สมาชิก

แม่ยายที่รัก

ตอนที่ 9

มัทรีขับเรือมาจอดหน้าเกาะแล้วโดดลง เธอหันมาเรียกให้ติรกาลงไปเดินเล่น แต่คนที่ตามลงมากลับเป็นรชานนท์ที่เพิ่งได้สติ สาวน้อยโวยลั่นหาว่ารชานนท์ร่วมมือกับวันรบขัดขวางไม่ให้เธอบอกความจริงกับ แม่

รชานนท์อึ้ง ก่อนชวนมัทรีไปขึ้นเรือ เพื่อจะได้กลับไปบอกความจริงกับติรกา นาทีนั้นมัทรีคิดได้ว่า ลืมทอดสมอเรือ ครั้นหันกลับไปมองก็เห็นมันถูกกระแสน้ำพัดออกไปไกลแล้ว

มัทรีโวยวายโทษว่าเป็นความผิดของรชานนท์ที่ทำให้เธอต้องมาติดเกาะ

“มัท พ่อไม่ได้เป็นคนทำให้เรามาติดเกาะแบบนี้นะ”

“คุณจะโทษว่าเป็นความผิดมัทใช่ไหม ใช่สิ มัทมันส่วนเกินชีวิต ทำอะไรมันก็ผิดหมด ผิดตั้งแต่เกิดมาเป็นลูกคุณแล้ว” มัทรีสะบัดหน้าเดินหัวเสียขึ้นบนฝั่ง

รชานนท์สะเทือนใจตามไปปรับความเข้าใจกับลูก แต่ยิ่งพูดก็ยิ่งผิดใจกัน เพราะมัทรีไม่ยอมรับฟัง แถมยังประกาศว่าเธอเกลียดรชานนท์ที่ทำลายชีวิตเธอ

“คุณไม่ใช่พ่อของมัท” มัทรีเดินไปทางโขดหิน

รชานนท์รีบตามเพราะเห็นว่าโขดหินข้างหน้าค่อนข้างห่าง กลัวมัทรีจะพลาดตกลงไป เขาเรียกให้เธอกลับมาและเตือนให้ระวัง แต่มัทรีอวดดีก้าวพลาดเสียหลักหน้าจะทิ่ม รชานนท์พุ่งเข้ามาคว้าแล้วตัวเอง หน้าผากกระแทกกับหินเลือดไหล แต่ปากยังถามอาการมัทรี

“ไม่เป็นไร” มัทรีตอบแล้วรีบลุกขึ้นกลัวรชานนท์เห็นความห่วงใยในแววตา

รชานนท์ขยับจะลุกตามแต่รู้สึกมึน มัทรีหันมาถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า รชานนท์ส่ายหน้าข่มความเจ็บปวดไว้ ชวนมัทรีหาที่หลบฝนที่เริ่มโปรยปราย

เวลาเดียวกันนั้น ติรกากับวันรบเดินสวนสนามกันอยู่ที่ระเบียงบ้านพัก มีเตือนใจกับพุทรายืนชะเง้อรอมัทรีกับรชานนท์อยู่อย่างกระวนกระวาย สักพักชาวบ้านก็วิ่งมาบอกว่า เจอเรือสปีดโบ๊ตที่มัทรีขับออกไปลอยอยู่กลางทะเลจึงช่วยลากกลับมาให้ ทั้งสี่รีบวิ่งไปดูเห็นข้าวของยังอยู่ในเรือครบ แต่ไม่มีมัทรีกับรชานนท์

วันรบร้อนใจจะออกไปตามหา ติรกาขอตามไปด้วย แต่วันรบไม่ยอมกลัวว่าที่แม่ยายเป็นอันตราย ติรกายืนกรานจะไปให้ได้ ทำให้เตือนใจทนไม่ไหว คว้านกหวีดจากคอพุทราเป่าใส่ทั้งคู่ แล้วสั่งให้กลับขึ้นบ้าน

“ฉันรู้นะว่าเธอสองคนรักและห่วงยัยมัทมาก แต่ช่วยมีสติกันหน่อยได้ไหม ฝนตกแบบนี้ ถ้าเธอออกไปแล้วเจอพายุเป็นอะไรไป แล้วจะช่วยยัยมัทได้ยังไง ส่วนยายติแกอย่าเพิ่งแตกตื่น มันอาจไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้ รอให้ฝนหยุดแล้วเราค่อยออกตามหา ฉันขอสั่งนะ ห้ามทุกคนออกไปตอนนี้ ถ้าเธอสองคนไม่ฟังฉัน ก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่ ว่ายายอีก เราขาดกัน” เตือนใจหันไปพยักหน้าเรียกพุทราให้เข้ามาประคองกลับบ้าน

ติรกามองตาม แล้วหันมองวันรบที่ดูเป็นห่วงเป็นใยมัทรีมาก

ด้านมัทรีบนเกาะ เธอเดินนำรชานนท์เข้ามาตรงซอกหินอาศัยเป็นที่หลบฝน คุณพ่อยังหนุ่มมองรอบๆ เห็นว่ามันค่อนข้างมืดจึงสั่งให้มัทรีนั่งรออยู่ด้านในก่อน แล้วออกไปหาฟืนมาจุดไฟ

มัทรีทิ้งตัวลงนั่งเหงาพลางรำพึงถึงแม่ เช่นเดียวกับติรกาที่นั่งมองท้องฟ้าภาวนาขอให้ลูกปลอดภัย วันรบผ่านมาเห็นว่าที่แม่ยายนั่งเศร้าก็ยิ่งรู้สึกผิด

ooooooo

เสียงฟ้าคำรามทำให้มัทรีสะดุ้งตื่น เธอมองไปรอบๆเห็นกองไฟ แต่ไม่เห็นรชานนท์ก็ตกใจร้องเรียกเสียงลั่น

“มัท พ่อก่อไฟเสร็จแล้ว กลัวมัทหิว เลยออกไปหาอะไรมาให้มัทกินน่ะลูก” รชานนท์ถือมะพร้าวเดินเข้ามา

“แล้วทำไมไม่ปลุกมัท ถ้าป๋าเป็นอะไรไปจะทำยังไง”

รชานนท์อมยิ้มดีใจที่ลูกเป็นห่วง มัทรีรู้ตัวรีบกลบเกลื่อน “มัทห่วงตัวเองต่างหาก ถ้าคุณเป็นอะไรไป มัทก็ต้องอยู่คนเดียวน่ะสิ เพราะคุณทำให้มัทต้องมาติดเกาะแบบนี้”

รชานนท์ยอมอ่อนข้อไม่อยากทะเลาะกับลูกอีก เขาส่งมะพร้าวที่เปิดแล้วให้มัทรี แต่เธอทำฟอร์มว่า ไม่หิว ทั้งๆที่ท้องร้องดังมาก รชานนท์ยิ้มๆ แต่เก็บอาการขอร้องให้มัทรีทานมะพร้าวก่อน เพราะถ้าเธอไม่ทานเขาก็ไม่ทาน

“ถ้างั้นมัทกินก็ได้ ป๋าจะได้กินด้วย” มัทรีหยิบมะพร้าวมาเหมือนไม่สนใจ แต่พอดื่มนํ้าแล้วรีบกินเนื้อตามอย่างเอร็ดอร่อย

รชานนท์มองขำๆ มัทรีรู้สึกตัวเงยหน้าขึ้นมอง เห็นที่ขมับขวาของเขามีคราบเลือดไหลเป็นทางก็ตกใจ รชานนท์ว่า ตอนล้มหัวไปกระแทกโขดหินเข้า แล้วจะเอามือแตะแผล

“อย่าเอามือแตะ มือป๋าไม่สะอาด”  มัทรีร้องห้ามแล้วฉีกแขนเสื้อตัวเองออกไปรองนํ้าฝนมาเช็ดและพันแผลให้

“ขอบใจนะลูก”

“ก็ป๋าช่วยมัท ถือว่าเราไม่ติดค้างกัน” มัทรีทำเข้มถอยกลับไปนั่งที่เดิม

รชานนท์แตะผ้าที่พันอยู่บนศีรษะส่งยิ้มอย่างสุขใจ แล้วพลันชะงัก เมื่อเห็นมัทรีนํ้าตาคลอมองสายฝน เขาเอ่ยถามลูกว่า คิดถึงแม่หรือ

“ป่านนี้แม่คงเป็นห่วงมัทแย่แล้ว คุณยายบอกว่าเวลามัทไม่ได้อยู่บ้าน แม่จะไม่หลับจนกว่ามัทจะกลับหรือว่าได้ยินเสียงรถของมัท ถ้าแม่รู้ว่ามัทก่อเรื่อง แม่ต้องโกรธมัทแน่ๆ”

“ไม่มีใครโกรธมัทหรอก เพราะทุกคนรักมัท พ่อก็รักมัทนะลูก”

“ถ้ารัก คงไม่ปล่อยให้มัทต้องเป็นลูกไม่มีพ่อไม่ปล่อยให้แม่ต้องเสียใจ คุณไม่รู้หรอกว่าเด็กที่ไม่มีพ่อเหมือนคนอื่นเขามันเจ็บปวดแค่ไหน ให้มัทคิดว่าพ่อตายจากมัทไปยังไม่เสียใจเท่าที่รู้ว่ามัทโดนพ่อตัวเองทอดทิ้ง”

“พ่อไม่เคยทิ้งมัท มัทเข้าใจผิดนะลูก บอกพ่อได้ไหมว่าแม่เขาเล่าว่ายังไง”

มัทรีนิ่งคิดแล้วเอ่ยออกมา “พอแม่รู้ตัวว่ามีมัทก็ไปหาพ่อ แม่บอกคุณปู่ว่ามีมัท คุณปู่บอกว่าจะบอกให้พ่อติดต่อมา แต่พ่อก็ไม่เคยติดต่อมาเลย ทิ้งให้แม่เลี้ยงมัทคนเดียว”

“แม่เขาไปเจอคุณปู่ด้วยเหรอ พ่อไม่รู้เรื่องเลยนะ”

“ตอนนี้ ป๋าจะพูดอะไรก็พูดได้”

“มัทรู้ไหมว่า จากตรงนี้ถึงปลายทางที่ดวงจันทร์ ทางมันไกลแค่ไหน”

“มัทจะไปรู้ได้ยังไง”

“พ่อก็ไม่รู้หรอกว่ามันไกลแค่ไหน แต่พ่อรู้แค่ว่าปลายทางของพ่อคือการได้แต่งงานกับแม่ของหนู แต่คุณปู่อยากให้พ่อไปเรียนต่อ พ่อก็คิดจะพาแม่ของหนูไปด้วย แต่คุณปู่ให้พ่อเดินทางกะทันหันด้วยเหตุผลว่า

ที่มหาวิทยาลัยทางโน้นให้พ่อไปรายงานตัวด่วน และ ตอนนั้นพ่อไม่รู้จริงๆว่ามีหนู พ่อยอมไปเพราะคุณปู่บอกว่าจะออกทุนให้แม่ตามพ่อไป พ่อเฝ้ารอ...แต่แม่หนูก็ไม่มา จนพ่อได้รับข่าวจากคุณปู่ว่าแม่ของหนูแต่งงานกับหมอนพไปแล้ว พ่อเสียใจมาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะเรียนหรือทำอะไรได้อีก ถ้าไม่ได้ป้านีมาดูแล พ่อคงเร่ร่อนอยู่ที่โน่นไม่ได้กลับมาเมืองไทย มัทอาจจะไม่เชื่อ แต่พ่อเสียใจเสมอที่รู้ว่าพ่อไม่เคยได้ดูแลแม่ ดูแลลูก ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ พ่อจะไม่ยอมเสียโอกาสที่จะได้ดูแลแม่กับมัท”

มัทรีอึ้งมองหน้ารชานนท์ด้วยแววตาสับสน ขณะที่รชานนท์ก็มองมัทรีนิ่งรู้สึกถึงความผิดของตัวเองทะลักเข้ามาในหัวใจ

ooooooo

วันรบเข้าไปคุกเข่าขอโทษติรกา และโทษว่าเป็นความผิดของเขาเองที่ขัดขวาง ไม่ให้มัทรีบอกความจริงกับติรกาจนเกิดเรื่อง ติรกามองวันรบงงๆ ไม่รู้ว่าจะมาไม้ไหนอีก จึงเอ่ยถามว่า ทำไมถึงไม่อยากให้มัทรีบอกความจริงกับเธอ

“เพราะผมกลัวว่าถ้าคุณแม่ยายรู้ความจริงแล้วทุกอย่างจะไม่เป็นเหมือนเดิม ผมกลัวทั้งที่ผมรู้ว่าสักวันคุณแม่ยายก็ต้องรู้ความจริงทุกอย่างอยู่ดี ถ้ามัทกลับมาคราวนี้ แล้วเขาอยากจะบอกอะไรก็ตามผมก็จะไม่ขวางอีกต่อไป”

“แล้วนายไม่กลัวเหรอว่าทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม”

“กลัวครับ...แต่ผมเชื่อว่าความรักที่ผมมีต่อมัทจะทำให้คุณแม่ยายเข้าใจ แต่ถ้าคุณแม่ยายไม่เข้าใจ

ผมก็จะไม่ยอมแพ้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะอดทนเพื่อความรักของผม ผมอยากดูแลคนที่ผมรักและคนๆนั้นคือมัทเพียงคนเดียว”

เวลาเดียวกันบนเกาะ รชานนท์เห็นมัทรีนั่งสัปหงก จึงเรียกให้เข้ามานอนพัก แต่เธอยังทำฟอร์ม รชานนท์ขยับเข้ามาจับเธอนอนบนตัก แล้วร้องเพลงกล่อมเบาๆ พลางลูบหัวอย่างอ่อนโยน

มัทรีหลับตาพริ้มมีความสุขเพราะเป็นครั้งแรกที่มีพ่อมาดูแล

หลังพายุสงบ วันรบกับติรการีบออกไปตามหามัทรีกับรชานนท์ที่เกาะ ทั้งสองพบพ่อลูกนั่งหลบฝนอยู่ที่ซอกหิน ติรกาวิ่งเข้าไปกอดลูกด้วยความเป็นห่วง

“ลูกเจ็บตรงไหนหรือเปล่า เรือมันลอยกลับไป แม่ไม่เห็นลูก แม่ใจหายหมดเลย”

“มัทไม่เป็นไรค่ะแม่ แต่ป๋า” มัทรีหันไปทางรชานนท์

ติรกากับวันรบมองตามแล้วถามรชานนท์ว่า หัวไปโดนอะไรมา รชานนท์ส่งยิ้มบอกว่า ไม่เป็นไรเพื่อลูกเขาทนได้ แล้วเข้ามากอดติรกาบ้าง

มัทรีมองติรกากับรชานนท์อย่างสับสน ตัดสินใจจะบอกความจริงกับติรกา วันรบรู้ทันรีบขอร้องให้กลับไปคุยกันที่บ้าน มัทรีไม่ฟังดึงติรกามาใกล้ และไม่เห็นว่ามีงูอยู่ข้างหลัง แต่คนอื่นๆเห็นเต็มตาจึงร้องเรียกและพยายามจะดึงมัทรีออกไป

“ไม่ มัทจะไม่ไปไหนจนกว่าแม่จะฟังมัท” มัทรีสะบัดตัวหนีแล้วเงยหน้าไปสบตากับงูเข้าพอดี เธอกรี๊ดลั่น งูตกใจเสียงมัทรีจึงพุ่งเข้าใส่ วันรบกระโดดเข้าดึงตัวมัทรีให้พ้นวิถีจึงโดนงูฉกเข้าที่ต้นแขนเต็มๆ ก่อนมันจะเลื้อยหนีไป

“รบ อย่าเป็นอะไรนะ แม่คะ...ป๋า...ช่วยรบด้วย” มัทรีตกใจทำอะไรไม่ถูก

รชานนท์กับติรกาเข้ามาดูอาการวันรบ ติรกาตัดสินใจดูดเอาพิษงูออก แล้วหันมาสั่งรชานนท์ให้หาผ้ารัดเหนือต้นแขนไว้

“ไอ้รบไหวไหม ต้องรีบพาเจ้ารบเข้าฝั่งให้เร็วที่สุด” รชานนท์ประคองวันรบพากลับไปที่เรือ และโทร.ให้เตือนใจตามรถพยาบาลมารอรับที่ฝั่ง

ooooooo

“คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ” คุณหมอเดินออกมา จากห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาล

มัทรีเข้ากอดเตือนใจด้วยความโล่งใจ เช่นเดียวกับ ติรกาและรชานนท์ พุทราจะเข้ามาแจมด้วยแต่โดนเตือนใจ ดันไว้ ติรกาเข้าไปขอบใจวันรบที่ช่วยปกป้องมัทรี

“ผมบอกคุณแม่ยายแล้วนี่ครับ ว่าผมจะดูแลคนที่ผมรักให้ดีที่สุด” วันรบส่งยิ้มจริงใจ

ติรกายิ้มรับ เตือนใจมองติรการู้สึกว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไป จึงดึงลูกสาวออกมาคุยกันตามลำพัง ติรกายอม รับว่าเมื่อก่อนเธอปิดหูปิดตาไม่เคยมองหรือคุยกับวันรบ จริงจัง เพราะคิดว่าเขาคงเก่งแต่ปากหวานไปวันๆ แต่วันนี้เธอเห็นแล้วว่าเขารักมัทรีมากขนาดตายแทนได้

“งั้นติจะอนุญาตให้เขาแต่งงานกันอย่างเต็มใจแล้วใช่ไหม”

“เรายังมีเวลาดูความประพฤติว่าที่ลูกเขยอีกตั้งเดือน ถึงตอนนั้นหนูก็คงตัดสินใจได้ล่ะค่ะแม่ หนูจะไปซื้อ ของกินให้แก๊งเฝ้าไข้ คุณแม่จะกลับเข้าไปก่อนก็ได้นะคะ” ติรกาเดินออกไป

เตือนใจยกมือท่วมหัวภาวนา ขอให้ทุกอย่างดีแบบนี้ตลอดไป

แต่คำของเตือนใจดูจะไม่เป็นผล เพราะกระถินกำลังวางแผนร้ายหวังจับวันรบมาเป็นสามีให้ได้ เธอซื้อดีวีดีเรื่องอุ้มรักมาดู เพื่อเก็บข้อมูลเรื่องคนท้อง แล้วอีก หนึ่งอาทิตย์ต่อมา กระถินก็ทำโอ้กอ้ากเล่นละครหลอกวันทนีย์กับกำนันว่าเธอตั้งท้องกับวันรบ

ทั้งสองรีบพากระถินมาหาวันรบที่ราชบุรีและบังคับให้ถอนหมั้นกับมัทรีเพื่อรับผิดชอบกระถินกับลูกในท้อง แต่วันรบปฏิเสธเสียงแข็งยืนยันไม่เคยมีอะไรกับกระถิน

“เชื่อผมนะมัท ผมไม่เคยทำอะไรกระถินจริงๆ”

“เชื่อกระถินนะคะพี่มัท กระถินท้องจริงๆ”

มัทรีมองกระถินสลับกับวันรบอย่างชั่งใจ แล้วเอ่ยขึ้น “กระถิน พี่เห็นใจกระถิน ถ้ากระถินท้องจริงๆพี่จะถอนหมั้นกับรบ แต่พี่ก็รักวันรบมากเหมือนกัน...ดังนั้นพี่คงต้องขอให้กระถินไปตรวจที่โรงพยาบาล ให้หมอยืนยันว่ากระถินท้องจริงๆ เพราะถ้าไม่มีผลตรวจจากหมอ พี่ก็ไม่ถอนหมั้น”

กระถินอึ้งนิ่งไป ไม่รู้จะทำยังไงดี วันทนีย์เข้ามาจับมือกระถินอาสาพาไปตรวจที่โรงพยาบาลเอง แล้วหันมาเย้ยมัทรีให้เตรียมถอดแหวนหมั้นรอ

ooooooo

บ่ายวันเดียวกันนั้น ทุกคนตามมารอฟังผลที่โรงพยาบาล เพราะอยากรู้ว่ากระถินท้องจริงหรือไม่   ส่วน กระถินก็คิดหนักไม่รู้ว่าจะเอาฉี่ที่ไหนใส่ขวดพลาสติกไปให้หมอตรวจ แต่บังเอิญว่ามีหญิงท้องคนหนึ่งเดินมาเข้าห้องนํ้าพอดี กระถินจึงบังคับให้หญิงท้องฉี่ใส่ขวดพลาสติกที่หมอให้มาแล้วจับเธอขังไว้ในห้อง

ไม่นานนักหมอก็ออกมาแจ้งข่าวดีว่า กระถินตั้งท้องและแสดงความยินดีกับวันรบที่จะได้เป็นพ่อคน วันรบยืนตะลึงหันมายืนยันกับมัทรีว่าเขาไม่ได้ทำ กระถินไม่ได้ท้องกับเขา จึงถูกมัทรีตบเข้าเต็มหน้า

“ไม่ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองทำก็แย่พอแล้ว นี่รบยัง ดูถูกกระถินอีกเหรอ มัทผิดหวังในตัวพี่รบมากนะคะ

“ยายมัท...แม่ว่าให้ค่อยๆพูดกันก่อนดีกว่านะลูก” ติรกาเข้ามาปราม

“มัทไม่มีอะไรจะคุยแล้วค่ะแม่ ในเมื่อกระถินท้อง จริงๆ มัทจะถอนหมั้น” สิ้นเสียงมัทรี หญิงท้องที่ถูกกระถินจับขังในห้องน้ำก็เดินโวยวายพา รปภ. 2 คน เข้ามาหา

“นั่นไง มันยืนอยู่ตรงนั้นไง ไปจับมันเลยนังผู้หญิงโรคจิตที่ขโมยฉิ้งฉ่องของฉันไป” หญิงท้องชี้มาที่กระถิน

“ว่าไงนะ” ทุกคนเหวอไป

กระถินเห็นท่าไม่ดีจะวิ่งหนี แต่ รปภ.เข้าจับตัวไว้ได้ทัน

“ที่ผู้หญิงคนนี้พูดเป็นความจริงหรือเปล่า กระถินโกหกว่าพี่รบทำให้กระถินท้องโกหกใช่ไหม” มัทรีตะคอกใส่

กระถินเข้าตาจนยอมสารภาพว่าทำไปเพราะอยากแต่งงานกับวันรบจึงโดนมัทรีตบสั่งสอน

“นี่มันยังน้อยไปด้วยซํ้า โทษฐานที่เธอใส่ร้ายพี่รบ ทำให้คนที่ฉันรักต้องกลายเป็นคนเลวในสายตาคนอื่น เธอทำได้ยังไงกระถิน ไหนเธอบอกว่ารักพี่รบ แล้วเธอทำ กับคนที่รักแบบนี้เหรอ จำไว้นะกระถิน ทำร้ายฉันฉันไม่ว่า แต่ถ้าเธอทำร้ายพี่รบอีก ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่”

“จ้ะ” กระถินรับคำอย่างขยาด

วันทนีย์มองมัทรีอย่างประทับใจ ขณะที่ทุกคนยืน ตะลึง กระถินรู้ตัวว่าหัวเน่า เธอรีบเข้าไปยกมือไหว้ขอโทษวันทนีย์ แต่วันทนีย์ไม่ให้อภัยและไม่ขอนับญาติด้วย

กระถินร้องไห้โฮอ้อนวอนให้วันทนีย์เห็นใจ เพราะเธอทำไปเพราะรักวันรบจริงๆ

“ถ้าเอ็งรักไอ้รบจริง เอ็งไม่ทำแบบนี้หรอก เอ็งทำให้ไอ้รบกลายเป็นคนไม่ดี ไม่มีความรับผิดชอบ” วันทนีย์เชิดใส่ เช่นเดียวกับกำนันเรืองและอาไท

ติรกาเห็นใจกระถินจึงเข้ามาเจรจาขอให้วันทนีย์ยอมให้อภัยกระถินสักครั้งเพราะเธอยังเด็กนัก

“แต่ต่อไปข้าจะไว้ใจมันได้ยังไง”

“กระถินก็อยู่กับคุณมานาน ผิดครั้งเดียวคุณจะไล่กระถินออกจากบ้าน คุณทำได้ลงคอเหรอคะ”

วันทนีย์เห็นกระถินร้องไห้คร่ำครวญก็อดใจอ่อนไม่ได้ จำต้องเรียกกระถินกลับบ้าน เสือสำนึกบาปร้องไห้โฮด้วยความตื้นตัน รีบขอบคุณติรกา

“ไม่เป็นไร...แต่ถ้าต่อไปเธอพยายามจะทำลายความรักระหว่างมัทรีกับวันรบอีก อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอด” ติรกาส่งยิ้มเหี้ยม กระถินเหวอ รีบตามวันทนีย์ออกไป

เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ทุกคนแยกย้ายกันกลับ มัทรีเดินจ๋อยตามมาขอโทษวันรบที่ไม่เชื่อใจเขา วันรบเชยคางคนรักขึ้นมาย้ำว่า เขาไม่มีวันทำให้เธอเสียใจ

“มัทขอโทษ...แต่มัทโกรธคิดว่ารบโกหกมัท มัทคงทนไม่ได้ถ้าคนที่รักมัทโกหก สัญญากับมัทนะคะว่ารบจะไม่โกหกมัทไม่ว่าจะยังไงก็ตาม” มัทรีน้ำตาร่วง โผเข้ากอดวันรบ

“สัญญาครับ แต่มัทต้องสัญญาว่าต่อไปมัทจะหนักแน่น เชื่อใจผมและที่สำคัญที่สุด มัทต้องไม่ทำกับผมเหมือนที่ทำกับกระถินนะ”

“ก็ไม่แน่ ถ้าความประพฤติไม่ดีโดนแน่”  มัทรียิ้ม

ทะเล้น แล้วชวนให้วันรบโทร.ไปง้อวันทนีย์ที่ต้องเสียหน้าเรื่องกระถิน

วันรบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะกด แต่ก็เปลี่ยนใจบอกมัทรีว่าแบตฯหมด ขอใช้โทรศัพท์เธอแทน

เป็นเวลาเดียวกับที่วริษราพยายามโทร.หาวันรบ เพื่อจะหลอกเงิน แต่ติดต่อไม่ได้ จึงโทร.หาเจ๊กุ๊กไก่ ขอให้ช่วยหาลูกค้าแถวราชบุรีให้บ้าง เจ๊กุ๊กไก่จึงส่งเธอไปให้ธงฉานลูกค้าประจำ

ขณะที่ธงฉานใช้บริการของวริษราอยู่นั้น สมภพก็ส่งให้รุจีไปสร้างความร้าวฉานให้ติรกากับรชานนท์อีกครั้ง แต่คราวนี้ติรกาไม่ใจอ่อน เธอสวมบทโหดจิกใช้รุจีให้วิ่งวุ่น จนเตือนใจกับพุทราเห็นแล้วเหนื่อยแทน

วันต่อมา ธงฉานกับสมภพชวนกันมาพักที่รีสอร์ตของคุณแก้ว เพราะจะลอกไอเดียของพวกวันรบไปตกแต่งที่รีสอร์ตตัวเอง และได้พบกับวริษราที่เข้ามาสมัครงาน ธงฉานจำได้เรียกเธอว่า ริซซี่ และบังเอิญว่าวันรบเข้ามาได้ยินพอดี

วันรบโกรธมากดึงวริษราออกไปต่อว่า ธงฉานชวนสมภพตามไปแอบฟังจึงได้รู้ความลับของทั้งคู่เข้า แล้วแผนชั่วก็แล่นเข้ามาในสมอง เมื่อสองอาหลานหันไปเห็นมัทรีเดินออกมาตามหาวันรบ

สมภพกับธงฉานส่งสัญญาณเรียกให้มัทรีมาหาหวังจะให้เห็นชอตเด็ด ตอนวริษราโผเข้ากอดอ้อนวอนให้วันรบเห็นใจในความรักของเธอบ้าง

มัทรีเกือบจะเดินมาถึงอยู่แล้ว แต่เสียงคุณแก้วกรีดร้องดังขึ้นเสียก่อน วันรบตกใจรีบผละจากวริษราวิ่งไปดูคุณแก้ว จึงคลาดกับมัทรีไปอย่างเฉียดฉิว

ooooooo

“โอย...ปวดท้อง แก้วไม่ไหวแล้ว คุณนนท์อยู่ที่ไหน” คุณแก้วร้องลั่นด้วยความปวดท้อง

“ผมอยู่นี่แล้วครับคุณแก้ว” รชานนท์เข้ามาช่วยพชรประคองคุณแก้ว

“แล้วคุณรบมารึยัง คุณรบ” คุณแก้วมองหา

“มาแล้วครับ มีเรื่องอะไรกัน” วันรบวิ่งเข้ามา ตามด้วยมัทรีแต่เหตุการณ์ฉุกละหุกจนไม่ทันได้ถามไถ่กัน

“ท่าทางคุณแก้วจะคลอดน้องนะคะพี่รบ รีบพาไปโรงพยาบาลเถอะ”

“คุณรบกับคุณนนท์อย่าทิ้งแก้วนะคะ ต้องอยู่ข้างๆแก้ว เป็นกำลังใจให้แก้วด้วย โอย...ไม่ไหวแล้ว”

“จะคลอดลูกทั้งที ทำไมไม่เรียกหาสามีตัวเองวะ” พชรแอบบ่นแล้วช่วยประคองคุณแก้วไปขึ้นรถ แต่เธอไม่ยอมปล่อยมือจากรชานนท์และวันรบทำให้ภาพที่ออกมาดูวุ่นวาย

วริษรามองตามทั้งหมดอย่างงงๆ ส่วนสมภพกับธงฉานเจ็บใจที่มัทรีไม่ทันได้เห็นวันรบกับวริษราอยู่ด้วยกัน

“จะมาเจ็บท้องอะไรตอนนี้ คนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม” วริษราขยับจะเดินออกไป แต่ธงฉานเข้ามาขวางและเรียกเธอว่า ริซซี่ อีกครั้ง

วริษราชะงักรีบบอกปัดว่า เธอชื่อวริษรา

“ชื่อริซซี่เก็บไว้ใช้ตอนทำงานพิเศษสินะ” สมภพตามเข้ามา

“ใช่ ผมยังมีรูปถ่ายของเราอยู่เลยนะ รูปคืนนั้นน่ะ” ธงฉานหยิบมือถือขึ้นมาจะเปิดรูปให้วริษราดู

“อย่านะ” วริษรารีบเข้าแย่งมือถือมาจากธงฉาน แต่สมภพแย่งได้ก่อน

“ถ้าไม่อยากให้ใครเห็นรูป บอกมาว่าเธอรู้จักวันรบได้ยังไง”

วริษราจำต้องบอกความจริงกับสมภพและธงฉานว่า วันรบเป็นญาติของเธอและสนิทมาก

“แต่ก็ไม่มากพอที่จะเปลี่ยนจากญาติเป็นคนรัก” สมภพพูดแทงใจ

วริษราสวนว่า เป็นเพราะมัทรีมาแย่งวันรบไปต่างหาก

“ไม่จริง ไอ้หน้าจืดต่างหากที่แย่งน้องมัทไป”

วริษรากำลังจะเถียงอีก แต่สมภพขัดไว้ก่อน “พอได้แล้ว ใครจะหน้าจืด ใครจะแย่งใครฉันไม่สน ตอนนี้ฉันต้องการให้เธอแย่งวันรบกลับไปให้ได้ อย่าให้มีงานแต่งงานเกิดขึ้นเด็ดขาด”

วริษรานิ่งคิดแล้วเอ่ยถามว่า จะจ่ายเท่าไหร่ เพราะถ้าไม่มีค่าปิดปาก เธอก็จะเอาแผนชั่วของทั้งคู่ไปบอกวันรบ

“แล้วเธอไม่กลัวฉันไปบอกคนอื่น เรื่องงานเสริมของเธอบ้างเหรอ คิดดูดีๆ ว่าจะร่วมมือกัน ต่างคนต่างได้ประโยชน์หรืออยากจะให้ฉันแฉ” สมภพขู่กลับอย่างเหนือกว่า

วริษรามองสมภพกับธงฉานอย่างลังเลใจ แต่ไม่มีทางเลือกอื่น เธอยอมร่วมมือด้วย สมภพส่งยิ้มร้ายสั่งให้ธงฉานไปตามรุจีมาพบ เพราะงานนี้ยิงนัดเดียวต้องกินรวบ

ส่วนที่โรงพยาบาล มัทรี วันรบ รชานนท์ และพชรยืนลุ้นอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน สามีของคุณแก้ววิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกล้องถ่ายรูปและกล้องวีดิโอแล้วรัวคำถาม

“เมียผมคลอดรึยังลูกผมเป็นไงบ้าง แฝดชายหรือแฝดหญิงหรือได้แฝดทั้งชายทั้งหญิง แล้วใครคลอดก่อน คลอดห่างกันกี่นาที คุณได้เข้าไปดูตอนแก้วคลอดรึเปล่า ได้ถ่ายวีดิโอไว้ไหม แล้วลูกผมอยู่ไหน”

“โว้ย ถามเป็นพรืดขนาดนี้จะตอบยังไงล่ะครับ” พชรตะคอกใส่

สามีคุณแก้วพยักหน้าเข้าใจและจะอ้าปากถาม แต่ทุกคนห้ามไว้สั่งให้ฟังมัทรีพูดก่อน

“ลูกชาย ลูกสาว และภรรยาของคุณปลอดภัยดี แต่คุณแก้วยังไม่คลอด เธอแค่เจ็บท้องใกล้คลอดเฉยๆ”

“ไว้เจ็บท้องถี่ๆทุกครึ่งชั่วโมง คุณค่อยพาคุณแก้วมาโรงพยาบาลอีกรอบ ตอนนี้พาว่าที่คุณแม่กลับบ้านได้ครับ” รชานนท์บอกต่อ

ooooooo

รชานนท์กับวันรบเดินเข้ามาในห้องพักที่ตกแต่งเสร็จแล้วเพื่อเช็กความเรียบร้อย แล้วว่าที่พ่อตาก็หันมาคุยกับว่าที่ลูกเขย

“พรุ่งนี้ห้องที่ตกแต่งก็เรียบร้อยทั้งหมด ก็คงส่งมอบแล้วก็ปิดจ๊อบ”

“เสร็จเรื่องรบก็เหลือแต่เรื่องรักนะป๋า ที่ป๋ามาตื๊อๆแม่ยายผมนี่ ป๋าวางแผนไว้ว่ายังไง”

“ฉันเหรอ...ฉันก็อยากจะกลับมาอยู่กับครอบครัวฉัน ดูแลลูกเมียชดเชยกับที่ฉันทอดทิ้งเขาไป”

“แต่วันไหนถ้าแม่ยายความจำกลับมา เราจะตายหมู่นะป๋านะ”

“ฉันไม่กลัวหรอกว่ะ แกไม่เคยได้ยินเหรอ ความรักชนะทุกอย่าง”

“หืม ไม่คิดนะว่าป๋าจะเลี่ยนขนาดนี้”

“รักเปลี่ยนคนได้เว้ย เมื่อกลางวันตอนที่คุณแก้วเจ็บท้องจะคลอด ฉันเห็นสามีคุณแก้วตื่นเต้นฉันยิ่งเสียดายเมื่อวันที่มัทเกิด ฉันไม่ได้จับมือกระแตไม่ได้อุ้มมัท ฉันทำให้ลูกต้องเสียใจ ขาดความอบอุ่นทำให้เมียต้องลำบาก”

“เป็นผู้ชายที่แย่จริงๆ”

“ใช่ เฮ้ย ไอ้รบ ฉันพ่อตาแกนะ”

“ก็ล้อเล่น แต่ป๋ายอมรับว่าเป็นพ่อตาผมแล้ว ยกมัทให้ผมแล้วใช่ไหม เย้ๆ”

“ฉันเชื่อใจแก แต่ฉันก็ห่วงลูก มัทเคยเสียใจเพราะฉันมาแล้ว ฉันไม่อยากให้ลูกต้องเสียใจเพราะแก มัทรักแกมากนะ”

“ป๋าก็รู้ว่าผมรักมัทมาก ผมจะไม่ทำให้มัทเสียใจแน่นอน ถ้างั้นเราก็ต้องสู้ต่อไปนะป๋า เพื่อผู้หญิงที่เรารัก” วันรบยื่นมือให้รชานนท์ชกเบาๆ

“คุณวันรบคะ มีคนมาขอพบค่ะ” พนักงานเข้ามาตาม

วันรบเดินมาตามทางมืดสลัวในรีสอร์ต พลางนึกสงสัยว่าใครกันที่มาขอพบเขา แล้วจู่ๆวริษราก็โผเข้ามากอดพลางร้องไห้ฟูมฟายหลอกว่า แม่รู้เรื่องเธอทำงานกับเจ๊กุ๊กแล้ว วันรบเห็นใจกอดปลอบวริษราด้วยความสงสาร

ธงฉานที่แอบดูอยู่รีบรัวชัตเตอร์เก็บช็อตเด็ดไว้ เช่นเดียวกับสมภพที่ส่งรุจีเข้าไปปลุกปล้ำรชานนท์ถึงในห้องและแอบถ่ายภาพไว้

ooooooo

เช้าวันใหม่ บุคคลนิรนามส่งอีเมล์ไฟล์ภาพนิ่งของรชานนท์กับวันรบที่อยู่กับหญิงอื่นมาให้ติรกากับมัทรีดู สองแม่ลูกตีหน้าขรึมถือโน้ตบุ๊กออกมาเปิดให้รชานนท์ วันรบ เตือนใจ และพุทราดู ทั้งสี่อึ้งช็อกกับภาพตรงหน้า

“กระแตผมอธิบายได้นะ” รชานนท์ดึงติรกาออกมา

“คุณนอกใจฉัน” ติรกาตาวาว

“พี่รบ มัทไม่คิดเลยว่าพี่จะทำกับมัทแบบนี้” มัทรีพุ่งเข้าหาวันรบ

“มัท ฟังผมก่อนนะ ผมกับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีอะไรกัน”

“กอดกันขนาดนี้ยังจะโกหกมัทอีกเหรอ!”

“พุทรา” ติรกาเสียงแข็งสุดชีวิต

พุทรารู้หน้าที่รีบส่งปืนให้ เตือนใจตะโกนให้รชานนท์กับวันรบวิ่ง สองหนุ่มใส่ตีนหมาโกยอ้าวออกไปหาที่กำบังอยู่หน้าบ้าน ขณะที่ติรกายิงไล่หลังปังๆและประกาศก้อง

“ฉันให้โอกาสคุณ ยอมให้คุณเข้ามาอยู่ที่นี่เพราะคิดว่าคุณจะกลับตัวได้ แต่คุณมันเป็นจอมโกหก หลอกลวงไม่ต่างจากยี่สิบปีก่อน คนเลว”

“กระแต นี่คุณจำเรื่องทุกอย่างได้หมดแล้วเหรอ” รชานนท์ยื่นหน้าออกมาจากที่กำบัง

“ใช่”

“ตั้งแต่เมื่อไหร่คะคุณติ”

“นั่นสิ แม่จำได้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

ติรกาอึ้งหันมองเตือนใจ ผู้เป็นแม่เบือนหน้าหนี ทำให้ติรกาเจ็บใจตัวเองที่หลุดปากออกไป จึงเข้ากลบเกลื่อน

“ฉันจะจำได้ตอนไหนไม่ต้องสนใจ แต่ตอนนี้ฉันรู้เช่นเห็นชาติพวกคุณหมดแล้ว ออกไปให้พ้นจากชีวิตฉันไป” ติรกายิงใส่ไม่ยั้ง

วันรบเห็นว่าที่กำบังไม่ปลอดภัยเสียแล้ว จึงชวนรชานนท์กลับไปตั้งหลักที่บ้านพักของพชรก่อน

ติรกาเห็นสองหนุ่มขึ้นรถออกไปแล้วก็มาสั่งพุทรา

“ต่อไปนี้อย่าให้สองคนนั้นเข้ามาในบ้านได้อีก” ติรกาเสียงกร้าวแต่นํ้าตาร่วงด้วยความเสียใจ เธอหันมากอดปลอบมัทรีที่นั่งสะอื้น

เตือนใจกับพุทรามองสองแม่ลูกด้วยความสงสารพลางเปรยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นอาจเป็นแผนร้ายของใครบางคนที่จงใจส่งรูปเพื่อให้เข้าใจผิดกัน

“ไม่ว่าลูกเขย หลานเขยฉันจะทรยศจริงหรือไม่จริง ฉันก็ต้องรู้ให้ได้ก่อนว่ารูปพวกนี้ฝีมือใคร” เตือนใจเดินไปนั่งที่หน้าโน้ตบุ๊กมองรูปอย่างพินิจ

ติรกากับมัทรีมองหน้ากันเริ่มคล้อยตาม จึงชวนกันเข้ามาดูภาพอีกครั้ง

“แม่พุทรา รู้ไหมว่าที่นี่มันที่ไหน” เตือนใจหันมาถามแม่เลขาฯ แต่เธอส่ายหน้าเพราะไม่คุ้น

“นี่มันที่รีสอร์ตคุณแก้วนี่คะ” มัทรีจำได้

เตือนใจลุกพรวดสั่งให้พุทราเอารถออกเพราะจะไปสืบจากสถานที่จริง

เป็นเวลาเดียวกับที่พชรตั้งข้อสงสัยกับวันรบ และรชานนท์ว่า ดูจะบังเอิญเกินไปที่ผู้หญิงสองคนมานัวเนียกับสองหนุ่มในเวลาเดียวกัน แถมยังมีรูปเป็นหลักฐาน

“มันต้องเป็นแผนของใครสักคนแน่ๆ ผมต้องไปอธิบายกับกระแต” รชานนท์ผุดลุกขึ้น

“เดี๋ยว เรารู้ว่าเป็นแผน แต่พวกผู้หญิงจะยอมฟังเหรอ ถ้าไม่มีพยานหลักฐานยืนยันน่ะ” พชรดึงไว้

รชานนท์ชะงักมองหน้าวันรบบอกว่า จะไปถามรุจีเพราะอยากรู้ว่า เธอทำแบบนี้เพื่ออะไร

“งั้นผมจะไปหาฝั่งของผมเหมือนกัน” วันรบเอาด้วย

“ลุยเพื่อเมียเว้ย” พชรล้อ แล้วลุกขึ้นขอไปลุยด้วยคน ในฐานะขุนศึกคู่กาย และแนะนำว่าควรเริ่มจากวริษราก่อน เพราะรชานนท์ไม่รู้ว่ารุจีอยู่ที่ไหน

ooooooo

แม่ยายที่รัก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด