สมาชิก

เลือดเจ้าพระยา

ตอนที่ 5

เย็นนั้นเลอสรรกลับเข้าบ้านพร้อมร่องรอยฟกช้ำ ดำเขียว ท่านผู้ว่าเพิ่งออกจากโรงพยาบาลพอเห็นสภาพลูกชายก็ซักถามด้วยความเป็นห่วง แต่เลอสรรกลับไม่ได้ใส่ใจความเจ็บปวดของตน เขาอยากรู้ว่าตัวเองเคยแต่งงานมีเมียมีลูกมาก่อนหรือเปล่า

คำถามนั้นทำเอาท่านผู้ว่าอึกอักไปครู่หนึ่งอย่างไม่รู้จะตอบยังไงดี ได้แต่ติงลูกชายว่าถามอะไรอย่างนั้น

“ที่ผมถามแบบนี้ก็เพราะคนร้ายที่มันสู้กับผมมันพูดอะไรแปลกๆ มันด่าว่าผมทิ้งลูกทิ้งเมีย แถมยังทำท่าเหมือนว่าผมกับมันเคยรู้จักกัน แต่ที่สำคัญมันเป็นโจรที่มาจากลานเทซะด้วยสิครับ”

“แกจะไปเอาอะไรกับคำพูดของโจร”

“มันพูดอย่างกับว่ามันกับผมรู้จักกันมาก่อน”

ศรีสอางค์ได้ยินแว่วๆรีบเข้ามาขัดจังหวะถามพ่อลูกว่าคุยอะไรกัน แต่ไม่ได้ใส่ใจเอาคำตอบ ทำทีดูแล หยูกยาให้สามีและไล่ลูกชายไปอาบน้ำ

คืนนั้น เลอสรรเก็บเรื่องค้างคาใจมาขบคิดจนเก็บไปฝันถึงศรีนวลและเหตุการณ์ที่โดนคนร้ายต่อว่าเรื่องทิ้งลูกเมีย...เขานอนกระสับกระส่ายในความฝันอยู่นานก่อนจะสะดุ้งตื่นแล้วเรียกชื่อศรีนวลออกมา เป็นเหตุให้สร้อยเพชรที่นอนอยู่ข้างกันหึงหวงและกังวลว่าสามีจะจำเรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ได้ ซ้ำเช้าวันรุ่งขึ้นก็บังเอิญได้ยินพ่อแม่สามีคุยกันเรื่องสำคัญและมีศรีนวลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ท่านผู้ว่าบอกศรีสอางค์ว่าตนอยากทำพินัยกรรมให้เรียบร้อย เพราะระยะหลังมานี้ตนป่วยบ่อย และนับวันก็แก่ตัวลงทุกที

“แต่เรามีลูกคนเดียวนี่คะ ทรัพย์สมบัติก็ต้องยกให้ตาเลอสรรทั้งหมดอยู่แล้ว จะต้องทำพินัยกรรมไปทำไม”

“ฉันขอสารภาพกับแม่ศรีสอางค์บางอย่างนะ คือเมื่อตอนที่ฉันสู่ขอแม่ศรีนวลลูกสาวกำนันธงให้เจ้าเลอสรร ฉันสัญญาเอาไว้ว่าจะยกที่ดินแถวลานเทเป็นสินสอด”

“แต่นั่นก็นานมาแล้วนี่คะ แล้วตาเลอสรรก็จำแม่ศรีนวลไม่ได้ด้วย เราไม่ควรไปรื้อฟื้นเรื่องนี้อีก”

“แต่เธอก็รู้ว่าฉันเป็นคนรักษาสัจจะ ทุกวันนี้ฉันเองก็ไม่เคยสบายใจเลยที่ต้องทำใจดำกับแม่ศรีนวล ถ้าต้องตายตอนนี้ ฉันคงตายตาไม่หลับแน่”

“แสดงว่าคุณคิดจะยกที่ดินลานเทให้แม่ศรีนวลเพื่อไถ่โทษใช่มั้ย”

“ขอเถอะนะแม่ศรีสอางค์ ทรัพย์สมบัติเราก็มีออกมากมาย เลอสรรกับลูกๆใช้ยังไงก็ไม่หมด”

“ก็ได้ค่ะ เรื่องนี้ฉันจะไม่ขัด แต่อย่าเพิ่งให้แม่สร้อย– เพชรรู้ก็แล้วกัน เขาเป็นเมียตบเมียแต่งเดี๋ยวจะเป็นเรื่อง”

ศรีสอางค์กำชับสามี แต่หารู้ไม่ว่าลูกสะใภ้คนโปรดได้ยินหมดแล้ว แถมกำลังฮึ่มฮั่มขัดใจที่ใครๆก็นึกถึงศรีนวล ยิ่งคิดก็ยิ่งชิงชังแล้วแกล้งไปนั่งร้องไห้รอท่าให้แม่ผัวมาเจอเพื่อระบายความรู้สึกพร้อมกับหาแนวร่วมให้ตัวเอง

ผ่านไปครู่เดียวแผนนี้ก็บังเกิดผล ศรีสอางค์ตกใจรีบเข้ามาหาลูกสะใภ้ถามไถ่ว่าเป็นอะไรทำไมถึงต้องร้องไห้

“คุณแม่คะ เมื่อคืนคุณเลอสรรละเมอถึงผู้หญิงคนนั้นถึงขนาดเอ่ยชื่อออกมาแล้วค่ะ”

“ผู้หญิงคนไหน”

“ก็ผู้หญิงที่ชื่อศรีนวลที่อยู่ลานเทไงคะ เมื่อคืนคุณเลอสรรละเมอถึงแต่ชื่อศรีนวลจะให้สร้อยเพชรทำยังไงคะ”

“ไม่เอาน่า จะเสียอกเสียใจไปทำไม อย่างน้อยเธอก็เป็นเมียแต่ง ไม่ใช่เมียนอกกฎหมายแบบแม่คนนั้น”

“แต่เรื่องก็ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว  ทำไมคุณเลอสรรไม่ลืมมันซะทีล่ะคะ ทำไมต้องฝันถึงมันด้วย”

“มันก็แค่ความฝัน เธอจะไปกังวลใจอะไร อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่สิสร้อยเพชร”

“แต่หนูยังทำใจไม่ได้นี่คะคุณแม่ ที่สามีฝันถึงผู้หญิงคนอื่น โดยเฉพาะนังศรีนวลเมียเก่าที่ลานเท”

เลอสรรเดินผ่านมาได้ยินเต็มสองหูจึงจู่โจมเข้ามาคาดคั้นทั้งคู่ว่าผู้หญิงชื่อศรีนวลที่ตนฝันถึงมีตัวตนแล้วก็เป็นเมียตนจริงๆใช่ไหม...ศรีสอางค์กับสร้อยเพชรนิ่งอึ้ง แล้วสร้อยเพชรก็โยนให้แม่ผัวเป็นคนตอบ ขณะที่เลอสรรท่าทีเร่งร้อนอยากรู้อยากเห็นเพราะมันคือความทรงจำที่สูญหายไป

“ว่าไงครับคุณแม่ บอกผมหน่อยเถอะครับ ไม่อย่างงั้นเรื่องนี้ก็จะติดอยู่ในใจผมเหมือนเป็นโรคที่รักษาไม่หาย”

“ก็ได้จ้ะ แม่จะบอกความจริงกับเลอสรรก็ได้ แต่ลูกต้องใจเย็นๆ อย่าวู่วาม แล้วก็ต้องเชื่อฟังแม่นะลูก”

“ครับ เรื่องราวมันเป็นยังไงกันแน่ครับแม่”

“แม่ศรีนวลที่อยู่ลานเทน่ะมีตัวตนอยู่จริงๆ”

“แล้วผมพบกับศรีนวลยังไงครับ ผมเคยไปที่ลานเท เพื่อเก็บค่าเช่าแทนคุณพ่อใช่ไหมครับ”

“ใช่...มีอยู่ปีนึงที่ลูกไปเก็บค่าเช่าที่ลานเทแทนคุณพ่อ แล้วลูกก็ได้เจอกับแม่ศรีนวล”

สร้อยเพชรกลัวว่าศรีสอางค์จะพูดถึงศรีนวลในทางที่ดี จึงตัดสินใจใส่ร้ายป้ายสีด้วยการแทรกขึ้นว่า

“แล้วคุณพี่ก็โดนแม่ศรีนวลมันทำเสน่ห์ พวกมันกับพ่อต้องการสมบัติ อยากได้ที่ดินลานเท สรุปก็คือมันยอมเสียตัวให้คุณพี่ก็เพื่อหวังทรัพย์สมบัติอย่างเดียว”

ศรีสอางค์ฟังแล้วอ้ำอึ้ง คาดไม่ถึงว่าสร้อยเพชรจะแต่งเรื่องได้ถึงขนาดนี้ แต่ก็ต้องตกกระไดพลอยโจนรับคำไปในที่สุด ว่าเรื่องเป็นอย่างที่สร้อยเพชรบอกทุกอย่าง แต่เลอสรรยังสงสัยว่าทำไมตนถึงจำเรื่องราวไม่ได้เลย

“ลูกประสบอุบัติเหตุขณะเดินทางกลับมาเรียนหนังสือ ทำให้ความทรงจำของลูกไม่เหมือนเดิม”

“คงเป็นเพราะคุณแม่เอาหมอมาทำพิธีถอนเสน่ห์นั่นแหละค่ะ คุณพี่เลยจำศรีนวลไม่ได้ ไม่งั้นคงกระวน กระวายกลับไปหามันอีก นี่แหละค่ะที่พวกเราไม่อยากให้คุณพี่กลับไปที่ลานเท เพราะถ้าคุณพี่ไปก็อาจโดนมันทำของใส่ หลงเสน่ห์มันอีก ครอบครัวของเราคงต้องแตกสลายแน่นอน”

“ผมชักเป็นห่วงลูกเดือนกับเกียรติกล้าซะแล้วสิครับ ไปอยู่ในที่อย่างงั้นไม่รู้จะโดนอะไรบ้าง”

“ไม่ต้องกลัวหรอก แม่ให้พระคุ้มครองหลานๆติดตัวไปแล้ว”

“ผู้หญิงอย่างศรีนวลทำเสน่ห์คุณไสยใส่คุณพี่ถือเป็นผู้หญิงอันตราย คุณพี่อย่ากลับไปหามันอีกนะคะ”

“ใช่แล้วเลอสรร ยังไงลูกต้องเห็นใจแม่สร้อยเพชรกับลูกๆ จิตใจต้องมั่นคงไม่หวั่นไหวไปกับอดีตนะลูก”

“ครับแม่” เลอสรรรับคำ...สร้อยเพชรพอใจโผเข้ากอดออดอ้อนสามีด้วยความรัก

ooooooo

ที่ลานเท...เดือนวางตัวเป็นกันเองกับทุกคนที่บ้านกำนันธงและรู้สึกดีกับศรีนวลถึงขนาดเอ่ยปากขอเป็นลูกสาว ศรีนวลเองก็เอ็นดูเดือนไม่น้อยจึงไม่ปฏิเสธให้เธอเสียน้ำใจ

ขณะทั้งคู่พูดคุยกันอยู่นั้น เกียรติกล้าเข้ามาชวนพี่สาวไปเที่ยวในหมู่บ้าน โดยจุดหมายของเกียรติกล้ากับขจรศักดิ์คือโรงมวยที่ได้ยินว่าชาวบ้านให้ความสนใจและมีนักมวยชกแทบทุกวัน

ฝ่ายดาวกับบุญเหลือยังคงจับตามองเจ้าหนี้ของตนทุกวัน ด้วยสงสัยว่าเขาอาจเป็นสายโจร แล้วเมื่อวานนายหล่อก็หายหน้าไปทำให้ดาวยิ่งต้องจับผิด ถึงขนาดตามนายหอมมาดักรอเขาที่ท่าเรือ เมื่อสองฝ่ายเผชิญหน้ากันดาวก็ซักไซ้ไล่เรียงนายหล่อว่าหายไปไหนมา หรือว่าไปส่งข่าวให้หัวหน้าโจรมาปล้นลานเท

“กล่าวหากันง่ายๆแบบนี้เลยนะ ไม่มากไปหน่อยเหรอ คนเรามันก็ต้องมีธุระกันบ้าง ผมน่ะมันคนหาเช้ากินค่ำ”

“งั้นก็บอกมาซิว่านายไปไหนมา”

“ไปหากู้เงินมาลงทุนใหม่ ก็ทั้งเรือทั้งสินค้าของผมมันพังป่นปี้ไปหมด คนที่ทำก็ยังไม่ยอมใช้หนี้”

“หน็อย...ทวงเงินเหรอ ก็ได้ เดี๋ยวฉันจะหาเงินมาใช้หนี้นายเอง”

“เงินกงเต๊กไม่เอานะ เอาเงินจริงๆ เข้าใจ๋” ระพีหรือนายหล่อเน้นเสียงใส่จนดาวหน้าหงิกเดินหนีไปอย่างหัวเสีย โดยมีบุญเหลือก้าวตาม สมหมายหรือนายหอมเลยได้โอกาสรายงานระพีว่าแถวนี้มีโรงมวยและได้ยินชาวบ้านพูดกันว่าเจ้าของเป็นเพื่อนกับสมิง ระพีจึงไม่รอช้ารีบชวนสมหมายไปสังเกตการณ์

เดือนไม่ชอบดูมวยแต่จำใจมาเพราะน้องชายคะยั้นคะยอ ครู่เดียวเธอก็อึดอัดจนไม่อาจนั่งดูต่อ ขอตัวออกไปรอข้างนอก แต่โชคไม่ดีเจอบันลือกับลูกน้องจะลวนลามเพราะความเข้าใจผิด เกียรติกล้ากับขจรศักดิ์ออกมาปกป้อง แต่กลับถูกพวกบันลือรุมซ้อม และอาจบาดเจ็บมากกว่านี้ถ้าระพีกับสมหมายไม่เข้ามาช่วยไว้

ศรีนวลพอรู้เรื่องจากน้อยก็รีบคว้าปืนออกจากบ้านพร้อมดาวกับบุญเหลือมุ่งหน้าไปยังโรงมวย บันลือเห็นว่าฝ่ายตนเสียเปรียบจึงกลับคำหน้าตาเฉยว่าแค่หยอกล้อไม่ได้จริงจังอะไร พูดจบก็เดินนำสมุนออกไปอ้างว่ามีธุระ ส่วนศรีนวลรีบพาหลานท่านผู้ว่ากลับมาทำแผลที่บ้าน รวมทั้งระพีกับสมหมายที่ฟกช้ำคนละเล็กละน้อยก็ได้รับการดูแล แถมเย็นนั้นพวกเขายังได้ร่วมวงกินข้าวที่บ้านกำนันธงด้วย

เกียรติกล้ากับขจรศักดิ์แสดงความรังเกียจดาวกับบุญเหลือออกนอกหน้า ไม่ยอมกินอาหารสำรับเดียวกันแถมยังห้ามเดือนโดยอ้างว่าแม่เคยสั่งไว้เพราะกลัวจะเป็นโรคติดต่อ เดือนไม่พอใจตอกหน้าทั้งคู่ไปเล็กน้อยก่อนตัดรำคาญกินอาหารแยกสำรับกับพวกดาว แต่ยังนั่งอยู่ในวงเดียวกัน

ooooooo

มเหศักดิ์กับสมุนซุ่มสังเกตการณ์อยู่ในป่าหลายวันกว่าจะพบเห็นลูกน้องของสมิงออกมาดักสัตว์เพื่อนำไปเป็นเสบียง มเหศักดิ์สั่งสมุนห้ามกระโตกกระตากแต่ใช้วิธีแอบสะกดรอยตามเข้าไปในผาช่องลมจนได้เห็นทรัพย์สมบัติหลายหีบของเสือเฮี้ยน

แต่แล้วการมาของผู้บุกรุกก็ไม่รอดพ้นสายตาพวกสมิง สองฝ่ายปะทะกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่สมิงจะโดนยิงเพราะปกป้องศรีไพรที่ตกอยู่ในอันตราย มเหศักดิ์เห็นดังนั้นก็จะยิงสมิงซ้ำแต่พวกเสือเฮี้ยนฮือกันมาช่วย โจรร้ายเลยต้องล่าถอยไปในที่สุด

หลังจากสำรวจตรวจสอบศพที่ตายเกลื่อน เหิมจำได้ว่ามันคือลูกน้องมเหศักดิ์ สมิงหนักใจรีบสั่งการให้ทุกคนช่วยกันปิดทางเข้าออกผาช่องลมแล้วทำทางใหม่เพื่อความปลอดภัย เสือเฮี้ยนรับปากแข็งขันว่าเรื่องนี้ตนจัดการเองได้ แต่ตอนนี้สมิงต้องให้ศรีไพรทำแผลก่อน

“แผลแค่นี้ ไม่เป็นไร”

“อย่าดื้อสิ ตามศรีไพรมาเร็ว” ศรีไพรดึงสมิงออกไป ปล่อยให้พวกเสือเฮี้ยนสำรวจพื้นที่เพื่อปิดทางเข้าออก

ขณะทำแผลให้สมิง ศรีไพรรู้สึกหน้าร้อนผ่าวในยามใกล้ชิดชายที่เธอหลงรัก และมีจังหวะหนึ่งที่เธอลุกขึ้นจะกลับออกมาแต่สะดุดขาตัวเองจนเซแล้วสมิงเข้ามาประคองก่อนจะล้มลงไปด้วยกันในลักษณะเนื้อแนบเนื้อ ศรีไพรหวั่นไหวและเริ่มจูบสมิงก่อน สมิงเคลิ้มไปชั่วขณะ แต่พอรู้สึกตัวก็รีบถอยห่าง

“ทำไมล่ะสมิง”

“อย่าทำแบบนี้อีก”

“สมิงรังเกียจศรีไพรเหรอ”

“เปล่า แต่สมิงขอร้อง ศรีไพรอย่าทำแบบนี้อีกเด็ดขาด”

สมิงลุกขึ้นเดินหนี ขณะที่ศรีไพรรู้สึกอับอายที่เขาทำราวกับว่ารังเกียจเธอ และทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงหน้าด้าน

“บ้า...สมิงบ้า ฉันเกลียดๆๆๆ” ศรีไพรฮึดฮัดโกรธจัด ระบายอารมณ์ด้วยการปามีดพกใส่ต้นไม้อย่างแม่นยำ

ฝ่ายสมิง...การได้จูบศรีไพรทำให้เขาหวนคิดถึงศรีนวล และเมื่อนึกถึงศรีนวลก็ทำให้เริ่มเคืองแค้นเลอสรร ผู้ชายที่แย่งเธอไปครอบครองแล้วทอดทิ้ง เพราะเขาคนเดียวที่ทำให้ความรักของตนต้องอาภัพและทำให้ศรีนวลต้องเสียใจ สมิงแค้นและโทษเลอสรรในทุกกรณีจึงอยากไปสะสางบัญชีแค้นนี้เสีย

เมื่อเสือเฮี้ยนรู้ว่าสมิงเตรียมตัวเดินทางเข้ากรุงเทพฯด้วยเหตุผลใดจึงยินยอมให้ศรีไพรร่วมทางทั้งที่สมิงอยากไปคนเดียว

“ความแค้นของฉันกับลูก สมิงคอยช่วยเหลือ...นี่ความแค้นของสมิง สมิงไม่ควรปฏิเสธความช่วยเหลือจากเรา ให้ศรีไพรมันไปด้วยเถอะ ส่วนผาช่องลมข้าจะคอยดูแลให้”

สมิงนิ่งไปอย่างจนใจ ไม่สามารถปฏิเสธสิ่งที่เสือเฮี้ยนพูดได้

ooooooo

เช้าวันนี้ ดาวซ้อมมวยที่ลานหน้าบ้านโดยมีบุญเหลือถือเป้าเป็นพี่เลี้ยงให้ ศรีนวลลงมาเห็นอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมลูกสาวถึงเอาจริงเอาจังนัก ทำเหมือนจะไปแข่งชกมวยที่ไหน

“ใช่แล้วจ้ะแม่ ดาวกะว่าจะฟิตร่างกายขึ้นเวทีมวยอาทิตย์หน้า”

“ดาวมันกะจะชกมวยหาเงินใช้หนี้นายหล่อน่ะแม่”

“จะดีเหรอดาว ขึ้นเวทีชกมวยแบบนี้ดาวบาดเจ็บได้นะลูก”

“แต่ถ้าไม่ชกมวย ดาวก็หาเงินไปใช้หนี้ไม่ได้ซักที ดาวรอไม่ไหวน่ะแม่”

“ขนาดผมจะขอขึ้นเวทีชกแทน ดาวมันก็ไม่ยอม”

“ก็เรื่องนี้ดาวเป็นคนผิด แล้วอีกอย่างดาวชกเองสะใจกว่า”

“แต่แม่ไม่อยากให้ดาวทำแบบนี้เลย”

“ไม่เป็นไรนะแม่ เชื่อใจดาวเหอะ ดาวดูแลตัวเองได้”

“ถ้างั้นเดี๋ยวแม่ช่วยซ้อมให้เอง” ศรีนวลกุลีกุจอรับหน้าที่แทนบุญเหลือ

เกียรติกล้ากับขจรศักดิ์ยืนมองจากบนบ้านอย่างไม่ชอบหน้าคนทั้งสาม จากนั้นก็รวมหัวกันหาอะไรทำสนุกๆแต่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นด้วยการแอบเอาหนังสติ๊กไปซุ่มยิงบุญเหลือที่อาสาสอนเดือนชกมวย

“ยิงมันเลย...เห็นมั้ยมันเล่นหูเล่นตากับพี่เดือนของนายด้วย” ขจรศักดิ์ยุส่ง เกียรติกล้าของขึ้นยิงไม่ยั้งแต่ส่วนใหญ่พลาดเป้า แถมยังต้องระวังจะถูกพี่สาวตัวเองด้วย

แต่ในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จ บุญเหลือโดนเข้าไปเต็มๆ  จนร้องโอ๊ย คนอื่นเลยมารุมถามก่อนจะพากันไปยังมุมที่เกียรติกล้ากับขจรศักดิ์ซุ่มอยู่ ปรากฏว่าไม่พบใครแต่ดาวมั่นใจว่าต้องเป็นน้องชายของเดือนกับเพื่อนแน่ๆ

“ดาว...ถ้าหลักฐานไม่ชัดก็อย่าพูดจาแบบนั้น”

“แต่หมู่บ้านเราไม่มีใครกล้าทำแบบนี้แน่นอนนะแม่”

“ใช่แม่ คนที่กล้าทำอะไรห่ามๆแบบนี้ก็มีแค่...” บุญเหลือไม่กล้าเอ่ยชื่อเมื่อเหลือบเห็นสีหน้าเดือนจ๋อยๆ

“เดือนต้องขอโทษแทนน้องกับเพื่อนด้วยนะคะ เดี๋ยวถ้าเจอตัวเดือนจะลงโทษให้”

“เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กๆ อย่าทำเป็นเรื่องใหญ่เลยค่ะ ดาว...พาคุณเดือนกลับบ้านก่อน ส่วนบุญเหลือมากับแม่”

“แม่จะไปไหนจ๊ะ”

“ไปรับตาที่ท่าเรือ” ศรีนวลเดินนำบุญเหลือออกไป ส่วนดาวและเดือนพากันเดินขึ้นบ้าน โดยทุกคนไม่รู้เลยว่าเกียรติกล้ากับขจรศักดิ์แอบหัวเราะอย่างสะใจ ก่อนจะบุ้ยใบ้ให้กันแอบตามศรีนวลกับบุญเหลือไปถึงท่าเรือ

กำนันธง ผู้ใหญ่ด้อง และลุงมหากลับมาพร้อมข้าวของมากมายหลายอย่าง ศรีนวลกับบุญเหลือช่วยกันขนพร้อมกับซักถามว่าทำไมเข้าเมืองเที่ยวนี้ถึงไปนานนัก

“ก็ทำธุระทางราชการมั่ง ธุระส่วนตัวมั่งแหละ”

“เอ๊ะๆ ธุระส่วนตัวอะไรจ๊ะตา แอบไปหาอีหนูมาหรือเปล่า”

“ไอ้ทะลึ่ง ข้าให้ลุงมหาแกพาไปหาหมอสมุนไพรมาเว้ย ไม่ได้ไปทำอย่างอื่น”

“กำนันกับผู้ใหญ่แกบ่นปวดหลังน่ะ ฉันเลยพาไปบ้านหมอที่รู้จักกัน” ลุงมหาชี้แจง ขณะที่ผู้ใหญ่ด้องก็ชี้ชวนให้สองแม่ลูกดูยาสมุนไพรแถมยังจะช่วยขนอีกด้วยถ้าบุญเหลือไม่รีบห้าม

“น้าผู้ใหญ่ปวดหลังไม่ใช่เหรอ ไม่เอาๆ อันนี้หน้าที่คนหนุ่ม คนแก่ไม่เกี่ยว”

ทุกคนอดยิ้มกับคำพูดเย้าแหย่ของบุญเหลือไม่ได้ จากนั้นก็ปล่อยให้เขารับผิดชอบไป โดยไม่รู้ว่าพอคล้อยหลังมาได้สักครู่ บุญเหลือก็โดนเกียรติกล้ายิงหนังสติ๊กใส่นับไม่ถ้วน นี่เองเป็นเหตุให้บุญเหลือทนไม่ไหวตะโกนว่าเก่งจริงก็ออกมาเลย

เกียรติกล้าเดินนำหน้าขจรศักดิ์ออกจากที่ซ่อนด้วยท่าทีนักเลงโต แถมยังพูดยียวนกวนประสาทว่าตนยิงเอง มีปัญหาอะไรหรือเปล่า บุญเหลือทั้งเจ็บทั้งหงุดหงิดเลยชกเปรี้ยงใส่หน้าเกียรติกล้าพร้อมกับตะโกนว่า

“ถือว่าหายกัน”

“เฮ้ย...นี่เอ็งกล้าชกหลานเจ้าของที่ได้ยังไงวะ” ขจรศักดิ์โวยวาย ส่วนเกียรติกล้าลุกขึ้นได้ก็พุ่งเข้าใส่บุญเหลือด้วยความโมโหสุดขีด โดยมีเพื่อนหนุ่มร่วมด้วยช่วยกัน แต่ก็ยังไม่สามารถเอาชนะบุญเหลือได้

พวกกำนันธงกลับถึงบ้านได้สักพักก็เห็นบุญเหลือตามมาในสภาพหน้าตามอมแมมแถมมามือเปล่าเพราะสมุนไพรตกหล่นลงน้ำเสียหายขณะชกต่อยกับเกียรติกล้าและขจรศักดิ์

บุญเหลืออึกอักไม่ทันจะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกียรติกล้ากับขจรศักดิ์ก็เดินเข้ามาในสภาพหน้าตาบวมปูดและพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ

“เกิดอะไรขึ้นคะคุณเกียรติกล้า นั่นใครทำอะไรคุณ”

“จะมีใคร ก็ไอ้บุญเหลือนี่ไง มันทำร้ายฉัน”

“ใช่ ไม่รู้มันเป็นบ้าอะไร พอเจอหน้าพวกเรามันก็เข้ามาชกแล้วกระทืบเลย ขนาดผมจะเข้าไปห้ามก็ยังโดนไปด้วย ใช่ไหมเกียรติกล้า”

“ใช่...ไอ้บุญเหลือมันทำร้ายฉัน ฉันไม่ยอม”

สองหนุ่มโกหกหน้าตาย เดือนไม่เชื่อจึงหันไปถามบุญเหลือว่าไม่จริงใช่ไหม เขาไม่ได้ทำร้ายเกียรติกล้าใช่ไหม

“ผมทำร้ายเกียรติกล้าจริง แต่สองคนนี่เอาหนังสติ๊กมายิงผมก่อน”

“แกมีหลักฐานอะไรมาหาว่าฉันยิงหนังสติ๊กใส่แก ไหนล่ะ หนังสติ๊กที่ตัวฉันกับเกียรติกล้าไม่เห็นมีเลย”

“นอกจากจะทำร้ายฉันแล้วแกยังใส่ร้ายป้ายสีฉันอีก ฉันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด”

ทั้งคู่โวยวายลั่นบ้าน ศรีนวลเกรงเรื่องจะไปกันใหญ่จึงตัดสินใจให้บุญเหลือขอโทษเกียรติกล้ากับเพื่อนแต่ดาวคัดค้านอย่างไม่เห็นด้วย ก็เลยโดนเอ็ดไปอีกคน

“หยุดนะดาว แม่กำลังพูดกับบุญเหลือ”

“แต่เรื่องนี้ผมไม่ผิดนะแม่”

“แม่บอกให้ขอโทษ ได้ยินมั้ย”

บุญเหลือหันไปหากำนันธงเพื่อให้ยับยั้งคำสั่งของศรีนวล แต่กลายเป็นว่ากลับได้ยินคำพูดที่ทำให้เสียใจจนน้ำตาคลอ

“ได้ยินที่แม่เอ็งสั่งมั้ย ขอโทษหลานของท่านซะ”

“ไม่” บุญเหลือตอบเสียงดัง แต่ฉับพลันก็หน้าหันไปตามแรงตบของศรีนวล

“แกกล้าขัดคำสั่งแม่ใช่มั้ย”

ทุกคนตะลึงกันไปหมด เดือนทนไม่ไหวเมื่อบุญเหลือยอมขอโทษแล้วเกียรติกล้ายังจะให้เขาคุกเข่าลงด้วย

“พอได้แล้ว บุญเหลือขอโทษแค่นี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว เกียรติกล้าเธอพาเพื่อนเธอเข้าห้องแล้วทำแผลซะ”

“ก็ได้พี่เดือน...แต่แกจำไว้นะไอ้บุญเหลือ คราวหน้าคราวหลังอย่ามากำแหงกับฉันอีก”

เกียรติกล้ากับขจรศักดิ์ผละไปแล้ว ลุงมหารีบตามไปดูแลเรื่องหยูกยา เดือนเกรงใจเจ้าของบ้านจนต้องเอ่ยปากขอโทษแล้วเดินตามลุงมหาไป ส่วนดาวสงสารบุญเหลือและไม่เข้าใจการกระทำของศรีนวล

“นี่มันเรื่องอะไรกันจ๊ะแม่ ดาวไม่เข้าใจ ไหนแม่เคยสอนให้ดาวกับพี่บุญเหลือต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง แล้วทำไม...”

“บุญเหลือ...พาน้องไปที่บ้านป่าได้แล้ว ไม่จำเป็นไม่ต้องมาที่นี่อีก” ศรีนวลตัดบทและพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล มองตามลูกๆลงจากเรือนไปด้วยความเสียใจ

“เรื่องนี้เอ็งทำถูกแล้วศรีนวล”

“จ้ะพ่อ ฉันยอมให้ลูกขอโทษแล้วจบเรื่องที่บ้านเราดีกว่าจะมีเรื่องราวใหญ่โตไปถึงพวกกรุงเทพฯ”

“ถ้ารู้ถึงหูพวกกรุงเทพฯ ไอ้บุญเหลือมันคงโดนมากกว่านี้”

ลุงมหาเดินกลับมาได้ยินพอดี บอกสองพ่อลูกให้สบายใจ “ไม่ต้องห่วงว่าเรื่องจะถึงหูคนที่กรุงเทพฯนะ ตอนนี้คุณเดือนกำลังช่วยเกลี้ยกล่อมไม่ให้คุณเกียรติกล้าเอาเรื่องไปฟ้องคุณท่านอยู่”

“ไอ้คนของเรามันคงไม่เข้าใจหรอกนะว่าตากับแม่กำลังปกป้องมันอยู่”

“คงต้องปล่อยให้เข้าใจผิดไปก่อนนะพ่อ หวังว่าสักวันพวกเขาก็จะรู้เอง”

ooooooo

สมิงออกเดินทางพร้อมศรีไพรทั้งๆที่ยังเข้าหน้ากันไม่ติดนัก ด้วยเรื่องเมื่อวานที่ฝ่ายหญิงเผยความรู้สึกที่มีต่อฝ่ายชายแต่กลับไม่ได้รับการตอบสนอง

ศรีไพรเดินตามหลังทิ้งระยะห่างจากสมิงพอสมควร สมิงไม่ได้โกรธเคืองอะไรแต่กลัวใจตัวเองหากชิดใกล้กับเธอมากๆ เขาอาจใจอ่อนและต้านทานธรรมชาติของความเป็นผู้ชายไม่ได้ จึงทำตัวห่างเหินเย็นชา ขณะที่ศรีไพรรู้สึกอับอายที่ถูกปฏิเสธ ใจหนึ่งเธออยากจะเอาชนะ แต่อีกใจก็ต้องวางฟอร์มไว้บ้าง

เดินกันไปพักใหญ่ สมิงหยุดพักแล้วหยิบกระบอกน้ำออกมาดื่มก่อนหันมองศรีไพรซึ่งทำฟอร์มเมินหน้าไปทางอื่น สมิงเลยเป็นฝ่ายพูดกับเธอก่อนด้วยการชวนกินน้ำ จากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มพูดคุยกันมากขึ้น แต่แล้วคำถามหนึ่งของเขาก็ทำให้หญิงสาวอดคิดมากไม่ได้

“ทำไมเธออยากตามฉันเข้ากรุงเทพฯ”

ศรีไพรระแวง เกรงสมิงจะหาว่าเธอทำตัวหน้าด้าน อยากตามมาอยู่ใกล้ๆผู้ชาย เลยตอบกลับอย่างหงุดหงิด

“ไม่ต้องกลัวหรอกนะ ยังไงฉันก็ไม่หน้าด้านเป็นครั้งที่สองแน่”

“ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเธอสักหน่อย”

“ถึงสมิงจะไม่พูด แต่สิ่งที่สมิงทำมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว สมิงไม่ได้รักไม่ได้สนใจฉัน แล้วมันเรื่องอะไรที่คนอย่างฉันจะต้องงมงายอยู่กับสมิงคนเดียว”

“คิดได้ยังงั้นก็ดี เพราะฉันเองก็อยากจะขอโทษเธอเหมือนกัน”

“ขอโทษเรื่องอะไร”

“ก็เรื่องที่ฉันไม่สุภาพกับเธอ ไม่เป็นอย่างที่เธอต้องการ”

“เรื่องนั้นไม่จำเป็นต้องขอโทษ ตรงไปตรงมาแบบนั้นดีแล้ว ฉันจะได้ทำตัวถูก”

“เสียดายที่ชาตินี้ฉันคงรักใครไม่ได้อีกแล้ว” สมิงพูดจบก็หันหน้าหนีแล้วเดินทางต่อ

ฝ่ายศรีไพรแม้ปากจะปฏิเสธ แต่ใจกลับอยากรู้อยากเห็น เพราะสิ่งที่สมิงพูดยังเป็นปริศนา ทำไมเขาถึงรักใครอีกไม่ได้ หรือบางทีเขาอาจจะมีคนรักอยู่แล้ว แต่ทำไมเธอไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนั้น

สมิงเดินนำหน้าไปเรื่อยโดยไม่ได้สนใจบาดแผลที่โดนยิงซึ่งเริ่มมีเลือดซึมออกมา ศรีไพรเดินตามหลังสังเกตเห็นจึงหยิบผ้าพันแผลออกจากกระเป๋าแล้วฉีกออกเป็นริ้วๆ พลางร้องบอกให้สมิงนั่งลงก่อน ต้องเปลี่ยนผ้าพันแผลไม่งั้นแผลจะหายช้า พอสมิงนั่งลงศรีไพรก็จัดการให้แต่ไม่ยอมเงยหน้ามองเขา

“ความจริงเธอนี่ดูๆไปก็สวยดีเหมือนกันนะ”

“หยุดพูดเถอะสมิง”

“ทำไม”

“สมิงมีคนรักแล้ว ควรจะซื่อสัตย์ต่อหัวใจตัวเอง”

“ใช่ สมิงมีคนที่สมิงรัก แต่เชื่อไหมว่าผู้หญิงคนนั้นเขาไม่เคยรักสมิงเลย”

ศรีไพรชะงักเล็กน้อยไม่คิดว่าเรื่องที่เธอสงสัยจะเป็นแบบนี้ “สมิงคงรักผู้หญิงคนนั้นมากจนลืมที่จะนึกถึงตัวเอง”

“ตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนที่สมิงไม่ได้คิดถึงศรีนวลเลย”

“ศรีนวล...”

“ใช่...ศรีนวลบ้านลานเท ที่สมิงต้องเข้ากรุงเทพฯครั้งนี้ก็เพื่อที่จะแก้แค้น”

“ผู้ชายคนนั้น...ทำให้ศรีนวลต้องเจ็บใช่มั้ย”

“ใช่ สมิงสาบานกับตัวเองว่าจะคอยปกป้องดูแลผู้หญิงที่สมิงรัก ใครก็ตามที่มันทำให้ศรีนวลต้องเสียน้ำตา สมิงจะฆ่ามัน”

ศรีไพรฟังแล้วรู้สึกสะเทือนใจ แต่ก็สกัดกั้นความรู้สึกเอาไว้แล้วทำแผลจนเสร็จ สมิงจึงลุกขึ้นเพื่อเดินทางต่อ

“เดี๋ยวสมิง...ฉันว่าเรื่องนี้ฉันไม่ควรจะเข้าไปก้าวก่าย เพราะเป็นเรื่องที่สมิงต้องจัดการเพียงคนเดียว ถ้าฉันรู้มาก่อนก็จะไม่ตามมากวนใจสมิงแบบนี้ ขอโทษที”

“ศรีไพรจะไม่ไปด้วยใช่ไหม” ศรีไพรพยักหน้าแทนคำตอบ สมิงจึงฝากบอกทุกคนด้วยว่าไม่ต้องเป็นห่วง อีกสองสามวันตนจะกลับไปผาช่องลม

สมิงเดินจากไปแล้ว...ทิ้งศรีไพรยืนน้ำตาคลออย่างปวดร้าวหลังได้รับรู้ถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ของสมิงที่มีต่อศรีนวล เธอทั้งอิจฉา ทั้งศรัทธา และรู้สึกสงสารตัวเองที่ชาตินี้คงไม่มีโอกาสแทรกเข้าไปในหัวใจของสมิงได้แน่นอน

ooooooo

ขณะที่สมิงออกเดินทางเข้ากรุงเทพฯ มเหศักดิ์ได้พาพวกเถ้าแก่ชิ้นกลับมายังบริเวณทางเข้าผาช่องลมอีกครั้ง หลังจากวันก่อนแอบตามสมุนของสมิงเข้าไปข้างในจนได้เห็นทรัพย์สมบัติมากมายของเสือเฮี้ยน

มเหศักดิ์สั่งสมุนนับสิบสำรวจตรวจสอบสถานที่เพื่อหาทางเข้าผาช่องลมเพื่อจะปล้นสมบัติมากมายนั้น แต่บันลือดูเหมือนไม่ค่อยเชื่อคำพูดมเหศักดิ์ที่ว่าข้างในมีสมบัติมากมาย แย้งว่าจะเป็นไปได้อย่างไรกัน

“เดี๋ยวแกจะได้เห็นกับตา หีบเพชรนิลจินดา หีบทอง หีบใส่เงินเป็นสิบๆหีบ ในชีวิตการเป็นโจร ฉันไม่เคยเห็นสมบัติที่มากมายขนาดนี้มาก่อน”

“อย่างงั้นเชียวเหรอวะ ฮ่ะๆ ถ้าสำเร็จงานนี้พวกเรารวยทุกคนแน่นอน”

เถ้าแก่ชิ้นหัวเราะร่า แต่แล้วสมุนที่แยกย้ายไปสำรวจพื้นที่เดินกลับมารายงานว่าไม่เจอทางเข้าถ้ำ มเหศักดิ์แสดงท่าทีหงุดหงิดก่อนจะเดินไปสำรวจด้วยตัวเอง และในที่สุดก็มาหยุดตรงทางเข้าซึ่งบัดนี้ถูกหินปิดทับและกลบร่องรอยจนแทบดูไม่ออก

“ทางเข้ามันต้องอยู่ตรงนี้แน่นอน”

เมื่อมเหศักดิ์ยืนยันอย่างนั้น สมุนจึงสำรวจซ้ำอีกครั้ง ปรากฏว่าเจอจุดที่มีหินปิดทับ

“มันมีหินมาปิดทับ เข้าไปไม่ได้เลย”

“พวกมันคงรู้ตัวเลยปิดเส้นทางไม่ให้เราเข้า”

“มันปิดได้ เราก็เปิดได้ ระเบิดมันเลย”

“ได้เลยเตี่ย เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

บันลือนำทีมสมุนช่วยกันวางฉนวนระเบิด โดยที่เถ้าแก่ชิ้นกับมเหศักดิ์ถอยออกไปยืนห่างๆ พอจัดการเสร็จบันลือก็ถอยออกมารวมกลุ่มมเหศักดิ์แล้วส่งสัญญาณให้สมุนจุดฉนวนได้เลย

เสียงระเบิดทำให้พวกเสือเฮี้ยนที่ซุ่มแอบมองพฤติกรรมผู้บุกรุกอยู่แต่แรกระวังตัวแจ

“มันระเบิดปากทางแล้ว เสือเฮี้ยนเอาไง” เหิมถาม

“ระเบิดทำอะไรก้อนหินที่ปิดทางเข้าไม่ได้หรอก เชื่อข้าสิ รอให้พวกมันเดินกลับไปดูผลงานของมันแล้วเอ็งกดระเบิดของเราได้เลย”

ทุกคนรับฟังเสือเฮี้ยน จากนั้นก็รอเวลาอย่างใจเย็น... กระทั่งเห็นพวกมันชักแถวทยอยกันเข้าไปดูผลงาน เสือเฮี้ยนก็ส่งสัญญาณสั่งการสมุนของตนทันที

ระเบิดตูมตามขึ้นกะทันหันทำให้สมุนหลายคนของเถ้าแก่ชิ้นตายคาที่ ส่วนคนอื่นๆโดนแรงอัดกระเด็นออกไปคนละทิศทาง เสือเฮี้ยนไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือ รีบสั่งสมุนของตนออกไปลุยต่อ

“ฆ่ามันให้หมด!”

เสือเฮี้ยนนำกำลังออกไปสาดกระสุนใส่ฝ่ายตรงข้ามที่วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ทุกคนตั้งตัวไม่ติดวิ่งหนีกันจ้าละหวั่นหายเข้าไปในป่า มเหศักดิ์หนีมาหลบในมุมหนึ่งแล้วฉุดเถ้าแก่ชิ้นที่วิ่งตามมาให้ซ่อนตัวอยู่ด้วยกัน

“ทางนี้เถ้าแก่...”

ทั้งคู่ซ่อนตัวเงียบเชียบ เฝ้ามองเสือเฮี้ยนกับสมุนที่ตามมาวนเวียนอยู่ไม่ไกล

“มันต้องหลบอยู่แถวนี้แน่นอน ยิงปูพรมไปเลย”

สิ้นเสียงสั่งการของเสือเฮี้ยน สมุนก็พากันสาดกระสุนปูพรมไปทั่ว มเหศักดิ์กับเถ้าแก่ชิ้นรีบก้มหัวหลบกระสุนที่ฉิวเฉียดไปมาอย่างน่าหวาดเสียว

ผ่านไปครู่หนึ่งเสือเฮี้ยนก็ให้สัญญาณหยุดยิง แล้วเดินสำรวจพื้นที่ เมื่อไม่เห็นอะไรผิดปกติจึงพาสมุนไปทางอื่น มเหศักดิ์ได้โอกาสรีบพยุงเถ้าแก่ชิ้นออกจากที่ซ่อน

“เร็วเถ้าแก่...วันนี้ไม่ใช่วันของเรา”

“แล้วลูกอั๊วล่ะ”

“หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้เถ้าแก่เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ ไปเร็ว”

มเหศักดิ์ดึงเถ้าแก่ชิ้นให้หนีไปกับตน...ฝ่ายบันลือกับลูกน้องที่อยู่อีกด้านกำลังปะทะกับพวกเหิม ต่างฝ่ายต่างเปิดฉากยิงต่อสู้กันสนั่นป่า แต่ผ่านไปไม่นานบันลือสังเกตรูปการณ์แล้ว หากยังขืนสู้ต่อไปคงพ่ายแน่ จึงเริ่มถอยฉากออกมาเงียบๆ ดำกับแดงสมุนคนสนิทหันมาเห็นทำท่าจะทักท้วงแต่บันลือชิงส่งซิกปรามเสียก่อน

“ถ้าไม่อยากตายหมู่ ก็ตัวใครตัวมัน”

“แล้วไอ้พวกนี้ล่ะ”

“ช่างมันสิวะ”

บันลือหนีเตลิดเข้าป่าไป ดำกับแดงกลัวตายเหมือนกัน จึงวิ่งตามอย่างไม่ลังเล ทิ้งให้คนอื่นๆสู้ต่อไป ก่อนจะพบจุดจบถูกพวกเหิมยิงตายเกลี้ยง!

ooooooo

เลือดเจ้าพระยา

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด