ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันเดือด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ที่หน้าเรือนใหญ่ไร่ฟ้ารุ่ง ศักดาเดินมาหาจรัญมอบถุงหนังเล็กๆให้ใบหนึ่ง บอกจรัญว่า ให้จำไว้ว่าภูผาตายเพราะถูกโจรปล้นบ้าน ถ้าเรื่องระหว่างเราแพร่งพรายออกไป จรัญเดือดร้อนแน่

จรัญบอกว่าตนรู้ เวลานี้ไร่ฟ้ารุ่งก็เป็นของเขาแล้วไม่ต้องการผู้ช่วยบ้างหรือ ศักดาตอบอย่างไม่ยี่หระว่า

“รู้ไหมจรัญ ถ้าไม่จำเป็น ฉันคงไม่คบค้ากับคนชั่วอย่างแกเด็ดขาด กลับไปเสียหมดธุระของแกแล้ว”

“ย่อมได้ เกลียดตัวแต่กินไข่ก็ไม่ว่ากัน แต่จะบอกให้นะ อย่างน้อยผมก็ยังดีกว่าคุณ เพราะผมไม่เคยลอบกัดเพื่อนของตัวเอง” จรัญพูดอย่างไม่ยี่หระเช่นกัน

ขณะที่จรัญกำลังเดินออกไปนั้น ยศพาเดชามาหาศักดาตามที่สมุนของเขาไปบอก เห็นจรัญเดินออกมาก็เดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาจึงหยุดอยู่ตรงนั้น ได้ยินจรัญหันไปเอ่ยกับศักดาว่า

“เออ จริงสิ ลูกชายของไอ้ภูผาถูกคนชื่อสาโรจน์เอาตัวไป มันฝากบอกด้วยว่า เรื่องของคุณกับภูผามันไม่เกี่ยว แต่ห้ามคุณแตะต้องเด็กนั่นเด็ดขาด” เมื่อศักดาบอกว่ารู้แล้ว จรัญถามต่อ “บอกหน่อยได้ไหมว่าไอ้สาโรจน์เป็นใคร”

“ในสมรภูมิเขาเคยเป็นทหาร แต่ตอนนี้เขาเป็นเพชฌฆาต”

“อ้อ...มิน่า” จรัญชักม้าออกไป เขาแปลกใจเมื่อเห็นยศกับเดชายืนอยู่มุมหนึ่ง เดชาจ้องจรัญอย่างแค้นใจ

ระหว่างเดินทางกลับจากไร่ฟ้ารุ่งด้วยกันกับก้อนนั้น จรัญเอะใจเอาถุงหนังที่ศักดาให้มาแกะดูในนั้นเป็นพลอยดิบ ที่ยังไม่ได้เจียระไน แถมยังมีคราบโคลนติดอยู่ด้วย ถามก้อนว่า

“เอ็งสงสัยไหมวะไอ้ก้อน ว่าทำไมไอ้ศักดาถึงสั่งเก็บไอ้ภูผา”

“ก็มันอยากครองไร่ฟ้ารุ่ง อยากเป็นเจ้าของที่ดินทั้งหมดไงพี่” ก้อนตอบตื้นๆตามประสา

“แน่ใจเหรอวะ” ถามแล้ว จรัญดีดพลอยเม็ดหนึ่งให้ ก้อนตะปบไว้ พูดอย่างคาดเดาว่า “ถึงขนาดเพื่อนรักต้องฆ่ากันตาย ข้าว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่...ต้องมีขุมทรัพย์ซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งในไร่ฟ้ารุ่ง ขุมทรัพย์ที่มีแต่ไอ้ศักดากับไอ้ภูผาเท่านั้นที่รู้”

ฟังจรัญแล้วก้อนเห็นด้วย แล้วทั้งคู่ก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงนกเหยี่ยวร้องก้องกังวาน

ooooooo

นกเหยี่ยวบินมาเกาะที่ระเบียงเรือนเล็กของยศ เขารีบไปปลดเอาจดหมายออกจากกระบอกที่คอเหลือบเหลียวมองรอบๆก่อนเปิดจดหมายออกอ่าน

“คุณภูตะวันปลอดภัย” ยศอ่านแล้วพึมพำ “ขอบคุณมากสาโรจน์ ที่ช่วยให้คุณภูผาตายตาหลับ”

เวลาเดียวกันนั้น สาโรจน์พาภูตะวันไปพักที่กระท่อมของเขา ภูตะวันเดินสำรวจไปรอบห้องเห็นบรรยากาศของทหารเก่าจากเครื่องของภายในห้อง เห็นรูปถ่ายของสาโรจน์สมัยที่ยังเป็นทหารถ่ายร่วมกับภูผาและศักดาประดับอยู่หลายรูป

สาโรจน์เข้ามาถามว่าค่อยยังชั่วแล้วหรือ แล้วเรียกภูตะวันให้มาดูอะไร พลางนั่งรอจนภูตะวันเดินเข้ามาเขาจึงล้วงจดหมายส่งให้บอกว่า “พ่อของแกฝากจดหมายนี่เอาไว้” ภูตะวันรีบคว้าจดหมายไปอ่าน

“ภูตะวันลูกรัก ลุงสาโรจน์คือเพื่อนที่พ่อไว้ใจมากที่สุด ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อเมื่อไหร่ ขอให้ลูกไปหาเขาและจงเชื่อฟังคำพูดของเขา เหมือนกับที่ลูกเชื่อฟังคำพูดของพ่อ ที่สำคัญก็คือ...อย่ากลับไปที่ไร่ฟ้ารุ่งอีกเป็นอันขาด บ้านของลูกไม่ได้อยู่ที่นั่นอีกแล้ว รัก จากพ่อของลูก”

ภูตะวันน้ำตาไหล เงยมองสาโรจน์ เขาย้ำกับภูตะวันว่า

“ภูผาไม่ได้อยากให้แกล้างแค้นไอ้หนู แต่เขาอยากให้แกมีชีวิตอยู่ต่อไป นั่นต่างหากคือสิ่งที่พ่อทุกคนต้องการ ทีนี้แกเข้าใจรึยัง” เห็นภูตะวันร้องไห้จนตัวสั่น สาโรจน์ลูบศีรษะปลอบ “ทุกอย่างคือฝันร้าย ปล่อยมันผ่านไปเสีย ลืมมัน แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่”

ภูตะวันพยักหน้าทั้งน้ำตา สาโรจน์ไม่กอดไม่ปลอบ แต่มองนิ่งๆรอให้ภูตะวันหายเศร้าไปเอง

เมื่อเห็นภูตะวันเข้มแข็งขึ้นแล้ว สาโรจน์สอนวิชาการต่อสู้ให้ ทั้งมีด หมัดมวย รวมถึงสอนการดูแลและตรวจตราอาวุธต่างๆอย่างพิถีพิถัน จริงจัง พร่ำบอกภูตะวันเสมอว่า

“จำไว้ภูตะวัน สิ่งที่ฉันสอนแก ไม่ใช่การฆ่า แต่มันคือการปกป้องตัวเอง เมื่อไม่มีฉัน แกจะต้องยืนหยัดต่อไปและไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ทำให้แกฝันร้ายได้อีก”

ภูตะวันร่ำเรียนวิชาที่สาโรจน์สอนให้อย่างจริงจัง เขาสามารถยิงปืนได้แม่นฉมังราวกับจับวาง เขาเล็งปืนเหนี่ยวไกอย่างที่สาโรจน์สอนอย่างเคร่งครัด สิ่งหนึ่งที่กรุ่นอยู่ในใจ ทำให้ภูตะวันพัฒนาวิทยายุทธ์อย่างรวดเร็ว คือความแค้นที่พ่อแม่ถูกฆ่า!

ooooooo

14 ปีต่อมา

วันนี้ที่ไร่ฟ้ารุ่ง เกิดเรื่องใหญ่เมื่อมีศพชาวบ้านชายหญิงสองคนถูกมัดมือและยิงตายมาทิ้งไว้ที่ไร่ เดชาเข้ามารายงาน เพชรรุ้งจึงขี่ม้านำพลอยขวัญกับยศมายังที่พบศพ

เมื่อมาถึง เดชาบอกว่ามีคนงานเจอศพอยู่ในไร่ คงถูกฆ่าจากที่อื่นแล้วลากมาทิ้งที่นี่ ยศจำได้ว่าเป็นนายขาวกับเมียที่มีบ้านอยู่ใกล้ๆกับไร่ฟ้ารุ่งของเรา

“เมื่ออาทิตย์ก่อน นายขาวเพิ่งมาปรึกษาคุณศักดาเรื่องที่ถูกพ่อเลี้ยงจรัญบังคับให้ขายที่” เดชาเล่า

พลอยขวัญโพล่งออกมาว่าต้องเป็นฝีมือของจรัญแน่ๆ

เมื่อกลับมาที่เรือนใหญ่ไร่ฟ้ารุ่ง ศักดาฟังรายงานแล้วถามว่าแน่ใจว่าเป็นครอบครัวนายขาวนะ ยศยืนยัน เดชาเชื่อว่าพวกมันเอาศพมาทิ้งในไร่ของเราแสดงว่าต้องการข่มขู่พวกเราแน่ๆ

“มันคงคิดจะบีบให้พวกเราขายที่เหมือนกับพวกชาวบ้าน” เพชรรุ้งพึมพำ

“พลอยว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องเอาคืนค่ะพ่อ ขืนปล่อยไว้พวกมันจะยิ่งได้ใจ” พลอยขวัญเสนอ ซึ่งเพชรรุ้งไม่เห็นด้วย เมื่อศักดาถามว่าคิดยังไง เพชรรุ้งเสนอเป็นขั้นตอนว่า

“อย่างแรก รุ้งว่าเราต้องแจ้งเรื่องนี้กับทางการ อย่างน้อยจะได้มีพยานว่ามันเกิดอะไรขึ้น หลังจากนั้นก็ค่อยนัดเจรจากับพ่อเลี้ยงจรัญ”

พลอยขวัญไม่เห็นด้วยถามว่ามันทำกับเราขนาดนี้ยังต้องเจรจากันอีกหรือ ส่วนเดชาพูดอย่างเอาใจเพชรรุ้งว่า ตอนนี้จรัญมีคนมากกว่าเรา ขืนสู้ไปเราจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เลยถูกพลอยขวัญตวาดเสียจนหุบปากเงียบกริบ

“ใจเย็นๆก็ได้พลอยขวัญ พ่อว่าลองเจรจาดูก่อนก็ไม่เสียหายอะไรนี่นา” ศักดาตัดบทแล้วหันไปถามยศ “เห็นด้วยไหมนายยศ”

ยศมองหน้าพลอยขวัญอย่างเกรงใจก่อนพยักหน้าให้ศักดา พลอยขวัญมองเพชรรุ้งอย่างขัดใจ เมื่อไปเจอกันที่ ทางเดินหน้าห้องทำงานในเรือนใหญ่ พลอยขวัญบ่นใส่เพชรรุ้งว่า ให้พ่อไปเจรจากับจรัญเหมือนลดตัวลงไปหาพวกสวะ

“พี่แค่ไม่อยากเห็นการนองเลือด” เพชรรุ้งชี้แจง พลอยขวัญเสียงแข็งว่าพวกมันเป็นฝ่ายผิดก็ต้องชดใช้ เพชรรุ้งเตือนสติน้องว่า “บ้านเมืองมีกฎหมายนะพลอยขวัญ จะทำอะไรอย่าลํ้าเส้น”

แม้พลอยขวัญจะเงียบไป แต่ใจไม่ยอมแพ้ มองตามพี่สาวไปอย่างขัดใจ

ooooooo

ที่โรงแรมสันติภาพของเฮียเส็ง มีพวกต้อนวัวร่อนเร่กลุ่มหนึ่งกำลังชกต่อยกันเอาเป็นเอาตายจนห้องโถงโรงแรมแทบพังพินาศ จู่ๆ ก็มีเสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง ขวดเหล้าบนโต๊ะระเบิดกระจุย ทำให้ทุกคนหยุดหันมอง เห็นเฮียเส็งกับครกยืนจังก้า เฮียเส็งประกาศกร้าวว่า

“ไอ้พวกจรจัด! ห้ามสู้กันในโรงแรมสันติภาพโว้ย ถ้าจะฆ่ากันให้ไปที่ทางเสือผ่านโน่น”

“ทางเสือผ่าน” ที่เฮียเส็งเอ่ยถึง เป็นซอกตึกที่มีขนาดไม่กว้างนัก กลายเป็นที่ดวลกันของคู่อาฆาต โดยมีเฮียเส็งเป็นกรรมการ เฮียเส็งประกาศกติกาการดวลว่า

“ที่ทางเสือผ่าน พวกมึงจะดวลยังไงก็ได้ จะกี่คนกี่ยกไม่มีเกี่ยง  กติกามีข้อเดียวคือ  ต้องทิ้งทรัพย์สินมีค่าเอาไว้  เพราะมันคือรางวัลสำหรับคนที่ชนะ และเป็นค่าทำศพของคนแพ้”

เฮียเส็งเป็นกรรมการ เมื่อทั้งสองฝ่ายถอดของมีค่าโยนลงพื้นแล้ว เฮียเส็งล้วงเหรียญเงินออกมาประกาศกร้าว “เมื่อเหรียญตกถึงพื้นเมื่อไหร่ ให้เริ่มยิงได้ทันที!”

เฮียเส็งโยนเหรียญขึ้นกลางอากาศ ทันทีที่เหรียญตกถึงพื้น เสียงปืนก็แผดขึ้น ทั้งคู่สาดกระสุนใส่กันไม่ยั้ง สุดท้ายตายทั้งคู่ เฮียเส็งให้ครกไปเก็บทรัพย์สินของทั้งสองคน ครกถามว่าถ้าอย่างนั้นทรัพย์สินนี้ก็จ่ายเป็นค่าทำศพหมดเลยหรือเปล่า

“ค่าทำศพมันไม่มีอัฐหรอกโว้ย พวกนี้มันต้องจ่ายเป็นค่าธรรมเนียมต่างหาก” เฮียเส็งประกาศแล้วฉกทรัพย์สินไปทั้งหมด พูดอย่างสะใจ “สมน้ำหน้า เสือกพังร้านกูดีนัก”

ว่าแล้วเฮียเส็งก็เดินไปพร้อมทรัพย์สินของคนตายทั้งสอง ครกหันมองสองศพนั้นอย่างสมเพช  หลังจากนั้น  ศพของคนจรทั้งสองก็ถูกลูกจ้างชั่วคราวของทางอำเภอมาขนออกไปจากทางเสือผ่าน

ooooooo

วิไลบาร์อยู่ใกล้ๆกับโรงแรมสันติภาพ รานีปัก หลักคอยการกลับมาของสาโรจน์อยู่ที่นี่และดูแลบาร์

วันนี้ ที่โรงแรมสันติภาพมีชายบึกบึนสามคนเดินฝ่าแดดเปรี้ยงตรงมา ทั้งสามเป็นพ่อลูกกัน โดยคนเป็นพ่อแบกขวานนำหน้าลูกชายสองคน คนหนึ่งแบกปืนของตัวเอง อีกคนแบกทั้งของตัวเองและของพ่อ เขาคือนายไม้กับลูกนั่นเอง ทั้งหมดบ่ายหน้ามาที่วิไลบาร์

ภายในบาร์ จรัญกำลังดวลเหล้าดูบุหลันเต้นโชว์อย่างร้อนแรงอยู่บนโต๊ะ

เมื่อนายไม้มาถึงหน้าบาร์  ลูกชายส่งปืนให้พ่อ  นายไม้ ยิงปืนขึ้นฟ้าตะโกนท้า

“ไอ้จรัญ ไอ้สารเลว เอ็งโผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้!”

ครู่เดียว จรัญกับสมุนอาวุธครบมือก็เดินออกมา ต่างชะงักเมื่อมีเสียงขวับๆๆ แล้วขวานเล่มหนึ่งก็บินมาปักที่ประตูร้านอย่างแม่นยำ นายไม้ถามทันทีว่า “เอ็งใช่ไหมที่ส่งคนไปฆ่าไอ้ขาวกับเมีย”

เห็นจรัญทำไขสือ นายไม้ด่าว่าไม่ต้องมาทำไก๋เพราะชาวบ้านรู้กันหมดแล้วว่าเขาเที่ยวกว้านซื้อที่แถวนี้เพื่อจะยึดไร่ฟ้ารุ่ง จรัญยังทำหน้าตายถามว่า “แล้วไง”

นายไม้ประกาศกร้าวว่าตนไม่ขายและไม่รอให้จรัญลงมือก่อนด้วย วันนี้มาท้าดวลกันให้ตายไปข้างหนึ่งเลย จรัญทำเป็นใจเย็นบอกว่าไม่อยากเห็นใครต้องมาเลือดตกยางออกกันที่นี่ นายไม้ด่าอย่างโกรธจัดว่า

“ไอ้ขี้ขลาด  เอ็งกลัวสิไม่ว่า  เฮ้ย...ไอ้จรัญมันหางจุกก้น มันไม่กล้าดวลกับข้าเว้ย” นายไม้ป่าวร้อง แต่เสียงไม่ทันขาดก็ถูกจรัญยิงรัวใส่ นายไม้กับลูกสองคนช่วยกันยิงตอบโต้

ตัวนายไม้บาดเจ็บพยายามคลานไปหยิบปืน ถูกจรัญถือปืนเดินเข้ามาถีบหน้านายไม้หงายขึ้น นายไม้พยายามด่ากระท่อนกระแท่นว่าจรัญยิงตนทีเผลอ แต่จรัญไม่แยแสตวัดเท้าใช้สเปอร์เฉือนหน้านายไม้จนเลือดพุ่ง เท่านั้นไม่พอจรัญยิงซํ้าจนนายไม้ตายแล้วประกาศแก่ทุกคนที่นั่นว่า

“ทุกคนจำไว้ ที่นี่คือเมืองภูพระกาฬ ที่นี่มีความยุติธรรมและมีกฎหมายแต่มันต้องขึ้นอยู่กับความพอใจของฉัน นายจรัญ  ที่เป็นเจ้าของเมืองนี้และเป็นเจ้าชีวิตของพวกแกทุกคน”

ขณะนั้นเองเฮียเส็งกับครกเดินแหวกคนเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น จรัญกวาดตาไปเจอแต่ยังพูดต่อ

“ถ้าใครข้องใจละก็ ไปร้องเรียนกับทางนายอำเภอได้เลย เชิญ!”

เฮียเส็งฮึดฮัดทำท่าจะโต้เถียงแต่ครกสะกิดเตือนไว้ก่อน ฝ่ายจรัญแสยะยิ้มแล้วเดินกลับเข้าบาร์ท่ามกลางเสียงโห่ฮาและยิงปืนขึ้นฟ้าอย่างคึกคะนองของพวกสมุน ชาวบ้านพากันมองอย่างหวาดกลัว

เมื่อเข้าไปในบาร์แล้ว จรัญสั่งเก็บเงิน มองบุหลัน ถามว่าชื่ออะไร อยากไปอยู่กับตนไหม บุหลันถามว่าอยู่ในฐานะอะไร จรัญตอบกวนๆว่า “นางบำเรอ ถ้าเธอไม่รังเกียจ”

บุหลันซึ่งหลงใหลพลอยที่ห้อยคอจรัญตั้งแต่เสพสำราญด้วยกัน ยักไหล่แบบยังไงก็ได้ สุดท้ายก็ตามจรัญไป จรัญหยิบถุงเทพลอยลงบนเตียง บุหลันมองตาลุกวาว จรัญสั่งเข้มว่า

“จงซื่อสัตย์และให้ความสุขกับฉัน  แล้วเธอจะได้ทุกอย่าง”

ไม่มีอะไรที่บุหลันจะทำไม่ได้เพื่อแลกกับพลอย เหล่านั้น...

ooooooo

หลายวันต่อมา นายอำเภอพร้อมผู้ช่วยสองคนคือถาวรกับสมใจ ก็ไปหาจรัญที่บ้านพักของเขา บอกจรัญว่า ศักดาเจ้าของไร่ฟ้ารุ่งวานให้ตนมานัดเจรจากับพ่อเลี้ยง ถาวรช่วยเสริมว่า เพราะศักดาสงสัยว่าพ่อเลี้ยงกำลังบีบให้เขาขายที่ทางอ้อมเลยไม่ค่อยพอใจ

“เขาว่าพ่อเลี้ยงไปก่อกวนป่วนไร่เขาด้วยครับ แถมยังขู่ว่าถ้าพ่อเลี้ยงไม่ยอมถอยไปละก็ รับรองได้เปิดศึกกันแน่” สมใจเติมรายละเอียด

จรัญแค่นยิ้มย้อนถามนายอำเภอว่าคิดว่าควรทำอย่างไร นายอำเภอบอกว่าตนก็ต้องว่าไปตามกฎหมายไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก แต่พอจรัญถามว่าถ้าตนมีข้อเสนอชวนให้แบ่งล่ะจะสนหรือเปล่า นายอำเภอมองหน้าผู้ช่วยทั้งสองอึ้งไปนิดหนึ่งก่อนถามเสียงแผ่วลงว่า “เยอะไหม...”

ในที่สุด นายอำเภอก็ได้รับซองใส่เงินมาปึกใหญ่ ระหว่างทางเปิดซองดูแล้วถามผู้ช่วยทั้งสองว่าเยอะขนาดนี้เอาไงดี สมใจยืนยันว่าให้ทำตามกฎหมายอย่างที่นายอำเภอว่า แต่ถาวรเสนอให้ยึดผลประโยชน์ของเราเป็นที่ตั้งโดยไม่เกี่ยงสีไม่เกี่ยงฝ่ายถ้าได้ตังค์

ถามความเห็นผู้ช่วยทั้งสองที่มีความเห็นต่างกัน นายอำเภอตัดสินใจว่า อยู่ภูพระกาฬอย่าเพิ่งห่วงกฎหมายเลยห่วงชีวิตตัวเองก่อนดีกว่า สมใจที่มีความเห็นต่างกันจึงได้แต่ยิ้มแหยๆ ไม่กล้าเถียง

ooooooo

ยศผู้มีความรักและซื่อสัตย์ต่อภูผาตลอดมา มีความเห็นต่างกับเดชาลูกเลี้ยงของตัวเอง โดยยศพยายามที่จะปกป้องรักษาไร่ฟ้ารุ่งของภูผาไว้ แต่เดชากลับเห็นว่าอยากให้ศักดาขายให้จรัญเสียบางส่วนเพื่อเรื่องจะได้จบและยังได้ถือหุ้นร่วมกันด้วย เพราะจรัญรวยกว่าศักดา

“มันค้าของเถื่อน กดขี่รีดไถชาวบ้าน แกอย่าไปหลงชื่นชมมันนะไอ้เดชา ไม่งั้นแกกับฉันตัดขาดกันแน่” ยศรับไม่ได้กับท่าทีของเดชา แต่เดชากลับเถียงว่าสมบัติไม่ใช่ของเราจะหวงไปทำไม ศักดามีบุญคุณกับพ่อนักหรือ

“ถึงมีก็ไม่เท่าคุณภูผา แกรู้ไว้นะไอ้เดชา ที่ดินทุก หย่อมหญ้าในไร่ฟ้ารุ่งตอนนี้ ความจริงเป็นของคุณหนูภูตะวัน ลูกของคุณภูผาและฉันจะพิทักษ์มันเอาไว้จนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย”

เดชาทำเป็นยกมือยอมแพ้อย่างประชด พูดเย้ยๆว่าป่านนี้ภูตะวันตายไปแล้วมั้ง

หารู้ไม่ ภูตะวันในวันนี้เติบใหญ่แข็งกล้าทั้งร่างกายและศิลปะการต่อสู้อย่างช่ำช่องจากการสอนของสาโรจน์ วันนี้ ก็ช่วยนายช่างที่โรงเลื่อยไม้ต่อสู้กับคนงานนักเลงที่หาเรื่องกับนายช่างจนมันถูกเตะสลบตกน้ำ

สาโรจน์มายืนกอดอกดูอยู่เงียบๆนานแล้ว เมื่อพากันไปห้องทำงานนายช่างเอาน้ำมาเสิร์ฟแล้วนั่งชี้แจงว่า คนงานที่ก่อเรื่องพยายามรีดไถเงินจากตน สาโรจน์บอกว่าตนเคยห้ามภูตะวันแล้วว่าไม่ให้มีเรื่องกับใคร แต่นายช่างชมว่า

“เขาเป็นเด็กดี ผมรู้ว่าคุณเป็นห่วงเขา เดือนหน้าผมจะย้ายไปคุมงานที่เมืองหลวง ผมอยากจะชวนเขาไปด้วย” สาโรจน์ถามว่าเพื่ออะไร “เขาพูดภาษาอังกฤษได้ เขาบอกว่า คุณสอนเขาเอง แถมเขายังเรียนรู้งานช่างไวกว่าคนอื่น เขามีอนาคต” แต่พอสาโรจน์ส่ายหน้าปฏิเสธ นายช่างถามว่า “ผมไม่เข้าใจ คุณจะเหนี่ยวรั้งเขาไว้กลางป่าแบบนี้ทำไม”

ooooooo

ภูตะวันเองเมื่อรู้ว่าถูกสาโรจน์ปฏิเสธ เขารับไม่ได้ ถามว่าทำไมไม่ถามตนสักคำว่าอยากไปเมืองหลวงหรือเปล่า ตนอยากไปเป็นนายช่าง มีเงินเดือนสูงๆหรืออาอยากเห็นตนดักดานอยู่ที่นี่ตลอดชีวิต

เป็นความขัดแย้งที่ดูเหมือนจะไม่มีวันเข้าใจกัน เมื่อภูตะวันอยากไปเพื่อความก้าวหน้าในชีวิต แต่สาโรจน์ไม่อยากให้ไปเพราะเกรงไม่ปลอดภัย

ภูตะวันแข็งข้อประกาศว่าตนจะตัดสินใจเอง สาโรจน์ตวาดว่า “แกไม่มีสิทธิ์มาเถียงฉัน” แต่ภูตะวันถือว่ามันคือชีวิตของตน สาโรจน์เองต่างหากที่ไม่มีสิทธิ์ ทั้งคู่เถียงและแยกกันด้วยความไม่พอใจรุนแรง

สาโรจน์ไปนั่งที่ริมลำธาร สถานที่ที่เขาใช้เป็นลานสอนอาวุธและการต่อสู้แก่ภูตะวันจนแข็งกล้าช่ำชอง คิดถึงอดีตแล้ว สาโรจน์ก็กลับมานั่งดื่มในกระท่อม พึมพำอย่างเจ็บปวด

“ไอ้เด็กหัวดื้อ พูดมาได้ว่าไม่มีสิทธิ์ เฮอะ ถ้าไม่มีฉัน ป่านนี้แกตายไปนานแล้วโว้ย...ถ้าไม่มีฉัน พวกมันต้องฆ่าแกแน่ สักวันนึง สักวันมันต้องตามมาที่นี่...”

สาโรจน์ดื่มจนเมามายเหนื่อยล้ากับการดูแลความปลอดภัยให้ภูตะวันมานับสิบปี

ooooooo

นายอำเภอรับเป็นผู้ติดต่อให้ทั้งสองฝ่ายมาเจรจากันที่โรงแรมสันติภาพของเฮียเส็ง โดยฝ่ายศักดามีเพชรรุ้ง พลอยขวัญ ยศ เดชา และสมุน ฝ่ายจรัญมีบุหลัน ก้อน และสมุน และที่โรงแรมมีเฮียเส็งกับครกคอยสังเกตการณ์

การเจรจาล้มเหลวเมื่อฝ่ายศักดาไม่ยอมขายที่ดินให้ ซ้ำเพชรรุ้งยังด่าจรัญที่กว้านซื้อที่ดินชาวบ้านแล้วไม่ทำอะไรซ้ำยังพยายามเปลี่ยนทางน้ำไม่ให้ไหลเข้าในพื้นที่ของเรา แต่ที่ดินของตัวเองนอกจากไม่ปลูกอะไรแล้วยังตั้งหน้าตั้งตาขุดเป็นบ้าเป็นหลังด้วย

“นี่ทุกคนคงนึกว่าฉันเป็นบ้าไปแล้วละมั้ง ฉันไม่ได้บ้า จะบอกความจริงให้เอาบุญก็ได้” จรัญท้า ถูกศักดาขัดขึ้นว่าอย่าพูดจาเหลวไหล จรัญโต้ทันทีว่า “จะกลัวทำไมล่ะคุณศักดา บอกทุกคนเขาไปสิว่ามีขุมทรัพย์ซ่อนอยู่ในไร่ฟ้ารุ่ง”

ศักดาพยายามที่จะปกปิด แต่จรัญพยายามเปิดยืนยันด้วยการควักจี้พลอยที่ห้อยคอออกมาเป็นหลักฐานทั้งยังประกาศว่าสักวันตนจะพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าตนพูดความจริง ถึงวันนั้นเมื่อไรไร่ฟ้ารุ่งจะต้องตกเป็นของตน

การเจรจากลับกลายเป็นการเผยความลับขุมทรัพย์ใต้ดิน ซ้ำจรัญยังประกาศจะยึดครองไร่ฟ้ารุ่งด้วย บรรยากาศระอุเดือดเมื่อพลอยขวัญชักปืนออกมาเล็งใส่จรัญด่าไอ้ปากเสีย ก้อนก็ชักปืนใส่พลอยขวัญเช่นกัน

ในที่สุดทั้งศักดาและจรัญสั่งให้ทุกคนหยุดเก็บปืนให้หมด ศักดายืนเผชิญหน้าจรัญประกาศว่า

“เราไม่จำเป็นต้องคุยกันอีกแล้วจรัญ แต่จำไว้ถ้าคนของแกยังบุกมาเพ่นพ่านในไร่ฟ้ารุ่งอีกละก็ ฉันเอาตายแน่”

“ย่อมได้คุณศักดา” จรัญตอบอย่างท้าทาย

นายอำเภอพูดกับถาวรและสมใจขณะกลับถึงอำเภอว่า ที่ดินแถวนี้เคยมีคนพบสายแร่พลอยอยู่หลายจุดเมือง

ภูพระกาฬก่อตั้งขึ้นมาได้ก็เพราะแบบนี้ สมใจดูแผนที่แล้วเปรยๆว่าดูเหมือนส่วนใหญ่จะเจออยู่แถวๆไร่ฟ้ารุ่ง นายอำเภอคาดว่าถ้าเรื่องที่จรัญพูดเป็นความจริง มีหวังเมืองนี้ได้โกลาหลกันยกใหญ่แน่...

ไม่นานก็มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งไปร่อนหาแร่หาพลอยกันตามแนวลำธาร มีคนเจอพลอยร้องบอกคนอื่นด้วยความดีใจ ปรากฏว่าไม่ทันไร ก็เกิดฆ่ากันตายเพราะแย่งพลอยเม็ดนั้น สายน้ำเริ่มแดงฉานด้วยสีเลือดแล้ว!

สาโรจน์ถูกตามล่ามาเป็นเวลาช้านาน เมื่อได้เบาะแสก็ส่งนักฆ่าบุกไปที่กระท่อมของเขา แต่นักฆ่าเหล่านั้นก็ถูกนักฆ่ามือฉมังกว่าอย่างสาโรจน์กำจัดเสียสิ้นตั้งแต่เริ่มล่องตามแม่นํ้ามายังไม่ทันขึ้นฝั่งด้วยซํ้า

แต่ยังมีอีกสองคนคือ ย้งกับเหลียง มือมีดกับมือกริช ทั้งสองไปสอบถามที่โรงเลื่อยจนรู้ที่อยู่ของสาโรจน์ ลุยไปถึงกระท่อมล้อมกรอบสาโรจน์ เขาถามว่าใครส่งมา ศักดาใช่ไหม

ย้งมือกริชบอกว่าตนไม่รู้ เพราะรับงานมาจากเจ้านายอีกทอดหนึ่ง เขากำชับให้ฆ่าสาโรจน์กับเด็กหนุ่มที่ชื่อภูตะวันให้ได้ สาโรจน์ถามว่า “พวกมันรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่”

“ของแบบนี้มันต้องใช้เวลาสาโรจน์ แกต้องไม่เชื่อแน่ๆว่าทุกคนตามหาแกมานานแค่ไหน” ย้งบอกขณะเผชิญหน้ากัน

แม้จะตกอยู่ในสภาพที่ถูกกระทำและตัวคนเดียว แต่สาโรจน์ก็สามารถกำจัดทั้งย้งและเหลียงดับดิ้นไปทั้งสองคน

ooooooo

ภูตะวันนั่งปรึกษากับนายช่าง เขาอยากไปทำงานในเมืองกับนายช่าง แต่นายช่างก็ไม่อาจตามใจเขาได้ ยํ้าว่าเขาต้องได้รับอนุญาตจากอาก่อน ภูตะวันฮึดฮัดบอกว่าตนไม่แคร์ เพราะสาโรจน์ไม่ใช่ญาติ ไม่มีสิทธิ์ขังตนไว้ที่นี่

“แต่เขาเป็นคนเลี้ยงเธอมานะ บอกตามตรงฉันไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนทุ่มเทเพื่อลูกของคนอื่นได้มากขนาดนี้ อาของเธออาจจะขี้เมา อาจจะโมโหร้าย แต่เขาเป็นคนที่น่านับถือ”

คำเตือนของนายช่างทำให้ภูตะวันอึ้งไป และเมื่อเขาซื้ออาหารหิ้วกลับไปที่กระท่อม เห็นรถมอเตอร์ไซค์จอดอยู่หน้าบ้าน และสาโรจน์ก็ทำแผลให้ตัวเองเรียบร้อยแล้ว ภูตะวันถามว่ารถใครหรือนิ้งเป็นบ้าเลย

“ของเพื่อนฉันเอง เขาเอามาฝากไว้” สาโรจน์ตอบนิ่งๆ ครั้นภูตะวันถามว่าแล้วเพื่อนอาไปไหนแล้ว สาโรจน์นิ่งคิดก่อนตอบเป็นนัยว่า “ป่านนี้คงไปถึงปากแม่นํ้าแล้วมั้ง”

ความเป็นห่วงภูตะวัน ทำให้คืนนี้สาโรจน์เขียนจดหมาย เมื่อภูตะวันหลับแล้ว วันต่อมายศก็ได้รับจดหมายนี้จากนกเหยี่ยวที่มาเกาะตรงระเบียง ยศดีใจมากรีบเปิดจดหมายอ่าน

“ฉันอยากเจรจากับศักดา ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะทำร้ายเขา ช่วยนัดเวลาให้ด้วย สาโรจน์”

ยศรีบไปหาศักดาเอาจดหมายของสาโรจน์ให้อ่าน ยอมรับผิดกับศักดาว่าตนติดต่อสาโรจน์แค่อยากรู้ข่าวของภูตะวันเท่านั้น ศักดาพูดอย่างนักเลงว่าตนไม่โกรธและเข้าใจเขากับสาโรจน์ดี อีกทั้งถ้ายศคิดจะฆ่าตนก็คงฆ่าไปนานแล้ว บอกยศว่า

“ดีเหมือนกัน ฉันเองก็จะได้ปรับความเข้าใจกับเขาเรื่องภูผาเสียที” ยศดีใจถามว่าจะนัดพบกันที่นี่เลยไหม “ไม่...ที่อื่น ที่ไหนก็ได้ที่เขาจะรู้สึกปลอดภัย”

เดชามาแอบได้ยินตั้งแต่ต้น เก็บรายละเอียดทุกเม็ด หรี่ตาข้างหนึ่งอย่างครุ่นคิด...

เพียงวันรุ่งขึ้น เดชาก็รีบไปรายงานข่าวสาโรจน์จะเข้าเมืองแก่จรัญถึงบ้าน ได้รับรางวัลเป็นเงินมาก้อนหนึ่ง เดชามองอย่างกระหยิ่ม ก่อนออกมาเดชามีข้อแม้กับจรัญว่างานนี้อย่าให้พ่อตนโดนลูกหลง ออกมาเห็นบุหลันทิ้งสายตาให้ก็ผยองว่าสักวันตนจะต้องทาบรัศมีจรัญให้ได้

ooooooo

รุ่งขึ้นสาโรจน์บอกภูตะวันว่าจะเข้าเมืองสักวันสองวัน ช่วงนี้อย่าก่อเรื่องอะไรอีก ภูตะวันถามเรื่อง งานในเมืองของตน สาโรจน์ตอบง่ายดายว่า

“ไม่ต้องพูดแล้ว ชีวิตของแก แกอยากทำอะไรก็ทำไปเถอะไม่ต้องถามฉัน” ทำเอาภูตะวันงงที่อยู่ๆสาโรจน์ก็เปลี่ยนใจง่ายๆ

จรัญได้ข่าวจากเดชาก็ไปบอกวันชัยที่นอนสูบฝิ่นนํ้าจนผอมโกรกเหมือนผีตายซาก พอรู้ว่าสาโรจน์จะมาภูพระกาฬ วันชัยมองมือตัวเองที่ต้องใช้แขนเทียมอย่างแค้นใจ ย่องแย่งคว้าปืนออกไปทั้งที่ต้องมีสมุนคอยประคอง

ฝ่ายนายอำเภอกับถาวรได้รับของอภินันทนาการจากจรัญกำลังแช่ตัวในอ่างไม้มีนางบำเรอสองคนคอยปรนเปรอ ทำกันบนที่ว่าการอย่างโจ๋งครึ่ม แต่ไม่ทันได้สำราญเต็มอิ่ม ก้อนก็มาบอกว่าพ่อเลี้ยงจรัญมีงานให้ทำเลยจำต้องลุกจากอ่าง

สาโรจน์มาถึงแล้ว เขาอดชำเลืองไปทางวิไลบาร์ไม่ได้แต่ก็ตัดใจเดินเข้าไปในโรงแรมสันติภาพอันเป็นที่นัดพบกับศักดา เฮียเส็งเห็นสาโรจน์ก็ยิ้มให้บอกว่าศักดารออยู่ห้องที่สามทางซ้ายมือ แต่พอเขาจะเดินไป ยศก็มาขวางบอกว่าศักดาอยากพบเขาตามลำพัง พร้อมกับแบมือขอปืนยาวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

“ก็ได้ ฉันเชื่อใจนาย” สาโรจน์ส่งปืนยาวให้ยํ้าว่า “ปืนยาวเพื่อแสดงความบริสุทธ์ิใจ แต่ถ้าให้ปลดปืนสั้นด้วยละก็ นายให้ฉันแก้ผ้ายังดีเสียกว่า” พูดแล้วสาโรจน์เดินเลี่ยงไป แอบเลิกชายเสื้อให้ด้ามปืนโผล่มาเพื่อสะดวกใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ooooooo

ศักดาจำได้กระทั่งเสียงเดินของสาโรจน์ พอเขาเดินเข้าใกล้เท่านั้นศักดาก็ร้องทักทันที เชิญให้เข้ามาต่างวางท่าแบบมากันอย่างลูกผู้ชาย แต่ต่างก็แอบซ่อนปืนของตัวเองไว้

เพชรรุ้งเอะใจเมื่อเห็นพ่อหายไปคาดคั้นถามจากเดชา พอรู้ว่าไปไหนก็คว้าปืนขึ้นรถ พลอยขวัญกระโดดขึ้นรถขอตามไปด้วยโดยให้เดชาเป็นคนขับ

ส่วนจรัญให้ก้องไปตามนายอำเภอมาขอให้ออกหมาย จับสาโรจน์ให้ตน เพราะได้ข่าวว่าสาโรจน์มาพบศักดาที่ภูพระ-กาฬ สมใจถามว่าจรัญไม่ใช่เจ้าหน้าที่จะเอาหมายจับไปทำไม

“ผมเป็นพลเมืองดี คุณผู้ช่วย ผมก็แค่อยากฆ่าไอ้สาโรจน์อย่างถูกกฎหมายเท่านั้นเอง” จรัญยิ้มเหี้ยม นายอำเภอกระซิบถามถาวรว่าเอาไงดี

“เลยตามเลยครับนายอำเภอ  รับเงินเขามาแล้วนี่ครับ” ถาวรกระซิบตอบ

ทันใดนั้นมีเสียงตึงตังโครมครามดังขึ้น ทุกคนหันมอง จึงเห็นวันชัยเดินโซเซเข้ามา ไม่วายชี้หน้าทำกร่างกับพวกนายอำเภอว่าต้องตายเรียงตัว แล้วปลีกตัวไปขึ้นรถโดยมีสมุนคอยประคอง

ooooooo

ขณะนั่งดื่มกันในห้อง ศักดาบอกสาโรจน์ว่าตนดีใจที่ได้เห็นหน้ากันก่อนตายเพราะตนคิดอยู่เสมอว่าต้องปรับความเข้าใจกันเรื่องภูผาให้ได้  สาโรจน์สวนไปทันทีว่าคนที่เขาต้องปรับความเข้าใจคือภูตะวัน ต่างหากไม่ใช่ตน

ศักดาถามว่าถ้าอย่างนั้นเขามาทำไม สาโรจน์พูดอย่างไม่ปิดบังว่า

“ตอนนี้ภูตะวันเป็นหนุ่มแล้ว ในฐานะที่เขาเคยเป็นทายาทของไร่ฟ้ารุ่ง เขาควรจะมีชีวิตที่สุขสบายกว่านี้” ศักดาให้เสนอเงื่อนไขมา “ฉันแค่ต้องการเงินก้อนนึงให้ภูตะวันเก็บไว้ตั้งตัว หรือไม่ก็เผื่อไว้ยามฉุกเฉิน”

ศักดาถามว่าแค่นั้นเองหรือ สาโรจน์ยืนยันว่า “ใช่แค่นั้น แค่สมบัติครึ่งนึงของแก”

ศักดาชะงักมองหน้าสาโรจน์นิ่ง แต่มือเริ่มควานหา ปืนที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะ แต่ไม่ทันเกิดอะไรขึ้น ก็มีเสียงรถแล่นเข้ามาจอดที่หน้าโรงแรม มองลงไปเห็นจรัญกับพวกและนายอำเภอแห่กันมาเป็นโขยง

“ศักดา แกหลอกฉัน” สาโรจน์หันขวับใส่ทันที ศักดาปฏิเสธแต่มือชักปืนออกมาแล้วสั่งสาโรจน์อย่าขยับ อย่าบังคับ ให้ตนต้องทำร้ายเขาอีก สาโรจน์มองอย่างเจ็บแค้น คำรามเบาๆ

“ในที่สุด แกก็มาไม้นี้อีกจนได้ ไอ้ทรยศ!”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่
14 พ.ค. 2564

13:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 20:12 น.