สมาชิก

ตะวันเดือด

ตอนที่ 8

ที่โต๊ะอาหารนี้เอง ยศได้แจ้งเรื่องสำคัญที่ศักดาให้มาบอกเพชรรุ้ง ด้วยความเชื่อใจว่า ทุกคนที่โต๊ะ อาหารนี้เป็นคนในทั้งสิ้นว่า

“ตอนนี้ คุณศักดากำลังพักอยู่ที่เมืองหลวงเก่ากับท่านนายพลเรืองฤทธิ์เพื่อนของคุณพ่อคุณหนูเอง ส่วนลูกชายท่านนายพลเป็นนายอำเภออยู่ที่นี่ นายอำเภอรับปากว่าจะช่วยเคลียร์เรื่องคดีความต่างๆให้พ่อของคุณหนู ถ้าหากคุณหนู...เอ่อ...ยอมแต่งงานกับลูกชายเขา”

“อะไรนะ” เพชรรุ้งอุทานอึ้ง ยศชี้แจงว่าเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเธอเพราะศักดาสั่งไว้ว่าถ้าเธอไม่ เต็มใจก็ไม่ต้องรับปาก

ภูตะวันมองหน้าเพชรรุ้ง  เห็นเธอนั่งนิ่งงันเหมือนถูกสะกด ดังนั้น หลังลุกจากโต๊ะอาหาร ภูตะวันเดินมาคุยกับเพชรรุ้งที่ลุกเดินออกมาอย่างใจลอยว่า เธอไม่ควรแต่งงานกับผู้ชายคนนั้น

“แต่เขารับปากว่าจะช่วยพ่อของฉัน เขามีอำนาจ ถ้าเขาออกโรงเมื่อไหร่นายจรัญต้องหลีกทางแน่” เพชรรุ้งตอบอย่างใช้ความคิด ครั้นภูตะวันติงว่าชีวิตเธอจะเป็นอย่างไรถ้าต้องแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จัก “อยู่ๆไปก็รักกันไปเองแหละ นายไม่เคยได้ยินเหรอ”

ภูตะวันติงว่าเธอไม่ใช่คนแบบนั้น อ้างว่า พรเคยเล่าให้ฟังว่า ตอนเธอเด็กๆ เป็นคนขี้แยแต่ก็หัวดื้อกว่าเด็กผู้หญิงทุกคน อะไรที่เป็นของเธอใครก็แย่งไปไม่ได้ เรื่องไหนที่เธอไม่ชอบใครก็มาฝืนใจไม่ได้เช่นกัน ทำให้เพชรรุ้งมองอย่างหวั่นไหวที่เขารู้จักตนเป็นอย่างดี

เพชรรุ้งยืนกรานว่า ตอนนี้ตนโตแล้วและต้องช่วยพ่อปกป้องไร่ฟ้ารุ่ง ทำให้ภูตะวันคว้ามือเธอไว้ ถูกเธอเรียกปราม เขาก็ยังพยายามบอกเธอว่า

“คุณหนูจะตีจะด่าผมยังไงก็ได้แต่ผมอยากจะบอกว่า...ผมไม่อยากเห็นคุณเป็นของใครทั้งนั้น นอกเสียจาก...คนที่คุณรัก”

“คนที่ฉันรัก เขาจากฉันไปนานแล้วนายเสือ หัวใจของฉันมีแต่ความว่างเปล่า ฉันไม่ได้รักใคร นายอย่าเป็นห่วงเลย”  พูดแล้วสะบัดมือจากการเกาะกุมของภูตะวันเดินหนี เข้าบ้านไป ระหว่างนั้นยศเดินสวนออกมาพอดี เขามองภูตะวันอย่างนึกสงสัย

ooooooo

แม้จรัญจะมองเดชาว่าเป็นคนที่ไว้ใจไม่ได้ แต่เพื่อให้มาต่อสู้กับภูตะวันจึงจำต้องรับเดชาและสมุนคือศร กรณ์และไกรมาไว้ในบ้าน ท่ามกลางความระแวงของก้อน

บุหลันแอบมาหาเดชาที่ห้องพักของเขา เตือนว่ามีคนจับตาดูเขาอยู่ให้ระวังตัวไว้ด้วย เดชาเดาได้ว่าเป็นก้อน บุหลันรับว่าใช่ เพราะเมื่อวานก้อนซอกแซกถามว่าเจอตัวเขาได้อย่างไร ตนเลยโกหกไปว่าสมุนของเขารู้จักกับคนรับใช้ตน

เดชาพูดอย่างอาฆาตว่าไม่เป็นไร ไม่มีปัญหาตนจะกำจัดมันทันทีที่มีโอกาส บุหลันพยักหน้าอย่างพอใจ

ฝ่ายก้อนก็ถามจรัญว่า เคยบอกว่าเดชาไว้ใจไม่ได้ทำไมถึงยอมร่วมงานกับมัน  จรัญยอมรับว่า บุหลันพูดถูกว่ามีแต่เดชาเท่านั้นที่จะรับมือนายเสือได้ จึงจำต้องอาศัยมันจนกว่าจะยึดไร่ฟ้ารุ่งสำเร็จ

ก้อนถามว่าแล้วหลังจากนั้นจะทำอย่างไร จรัญพูดเหี้ยมว่า “เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล” ก้อนเข้าใจดีแต่ก็ยังเตือนว่า เลี้ยงงูเห่าไว้ในบ้านก็ต้องไม่ประมาท
“ข้ารู้แล้ว เอ็งก็คอยเป็นหูเป็นตาแทนข้าด้วยละกัน”

ooooooo

มาบอกข่าวเพชรรุ้งแล้ว รุ่งขึ้นยศเดินทางกลับ บอกเพชรรุ้งว่าได้คำตอบเมื่อไรอย่าลืมส่งจดหมายไปบอกพ่อเธอด้วย เพราะเขารออยู่

พร สิงห์ และสมใจ ขี่ม้าไปส่งยศเป็นการคุ้มกันไปในตัว จนถึงปากทางเข้าไร่ ยศให้พวกนั้นกลับไปเสียตนจะไปต่อเอง เมื่อยศควบม้าไปแล้ว สิงห์จึงเพิ่งนึกได้ว่า ภูตะวันหายไปไหนทำไมไม่มาส่งยศพร้อมกัน

ที่แท้ ภูตะวันไปซุ่มดูอยู่ไกลๆ เห็นพวกพรมาส่งยศและเห็นกระทั่งว่ามีรถจี๊ปทหารคันหนึ่งมารับยศ เขาเห็นเครื่องหมายตราบอกสังกัดที่ข้างรถทหารชัดเจนว่า มันเป็นค่ายทหารม้า สัญลักษณ์เดียวกับของสาโรจน์!

เมื่อไปเล่าให้รานีฟัง รานีถามว่าพอแยกออกไหมว่าเป็นสังกัดของใคร หลงเชื่อว่าตามตัวอักษรแล้วน่าจะเป็นของนายพลเรืองฤทธิ์เพราะเคยเห็นแขกที่มาเที่ยวแต่งตัวมีเครื่องหมายแบบนี้ รานีจึงเล่าว่า

“นายพลเรืองฤทธิ์เป็นพวกทหารนอกแถว คนอย่างมันทำได้ทุกอย่างเพื่ออำนาจ”

หลงเชื่อว่าเรืองฤทธิ์ต้องคุ้มหัวศักดาอยู่แน่ๆ ภูตะวันเสนอจะไปฆ่าศักดาเลยดีไหม รานีติงว่า เขาจะตายก่อนถึงตัวมันด้วยซ้ำ ภูตะวันจึงเสนออีกแผนคือคอยดักฆ่าตอนศักดามางานแต่งงานของเพชรรุ้ง

รานีจึงรู้ว่า ที่แท้แล้วณรงค์เป็นลูกของเรืองฤทธิ์ มองทะลุไปถึงว่า พวกมันต้องการยึดไร่ฟ้ารุ่งเหมือนกับจรัญ ทำให้ภูตะวันยิ่งหนักใจที่มรดกของตนกลายเป็นที่จับจ้องของกลุ่มอำนาจหลายกลุ่ม

ooooooo

เพชรรุ้งคิดหนัก วันนี้ถึงกับเอากังหันลมอันเล็กที่ได้มาในวัยเด็กขึ้นมาดูอย่างคิดถึงคนให้ ถามตัวเองว่าจะต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักกันจริงๆเหรอ ก็พอดีสาลี่เข้ามาบอกว่า มีแขกมาขอพบเพชรรุ้งถามว่าบอกรึเปล่าว่าเป็นใคร สาลี่บอกว่าเป็นนายอำเภอกับผู้ช่วย เธอหน้าเครียดขึ้นทันทีและเมื่อออกไปพบณรงค์ เขาถอดหมวกอย่างสุภาพ บอกว่า มาทวงคำสัญญา...อาหารมื้อค่ำ

เพชรรุ้งพยักหน้าอย่างจำได้ ระหว่างนั้น ภูตะวันขี่ม้ากลับมาพอดี...เขาเลยไปเข้าโรงครัวกินอาหารกับพวกสิงห์ พรและสมใจ สิงห์ไม่พอใจณรงค์ที่มาไร่ฟ้ารุ่ง พรบ่นว่า ต่อไปก็คงจะเป็นแขกประจำของที่นี่

สิงห์ไม่เชื่อ พรจึงให้ภูตะวันเล่า ภูตะวันบอกว่าณรงค์กำลังจะแต่งงานกับเพชรรุ้ง เพราะเป็นความต้องการของผู้ใหญ่ คุยกันถึงเรื่องนี้แล้วบรรยากาศก็กร่อยไปสนิท สุดท้ายภูตะวันอิ่มเอาดื้อๆ อ้างว่าจะรีบไปเข้าเวร ทั้งๆ ที่คืนนี้เป็นเวรของสมใจ ทุกคนเลยยิ่งงงว่า เขาเป็นอะไรไป

ฝ่ายณรงค์หลังทานอาหารแล้วก็ทำเฉไฉขอค้างคืนที่นี่เลย เพชรรุ้งจึงให้สาลี่ไปเตรียมห้องที่เรือนเล็กของยศเป็นที่พัก สาลี่พาไปแล้วขอตัวกลับ แต่ที่แท้ยังอยู่แถวนั้น ได้ยินเรียวกับณรงค์คุยกัน เรียวถามว่า ทำไมถึงค้างที่นี่ ณรงค์บอกว่าเมื่อมีโอกาสเข้ามาแล้วก็อยากสำรวจรอบๆ จะได้รู้ว่าที่นี่มีสายแร่พลอยจริงไหม

“สายแร่พลอย...นี่ขนาดนายอำเภอก็เอากับเขาด้วยเหรอเนี่ย” สาลี่พึมพำ

เมื่อณรงค์จะไปสำรวจไร่ เพชรรุ้งจึงให้ภูตะวันช่วยพาไป เขาปฏิเสธอ้างว่าณรงค์อาจอยากคุยเรื่องแต่งงานกับเธอก็ได้ เมื่อเพชรรุ้งยืนยันว่าต้องไปเขาก็เกี่ยงให้พรไปแทน

เพชรรุ้งคาดคั้นถามว่าทำไมถึงทำตามคำสั่งตนไม่ได้ ภูตะวันเลยจำต้องบอกว่าตนไม่อยากเห็นณรงค์อยู่กับเธอ เพชรรุ้งพูดใส่หน้าว่าเขาไม่มีสิทธิ์คิดแบบนั้น

“ผมรู้ แต่ความรู้สึกของคนเรามันห้ามกันไม่ได้” เพชรรุ้งโต้ว่าต้องได้ เพราะนี่เป็นคำสั่ง “ถ้างั้นทำไมคุณไม่สั่งหัวใจตัวเองดูบ้าง บอกผมสิว่าคุณรักหมอนั่น รักผู้ชายที่คุณไม่เคยรู้จักเขามาก่อน คุณหนูทำได้ไหม”

“ทำไมจะไม่ได้ ฉันจะรักเขา ฉันจะเป็นเมียเขา ใครก็ตามที่ช่วยชีวิตพ่อฉันเอาไว้ ฉันยอมได้ทั้งนั้น นายพอใจรึยัง” ภูตะวันพยักหน้าอย่างปวดร้าว เชื่อว่าเธอคิดอย่างนั้นจริงๆ “นายเป็นแค่ยามนายเสือเป็นแค่บ่าวไพร่คนนึงของฉัน และชั่วชีวิตนายจะเป็นได้แค่นั้น ต่อไปอย่าพูดพล่อยๆ ให้ฉันได้ยินอีก”

เพชรรุ้งควบม้าไปแล้ว ภูตะวันยังยืนสับสนกับความคิดตัวเอง แต่เพชรรุ้งสับสนยิ่งกว่า เธอทบทวนคำโต้เถียงกันแล้วถามตัวเองว่า “นายเสือ...หรือว่านาย...”

ฝ่ายศักดาหงุดหงิดมากเมื่อยศกลับไปรายงานว่าเพชรรุ้งยังไม่ให้คำตอบ แต่เมื่อยศชี้แจงว่าเธออาจต้องการศึกษานิสัยใจคอของณรงค์ก่อน คาดว่าเธอคงไม่ปฏิเสธ ฟังแล้วศักดาพูดอย่างผ่อนคลายลงว่า

“ก็ดี...ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนละก็ ไอ้จรัญมันต้องก้มหัวให้เราแน่...”

เช่นเดียวกัน จรัญก็ถึงกับอึ้ง เมื่อได้ข่าวจากเดชาว่าณรงค์จะแต่งงานกับเพชรรุ้ง ซ้ำยังยุว่า

“ถ้าพวกมันผูกญาติกันได้เมื่อไหร่ เราคงต้องเจอศึกใหญ่แล้วล่ะครับพ่อเลี้ยง”

“ต้องหาทางหยุดพวกมัน ต้องล้มงานแต่งครั้งนี้ให้ได้” จรัญประกาศกร้าว

ooooooo

บุหลันลักลอบพบกับเดชาที่โรงงานเก็บม้า ทิ้งแมวคู่ใจไว้ข้างนอกแล้วเข้าไปเริงรักกันข้างใน โชคร้ายที่ก้อนกับสมุนผ่านมาเห็นแมวของบุหลันวนเวียนอยู่แถวนั้นก็เอะใจ มองไปทางโรงเก็บม้า เหมือนจะรู้อะไร

เดชากับบุหลันยังนอนคุยกันอย่างมีความสุข เดชาถามว่าทำไมเธอถึงได้อยากให้ตนจัดการจรัญ จึงรู้ว่าบุหลันถือจรัญเป็นศัตรู การที่ตนยอมเป็นนางบำเรอของจรัญ เป็นเพียงแผนแก้แค้นเท่านั้น เมื่อเดชาถามถึงสาเหตุ เธอเล่าว่า

“เมื่อหลายปีก่อน พ่อเลี้ยงจรัญกว้านซื้อที่ดินแถวไร่ฟ้ารุ่ง ทั้งหมดก็เพื่อค้นหาแหล่งพลอย ครอบครัวไหนที่ไม่ยอมขายที่ให้ในราคาถูกก็ต้องพบจุดจบทุกราย”

พ่อแม่เธอก็เช่นกัน เมื่อพ่อแม่ถูกยิงตายแล้วเธอทิ้งศพไว้กลางไร่เพื่อหลอกให้จรัญคิดว่าเธอหนีไปแล้ว แต่หลังจากแปลงโฉมแล้วเธอจึงย้อนกลับมาเพื่อแก้แค้น เมื่อเธอมีโอกาสเข้าถึงตัวจรัญจึงวางแผนจะทวงสมบัติของพ่อแม่คืน  และต้องให้มันตายอย่างน่าสมเพชที่สุด  ถ้ามันรู้ว่ามรดกทั้งหมดของมันตกเป็นของศัตรู

เล่าให้เดชาฟังแล้ว ก้อนถามว่าแล้วทำไมเธอจึงเลือกตน ทั้งๆที่ก้อนมาก่อน แถมจรัญยังไว้ใจด้วย

“บอกตามตรงนะ ฉันกระเดือกนายก้อนไม่ลง แล้วที่สำคัญถ้าไอ้โง่นั่นทำงานสำเร็จเมื่อไหร่ รับรองมันต้องผลาญสมบัติไม่เหลือแน่”

ทั้งคู่สะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงจรัญร้องเรียกบุหลัน ในมือจรัญอุ้มแมวที่เธอทิ้งไว้ข้างนอกด้วย เดชารีบแต่งตัวเดินออกไปล่อจรัญไปทางหนึ่ง อ้างว่าตนมาดูม้าเลยเดินเล่นแถวนี้ จรัญถามว่าเห็นบุหลันไหม เดชาส่ายหน้า จรัญบ่นอุบอิบว่า “เอ...แล้วทำไมไอ้ก้อนมันบอกว่าอยู่แถวนี้วะ”

อีกทางหนึ่ง บุหลันแอบย่องออกไปบ่ายหน้าไปทางบ้าน เจอก้อนเข้าถูกมันถามดักคอว่า สนุกจนลืมตัวลืมตายแบบนี้ไม่เกินไปหน่อยหรือ แม้บุหลันจะตกใจ แต่ก็ทำปากแข็งสวนไปว่ามันเรื่องของตน

แต่ก้อนไม่ยอม คว้ามือบุหลันไว้ ซํ้ายังขู่ว่ารู้ว่าเธอมีความสัมพันธ์กับเดชาขนาดไหน สุดท้ายมันก็ขอต่อรองแลกกับการปิดปากว่า “ผมมาก่อนไอ้เดชาตั้งนาน คุณก็น่าจะเห็นใจผมบ้างสิ”

“แค่นั้นเองเหรอที่นายต้องการ” บุหลันยิ้มอ่อย ก้อนแสยะยิ้มอย่างหื่นกระหายตาวาว

ooooooo

ณรงค์ไม่พอใจที่เพชรรุ้งให้ภูตะวันไปด้วย เหลือบมองภูตะวันอย่างไม่ถูกชะตา  แต่ก็ไม่อาจกีดกันได้ เพราะเพชรรุ้งอ้างว่านายเสือเป็นหัวหน้าการ์ดของที่นี่ คงอยากได้คำแนะนำจากนายอำเภอเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัย

สาลี่แอบได้ยินณรงค์พูดกับเรียวแล้วรีบตามหาเพชรรุ้ง เจอแต่พลอยขวัญ จึงเล่าอย่างตระหนกว่า

“อีตานายอำเภอที่มันจะแต่งงานกับคุณเพชรรุ้ง ก็เพราะมีแผนจะฮุบสมบัติค่ะ”

พลอยขวัญจํ้าอ้าวไปหาสิงห์บอกว่ามีงานให้ทำรีบแต่งตัวแล้วตามมา จากนั้นพลอยขวัญ สิงห์ พร และสมใจ ก็ย่องไปที่พุ่มไม้หน้าเรือนเล็ก เห็นถาวรกำลังหลับกรนคร่อกๆ ที่เก้าอี้โยก เธอบอกสิงห์กับพวกว่า ทำยังไงก็ได้ให้พวกนี้เผ่นไปจากไร่เราให้เร็วที่สุด

ด้วยการบงการของพลอยขวัญ พวกสิงห์แกล้งจุดประทัดโยนใส่ถาวร จนมันตกใจลุกขึ้นวิ่งอ้าวไป เธอบอกว่ายังมีอีกคนหนึ่งคือเรียว พอดีเรียวเดินออกมา สิงห์จุดประทัดโยนเข้าไปในบ้าน แต่เรียวไม่สะดุ้งสะเทือนเลย ซํ้ายังโกรธที่รู้ว่าโดนแกล้งด้วย สุดท้ายพวกสิงห์เลยต้องเป็นฝ่ายเผ่นเสียเอง

แต่ถูกเรียวตามหาจนเจอในไร่ข้าวโพด เรียวชักซามูไรออกมา สิงห์ชักมีดสั้นออกมา สิงห์ตะโกนให้ทุกคนหลบไป ตัวเองถือมีดสั้นสู้กับซามูไรอย่างดุเดือด

ooooooo

ณรงค์ไม่พอใจภูตะวันที่ตามติดไปด้วย พูดขู่ๆว่าถ้าตนเป็นการ์ดจะตามห่างๆเพื่อให้คู่บ่าวสาวในอนาคตได้จู๋จี๋กัน ภูตะวันจึงทิ้งระยะห่าง แม้จะเป็นห่วงเพชรรุ้งไม่น้อย

ณรงค์ฉวยโอกาสนั้นหว่านล้อมเพชรรุ้งว่าอีกไม่นานเราก็จะแต่งงานกันแล้ว พยายามลวนลามกระทั่งปลุกปลํ้า เพชรรุ้งปัดป้องแต่สู้แรงณรงค์ไม่ได้ ขณะกำลังจะเสียท่านั่นเอง ภูตะวันพรวดเข้ามากระชากณรงค์ออกมา ทั้งคู่เลยหันมาต่อสู้กันตัวต่อตัวด้วยหมัดลุ่นๆ

จังหวะหนึ่งณรงค์จับภูตะวันกดนํ้า แต่ภูตะวันก็ปลดล็อกออกมาได้เป็นฝ่ายชกณรงค์หลายหมัดจนมันหมดแรง ภูตะวันปรามเสียงเข้มว่า

“ฟังผมให้ดีนะนายอำเภอ การที่พ่อคุณมีอำนาจล้นหล้า ไม่ได้แปลว่าคุณจะมีชีวิตยืนยาวกว่าชาวบ้านคนอื่น อย่างเก่งงานศพคุณก็หรูกว่าเท่านั้นเอง”

ณรงค์พูดอาฆาตว่า เจอกันคราวหน้าจะเอาคืนแน่ ภูตะวันผละไป ณรงค์ชักปืนออกมาทันที แต่พริบตานั้น เพชรรุ้งก็ชักปืนออกมายิงขู่ บอกณรงค์อย่างเด็ดขาดว่า
“ถ้าคุณแตะต้องคนของฉันเมื่อไหร่ พันธะระหว่างเรา ฉันจะถือว่าเป็นโมฆะ ทีนี้อย่าว่าแต่พ่อคุณมีกองทัพเลย ต่อให้พ่อคุณเป็นเทวดา ฉันก็ไม่แคร์!”

ณรงค์มองเพชรรุ้งอย่างไม่พอใจ จากนั้นทุกคนพากันกลับ ณรงค์ขี่ม้ารั้งท้ายอย่างแค้นใจ ภูตะวันกับเพชรรุ้งลอบมองกันหลายครั้งจนจังหวะหนึ่งสบตากันจังๆ เลยต่างยิ้มให้กัน
ระหว่างนั้นเองได้ยินเสียงปังๆๆจากในไร่ ทำให้ทุกคนแปลกใจ ภูตะวันเห็นท่าไม่ดีรีบควบม้านำทุกคนไปยังไร่ทันที
ooooooo
เรียวกับสิงห์ต่อสู้กันเอาเป็นเอาตาย ขณะสิงห์เสียท่าล้มลงนั้น เรียวเงื้อซามูไรสุดแขน แต่ไม่ทันทำอะไร เขาก็ถูกพลอยขวัญใช้ก้อนหินทุบจนสลบ

เป็นเวลาที่เพชรรุ้ง ภูตะวัน และณรงค์กลับมาถึงพอดี ถาวรที่อยู่ในเหตุการณ์ฟ้องว่าอยู่ดีๆพวกของเพชรรุ้งก็หาเรื่องแกล้งพวกตนจนเรียวต้องเป็นแบบนี้

พลอยขวัญบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจ ทำไปก็แค่ต้องการให้พวกนี้ออกไปจากไร่เราเท่านั้น เพชรรุ้งตำหนิน้องว่าทำไมทำอย่างนี้ พวกเขามาช่วยพ่อเราแท้ๆ

“ไม่จริง พวกมันต้องการยึดไร่ฟ้ารุ่งต่างหาก พวกมันต้องการค้นหาสายแร่พลอย มันก็เลวเหมือนกับไอ้จรัญนั่นแหละ” พลอยขวัญโต้ เพชรรุ้งสั่งให้ถอนคำพูด เมื่อพลอย-ขวัญไม่ยอมถอน เพชรรุ้งเงื้อแส้ม้าในมือจะฟาดใส่ ภูตะวัน เห็นดังนั้นพุ่งเข้าขวาง สุดท้ายเขาถูกเพชรรุ้งฟาดแส้ถูกหน้าจนเป็นแผลฉีก!

เพชรรุ้งทิ้งแส้ร้องไห้ พูดอย่างอัดอั้นว่า

“ทำไม...ทำไมไม่มีใครเชื่อฉันบ้าง ทำไมทุกคนต้องก่อเรื่องวุ่นวาย ฉันพยายามดูแลที่นี่ ดูแลทุกคน แล้วทำไม...ทำไม...ถึงทำกับฉันแบบนี้!” เธอร้องไห้วิ่งเข้าบ้านไป

ณรงค์เห็นสถานการณ์ตึงเครียด จึงสั่งถาวรให้พาเรียวไปหาหมอ เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง หันไปพูดกับพลอยขวัญเชิงขู่เชิงอาฆาตว่า

“ผมจะบอกอะไรให้ ถ้าผมจะยึดไร่ฟ้ารุ่งจริงๆ ใครก็ขวางผมไม่ได้ทั้งนั้น!”

ooooooo
พลอยขวัญกับสาลี่ตามไปเคาะประตูห้อง

เพชรรุ้ง แต่ข้างในไม่ยอมตอบ ไม่ยอมเปิดประตู เธอจึงบอกสาลี่ว่า ปล่อยให้พี่เขาอยู่คนเดียวอีกสักพักหนึ่งก่อน แล้วพากันผละไป ลงมาเจอภูตะวัน เธอบอกว่าเพชรรุ้งไม่ยอมพูดกับตน และก็คงไม่อยากพบเขาเหมือนกัน ให้กลับไปก่อน

เมื่อภูตะวันหันหลังจะเดินกลับ พลอยขวัญเรียกไว้ ขอบใจที่ปกป้องตน ชมว่าเขาทำตัวเหมือนพี่ชายเลย

“ก็เราเคยสัญญากันไว้นี่ครับ” ภูตะวันตอบนิ่งๆพลอยขวัญยิ้มให้เขา

แม้แต่สิงห์เองก็ยังชมภูตะวันที่ยอมเอาตัวเข้าปกป้องพลอยขวัญขนาดนั้น ตนเองยังไม่กล้าเลย

มิน่าเล่าพลอยขวัญถึงได้ชอบเขา ภูตะวันยืนยันว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับพลอยขวัญเพราะมันเป็นไปไม่ได้ สิงห์คาดคั้นถามว่ารู้ได้ยังไง ภูตะวันย้ำแต่คำเดิมว่า “เอาเป็นว่าฉันรู้ก็แล้วกัน” ทำให้สิงห์รู้สึกว่าภูตะวันมีความลับอะไรอยู่ในใจ

คืนนี้ภูตะวันนอนไม่หลับ เขาลุกเดินไปทางเรือนใหญ่ไร่ฟ้ารุ่ง มองขึ้นไปที่หน้าต่างห้องนอนของเพชรรุ้งอย่างเป็นห่วง เห็นไฟมืดสนิทราวกับไม่มีคนอยู่ แต่ในสายตาแวบหนึ่งเขาเห็นเงาคนแอบดูอยู่ที่หลังม่านหน้าต่าง เขาตัดสินใจเข้าไปในบ้าน ตรงไปที่ห้องเพชรรุ้งโดยมิพักต้องยั้งคิด

เพชรรุ้งเห็นภูตะวันเข้ามาในบ้านเชื่อว่าเขาต้องขึ้นมาที่ห้อง เธอมองที่ประตูเห็นลงกลอนอยู่แต่อึดใจเดียวก็เห็นลูกบิดถูกบิดจากข้างนอก ใจเธอเต้นรัว เมื่อเสียงภูตะวันขอให้เปิดประตู เธอบอกว่าเขาไม่มีสิทธิ์เข้ามาในนี้

“คุณจะเปิดดีๆหรือให้ผมพังเข้าไป” ภูตะวันถาม ทำให้เพชรรุ้งกระชากประตูเปิดออก เมื่อเผชิญหน้ากัน ภูตะวันบอกทันทีว่า “ผมเป็นห่วงคุณ”

เพชรรุ้งเจ็บปวดจนบอกไม่ถูกเมื่อเห็นรอยแผลจากแส้ที่เธอฟาดที่หน้าเขา เธอขอโทษ...น้ำตาไหลพรากขณะเอามือลูบแผล ภูตะวันส่ายหน้าบอกเธอว่าถ้าเห็นตนเป็นแค่บ่าวก็ไม่จำเป็นต้องพูดแบบนั้น

ตาต่อตาประสานกันอย่างลึกซึ้งจนไม่อาจเก็บความรู้สึกต่อกันได้อีกต่อไป ภูตะวันเช็ดน้ำตาให้แล้วบรรจงจูบอย่างนุ่มนวล เพชรรุ้งแค่ร้องเสียงประหม่าว่า “นายเสือ...อย่า...” ขู่ว่า “ฉันจะร้องให้คนช่วย”

แต่เมื่อหัวใจปรารถนา ก็ไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้นได้ ภูตะวันกอดจูบเพชรรุ้งอย่างเสน่หา เธอปล่อยกายปล่อยใจไปตามปรารถนา แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะเกินเลยกว่านั้น เธอตั้งสติ ผลักภูตะวันออกจากตัวบอกเขาด้วยเสียงปร่าสะท้านว่า

“มันสายไปแล้วนายเสือ...เรื่องระหว่างเรามันไม่ควรเกิดขึ้นเวลานี้...ฉันไม่รู้ว่านายมาที่นี่เพื่ออะไร แต่ว่าฉันไม่ใช่ สิ่งที่นายควรคาดหวัง...ไปเสีย ก่อนที่เราทั้งคู่จะเสียใจ”

ทั้งคู่สบตากันอย่างเจ็บปวดก่อนที่ภูตะวันจะค่อยๆผละห่างออกไป เพชรรุ้งเบือนหน้าหนีอย่างไม่อาจเก็บความรู้สึกได้ จนกระทั่งภูตะวันตัดใจหันหลังเดินจากไป

ภูตะวันลงมาเจอพลอยขวัญถือตะเกียงออกจากห้องเพราะได้ยินเสียงผิดปกติพอดี ต่างสบตากันนิ่ง พลอยขวัญถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นเมื่อเห็นกับตาว่าภูตะวันออกจากห้องเพชรรุ้ง...ทุกอย่างที่เธอสงสัยกลายเป็นเรื่องจริงเสียแล้ว...

ooooooo

เดชามุ่งมั่นที่จะทำลายงานแต่งงานของเพชร-รุ้งให้ได้ ศรเสนอว่าเราต้องกันนายอำเภอออกไปก่อนจากนั้นค่อยลงมือ แผนการจึงเริ่มขึ้น ด้วยการส่งศรไปแจ้งข่าวที่ไร่ฟ้ารุ่งว่าเดชามีเรื่องกับนายอำเภอถูกจับขอให้เพชรรุ้งไปช่วยก่อนที่นายอำเภอจะแขวนคอเดชาวันนี้

เวลาเดียวกันก็ส่งกรณ์กับไกรไปด่าทอณรงค์ที่ห้องพักของเรียวที่โรงแรมสันติภาพที่ณรงค์ไปเยี่ยม ช่วยกันตะโกนด่าว่านายอำเภอตาขาว ไม่มีน้ำยา แล้วขี่ม้าหนี ล่อให้ณรงค์ไล่ตามไปเข้ากับดักถูกร่างแหคลุมและจับมัดทิ้งไว้กลางป่า

พลอยขวัญมุ่งมั่นจะทำให้ภูตะวันหันมาสนใจให้ได้ แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเขายังยืนยันมั่นคงว่ารักเธอแบบน้องสาวเท่านั้น ภูตะวันขอโทษที่ทำให้เธอเข้าใจผิด พลอยขวัญเสียใจมากวิ่งหนีไป เจอสิงห์ที่เห็นเธอวิ่งเตลิดมาก็วิ่งตามไปด้วยความเป็นห่วง

พลอยขวัญวิ่งไปถูกหินบาดเท้า สิงห์ปฐมพยาบาลอย่างดีเอาผ้าเช็ดหน้ามาพันบาดแผลให้ ทำให้เธอรู้สึกดี จนเมื่อกลับถึงบ้านพักรู้จากสาลี่ว่า เพชรรุ้งไปช่วยเดชาซึ่งถูกจับอยู่ในเมือง เธอถามว่าใครมาแจ้งข่าว พอรู้ว่านายศร เธอหน้าเสีย รู้สึกสังหรณ์ใจขึ้นมา

ฝ่ายรานีเมื่อได้ฟังหลงเล่าว่าเมื่อกี้ชาวบ้านบอกว่านายอำเภอควบม้าตามคนร้ายออกไปนอกเมืองคลาดกับเพชรรุ้งแค่ไม่กี่นาที ก็เอะใจว่าน่าจะมีกับดัก

หน้าที่ว่าการอำเภอ เมื่อภูตะวันพาเพชรรุ้งกับสมใจมาถึง เขาบอกสมใจอย่าลงจากหลังม้า ถ้าได้ยินเสียงปืนให้รีบกลับไปแจ้งข่าวที่ไร่ฟ้ารุ่งไม่ต้องสนใจอะไรทั้งนั้น แล้วเขากับเพชรรุ้งก็ขึ้นไปที่ว่าการอำเภอ

ศรพาไปชี้ให้ดูเดชาที่นั่งเอาผ้าคลุมตัวสั่นอยู่ในห้องขังจึงรีบเข้าไปดู เดชาสลัดผ้าคลุมชักปืนออกมาจ่อจับเพชรรุ้งเป็นตัวประกันทันที ภูตะวันก็ไวทายาดเอาปืนจ่อหัวศรไว้เช่นกัน ต่างเอาปืนจ่อคุมเชิงกันอยู่

ภูตะวันพลิกสถานการณ์เมื่อเดชาเผลอเขาเอาพานท้ายปืนฟาดขมับศรแล้วยิงปืนขึ้นฟ้า

พอได้ยินเสียงปืน สมใจชักม้าออกไปทันที กรณ์กับไกรและสมุนขี่ม้าไล่ตามไปเป็นโขยง สมใจถูกพวกกรณ์ไล่ล่าก็หนีสุดชีวิต แต่แล้วพวกมันก็ถูกหลงที่มาซุ่มอยู่ยิงร่วงไปหลายคน สมใจรู้ว่ามีคนมาช่วยจึงหันยิงต่อสู้ ถูกกรณ์ยิงเฉี่ยวหัวไหล่จนตกจากม้า

รานีปลอมตัวเป็นชายควบม้าเข้ามาตะโกนบอกสมใจ “ขึ้นม้า!” พลางช่วยกระชากสมใจขึ้นหลังม้าพาหนีไปด้วยกัน พวกกรณ์ไม่เพียงถูกรานีกับหลงมาสกัดเท่านั้น มันยังถูกสิงห์ พลอยขวัญและพรตามมาเล่นงานด้วย สุดท้ายกรณ์เห็นท่าไม่ดีสั่งถอย

ooooooo

ณรงค์ถูกล่อไปติดกับดัก ม้าของเขาวิ่งกลับไปหาเรียวที่โรงแรมสันติภาพ เรียวเห็นอาการของม้าเดาได้ว่าต้องมีเรื่อง เขากระโดดขึ้นหลังม้าสั่งให้พาไปหาเจ้านายมัน ม้าพาไปเจอณรงค์ถูกมัดมืออุดปากอยู่กลางป่า  เขาเข้าไปช่วยปลดพันธนาการ ถามว่า “ฝีมือพวกไหน”

ณรงค์ไม่รู้ เรียวนึกขึ้นได้คาดว่าต้องเป็นพ่อเลี้ยงจรัญ เพราะตอนนี้ได้ยินชาวบ้านลือกันว่าเพชรรุ้งถูกจับตัวไป ทั้งสองจึงรีบย้อนกลับไปที่บ้านจรัญ แต่จรัญปฏิเสธว่าตนไม่ทำเรื่องชั่วๆแบบนั้นแน่ แต่ถ้านายอำเภอไม่เชื่อก็ท้าให้ค้นบ้านดู

ณรงค์กับเรียวมองหน้ากันเชิงปรึกษา เรียวส่ายหน้าทำนองว่าไม่มีประโยชน์ ทั้งสองจึงกลับไป จรัญยิ้มสะใจที่นายอำเภอทำอะไรตนไม่ได้ ส่วนบุหลันแอบนึกห่วงแผนการที่คบคิดกับเดชาไม่รู้ว่าจะสำเร็จไหม

เดชาคุมตัวเพชรรุ้งและภูตะวันไปที่โรงนาเปลี่ยว เอาเอกสารสัญญาให้เพชรรุ้งเซ็น เป็นสัญญาที่เธอชดใช้หนี้พนันด้วยการยกกรรมสิทธิ์ไร่ฟ้ารุ่งให้พ่อเลี้ยงจรัญ ให้เวลาตัดสินใจ 10นาที จะตัดนิ้วภูตะวันทีละนิ้วจนกว่าเธอจะยอมเซ็น

เพชรรุ้งตัดสินใจเซ็นแต่เป็นลายเซ็นที่ไม่เหมือน เดชารู้ทันสั่งให้ศรเอาฉบับใหม่มา ศรหน้าซีดบอกว่าตนเอามาฉบับเดียว แต่จะรีบไปเอาที่บ้านจรัญมาใหม่ แล้วรีบลนลานออกไป

“แผนถ่วงเวลาของคุณหนูได้ผล แต่ถ้ามีอีกหนละก็คุณหนูเจ็บตัวแน่” แล้วสั่งสมุน “เฮ้ย มัดพวกมันไว้”

เพชรรุ้งไม่ตอบโต้อะไร แต่มองไปทางภูตะวันอย่างมีความหวังว่าเขาจะมีทางออกให้

ooooooo

ตะวันเดือด

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด