สมาชิก

เกิดเป็นหงส์

ตอนที่ 6

ครู่ต่อมา พิไลพรเดินตามหญิงมานศรีจนทัน อดสงสัยไม่ได้ทำไมถึงต้องห้ามไม่ให้พูดคุยกับทิว หรือว่าคุณหญิงเกลียดใครเธอต้องเกลียดด้วย

“ไม่ใช่...แต่พรต้องเชื่อหญิง เพราะหญิงดูคนไม่ผิด ถ้าพรไม่เชื่อที่หญิงพูดก็ไม่ต้องมายุ่งกับหญิงอีก”

“คุณหญิงไม่เอาแต่ใจไปหน่อยหรือคะ”

“เดี๋ยวนี้เห็นคนอื่นดีกว่าหญิงแล้วใช่ไหม...ดี... งั้นก็ไม่ต้องมายุ่งกับหญิง...และไม่ต้องตามหญิง หญิง สบายใจเมื่อไหร่แล้วจะกลับมาเอง” เธอพูดจบเดินออก ไปเลยไม่สนใจคำทัดทานของพิไลพร...

ที่อีกด้านหนึ่งของไร่ ระหว่างทิวเดินทอดอารมณ์มาถึงริมน้ำตก ล้วนกับสมุนกรูเข้าไปจะจับตัว แต่เขาต่อสู้สุดชีวิต เลยเกิดผิดแผน ล้วนใช้มีดแทงเขาจนล้มฟุบแน่นิ่ง สมุนเข้าไปเอามืออังที่จมูกทิวรู้ทันรีบกลั้นหายใจ สมุนคิดว่าเขาตายแล้ว ถามลูกพี่จะทำอย่างไรดี ตายแบบนี้ใครก็รู้ว่าไม่ได้ฆ่าตัวตาย ล้วนตบหัวสมุนผัวะ

“ไม่ฆ่ามันซะก่อน เราก็ถูกมันฆ่า ตอนนี้ไม่สำคัญว่ามันตายแบบไหน ขอแค่มันไปให้พ้นทางนายใหญ่ก็พอ เอาเชือกมัดเท้ามัน ถ่วงหินแล้วทิ้งลงไป เรื่องของมันจะได้เงียบอยู่ใต้น้ำตลอดไป...เร็ว”

สมุนทั้งสองคนรีบทำตามที่ลูกพี่สั่ง ดูจนทิวจมหายไปกับสายน้ำจึงชวนกันกลับ เขากัดฟันรวบรวมกำลังเท่าที่มีแก้เชือกมัดมือมัดเท้าออก ตะเกียกตะกายขึ้นมาหายใจ ก่อนจะหมดเรี่ยวแรง ปล่อยตัวเองให้ไหลไปตามกระแสน้ำ จนกระทั่งมาติดริมตลิ่ง รีบคว้ากิ่งไม้ไว้ได้ ค่อยๆลากสังขารขึ้นฝั่ง...

ด้านหญิงมานศรีเดินเล่นมาถึงริมลำธาร เห็น พระอาทิตย์อ่อนแสงมากแล้ว หันหลังจะกลับ ได้ยินเสียงสวบสาบ ชะงัก เหลียวมองไปรอบๆไม่เห็นใคร จะเดินต่อไป แต่ต้องผงะเมื่อร่างโชกเลือดของทิวล้มขวางอยู่เบื้องหน้า เธอตกใจ พุ่งเข้าไปหาเห็นเขาถูกแทงรีบห้ามเลือด

“ทำใจดีๆไว้นะ...ฉันจะพานายไปหาหมอ”

แต่แล้วนึกขึ้นมาได้ว่านี่คือผู้ชายที่ร้ายกาจกับตนเอง จึงปล่อยเขาทิ้งไว้ตรงนั้น ทิวได้แต่มองเธอเดินจากไป ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะร้องเรียก...

ในขณะเดียวกัน เข้มและวิวัฒน์เริ่มเป็นห่วงที่อยู่ๆทิวก็หายไป ค่ำมืดป่านนี้แล้วทำไมยังไม่กลับ มือถือก็ติดต่อไม่ได้ เข้มตัดสินใจออกไปตามหา สั่งให้วิวัฒน์รออยู่ที่นี่เผื่อเจ้านายกลับมาจะได้โทร.บอกเขา

ooooooo

หญิงมานศรีตัดใจทิ้งทิวไว้อย่างนั้นไม่ได้ กลับมาช่วยประคองเขาลุกขึ้นอย่างระวัง เขากระซิบข้างหูเธอแผ่วเบา อย่าบอกใครว่าเจอเขา เธอจะไม่บอกใครได้อย่างไรในเมื่อเขาบาดเจ็บขนาดนี้

“ไม่...ขอร้อง” เขามองด้วยสีหน้าจริงจังจนเธอต้องยอมทำตาม แล้วถามว่าจะให้ทำอย่างไรต่อไป ทิวขอร้องให้พาไปที่กระท่อมของลุงแย้มซึ่งอยู่ปลายไร่ ห่างไกลผู้คน...

ไม่นานนัก หญิงมานศรีพาทิวมาถึงกระท่อมของลุงแย้ม หลังจากทำแผลเรียบร้อยแล้ว เธอยังข้องใจไม่ หายว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วทำไมถึงบอกใครเรื่องนี้ไม่ได้ นอกจากลุงคนนี้

“ลุงแย้มเป็นคนสนิทของพ่อ และไม่เคยไว้ใจนายเทพเหมือนผม”

“แล้วนายจะเชื่อใจฉันได้เหรอว่าฉันจะไม่บอกใครอย่างที่รับปากนายไว้”

ทิวต้องเชื่อใจคนที่ตัวเองจะจีบอยู่แล้ว ลุงแย้มถึงกับสะดุ้งทำของในมือร่วง หญิงมานศรีตำหนิ นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาล้อเล่น เขาจับมือเธอมากุมไว้ ที่พูดเมื่อครู่ไม่ได้ล้อเล่นแต่เอาจริง ลุงแย้มเขินแทน รีบขอตัวออกไปข้างนอก หญิงสาวปัดมือเขาออก ขืนทำรุ่มร่ามกับเธออีกครั้งเดียว รับรองทุกคนต้องรู้เรื่องของเขาแน่นอน

“ถ้าคุณอยากให้ผมตายสมใจนายเทพนั่นจริงๆ ก็เอาสิ”

“นายกำลังจะบอกว่า คุณเทพเป็นคนทำนายงั้นเหรอ...นายนี่มันโรคจิตคิดอาฆาตไม่เลิก”

“แล้วทำไมคุณถึงได้ปักใจเชื่อนักว่านายเทพเป็นคนดีทั้งที่เพิ่งรู้จักกัน...อยากจะรู้จักใครให้ถ่องแท้ คุณต้อง ใช้เวลาศึกษามากกว่านี้ ถ้าอยากรู้เหตุผลว่าทำไมผมถึงเกลียดผู้ชายที่คุณเทิดทูนบูชา คุณก็ต้องรอดูต่อไป”

“ฉันไม่จำเป็นต้องฟังคำแนะนำจากนาย” เธอว่าแล้วขอตัวกลับ...

ครู่ต่อมา หญิงมานศรีมาถึงคฤหาสน์ เจอเทพนั่งรออยู่อย่างอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ถามว่าเธอหายไปไหนมา หญิงสาวชะงัก คิดถึงคำขอร้องของทิว ตัดสินใจโกหกว่าไปดูหนังมา เทพแปลกใจทำไมถึงไปดูคนเดียว

“หญิงหงุดหงิดพิไลพรนิดหน่อยค่ะ ที่ไม่ฟังหญิงไปสนิทสนมกับนายทิวอยู่ได้ หญิงเลยไปคนเดียว”

“อ้อ...นายทิวนี่...ไม่เบา ทั้งๆที่ทำตัวร้ายกาจขนาดนั้น คุณพรยังหลงเสน่ห์”

“พรไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับนายทิวหรอกค่ะ แม้แต่ความเป็นเพื่อน หญิงก็ไม่อยากให้เป็น”

เทพสงสารทิว ที่เสียโอกาสจะได้เป็นเพื่อนกับเธอ หญิงมานศรีลองถามหยั่งเชิงว่ามีโกรธมีเคืองอะไรทิวบ้างหรือเปล่า เขาไม่เคยคิดร้ายอะไรทิว มีแต่ความ ปรารถนาดีให้ เธอพยายามจะอ่านเทพให้ทะลุ แต่ดูเหมือนจะไม่สำเร็จ เพราะเขาเสแสร้งได้เนียนมาก เธอเห็นเขาเริ่มขมวดคิ้วสงสัยกับท่าทางของตนเอง รีบชิ่งขอตัวไปอาบน้ำนอน เทพมองตามรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ

ooooooo

ที่บ้าน รมต.เสกสิทธิ์ คุณหญิงพันทิพาสรุปว่า ที่เสกสรรถูกทำร้ายเจียนตายต้องนอน รพ.อยู่หลายวันพวกวังกฤตยาต้องเกี่ยวข้องด้วยแน่ๆ เสกสรรหาว่าแม่อคติไม่เลิก รมต.เสกสิทธิ์เห็นด้วยกับลูกชาย จะปรักปรำใครต้องมีหลักฐานไม่ใช่กล่าวหาลอยๆ ตำรวจเองก็ยังตามหาตัวคนทำไมเจอ

“มันอาจจะเล่นใต้โต๊ะทำให้เรื่องเงียบก็ได้”

“ไม่เอาน่าคุณหญิงใจเย็นๆก่อน อย่าพาล ตำรวจเขาก็ทำงานของเขาอยู่อย่างเต็มที่” ท่าน รมต.ปราม

“ในเมื่อคุณยังยกย่องว่าฉันเป็นคุณหญิง ฉันก็จะไม่ยอมเสียชื่อ ปล่อยให้ใครมาทำร้ายลูกฉันอย่างป่าเถื่อนแบบนี้” คุณหญิงพันทิพาลุกออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ รมต.เสกสิทธิ์เข้ามาตบไหล่ลูกชายเบาๆ

“พ่อสงสัย...ว่าตกลงชีวิตของแกเป็นของแกหรือของแม่แกกันแน่ ตาเสก”

เสกสรรถึงกับอึ้ง นั่งจมอยู่ในความคิดของตัวเองเพียงลำพัง ตัดสินใจไม่ถูกควรจะทำอย่างไรดี...

ขณะที่เสกสรรยังสับสนกับชีวิต ท่านชายพหลกับหม่อมรัชนีกรแวะมาเยี่ยมหลานๆที่วังกฤตยา ท่านชายไม่ค่อยพอใจ เมื่อรู้ว่าหญิงมานศรีไปทำงานอยู่ต่างจังหวัดไกลหูไกลตา

“เธอคิดอะไรของเธออยู่สรัสวดี ปกติเธอหวงลูกสาวยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ แต่นี่กลับสนับสนุนให้ไปอาศัยใกล้ชิด กับคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเรื่องการเงิน ซึ่งฉันก็รู้นะว่าไม่ได้เป็นเพื่อนสนิทอะไรของเธอมากมายนัก หากแต่มาจากทางญาติของเมียฉัน”

“ท่านพี่กำลังกล่าวหาดิฉันไปในทางร้ายอยู่นะคะ รู้ตัวหรือเปล่า”

ท่านชายพหลรู้ตัวดีว่าพูดอะไร หม่อมรัชนีกรขอร้องให้ท่านใจเย็นๆเดี๋ยวโรคหัวใจจะกำเริบขึ้นมาอีก ท่านไม่สนใจอาการเจ็บป่วยของตัวเอง ต้องการคำตอบจากปากของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่คนนี้ หม่อมสรัสวดีอึกๆอักๆไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร จังหวะนั้น คุณหญิงพันทิพาบุกเข้ามา โวยวายลั่นว่าจะมาเอาเรื่องพวกผู้ดีใจอำมหิต หม่อมสรัสวดีโกรธสั่งแม่แล่มโทร.ตามตำรวจให้มาจัดการผู้บุกรุกที

“ได้...โทร.มาเลย จะได้มีสักขีพยานกันเยอะๆเพราะวันนี้ฉันจะแฉพวกคุณออกสื่อ” คุณหญิงพันทิพาว่าแล้วหันไปตะโกนเรียกพวกนักข่าวให้เข้ามา “น้องๆคะ ถ่ายไว้เลยค่ะ นี่แหละคือโฉมหน้าของคนที่สั่งให้พวกกุ๊ยที่ไหนก็ไม่รู้ไปลอบทำร้ายลูกชายฉัน เพราะแค้นที่ฉันถอนหมั้นไม่ยอมให้ลูกชายตกเป็นเหยื่อให้ปลิงเกาะ”

นักข่าวรุมถ่ายรูปหม่อมสรัสวดีกันอุตลุด ชายคำรณเข้าไปขวางไม่ให้ถ่ายรูป เสียงเอะอะลั่นไปหมด ท่านชายพหลเครียดหนัก โรคหัวใจกำเริบถึงกับทรุดฮวบ ขณะที่คุณหญิงพันทิพาหัวเราะสะใจที่ได้แก้แค้น...

ระหว่างที่เกิดเรื่องวุ่นๆที่วังกฤตยา ลุงแย้มยกถาดใส่มื้อกลางวันมาวางให้ทิว แล้วขอตัวไปสืบความ เคลื่อนไหวที่โรงงานน้ำตาล ยังไม่มีใครมาที่นี่ก็แสดงว่ายังไม่มีใครรู้เรื่องนี้ ทิวสบายใจที่หญิงมานศรีไม่ปริปากบอกเรื่องของเขากับใคร ตอนนี้เขาคงต้องหลบอยู่ที่นี่ไปก่อน รอให้พวกนั้นตายใจว่าเขาตายไปแล้วจริงๆ

เขาอยากรู้ว่าเทพมีแผนจะทำอย่างไรต่อไป ลุงแย้มเตือนให้ระวังตัวไว้ด้วย แล้วเดินออกไป สวนกับหญิงมานศรีหน้ากระท่อมต่างยิ้มทักทายกัน เธอเข้ามาเห็นทิวตักข้าวกินอย่างยากลำบาก เสนอตัวจะป้อนให้

“ไม่เต็มใจก็ไม่ต้องทำ...เธอเกลียดฉันอยู่แล้วนี่”

“ใช่...ฉันเกลียดนาย แต่ฉันยังมีความเป็นมนุษย์เหลืออยู่ ไม่เหมือนนาย” เธอตักข้าวป้อนให้ เขากินข้าวไปแกล้งส่งตาหวานเยิ้มไปด้วย เธอหมั่นไส้ ตักข้าวคำใหม่ป้อนให้โดยไม่มองหน้า

“ป้อนให้ตรงปากหน่อยสิ...จะให้กินทางจมูกหรือไง” ทิวโวย หญิงสาวหันไปมองพบว่าช้อนจ่ออยู่ที่จมูกเขา ถึงกับหลุดยิ้ม ก่อนจะรีบทำหน้าขรึม ป้อนข้าวต่อไป

ooooooo

ที่วังกฤตยา หม่อมสรัสวดีโมโหมากที่คุณหญิงพันทิพาบุกมาเล่นงานถึงที่นี่ เดาได้ไม่ยาก ที่เสกสรรเจ็บตัวต้องเป็นฝีมือของเทพแน่ๆ จึงโทร.ไปเล่นงาน พิไลพรกำลังจะไปเข้าเวรได้ยินเทพพูดโทรศัพท์เรื่องทำร้ายเสกสรรพอดี ตกใจร้องเสียงหลง เทพหันขวับมามอง เธอทำไม่รู้ไม่ชี้ จ้ำพรวดๆหนี

“หม่อมครับ ผมมีเรื่องด่วนที่ต้องจัดการ สวัสดีครับ” เทพวางสายสีหน้าเคร่งเครียด รีบเดินตามพิไลพรจนทันคว้ามือเธอไว้ หญิงสาวถึงกับหน้าเสีย ขอร้องให้ปล่อย เขาได้สติรีบปล่อยมือ ขอโทษที่แสดงกิริยาไม่สุภาพ

“คุณเทพคงเคยชินกับการทำแบบนี้ เพราะมันเป็นตัวตนที่แท้จริง แต่เมื่อต้องกดมันเอาไว้ ทำให้เผลอลืมตัวแสดงมันออกมา”

“วิเคราะห์ยังกับผมเป็นคนไข้จิตเวชของคุณ...แต่ผมไม่ได้เป็นอย่างนั้นน่ะครับ”

“ก็ขอให้พรวิเคราะห์พลาดจริงๆ คุณหญิงจะได้ไม่เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น”

เขาทำไก๋ไม่รู้ว่าเธอพูดถึงเรื่องอะไร พิไลพรไม่อยากอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้ รีบขอตัวออกไปทันที...

ในเวลาเดียวกัน ที่บ้าน รมต.เสกสิทธิ์ เสกสรรรู้เรื่องที่แม่ไปก่อวีรกรรมที่วังกฤตยา เริ่มคิดได้ จึงบอกแม่ว่าจะไม่ยอมให้ท่านมาบงการชีวิตของเขาอีกต่อไป เขาจะรักใคร แต่งงานกับใคร เป็นเรื่องที่เขาตัดสินใจเองได้ คุณหญิงพันทิพาตวาดลั่นว่าไม่ได้ เสกสรรเสียงแข็งขึ้นมาทันที

“ต้องได้...ผมรักคุณหญิงมานศรี...คุณหญิงมานศรีๆๆ...คุณแม่ได้ยินไหม...คุณหญิงมานศรี”

คุณหญิงพันทิพาโกรธที่ลูกแข็งข้อ ตบหน้าเขาอย่างแรง แล้วเดินน้ำตาซึมออกไป เสกสรรถึงกับคอตก...

ที่กระท่อมของลุงแย้ม หญิงมานศรีเห็นทิวยังแขน เจ็บอยู่แวะมาดูแลป้อนอาหารให้ ขณะกำลังป้อนน้ำให้เขาหลังจากกินยาเสร็จ เข้มเพิ่งรู้ข่าวเจ้านายถูกแทงจากลุงแย้ม วิ่งหน้าตื่นเข้ามาพอดี ตกใจร้องเฮ้ยลั่น พอตั้งสติได้ ขอโทษที่เข้ามาขัดจังหวะ หญิงมานศรีเขินแต่แกล้งไม่พอใจ ถามเสียงเขียวว่าขัดจังหวะอะไร แล้วลุกหนีออกไปโดยไม่รอฟังคำตอบ ทิวมองตามตาละห้อย พอเห็นลูกน้องคนสนิทจ้องมา รีบปรับสีหน้าเป็นปกติ

ด้านหญิงมานศรีรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า ยิ่งนึกถึงสายตาของทิวที่มองสบตาเธอตอนที่ป้อนข้าว ป้อนน้ำให้ หน้ายิ่งแดง พยายามไล่ความรู้สึกนั้นออกไป

“ฉันเกลียดนาย ไม่เคยรู้สึกอ่อนไหว ไม่เคย หวั่นไหว ไม่จริง” คำพูดของเธอตรงข้ามกับความรู้สึก...

ทิวเล่าให้เข้มฟังว่าเทพส่งพี่พวงทองมาเจรจาให้เขาขายหุ้นไม่สำเร็จ จึงมีใบสั่งตายมาให้เขา เข้มไม่อยากจะเชื่อว่านายใหญ่เลวได้ขนาดนี้ สองนายบ่าวคุยปรึกษากันได้สักพัก ทิวบอกให้เข้มกลับไปได้แล้ว เดี๋ยวทางโน้นจะสงสัย ฝากให้ดูแลโรงงานแทนเขาด้วย ถ้าเป็นไปได้ไม่ต้องมาที่นี่อีก เขาจะหาทางติดต่อไปเอง...

เทพใช้การหายตัวไปของทิวเป็นประโยชน์กับตัวเอง สั่งให้ล้วนปลุกระดมคนงานให้เกิดระส่ำระสายไปทั่วโรงงานน้ำตาล กล่าวหาว่าทิวหายหน้าไปโดยไม่สั่งงานอะไรไว้สักอย่าง นายใหญ่บ่นมาแล้ว ถ้าไม่มีสินค้าลูกค้าก็จะหนีไปสั่งที่อื่น กำไรไม่มี เงินจะจ่ายค่าจ้างคนงานก็จะไม่มีเช่นกัน วิวัฒน์ตะโกนสวนขึ้นทันที

“นายไม่ใช่คนเหลวไหล พี่เป็นอะไรมากหรือเปล่า คราวก่อนก็หาเรื่องทำร้ายนายทิว มาตอนนี้มาปั่นหัวคนงานที่นี่อีก...ไป...ไปทำงานอย่างที่นายเคยสั่งให้ทำ ทำมายังไงก็ทำยังงั้น พี่เข้มบอกไว้ไม่ได้ยินหรือไงครับ...พี่น้องครับ” พูดจบ เขาเดินนำคนงานเข้าไปในโรงงาน ล้วนมองตามวิวัฒน์สีหน้าไม่พอใจ

“ท่าทางจะมีองครักษ์พิทักษ์ไอ้ทิวเพิ่มมาอีกคนแล้วสินะ” เทพเข่นเขี้ยว

“มันนั่นแหละที่เข้ามาขวางผมวันนั้น เลยจัดการไอ้ทิวไม่สำเร็จ”

“ไอ้ล้วน...คนอย่างแกจะแพ้ไอ้กระจอกนั่นตลอดไปเลยหรือไง” เทพไม่ค่อยพอใจล้วนที่พักหลังๆทำงานพลาดบ่อยครั้ง ดูเหมือนเขาเองก็จะรู้ตัวว่าทำให้นายใหญ่ผิดหวัง

ooooooo

เทพอารมณ์ดีตั้งแต่กำจัดทิวพ้นทาง ชวนภรรยาทั้งสามของเขามาตั้งวงดื่มเหล้าแต่หัววัน แทนที่เขาจะได้ดื่มอย่างมีความสุข ผ่องทิพย์กับขวัญตากลับหาเรื่องทะเลาะกัน เอาเครื่องดื่มสาดใส่หน้ากันจนเขาทนไม่ไหว

“ฉันเบื่อพวกเธอเต็มทนแล้วนะ...จะมีบรรยากาศดีๆให้ฉันได้สบายใจบ้างสักวันไม่ได้เลยใช่ไหม”

ขวัญตากับผ่องทิพย์ไม่ยอมสงบปากสงบคำ เทพเหลืออดตะเพิดทุกคนออกไปให้หมด พวงทองเป็นคนสุดท้ายกำลังจะลุกออกไป แต่เขาเรียกไว้ แกล้งถามว่าทิวกลับมาหรือยัง ทั้งๆที่รู้คำตอบดี ซ้ำยังแนะให้เธอส่งคนออกตามหา พวงทองทำแล้ว แต่ไม่พบ เขาหวังว่าคงจะไม่เกิดเรื่องแย่ๆกับทิว

“ฉันก็ภาวนาอย่างนั้น” เธอพูดจบขอตัวออกไป พอพวงทองลับสายตา เทพยิ้มแสยะพอใจ หยิบเครื่องดื่มขึ้นมากระดกรวดเดียวหมดแก้ว โดยไม่รู้ว่าหญิงมานศรีหลบมุมแอบมองอยู่ สงสัยกับท่าทีของเขา...

ด้านผ่องทิพย์คิดแค้นขวัญตามาก ในเมื่อจัดการซึ่งๆหน้าไม่ได้คงต้องใช้ทางไสยศาสตร์เข้าช่วย สั่งให้บุญปลูกไปเตรียมของไว้สำหรับใช้กับยาที่ได้จากอาจารย์จอมขมังเวทที่ตัวเองนับถือ ทีแรกเธอคิดจะใช้สิ่งนี้เล่นงานหญิงมานศรี แต่ตอนนี้แค้นนังเมียเบอร์สามมากกว่า บุญปลูกรับคำ แล้วแอบย่องไปที่ห้องของขวัญตาหยิบเศษผมที่หวีกับกางเกงในใช้แล้วใส่ถุงก๊อบแก๊บ เอาซ่อนไว้ในชายพก ก่อนจะย่องออกไป...

หลังกลับจากทำงาน พิไลพรชวนหญิงมานศรีมาหลบมุมคุยกัน เล่าเรื่องที่เธอได้ยินเทพคุยโทรศัพท์เรื่องที่ส่งคนไปทำร้ายเสกสรร หญิงมานศรีไม่สบายใจมาก ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะจริงเท็จแค่ไหน

“พรก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ พรได้ยินคุณเทพพูด เลยเอามาเล่าให้คุณหญิงฟัง คุณหญิงคะ มันไม่ชอบมาพากลจริงๆนะคะ คุณเทพอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คุณหญิงเคยคิดก็ได้”

“ถ้าเป็นเรื่องจริง...หญิงสงสารเสกเหลือเกิน” เธอนึกเป็นห่วงอดีตคนรักขึ้นมาทันที...

ขณะเดียวกัน คนที่หญิงมานศรีกำลังเป็นห่วง ค่อยๆเดินเข้ามาก้มกราบขอโทษที่ตักคุณหญิงพันทิพา เธอดีใจ คิดว่าลูกชายกลับมาอยู่ในโอวาทเหมือนเดิม และตัดใจจากยัยผู้ดีตกยากนั่นได้แล้ว ดึงเขาเข้ามากอด

“ผมขอโทษที่ผมทำให้แม่เสียใจ...แต่ผมขอยืนยันการตัดสินใจของผม คุณแม่โกรธผมก็ได้ ผมเข้าใจ แต่ก็อยากให้คุณแม่เข้าใจผมด้วย เรื่องหัวใจมันบังคับหรือฝืนใจกันไม่ได้” เขาพูดจบก้มกราบแม่ที่เท้า แล้วลุกออกไป ทิ้งให้คุณหญิงพันทิพานั่งใบ้รับประทานอยู่ตรงนั้น เสกสรรมองไปเบื้องหน้าอย่างมีความสุข ในที่สุด เขาก็เป็นอิสระจากร่มเงาของแม่ ตั้งใจจะไปบอกข่าวดีนี้ให้สุดที่รักของเขาได้รับรู้

ooooooo

ค่ำแล้ว หญิงมานศรียังอุตส่าห์แวะมาเยี่ยมทิว เห็นเขาอยู่เพียงลำพังกำลังตักน้ำใส่กะละมังจะเช็ดตัว แต่ทำไม่ถนัดเพราะยังเจ็บแผลอยู่ เธออาสาจะเช็ดตัวให้ ความใกล้ชิดทำให้เขาหวั่นไหวจนต้องหลับตาไม่กล้ามองกลัวจะเผลอใจให้เธอ ทำให้แผนการที่วางไว้ล้มเหลว ส่วนเธอเองก็หวั่นไหวเช่นกัน แต่ต้องเก็บอาการไว้

ทิวตัดสินใจทำตามแผนที่วางไว้ “ผมรู้ว่าคุณเองก็มีใจตรงกับผม คุณปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าคุณชอบผม”

“อย่าคิดเข้าข้างตัวเอง ฉันรู้ว่านายกำลังเล่นเกม นายไม่ได้มีใจให้ฉันจริงๆ แต่นายต้องการทำทุกอย่างที่คิดว่าจะทำร้ายจิตใจคุณเทพ” เธอมองเขาอย่างรู้ทัน เขาถึงกับชะงัก แต่ยังเดินตามแผนต่อไป

“งั้นพิสูจน์ดูมั้ย...ว่าเราสองคนมีใจให้กันจริงหรือเปล่า” ทิวดึงตัวเธอเข้ามาจะจูบแต่เธอดิ้นหนี เป็นจังหวะเดียวกับเข้มกับลุงแย้มเข้ามาพอดี หญิงสาวพยายามทำสีหน้าเป็นปกติ ก่อนจะรีบชิ่งออกจากกระท่อม

“เกมนี้นายไม่มีทางชนะฉันได้หรอก...ไม่มีวัน” เธอบ่นกับตัวเองอย่างหงุดหงิด แต่อดหน้าแดงไม่ได้เมื่อหันกลับไปมองที่กระท่อม...

ที่หน้าคฤหาสน์ของเทพ พิไลพรยืนชะเง้อคอรอหญิงมานศรีกลับมาอย่างกระวนกระวายใจ ค่ำมืดป่านนี้แล้วทำไมยังไม่กลับมาอีก หันหลังจะกลับเข้าไปข้างใน ชนกับเทพที่ยืนอยู่นานแล้ว เธอตกใจ ขอโทษแล้วเดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่ง เขาตามมาคว้าข้อมือเธอไว้ ถามว่าคุณหญิงหายไปไหน ไปเล่าอะไรให้ฟัง เธอถึงไม่ยอมรับสายเขา แล้วบีบแขนพิไลพรแรงขึ้นด้วยความฉุนเฉียว

“คุณเทพ...พรเจ็บค่ะ...ปล่อย” เธอพยายามดิ้นหนี เขาโรคจิตกำเริบ กลับยิ่งพอใจกระชากตัวเธอเข้ามาในอ้อมอกหมายจะขยี้ แต่พวงทองเข้ามาขวางไว้เสียก่อน พิไลพรฉวยโอกาสผลักเขาออก แล้ววิ่งหนี เทพได้สติปรับอารมณ์เป็นปกติ พวงทองตำหนิเขาที่ทำกับพิไลพรแบบนั้น เขารำคาญรีบตัดบท

“ไม่ใช่เรื่องของเธอ ไม่ต้องมายุ่ง”

“ถ้าอย่างนั้น กรุณารับรู้เรื่องของฉันแล้วกัน ฉันตามหาทิวไม่เจอและคิดว่าจะแจ้งความกับตำรวจ”

เทพแสร้งร้อนใจ ขอไปแจ้งความกับเธอด้วย พวงทองมองตามเขาที่เดินลิ่วๆด้วยความสงสัย

“คุณเป็นแค่ผู้ชายเจ้าชู้ หรือจริงๆคุณทำอะไรที่เลวร้ายมากกว่าที่ฉันเห็นกันแน่...”

อีกมุมหนึ่งของไร่ ผ่องทิพย์เดินนำบุญปลูกมาที่บ้านทิวเพื่อจะมาเอาเสื้อที่ใส่แล้วของน้องชายไปทำพิธีอ้างกับบุญปลูกว่าจะช่วยให้น้องได้คนรักกลับคืน กลับพบขวัญตากำลังถามข่าวคราวทิวจากวิวัฒน์อยู่หน้าบ้าน ท่าทางคนงานคนใหม่ดูจะติดใจขวัญตา แต่เธอกลับพูดจาดูถูกเหยียดหยามเห็นเขาเป็นแค่หมูแค่หมาตัวหนึ่ง ผ่องทิพย์เปลี่ยนเป้าหมายใหม่ทันที สั่งให้บุญปลูกไปเอาเสื้อของวิวัฒน์มาแทน บุญปลูกงง ทำไมถึงเป็นแบบนั้น

“ลองคิดดูสิ ถ้ามันต้องเกลือกกลั้วกับสิ่งที่มันเกลียด ความรู้สึกจะเป็นยังไง...แค่คิดฉันก็มีความสุขแล้ว...ฮ่าๆๆ นังขวัญตา แกต้องทรมานเหมือนตกนรก” ผ่องทิพย์หัวเราะสะใจ

ooooooo

เช้าวันใหม่ หญิงมานศรีแปลกใจเมื่อเปิดประตูห้องนอนออกมาเจอพิไลพรยืนรออยู่ เธอยังไม่ทันจะอ้าปากฟ้องเรื่องที่เทพทำกับเธอเมื่อคืน จำเลยของเธอโผล่มาขัดจังหวะเสียก่อน เธอถึงกับสะดุ้งเฮือก หญิงมานศรีสังเกตเห็นท่าทางหวาดกลัวของพิไลพร รู้สึกได้ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล แต่แสร้งทำตัวปกติ เทพรีบออกตัวว่าเมื่อคืนเขาเสียมารยาทกับพิไลพรไปนิดหน่อย เนื่องจากหงุดหงิดที่เธอไม่รู้ว่าคุณหญิงหายไปไหน

“แต่สำหรับพร คงเรียกว่านิดหน่อยไม่ได้ มัน...” เธอพูดไม่ทันจบ เทพขัดขึ้นเสียก่อน

“ผมขอโทษจากใจจริง...คุณหญิงครับ ผมเสียใจจริงๆ คุณพิไลพรคงมองผมในแง่ร้ายไปซะแล้ว”

หญิงมานศรีขอบคุณมากสำหรับความห่วงใยที่เขามีให้ เมื่อคืนเธอแค่ขับรถไปเที่ยวเรื่อยเปื่อย ส่วนเรื่องพิไลพรเดี๋ยวจะช่วยพูดให้ แล้วเรียกคนสนิทเข้าห้อง อ้างจะให้ช่วยจัดของฝากส่งไปให้หม่อมแม่ จากนั้น สองสาวพากันเข้าห้องปิดประตู เทพยิ้มกริ่ม คิดว่าหญิงมานศรีเชื่อในความเป็นเทพบุตรของตนเอง แต่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นอย่างนั้น เธอแค่ไม่อยากให้พิไลพรแสดงท่าทีให้จับได้ว่าไม่ไว้ใจเขา พิไลพรงง

“ตอนนี้หญิงไม่สามารถไว้ใจใครได้เลย แต่ละคนมีมุมที่หญิงเพิ่งค้นพบซึ่งก็ยังตอบให้แน่นอนลงไปไม่ได้ว่าอะไรจริงและอะไรไม่จริง”

“แต่อย่างคุณเทพนั่น พรตอบได้โดยไม่ลังเลเลยค่ะว่า เขาดีไม่จริง”

“แต่เขาคือคนที่มีบุญคุณกับหญิง หากสิ่งที่พรคิดเป็นเรื่องจริง หญิงก็จะหาทางออกให้กับเรื่องนี้อย่างดีที่สุด หม่อมแม่จะต้องรับรู้เรื่องนี้ ท่านอาจจะให้คำปรึกษาหญิงได้” คิดได้อย่างนั้น เธอชวนพิไลพรกลับกรุงเทพฯในวันนั้นเลย ไม่นานนัก หญิงมานศรีและพิไลพรก็มาถึงวังกฤตยา

ชายคำรณออกมารอรับ สองพี่น้องสวมกอดกันด้วยความคิดถึง เขาเดาได้ไม่ยากน้องหญิงต้องมีเรื่องทุกข์ใจแน่ๆถึงได้ลางานกลับมาเยี่ยมบ้านโดยไม่บอกล่วงหน้าแบบนี้ เป็นจริงอย่างคาด เธอมีเรื่องสำคัญจะมาปรึกษาหม่อมแม่ แต่ไม่เห็นท่านอยู่แถวนั้นก็ถามหา เขาได้แต่อึ้ง...

ที่ชายคำรณอึกๆอักๆบอกน้องสาวไม่ได้ เพราะหม่อมสรัสวดีตามไปแก้แค้นคุณหญิงพันทิพาถึงบ้าน นำตำรวจพร้อมหมายเรียกในข้อหาหมิ่นประมาทที่คุณหญิงยกขบวนนักข่าวไปฉีกหน้าเธอถึงวังเมื่อวันก่อนมาด้วย

“เชิญไปให้ปากคำตามวันและเวลาในหมายเรียกนะครับ” ตำรวจว่าแล้วยื่นซองเอกสารให้คุณหญิงพันทิพาซึ่งรับไปอย่างไม่เต็มใจนัก และยังถามยียวนว่าถ้าเธอไม่ไปตามหมายจะมีอะไรไหม

“ก็จะโดนหมายจับ หรือคิดว่าจะใช้อำนาจและตำแหน่งของสามีช่วยเหลือ คิดให้ดีนะคะคุณเสกสิทธิ์ คุณได้ชื่อว่าเป็นนักการเมืองมือสะอาด อย่าให้เมียที่มือสกปรก ทำเป็นแต่เรื่องทำลายคนอื่นดึงคุณให้ตกต่ำแปดเปื้อนเลยค่ะ” หม่อมสรัสวดีพูดจบ เดินออกไปอย่างสะใจ

คุณหญิงพันทิพาแค้นใจมากถึงกับปรี๊ดแตก ยิ่งได้รู้ว่าคุณสามีนอกจากจะไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยแล้วยังสมน้ำหน้าเธอที่อยู่ดีไม่ว่าดีแกว่งเท้าหาเสี้ยน เธอยิ่งร้องกรี๊ดๆเรียกหาลูกชายให้มาช่วยเสียงลั่นบ้าน โดยไม่รู้ว่าเขาไม่อยู่ ชายคำรณโทร.มาบอกว่าหญิงมานศรีกลับมาเยี่ยมบ้าน เขารีบไปที่วังกฤตยาทันที...

ในขณะที่เสกสรรหมายมั่นปั้นมือจะขอคืนดีกับคนรักให้ได้ ทิวซึ่งอยู่ที่กระท่อมของลุงแย้ม ไม่ยอมกินข้าวกินปลาเอาแต่ชะเง้อคอมองหาหญิงมานศรี เข้มอดขำไม่ได้ แกล้งพูดลอยๆว่าบางคนสับสนในตัวเอง ปากบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา แถมรังแกเธอสารพัด ทำไมอยู่ๆเปลี่ยนใจไปจีบเธอหน้าตาเฉย ทิวเผลอแก้ตัว

“ฉันจีบยัยนั่นเพราะฉันมีแผน ใช้ไม้แข็งไม่ได้ผลก็ต้องใช้ไม้นวมสิวะ วันไหนที่ยัยนั่นใจอ่อนกับฉัน วันนั้นจะเป็นวันที่ฉันสะใจที่สุดที่ได้แย่งชิงผู้หญิงที่ไอ้เทพมันอยากได้มาสำเร็จ”

“ไม่ได้คิดอะไร แล้วรอเธอ มองหาเธอทำไม คิดถึงล่ะสิ...คนที่สับสนในตัวเองเดี๋ยวเกลียดเดี๋ยวคิดถึงระวังบ้านะนาย...กินข้าวเถอะนายไม่ต้องรอหรอก คุณหญิงเลขาฯไปกรุงเทพฯหลายวัน” เข้มเลื่อนกับข้าวเข้าไปให้ใกล้ๆ ทิวลงมือกินข้าว ทำเหมือนไม่สนใจคำพูดของเขา แต่ในใจกลับรู้สึกโหวงเหวงชอบกล

ooooooo

หญิงมานศรีเผลอตัวขอโทษเมื่อรู้จากปากเสกสรรเองว่าเรื่องที่เขาถูกทำร้ายปางตายเป็นเรื่องจริง เขาอดแปลกใจไม่ได้ จะขอโทษทำไมเธอไม่ได้เป็นคนทำร้ายเขาสักหน่อย หรือเธอรู้ว่าใครเป็นคนทำ เธอรีบปฏิเสธทันควันว่าไม่ทราบ เขาเองก็ไม่เชื่อที่แม่ของเขากล่าวหาเธอกับหม่อมสรัสวดีว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

“เสกคะ...ถ้าเป็นไปได้ เสกก็ไม่ควรไปหาหญิงที่นั่นอีก”

“ผมต้องไปครับ วันนี้ผมหลุดพ้นจากเงาของคุณแม่แล้ว ผมทำในสิ่งที่คุณหญิงเคยขอให้ทำ ผมสามารถรักคุณหญิงได้โดยไม่มีใครมาขัดขวางได้อีก” เขาจับมือเธอไว้ เธอไม่ได้ดีใจอย่างที่ควรเป็นกลับคิดถึงใครอีกคน...

เทพไม่ยอมเสียเวลา เรียกสมภพทนายความประจำบริษัทมาพบที่ห้องทำงาน สอบถามว่า ถ้าเกิดมีใครอยากจะโอนหุ้นให้อีกคนหนึ่ง แต่เจ้าตัวดันตายไปเสียก่อน แล้วหุ้นนั้นจะโอนอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้อย่างไร สมภพให้ดูว่าใครเป็นทายาทตามกฎหมายของผู้ตาย บุคคลผู้นั้นจะได้เป็นผู้รับมรดกและมีอำนาจตัดสินใจที่จะยกหรือโอนหุ้นซึ่งถือว่าเป็นทรัพย์สินของผู้ตายให้บุคคลอื่น เทพยิ้มกริ่ม สบตากับล้วนที่ค้อมหัวให้เป็นเชิงยินดีด้วย จากนั้น เขาออกมาส่งสมภพหน้าห้องทำงาน กำชับว่า

“ร่างใบโอนหุ้นให้เสร็จเร็วๆแล้วกัน ผมใจร้อน”

สมภพรับคำ แล้วตามล้วนออกไป พวงทองได้ยินทุกคำพูด รู้สึกไม่ชอบมาพากล ถามเทพว่าจะโอนหุ้นให้ใคร เขากลับตอบไม่ตรงคำถาม เฉไฉพูดเรื่องอื่น ซ้ำยังเหน็บเธอว่านึกอย่างไรถึงเกิดหวาดระแวงเขาขึ้นมา เธอเริ่มไม่ไว้ใจเขาตั้งแต่น้องชายของเธอหายตัวไปอย่างน่าสงสัย สายตาที่พวงทองจ้องมองมาอย่างไม่เกรงกลัว ทำให้รู้สึกหวั่นไหว ยิ้มกลบเกลื่อน แล้วดึงเธอมาจูบหน้าผาก

“เธอจะมองหรือจ้องจับผิดก็ตามสบายเลยนะ แต่เธอจะไม่เห็นอะไรหรอก”

“บางทีความถูกต้องก็จะปรากฏออกมาเอง โดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปทำอะไร...ความลับไม่มีในโลก เคยได้ยินไหม ถ้าคุณเป็นคนดีจริงๆก็ไม่ต้องกลัวว่าความลับจะถูกเปิดเผย ยกเว้นว่าคุณไม่ใช่” เธอยิ้มหวานให้เขาก่อนจะเดินจากไป เขาแปลกใจตัวเองไม่น้อย ทำไมไม่ฟาดเธอสักเปรี้ยงหนึ่งที่บังอาจมาต่อปากต่อคำ...

พอทิวรู้จากเข้มว่าเทพเรียกทนายความมาพบ สั่งให้ตามเขาไป หาทางสืบให้ได้ว่าไอ้หมอนั่นเรียกทนายมาทำไม ทิวมองตามเข้มที่เร่งฝีเท้าจากไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด...

ในเวลาเดียวกัน ที่วังกฤตยา เสกสรรตัดสินใจคุกเข่าขอแต่งงานกับหญิงมานศรีอีกครั้งเพื่อแก้ตัวใหม่แต่เธอกลับลังเล แถมหม่อมสรัสวดีเข้ามาขัดขวาง บอกว่าลูกหญิงของเธอไม่ได้รักเขาอีกแล้วและขอร้องให้เขากลับไป หญิงมานศรียังไม่ทันจะอธิบายอะไร หม่อมสรัสวดีชิงตัดบท ไล่เธอกลับเข้าบ้าน แต่เธอไม่ขยับ

“ถ้าลูกหญิงตกลงแต่งงานกับเขาเท่ากับเป็นศัตรูกับแม่ เพราะลูกหญิงคงลืมไปหมดแล้วว่าครอบครัวเราถูกพวกเขาย่ำยีเกียรติยศศักดิ์ศรีมากแค่ไหน...เข้าบ้าน” เธอว่าแล้วดึงตัวลูกสาวไป หญิงมานศรีสงสารและเห็นใจเสกสรร แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร เขามองหญิงคนรักเดินจากไปอย่างผิดหวัง พิไลพรรีบเดินตามสองแม่ลูก ส่วนชายคำรณปลอบเสกสรรให้ทำใจ และอวยพรให้โชคดี แล้วเดินเข้าบ้าน

“ไม่...จนกว่าผมจะพิสูจน์ได้ว่า...คุณหญิงไม่ได้รักผมแล้วจริงๆ” เขามองแหวนหมั้นในมือสีหน้ามุ่งมั่น

ooooooo

อีกมุมหนึ่งภายในวัง หญิงมานศรีมองเสกสรรกลับไปด้วยสีหน้าหม่นหมอง หม่อมสรัสวดีเข้ามาปลอบ

“ลูกหญิงทำดีที่สุดแล้ว ไม่ต้องเสียใจหรอกจ้ะ ยังมีอนาคตที่ดีรอลูกหญิงอยู่ เชื่อแม่”

“อนาคตที่หม่อมแม่หมายถึง...คืออะไรคะ” เธอมองหน้าท่านเขม็งจนคนถูกมองถึงกับอึ้ง แล้วถามซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงกร้าวว่าท่านหมายถึงอะไร หม่อมสรัสวดีทำเป็นโกรธกลบเกลื่อน พิไลพรเห็นท่าไม่ดีขอตัวก่อนแต่หญิงมานศรีไม่ให้ไป ชายคำรณเพิ่งเข้ามาเห็นแต่ละคนหน้าเครียดๆถามว่าเกิดอะไรขึ้น หม่อมสรัสวดีฟ้องว่าน้องของเขาอารมณ์เสียจากคนอื่นแต่กลับมาลงที่แม่ ไว้ให้อารมณ์เย็นกว่านี้ก่อน ค่อยมาคุยกัน แล้วขยับจะไป

“หม่อมแม่รู้เรื่องที่คุณเทพสั่งให้คนไปทำร้ายเสกจนได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเปล่าคะ...และหญิงก็อยากรู้ว่าอนาคตที่ดีของหม่อมแม่เกี่ยวข้องกับคุณเทพด้วยหรือเปล่า” หญิงมานศรีถามไล่หลัง หม่อมสรัสวดีหันขวับ

“ลูกหญิงเอาอะไรมาถามแม่”

“สิ่งที่หญิงรู้และเห็นมา โดยมีพรเป็นพยานว่าคุณเทพคุยโทรศัพท์กับใครคนหนึ่งว่าเป็นคนสั่งให้คนไปทำร้ายเสก...หญิงไม่เชื่อว่ามันจะเป็นเรื่องจริง จนมาเห็นเสกและเหตุการณ์เมื่อกี้ ยิ่งทำให้หญิงอดสงสัยไม่ได้ว่าหม่อมแม่เกี่ยวข้องกับทุกเรื่อง รวมถึงกำลังยกหญิงใส่พานให้คุณเทพ”

หม่อมสรัสวดีโกรธจนลืมตัวตบหน้าลูกอย่างแรง ตัดพ้อว่าสงสัยแม่ตัวเองได้อย่างไร เธอเป็นคนเดียวที่รักลูกมากที่สุดไม่เคยคิดจะทำร้ายให้เสียใจ ทำแบบนี้ฆ่าเธอให้ตายเสียยังดีกว่า แล้วจ้ำพรวดๆกลับห้องตัวเอง

ชายคำรณรีบตาม แต่ไม่ทัน เธอปิดประตูห้องไม่ให้เข้า เขาขอโทษแทนน้องหญิงจากอีกฟากหนึ่งของประตู หม่อมสรัสวดีเครียดที่ลูกระแคะระคายความลับของตนเอง แต่ก็โล่งใจที่เอาตัวรอดมาได้ ร้องบอกลูกชายว่าอยากอยู่คนเดียว ไม่ต้องมาสนใจตน หญิงมานศรี ตามมาสมทบ นั่งลงกราบหน้าประตูห้อง

“หญิงกราบขอโทษที่หญิงล่วงเกินหม่อมแม่ และอยากให้หม่อมแม่ยกโทษให้หญิงที่...สงสัยในตัวคนที่รักหญิงมากที่สุดคนนี้ หญิงทำผิดอย่างที่สุด เหมือนเป็นลูกอกตัญญู หม่อมแม่ขา...หญิงขอโทษ”

หม่อมสรัสวดีเปิดประตูออกมากอดลูกสาวไว้ ต่างปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด เธอโล่งใจที่ลูกไม่ติดใจสงสัยอะไรในตัวเธออีก

ooooooo

เข้มหายไปสืบข่าวจากทนายจนค่ำมืดถึงได้กลับมารายงานทิวว่า เทพมีแผนการจะให้พี่สาวทั้งสองของเขาเซ็นโอนหุ้นให้ หลังจากพิสูจน์ได้แล้วว่าเขาตาย ทิวขบกรามแน่นเดินลิ่วออกจากกระท่อมลุงแย้มอย่างหัวเสียตรงไปยังลานกว้างกลางทุ่ง เงยหน้ามองพระจันทร์เต็มดวง แล้วหลับตาสูดลมหายใจเพื่อให้จิตใจสงบ

“พ่อครับแม่ครับ...ช่วยคุ้มครองผมด้วยไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนที่จะขัดขวางและทำลายไอ้เทพได้ผมจะทำ...”

ขณะเดียวกัน เทพฝันหวานว่าอีกไม่นานอาณาจักรทัดเทพจะตกเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์ จึงดื่มฉลองอยู่คนเดียวอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเดินไปที่ห้องของผ่องทิพย์หวังจะชวนเธอฉลองกันสองต่อสอง แต่เธอกลับไม่อยู่ เขาเดินออกจากห้องเธออย่างหัวเสีย ขวัญตารู้งานเข้ามาคลอเคลีย

“คนไหนไม่อยู่ก็ช่างเขาสิคะ ขวัญตาอยู่ทั้งคน”

เขายิ้มพอใจ ก่อนจะอุ้มเธอไปที่ห้องอย่างรวดเร็ว...

คนที่เทพถามหา กำลังทำพิธีกรรมบางอย่างอยู่ในป่าโดยมีบุญปลูกคอยดูต้นทางให้ เพื่อกันไม่ให้ใครมารบกวน ผ่องทิพย์เทสมุนไพรที่ได้จากอาจารย์ลงในหม้อดินที่มีน้ำเดือดปุดๆวางอยู่บนเตาไฟที่สร้างอย่างง่ายๆจากก้อนหิน หยิบกางเกงในและเส้นผมของขวัญตากับเสื้อเชิ้ตที่ใช้แล้วของวิวัฒน์หย่อนลงในหม้อ

จากนั้น เธอค่อยเปล้ืองผ้าตัวเองออกจนเปลือยเปล่า เงยหน้าชูมือขอพลังจากพระจันทร์เต็มดวงค่อยๆลูบไล้ตามเนื้อตัว ปล่อยให้แสงจันทร์อาบร่าง แล้วหยิบท่อนไม้มากวนสิ่งที่อยู่ในหม้อให้เข้ากันช้าๆ

“คืนนี้ขึ้น 15 ค่ำเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง ฤกษ์ดีที่จะให้พวกแกได้ร่วมชะตากรรมเดียวกัน...ไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่...ฮ่าๆๆๆ” เธอร่ายมนต์จบ ตะโกนเรียกบุญปลูกให้เอาเสื้อผ้ามาให้ แล้วจัดการสวมอย่างรวดเร็ว

ทิวกำลังจะกลับกระท่อมลุงแย้ม เห็นผ่องทิพย์กับบุญปลูกกำลังสุมหัวทำอะไรบางอย่าง ค่อยๆย่องเข้าไปดูใกล้ๆ เห็นผ่องทิพย์กำลังกรอกน้ำจากหม้อดินใส่ขวดแก้วจนเต็มปิดฝาแล้วส่งให้บุญปลูก

“เอาไปผสมน้ำให้นังขวัญตากับไอ้นั่นกิน...น้ำเสน่ห์จันทรานี่แหละ จะทำให้นังขวัญตากระเด็นไปจากชีวิตคุณเทพ แล้วไปอยู่กับคนที่มันเกลียดและขยะแขยง” เธอหัวเราะสะใจ ทิวนึกเป็นห่วงขวัญตาขึ้นมาทันที รีบกลับกระท่อม จะให้เข้มกับลุงแย้มไปเตือน แต่ไม่มีใครอยู่สักคน กลุ้มใจไม่รู้จะไปเตือนขวัญตาได้อย่างไร

ooooooo

หญิงมานศรีชวนพิไลพรกลับคฤหาสน์ของเทพแต่เช้า ไม่รอให้หม่อมแม่ตื่นก่อน เธอฝากจดหมายถึงท่านไว้กับพี่ชาย ในจดหมายมีข้อความว่า

“หญิงอยากจะบอกหม่อมแม่ว่า ไม่มีใครดีสมบูรณ์แบบจนเป็นเทพบุตรหรือเลวร้ายจนหาดีไม่ได้เหมือนซาตาน เพราะคนก็คือคน ที่มีทั้งดีและชั่ว อยู่ที่ใครจะยินยอมให้ความดีหรือความชั่วนำพาชีวิตตัวเองเท่านั้น...หญิงอยากจะขอร้องหม่อมแม่ กรุณาอย่าพูดคุยเรื่องนี้กับคุณเทพ จนกว่าหญิงจะแน่ใจว่าเขาคือกัลยาณมิตรที่คู่ควรกับกฤตยาจริงๆ...รักและเคารพหม่อมแม่เป็นอย่างสูง ...มานศรีโสภาคย์”

หม่อมสรัสวดีอ่านจดหมายจบรีบโทร.บอกเทพเรื่องนี้ทันที เขาถึงกับหน้าเครียดที่คุณหญิงไม่ไว้ใจ...

ที่คฤหาสน์ของเทพ ขณะทุกคนกำลังร่วมกินมื้อเช้าด้วยกัน บุญปลูกแอบเอายาเสน่ห์จันทราใส่ในแก้วกาแฟของขวัญตา ผ่องทิพย์ลุ้นตัวโก่ง เมื่อไหร่ยัยเบอร์สามจะดื่มสักที สุดท้ายแผนการก็สำเร็จด้วยดี ขวัญตาดื่มจนหมดแก้วโดยไม่เฉลียวใจแม้แต่น้อย...

มื้อเช้าผ่านไปไม่นาน หญิงมานศรีกับพิไลพรมาถึงคฤหาสน์ของเทพ พิไลพรทนเห็นหน้าประมุขของบ้านไม่ไหว ขอตัวเอาของไปเก็บ เทพรีบหยอดคำหวาน

“เฮ่อ...โล่งอกไปที เมื่อคืนแอบคิดว่าถ้าคุณหญิงไม่กลับมาอีกแล้ว ผมจะทำยังไง”

“หญิงไม่ไปไหนทั้งนั้นค่ะ จนกว่าจะแน่ใจว่างานของหญิงสำเร็จลุล่วง”

“พูดเหมือนกับว่าพองานสำเร็จแล้วคุณหญิงก็จะไป”

เธอไม่รู้อนาคตจะเป็นอย่างไร ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นได้เสมอ สิ่งที่เธอพูดในวันนี้อาจจะไม่เกิดหรืออาจจะเกิดขึ้นก็ได้ เขาอย่าไปยึดติดกับมันเลย แล้วขอตัวเข้าออฟฟิศ มีงานค้างต้องทำอีกมาก เทพรอจนเธอคล้อยหลัง โทร.สั่งล้วนให้สะกดรอยตามเธอไปอย่าให้คลาดสายตาเด็ดขาด

“มานศรีโสภาคย์คิดหรือว่าฉันจะปล่อยให้เธอทำสำเร็จ ไม่มีทางที่เธอจะฉลาดไปกว่าฉัน” เทพยิ้มเหี้ยม...

ที่กระท่อมลุงแย้ม เข้มกับลุงแย้มรายงานเจ้านายว่าตนไปเตือนขวัญตาให้ระวังเรื่องของกินไม่ทัน เขาได้แต่ปลงอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด บอกให้ทั้งคู่ไปทำงานได้แล้ว เดี๋ยวจะมีใครสงสัย ขณะทิวกำลังจะเดินเข้าข้างใน แต่ต้องชะงัก เมื่อเห็นหญิงมานศรีเดินเข้ามาหา เขาลืมตัวฉีกยิ้มดีใจ เธอก็ดีใจเช่นกัน ทั้งคู่ไม่ทันสังเกตเห็นล้วนแอบสะกดรอยตามเธอมา พอเห็นทิวชัดๆเต็มสองตา เขาตกใจแทบช็อก

ooooooo

เกิดเป็นหงส์

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด