ตอนที่ 9
วันนี้หลังจากเมธีฉลองจบโครงการกับเพื่อนร่วมงานที่ห้องประชุมบริษัทแล้วกลับบ้าน ประภัสสรจูงน้องเมย์ออกมารับที่หน้าบ้าน ถามยิ้มแย้มว่าเหนื่อยไหม
“เห็นหน้าคุณกับลูก ผมก็หายเหนื่อยแล้วละ วันนี้ผมส่งมอบโครงการเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้ผมอยากพาครอบครัวไปเที่ยวทะเล แต่เอ๊...จะมีใครไปกับผมบ้างนะ...” เขาทำหน้าอำๆกับทั้งแม่และลูก
ประภัสสรให้ถามลูกดีกว่าถ้าน้องเมย์ไปตนก็จะไป น้องเมย์มองหน้าพ่อถามคิดๆว่า “ไปเที่ยวทะเลหรือ”
“ใช่น่ะสิ” เมธีก้มกระซิบอ้อน “ถ้าน้องเมย์ไม่โอเค พ่อก็อดไปเที่ยวกับคุณแม่นะ”
“น้องเมย์ก็อยากไปค่ะ แต่ชวนน้าวีไปด้วยดีไหมคะ” เมื่อเมธีกับประภัสสรเห็นด้วย น้องเมย์จึงโทร.ไปชวนปฐวี
ปฐวีทำเล่นตัวอ้างว่างานยุ่งมากเลย น้องเมย์บอกให้ชวนนาวินกับครูบี๋ไปด้วย ปฐวีก็เล่นแง่ว่ายังไม่รับปาก แต่พอวางสายก็สั่งจริญทิพย์ให้ทำใบลาให้ 3 วัน ตนจะไปพักผ่อน จากนั้นก็โทร.ชวนนาวิน ฝ่ายนั้นขอถามสุดนภาก่อน
เมื่อจริญทิพย์ทำใบลาของหมอปฐวีมาให้ ผอ.ปฐวีเซ็นอนุมัติ หมอหนึ่งมาเห็นพอดีถามว่าจะไปสัมมนาหรือ พอเขาบอกว่าจะไปเที่ยวทะเลกับครอบครัว ถามจะไปด้วยกันไหม หมอหนึ่งบ่นเสียดายที่ติดสัมมนา แต่ถ้าเสร็จเร็วอาจจะตามไป
ส่วนตันหยงในร่างน้องเมย์ วางสายจากปฐวีแล้วก็โทร.ชวนสุดนภาไปเที่ยวด้วยกัน สุดนภาบอกว่าไม่แน่ใจว่าจะลางานได้หรือเปล่า พอตันหยงบอกว่าอยากให้ไป ก็รับปากว่าจะพยายาม ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็เจอกัน
ooooooo
รุ่งขึ้นสายแก้วลากกระเป๋าเดินทางมาใส่รถ น้องเมย์ยืนดูอยู่ ปรงแก้วกับปรงขวัญวิ่งมาหาน้องเมย์ประสาเด็ก น้องเมย์ชวนไปเที่ยวด้วยกันไหม ทั้งสองอยากไป แต่พอปรางค์ทิพย์มาเห็นลูกอยู่กับน้องเมย์ ก็รี่เข้ามาจิก
“เข้าบ้านเดี๋ยวนี้เลย บอกกี่ครั้งแล้วห้ามมายุ่งกับมัน” แล้วแหวน้องเมย์ “ทีหลังอย่าสะเออะมาวุ่นวายกับลูกฉันอีกเข้าใจไหม” แล้วลากลูกทั้งสองกลับไป
“ระวังเถอะ เลี้ยงลูกแบบนี้ระวังลูกจะเป็นโรคจิต” ตันหยงมองตามอย่างสงสารเด็กทั้งสอง
ประภัสสรเดินมาถามว่าพร้อมหรือยัง น้องเมย์บอกว่าพร้อมแล้ว ถามว่าตกลงน้าวีไม่ไปกับเราใช่ไหม เมธีบอกว่าไม่รู้ ถามว่าแล้วน้าวีบอกน้องเมย์ว่าไงล่ะ น้องเมย์ได้แต่ทำหน้าจ๋อยๆ
แต่เพียงครู่เดียว น้องเมย์ก็ยิ้มออก เมื่อเห็นนาวินกับสุดนภามา เธอรีบเข้าไปกระซิบบอกเพื่อนว่า นึกว่าต้องไปคนเดียวเสียแล้ว แต่พอมองเลยสุดนภาไปก็ยิ่งดีใจ เมื่อเห็นปฐวีมาในชุดพร้อมเดินทาง แต่ก็อดงอนไม่ได้เมื่อรู้ว่าทุกคนช่วยกันหลอกตน จนปฐวีต้องโอ๋อยู่พักใหญ่
ถึงเวลาเดินทางสุดนภาชวนน้องเมย์ไปนั่งรถตน ปฐวีขัดขึ้นทันทีว่า
“ไม่ต้องหรอก หลานน้าวีก็ต้องไปกับน้าวีจริงไหม” ว่าแล้วจูงมือน้องเมย์ไปที่รถ ซึ่งน้องเมย์ก็ตามไปอย่างเต็มใจ
ปรงแก้วกับปรงขวัญเสียใจที่แม่ไม่ยอมให้ไปเที่ยวทะเลทั้งที่น้องเมย์ชวนแล้ว กลับถูกปรางค์ทิพย์ตวาด
“แกสองคนไปเชื่อมัน ไปเป็นลูกมันเลยดีไหม” ครั้นลูกบอกว่าอยากไปเที่ยวก็เอ็ด “หุบปากเดี๋ยวนี้เลย อย่าเรียกร้องให้มันมากนักได้ไหม” แล้วจับลูกไปฟาดระบายอารมณ์จนเด็กทั้งสองตกใจเสียขวัญ
เมื่อบุญศรีมาพาเด็กทั้งสองออกไปแล้ว ปรางค์ทิพย์กระแทกตัวนั่ง พึมพำหน้าเครียดนํ้าตาคลอ
“นังภัสมันมีดีอะไร ทำไมใครๆถึงพากันรักพากันหลงมันนัก แม้กระทั่งลูกของฉันยังอยากเป็นลูกมันเลย!”
ooooooo
ไปถึงโรงแรม ปฐวีกับนาวินขอตัวไปแจ้งเช็กอิน ให้ทุกคนรอสักครู่ สุดนภากับตันหยงในร่างน้องเมย์จูงมือกันวิ่งไปที่ชายหาดอย่างร่าเริง เมธีกับประภัสสรก็พากันเดินไปที่ชายหาด
สุดนภากับตันหยงมองเมธีกับประภัสสรที่เดินคุยกันไปอย่างมีความสุข สุดนภาเอ่ยกับเพื่อนรักว่า
“ฉันว่าแกได้ทำหน้าที่ของน้องเมย์อย่างดีที่สุดแล้วล่ะ”
ปฐวีได้กุญแจห้องจากทางโรงแรมก็มาจัดห้องนอน เขาถามน้องเมย์ว่าจะนอนกับครูบี๋หรือนอนกับน้าวี นาวินพยายามกันท่าให้น้องเมย์นอนกับน้าวี แอบหวังว่าตนจะได้มีโอกาสกับครูบี๋มากขึ้น แต่สุดนภารู้ทันด่าเขินๆ
“บ้า...” แล้วบอกปฐวี “คุณวีนอนกับคุณวินเถอะนะคะ บี๋จะนอนกับน้องเมย์เอง”
ประภัสสรอยากให้ลูกนอนกับตน แต่น้องเมย์ขอนอนกับครูบี๋ เพราะอยากคุยกับครูบี๋ การจัดห้องจึงลงตัว
เมื่อเข้าห้องนอน ตันหยงล้มตัวนอนบนเตียงพูดอย่างสบายใจมากว่า
“เฮ้อ...ขอเป็นตัวของตัวเองสักวันเถอะ สบายใจจัง...”
สุดนภาถามเพื่อนว่านึกยังไงถึงได้ชวนมากันเป็นพวงอย่างนี้ ตันหยงบอกว่าคุณเมธีเป็นคนชวนต่างหาก ตนก็เห็นว่าดี เขาทั้งสองจะได้เติมความหวานให้กันมากขึ้น ลบเลือนอดีตที่ผิดพลาดไปเสีย
“จะว่าไป เขาสองคนก็มีปัญหากันมานานแล้วไม่ใช่เหรอ แกก็ได้ช่วยสานสัมพันธ์ให้เขา แบบนี้แกคงได้เรียนรู้จากการเป็นน้องเมย์เหมือนกันนะ”
“ก็คงอย่างนั้นแหละ”
“ถ้าเป็นแบบนี้ แล้วเรื่องของแกล่ะ แกก็คงจะอภัยให้พี่พิรามแล้วสิ”
“จะมีประโยชน์อะไร ถ้าฉันยังคงต้องมีสภาพเป็นน้องเมย์ ป่วยการจะพูดถึง”
“ฉันหมายถึง ถ้าวันหนึ่ง แกมีโอกาสจะกลับคืนร่างเดิมของแกน่ะหยง แกจะให้อภัยพิรามไหม”
ตันหยงนิ่งไปอย่างครุ่นคิด
ooooooo
ทุกคนเที่ยวทะเลกันอย่างสนุก เมธีกับประภัสสรมีความสุขแบบผู้ใหญ่เล่นนํ้าเดินเที่ยวริมหาดกันเพลินๆ นาวินกับสุดนภาหยอกล้อกันประสาหนุ่มสาว ส่วนน้องเมย์ก็เล่นกับน้าวีอย่างน้าหลานที่สนิทกันยิ่งกว่าพ่อแม่
เช้าวันต่อมา ขณะนั่งทานอาหารกันที่โต๊ะริมทะเล ก็มีเหตุตื่นเต้นตกใจ เมื่อมีนักท่องเที่ยวร้องตะโกนว่ามีคนจมนํ้า ทั้งปฐวีและนาวินต่างแสดงความเป็นพลเมืองดี วิ่งไปทันที นาวินวิ่งไปก่อนตะโกนบอกปฐวีให้รอรับอยู่ตรงนั้น แล้วตัวเองก็วิ่งลุยลงทะเลไป ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่มองลุ้น
ไม่กี่อึดใจ นาวินก็พาร่างนักท่องเที่ยวคนนั้นเข้ามา ปฐวีรีบไปรับช่วยกันพามานอนที่ชายหาด ปฐวีรีบปั๊มหัวใจทันที ภรรยานักท่องเที่ยวคนนั้นยังตกใจ นาวินบอกเธอว่า
“ไม่ต้องห่วงนะครับ เพื่อนผมเป็นหมอ”
ปฐมพยาบาลจนเห็นว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว ปฐวีแนะนำให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลด่วน ภรรยานักท่องเที่ยวคนนั้นขอบคุณทั้งสองด้วยความตื้นตันใจที่ช่วยชีวิตสามีตนไว้
บรรดาคนที่มุงดูอยู่พากันปรบมือชื่นชมสองหนุ่ม นาวินมองไปรอบๆ ยิ้มยืดแอบยักคิ้วอวดสุดนภา พอเธอยกแม่โป้งให้ เขายิ่งยิ้มแก้มแทบปริ
ส่วนน้องเมย์มองปฐวีอย่างชื่นชม เขาเพียงแต่ยิ้มๆ เพราะเคยชินกับอาชีพหมอที่ต้องช่วยชีวิตคนอยู่แล้ว
เหตุการณ์ความเป็นความตายที่เห็น ทำให้ประภัสสรตกใจจนวิงเวียน เมธีบอกให้เธอขึ้นไปนอนพักเสีย ฝาก น้องเมย์อยู่กับครูบี๋สักพัก
เมื่อเมธีพาประภัสสรขึ้นไปแล้ว ตันหยงปรารภกับสุดนภาว่า
“ชีวิตคนเรามันเปลี่ยนแปลงง่ายแบบนี้เชียวหรือ ความเป็นกับความตายมันห่างกันแค่ชั่ววินาทีเดียวเท่านั้น”
“ก็แบบนี้แหละ คนเราคาดเดาอนาคตไม่ได้หรอก”
“นั่นน่ะสิ ฉันควรจะดีใจใช่ไหมที่ฉันยังมีชีวิต ยังมีลมหายใจอยู่ แต่ก็ไม่รู้จะต้องอยู่แบบนี้ไปอีกนานไหม”
ตันหยงมองออกไปทางทะเลอย่างเลื่อนลอย สุดนภาได้แต่มองเพื่อนด้วยความเห็นใจกับอนาคตที่มองไม่เห็น...
ooooooo
นาวินกับปฐวีนั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่ง ทั้งสองคุยกันประสาหนุ่ม นาวินถามว่าทำไมไม่ชวนหมอหนึ่งมาด้วย ปฐวีบอกว่าเธออาจตามมา นาวินมองหน้าเพื่อนถามว่าตกลงสนใจหมอหนึ่งหรือเปล่าน่ารักดีนะ เป็นตนจีบไปนานแล้ว
“เขาก็น่ารักดี แต่...” ปฐวีถอนใจยาว นาวินดักคอว่ายังติดใจตันหยงอยู่ใช่ไหม “ไอ้บ้า...เขาเป็นคนไข้โว้ย แถมยังมีคู่หมั้นเป็นตัวเป็นตนแล้วด้วย ว่าแต่แกเหอะตกลงนี่แกเอาจริงแน่แล้วหรือ”
“ยายบ้าบี๋น่ะเหรอ ใครได้เป็นแฟนช้ำในตายเลย” พอถูกปฐวีมองอย่างจับผิดก็ร้อนตัว “มองอะไร ไม่มีอะไร จีบขำๆ เล่นๆ ไม่มีอะไรเว้ย”
“ไม่มีอะไรงั้นฉันจีบ”
นาวินแกล้งต่อย บ่น “โหย...เล่นแรงนี่หว่า” ปฐวีหลบทันกอดคอเพื่อน พากันหัวเราะขำๆ
สุดนภาชี้ให้ตันหยงดูสองหนุ่มบอกว่าอย่างกับคู่เกย์เลย เห็นตันหยงมองปฐวีแล้วยิ้ม เลยถามดักคอว่า “แกหลงรักหมอวีรึเปล่า” ทำเอาตันหยงเขิน ย้อนถามเพื่อนว่า “แล้วถ้าใช่จะผิดหรือบาปไหม”
“ไม่ผิดและไม่บาป แต่แกอกหักแน่นอน ถ้าแกเป็นตันหยงละก็ ฉันให้เอ แต่ตอนนี้แกเป็นน้องเมย์ เข้าใจรึเปล่า”
ตันหยงอัดอั้นหน้าเสีย คว้าแก้วค็อกเทลของสุดนภาขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว สุดนภาโวยลั่นว่านั่นมันของตน ตันหยงดื่มแล้วทำหน้าเหยเกบ่น “ทำไมขมชะมัดเลย”
ผลคือ ตันหยงในร่างน้องเมย์แพ้แอลกอฮอล์เป็นผื่นแดงไปทั้งตัว จนปฐวีต้องเอายาทาให้ สุดนภารีบอาสาจะทาให้เอง แต่ปฐวีถือขวดยาไว้แน่นบอกว่าตนทาเองได้ แล้วดุน้องเมย์ที่ริดื่มจนเป็นผื่นแดงไปทั้งตัว
“เมื่อก่อนกินมากกว่านี้ยังไม่เป็นอะไรเลย” น้องเมย์หงุดหงิดที่โดนบ่นเลยเถียงไป แต่พอปฐวีถามว่าเคยกินที่ไหน ก็หน้าเสีย สุดนภารีบแก้ตัวให้ว่า น้องเมย์หมายถึงในช็อกโกแลตหรือว่าในฟรุตเค้กใช่ไหม น้องเมย์ผสมโรงอือออไปตามเรื่อง
“งั้นก็แล้วไป ทีหลังอย่าทำอีกแล้วกัน คราวหน้าน้าวีจะแถมไม้เรียวให้ด้วย”
พอปฐวีเดินออกจากห้อง สุดนภามองหน้าเพื่อนถอนใจเฮือก...“โอ๊ย...ฉันจะบ้าตาย”
ooooooo
วันเดียวกันนี้ หมอหนึ่งเข้าไปดูตันหยงในห้อง เห็นพิรามกำลังอ่านหนังสือให้ตันหยงฟัง หมอหนึ่งมองยิ้มๆ ถามว่าอ่านหนังสือให้ตันหยงฟังหรือ
“ครับ หมอปฐวีเคยบอกว่า ถ้าทำแบบนี้หยงอาจ จะรับรู้ได้” หมอหนึ่งชะงักถามว่าปฐวีมาเยี่ยมบ่อยหรือ “ก็บ่อยนะครับ เกือบทุกครั้งที่มา...จนผมรู้สึกว่าหมอปฐวีเอาใจใส่ดูแลคู่หมั้นของผมเป็นพิเศษ เพิ่งนึกได้ว่าหมอวีรู้จักกับคุณบี๋นี่เอง”
หมอหนึ่งนิ่งไปนิดหนึ่ง เธอมองแจกันดอกไม้ชมพิรามว่า น่ารักจังเลย เอาดอกไม้มาเยี่ยมคู่หมั้นทุกวัน
“อ้าว...นั่นไม่ใช่ดอกไม้ของทางโรงพยาบาลหรอกเหรอครับ” พิรามถาม หมอหนึ่งเดาได้ทันทีว่าต้องเป็นของปฐวี
เสร็จงานแล้วหมอหนึ่งมาที่ห้องทำงานของปฐวี เห็นดอกไม้แบบเดียวกับในห้องตันหยงก็ฉุกคิด แกล้งถามจริญทิพย์ว่าปฐวีไปพักอยู่ที่ไหน พอจริญทิพย์ส่งนามบัตรโรงแรมให้ เธอก็ออกไปทันที
เพียงตกเย็น หมอหนึ่งก็ไปถึงแล้ว เจอปฐวียืนอยู่ชายหาดก็เข้าไปหา เขาถามอย่างเป็นห่วงว่าจะมาทำไมไม่โทร.บอกก่อน แล้วพากันเดินเล่นไปตามชายหาดอย่างสนิทสนม ตันหยงที่เดินเล่นอยู่กับสุดนภาที่ชายหาดเห็นถึงกับเหงาไป
ยิ่งเมื่อมาปาร์ตี้กันริมสระน้ำ เมธีกับประภัสสรนั่งทานอาหารคุยกันอย่างสบายใจ สุดนภากับนาวินดูแลเอาใจใส่กันกระหนุงกระหนิง ปฐวีกับหมอหนึ่งช่วยกันปิ้งบาร์บีคิวอย่างใกล้ชิด
“จะมีอะไรน่าเบื่อกว่านี้อีกไหมเนี่ย ชีวิตนี้” ตันหยงนั่งเท้าคางบ่นกับตัวเองเซ็งๆ ครู่ใหญ่ก็ลุกไปชะเง้อมองบ่น “ทำไมน้าวียังไม่กลับมาอีก มีความสุขล่ะสิ”
ประภัสสรกับเมธีเดินมาถามว่าน้องเมย์บ่นอะไร เธอบอกว่าเหนียวตัวอยากไปอาบน้ำ เมธีจึงจะพาไปส่ง ประภัสสรถามว่าจะไปอยู่ห้องแม่ก่อนไหม เธอขอกลับไปห้องตัวเองดีกว่าเดี๋ยวสุดนภาคงมา ครั้นแม่ถามว่าแน่ใจนะว่าอยู่ได้
“แน่ใจสิคะ เมย์โตแล้วค่ะ” น้องเมย์ตอบอย่างมั่นใจ
“จะรีบโตไปไหน อยู่เป็นลูกสาวพ่อกับแม่แบบนี้ไปนานๆก็ได้” เมธีหยอก น้องเมย์ทำหน้างอน เมธีกับประภัสสรหัวเราะกัน เธอติงเขาว่าล้อลูกอีกแล้ว เมธีพูดยิ้มๆว่า
“จะว่าไป ผมรู้สึกว่า บางทีน้องเมย์ก็ดูเหมือนเป็นผู้ใหญ่ เพียงแต่อยู่ในร่างเด็กน้อยเท่านั้นเอง”
ooooooo
เมื่อเข้าห้องอยู่กับตัวเอง ตันหยงก็นั่งเศร้า คิดถามตัวเองว่าน้าวีชอบหมอหนึ่งหรือเปล่านะ? และเมื่อไปยืนที่ระเบียงมองไปเห็นทั้งสองเดินคุยกันอย่างร่าเริงที่ชายหาดก็ยิ่งเจ็บ
สุดนภากับนาวินยังอยู่ที่ริมสระน้ำ เห็นปฐวีกับหมอหนึ่งเดินผ่านไป สุดนภาถามว่าหมอหนึ่งเป็นแฟนปฐวีหรือเปล่า นาวินบอกว่าหมอหนึ่งมีใจให้ปฐวีแน่นอนแต่ปฐวีดูท่าจะยากเพราะคงยังไม่ลืมตันหยงเพื่อนเธอหรอก
“ว่าไงนะ...อย่ามาอำนะ ฉันซ้อมคุณแน่เลย” สุดนภาสะดุ้งเฮือกขึ้นมา
“คุณนี่ประหลาด พูดจริงก็ซ้อม อำก็บ่น ข้าพเจ้าขอสาบานว่าที่พูดมาเนี่ยจริงทุกคำพูดคร้าบบบบ”
สุดนภาลุกพรวดเดินออกไปทันที นาวินรีบวิ่งตามไปงงๆ พอไปถึงหน้าห้องพัก เธอไล่เขาให้กลับไปเสีย แล้วเข้าไปเรียกตันหยงจากที่นอนอย่างตื่นเต้นสุดๆ
“ฉันมีเรื่องจะบอกแก ตั้งใจฟังนะ คุณนาวินเขาบอกฉันเมื่อกี้นี้เองว่าหมอวีมีผู้หญิงที่ชอบอยู่แล้ว”
“แล้วไงล่ะ ฉันรู้แล้ว” ตันหยงตอบเซ็งๆ สุดนภาถามงงๆ ว่ารู้แล้วเหรอ?? “ไม่ต้องบอกฉันก็เห็นอยู่เต็มสองตานั่นแหละ หมอหนึ่งนั่นไง”
“ไม่ใช่ ไม่ใช่หมอหนึ่ง คนที่หมอวีชอบอยู่คือตันหยง แกรู้จักไหม”
ตันหยงมองหน้าสุดนภาตะลึง แทบไม่เชื่อหูตัวเอง
ปฐวีเดินเล่นกับหมอหนึ่งจนเหมือนจะเป็นหวัดจึงพากันกลับ นาวินเองก็รู้สึกไม่สู้ดีจึงมาอ้อนขอยาจากสุดนภา
ตันหยงนึกว่าปฐวีมาด้วยจึงมาชะโงกดู เห็นปฐวีมาส่งหมอหนึ่งที่หน้าห้อง หมอหนึ่งจุ๊บเขาก่อนเข้าห้อง ตันหยงวิ่งกลับไปนอนที่เตียงคลุมโปงร้องไห้อย่างเจ็บปวด
“หยง แกเป็นอะไร บอกฉันมาเถอะ อย่าทำแบบนี้เลย ฉันเป็นห่วงนะ”
“บี๋ ฉันอึดอัดใจจริงๆ ฉันอยากกลับไปเป็นตัวเอง อยากกลับคืนร่างเดิม ฉันไม่รู้ว่าต้องทำยังไง”
“ฉันเข้าใจหยง ฉันเข้าใจแก ใจเย็นๆนะ”
“อยู่ต่อไปก็กลัวหมอวีจะรู้ความจริง กลัวเขาจะโกรธจะเกลียดฉัน กลัวเขาจะคิดว่าฉันหลอกลวงเขา แกเข้าใจไหม
ฉันไม่รู้จะทำยังไง ฉันไม่รู้ว่าต้องทำยังไง...”
ตันหยงร้องไห้อย่างหนัก สุดนภาก็ได้แต่กอดเพื่อนไว้ด้วยความสงสาร เห็นใจ
ooooooo
ขณะที่ครอบครัวประภัสสรกำลังไปพักผ่อนกันอย่างมีความสุขนั้น ปรางค์ทิพย์ที่มีแต่ความริษยาอาฆาตกลับมีแต่ความทุกข์ใจ ร้อนใจ จนไปลงกับลูกทั้งสองตามเคย
ปรางค์ทิพย์โทร.ไปหาเสกสรร เมื่อเขาไม่รับสายก็ยิ่งระแวง จึงโทร.ไปหาเลขา รู้จากเลขาว่าเสกสรรเพิ่งจะออกไปทานข้าวเมื่อครู่นี้เอง
ไวเท่าความคิด ปรางค์ทิพย์ไปดักรอเสกสรรที่หน้าลิฟต์ พอลิฟต์มาประตูเปิด เอกเด็กชายเล็กๆก็วิ่งออกมาร้องบอกเสกสรรที่กำลังเดินตามออกมาว่า
“พ่อครับ เร็วสิครับเอกหิว”
“มาแล้วครับ รอคุณแม่แป๊บนึงนะ” เสกสรรก้มบอกกับหนูน้อย เมื่อริสาแม่ของเอกเดินออกมา เสกสรรมือหนึ่งจูงริสาอีกมือจูงเอกพากันเดินออกไปอย่างครอบครัวที่อบอุ่น น่ารัก
ปรางค์ทิพย์ช็อก พอตั้งสติได้ก็พุ่งเข้าอาละวาดด่าทอทุบตีเสกสรรจนถูกเขาผลักกระเด็นแล้วพาริสา
กับเอกเดินไปอย่างไม่แยแส
ปรางค์ทิพย์กลับถึงบ้านในสภาพยับเยิน พอมาถึงก็นั่งคร่ำครวญกับรูปครอบครัวที่ใส่กรอบวางอยู่
“คุณสรร...คุณทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง...” เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น แต่พอเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง แววตา
ก็กลับเป็นอาฆาตแค้น “ไม่! ฉันต้องไม่ร้องไห้ ฉันจะไม่ยอมแพ้ ไม่แพ้นังภัสเด็ดขาด!”
เธอนั่งจมอยู่กับความผิดหวังและริษยาอย่างโดดเดี่ยว เดียวดาย...
ooooooo
รุ่งขึ้น ปฐวีกับหมอหนึ่งลงไปเดินเล่นกันที่ชายหาดแต่เช้า เธอบ่นกับเขาว่าเสียดายที่วันนี้ต้องกลับแล้ว
ขณะเดินคุยกันนั่นเอง หมอหนึ่งถูกเปลือกหอยบาดเท้า ปฐวีประคองเธอไว้และดูแผลให้อย่างห่วงใย บอกว่าเอาผ้าอุดไว้ก่อน เพราะแผลแค่นี้คงไม่ต้องเย็บ หมอหนึ่งพยายามเดินแต่ทำหน้าเจ็บมาก ปฐวีจึงช่วยประคองกลับที่พัก
จึงมีปัญหาตามมาว่า หมอหนึ่งจะขับรถกลับอย่างไร ปฐวีอาสาจะขับรถให้เอง นึกได้ถามว่าเธอทานอะไรหรือยังแล้วลุกไปตักให้
น้องเมย์นั่งมองเซ็งๆ ส่วนอีกโต๊ะหนึ่ง นาวินนั่งอยู่กับสุดนภา เธอมองหมอหนึ่งบ่นว่า แค่นี้ก็ต้องให้หมอวีขับรถให้ด้วยหรือ ผิดกับเมธีกับประภัสสร เห็นความสนิทสนมเอาใจใส่ดูแลกันของปฐวีกับหมอหนึ่งแล้ว ประภัสสรชมว่า
“แหม...คู่นี้เขาน่ารักเหมือนกันนะคะ เมธี”
“ผมก็ว่างั้นแหละ” เมธีเห็นด้วย หันมาเห็นน้องเมย์นั่งนิ่ง “อ้าว...ทำไมไม่ทานละลูก” น้องเมย์บอกว่ายังไม่ค่อยหิว “งั้นหรือ ไว้ค่อยแวะหาอะไรทานกลางทางก็ได้นะ แล้วคุณล่ะคุณภัส ไม่เห็นทานอะไรเลย”
ประภัสสรบอกว่าตนยังรู้สึกเวียนหัวอยากนอนอย่างเดียว แล้วชี้ให้ดูหมอหนึ่งกับปฐวีที่ดูแลกันอยู่
“ดูโน่นสิคะ...ถ้าคู่นี้ลงตัว ภัสก็หมดห่วง ตาวีจะได้มีแฟนเสียที”
ตันหยงมองทั้งคู่แล้วหน้าเศร้า เบือนไปทางอื่นอย่างทนดูไม่ได้ นึกในใจอย่างเจ็บปวด
“ใครๆก็มองว่าคุณเหมาะสมกัน ก็คงเหมาะสมกันจริงๆ...”
ooooooo
สุดนภาเห็นปฐวีประคองหมอหนึ่งไปที่โต๊ะตักอาหาร เธอถามนาวินอีกทีว่าแน่ใจหรือที่ว่าปฐวีชอบตันหยง
“แน่ใจสิ” นาวินตอบหนักแน่น แต่พอเธอชี้ให้ดูหมอหนึ่งกับปฐวี เขาก็เปลี่ยนเสียง “เอ่อ...ผมก็ชัก
ไม่แน่ใจแล้วแฮะ...เอาเป็นว่าขอถอนคำพูดได้ไหม”
“บ้าจริง...แล้วเพื่อนฉันจะรู้สึกอย่างไงล่ะ”
“อ้าว...ก็เพื่อนคุณนอนอยู่โรงพยาบาล จะมารู้
เรื่องนี้ได้ไง หรือว่าคุณจะไปเล่าให้ฟัง เขาก็ไม่น่าจะรู้เรื่อง”
“พนันกันไหม! ว่าหยงรู้เรื่องทั้งหมด”
“อะไรของคุณเนี่ย” นาวินงงมาก เห็นสุดนภาเดินไปที่โต๊ะน้องเมย์เลยตามไปด้วย
ส่วนที่โต๊ะน้องเมย์ ประภัสสรก็เวียนหัวจนทานอะไรไม่ได้ น้องเมย์ก็เซ็งจนทานไม่ลงเหมือนกัน เมื่อหมอหนึ่งเดินมาถามว่าน้องเมย์สนุกไหม ก็ได้รับคำตอบแบบขอไปทีว่า “ค่ะ ก็ดี” จนปฐวีสงสัย แต่สุดนภาเข้าใจทันทีว่าเพื่อนอยู่ในอารมณ์ไหน
เพราะปฐวีขับรถให้หมอหนึ่ง น้องเมย์จึงต้องมานั่งรอคุณพ่อคุณแม่ ปรากฏว่าน้องเมย์นั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง มาถึงบ้านก็รีบเข้าบ้านขึ้นห้องนอนตัวเองทันที
“น้องเมย์เป็นอะไรรึเปล่า นั่งเงียบมาตลอดทางเลย” เมธีสงสัย
“คงไม่สบายตัวนั่นแหละค่ะ” ประภัสสรเดาแล้ว
บอกสายแก้ว “ของชุดใหญ่เดี๋ยวเอาไว้บนโต๊ะก่อนนะ อันนั้นของคุณย่ากับย่าแม้น จริงสิ ภัสจะเอาของไปให้พี่ปรางค์ก่อน คุณจะไปด้วยกันไหมคะ”
เมธีขอรอตรงนี้ดีกว่า ประภัสสรจึงไปคนเดียว พอเข้าบ้านก็ร้องบอกเด็กๆอย่างร่าเริงว่าน้ามีของมาฝาก ปรงแก้วกับปรงขวัญวิ่งมาหาด้วยความดีใจ เธอบอกปรางค์ทิพย์ว่าซื้อขนมไทยของชอบมาฝากด้วย เห็นพี่สาวเมินหน้าไปอย่างไม่ยินดียินร้าย ประภัสสรถามอย่างเป็นห่วงว่า
“พี่ปรางค์ไม่สบายหรือเปล่าคะ หน้าซีดจังเลย”
“ฉันไม่ตายง่ายๆหรอกแม่ภัส ขอบใจ ทีหลังไม่ต้องเอาของมาฝากฉันหรอก ฉันไม่อยากได้ของของใคร”
ฟังน้ำเสียง เห็นสีหน้า และคำพูดพี่สาวแบบนี้ ประภัสสรรีบขอตัวกลับ ปรางค์ทิพย์จิกตามองขบฟันพึมพำ
“ไปเที่ยวกันมา มีความสุขกันมากใช่ไหม” พูดแล้วเห็นลูกทั้งสองกำลังหยิบของฝากมาดูกันอย่างตื่นเต้นดีใจ ก็ลุกพรวดไปคว้าปาลงพื้น “ไม่ต้องไป
อยากได้ของของมัน นังศรี เอาไปทิ้งให้หมด อย่าให้ฉันเห็นรกลูกตา”
ปรงแก้วกับปรงขวัญตกใจรีบไปหยิบของฝากไปถือไว้ ปรางค์ทิพย์เดินไปที่ประตูเห็นเมธีประคองประภัสสรที่รู้สึกเวียนหัวเข้าบ้าน แรงริษยาก็กระพือทันที หันกลับมากระชากของฝากในมือลูกทั้งสองปาลงพื้นแล้วกระทืบๆๆจนปรงแก้วกับปรงขวัญตกใจร้องไห้ บุญศรีรีบกอดเด็กทั้งสองไว้
ooooooo
ปฐวีมาส่งหมอหนึ่งที่บ้าน หมอหนึ่งรั้งเขาไว้ อ้อนให้อยู่ทานข้าวเย็นเป็นเพื่อนตน ปฐวีตกลง เขาเข้าครัวช่วยเธอทำอาหาร หมอหนึ่งทำอาหารที่เคยทำทานด้วยกันตอนติวสอบกายวิภาคสมัยเรียน
ทั้งคู่ระลึกความหลังกันขำๆว่า เพราะอาหารที่เธอทำอร่อยมาก เขาเลยทานเสียจนพุงกาง พอหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน สุดท้ายหลับไปไม่ได้อ่านหนังสือ ต่างก็มีความทรงจำดีๆต่อกัน แต่ที่จำฝังใจหมอหนึ่งคือ...
ครั้งหนึ่งเธอถูกอาจารย์ตำหนิจนร้องไห้กระทั่งคิดจะลาออก แต่เพราะปฐวีให้ความหวังให้กำลังใจ ทำให้เธออดทนจนมีวันนี้ได้
“ผมดีใจที่มีส่วนช่วยเป็นกำลังใจให้หนึ่ง ทำให้มีหมอเก่งๆเพิ่มอีกคนนึง หนึ่งเป็นหมอที่เก่งมาก” ปฐวีเอ่ย
อาหารมื้อนี้ทำให้ทั้งสองได้ระลึกถึงความหลังดีๆที่มีต่อกัน ก่อนปฐวีกลับยังเตือนหมอหนึ่งอย่างห่วงใยว่าอย่าลืมทานยา พอปฐวีออกจากห้องไป หมอหนึ่งเข้าห้องยืนพิงประตูหลับตาอย่างมีความสุขกระทั่งฝันไกลถึงอนาคต...
ตันหยงคอยปฐวีอยู่จนดึก คิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างปฐวีกับหมอหนึ่งตลอดเวลาที่ไปเที่ยวด้วยกันแล้ว เธอบอกตัวเองอย่างเจ็บปวดว่า
“ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ฉันควรจะกลับไปอยู่กับครอบครัวของฉัน ฉันต้องหาทางกลับไปเป็นตันหยงคนเดิมให้ได้”
ตันหยงตัดสินใจที่จะพูดความจริงกับปฐวีทั้งหมด แต่พอเขากลับมาจริงๆ พอเธอถามว่าถ้าตนทำอะไรผิดพลาดน้าวีจะยกโทษให้ไหม ถูกปฐวีทักว่าพักนี้พูดแปลกๆหลายครั้งแล้ว เธอก็ใจฝ่อเปลี่ยนเป็นขอตัวไปนอนก่อน ปฐวีเรียกไว้บอกว่า
“ไม่ว่ายังไงก็ตาม ถ้ารู้สึกว่าเราทำผิด ต้องยอมรับความจริง ห้ามโกหกปิดบังเด็ดขาดเข้าใจไหม”
“ค่ะ น้าวี เมย์เข้าใจแล้ว” เธอตอบอย่างว่าง่ายแล้วเดินร้องไห้ออกไป ทำให้ปฐวียิ่งสงสัยว่าหลานรักเป็นอะไร?
กลับถึงห้องนอน ตันหยงโทร.ถึงสุดนภาบอกว่าพรุ่งนี้ให้มาหาตนแต่เช้าเลย เมื่อสุดนภามาหาเธอบอกทันทีว่า
“ฉันอยากพบตัวฉันเองสักครั้ง” สุดนภาถามว่าแน่ใจหรือว่าจะทำใจได้ “ฉันแน่ใจว่าฉันพร้อม”
สุดนภาถามว่าถ้าเจอพ่อกับแม่จะบอกยังไง จะพูดอะไรกับท่าน แล้วท่านจะเชื่อหรือ ตันหยงไม่อาจตอบได้รู้แต่ว่าตนต้องไป ขอให้เพื่อนช่วยด้วย ยํ้ากับเพื่อนรักว่า
“ยังไงฉันก็ต้องกลับไป เพราะมันอาจเป็นหนทางเดียวที่ทำให้ฉันกลับคืนร่างได้”
ความมุ่งมั่นของตันหยงทำเอาสุดนภาเครียด
ooooooo
หมอหนึ่งนัดพิรามไปนั่งคุยกันในร้านกาแฟ เธอเล่าว่าคณะแพทย์ไม่ได้ลงความเห็นว่าตันหยงจะเป็นเจ้าหญิงนิทรา แต่จากสภาพการณ์แล้วมีความเป็นไปได้สูง
พิรามหน้าเสีย หมอหนึ่งถามว่าทำไมไม่ลองพาตันหยงไปรักษาที่ต่างประเทศดู เขาขอให้หมอหนึ่งช่วยแนะนำด้วยไม่ว่าจะไกลแค่ไหนถ้ามีความหวังตนจะพาไปเอง หมอหนึ่งบอกว่าตนไม่มีข้อมูลพวกนี้ แต่หมอปฐวีสนใจเคสนี้เป็นพิเศษ เชื่อว่าหมอต้องมีข้อมูลนี้ อาสาจะเกริ่นกับหมอปฐวีดู ส่วนเขาก็ให้ลองปรึกษากับคุณพ่อคุณแม่ตันหยงดู
“ได้ครับ ผมจะรีบปรึกษากับท่านเลย ท่านคงดีใจมาก”
ปฐวีได้รับโทรศัพท์จากประภัสสรบอกว่าครูบี๋จะมาเยี่ยมตันหยงที่โรงพยาบาล น้องเมย์เลยขอตามมาหาเขาด้วย
สุดนภาพาตันหยงในร่างน้องเมย์มาที่ห้องพักตันหยง เจอบุหงากับพินิจ ตันหยงเข้าไปกอดด้วยความคิดถึง ส่วนบุหงาและพินิจกอดน้องเมย์ไว้ด้วยความเอ็นดู แต่พอดีจะต้องไปธุระจึงบอกน้องเมย์ว่าวันหลังให้มาบ่อยๆ
เมื่อตันหยงเข้าไปเห็นร่างตัวเองนอนนิ่งอยู่บนเตียง เธอเอื้อมไปจับมือ เอ่ยขอ
“น้องเมย์ หนูอยู่ในร่างฉันรึเปล่า เรามาคืนร่างกันเถอะนะ”
เมื่อไม่มีปฏิกิริยาใดๆ สุดนภาบอกให้เธอใช้สมาธิ ตั้งสมาธิ ตันหยงทำแล้วไม่ได้ผลตามเคย เธออ้อนวอน
“น้องเมย์คะ หนูต้องช่วยฉันนะคะ ถ้าฉันอยู่ในร่างของหนู แล้วน้องเมย์จะอยู่ที่ไหน หนูต้องกลับมาอยู่ในร่างของตัวเอง เราสองคนจะได้ใช้ชีวิตเป็นปกติ นะคะน้องเมย์”
“น้องเมย์ ช่วยเพื่อนของครูบี๋ด้วยเถอะ”
“น้องเมย์ น้องเมย์ต้องกลับเข้าร่างของตัวเองนะคะ น้องเมย์ต้องช่วยฉันด้วย” แล้วทั้งตันหยงและสุดนภาก็ตะโกนขึ้นพร้อมกัน “น้องเมย์...น้องเมย์...น้องเมย์...”
ทั้งสองรู้สึกเหมือนมีใครยืนอยู่ข้างหลัง พอหันมองก็ชะงักกึก หน้าเสีย เมื่อเห็นปฐวียืนมองทั้งสองหน้านิ่งอยู่!
“มาอยู่ที่นี่เอง รอตั้งนานแน่ะ” ปฐวีพูดยิ้มๆ แต่สองสาวใจเสียไม่แน่ใจว่าเขาได้ยินที่พวกตนพูดหรือเปล่า
“บี๋ผิดเองค่ะ นี่แวะมาเยี่ยมเพื่อนก่อนเลยพาน้องเมย์ติดมาด้วย ขอโทษนะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ น้องเมย์ไปกับน้าวีก่อนไหม” พูดนิ่มๆ ยิ้มๆ แต่มือที่ถือดอกกล้วยไม้จากห้องทำงานจะเอามาเยี่ยมตันหยง กำแน่นจนดอกกล้วยไม้ยู่ยี่ยับเยินไปกับมือ
ooooooo










