สมาชิก

เกิดเป็นหงส์

ตอนที่ 9

วันแรกของการทำงานในไร่อ้อย หญิงมานศรีถูกทิวแกล้งสารพัด พอเธอโวยวายขึ้นมาบ้าง กลับโดนเขาไล่ส่ง ถ้าไม่พอใจก็ให้กลับบ้านไป เธอไม่ยอมแพ้ลงมือตัดอ้อยแต่ไม่สำเร็จ ตั้งใจจะลองทำอีกครั้ง เสกสรรเข้ามาคว้าข้อมือเสียก่อน โวยลั่นทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ ดึงเธอจะให้ไปกับตนเองให้ได้ ไม่สนใจทิวที่มายืนขวางทางหนำซ้ำยังสั่งให้ถอยไป

“ไม่ถอย เพราะผู้หญิงคนนี้เป็นคนงานของผมและผมเป็นนายของเธอ คุณนั่นแหละที่ต้องถอยไป อย่ามายุ่มย่าม...ที่นี่ถิ่นผม” ทิวกร้าว เสกสรรเองก็ไม่ยอมเช่นกัน สุดท้ายต้องขอให้หญิงมานศรีเป็นคนตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไร เธอขอร้องให้เสกสรรปล่อยมือ เธอเต็มใจทำงานนี้เอง เขาจำต้องทำตามที่เธอต้องการ แต่ไม่วายขอคุยกับทิวเป็นการส่วนตัว แล้วก้าวฉับๆออกไป ทิวหันมาแดกดันเธอทันที

“ไง แม่นางเอก คงจะดีใจจนเนื้อเต้นน่าดูสินะ ที่มีเจ้าชายขี่ม้าขาวมาตกหลุมแสดงความเป็นห่วง”

“ใช่...เข้าทางเลยล่ะ แล้วจะบอกอะไรให้นะ ฉันจะไม่ยอมกลับ แต่จะทำให้ผู้ชายเป็นโหลแห่กันมาแสดงความเป็นห่วงฉัน...ที่นี่” หญิงมานศรีประชด เขามองเธออย่างดูแคลน ก่อนจะด่าว่าร่าน แล้วจ้ำพรวดๆตามเสกสรร เธอโกรธควันแทบออกหู หันไปฟันต้นอ้อยระบายแค้น...

ที่มุมหนึ่งในไร่อ้อย เสกสรรซักถามทิวว่าเกิดอะไรขึ้น หญิงมานศรีถึงได้มาทำงานเป็นคนตัดอ้อย ทิวสรุปเอาเองว่าเธอคงทำเพื่อเรียกร้องความสงสารจากเทพ หวังจะโก่งค่าตัว เจ้าของฟาร์มม้าไม่พอใจชกหน้าทิวฐานดูถูกคุณหญิงของเขา ทิวบอกให้เขาเลิกหลอกตัวเองได้แล้ว เธอกำลังจะเป็นผู้หญิงของคนอื่น เขาเป็นแค่สะพานให้เธอยังไม่รู้ตัวอีกหรือ แล้วหันหลังจะกลับ เจอหญิงมานศรียืนมองอยู่ เสกสรรมองเธออย่างปวดร้าวใจ

“จริงหรือคุณหญิง ผู้ชายคนที่อยู่ในหัวใจคุณหญิงคือ...นายเทพนั่นจริงหรือครับ”

เธอถึงกับพูดไม่ออก ทิวหึงโดยไม่รู้ตัว สั่งให้เธอบอกเสกสรรว่าที่เขาพูดเป็นเรื่องจริง เธอโวยลั่น เขาไม่มีสิทธิ์มาบังคับให้เธอพูด และขอร้องให้เลิกยุ่งกับเธอสักที แล้วผละจากไป ทิวสบช่องเข้ามาเป่าหูเสกสรร

“ไม่รับ...แต่ก็ไม่ปฏิเสธ คิดเอาเองแล้วกันว่าจริงหรือไม่จริง...ผู้หญิงดีๆยังมีอีกเยอะที่รอคุณอยู่ กะอีแค่ความรักจอมปลอมไม่ทำให้ตายหรอกคุณ” เขาตบไล่เสกสรรอย่างเห็นใจ ก่อนจะขอตัวกลับไปทำงานต่อ

ooooooo

คนงานตัดอ้อยคนหนึ่งเห็นหญิงมานศรีตัดอ้อยไม่เป็น ช่วยสอนวิธีให้ เธอตั้งใจทำอย่างขะมักเขม้นท่ามกลางแสงแดดอันร้อนระอุ รู้สึกคอแห้ง จึงเข้าไปพักใต้ร่มไม้เพื่อจะดื่มน้ำ ทิวตามมาแกล้งไม่หยุดหย่อน หาว่าเธออู้งานสั่งให้ไปทำงานต่อ เธอทนไม่ไหวเป็นลมล้มพับไปตรงนั้น เขารีบพาเธอไปพักที่บ้านของเขา

ไม่นานนัก หญิงมานศรีรู้สึกตัวลืมตาขึ้น พอเห็นว่านอนอยู่ในบ้านของทิว ลุกพรวดจะกลับ แต่โลกหมุนขึ้นมาอีกต้องทรุดตัวลงนั่ง ทิวเอ็ดลั่น เลิกอวดเก่งได้แล้ว จะรีบลุกไปไหน เธออ้างว่าไม่อยากอยู่ที่นี่

“ไม่อยากอยู่ก็ต้องอยู่ เพราะผมก็ไม่อยากเห็นคนงานนอนตายในไร่ของผมเหมือนกัน”

เธออ้าปากจะเถียง เขาเอาแก้วยาหอมทิ่มพรวดใส่ปากแล้วยกให้ดื่ม เธอจะปัดทิ้ง เขาขู่ถ้าไม่ดื่มให้หมดมีเรื่อง เธอจำต้องดื่มจนหมดแก้ว พอปากว่างอ้าปากจะต่อว่า เขาขู่ซ้ำถ้าพูดอีกคำเดียวจะถูกจูบ หญิงสาวตกใจรีบเอามือปิดปากตัวเอง แล้วกระเถิบหนี

“ปิดเอาไว้เลยนะ เปิดออกเมื่อไหร่ เจอจูบแน่” เขาว่าแล้ว ยกแก้วยาหอมไปเก็บ

หญิงมานศรีรู้สึกดีขึ้น ค่อยๆเอนตัวลงนอน มือยังคงปิดปากไว้ งอเข่าเก็บเท้ากลัวถูกปล้ำ ทิวแอบมองอย่างเอ็นดูอยู่ที่มุมห้อง ก่อนจะรีบดึงตัวเองกลับตีหน้าขรึมเดินหายเข้าครัวไปสักพัก กลับออกมาพร้อมกับชามข้าวต้ม กว่าจะบังคับให้เธอกินได้ เขาต้องขู่แล้วขู่อีก ถ้าไม่กินจะถูกจูบ เธอจึงยอมกิน

จังหวะนั้น เข้มวิ่งหน้าตื่นเข้ามา เห็นหญิงมานศรีอยู่ด้วย รีบดึงเจ้านายออกมาหน้าบ้าน รายงานว่ามีคนงานของเราไปเห็นไอ้โม่งสองคนกำลังไล่ทำร้ายลุงมีกับเมียที่ไม่ยอมขายที่ดินให้นายใหญ่ ทิวร้อนใจเป็นห่วงลุงกับป้าชวนเข้มตามไปช่วย หญิงมานศรีลากสังขารออกมาถามว่ารีบร้อนจะไปไหนกัน

“ไม่เกี่ยว...กลับไปทำงาน...ไป” ทิวตวาดจบวิ่งหน้าตั้งหายไปทางหลังบ้าน...

เทพรู้เรื่องที่หญิงมานศรีถูกทิวแกล้งจนเป็นลมเป็นแล้ง รีบตามมาที่บ้านพักของคู่อริ เจอเธอกำลังจะกลับไปทำงานในไร่อ้อยต่อ เขารีบตามไปใส่ไฟทิวเพื่อให้เธอเกลียดชังมากขึ้น...

ด้านทิวกับเข้มตามมาช่วยลุงมีกับเมียไว้ทัน จัดการสองไอ้โม่งที่รุมทำร้ายคนแก่แตกกระเจิง ไอ้โม่งหนีรอดไปได้หนึ่งคน ส่วนอีกคนหนึ่งถูกจับตัวได้ ทิวกระชากหน้ากากออกดู จำได้ทันทีว่าเป็นสมุนของล้วน...

ที่มุมหนึ่งของไร่อ้อยอันกว้างใหญ่ ขณะเทพกำลังใส่ไฟทิวให้หญิงมานศรีฟังเป็นฉากๆว่าชอบปกครองคนด้วยอำนาจและชอบใช้กำลัง ทิวโผล่เข้ามาพร้อมกับเข้มซึ่งล็อกตัวสมุนของล้วนเข้ามาด้วย ก่อนจะถีบหัวคะมำไปกองอยู่แทบเท้าลูกพี่ เทพทำเนียนไม่รู้ว่าเป็นใคร ทิวโกรธตะคอกใส่ จำได้ว่าไอ้หมอนี่เป็นสมุนของล้วน

“ใช่...ลูกน้องฉันแล้วไง” ล้วนยียวน

“แกสั่งให้มันไปทำร้ายลุงมีหวังจะขู่ให้ขายที่ดิน” ทิวเสียงกร้าว ล้วนโวยกลับ มีหลักฐานอะไรมาปรักปรำตนเทพเจ้าเล่ห์หันไปถามสมุนว่าไปทำร้ายลุงมีจริงหรือ สมุนโกหกว่าแค่ต้องการจะปล้นเอาเงินเท่านั้น จอมเจ้าเล่ห์ได้ที หาว่าทิวอคติกับเขา ใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหาแทนที่จะคุยกันดีๆ ทำให้เขาต้องเสียหาย

“คนคนนี้ คุยดีๆด้วยไม่ได้หรอกค่ะคุณเทพ” หญิงมานศรีเข้าข้างเทพจนออกนอกหน้า ทำให้ทิวโกรธ

“ดี...งั้นฉันจะถือว่ามันเป็นโจร และจะส่งตัวมันให้ตำรวจไปสอบสวน บางทีอาจจะต้องเค้นให้หนัก มันจะได้ยอมคายความจริง...ไอ้เข้ม...เอาตัวมันไป”

เข้มลากสมุนออกไป หมอนั่นมองมาที่เจ้านายใหญ่กับลูกพี่ของตนด้วยสายตาเว้าวอน เทพรอจนคู่อริตลอดกาลไปแล้ว หันมาส่งสายตากับล้วนเป็นทำนองให้จัดการปิดปากสมุน โดยที่หญิงมานศรีไม่ทันเห็น

ooooooo

เทพเกรงทิวจะตามมารังควานหญิงมานศรีอีกจึงอยู่กินข้าวเย็นเป็นเพื่อน เธอเห็นสมควรแก่เวลา เดินออกมาส่งเขาหน้าบ้านพักซึ่งล้วนยืนคอยท่าอยู่ เทพพยายามส่งสายตาลึกซึ้งและพูดเป็นนัยๆให้เธอรู้ความในใจ เธออึดอัด แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร โชคดีที่พิไลพรกลับมาถึงพอดี เธอรู้งานแกล้งขอโทษเทพที่มาขัดจังหวะ

“จังหวะอะไรกันครับคุณพร...ผมกำลังจะกลับพอดี”

“งั้นก็...ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” พิไลพรไล่เขาทางอ้อม แล้วหันไปบอกหญิงมานศรีว่า “มีเซอร์ไพรส์ค่ะ...คนที่คุณหญิงจะต้องประหลาดใจมากว่ามาที่นี่ได้ยังไง” เธอว่าแล้วผายมือไปทางหน้าบ้าน หม่อมราชวงศ์นายแพทย์ ธีรพล หรือชายธีรพล ปรากฏตัวขึ้น หญิงมานศรีถึงกับตาโต วิ่งเข้าไปกอดด้วยความดีใจ ขณะที่เทพมองอย่างขุ่นเคือง ครู่ต่อมา เจ้านายใหญ่ของอาณาจักรทัดเทพเดินหัวเสียบ่นเป็นหมีกินผึ้งเข้ามาในคฤหาสน์

“อะไรกันหนักหนาวะ จบจากไอ้ไก่อ่อน ก็ดันมีผู้ชายอีกคนเข้ามา”

ขวัญตาปราดเข้ามาออเซาะ ยั่วยวนเต็มที่ แต่ต้องเจ็บใจเพราะเขากลับถามหาผ่องทิพย์...

คนที่เทพถามหากำลังเดินตามบุญปลูกไปยังตำหนักของอาจารย์เมฆจอมขมังเวท แม้ผ่องทิพย์จะกลัวที่ต้องเดินผ่านป่าช้าตอนค่ำๆมืดๆ แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่จะได้แล้วจำต้องข่มความกลัวไว้ ไม่นานนัก ทั้งคู่มาถึง ที่หมายนั่งรอคิวอยู่หน้าตำหนักที่เงียบเชียบเพียงลำพัง ส่วนอาจารย์เมฆกำลังทำพิธีบางอย่างอยู่ด้านใน...

ขณะที่ผ่องทิพย์หาทางดึงเทพให้กลับมารักมาหลงตนเองอีกครั้ง หญิงมานศรีกำลังคุยกับชายธีรพลอย่างออกรส ทั้งคู่ไม่ได้ติดต่อกันเลยตั้งแต่เธอเรียนจบกลับมา เขากลับเมืองไทยครั้งนี้เพื่อจะมาเป็น ผอ.ของ รพ.ที่นี่ เธอชื่นชมเขามาก ที่ยอมสละความสุขสบายมาทำงานที่ รพ.เล็กๆในต่างจังหวัดเพื่อช่วยผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยาก

“หญิงก็ชื่นชมผมเกินไป ผมไม่ได้สูงส่งกว่าใคร ก็แค่คนธรรมดา รักเป็นเสียใจเป็น”

“เหรอจ๊ะ...งั้นบอกหญิงหน่อยสิ ใครกันน้าที่ทำให้ ชายธีรัก” เธอยิ้มหน้าเป็นแววตาของเขาเศร้าขึ้นมาทันที ไม่อยากพูดถึงผู้หญิงที่ทำให้เขาต้องเสียใจ หญิงมานศรีกุมมือเขาไว้ ขอโทษที่ถามไปแบบนั้น เธอไม่รู้มาก่อนว่าเขาอกหัก เขามองมือเธอที่จับมือตัวเองอย่างนึกเสียดาย

“ใครบอกผมอกหัก ถึงเธอไม่รักผม แต่ผมก็ยังรักเธอไม่เปลี่ยนแปลง...อกหักที่ไหนในเมื่อเรายังได้รักคนที่เรารัก” เขาหัวเราะร่าเริงทั้งๆที่ในใจปวดร้าว ทิวแอบมองมาจากมุมมืดมุมหนึ่ง

“ผู้ชายคนใหม่มาหากลางค่ำกลางคืน...ไม่มียางอาย” แล้วผละจากไปอย่างหัวเสีย...

หลังจากคุยกับหญิงมานศรีพอให้หายคิดถึง ชายธีรพลขอตัวกลับ พิไลพรตามมาส่งที่รถ อดถามไม่ได้ทำไมเขาถึงเลือกมาอยู่ในที่ที่ทำให้ตัวเองต้องเจ็บปวด

“พร...ผมไม่ได้เจ็บปวด ผมเต็มใจที่ได้กลับมาทำหน้าที่ทดแทนคุณแผ่นดิน นั่นคือเหตุผลหลัก ส่วน...คุณหญิง การที่ผมมีโอกาสได้อยู่ใกล้ๆคอยดูแลอยู่ห่างๆ มันคือความสุขนะ”

พิไลพรฟันธงว่าเขาเป็นโรคจิตชนิดหนึ่งที่ชอบทำให้ตัวเองเจ็บปวด เขาหัวเราะชอบใจ

“ก็อาจจะเป็นอย่างนั้น ไม่แน่นะ ถ้าพรรักใครสักคนจริงๆ พรอาจจะเลือกที่จะทำเหมือนผมก็ได้”

พิไลพรขอขึ้นคานดีกว่า เห็นแต่ละคนที่มีความรักแล้วปวดหัวแทน จากนั้น เขาขอตัวกลับ เธอมองตามเขาไปอย่างชื่นชม แล้วกลับเข้าบ้าน เห็นหญิงมานศรีคลำตามเนื้อตัวตัวเอง เนื่องจากปวดเมื่อยเพราะทำงานในไร่อ้อย เธอสงสารแกมหมั่นไส้ในความดื้อรั้น ไปค้นยาจะมานวดให้ แต่ยาหมด ตัดสินใจออกไปข้างนอก...

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ผ่องทิพย์นั่งรอนานมากชัก หงุดหงิดบ่นอุบเมื่อไหร่จะถึงคิวสักที อาจารย์เมฆตะโกนออกมาจากในห้องทำพิธีว่าถ้าใครรอไม่ได้ก็ให้กลับไป สองนายบ่าวสะดุ้งเฮือก บุญปลูกไหว้ปลกๆด้วยความศรัทธาว่าเขามีหูทิพย์ได้ยินสิ่งที่พวกตนคุยกัน ส่วนผ่องทิพย์รีบสงบปากสงบคำ สักพัก มีชาวบ้านสองคนเดินออกมา ผ่องทิพย์รีบเอาผ้าคลุมหน้าไม่อยากให้ใครจำได้

“อุ๊ย...ถึงคิวคุณนายแล้วค่ะ...เชิญเลยค่ะ” บุญปลูกเดินนำเจ้านายสาวเข้าไปข้างใน ทันทีที่นั่งลงตรงหน้าจอมขมังเวท โดยยังไม่ได้พูดอะไร เขาบอกได้หมดว่าผ่องทิพย์ต้องการอะไร บุญปลูกถึงกับเพ้อที่เขามีตาทิพย์

“ไม่รู้ได้ไง แกมาขอว่านขอยาปลุกสวาทไปทำไมถ้าไม่เอาไปทำให้ผัวหายเบื่อ...หา” ผ่องทิพย์โวย

“...นังนี่มันไม่เชื่อกู...กลับไป”

เสียงมีอำนาจของอาจารย์เมฆทำเอาทั้งคู่สะดุ้งโหยง ผ่องทิพย์ไม่ยอมกลับ อุตส่าห์ดั้นด้นมาตั้งไกล ถ้าเขาแน่จริงต้องทำให้เห็นก่อนว่าผัวของเธอจะกลับมาหลงเธอเหมือนเดิม เขายิ้มกริ่มมองเธอตาวาว ก่อนจะไล่บุญปลูกออกไปรอข้างนอก กำชับว่าถ้าได้ยินเสียงอะไรดังไม่ต้องตกใจและไม่ต้องเข้ามา เธอรีบทำตามสั่ง ขณะที่ผ่องทิพย์สีหน้าหวาดหวั่น เมื่อเห็นรอยยิ้มกักขฬะของเขา แต่ฝืนทำใจสู้...

ด้านหญิงมานศรีแอบสะกดรอยตามพิไลพรมาถึงบ้านพักของทิว เห็นมาเอายาทาแก้ปวดเมื่อยจากทิวสั่งให้คืนเขาไป เธอไม่ต้องการใช้ของของอันธพาล รังแต่นำเรื่องอัปมงคลมาให้ แค่นี้เธอก็หนักหนาสาหัสพอแล้ว ทิวเจ็บใจที่หญิงสาวรังเกียจ จ้องหน้าอย่างเอาเรื่อง พิไลพรเห็นท่าไม่ดีรีบชวนหญิงมานศรีกลับ

“ดี...แล้วหยิ่งให้ตลอดนะ อย่าร้องโอดโอย” ทิวตะโกนไล่หลัง หญิงมานศรีไม่สนใจเสียงนกเสียงกา...

ในขณะที่หญิงมานศรีกับทิวยังคงฮึ่มๆใส่กัน อาจารย์เมฆนั่งประจันหน้ากับผ่องทิพย์ ก่อนจะสั่งให้นอนลง เธอไม่กล้าขัดกลัวจะไม่ได้สิ่งที่ต้องการ เขาลูบไล้เธอจากข้อเท้าไล่ขึ้นมา หญิงสาวถามเสียงเข้มจะทำอะไร

“ข้าจะลงนะให้เอ็ง ตั้งแต่เท้าจดหัว”

“แล้วทำไมต้องลูบ”

ที่เขาต้องลูบตามเนื้อตัวให้เพราะคาถาอยู่ที่มือของเขาแล้วกำชับไม่ให้ถามอะไรอีก พอลูบมาถึงต้นขาขาวๆของเธอ เขาขึ้นคร่อมทันทีจับแขนสองข้างของเธอขึงไว้ ท่องคาถาก่อนจะเป่าข้างหู ผ่องทิพย์เคลิ้มคลายความตึงเครียดลง ปล่อยให้เขาเป่าคาถาเรื่อยมาตามลำคอ เนินอก พลางใช้มือลูบไล้ไปทั่วร่าง เธอเกร็งไปทั้งตัว

ที่ด้านนอกประตูห้องทำพิธี บุญปลูกเอาหูแนบประตู ได้ยินเสียงของบางอย่างหล่นโครม ขยับจะเข้าไปแต่นึกถึงคำของอาจารย์ห้ามไว้ จึงถอยกลับมานั่งรอเหมือนเดิมจนกระทั่งหลับไป

ooooooo

หญิงมานศรีออกจากบ้านพักแต่เช้าจะไปทำงาน ปวดเมื่อยเนื้อตัวแทบเดินไม่ไหว ทิวมาดักรออยู่หน้าบ้านเอายาทาแก้ปวดกล้ามเนื้อมาให้ เธอไม่ต้องการสั่งให้เอากลับไป เขาดึงตัวเธอเข้ามาใกล้ ถอดเสื้อแขนยาวที่ใส่คลุมออก เอายาแก้ปวดทาให้แล้วนวดอย่างเบามือ พิไลพรเดินออกมาเห็นรีบหลบมุมแอบมอง

“นายทำแบบนี้ทำไม” หญิงมานศรีเสียงอ่อย รู้สึกได้ว่าความปวดเมื่อยบรรเทาลง

“ฉันอยากได้แรงงานคุณภาพ ไม่ใช่คนพิการ”

เธอน้อยใจชักแขนกลับ คว้าเสื้อมาใส่ทับ จะไม่มีคำขอบใจให้เขาแม้แต่คำเดียว ทิวไม่ต้องการคำขอบใจ สิ่งที่เขาต้องการคือแรงงานคุณภาพ แล้วเก็บหลอดยา เดินออกไป เธอแอบอมยิ้มเมื่อนึกถึงสัมผัสเมื่อครู่ของเขาพิไลพรพอจะมองออกว่า หญิงมานศรีรู้สึกดีๆกับทิว...

ทางฝ่ายผ่องทิพย์ออกจากตำหนักของอาจารย์เมฆด้วยหน้าตาสดใสซาบซ่ามาก จนบุญปลูกถึงกับออกปากชม เธอย้ำกับบ่าวคนสนิทว่า ห้ามบอกใครๆเรื่องที่เธอมาที่นี่เด็ดขาด จากนั้น สองนายบ่าวพากันกลับบ้าน ผ่องทิพย์กำลังจะเข้าห้องตัวเองตอนที่เจอขวัญตาเดินควงแขนมากับเทพ เธอไม่ปล่อยโอกาส รีบใส่ไฟทันที

“ไปนอนที่ไหนมาคะพี่ผ่อง เสื้อผ้าก็ดูยับๆเหมือนไปถูกทับ...เฮ้ย...ไปนอนทับอะไรมางั้นแหละ”

“ไปไหนมาผ่องทิพย์” เทพมองสายตากร้าว แต่คนถูกมองกลับไม่สะดุ้งสะเทือน ตอบหน้าระรื่นว่าไปเที่ยวกับหนุ่มวัยละอ่อนมาสนุกมาก ขวัญตาค่อนแคะว่าทำตัวเหมือนไม่มีผัว แถมพูดจาไม่รู้จักเกรงใจผัวตัวเองบ้าง

“เกรงใจทำไม ทีผัวฉันยังไม่เคยเกรงใจฉันเลย ไม่เห็นหัวกันแล้วด้วยซ้ำ...ขอโทษนะคะคุณเทพ ถ้าผ่องจะออกไปบริหารเสน่ห์บ้าง ผ่องไม่อยากแห้งตายเป็นบัวแล้งน้ำ”

“กะอีแค่ไม่กี่วันที่ฉันไม่สนใจเธอ มันทำให้เธอจะเป็นจะตายขึ้นมาหรือไง ถึงต้องออกไปร่านข้างนอก”

ผ่องทิพย์ตบหน้าเขาทันที ด่ากลับว่าคนที่ร่านคือเขาต่างหาก เทพตบกลับเลือดกบปาก เธอเช็ดเลือดแล้วดูด พร้อมกับส่งสายตายั่วยวนไปให้ ก่อนจะเดินเข้าห้อง จุดเพลิงราคะของเขาให้ลุกโชน จนต้องรีบเดินตามขวัญตาพยายามจะฉุดรั้งแต่ไร้ผล แถมเขาชวนเธอเล่นมวยหมู่สามคนผัวเมีย เธอใจไม่ถึงจำต้องปล่อยเขาไป...

ขณะที่ผ่องทิพย์ใช้มารยาฉกเทพไปจากขวัญตา หญิงมานศรีเห็นยังเช้าอยู่เทพคงยังไม่เข้าออฟฟิศ คิดจะเข้าไปสำรวจช่องลับหลังรูปภาพของทัด ค่อยๆย่องไปถึงหน้าห้องทำงานของเทพเห็นปลอดคนรีบผลุบเข้าข้างใน ระหว่างเธอเขย่งปลายเท้าจะยกรูปนั้นออก ทิวเข้ามาคว้ามือไว้ ตวาดลั่นว่าคิดจะทำอะไร แล้วลากแขนเธอออกไปแถวมุมปลอดคน เธอพยายามสะบัดมือออกแต่ไม่หลุดเลยกระทืบเท้าเขาอย่างแรงจนต้องปล่อยมือ

เธอจะหนีแต่ไม่ทัน เขารวบตัวขึ้นมาอุ้ม ขู่ถ้าดิ้นจะทุ่มลงพื้นให้หลังหัก เธอกลัวจัดโอบคอเขาไว้แน่น ใบหน้าแทบชนกัน ทั้งคู่สบตากันนิ่งงัน เทพเดินพ้นมุมตึกมาเห็นภาพบาดตาบาดใจ จะเข้าไปป่วน แต่ล้วนเรียกไว้เสียก่อนมีเรื่องสำคัญจะรายงาน เขามองทิวกับหญิงมานศรีอย่างเสียดาย ก่อนจะเดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่ง

ทิวใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เผลอปล่อยหญิงมานศรีลงพื้นถึงกับร้องโอ๊ยลั่น เขาตกใจรีบทรุดตัวลงไปดูอาการด้วยความเป็นห่วง เธองอนผลักเขาพ้นทาง แล้วเดินกะเผลกๆหนี เขารีบตามไปขวางไว้ อยากรู้ว่าเข้าไปในห้องนั้นทำไม เธอไม่ตอบ แต่กลับย้อนถามเขาว่าตามเธอมาทำไม

“เพราะผมรู้น่ะสิว่าคนอย่างคุณอาจจะคิดทำอะไรที่ไม่ชอบมาพากล...คุณคิดจะทำอะไรกับรูปพ่อผม”

“ฉันมาหาคุณเทพ แล้วฉันก็หันไปเห็นรูปของพ่อนาย รู้อะไรไหม เมื่อฉันเกลียดนาย ฉันก็ไม่อยากเห็นหน้าคนที่ให้กำเนิดนายด้วยเหมือนกัน” หญิงมานศรีโกหกไปเรื่อยเปื่อย แล้วผลักเขาพ้นทาง อ้างจะรีบไปทำงาน

“อยากทำงานนักใช่ไหม ผมจะทำให้คุณทำงานจนกระอักเลือดตาย...มานี่” เขาลากเธอตัวปลิว

ooooooo

สักพัก เทพเดินนำล้วนเข้ามาในห้องทำงานของเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจ สั่งให้ล้วนไปจัดการปิดปากสมุนที่ทิวจับส่งตำรวจให้สิ้นซาก อย่าให้สาวมาถึงเราได้ ล้วนยึกยักในเมื่อสมุนไม่ได้ให้การซัดทอดอะไรก็ไม่เห็นต้องฆ่าแกงกัน เทพต่อยสมุนมือขวาของตนกระเด็นไปติดผนังใกล้รูปภาพของทัดฐานขัดคำสั่ง

เขาเพิ่งสังเกตเห็นรูปเอียงไม่อยู่ตำแหน่งเดิมรู้สึกผิดปกติ ไล่ล้วนไปจัดการตามคำสั่ง แล้วกดอินเตอร์คอมเรียกสร้อยฟ้า เลขาฯคนใหม่เข้ามาพบ ขณะขยับรูปของทัดให้เข้าที่ สร้อยฟ้าเปิดประตูห้องเข้ามา เขาถามเธอว่าเห็นใครเข้ามาในห้องนี้หรือเปล่า เธอมาถึงออฟฟิศเป็นคนแรก ไม่เห็นใครแถวนี้สักคน

“ไม่มีอะไรแล้ว ไปทำงานเถอะ” เทพมองตามบั้นท้ายเซ็กซี่ของเลขาฯคนใหม่ด้วยสีหน้ายิ้มกริ่ม เธอเองเหมือนจะรู้สึก หันมาส่งยิ้มหวานพร้อมกับทิ้งสายตาให้ เขาหมดความสนใจเรื่องรูปของทัดไปเลย...

ในเวลาต่อมา ทิวลากหญิงมานศรีไปที่บ้านพักของเขา สั่งให้เธอทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมให้เกลี้ยง แล้วขนอุปกรณ์ทั้งไม้กวาด ไม้ถูพื้นมาโยนให้ เธอไม่ยอมทำงานของเธออยู่ที่ไร่อ้อยไม่ใช่ที่นี่ เขายกความเป็นเจ้านายขึ้นมาอ้าง ดังนั้นจะสั่งให้เธอทำงานที่ไหนเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ เธอยืนยันเสียงแข็งไม่ทำเด็ดขาด

“ถ้าไม่ทำ ผมไล่คุณออก และหมดสิทธิ์จะอยู่ที่นี่เพื่อแจกอ้อยไอ้เทพอีกแน่”

หญิงมานศรีโกรธ คว้าไม้ถูพื้นจะถูปากเขาฐานปากสกปรก เขาปัดออก ดันตัวเธอไปติดข้างฝาแล้วเอามือทั้งสองข้างกันไว้ไม่ให้หนี ทั้งสองคนมีปากเสียงกัน ทิวเถียงสู้ไม่ได้ ยื่นหน้าเข้าหาหมายจะใช้ปากตัวเองปิดปากเก่งๆของเธอ แต่เข้มเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เขารีบผละออกจากเธอทันที เข้มรู้งาน ขอตัวไปรอข้างนอก ทิวหันมาสั่งเธอเสียงเข้ม

“อย่าไปไหนนะ...เดี๋ยวผมมา” แล้วตามเข้มออกไป เธอโล่งอก มองซ้ายมองขวาหาทางหนี

ooooooo

ในขณะเดียวกัน เสกสรรดีใจมากเมื่อรู้ข่าวว่าชายธีรพลย้ายมาเป็น ผอ.ที่ รพ.ประจำจังหวัด รีบไปขอคำปรึกษาเรื่องหญิงมานศรี หลังจากได้ฟังเรื่องราวของทั้งคู่อย่างละเอียด ชายธีรพลเสียใจกับเขาด้วย เสกสรรไม่ต้องการให้ใครมาแสดงความเสียใจ เพราะนั่นเท่ากับเขาเป็นผู้แพ้ แต่เขาไม่ใช่ แม้เธอจะปิดประตูหัวใจใส่เขาก็ตาม เขายังคิดว่าตัวเองยังมีความหวังอยู่ ชายธีรพลขอเอาใจช่วยอีกแรง

“แกต้องช่วยทำให้ฉันกับหญิงมานศรีคืนดีกัน ไม่ใช่แค่เอาใจช่วยอย่างเดียว เกมหัวใจนี้ฉันเดิมพันหมดตัว ไม่มีอะไรจะเสีย ฉันจะไม่ยอมกลับโดยไม่มีคุณหญิงกลับไปด้วย...รับปากสิว่าแกจะช่วยฉัน”

ชายธีรพลรับปากทั้งๆที่ในใจเจ็บแปลบ แล้วนึกขึ้นได้ว่ากำลังจะมีงานเลี้ยงหาทุนเข้า รพ.เร็วๆนี้ เขาตั้งใจจะชวนหญิงมานศรีไปงานนี้ด้วย บางทีเพื่อนรักของเขาทั้งคู่จะได้ปรับความเข้าใจกัน เสกสรรรีบตัดบท ขอเป็นคนชวนเธอไปงานนี้เอง ขอบใจเพื่อนมากแล้วเดินยิ้มร่ากลับไป ชายธีรพลมองตามอย่างเห็นใจ...

พอทิวรู้จากเข้มว่าสมุนของล้วนที่เขาจับส่งตำรวจถูกฆ่าปิดปากเมื่อเช้านี้เอง สั่งให้เข้มดูแลความปลอดภัยให้ลุงมีกับเมียของแกดีๆ แล้วเตือนเรื่องชายแก่พิการว่าใกล้ถึงกำหนดที่ต้องพาหมอกับพิไลพรไปตรวจอาการแล้ว ต้องระวังอย่าให้เรื่องนี้รู้ถึงหูเทพเด็ดขาด เข้มรับคำรีบไปทำตามสั่ง ทิวไม่สบายใจ เกรงหญิงมานศรีจะเผลอพูดเรื่องชายแก่ให้เทพฟัง รีบกลับเข้าบ้านหวังจะสอบถามเรื่องนี้ แต่เธอหายตัวไปแล้ว

เขามั่นใจว่าเธอยังหนีไปไหนไม่พ้น เพราะทางเข้าออกบ้านเขามีทางเดียว ค่อยๆไล่ค้นไปทีละห้องๆ จนเหลือเพียงห้องทำงานฝีมือหลังบ้างซึ่งหญิงมานศรีแอบไปซ่อนตัวอยู่ ทิวรู้แกว ทำเป็นหาเธอไม่เจอ เพื่อให้ตายใจ เธอหลงกลออกจากที่ซ่อน ต้องตกใจเมื่อเห็นเขายืนรออยู่ก่อนแล้ว

“คิดหรือว่าจะหนีผมพ้น...คุณหญิงมานศรี”

เธอจะวิ่งหนี แต่สะดุดขาตัวเองหน้าคะมำใส่กองดินเหนียวสำหรับเตรียมปั้น ทิวหัวเราะชอบใจที่หน้าเธอเปรอะไปด้วยดิน เธอแก้เผ็ด ขยำดินป้ายหน้าเขาบ้าง เกิดสงครามย่อยๆขึ้น ทั้งคู่หันไปคว้าสีมาละเลงใส่กัน เธอคว้าแจกันที่เขาปั้นเสร็จแล้ว แกล้งชูขึ้นเหนือหัวทำท่าจะทุ่มลงพื้น เขาถึงกับร้องห้ามเสียงหลง เธอโยนแจกันให้เขารับ แล้วฉวยจังหวะนั้นวิ่งหนี ทิวเจ็บใจที่โดนหลอกรีบไล่ตาม จนทันกันบนเนินเขา ก่อนจะโดดรวบตัวเธอไว้

ทั้งคู่พากันเสียหลักกลิ้งลงจากเนิน ทิวเกรงเธอจะได้รับบาดเจ็บ ใช้แขนทั้งสองข้างโอบกอดไว้ราวกับเป็นเกราะป้องกัน ส่วนเธอเองก็กอดเขาไว้แน่นอย่างตื่นตระหนก จนกระทั่งลงมาถึงเชิงเขาเบื้องล่าง เขาตั้งสติได้ ถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไร เจ็บตรงไหนหรือเปล่า

“ไม่...นายล่ะ...เจ็บไหม” เธอรีบลุกขึ้นดูตามเนื้อตัวเขาด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน

ต่างฝ่ายต่างนิ่งอึ้ง มองสบตากันราวกับต้องมนตร์สะกด เขาค่อยๆประคองใบหน้าเธอไว้อย่างอ่อนโยน เธอรับรู้ถึงสัมผัสอันอบอุ่นนั้นได้ ต้องหลับตาไม่กล้าสบตาด้วย ในที่สุด ทิวก็พ่ายแพ้หัวใจตัวเอง โน้มตัวจุมพิตเธออย่างแผ่วเบา โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน ทันใดนั้น มีเสียงดังขึ้น

“คุณหญิง!”

ทั้งคู่หันมองตามเสียงต้องตกใจที่เห็นเสกสรรยืนจ้องอยู่ด้วยสายตาปวดร้าว ก่อนจะหันหลังเดินหนี หญิงมานศรีตามไปติดๆ โดยมีทิววิ่งตามไปอีกทอดหนึ่งอย่างไม่พอใจ เธอตามเสกสรรจนทัน ขอร้องให้ฟังเธออธิบายก่อน เขาไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น ตัดพ้อต่อว่าเธอเป็นการใหญ่

“มันยังไงกันแน่ครับคุณหญิง...นายเทพกับคุณทิว ตกลงใครกันแน่ที่คุณหญิงคิดจะจับ”

เธอฟิวส์ขาดตบหน้าเขาอย่างแรง ปฏิเสธลั่นว่าไม่คิดจะจับใครทั้งนั้น ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นแค่อุบัติเหตุ ทิวตามมาทันได้ยินทั้งอึ้งทั้งโกรธ เสกสรรยังไม่หยุดตัดพ้อ

“จะให้ผมเชื่อหรือว่ามันเป็นอุบัติเหตุ คุณหญิงรู้ตัวไหมว่าตอนนั้น ผมเห็นคุณหญิงในลักษณะยังไง”

“ตอบให้ก็ได้...ว่า...เคลิ้ม” ทิวว่าแล้วเข้ามาโอบเธอไว้ เสกสรรโกรธมาก หรือว่าจริงๆแล้ว คนที่อยู่ในหัวใจของเธอคือทิว หญิงมานศรียังปากแข็งไม่เลิก ยืนยันว่าไม่เคยมีคนป่าเถื่อนแบบนั้นอยู่ในหัวใจ

“ปากไม่ตรงกับใจเลยนะครับคุณหญิง นี่ถ้าเมื่อกี้คุณเสกไม่มาขัด เราสองคนคง...”

ทิวพูดไม่ทันจบ เสกสรรปล่อยหมัดตรงเข้าเต็มหน้าจนผงะ เจ็บใจที่หลงไว้ใจ ที่แท้ทั้งหมดนี่เป็นแผนการของทิวที่หลอกให้เขาระแวงเทพ เพื่อให้ตัวเองได้เข้าใกล้คุณหญิง และที่คอกม้าของเขาถูกไฟไหม้ก็คงเป็นฝีมือของทิวเช่นกัน แล้วด่าว่าเป็นพวกลิ้นสองแฉกเชื่อถือไม่ได้ ทิวตัดรำคาญ รับสมอ้างจะได้สิ้นเรื่องสิ้นราว

“เออ...ฝีมือผมแล้วจะทำไม ตัวเองฉลาดนักหรือไง ถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่ายังไม่ไปจากที่นี่อีก ทั้งสองคนนั่นแหละ รีบไปให้พ้นๆเลย ไม่งั้นผมไม่รับรองความปลอดภัย” เขาจ้องหน้าหญิงมานศรีกับเสกสรรอย่างท้าทาย

ooooooo

พอขวัญตารู้จากบุญปลูกว่าเมื่อคืนผ่องทิพย์แอบไปทำอะไรบางอย่างเพื่อให้ผัวรักผัวหลง รีบตรงไปหาเรื่องยัยจอมวีนถึงห้องนอน

“แกไปทำอะไรมา...จู่ๆคุณเทพถึงได้เปลี่ยนใจไปนอนกับแก”

ผ่องทิพย์หมั่นไส้มาก จิกหัวขวัญตาลากออกจากห้อง “อยากรู้ใช่ไหมว่าฉันไปทำอะไรมา...ฟังให้ดีๆนะ ฉันจะทำให้ผัวรักผัวหลงฉันคนเดียว ไม่ต้องทำอะไรมากหรอก แค่...กำจัดเมียคนอื่นๆของผัวไปให้พ้นทางก็พอแล้ว” พูดจบถีบศัตรูหัวใจร่วงจากบันได กลิ้งหลุนๆ ไปนอนแน่นิ่งกับพื้น แล้วตามไปใช้เท้าเขี่ยๆก่อนจะจิกหัวขึ้นมาเพื่อดูสภาพ ขวัญตาได้ทีผลักผ่องทิพย์หงายหลังแล้วตามขึ้นคร่อม ตบไม่ยั้ง

“แกไม่มีทางกำจัดฉันได้...นี่ๆๆ” เธอว่าพลางจับหัวผ่องทิพย์โขกพื้น บุญปลูกไม่กล้าเข้าไปช่วยเจ้านายเกรงจะโดนลูกหลง รีบวิ่งไปตามคนมาช่วย ครู่ต่อมา บุญปลูกวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหาเข้มซึ่งกำลังนั่งพักผ่อนอยู่กับคนงานในไร่อ้อย ขอร้องให้ไปช่วยห้ามผ่องทิพย์กับขวัญตาที ตบตีกันบ้านแทบแตกแล้ว ทิวมาทันได้ยินพอดี

“เหอะ...ให้เมียๆห้ามกันเองสิ หรือไม่ก็ไปตามผัวพวกเธอมาห้าม”

“คุณพวงทองไปวัด ไม่อยู่ค่ะ คุณเทพก็...โอ๊ย...ตกลงจะช่วยหรือไม่ช่วยคะคุณทิว” บุญปลูกชักเคือง เข้มอาสาจะไปห้ามทัพให้ แต่ทิวสั่งไม่ให้ยุ่ง ถ้าสองสาวนั่นมีสมองคิดได้แค่นั้นก็ควรปล่อยให้ตีกันจนตายไปเลย แผ่นดินจะได้สูงขึ้น ผู้หญิงแบบนั้นอยู่ไปก็รกโลก แล้วผละจากไปอย่างไม่ไยดี...

ผ่องทิพย์กับขวัญตาตบตีกันอุตลุดอย่างไม่มีใครยอมใคร เสียงเอะอะเอ็ดตะโรลั่นไปหมด เทพเพิ่งกลับมากับล้วน ตะคอกเสียงดังให้หยุดตีกันได้แล้ว สองสาวหยุดกึก ขวัญตาจะวิ่งเข้าไปออเซาะ

“หยุดอยู่ตรงนั้น...ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามีเรื่องกันในบ้าน...คล้อยหลังฉันไม่ได้เลยใช่ไหม แล้วอย่างนี้จะให้ฉันอยู่บ้านอย่างมีความสุขได้ยังไง ในเมื่อคนในบ้านตีกันจนบ้านร้อนเป็นไฟ...ล้วน...ไปเตรียมรถ ฉันจะพาคุณหญิงไปข้างนอก” เทพพูดจบขึ้นห้องจะไปเปลี่ยนเสื้อ เดินผ่านสองสาวเหมือนกับเป็นอากาศธาตุ ผ่องทิพย์เจ็บใจมาก รีบกลับห้องตัวเอง ปิดประตูร้องกรี๊ดๆ บุญปลูกได้แต่ยืนมองด้วยความเห็นใจ

“ทำไมล่ะ บุญปลูก ฉันทำทุกอย่างเพื่อให้คุณเทพรักฉัน แต่มันก็ไม่ได้ผล ฉันเหนื่อยแล้วนะ ฉันอยากให้คุณเทพรักฉัน ถึงจะไม่ได้รักฉันคนเดียว ก็ขอให้รักฉันมากที่สุด ฉันไม่อยากเป็นคนที่ถูกลืม เหมือนที่พ่อกับแม่ลืมฉัน รักแต่พี่พวงกับไอ้ทิว...ฉันจะต้องทำยังไงอีก บุญปลูก ฉันต้องทำยังไง” ผ่องทิพย์คร่ำครวญน้ำตานองหน้า

“บางที...คุณนายไม่ต้องทำอะไรเลยจะดีกว่าไหมคะ คุณนายอาจจะมีความสุขมากกว่านี้” บุญปลูกค่อยๆ คลานเข้ามาหา ผ่องทิพย์โผกอดเธอไว้ ร้องไห้โฮ

ooooooo

ได้เวลาพักกินข้าวกลางวัน แต่หญิงมานศรีกลับไม่ยอมแตะต้องอาหารที่พวงทองสั่งให้กลิ่นนำมาให้แม้แต่คำเดียว ซ้ำยังบอกให้เอากลับไป พอกลิ่นคล้อยหลัง เธอถึงกับน้ำตาซึม

“ท่านพ่อขา...หญิงจะทนต่อไปได้อีกนานแค่ไหน หญิงจะไม่ไหวแล้ว”

“ไม่ไหวก็ต้องไหว” ทิวเข้ามากระชากแขนเธอให้ลุกขึ้น สั่งให้ไปทำงานต่อได้แล้ว ทั้งคู่มีปากเสียงกันเช่นเคย คราวนี้ หญิงมานศรีเป็นฝ่ายเดินหนี ไม่อยากจะต่อปากต่อคำด้วย แต่เขาไม่ยอมรามือ ตามไปหาเรื่องอีก เธอตัดพ้อ ต้องการให้เธอไปจากที่นี่มากใช่ไหม ทิวเคยตอบคำถามนี้แล้ว จะถามซ้ำอีกทำไมให้เปลืองน้ำลาย

“หัวใจนายทำด้วยอะไร ถึงได้พูดทำร้ายความรู้สึกของฉันได้ตลอดเวลา”

“ยิ่งคุณทำตัวเน่าเฟะมากเท่าไหร่ ผมก็จะทำร้ายความรู้สึกของคุณมากเท่านั้น” ทิวแข็งใจพูด ทั้งๆที่จริงแล้วสงสารเธอจับใจ เธออ้าปากจะเถียงอีก แต่เทพเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ขออนุญาตทิวให้คุณหญิงลางานสักครึ่งวัน เพื่อไปทำธุระกับเขานิดหน่อย ทิวไม่วายกวนประสาท ถ้าหากธุระที่ว่าไม่สำคัญเขาก็ไม่อนุญาต

“ฉันป่วย...ไม่สบาย ขอลาครึ่งวัน...แต่ถ้านายไม่อนุญาต ฉันก็จะฟ้องกรมแรงงานฯ” หญิงมานศรีโพล่งขึ้นอย่างเหลืออด แล้วจ้องหน้าเขาท้าทาย เทพแอบยิ้มสะใจ...

ในขณะที่ทิวเจ็บใจที่พลาดท่าให้หญิงมานศรี ขวัญตาเสียใจไม่แพ้ผ่องทิพย์เช่นกัน แอบมาหลบมุมร้องไห้อยู่ริมน้ำเพียงลำพัง ด้วยความคิดชั่ววูบ เธอเดินลงน้ำหวังจะฆ่าตัวตายให้รู้แล้วรู้รอด ทิวเดินหัวเสียมาจากอีกด้านหนึ่งเห็นพอดี รีบกระโดดลงไปช่วย ก่อนจะลากเธอขึ้นฝั่งอย่างทุลักทุเล เธอจะฆ่าตัวตายให้ได้ เดินลงน้ำอีก เขากระชากเธอมาตบหน้าเพื่อให้มีสติ เธอถึงกับปล่อยโฮโผกอดเขาแน่น

“พี่ทิว....ขวัญตา...ถูกหลอก...ใช่ไหม...”

ทิวรู้สึกสมเพช แต่ลึกๆอดสงสารเธอไม่ได้ ได้แต่ยืนนิ่งไม่กอดตอบและไม่ผลักไสเหมือนที่เคยทำ ผ่องทิพย์ยืนดูเหตุการณ์โดยตลอด ยิ้มร้ายกาจ แผนกำจัดคู่แข่งหัวใจผุดขึ้นมาในสมองของเธอทันที

ooooooo

ระหว่างเกิดเหตุวุ่นๆที่คฤหาสน์ของเทพ แต่ประมุขของที่นั่นกลับพาหญิงมานศรีมาเลือกซื้อชุดราตรีหรู สำหรับใส่ไปงานการกุศลของ รพ.อย่างสบายใจ แต่พอเธอรู้จุดประสงค์ของเขา รีบเดินออกจากร้าน ปฏิเสธอย่างสุภาพว่าไม่สามารถรับของจากเขาได้ เทพตัดพ้อ ที่ไม่รับเพราะรังเกียจเขาใช่ไหม

“หญิงไม่ได้รังเกียจคุณเทพ แต่หญิงคงให้คุณเทพซื้อชุดสวยๆราคาแพงให้หญิงไม่ได้ หญิงไม่ได้มีความสำคัญกับคุณเทพถึงขนาดนั้นหรอกนะคะ” เธอว่าแล้วเดินหนี เทพไม่พอใจ รีบเดินตาม...

อีกมุมหนึ่งของห้างฯเดียวกัน เสกสรรจิบกาแฟไปพลางเล่าเรื่องที่เห็นทิวจูบหญิงมานศรีให้ชายธีรพลฟังไปด้วย นพ.หนุ่มพยายามปลอบให้ใจเย็นๆ ความจริงอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นก็ได้ ขอให้เขาหนักแน่นเข้าไว้ ถ้าไม่เชื่อใจกัน ความรักก็ยิ่งสั่นคลอน แล้วขอตัวกลับไปทำงานต่อ ทิ้งให้เสกสรรนั่งหน้าเครียดอยู่คนเดียว เขายังไม่ทันจะออกจากประตูห้างฯ เห็นเทพกับหญิงมานศรีเดินหลังไวๆ ไปด้วยกัน นิ่วหน้าแปลกใจ...

ชายธีรพลไม่อยากฟังความจากเสกสรรข้างเดียว จึงไปสอบถามเรื่องทิวและเทพจากพิไลพรเผื่อจะได้ข้อมูลอีกด้านหนึ่ง เธอเล่าว่าเทพเป็นนายใหญ่ของอาณาจักรทัดเทพ หลังจากทัดพ่อของทิวตาย เขาก็ได้รับโอนหุ้นในส่วนของทัดมาทั้งหมด ส่วนทิวยังโชคดีก่อนทัดจะตายไม่กี่วันได้โอนหุ้นให้เขา 30 เปอร์เซ็นต์ ชายธีรพลอดท้วงไม่ได้ ดูแล้วเหมือนเธอจะเข้าข้างทิวกลายๆ เธอยอมรับ เพราะเท่าที่เห็น เขาเป็นคนปากร้ายแต่จิตใจดี

“ส่วนคุณเทพ...คนดีหรือต่อให้ไม่ต้องดีเอาแค่ปกติก็ยังไม่ได้เลย มีอย่างที่ไหนล่ะคะ มีเมียสามคนอยู่ในบ้านเดียวกันได้ขนาดนั้น พระยาเทครัวอีกต่างหาก ที่สำคัญ...พรรู้ค่ะว่าคุณหญิงคือเป้าหมายต่อไปของเขา หมอดูต่อไปก็แล้วกัน แล้วจะคิดเหมือนพรว่าภายใต้หน้ากากเทพบุตรของเขาซ่อนความร้ายกาจไว้มากแค่ไหน เพียงแต่ตอนนี้ไม่มีหลักฐานพอที่จะกระชากหน้ากากออกมาเท่านั้น”

“ในงานเลี้ยงระดมทุนของ รพ. ผมอาจจะมีโอกาสได้เห็น” ชายธีรพลสีหน้าครุ่นคิด พิไลพรตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากเขา แต่เรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับ มีเพียงเขาเท่านั้นที่เธอไว้ใจ เขารอฟังอย่างตั้งใจ...

หลังจากทิวพาขวัญตาไปสงบสติอารมณ์ และเอาเสื้อแห้งๆของเขาให้เปลี่ยนแล้ว รีบไล่เธอกลับ แต่เธออ้างว่ายังไม่สบายใจจะขออยู่ต่อ แต่เขาไม่ยอม ในเมื่อเธอเลือกทางเดินเองก็ต้องกลับไปรับผิดชอบกับสิ่งที่เลือก เธอตัดพ้อต่อว่าทำไมเขาต้องใจร้ายกับเธอนัก ไม่เห็นใจกันบ้างเลยหรือ

“ไม่...เธออยากเล่นกับไฟเอง ตอนนี้พี่ทำได้เพียงแต่ สมน้ำหน้าเธอเท่านั้น”

ขวัญตามองเขาอย่างผิดหวัง ก่อนจะวิ่งกลับไปทั้งน้ำตา เขามองตามอย่างเวทนา พึมพำเบาๆ ถ้าเธอไม่หันหลังเดินออกมาจากสิ่งเหล่านั้นเอง ก็ไม่มีใครช่วยเธอได้...

ทันทีที่ขวัญตากลับถึงคฤหาสน์ เทพตรงเข้าไปตบตีไม่ยั้ง แถมขยำคอกะจะเอาให้ตาย เพราะเธอดันลืมใส่เสื้อตัวเองกลับ ยังคงสวมเสื้อเชิ้ตของทิวอยู่ ยิ่งได้แรงยุจากผ่องทิพย์ว่า เธอหายไปเขี่ยถ่านไฟเก่ากับทิวมา เขายิ่งโกรธ ตวาดลั่นว่าเป็นอย่างที่ผ่องทิพย์ว่าหรือเปล่า ขวัญตาโวยกลับที่เธออยู่ในสภาพนี้เพราะเธอฆ่าตัวตาย

แต่ทิวไปช่วยไว้ทัน แล้วพาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านของเขา และที่เธอต้องทำอย่างนั้นก็เพราะเทพให้ความหวังลมๆแล้งๆ ว่าจะให้เธอได้เป็นเมียหมายเลขหนึ่ง แต่ไม่เคยทำอย่างที่พูด เธอยอมทิ้งผู้ชายที่รักเธอมากที่สุด ยอมหน้าด้านทนกับเสียงนินทาของชาวบ้านที่ยอมมีผัวคนเดียวกับผู้หญิงอีกสองคน เพราะเธอรักเขา

เทพท้าให้กลับไปหาทิวได้เลย ถ้าเห็นเขาเป็นคนเลว ผ่องทิพย์ยิ้มเยาะ ไล่ส่งให้เธอรีบกลับไปหาทิวไวๆ เดี๋ยวจะกระพือถ่านไฟเก่าไม่ขึ้น ขวัญตามองตามผ่องทิพย์ควงแขนเทพจากไปอย่างเจ็บปวดใจ แต่ไม่ยอมแพ้

“ขวัญตามาไกลขนาดนี้แล้ว จะให้ขวัญตากลับไปง่ายๆนะหรือ...ไม่มีวัน”

ooooooo

ถึงวันจ่ายเงินค่าแรง ทิวยังตามมาแกล้งหญิงมานศรีไม่เลิก สั่งให้หักค่าโน่นค่านี่อุตลุดจนเงินแทบไม่เหลือ เธอว่าเขาโหดมากไปแล้ว ทำแบบนี้แล้วเธอจะเอาเงินที่ไหนใช้ เขาแนะให้เธอเลืิอกเกาะผู้ชายที่มารุมล้อมเธอสักคน จะมาทนลำบากลำบนทำงานอยู่ทำไม เทพเดินแหวกกลุ่มคนงานเข้ามากับล้วนเถียงแทนเธอทันที

“คุณหญิงเป็นหงส์ที่ต้องการพิสูจน์ให้กาบางตัวเห็นว่า ความป่าเถื่อนลดคุณค่าในตัวเธอไม่ได้ไงทิว”

“ฉันยอมรับว่าฉันเป็นอีกา และฉันก็พอใจและภูมิใจกับขนสีดำของฉัน ไม่เหมือนอีกาบางตัวนะ พยายามเหลือเกิน ที่จะหาขนสีขาวๆมาปกปิด เพื่อจะได้เข้าฝูงหงส์” ทิวแดกดันกลับ

เทพรู้ตัวว่าถูกว่ากระทบ เกือบจะเก็บอาการไม่อยู่ หญิงมานศรีเห็นท่าไม่ดี รีบตัดบทชวนเขาออกมาทันที ทิวมองตามไม่พอใจ ลอบตามไปติดๆ เห็นเทพเอาถุงใส่ชุดราตรีที่ไปดูกับเธอวันก่อนมาให้ และขอร้องให้เธอไปงานกับเขาคืนนี้ ทีแรกเธอยืนยันเสียงแข็งไม่ยอมไป แต่เขาใช้คารมเป่าหูพักเดียวเท่านั้น เธอเปลี่ยนใจยอมไปงานด้วย ทิวสีหน้าครุ่นคิดหาทางป่วนชีวิตของทั้งคู่ไม่ให้ได้อยู่อย่างสงบสุข...

ตกค่ำ เสกสรรในชุดสูทสุดเท่ห์มารับหญิงมานศรีไปงานการกุศลของ รพ.ด้วยกัน แต่ต้องผิดหวังเมื่อรู้จากพิไลพรว่า เขามาช้าไป คุณหญิงไปงานกับเทพแล้ว เขาหน้าสลดทันที เธอสงสารเขามาก

“ควงพรไปแทนได้ไหมล่ะคะ”

“เอ่อ...ครับ...เชิญครับ” เสกสรรยิ้มให้ แล้วเบี่ยงตัวเล็กน้อยให้เธอเดินนำ

ooooooo

เกิดเป็นหงส์

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด