ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันเดือด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ก้อนกับสนควบม้านำสมุนโจรบ่ายหน้าไปยังไร่ฟ้ารุ่งราวกับเหาะ จรัญมองตามยิ้มหยันพึมพำอย่างสะใจ “ไอ้ศักดา เอ็งต้องคิดไม่ถึงแน่ว่าแผนการที่เอ็งเคยวางไว้ จะย้อนกลับมาเล่นงานเอ็ง นี่ล่ะโว้ย...เขาถึงเรียกกรรมตามสนอง” จรัญระเบิดเสียงหัวเราะออกมาโดยไม่รู้ว่าบุหลันตามมาแอบได้ยินทั้งหมด

แม้เดชาจะบอกศรว่าตนกับจรัญคุยกันได้ แต่คืนนี้ก็ขี่ม้ามากับศรตรวจเวรยาม กำชับให้ทุกคนระวังคนแปลกหน้าสองคนที่เราจับได้อาจเป็นสายของจรัญก็ได้ ถ้ามีอะไรไม่ชอบมา พากลให้ส่งสัญญาณทันที

สิงห์ยังโมโหภูตะวันที่ทำให้ต้องเดือดร้อน ภูตะวันขอโทษบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจและชวนสิงห์หนีบอกว่าในรองเท้าบู๊ทของตนมี มีดอยู่เล่มหนึ่ง ตัดเชือกมัดแล้วรีบหนีไปกัน

พลอยขวัญยังคิดไม่ตกว่าทำไมเพชรรุ้งจึงไม่ฆ่าสองคนนั้น เพชรรุ้งบอกว่าเราไม่มีหลักฐานอะไร ตนจะส่งทั้งสอง คนไปให้ทางการ พลอยขวัญพูดดักคอว่า เห็นตอนเพชรรุ้งสบตากับภูตะวันมองกันราวกับเป็นเนื้อคู่ เพชรรุ้งตัดบทว่าอย่ามาจับผิดกันเลย

ขณะเพชรรุ้งกำลังจะชี้แจงก็ชะงักเมื่อเห็นน้ำในแก้วที่วางอยู่กระเพื่อมเป็นวงเพราะแรงสั่นสะเทือนจากบางอย่าง

ที่แท้ ที่ปากทางเข้าไร่ฟ้ารุ่ง ก้อนกับสนกำลังนำกลุ่มโจรเกือบยี่สิบคนควบม้าตะบึงมา  เสียงม้าห้อกระหึ่มราวกับพายุ ทั้งยังมีแสงจากคบไฟส่องสว่างเข้ามาเหมือนลูกไฟดวงมหึมา

ยามเห็นดังนั้นรีบเคาะเกราะส่งสัญญาณว่าเราถูกโจมตี แต่ไม่กี่อึดใจยามทั้งสองก็ถูกยิงตาย

ภูตะวันได้ยินเสียงปืนรีบถอดรองเท้าบู๊ตก้มลงปลดมีดพับออกมาเพื่อตัดเชือกเตรียมพร้อม

เดชาก็ได้ยินเสียงปืนเปิดประตูออกมาเจอศร เข้ามาบอกว่าโจรบุกไร่เรา มากันเกือบยี่สิบคนตอนนี้กำลังต้อนวัวออกจากคอก แต่ถูกพวกคนงานขวางไว้

“ปล่อยให้พวกคนงานจัดการต่อไป ส่วนพวกเราไปคุ้มกันที่เรือนใหญ่” เห็นศรอึ้ง เดชาสั่งเข้มให้ทำตามคำสั่ง พอศรพาพวกไปที่เรือนใหญ่ เดชาคำรามแค้น “ไอ้จรัญ นึกแล้วว่าต้องมาไม้นี้!”

ส่วนพรทำท่าจะไปช่วยสู้กับโจร ถูกสาลี่ด่าว่าน้ำหน้าอย่างเขาสู้กับตนยังแพ้เลยแล้วจะไปสู้อะไรกับโจร ถูกสาลี่ตะคอกทีเดียวพรก็หันมาพาเมียหนีทั้งที่ใจยังห่วงพรรคพวกอยู่

ooooooo

ที่เรือนใหญ่ เพชรรุ้งกับพลอยขวัญถืออาวุธออกมาถามเดชาว่าเกิดอะไรขึ้น เดชาบอกว่ามีโจรบุกเข้ามาในไร่ แล้วบอกให้เพชรรุ้งกับพลอยขวัญเข้าบ้านเสียอย่าทำให้ตนต้องลำบากใจเลย

“ประสาท ถ้าฉันเชื่อนายก็บ้าแล้ว หลีกไป” พลอยขวัญกระชากยามคนหนึ่งจากหลังม้าแล้วขึ้นขี่ไปดูเหตุการณ์ เพชรรุ้งพยายามเรียกน้อง ถูกเดชาคว้าแขนไว้บอกว่าเดี๋ยวตนให้ศรไปตามพลอยขวัญเอง

เพชรรุ้งสะบัดแขนจากมือเดชาอย่างไม่พอใจที่เดชาทำจาบจ้วงมากขึ้นทุกที

สิงห์กับภูตะวันปลดพันธนาการแล้วก็เตรียมพร้อมออกไปช่วยพวกคนงาน ออกไปเจอโจรเข้าพอดี สิงห์เลยขว้างมีดซัดโจรตายไปหนึ่ง ภูตะวันยิงตายไปอีกหนึ่ง แล้วทั้งคู่ก็กระโดดขึ้นหลังม้าของโจรที่ตายควบตามกันไปอย่างสุดเท่

ในไร่ฟ้ารุ่ง พลอยขวัญตะบึงม้าไปลุยกับพวกโจร ถูกมันยิงบาดเจ็บที่บ่าจนตกจากหลังม้า พวกโจรควบม้าไล่ตาม เธอวิ่งหนีไปตามไร่ข้าวโพด ถูกพวกโจรขี่ม้าล้อมไว้ ไอ้ทิวหัวหน้ากลุ่มเผาไร่ข้าวโพดร้องสั่งสมุนของมันให้หลีกไปตนจะจัดการคนสวยเอง

ขณะที่พลอยขวัญกำลังเข้าตาจนนั่นเอง จู่ๆไอ้ทิวก็ถูกภูตะวันยิงจากอีกฟากหนึ่งของไร่จนร่วงจากหลังม้า มันตะโกนด่า “โอ๊ย...ไอ้พวกหมาลอบกัด แน่จริงโผล่หัวมาสิวะ” เลยถูกภูตะวันยิงซ้ำจนตาย

พลอยขวัญชะงักเมื่อเห็นภูตะวันกับสิงห์ควบม้าเข้ามาตรงหน้า เธออ้าปากจะด่า สิงห์รีบปรามว่าด่าผู้มีพระคุณบาปกรรมนะ พลอยขวัญเลยเงียบ สมุนของทิวเห็นลูกพี่ถูกยิงตายก็กระหน่ำยิงใส่กลุ่มภูตะวัน เขาบอกสิงห์ให้พาคุณหนูหนีไปก่อน

สิงห์ชักม้าโฉบมารวบตัวพลอยขวัญขึ้นซ้อนตักตัวเองบนหลังม้าพาหนีไปโดยมีภูตะวันคอยยิงสกัดพวกโจรให้

แม้ฝ่ายโจรจะมีการเตรียมพร้อมและยกกำลังมาร่วมยี่สิบคน แต่เมื่อมาเจอเพชรรุ้งกับพลอยขวัญหญิงสาวหัวใจแกร่ง ห้าว อีกทั้งมีสิงห์กับภูตะวันที่มาสมัครเป็นการ์ดแต่ฝีมือฉกาจฉกรรจ์อีกทั้งมีหัวใจนักสู้อยู่เต็มตัว สถานการณ์จึงคลี่คลาย ฝ่ายไร่ฟ้ารุ่งสามารถยิงพวกโจรตายเป็นเบือ

เมื่อก้อนที่นำโจรมาปล้นไร่ฟ้ารุ่งถูกภูตะวันที่มาช่วยเพชรรุ้งยิงปืนที่มันเล็งใส่เพชรรุ้งหลุดมือแขนเหวอะ มันถอดใจ ตะโกน “ไอ้เสือถอย!” แล้วควบม้าพาสมุนที่เหลือหนีไป แต่สมุนของมันก็ถูกเพชรรุ้งกับพวกยิงตาย เหลือก้อนคนเดียวที่หนีรอดไปได้

เหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้เพชรรุ้งตระหนักว่า ฝีมือของเสือหรือภูตะวันนั้นไม่ธรรมดาเลย

ฝ่ายสิงห์พาพลอยขวัญหนี  เขาควบม้าในขณะที่พลอยขวัญหันไปยิงต้านพวกโจรอย่างกล้าหาญ จนเมื่อโจรถอยไปแล้ว พลอยขวัญสั่งให้เขาหยุดม้า ไล่เขาลงจากหลังม้าเพราะตนจะกลับไปเรือนใหญ่

สิงห์โวยวายว่าแล้วตนล่ะ พลอยขวัญพูดหน้าตาเฉยว่าให้วิ่งตามไป หรือจะให้ตนขี่ม้ากลับไร่ท่านี้ พูดแล้วจ้องหน้าดุๆ จนสิงห์ต้องลงจากหลังม้าอย่างเสียไม่ได้

ooooooo

เดชาไล่ตามก้อนไปถึงทุ่งโล่งละแวกไร่ฟ้ารุ่ง เดชายิงถูกไหล่ก้อนจนตกจากหลังม้าแล้วเข้าไปสั่งให้เอาผ้าปิดหน้าออกเพราะตนรู้ว่าเป็นใคร ก้อนดึงผ้าออกขอร้องแกมขู่ว่า

“ไอ้เดชา แกอย่าฆ่าฉันนะ ถ้าฉันตาย พ่อเลี้ยงจรัญต้องล้างแค้นแน่”

“แกแน่ใจหรือ” เดชาถาม ยกปืนเล็งใส่ก้อน ครู่หนึ่งเสียงปืนก้องกัมปนาทขึ้น

แต่ก้อนยังไม่ตาย มันซมซานกลับไปหาจรัญถูกจรัญด่าว่าทำงานภาษาอะไร ให้ไปไร่ฟ้ารุ่งเพื่อหาตัวศักดาแล้วได้เรื่องไหม

ก้อนอ้างว่าตนเข้าไปแล้วบังเอิญมีคนมาขวาง แต่ตนก็ปล้นวัวมาได้หลายตัว จรัญตวาดว่าขนวัวมาทำไมตนไม่สนใจวัวแต่ต้องการศักดา ให้พาคนไปเป็นโขยงแต่รอดกลับมาแค่หยิบมือเดียว ทำไมไม่ตายไปเสียเลยตนจะได้โล่งใจ

ก้อนจึงเล่าให้ฟังว่า ตนเจอเดชาลูกของยศ เดชาปล่อยให้ตนรอดมาแต่มีข้อแม้ให้มาบอกพ่อเลี้ยงจรัญว่า

“ถ้าอยากจะยึดไร่ฟ้ารุ่ง พ่อเลี้ยงต้องพึ่งฉัน ต้องให้ฉันมีเอี่ยวด้วย รับรองว่าพ่อเลี้ยงจะได้ทุกอย่างที่ต้องการ”

ฟังแล้วจรัญด่าเดชาว่า “ไอ้หอกข้างแคร่” แต่ก็บอกว่าข้อเสนอของเดชาน่าสนใจมาก บางทีหมอนี่อาจจะมีประโยชน์กับตนก็ได้ จรัญยิ้มออกมาอย่างมีแผน แต่ไม่ทันสังเกตบุหลันที่มาทำแผลให้ก้อนที่แอบยิ้มอย่างมีแผนเช่นกัน

ooooooo

แม้เพชรรุ้งจะยอมรับในฝีมือการต่อสู้ของภูตะวัน แต่ก็ยังไม่ไว้ใจ ดังนั้นจึงรับสิงห์มาเป็นการ์ดเพียงคนเดียว ส่วนภูตะวันจะจ่ายเงินเดือนให้เท่ากับสิงห์ ส่วนตำแหน่งนั้นให้ไปช่วยพรเลี้ยงม้าก่อน

เดชารู้เช่นนั้น เข้ามาเตือนเพชรรุ้งว่าให้ระวังนายเสือเชื่อว่าไม่ได้มาดีแน่ เพชรรุ้งบอกว่าตนก็สงสัยอยู่เหมือนกัน เดชาถามอย่างรู้ทันว่า “แปลว่าที่คุณหนูยอมให้งานมัน ก็เพื่อสืบดูความเคลื่อนไหว”

เพชรรุ้งพยักหน้า กำชับเดชาว่า “ระหว่างนี้ถ้ามีอะไรผิดปกติละก็ นายจัดการได้เลยเดชา”

ภูตะวัน ไม่เพียงเป็นที่ระแวงสงสัยของเพชรรุ้งและเดชาเท่านั้น แม้แต่พรก็ไม่ไว้ใจบอกสาลี่ว่าภูตะวันหล่อกว่าคนทำไร่ทั่วไปและที่สำคัญ “ข้าว่าหน้าตามันคุ้นๆยังไงไม่รู้

แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน”

วันนี้ เพชรรุ้งเห็นพลอยขวัญลงจากเรือนไปทางโรงเลี้ยงม้า จึงตามไปดู เจอพลอยขวัญกำลังมาขอบใจภูตะวันที่ช่วยตน อีกทั้งอยากทำความรู้จักเขาให้มากกว่านี้ด้วย ถามเขินๆว่า

ฉันยังไม่รู้เลยว่าแต่ก่อนนายทำอาชีพอะไร แล้ว...มีลูกมีเมียรึยัง”

ไม่ทันที่ภูตะวันจะตอบอะไร เพชรรุ้งก็มาเรียกน้อง

ถามว่ามาทำอะไร ถ้าหมดธุระแล้วก็กลับไปเสีย พลอยขวัญจึงจำต้องกลับไปแต่บอกภูตะวันว่า “แล้วเจอกันนะนายเสือ”

เมื่อพลอยขวัญไปแล้ว เพชรรุ้งหันมาเตือนภูตะวันว่า

“ถ้าอยากให้ฉันไว้ใจ ก็ช่วยอยู่ห่างๆน้องสาวฉันเอาไว้ ตอนนี้ทุกอย่างในไร่ฟ้ารุ่งขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฉัน รวมทั้งชีวิตของนายด้วย นายเสือ”

พูดแล้วเพชรรุ้งเดินกลับไป ภูตะวันชำเลืองมองตามอย่างท้าทาย

ooooooo

เมื่อรู้ข้อเสนอและเงื่อนไขการร่วมมือกันของเดชาจากก้อนแล้ว จรัญเรียกเดชามาพบชมว่าชอบฝีมือเขาชวนมาทำงานด้วยกัน เดชาตอบอย่างยโสว่าคนอย่างตนถ้าจะทรยศทั้งทีคงไม่ยอมเป็นลูกน้องคนอื่น

จรัญถามหยั่งเชิงว่าแล้วเขาต้องอะไร เดชาตอบไม่ลังเลว่า

“หุ้นส่วน...ผมจะช่วยพ่อเลี้ยงยึดไร่ฟ้ารุ่ง ถ้าพ่อเลี้ยงสัญญาว่าจะแบ่งกรรมสิทธิ์ครึ่งหนึ่งให้ผม” แล้วพูดแบะท่าว่า เวลานี้ไร่ฟ้ารุ่งแข็งนอกแต่อ่อนใน   ถ้าจะเล่นงานไร่ฟ้ารุ่งก็ต้องมีคนในอย่างตนคอยช่วย และถ้าระหว่างนี้จรัญจะปล้นไร่ฟ้ารุ่งอีกให้แจ้งตนล่วงหน้า ตนจะอำนวยความสะดวกให้เต็มที่

จรัญบอกว่าไม่มีปัญหา เดชาจึงขอวัวที่ปล้นไปคราวที่แล้วคืน ก้อนบอกว่าจรัญจ่ายเป็นค่าแรงพวกเด็กๆไปหมดแล้วคงขอคืนมายาก

“ไม่มีปัญหา แค่บอกมาก็พอว่าตอนนี้ไอ้โจรกระจอกพวกนั้นมันกบดานอยู่ที่ไหน ที่เหลือผมจัดการเอง”

บุหลันแอบฟังอยู่พอจับความได้ก็รีบเดินออกไป ส่วนจรัญกับก้อนต่างด่าเดชาว่า เลวไม่มีที่ติ ท่าทางคงเลี้ยงไม่เชื่อง จรัญพึมพำเหี้ยมว่า “ถ้ายึดไร่ฟ้ารุ่งได้เมื่อไหร่ ข้าไม่ปล่อยมันไว้แน่”

เดชาออกมาแล้วกวาดตาสำรวจอย่างระแวดระวังรอบตัวนิดหนึ่งแล้วเดินมาขึ้นม้า บุหลันตามมาส่งเตือนว่าทำแบบนี้ไม่เสี่ยงตายไปหน่อยหรือ อ่อยเดชาว่าพ่อเลี้ยงจรัญชอบหนุ่มไฟแรงอย่างเขา  ตนก็ชอบเหมือนกัน ยอว่า

“ในภูพระกาฬเนี่ย ถ้าจะมีใครมาเทียบรัศมีของพ่อเลี้ยงจรัญได้ ก็คงมีแต่เธอคนเดียวละมั้งเดชา” พูดแล้วปาดอกไม้ในมือใส่อย่างยั่วยวน พูดก่อนเดชาไปว่า “แล้วฉันจะเอาใจช่วย”

ooooooo

สิงห์ได้เป็นการ์ดของไร่ฟ้ารุ่ง ได้ม้าเป็นพาหนะและเครื่องแบบเท่มาใส่ เลยเอามาอวดภูตะวัน แต่เพราะตัวเองหมายตามอเตอร์ไซค์คันเก่งของภูตะวันอยู่แล้ว เลยท้าว่ามาแข่งกันไหม ถ้าตนแพ้ก็จะยกม้าให้ภูตะวัน

แต่ถ้าภูตะวันแพ้ก็ต้องยกมอเตอร์ไซค์คันนี้ให้ตน

ภูตะวันรับคำท้า แต่พอแข่งกันจริงๆ สิงห์พาขึ้นเนินทำให้มอเตอร์ไซค์แพ้ม้า เลยต้องแลกพาหนะกัน ระหว่างนั่งดื่มน้ำกันนั้น ภูตะวันเห็นถ้ำบนภูเขาถามว่าทำไมปากถ้ำถูกปิดตาย

“อ๋อ...ถ้ำนั่นน่ะเหรอ เห็นพี่พรเคยเล่านะว่าเจ้าของไร่คนเก่ากับเมียถูกโจรฆ่าตายแล้วพวกมันก็เลยฝังศพไว้ที่นั่น”

ภูตะวันใจแว้บแต่พยายามระงับความรู้สึก ฟังสิงห์เล่าจนจบว่า

“พี่พรบอกชื่อถ้ำภูอุษาไงล่ะ ตั้งตามชื่อของคุณภูผากับคุณอุษาที่ตายไป เห็นคุณศักดาพ่อของคุณเพชรรุ้งสั่งให้เป็นเขตหวงห้ามด้วยนะ ถ้าใครไปวุ่นวายละก็ จะต้องโดนลงโทษสถานหนัก”

ดึกคืนนี้เอง ภูตะวันขี่ม้าไปที่ถ้ำนั้น บังเอิญพรเพิ่งกลับจากกินข้าวกับเพื่อนเห็นเข้า เลยขี่ม้าตามไปดูด้วยความสงสัย

ภูตะวันไปที่ปากถ้ำ พูดเข้าไปในถ้ำเหมือนบอกกล่าว กับพ่อแม่ว่าตนกลับมาแล้ว ทั้งบอกพ่อกับแม่ว่าจะฆ่าศักดากับจรัญให้หมด จะเอาบ้าน เอาสิบปีที่หายไปของตนคืนมาตะโกนก้องว่า “เอาชีวิตของกูคืนมา!”

ooooooo

รุ่งขึ้น พรถามสิงห์ว่าไอ้เสือเพื่อนเขาเป็นใคร รู้กำพืดกันหรือเปล่า สิงห์ถามว่าเสือไปก่อเรื่องอีกรึไง พรจึงเล่าว่าเมื่อคืนเห็นขึ้นไปบนภูเขา ไปแหกปากบ้าบออะไรก็ไม่รู้ฟังไม่ถนัด

“สงสัยคงเมามั้ง หรือไม่ก็ของขึ้น”

“นี่เอ็งอย่ามองโลกในแง่ดีเกินไปนะโว้ยไอ้สิงห์ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ ถ้ามันก่อเรื่องอีกเมื่อไหร่เอ็งนั่นแหละจะเดือดร้อนกว่าเพื่อน” พรเตือนอย่างไม่ไว้ใจ

เช้าวันเดียวกัน เพชรรุ้งเรียกภูตะวันให้ขับรถพาตนเข้าเมืองเพราะเดชาไม่อยู่ ถามว่าอยากลองเปลี่ยนงานดูบ้างไหม แต่พอเห็นภูตะวันขับรถได้อย่างชำนาญ เพชรรุ้งถามทึ่งว่าแต่ก่อนทำงานอะไร นึกว่าขี่ม้าเป็นอย่างเดียวเสียอีก ภูตะวันบอกว่าแต่ก่อนตนเคยเป็นช่างเครื่อง  ที่มาสมัครเป็นการ์ดก็เพราะอยากเปลี่ยนงานเพื่อหาประสบการณ์ดูบ้าง ย้อนถามว่า เพชรรุ้งสงสัยอะไรตนหรือ

“มันเป็นหน้าที่ของฉัน ที่ต้องสงสัยคนแปลกหน้าทุกคนในไร่ฟ้ารุ่ง ฉันอยู่ที่นี่มานาน ความจริงแค่มองตาฉันก็รู้ว่าใครเป็นยังไง” แต่พอภูตะวันถามว่าแล้วคิดว่าตนเป็นคนยังไง เพชรรุ้งตอบเลี่ยงไปว่า “ตอนนี้ฉันยังดูไม่ออก แต่อีกไม่นานฉันต้องรู้แน่”

ooooooo

เพชรรุ้งให้ภูตะวันขับรถพาตนไปที่ว่าการอำเภอเพื่อสอบถามความคืบหน้าการปล้นไร่ฟ้ารุ่ง ได้รับคำตอบจากว่าที่นายอำเภอถาวรว่ากำลังสืบคดีอยู่

ระหว่างที่ภูตะวันนั่งคอยเพชรรุ้งที่รถนั้น แก้ววิ่งเข้ามาทัก ถามว่าหายไปไหนตั้งนาน จะขัดรองเท้าไหมตนขัดให้ฟรีตอบแทนที่เขาเลี้ยงข้าวคืนนั้น ภูตะวันขอเปลี่ยนเป็นให้ช่วยดูต้นทางว่าเพชรรุ้งลงจากที่ว่าการอำเภอเมื่อไรให้บอกตนที่วิไลบาร์ด้วย

ภูตะวันไปหารานีที่วิไลบาร์ เธอหยอกว่านึกว่าตายไปแล้ว เตือนเขาว่าต้องระวังตัวหน่อยเพราะเพชรรุ้งเป็นคนฉลาดเธออาจสืบเรื่องของเขาอยู่ก็ได้

ขณะแก้ววิ่งเล่นอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอนั่นเอง เหลือบเห็นจรัญเดินนำก้อนกับสมุนมาแต่ไกล ทุกคนมีปืนครบมือ แก้วรีบวิ่งไปบอกภูตะวันที่วิไลบาร์ ภูตะวันสบตารานีกันอย่างแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ที่แท้จรัญรู้ว่าเพชรรุ้งมาตามเรื่องการปล้นไร่ฟ้ารุ่งกับว่าที่นายอำเภอ จึงตามมาเพื่อข่มขู่ให้ขายไร่เสีย เพชรรุ้งรู้ทัน ตอบอย่างแข็งกร้าวว่า “ไม่มีทาง” แล้วลุกเดินฝ่าวงล้อมของสมุนจรัญออกไป

“เรายังคุยกันไม่จบนะคุณหนู” จรัญพูดตามหลัง แต่เพชรรุ้งไม่หยุด มันจึงส่งสัญญาณให้ก้อน แต่เพียงก้อนขยับนิดเดียว แค่เสียงปืนครูดหัวเข็มขัดมันดังแกร๊กเท่านั้น ภูตะวันก็เอาปืนมาจ่อหัวมันเรียบร้อยแล้ว

ก้อนชะงักกึกปรามภูตะวันว่าอย่าล้อเล่นนี่มันหน้าอำเภอ ภูตะวันพูดอย่างไม่แยแสว่าตนจำได้ว่าคืนที่ไร่ฟ้ารุ่งถูกปล้น ก้อนอยู่ที่นั่น ก้อนถามว่ามีหลักฐานอะไร ภูตะวันจับหมับเข้าที่แขนก้อนที่เขายิงในคืนนั้นบีบจนเลือดออก ย้อนถามว่า แผลนี้ตนเป็นคนยิงเองแล้วจะลืมได้ยังไง แล้วหันมองจรัญพูดกร้าวว่า

“วันนี้พวกคุณอาจจะอยู่เหนือกฎหมาย แต่คงไม่ตลอดไป ภูพระกาฬเป็นแดนเถื่อนก็จริง แต่อย่าลืมว่าแม้แต่ในขุมนรก ก็ยังต้องมีความยุติธรรม!!”

พูดแล้วหันไปจับแขนเพชรรุ้งพาออกไปอย่างสนิทสนม เพชรรุ้งถูกพาไปงงๆ และที่งงกว่านั้นคือ  จรัญนิ่งเฉยไม่ปริปากอะไรเลย ส่วนแก้วแอบดูอยู่ พึมพำอย่างสะใจ “เท่ไปเลยพี่ชาย”

ooooooo

ระหว่างขับรถกลับ เพชรรุ้งยังอดไม่ได้ที่จะพยายามรู้ว่าภูตะวันเป็นใครกันแน่ ถามจนภูตะวันไม่พอใจหาว่าเธอจับผิดและขอลาออกจากงานเพื่อตัดปัญหา ไม่พูดเปล่ายังลงจากรถไปด้วย

เพชรรุ้งตามไปกระชากแขนเขากลับมา สุดท้ายก็ยอม บอกว่าจะลองเชื่อเขาดูสักครั้ง แล้วพากันกลับ

พลอยขวัญไปถามหาภูตะวันกับสิงห์ที่หน้าเรือนพักของการ์ด ระหว่างนั้นมีชายสองคนคือกรณ์กับไกรสองพี่น้องเดินกร่างเข้ามาขอพบเดชาเพราะศรให้มาเป็นการ์ดที่ไร่ฟ้ารุ่ง

พลอยขวัญมองสารรูปแล้วบอกว่าน่าจะเป็นโจรมากกว่าเป็นการ์ด มันไม่รู้ว่าเธอเป็นใครสะอึกใส่ถูกพลอยขวัญชกจนเซ แต่ก็ถูกมันจับแขนบีบแล้วผลักเซไปหาสิงห์  พลอยขวัญจับแขนตัวเองอย่างเจ็บปวด สิงห์ทนไม่ได้เข้าลุย เลยถูกมันทั้งสองรุมกันเล่นงาน

โชคดีเพชรรุ้งกับภูตะวันกลับมาพอดี ภูตะวันเห็นสิงห์กำลังถูกรุมจึงวิ่งลงไปช่วย กรณ์กับไกรสู้ไม่ได้ชักปืนออกมา แต่สิงห์ไวกว่าเอาหินเขวี้ยงปืนจนกระเด็น ขณะกำลังจะตะลุมบอนกันนั้น เดชาก็ตวาดขึ้นว่า

“พอได้แล้ว”

ภูตะวันชะงักหันไปเห็นเดชามากับศร และกำลังเล็งปืนมาที่เขา

เมื่อเข้าไปนั่งคุยกันที่ห้องรับแขก เพชรรุ้งตำหนิเดชาที่รับการ์ดใหม่ทำไมไม่ขอความเห็นตนก่อน เดชาอ้างว่ากรณ์กับไกรเป็นคนมีฝีมือถ้าเราจะสู้กับจรัญต้องใช้คนแบบนี้ อีกทั้งคราวที่ถูกปล้นยามของเราที่รอดตายก็ลาออกไปมากตนจึงต้องรีบหาคนมาเพิ่ม

เพชรรุ้งบอกว่าไม่เป็นไรเพราะตนก็รับการ์ดใหม่เหมือนกันนั่นคือภูตะวัน เดชาไม่พอใจมากเห็นว่าภูตะวันเป็นตัวอันตราย คิดหาทางเขี่ยเขาไปจากไร่ฟ้ารุ่งให้ได้

พรเองก็ไม่พอใจกับข่าวนี้ เห็นภูตะวันนั่งรถไปกับเพชรรุ้งแค่วันเดียวกลับมาก็ได้รับเลื่อนเป็นการ์ดแล้ว ทั้งที่ตนขอมา

ตั้งหลายปีแล้วไม่ได้เป็น พูดอย่างเจ็บใจว่า “ทำไมกูเกิดมาไม่หล่อบ้างวะ”

แล้วคืนนี้เอง เดชาก็มาหาภูตะวันที่โรงเลี้ยงม้าบอกว่าพรุ่งนี้เราจะออกไปตามวัวที่ถูกปล้นด้วยกันอยากให้ภูตะวันกับสิงห์ไปด้วย ภูตะวันถามว่าแล้วที่นี่ล่ะ

“ไม่ต้องห่วง ฉันสั่งพวกคนงานให้จัดการเวรยามไว้แล้ว พวกเราไปแค่วันสองวันคงไม่มีปัญหาหรอก นายคงไม่ปฏิเสธคำสั่งของฉันใช่ไหม นายเสือ”เดชายื่นหน้าเข้ามาถามอย่างลองเชิง

ooooooo

คืนนี้จรัญมาที่วิไลบาร์ นั่งดื่มโดยมีสมุนคอยคุ้มกัน รานีทักว่าวันนี้มาเปลี่ยนบรรยายกาศหรือ จรัญคว้ามือรานีบอกว่า สมุนของตนบอกว่าวันนี้มีผู้ชายชื่อเสือมาที่นี่ รานีทำเป็นนึกออกบอกว่าเขามานั่งดื่มไวน์ ครั้นถูกจรัญดักคอว่าตอนนั้นบาร์ยังปิดอยู่ไม่ใช่หรือ

รานีพูดขำๆว่าชายหนุ่มที่ทำงานอยู่กับวัวในไร่ทั้งวันพอเข้าเมืองก็อดใจไม่ได้ตนเลยต้องตามใจ จรัญติดสินบนรานีว่าถ้ารู้อะไรเกี่ยวกับไอ้หนุ่มนั่นให้บอกด้วยเพราะรู้สึกตนจะเคยเห็นหน้ากันที่ไหนมาก่อน

รานีรับปาก รับรองจะทำให้ แต่พอหลงถามว่าทำไมเธอต้องยอมเสี่ยงถึงขนาดนั้น ถ้าจรัญรู้ว่าเธอมีแผนจะฆ่าเขามีหวังตายแน่

“ฉันรู้ ทุกคนที่เป็นศัตรูกับนายจรัญไม่เคยตายดีอยู่แล้ว แต่ฉันไม่กลัวหรอกนะหลง ถ้าฆ่ามันได้อย่างน้อยแผ่นดินของภูพระกาฬก็คงจะสูงขึ้น”

ooooooo

รุ่งขึ้น ขบวนของเดชาก็เตรียมออกเดินทาง เพรชรุ้งให้สาลี่เตรียมเสบียงอาหารไว้แล้วจึงให้เอามาแจกจ่าย พลอยขวัญจงใจหยิบห่อหนึ่งส่งให้ภูตะวัน สิงห์เห็นเข้าก็อดน้อยใจไม่ได้

“โชคดีนะทุกคน ถ้าตามวัวที่ถูกปล้นกลับมาได้มาละก็ ฉันจะตบรางวัลพิเศษให้ แล้วที่สำคัญฉันอยากให้จับโจรพวกนั้นกลับมาดำเนินคดี”เพชรรุ้งกล่าวแก่ทุกคน เดชาถามว่าเธอยังสนใจเรื่องกฎหมายอีกหรือ เพชรรุ้งตอบอย่างมั่นใจว่า“แม้แต่ในนรก ก็ยังต้องมีความยุติธรรมหลงเหลืออยู่บ้าง จริงไหม”พูดพลางเหล่ไปทางภูตะวัน เขาก้มหน้าแอบยิ้มรู้ว่าว่าเธอพูดล้อคำเขาเมื่อวานนี้

เมื่อออกเดินทางไปตามเส้นทางเลียบภูเขา จนโพล้เพล้ก็พัก สิงห์ก่อกองไฟ ส่วนคนอื่นๆพากันเอาห่อเสบียงออกมากิน ตะวันยังนั่งนิ่งอยู่ เดชาถามว่าไม่หิวหรือ เขาบอกว่าตนกำลังสงสัยอะไรบางอย่างว่าเราไม่ได้แกะรอยตามฝูงวัว ถามว่าตกลงเราจะไปไหนกันแน่ เดชาตอบยิ้มๆว่า ผ่านมาเกือบสองวันแล้วคืนก่อนฝนตกหนักร่องรอยต่างๆก็ย่อมหายไป พูดแล้วมองไปทางศรโบ้ยให้พูดต่อ

“สายข่าวของเราแจ้งเบาะแสมาแล้วว่าไอ้พวกโจรมันกบดานอยู่ที่ไหน” ศรทำหน้าที่ทันที

สิงห์เอะใจว่าเรามีสายข่าวด้วยหรือ เดชารีบตัดบทว่านั่นเป็นความลับตนบอกใครไม่ได้ เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เช้าเรากับพวกโจรได้ปะทะกันแน่”

สิงห์กับภูตะวันสบตากันอย่างสงสัย จนกระทั่งกลางคืนทุกคนนอนหลับแล้ว ภูตะวันกำลังจะเข้าเวรผลัดแรก สิงห์เรียกเบาๆกระซิบถามว่า

“แกว่ามันแปลกๆไหมวะไอ้เสือ ที่คุณเดชาบอกว่ามีสายข่าว” ภูตะวันถามว่ายังไงหรือ “ก็ถ้าสายข่าวมันรู้เยอะขนาดนั้น ทำไมตอนถูกปล้นถึงไม่รู้ล่วงหน้าวะ”

ภูตะวันเครียดขึ้นมา หันมองไปทางเดชาที่นอนหันหลังให้อยู่ เดชาลืมตาวับทันที!

ooooooo

เช้าแล้ว ที่กระโจมกลางป่า อันเป็นที่พักของพวกโจร เดชา สิงห์ ภูตะวัน ศร กรณ์ และไกร มาซุ่มดูอยู่เห็นโจรบางคนกำลังเตรียมอาหารเช้า จากการสำรวจของไกรและศร เห็นวัวประมาณ 50 ตัว ถูกปล่อยให้เล็มหญ้าอยู่กลางทุ่ง ส่วนพวกโจรอย่างต่ำมี 6 คน มีม้าผูกไว้ 4 ตัว

เดชาสั่งเสือให้ไปจัดการพวกที่เฝ้าวัวสองคน ส่วนทางนี้พวกตนจะจัดการเอง สิงห์ทักท้วงว่าให้เสือไปคนเดียวจัดการกับวัวตั้งฝูงกับโจรอีกสองคนหรือ เดชาหันขวับถามว่าสิงห์มีปัญหาหรือ สิงห์ไม่ทันพูดอะไร ภูตะวันก็จับแขนเขาบอกว่า “ไม่ต้องห่วง ฉันจัดการได้” สิงห์เลยเงียบไปทั้งที่ไม่พอใจ

เดชาพาพวกสิงห์ไปซุ่มดูการเคลื่อนไหวของกลุ่มโจรที่กระโจม เห็นหญิงท้องแก่คนหนึ่งหิ้วเสบียงมาที่กระโจม สิงห์ไม่สบายใจที่จะต้องต่อสู้กับโจรโดยมีหญิงท้องแก่อยู่ด้วย แต่เดชากับคนอื่นๆกลับนิ่งเฉย

ภูตะวันลงมือกำจัดโจรสองคนที่เฝ้าฝูงวัว เสียงปืนทำให้เดชาสั่งพวกตนทางนี้ให้ลงมือทันที สิงห์เห็นหญิงท้องแก่วิ่งออกจากกระโจมมาดู เขาตะโกนบอก “ระวังผู้หญิง”

พริบตานั้นเดชาโผล่จากที่ซ่อนยกปืนเล็งใส่หญิง

ท้องแก่ทันที สิงห์ร้องลั่น “อย่า...” แต่ช้าไปแล้ว เดชากระหน่ำยิงหญิงท้องแก่จนทรุด สิงห์รับไม่ได้ตะโกนด่าเดชา “ไอ้ชาติชั่ว กูจะฆ่ามึง!!”

ตะวันกำลังไล่ต้อนวัวอยู่ได้ยินเสียงสิงห์คำรามจึงรีบกลับมาที่กระโจม เห็นสิงห์กระชากคอเสื้อเดชาเหวี่ยงไปทางหนึ่งคำรามลั่น

“ทำไม มึงยิงผู้หญิงท้องทำไม ไอ้สัตว์เดรัจฉาน มึงมันไม่ใช่คนไอ้เดชา มึงฆ่าผู้หญิงทำไม”

ภูตะวันกระโดดลงจากหลังม้าร้องเรียก “ไอ้สิงห์” สิงห์หายใจฟืดฟาดอย่างโกรธจัด น้ำตาไหลเป็นทาง มองเดชา ศร กรณ์ และไกร ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ กระชากปืนออกมา

ภูตะวันโผเข้ารวบตัวสิงห์ไว้ ถูกเดชาไล่ให้หลีกไป ตนจะเคลียร์กับสิงห์เอง

สิงห์ตะโกนฟ้องว่าเดชาฆ่าผู้หญิง ภูตะวันบอกให้สิงห์หุบปากแล้วถามเดชาว่าถ้าสิงห์ตายเขาจะกลับไปรายงานคุณหนูว่ายังไง กรณ์แทรกขึ้นว่า “ก็ฆ่ามึงซะอีกคนไง จะได้ไม่ต้องรายงาน”

ขณะกำลังเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียดนั้น เดชาสั่งศรให้คุยกับสิงห์ถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องให้แยกกันตรงนี้เลย ว่าแล้วเดชาก็นำคนอื่นผละไป ทิ้งภูตะวันให้อยู่กับสิงห์ตามลำพัง

ภูตะวันจับไหล่สิงห์อย่างปลอบใจ

“แม้แต่ในนรกก็ยังมีความยุติธรรม แต่ในภูพระกาฬไม่เคยมี...ไม่เคยมี!” สิงห์คำรามแค้น

ภูตะวันขบกรามแน่น ได้แต่คิดในใจว่า สักวัน...ความยุติธรรมจะต้องบังเกิดขึ้น!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่
14 พ.ค. 2564

13:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 20:00 น.