สมาชิก

เกิดเป็นหงส์

ตอนที่ 1

ณ วังกฤตยาอันกว้างขวางโอ่อ่า บรรยากาศในวันนี้คึกคักเป็นพิเศษ มีนักข่าวจากหลายสำนักมารอทำข่าว งานหมั้นระหว่าง เสกสรร ลูกชายของ รมต.เสกสิทธิ์และคุณหญิงพันทิพา กับ ม.ร.ว.หญิงมานศรีโสภาคย์ หรือหญิงมาน ธิดาของ ม.จ.อมรเทพ หรือท่านชายอมรเทพและหม่อมสรัสวดี กฤตยา

ฝ่ายหญิงอยากให้เป็นพิธีเงียบๆ แต่ฝ่ายชายกลับต้องการให้เป็นข่าว เพราะคุณหญิงพันทิพาบ้าเห่อว่าที่ลูกสะใภ้เชื้อสายเจ้า ฝ่ายชายเข้ามาอยู่กันพร้อมหน้าภายในห้องรับแขกโดยมีหม่อมสรัสวดีรอต้อนรับ คุณหญิงพันทิพากวาดตามองหา ม.จ.อมรเทพไม่เห็นอยู่แถวนั้นก็ถามหา ได้ความว่าติดคุยงานอยู่ อีกสักครู่จะตามเข้ามา

“ท่านน่าจะแยกแยะได้นะคะว่าธุรกิจกับงานหมั้น งานไหนสำคัญกว่ากัน” คุณหญิงพันทิพาแดกดัน

“ท่านพ่อให้ความสำคัญกับคนในครอบครัวเสมอครับ แต่การที่คุณหญิงกำหนดงานหมั้นกะทันหัน คงไม่ใช่ความผิดของท่านพ่อ...ใช่ไหมครับ” ม.ร.ว.คำรณฤทธี พี่ชายของหญิงมานต่อว่ากลับ

คุณหญิงพันทิพาถึงกับหน้าเจื่อน รีบเปลี่ยนเรื่องคุย จะขอให้นักข่าวเข้ามาคอยทำข่าวในนี้เลยได้ไหม หม่อมสรัสวดีต่อว่าเคยคุยกันแล้วว่าพิธีหมั้นจะจัดกันเป็นการภายใน คุณหญิงพันทิพายอมไม่ได้ ลูกชายของท่าน รมต.หมั้นกับธิดาของ ม.จ.อมรเทพทั้งที จะจัดงานเงียบๆได้อย่างไร

หม่อมสรัสวดีจำต้องปล่อยเลยตามเลย

จังหวะนั้น หญิงมานปรากฏตัวขึ้นในชุดสวยสง่าที่ไหล่มีเครื่องประดับเพชรรูปหงส์ติดอยู่ ทุกคนต่างตะลึงในความงาม บรรดานักข่าวรีบกดชัตเตอร์กันอุตลุด เสกสรรมัวแต่ตะลึง คุณหญิงพันทิพาต้องสะกิดให้เข้าไปถ่ายรูปคู่กับคู่หมั้น เขาถึงได้สติรีบเดินเข้าไปหา ทั้งคู่ส่งสายตาเปี่ยมด้วยความรักให้แก่กัน
“เจ้าสาวของผมสวยที่สุดในโลกเลยครับ” เสกสรรมองคู่หมั้นอย่างชื่นชม

“หมั้นก็ยังไม่ได้หมั้นเลยนะ ขี้ตู่อย่างนี้ หญิงยกเลิกงานหมั้นดีกว่า” หญิงมานกระเซ้า

“ต่อให้ฟ้าถล่มดินทลาย ผมก็ไม่มีวันปล่อยให้คุณไปจากชีวิตผม” คำพูดของเสกสรรเหมือนเป็นสัญญาใจ คุณหญิงผู้งามสง่ายิ้มรับอย่างปลื้มใจ...

หลังจากให้นักข่าวเก็บภาพจนคุณหญิงพันทิพาพอใจแล้ว หญิงมานขอตัวไปตามท่านพ่อที่ห้องทำงาน ทันทีที่ ม.จ.อมรเทพเห็นลูกสาวเดินเข้ามา รีบขอตัววางสายจากวิโรจน์ ไม่ต้องการให้ลูกรู้ถึงปัญหาทางธุรกิจที่กำลังเข้าขั้นวิกฤติ พยายามปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม คุณหญิงมานจับสังเกตได้ ถามว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า ม.จ.อมรเทพ ปฏิเสธว่าไม่มีอะไร ที่เครียดเพราะจะต้องยกลูกสาวให้ชายอื่นไปดูแลแทน

“ท่านพ่อ...ก็แค่งานหมั้น หญิงยังไม่ไปอยู่ที่อื่นสักหน่อย ถึงแม้ต้องแต่งงาน หญิงก็ขออยู่ที่วังอยู่กับครอบครัวของเราตลอดไป” หญิงมานโผกอดท่านพ่ออย่างเอาใจ หม่อมสรัสวดีมาตามสองพ่อลูกให้ลงไปข้างล่างได้แล้ว ใกล้ถึงฤกษ์หมั้นแล้ว

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ที่โรงงานน้ำตาลทิวเทพมิตร ทิว บรรณา ขี่ม้าเข้ามาขวางหน้าล้วนคนสนิทของเทพ ซึ่งถือหุ้นใหญ่ในโรงงานน้ำตาลแห่งนี้ไว้ไม่ให้ขึ้นรถบรรทุกน้ำตาล ทิวจะขับรถคันนี้ไปส่งให้ลูกค้าด้วยตัวเอง ล้วนไม่ยอมอ้างว่าทิวไม่มีหน้าที่นำน้ำตาลไปส่ง เขาเป็นหัวหน้าคุมโรงงานน้ำตาลกับไร่อ้อยเท่านั้น
“พี่ล้วน...ลืมไปแล้วหรือไงว่าคุณทิวก็เป็นเจ้าของที่นี่ด้วยเหมือนกัน” เข้มเข้ามาช่วยเจ้านายอีกแรง

“ก็แค่หุ้นส่วนเบอร์สอง แต่ฉันเป็นลูกน้องคนสนิทของหุ้นใหญ่...ไอ้เข้ม แกลองใช้สมองชานอ้อยของแกคิดดูว่าใครใหญ่และฉันควรจะเชื่อฟังใคร...อย่ามาสั่ง” ล้วนมองเย้ยทิว แล้วควงกุญแจรถเดินผ่านทิวจะไปขึ้นรถ ทิวกระชากล้วนเข้ามาต่อยเปรี้ยงหน้าคะมำ กุญแจรถกระเด็น เข้มคว้ากุญแจขึ้นมายื่นให้ทิว แต่นิค เรือง และแก้ว สมุนของล้วนขวางไว้ นิคกระชากกุญแจไปจากมือเข้มแล้วเหวี่ยงไปที่พื้นเหมือนจะท้าทาย ถ้าทิวกล้าก็ให้ไปหยิบเอาเอง

การต่อสู้ด้วยมือเปล่าเปิดฉากขึ้น ล้วน นิค เรืองและแก้วรุมชกต่อยทิวอุตลุด เข้มจะเข้าไปช่วยแต่คนงานพวกของล้วนเข้ามารุมทำร้าย ทิวต้านพวกหมาหมู่ได้ไม่นานก็เสียท่า ถูกเตะต่อยจนทรุดลงไปกองกับพื้น นิค เรือง และแก้วเข้ามาล็อกตัวทิวไว้ ส่วนล้วนย่างสามขุมเข้ามาหาพร้อมกับมีดสั้นในมือ

ทันใดนั้น เทพโผล่มาจากไหนไม่รู้คว้าข้อมือล้วนหักมีดร่วง แล้วเตะขาพับจนทรุดฮวบ นิค เรือง และแก้วแปลกใจทำไมนายใหญ่มาช่วยทิวไว้ เห็นท่าไม่ดีรีบปล่อยทิวแล้วไปยืนร่วมกับล้วน ทิวค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น

“ฉันขอโทษแทนทุกคนด้วย” คำพูดของเทพฟังเหมือนจริงใจ แต่ทิวรู้ทันว่านี่เป็นแค่ละครตบตา ยิ่งเทพสั่งทำโทษสมุนของตนเองโดยให้ย้ายไปคุมคนงานตัดอ้อยในไร่แทนทำงานให้โรงงานน้ำตาล ทิวยิ่งไม่ไว้ใจ เทพต้องมีแผนชั่วอะไรแน่ๆ แต่ทำไม่รู้ไม่ชี้ รับกุญแจรถบรรทุกน้ำตาลจากมือเทพแล้วเดินไปขึ้นรถ เข้มรีบตามไปสมทบ

“นายใหญ่นี่แมนสุดๆ เลย ยอมก้มหัวออกรับแทนลูกน้อง ผมไม่แปลกใจเลย ทำไมใครๆ ก็รักนายใหญ่”

“ชื่นชมมันนักก็ไปเป็นลูกน้องมันซะเลย” ทิวว่าแล้วโดดขึ้นรถบรรทุก เข้มจ๋อยไม่เข้าใจทำไมนายของตนเองถึงได้โกรธเกลียดนายใหญ่หนักหนา แต่ไม่มีเวลาให้คิดอะไร รีบโดดขึ้นนั่งข้างทิว เทพตามมายืนข้างๆรถ

“แค่คุมการผลิต ตรวจคุณภาพสินค้าก็เหนื่อยพอแล้วทำไมต้องขับรถไปส่งเองด้วย”

ทิวต้องการพิสูจน์ว่าน้ำตาลที่ออกจากโรงงานของเขามีคุณภาพพอ ไม่ใช่เหมือนคราวที่แล้ว

ooooooo

ขณะที่ทิวกำลังสงสัยว่าเทพคิดไม่ซื่อ พิธีหมั้นของหม่อมราชวงศ์หญิงมานศรีโสภาคย์ หรือหญิง

มานศรีกับเสกสรรเป็นอันต้องล้มไม่เป็นท่าเมื่อวิโรจน์เจ้าหนี้เงินกู้รายใหญ่ของ ม.จ.อมรเทพตามมาทวงหนี้กลางงาน ฉีกหน้าท่านชายกระจุย เพราะไม่พอใจที่เมื่อครู่ถูกวางสายใส่ หม่อมสรัสวดีพยายามเชิญวิโรจน์เข้าไปพูดคุยกันในห้องทำงาน วิโรจน์กลับประกาศลั่นว่า

“ท่านอมรเทพกู้เงินไปขยายโรงงานผลิตอะไหล่พันกว่าล้าน แต่โดนพิษค่าเงินบาท หมดปัญญาหาเงินใช้หนี้ ผมจำเป็นต้องยึดโรงงาน...แต่ขอประเมินอีกครั้ง ถ้าไม่พอ ผมอาจต้องยึดวังนี้ด้วย”

หญิงมานศรีไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมายึดวังกฤตยาเด็ดขาด วิโรจน์แดกดันถ้าไม่ให้ยึดวังแห่งนี้ คุณหญิงจะให้คู่หมั้นใช้หนี้ให้เขาแทนหรือ ม.จ.อมรเทพไม่พอใจ เชิญวิโรจน์กลับไปได้แล้ว

“ผมไม่ได้ตั้งใจมาป่วน แค่มาแจ้งข่าวให้บรรดาลูกหนี้ในอนาคตได้ทราบไว้” วิโรจน์ยิ้มสะใจแล้วกลับไป

ม.จ.อมรเทพรีบตัดบท หันมาชักชวนฝ่ายชายให้เริ่มพิธีหมั้นต่อไป แต่คุณหญิงพันทิพากลับขอยกเลิกงานหมั้นครั้งนี้ แล้วยกขบวนสินสอดกลับ เสกสรรพยายามอ้อนวอนแม่แต่ไม่สำเร็จ ม.จ.อมรเทพขอโทษลูกสาวที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น อาสาจะไปกล่อมคุณหญิงพันทิพาให้เอง หม่อมสรัสวดีรีบตามไปช่วยอีกแรง

จังหวะนั้น นักข่าวพากันเข้ามารุมล้อมหญิงมานศรีขอสัมภาษณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอไม่อยากตอบคำถามใดๆทั้งสิ้น เดินหนี นักข่าวจะตามแต่ถูกพิไลพรคนสนิทของหญิงมานศรีเชิญนักข่าวกลับไปได้แล้ว...

ทางฝ่าย ม.จ.อมรเทพตามมาขอให้คุณหญิงพันทิพาทบทวนอีกครั้ง เรื่องหนี้สินเป็นเรื่องส่วนตัวของท่านไม่เกี่ยวกับลูก คุณหญิงพันทิพาไม่อยากได้สะใภ้ที่มีตำหนิ ในเมื่อชื่อเสียงของกฤตยาไม่อาจเกื้อหนุนสถานะทางการเมืองและธุรกิจของเธอกับท่าน รมต.ได้ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะดองกันอีกต่อไป เธอจึงจะขอถอนหมั้น

หญิงมานศรีตามเข้ามาพอดี “คุณหญิงไม่มีสิทธิ์พูดอย่างนั้นค่ะ เพราะหญิงต้องเป็นคนพูดประโยคนั้นเองหญิงขอถอนหมั้นค่ะ” เธอพูดจบถอดแหวนที่เสกสรรสวมให้ตอนที่ขอเธอแต่งงานคืน

เสกสรรไม่ยอม ฮึดฮัดจะขอแต่งงานกับหญิงมานศรีให้ได้ แต่พอคุณหญิงพันทิพายืนกรานความคิดของตัวเอง เสกสรรถึงกับหน้าจ๋อย เดินตามแม่ต้อยๆกลับไป หญิงมานศรี เสียใจมากที่เสกสรรไม่ทำตามสัญญาที่เคยบอกไว้ว่า ต่อให้ฟ้าถล่มดินทลายจะไม่มีวันปล่อยเธอไปจากชีวิตของเขาเด็ดขาด เธอจำต้องเก็บอาการเอาไว้เดินอย่างทะนงกลับเข้าวัง ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วผลุนผลันออกมาโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของพิไลพร...

เมื่องานหมั้นต้องพังไม่เป็นท่า หม่อมสรัสวดีโทษสามีตัวเองว่าเป็นต้นเหตุ รับปากไว้แล้วว่าจะแก้ไขปัญหาทุกอย่างให้เรียบร้อย ทำไมถึงปล่อยให้เป็นแบบนี้ พรุ่งนี้ นสพ.คงพาดหัวกันทุกฉบับแน่ๆว่าตระกูลกฤตยาสิ้นท่าต้องหาลูกเขยมาใช้หนี้ให้ แล้วเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ชื่อเสียงเกียรติยศที่สั่งสมมาคงป่นปี้หมด

“ผมขอบคุณที่คุณยังตระหนักถึงชื่อเสียงของตระกูลกฤตยา มันจะเป็นการดีมากถ้าคุณระลึกในข้อนี้และทำตัวให้สมกับใช้นามสกุลกฤตยา” ม.จ.อมรเทพรู้ดีว่าภริยาติดการพนัน ชอบสร้างหนี้สินไว้มากมาย จึงตำหนิกลายๆให้รู้ตัว และถ้าจำเป็นจริงๆ ท่านอาจจะต้องตัดใจขายวังแห่งนี้เพื่อปลดหนี้

หม่อมสรัสวดีไม่ยอมเด็ดขาด หน้าที่ของท่านชายคือรักษาโรงงานและกอบกู้ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลคืนมาให้ได้ไม่ใช่คิดจะขายวัง ทั้งคู่มัวแต่โต้เถียงกันไม่ทันสังเกตเห็นหญิงมานศรียืนฟังอยู่ตลอด ก่อนจะเดินหลบออกไป ครู่ต่อมา หญิงมานศรีขึ้นนั่งรถสปอร์ตคันหรูของตัวเอง เตรียมจะขับออกไป ม.ร.ว.คำรณ หรือชายคำรณ พี่ชายของ เธอรีบเปิดประตูขึ้นไปนั่งด้านข้างคนขับจะขอไปด้วย

“ขอหญิงอยู่คนเดียวนะคะ” เธอมองหน้าพี่ชายสีหน้าจริงจัง ชายคำรณรู้นิสัยน้องสาวดี ยอมลงจากรถมอง รถสปอร์ตคันหรูแล่นออกไปอย่างรวดเร็ว หม่อมสรัสวดี ตะโกนเรียกแต่ไม่ทัน หันไปต่อว่าลูกชายทำไมถึงไม่ห้ามน้อง ชายคำรณรู้ดีว่าห้ามไปก็ไม่มีประโยชน์ ลองน้องหญิงตั้งใจจะทำอะไรแล้วใครก็ขวางไม่ได้

ooooooo

ขณะทิวกำลังขับรถบรรทุกน้ำตาลไปส่งให้ลูกค้า เข้มยังข้องใจไม่หาย ทำไมทิวถึงต้องเอาน้ำตาลไปส่งด้วยตัวเอง ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ ทิวต้องทำอย่างนี้ก็เพราะน้ำตาลที่ส่งให้ลูกค้าคราวก่อนมีปัญหาการปนเปื้อน ทั้งๆที่เขาตรวจสอบน้ำตาลทุกกระสอบด้วยตัวเองแล้วจนถูกลูกค้าตำหนิอย่างแรง

“น้ำตาลลอตนั้นถูกเปลี่ยน แล้วโยนความผิดมาให้ฉัน” ทิวยังแค้นใจไม่หาย

“นายใหญ่จะทำอย่างนั้นทำไม โรงงานเสียชื่อเท่ากับฆ่าตัวตาย” เข้มตั้งข้อสังเกต

ทิวมั่นใจว่าเทพต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของเขา และที่สำคัญต้องการบีบให้เขาขายหุ้นให้ จากนั้นทุกอย่างในอาณาจักรทิวเทพมิตรก็จะตกเป็นของเทพอย่างสมบูรณ์ เข้มหาว่าทิวคิดมากเกินเหตุ ทิวชักฉุน ถ้าเข้มยังไม่เลิกปกป้องเทพจะไล่ลงจากรถ เข้มปิดปากเงียบไม่พูดอะไรอีก...

เป็นจริงอย่างที่ทิวคาดไว้ไม่มีผิด เทพสั่งการให้ล้วนกับเหล่าสมุนทำอย่างไรก็ได้อย่าให้น้ำตาลที่ทิวขนไปถึงมือลูกค้าเด็ดขาด แต่ห้ามทำให้ทิวถึงตาย เขาต้องการให้ทิวขายหุ้นที่เหลือให้เขาก่อน แล้วค่อยกำจัดทีหลัง

“ที่นี่ควรมีเจ้าของคนเดียว” เทพมองตามล้วนกับสมุนออกจากห้องทำงานอย่างพอใจ...

ทางด้านหญิงมานศรีขับรถไปตามถนนอย่างไร้ จุดหมาย พยายามสั่งตัวเองให้เข้มแข็งเข้าไว้ ไม่ให้เสียใจ กับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่น้ำตาเจ้ากรรมกลับไม่ฟังคำสั่ง ไหลอาบแก้ม เธอต้องเบนรถจอดข้างทาง ปาดน้ำตาทิ้งตั้งสติ

“ไม่...ฉันต้องเข้มแข็ง...ฉันจะไม่เสียใจ” หญิงมานศรีสลัดความรักและความผูกพันที่เคยมีต่อเสกสรรทิ้งแล้วเร่งเครื่องรถออกไปอย่างรวดเร็ว...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ทิวขับรถบรรทุกน้ำตาลยังไม่ทันจะถึงครึ่งทาง นิคกับเรืองสวมหมวกไอ้โม่งอำพรางใบหน้าที่แท้จริงขับรถสิบล้อไล่จี้ด้านหลัง ทิวชะลอความเร็วเพื่อให้รถสิบล้อแซงไปก่อน แต่จังหวะที่รถตีคู่กันนั้น

รถสิบล้อกลับพยายามเบียดรถของทิวให้ตกถนน ทิวพยายามประคองรถไว้ แต่รถของเขาคันเล็กกว่าถูกรถสิบล้อเบียดตกถนน พุ่งชนต้นไม้ข้างทาง ขณะที่รถสิบล้อแล่นหนีไปได้ ทิวไม่รอช้า ต้องการจับให้มั่นคั้นให้ตายว่าเป็นใคร รีบวิ่งลงไปดู จังหวะนั้น มีรถมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้านผ่านมาเห็นอุบัติเหตุ รีบจอดรถลงมาดู ทิววานพลเมืองดีช่วยพาเข้มไปส่ง รพ.ด้วย แล้วคว้ามอเตอร์ไซค์ไล่ตามรถสิบล้อคู่กรณี...

ฝ่ายนิคกับเรืองหัวเราะชอบใจที่งานสำเร็จ ถอดหน้ากากออกอย่างสบายอารมณ์ แต่ต้องตกใจเมื่อมองกระจกส่องข้างเห็นทิวขี่มอเตอร์ไซค์พยายามจะแซงรถสิบล้อ เรืองเร่งเครื่องหนีไม่ยอมให้แซง ทิวชักปืนขึ้นมาจะยิงใส่ยางรถ เรืองขับรถส่ายไปมาทำให้ยากต่อการยิง เมื่อรถคู่กรณีแล่นมาถึงสี่แยก ทิวตัดสินใจหยุดรถเล็งปืนไปที่ล้อรถสิบล้อ แต่รถของหญิงมานศรีขับมาจากไหนไม่รู้พุ่งขวางทางปืนพอดี กระสุนเฉียดหวุดหวิด

เสียงปืนทำให้หญิงมานศรีตกใจรถเสียหลักพุ่งลงข้างทางจอดแน่นิ่ง ทิวจะตามรถสิบล้อ แต่เห็นคนขับรถสปอร์ตหรูฟุบอยู่กับพวงมาลัยรถ เป็นห่วงรีบวิ่งเข้าไปจับตัวให้พิงพนัก เห็นหญิงสาวมีเลือดซิบๆที่หัวคิ้ว อุ้มออกจากรถ หญิงมานศรีรู้สึกตัวเสียก่อนเห็นตัวเองอยู่ในอ้อมกอดชายแปลกหน้าก็ตกใจร้องเอะอะลั่น

“แก...ปล่อยฉันนะ แกเป็นใคร ถือดียังไงเข้ามาแตะต้องตัวฉัน”

ทิวเซ็งค่อยๆวางหญิงสาวลง หญิงมานศรียังโวย

ไม่เลิกหาว่าทิวเป็นโจรจะปล้นทรัพย์ เหลียวหาอาวุธใกล้มือเจอไม้ท่อนเขื่อง คว้าขึ้นมาขู่ ถ้าเข้ามาใกล้เธออีกจะตะโกนเรียกให้คนช่วย ทิวเหลียวมองไปรอบตัว มีแต่ความเวิ้งว้างไร้ผู้คน หญิงมานศรีเหมือนจะเดาสายตาหนุ่มแปลกหน้าออก เปลี่ยนคำขู่ใหม่ ถ้าเขาเข้ามาใกล้จะโทร.เรียกตำรวจ แล้วกวาดตามองหามือถือ แต่ไม่เจอ คิดว่า ทิวขโมยไปด่าไม่เลี้ยง ทิวชักรำคาญ

“ถ้าผมจะปล้นคุณ ไม่ปล่อยให้คุณมายืนด่าอยู่อย่างนี้หรอก...เลิกประสาทสักที” ทิวไม่สนใจเดินกลับ

ไปที่มอเตอร์ไซค์จะสตาร์ตเครื่อง หญิงมานศรีตามมาดึงกุญแจรถออก พูดทวงบุญคุณว่าจะไม่เอาเรื่องทิวที่ยิงเธอ แต่เขาต้องรับผิดชอบรถของเธอ แล้วขอยืมมือถือจะโทร.ตามช่างมาซ่อมรถ ทิวไม่มีมือถือให้ยืม เธอดูแคลนว่าเขาเป็นแค่คนงานไร่อ้อยกระจอกๆ แค่มือถือเครื่องละไม่กี่ร้อยบาทยังไม่มีปัญญาจะซื้อ

ทิวรำคาญกระชากกุญแจรถคืน แล้วขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ หญิงมานศรีจะเอาเงินฟาดหัวเขาแลกกับความช่วยเหลือ ทิวไม่พอใจ เงินของเธออาจจะซื้อได้ทุกอย่าง แต่ไม่ใช่ศักดิ์ศรีความเป็นคนของเขา แล้วขี่มอเตอร์ไซค์จากไปอย่างไม่ไยดี เธอไม่ยอมแพ้วิ่งตามได้ไม่กี่ก้าวก็หมดแรงล้มลงกับพื้น ทิวเห็นทางกระจกส่องหลัง รีบหยุดรถ แต่แล้วกลับตัดสินใจเร่งเครื่องต่อไป ทำให้เธอแค้นใจมากตะโกนด่าไล่หลัง

“นายมันไม่ใช่คน...จะชาตินี้หรือชาติไหน ขออย่าให้ฉันได้พบพานคนอย่างนายอีกเลย”

หญิงมานศรีมองไปรอบตัวอย่างหวาดๆ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี พลันมีเสียงเสกสรรร้องเรียกดังขึ้น พร้อมกับวิ่งเข้ามากอดเธอด้วยความดีใจ เขาแอบตามมาตั้งแต่เธอออกจากวัง หญิงมานศรียืนนิ่งไม่กอดตอบ เธอมัวแต่เชิดหน้าทระนง ไม่ทันเห็นทิวขี่มอเตอร์ไซค์กลับมาดูเธอด้วยความเป็นห่วง กลับเห็นเธอยืนกอดกับชายอื่นอยู่

ทิวยิ้มแสยะ ก่อนจะขี่มอเตอร์ไซค์จากไป หญิงมานศรีไม่อยากให้เสกสรรมายุ่งเกี่ยวด้วย แต่สถานการณ์บังคับจำต้องกลับไปกับเขา ทั้งๆที่ยังเคืองกับเรื่องการถอนหมั้น และไม่พอใจที่เขายังตกอยู่ใต้อาณัติแม่ตัวเอง

ooooooo

หลังจากตามหารถสิบล้อคู่กรณีอยู่จนถึงค่ำแต่ไม่พบ ทิวขี่มอเตอร์ไซค์กลับมาที่โรงงานน้ำตาล เจอล้วนกับสมุนดักรออยู่ ล้วนถากถางที่ทิวทำงานไม่สำเร็จ แนะให้ขายหุ้นให้นายใหญ่ อยู่ไปก็เป็นตัวถ่วงความเจริญเปล่าๆ เทพได้ยินพอดี ทำทีตำหนิล้วนที่พูดจาไม่ดี แล้วบอกทิวว่าเขาไม่ถือโทษ เข้าใจดีว่าเป็นอุบัติเหตุ

“มันไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการฆาตกรรม” ทิวตะคอก

เทพแสร้งตกใจ รับปากจะสืบหาคนบงการมารับผิดชอบให้ได้ ทิวไม่ต้องการให้เทพมาเกี่ยวข้องด้วย เขาดูแลตัวเองได้ และที่สำคัญเขาจะไม่ยอมเป็นเหยื่อให้ถูกล่าฝ่ายเดียวแน่ แล้วเดินจากไปอย่างทระนง...

ขณะเดียวกัน ที่วังกฤตยาภายในห้องทำงานของ ม.จ.อมรเทพ ประมุขแห่งวังกฤตยาหัวเสียมากเมื่อรู้ว่าที่หม่อมสรัสวดีทักท้วงไม่ให้ท่านขายวัง ก็เพราะเธอเอาวังแห่งนี้ไปจำนองไว้กับนพดลน้องชายของหม่อมรัช–นิกร ภริยาของ พล.อ.หม่อมเจ้าพหลพี่ชายของท่านเองเป็นจำนวนเงินถึง 50 ล้านบาท เพื่อเอาไปใช้หนี้พนัน

ม.จ.อมรเทพหรือท่านชายอมรเทพต่อว่าหม่อมสรัสวดีว่าเป็นภริยาที่แย่มาก เอาวังไปจำนองเท่ากับเอาเกียรติของกฤตยาไปเร่ขาย หม่อมสรัสวดีโต้กลับว่าท่านชายเองก็เป็นผู้นำครอบครัวที่บกพร่องเช่นกัน บริหารกิจการผิดพลาดจนเป็นหนี้เป็นสิบแทบล้มละลาย ต่างฝ่ายต่างโต้เถียงกันไม่มีใครยอมใคร...

อีกมุมหนึ่งของวัง หญิงมานศรีเพิ่งกลับมาถึง เห็นห้องทำงานท่านพ่อยังเปิดไฟอยู่ อดเป็นห่วงไม่ได้ค่ำมืดป่านนี้ทำไมท่านยังทำงานอยู่อีก รีบตรงไปหา ยังไม่ทันจะเปิดประตูห้องทำงานเข้าไป ชายคำรณออกจากห้องนอนมาชวนคุยเสียก่อน บอกว่าจะไม่กลับไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษแล้ว จะอยู่ช่วยท่านพ่อรักษาวังของพวกเราไว้ เธอโผกอดพี่ชายไว้แน่น ปลื้มใจในความเสียสละ และดีใจมากที่ได้เกิดมาเป็นพี่น้องกัน

“ไป...ไปนอนได้แล้ว” ชายคำรณว่าแล้วกลับเข้าห้อง ขณะที่น้องสาวตรงไปยังห้องทำงานของท่านพ่อ...

ด้านท่านชายกับหม่อมสรัสวดี ยังคงมีปากเสียงกันรุนแรงถึงขนาดท่านชายออกปากขอหย่า หม่อมสรัสวดีไม่ยอมหย่าเด็ดขาด จังหวะนั้น หญิงมานศรีเคาะประตูห้องแล้วเปิดเข้ามา แปลกใจที่ท่านทั้งสองโต้เถียงกันถามว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทั้งคู่ไม่อยากให้ลูกรู้ กลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร เราสองคนกำลังหาวิธีกอบกู้ธุรกิจกันอยู่ หญิงมานศรีขอโทษท่านพ่อที่มัวแต่จมปลักกับความเสียใจของตัวเอง ไม่เคยคิดจะช่วยเหลืออะไร

“ไม่ใช่เรื่องที่ลูกต้องแบกภาระนี้ มันเป็นหน้าที่ของพ่อ”

“เราจะพยายามทำทุกวิถีทางให้ผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้ เพื่อกลับมาเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์เหมือนเดิม” หม่อมสรัสวดีว่าแล้วเดินมายืนข้างสามี ม.จ.อมรเทพทนเสแสร้งต่อไป

ไม่ไหวขอตัวไปพักผ่อน แล้วผลุนผลันออกจากห้อง หม่อมสรัสวดีรีบตาม หญิงมานศรีเดินไปที่หน้าต่างห้องมองไปยังอาณาเขตของวังสีหน้ามุ่งมั่น ในเมื่อทุกคนเสียสละและทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อวังแห่งนี้ เธอเองก็จะทำทุกอย่างเพื่อรักษาที่นี่ไว้เช่นกัน...

ระหว่างที่หญิงมานศรีเตรียมพร้อมจะช่วยครอบครัวฝ่าวิกฤติ ทิวกลับถึงที่พักด้วยอารมณ์ขุ่นมัว แต่พอเจอขวัญตาสาวคนรักรออยู่ เขาโผกอดเธอไว้แน่นเหมือนต้องการที่พักใจ ขวัญตาต่อว่าทิวว่าหายไปไหนมา นัดกันไว้จะไปคุยกับพ่อของเธอเรื่องแต่งงานทำไมถึงผิดนัด ทิวขอโทษเป็นการใหญ่ อ้างว่าไม่ได้ลืม พอดีมีเรื่องด่วนต้องจัดการ ขวัญตางอนที่ทิวไม่ให้ความสำคัญ จึงเดินหนี ทิวรีบตามไปง้อ ดึงเธอเข้ามากอด

“ตกลงพี่ทิวจริงใจกับขวัญตาแน่หรือเปล่า หรือคิดแค่คบไปวันๆ ซื้อเวลาไปเรื่อยๆแบบนี้”

ทิวนิ่วหน้า สงสัยเธอไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหนหรือว่ามีใครยุยง ขวัญตารีบแก้ตัวว่าไม่มีใครยุ แต่อดคิดไม่ได้เพราะทิวชอบเห็นงานสำคัญกว่าเธอ และเธอไม่รู้ว่าเขาจะให้รออีกนานแค่ไหน ขืนให้รอนานๆ ระวังเธอจะไม่อยู่รอให้เขาไปขอ ทิวกระชับอ้อมแขน ออดอ้อนว่าถ้าเธอไม่อยู่รอเขา แล้วจะไปอยู่ไหน

“ไปอยู่กับคนที่เขารักและให้ความสำคัญกับขวัญตามากกว่าพี่ทิว”

ทิวไม่ได้เอะใจคิดว่าขวัญตาพูดเพราะงอน จึงให้คำมั่นว่าพรุ่งนี้จะไปคุยกับพ่อของเธอเรื่องแต่งงาน

ooooooo

รุ่งขึ้น ทิวแวะมาที่คฤหาสน์ของเทพซึ่งเคยเป็นของตระกูลบรรณามาก่อน เพื่อแจ้งให้พวงทองพี่สาวของเขาทราบว่าเขาจะแต่งงานกับขวัญตา แล้วทำท่าจะกลับ พวงทองตัดพ้อจะให้ทำอย่างไรทิวถึงจะกลับมาเป็นพี่เป็นน้องกับเธออีก ทิวไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิม นับตั้งแต่พวงทองยอมเป็นเมียไอ้ฆาตกรคนนั้น

“คุณเทพไม่ใช่ฆาตกร เขาเป็นหุ้นส่วน เป็นเพื่อนของพ่อ คอยดูแลช่วยเหลือเราสามคนพี่น้องหลังจากที่พ่อแม่ของเราถูกฆ่านะทิว”

ทิวไม่เคยเชื่อคำพูดของเทพ มั่นใจว่าการตายของพ่อและแม่ของเขา เทพต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง ยิ่งตอนที่ทนายความประจำตระกูลอ่านพินัยกรรมของพ่อ ระบุว่าท่านยกหุ้น 40 เปอร์เซ็นต์ในบริษัททิวเทพมิตร รวมถึงสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินทั้งหมดให้เทพ ทิวยิ่งแค้นใจ

“และผมก็ยิ่งไม่เชื่อว่าสามีคนดีที่บอกว่ารักพี่...ไปคว้าเอาพี่ผ่องทิพย์น้องสาวแท้ๆของพี่เป็นเมียอีกคน คนดีแบบไหนเขาทำกันอย่างนี้ เผลอๆ ตอนนี้ บนเตียงเขา อาจจะมีผู้หญิงที่ไหนนอนอยู่ก็ไม่รู้”

เป็นจริงอย่างที่ทิวว่า เทพเอาผู้หญิงมานอนกกอยู่ในคฤหาสน์ตั้งแต่เมื่อคืน และผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือขวัญตาคนรักของทิวนั่นเอง ทิวแทบช็อกเมื่อเห็นผ่องทิพย์จิกหัวขวัญตาลงจากบันได ทั่งด่าทอทั้งตบตีเธออุตลุดที่มาแย่งผัวของตน เทพตามมาห้าม ทิวทนดูไม่ได้เดินหนีออกไปด้วยหัวใจแหลกสลาย ผ่องทิพย์ไม่ฟังเสียงห้ามปรามของเทพ ไล่ตบขวัญตาไม่ยั้ง เทพไม่พอใจ ฟาดผ่องทิพย์ฉาดใหญ่ ถึงได้หยุดอาละวาด
ด้านทิวเดินหน้าเครียดออกจากคฤหาสน์ เห็นเข้มมองมาด้วยสายตาเห็นใจ รู้ทันทีว่าเข้มรู้เรื่องนี้ ต่อว่าว่าทำไมถึงไม่บอก ปล่อยให้เขาเป็นไอ้งั่งอยู่คนเดียว เข้มไม่รู้จะบอกอย่างไร ได้แต่ปลอบเจ้านายไม่ให้คิดมาก ทิวพยายามข่มความแค้น โดดขึ้นหลังม้าควบออกไปทันที...

ทางฝ่ายเทพทั้งขู่ทั้งปลอบจนผ่องทิพย์ยอมให้ขวัญตาเข้ามาอยู่ที่นี่ในฐานะเมียอีกคนหนึ่งของเทพ แต่เธอมีข้อแม้ ขวัญตาต้องเจียมตัวว่าเป็นคนมาทีหลัง เทพพยักหน้า ก่อนจะหันไปทางขวัญตา

“อยู่ที่นี่ก็ต้องเชื่อฟังคุณๆ โดยเฉพาะคุณพวงทอง เพราะเธอมีหน้าที่ดูแลทุกอย่างในบ้านนี้”

“แล้วเมื่อไหร่ คุณเทพจะทำตามที่สัญญากับขวัญตาล่ะคะ”

ผ่องทิพย์แหวทันทีสัญญาอะไร เทพรีบตัดบทห้ามทุกคนทะเลาะกันอีก ถ้าเรื่องรู้ถึงหูเขาเมื่อไหร่ สัญญาที่เขาเคยให้ไว้กับใครถือว่าเป็นโมฆะ พวงทองถอนใจ เหนื่อยใจ ขยับจะไป แต่เทพร้องเรียกไว้ สั่งให้ไปเตรียมเสื้อผ้าให้ เดี๋ยวเขาจะไปโรงงาน พวงทองรับคำก่อนจะขึ้นบันได เทพจะตาม ผ่องทิพย์รู้ทันคว้าแขนเขาไว้ วันนี้เป็นคิวของเธอที่จะได้อยู่กับเขา เพราะฉะนั้น เธอจะไม่ยอมให้ใครมาแทรกคิวเด็ดขาด หันไปยิ้มเย้ยขวัญตา แล้วควงแขนเทพขึ้นห้อง พวงทองแยกไปทำที่เทพสั่ง ขณะที่ขวัญตามองไปทั่วคฤหาสน์อย่างพอใจ

“ขอโทษนะพี่ทิว...แต่คุณเทพสัญญาว่าจะให้ขวัญตาเป็นเมียหมายเลขหนึ่ง...ใครโง่ไม่เอาบ้างล่ะ...”

ทิวควบม้าเตลิดไปตามเชิงเขาด้วยความแค้นแน่นอก ยิ่งขี่ม้าผ่านสถานที่ที่เขากับขวัญตาเคยมีความหลังหวานชื่นด้วยกัน อกทิวแทบระเบิด พยายามกลั้นน้ำตาลูกผู้ชายไม่ให้ไหล

“ไม่สำเร็จหรอก ยังไงฉันก็จะไม่ไปไหน ฉันจะกระชากหน้ากากของแกให้ทุกคนเห็นว่าแกมันเป็นคนชั่วและฉันจะเอาคืนแกอย่างสาสม...ไอ้เทพ” ทิวขบกรามแน่น...

ระหว่างที่ทิววางแผนแก้แค้น เทพมาที่โรงงานน้ำตาลเพื่อตบรางวัลให้นิคกับเรืองที่ทำงานสำเร็จด้วยดี

แทนที่นิคจะพอใจกับเงินที่ได้รับ กลับต่อรองขอกลับมาทำงานที่โรงงานอย่างเดิม ล้วนพยายามเตือนสมุนทั้งคู่แล้วแต่พวกนั้นไม่ฟัง เทพจึงให้ลูกตะกั่วแก่สองสมุนเป็นของแถมโทษฐานคิดจะมาต่อรองกับคนอย่างเขา

ooooooo

ทิวเห็น นสพ.ฉบับเช้าที่เข้มกำลังอ่าน พาดหัวข่าวตัวใหญ่ “งานหมั้นเป็นหมัน” พร้อมลงภาพของ ม.ร.ว.หญิงมานศรีโสภาคย์ หรือหญิงมานศรี เขาจำหน้าเธอได้ กระชาก นสพ.จากมือเข้มไปอ่าน

“ว่าที่แม่เจ้าบ่าวไม่ปลื้ม หลังรู้ว่าตระกูลผู้ดีเก่ามรดกหมดคลัง ยกเลิกหมั้นทันที”

ทิวอดแปลกใจไม่ได้ ถ้ายกเลิกหมั้นทำไมถึงเห็นคุณหญิงนั่นกอดอยู่กับคู่หมั้นกลางถนน กระแนะกระแหนไฮโซคู่นี้คงจะจ้างเขียนข่าวสร้างกระแสมากกว่า เข้มสงสัยเจ้านายไปรู้จักพวกไฮโซตั้งแต่เมื่อไหร่

“ไม่รู้จัก ไม่อยากรู้จัก และไม่อยากเจอด้วย”

“นาย...อย่าบอกนะ พออกหักแล้วเข็ดผู้หญิง หันมาสนใจผู้ชายแทน เข้มไม่ใช่นะ” เข้มมองเจ้านายจริงจัง ทิวถีบเข้มเปรี้ยงตกเก้าอี้ ฐานปากเสีย...

ที่วังกฤตยา ม.จ.อมรเทพตัดสินใจจะเดินทางไปอังกฤษเพื่อไปขอร้องให้เพื่อนสนิทของท่านมาช่วยกู้วิกฤติของบริษัท หม่อมสรัสวดีเห็นว่าท่านจะต้องเดินทางช่วงที่จะจัดงานวันเกิดให้หญิงมานศรีพอดี จึงขอให้เลื่อนการเดินทางออกไปก่อน หญิงมานศรีเห็นว่าการจัดงานเลี้ยงเป็นการสิ้นเปลือง ขอให้หม่อมแม่ยกเลิกงานไปเลย

หม่อมสรัสวดีทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะให้ข่าวไปแล้วและการ์ดเชิญก็แจกไปแล้วด้วย ที่สำคัญเธอจะใช้งานนี้กลบข่าวเสียๆหายๆของพวกเราไปในตัว แล้วหันไปถามความเห็นจากสามี ม.จ.อมรเทพไม่พอใจหม่อมสรัสวดีเป็นทุนเดิม จึงไม่อยากออกความเห็นใดๆ ในเมื่อเธอตัดสินใจจะจัดงานไปแล้วก็เชิญตามสบาย แล้วขอตัวไปทำงาน หม่อมสรัสวดีไม่กล้าโวยวายต่อหน้าลูก ได้แต่เก็บความขุ่นข้องหมองใจเอาไว้...

ขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์ของเทพ นพดลกับอรอนงค์พี่สาวของเทพแวะมาเยี่ยม นพดลหยิบการ์ดเชิญงานวันเกิดหญิงมานศรีติดมือมาให้น้องเขยดู เหน็บว่างานนี้เป็นงานเปิดตัวลูกสาวของหม่อมสรัสวดี หลังจากเพิ่งถูกยกเลิกการหมั้น คงคิดจะใช้งานนี้หาคู่ให้ลูกสาว เทพเห็นรูปของหญิงมานศรีเกิดสนใจขึ้นมา

“สนใจแต่ตัวนะ แต่อย่าหวังมรดก เพราะตระกูลนี้กลายเป็นลูกหนี้ของพี่แล้ว” นพดลยิ้มเย้ย เทพขอให้นพดลเล่าความเป็นมาเป็นไปให้ฟัง หลังจากได้ฟังเรื่องหนี้สินของกฤตยาโดยละเอียด เทพอดสงสัยไม่ได้ นพดลให้หม่อมสรัสวดีกู้ตั้ง 50 ล้านบาท แต่ไม่ได้ทำสัญญาแม้แต่ฉบับเดียว ไม่กลัวโดนเบี้ยวหรือ

“คนระดับนี้ไม่กล้าเบี้ยวหรอก เกียรติยศคํ้าคอ เป็นข่าวเสียหายแต่ละทีแทบกระอักเลือด”

เทพยิ่งสนใจ ขนาดขอไปงานเลี้ยงครั้งนี้ด้วย

อรอนงค์แปลกใจ น้องชายแทบไม่เคยออกงานที่ไหน คิด อย่างไรถึงอยากไปงานนี้ เทพมองรูปภาพของหญิงมานศรี

อย่างมีเลศนัย อรอนงค์รู้ทัน พูดดักคอว่า ในเมื่อเทพมีเมียตั้งสามคนแล้ว จะต้องการหญิงมานศรีไปทำไมอีก

“ผู้หญิงพวกนั้นเป็นได้แค่นางบำเรอ คนที่จะเป็นภรรยาของผมต้องเกื้อหนุนและคํ้าชู การเป็นเขยแห่งวังกฤตยา จะทำให้ผมก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างสง่างาม”

อรอนงค์นึกถึงทิวขึ้นมาได้ คว้าการ์ดเชิญติดมือออกไปด้วย ตั้งใจจะชวนเขาไปงานนี้ด้วยกัน เทพไม่พอใจตามไปขวาง ต่อว่าพี่สาวทำไมถึงต้องไปส่งเสริมคนอื่นแทนที่จะส่งเสริมน้องชายตัวเอง อรอนงค์อยากจะทดแทนที่เทพไปแย่งคนรักของทิวมาเป็นเมียตัวเอง เทพไม่เข้าใจทำไมอรอนงค์ถึงต้องทำดีกับทิวนัก

“พี่จะทำดีกับทิวทุกอย่างเพื่อลบล้างบาปที่เทพทำไว้กับเขา...อย่างน้อยเป็นการช่วยชำระบาปในใจพี่เพราะพี่มีส่วนรับรู้บาปกรรมในครั้งนั้น” อรอนงค์มองหน้าน้องชายก่อนผละจากไป เทพไม่พอใจที่อรอนงค์คอยตอกยํ้าการตายของพ่อทิวอยู่ตลอด

ครู่ต่อมา อรอนงค์ยื่นการ์ดเชิญไปงานเลี้ยงหญิงมานศรีให้ทิว คะยั้นคะยอให้ไปกับเธอให้ได้ ทิวพยายามจะปฏิเสธแต่อรอนงค์ไม่ฟัง กำชับว่าเจอกันที่งานเลี้ยง หนำซํ้าก่อนเธอจะกลับยังฝากชุดสูทให้เข้มเอามาให้เขาเพื่อใส่ไปงานเลี้ยง ทิวรู้สึกชื่นชมที่อรอนงค์คอยช่วยเหลือตนเองมาตลอด

ooooooo

เช้างานวันเกิดหญิงมานศรีซึ่งตรงกับวันที่ท่านชายอมรเทพต้องออกเดินทางไปอังกฤษ ท่านชายอดเป็นห่วงไม่ได้จึงร่างพินัยกรรมเตรียมไว้ หากเกิดอะไรขึ้นกับเขา วังกฤตยาจะตกเป็นของชายคำรณกับหญิงมานศรี หม่อมสรัสวดีเกรงจะเกิดปัญหากับตัวเองรีบเข้าไปห้าม อ้างว่าเขียนพินัยกรรมก่อนออกเดินทางเป็นลางไม่ดี

“ถ้าเป็นในอดีตฉันคงคิดว่านี่เป็นการแสดงความรักและความห่วงใยที่เธอมีให้ฉัน แต่วันนี้ฉันรู้ธาตุแท้ของเธอแล้วว่า เธอกลัวไม่ได้มรดก กลัวการจำนองของเธอจะมีปัญหาตามมา”

หม่อมสรัสวดีไม่พอใจจะโวยวาย แต่หญิงมานศรี เข้ามาในห้องเสียก่อน ตั้งใจจะมาขอพรวันเกิดจากท่านพ่อแต่ยังไม่ได้พูดอะไร ชายคำรณเข้ามาแจ้งว่ารถพร้อมแล้ว เร่งให้ท่านพ่อรีบไปเดี๋ยวจะขึ้นเครื่องไม่ทัน หญิงมานศรี เดินไปส่งท่านที่รถ หม่อมสรัสวดีมองไปที่โต๊ะทำงานเห็นพินัยกรรมยังเขียนไม่เสร็จก็ยิ้มพอใจ ก่อนจะเดินตาม

ท่านชายอมรเทพกำลังจะก้าวขึ้นรถ นึกขึ้นได้ หันมาอวยพรวันเกิดให้ลูกสาวมีความสุขมากๆ และสัญญาว่าจะกลับมาพร้อมกับข่าวดี หญิงมานศรีโผกอดท่านพ่อ โดยไม่รู้เลยว่านี่เป็นการกอดครั้งสุดท้าย...

ตกค่ำ วังกฤตยาถูกตกแต่งอย่างสวยงาม บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ทิวจอดรถส่งอรอนงค์ นพดล และเทพหน้างาน แล้วนำรถไปจอด ทีแรกเขาตั้งใจจะไม่เข้างาน แต่เหลือบเห็นสูทที่วางอยู่ในรถ เปลี่ยนใจหยิบสูทขึ้นมาสวม เดินกลับไปที่งาน แต่ยังไม่ทันจะเข้าไป ถูกพิไลพรที่กำลังถือโถแก้วใส่พั้นช์เดินชนเสียก่อน

เสื้อตัวหล่อของเขาเลอะไปหมด พิไลพรขอโทษที่ซุ่มซ่าม อาสาจะหาเสื้อมาเปลี่ยนให้ ทิวเกรงใจไม่อยากรบกวนแต่พิไลพรไม่ฟัง ลากตัวเขาเข้าไปข้างในตัวบ้าน ระหว่างที่ทิวยืนรอเสื้อตัวใหม่ได้ยินพิไลพรคุยกับแม่บ้านว่าหญิงมานศรีกำลังจะลงมา เขาไม่อยากเจอหน้าแม่ผู้ดีปากจัด เลยเดินหนี แต่โชคร้ายเจอหญิงมานศรีตรงห้องโถงพอดี เธอจำหน้าเขาได้ ร้องเอะอะว่าโจรจะปล้นวัง ตะโกน ขอความช่วยเหลือ ทิวรวบตัวเธอมากอดแล้วปิดปากไว้ หญิงมานศรีดิ้นรนสุดฤทธิ์ ทิวรู้สึกไม่ดีที่ต้องถูกเนื้อต้องตัวหญิงสาว

“ด้วยเกียรติของการเป็น ม.ร.ว.หญิง คุณต้องไม่เอาเรื่องผม ถ้าผมปล่อยคุณ” ทิวตั้งข้อแม้

หญิงมานศรีพยักหน้ารับ พอเป็นอิสระเธอตบหน้าเขาฉาดใหญ่ที่บังอาจมาแตะต้องตัวเธอ และจะตบซ้ำเพื่อเตือนสติไม่ให้เขาหยามเกียรติเธออีก แต่ทิวคว้ามือเธอไว้ จ้องหน้าเขม็งไม่รู้จะจัดการกับแม่ผู้ดีปากจัดคนนี้อย่างไร ได้แต่ผลักพ้นทางแล้วขยับจะไป หญิงมานศรีขวางไว้ทั้งด่าว่าทั้งดูถูกเหยียดหยามว่าเขาเป็นแค่อีกาเทียบกับหงส์อย่างเธอไม่ได้ ทิวโกรธเดินเข้าหาอย่างเอาเรื่อง เธอตกใจ ถอยกรูดสะดุดขาตัวเองล้ม

“คนก็คือคน เพียงแค่คุณถอดเสื้อผ้า ถอดมงกุฎ คุณก็มีแต่ตัวเปลือยเปล่ากับหัวใจที่ไร้ความรักและความเมตตา ผมอยากรู้นัก ถ้าคุณต้องมาเกลือกกลั้วกับอีกาอย่างผม พญาหงส์อย่างคุณจะอกแตกตายไหม” ทิวแกล้งดึงเธอขึ้นมาจะจูบแต่ยั้งไว้ ผลักเธอออกอย่างรังเกียจ ดูถูกกลับไปบ้างว่าผู้หญิงอย่างเธอไม่คู่ควรกับเขา แล้วผละจากไปไม่สนใจเสียงโวยวายของเธอ...

ขณะที่พิไลพรถือเสื้อตามหาทิวทั่ววัง หญิงมานศรีวิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามหาชายแปลกหน้าท่าทางเถื่อนๆมาทางนี้หรือเปล่า พิไลพรไม่เห็น กำลังจะบอกว่าเห็นแต่ผู้ชายท่าทางสุภาพ หญิงมานศรีชิงตัดบทขึ้นก่อน

“หายไปเสียได้...ใครปล่อยให้เข้ามานะ ต้องให้พี่ชายแจ้งตำรวจ” ว่าแล้วจ้ำพรวดๆไปที่งานเลี้ยง โดยมีพิไลพรวิ่งตามไปอย่างงงๆ...

ด้านทิวเดินอารมณ์เสียออกมาเจออรอนงค์พอดี ขอตัวกลับก่อนอ้างว่าเสื้อเลอะ อรอนงค์ไม่ยอมให้ไปเสื้อเลอะแค่นี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ในรถของเธอมีเสื้อของนพดลอยู่ แล้วลากทิวไปเปลี่ยนเสื้อ

ooooooo

ระหว่างที่ทิวกำลังไปเปลี่ยนเสื้อ ท่านชายพหลกับหม่อมรัชนิกรมาถึงงาน หม่อมสรัสวดีชักสีหน้าไม่พอใจ เพราะท่านชายพหลทำให้เรื่องจำนองวังกฤตยารู้ถึงหูท่านชายอมรเทพ แต่จำต้องเข้าไปทักทายเพื่อมารยาท แล้วรีบสั่งให้ชายคำรณที่ยืนต้อนรับแขกอยู่ด้วยกันไปตามน้องมาได้แล้ว ทันทีที่ลูกชายคล้อยหลัง หม่อมสรัสวดีต่อว่าท่านชายพหลว่าเป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวของเธอมีปัญหา

“ปัญหามันเกิดจากความโลภของเธอ ไม่ใช่พี่” ท่านชายพหลต่อว่ากลับ

หม่อมสรัสวดีอ้าปากจะเถียง แต่นพดลกับเทพเดินเข้ามาหาเสียก่อน ท่านชายพหลถือโอกาสขอตัวไปหาหลานสาว หม่อมรัชนิกรรีบเดินตาม หม่อมสรัสวดีไม่พอใจแต่จำต้องเก็บอาการไว้ หันมาทักทายนพดลด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม นพดลแนะนำเทพให้รู้จักกับหม่อมสรัสวดีซึ่งดูจะพอใจในฐานะมั่งคั่งของเทพอยู่ไม่น้อย...

หญิงมานศรีต้องการลากคอทิวเข้าคุกให้ได้ เมื่อชายคำรณมาตามให้ไปพบหม่อมแม่ เธอขอให้เขาแจ้งตำรวจให้ อ้างว่ามีโจรอยู่ในวัง ชายคำรณช่วยตามหาโจรอีกแรง แต่ไม่พบใครที่มีพิรุธสักคน จังหวะนั้น

ทิวเปลี่ยนเสื้อเสร็จกำลังกลับเข้างานพร้อมอรอนงค์ เหลือบเห็นกลุ่มของหญิงมานศรีเดินมาแต่ไกล รีบออกอุบาย

“คุณอรอนงค์ครับ ผมนึกขึ้นได้ว่ามีงานจะต้องสั่งไอ้เข้ม ผมขอตัวสักครู่นะครับ”

อรอนงค์ไม่สงสัยอะไร บอกทิวว่าเสร็จธุระแล้วให้รีบตามไป แล้วเดินเข้างาน  ทิวรีบหลบหลังพุ่มไม้  กลุ่มของหญิงมานศรีมาหยุดตรงที่เขาซ่อนตัวพอดี พิไลพรตั้งข้อสังเกตว่าโจรที่หญิงมานศรีเห็นป่านนี้คงหนีไปแล้ว

“พี่ชายแจ้งตำรวจให้หญิงแล้วกัน ให้ส่งคนมาช่วยดูๆหน่อย หญิงไม่แน่ใจในความปลอดภัย”

“จ้ะ...พิไลพรพาหญิงมานฯไปหาหม่อมแม่ก่อน เดี๋ยวฉันตามไป” ชายคำรณสั่งเสร็จหยิบมือถือขึ้นมาโทร.แล้วเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง ทิวมองตามหญิงมานศรี ที่เดินเข้าไปในงานอย่างไม่พอใจ จากจุดที่ทิวซ่อนตัวอยู่ เห็นภาพในงานชัดเจน เขาจึงยืนสังเกตการณ์อยู่ที่เดิม

เห็นหญิงมานศรีตามไปสมทบกับหม่อมแม่ที่กำลังคุยอย่างออกรสอยู่กับเทพ นพดล และอรอนงค์ เทพตะลึงในความงามสง่าของหญิงมานศรี หม่อมสรัสวดีเห็นอาการของเทพแล้วแอบยิ้มพอใจ ทิวซึ่งซุ่มดูอยู่ตลอด จ้องมองอากัปกิริยาของเทพไม่วางตาเช่นกัน เทพยังไม่ทันจะหว่านเสน่ห์ใส่หญิงมานศรี เสกสรรเดินเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน หญิงมานศรีหันมาเห็น รีบพาเขาออกมาหน้างาน ต่อว่าว่าไม่ควรมาที่นี่

“ทำไมล่ะครับคุณหญิง...ในเมื่อวันนี้เป็นวันสำคัญของคนที่ผมรัก ผมต้องมาแสดงความยินดี...” เสกสรรจะก้าวเข้าหา เธอรีบถอยห่าง

“จนกว่าเสกจะพิสูจน์ให้หญิงเห็นว่า...เสกคือผู้ชายที่เป็นผู้นำและลุกขึ้นสู้เพื่อความถูกต้องสำหรับความรักของเรา...หญิงขอตัวนะคะ” หญิงมานศรีเดินจากมาโดยไม่แสดงอาการหวั่นไหวใดๆ ทั้งที่ในใจเจ็บแทบตาย ขณะที่เสกสรรเดินคอตกกลับไป ทิวยืนมองมาจากมุมหนึ่งด้วยสีหน้าหยียดหยาม

“ฮึ...มีเป้าหมายใหม่แล้วก็เลยเฉดหัวอดีตคู่หมั้นทิ้ง ทั้งๆที่เคยรักกันปานจะกลืนกิน ผู้หญิงใจเร็ว...”

งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างสนุกสนาน จนถึงเวลาสำคัญของงาน เค้กวันเกิดที่มีรูปหงส์ประดับอยู่ด้านบนถูกยกมาวางตรงหน้าเจ้าของงาน ขณะเสียงเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ดังกระหึ่ม มีโทรศัพท์มาแจ้งข่าวร้ายว่าเครื่องบินที่ท่านชายอมรเทพโดยสารไปอังกฤษตกทะเล ไม่มีใครรอดชีวิต หม่อมสรัสวดีถึงกับเป็นลมล้มพับไปทันที

ooooooo

เกิดเป็นหงส์

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด