ตอนที่ 4
ระพีกับสมหมายปลอมตัวเป็นพ่อค้าเรือเร่มาที่ลานเทเพื่อสืบหาตัวโจรสมิง แต่มาวันแรกเกิดเรื่องวุ่นวายแทบเอาชีวิตไม่รอดเพราะดาวกับบุญเหลือเข้าใจผิดอย่างแรงว่าพวกเขาเป็นขโมย
กว่าดาวกับบุญเหลือจะรู้ว่าตัวเองเข้าใจผิดและจับคนผิดมาส่งกำนันธงก็เล่นเอาต่างฝ่ายต่างเหนื่อยหอบ ที่สำคัญข้าวของสินค้าในเรือของระพีกับสมหมายก็เสียหายย่อยยับ ประเมินราคาทั้งเรือทั้งของราวสี่หมื่นบาทซึ่งระพีต้องการให้ดาวกับบุญเหลือชดใช้ ส่วนขโมยตัวจริงผู้ใหญ่ด้องได้พามาแสดงตัวก่อนนำส่งให้ตำรวจท้องที่ต่อไป
เมื่อต้องรับผิดชอบค่าเสียหายให้สองพ่อค้าเรือเร่ ดาวกับบุญเหลือถึงกับจ๋อยสนิท แต่พอลับหลังก็ยังหมั่นไส้พวกเขาไม่หาย จึงวางแผนเข้าครัวทำทีมาช่วยพี่น้อยทำอาหารแล้วแอบเอาพริกขี้หนูยัดใส่ในแกงจืดแตงกวาไส้หมูสับ จากนั้นก็หัวเราะกันคิกคักก่อนจะทำเป็นนิ่งกลบเกลื่อนเมื่อพี่น้อยมองมา
ขณะนั้นที่ด้านนอก กำนันธง ศรีนวล และผู้ใหญ่ด้องกำลังเจรจากับระพีและสมหมายเพื่อต่อรองเรื่องเงินค่าเสียหาย โดยสองตำรวจต่างวัยตั้งชื่อใหม่ให้ตัวเองว่า “หล่อ” กับ “หอม”
สมหมายหรือหอมแจกแจงข้าวของที่เสียหายหลายรายการอย่างเกินจริงแต่วิธีการพูดแนบเนียนจนทุกคนเชื่อสนิท
“นี่ยังไม่รวมเหรียญในกระปุกออมสินแล้วก็เงินกับทองในเซฟที่จมน้ำไปอีกนะครับ”
“ตายจริง...เงินมากมายขนาดนี้ พวกเรายังไม่มีใช้ตอนนี้หรอกจ้ะ”
“พวกเรามันคนบ้านนอกบ้านนาจะมีเงินก้อนกันก็ตอนขายข้าวได้แล้วเท่านั้นแหละ ตอนนี้ข้าวก็ยังไม่ออกรวง กว่าจะเก็บเกี่ยวได้ก็คงอีกหลายเดือน”
“ไม่เป็นไรครับ งั้นเอาเป็นว่าผมขออาศัยอยู่ที่นี่ไปพลางๆก่อน เพราะตอนนี้ก็หมดเนื้อหมดตัวไม่รู้จะไปไหนแล้วจริงๆ”
“เราสองคนเป็นเด็กวัด ญาติพี่น้องไม่มี ยังไงกำนันเมตตาเราด้วยนะจ๊ะ”
“ก็ได้ บ้านของผู้ใหญ่ว่างใช่ไหม ยังไงฉันขอฝากพ่อหนุ่มสองคนนี่ด้วยก็แล้วกัน”
“ไม่มีปัญหา มาอยู่ด้วยกันก็ดี ฉันจะได้มีเพื่อนคุย”
“ขอบคุณกำนันกับผู้ใหญ่มากจ้ะ ที่ให้ฉันสองคนมีที่ซุกหัวนอน”
ระพีกับสมหมายยิ้มดีใจ ดาวกับบุญเหลือยกสำรับกับข้าวออกมาพอดี มองทั้งคู่อย่างเหม็นหน้าแล้วคะยั้นคะยอให้พวกเขากินแกงจืดถ้วยพิเศษที่แยกจากของคนอื่น บอกว่าเป็นอาหารกระชับมิตรแต่แท้จริงต้องการกลั่นแกล้งเขามากกว่า
ปรากฏว่ากินกันไปแค่คำสองคำระพีกับสมหมายเผ็ดร้อนคอแทบพัง กินน้ำกันไปหลายขันกว่าจะทุเลา ศรีนวลมองดาวกับบุญเหลือที่แอบหัวเราะคิกคักอย่างรู้ทันแต่ไม่พูดอะไรออกมา ได้แต่ส่งสายตากำราบ
ooooooo
หลังอาหารมื้อนั้น ระพีกับสมหมายตามผู้ใหญ่ด้องไปที่บ้านเพื่อดูห้องหับที่จะซุกหัวนอน
“เอ็งสองคนนอนห้องนี้นะ ส่วนข้าจะไปนอนห้องโน้น”
“แล้วลูกเมียผู้ใหญ่ล่ะครับ”
“ข้าไม่มีลูกไม่มีเมีย ตัวคนเดียว ถ้าจะกินข้าวก็ไปฝากท้องที่บ้านกำนันธงเอา”
“กินข้าวบ้านกำนันเหรอครับ” พูดแล้วระพีหันไปสบตาสมหมายด้วยท่าทีเข็ดขยาด ผู้ใหญ่ด้องมองออกถึงกับหัวเราะออกมา
“ฮ่ะๆ กลัวเจอทีเด็ดของไอ้ดาวกับไอ้บุญเหลือมันอีกหรือไง”
“เผ็ดคอแทบพัง เข็ดแล้ว” สมหมายสยองไม่หาย
“ไอ้สองคนนั่นน่ะ จริงๆแล้วมันไม่ได้เป็นคนเกเรหรอก ยังไงก็อย่าไปถือโทษมันเลย”
“แล้วที่นี่มีพวกขโมยขโจรมากหรือเปล่า”ระพีเลียบเคียง
“ถ้าจะมีก็เป็นพวกมาจากถิ่นอื่น คนบ้านลานเทน่ะไม่มีใครเป็นขโมยหรอก”
“แล้วพวกโจรล่ะผู้ใหญ่ เห็นเขาลือกันว่าบ้านลานเทเป็นถิ่นของไอ้โจรสมิง”
“สมิงไหน ข้าไม่รู้จัก แถวนี้ไม่มีโจร เอ็งเลิกถามได้แล้ว ข้าต้องไปทำธุระ” ผู้ใหญ่ตัดบทเดินเลี่ยงออกไป เนื่องจากไม่อยากพูดมากในเรื่องเกี่ยวกับสมิง
ตกเย็น ศรีนวลให้ดาวกับบุญเหลือไปตามเจ้าหนี้มากินข้าว แทนที่ทั้งคู่จะไปดีๆกลับเอาหมามุ่ยแอบใส่ในตุ่มน้ำบ้านผู้ใหญ่ด้องแล้วทำทีเห็นอกเห็นใจสองคนนั้นที่ช่วยผ่าฟืนจนเหงื่อโทรมกายให้อาบน้ำอาบท่าเสียก่อนไปกินข้าว
ระพีกับสมหมายไม่ได้คิดระแวงอะไรเลย นึกว่าดาวกับบุญเหลือสำนึกผิดแล้วจึงมาทำดีด้วย แต่กลายเป็นว่าเข้าใจผิดถนัด พวกเขาเจอดีเข้าอีกจนได้ อาบน้ำไม่ทันเสร็จก็คันคะเยอไปทั้งตัว
แม้รู้ว่าเป็นฝีมือใครแต่ทั้งคู่ก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรเพราะไม่มีหลักฐาน ได้แต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรม พาตัวเองในสภาพผ่ืนแดงเต็มตัวและพอกแป้งจนขาวโพลนไปกินข้าวกับพวกกำนันธง ทุกคนเห็นแล้วงุนงงยกเว้นดาวกับบุญเหลือที่นั่งอมยิ้มสะใจ
“นั่นไปทำอะไรมา ทำไมทาแป้งกันซะวอกยังงั้นล่ะ” กำนันธงทักถาม
“เอ้อ...คือว่า...คันน่ะครับ น้ำที่บ้านผู้ใหญ่ทำไมคันจังเลย”
“แทบตายเลยครับกำนัน ดีที่บ้านผู้ใหญ่มีแป้งแก้คัน ทาแล้วค่อยยังชั่ว”
“เอ...น้ำอาบที่บ้านฉันก็ปกติ ฉันอาบทุกวันไม่เห็นคันเลย”
“หรือว่าลมพัดขนหมามุ่ยปลิวไปตกในโอ่งน้ำ ...เป็นไปได้” ดาวทำเป็นสันนิษฐาน บุญเหลือร่วมด้วยช่วยกันเออออเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ แต่สมหมายซึ่งรู้ทันพูดโพล่งว่า
“ถ้าจับได้ว่าใครแกล้ง...ขอให้จู๊ดๆ”
ooooooo
เช้าวันรุ่งขึ้น ระพีกับสมหมายมาเดินเที่ยวสำรวจพื้นที่ในหมู่บ้าน ชาวบ้านผ่านไปผ่านมาต่างยิ้มแย้มทักทายอย่างมีมิตรไมตรี แม้ทั้งคู่จะแปลกหน้ามาก็ตาม
“ชาวบ้านที่นี่เป็นมิตรกันทุกคนเลยนะจ่า”
“คนต่างจังหวัดก็ยังงี้แหละครับ เจอะหน้าก็ทักได้ทุกคน ไม่ว่าจะรู้จักหรือไม่รู้จัก”
“ช่วยผมจำเส้นทางด้วยจ่า เพราะเราต้องทำแผนที่ส่งทางหน่วยเหนือ”
“ผมว่าเดี๋ยวแวะบ้านโน้นหน่อยดีกว่า หิวน้ำ”
“ดีเหมือนกัน จะได้ลองสืบเรื่องสมิงดู”
ทั้งคู่ออกเดินต่อ...แต่แล้วไม่นานก็ได้ยินเสียงคนทะเลาะวิวาทดังมาทางหนึ่ง ปรากฏว่าเป็นดาวกับบุญเหลือที่โดนอริเก่าอย่างโทนกับเพื่อนเข้ามาหาเรื่อง สองฝ่ายเกือบลงมือลงไม้ถ้าสมิงไม่โผล่มาขวางแล้วจัดการกับพวกโทนจนวิ่งหนีหางจุกตูดไป
ระพีกับสมหมายยืนมองเหตุการณ์อยู่ในกลุ่มชาวบ้านและได้ยินสมิงเรียกดาวกับบุญเหลือว่าลูกแถมยังพูดคุยกับอย่างสนิทสนม แต่พอพวกเขาถามชาวบ้านว่าชายคนนั้นเป็นใครก็ไม่ได้คำตอบ ทุกคนเอาแต่เดินหนี บ้างก็อึกอักมีพิรุธจนน่าสงสัย ก็เลยต้องมาซักถามผู้ใหญ่ด้องให้ไขข้อข้องใจเรื่องของสมิง
ผู้ใหญ่ตกใจนิดหน่อยแต่รีบทำตัวปกติตอบคำถามของสองหนุ่มอย่างเนียนๆ
“อ๋อ...ผู้ชายคนนั้นก็ชื่อสมิงนั่นแหละ ไม่มีอะไรหรอก”
“สมิง? สมิงที่เป็นโจรน่ะหรือครับ”
“ไม่ใช่ๆ คนละคนกัน สมิงคนนี้ไม่ใช่โจรชื่อมัน ซ้ำกันน่ะ”
“ถ้าไม่ใช่โจรแล้วทำไมชาวบ้านถึงได้ทำท่าพิรุธอะไรแบบนั้นล่ะผู้ใหญ่”
“ก็คงจะกลัวคนอื่นเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนเดียวกับโจรสมิงน่ะสิ”
“อ๋อ...ที่แท้เรื่องก็เป็นแบบนี้นี่เอง”
“แล้วสมิงคนนี้ทำมาหากินอะไรกันจ๊ะ”
“มันไปค้าขายหากินในกรุงเทพฯนานๆจะกลับมาซักที”
“ฉันได้ยินเขาพูดว่าดาวกับบุญเหลือเป็นลูก แสดงว่าเขาเป็นแฟนของแม่ศรีนวลเหรอ”
“เออ...ก็ทำนองนั้นแหละ ข้าไม่ค่อยรู้เรื่องส่วนตัวใครมากนักหรอก ดึกแล้วขอไปนอนก่อนละกัน”
ผู้ใหญ่ด้องรีบแยกตัวไปนอนกลัวจะถูกซักไซ้จนส่อพิรุธด้วยอีกคน ทิ้งให้ระพีกับสมหมายนั่งปรึกษาหารือกันไปตามสบาย
“ผู้กองเชื่ออย่างที่ผู้ใหญ่พูดหรือเปล่า” สมหมายกระซิบถาม
“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ยังไงก็ต้องเก็บเป็นข้อมูลไว้ก่อน”
“งั้นผมขอตัวนอนก่อนนะครับ”
สมหมายล้มตัวลงนอน ขณะที่ระพีนั่งครุ่นคิดเรื่องที่รู้เห็นและได้ยินมาด้วยความสงสัย
ooooooo
หลังจากแทรกซึมเข้ามาในหมู่บ้านลานเทและได้ข้อมูลเกี่ยวกับสมิงถึงแม้จะยังไม่แน่ใจว่าใช่คนเดียวกับโจรสมิงหรือเปล่าแต่ระพีก็รีบส่งจดหมายรายงานเลอสรร
เลอสรรรับทราบและสั่งห้ามลูกน้องคนหนึ่งที่เสนอให้ยกกำลังบุกไปจับตัวสมิงมาสอบสวนว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ เราต้องรอจนกว่าผู้กองระพีจะแน่ใจแล้วค่อยเข้าจับกุม ไม่งั้นเดี๋ยวไก่ตื่น...
เลิกงานกลับเข้าบ้าน เลอสรรยังคาใจเรื่องลุงมหาหลุดปากเกี่ยวการเก็บค่าเช่าที่ดินที่ลานเทเมื่อวันก่อน พอเจอแกอีกทีวันนี้จึงอยากจะเอาคำตอบให้ได้ว่าใครเคยไปเก็บค่าเช่าแทนพ่อแต่ลุงมหาก็ไม่ตอบแถมยังเลี่ยงหนีเพราะเกรงกลัวศรีสอางค์ที่เฝ้ามองอยู่
ศรีสอางค์เบี่ยงเบนความสนใจของเลอสรรด้วยการชวนมาส่งลูกๆลงเรือไปลานเทเพื่อเก็บค่าเช่าที่
ปรากฏว่าเลอสรรไม่มาส่งแต่ขอไปกับลูกๆด้วย ศรีสอางค์กับสร้อยเพชรมองหน้ากันอย่างวิตกกังวลแต่ทำเป็น
ไม่ขัดข้อง ทำเอาลุงมหารู้สึกผิดคาดกับท่าทีของศรีสอางค์
แต่ผ่านไปไม่นานหลังจากเลอสรรเก็บกระเป๋ามาพร้อมแล้ว ลุงมหาก็หายข้องใจเพราะศรีสอางค์แกล้งเป็นลมและขอให้เลอสรรอยู่ดูแล อ้างว่าที่บ้านไม่มีผู้ชาย เกิดอะไรขึ้นมาจะทำยังไง
“นั่นสิคะ คุณพ่อก็เข้าโรงพยาบาล จู่ๆคุณแม่ก็มาเป็นลมอีก” สร้อยเพชรผสมโรงอย่างรู้กัน
“ก็ได้ งั้นผมยังไม่ไปวันนี้ รอคุณแม่หายดีเมื่อไหร่ผมค่อยไปก็ได้”
คำตอบของเลอสรรทำเอาศรีสอางค์สบตากับสร้อยเพชรอย่างโล่งใจ จากนั้นก็แสร้งหน้ามืดมึนหัวให้ลูกชายปฐมพยาบาลต่อไป
เป็นอันว่าเดือนกับเกียรติกล้าและขจรศักดิ์ต้องเดินทางไปกับลุงมหา ขจรศักดิ์เพื่อนสนิทของเกียรติกล้านิสัยเกเรพอกัน เมื่อไปถึงลานเทซึ่งกำนันธงรอต้อนรับเหมือนทุกปีทั้งคู่แสดงกิริยามารยาทไม่ดีนักแถมยังจะเอาปืนที่เตรียมมายิงเป็ดไก่ชาวบ้านเล่นจนกำนันธงกับศรีนวลต้องตักเตือน เดือนเองก็ไม่พอใจน้องชายกับเพื่อนจึงดุไปหลายคำเหมือนกัน
ดาวกับบุญเหลือถูกศรีนวลขอร้องให้ไปอยู่กระท่อมในป่าเพราะไม่ต้องการให้เผชิญหน้ากับลูกๆของเลอสรรแต่เธอไม่ได้บอกเหตุผลนั้น ได้แต่อ้างว่าที่บ้านคับแคบไม่พอกันนอน ดาวกับบุญเหลือไม่มีปัญหาเพราะชอบป่าอยู่แล้ว แต่ทั้งคู่ก็ยังกลับมาแอบดูคนกรุงเทพฯด้วยเหมือนกัน แล้วก็เห็นพฤติกรรมไม่งามของเกียรติกล้ากับขจรศักดิ์
“ท่าทางไอ้พวกกรุงเทพฯนี่ร้ายไม่เบาเลยนะพี่บุญเหลือ”
“นั่นสิ ก็เพราะแบบนี้แหละที่แม่ศรีนวลถึงไม่อยากให้เราเข้าใกล้”
“คิดว่าฉันจะกลัวเหรอ”
“นั่นสิ แถวลานเทนี่ใครๆก็รู้ว่าดาวดุยิ่งกว่า...”
“ยิ่งกว่าอะไร พูดให้ดีนะ งั้นโดน”
“ดุยิ่งกว่าเสือ...พอใจไหม”
“ค่อยคบกันได้หน่อย” ดาวยิ้มพอใจ เดินนำบุญเหลือออกไป
ผู้ใหญ่ด้องและน้อยช่วยกันขนสัมภาระของพวกเดือนขึ้นบ้านกำนันธง โดยให้เดือนพักคนเดียวห้องหนึ่ง ส่วนอีกห้องให้เกียรติกล้าอยู่กับเพื่อน
“พักผ่อนก่อนนะคะ เดี๋ยวตอนเย็นพวกชาวบ้านก็มากันแล้ว”
“มาทำอะไรกันคะ” เดือนซักศรีนวล
“ก็มารอจ่ายค่าเช่าน่ะค่ะ จ่ายเสร็จชาวบ้านก็จะจัดเลี้ยงต้อนรับให้”
“ตายจริง...เกรงใจแย่เลย ไม่ต้องเลี้ยงก็ได้”
“มันเป็นประเพณีของบ้านเราน่ะครับ แขกคนสำคัญมาถึงชานเรือนก็จะต้องจัดงานต้อนรับให้สมเกียรติ” กำนันธงอธิบาย
“งั้นก็คงต้องจัดงานให้ใหญ่หน่อยเพราะพวกเราเป็นหลานท่านผู้ว่า”
“คนที่นี่เขาจัดกันตามมีตามเกิดน่ะครับคุณเกียรติกล้า งานคงไม่ใหญ่แบบในกรุงเทพฯหรอกครับ”
“มันก็ไม่หนุกน่ะสิ”
“เกียรติกล้า...ฉันว่าเราออกไปเดินเล่นกันดีกว่า” ขจรศักดิ์เอ่ยปาก มีหรือเกียรติกล้าจะไม่ตอบสนองเพราะอยากลองปืนใหม่อยู่แล้ว
“นี่...อย่าไปยิงเป็ดยิงไก่ของชาวบ้านนะ ไม่งั้นเรื่องถึงคุณพ่อแน่” เดือนพูดขึงขังจนเกียรติกล้าทำหน้ารำคาญแต่ก็รับปากห้วนๆว่ารู้แล้ว และไม่ยอมให้ลุงมหาไปเป็นเพื่อน เดินนำขจรศักดิ์ลงจากเรือนไปด้วยท่าทีหยิ่งยโส
เดือนรู้สึกขายหน้าที่น้องชายกับเพื่อนทำมารยาทไม่ค่อยเหมาะ เธอหันมาพูดกับผู้ใหญ่ทุกคนว่า “เดือนต้องขออภัยแทนน้องด้วยนะคะ เอาแต่ใจตัวเองมาตั้งแต่เด็ก ใครก็เอาไม่อยู่”
“ผมไม่ถือสาหรอกครับคุณหนู” กำนันธงยิ้มเอ็นดู
“คุณเดือนพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ ห้องพร้อมแล้ว” ศรีนวลพาเดือนเดินเข้าห้องพัก ส่วนผู้ใหญ่ด้องเดินเข้ามาหากำนันธงกับลุงมหา เปรยขึ้นว่าเด็กผู้ชายสองคนนั่นท่าทางจะเฮี้ยวไม่เบาเลย
“ดีนะที่ไม่เจอไอ้ดาวกับเจ้าบุญเหลือ ไม่งั้นเรื่องยาวแน่” กำนันธงท่าทีหวั่นๆ แต่แล้วก็หน้าตึงขึ้นมาทันใดเมื่อได้ยินลุงมหาถามว่า
“หนูดาวใช่ไหมที่เป็นลูกของแม่ศรีนวลกับคุณเลอสรร”
“ผัวนังศรีนวลมันตายไปแล้ว ฉันขอร้องอย่าพูดถึงเรื่องนี้อีก” กำนันธงเสียงเขียวหน้าเคร่ง...ลุงมหานิ่งไปอย่างเข้าใจและเห็นใจ
ooooooo
วันเดียวกัน ระพีทราบจากสมหมายว่ามีแขกสี่คนจากกรุงเทพฯมาพักที่บ้านกำนันธง จึงชวนกันออกไปสำรวจเผื่อมีอะไรผิดปกติ แต่ระหว่างทางทั้งคู่เห็นดาวกับบุญเหลือในสภาพหน้าตามอมแมมด้วยโคลนกำลังจะกลับเข้าป่าเลยตามไปดูด้วยความแปลกใจ
ก่อนหน้านี้ดาวกับบุญเหลือพรางใบหน้าเพื่อไม่ให้พวกกรุงเทพฯ จำได้ตอนไปแอบดู พอจะกลับเข้าป่าก็ไม่ได้ใส่ใจจะล้างออก แต่ก็นับว่าโชคดีเพราะทั้งคู่มาเจอเกียรติกล้ากับขจรศักดิ์ที่ชายทุ่ง
สองหนุ่มกำลังซ้อมยิงปืนกับข้องใส่ปลาที่แขวนบนกิ่งไม้โดยไม่สนใจเสียงห้ามปรามของโย่งแถมยังสนุกเกินเหตุเอาปืนไล่ยิงโย่งเล่น ดาวกับบุญเหลือเห็นดังนั้นจึงเข้ามาช่วยและเกิดมีปากเสียงกับสองหนุ่มจอมเกเร โดยเฉพาะเกียรติกล้าที่อึกอักอะไรก็อ้างจะฟ้องปู่ของตนให้เอาที่ดินคืนไม่ให้ชาวบ้านเช่าทำกิน
ดาวกับบุญเหลือไม่พอใจโดดขึ้นหลังควายวิ่งไล่ขวิดเกียรติกล้ากับขจรศักดิ์จนพลัดตกลงไปในคูน้ำ ระพีกับบุญเหลือซุ่มแอบดูแต่แรกเลยต้องออกมาปราม ทำให้ดาวเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นพวกเดียวกับเกียรติกล้าจึงหันมาเล่นงานจนผู้กองกับจ่าต้องถอยฉากไม่สู้ด้วย
เกียรติกล้ากับขจรศักดิ์ขึ้นจากคูน้ำแล้วฉวยโอกาสขณะดาวกับบุญเหลือมัวไล่ตะเพิดระพีผลักดาวกับบุญเหลือตกน้ำทำให้ได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงอย่างชัดเจน จากนั้นก็วิ่งแจ้นหนีไป ส่วนดาวกับบุญเหลือกลับมาล้างเนื้อตัวที่บ้านผู้ใหญ่ด้อง โดยมีโย่งกับระพีและสมหมายตามมาด้วย
ดาวยังโมโหไม่หายพาลต่อว่าระพีเป็นต้นเหตุให้ตนตกน้ำ และถ้าเขาไม่เข้ามายุ่งป่านนี้ตนก็จัดการสองคนนั่นเรียบร้อยไปแล้ว โย่งกับบุญเหลือก็ช่วยกันผสมโรงจนระพีกับสมหมายโดนกันไปคนละหลายดอก แต่ก็ไม่ทำให้ระพีเข็ดหลาบปากร้ายๆของดาว กลับแอบเดินตามพวกเธอไปโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของสมหมายที่กลัวจะมีเรื่องกันอีก และจากท่าทีกรุ้มกริ่มมีความสุขของระพีทำให้สมหมายเดาได้ว่าเขาน่าจะมีใจให้ดาวเสียแล้ว
ดาวกับบุญเหลือเดินลัดเลาะเพื่อกลับกระท่อมในป่าแต่สักครู่รู้สึกได้ว่ามีคนตามมา ถึงไม่รู้ชัดว่าใครแต่ดาวก็นัดแนะกับบุญเหลือให้ช่วยกันหลบหลีกหลอกล่อจนในที่สุดระพีก็ตามไม่ทัน
ooooooo
ด้านเกียรติกล้ากับขจรศักดิ์เมื่อกลับถึงบ้านกำนันธงก็เล่าเป็นตุเป็นตะเอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่น แถมยังร่ำๆว่ากลับไปจะฟ้องปู่ให้มาจัดการไล่สองคนนั่นไม่ให้เช่าที่ดินอีกต่อไป
“แกแน่ใจนะเกียรติกล้าว่าแกไม่ได้ทำอะไรเขาก่อน”
“เอ๊ะ พี่เดือนนี่...เห็นน้องเป็นยังไง”
“สองคนที่คุณว่าน่ะรูปร่างยังไงคะ” ศรีนวลถามขึ้นเพราะอยากรู้ว่าจะใช่ดาวกับบุญเหลือหรือเปล่า พอได้ยินคำตอบของเกียรติกล้าว่าเป็นหญิงกับชายก็เลยนิ่งไปอย่างกังวล
“ตอนแรกมันหน้าตามอมแมม พอมันตกลงไปในน้ำก็เห็นหน้าชัดเลย เห็นอีกทีจำได้แน่” ขจรศักดิ์พูดโพล่ง
“งั้นอีกประเดี๋ยวชาวบ้านทุกคนจะมาที่นี่ คุณเกียรติกล้าชี้ตัวให้ผมหน่อย ผมจัดการให้”
กำนันธงพูดไปทั้งที่ก็หนักใจไม่แพ้ศรีนวล เพราะคิดว่าไม่น่าจะใช่ใครที่ไหน ห่ามขนาดนี้ไม่พ้นดาวกับบุญ–เหลือเป็นแน่
ถึงเวลาชาวบ้านเอาเงินมาจ่ายค่าเช่าที่ พวกกำนันธงนั่งล้อมวงเป็นพยาน ศรีนวลช่วยจัดคิวและลุงมหาคอยจดบัญชีรายชื่อชาวบ้าน ส่วนเดือนเป็นคนนับเงินเก็บใส่ถุง
เถ้าแก่ชิ้นกับบันลือและพวกเสือมเหศักดิ์จับตาดูอยู่ห่างๆหวังปล้นเงินนั้นโดยวางแผนกับอย่างแยบยลให้ลูกน้องสร้างสถานการณ์เผาบ้านหลังหนึ่งเพื่อดึงความสนใจของพวกกำนันธงแล้วให้มเหศักดิ์กับบันลือพรางหน้าตาเข้าไปปล้นเงินจากเดือน แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะระพีกับสมหมายเข้ามาช่วย ไหนจะดาวกับบุญเหลืออีกสองคน มเหศักดิ์เลยต้องส่งสัญญาณให้บันลือถอยก่อน
พวกกำนันธงกลับมาจากบ้านที่ถูกไฟไหม้และบอกดาวว่าไม่ต้องตามพวกโจรไป ดาวฮึดฮัดขัดใจไม่อยากปล่อยเสือลอยนวลเข้าป่า
“วันหลังยังมี รับรองว่าพวกมันต้องกลับมาอีกแน่”
“คุณศรีนวลรู้เหรอครับว่ามันเป็นพวกไหน” ระพีถาม...ศรีนวลคิดว่ารู้เพราะท่าทางมันคุ้นๆ แล้วจู่ๆระพีก็พึมพำชื่อบันลือออกมาทำให้ดาวเข้าใจผิด คาดคั้นเขาว่ารู้จักมันใช่ไหม “เฮ้ย! พูดผิดพูดใหม่ได้นะผมจะไปรู้จักไอ้พวกโจรได้ยังไง”
“ต่อหน้าคนอื่นก็ทำเป็นไม่รู้จัก แต่แท้จริงแล้วนายกับเพื่อนก็คือสายของพวกมัน”
“ไอ้หย๋า...ได้รับเกียรติเป็นถึงสายโจรเลยเหรอเนี่ย” สมหมายร้องลั่น ขณะที่ระพีตอบโต้ดาวว่าเธอกำลังหมิ่นประมาทเขาอยู่
“ฉันพูดเรื่องจริง”
“พอทีดาว คิดให้ดีแล้วค่อยพูด เราต้องดูแลกันต่อไป”
เดือน เกียรติกล้า ขจรศักดิ์ พากันลงมาจากในบ้าน พอเห็นหน้าตาดาวกับบุญเหลือ สองหนุ่มก็จำได้ทันที
“นี่ไงครับ สองคนนี่ไงที่มันแกล้งพวกผมเมื่อกลางวัน จับมันเลยกำนัน จับสิ”
ดาวสวนทันควันว่าจับข้อหาอะไร ขจรศักดิ์ตอบด้วยท่าทียียวนว่าทำร้ายร่างกาย บุญเหลือเลยย้อนเข้าให้ว่า
“แล้วพวกนายบาดเจ็บตรงไหน ไม่เห็นเป็นอะไรเลย”
“หน็อย....ปากดีนัก” เกียรติกล้าหันไปกระชากปืนมาจากผู้ใหญ่ด้องแล้วทำท่าจะยิงดาวกับบุญเหลือแต่ศรีนวลเข้ามาขวางทางปืน
“อย่านะ คุณจะยิงใครไม่ได้ทั้งนั้น”
“ทำไมจะไม่ได้ พ่อฉันเป็นตำรวจ พวกแกมีปัญหาอะไร”
“ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ไม่มีสิทธิ์ทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย”
ขาดคำของศรีนวล...เดือนเดินเข้ามาแย่งปืนจากเกียรติกล้าแล้วตบหน้าฉาด
“ตบผมทำไมพี่เดือน”
“เมื่อกี้สองคนนี้เข้ามาช่วยพวกเราไม่ให้โดนปล้น แกยังจะมาคิดเล็กคิดน้อยอะไรกับเรื่องเมื่อกลางวัน”
“สองคนนี่เป็นหลานของผมเองชื่อดาวกับบุญเหลือ ถ้ามันสองคนทำอะไรให้พวกคุณเจ็บใจผมก็ขอโทษแทนหลานผมด้วย”
“เรื่องอะไรที่พ่อจะต้องขอโทษ เด็กพวกนี้ต้องขอโทษเราถึงจะถูก” ศรีนวลขึงขัง
“ถูกต้องค่ะ และการที่ทุกคนช่วยกันปกป้องเดือนไม่ให้โดนปล้นก็เป็นบุญคุณที่เดือนไม่รู้จะตอบแทนยังไงแล้ว...เกียรติกล้า ขจรศักดิ์ ถ้าเธอสองคนยังนับถือว่าฉันเป็นพี่ของเธอ ไหว้ขอโทษทุกคนที่นี่เดี๋ยวนี้”
สองหนุ่มลังเลเล็กน้อย แต่ที่สุดก็ยอมยกมือไหว้พร้อมเปล่งเสียงขอโทษห้วนๆ ถึงกระนั้นเดือนก็พอใจ หันไปพูดกับดาวด้วยไมตรี
“ที่ผ่านมาถ้าเราเคยโกรธเคืองหรือไม่พอใจกัน เดือนกับน้องขอโอกาสให้เรามาเริ่มกันใหม่นะคะ”
“ค่ะ เรายินดีที่จะเป็นเพื่อนกับพวกคุณ”
“ผมก็เหมือนกัน” บุญเหลือส่งยิ้มให้เดือน
“งั้นพวกเราแยกย้ายบ้านใครบ้านมัน ใครที่เป็นเวรยามคืนนี้ก็ระวังให้ดี บางทีพวกมันอาจจะกลับมาอีกก็ได้”
สิ้นเสียงกำนันธง ชาวบ้านทุกคนพากันแยกย้าย ระพีหันมาหลิ่วตาให้ดาวแต่เธอเบ้ปากไล่ก่อนจะเดินตามศรีนวลและคนอื่นๆขึ้นบ้าน
เย็นย่ำใกล้ค่ำ เดือนนั่งคุยกับศรีนวล ดาว และบุญเหลือ...เธอข้องใจที่กำนันธงบอกว่าดาวกับบุญเหลือเป็นหลาน แสดงว่าพวกเขาต้องเป็นลูกของศรีนวล
“ใช่ค่ะ ดิฉันเป็นแม่ของดาวกับบุญเหลือ พอดีช่วงที่คุณมาเลยต้องให้ไปพักอยู่ที่อื่นก่อนเพราะว่าห้องไม่พอนอนค่ะ”
“ตายจริง...แสดงว่าเดือนกับน้องมาทำความลำบากให้ดาวกับพี่บุญเหลือสิคะ”
“ใครว่าลำบาก เราชอบซะอีก บ้านในป่าน่ะ สนุกจะตาย จริงไหมดาว”
“ใช่ อาบน้ำก็อาบที่ลำธาร อากาศก็เย็นสบาย”
“น่าสนุกนะ” เดือนท่าทีตื่นเต้น ดาวเลยว่าเอาไว้วันหลังลองเปลี่ยนบรรยากาศไปนอนเล่นกับพวกเราก็ได้ แต่ศรีนวลรีบค้าน
“อย่าเพิ่งเลยจ้ะ คุณเดือนมาจากกรุงเทพฯ ยังไม่คุ้นกับป่าดงพงไพร เดี๋ยวจะไม่สบาย”
“ถ้างั้นพรุ่งนี้ถ้าไม่มีอะไรทำ เราสองคนจะพาไปเที่ยวในหมู่บ้าน ดีไหมครับ คุณจะได้เห็นวิถีชีวิตของคนที่นี่” บุญเหลือดูจะมีใจให้เดือนไม่น้อย เดือนเองก็หยิบยื่นไมตรี บอกว่าตนกำลังอยากได้ไกด์นำทางอยู่พอดี
“งั้นวันนี้พวกเราคงต้องกลับก่อน เดี๋ยวมืดแล้วจะกลับเข้าป่าลำบาก” ดาวลุกนำบุญเหลือออกไปโดยมีศรีนวลตามมาส่งและเตือนทั้งคู่ให้ระวังตัว ดาวตรวจกระสุนในลูกโม่อย่างคล่องแคล่ว ขณะที่บุญเหลือก็ตรวจหน้าไม้ของตน ก่อนพากันลงจากบ้านไปด้วยความมั่นใจ
ooooooo
หลังปล้นเงินจากเดือนไม่สำเร็จ เถ้าแก่ชิ้นกับมเหศักดิ์ก็มีอันต้องแยกกันหนี โดยเถ้าแก่ชิ้นไปกับลูกน้องสองสามคน ขณะที่มเหศักดิ์อยู่กับบันลือและสมุนอีกจำนวนหนึ่ง แต่สองกลุ่มยังหลบอยู่ในป่าเหมือนกัน
สักพักกลุ่มเถ้าแก่ชิ้นก็พบเห็นโย่งเดินร้องไห้เข้ามาร้องเรียกสมิง โย่งไม่มีที่ไปเพราะบ้านถูกไฟไหม้จึงจะมาขอความช่วยเหลือจากสมิง นี่เองทำให้พวกเถ้าแก่ชิ้นแอบสะกดรอยตามโย่งแล้วจับตัวมาคาดคั้นว่าสมิงอยู่ไหน
อีกด้านในป่า ศรีไพรกำลังจับตามองกลุ่มของมเหศักดิ์ซึ่งดูท่าทางไม่น่าไว้วางใจ และที่สำคัญบริเวณนี้ก็ใกล้กับผาช่องลมซึ่งเป็นที่ซ่อนตัวของสมิง เธอจึงเป่าหวูดเขาสัตว์เป็นสัญญาณบอกให้พวกสมิงรู้ตัวว่ามีผู้บุกรุกก่อนจะหลบไปเจอพวกเถ้าแก่ชิ้นกำลังขู่บังคับโย่งอยู่
ศรีไพรฝีมือเก่งกาจไม่แพ้ชายแถมยังมีอาวุธมากมายเข้าช่วยเหลือโย่งจนพวกเถ้าแก่ชิ้นสู้ไม่ได้และวิ่งหนีไปเจอกับพวกมเหศักดิ์ ส่วนศรีไพรก็ยังตามไม่ลดละ เลยเกิดปะทะกันดุเดือดก่อนที่สมิงจะโผล่มาช่วยเธอพ้นวงล้อมของโจรตัวจริง แต่ไม่ทันไรพวกมันก็ตามมาสาดกระสุนไม่ยั้ง ศรีไพรหยิบหวูดทำท่าจะเป่าอีกครั้งเพื่อเรียกพ่อของตนมาช่วยแต่สมิงห้ามไว้
“ทำไมล่ะ แค่ให้พ่อเฮี้ยนของศรีไพรตีตลบหลังก็จัดการพวกมันได้แล้ว”
“มันเสี่ยงเกินไป สมิงไม่ชอบให้ใครมาเสี่ยงแทน”
“ก็ไหนว่าสมิงกับพ่อเฮี้ยนเป็นเพื่อนตาย ทำแบบนี้แสดงว่าสมิงไม่ไว้ใจพ่อเฮี้ยนของศรีไพร”
“หยุดพูด แล้วทำตามเดี๋ยวนี้”
สมิงดุศรีไพรเนื่องจากในสถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาอธิบายให้มากความ แล้วสมิงก็ยิงระเบิดควันใส่ฝ่ายตรงข้ามก่อนจะพาพวกของตนหนีไปในพริบตา ทิ้งความเจ็บใจไว้ให้พวกมเหศักดิ์ที่มั่นใจว่าต้องมีเส้นทางลับแถวนี้แน่ เถ้าแก่ชิ้นเองก็มั่นใจเช่นนั้นจึงให้จัดกำลังสอดแนมไว้ หวังว่าไม่ช้าเราต้องรู้แหล่งกบดานของสมิงแน่
ขณะที่พวกเถ้าแก่ชิ้นถอยกลับออกจากป่า กลุ่มของสมิงก็พาโย่งเข้ามาในผาช่องลม และทำการซักถามจนได้ความว่าโย่งไม่มีที่อยู่เพราะบ้านถูกไฟไหม้
“แต่โย่งจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ กลับไปอยู่ในหมู่บ้านดีที่สุด แล้วฉันจะฝากผู้ใหญ่ให้”
“ขอบใจนะสมิง”
ศรีไพรท่าทียังไม่หายเคืองสมิง เธอเดินไปหาเสือเฮี้ยนแล้วตั้งคำถามอย่างไม่อ้อมค้อมว่าพ่อไว้ใจสมิงแค่ไหน
“มีเรื่องอะไร ทำไมเอ็งถามข้าแบบนี้”
“ก็วันนี้สมิงไม่ยอมให้ฉันเป่าหวูดเรียกพ่อออกไปช่วย แบบนี้ก็แสดงว่าสมิงไม่ไว้ใจพ่อใช่ไหม”
“สมิงต้องมีเหตุผลของเขา เอ็งคิดมากไปเอง”
“แต่สมิงกำลังดูถูกฝีมือพ่ออยู่นะ”
สมิงเดินเข้ามาได้ยินพอดี เขาขอโทษศรีไพรพร้อมกับอธิบายเหตุผลที่ไม่อยากให้เสือเฮี้ยนไปช่วยเพราะผาช่องลมเป็นสภาพที่ลึกลับ และถ้าวันใดที่นี่ถูกเปิดเผยพวกเราคงอยู่ไม่เป็นสุขกันแน่
ฟังเหตุผลนั้นแล้วศรีไพรค่อยหายโกรธ เสือเฮี้ยนเลยถือโอกาสสั่งสอนลูกสาวว่าอย่าเอาแต่ใจตัวเอง ต้องเชื่อฟังคนที่เป็นหัวหน้า เขาสั่งยังไงก็ทำอย่างนั้น ห้ามสงสัย
“ฉันผิดไปแล้วจ้ะ สมิง...ศรีไพรขอโทษนะจ๊ะ”
“สมิงไม่ถือสาศรีไพรหรอก แต่คราวหลังงอนน้อยๆ หน่อย ถ้ามีแฟนประเดี๋ยวแฟนจะขี้เกียจตามง้อ”
“บ้า...สมิงอ่ะ” ศรีไพรเขินหน้าแดงเดินหนีออกไปด้วยเข้าใจว่าสมิงมีใจให้เธอ แต่แท้จริงแล้วสมิงเอ็นดูเธอเหมือนน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น
เมื่ออยู่กันสองคน เสือเฮี้ยนถามสมิงเรื่องเข้ากรุงเทพฯ ว่าพร้อมหรือยัง
“พร้อมแล้ว เสือเฮี้ยนอยากจะให้สมิงจัดการใคร”
เสือเฮี้ยนหยิบรูปถ่ายเก่าๆออกมาจากกระเป๋าพร้อมบอกว่ามันชื่อชาญชัยเป็นนักการเมืองเลวที่ทำให้ตนต้องกลายเป็นโจร
“คนแบบนี้มันเป็นเสี้ยนหนามของแผ่นดิน ต้องกำจัดให้สิ้น”
“ตอนนี้สุขภาพข้าแย่ ไม่เหมือนเมื่อก่อน ไม่งั้นข้าคงไม่รบกวนสมิง”
“เราก็เหมือนเป็นเพื่อนตายกันแล้ว ความแค้นของเพื่อนก็คือความแค้นของสมิงเช่นกัน”
เสือเฮี้ยนยิ้มพอใจในคำพูดของสมิง ขณะที่สมิงมองรูปของชาญชัยด้วยสายตาดุดัน
ooooooo
ผู้กองระพีเข้าไปพบผู้การเลอสรรถึงห้องทำงานในวันรุ่งขึ้น เลอสรรแปลกใจว่าเขามาได้ยังไงแล้วคนที่ลานเทไม่สงสัยเอาหรือ?
“ทางโน้นผมให้จ่าสมหมายอยู่รับหน้า ใครถามก็บอกว่าผมไปงมหอยตกปลาแถวบางไทร เย็นๆถึงจะกลับ”
“อืม...ก็เป็นเรื่องปกติของคนที่นั่นอยู่แล้ว แต่ขากลับคุณน่าจะแวะตลาดหาซื้อปลาซื้อหอยไปฝากพวกชาวบ้านจะได้แนบเนียน”
ระพีรับคำแล้วหยิบสมุดเล่มหนึ่งส่งให้เลอสรร “นี่ครับ ระหว่างอยู่ที่นั่นผมลองวาดแผนที่คร่าวๆดู แล้วนี่ก็เป็นรายละเอียดเรื่องต่างๆของพวกชาวบ้านที่อยู่ในข่ายที่สงสัย ขอโทษด้วยนะครับที่ใช้ลายมือเขียนพอดีที่นั่นผมจะใช้พิมพ์ดีดไม่ได้”
“ขอบใจนะ ยังไงผมจะให้เสมียนมาพิมพ์ดีดเก็บไว้ไม่ต้องห่วง”
ไม่ทันจะคุยอะไรกันต่อ สร้อยเพชรโผล่มากะทันหัน เธอมองระพีอย่างชื่นชมในรูปร่างหน้าตา ยิ่งพอรู้ว่าเขาเป็นลูกชายของรัฐมนตรีภานุก็ยิ่งเป็นปลื้ม ทักทายถามไถ่อย่างเป็นกันเองก่อนจะบอกธุระของตนที่ต้องการมาเตือนเลอสรรว่าวันนี้ต้องไปงานวันเกิดคุณพิรุณ
แต่แล้วก็มีเหตุให้เลอสรรไปไม่ได้ เพราะลูกน้องรายงานว่าขณะนี้เกิดเหตุคนร้ายจับตัวชาญชัยนักการเมืองชื่อดังมุ่งหน้าไปทางรังสิต เลอสรรกับระพีนำกำลังเสริมตามไปสกัดคนร้ายซึ่งก็คือสมิงกับศรีไพรและลูกน้องอีกจำนวนหนึ่ง ที่กำลังจะพาชาญชัยไปให้เสือเฮี้ยนชำระแค้น
การเผชิญหน้าระหว่างสมิงกับเลอสรรขณะต่อสู้กันทำให้สมิงด่าทอต่อว่าเลอสรรด้วยความโกรธแค้น
“ไอ้คนหลอกลวง ผู้ชายอย่างแกมันไม่มีความรับผิดชอบ แกทำร้ายจิตใจผู้หญิงที่รักแกที่สุด ทิ้งได้แม้กระทั่งลูกกับเมีย”
“ลูกเมีย...ฉันไม่เคยทิ้งใคร อย่ามาพูดบ้าๆ”
“ไอ้เลว!” สมิงเลือดขึ้นหน้ากระโดดเข้าแย่งปืนทำให้ปืนหล่นลงพื้นจึงเปลี่ยนเป็นต่อสู้กันด้วยมือเปล่า ศรีไพรมีปืนในมือทำท่าจะยิงเลอสรรแต่เหิมห้ามไว้ด้วยเหตุผลที่ว่าสมิงไม่ชอบเอาเปรียบใคร แต่สำหรับชาญชัยไม่คิดอะไรทั้งนั้นนอกจากเอาตัวรอด เมื่อสบโอกาสเขาคว้าปืนจะยิงสมิงแต่โดนศรีไพรสกัดและยิงใส่ไม่ยั้ง พร้อมกันนั้นตำรวจก็กรูกันเข้ามาอีกกลุ่มเพื่อช่วยเหลือเลอสรรที่กำลังเป็นรองสมิง ศรีไพรกับเหิมเห็นท่าไม่ดีรีบดึงสมิงวิ่งไปทางท่าน้ำแล้วลงเรือหางยาวขับหนีรอดไปได้อย่างหวุดหวิด
ooooooo










