ตอนที่ 11
เย็นวันนั้น แทนไทกำลังตัดดอกกุหลาบอยู่ ตัดไปหอมไปอย่างชื่นใจ สาลี่มาตามไปรับโทรศัพท์ ดอกแก้วโทร.มาอีกครั้งเพื่อเล่ารายละเอียดให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น พอเขารู้ว่าอำภาศรีส่งตุ๊กตาพร้อมจดหมายน่าอายมาให้ ก็ตกใจยกมือทาบอก สาลี่เห็นท่าทางลูกชายก็แปลกใจ แต่ไม่ฉุกคิดว่าลูกชายเบี่ยงเบน กลับชวนไปดูตัวลูกสาวเพื่อนในวันพรุ่งนี้
แทนไทเผลอหลุด “โอ๊ย ไม่เอาครับ ไม่ชอบ...คือ ผมชอบคนอื่นอยู่แล้วครับ”
สาลี่เข้าใจว่าเป็นดอกแก้วจึงว่าลืมไป งั้นจะจัดการหมั้นหมายให้ แต่แทนไทขอผลัดไปก่อนอ้างว่าดอกแก้วยังเด็ก เขาไม่อยากปิดโอกาส ให้เธอได้เจอคนดีๆอีกมากมาย สาลี่ถอนใจ...
พอชบารู้ว่ามีคนเอาตุ๊กตามาให้ดอกแก้วถึงบ้านก็แปลกใจ แถมเรียมบอกว่า คนที่เอามาให้แต่งตัวจัดเหมือนพวกนักร้องไนต์คลับ ชบาจึงถามดอกแก้วว่าไปรู้จักกันได้อย่างไร ดอกแก้วต้องโกหกว่า เป็นเพื่อนของแทนไท ชบารีบโทร.ไปซักถาม แทนไทตั้งตัวแทบไม่ทัน รีบอ้างว่า
“อ๋อ เขาเป็นนักร้องครับ เขารู้จักกับเพื่อนของผม เผอิญวันนั้นไปทานข้าวร้านเดียวกัน เขาเอ็นดูน้องดอกแก้วมากครับ ชมว่าเป็นเด็กดี”
ชบาเตือนดอกแก้วว่า อย่าไปสนิทสนมด้วย ดอกแก้วว่าตนก็ตั้งใจจะให้แทนไทเอาตุ๊กตาไปคืน ชบาว่าดีไม่ควรรับของจากคนแปลกหน้า...วันต่อมา แทนไทไปรับดอกแก้วที่โรงเรียนแล้วไปดักรอเปี๊ยกระหว่างทาง ดอกแก้วแปลกใจที่แทนไทรู้ได้อย่างไรว่าเปี๊ยกต้องมาทางนี้ แทนไทอึกอักตอบว่าเพื่อนกันก็ต้องรู้กัน ดอกแก้วยิ่งสงสัยเพราะเพิ่งจะรู้จักกัน พอดีเปี๊ยกเดินมา แทนไทรีบลงจากรถไปหาเปี๊ยก บอกให้ไปหาดอกแก้วที่รถ เปี๊ยกไปเคาะกระจกรถแล้วเปิดเข้าไปนั่งข้างดอกแก้วส่งถุงให้ แทนไทเลี่ยงไปนั่งที่ร้านข้างทาง
เปี๊ยกตกใจเมื่อเห็นตุ๊กตา แล้วถามว่าเอามาให้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ดอกแก้วงอนให้ไปถามกันเอง เปี๊ยกว่าเขาจะถามดอกแก้วนี่แหละ
“นี่แน่ะ...ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลย หนูเกลียดพี่เปี๊ยก เกลียดที่สุดในโลก เกลียดๆๆๆ” ดอกแก้วทุบตีเปี๊ยกไปร้องไห้สะอึกสะอื้นไป “เกลียดยัยคนนั้นด้วย พี่เปี๊ยกจะรักกับเขาก็รักไปไม่ต้องเอาหนูเข้าไปเกี่ยว”
เปี๊ยกรวบมือดอกแก้วทั้งสองข้าง จ้องหน้าแล้วบอกว่า “ใครบอกว่าผมรักเขา”
“ไม่ต้องบอกก็รู้...”
“เหลวไหล เป็นเด็กเป็นเล็ก คิดอะไรแก่แดด”
“หนูไม่ใช่เด็ก เพราะฉะนั้น ต่อไปอย่าสมคบกันส่งตุ๊กตามาให้หนูเด็ดขาด”
“ไปกันใหญ่แล้ว สมคบสมเคิบอะไรที่ไหน”
“ก็ที่นี่แหละ พี่เปี๊ยกหาว่าหนูเป็นเด็ก ยัยนักร้องนั่นถึงได้ส่งตุ๊กตามาให้หนู คอยดู ต่อไปหนูจะหัดร้องเพลงบ้าง เอาให้เพราะกว่ายัยอำภาศรีด้วย”
เปี๊ยกขำคำพูดของดอกแก้ว ทำให้เธอโกรธ โถมเข้าทุบตี เปี๊ยกไม่ทันระวังเสียหลักเอนพิงเบาะรวบตัวดอกแก้วไปด้วยตามสัญชาตญาณ ดอกแก้วใจหายเงยหน้ามองเปี๊ยก ทั้งสองตะลึงงัน เปี๊ยกลืมตัวที่จะสะกดกั้นความรักไว้ได้อีก เขาก้มหน้ามาจะจูบเธอ ดอกแก้วเคลิ้มหลับตาพริ้ม พอใกล้จะสัมผัสกัน
เปี๊ยกได้สติดันดอกแก้วออก เธอตกใจลืมตามองเขางงๆ เปี๊ยกเปิดประตูลงจากรถ ดอกแก้วทั้งโกรธทั้งอายปาถุงตุ๊กตาใส่กลางหลังเปี๊ยก เขาหันมาเห็นเธอน้ำตาไหลพราก แต่ต้องตัดใจเก็บถุงนั้นเดินจากไป
แทนไทเข้าไปหาเปี๊ยก ถามว่าปรับความเข้าใจกันแล้วใช่ไหม เปี๊ยกกลับบอกว่า ต่อไปอย่าพาเธอมาพบเขาอีกเด็ดขาด เข้าใจไหม แทนไทสะดุ้งรับว่าเข้าใจอย่างงงๆ...มาที่รถเห็นดอกแก้วร้องไห้พร่ำพูดแต่ว่า ตนเกลียดเปี๊ยก อย่าพูดถึงอีก แทนไทเผลอพูดว่าดีเหมือนกัน เธอมองงงๆแทนไทรีบแก้ตัวว่า
“พี่บอกว่าดีเหมือนกัน เพราะน้องดอกแก้วจะได้มีสมาธิกับการเรียนอย่างเต็มที่เรื่องอื่นเอาไว้ทีหลัง”
ดอกแก้วรับปาก พอกันทีชีวิตตนจะไม่มีเปี๊ยกจากนี้เป็นต้นไป แทนไทอยากเตือนแต่เปลี่ยนใจ หันมาขับรถพาเธอกลับ
ooooooo
กลับมานั่งเครียดหน้าบ้าน จิ๊บออกมาเห็นตุ๊กตาก็อยากได้ เปี๊ยกบอกปัดว่าของเพื่อน แล้วคว้าถุงเดินออกไป จิ๊บตะโกนตามหลังว่าให้ไปช่วยที่ร้านคืนนี้ด้วยเพราะหงวนไม่สบาย เปี๊ยกชะงักหันมาถามอย่างห่วงใยว่าเป็นอะไร จิ๊บตอบว่าเป็นหวัด เปี๊ยกพยักหน้าแล้วเดินไป
ไม่รู้จะทำอย่างไร เปี๊ยกมาขอให้โอ่งช่วยให้เด็กที่ร้านเอาตุ๊กตาไปคืนอำภาศรี โอ่งแปลกใจแต่ไม่กล้าถาม พออำภาศรีได้รับก็โกรธ มาหาเปี๊ยกถึงร้าน บอกหงวนว่าขอยืมตัวเปี๊ยกสักครู่ หงวนแปลกใจ ไปรู้จักกันเมื่อไหร่ อำภาศรีอ้างว่า
“ก็รู้จัก วันที่เขาช่วยไปส่งผลไม้นั่นแหละ เห็นหน่วยก้านดีเลยจะฝากงานให้”
เปี๊ยกเดินตามอำภาศรีออกไป พอลับตาคนอำภาศรีโผกอดจูบเปี๊ยก เขาผลักเธอออกแล้วเอ็ดว่าอย่าทำแบบนี้ อำภาศรีน้อยใจ “เธอรังเกียจอะไรฉันนักหนา หรือว่าเป็นเพราะเฮียจั๊ว
ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะเลิกกับเขา”
“ไม่ใช่ ถึงคุณไม่มีใครเลย เรื่องของเราก็เป็นไปไม่ได้ เพราะผมไม่ได้รักคุณ”
“เด็กคนนั้นต่างหาก เธอรักเด็กคนนั้น” อำภาศรีน้ำตาคลอด้วยความแค้นใจ
เปี๊ยกรีบบอกว่าดอกแก้วไม่เกี่ยว อำภาศรีหาว่าเปี๊ยกปกป้องและเพราะดอกแก้วฟ้อง เขาจึงเอาตุ๊กตามาคืน เปี๊ยกไม่ตอบเดินผละจากไป เรียกเท่าไหร่ก็ไม่หันมาเธอยิ่งแค้นใจ...
กลับมาหงวนถามเปี๊ยก อำภาศรีหางานอะไรให้ทำ เปี๊ยกตอบว่างานไนต์คลับแต่เขาไม่ทำ หงวนบอกว่าดีแล้ว ไม่อยากให้เข้าไปทำงานพวกนั้น
เช้าวันรุ่งขึ้น คนรถขับรถพาดอกแก้วไปโรงเรียน ต้องเบรกทันทีเพราะมีกล่องมาวางอยู่หน้าบ้าน คนรถลงไปหยิบเห็นมีการ์ดเสียบไว้ว่าของดอกแก้ว จึงเอามาส่งให้ในรถ ดอกแก้วเปิดดูแทบผงะ เพราะตุ๊กตาถูกหักแขนขาและคอ ยัดในกล่อง แถมดวงตายังมีเข็มหมุดปักอยู่
ooooooo
หมวยค่อยๆทยอยกระเป๋ามาไว้ที่กระท่อมต้อย เขาจึงบอกว่าจะพาเธอไปอยู่ที่บ้านแม่เขาก่อน แล้วสักพักจะตามไปจะได้ไม่ผิดสังเกต แต่หมวยไม่เอา ขอไปอยู่กับเสียงแม่เปี๊ยก เพราะยังคุ้นเคยกันบ้าง ต้อยเกรงจะเป็นการรบกวน หมวยอ้างว่าเพราะเปี๊ยกมีบุญคุณ ตนจึงจะช่วยดูแลแม่ให้เป็นการตอบแทน แต่ขอว่าอย่าบอกเปี๊ยกให้ตนไปอยู่สักพักก่อน ต้อยลังเลก่อนจะเห็นด้วย
เมื่อวานเปี๊ยกไม่มาซ้อมสนุ้ก เสี่ยจั๊วให้คนไปถาม และเรียกอำภาศรีมาพบแต่เช้า
“มีคนมาบอกเฮียว่า หมู่นี้อำภาไปตลาดบ่อยๆ”
“แหม...มันก็มีบ้างล่ะค่ะ บางทีอำภาเบื่อๆ” อำภาศรีฝืนหัวเราะ
เสี่ยจั๊วถามอย่างจับผิด ปกติไม่เห็นชอบเดินตลาดแต่นี่ไปร้านเปี๊ยกบ่อยๆ เธอรีบแก้ตัวว่าผลไม้ร้านเขาดีเลยอยากอุดหนุน เสี่ยจั๊วดักคอไว้ก่อนว่าอย่าทรยศเขา เคยได้ยินไหม รักสนุกต้องทุกข์ถนัด เขาไม่เลี้ยงคนทรยศไว้แน่ อำภาศรีหน้าเจื่อน
คนของเสี่ยจั๊วมาถามหาเปี๊ยกกับจิ๊บและหงวนที่บ้าน ทั้งสองแปลกใจว่าทำไมหมู่นี้เปี๊ยกถึงไปข้องแวะกับคนพวกนี้...
ไม่ทันไร พอสองอาหลานมาที่ร้าน ก็เจอเส็งกับพวก และเจ๊ส้วนมาถามหาเปี๊ยกท่าทางเอาเรื่อง หงวนตั้งท่าสู้ เส็งจึงสั่งไว้ว่า ให้เปี๊ยกพาหมวยกลับมาคืนภายในสามวัน มิฉะนั้นตาย หงวนกับจิ๊บสะดุ้งเพราะสีหน้าเส็งดูเหี้ยมมาก
เปี๊ยกเดินเข้ามาเห็นต้อย กำลังจะถามถึงหมวย ต้อยขยิบตาอย่าเพิ่งพูด เพราะหงวนนั่งอยู่ด้วย เปี๊ยกชะงักแล้ว เปลี่ยนเป็นถามว่าคุยอะไรกัน หงวนเล่าว่าเส็งกับเจ๊ส้วนหาว่า เปี๊ยกพาหมวยหนีไป เปี๊ยกอุทาน “ผิดคนแล้วล่ะครับ”
ต้อยสะดุ้งโหยง หงวนหันมาถาม “ไอ้ต้อย ไหนเมื่อกี้เอ็งว่าไม่รู้เรื่องไง”
ต้อยอึกอัก เปี๊ยกจึงบอกว่าไม่ใช่ต้อยหรอก หมวยคงไม่อยากแต่งงานกับเส็งเลยหนีไป หงวนถามย้ำว่าแน่นะ สองคนตีหน้าซื่อสบตาหงวน...
สองสามวันผ่านไป หมวยเขียนจดหมายหาต้อยแต่ต้องส่งไปที่บ้านเปี๊ยก เพราะต้อยมีที่อยู่ไม่แน่นอน เสียงจึงบอกน่าจะพากันมาอยู่ที่นี่ หมวยกลับบอกว่ามาไม่ได้เพราะต้อยเป็นห่วงเปี๊ยก และทำอึกอักเหมือนเป็นความลับของเปี๊ยก เสียงสัญญาว่าจะไม่บอกใครว่ารู้จากหมวย
“เปี๊ยกกำลังติดพันนักร้องจ้ะ นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับเขามีผัวแล้ว และผัวเขาก็ไม่ใช่ขี้ไก่ เขาเป็นนักเลงเจ้าของโรงบิลเลียดในโบ๊เบ๊”...เสียงแทบช็อก หมวยแอบยิ้มสมใจ...
เสียงเขียนจดหมายไปบอกสมศรี เธอรีบเอาจดหมายมาให้หงวนอ่าน ทั้งสองแปลกใจว่าเสียงรู้ได้อย่างไร สมศรีมาถามโอ่งว่าเปี๊ยกไปข้องแวะกับอำภาศรีจริงหรือ โอ่งครุ่นคิดแล้วบอกว่า คงเป็นต้อยที่ชักนำเปี๊ยกเข้าไป สมศรีว่า เตือนแล้วไม่ให้คบต้อยก็ไม่เชื่อ นี่ยังชวนกันไปมั่วสุมอีก...กลับมาบ้าน ทั้งหงวนและสมศรีรุมซักถามเปี๊ยกเรื่องอำภาศรี จนเขาต้องแล่นไปเล่นงานต้อยอีกต่อ มีโอ่ง เฮงและหน่อนไปด้วย ต้อยอึกอักไม่กล้าพูดอะไรกลัวกระทบถึงหมวย
โอ่ง เฮง และหน่อนให้เปี๊ยกถอนตัวออกมา ต้อยร้องลั่น “ไม่ได้...”
“เอ็งกล้าเอาชีวิตเพื่อนไปแลกกับความสุขชั่ววูบของเอ็งเชียวหรือวะ” หน่อนโวยต้อย
“หมวยเล็กมันไม่อยู่กับเอ็งนานหรอก พอเงินหมดมันก็ไป เคยได้ยินมั้ยล่ะที่เขาว่า เงินจาง นางจรน่ะ มันไม่ยอมกัดก้อนเกลือกินกับเอ็งหรอก” โอ่งสำทับ
“ไม่จริง หมวยเล็กรักข้า ถามไอ้เปี๊ยกดูก็ได้ มันรู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นไม่เหมือนพวกเอ็ง”
“พวกข้าน่ะรู้มากกว่าเอ็งอีกจะบอกให้ รู้ว่าหมวยรักใคร” หน่อนโพล่งออกไป
ต้อยถลาเข้ารวบคอเสื้อหน่อนด้วยความโกรธ เพื่อนๆดึงให้แยกจากกัน เปี๊ยกโมโหบอกให้ปล่อยให้ฆ่ากันไปเลย ต้อยกับหน่อนชะงัก ต้อยน้ำตาคลอพูดด้วยความน้อยใจ
“ข้าเป็นคนผิดเอง ผิดมาตั้งแต่จำความได้ ไอ้เปี๊ยก...เอ็งไม่ต้องช่วยข้าแล้ว”
ผองเพื่อนเริ่มสงสาร เฮงเอ่ยขึ้นว่า น่าจะคิดได้ตั้งแต่แรก แต่เปี๊ยกกลับพูดขึ้นว่า เขาจะช่วยต้อยต่อไปจนกว่าจะสำเร็จ เฮงบ่น เหมือนที่เตือนเรื่องคุณหนูเลย เปี๊ยกหันมาจ้องเฮงให้หยุดสามคน เฮง โอ่ง และหน่อนเดินออกมา ต่างถอนใจที่เปี๊ยกก็เป็นเสียแบบนี้ รักเพื่อนจนเกินตัว...เหลือเปี๊ยกกับต้อยยังคุยกัน เปี๊ยกถาม “บอกความจริงมาซิ...เอ็งอย่ามาทำไขสือ ข้ารู้ว่าคนอย่างเอ็งจะไม่มีวันเอาเรื่องของข้ามาเที่ยวโพนทะนาหรอก หมวยใช่ไหม”
ต้อยอึกอักอยู่นานถึงยอมรับ ขอร้องอย่าโกรธหมวย เปี๊ยกว่าโกรธไปก็ไม่มีประโยชน์ เปี๊ยกกำลังจะกลับ ต้อยพูดขึ้นอย่างละอาย “ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง...เอ็งต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่โกรธ”
“ยังมีอะไรให้โกรธอีกเรอะ...”
“ที่จริงมันก็ไม่ร้ายแรงหรอก...ข้า พาหมวยไปฝากไว้ที่บ้านแม่เอ็ง”
เปี๊ยกหันขวับมา ต้อยรีบบอก “หมวยเขากลัวว่าแม่ข้าจะไม่เต็มใจให้อยู่ด้วย อีกอย่างแม่ก็มีสามีใหม่ไปแล้ว เอ็งคงเข้าใจนะ”
“ข้าไม่เข้าใจ ข้าก็พยายามช่วยเอ็งจนถึงที่สุดแล้ว ทำไมเอ็งถึง...ข้าให้เวลาเอ็ง เจ็ดวันหาที่อยู่ใหม่ให้หมวย” เปี๊ยกเห็นต้อยคุกเข่าขอโทษจึงใจอ่อนลง...ต้อยบ่นว่าใจร้าย เปี๊ยกตัดใจให้เป็นหนึ่งเดือน ก่อนที่หมวยจะก้าวก่ายชีวิตเขามากเกินไป
ooooooo
ตัดสินใจเอาตุ๊กตาให้แทนไทดูในกล่องมีผ้าเช็ดหน้าใส่มาด้วย เขาหยิบการ์ดขึ้นมาอ่าน...ผ้าเช็ดหน้า 7 ผืน ชื้นไปด้วยน้ำตา คนที่รักหนีหน้า เอาไว้เช็ดน้ำตานะจ๊ะหนูน้อย...แทนไทขยำการ์ดด้วยความโกรธจัด ดอกแก้วถามว่าตนจะทำอย่างไรกับอำภาศรีดี แทนไทตอบว่า เรื่องนี้เขาจัดการเอง แทนไทยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
วันต่อมา ขณะที่อำภาศรีกำลังจะเข้าไปในโรงบิลเลียด มีเด็กชายคนหนึ่งวิ่งถือถุงมาดึงกระโปรงร้องเรียกป้าๆ มีคนฝากมาให้ เสียงดังจนทำให้คนแถวนั้นมอง แทนไทแอบมองในรถหัวเราะคิกคัก อำภาศรีถือถุงเข้ามาในห้องทำงานเสี่ยจั๊ว ล็อกห้อง เปิดถุงดูก็ชะงัก นอกจากตุ๊กตาที่เธอส่งให้ดอกแก้ว และยังมีผ้าเช็ดหน้าเพิ่มมาอีก 7 ผืน พร้อมจดหมาย จึงเปิดอ่าน
“ขอบใจที่ส่งมาให้แต่เก็บเอาไว้ใช้เองเถอะย่ะ เพราะได้ข่าวว่าเปี๊ยกเขาพยายามหลบลี้หนีหน้าหล่อน อ้อ...ฉันส่งเพิ่มมาให้อีก เพราะ 7 ผืนคงไม่พอซับน้ำตา 14 ผืนนี่ยังกลัวว่าจะเอาไม่อยู่”
“หนอยแน่ะ นังดอกแก้ว” อำภาศรีเข่นเขี้ยวขยำจดหมายในมือ
เสี่ยจั๊วเคาะประตูรัว อำภาศรีตกใจรีบมาเปิด อ้างว่าอยากนอนไม่ให้ใครรบกวนจึงล็อกห้อง เสี่ยจั๊วมองอย่างจับผิดแล้วย้ำว่า อย่าให้จับได้ว่าทรยศ อำภาศรียิ้มหวานทั้งที่ในใจหวาดผวา ค่ำวันนั้น อำภาศรีแอบไปดักรอเปี๊ยกกลางซอย โดยไม่รู้ว่า
เสี่ยจั๊วส่งลูกน้องตามดู เธอละล่ำละลักบอกเปี๊ยกว่าเสี่ยจั๊วเริ่มสงสัย เปี๊ยกจึงบอกให้เลิกมาหาเขา แต่อำภาศรีไม่ยอม
“ฉันทำไม่ได้ ฉันรักเธอ เราหนีไปอยู่ที่อื่นเถอะ ฉันมีเงิน มีเครื่องประดับ”
“ผมบอกแล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้”
“ทำไม ถ้าเพราะนังเด็กนั่นก็ดูเสียให้เต็มตา...นัง ดอกแก้วมันร้ายกว่าที่เธอคิด” อำภาศรีส่งถุงตุ๊กตาใส่มือเปี๊ยกแล้วเดินไป...
ลูกน้องจั๊วกลับมารายงาน เสี่ยจั๊วขุ่นเคืองมากเพราะสงสัยอยู่แล้ว แต่ยังทำอะไรเปี๊ยกไม่ได้จนกว่าจะแข่งสนุ้กเสร็จก่อน...เปี๊ยกดูของในถุงและอ่านจดหมายแล้ว เขาพึมพำว่า จะไม่ยอมให้ดอกแก้วมาแปดเปื้อนกับเรื่องนี้ ไม่ทันไร เส็งกับลูกน้องโผล่มา เส็งใช้มีดคมปลาบจี้ที่สีข้างของเปี๊ยก
ขู่ให้เอาตัวหมวยคืนมา เปี๊ยกย้อนถามว่า เป็นแฟนหมวยทำไมไม่รู้ว่าอยู่ไหน เส็งโกรธจิ้มมีดเข้าไปพอให้เลือดซึม เปี๊ยกสะดุ้ง แต่ยังขู่เส็งว่า
“ก็เอาสิ ไอ้เกรียงเพื่อนข้าเป็นตำรวจ ถ้าข้าเป็นอะไรไป มันเอาพวกเอ็งตายแน่ ข้าบอกไอ้เกรียงไปแล้วว่าพวกเอ็งเป็นศัตรูหมายเลยหนึ่ง ไอ้โอ่ง ไอ้เฮง ไอ้หน่อนก็รู้ทั้งนั้น”
“อย่ามาขู่ ข้าไม่กลัว...” เส็งจิ้มมีดเข้าไปอีก เปี๊ยกสะดุ้งเล็กน้อย
โชคดีที่แทนไทมาเรียกเปี๊ยก ลูกน้องเส็งถามว่าจะให้จัดการอีกคนไหม เปี๊ยกเยาะว่า อยากหาเรื่องตายหรือ นั่นลูกชายสารวัตรใหญ่ เส็งชะงัก ปล่อยเปี๊ยกแล้วบอกพวกให้กลับ แทนไทเข้ามาใกล้ถามว่าพวกนั้นใคร เปี๊ยกยังไม่ตอบบอกให้ไปให้พ้นจากตรงนี้ก่อน
เข้ามาในบ้านเปี๊ยก แทนไทช่วยทำแผลให้เปี๊ยก แต่ทำหน้าหวาดเสียวจนเปี๊ยกต้องบอกว่า ถ้ากลัวก็ไม่ต้องทำ เขาทำเองได้ แทนไทยื้อทำแผลให้จนเสร็จ ปากก็ถามว่าพวกนั้นเป็นใคร
“ช่างเถอะ ว่าแต่คุณต้นเถอะ มาหาผมทำไม”
“ยัยนักร้องนั่นเขาตามรังควานน้องดอกแก้วไม่หยุดเลย”
เปี๊ยกมองหน้าแทนไทเหมือนต้องการฟังเรื่องทั้งหมด...
วันรุ่งขึ้น เปี๊ยกทำเป็นมาทำสวนเพื่อที่จะได้พบดอกแก้ว แทนไทนั่งอยู่ด้วย เปี๊ยกรับรองว่าจะไม่ให้อำภาศรีมายุ่งกับดอกแก้วอีก
“ดอกแก้วไม่เข้าใจว่า ทำไมยัยคนนั้นถึงได้คอยตามรังควานหนูอยู่เรื่อยเลย”
เปี๊ยกอ้างว่าคงเข้าใจอะไรผิด แทนไทเห็นตี๋ใหญ่เดินมาจึงสะกิดเตือนให้หยุดคุยกันก่อน ตี๋ใหญ่มองแทนไทอย่างไม่ค่อยพอใจ แล้วบอกดอกแก้วว่าฮิ้มเรียก ดอกแก้วชวนแทนไทไปด้วย ตี๋ใหญ่หันมาเปรยกับเปี๊ยกว่า “ลองเช้าถึงเย็นอย่างนี้ ต้องมาจีบดอกแก้วแน่ๆ”
เปี๊ยกรับรองว่าแทนไทเป็นคนดีแต่ตี๋ใหญ่ว่าดียังไงก็ไม่เหมาะสมเพราะดอกแก้วยังเด็ก เปี๊ยกมองตี๋ใหญ่อย่างสงสัย ตี๋ใหญ่ให้เปี๊ยกคอยดูแลดอกแก้วให้ดี เขาไม่อยากให้ใจแตก และดอกแก้วท่าทางจะเชื่อฟังเปี๊ยกมากกว่าเขา เปี๊ยกหลบตาเกรงตี๋ใหญ่จะรู้ว่าเขาเองก็รักดอกแก้วเหมือนกัน
ในตึกใหญ่ เตียมนั่งคุยกับตี๋เล็ก พอเห็นดอกแก้วเดินเข้ามากับแทนไทก็เปรยว่า แห่กันมาทำไม ดอกแก้วตอบว่า ตี๋ใหญ่ไปบอกว่าฮิ้มเรียก ดอกแก้วจะเดินไป เตียมเรียกแทนไทไว้
“อั๊วอยากคุยล่วยหน่อย อาหลอกแก้ว ลื้อจะไปไหนก็เชิง”
แทนไทให้ดอกแก้วเข้าไปก่อน เตียมทำเป็นถามถึงพ่อแม่สบายดีไหม แทนไทตอบว่าสบายดี ตี๋เล็กโพล่งขึ้นมาว่า “แต่ลื้อคงไม่สบายแน่ กลับไป ที่นี่ไม่ต้อนรับ”
“คุณตี๋เล็กขา นั่นลูกนายตำรวจใหญ่นะเจ้าคะ” เผยเตือนอย่างแหยงๆ
เตียมปรามให้เกรงใจ แต่ตี๋เล็กไม่สนใจยังไล่แทนไทให้กลับไป ตี๋ใหญ่เข้ามาบอกให้ตี๋เล็กนั่นแหละต้องไป เพราะเตี่ยไล่ออกจากบ้านแล้ว ไม่มีสิทธิ์กลับมา ตี๋เล็กเต้นผางฟ้องเตียมอย่างลูกแหง่ แทนไทเดินเลี่ยงไปห้องฮิ้ม เตียมเข้าข้างตี๋เล็ก ไล่ตี๋ใหญ่ให้ออกไป ตี๋ใหญ่น้อยใจมองแม่น้ำตาคลอ เตียมขึ้นเสียงอีก “ออกไป ไอ้เก๊าตี๋”
“ม้า ดูเฮียบีบน้ำตาเหมือนผู้หญิงเลย” ตี๋เล็กหัวเราะเยาะ
เสียงฮิ้มดังอย่างมีอำนาจ “ไอ้ตี๋เล็ก...ลื้อกลับมาก่อเรื่องอะไรอีก”
ทุกคนสะดุ้ง ตี๋เล็กรีบหลบหลังเตียม เตียมทำเป็นหัวเราะเข้ามาพูดกับฮิ้ม “อาเฮีย อย่าพูกเสียงลัง ลูกเต้าตกกาใจหมก อาโซ้ยตี๋อีคิกถึงเฮีย เป็นห่วงเฮีย พอล่ายข่าวว่าเฮียกักมา ก็รีกมาเยี่ยงเยียงล่วยความกาตังยูรู้คุง เฮียยังจะใจร้ายใจลำกะอีไปถึงไหน”
เตียมกวักมือเรียกตี๋เล็กมากราบฮิ้ม ตี๋เล็กทำหน้าเศร้าคลานเข้ามากราบ ขอมาปรนนิบัติเตี่ย เตียมตื้นตันใจ แต่ฮิ้มหมั่นไส้ “พอที ไอ้โซ้ยตี๋ อั๊วให้โอกาสลื้อมามากแล้ว ไสหัวลื้อออกไป”
“ใจเย็นๆค่ะอาเตี่ย เดี๋ยวความดันขึ้น” ดอกแก้วเตือนฮิ้ม
“ลี ให้มังขึ้งไปเยอะๆเลย หน็อยแน่ะ ลูกอุกส่ากากตีงสังนึกผิก ยังมีหน้าไล่ออกจากบ้างอีก โอ๊ย...อั๊วปวกจายจริงๆทีอีนังหลอกแก้วหลอกขวก...”
“อาเตียมเถียง...” ฮิ้มตวาด โกรธจนตัวสั่น
“ทังมาย ลื้อเรียกอั๊วทังมาย...”
“ถ้าลื้อยังหลับหูหลับตาเข้าข้างไอ้โซ้ยตี๋อยู่ล่ะก็ จัดเสื้อผ้าลงกระเป๋าตามอีไปด้วยเลย”
เตียมตะลึง สักพักร้องลั่นว่า อั๊วปวกจาย...ฮิ้มย้ำว่าใช่เขาไล่แล้วเดินกลับเข้าห้องโดยมีดอกแก้วกับแทนไทช่วยประคอง ชบาคอยอยู่ในห้อง ช่วยให้ฮิ้มลงนอนด้วยสีหน้าวิตกกังวล...
พอถึงช่วงวิกฤติ เตียมหยุดคร่ำครวญแล้วใช้ความคิด ตี๋เล็กยังโวยวายว่าไม่อยากไปอยู่ที่อื่น เพราะมันไม่สะดวกสบายเหมือนที่บ้าน เตียมกลุ้มใจมาก ตัดสินใจขอร้องตี๋ใหญ่ให้น้องไปอยู่ที่ร้าน ตี๋ใหญ่ถามด้วยความน้อยใจ “ถามจริงๆเถอะม้า อั๊วใช่ลูกแท้ๆของม้าหรือเปล่า”
“ไอ๊ย่า ถังยังงี้มังลูถูกกังนี่หว่า อั๊วคอกลื้อเจ็กแทกตาย แล้วยังมาถามกวงปาสาก ตอกมาเลยว่าจาโอเคหรือไม่โอเค”
ตี๋ใหญ่เกรงฮิ้มรู้จะโกรธ เตียมโวยก็อย่าให้รู้แล้วรวบรัดจะให้ตี๋เล็กย้ายเข้าไปวันนี้เลย
ooooooo
วันรุ่งขึ้น แทนไทมาดักรอเปี๊ยกในซอยบ้าน ทำเป็นส่งข่าวว่าฮิ้มไม่ค่อยสบายไปหาหมออีก แต่แท้ ที่จริงอยากถามถึงอาภาศรี เปี๊ยกตอบว่าคงไม่มายุ่งอีกแล้ว แทนไทเผลอเตือนให้เปี๊ยกใจแข็งกับเธอเข้าไว้ เขาเป็นห่วง น้ำเสียงทำให้เปี๊ยกสะดุดหูหันมองหน้า แทนไทรู้สึกตัวทำเป็นตบไหล่อย่างแมนๆว่าเขาห่วงอย่างเพื่อนคนหนึ่ง
สายๆตี๋เล็กย่องกลับมาบ้าน รู้จากเผยว่าเตียมและชบาพาฮิ้มไปโรงพยาบาล แสดงว่าดอกแก้วอยู่บ้านกับเรียม จึงให้เผยไปหลอกดอกแก้วมาที่ตึกใหญ่...เผยสร้างเรื่องว่า ตี๋เล็กกลับมา เข้าไปค้นในห้องเตียมแล้วกลับไป ตนกลัวว่าของมีค่าจะหาย จะเข้าไปตรวจเช็ก จึงอยากให้ดอกแก้วไปช่วยเป็นพยาน ดอกแก้วหวั่นๆไม่อยากเชื่อ แต่เห็นเผยมาดีอีกอย่างเรียมกำลังง่วนกับงานบ้าน
พอไปถึงห้องเตียม เผยให้ดอกแก้วเป็นคนเปิดเข้าไป ไม่ทันไรเผยก็หลบลงไปข้างล่าง ตี๋เล็กโผล่เข้ามาสวมกอดเธอด้านหลัง ดอกแก้วตกใจร้องให้เผยช่วยและดิ้นรนต่อสู้สุดชีวิต จนหนีออกมาจากห้องได้ ตี๋เล็กตามออกมารวบตัว เธอดิ้นรนจนพลัดตกบันไดลงมาสลบไป ตี๋เล็กตกใจ
“ตายหรือเปล่าเนี่ย ถ้าตายก็อย่าโทษนะเว้ย แกดันทะลึ่งตกลงมาเอง” ตี๋เล็กหนีไปทันที
เผยย่องมาดู พอเห็นดอกแก้วนอนหมดสติตีนบันไดก็ตกใจกลัวมีความผิด รีบไปตามเรียมมาพาส่งโรงพยาบาล...พอชบา เตียม และตี๋ใหญ่พาฮิ้มกลับมา ฮิ้มให้ชบากลับไปอาบน้ำพักผ่อน เดินผ่านเผยที่ก้มหน้าหลบตาอย่างมีพิรุธ พอชบาเดินไป เผยก็แล่นมารายงานเตียม
“คุณนายใหญ่บึ้มเจ้าขา เกิดเรื่องใหญ่ยิ่งกว่าคุณนายใหญ่อีกเจ้าค่ะ...คุณชายเล็กหลอกนังดอกแก้วมาจะปู้ยี่ปู้ยำ แต่คุณหนูดอกแก้วฮึดสู้จนตกบันไดตายเจ้าค่ะ”
เตียมลุกพรวดร้อง “ไอ๊ย่า...อั๊วซี้เลี้ยว...”
ในขณะที่ชบาเซแทบเป็นลม น้ำตาไหลพรากเมื่อแทนไทมาบอกเรื่องดอกแก้ว ทั้งสองรีบไปโรงพยาบาล ชบาโผกอดดอกแก้วที่ยังนอนไม่ได้สติ มีผ้าพันแผลที่ศีรษะและเข้าเฝือกที่แขน สักพักดอกแก้วครางฮือรู้สึกตัวขึ้นมาแต่ยังเลื่อนลอยพึมพำ “แม่ แม่หรือคะ”
“จ้ะลูก หนูปลอดภัยแล้วนะ แม่เสียใจที่ประมาท ไม่คิดว่าไอ้ชั่วนั่น...”
“ช่างเขาเถอะค่ะ แม่” ดอกแก้วพูดได้แค่นั้นก็หลับไปอีก
ชบาตกใจ แต่แทนไทบอกว่าดอกแก้วแค่เพลียไม่ต้องกังวล เพราะหมอบอกว่าปลอดภัยแล้ว ชบาเจ็บใจจะไปเอาเรื่องตี๋เล็กให้ถึงที่สุด...ชบาหน้าเครียดมาที่ตึกใหญ่ เตียมเพิ่งคุยโทรศัพท์กับตี๋เล็กด้วยความเป็นห่วง พอรู้ว่าไม่เป็นอะไรก็โล่งใจ ชบาตะโกนเรียกอย่างไม่เกรงใจ “คุณนายใหญ่...ไอ้ลูกชายตัวดีของคุณนายใหญ่อยู่ที่ไหน”
เตียมตั้งสติได้ทำหน้าไม่รู้ ชบาโกรธขึ้นเสียงถามอีกครั้งว่าอยู่ที่ไหน เตียมตกใจร้อง...ไอ๊ย่า ชบาหันมาถามเผย “แกนั่นแหละตัวดี รู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ฉันจะเอาทั้งแกทั้งอุดมเข้าคุก”
“ไอ๊ย่า ลื้อมังใจร้ายใจลำอำมะหิก”
“แล้วทีมันทำให้ลูกฉันตกบันไดปางตายล่ะ”
“ก็มังไม่ล่ายตั้งใจ”
“มีเรอะ คนอย่างอุดมไม่ได้ตั้งใจ ตอนยังเด็กมันก็เกือบจะฆ่าลูกฉันมาหนนึงแล้ว โตขึ้นสันดานมันก็ไม่เคยเปลี่ยน คุณนายใหญ่อบรมมันไม่ได้ ฉันจะส่งมันเข้าคุกดัดสันดานมันเอง คนอย่างนี้อยู่ข้างนอกก็รังแต่จะเป็นอันตรายกับคนอื่น”
“ก็จริงของเขาเหมือนกันนะเจ้าคะ” เผยลืมตัวเห็นดีด้วย
เตียมไม่รู้จะทำอย่างไรแกล้งร้องไห้โฮให้เอาเลย ฮิ้มจะได้เส้นเลือดแตกตาย และตนก็จะหัวใจวายตายเหมือนกัน พอเห็นชบานิ่งไป เตียมก็คุกเข่าขอร้อง สัญญาด้วยเกียรติยศจะไม่ให้ตี๋เล็กกลับมาบ้านนี้อีก จะเลวร้ายอย่างไรก็เป็นลูกขออย่างเดียวอย่าเอาตี๋เล็กเข้าคุก แล้วตนจะไม่พูดถึงชาติกำเนิดของดอกแก้ว ชบาตอบว่าดอกแก้วรู้เรื่องหมดแล้ว เตียมสะดุ้งโหยง หันมองเผย เผยร้อง “เปล่านะเจ้าคะ อีเผยไม่เคยหลุดปากออกมาเลย”
“อย่าโทษใครเลย ไอ้อุดมสุดที่รักของคุณนายใหญ่นั่นแหละตัวดี ทั้งการกระทำและคำพูดของมัน ใครไม่รู้ก็โง่ตาย”
เตียมหน้าเจื่อนจะทำอย่างไรดี ตัดสินใจโอบกอดชบา “ลื้ออย่าใจร้ายนักเลย เราสองคนใช้ผัวคงเลียวกันมานางเลี้ยว ชานั้งเราต้องเห็งอกเห็งใจกัง สามัคคีกัง...คิดลูให้ลี ถ้าลื้อไม่แย่งอาเฮียไปจากอั๊ว เรื่องพวกนี้มังก็คงไม่เกิกขึ้ง อั๊วเองก็ไม่ล่ายถือโทกโกกลื้อ ยอมให้อาเฮียพาลื้อเข้ามาอยู่ในบ้างแต่โลยลี...เอาเป็งว่าเราหายกังนะ อาชาบา”
เผยตกตะลึงที่เตียมทำขนาดนี้ ชบาเองก็อึดอัดที่ถูกรวบรัด บีบคั้นแบบนี้ เธอถอนใจเดินออกมาหน้าบ้าน โบกแท็กซี่กลับไปที่โรงพยาบาล...เตียมกับเผยนั่งกังวลใจกลัวฮิ้มถามหาชบา ตี๋ใหญ่กลับมา เตียมจึงเล่าเรื่องให้ฟังแล้วขอร้องอย่าบอกให้ฮิ้มรู้ ตี๋ใหญ่ไม่พอใจ แต่พออยู่ต่อหน้าฮิ้มก็พูดไม่ออกกลัวจะเจ็บป่วยลงไปอีก พอฮิ้มถามหาชบา จึงโกหกไปว่า ชบาดูแลดอกแก้วเพราะป่วยเป็นหวัด เตียมขอบอกขอบใจตี๋ใหญ่แล้วคิดจะหาเมียให้เป็นการตอบแทน...
วันต่อมา แทนไทไปดักรอเปี๊ยกเพื่อบอกข่าวดอกแก้วนอนอยู่โรงพยาบาล เปี๊ยกตกใจรีบไปเยี่ยม มาถึงเห็นสภาพดอกแก้วก็ปรี่เข้าแตะมือเธอเบาๆด้วยแววตาที่เจ็บปวดยิ่งกว่า แทนไทพาเรียมออกมาข้างนอก แล้วถามถึงชบา เรียมตอบว่ากลับไปดูแลฮิ้ม กลัวจะสงสัย แทนไทอยากให้ฮิ้มรู้ แต่เรียมบอกว่า ชบาสัญญากับเตียมไว้แล้วจะไม่บอก แทนไทเจ็บใจที่ตี๋เล็กรอดไปได้อีก
ดอกแก้วร้องไห้ถามเปี๊ยกว่า ตนโง่มากใช่ไหมที่โดนหลอกอีก ไม่รู้จักเข็ด เปี๊ยกบีบมือเธอปลอบ “คุณหนูไม่ได้โง่ เพียงแต่มองโลกในแง่ดีเกินไป บริสุทธิ์ใจกับทุกๆคน”
“นั่นแหละค่ะ เขาเรียกว่าโง่”
“จุ๊ๆ อย่าว่าตัวเองอย่างนั้น คนที่ถูกปองร้ายย่อมเสียเปรียบคนที่มันจ้องจะทำลายอยู่วันยังค่ำ” เปี๊ยกยกนิ้วแตะปากดอกแก้วเบาๆ
ดอกแก้วยังสะอื้นบ่นว่าเจ็บตัวยังไม่เท่าเจ็บใจ แต่เปี๊ยกกลับบอกว่า “คุณหนูเจ็บแค่ไหนผมยิ่งกว่านั้นร้อยเท่าพันเท่า” ดอกแก้วชะงักมองเปี๊ยก เขาปลอบเธออีก “ทำใจ ให้สบาย พักผ่อนมากๆ ผมไม่ยอมให้คุณหนูเจ็บฟรีแน่” สีหน้าแววตาของเปี๊ยกดูหมายมาด...
เพราะความรักลูก ทำให้เตียมต้องตามประกบชบาเวลามาดูแลฮิ้ม เกรงจะพูดเรื่องตี๋เล็กออกไป พอฮิ้มถามถึงดอกแก้วอยากไปเยี่ยม เตียมก็จ้องหน้าชบาจะตอบอย่างไร ชบาตอบว่าดอกแก้วไปโรงเรียน เตียมรีบสำทับ “เออใช่ อาหลอกแก้วต้องไปโรงบาง เอ๊ย...โรงเรียง”
ฮิ้มบ่นอยากออกไปเดินเล่นข้างนอก เตียมรีบกระซิบชบาว่าอย่าลืมที่สัญญากับตนไว้ พอฮิ้มเปรยว่า ไม่รู้สึกสดชื่นแบบนี้มานานแล้ว เตียมรีบบอกชบาว่า อย่าทำลายบรรยากาศ ฮิ้มหันมามองเตียมแล้วบอกว่า “ลื้อควรจะบอกตัวเองมากกว่า เพราะลื้อนั่นแหละตัวทำลายบรรยากาศ”
“อาเฮีย...ทังไมต้องหลอกหล่าอั๊วต่อหล้านัง เอ๊ย...”
พอดีตี๋ใหญ่เดินเข้ามายินดีที่เห็นฮิ้มสดชื่นขึ้น พอฮิ้มถามถึงงานที่ร้าน ตี๋ใหญ่รายงานว่าเขาสั่งโรงงานเอาผ้าลูกไม้ทำเป็นโบผูกผมออกมาขาย ขายดีมาก เตียมหมั่นไส้หาว่าโอ้อวด ตี๋ใหญ่จึงถามว่าจะให้เขาบรรยายเรื่องตี๋เล็กแทนไหม เตียมสะดุ้งเฮือก
ooooooo










