สมาชิก

ฟ้ากระจ่างดาว

ตอนที่ 4

ครอบครัวครูอรุณกับครูวีณามีลูกสามคน คนโตกับคนที่สองเป็นชาย ชื่อข้าวเม่ากับข้าวตอก คนเล็กเป็นผู้หญิงชื่อดอกไม้ ข้าวตอกอายุเท่ากับสันติ จึงเข้าคู่กันได้ดี ข้าวแม่คอยดูแลน้อง ทุกคนในบ้านมีหน้าที่ต้องทำ แรกๆสันติก็ทำตามข้าวตอกไปเรื่อยแต่มักจะเล่นเพลินไม่ยอมเลิก

เมื่อมีคณาเดินทางมาถึงเชียงราย คำปันถีบรถรับจ้างมารอรับ หิรัณย์ทักทายแล้วให้ขี่รถตามรถที่สุภาพบุรุษนั่งไป มีคณาขอโทร.หาที่บ้าน หิรัณย์เข้าใจว่าคงรายงานแม่...ครูวีณาเล่าว่าสันตินอนกับข้าวตอกไม่ต้องห่วง เด็กไม่กล้าดื้อเวลาอยู่กับครู แถมเป็นครูใหญ่อีกต่างหาก

มีคณาโล่งใจ พอมาถึงโรงแรมพบว่าต้องพักห้องเดียวกับหิรัณย์ให้สมกับเป็นคู่ฮันนีมูนก็ใจเสีย ถามไม่แยกห้องพักตำรวจชายหญิงหรือ หิรัณย์ส่ายหน้า พอเข้ามาในห้องเขาก็บอกว่า

“เขาจัดห้องพ่วงเอาไว้ให้ครับ”

หมวดดาวเปิดประตูพ่วงอีกห้องเข้ามา มีคณาใจชื้น ทักทายหมวดดาว เธอบอกให้เข้าไปพักห้องเดียวกับเธอ หิรัณย์รีบเล่า “วันนี้คุณมี่เผชิญหน้ากับสุภาพบุรุษที่สนามบิน รับมือได้ดีมากเลยหมวด ผมลุ้นจนตัวเกร็งเลย”

“ก็หวังว่าต่อไปจะทำได้ดีแบบนั้น ไม่หลุดไม่พลาดขึ้นมาก็แล้วกัน” หมวดดาวยังนิ่งเชิด

มีคณารับรองจะไม่ทำให้งานเสีย จ่าโจซึ่งนั่งคุมเครื่องดักฟัง แทรกขึ้นมา สุภาพบุรุษมีการเคลื่อนไหว หิรัณย์กับหมวดดาวรีบเข้าไปฟังใกล้ๆ

“คิดว่ากำลังติดต่อกับเป้าหมายอีกรายครับ โทร.แจ้งว่ามาถึงแล้ว ทุกอย่างเหมือนเดิม วางสายไปแล้วครับ ยังไม่ได้กำหนดนัดหมายสถานที่ครับ”

หมวดดาวบ่น คงนัดกันนาทีสุดท้ายก่อนลงมือ หิรัณย์ให้จ่าโจเช็กปลายสายว่าอยู่ที่ไหนแล้วหันมาชวนมีคณาลงไปทานอาหารเย็น มีคณาบ่ายเบี่ยงให้ไปกับหมวดดาว เธอสวนทันควัน

“ไปได้ยังไงล่ะ สุภาพบุรุษเห็นคุณมากับสารวัตร เกิดบังเอิญลงไปเจอฉันไปกับสารวัตรมันได้สงสัยตายเลย หมอนี่ยิ่งขี้ระแวงอยู่ด้วย”

มีคณาตกใจลืมไป หมวดดาวตำหนิอย่าลืมบ่อย หิรัณย์เห็นมีคณาเจื่อนลงจึงชวนซ้ำระหว่างทางเดิน มีคณาบ่นรู้สึกหมวดดาวจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าตน หิรัณย์โต้ไม่มีเหตุผล

“ฉันว่าหมวดดาวอาจจะแอบชอบคุณอยู่ก็ได้ เลยไม่ค่อยพอใจที่ฉันเข้ามาวุ่นวายด้วย”

“ไม่ใช่หรอกครับ ลักษณะหมวดดาวเขาเป็นแบบนั้นเอง จริงๆแล้วไม่มีอะไรเลย ถ้าคุณคุ้นกับเขามากขึ้นก็จะเข้าใจ”

มีคณายังลังเล หิรัณย์แกล้งบอกถ้าตนรู้หมวดดาวชอบตน คงไม่ปล่อยให้รอดมือมาถึงวันนี้ หญิงสาวเกรงจะวกเข้าตัวรีบเปลี่ยนเรื่อง ทานเสร็จชวนกลับห้องพัก หิรัณย์ยังคงเดินเล่น

“เรามาทำงานนะคะ ไม่ได้มาเที่ยว” มีคณาท้วง

“ก็ทำงานอยู่นี่ไงครับ เราแกร่วรออยู่ข้างนอก เผื่อสุภาพบุรุษเคลื่อนไหว เราะจะได้รับช่วงตามต่อจากทีมหน้าโรงแรม”

มีคณาทึ่งกับการทำงานเป็นทีมของหิรัณย์ ชายหนุ่มยิ้มบอกเธอว่ามาด้วยกันคราวนี้ เธอจะได้ข้อมูลเชิงลึกไปเขียนข่าวเลย หญิงสาวปลื้มเป็นประสบการณ์ที่ดีของนักข่าวอย่างตน หิรัณย์สวนว่า ต่อชีวิตตำรวจของตนด้วย มีคณาชะงักเขินเดินนำหน้าไป หิรัณย์ตามยิ้มกริ่ม

คืนนั้น มีคณาอาบน้ำแต่งตัวรัดกุมออกมาจากห้องน้ำ ค่อยๆย่องมาที่เตียงเกรงทำให้หมวดดาวตื่น เธอพูดลอยๆขึ้นว่า ไม่ต้องย่องขนาดนั้น ตนมาทำงานไม่เคยหลับสนิท พอเห็นการแต่งตัวของมีคณาก็ถามว่าจะนอนชุดนี้หรือ มีคณาตอบว่าตนมาทำงานต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา

“เป็นงานเหมือนกันนี่” ว่าแล้วหมวดดาวก็สลัดผ้าห่มลงจากเตียงในชุดรัดกุมเช่นกัน เธอออกไปสมทบกับพวกหิรัณย์อีกห้อง มีคณากระชับแว่นยิ้มๆก่อนจะหันมาพนมมือสวดมนต์

หมวดดาวมาถามความคืบหน้าสุภาพบุรุษ ทั้งหิรัณย์และจ่าโจตอบขำๆ ตอนแรกนึกว่ามีความคืบหน้าที่ไหนได้ เป็นเสียงกรนของสุภาพบุรุษ จ่าโจให้หิรัณย์ไปพักก่อน อีกไม่กี่ชั่วโมงจะมีจ่าชาญมาผลัดเวรกับตน หิรัณย์จึงเดินมาเมียงมองมีคณา เห็นเธอนอนหลับตาพริ้มก็เบาใจหมวดดาวมองนิ่งๆอย่างเดาความรู้สึกไม่ออก

รุ่งเช้า มีคณาอาบน้ำแต่งตัวออกอีกห้อง เห็นจ่าชาญมาทำงานแทนจ่าโจอยู่กับหิรัณย์ จ่าชาญรายงานว่า สุภาพบุรุษอาบน้ำเสร็จแล้ว หิรัณย์จึงบอกมีคณา

“งั้นเราลงไปทานอาหารเช้ากันเถอะ เตรียมทุกอย่าง ให้ครบ พร้อมออกเดินทางทันที”

“ค่ะสารวัตร” มีคณารับคำ หิรัณย์ท้วงต้องเรียกพี่รัณ มีคณาเหยียดปากใส่ก่อนจะเดินหนี

ทั้งสองเดินเข้ามาในห้องอาหารของโรงแรม เห็นหมวดดาวนั่งทานอาหารอยู่มุมหนึ่ง หิรัณย์ทำทีไม่รู้จักกัน มีคณาชวนคุยเสร็จงานขอสัมภาษณ์จ่าโจกับจ่าชาญ หิรัณย์ไม่อยากเปิดตัวลูกน้องเท่าไหร่เพราะไม่สะดวกในการปลอมตัวงานต่อไป หญิงสาวรับรองลงแค่บทความไม่ลงรูป หิรัณย์เห็นสุภาพบุรุษเดินมารีบสะกิดบอก ทำทีหวานใส่ มีคณาแปลกใจที่ทำไมสุภาพบุรุษถึงไม่สั่งอาหารขึ้นไปทาน หิรัณย์บอกว่าเขาฉลาดพอที่จะทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวธรรมดา

ooooooo

ด้านสันติ ผ่านไปหนึ่งวันก็เริ่มออกลาย เมื่อครูทั้งสองจะออกไปธุระนอกบ้านสั่งข้าวเม่าดูแลน้องดีๆ และให้เงินไว้ซื้ออาหารกลางวันจำนวนหนึ่ง สันติเมียงมอง แล้วก้มหน้ากินข้าวต่อ เด็กทั้งสามสวัสดีพ่อกับแม่ เหลือสันติเงยหน้ามาเห็นครูทั้งสองยืนมอง ก็ยิ้มแหยๆยกมือไหว้

พอครูไปแล้ว สันติก็ชวนข้าวตอกเอาข้าวไปกินบนห้องนอนเพื่อเล่นเกมไปด้วย ข้าวเม่าต้องกำชับ อย่า ให้หก มดจะขึ้น...

ส่วนมีคณาเห็นหิรัณย์ทานอาหารสบายใจ ทั้งที่สุภาพบุรุษลุกออกไปแล้ว เตือนเกรงจะคลาดกัน เขากลับบอกว่ายังไม่ถึงคิว มีคณามองไปจึงรู้ว่าหมวดดาวลุกตามไปก่อนแล้ว จากนั้นสุภาพบุรุษมาคุยกับพนักงานต้อนรับที่เคาน์เตอร์ เพื่อติดต่อรถนำเที่ยว หิรัณย์บอกมีคณาว่า

“ทีมเรารู้โปรแกรมหมดแล้วว่าวันนี้เขาจะไปเที่ยวไหน ยังไม่มีการนัดหมาย ผมว่าวันนี้คงไม่เคลื่อนไหวอะไร แค่ออกมาแสดงละครว่าเป็นนักท่องเที่ยวให้สมจริงก็เท่านั้น เราแค่ตามดูอยู่ห่างๆไม่น่าจะมีอะไร...เราขึ้นไปทำธุระส่วนตัวข้างบนซัก 15 นาทีค่อยตามไป”

มีคณาแอบบ่นช่างใจเย็นเสียจริงๆ...ทันทีที่สุภาพบุรุษขึ้นรถออกไป ก็มีรถรับจ้างที่หมวดดาวนั่งสะกดรอยตาม เธอตามดูเห็นสุภาพบุรุษเอาแต่จับจ่ายซื้อของ และถ่ายรูปร้านค้าจนกระทั่งเที่ยง จึงเข้าไปในร้านอาหาร หมวดดาวโทร.ส่งข่าวหิรัณย์

“สุภาพบุรุษช็อปปิ้งตั้งแต่เช้า ถ่ายรูปไปทั่ว ทำตัวเหมือนนักท่องเที่ยวมาก มันระวังตัวเต็มที่ นี่คงหิว เข้าไปทานอาหารแล้ว”

หิรัณย์อยู่กับมีคณาบนรถรับจ้างของคำปัน เขารับเรื่องจากหมวดดาวแล้วบอกให้เธอไปพักได้ มีคณาสีหน้าตื่นเต้นจะร่วมทำงานจริงๆจังๆ...สุภาพบุรุษมาเดินชมสวนดอกกล้วยไม้ถ่ายรูปเล่นเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป หิรัณย์ส่งข่าวทีมงาน

“ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร ทีมเสริมเข้ามาในสวนแล้วใช่ไหม”

มีคณาเห็นสุภาพบุรุษคุยกับชายฝรั่งอีกคน รีบสะกิดบอก หิรัณย์วางสายปรายตามอง มีคณาถามรู้จักบ้างไหม เขารู้สึกคุ้นหน้า แต่ไม่แน่ใจว่าใช่ไกด์ที่เคยหากินแถวพัทยาหรือไม่รับจ้างหาของให้ทุกอย่าง หิรัณย์ขอยืมกล้องถ่ายรูปของมีคณา จะทำทีเป็นถ่ายรูปเล่น มีคณารู้แกวแสดงละครร่วม

“พี่รัณคะ ถ่ายมุมนี้ดีกว่าค่ะ” มีคณาขยับไปยืนให้สุภาพบุรุษกับชายฝรั่งเป็นแบล็คกราวด์

หิรัณย์รัวชัตเตอร์รวมทั้งเอามือถือตัวเองถ่ายร่วมด้วย มีคณาเอาจริงเอาจังถึงขนาดขยับไปใกล้สุภาพบุรุษมากเกินไป สองคนหันมามอง แทนที่เธอ จะตกใจกลับบ่นว่า

“เสียดายไม่มีภาพคู่เลย พี่รัณขอใครช่วยถ่ายให้หน่อยสิคะ”

ฝรั่งที่มาคุยด้วยชื่อนอร์เบิร์ตเสนอตัวถ่ายให้ มีคณาทำทีตกใจที่เขาพูดไทยได้ นอร์เบิร์ตบอกว่าตนทำงานอยู่เมืองไทยมาหลายปีแล้ว หิรัณย์รีบขอบคุณ ตั้งท่าถ่ายภาพกับมีคณาอย่างคู่รักหวานแหวว จนมีคณาต้องขยับแว่นเขินๆ สุภาพบุรุษเข้ามาถามว่าทั้งสองมาฮันนีมูนหรือ หิรัณย์ยิ้มรับ มีคณามองหน้าสุภาพบุรุษแล้วโพล่งขึ้น

“ฉันคุ้นหน้าคุณจังเลย อ๋อ นึกออกแล้ว เรามาไฟท์เดียวกันใช่ไหมคะ”

“ครับ เราพักโรงแรมเดียวกันด้วย ผมเห็นคุณที่ห้องอาหารตอนเช้า” สุภาพบุรุษรับคำ

“อ๋อเหรอคะ ฉันไม่ทันได้สังเกต”

“มาฮันนีมูนก็ยังงี้ล่ะครับ ไม่มีเวลาไปมองใครอยู่แล้ว” หิรัณย์สบตามีคณาหวานซึ้ง

มีคณาเขิน หิรัณย์ตัดบทชวนไปถ่ายรูปตรงอื่นบ้าง มีคณายิ้มแย้มโบกมือลาสุภาพบุรุษ หิรัณย์รวบมือเธอจูงเดินออกไป แล้วกระซิบถามว่าสองฝรั่งยังมองอยู่หรือเปล่า หญิงสาวตอบว่ายังมองอยู่ ไม่รู้ว่าจะสงสัยไหม

“ผมคิดว่าไม่นะ คุณเรียกผมว่าพี่รัณซะหวานขนาดนั้น...ถ่ายรูปอีกใบเราต้องกลับแล้วล่ะเดี๋ยวให้คนอื่นตามต่อ”

“แล้วเราสองคนจะไปไหนต่อคะ”

“กลับโรงแรมครับ ถ้าวันนี้เขาเจอเราอีกครั้งเดียวทุกอย่างจบแน่” หิรัณย์โทร.สั่งเปลี่ยนเวรแล้วโอบเอว

มีคณาเดิน เธอหยิกเอวเขาให้ปล่อยเพราะไม่มีใครมองแล้ว

ส่วนสุภาพบุรุษที่คุยกับนอร์เบิร์ตก็มีตำรวจนอกเครื่องแบบรับหน้าที่ตามต่อ

ooooooo

หลังอาหารกลางวัน ข้าวเม่าให้ข้าวตอกเป็นคนล้างจาน แต่สันติชวนข้าวตอกไปเล่น จะให้ดอกไม้เป็นคนล้าง ดอกไม้ไม่ยอมเพราะหน้าที่ตนล้างมื้อเย็น มื้อเช้าเป็นหน้าที่ข้าวเม่าข้าวตอกรู้หน้าที่ตัวเองดีบอกสันติว่าไปช่วยกันล้างเดี๋ยวเดียว แต่สันติกลับโวย

“ไม่ล้าง ทำไมต้องมาบังคับกันด้วย ผู้ชายไม่ทำงานอะไรแบบนี้หรอก ให้ดอกไม้ทำสิ”

“บ้านนี้มีกฎระเบียบ จะอยู่ด้วยกันต้องเคารพกฎ ต้องช่วยเหลือกัน” ข้าวเม่าสอน

สันติเริ่มพูดจาหยาบคาย ผลักดอกไม้ให้ไปล้างจานหน้าคะมำ ข้าวตอกไม่พอใจที่มาทำน้องสาว ต่อว่า สันติแต่สันติกลับกราดเกรี้ยวใส่

“ก็ให้มันล้างจานสิ จะปล่อยให้มันมานั่งๆ นอนๆ สบายทำไม ไม่ใช่อีตัวดาวเด่นซะหน่อยจะได้นอนกระดิกตีนสบายๆ”

สามพี่น้องตกตะลึงกับคำพูดหยาบคายของสันติ แถมยังย้ำว่าผู้หญิงทุกคนเป็นอีตัวทั้งนั้น โตขึ้นก็ต้องขายตัว สันติพูดไม่ทันจบ ข้าวตอกชกหน้าสันติทันที ข้าวเม่าช่วยน้องรุมดอกไม้ตกใจร้องกรี๊ดๆลั่นบ้าน ครูอรุณกับครูวีณากลับมาพอดี รีบสั่งให้หยุด

ครูอรุณซักถามเรื่องราวแล้วลงโทษ ให้ข้าวเม่านั่งสมาธิในห้องพระ 5 ชั่วโมง ฐานเป็นพี่ไม่ห้ามปรามกลับร่วมมือด้วย ให้ข้าวตอกนั่งสมาธิ 3 ชั่วโมง ฐานลงมือชกต่อยก่อน แทนที่จะคุยด้วยเหตุผล ข้าวตอกไม่พอใจ โต้ว่าตนปกป้องน้อง ครูวีณาสอนอย่างอ่อนโยน

“แม่ดีใจที่ลูกรักและพยายามปกป้องน้อง แต่วิธีการของลูกมันไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นอย่าเถียงคุณพ่อ นั่งสมาธิทบทวนความผิดของตัวเองไป”

ครูอรุณหันมาบอกสันติให้นั่งสมาธิ 2 ชั่วโมง เพื่อทบทวนความผิดที่พูดจาไม่สุภาพ ดูถูกผู้หญิง ไม่ทำงานตามหน้าที่รับผิดชอบ สันติเถียงว่าตนไม่ใช่ลูก ไม่มีสิทธิ์มาขังตน

“ครูไม่ได้ขัง ครูให้เรานั่งสมาธิ คิดทบทวนกับสิ่งที่ทำลงไป ให้รู้ว่าตัวผิดแล้วจะไม่ทำซ้ำอีก ถ้าใครลุกออกจากห้องพระ จะอดข้าวมื้อเย็น”

ข้าวเม่าและข้าวตอกนั่งหลับตา แต่สันติกลับสายตาขุ่นมัว ขบกรามแน่นไม่สำนึก...ตกดึก ข้าวตอก ก็ไม่ยอมนอนร่วมห้องกับสันติ เขาหอบหมอนไปปูนอนหน้าเตียงห้องพ่อแม่ แถมขู่สันติไว้ว่านอนคนเดียวระวังผีหลอก สันติชักใจคอไม่ดี...และคืนนั้นข้าวตอกก็ได้ยินพ่อกับแม่คุยกันถึงเรื่องของสันติ แม่ไม่อยากเชื่อว่าหลานมีคณาจะปากร้ายและมีความคิดผิดๆแบบนี้ ครูอรุณชี้แจงว่ามันเป็นความผิดของผู้ใหญ่ที่ปลูกฝังลูกหลานมาแบบนั้น มีคณาเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังก่อนหน้านี้แล้ว ว่าผู้หญิงในหมู่บ้านที่สันติอยู่ จะต้องขายตัวหา เงินมาเลี้ยงครอบครัว รวมทั้งแม่ของสันติด้วย ข้าวตอกยิ้มกริ่มเมื่อรู้กำพืดของสันติ

ooooooo

หิรัณย์ส่งภาพจากมือถือไปให้หมวดดาวค้น ข้อมูลว่านอร์เบิร์ตเป็นใคร...พอกลับมาถึงห้องพัก มีคณาก็ถอดเมมโมรีการ์ดจากกล้องให้จ่าโจเปิดดูภาพเพิ่มเติม หมวดดาวออกมาจากอีกห้อง พร้อมรายงานว่านอร์เบิร์ต ซิม์ป เป็นคนจัดหาของให้สุภาพบุรุษอย่างที่หิรัณย์สงสัยจริงๆ

จ่าชาญโพล่งขึ้นว่า รูปที่ให้เปิดดูก็ไม่ต้องใช้แล้ว ทุกคนหันไปมอง เป็นภาพสวีทหวานของหิรัณย์กับมีคณาที่นอร์เบิร์ตถ่ายให้ รวมกับภาพอื่นๆที่มีสุภาพบุรุษเป็นแบ็กกราวน์ หมวดดาวแกล้งชมว่าภาพสวย มีคณาเขินเดินหนีเข้าห้อง หิรัณย์รีบดึงเมมโมรีการ์ดคืนมาอย่างอายๆ

เวลาผ่านไป มีคณานั่งดูข่าวอย่างกระวนกระวาย รอการเคลื่อนไหวของสุภาพบุรุษ หมวดดาวบอกหิรัณย์ให้ชวนคู่ฮันนีมูนลงไปทานข้าว มีคณารู้สึกเขินหนักเข้าไปอีก

“คืนนี้ห้องเรือนตาวัน จัดขันโตก ที่นี่เขามีชื่อนะ มีการแสดงรำๆฟ้อนๆด้วย บางทีสุภาพบุรุษกลับมาเร็ว อาจจะแวะไปทานอาหารที่นี่” หมวดดาวแจกแจง

มีคณาข้องใจทำไมคิดว่าเขาจะแวะร้านนี้ หมวด ดาวรู้มาว่าสุภาพบุรุษสนใจนางรำอยู่คนหนึ่ง หิรัณย์แซว ช่างรู้ลึกจริงๆ หมวดดาวยิ้มรับ

“แน่นอนค่ะ ถ้าเจอสุภาพบุรุษจริงๆ ช่วยแสดงให้สวีทสมกับเป็นคู่ฮันนีมูนด้วยนะคะอย่าไปทำอะไรให้มันสงสัยได้ล่ะ” หมวดดาวทำหน้านิ่งเชิดเดินไปอีกห้อง

หิรัณย์ตั้งวงแขนให้มีคณาควงพร้อมกับบอกว่าตนหิวแล้ว หญิงสาวถลึงตาใส่อายๆ...ระหว่างนั่งอยู่ในห้องอาหาร หิรัณย์คุยเรื่องครอบครัวให้มีคณาฟังว่าพ่อกับแม่ไม่ได้สนับสนุนให้เป็นตำรวจ อยากให้ทำธุรกิจอย่างพี่ชายหรือเป็นวิศวกรอย่างพ่อมากกว่า แต่ก็ไม่บังคับอะไรมีคณาดักคอ ที่เล่ามานี่เพราะอยากให้ตนเปิดเผยเรื่องส่วนตัวบ้างใช่ไหม ชายหนุ่มชะงักที่รู้ทัน

“ฉันไม่ชอบเล่าเรื่องส่วนตัวให้ใครฟัง แล้วคุณก็ไม่จำเป็นต้องรู้ด้วย เพราะจบงานทำข่าวสกู๊ปนี้ ฉันก็คงกลับไปทำข่าวตามแนวถนัดเหมือนเดิม”

หิรัณย์ยิ้มแหยๆ พลันมือถือเขาดังขึ้น เขากดรับสายสีหน้าเครียดลงหันมาบอกเธอว่า ได้เวลาทำงานแล้ว

หน้า​ผับ​เล็กๆแห่ง​หนึ่ง หมวด​ดาว​และ​พวก​​กระจาย​กำลัง​กัน​ดัก​ซุ่ม​อยู่ หิรัณย์​พา​มี​คณา​หลบ​มา​อีก​มุม เสียง​เพลง​สนุกสนาน​ดัง​ออก​มา​ต่อ​เนื่อง มีรถจอด​หลาย​คัน​ที่​หน้า​ผับ​ แต่​ไม่​มี​คน มี​รถ​กระบะ​คันหนึ่ง​ขับ​เข้า​มา​หา​ที่จอด​โดย​ปิด​ไฟ​หน้า​รถ ทุก​คน​เตรียมพร้อม มี​คณา​อด​รู้สึก​ตื่นเต้น​ไม่ได้ ไม่​กี่​อึดใจ สุภาพบุรุษ​เดิน​ออก​มา​จาก​ผับ เข้าไป​คุย​กับ​คน​ขับ​รถ ไม่​นาน​ผู้ชาย​ใน​รถ​สามคน​ก็​ลง​มา ต่าง​ถือ​กระเป๋า​ใบ​ย่อม​คน​ละ​ใบ ทั้ง​สาม​เดิน​ตาม​สุภาพบุรุษ​จะ​เข้า​ผับ หิรัณย์​กระซิบ​บอก​มี​คณา​ว่า พวก​มัน​คง​เอา​ของ​ไป​สับ​กัน​หลัง​ร้าน พอตอนนั้น​เรา​จะ​เข้า​จับกุม มี​คณา​เตรียม​กล้อง​ใน​มือ​พร้อม ทันใด เสียง​มือถือ​ของ​สุภาพบุรุษ​ดัง​ขึ้น เสียง​เหมือน​สัญญาณ​เตือน​ภัย

สุภาพบุรุษ​ตกใจ​ร้อง​บอก​พวก​ให้​หนี เสียง​หมวด​ดาว​สั่ง​ลุย​ทันที ตำรวจ​กรู​ออ​ก​จาก​ที่​ซ่อน​ไล่​จับ​คนร้าย มีคณา​เก็บภาพ​เหตุการณ์​เอา​ไว้ เหลือบ​เห็น​นอ​ร์เ​บิ​ร์​ต

อ​ยู่​บน​ดาดฟ้า​ของ​ผับ ​หิรัณย์​ดึง​เธอ​หลบ​กระสุน​คนร้าย​ที่​ยิง​มา​ได้​ทัน มี​คณา​ตกใจ​เอา​มือ​อุด​หู​หน้าเสีย หิรัณย์​สั่ง​ให้​เธอ​หลบ​อยู่​ตรง​นี้​ห้าม​ออก​ไป ตัว​เขา​วิ่ง​ไล่​ยิง​คนร้าย​อย่าง​ดุเดือด

คน​ที่มา​เที่ยว​วิ่ง​หนี​กัน​จ้าละหวั่น มี​คณา​เห็น​นอ​ร์เ​บิ​ร์ต​วิ่ง​ปะปน​ออก​มา​ด้วย จึง​เก็บ​ภาพ​ไว้​ทุก​ช็อต จน​ขึ้น​รถ​ขับ​ออก​ไป...เสียง​ปืน​ยิง​กัน​ลั่น​สนั่น​ทุ่ง ตำรวจ​บาง​นาย​โดน​ยิง สิ้น​เสียง​ปืน ทุก​อย่าง​สงบ​ลง สุภาพบุรุษ​ถูก​รวบ​ตัว​ไว้​ได้ มี​คณา​พยายาม​ถ่าย​ภาพ​ไว้​ทุก​ขั้นตอน

“ก่อน​จะ​เอา​รูป​อะไร​ไป​ลง ขอ​ทาง​เรา​เช็กก่อนนะ” หมวด​ดาว​บอก​แก่​มี​คณา

“ฉัน​ทราบ​ค่ะ ทีม​งาน​ของ​หมวด​ต้อง​ปิดบัง​หน้าตา​ไว้​เป็น​ความ​ลับ”

หมวด​ดาว​เชิด​ทำนอง​รู้​ก็ดี หิรัณย์​ประคอง​ตำรวจ​ที่​บาดเจ็บ​เข้า​มา บอก​หนี​รอด​ไป​หนึ่ง หมวด​ดาว​คาดเดา “สงสัย​มัน​จะ​วาง​สาย​ไว้​ใน​ร้าน ถึง​ได้​รู้ตัว เดี๋ยว​ต้อง​สอบ​ปาก​คำ​เจ้าของ​ร้าน”

มี​คณา​รีบ​บอก​ว่า​ตน​เห็น​เด็ก​ใหม่สมญา​นาม​ของ​นอ​ร์เ​บิ​ร์ต เป็น​คน​ส่ง​สัญญาณ​เห็น​เขา​อยู่​บน​ดาดฟ้า แล้ว​หนี​ปะปน​ไป​กับ​นัก​ท่องเที่ยว หมวด​ดาว​ตำหนิ

“แล้ว​ทำไม​ไม่​รีบ​บอก จะ​ได้​จับ​ให้​ได้​คา​หนัง​คา​เขา หลุด​ไป​ได้​อย่าง​นี้​เดี๋ยว​มัน​ก็​ต้อง​อ้าง​ได้ว่า​จำ​คนผิด ที่​มืด แสง​ไม่​สว่าง​พอ สารพัด​จะ​อ้าง”

“อ้าง​ยาก​ค่ะ เพราะ​ฉัน​ไม่​ใช่​แค่​เห็น แต่​ถ่าย​ภาพ​เอา​ไว้​ได้​ด้วย ฉัน​ถ่าย​ไว้​ตั้งแต่​ออก​จาก​ผับ​จน​ขึ้น​รถ​ขับ​ออก​ไป​เลย ถ้า​ปฏิเสธ​ว่า​ไม่ได้​อยู่​ใน​เหตุการณ์​คง​ยากค่ะ” มี​คณา​ส่ง​กล้อง​ให้​ดู

หมวด​ดาว​ยิ้ม​ออก​มา​ได้ รับ​กล้อง​มา​เช็กภาพ มี​คณา​ยินดี​ที่​หมวด​ดาว​พอใจ หิรัณย์​ยิ้ม​อย่าง​ชื่นชม...ระหว่าง​นั่ง​รถ​กลับ หิรัณย์​ถาม​มี​คณา​ว่า​กลัว​ไหม เธอ​ยอม​รับ

“ตอน​ได้ยิน​เสียง​ปืนครั้ง​แรก​ก็​กลัว​แหละ​ค่ะ แต่​พอ​นึก​ได้​ว่า​นี่​คือ​งาน ทุก​วินาที​มี​ค่า​จะ​ปล่อย​ผ่าน​ไป​ไม่ได้ ก็​เลย​ลืม​ความ​กลัว มา​ตอน​นั่ง​รถ​นี่แหละ​ค่ะ​ชัก​สั่น เพิ่ง​นึก​ได้​ว่า​ผ่าน​อะไร​มา”

“ผม​ไม่​เห็น​คุณ​สั่น คุณ​รับมือ​กับ​ทุก​อย่าง​ได้ดีออก”

“ก็​ฉัน​ไม่​อยาก​สั่น​ให้​คุณ​กับ​หมวด​ดาว​เห็น​นี่​ค่ะ เสีย​ฟอร์มหมด”

หิรัณย์​ว่า​หมวด​ดาว​ออก​จะ​นับถือ มี​กี่​คน​ที่​จะ​วิ่ง​อยู่​ใน​ดง​กระสุน​แล้ว​ยังถ่ายรูป​ไว้​เป็น​หลักฐาน​ให้​ตำรวจ​ได้ มี​คณา​เอง​ก็​นับถือ​หมวด​ดาว แต่​แรก​ตนนึกว่าเธอ​จะ​ทำ​งาน​เอกสาร ตาม​สืบ​อะไร​นิดๆหน่อยๆ ไม่​คิด​ว่า​จะ​ลุย​จับ​คนร้าย​เหมือน​ตำรวจ​ชาย​อย่าง​ไม่​กลัว​ตาย เป็น​ตำรวจ​หญิง​ที่​น่า​ทึ่ง​มาก จ่า​โจ​แย็บ​ไม่​ทึ่ง​ตำรวจ​ชาย​บ้าง​หรือ หิรัณย์​อม​ยิ้ม​รอ​ฟัง​คำ​ตอบ

“งาน​วัน​นี้​เปลี่ยน​ความรู้สึก​ของ​ฉัน​ที่​มี​กับ​ตำรวจ​ไป​เยอะ​เลย​ค่ะ”

“ตอบ​ไม่​ตรง​คำ​ถาม ว่า​ไหม​จ่า​โจ” หิรัณย์​กระเซ้า จ่า​โจ​เห็น​ด้วย

พลันตำรวจ​ที่​ขับ​รถ​โพล่ง​ขึ้น​ว่า ถึงที่​พัก​เด็ก​ใหม่​แล้ว ทั้ง​หิรัณย์​และ​จ่า​โจ​เปลี่ยน​ท่าที​ฉับพลัน กระชับ​ปืน​ขึงขัง​พร้อม​ลุย ทำเอา​มี​คณา​งง​ปรับ​ตัว​แทบ​ไม่ทัน

สถาน​ที่​เป็น​โรงแรม​ระดับ​สาม​ดาว หิรัณย์​เข้า​มา​ติดต่อ​ที่​เคาน์เตอร์ ก่อน​จะ​สั่ง​กระจาย​กำลัง ให้​มี​คณา​ไป​กับ​ตน ขึ้นทางบันไดหนี​ไฟ มี​คณา​อึ้ง​วิ่ง​ตาม​ไม่​ลดละ ทุก​คน​มา​บรรจบ​กัน​ที่​หน้า​ห้อง 407 พนักงาน​ช่วย​เคาะ​ประตู​เรียก แต่​ไม่​มีเสียง​ตอบ จึง​ไข​ประตู​เข้าไป พบว่า​เด็ก​ใหม่​หนี​ไป​แล้ว หมวด​ดาว​เจ็บใจ ช่าง​นกรู้​เสียจริง หิรัณย์​สั่ง​กระจาย​กัน​ค้น ไม่ทัน​ที่​มี​คณา​จะ​ตาม​พนักงาน​ถาม​ว่า​ตน​จะ​ทำ​อย่างไร​กับ​ค่า​ใช้​จ่าย​ห้อง​นี้ มีคณา​แอบ​ยิ้มแหยๆบอก​ว่า ตำรวจ​คง​ต้อง​เก็บ​ของ​ใน​ห้อง​ไว้​เป็น​หลักฐาน พนักงาน​หน้าเสีย มี​คณา​ถาม​ว่า​ตน​จะ​ไป​ได้​หรือ​ยัง​ต้อง​รีบ​ไป​ทำ​ข่าว

“อ้าว ​นี่​คุณ​ไม่​ใช่​ตำรวจ​หรอกเหรอ​ครับ”

“ไม่​ใช่​ค่ะ ต้อง​คุณ​ผู้หญิง​สวยๆคน​เมื่อกี้”

“ผม​ก็​ว่า​แล้ว คุณ​ไม่ค่อย​มี​รัศมี​ตำรวจ​เลย”

“ขอบคุณ​ค่ะ...” มี​คณา​ยิ้มแหยๆ ก่อน​จะ​วิ่ง​ตาม​หิรัณย์​ไป

แล้ว​ก็​ไม่ทัน​จน​ได้ มี​คณา​ยืน​ลังเล​จะ​ไป​ทาง​ไหนดี ตัดสินใจ​จะ​ลงทาง​บันได​หนี​ไฟ​อย่าง​เดิม เห็น​พนักงาน​ทำ​ความ​สะอาด​ผลุบ​เข้า​ประตู​ที่​เขียน​ว่า เฉพาะ​พนักงาน ก็​ฉุกคิด เปลี่ยนใจ​เข้าไป​สำรวจ เจอ​พนักงาน​คน​หนึ่ง เขา​บอก​ว่า เป็น​ทาง​ที่​พนักงาน​ใช้​เข้า​ออกโรง​แรม ไม่ร่วม​กับ​แขก​ที่มา​พัก มี​คณา​จึง​ขอ​ให้​พนักงาน​คน​นี้​ไป​บอก​หิรัณย์​กับ​พวก​ตำรวจ​ให้​มา​ที่​นี่​ด่วน

ภายใน​ห้อง​คล้าย​ห้อง​เก็บ​ของ​พวกผ้า​ต่างๆ มีลิฟต์​เล็กๆและ​บันได​ใช้​ขึ้น​ลง มี​คณา​ได้ยิน​เสียง​ประตู​ดัง​ข้าง​ล่าง ลืม​กลัว​รีบ​ลง​ไป พลัน เสียง​นอ​ร์เ​บิ​ร์ต​สั่ง​ให้​หยุด ยกมือ​ขึ้น มี​คณา​หัน​มอง​เห็น​เขา​ล้วง​มือ​ใน​กระเป๋า​แจ็กเกต ดู​ตุงๆ เหมือน​กำ​ปืน​อยู่ จึง​บอก​ว่า​ตน​ไม่​มี​อาวุธ ทำร้าย​เขา​ไม่ได้​และ​ตำรวจ​ก็​ล้อม​โรงแรม​นี้​หมด​แล้ว ท่าทาง​นอ​ร์เ​บิ​ร์ต​หวาด​กลัว​บอก​ว่า​ตน​ไม่ได้​ทำ​อะไร​ผิด มี​คณา​จึง​สวน​ว่า​ถ้า​ไม่​ผิด​ก็​ไม่​ต้อง​หนี คุย​กัน​ดีๆ

“ผม​ไม่​โง่ ผม​อยู่​เมือง​ไทย​มา​หลาย​ปี ถ้า​ผม​ยอมให้​จับ ผม​จะ​โดน​ยัด​ข้อหา”

“คุณ​เข้าใจ​ผิด แล้ว​ฉัน​ก็​ไม่​ใช่​ตำรวจ ฉัน​เป็น​นักข่าว”

นอ​ร์เ​บิ​ร์ต​จำ​เธอ​ได้​จึง​ให้​เอา​กล้อง​มา​เช็ก​ดู​ว่า​มี​รูป​ตน​หรือ​เปล่า มี​คณา​สังเกต​เห็น​ปืน​ใน​เสื้อ​มัน​โย้เย้​ไม่​น่า​ใช่​ปืน​จริง จึง​อาศัย​วิชาการ​ต่อสู้ จัดการ​ล็อก​แขนเขา กระแทก​เข่า​ใส่​เป้า​จน​จุก​ลง​ไป​กอง เสียง​คน​วิ่ง​ลง​บันได​โครมคราม หิรัณย์​ห่วงใย​เธอ​สุดๆ แต่​พอ​เห็น​สภาพ​นอ​ร์เบิร์ต

“ท่าทาง​จะ​เจอ​ชุด​ใหญ่ ฝีมือ​คุณ​ไม่​เลว​นะ เตะ​ผ่าหมาก​ตรง​เป๊ะ ​เห็น​สภาพ​แล้ว​ผม​จุก​แทน”

มี​คณา​ยิ้ม​เขินๆ “จริงๆ ใช้​หัว​เข่า​กระแทก​ค่ะ ฉันยก​เท้า​ไม่ค่อย​สูง ครู​ที่​สอน​เลย​แนะ​ให้​ใช้​หัว​เข่า​อัด​เข้าไปแรงๆ”

หมวด​ดาว​ทึ่ง​เมื่อ​รู้​ว่า​มี​คณา​เรียน​ศิลปะ​ป้องกันตัว​ด้วย อด​แซว​ไม่ได้​ว่า ดี​ที่​ไม่​ใช้​ท่า​นี้​กับ​หิรัณย์​คราว​นั้น หญิง​สาว​ตอบ​ว่า ตอน​นั้น​ไม่​มี​จังหวะ หมวด​ดาว​แนะนำ​ให้​เรียน​ยูโด​ด้วย หิรัณย์​กระแอม​ขัด ส่ง​ผู้​ต้อง​สงสัย​ไป​โรงพัก​ก่อน​ดี​ไหม สอง​สาว​ค้อน หมวด​ดาว​พูด​กับ​มี​คณา​จริงจัง

“งาน​คราว​นี้​ของ​เรา คุณ​มี​ส่วน​ใน​ความ​สำเร็จ​มากนะ ขอบคุณ​ที่​ทุ่มเท​เต็มที่​กับ​พวก​เรา”

มี​คณา​ปลื้ม​ใจ หิรัณย์​เข้า​มา​ย้ำ​ว่า​หมวด​ดาว​ยอม​รับ​ใน​ความ​สามารถ​ของ​เธอแล้ว

ooooooo

รุ่ง​ขึ้น หมวด​ดาว​บอก​มี​คณา​และ​หิรัณย์​ว่า มีปัญหา​เรื่อง​ตั๋ว​เครื่องบิน ขอ​ให้​ทั้ง​สอง​รอก​ลับ​เที่ยวค่ำ มีคณา​เลี่ยง​ไป​โทรศัพท์ หิรัณย์​ยิ้ม​อย่าง​รู้ทัน ขอบคุณ​หมวด​ดาว​ที่​เปิด​โอกาส​ให้​ตน​ได้​ใกล้​ชิด​กับ​มี​คณา​ยาว​ขึ้น

ระหว่าง​รอ​อยู่​ใน​ห้อง​พัก มี​คณา​นั่ง​พิมพ์​งาน​ค่าเวลา หิรัณย์​แอบ​ชำเลือง​มอง​เพราะ​ชวน​ไป​เที่ยว​เธอ​ก็​บ่ายเบี่ยง เขา​นอนเล่น​มอง​ผ่าน​ประตู​ห้อง​ที่​พ่วง จน​เธอ​รู้สึก​เขิน​ขยับหนี กระทั่ง​เขา​ผล็อย​หลับ​ไป สะดุ้ง​ตื่น​มา​ตอน​บ่าย ไม่​เห็น​มี​คณา​ใน​ห้อง มี​อาหารวาง​อยู่​บน​โต๊ะ พร้อม​โน้ต​แปะ​ไว้​ว่า เห็น​คุย​ว่า​ทาน​ง่าย​จึง​สั่ง​กะ​เพ​รา​ไข่​ดาว​ไว้​ให้ ทำงาน​เสร็จ​แล้ว​เห็น​หลับ​อยู่​ไม่​กล้า​ปลุก ตอน​เย็น​เจอ​กัน...หิรัณย์​ลง​มา​เดิน​งุ่นง่าน​รอ​ที่​ล็อบบี้ มี​คณา​กลับ​เข้า​มา​พร้อม​ของ​ฝาก​ทาง​บ้าน เขา​รีบ​ต่อว่า​ทำไม​มา​ช้า เธอ​แปลก​ใจ​ยัง​ทันเวลา​ขึ้น​เครื่อง​ตั้ง​นาน

“ผม​กะ​จะ​พา​คุณ​ไป​เลี้ยง​ข้าว​ขอบคุณ​ซะ​หน่อย”

“ไม่​จำเป็น​หรอก​ค่ะ”

“จำเป็น​สิ​ครับ ก็​ยัง​ทัน​นะ แต่​ต้อง​วิ่ง​ขึ้น​เครื่อง​นิดหน่อย ไป​ครับ” หิรัณย์​มอง​นาฬิกา

มี​คณา​ขอ​ไป​เอา​กระเป๋า​บน​ห้อง หิรัณย์​บอก​ว่า​ขน​ใส่​รถ​ไป​หมด​แล้ว เขา​ดึง​เธอ​ตัว​ปลิว​ไป ไม่​นาน​ก็​มา​ถึง​ร้าน​อาหาร​ริม​น้ำ บรรยากาศ​สวย​งาม​จน​มี​คณา​ตะลึง ถ่าย​ภาพ​และ​วีดิโอ​วิว​ทิวทัศน์ เธอ​แอบ​ถ่าย​หิรัณย์​ไว้​ด้วย​โดย​เขา​ไม่​รู้ตัว...ขณะ​ที่​รอ​อาหาร มี​คณาโทร.​หา​ครู​วีณา​ว่า​คง​ไป​รับ​สันติ​ค่ำ​หน่อย หิรัณย์​ได้ยิน ถาม​อย่าง​เกรงใจ​ว่า​น้อง​ชาย​หรือ มี​คณา​นิ่ง​เงียบ

“เอ่อ ไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไรนะครับ ขอโทษที”

มีคณาตัดสินใจเล่า ว่าสันติเป็นหลานที่เพิ่งรับมาอุปการะ สีหน้าเธอเครียด หิรัณย์ดักทางได้ถูก เอ่ยว่า เด็กสมัยนี้เข้าใจยาก ยิ่งเธอเป็นผู้หญิงจะเข้าใจเด็กผู้ชายลำบาก ถ้ามีอะไรให้ตนช่วยไม่ต้องเกรงใจ มีคณาสบตาเขาอึ้งๆ หิรัณย์รวบรัดบอกเธอว่า ถึงภารกิจร่วมกันจะจบ แต่ความเป็นเพื่อนของเราคงไม่จบไปพร้อมอาหารมื้อนี้ มีคณาทนสู้สายตาเขาไม่ไหว เมินไปมองแม่น้ำ หิรัณย์เห็นโต๊ะข้างๆหนุ่มสาวจับมือกันชมวิว เขาอยากทำบ้างแต่ต้องตัดใจเพราะรู้ว่าเร็วไปสำหรับผู้หญิงอย่างมีคณา จึงชวนเธอคุยชมวิว เท่านี้เขาก็อบอุ่นใจแล้ว

คืนนั้น หิรัณย์ได้โอกาสส่งมีคณาถึงบ้าน เขาบอกเธอว่ามีงานหน้าจะส่งข่าวให้เธอมาร่วมทีมอีก มีคณากลับเอามือถือออกมาถอดซิมออกแล้วส่งคืน

“ฉันยอมรับไว้เพราะเราต้องทำงานเป็นทีม แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้ว ขอบคุณมากนะคะ”

หิรัณย์กุมมือเธอที่ถือโทรศัพท์ กล่าวเศร้าๆ “เหลืออะไรไว้ให้นึกถึงผมบ้างเถอะนะครับ อย่าเพิ่งหักดิบกันเลยครับคุณมี่ ผมเป็นคนลืมอะไรยากซะด้วย”

มีคณาเขินดึงมือออก ยอมรับโทรศัพท์ไว้ เตือนเขาว่าแท็กซี่รอนาน หิรัณย์นึกได้ล่ำลากลับไป มีคณาไขประตูบ้านเอาของเข้าเก็บแล้วรีบตรงไปบ้านครูวีณา

ก่อนหน้านี้สันติหนีกลับมารอหน้าบ้านแต่เข้าบ้านไม่ได้ ครูอรุณตามมาเจอพากลับไป...พอมีคณามารับ ครูอรุณและครูวีณาเล่าเรื่องสันติให้ฟัง เธอหนักใจและเกรงใจอย่างมาก ยกมือไหว้ขอโทษครูทั้งสอง ครูเตือนว่าอย่าลงโทษสันติอีก เพราะถูกทำโทษไปแล้วเดี๋ยวจะต่อต้าน เรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลา เด็กถูกปลูกฝังผิดๆมาตลอดชีวิต ต้องใจเย็นค่อยๆสอนกันไป

กลับมาบ้าน สันติมีท่าทีไม่สำนึก บอกมีคณาจะด่าอะไรก็ด่ามาจะได้ขึ้นนอน เธอจึงสอน

“ไปว่าน้องดอกไม้เขาแรงขนาดนั้น เป็นความผิดมาก ป้าบอกเลยนะติ ที่นี่ไม่ใช่หมู่บ้านของติ เรื่องขาย

ลูกสาวกิน คนที่นี่ไม่ทำกัน มันบาป ผิดศีลธรรม ติโตขนาดนี้แล้ว ถ้ายังแยกไม่ออกอีกว่าอะไรควรไม่ควร วันนึงตัวตินั่นล่ะที่จะต้องเดือดร้อนที่สุด”

สันติเหยียดปากคิดแต่ว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด...เช้าขึ้น มีคณาในชุดทำงานกำลังตากผ้าที่ซักแล้ว บอกสันติซึ่งหน้าหงิกหน้างอที่ต้องซักผ้าเอง ให้ตากผ้าเองด้วย แถมกำชับ กลับจากโรงเรียนเก็บผ้าทั้งหมด พับแต่ของตัวเอง อันไหนรีดเองได้ก็รีดไป ของเธอใส่ตะกร้าไว้

“รู้จักช่วยงานแบ่งเบาภาระให้ป้าแบบนี้ก็ดีแล้ว ป้าจะได้ล้มเลิกความคิดที่จะเอาติไปฝากเลี้ยงไว้บ้านครูใหญ่เป็นการถาวรซะ” มีคณาแกล้งขู่ ทำให้สันติรีบทำงาน แต่ก็ก่นด่าเบาๆ

พอมาทำงาน มีคณาก็รู้ข่าวมัทนาถูกยิงหน้าสำนักพิมพ์ ตั้งใจจะไปเยี่ยมที่บ้านบ่ายนี้...ด้านสันติมีเรื่องชกต่อยที่โรงเรียน เนื่องจากโดนข้าวตอกกับเพื่อนล้อว่ามีแม่เป็นกะหรี่ ครูอรุณมาห้ามปราม สันติโดนสกรัมสะบักสะบอม

ooooooo

ฟ้ากระจ่างดาว

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด