ตอนที่ 12
เมื่อฮิ้มหลับ ตี๋ใหญ่กราบขอบคุณชบาที่ไม่บอกเรื่องตี๋เล็กทำร้ายดอกแก้ว ความจริงเขาอยากให้ตี๋เล็กโดนลงโทษให้เข็ดหลาบ แต่เกรงอาการของฮิ้มจะแย่ลง ชบาเข้าใจดี ตี๋ใหญ่ชวนชบาไปเยี่ยมดอกแก้ว แต่เธอเกรงฮิ้มจะถามหา เขาบอกให้เป็นหน้าที่ของเตียมหาคำตอบเอาเองเพราะเรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ ชบาปรามอย่างไรก็แม่นะ ตี๋ใหญ่ไม่ได้คิดเนรคุณเพียงอยากให้รู้สึกบ้างว่า การปกป้องคนผิดมันลำบากใจแค่ไหน...
ระหว่างที่เปี๊ยกปลอบใจดอกแก้ว เธอให้เขาสัญญาอย่ามีเรื่องกับตี๋เล็ก เปี๊ยกขบกรามแน่นฟังเธอ “ถึงจะทำผิดร้ายแรงขนาดไหน เขาก็ยังเป็นลูกของอาเตี่ย หนูแค้นนะคะไม่ใช่ว่าไม่แค้นแต่ก็ต้องหักใจเพราะถ้าอาเตี่ยไม่เก็บหนูมาเลี้ยง ป่านนี้หนูจะระหกระเหินไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้”
เรียมน้ำตาคลอ แทนไทพลอยซึ้งใจไปด้วย ดอกแก้วย้ำว่า ตนเจ็บตัวแค่นี้ยังดีกว่าเสียตัว เปี๊ยกยิ่งสะเทือนใจสุดๆ ชบากับตี๋ใหญ่เปิดประตูเข้ามา ตี๋ใหญ่ปรี่เข้าหาดอกแก้ว ทั้งสามคนถอยออกมา ชบาทักทายเปี๊ยกกับแทนไท เปี๊ยกขอตัวกลับ แทนไทรู้สึกว่าตี๋ใหญ่ไม่ค่อยชอบหน้าตนจึงลากลับด้วยคน พอเดินออกมากับเปี๊ยก เขาก็บ่นออกมา
“พี่ตี๋ใหญ่นี่ก็ไม่แคล้วหลงรักน้องดอกแก้วเหมือนกัน... คุณก็สังเกตเห็นใช่ไหม”
เปี๊ยกย้อนถามแทนไทว่ารักดอกแก้วจริงไหม แทนไทตอบว่ารักจริงเหมือนน้อง เปี๊ยกมองหน้าแวบหนึ่ง “ไม่น่าเชื่อว่าใครที่ได้ใกล้ชิดคุณหนูแล้วจะไม่รัก”
“อย่าเอาตัวเองเป็นมาตรฐานซิ” แทนไทยิ้มนิดๆ พอเห็นสายตาดุของเปี๊ยกก็รีบขอโทษแก้คำพูดใหม่ว่า “อย่าเอาความเชื่อของตัวเองเป็นมาตรฐานน่ะ” แล้วเห็นเปี๊ยกถอนใจเดินไป...
ถึงอย่างไร เปี๊ยกก็ต้องสั่งสอนตี๋เล็กให้ได้ เขาให้ต้อยช่วยสืบว่าตี๋เล็กไปอยู่ที่ไหน ต้อยเป็นห่วงเปี๊ยกจะมีเรื่องจนเสียอนาคตจึงมาปรึกษาเกรียง เกรียงรู้ว่าเตือนอย่างไรเปี๊ยกก็ไม่เชื่อจึงให้ตามเพื่อนทุกคนมาช่วยกัน...ตี๋ใหญ่โกรธตี๋เล็กมากที่ทำกับดอกแก้วขนาดนี้ เขามาไล่ตี๋เล็กให้ออกไปจากร้าน ให้เวลาสามวันไปหาที่อยู่เอาใหม่ ตี๋เล็กไม่สำนึก กลับออกท่องราตรีกับเพื่อนๆ
โอ่ง เฮง หน่อน เกรียง และต้อย ดึงเปี๊ยกมาคุยกันที่กระท่อม ทุกคนบอกเปี๊ยกว่าเห็นด้วยกับความคิดของเกรียง ที่ว่าเปี๊ยกไม่ควรเอาอนาคตไปเสียกับเรื่องนี้ สู้ทำให้ตี๋เล็กติดคุกติดตะรางไปจะดีกว่า จะได้ทนทุกข์ทรมานและอับอาย เปี๊ยกครุ่นคิดคนเดียวสักพักว่าเขาประคับประคองดอกแก้วตั้งแต่แบเบาะไปให้ฮิ้ม และเฝ้าดูเธอเติบโตด้วยความภาคภูมิใจ แต่ตี๋เล็กมาทำลายภาพที่สวยงามของเขา พอคิดถึงคำพูดเพื่อนๆ เขาก็ตัดสินใจ...ในขณะที่เพื่อนๆทุกคนกลัวว่าเปี๊ยกจะบ้าระห่ำไปมากกว่านี้
ตกดึก แทนไทมาหาเปี๊ยกที่บ้านทำเป็นซื้อข้าวมาฝาก พอดีพรมาส่งข่าวว่าตี๋เล็กอยู่ที่ไนต์คลับ เปี๊ยกผลุนผลันออกไปทันที แทนไทรีบมาบอกเกรียง
เปี๊ยกมาที่ไนต์คลับ เห็นตี๋เล็กมีสาวขนาบข้างส่งเสียงมีความสุข จึงเข้าไปยั่วให้โมโหจนมีเรื่อง เปี๊ยกปล่อยให้ตี๋เล็กกับเพื่อนซ้อมเขาอย่างหนัก จนเกรียงพากำลังตำรวจมาจับ ตี๋เล็กหนีไปได้ แทนไทพาเปี๊ยกไปทำแผลที่โรงพยาบาล เขาทึ่งมากที่เปี๊ยกยอมเอาชีวิตเป็นเดิมพันขนาดนี้ ถ้าเขาเป็นดอกแก้วต้องภาคภูมิใจอย่างที่สุด
ตี๋เล็กกลับมาหาเตียมให้ช่วย บอกว่าเขากำลังหนีตำรวจ เตียมตกใจรีบไปหยิบเงินมาให้ ลูกชายหนีไปหลบซ่อน แต่ไม่วาย ตี๋เล็กถูกเกรียงดักจับหน้าบ้าน เตียมตกใจมากมาขอร้องฮิ้ม
“ดี...ปล่อยให้มันอยู่ในคุกนั่นแหละ” ฮิ้มเสียงดังลั่น
“เรียกห้องกรงก็ล่าย อาเฮีย ลื้อต้องไปช่วยลูกรักเหลียวนี้เลยนะ อาเผยบอกว่าอาหมวกเกรียงเป็งคงจักไป ลื้อไปบอกพ่อแม่อีสั่งให้ปล่อยเหลียวนี้เลย” เตียมคร่ำครวญ
ฮิ้มไม่ทำ ในเมื่อทำผิดก็ให้โดนดัดสันดานเสียบ้าง เตียมฟ้องว่าเปี๊ยกยั่วโมโหก่อน ฮิ้มไม่อยากเชื่อ แต่ก็แอบคิด เตียมร้องไห้โฮจะไปช่วยลูกชายด้วยตัวเอง...พอไปถึงโรงพัก ตี๋เล็กร้องให้เตียมช่วย เตียมใจแทบขาดที่เห็นลูกอยู่ในห้องขัง ถามหาเกรียง แต่ร้อยเวรบอกว่าเกรียงออกเวรไปแล้ว ทำให้ตี๋เล็กต้องนอนในห้องขังคืนหนึ่งโดยปริยาย
ooooooo
อำภาศรีรู้เรื่องจากเด็กในร้าน รีบไปหาเปี๊ยกที่บ้าน แต่เปี๊ยกแสดงท่าทางออกห่างทำให้เธอเสียใจ “ถ้าเปี๊ยกไม่อนุญาตให้ฉันเป็นห่วงในฐานะคนรัก ก็ขอให้ฉันเป็นห่วงในฐานะเพื่อนฐานะพี่สาวจะได้ไหม”
เปี๊ยกพยักหน้า อำภาศรีเชยคางเขาดูแผลบนใบหน้า แล้วถามว่าทำไมยอมเจ็บตัวขนาดนี้ เธอไม่เชื่อว่าเขาสู้ไม่ไหว เปี๊ยกดึงมือเธอออกแล้วขอให้กลับไป อำภาศรีรู้ว่าเปี๊ยกทำเพื่อดอกแก้ว เธอเสียใจกลับไป เปี๊ยกถอนใจพึมพำว่าเขาจะทำอย่างไรให้เธอออกไปจากชีวิตเขาเสียที
เช้าวันรุ่งขึ้น เรียมรายงานชบาเรื่องเปี๊ยกเมื่อคืน ดอกแก้วได้ยินแล้วรู้ทันทีว่าเปี๊ยกทำเพื่อตน ชบารีบไปเยี่ยมเปี๊ยกที่บ้าน หงวนทำหน้าไม่สบายใจ ชบาถามอาการเปี๊ยก
“ค่อยยังชั่วแล้วครับ คุณชบาไม่น่าจะต้องลำบากมา รบกวนเปล่าๆ”
“ไม่รบกวนเลย ยัยหนูฝากให้ฉันซื้อโจ๊กมาเยี่ยมด้วย”
เปี๊ยกยิ้มอย่างซึ้งใจ “จริงสิ วันนี้คุณหนูจะออกจากโรงพยาบาล”
ชบาบอกว่าถึงบ้านแล้ว ตนถึงออกมา เปี๊ยกฝากขอบคุณดอกแก้วและให้บอกว่าเขาไม่เป็นอะไร...เตียมยังขอร้องฮิ้มให้ไปช่วยประกันตัวตี๋เล็ก แต่ฮิ้มให้เตียมจัดการเอง เตียมโกรธหอบเงินไปประกันตัวลูกชายเอง พอสายๆเปี๊ยกทนไม่ไหว แต่งตัวออกไปเยี่ยมดอกแก้วที่บ้าน
ดอกแก้วนอนพักอยู่ที่โซฟา เธอให้เรียมไปทำงานอยากคุยกับเปี๊ยกตามลำพัง พอเห็นหน้าเปี๊ยกที่บอบช้ำก็เอื้อมมือไปแตะถามว่าเจ็บไหม
“เจ็บน้อยกว่าคุณหนูมากครับ”
“รู้ได้ยังไง...” ดอกแก้วขยับจะลุกขึ้น แต่เพราะแขนอีกข้างยังเข้าเฝือกจึงเสียหลัก
เปี๊ยกเข้าประคองทำให้แก้มดอกแก้วสัมผัสจมูกเปี๊ยกพอดี เธอเขินอายหลบตา เปี๊ยกรีบขอโทษ ทั้งสองทำตัวไม่ถูกไปพักใหญ่...ก่อนที่เปี๊ยกจะหาเรื่องคุยว่าโจ๊กเมื่อเช้าอร่อยมาก ดอกแก้วยังเขินตอบสั้นๆว่า “เหรอคะ...”
เปี๊ยกวางตัวไม่ถูกจึงลากลับ ดอกแก้วจึงถามขึ้นว่า “พี่เปี๊ยกบาดเจ็บนี่เพื่อดอกแก้วใช่ไหม...พี่เปี๊ยกทำเพื่อดอกแก้วมาตลอด”
“มันเป็นหน้าที่ของผม...”
“ทำไมพี่เปี๊ยกดีกับดอกแก้วขนาดนี้”
“เพราะผมต้องการให้คุณหนูมีชีวิตที่ราบรื่น งดงาม และมีความสุข”
“ขอบคุณมากค่ะ ดอกแก้วก็อยากให้พี่เปี๊ยกมีชีวิตที่ราบรื่นงดงามและมีความสุขเช่นกัน”
เรียมมาตามชบาให้ไปกันท่าเด็กสองคน ชบายิ้มเข้าใจว่าเรียมเป็นห่วง จึงยอมลงมา ดอกแก้วกำลังอวยพรให้เปี๊ยกชนะการแข่งขันวันนี้ เปี๊ยกตกใจที่เธอรู้ ไม่ทันจะพูดอะไรอีก ชบาเข้ามาทักทายเปี๊ยก เขาจึงลากลับ ดอกแก้วหันมาแขวะเรียมว่าให้แม่ลงมาคุมตนและว่าเรียมคิดอะไรน่าเกลียด ชบาเตือนว่าเรียมหวังดีพอๆกับตนและเปี๊ยก
กลับมาถึงบ้าน เปี๊ยกเจอแทนไทมานั่งรอแซว “ยังไม่ทันหาย ก็ออกตระเวน แล้วเย็นนี้จะแข่งไหวหรือ”
เปี๊ยกตอบว่าไหว แทนไทอยากให้เลื่อนการแข่งออกไปก่อน แต่เปี๊ยกไม่ยอม แทนไทจึงให้นอนพักผ่อนไปแล้วลากลับ เปี๊ยกนอนไม่หลับ ครุ่นคิดถึงสัมผัสที่หอมแก้มดอกแก้วไปโดยไม่ตั้งใจ เขารู้สึกผิด แต่สำหรับดอกแก้วรู้สึกมีความสุขกับสัมผัสนั้นอย่างมาก...
โอ่งห่วงเปี๊ยกกับการแข่งขันครั้งนี้ จึงชวนเกรียงกับเพื่อนไปเชียร์ ขาดแต่ต้อยที่ไปหาหมวย เกรียงบ่นว่าเปี๊ยกดูเหมือนจะแขนขวาซ้นไม่รู้จะแข่งไหวหรือเปล่า โอ่งกับเพื่อนๆเป็นห่วงมาก พากันไปหาเปี๊ยกที่บ้านก่อน เปี๊ยกตำหนิเกรียงที่ทำให้เพื่อนยุ่งยาก เฮงด่าว่าต้อยตัวต้นเหตุหายหัวไปหาเมีย น่าจะมาดูแลเปี๊ยกบ้าง
“เฮ้ย บอกแล้วว่าอย่าไปว่ามัน ข้าไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่ถึงเป็นก็คุ้ม เพราะข้าเอามันติดตะรางได้อย่างน้อยก็คืนนึง” เปี๊ยกออกรับแทนต้อย
ooooooo
เตียมประกันตัวตี๋เล็กกลับมาบ้าน เรียมรีบมารายงานชบา ดอกแก้วบ่นอุบ น่าจะติดคุกซักปีหนึ่ง ชบาเห็นว่าติดวันเดียวก็อับอายขายหน้าแย่แล้ว
“หนูอยากไปดูหน้ามันจัง...จริงด้วย ไปกันเถอะค่ะแม่”
“เขาจะได้หาว่าเราไปเยาะเย้ยน่ะสิ”
“ก็ใช่น่ะสิคะ...” ดอกแก้วจะไปจริงๆ ชบาต้องปราม...
ในขณะที่ตี๋เล็กเดินขึ้นห้อง ตี๋ใหญ่สวนลงมา ปรายตามองไม่ทักทาย ตี๋เล็กร้อนตัว “ลื้อสมน้ำหน้าอั๊วใช่มั้ย เป็นพี่ประสาอะไรวะ สมน้ำหน้าน้อง”
“อั๊วยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ”
“แต่ลื้อคิด อั๊วรู้ว่าลื้อต้องคิด” เห็นตี๋ใหญ่ส่ายหน้าอย่างระอา ตี๋เล็กยิ่งโมโห “ลื้อคิดใช่มั้ย”
“ลื้อนี่ถ้าจะบ้า ไปนอนซะ” ตี๋ใหญ่หันมาว่า ทำให้ตี๋เล็กโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง
พอตี๋ใหญ่เดินลงมาเข้าไปในห้องรับแขก เตียม
ก็เอ็ด “ลื้อมังเป็นคงไม่มีนั้งใจ”
ตี๋ใหญ่ลอบถอนใจ เผยทำเป็นเตือน “เวลาคุณหม่าม้าพูดด้วย อย่าถอนใจสิเจ้าคะ มันบาป”
“นังเผย...ตี๋เล็กทำบัตรแส่ให้หรือยัง” ตี๋ใหญ่ตอกกลับ
เผยเผลอตอบว่ายังเลย ตี๋ใหญ่จึงตวาดให้หุบปาก เผยสะดุ้ง...เตียมโวยขึ้นมา
“อาเก๊าตี๋ ลื้อมังไม่มีน้ำใจ เมื่อคืงแทงที่จะอยู่เป็งเพื่องอาโซ้ยตี๋ที่โรงพัก ลื้อกลับทังเป็งไม่รู้ไม่ชี้ ลื้อรู้มั้ยว่าอั๊วปวกจายที่ลูกไม่รักกัง”
ตี๋ใหญ่ออกตัวว่าเขานอนที่ร้านเลยไม่รู้เรื่อง เตียมแหวใส่ว่าไม่รู้ก็ต้องโทร.ถาม เสียงฮิ้มดังขัดขึ้น “เลิกเหลวไหลเสียทีเถอะ อาเตียมเกียง...อาเก๊าตี๋ ไปกับอั๊วหน่อย”
ตี๋ใหญ่พยักหน้าแล้วเข้าประคองฮิ้มเดินไป เตียมมองตามอย่างน้อยใจ “อีเผย ลื้อเห็งหรือยังว่าอาเถ้าแก่รักลูกไม่เท่ากัง อั๊วแทกจะทงควัมไม่ยุติทังของอีไม่ล่าย
อยู่เลี้ยว อั๊วปวกจาย...อั๊วแสงสงสางอาโซ้ยตี๋ อีกลายเป็งเหล็กมีปังหาก็เพราะอาเตี่ยรักลูกไม่เท่ากัง ยิ่งพูกอั๊วยิ่งปวกใจ”
“ก็นั่นน่ะซีเจ้าคะ อีเผยถึงได้หวั่นเกรงเรื่องมรดกนัก นี่ไม่ใช่ยุยงนะเจ้าคะ แค่ส่งเสริมเจ้าค่ะ” เผยลอยหน้าลอยตาพูดให้เตียมคล้อยตาม
ขณะที่เรียมกำลังช่วยดอกแก้วหยิบจับของที่หล่น ตี๋ใหญ่ประคองฮิ้มเข้ามา พอฮิ้มเห็นดอกแก้วเข้าเฝือกที่แขนและหัวมีปลาสเตอร์ปิดแผล ก็ตกใจ เรียมกับชบาหน้าซีดพอกัน ตี๋ใหญ่เพิ่งนึกได้ ดอกแก้วไม่รู้อะไรจึงถามด้วยความดีใจ “อาเตี่ยมาเยี่ยมดอกแก้วหรือคะ”
“ลื้อเป็นอะไร ใครทำลื้อ...อาชบา ทำไมลื้อไม่บอกอั๊วว่าดอกแก้วแขนหัก”
ชบาได้สติ “เอ้อ...ฉันไม่อยากให้เฮียตกใจน่ะค่ะ”
“แล้วให้อั๊วมารู้เองทีหลังยังงี้เรอะ”
“แต่ดอกแก้วก็ไม่เป็นอะไรแล้วนี่ครับ” ตี๋ใหญ่ช่วยแก้ แต่ฮิ้มยังบ่นว่าทุกคนรวมหัวกันปิดบังเขา ทำเอาทุกคนหายใจไม่ทั่วท้อง
ขณะเดียวกัน เตียมกับเผยนั่งกังวลเดากันไปต่างๆนานา ว่าตอนนี้ฮิ้มกำลังทำอะไร เผยให้คิดในทางร้ายว่าฮิ้มอยู่ที่บ้านชบา
“เจ้าค่ะ คุณนายเล็กคงกำลังจีบปากจีบคอฟ้องเรื่องคุณชายเล็กเกือบจะฆ่าคุณหนูดอกแก้วอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ แล้วทีนี้มันจะไม่ใช่ติดคุกคืนเดียว แต่อาจจะเป็นปีเชียวนะเจ้าคะ”
“ไอ๊หยา...” เตียมร้องเสียงหลง...
ทุกคนบอกฮิ้มว่าดอกแก้วซุ่มซ่ามตกบันไดลงมา ฮิ้มจึงเตือนด้วยความเป็นห่วงให้ระวังตัวมากๆ ชบาหลบสายตารู้สึกผิดที่ต้องโกหก “ไว้ใจเถอะค่ะเฮีย ฉันจะไม่มีวันยอมให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีกเด็ดขาด”
“ดีแล้ว...อาดอกแก้ว อาเตี่ยจะซื้อทองทำขวัญลื้อ”
“อุ๊ย ไม่ต้องหรอกค่ะอาเตี่ย ดอกแก้วไม่ได้เป็นอะไรมากมาย”
“อาเตี่ยให้ก็รับไว้เถอะ” ตี๋ใหญ่เตือน
ชบาให้ดอกแก้วขอบคุณฮิ้ม ดอกแก้วเข้าไปกอดประจบ ฮิ้มกอดลูกสาวอย่างรักใคร่เอ็นดู
ooooooo
บ่ายมากแล้ว แทนไทยังหอบข้าวกับโอเลี้ยงมาหาเปี๊ยกที่บ้าน เปี๊ยกบ่นขณะไปเปิดประตูว่าหมู่นี้มาบ่อยเหลือเกิน
“ผมซื้อข้าวผัดปูกับโอเลี้ยงมากินด้วย มีเกี๊ยวน้ำด้วย”
“ใครบอกล่ะว่าผมชอบกินข้าวผัดปู”
“ไม่ต้องบอกก็รู้ ใครๆก็ชอบข้าวผัดปูกันทั้งนั้น”
แทนไทจัดแจงหยิบจานช้อนส้อม
“คุณต้นนี่แปลก...”
“แปลกยังไง...”
“ผมเดาเอาว่าเพื่อนคุณต้องมีหลายคน แล้วแต่ละคนก็ต้องร่ำรวยกันทั้งนั้น แต่ทำไมถึงได้มาคบคนซึ่งไม่มีอะไรเลย”
“คุณเป็นคนดี”
“เพื่อนคุณก็ต้องมีคนดี อาจจะดีกว่าผมเสียอีก”
“คุณยังเป็นเพื่อนน้องดอกแก้วด้วย” แทนไทพูดเท่านี้ เปี๊ยกก็สลดลงทันที...
พอทานเสร็จแทนไทให้เปี๊ยกไปอาบน้ำแต่งตัว เขาจะล้างจานให้ เปี๊ยกบอกไม่เป็นไรยังมีเวลา แต่แทนไทกลับบอกว่าเขาจะพาเปี๊ยกไปที่ที่หนึ่งก่อน เปี๊ยกแปลกใจ...และแล้ว แทนไทก็พาเปี๊ยกมาหาดอกแก้ว เปี๊ยกไม่อยากเข้าไป แต่แทนไทบอกว่า “น้องดอกแก้วอยากอวยพรคุณ”
“ทำไมต้องไปเล่าให้คุณหนูฟังด้วย” เปี๊ยกหงุดหงิด แทนไทหน้าเสีย เปี๊ยกตำหนิ “คุณจะเอาใจคุณหนูยังไงก็ทำไป แต่อย่าเอาเรื่องส่วนตัวของผมเข้าไปเกี่ยว”
เปี๊ยกจะเดินลงจากรถ แทนไทน้ำตารื้น “คุณเปี๊ยก... ขอร้องละครับ คุณจะโกรธจะเกลียดผมยังไงก็ได้ แต่ขอให้เห็นแก่น้องดอกแก้วเถอะครับ เธอจะเสียใจแค่ไหนที่ต้องรอคุณเก้อ ยิ่งตอนนี้ไม่ค่อยสบายอยู่ด้วย แขนก็หัก ศีรษะก็แตก...”
“พอ...ไม่ต้องบรรยายมาก” เปี๊ยกตัดบท
“ตกลงคุณเปี๊ยกเข้าไปพบน้องนะครับ”
เปี๊ยกพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ ส่วนแทนไทยิ้มด้วยความดีใจ...ทั้งสองเข้ามาในบ้าน เห็นดอกแก้วนอนหลับกอดช่อดอกแก้วไว้แนบอก แทนไทให้เปี๊ยกเข้าไปหา “เข้าไปสิ คุณน้าชบาไหว้พระอยู่ข้างบน ส่วนพี่เรียมซักผ้าอยู่หลังบ้าน”
“มาบ่อยเสียจนรู้ไปหมดเลยนะ” เปี๊ยกประชดเบาๆ แทนไทดันเปี๊ยกให้เข้าไป
เปี๊ยกมาคุกเข่าข้างโซฟา เขามองใบหน้าดอกแก้วอย่าง อ่อนโยนรักใคร่ แทนไทมองภาพนั้นอย่างสะเทือนใจ จนต้องหลบออกไปเตือนใจตัวเองว่ารักแท้คือการเสียสละ
สักพัก ดอกแก้วตื่นขึ้นมาเห็นเปี๊ยกก็ดีใจ “หนูเผลองีบไปหน่อย”
“คุณหนูให้คุณต้นไปตามผมมาทำไมหรือครับ”
ดอกแก้วยื่นช่อดอกไม้ให้ “ขอให้พี่เปี๊ยกชนะนะ จำไว้ว่าหนูเชื่อมั่นในตัวพี่เปี๊ยกเสมอ”
“ขอบคุณครับ ขอบคุณมาก” เปี๊ยกรับมาด้วยความ ตื้นตัน
“เก็บดอกแก้วช่อนี้ติดตัวไว้ หนูจะเป็นกำลังใจให้พี่เปี๊ยกเสมอ”
“ผมจะจำไว้...” ทั้งสองมองตากันด้วยความซาบซึ้ง
ชบาลงมาเห็นสายตาของทั้งคู่ รู้สึกไม่สบายใจ ทำทีเข้ามาทักทาย “อ้าว เปี๊ยก...วันนี้มาบ่อยนะ เมื่อเช้าก็มา”
ดอกแก้วรีบแก้ให้ว่าตนให้แทนไทไปตามเปี๊ยกมาเอง ชบาเอ็ดดอกแก้วที่ไปใช้แทนไทแบบนั้น แล้วถามว่าเขาอยู่ไหน ดอกแก้วบอกว่าคงออกไปรอข้างนอก เปี๊ยกจึงออกไปตาม ชบาถามดอกแก้วถึงช่อดอกไม้ในมือเปี๊ยก ดอกแก้วตอบว่า ให้เรียมไปเก็บมาเอง ตั้งใจให้เปี๊ยก ชบายิ่งกังวลใจ...เปี๊ยกออกมาบอกแทนไทให้เข้าไปในบ้าน เขาจะกลับแล้ว
“ไม่ได้ ผมเป็นคนพาคุณมา ก็ต้องพาคุณกลับ”
แทนไทไม่ยอม
“ไม่จำเป็นเพราะผมไม่ได้ขอร้องคุณ” เปี๊ยกเดินออกไป
แทนไทเข้ามาสวัสดีชบาแล้วขออนุญาตลากลับเลย ชบาแปลกใจ หันมาถามดอกแก้ว
“ทำไมถึงต้องตามเปี๊ยกเขามาให้ดอกแก้วล่ะลูก”
“ดอกแก้วอยากขอบคุณเขาน่ะค่ะ”
“ก็แม่ซื้อโจ๊กไปให้เขาแล้วไงจ๊ะ”
“หนูมาคิดดูอีกที ดอกไม้ชื่อหนูคงจะมีความหมายมากกว่าโจ๊ก”
ชบาฟังนิ่งๆ เก็บความรู้สึก ไม่ให้ดอกแก้วรู้ว่าตนระแวง...
ooooooo
แทนไทขับรถมาขวางเปี๊ยกกลางซอย เพื่อจะรับไปส่งบ้าน แต่เปี๊ยกไม่ยอมขึ้นรถและขอให้เลิกยุ่งกับเขาเสียที เปี๊ยกเดินไป แทนไทมองตามด้วยแววตาเศร้าๆ มาถึงบ้าน เปี๊ยกเจอต้อยนั่งรอ ถึงกับถอนใจ “ทำไมข้าถึงหนีไม่พ้นไอ้พวก ต.เต่า ต.ต้อย”
ต้อยยิ้มแห้งๆ เปี๊ยกถามไถ่เพิ่งมาหรือ แล้วเลยบอกว่าให้ไปที่โรงบิลเลียดก่อน แล้วเขาจะตามไป ต้อยทำท่าอึกอัก
“ข้ามีเรื่องรบกวนเอ็งอีกแล้ว”
“เรื่องอะไรอีกล่ะ”
“ข้าก็พยายามพูดให้หมวยเข้าใจแล้ว แต่เขาไม่ยอมฟัง...เขาอยากได้เงินอีกก้อนนึง คือไอ้เส็งมันข่มขู่ทวงเงินที่มันเอามาหมั้นหมาย” ต้อยเสียงอ่อยอย่างเกรงใจ
“แล้วที่ให้ไปไม่พอหรอกเรอะ ที่อยู่ก็ฟรี”
“หมวยเขาก็พยายามออกเงินช่วยค่าน้ำค่าไฟแม่เอ็งบ้าง ข้าก็ไม่รู้จะพูดยังไง แค่นี้ก็เกรงใจแล้วก็ละอายใจจะแย่อยู่แล้ว...ลืมที่ข้าพูดเถอะ เดี๋ยวเอ็งตามไปก็แล้วกัน” ต้อยจะเดินไป
เปี๊ยกเรียกให้หันมาแล้วบอกว่า ชนะแล้วจะให้เงินไปก่อน ต้อยทำท่าจะปฏิเสธ เปี๊ยกจึงบอกว่าให้ยืม ทำงานได้แล้วให้เอามาคืน ต้อยตื้นตันใจจนบอกไม่ถูก...ต้อยเดินออกมากลางซอยเจอโอ่ง เฮง และหน่อน ทั้งสามคนต่อว่าที่ต้อยหายหัวไป ต้อยขอโทษจริงๆ แล้วชวนกันไปรับหน้าเสี่ยจั๊วที่โรงบิลเลียด โอ่งให้ทุกคนไปก่อน เขามีธุระนิดหน่อยแล้วจะรีบตามไป...
เสี่ยจั๊วหงุดหงิดงุ่นง่านที่เปี๊ยกยังไม่มา ยิ่งพอรู้จากต้อยว่าเปี๊ยกบาดเจ็บเพราะไปมีเรื่องก็ยิ่งหัวเสีย ต้อยบอกว่าเปี๊ยกใจร้อนไปหน่อย เฮงกับหน่อนหมั่นไส้ต้อยจึงแขวะว่า
“เออ ไอ้เปี๊ยกมันใจร้อน เวลาใครมีเรื่องอะไรล่ะก็เที่ยวได้แส่ไปช่วยเขา แต่พอเวลามันมีเรื่องบ้าง ก็ไม่เคยเห็นสุนัขสักตัวไปช่วยมัน ปล่อยให้ถูกรุมกัดรุมทึ้งอยู่คนเดียว”
ต้อยสะดุดหูถามว่า ว่าใคร หน่อนย้อนถามว่าเป็นสุนัขหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ก็อย่ากินปูนร้อนท้อง ทั้งสองเถียงกัน จนเสี่ยจั๊วรำคาญยุส่งให้ฆ่ากันตายไปเลย โยนปืนให้คนละกระบอก ทั้งสองจึงสงบลงได้...
โอ่งมาไถ่สร้อยพระที่เปี๊ยกเอามาจำนำเอาเงินให้ต้อยออกมา แล้วรีบวิ่งไปที่โรงบิลเลียดอย่างเหนื่อยหอบ...สำเริงคู่ท้าแข่งของเปี๊ยกมาถึง ทำโวยวายที่ไม่เห็นเปี๊ยก
“ไอ้คนไหนวะ ที่จะต้องถูกกระทืบสามที” สำเริงถาม
เฮงตอบว่ากำลังเดินทางมา สำเริงหัวเราะลั่น หาว่าอ้างเพราะกลัว แล้วท้าให้คนอื่นลงมาแข่งแทน เฮง หน่อน และต้อย เกี่ยงกัน สำเริงรำคาญบอกให้เสี่ยจั๊วลงมาแข่งเอง เปี๊ยกมาถึงพอดี
“ข้ามาแล้ว” ทุกคนหันมามองเปี๊ยก ที่ข้อแขนยังมีผ้าพันอยู่
โอ่งมาถึงร้องเรียกเปี๊ยก “ไอ้เปี๊ยก...อั๊วไปไถ่สร้อยพระมาให้เอ็ง ใส่ซะ แล้วจะได้ชนะ”
“ไอ้โอ่ง...ขอบใจ...” เปี๊ยกมองโอ่งอย่างตื้นตัน กำลังใจมามากขึ้น
สำเริงหมั่นไส้ เปิดเสื้อให้ดูพระที่คอตนพวงใหญ่กว่ามาก เปี๊ยกกับเพื่อนถอนใจ เสี่ยจั๊วตัดบทถามหามาร์กเกอร์
ของสำเริง สำเริงตอบอย่างหงุดหงิด “ก็บอกว่ามันกำลังมา”
“อั๊วให้อีกสิบนาที ถ้ายังไม่มาก็เป็นอันว่าจะใช้คนของอั๊ว...ไอ้ต้อย เอ็งอยู่ที่นี่ พร้อมเมื่อไหร่ค่อยเข้าไปตาม ไป ไอ้เปี๊ยก” เสี่ยจั๊วเดินนำเปี๊ยกเข้าห้องทำงาน
พออยู่กันตามลำพัง เสี่ยจั๊วก็ถามเปี๊ยกว่าไหวไหม เปี๊ยกตอบว่าไหว เสี่ยจั๊วว่าอย่าทำเป็นเล่น ถ้าแพ้จะโดนกระทืบ เปี๊ยกยังยืนยันเหมือนเดิม...อำภาศรีเดินเข้ามา เสี่ยจั๊วไม่ค่อยพอใจถาม ไหนบอกว่าจะนอน อำภาศรีทำออดอ้อนว่าคิดถึง แล้วถามว่าคุยความลับกันอยู่หรือเปล่า
“ให้เปี๊ยกมันเข้ามาทำสมาธิ รอมาร์กเกอร์ของไอ้สำเริงมัน” เสี่ยจั๊วสะบัดเสียง
อำภาศรียิ้มยั่วยวนแล้วบอกว่าตนก็ทำได้ เฮียจั๊วเอ็ดไม่ต้อง อำภาศรีโอดโอย “ทำไมล่ะค่ะ เฮียไม่ต้องห่วงหรอกน่า ชาตินี้อำภาไม่มีสายตาให้ใครอีกแล้ว นอกจากเฮีย”
เสี่ยจั๊วดึงเธอเข้ามากอด เปี๊ยกเบือนหน้าหนี...การแข่งขันเริ่มขึ้น อำภาศรีทำหน้าที่มาร์กเกอร์อย่างคล่องแคล่ว เปี๊ยกเล่นได้ไม่ค่อยดีเพราะยังใช้แขนที่เจ็บไม่ถนัด สำเริงทำคะแนนนำไปก่อน จนมาพลาดให้เปี๊ยกได้โอกาสเล่น เปี๊ยกกวาดหมดโต๊ะ ทำให้ชนะไปได้ขาดลอย ท่ามกลางความดีใจของทุกคน สำเริงพาพวกกลับ เสี่ยจั๊วตะโกนไล่หลังว่า ห้ามมาเหยียบที่นี่อีกตามสัญญา
คืนนั้น เสี่ยจั๊วรินเหล้าส่งให้ทุกคนร่วมฉลองชัยชนะ “ชนแก้วกันหน่อย ดื่มให้ไอ้เปี๊ยก” พอรินใหม่อีกแก้ว เสี่ยจั๊วก็ชูขึ้นแล้วกล่าว “ดื่มให้อำภาศรี...”
ทั้งเปี๊ยกและอำภาศรีสะดุ้ง เช่นเดียวกับคนอื่นๆที่ต้องสบตากัน รู้สึกแปลกๆ เสี่ยจั๊วบอกให้ทุกคนดื่มกันตามสบาย แต่พอเห็นสีหน้าทุกคน “ทำไมพวกเอ็งทำหน้ายังกับปวดท้องวะ อ้าว...เมียอั๊วก็พลอยเป็นไปด้วย กินให้เต็มที่ กิน”
ทุกคนคีบอาหารเข้าปากอย่างกระอักกระอ่วน...จน กระทั่งงานเลิก เสี่ยจั๊วกับอำภาศรีขึ้นรถไปด้วยกัน เสี่ยจั๊วมองหน้าเธอแล้วว่า “เฮียไม่ชอบให้อำภาทำหน้าบึ้ง”
“อำภายังไม่มีอารมณ์จะหัวเราะ”
“ทำไมล่ะ ไอ้เปี๊ยกมันชนะ เธอน่าจะดีใจกว่าใคร” เสี่ยจั๊วขึ้นเสียงดัง
“ทำไมเฮียพูดอย่างนั้นคะ” อำภาศรีสะดุ้ง
“ก็ทำไมจะพูดไม่ได้ ไอ้เปี๊ยกชนะก็เท่ากับเฮียชนะ
ไอ้สำเริงมันจะได้เลิกมารังควานเฮียเสียที แล้วอำภาไม่ดีใจหรอกเรอะ” เสี่ยจั๊วมองอำภาศรีด้วยสายตาจับพิรุธ
อำภาศรีนั่งนิ่งเมินหน้าไปมองนอกหน้าต่าง...เช่นเดียวกับเปี๊ยก โอ่ง เฮง หน่อน และต้อย ที่รู้สึกว่าเสี่ยจั๊วพูดแปลกๆ เฮงถามเปี๊ยกตรงๆว่ามีอะไรกับอำภาศรีหรือเปล่า เปี๊ยกสะดุ้งไม่ทันได้ตอบ มีชายฉกรรจ์ 6-7 คน ออกจากเงามืดมาพร้อมไม้ท่อนยาว เปี๊ยกกับพวกตกตะลึง ช่วยกันต่อสู้ป้องกันตัว พลันมีรถพุ่งเข้ามา ส่องไฟใส่ชายฉกรรจ์ร้องบอกพรรคพวกให้หนีก่อน รถคันนั้นดับไฟ แทนไทลงจากรถมา ถามทุกคนเป็นอะไรกันหรือเปล่า
“ถ้าคุณต้นมาไม่ทัน คงแย่เหมือนกัน ขอบคุณมาก” ทุกคนขอบใจแทนไทกันใหญ่
ทุกคนแยกย้ายกันกลับ เปี๊ยกเดินมากับต้อยจนถึงหน้าบ้าน เขาส่งเงินรางวัลให้กับต้อยเอาไปให้หมวย ต้อยบ่ายเบี่ยงไม่อยากรับ “ข้าจะไม่เอาเปรียบเอ็งอีกแล้ว”
“อย่ามาทำเป็นหยิ่ง ข้ายังไม่ได้มีเมียเหมือนเอ็ง เอาไปเถอะ มีเมื่อไหร่ค่อยเอามาใช้คืน”
“ถ้าเผื่อมีชาติหน้าล่ะ”
“พูดบ้าๆ ถ้ามีชาติหน้าก็เอามาใช้ชาติหน้า”
ต้อยซึ้งน้ำใจจนน้ำตาคลอมองเปี๊ยกเดินเข้าบ้านไปลับตา...เปี๊ยกเข้ามาในห้องนอน รีบเอาช่อดอกแก้วที่เขาใส่แก้วไว้มาชื่นชมแล้วประคองวางทับในหนังสือเล่มหนึ่ง นึกถึงคำพูดของดอกแก้วที่บอกให้เขาเก็บช่อดอกแก้วนี้ติดตัวไว้ เธอจะเป็นกำลังใจให้เสมอ...
วันรุ่งขึ้นแทนไทโทร.ส่งข่าวดอกแก้วว่าเปี๊ยกชนะ เธอดีใจให้เขาไปรับที่โรงเรียนแล้วให้นัดเปี๊ยกมาเจอที่ร้านไอศกรีม ชบามาได้ยินไม่สบายใจ พอดอกแก้วขออนุญาตจึงบอกว่า วันนี้ดอกแก้วต้องดูแลฮิ้มแทน เพราะตนจะออกไปสังสรรค์กับเพื่อน ดอกแก้วหน้ามุ่ยโทร.กลับไปยกเลิกนัดกับแทนไท...ชบามาคุยกับเรียมว่าตนเห็นด้วยกับเรียมแล้ว เรื่องเปี๊ยกกับดอกแก้ว
“เรียมดีใจค่ะ ที่คุณชบาสังเกตเห็น ความใกล้ชิดสนิทสนมก่อให้เกิดความผูกพัน เปี๊ยกเป็นคนดี ชีวิตออกจะน่าสงสาร และความสงสารก็เป็นบ่อเกิดของความรัก”
“ฉันก็ไม่ได้รังเกียจเปี๊ยก แต่ยัยหนูน่าจะได้คนที่ดีกว่านี้” ชบาถอนใจ...
ต้อยกลับไปหาหมวยที่บ้านเสียง พบว่าหมวยยังไม่ตื่นนอนเพราะเมื่อคืนไปดูลิเกกับเพื่อนๆจนดึกดื่น ต้อยเกรงใจเสียง จึงไปปลุกหมวยให้มาช่วยเสียงบ้าง หมวยไม่สนใจกลับทวงเงินที่ให้ไปขอเปี๊ยก ต้อยส่งเงินให้พร้อมกับกล่าว
“เปี๊ยกมันดีเสียจนฉันเกรงใจ”
“ไม่เห็นจะต้องเกรงใจ เปี๊ยกอยากยุหมวยให้อยู่กับต้อย หมวยก็ทำตามแล้ว เพราะฉะนั้นเปี๊ยกต้องรับผิดชอบชีวิตเรา”
“หมวยพูดอะไรน่ะ” ต้อยตกใจ
“ก็พูดความจริงน่ะสิ ขอไปอาบน้ำอาบท่าก่อนนะ ไม่รู้ว่าเช้านี้ น้าเสียงทำอะไรให้กิน” หมวยให้ต้อยเก็บมุ้งให้ด้วย แล้วคว้าผ้าเช็ดตัวเดินไปห้องน้ำหน้าตาเฉย ต้อยรอจนเสร็จจึงเตือน
“ฉันอยากให้หมวยช่วยน้าเสียงบ้าง ตอนอยู่กรุงเทพฯหมวยยังช่วยแม่ขายของ”
“ก็นั่นฉันต้องเลี้ยงแม่ตามประสาลูกที่ดีนี่ แต่ตอนนี้ฉันมีผัว ผัวก็ต้องเลี้ยงฉันกับแม่”
ต้อยถอนใจ ขอให้หมวยประหยัดๆหน่อย หมวยแหวใส่ว่าตอนอยู่กับแม่ตนไม่เห็นต้องประหยัด หมวยให้ต้อยไปขอเงินเปี๊ยกมาอีกจะลงทุนค้าขาย ที่ได้มานี่จะใช้ส่วนตัว ต้อยอึ้ง
“ก็ที่ฉันเพิ่งให้ไป”
“เอ๊ะ...พูดไม่รู้ฟัง บอกแล้วว่าจะเก็บไว้ใช้ส่วนตัว ต้อยจะปล่อยให้ฉันแต่งตัวโทรมๆเรอะไง ฉันอุตส่าห์เสียสละความสุขทุกอย่างมาอยู่ด้วย ต้อยก็ต้องเสียสละเพื่อฉันบ้าง อย่าให้ฉันต้องมานั่งกัดก้อนเกลือกินให้มันอเน็จอนาถเลย”
ต้อยทรุดลงนั่งกอดเข่า สีหน้าอัดอั้นตันใจ...หมวยเดินลงส้นผ่านหน้าเสียงไป ต้อยเดินตามออกมา เสียงจึงถามว่าทะเลาะกันอีกหรือ ต้อยทำหน้าละอายใจก่อนจะลากลับ แต่ไม่วายฝากเสียงดูแลหมวยด้วย เสียงตอบว่าไม่ต้องห่วง หมวยเก่งกว่าที่ต้อยคิดไว้มาก
ooooooo
หลังกลับจากโรงเรียน ดอกแก้วอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าลงมา เรียมยกขนมปังหน้าหมูที่เพิ่งทำเสร็จมาวางให้ ดอกแก้วขอให้ทำเพิ่มอีกสองที่จะมีเพื่อนมาทานด้วย แต่ตอนนี้ตนจะไปหาฮิ้มก่อนแล้วจะกลับมา เรียมถามว่าใคร ดอกแก้วหาว่าซักเหมือนแม่เลย แต่ไม่ตอบแล้วเดินไป
ไม่สำนึกในความผิดของตัวเองเลย ตี๋เล็กแต่งตัวจะไปเที่ยวเดินผิวปากลงมา พอเตียมทักจะไปไหน ก็ทำโอดโอยหาว่าบีบคั้น เตียมทำหน้างงว่าตนบีบคั้นตรงไหน เผยช่วยเสริมว่าไม่ได้ยินเหมือนกัน ตี๋เล็กโวยเผยว่ายังไม่มีบัตรแส่อย่ามายุ่ง แล้วหันมาแบมือขอเงินเตียม
“อาโซ้ยตี๋ ตองนี้อาเตี่ยลื้อจังกัดกางใช้เงิงของอั๊วเลี้ยว”
“อ้อ แล้วม้าก็เลยจะมาจำกัดอั๊วอีกทีเป็นการแก้แค้น ทำแบบนี้ไม่ยุติธรรม”
เตียมงงไปกันใหญ่ พอดีดอกแก้วเดินเข้ามา ทุกคนชะงัก ตี๋เล็กถาม “จะไปไหนนังตัวดี”
ดอกแก้วไม่สนใจเดินผ่าน ตี๋เล็กโมโหกระชากแขน “หูแตกเรอะไง อั๊วถามว่าจะไปไหน”
“ถ้าไม่ปล่อย พี่ตี๋เล็กได้เข้าคุกอีกแน่ แล้วดอกแก้วจะเล่าให้อาเตี่ยฟังให้หมดว่าพี่ตี๋เล็กทำอะไรดอกแก้วบ้าง”
เตียมร้องไอ๊หยา...ตี๋เล็กปล่อยมือแต่ยังวางฟอร์มว่าที่ปล่อยไม่ได้กลัว แค่ไม่อยากมีเรื่อง ดอกแก้วเดินเชิดไป เล็กสบถ “เห็นมันเชิดใส่อั๊วมั้ยม้า คอยดูวันนึงอั๊วจะทำให้หมดฤทธิ์ทีเดียว”
“พอเลี้ยว อาโซ้ยตี๋ แค่นี้ลื้อก็ลังบากพอเลี้ยว”
ตี๋เล็กยักไหล่ว่าไม่กลัว เพราะรู้ว่าเตียมไม่มีวันปล่อยให้ตนลำบากแน่ เตียมหน้าเหวอ ตี๋เล็กแบมือขอเงินอย่างไม่รู้สึกรู้โสอะไร...
ดอกแก้วดูแลป้อนข้าวให้ฮิ้มแล้วขอตัวกลับไปบ้านสักพัก รับรองจะรีบกลับมา...ตี๋เล็กออกมาที่รถเห็นแทนไทขับรถมาจอดหน้าบ้านชบา มีเปี๊ยกมาด้วย ก็เข้าไปหาเรื่อง ไล่ทั้งสองคนออกไป เปี๊ยกไม่เกรงกลัวถามว่าติดคุกคืนเดียวไม่เข็ดใช่ไหม ตี๋เล็กเดือดดาล ดอกแก้วมาถึง ตี๋เล็กยังปากเสีย “อ้อ นัดกันล่ะสิ ลูกสาวเก็บตกของอาเตี่ยเก่งมาก นัดผู้ชายทีละสองคน”
“คนใจสกปรกก็มักคิดอะไรสกปรก” ดอกแก้วโต้ เรียมได้ยินเสียงเอะอะออกมาดู
เปี๊ยกให้ดอกแก้วเข้าบ้านไปก่อน ตี๋เล็กตะโกนถามว่าจะเข้าไปเตรียมตัวรอหรือ เปี๊ยกคว้าคอเสื้อตี๋เล็ก เรียมร้องห้าม ดอกแก้วรีบเตือนเปี๊ยกอย่าไปแลกกับคนพาลแล้วชวนเปี๊ยกกับแทนไทเข้าบ้าน ตี๋เล็กไม่วายตะโกนไล่หลังว่าให้ตนเข้าไปอีกสักคนไหม
ดอกแก้วชวนเปี๊ยกกับแทนไทกินขนมปังหน้าหมู เปี๊ยกเห็นสายตาเรียมที่มองเขาไม่ค่อยพอใจ จึงขอตัวกลับอ้างว่ามีธุระ ดอกแก้วถามว่าธุระอะไร เปี๊ยกนิ่งไม่ตอบ
“หนูยังไม่ยอมให้พี่เปี๊ยกกลับจนกว่าจะกินขนมปังหน้าหมูให้หมดก่อน”
“คุณหนู ก็เปี๊ยกเขาบอกแล้วไงคะ ว่าเขามีธุระ...เปี๊ยกกลับไปเถอะ” เรียมติง
เปี๊ยกรู้สึกถึงน้ำเสียงและท่าทีของเรียมว่ามีอะไร จึงลุกขึ้นเดินออกไป ดอกแก้ววิ่งตามออกไปส่ง เรียมจะตามต้องชะงัก เมื่อได้ยินแทนไทเปรยว่า “เรื่องบางเรื่องก็ไม่ควรจะเข้มงวดเกินไป ต้องเว้นช่องให้เขาหายใจหายคอบ้าง”
เปี๊ยกหันมาบอกดอกแก้วว่าเขาไปเองได้ไม่ต้องส่ง ดอกแก้วรู้ว่าเปี๊ยกโกรธเรียม จึงบอกว่าจะเข้าไปต่อว่าให้เอง เปี๊ยกห้าม
“อย่าไปว่าอะไรเลยครับ พี่เรียมเขาทำตามหน้าที่ของเขา แล้วผมก็ต้องทำตามหน้าที่ของผม คุณหนูคนดีกลับเข้าไปนะครับ”
“พี่เรียมกีดกันไม่ให้พี่เปี๊ยกกินร่วมโต๊ะกับพี่ต้น หนูรู้”
“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เขาก็ทำถูกแล้ว”
ดอกแก้วบ่นว่าไม่ชอบการแบ่งชั้นวรรณะ แล้วเลยบอกเปี๊ยกให้มาหาฮิ้มวันพรุ่งนี้ เพราะถามถึง เปี๊ยกรับคำ...พอเปี๊ยกไปแล้วดอกแก้วเข้ามาคุยกับแทนไทว่า ตนจะฟ้องชบาเรื่องนี้...แต่พอพูด ชบากลับเห็นว่าเรียมทำเพราะเป็นห่วง แล้วเลยสอนอีกว่า
“หนูโตเป็นสาวแล้วเปี๊ยกเขาก็เป็นหนุ่ม จะมาใกล้ชิดกันเหมือนตอนเด็กๆคงไม่สมควร แม่ไม่อยากให้ลูกสนิทสนมกับเปี๊ยกมากจนเกินงาม หนูเข้าใจนะลูก”
“ไม่หรอกค่ะ หนูรักพี่เปี๊ยกด้วยความบริสุทธิ์ใจ แล้วก็คิดว่าพี่เปี๊ยกคงรู้สึกเหมือนกัน จะมาสั่งว่าไม่ให้พบกันก็ต้องมีเหตุผลพอ” ดอกแก้วตอบอย่างเด็ดเดี่ยว ยังงงว่าทำไมแม่เกิดไม่ชอบ
ooooooo










