชายทำ ไม่ได้หรอก”

มีคณาแอบยืนฟังอมยิ้มรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก...สายๆวันนั้น หิรัณย์ออกมาจ่ายของที่ซุปเปอร์มาร์เกตกับมีคณา เขาชวนเธอไปทำข่าวที่เชียงใหม่เป็นข่าวฝึกสุนัขตำรวจให้จับยาเสพติด เป็นข่าวเบาๆที่น่าสนใจ เธอจึงขอไปปรึกษา บก.ก่อน

พอมาทำงาน บก.เห็นชอบกับข่าวนี้อนุมัติให้ไปทำ มีคณาจึงโทร.บอกหิรัณย์ แต่ขอเช้าไปเย็นกลับเพราะเป็นห่วงสันติ ไม่อยากไปฝากบ้านครูอรุณอีก เพิ่งจะต่อยลูกชายแกหยกๆยังเข้าหน้ากันไม่ติด หิรัณย์เสนอให้ฝากแม่ตนก็ได้ มีคณาเกรงใจ หมวดดาวซึ่งนั่งอยู่ด้วยกระเซ้าเบาๆ

“เอะอะจะชวนเขาไปค้างต่างจังหวัดกันเลย พฤติกรรมไม่น่าไว้ใจ”

หิรัณย์วางสายจากมีคณาหันมาบอกหมวดดาวว่า คนนี้เอาจริงแต่ดูเขาไม่เอาตน ป่านนี้ยังดูไม่ออกว่าเธอคิดอย่างไรกับตน หมวดดาวเยาะว่าเป็นสารวัตรตกม้าตายเสียเอง ชายหนุ่มเอาคืนบ้างเปลี่ยนเรื่องมาถามว่าเพื่อนชายที่แนะนำรับแอ๊ดเขาหรือยัง หมวดดาวเอ็ดไม่ต้องมาจับคู่ให้ หิรัณย์จึงกระเซ้างั้นจะแนะนำสาวๆให้แทน หมวดดาวตีแขนแรงๆชายหนุ่มเจ็บต้องลุกหนี

มีคณากลับมาบอกสันติว่าตนต้องไปทำข่าวที่เชียงใหม่ สันติใจเสียเกรงต้องไปอยู่บ้านครูอรุณ แต่พอป้าบอกว่าคราวนี้ไม่ค้าง ถ้าคราวอื่นมีค้างจะให้ไปอยู่กับแม่สารวัตร สันติยิ้มโล่งใจโพล่งออกมาว่า ป้ามีแฟนเป็นตำรวจโก้มาก มีคณาหน้าแดงอายเอ็ดหลานพูดเกินเด็ก สันติบอกว่าที่หมู่บ้านตนใครมีผัวตำรวจเดินกร่างไปทั่วหมู่บ้าน มีคณาหน้าร้อนผ่าวขยับแว่นเดินหนี

สนามฝึกสุนัขที่เชียงใหม่ ตำรวจโชว์ขั้นตอนการฝึกให้นักข่าวดูและเก็บภาพ หมวดดาวยืนดูรวมกับตำรวจนอกเครื่องแบบ หิรัณย์ถือแก้วน้ำมาให้มีคณา หมวดดาวแกล้งเปรยว่าคอแห้งมีคณายิ้มอายๆ นักข่าวพากันยิ้มแซว หิรัณย์รีบถามทุกคนแก้เก้อ ว่าใครอยากได้น้ำอะไรกันบ้าง

“อยากได้คนเสิร์ฟน้ำมากกว่าค่ะ หรือว่ามีเจ้าของแล้ว” นักข่าวใหญ่คนหนึ่งกระเซ้า

คนอื่นๆ กิ๊วก๊าวกันใหญ่ มีคณาเขินก้มหน้าขยับแว่น หมวดดาวแกล้งแซวให้หันมาสนใจสุนัขกันหน่อย ไม่ได้ มาดูซีรีย์สายลับหน้าขาวกับนักข่าวหน้าแว่น นักข่าวเฮ กันครืนใหญ่...

ช่วงพัก เพื่อนนักข่าวถามมีคณาไม่อยู่ค้างคืนด้วยกันหรือ เธอบอกว่าห่วงหลานที่บ้าน ไม่วายโดนแซวว่า

หลานหรือลูก แถมขอสารวัตรหน้าหนวดดื้อๆ มีคณารีบบอกว่าหลานจริงๆ และสารวัตรไม่เกี่ยวอะไรกับตน ให้ไปตกลงกับเขาเอง เพื่อนนักข่าวอีกคนช่วยมีคณาแซวกลับจนเป็นที่ครื้นเครงกัน หิรัณย์เห็นมีคณายิ้มเบิกบานก็ดีใจ มีคณาหันมาเห็นรีบหุบยิ้มเมินหน้าหนี

หมวดดาวบอกหิรัณย์ ให้สารภาพรักมีคณาไปเลย ชายหนุ่มเห็นว่าเร็วไป เธอย้อน ดีกว่าช้า หิรัณย์ครุ่นคิด... หมวดดาวออกหน้าช่วยเพื่อน มานั่งคุยกับมีคณา มีคณาเปรยว่าถ้าไม่ได้มาเสียดายแย่ เป็นโอกาสให้หมวดดาวสวนกลับ

“แต่ถ้าคุณมี่ไม่มา จะมีคนเสียดายมากกว่า...สารวัตรหิรัณย์เป็นคนดีมากนะ ลุ๊กเขาดูเหมือนคนจ้าชู้ แต่จริงๆแล้ว ไม่กล้าจีบสาวหรอก ตั้งแต่รู้จักกันมา มีคุณมี่นี่แหละที่ดูสารวัตรเขาทุ่มสุดๆ ฉันชอบนิสัยคุณนะ แอบเชียร์คู่คุณสองคนอยู่”

มีคณาขยับแว่นเขินอยู่หลายรอบ พลันมีเสียงเป่าปาก ปรบมือกันยกใหญ่ มีคณามองไปที่กลางสนาม เห็นหิรัณย์ถูกเชิญออกไปร่วมการสาธิตกับตำรวจผู้ฝึกและสุนัขตำรวจ หมวดดาวลอบมองอากัปกิริยาของมีคณาอย่างลุ้นๆ

เสร็จงาน หมวดดาวประกาศว่าใครที่ค้างคืนให้มารวมกลุ่ม ส่วนใครที่กลับกรุงเทพฯเย็นนี้รอที่โรงอาหารทานอะไรตามอัธยาศัยไปก่อน...มองไปเห็นหิรัณย์เดินคุยกะหนุงกะหนิงกับมีคณาก็พึมพำเชียร์เพื่อน ให้กล้าๆ หน่อย

มีคณาเอ่ยขอบคุณหิรัณย์ที่ชวนมาทำข่าวนี้ ตนรู้สึกสบายไม่ได้ทำข่าวแบบนี้มานาน ชายหนุ่มดีใจที่ทำให้เธอมีความสุขได้ ไม่เคยเห็นเธอหัวเราะเต็มที่มาก่อน มีคณาอึ้งๆ หลบตา ชั่วครู่ก็หันมาเผชิญหน้า ถามเขาอย่างต้องการคำตอบ

“ทำไมต้องเป็นฉันคะสารวัตร” หิรัณย์ถึงกับผงะกับคำถามตรงๆ “ผู้ชายอย่างสารวัตรเลือกคบผู้หญิงได้ตั้งเยอะแยะ ผู้หญิงที่ไม่เก็บกด ไม่มีปัญหาครอบครัวรุงรังอย่างฉัน ทำไมสารวัตรถึงได้...” มีคณาเขินที่พูดออกมา หิรัณย์ต่อให้แทน

“ถึงชอบคุณ ตามจีบคุณ ส่งดอกส้มไปปักแจกันให้คุณทุกเช้าใช่ไหมครับ”

“ค่ะ ฉันรู้ตัวดีนะคะว่าหน้าตาฉันพอไปวัดไปวาได้ แต่สารวัตรก็คงได้เจอผู้หญิงที่สวยกว่าฉันมาก อย่างผู้หมวดดาวก็สวยไร้ที่ติ”

“ผู้หมวดดาวไม่ใช่คนที่คุณควรกังวล ผมกับเธอไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่าการเป็นเพื่อนร่วมงานกัน”

“ฉันไม่ได้กังวลเรื่องผู้หมวด ฉันแค่ยกตัวอย่างแต่ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอะไรพร้อม ก็อย่างที่คุณเห็นฉันเองก็มีปัญหา หลานก็มีปัญหาครอบครัว ทางบ้านก็มีปัญหา...”

“คุณมี่ที่รักครับ” มีคณาเหวอกับคำเรียกของหิรัณย์ “โลกนี้ไม่มีใครพร้อมสมบูรณ์ไปซะทุกอย่างหรอกนะครับ คุณอาจจะมองไม่เห็นตัวเองว่าคุณมีดีตรงไหน ผมถึงมาชอบคุณ แต่ผมมองเห็นแล้วก็มั่นใจว่า ผมมองคุณไม่ผิด”

มีคณาเงียบกริบ มองตาหิรัณย์รอฟังชนิดแทบกลั้นหายใจ ชายหนุ่มขยับเข้าใกล้กุมมือจ้องตอบอย่างจริงใจ “คุณเป็นคนที่อ่อนนอกแข็งใน คุณดูหวาน แต่ภายในใจเข้มแข็งกว่าที่ใครๆคิด รู้ไหม สิ่งแรกที่คุณสะดุดตา สะดุดความรู้สึกผม ไม่ใช่หน้าหวานๆตาสวยๆของคุณ แต่เป็นความพยายามปกป้องเด็กคนนั้นของคุณมากกว่า คุณพร้อมจะสู้ยิบตาเพื่อคนที่คุณต้องการปกป้อง ผมต้องการผู้หญิงแบบนี้ ผู้หญิงอ่อนหวานนุ่มนวล แต่พร้อมจะสู้ถ้าเหตุการณ์บีบบังคับอาชีพอย่างผม คุณก็เห็นอยู่ว่าเสี่ยง วันหนึ่งถ้าผมจะแต่งงานมีลูก ผมก็อยากให้แม่ของลูก แกร่งพอจะนำครอบครัวต่อไปโดยไม่มีผม”

“สารวัตรมองดิฉันดีเกินไป” มีคณาดึงมือออก หลบสายตา

“คุณต่างหากที่ประเมินค่าตัวเองต่ำเกินไป ผู้หญิงทั่วไปคงทนแรงกดดันจากข่าวอย่างที่คุณทำอยู่อยู่ทุกวันไม่ได้แน่ ไม่สติแตกไปซะก่อน ก็คงด้านชาไม่รู้สึกอะไรแล้ว แต่กับคุณไม่ใช่ คุณยังเจ็บปวดกับสิ่งที่เห็นแล้วคุณก็ยังเลือกที่จะทำต่อ คุณเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลยรู้ไหมคุณมี่”

มีคณาน้ำตาคลอ “สารวัตรก็เป็นผู้ชายที่ดีที่สุด ที่ฉันเคยเจอมา ฉันดีใจที่มีโอกาสได้รู้จักกับคุณ” แววตาของความกล้าๆกลัวๆฉายออกมาให้เห็น เธอรีบตัดบทชวนกลับ

“ผมรอคุณได้นะ ผมเข้าใจว่าคุณกำลังกลัว ที่จะต้องเปิดความรู้สึกที่คุณปิดประตูกั้นมันมาตลอดชีวิต ผมไม่ได้เร่งรัดอะไร ผมจะรอคุณไม่หนีไปไหนจนกว่าคุณจะพร้อมรับผม”

มีคณาน้ำตาไหลที่เขาพูดเหมือนอยู่ในใจตัวเอง หิรัณย์เข้ามาจับต้นแขนให้กำลังใจ เธอเขินเบี่ยงตัวออกเดินนำหน้าไปทันที ชายหนุ่มถอนใจ คงต้องใช้เวลา ต้องอดทน

ถึงหน้าบ้าน มีคณาไขกุญแจจะรีบเข้าบ้านเหมือนกลัวใจตัวเอง หิรัณย์รีบบอกว่าพรุ่งนี้จะมาทานข้าวเย็นด้วย มีคณาชะงักไม่ตอบ ชายหนุ่มจ๋อยบอกว่าถ้าเธออึดอัดก็ไม่เป็นไร มีคณาลังเลตัดสินใจพูดลอยๆว่า สันติคงดีใจ หิรัณย์ยิ้มรีบบอกว่าจะมาทานทุกวัน หญิงสาวตอบหน้านิ่งๆ

“สันติเขาไม่ชอบคนได้คืบจะเอาศอกค่ะ จะเปลี่ยนสันติได้ต้องใช้เวลาต้องใช้ความเข้าใจ สำคัญที่สุดคือให้เวลาค่ะ”

หิรัณย์รู้ว่ามีคณาเอาเรื่องสันติมาเปรียบเปรย “โอเคครับ ทำไงได้ล่ะ ผมต้องยอมทุกอย่างแหละ เพราะผมหลงรักสันติเข้าซะแล้ว”

มีคณาเขินสุดๆ ไล่เขากลับ แล้วก้มหน้างุดๆเข้าบ้าน หิรัณย์ยิ้มมีกำลังใจขึ้นเยอะ

ooooooo

รุ่งขึ้น บก.ถามมีคณาถึงข่าวคราวของสาระวารี ไม่ทันไร ษมาโทร.เข้ามือถือมีคณาเพื่อบอกข่าวอุบัติเหตุ โรงต่อเรือระเบิด มีคณาตกใจเพราะรู้ว่าเพื่อนตนเลิกสูบบุหรี่ตั้งแต่เริ่มรู้จักกับษมา บก.เองก็เป็นห่วง แต่ไม่อาจให้มีคณาไปเยี่ยมได้ เพราะมีข่าวที่ทำค้างอยู่

“ทำงานเธอให้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปดีกว่า ขืนเธอไปอีกคน ปิดเล่มไม่ทันแน่ๆ คุณษมาเขาก็บอกว่าวารีปลอดภัยแล้ว แต่ถ้าปิดต้นฉบับไม่ทัน มีหลายคนที่ตายก่อนแน่นอน”

มีคณาออกจากห้อง บก.มาคุยโทรศัพท์กับ

ษมาถามไถ่อาการสาระวารี แล้วขอโทษที่ตนไปดูแลไม่ได้ ษมาอยากให้สาระวารีมีเพื่อนสนิทมาอยู่เป็นกำลังใจ มีคณาจึงโทร.ไปหามัทนาให้ไปดูอาการสาระวารีที่เกาะยานก มัทนารับปากจะรีบเคลียร์งาน แต่ช่วงนี้เขตต์ตวันตามคุมแจ เพราะเป็นห่วงเกรงเพื่อนเขามาทำร้ายอีก

จากนั้น มีคณาก็โทร.หาหิรัณย์เพื่อจะบอกว่า ตนเขียนข่าวการฝึกสุนัขตำรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะส่งไปให้เขาอ่านก่อนจะตีพิมพ์ หิรัณย์ดีใจเพราะกำลังเบื่อกับการทำงานตามคนร้าย พอมีคนมาเปลี่ยนเวรเขาก็ขอไปรอมีคณาที่สยามสารทันที อ้างว่านัดกันไว้แล้ว

รับมีคณาที่สยามสารแล้ว ทั้งสองก็มารับสันติที่โรงเรียน เห็นกำลังเตะบอลกับเพื่อนๆสนุกสนาน พอสันติเห็นทั้งสองคนก็เลิกเล่นวิ่งมาหา หิรัณย์ชื่นชม

“เตะบอลกับเพื่อนๆที่สนามโรงเรียนแบบนี้ดีแล้ว ปลอดภัยกว่าเยอะ”

มีคณาบอกหลานว่าจะไปทานข้าวบ้านหิรัณย์ สันติดีใจจะได้พบกัลยา หิรัณย์อมยิ้มกระซิบมีคณาว่า ได้อารมณ์เหมือนพ่อแม่มารับลูก หญิงสาวเขินเดินหนีอายๆ

หิรัณย์โอบไหล่เดินคุยกับสันติมาที่รถ เขาคุยว่า พี่ชายเขาทำอาหารเก่งมาก ตอนนี้มีบริษัททำอาหารกระป๋องส่งออกรวยมาก ถ้าสันติฝึกทำอาหารกินเอง วันหนึ่งก็จะเก่งอาจเป็นกุ๊กชื่อดัง สันติโต้ว่าไม่อยากเป็นพ่อครัว อยากเป็นตำรวจมากกว่า หิรัณย์หันมาสบตามีคณา ก่อนจะกลับไปถามสันติว่าทำไม สันติตอบว่า ย่าชอบ อยากให้เป็นเจ้าคนนายคน ไปไหนมีแต่คนนับถือมีแต่คนต้อนรับ ไม่ไล่เหมือนหมูเหมือนหมา

“ถ้าแค่นี้ ลุงว่าย่าติตะหากที่อยากเป็นตำรวจ  ไม่ใช่ตัวติเองหรอก”

“ไม่ใช่ ย่าไม่ได้บอกให้เป็นตำรวจ ติอยากเป็นเอง มันเท่ดี ติอยากแต่งเครื่องแบบเท่ๆ แต่ไม่ต้องแต่งก็ได้ เหมือนลุงไง เท่สุดๆ ถ้าติเป็นตำรวจก็จะไม่มีใครรังแกไม่มีใครมาหัวเราะเยาะ ทุกคนกลัวขี้หดหมด”

มีคณาเอ็ดพูดจาไม่สุภาพ หิรัณย์อธิบายให้สันติรู้ว่า การเป็นตำรวจลำบากและอันตรายมาก สนุกบางเรื่อง บางเรื่องก็ไม่ไหว ทำผิดเห็นๆ พอไปจับก็หาว่าตำรวจรังแกประชาชน วันๆ มีแต่เรื่องน่าปวดหัวเสี่ยงอันตรายสันติย้อนถาม ถ้าไม่ดีแล้วเป็นทำไม มีคณาอมยิ้มรอฟังว่าเขาจะตอบอย่างไร หิรัณย์ตอบว่า อาชีพนี้ทำให้เขารู้สึกตัวเองมีค่า ได้ทำประโยชน์เพื่อคนอื่น ได้ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ถึงจะเหนื่อย จะลำบากต้องเส่ียง แต่เขาก็รักงานนี้ สันติสีหน้ามุ่งมั่น

“ติตัดสินใจแล้ว ติจะเป็นตำรวจ”

“เป็นตำรวจอย่างเดียวไม่พอ ต้องเป็นตำรวจที่ดีด้วย”

“เหมือนลุงใช่ไหมครับ”

หิรัณย์ยิ้มเขย่าหัวสันติชมว่าฉลาดมาก มีคณาแอบ หมั่นไส้ถามหลานรู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นตำรวจที่ดี สันติตอบซื่อๆ “ถ้าลุงไม่ดี ป้าจะรักเหรอ”

มีคณาหน้าแดงร้อนผ่าว มองสันติที่ิเดินหนีเข้าบ้าน เหลือบมาเห็นหิรัณย์อมยิ้มชอบใจจึงหยิกแขนเขาแก้เขิน พลันมัทนาโทร.เข้ามาบอกว่ากำลังจะเดินทางไปเกาะยานก มีคณาท้วงทำไมไปค่ำมืด แล้วมีใครไปเป็นเพื่อน มัทนาตอบอ้อมแอ้มว่าเขตต์ตวัน มีคณาแซว

“จะไปสวีทกันที่เกาะยานกสองคู่ชู้ชื่นเลยเหรอจ๊ะ น่าอิจฉา”

เสียงหิรัณย์บ่นเข้ามาว่าลืมขนมไว้ในรถ มัทนาได้ยินรีบถามว่าอยู่กับใคร มีคณาตัดบทอวยพรให้เดินทางปลอดภัยแล้วตัดสายทันที

พอทานอาหารเสร็จ ระหว่างทานของว่าง มีคณาถามถึงคดีที่หิรัณย์ทำ เขาบอกว่า ตนได้รับคำสั่งโยกย้ายไปทำอีกคดี คดีไข่มุกคิเรยนะ

“บริษัทเครื่องประดับญี่ปุ่นใช่ไหมคะ เห็นข่าวแว่บๆ ว่าถูกโจรกรรมที่ญี่ปุ่น”

หิรัณย์รับว่าใช่ แต่ตอนนี้วงในว่าไข่มุกถูกลักลอบเข้ามาเมืองไทย มีคณาหน้าเสียที่คนไทยไม่น่าทำ หิรัณย์บอกว่าเป็นฝีมือนายทุน ไม่ใช่คนงาน ผู้ต้องสงสัยคนนี้ สุดยอดเป็นผู้ส่งออกทั้งผู้หญิงและยา มีคณาสนใจคดีนี้ ทันที ชายหนุ่มจึงชวนมาฟังแถลงข่าววันพรุ่งนี้ มีคณารีบโทร.รายงาน บก. หิรัณย์แอบยิ้มกับความเป็นหญิงแกร่งของมีคณา

หลายวันผ่านไป มัทนากลับจากไปดูแลสาระวารี เธอเขียนเรื่องราวสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้สาระวารีถูกระเบิด แปะทั่วบริษัท เพื่อไม่ให้ใครเข้าใจผิดคิดว่าเป็นความเลินเล่อของสาระวารี บก.รู้เรื่องสารพิษจากน้ำผึ้งที่ใช้ทำร้ายสาระวารี จึงให้มัทนาไปทำข่าวสมุนไพรตัวนี้ เพราะมีคณาทำข่าวไข่มุกอยู่ ไม่ทันไร มีคณาชวนมัทนาไปทานข้าวด้วยกันกับหิรัณย์ พอมัทนาเห็นหน้าหิรัณย์ก็แซว หน้าตาแบบนี้เองที่พิชิตใจพี่สาวตนได้ มีคณาเขิน หิรัณย์แกล้งเอาคืนให้ด้วยการทักว่า คนนี้นี่เองแฟนเขตต์ตวัน ทำเอามัทนาชะงักอายบ้าง

ค่ำนั้น หิรัณย์ยังพามีคณากับสันติไปทานข้าวที่บ้านอีก สันติเริ่มมีมารยาทมากขึ้นและรู้จักช่วยเหลืองานบ้านจนมีคณาแปลกใจ กัลยาบอกมีคณาว่า อย่าไปใช้เด็กทำอะไรให้ทำให้เขาเห็นว่าเราเหนื่อยขอร้องให้เขาช่วยทำบ้าง หิรัณย์แย้ง ถึงว่าเห็นแม่เอะอะเป็นลม หมดแรงที่แท้นั่งดูละคร มีคณาไม่อยากเชื่อจะใช้วิธีนี้กับสันติได้ หิรัณย์เสริมบารมีมันผิดกัน มีคณาค้อนขวับ

กัลยายิ้มอย่างเอ็นดู “แต่หนูมี่ไม่ต้องห่วงนะลูก เด็กน่ะยังไงก็เด็กวันยังค่ำ ถึงจะร้ายหรือมีภูมิหลังยังไงมา แต่ถ้าเราให้ความรักความจริงใจ ไม่นานเขาก็จะรักจะผูกพันกับหนูไปเอง”

มีคณารับฟังครุ่นคิดตาม สันติเดินถือจานผลไม้มาวางให้ กัลยาให้นั่งข้างตนและทานผลไม้ด้วยกัน มีคณาลอบมองหลานชาย ยิ้มอย่างมีกำลังที่จะอดทนอบรมเขาต่อไป...

สายวันหนึ่ง มัทนาได้รับโทรศัพท์เตือนอย่ายุ่งกับผู้ชายคนนั้น เธอนั่งงงหมายถึงใคร แต่เสียงนี้คุ้นๆคล้ายเสียงชลบุษย์ แต่ไม่แน่ใจว่าหมายถึงเขตต์ตวันหรือเปล่า สักพัก เชนโทร.มาบอกว่ารอรับอยู่ข้างล่าง มัทนารีบเก็บของเดินลงไป หิรัณย์เห็นมัทนาออกไปกับเชนก็เอะใจ

หิรัณย์รีบโทร.ขึ้นมาถามมีคณาว่ามัทนาออกไปกับใคร และขอเบอร์ติดต่อเขตต์ตวัน ด้วยสังหรณ์ใจว่า มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับมัทนา

ooooooo

ฟ้ากระจ่างดาว

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด