ตอนที่ 10
ภายในโรงแรมหรูซึ่งเป็นสถานที่จัดงานกาล่าดินเนอร์การกุศล ทุกสายตาจับจ้องไปที่ประตูทางเข้างานเป็นตาเดียวกัน เมื่อหญิงมานศรีในชุดราตรีงามสง่าเดินเคียงคู่มาพร้อมกับเทพ ทิวซึ่งอยู่ในชุดสูทสุดเท่ตะลึงในความงามของเธอเช่นกัน แต่ต้องหน้าตึงเมื่อได้ยินเสียงแขกผู้มีเกียรติสองท่านพากันซุบซิบนินทา
“คุณเทพกับคุณหญิงมานศรี เหมาะสมกันมากนะเธอ”
“ใช่...เทพบุตรกับนางฟ้ายังไงยังงั้น แต่เสียดายที่คุณเทพมีภรรยาแล้วตั้งสามคน แต่เอ๊ะ...หรือนี่จะเป็นคนที่สี่” แขกทั้งสองคนพากันหัวเราะคิกคัก ทิวมองตามเทพกับหญิงมานศรีอย่างไม่พอใจ...
ขณะที่หญิงมานศรีกำลังตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนในงานเลี้ยง ผ่องทิพย์แต่งตัวสวยเตรียมจะออกจากบ้าน เร่งบุญปลูกให้รีบหิ้วรองเท้าตาม ฝันเฟื่องว่าตนเองจะเดินเคียงคู่เทพเข้างานการกุศลคืนนี้ในฐานะเมียหมายเลขหนึ่ง ขวัญตาได้ยินเข้า หัวเราะใส่หน้า
“เมียหน้าโง่น่ะสิไม่ว่า คุณเทพไปงานกับนังคุณหญิงนั่นตั้งแต่หัวค่ำแล้ว มัวแต่ดักดาน ปิดหูปิดตา ไม่ได้ดูเลยว่าใครทำอะไรกับใครที่ไหนยังไงกันบ้าง...นี่คงเป็นความพยายามอีกครั้งของชะนีที่กำลังจะเสียผัวให้คนอื่นสินะ...จะบอกให้เอาบุญว่า...เสียเวลาเปล่า ยังไงคุณเทพก็ไม่เอาแก ไม่เอาฉัน ไม่เอาใครทั้งนั้น นอกจากนังคุณหญิงนั่น...นังสมองหนาปัญญาอ่อน” พูดไปแล้วอดขมขื่นใจไม่ได้
ผ่องทิพย์กรีดร้องราวกับคนบ้าคลั่งดังสนั่นไปทั้งบ้าน พวงทองตกใจรีบเข้ามาถามไถ่ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่น้องสาวของเธอไม่ตอบเอาแต่ร้องกรี๊ดๆไม่หยุด เลยหันไปถามบุญปลูกแทน พอได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้น เธอมองน้องด้วยความเวทนา ไม่รู้จะช่วยอย่างไร
ooooooo
ภายในงานเลี้ยง เทพส่งแก้วเครื่องดื่มให้หญิงมานศรี ตอนเธอรับแก้วเขาแอบสัมผัสมือเธอไปในตัว เธอมองเขานิ่ง ไม่ชักมือกลับแถมส่งยิ้มให้ ทำให้เขาคิดว่าเธอมีใจ คว้ามือเธอมากุมไว้เต็มๆ ทิวแอบเหล่อยู่ถึงกับสำลักเครื่องดื่ม เธอค่อยๆดึงมือออกอย่างสุภาพ ยกเครื่องดื่มขึ้นจิบ เหลือบไปเจอสายตาเหยียดๆของทิวที่จ้องมองมาถึงกับสำลักทันที เขาอดขำไม่ได้ เดินตรงลิ่วเข้ามาหา เทพแปลกใจว่าเธอเป็นอะไรไป
“ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ หญิงตกใจคิดว่าตัวเองเห็นสัมภเวสีลอยไปลอยมาอยู่แถวนี้ค่ะ” แล้วพยักพเยิดให้หันไปดู เขามองตามสายตาของเธอเห็นทิวยืนอยู่ รู้สึกได้ว่าระหว่างทั้งคู่ต้องมีอะไรบางอย่างลึกซึ้ง แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร ชายธีรพลเข้ามาทักทายหญิงมานศรีอย่างสนิทสนมเสียก่อน ดีใจมากเพราะไม่คิดว่าเธอจะมางาน เธอจะไม่มาได้อย่างไร ในเมื่อเพื่อนรักจัดงานทั้งทีก็ต้องมาให้กำลังใจกันหน่อย เทพไม่พอใจมาก
ทิวจับสังเกตได้ เข้ามากระซิบแหย่เขา “เสียใจด้วยนะ ที่คุณหญิงมางานนี้เพราะอยากให้กำลังใจเพื่อนไม่ใช่เพราะนาย...ดูสิ...คุยกันเหมือนกับว่านายไม่มีตัวตน จะแนะนำสักนิดก็ไม่มี สุดท้ายพวกผู้ดีก็ไม่เคยมองเห็นหัวคนธรรมดา อยากเป็นพวกเดียวกันกับเขา คงมีทางเดียว...คือ...ไปเกิดใหม่”
เทพถึงกับสะอึก แต่ไม่วายวางฟอร์ม ถ้าเขาต้องการเป็นพวกเดียวกับหงส์ไม่เห็นจะยากตรงไหนเพราะคุณหญิงเองก็เปิดทางให้เขาได้ใกล้ชิดเธอมากขึ้น ทิวยิ้มแสยะ
“ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย เพราะรู้สึกว่าคู่แข่งจะเพิ่มมาอีกหนึ่งคนแถมยังมีเลือดสีเดียวกับคุณหญิงอีกต่างหากเลือดชั่วอย่างนาย คงต้องออกแรงฮึดหน่อยนะ...สู้ๆ” พูดจบตบไหล่คู่อริ แล้วเดินหัวร่อร่าออกไป เทพกัดฟันกรอดๆ ข่มอารมณ์ ปั้นหน้ายิ้มก่อนจะเข้าไปแทรกระหว่างเพื่อนรักทั้งสองคน หญิงมานศรีคุยเพลินเพิ่งรู้สึกตัว
“อุ๊ย...ขอโทษทีค่ะ หญิงเสียมารยาทจังเลย คุณเทพคะนี่ ม.ร.ว.ธีรพล เพื่อนสนิทของหญิงค่ะ เป็น ผอ.คนใหม่ของ รพ.ประจำจังหวัดค่ะ ส่วนคุณเทพเป็นทั้งเพื่อนหม่อมแม่และเจ้านายของหญิงจ้ะ”
เทพจับมือกับชายธีรพลด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่บีบมือเขาแน่นและแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ฝ่ายถูกบีบมือกลับยิ้มให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะไม่อยากให้เพื่อนซี้ ไม่สบายใจ...
ด้านผ่องทิพย์นั่งร้องไห้จนหมดเรี่ยวแรงโดยมีบุญปลูกนั่งสัปหงกอยู่ข้างๆ พวงทองไล่บ่าวคนสนิทของน้องสาวไปนอน อาสาจะดูแลผ่องทิพย์ให้เอง แทนที่จะเห็นความดี เธอกลับต่อว่าพี่สาวตัวเองฉอดๆ อย่าคิดว่ามาก่อนแล้วจะเป็นที่หนึ่ง และอย่าคิดว่าจะได้ความรักมากกว่าคนอื่น เธอไม่เข้าใจ ทำไมทั้งพ่อ แม่ และคุณเทพต้องรักต้องเกรงใจ มีอะไรก็นึกถึงพวงทองก่อนทุกครั้ง
“อยู่ที่ใครทำตัวยังไงมากกว่าการมาก่อนหรือมาทีหลังต่างหากล่ะผ่อง พี่ขอเตือนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ผ่องจะเสียทุกอย่างไป มีสติ มีเหตุผล และที่สำคัญรักตัวเองบ้าง จะได้ไม่รู้สึกว่าขาดแคลนความรัก”
“เตือนตัวเองก่อนเถอะ...ไม่ต้องมาสอน” ผ่องทิพย์แดกดันจบคว้ากระเป๋ากับรองเท้าผลุนผลันออกไปพวงทองพยายามซักถามว่าจะไปไหน กลับโดนตวาดใส่ว่าไม่ต้องมายุ่ง เธอเกรงน้องสาวจะตามไปอาละวาดที่งานเลี้ยง รีบโทร.เตือนทิวทันที...
ฝ่ายหญิงมานศรีถึงกับอุทานขึ้นมาเบาๆเมื่อเห็นเทพเซ็นเช็คจำนวน 5 ล้านบาท เพื่อจะบริจาคในงานครั้งนี้ เขาอ้างว่าตั้งใจจะบริจาคให้กับ รพ.ตั้งนานแล้วแต่ไม่มีโอกาส เธออดดีใจแทนเพื่อนไม่ได้
“แต่ท่าทางคุณชายธีรพลจะไม่ได้คิดกับคุณหญิงแค่เพื่อนแน่...ผมล้อเล่นนะครับ อย่าถือโทษโกรธผมนะ”
“ชายธีเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของหญิง นอกจากพิไลพรค่ะ”
“ผมสบายใจจังที่ได้ยินแบบนี้” เขามองสบตาเธอลึกซึ้งจนคนถูกมองต้องหลบสายตาด้วยความอึดอัดเขายิ้มแก้มแทบปริ คิดเองเออเองว่าเธอรู้สึกแบบเดียวกัน
“ผมขอตัวไปพบท่าน ผอ.เพื่อนของคุณหญิงก่อนนะครับ...แล้วผมจะรีบกลับมาหา รู้มั้ยแม้แต่วินาทีเดียวผมก็ไม่อยากอยู่ห่างคุณหญิงเลย” เขาลุกออกไปด้วยหัวใจพองโต แปลกใจตัวเองไม่น้อยที่มีความรู้สึกเหมือนหนุ่มน้อยที่เพิ่งตกหลุมรัก ทันทีที่เทพลับสายตา ทิวเข้ามากระซิบข้างหูคุณหญิงคนสวย
“เคลิ้มเชียวนะ...ละลายเหลวไปหมดทั้งตัวเลยนี่” แล้วแกล้งมองเธอตาเยิ้มตั้งแต่หัวจดเท้าจนเธอรู้สึกเหมือนถูกลวนลามทางสายตาต้องเอามือปิดเนื้อตัว ก่อนจะด่าว่าไม่มีมารยาท
“แล้วคนที่หิ้วผัวชาวบ้านมาออกงาน โดยไม่แคร์เมียๆของเขาที่บ้าน มารยาทดีนักหรือไง...มานี่” เขาว่าแล้วลากเธอออกจากห้องจัดงาน เธอพยายามขัดขืน แต่เห็นสายตาผู้คนที่มองจ้องมา จำต้องเดินตามแต่โดยดีแต่พอพ้นสายตาผู้คน เธอสะบัดมือออก แล้วชิ่งหนี ทิวรีบตามไปอย่างไม่พอใจ
ooooooo
ในเวลาไล่เลี่ยกัน เสกสรรมาถึงหน้าห้องจัดงาน กลับลังเลไม่กล้าเข้า พิไลพรตัดรำคาญขอตัวไปหาคุณหญิงก่อน ขอบคุณที่เขาให้ติดรถมาด้วย แล้วขยับจะเข้าข้างใน แต่เกิดเปลี่ยนใจเดินกลับมาหาใหม่
“คุณเสกเป็นคนดี มีทุกอย่างพร้อม ยกเว้น ความกล้าหาญ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้หญิงคาดหวังจากผู้ชายที่เป็นคนรัก พรว่าคุณเสกเองก็รู้ดีอยู่แล้ว ทำให้ได้นะคะ...ถ้าอยากได้คุณหญิงกลับมา” เธอพูดจบรีบวิ่งเข้างาน...
ทางด้านหญิงมานศรีหนีทิวมาถึงโถงทางเดินบริเวณห้องพักของโรงแรม เห็นแม่บ้านเข็นรถใส่อุปกรณ์ทำความสะอาดออกมาจอดไว้หน้าห้องพักห้องหนึ่ง แล้วตัวเองเดินตามเพื่อนพนักงานเข้าไปในห้องพักอีกห้องหนึ่งติดกัน โดยลืมเปิดประตูห้องทิ้งไว้ เธอรีบผลุบเข้าห้องที่เปิดประตูทิ้งไว้ ขณะกำลังจะปิดประตู
ทิวตามมาทัน ผลักเธอเข้าไป แล้วปิดประตูล็อกตามหลัง แม่บ้านกลับมาเอารถเข็นอุปกรณ์ แปลกใจที่เห็นประตูห้องพักล็อกกุญแจเรียบร้อย แต่ไม่ติดใจสงสัยอะไร เข็นรถเข็นไปทำความสะอาดห้องพักห้องอื่นต่อ
ภายในห้องพัก หญิงมานศรีวิ่งหนีทิวไปรอบๆห้องอย่างตื่นตระหนก จนกระทั่งมาจนมุมที่เตียงนอน ตัดสินใจผลักเขาพ้นทาง แล้ววิ่งไปที่ประตูห้องจะเปิดหนี เขาตามมาจับตัวไว้ทัน เธออ้าปากจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่เขาเอามือปิดปากไว้ แล้วลากถูลู่ถูกังกลับไปที่เตียงจนเสื้อชุดสวยขาด ทิวตกใจรีบปล่อยมือ หญิงสาวตบหน้าเขาอย่างแรง หาว่าเขาคิดจะข่มขืนเธอ
“ตอนแรกก็ว่าจะไม่...งั้นทำจริงๆเลยแล้วกัน” เขาโถมเข้าใส่จนล้มลงบนเตียงด้วยกัน ใบหน้าแทบจะชนกัน หญิงสาวหลับตาปี๋ ใจเต้นไม่เป็นส่ำ พอลืมตาเห็นหน้าเขาจังๆ อดหวั่นไหวไม่ได้ ทิวกระซิบข้างหู
“อยู่กับผมก่อน...ได้ไหม” เสียงนุ่มๆนั้นทำเอาเธอใจแทบละลาย...
ขณะที่หญิงมานศรีกำลังอยู่ในอ้อมกอดทิว ที่ห้องจัดงาน ชายธีรพลขอบคุณเทพมากสำหรับเงินบริจาค เทพถือโอกาสนี้ขอข้อมูลของลุงมิตรหรือชายแก่พิการ ชายธีรพลต้องขอโทษเขาด้วยที่ไม่สามารถเปิดเผยที่อยู่ของชายแก่ชื่อของผู้รับอุปการะได้ เพราะเป็นการผิดจรรยาบรรณ
“อะไรกัน...ผมบริจาคไปตั้ง 5 ล้านบาท แต่เรื่องเล็กน้อยคุณกลับช่วยผมไม่ได้...ว่าไงครับ”
ชายธีรพลสีหน้าครุ่นคิด พลันเหตุการณ์ตอนที่พิไลพรเล่าเรื่องชายแก่พิการให้ฟังผุดขึ้นมาในสมองของเขา เธอขอร้องให้เขาช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับและยังขอให้เขาไปตรวจดูอาการของชายแก่ให้ด้วย เพราะเขาเป็นคนเดียวที่เธอไว้ใจ ถ้าชายแก่ความจำกลับมาเหมือนเดิมเมื่อไหร่ ความจริงเกี่ยวกับเทพอาจจะปรากฏ และทิวจะได้รอดพ้นมลทิน ส่วนคุณหญิงของเธอก็จะได้กลับวังกฤตยาเสียที
“หมอธี คิดได้แล้วใช่ไหมครับว่าควรจะช่วยผม” เสียงของเทพปลุกชายธีรพลให้ตื่นจากภวังค์
“ครับ...คิดได้แล้วว่า ถ้าคิดจะใช้เงิน 5 ล้าน เพื่อแลกกับคำว่าจรรยาบรรณ คุณเอาเงินบริจาคคืนไปเถอะ ลุงคนนั้นของคุณเทพ สำคัญมากขนาดไหนครับ ถึงต้องตามหาตัวให้เจอ”
เทพอ้างว่าแค่เป็นคนงานที่เคยทำงานด้วยกัน เลยอยากรู้ข่าวคราวของแกเท่านั้นเอง จังหวะนั้น พิไลพร ซึ่งตามหาหญิงมานศรีไม่เจอ วิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามชายธีรพลว่า เห็นเธอบ้างไหม เขาส่ายหน้าไม่สบายใจ
ooooooo
ขณะที่ทุกคนพากันตามหาหญิงมานศรีให้ควั่ก ทิวยังคงกอดคุณหญิงคนสวยไว้ในอ้อมกอด พร่ำบอก ให้เชื่อเขา อย่าเพิ่งออกไปตอนนี้ เพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเอง
“การที่ฉันอยู่กับนาย มันจะปลอดภัยกว่าข้างนอกนั่นเหรอ” หญิงสาวมองเขาลังเล
“ใช่...อย่างน้อยผมก็...” ทิวพูดยังไม่ทันจบประโยค หญิงมานศรีตัดสินใจยกเข่ากระทุ้งเขาอย่างแรงจนตัวงอ แล้วหนีออกไปจนได้ เขาตามเธอไปติดๆ ความจริงที่เขากักตัวเธอไว้เพราะไม่อยากให้เจอผ่องทิพย์ แต่โชคไม่เข้าข้าง เธอดันวิ่งหนีไปเจอกับผ่องทิพย์อย่างจังหน้าโรงแรม ยัยจอมวีนเห็นเสื้อผ้าขาดและยับยู่ยี่ของคู่แข่งหัวใจ คิดไปเองว่าเธอไปมีอะไรกับเทพมา ไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น ตบหน้าเธอทันที
“นังแพศยา...พาผัวฉันมากกที่โรงแรม แก...ปากก็บอกว่าเป็นผู้ดี แต่แอบลักกินขโมยกิน เกิดเป็นหงส์แต่ทำตัวต่ำยิ่งกว่าอีกา อีแร้งที่กินแต่ศพเน่าๆ” ผ่องทิพย์ว่าแล้วเข้าไปฉีกทึ้งเสื้อผ้าของหญิงมานศรีแล้วตบซ้ำ
“...โอ๊ย...ปล่อยฉันนะ”
บรรดาแขกที่มาพักในโรงแรมต่างมองทั้งคู่เป็นตาเดียวกัน ผ่องทิพย์ยิ่งได้ใจประกาศให้ทุกคนมาดูหน้านังคนที่ทำตัวเป็นผู้ดี เป็นถึง ม.ร.ว.หญิงมานศรีโสภาคย์ กฤตยา แต่ทำตัวต่ำช้า เที่ยวแย่งผัวชาวบ้าน เธอยิ่งอับอาย พยายามดิ้นหนี ยัยจอมวีนยื้อสุดฤทธิ์ เงื้อมือจะตบซ้ำอีก คราวนี้ทิวคว้ามือไว้ทัน
“พี่ผ่อง...หยุด”
“ไอ้ทิว...ปล่อย...ฉันจะฆ่ามัน” ผ่องทิพย์อาละวาดจะเข้าไปตบตีคู่อริให้ได้ เขาเหลืออดผลักพี่สาวกระเด็นถอดสูทตัวเองคลุมตัวหญิงมานศรีแล้วรีบประคองออกไปทันที ท่ามกลางสายตาผู้คน ผ่องทิพย์ยังไม่เลิกบ้าจะตามไปเอาเรื่องอีก เทพเข้ามากระชากแขนเธอไว้ สั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้ ยิ่งเห็นหน้าผัว เธอยิ่งอาละวาดหนักข้อ
“มาแล้วเหรอ...ควงมันมาออกงานหรือให้ทำอะไรกันแน่...หา”
เทพฟิวส์ขาดลากเธอออกจากโรงแรม แต่เธอฝืนตัวไว้ เขาต้องออกแรงจนลากเธอกลับได้ในที่สุด พิไลพรเป็นห่วงคุณหญิงรีบวิ่งตามโดยมีเสกสรรเร่งฝีเท้าตามไปอีกทอดหนึ่ง จนกระทั่งมาถึงลานจอดรถ ช่วยกันกวาดตามองหาทิวกับหญิงมานศรี แต่ไม่เห็นแม้แต่เงา พิไลพรสบายใจ คิดว่าทิวคงพาคุณหญิงกลับไปแล้ว เสกสรรรีบตามไปทันทีโดยไม่สนใจคำทัดทานของพิไลพร เพราะไม่ไว้ใจทิว
ooooooo
ไม่นานนัก ทิวพาหญิงมานศรีมาส่งที่บ้านพัก เธอยังคงช็อกกับเหตุการณ์เมื่อครู่ ถามเสียงสั่นว่าเขารู้ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหมว่าผ่องทิพย์จะมาทำร้ายเธอ ทิวพยักหน้ารับ พี่พวงทองโทร.มาเตือน เขาถึงได้เก็บตัวเธอไว้ในห้องพัก หญิงสาวตัดพ้อ ทำไมถึงไม่บอกกันดีๆ หรือว่าเกลียดเธอมากถึงพูดดีๆกับเธอไม่เป็น
ทั้งสองปะทะคารมกันอีกเช่นเคย เธอไม่อยากทะเลาะด้วยจะเดินเข้าบ้าน แต่เขาตามติด อ้างจะมาเอาเสื้อสูทคืน เธอจะซักให้ก่อนแล้วจะคืนให้พอดีมันเปื้อนเลือด ทิวเห็นเธอบาดเจ็บสงสารจับใจ หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเลือดให้ ถามอย่างอ่อนโยนว่าเจ็บไหม หญิงสาวถึงกับปล่อยโฮ ทิวดึงเธอมาซบอก
“นายคงไม่เชื่อว่าฉันไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา ถ้าฉันอยากเป็นภรรยาคุณเทพมากขนาดนั้น ฉันจะทนถูกทำร้ายอยู่แบบนี้ทำไม” เธอพูดจบสะอื้นจนตัวโยน พยายามดันตัวออก แต่เขาจับเธอมาซบอกเหมือนเดิม
“อยากร้องไห้ก็ร้องซะ อย่าไปใช้น้ำตากับคนที่เขาไม่รู้เท่าทันคุณ ผมไม่อยากให้ใครตกเป็นเหยื่อของคุณอีก”
“แล้วนายไม่กลัวจะตกเป็นเหยื่อของฉันหรือไง”
“น้ำตาของเธอไม่ทำให้ฉันใจอ่อน...มั่นใจได้เลย” เขาอยากจะลูบผมเธอ แต่ไม่กล้า ได้แต่ปล่อยให้เธอซบอกร้องไห้อยู่อย่างนั้น เสกสรรแอบมองอยู่ ทนไม่ได้ ปรี่เข้าไปดึงเธอออก แล้วชกหน้าทิวเปรี้ยงลงไปกองกับพื้น หญิงมานศรีต่อว่าว่าทำไมต้องทำแบบนี้ เสกสรรอยากจะมาเตือนสติเธอว่าทิวเป็นคนที่ไว้ใจไม่ได้
“แล้วหญิงควรจะไว้ใจเสกงั้นหรือ”
“อย่างน้อยผมก็ไม่เคยคิดทำร้ายคุณหญิง”
“เสกไม่เคยคิด แต่เสกทำ...เสกทำให้หญิงเสียใจมากมาแล้ว ลืมไปแล้วหรือ”
เขาจำได้ไม่เคยลืม ถึงได้มาเพื่อขอโอกาส ขอเวลาแก้ตัวใหม่ เธอไม่มีเวลาให้เขาแก้ตัวอีกแล้ว เราสองคนจบกันแล้ว เขาไม่ยอมจะขอกลับมาคืนดีให้ได้ เธอไม่สนใจ ถ้าเขาอยากจะกลับไปฟ้องแม่ก็เชิญ
“คุณหญิงดูถูกผม”
“เกลียดหญิงได้หรือยัง เกลียดพอที่จะทำให้เสกไปจากชีวิตของหญิงได้หรือยัง ไปให้พ้นเลยนะ...ไปให้หมด” เธอกวาดตามองไปที่ทิว แล้วเดินเข้าบ้านน้ำตาซึม ทิวลุกขึ้นมองหน้าเสกสรรอย่างเอาเรื่อง
“ถ้าคุณต่อยผมอีกครั้งเดียว ผมไม่ปล่อยคุณกลับกรุงเทพฯแบบมีลมหายใจแน่ คุณเสกสรร...”
ในเวลาเดียวกัน ที่คฤหาสน์ของเทพ ผ่องทิพย์ถูกเทพตบหน้าคะมำ ท่ามกลางสายตาของพวงทองและขวัญตา พวงทองจะเข้าไปช่วยน้องสาว เธอกลับปัดมือออก บอกเสียงกร้าวว่าวันนี้เธอต้องเคลียร์กับคุณเทพให้รู้เรื่อง ยื่นคำขาด ถ้าเขาเลือกหญิงมานศรีก็จะไม่มีเธอ เทพยิ้มแสยะ ผายมือให้
“เชิญ...อยากไปก็ไป อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาก็ดีแล้ว ทุกคนในนี้ฟังเอาไว้ ใครที่รู้สึกอึดอัดใจมากจนไม่อยากจะอยู่กับฉัน...โน่น...ประตู เชิญออกไป...แต่... ขอบอกก่อนนะ จะไปก็ไปแต่ตัว อย่าได้เอาอะไรที่เป็นของฉันออกไปแม้แต่ชิ้นเดียว ไม่งั้น ฉันจะตามล่าเอาคืนเป็นร้อยเท่า” คำพูดของเขาทำเอาทุกคนถึงกับอึ้ง
“จะเก็บเอาไว้ใส่พานถวายนังคุณหญิงนั่นคนเดียวหมดเลยหรือไง ไม่ยุติธรรม”
สิ้นเสียงขวัญตา เทพตบเธอหน้าหัน แล้วปราดเข้าไปขยำคอพวงทองที่มองมาด้วยสีหน้าเฉยชา ถามเสียงเหี้ยมว่าอยากจะไปจากเขาด้วยหรือเปล่า เธอรับคำ แล้วแกะมือเขาออก เดินกลับห้องสีหน้ามั่นคง ขวัญตาได้แต่เก็บความแค้นเอาไว้ในใจ ขณะที่ผ่องทิพย์สติแตกส่งเสียงร้องกรี๊ดราวกับคนบ้า
ooooooo
หลังเหตุการณ์เมื่อคืน หญิงมานศรีแอบมานั่งหลบมุม ใจลอยสีหน้ามองเศร้า ทิวรู้เรื่องจากพิไลพรก็เป็นห่วง รีบตามมาดู เธอหันมาเห็นเขายืนมองอยู่นิ่วหน้าสงสัยมาที่นี่ทำไม ทิวกลบเกลื่อนว่าจะมาทวงเสื้อสูทคืน เธอยังคืนให้เขาตอนนี้ไม่ได้เพราะยังไม่ได้ซัก กลับถึงบ้านแล้วจะซักให้
“หยิบโหย่งแบบนี้ ทำเป็นด้วยหรือ”
“อย่าตัดสินคนง่ายๆได้มั้ย ตอนเรียนที่อังกฤษ ฉันอยู่หอพักต้องทำทุกอย่างเอง ไม่มีใครคอยดูแล”
“เหรอ...ก็ยังถือว่าสบายเพราะที่บ้านคงส่งเงินให้ใช้เต็มเหนี่ยว เลยจมไม่ลง” ทิวยิ้มเย้ย แต่แล้วต้องหุบยิ้มเมื่อเธอเล่าให้ฟังว่า อยู่ที่นั่นเธอทำงานพิเศษเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหาร ไม่ได้สบายอย่างเขาคิด ถ้าสัมภาษณ์เสร็จเชิญกลับไปได้แล้ว เธอขี้เกียจต่อปากต่อคำกับคนปากเสีย
“ไปด้วยกันไหมล่ะ” เขาเห็นเธอทำท่าไม่ไว้วางใจ จะเดินหนีรีบคว้ามือไว้ “ไปเถอะน่า...วันนี้วันหยุด ผมอนุญาตให้ไปเที่ยว” แล้วลากเธอตัวปลิวไปที่รถของเขา หญิงมานศรีขืนตัวไว้ เขาอุ้มเธอโยนลงบนเบาะรถอย่างแรง เธอตัดพ้อ วางเบาๆไม่เป็นหรือ เขายินดีจัดให้ แล้วอุ้มเธอขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะวางลงอย่างเบามือ เธอถึงกับหวั่นไหวกับความอ่อนโยนที่เขาแทบไม่เคยมีให้เห็น
“วันนี้ผมจะไถ่โทษให้คุณแทนพี่ผ่อง ที่ทำคุณเจ็บด้วยการพาไปเที่ยวหนึ่งวัน อยากไปไหน...ขอให้บอก”
“จะไปรู้เหรอ ฉันไม่รู้จักแถวนี้...อยากพาไปไหนก็พาไปสิ” เธอตีหน้าขรึม วางฟอร์มเหมือนไม่อยากไปทิวรู้ทัน มองยิ้มๆ ก่อนจะขึ้นไปประจำตำแหน่งคนขับ แล้วขับกระชากออกไปอย่างรวดเร็ว...
ในขณะที่หญิงมานศรีแอบดีใจที่จะได้ไปเที่ยวเล่นคลายความเครียด พวงทองกำลังเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทาง เทพงัวเงียลุกขึ้นมาเห็น ถามเสียงเข้มว่าจะไปไหน
“ไปจากที่นี่ค่ะ...คุณบอกไว้เมื่อคืน ลืมแล้วหรือคะ ใครอยากจะไปก็ไป”
ที่เขาพูดเมื่อคืนไม่ได้หมายถึงเธอ ไล่เฉพาะผ่องทิพย์กับขวัญตาเท่านั้น เธอไม่เข้าใจ เขาจะเก็บเธอไว้ทำไม คนรับใช้ก็มีแล้ว คนรองรับความใคร่ เขาจะหาเมื่อไหร่ก็ได้ เขายืนยันไม่ให้เธอไปไหนเด็ดขาด แล้วผลักเธออย่างแรงจนล้ม ขู่ ถ้าเธอไปจากที่นี่เขาจะฆ่าทิ้ง พวงทองไม่สน ลุกขึ้นไปหยิบกระเป๋าเดินทางจะไป
“และฉันก็จะฆ่าไอ้ทิวด้วย...ฉันทำได้ทุกอย่างเพื่อให้เธออยู่กับฉัน พวงทอง” เทพสีหน้าเอาจริงจนเธอชะงัก จำใจต้องอยู่ที่นี่ต่อไป แต่ขอให้เขาจำไว้ด้วยว่า
เขากักขังเธอได้เพียงแค่ตัว หัวใจของเธอเป็นอิสระจากพันธนาการที่เขาพยายามยัดเยียดให้ เทพยิ้มอย่างผู้ชนะ
“ฉันไม่แคร์...ฉันจะไม่หาที่รองรับความใคร่ที่ไหน... เพราะฉันมีเธอ” เขาพูดจบคว้าตัวเธอมาจูบอย่างไม่ปรานี ปราศรัย พวงทองหลับตานิ่ง ปล่อยให้น้ำตาไหลเป็นทาง
ooooooo
ทิวพาหญิงมานศรีมาเที่ยวชมดอกไม้บานสะพรั่งเต็มท้องทุ่ง เธอสนุกสนานกับการเก็บดอกไม้ไว้เต็มมือ เขากลัวดอกไม้จะช้ำ เทของกระจุกกระจิกในตะกร้าหวายที่อยู่ในรถทิ้ง แล้วเอาตะกร้าไปให้เธอใส่ดอกไม้
“ขอบใจนะ นายนี่ อ่อนโยนกับดอกไม้ แต่ชอบทำตัวกักขฬะกับคนนะ”
“จะเอาไม่เอา” ทิวดึงตะกร้าคืน
“เอาสิ...พูดความจริงแค่นี้ ทำเป็นรับไม่ได้” เธอเห็นเขาเริ่มคิ้วขมวดจนเกือบจะผูกเป็นโบว์ได้ รีบบอก “อ่ะ...ล้อเล่นก็ได้ นายอ่อนโยนกับทุกอย่างบนโลกนี้ แต่นายเป็นคนปากแข็ง ชอบแสดงออกตรงกันข้ามกับความรู้สึก...อ๊ะ...อย่าบอกนะว่าฉันพูดถูก”
“ถูกเถิกอะไร...เธอไม่ใช่คนเก่งขนาดนั้นหรอก...
เอาไป” พูดจบเขายัดตะกร้าให้ เธอรับแทบไม่ทัน มอง ตามเขากลับไปที่รถด้วยรอยยิ้ม...
หญิงมานศรีชมดอกไม้เพลินปล่อยให้ทิวนั่งคอยจนหลับคารถ เธอแกล้งเอาดอกหญ้าเขี่ยจมูกจนเขาจามฟิดๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นเธอยืนยิ้มยั่ว เขาทำหน้าเหมือนยักษ์แยกเขี้ยวยิงฟันขู่ เธอถึงกับหัวเราะก๊าก
“ไปใช้มุกนี้กับเด็กอนุบาลเถอะ ไม่ได้น่ากลัวเลย” เธอแลบลิ้นใส่แล้ววิ่งหนี ทิวไล่ตามเข้าไปในทุ่งดอกไม้แล้วรวบตัวเธอไว้ จัดการลงโทษแบบที่เด็กอนุบาลสมควรจะโดน อุ้มเธอพาดไหล่แล้วตีก้น
“ว้าย...นายทิว ปล่อยฉันลง...ฉันไม่ชอบนะ”
“ไม่ชอบก็บอกดีๆ ไม่งั้นตี” เขาตีก้นเธอซ้ำ คราวนี้เธอออดอ้อนเสียงหวาน ขอร้องให้ปล่อยเธอลง เขาสั่งให้เธอขอโทษที่หัวเราะเยาะเขาด้วย
“ฉันขอโทษ...ปล่อยฉันลงเถอะนะ เลือดตกหัวแล้ว ฉันมึนหัว” เธอเสียงอ่อย
ทิวหลงเชื่อรีบปล่อยเธอลงด้วยความเป็นห่วง พอรู้ว่าโดนหลอก เลยแกล้งเธอกลับไปบ้าง เรียกเธอว่ายัยมาร หญิงมานศรีงอนเดินหนี เขาคว้ามือเธอไว้ดึงเข้ามาหา เธอไม่ทันตั้งตัวเสียหลักเซซบอกเขาพอดี ทั้งคู่สบตากันลึกซึ้ง หญิงสาวเขินหน้าแดง ขอร้องให้ปล่อย เขาจะปล่อยแต่เธอต้องหายงอนเสียก่อน
“หายก็ได้”
“พูดดีๆ” ทิวไม่วายยียวน
“หายแล้วค่ะ...ปล่อยเถอะนะ” น้ำเสียงออดอ้อนของเธอทำให้เขาใจแทบละลาย สุขใจอย่างบอกไม่ถูก
ooooooo
ครู่ต่อมา ทิวขับรถมาจอดหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งบรรยากาศร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาพรรณ หญิงมานศรีจะลงจากรถแต่เขาร้องห้าม แล้ววิ่งอ้อมมาเปิดประตูรถให้ เธอลงจากรถมองเขาอย่างแปลกใจ
“มองอะไร” ชายหนุ่มแกล้งทำเสียงเข้ม
“นายแสดงความเป็นสุภาพบุรุษโดยที่ฉันไม่ได้ร้องขอ และในบางเวลาที่นายไม่ได้สวมหน้ากากยักษ์ ฉันก็เห็นว่านายอ่อนโยน...ทำไมต้องทำตัวดุร้าย ปกปิดตัวตนของตัวเอง”
“จะอยากรู้ไปทำไม ไปกินข้าว หิวแล้ว” เขาเดินหนี ไม่ยอมตอบ เธอไม่ละความพยายามตามไปติดๆ
“แสดงว่านายไม่ปฏิเสธว่าเป็นอย่างที่ฉันพูดจริงๆ”
ทิวต่อรอง จะตอบคำถามที่เธออยากรู้ ถ้าเธอยอมบอกเขาก่อนว่าอะไรทำให้เธออยู่ที่นี่ หญิงมานศรีตัดพ้อว่าเขามีคำตอบในใจอยู่แล้วไม่ใช่หรือ เขาพยักหน้ารับแต่ตอนนี้รู้แล้วว่านั่นไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง เธอชั่งใจว่าจะบอกความจริงให้เขารู้ดีหรือไม่ แต่สุดท้ายแล้ว กลับเป็นทิวที่ยอมเปิดเผยความจริงที่อยู่ในใจออกมาก่อน
“ผมเชื่อว่าที่ครอบครัวของผมต้องล่มสลายและการที่ขวัญตาทิ้งผมไป เป็นความตั้งใจของไอ้เทพ เพราะคนอย่างมันไม่เคยพอ เต็มไปด้วยกิเลส อยากได้อยากมี อยากเป็นจนทำได้ทุกอย่างซึ่งคุณอาจจะไม่เชื่อผม”
“เรื่องนั้นให้ฉันตัดสินใจเองได้ไหม”
“ตามใจ...แล้วคุณล่ะ ไม่คิดจะหวั่นไหวกับไอ้เทพหรือแฟนเก่าของคุณบ้างหรือไง มันอาจจะช่วยกู้ฐานะของคุณขึ้นมาได้ ยอมๆไปเถอะ” ทิวแนะ เธอขอเป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้เองอีกเช่นกัน เขาเหน็บว่าเอาแต่ใจตัวเอง
“ใช่...ฉันต้องคำนึงถึงหัวใจของตัวเอง ฉันไม่ยอมรับวิธีที่ต้องขายศักดิ์ศรีตัวเอง แต่งงานกับใครก็ได้เพราะเงิน แต่ปราศจากความรักและศรัทธาในคนคนนั้น... คุณเทพ ฉันไม่เคยรักเขา ส่วนเสก ฉันรักเขาแต่ความรักนั้นก็หมดไปพร้อมกับความสิ้นศรัทธา เพราะเสกไม่เคยสู้เพื่อความรักของเราเลย และเสกก็จะไม่มีวันเปลี่ยนตัวเองได้”
“แต่เธอยอมมาอยู่ใกล้ไอ้เทพ ผู้ชายที่อันตรายที่สุดในโลกสำหรับผู้หญิง”
“เพราะฉันไม่อยากขัดใจหม่อมแม่ที่ยังมีศรัทธาในตัวคุณเทพ และการที่ฉันยังอยู่ใกล้เขาก็เพื่อทำให้หม่อมแม่เห็นว่า...ท่านศรัทธาคนผิด”
ทิวมองสบตาเธอ ก่อนจะถามน้ำเสียงจริงจังว่าเชื่อเขาไหม เธอตัดพ้อขนาดนี้แล้วยังจะให้ตอบอีกหรือแล้วตัดบทชวนเขาไปกินข้าว เธอหิวแล้ว ท้องของเธอส่งเสียงประท้วงดังลั่น ทั้งคู่พากันขำกลิ้ง...
หลังจากกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย ทิวพาหญิงมานศรีแวะเที่ยวน้ำตก ทั้งสองเดินกินลมชมวิวด้วยหัวใจเปี่ยมสุข นี่เป็นครั้งแรกที่เขายิ้มออกมาจากหัวใจได้เต็มที่ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ร้ายๆขึ้นกับครอบครัว และเป็นครั้งแรกของเธอเช่นกันที่รู้สึกอบอุ่นมีความสุขและปลอดภัยเมื่อมีเขาอยู่ใกล้ๆ...
บ่ายคล้อยมากแล้วตอนที่ทิวพาหญิงมานศรีมาส่งที่หน้าบ้านพักพนักงาน เธอหยิบมาลัยดอกไม้ที่ร้อยด้วยมือตัวเองให้เขาเป็นการขอบคุณที่พาเธอเที่ยวอย่างมีความสุขที่สุดนับตั้งแต่ท่านพ่อของเธอจากไป เขาหยิบก้อนหินก้อนหนึ่งจากกระเป๋าเสื้อส่งให้เธอเป็น การตอบแทน
“หินที่น้ำตก เห็นมันสวยดี เลยเก็บมาให้”
“ฉันไม่รับ...ถ้ามีคนคิดเหมือนนายกันหมด น้ำตกก็จะไม่เหลือหินสวยๆแบบนี้ให้คนได้ชื่นชมอีก...เอากลับไปวางที่เดิมเถอะนะ”
“คุณพูดจริงหรือ”
“เห็นฉันเคยพูดเล่นกับนายหรือไง ถ้าไม่อยากให้ฉันเกลียดนายมากกว่านี้ ก็เอาหินก้อนนี้ไปวางไว้ที่เดิม รู้เรื่องนะ” หญิงมานศรีว่าแล้วแกล้งเดินเชิดเข้าบ้าน ทิวมองตามยิ้มๆ
“ถึงมันจะเป็นมารยาเล่มที่เท่าไหร่ของเธอก็ไม่รู้ แต่มันก็...โอเคนะ...ไป เจ้าก้อนหิน กลับไปอยู่ในที่ของแก...คุณหญิงสั่ง” เขาเก็บก้อนหินใส่กระเป๋า แล้วกลับไป หญิงมานศรีแอบมองตามใบหน้าเปื้อนยิ้ม มีความสุขมากที่สุด ตั้งแต่ก้าวเข้ามาอยู่ในอาณาจักรทัดเทพแห่งนี้...
ทิวกลับถึงบ้านด้วยรอยยิ้มพร้อมกับพวงมาลัยดอกไม้ฝีมือหญิงมานศรีในมือตัวเอง แต่แล้วต้องหุบยิ้ม สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังเมื่อเข้มเข้ามารายงานว่า ถึงเวลาแล้ว ครู่ต่อมา ทิว เข้ม ชายธีรพล และพิไลพรมาถึงหน้าบ้านหลังหนึ่งซึ่งเป็นที่ซ่อนตัวของลุงมิตรหรือชายแก่พิการกับวิวัฒน์ จังหวะนั้น วิวัฒน์วิ่งหน้าตื่นเข้ามา
“นาย...เร็วเข้า...ลุงแกปวดหัวใหญ่แล้วครับ”
ทุกคนพากันตกใจ รีบเข้าไปข้างใน โดยไม่มีใครทันสังเกตเห็นล้วนกับสมุนแอบสะกดรอยตามมา ล้วงหยิบมือถือขึ้นมาโทร.รายงานนายใหญ่ทันที
“พวกมันพากันมาที่นี่...พาไอ้หมอนั่นมาด้วย อาจจะเป็นที่นี่ก็ได้ครับนายใหญ่...เอาไงต่อครับ”
“เก็บมันให้หมด” เทพสั่งเสียงเฉียบ ก่อนจะวางสาย แล้วหันไปมองรูปภาพของทัดด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม “จะต้องไม่มีใครรอดชีวิตมาทำลายความสุขของฉัน...ได้ยินไหมพี่ทัด”
ooooooo
ชายแก่ปวดหัวอย่างหนักจนหมดสติ ชายธีรพลตรวจอาการทั่วไปแล้วลงความเห็นว่าสุขภาพของแกยังแข็งแรงดี แต่อาการทางสมองเขาไม่แน่ใจ ต้องพาไป รพ.เพื่อสแกนดู ทิวค้านทันทีว่าไม่ได้ ที่นั่นไม่ปลอดภัย
“แล้วอยู่ที่นี่ แบบนี้คุณคิดว่าปลอดภัยหรือดีกว่ายังไง”
สิ้นเสียงชายธีรพล ประตูบ้านเปิดผลัวะ ไอ้โม่งสองคนถือปืนเล็งเข้ามาจะยิง แต่ยังไม่ทันเหนี่ยวไก ทิวกับเข้มถีบบานประตูใส่พวกนั้นผงะหงายหลัง แล้วตามออกไปเตะปืนในมือกระเด็น ทิวตะโกนสั่งให้วิวัฒน์พาทุกคนหนีไปก่อน วิวัฒน์กับชายธีรพลช่วยกันพยุงปีกชายแก่ที่สลบไสลหลบออกทางหลังบ้าน โดยมีพิไลพรรีบเก็บอุปกรณ์ทางการแพทย์วิ่งตามไปติดๆ จนกระทั่งถึงรถกระบะ จึงจับชายแก่วางไว้กระบะท้าย
จากนั้น ชายธีรพลขึ้นประจำที่นั่งคนขับ พิไลพรวิ่งไปนั่งเบาะข้างๆ ขณะที่วิวัฒน์คอยดูแลชายแก่อยู่ด้านหลัง ล้วนสวมหมวกไอ้โม่งไล่ตามมายิงเปรี้ยงๆๆ แต่พลาดเพราะรถแล่นออกไปเสียก่อน เสียงปืนทำให้ชายแก่หรือลุงมิตรได้สติ ลืมตาตื่นขึ้น พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในหัวของแก เป็นภาพตอนที่เทพกำลังใช้มีดกรีดใบหน้าของแกอย่างเลือดเย็น แกถึงกับร้องลั่น ก่อนจะหมดสติไปอีกครั้ง...
ด้านทิวกับเข้มต่อสู้กับสมุนทั้งสองของล้วนอย่างดุเดือด สมุนสู้ไม่ได้ถูกทิวเตะสลบคาเท้า ล้วนวิ่งตามมาสมทบ เล็งปืนหมายจะยิงคู่อริของเจ้านายใหญ่ แต่เขาเอาตัวสมุนเป็นโล่กำบัง แล้วคว้าปืนที่ตกอยู่ยิงโต้ตอบ กระสุนพลาดเป้าอย่างหวุดหวิด ทิวสั่งให้เข้มถอยแล้วตัวเองจะคอยยิงสกัดไว้ให้ จากนั้น สองเจ้านายกับลูกน้องพากันหนีรอดไปได้ ล้วนเจ็บใจมากที่งานล้มเหลวตามเคย รีบโทร.รายงานเทพ
ทันทีที่เทพรู้ว่าชายธีรพลกับพิไลพรอยู่ที่นั่นด้วย เดาได้ไม่ยากว่าหญิงมานศรีต้องรู้เรื่องนี้ รีบตรงไปยังบ้านพักพนักงาน ได้ยินเสียงเธอกำลังคุยมือถืออยู่กับพิไลพรพอดี
“ถูกตามล่าเหรอพร...ไม่มีใครเป็นอันตรายใช่ไหม...ดีแล้ว...แล้วคุณทิวล่ะ เป็นไงบ้าง”
“เดี๋ยวนี้เรียกคุณทิวแล้วหรือครับ...คุณหญิง” เทพประชดประชัน
เธอตกใจ พยายามคุมสติ พูดน้ำเสียงปกติ “พร...แค่นี้ก่อนนะจ๊ะ พอดีคุณเทพมา...แล้วเจอกัน” เธอวางสาย แล้วหันไปเผชิญหน้ากับเทพที่มองมาอย่างจับผิด แต่ไม่เห็นพิรุธอะไร นอกจากสีหน้าไม่พอใจที่เขาแอบฟังเธอคุยโทรศัพท์...
ทางฝ่ายทิวตัดสินใจซ่อนตัวชายแก่ไว้ที่บ้านของตนเอง เข้มกับชายธีรพลไม่เห็นด้วย อยู่ที่นี่ยิ่งใกล้พวกนั้นเข้าไปใหญ่ พิไลพรตามมาสมทบ แนะให้ทิวส่งชายแก่ไปรักษาที่กรุงเทพฯจะปลอดภัยกว่า
“เชื่อเราเถอะคุณทิว ผมจะดูแลเคสนี้เป็นพิเศษเอง” ชายธีรพลรับปากแข็งขัน
“ใช่ค่ะ ยิ่งตอนนี้คุณเทพไปหาคุณหญิงอาจจะต้องการซักเธอเกี่ยวกับเรื่องนี้ ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งไม่ปลอดภัย” คำพูดของพิไลพรทำให้ทิวไม่สบายใจ เกรงคุณหญิงจะเป็นอันตรายรีบผลุนผลันออกจากบ้าน
ooooooo
ในเวลาเดียวกัน ที่หน้าบ้านพักพนักงาน หญิงมานศรีต่อว่าเทพว่าเสียมารยาทที่แอบฟังตนคุยโทรศัพท์ส่วนตัว แล้วขอตัวเข้าบ้านเพื่อพักผ่อน กำลังจะปิดประตูบ้าน เขาเอาเท้าดันประตู แล้วคว้าข้อมือเธอไว้
“ที่นี่เป็นอาณาจักรของผม ผมมีสิทธิ์”
“แต่ไม่ใช่ที่ที่เป็นส่วนตัวของหญิงแบบนี้ กรุณาปล่อยมือค่ะ”
เทพรุกหนัก จะรู้ให้ได้ว่าเธอคุยอะไรกับพิไลพร แล้วทำไมต้องถามถึงทิวด้วย เธอตัดรำคาญ โกหกว่าคุยเรื่องทั่วไป ส่วนที่ถามถึงทิวเพราะคิดถึงเท่านั้นเอง แล้วขอร้องให้เขาปล่อยเธอได้แล้ว เขาหึงหน้ามืด
“ทำไม ผมไม่มีสิทธิ์แตะต้องตัวคนชั้นสูงอย่างคุณเลยหรือไง หรือว่ามีแค่คุณทิวเท่านั้นที่ทำได้”
เธอไม่พอใจสุดๆ ผลักเขาออก และจะลืมว่าเคยได้ยินคำพูดหยาบคายเหล่านี้จากปากของเขา เทพกลับบอกว่าไม่ต้องลืม ขอให้จำให้ขึ้นใจเลยว่าอีกไม่นานจากนี้ เขาจะเป็นคนที่ได้แตะต้องเธอแต่เพียงผู้เดียว แล้วเข้าประชิดตัว พร้อมกับเชยคางเธอขึ้นมา
“คุณหญิงรู้ดีว่าผมรู้สึกกับคุณหญิงยังไง และผมก็รู้ว่าจริงๆแล้วคุณหญิงเองก็รู้สึกไม่แตกต่างจากผม แต่ทำเป็นยั่วให้ผมหึงใช่ไหม” เทพบ้าเข้าขั้น คิดเองเออเองฝ่ายเดียว เธอหมดความอดทนตบเขาหน้าหัน แทนที่จะรู้สึกตัว กลับทำให้อารมณ์ซาดิสต์ของเขาลุกโชน ตรงเข้าซุกไซ้ซอกคอเธอ พร่ำบอกว่ารักเธอมากแค่ไหน
“คุณเทพ...ปล่อยนะ...ปล่อย...ช่วยด้วย” เธอดิ้นสุดฤทธิ์
ทิวเข้ามาเห็นหญิงคนรักกำลังถูกศัตรูคู่อาฆาตกำลังปลุกปล้ำเข้าไปกระชากตัวไอ้เลวนั่นออก แล้วชัดกำปั้นเข้าเต็มหน้าจนเซถลาเป็นนกปีกหัก หญิงมานศรีโผกอดทิวด้วยความตกใจ เขาเองก็กอดเธอไว้อย่างห่วงหวง เทพยิ่งแค้น ประกาศลั่นว่าคุณหญิงรักตนไม่ใช่ทิว แล้วพุ่งเข้าใส่คู่อริอย่างบ้าคลั่ง ทิวจับเขาดันติดกำแพง
“ความรักไม่ได้แลกมาด้วยความเจ้าเล่ห์ กลโกง และเงินของแก”
“ไม่จริง...เงินซื้อได้ทุกอย่าง”
“งั้นตอบมาสิ...ใครบ้างที่กล้าพูดได้เต็มปากว่ารักแกที่หัวใจโดยไม่หวังอะไรตอบแทน...ตอบมา”
ทั้งคู่ผลัดกันรุกผลัดกันรับ เทพแค้นมาก อัดทิวไม่ยั้งจนเริ่มเสียเปรียบ หญิงมานศรีเห็นท่าไม่ดี ตะโกนขอความช่วยเหลือลั่น...
ขณะทิวกำลังเสียทีให้เทพ ที่คฤหาสน์ก็วุ่นวายไม่แพ้กัน ผ่องทิพย์กินยาฆ่าตัวตายนอนหายใจรวยริน พวงทองพยายามเขย่าให้รู้สึกตัวแต่เธอนอนนิ่ง บุญปลูกใจเสียยืนตัวสั่นไม่รู้จะทำอย่างไรดี พวงทองสั่งให้เธอไปบอกคนรถให้เอารถออก ขวัญตาได้ยินเสียงเอะอะเข้ามาเห็นสภาพของผ่องทิพย์แล้วยืนมองอย่างสะใจ
“ขวัญตา ไปบอกคุณเทพว่าคุณผ่องแย่แล้ว”
“คิดหรือว่าคุณเทพจะสนใจ” ขวัญตาลอยหน้าเถียงน่าตบ
“สนใจหรือไม่สนใจก็ต้องบอก...ไปสิ” พวงทองเอ็ดตะโรลั่น เธอไม่กล้าขัด เดินหน้าหงิกออกไป
ooooooo
เทพกับทิวยังคงต่อสู้กันอุตลุด หญิงมานศรีพยายามขอร้องให้หยุดสู้กันได้แล้ว แต่ทั้งคู่กลับพุ่งเข้าชกต่อยกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ขวัญตาวิ่งเข้ามาตะโกนลั่น
“นังผ่องทิพย์มันกินยาฆ่าตัวตาย”
ทิวหยุดกึก เป็นห่วงพี่สาวรีบวิ่งไปยังคฤหาสน์ เจอพิไลพรสวนทางมาพอดี รีบฝากฝังให้ช่วยดูแลคุณหญิงให้เขาด้วย อย่าทิ้งไปไหนเด็ดขาด เธอรับคำงงๆ จังหวะนั้น หญิงมานศรีวิ่งเข้ามาหา โดยมีเทพกับขวัญตาเดินตาม เมียเบอร์สามของเทพไม่พอใจที่ผัวตัวเองยังมองหญิงมานศรีอย่างโหยหาโวยลั่น
“จะไม่ไปดูใจมันก่อนตายสักหน่อยหรือคะ แค่คำอำลาสั้นๆก็ยังดี ในฐานะที่เคยเป็นผัวเมียกัน”
เทพตัดใจผละจากไป ขวัญตาหันมองหญิงมานศรีด้วยสายตากร้าว ประกาศลั่นว่าจะไม่ยอมโง่หรือตกเป็นเหยื่อของชะตากรรมแบบผ่องทิพย์เด็ดขาด พิไลพรมองตามขวัญตาจากไปอย่างหวั่นใจ ก่อนจะหันมามองคุณหญิงของตัวเองด้วยความเป็นห่วง
“หญิงจะรอคุณทิวกลับมา หญิงมีบางอย่างต้องบอกเขา” เธอสีหน้ามุ่งมั่น...
ผ่านไปพักใหญ่กว่าทิวจะกลับถึงบ้าน ทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดเรี่ยวแรง อารามเหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจลืมนัดกับหญิงมานศรีไปสนิท เข้มกับวิวัฒน์เข้ามาถามด้วยความเป็นห่วงว่าคุณผ่องเป็นอย่างไรบ้าง ทิวถอนใจก่อนจะตอบว่าหมอล้างท้องให้แล้ว ร่างกายปลอดภัยดีแต่จิตใจแย่ คงต้องนอน รพ.อีกหลายวัน
“เฮ้อ...อะไรน้า ทำให้คนเราคิดสั้น กล้าปลิดชีวิตตัวเอง” เข้มสลดใจ
“ความโง่ไม่รักตัวเองไง กว่าจะเกิดเป็นคน พ่อแม่ เลี้ยงจนโตไม่ใช่เรื่องง่าย ทำแบบนี้อกตัญญูพ่อแม่จริงๆ”
“แต่นั่นก็พี่สาวแท้ๆนะครับนาย” เข้มติง ทิวเห็นว่าเป็นพี่สาวถึงได้กล้าด่า ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงไม่พูดให้เปลืองน้ำลาย แล้วตัดบทถามถึงชายแก่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง จังหวะนั้น ชายแก่เดินเข้ามาพอดี เห็นทิว ร้องทักราวกับคุ้นเคยกันมานาน ทั้งสามคนตกใจที่แกเรียกชื่อทิวได้อย่างถูกต้องและสนิทสนม...
ขณะที่ความจำของชายแก่เริ่มกลับมา หญิงมานศรียังคงรอทิวอยู่หน้าบ้านพักพนักงานอย่างกระวนกระวายใจ ในที่สุดตัดสินใจไม่รอ จะไปหาเขาเอง พิไลพรทักท้วงว่ามืดแล้ว รอที่นี่น่าจะดีกว่า เราโทร.หาเขาแล้วเดี๋ยวคงจะมา เธอร้อนใจรอไม่ไหว สิ่งที่เธอจะบอกเขาอาจจะช่วยอะไรเขาได้บ้าง
พิไลพรอดแปลกใจไม่ได้ ทำไมเธอถึงเปลี่ยนใจกลับมาช่วยเหลือทิว ทั้งๆที่เมื่อก่อนหน้าเขายังแทบไม่อยากจะมอง แถมยังเข้าข้างเทพจนออกนอกหน้า หญิงมานศรีมั่นใจแล้วว่าเทพต่างหากที่เป็นซาตาน ที่สำคัญเธออยากช่วยทิวให้กอบกู้เกียรติยศและศักดิ์ศรีของเขาคืนมา
“ไม่ใช่อยากจะช่วยเพราะรักหรือคะ”
“พร...อย่าล้อหญิงเล่นแบบนี้” หญิงมานศรีอายหน้าแดง พิไลพรไม่ได้ล้อเล่นและก็ไม่เห็นมีอะไรเสียหายทิวเองก็ดูจะรักคุณหญิงเช่นกัน เธออ้าปากจะเถียงว่าไม่จริง พิไลพรรีบตัดบท
“ไปค่ะ...คุณหญิงอยากไปไหน พรไปด้วย” เธอคว้ามือคุณหญิงที่ยิ้มเขินๆออกไป สองสาวไม่ทันเห็นสมุนของล้วนซึ่งซุ่มดูอยู่โทร.รายงานลูกพี่ว่ามีการเคลื่อนไหว ล้วนสั่งให้ตามต่อไปเผื่อพวกเธอจะพาไปพบชายแก่
ooooooo
ที่บ้านของทิว ชายแก่ลูบใบหน้าทิว แล้วบอกว่าเขาคือลุงมิตรจำได้หรือเปล่า ทิวทั้งตื่นเต้นทั้งตกใจ หมดข้อสงสัยแล้วว่าทำไมชายแก่ถึงได้คุ้นหน้านัก ร้องถามด้วยความดีใจว่าความจำของลุงกลับคืนมาแล้วใช่ไหม ลุงมิตรจำได้แล้วว่าตัวเองเป็นใคร จำหน้าทิวได้ พูดได้แค่นั้น อาการปวดหัวกำเริบอีกร้องโอ๊ยลั่น
“ลุง...เป็นไงบ้าง...ไอ้เข้ม ไอ้วัฒน์พาลุงมิตรเข้าไปพักก่อน”
เข้มกับวิวัฒน์รีบประคองลุงมิตรเข้าข้างใน ทิวตามไปดูด้วยความเป็นห่วง หลังจากกินยาไปได้สักพัก ลุงมิตรหลับไปอีกครั้ง ทิวเริ่มมีความหวังแม้ความจำของแกยังกลับมาไม่หมด แต่อย่างน้อยก็เริ่มจำอะไรได้บ้าง
“แล้วอย่างนี้ ต้องพาไปรักษาที่กรุงเทพฯ อีก หรือเปล่าครับนาย” เข้มอดเป็นกังวลไม่ได้
“ค่อยปรึกษาหมอธีอีกที” ทิวเพิ่งนึกได้ว่านัดหญิงมานศรีไว้ “...ไอ้วัฒน์เฝ้าลุงมิตรไว้ นี่ปืน...ไว้ ป้องกันตัว จำไว้ว่าทั้งเอ็งและลุงมิตรห้ามโผล่ออกไปนอกบ้านเด็ดขาด อย่าลืมล็อกประตูดับไฟให้หมดทำเหมือนไม่มีคนอยู่...ไอ้เข้ม...ไปกับฉัน” เขาพูดจบ เดินลิ่วออกจากบ้าน...
อีกมุมหนึ่งของอาณาจักรทัดเทพ หญิงมานศรีกับพิไลพรเดินฝ่าความมืดมาได้แค่ครึ่งทาง เสกสรรโผล่มาจากไหนไม่รู้คว้าข้อมือคุณหญิงไว้ ลากออกไปทันที พิไลพรรีบตามไปรั้งมือเธออีกข้าง ร้องบอกให้เขาปล่อย
เสกสรรไม่ยอม ทางเดียวที่จะไล่เขาออกจากชีวิตคุณหญิงคือต้องฆ่าเขาให้ตาย หญิงมานศรีขอร้องให้เขาเลิกยุ่งกับเธอได้แล้ว เธอหมดรักเขามานานแล้ว เขาพยายามง้อสุดฤทธิ์ แต่เธอยืนกรานคำเดิม เขาหมดสิ้นหนทางถึงขนาดคุกเข่าอ้อนวอนขอให้เธอกลับมารักเขาอีกครั้ง หรือถ้าจะให้กราบเพื่อทำให้เธอใจอ่อนเขาก็ยอม
“จะให้หญิงกลับไปรักผู้ชายที่สิ้นท่า ทำได้แม้กระทั่งกราบขอหัวใจจากผู้หญิงที่ไม่ได้รักตัวเองแล้วงั้นหรือ...เสกมองหญิงผิดไปนะ”
“บอกผมสิว่าคุณหญิงรักใคร ไม่อย่างนั้น ผมไม่มีทางเชื่อว่าคุณหญิงหมดรักผมแล้ว...บอกผม”
เธอหมดความอดทน ต้องการให้เขาตัดใจจากเธอให้ได้ ประกาศลั่นว่า “หญิงรักคุณทิว...ได้ยินไหม หญิงรักเขา ต่อให้เขาจะทำร้ายหญิงขนาดไหนหญิงก็รักเขา หญิงรักเขา...ได้ยินหรือยัง” เธอหันหลังจะกลับต้องตกใจที่เห็นทิวยืนอยู่ และได้ยินความในใจที่เธอเก็บไว้มานาน เสกสรรหัวใจสลายเดินคอตกกลับไป ทิวค่อยๆเดินเข้ามาหาหญิงสาวโดยมีเข้มกับพิไลพรยืนลุ้นเอาใจช่วยทั้งคู่อยู่ห่างๆ หญิงมานศรีไม่กล้าสบตาด้วย
“เอ่อ...ฉัน...พูดเพื่อให้เสกตัดใจจากฉัน...นายมาก็ดีแล้ว ฉันมีเรื่องจะบอก” เธอทำเฉไฉ พิไลพรกับเข้มมองหน้ากันอย่างเสียดาย ขณะที่ทิวใจแป้ว ตกลงที่เธอประกาศเมื่อครู่คืออะไรกันแน่
ooooooo
ที่มุมหนึ่งของคฤหาสน์ทัดเทพ นายใหญ่ต่อยกระจกแตกกระจายระบายแค้นเมื่อล้วนเล่าให้ฟังว่าสมุนของเขาแอบได้ยินหญิงมานศรีบอกว่ารักทิว คำรามลั่น สองคนนั่นรักกันตั้งแต่ตอนไหน ทำไมตนถึงไม่รู้
“เอ่อ...นายใหญ่ครับ สำหรับเรื่องไอ้มิตร มันหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเลยครับ ลูกน้องผมย้อนกลับไปดูที่บ้านไอ้ทิวก็ไม่มี” ล้วนรีบเปลี่ยนเรื่องพูดเมื่อเห็นเทพเริ่มของขึ้น แต่ยิ่งเลี่ยงยิ่งเข้าตัว
“ล้วน...แกทำพลาดมากี่หนแล้ว...ตอบฉันซิ”
ล้วนก้มหน้านิ่ง ยังไม่ทันจะพูดอะไรมีเสียงพวงทองดังขึ้นเสียก่อน “เพราะโชคไม่มีวันเข้าข้างคนชั่วได้ทุกครั้ง คุณเป็นคนชั่วและเลวอย่างที่สุดคุณเทพ...
ลุงมิตรยังไม่ตาย คุณรู้ แต่ปกปิดเอาไว้ คุณมีส่วนทำให้พ่อแม่ฉันตายใช่ไหม...ฉันไม่น่า...” เธอหยุดพูดเพราะกลั้นสะอื้นไม่ไหว เทพโบกมือให้ล้วนออกไปแล้วเดินมาโอบเธอไว้
“พวงทอง ร้องไห้ทำไม”
เธอร้องไห้ให้กับความโง่เขลาของตัวเองที่ไม่เคยฟังสิ่งที่น้องชายพยายามบอกว่าเขาเลวแค่ไหน เทพทำเนียน หาว่าเธอฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียดแล้วมาปรักปรำเขา พวงทองไม่มีวันยอมโดนหลอกอีกต่อไปแล้ว ผลักเขาออก จะไปบอกเรื่องนี้กับทิว เขากระชากผมเธอไว้ แล้วซ้อมจนเธอสลบแน่นิ่ง...
ในเวลาต่อมา หญิงมานศรีเดินนำทิว เข้ม และพิไลพรมาที่บ้านพักพนักงาน เธอเล่าเรื่องที่เจอช่องลับหลังรูปภาพของทัดในห้องทำงานเทพให้ฟัง ตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีของสำคัญบางอย่างซ่อนอยู่
“นึกว่าอะไร...อาจจะเป็นตู้เซฟของมันก็ได้” ทิวไม่ค่อยใส่ใจเรื่องนี้นัก
“ก็ไม่แน่ และฉันจะต้องรู้ให้ได้” หญิงมานศรีสีหน้ามุ่งมั่น
ทิวไม่อยากให้เธอเสี่ยงอันตราย ควรอยู่ให้ห่างจากเทพไว้มากๆ จะให้ดีกลับกรุงเทพฯไปเลย เรื่องนี้ เขาจัดการเองได้ไม่จำเป็นต้องพึ่งเธอ หญิงมานศรีงง ทิวไม่พอใจเธอเรื่องอะไร
“ก็โกรธที่คุณหญิงปากแข็งบอกว่าไม่ได้รักคุณทิวไงคะ” พิไลพรโพล่งขึ้น แล้วหันไปชวนเข้มไปที่อื่น ปล่อยให้สองคนนี่เคลียร์ปัญหาหัวใจกันเองจะดีกว่า หญิงมานศรีไม่มีอะไรจะเคลียร์ด้วย
“แต่ผมมี” ทิวเสียงเข้ม แล้วเดินเข้าหา เธอไม่กล้าสบตาด้วยเกรงเขาจะเห็นความรู้สึกที่เธอมีต่อเขา
“อยากจะเคลียร์อะไรก็พูดมา”
เขาจับใบหน้าเธอให้มองสบตา อยากเห็นความรู้สึกที่แท้จริงของเธอว่าจริงๆแล้ว เธอรักหรือไม่รักเขากันแน่ หญิงสาวมองสบตาเขาด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความรักซึ่งเขาเองก็มองออก รู้ซึ้งแล้วว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเขา ค่อยๆก้มลงจูบเธออย่างแผ่วเบา ส่วนเธอรับจุมพิต นั้นอย่างเต็มใจ โลกทั้งใบราวกับมีเพียงเขาและเธอ
“คุณไม่ได้รักคุณเสกสรร คุณไม่ได้รักไอ้เทพ คุณพยายามช่วยเหลือผมเพราะคุณรักผม”
หญิงมานศรีสะบัดตัวออกจากเขา น้อยใจที่เขาไม่บอกรักเธอสักคำแล้วจะให้เธอบอกรักเขาก่อนได้อย่างไร ความทระนงในศักดิ์ศรีทำให้ต้องฝืนใจตัวเอง “ฉันไม่ได้รักนาย...ขอโทษนะ นายคงลืมไปว่าฉันเป็นใคร ฉันคือ ม.ร.ว.หญิงมานศรีโสภาคย์ นายควรจะให้เกียรติฉันบ้าง”
“มันสำคัญมากนักหรือ หัวโขนของคุณน่ะ”
“มันเป็นสิ่งที่แยกแยะฉันกับผู้หญิงดาษดื่นที่เคยผ่านมือนาย ฉันจำเป็นต้องรักษาเกียรติของฉัน ไม่ให้นายมาทำรุ่มร่ามตามใจ” เธอพูดจบ เดินหนี เพราะจนแล้วจนรอดเขาก็ไม่เอ่ยสักคำว่ารักเธอ
ooooooo
เทพขังพวงทองไว้ในห้องของเธอ โดยให้กลิ่นยกข้าวปลาอาหารเข้าไปให้ แต่เธอไม่แตะแม้แต่น้อย เขาจึงตามไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ขณะกำลังจะเปิดประตูห้องพวงทอง ขวัญตาปราดเข้ามาเกาะแขนยั่วยวนเต็มที่
“คุณเทพขา...วันนี้เป็นวันเกิดขวัญตา จำได้หรือเปล่าเอ่ย”
เขาจำไม่ได้ และไม่มีเวลาจะคุยด้วย รีบผลุบเข้าห้องปิดประตูตามหลัง เดินไปที่เตียงนอนซึ่งเขาล่ามโซ่พวงทองเอาไว้ ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอประชดประชันว่ายังไม่ตาย จะอยู่เพื่อประจานความชั่วของเขาและจะไม่ยอมกินหรือเสพอะไรที่มาจากเงินของเขาอีกเด็ดขาด เทพโกรธกระชากเธอลงจากเตียง
“...เตียงนี่เงินฉันไม่ต้องนอน...เสื้อผ้าพวกนี้ก็เหมือนกัน...ไม่ต้องใส่” เขากระชากเสื้อผ้าของเธอออกอย่างเคียดแค้น เธอได้แต่แน่นิ่งเฉยไม่โต้ตอบ...
ในขณะเดียวกัน ผ่องทิพย์กลับมาพักรักษาตัวต่อที่บ้าน ยังคงนอนหน้าซีดอยู่บนเตียง ใบหน้าเปื้อนไปด้วยน้ำตา น้อยใจที่เทพเข้าหาแต่พวงทองไม่แวะมาดูดำดูดีเธอบ้างเลย บุญปลูกไม่อยากให้นายสาวคิดมาก รักษาตัวให้หายก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากัน แล้วพยายามป้อนข้าวต้มให้ แต่เธอไม่ยอมกิน
“แกบอกว่าพี่พวงไม่ได้ออกจากห้องตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เกิดอะไรขึ้น”
บุญปลูกไม่ทราบเหมือนกัน เทพสั่งไม่ให้ใครไปพบพวงทองเด็ดขาด ยกเว้นกลิ่นที่ต้องคอยส่งข้าวส่งน้ำให้
“ฮึ...คงจะไปเย็นชาใส่คุณเทพจนเขาทนไม่ไหว สั่งขังลืม...ก็ดี จะได้จัดการคนอื่นได้โดยที่ฉันไม่ต้องรู้สึกผิด ถ้าต้องทำอะไรพี่สาวตัวเอง” ผ่องทิพย์เจ็บเจียนตายยังไม่วายคิดกำจัดคนอื่น บุญปลูกได้แต่ส่ายหน้าระอา...
ฝ่ายหญิงมานศรียังไม่ละความพยายามที่จะรู้ให้ได้ว่าช่องลับหลังรูปภาพของทัดคืออะไร จึงวางแผนให้พิไลพรหาทางดึงความสนใจจากเทพ ส่วนเธอแวะไปที่ทำงานของเขา อ้างกับสร้อยเพชรเลขาฯหน้าห้องว่าจะขอเข้าไปรอพบเทพในห้องทำงาน สร้อยเพชรไม่ค่อยชอบใจนักแต่ไม่กล้าขัด
ทันทีที่หญิงมานศรีเข้าห้องทำงานของเทพจัดแจงปิดประตูล็อกกลอน รีบตรงไปที่รูปภาพของทัด ปลดออกจากผนัง เผยให้เห็นช่องลับที่มีลักษณะเหมือนตู้เซฟเล็กๆ เธอถึงกับกุมขมับไม่รู้จะเปิดอย่างไร ระหว่างนั้น มีเสียงลูกบิดประตูห้องขยับ เธอรีบเอารูปแขวนกลับที่เดิม แล้ววิ่งไปเปิดประตู เจอสร้อยเพชรยืนอยู่
“คุณหญิงล็อกประตูห้องทำไมคะ”
“ขอโทษ...มันเคยชิน คิดว่าห้องตัวเองค่ะ...มีอะไรคะ”
สร้อยเพชรเอากาแฟมาให้ ยังไม่ทันจะวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะรับแขก หญิงมานศรีเปลี่ยนใจไม่อยู่รอเทพ อ้างเดี๋ยวจะไปทำงานสาย แล้วผลุนผลันออกไป สร้อยเพชรมองตามงงๆก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบห้องอย่างพิจารณา แต่ไม่เห็นอะไรผิดปกติ...
ด้านพิไลพรยังคงชวนเทพคุยเรื่องที่หญิงมานศรีกับเขาผิดใจกัน ตลอดเวลานั้น เขามองเธอด้วยสายตากรุ้มกริ่ม แถมชวนเธออยู่กินข้าวกลางวันด้วยกัน โชคดีที่ขวัญตาเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน อ้างว่าเขามีนัดกินข้าวกับเธอก่อนแล้ว เขาหันขวับมองเธออย่างไม่พอใจ พิไลพรสบโอกาส
“หรือคะ...งั้นพรไม่รบกวนนะคะ ลาล่ะค่ะ สามีภรรยาจะได้สวีตหวานกัน...สวัสดีค่ะ” เธอว่าแล้วลุกออกไป
ทันที เทพเซ็งจัด หมูจะหามดันมีคานมาสอด ตัดรำคาญลุกหนี ขวัญตาตามมาโวยที่เขาคิดจะเอาพิไลพรเป็นเหยื่อชิ้นใหม่แทนคุณหญิง เธอยอมไม่ได้ที่จะให้ใครมาแชร์ส่วนแบ่ง เทพนึกไม่ถึงว่าเธอจะหวังแค่สมบัติของเขา
“เพราะคุณไม่มีความรักให้ขวัญตานี่ และขวัญตาจะไม่ยอมเดินจากไปมือเปล่าแน่”
เทพขย้ำคอเธอทันที “งั้นก่อนจะได้...ลงทุนทำอะไรให้ฉันสักอย่างสิ ไม่แน่นะ ถ้าเธอทำได้ ฉันอาจจะไม่อยากได้ใครมาอีกเลยก็ได้ นอกจากเธอ”
ขวัญตาไม่อยากได้ตัวเขา อยากได้แค่เงินของเขาเท่านั้น เทพของขึ้นออกแรงบีบเพิ่มอีก เธอไม่เกรงกลัวขู่กลับ ถ้าเขาฆ่าเธอตอนนี้ ก็จะไม่มีใครทำงานให้ เทพสีหน้าเปลี่ยนเป็นพอใจ ดึงเธอเข้ามาจูบ เขาต้องการให้เธอจุดถ่านไฟเก่ากับทิวให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง เธอรับข้อเสนอทันที แต่เขาต้องจ่ายเงินสดๆให้เธอห้าสิบล้าน
“ก็ได้...จัดให้ตามใจเลยจ้ะทูนหัว แต่ก่อนไป ขอฉันกระพือไฟรักของเราให้หนำใจก่อนแล้วกัน” เขาพูดจบกอดรัดฟัดเหวี่ยงขวัญตาอย่างเมามัน
ooooooo
ที่บ้านของทิว ลุงมิตรยังมีอาการจำได้บ้างไม่ได้บ้าง ทิวพยายามซักถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงถูกทำร้าย แต่ลุงกลับจำอะไรไม่ได้ ยิ่งคาดคั้นอาการปวดหัวของแกกำเริบขึ้นมาอีก เข้มสั่งให้วิวัฒน์ที่เอาแต่นั่งใจลอยพาลุงมิตรเข้าไปพักผ่อน วิวัฒน์รีบประคองแกเข้าห้อง
“ความจำของลุงยังกลับมาไม่หมด ฉันจะโทร.หาหมอธี...ไอ้เข้ม ล็อกบ้านเลย” ทิวลุกพรวดออกจากบ้าน ขณะที่เข้มมองตามวิวัฒน์ด้วยความสงสัย ก่อนจะตามเจ้านายออกไป...
หลังจากวางแผนกับเทพเรียบร้อย ขวัญตาตรงไปยังไร่อ้อย แกล้งถามหาทิวจากหญิงมานศรี เธอไม่สนใจจะเดินหนี ขวัญตาขวางไว้ พยายามพูดยั่วยุให้เธอหมางใจกับทิว แล้วเดินหัวเราะสะใจออกไป ครู่ต่อมา ขวัญตามาถึงหน้าบ้านทิว เห็นประตูบ้านล็อกกุญแจ
“ไม่อยู่นี่...ไปไหนของเขาล่ะเนี่ย” เธอเดินหงุดหงิดออกไป โดยไม่รู้ว่าวิวัฒน์แอบมองผ่านรอยแตกของผนังจากในบ้าน โหยหาเธอใจแทบขาด ใจหนึ่งอยากจะตามไปกอดเธอให้หายคิดถึง แต่อีกใจหนึ่งไม่กล้าเพราะทิวสั่งห้ามไม่ให้ออกไปไหน จิตใจสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างหนัก สุดท้ายแรงปรารถนาชนะ เขาแอบตามขวัญตาไปจนถึงมุมปลอดคน ตรงเข้ากอดเธอจากด้านหลัง พร้อมกับปิดปากไม่ให้ร้อง
“อย่าร้องครับ ผมเอง ผัวคุณไง...ผมคิดถึงคุณมากเลยรู้ไหม มันทรมานเหลือเกินที่ต้องอยู่ห่างคุณ” เขาใช้แรงขืนใจเธอ หญิงสาวพยายามดิ้นรนแต่ไม่เป็นผล...
ขณะหญิงมานศรีกำลังกินข้าวกลางวันกับพวกคนงานอยู่ท้ายไร่อ้อย ทิวเข้ามานั่งลงข้างๆ ร่วมวงกินข้าวด้วย เธองอนคิดว่าเขาไปเจอขวัญตามา หันหน้าหนี เขาพยายามชวนคุย แต่เธอไม่อยากพูดด้วย ถามคำตอบคำ
“ที่กินเข้าไปน่ะข้าวหรือรังแตน ทำให้อารมณ์เสียได้ขนาดนี้” ทิวกระเซ้า
“ใช่สิ...ใครจะอารมณ์ดีเหมือนนายล่ะ...ไง... เจอหน้ากันแล้วเป็นไง อารมณ์ดีเลยล่ะสิ”
ทิวงง คนที่เจอแล้วทำให้เขาอารมณ์ดีก็มีแต่เธอเท่านั้น เจอมุกนี้เข้าไปหญิงมานศรีอายหน้าแดงลุกหนี เขาอายปากตัวเองเช่นกัน ที่พูดออกไปแบบนั้น รีบลุกตาม พวกคนงานพากันหัวเราะขำเจ้านายของพวกตน...
หญิงมานศรีเดินหนีเข้าไปในไร่อ้อย ทิวตามมาคว้ามือไว้ ขอคุยให้รู้เรื่องก่อนว่าเธอไปอารมณ์เสียเรื่องอะไรมา เธอปฏิเสธว่าไม่มีอะไร ขอตัวไปทำงาน เขาไม่ต้องการให้เธอเป็นคนงานตัดอ้อยอีกแล้ว จะให้ไปเป็นเลขาฯส่วนตัวของเขาแทน เธอไม่อยากทำ
“รังเกียจเหรอ” ทิวตะคอก
“ฉันไม่ได้รังเกียจ แต่เพราะนายเป็นแบบนี้ไง ถึงได้ไม่อยากเป็น อารมณ์ขึ้นๆลงๆ ประสาท” เธอว่าแล้ว เดินหนี ทิวมองตามเซ็งๆ...
ฝ่ายเทพถึงกับหน้าเครียด เมื่อได้ยินสร้อยเพชรรายงานว่า คุณหญิงมารอเขาที่ห้องทำงานเมื่อตอนสาย แถมท่าทีมีพิรุธ ล็อกประตูห้องทำงานด้วย เขาโบกมือไล่เธอออกไป มองสำรวจรอบห้องไม่เห็นสิ่งผิดปกติ กำลังจะเดินไปดูที่รูปภาพของทัด มีเสียงมือถือดังขัดจังหวะ หม่อมสรัสวดีโทร.มา เทพยิ้มเหี้ยมก่อนจะรับสาย
“กำลังจะโทร.หาหม่อมพอดีเลยครับ เราคงต้องรีบทำตามข้อตกลงของเราให้เร็วกว่ากำหนดแล้วล่ะครับ”
ooooooo










