ตอนที่ 3
ขณะที่เตือนใจทะเลาะอยู่กับพุทราและแจ่มเรื่องจะขับเจ้าสกายแล็บรถคันเก่าไปจ่ายตลาด มัทรีโทร.มาบอกเตือนใจว่ารชานนท์กำลังไปหาติรกา เตือนใจร้องลั่น เพราะติรกากำลังอารมณ์บูด
พุทราได้ยินก็หน้าเสีย บ่นกับแจ่มว่า งานนี้ต้องมีตายกันไปข้างหนึ่งแน่ๆ แจ่มพยักหน้าเห็นด้วย เตือนใจอาศัยจังหวะที่ทั้งสองเผลอจะกระโดดขึ้นสกายแล็บ แต่พุทราคว้าตัวไว้ได้ทัน พลางขอร้องให้คุณยายอยู่ช่วยกันก่อน เตือนใจโวยวาย ไม่อยากโดนลูกหลง แต่สุดท้ายก็ถูกพุทรากับแจ่มลากไปที่โรงงานจนได้
ด้านมัทรี เธอขี่อีแต๋นที่ขอยืมมาจากชาวบ้านพาวันรบตะลุยท้องนา เพื่อจะไปช่วยรชานนท์ เธอข้ามทุกอย่างที่ขวางหน้า แล้วไปติดแหง็กอยู่บนคันนา จึงต้องเปลี่ยนพาหนะใหม่เป็นเจ้าควายที่ไถนาอยู่กลางทุ่ง
วันรบทำหน้าสยอง แต่ก็ยอมขึ้นหลังควายไปด้วย
ครู่ต่อมา รชานนท์เดินดุ่มๆมาที่หน้าโรงงาน พุทรา เตือนใจ และแจ่มกรูเข้ามาห้าม ชายหนุ่มยืนกรานจะพบติรกาให้ได้ เพราะมีเรื่องต้องคุยกัน แจ่มหยิบนกหวีดมาเป่าห้าม แต่ดันหันไปเข้าหูพุทราที่ยืนอยู่ในวิถีพอดี พุทราไม่ยอมแพ้ เป่านกหวีดใส่แจ่มบ้าง กลายเป็นศึกนกหวีด
เตือนใจมองทั้งคู่อย่างงงๆ รชานนท์ฉวยโอกาสย่องเข้าไปในโรงงาน เตือนใจหันมาเห็นเข้า จึงเรียกพุทราให้ตามไป แล้วสั่งให้แจ่มเฝ้าหน้าประตูไว้ พร้อมกำชับว่า ถ้าได้ยินเสียงปืนก็โทร.เรียกรถพยาบาลได้เลย
แจ่มรับคำด้วยท่าทางหนักใจ เขามองซ้ายขวาหาตัวช่วย ก็พบมัทรีกำลังควบควายเข้ามา โดยมีวันรบซ้อนหลัง หัวหน้า รปภ.ร้องลั่นไม่อยากเชื่อสายตา มัทรีรีบลงจากควายวิ่งหายเข้าไปในโรงงาน วันรบจะตาม แต่นึกได้หันมาสั่งแจ่มให้เอาควายไปคืนเจ้าของด้วย แล้ววิ่งตามคนรักเข้าไป
“อย่าบอกนะ ฉันต้องขี่แกกลับไปคืนน่ะ” แจ่มมองควายที่ทำหน้ามึนใส่
พุทรากับเตือนใจตามมากางแขนกั้นไม่ให้รชานนท์เข้าไปพบติรกา จึงถูกชายหนุ่มส่งยิ้มพิฆาตใส่ สองสาวต่างวัยยืนอ่อนระทวยกอดกันกลม ยอมให้รชานนท์เดินผ่านไปหน้าตาเฉย
วันรบกับมัทรีวิ่งตามมาแล้วต้องชะงัก เมื่อเห็นเตือนใจกับพุทราในสภาพเหม่อๆ มัทรีเข้าไปเขย่าตัวเรียกถามว่าเกิดอะไรขึ้น
“จำได้ว่า พี่กับคุณเตือนมาห้ามคุณนนท์ แล้วคุณนนท์ก็ยิ้ม” พุทราเคลิ้ม นึกถึงรอยยิ้มของชายหนุ่ม
“อาการแบบนี้เจอรอยยิ้มพิฆาตของป๋านนท์ชัวร์” วันรบมั่นใจ รีบดึงมัทรีเข้าไปตามรชานนท์ออกมา ก่อนที่จะสายเกินไป
แต่รชานนท์ได้พบกับติรกาแล้ว และกำลังต่อว่าเธอเพราะเข้าใจผิด วันรบ มัทรี เตือนใจ และพุทราตามเข้ามาแอบฟังเพราะสงครามเกิดแล้ว
“คุณด่าผมว่าเลว ชั่ว โกหก ผมไม่ว่า แต่คุณหลอกผม ผมรับไม่ได้ ผมผิดหวังจริงๆ ที่เคยรักผู้หญิงหลายใจอย่างคุณ”
“ว่าฉันว่าอะไรนะ” ติรกายืนตะลึง
“ผู้หญิงหลายใจ”
“ไอ้คนเลว” ติรกากรี๊ดลั่น คว้าดินปั้นโอ่งใกล้มือขว้างใส่รชานนท์ “แกโกหกฉัน ทิ้งฉัน ยังมีหน้ามาใส่ร้ายฉันอีก เลวๆ”
รชานนท์จะโต้ตอบ แต่ไม่มีโอกาส เพราะติรกาปาดินมาไม่หยุด เขาหันไปหยิบแผ่นไม้ขึ้นมาเป็นโล่ป้องกันตัว แล้วตะโกนตอบโต้
“คุณต่างหากที่โกหก คุณสวมเขาให้ผม”
ติรกาชะงัก หันมามองพวกเตือนใจที่ยืนตะลึง มัทรียิงคำถามกับแม่
“สวมเขา เขาใช้กับคนที่เป็นสามีภรรยากันไม่ใช่เหรอคะ แม่...นี่แม่กับป๋านนท์”
ติรกาไม่ตอบ เธอกรี๊ดลั่นแล้วหยิบก้อนดินขึ้นมาขว้างใส่รชานนท์ด้วยท่าทางของนักเบสบอลมืออาชีพ รชานนท์มองไปรอบๆแล้วหยิบท่อนไม้ขึ้นมาตีตอบโต้อย่างมืออาชีพเช่นกัน
พุทราเข้ามาพากย์ราวกับได้ดูการแข่งขันเบสบอลคู่ประวัติศาสตร์ แต่เอนเอียงไปทางรชานนท์จนติรกาทนไม่ไหว หันมาขู่ว่าจะตัดเงินเดือนสองพันและเดือนนี้จะไม่จ่ายเบี้ยเลี้ยง
พุทราหน้าเสียหุบปากทันที รชานนท์เข้าประเด็น รีบถามติรกา
“กระแต...คุณท้องกับพี่หมอทั้งที่เรายังไม่เลิกกันใช่ไหม”
ติรกาหันมองรชานนท์น้ำตาคลอ ตัดสินใจเดินหนี เพราะกลัวเขาจะเห็นน้ำตา
“เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องนะกระแต กระแต” รชานนท์เดินตามติรกาไป
มัทรีข้องใจ หันมาขอคำอธิบายจากเตือนใจ เตือนใจว่า จะเล่าให้ฟังทีหลัง แล้วชวนทุกคนตามไปดูติรกากับรชานนท์
ooooooo
“20 ปีที่ผ่านมา ผมถามตัวเองมาตลอดว่า ทำอะไรไม่ดี ทำไมคุณถึงทิ้งผมไปแต่งงานกับพี่หมอ” รชานนท์เดินมาดักหน้าติรกา แต่เธอไม่ทันได้ตอบ
วันรบที่ตามมาก็หันมาถามเตือนใจว่า พี่หมอคือใคร พุทราตอบแทนว่า เขาคือพ่อของมัทรี แล้วเสียงรชานนท์ก็ดังขึ้นอีก
“คุณนอกใจผม คุณท้องมัทรีตั้งแต่ผมยังไม่ได้ไปเรียนต่อเมืองนอก มัทรีนี่ไงที่เป็นลูกของคุณกับพี่หมอ เป็นหลักฐานที่ฟ้องความจริง”
“ยายมัทน่ะเป็น...”
“ยายติ” เตือนใจเรียกลูกสาวพลางส่งสายตาเตือนให้รู้สึกตัวว่ามัทรีอยู่ที่นี่ด้วย
“เราจบกันไปแล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก” ติรกาจะเดินหนีอีก
“ผู้หญิงขี้ขลาด ดีแต่หนีความจริง ไม่กล้ายอมรับความผิดที่ตัวเองทำไว้...ไม่คิดเลยว่า คุณจะเป็นคนแบบนี้ ไม่คิดจริงๆว่ายี่สิบปีที่ผ่านมา ผมมองคุณผิดมาตลอด...” รชานนท์เดินเข้ามา
ติรกาสุดทน ตบเข้าที่หน้าชายหนุ่ม “ฉันผิดเอง... ผิดที่ไม่เลือกพี่หมอตั้งแต่แรก ผิดที่เลือกคบคนอย่างคุณ พุทราพาผู้ชายคนนี้ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้”
“ไม่ต้อง” รชานนท์ตวาด แล้วหันมาบอกวันรบ “แกอยากพิสูจน์ตัวกับคนบ้านนี้ก็ตามใจ แต่ฉันจะไม่มาเหยียบที่นี่ และฉันจะไม่ทนเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้อีกเด็ดขาด” รชานนท์หันกลับมามองติรกาอย่างดูถูก โกรธแค้นแล้วเดินจากไป
ติรกามองตามรชานนท์ทั้งโกรธทั้งเกลียดทั้งเสียใจในสิ่งที่เขาพูด เธอเดินหนีไปร้องไห้ในสวน
“ยายติ...” เตือนใจตามมาปลอบใจ ติรกาน้ำตานองเอ่ยถามแม่
“ทำไมมันเป็นแบบนี้คะแม่ ต้องเป็นหนูไม่ใช่เหรอที่เป็นฝ่ายด่าเขาให้สะใจ แล้วทำไมหนูกลายเป็นคนผิด เป็นผู้หญิงหลายใจ ทั้งที่หนู...หนู”
“แม่เข้าใจ” เตือนใจดึงลูกมากอดพลางครวญเพลงปลอบใจ โดยไม่รู้เลยว่า มัทรีแอบยืนมองอยู่อย่างไม่เข้าใจว่า มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างติรกากับรชานนท์
ด้านวันรบ เขาขอข้อมูลเรื่องรชานนท์กับติรกา พชร และนลินี
“ฉันรู้แค่ว่าเมื่อยี่สิบปีก่อน ไอ้นนท์มันโดนผู้หญิงที่ชื่อกระแตทิ้ง มันอกหักอาการหนักเลย อยู่เมืองไทยไม่ไหวต้องหนีไปเรียนต่อเมืองนอก” พชรบอกข้อมูลคร่าวๆ แล้วหันไปมองนลินีที่เดินเข้ามาพร้อมจานผลไม้วางดังตึงอย่างอารมณ์ขึ้น
“จริงๆ ไม่รู้ว่าแม่ไหน้ำปลาปีศาจนั่นตาถั่วหรือไง ไปเลือกแต่งงานกับไอ้แว่นหน้าจืดที่เป็นรุ่นพี่ เจ้านนท์ น่ะไปอยู่ที่โน่นก็ไม่เป็นอันเรียน ตรอมใจอยู่เป็นปี พี่บินไปเยี่ยมเห็นสภาพแล้วแค้นมาก ที่เจ้านนท์โดนผู้หญิงเลวๆแบบนั้นหลอก”
“เมียจ๋า ฟังจากที่ไอ้รบเล่า ผมว่าไอ้นนท์ก็ยังอาลัยอาวรณ์คนรักเก่าอยู่นา อย่าไปพูดให้มันสะเทือนใจล่ะ”
“แล้วป๋าไม่ได้เล่าให้ฟังเหรอครับว่า สาเหตุที่เลิกกันเพราะอะไรน่ะครับ”
“จะมีอะไร ก็ทางโน้นหน้าที่การงานดีกว่า รวยกว่าน่ะสิ ไม่งั้นจะทิ้งผู้ชายหล่อลากเลือดอย่างน้องชายพี่ได้ยังไง”
“ณ จุดนี้ขอให้เมียจ๋าใช้คำว่า หล่อลากเลือดชมเจ้านนท์คนเดียวนะ ไม่ต้องชมผมแบบนั้น ฟังแล้วสยอง”
“คุณน่ะหล่อลากดิน แต่ถ้าหักหลังฉันแบบแฟนเก่าเจ้านนท์ คุณได้หล่อลากไส้แน่” นลินีข่มขู่จริงจัง แล้วหันมาเตือนวันรบว่า อย่าคิดนอกใจแฟน เพราะการโดนทรยศไม่ใช่เรื่องสนุก
“ทรยศ...ใช่ เรื่องนี้ด้วยครับที่ผมรู้สึกเหมือนว่าทั้งป๋านนท์กับว่าที่แม่ยายผมพูดเหมือนต่างคนต่างโดนโกหก ทรยศ หักหลัง”
“แม่นั่นคงหาเรื่องกลบเกลื่อนน่ะสิ น้องชายพี่น่ะรักใครรักจริง”
“แล้วก็คงจะรักนานด้วย...” พชรมองไปทางห้องรชานนท์อย่างเป็นห่วง
ส่วนรชานนท์ เขานั่งน้ำตาซึมดูรูปเก่าๆของตัวเองกับติรกาสมัยเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ในห้อง และบังเอิญมีรูปของหมอนพติดมาด้วย ทำให้ยิ่งแค้น
“ไอ้หมอไม่มีจรรยาบรรณ ทำแฟนคนอื่นท้อง” รชานนท์โยนรูปลงถังขยะแล้วเตะซ้ำ แต่รูปหมอนพกระเด็นออกมาอีก และเป็นภาพตอนที่หมอช่วยทายาแก้คันให้รชานนท์ที่เผลอดื่มนมวัวเข้าไป
“มาทำดีทายาให้เรา ที่แท้ก็หวังทำคะแนนกับกระแต” รชานนท์ขยำรูปทิ้งไป แล้วหยิบรูปอีกใบขึ้นมาดูเป็นรูปถ่ายติรกาดื่มกาแฟกระป๋อง ส่วนหมอนพดื่มนมกล่อง
“สร้างภาพว่ากินแต่นมเลยสุขภาพดี...ถ้าดีจริงแล้วทำไมตายเร็ววะ” รชานนท์พูดจบก็ขยำรูปทิ้ง พลันเสียงมัทรีที่บอกว่า เธอแพ้นมวัวเหมือนพ่อดังเข้ามาในความคิด
“พี่หมอไม่ได้แพ้นมวัวนี่หว่า” รชานนท์นิ่งไปนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวัน แล้วเริ่มทบทวนก่อนตัดสินใจกลับราชบุรีอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ความจริง และแน่นอนว่าต้องมีวันรบติดตามไปด้วย
ooooooo
เช้าวันใหม่ วันรบนัดแนะให้มัทรีพาเตือนใจออกมาพบกับรชานนท์ เพื่อสอบถามเรื่องพ่อของมัทรี เตือนใจพึมพำกับตัวเองเบาๆว่า คงถึงเวลาแล้ว นางจึงเอ่ยปากกับรชานนท์ว่า นอกจากพ่อของมัทรีจะแพ้นมวัวแล้ว ยังชอบดื่มน้ำส้มคั้นอีกด้วย
“ใช่ค่ะ แม่เคยเล่าว่า พ่อชอบให้แม่คั้นน้ำส้มใส่ถุงไปให้ดื่มที่มหาวิทยาลัยทุกเช้า เพราะพ่อชอบน้ำส้มคั้นสดๆ มากกว่าน้ำส้มแบบกล่อง”
รชานนท์อึ้ง พูดไม่ออก เตือนใจแอบสังเกตอาการลูกเขยแต่ไม่พูดอะไร
“เป็นอะไรไปล่ะป๋า...นิ่งเงียบขนาดนี้ เข้าใจว่าที่แม่ยายผมผิดล่ะสิ” ขาดคำ รชานนท์ก็วิ่งเข้าไปหาติรกาในบ้าน
“ถึงเวลาจริงๆด้วย รีบตามเร็ว” เตือนใจวิ่งนำมัทรีกับวันรบตามรชานนท์ไป
รชานนท์จะวิ่งขึ้นไปหาติรกาบนห้อง แต่พุทราเข้ามาดึงไว้ เขาจึงตะโกนเรียกให้ติรกาลงมาคุยกันให้รู้เรื่อง
ติรกาเปิดประตูออกมาหน้าเหี้ยม ขู่ว่าเธอโทร.ไปแจ้งตำรวจแล้ว แต่รชานนท์ไม่สน ขอคุยกับเธอเป็นการส่วนตัว
“ฉันไม่คุย อยากตะโกนโหวกเหวกให้คอพังก็เชิญ” ติรกาสะบัดหน้าเชิดเดินหนี
รชานนท์ตัดสินใจกวนโมโหติรกาเพื่อให้เธอหันกลับมา “ถ้าไม่คุย ผมจะบอกเรื่องของเราให้ทุกคนรู้ ผมจะเล่าทุกอย่าง...ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน เล่าในทุกๆเรื่อง”
ติรกาทนไม่ไหว หันกลับมาชี้หน้ารชานนท์ “หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ ฉันไม่เคยมีอดีตอะไรร่วมกับคุณ”
“ยิ่งคุณลืมอดีตของเราแบบนี้ ผมยิ่งต้องทบทวน...เริ่มจากไหนดี เริ่มจากคืนนั้นที่คุณใส่ชุดเดรสสีชมพูลายจุดดีไหม หรือว่าที่มาของชื่อกระแตที่ผมตั้งให้คุณดีล่ะ”
ติรกาหน้าเสีย กลัวรชานนท์จะพูดมากกว่านี้ เธอลากชายหนุ่มไปคุยกันในห้องทำงาน ทิ้งให้เตือนใจ วันรบ มัทรี และพุทรามองตามด้วยสายตางงงัน
ครั้นอยู่กันตามลำพัง รชานนท์ก็เอ่ยถามติรกาว่า มัทรีเป็นลูกของเขาใช่ไหม แต่ติรกาปฏิเสธ รชานนท์อ้างเรื่องมัทรีแพ้นมวัว
“ใครๆก็แพ้ได้ ไม่ต้องเป็นกรรมพันธุ์ก็ได้”
“แต่คุณบอกมัทรีว่า เธอแพ้นมวัวเหมือนพ่อ ไหนจะเรื่องน้ำส้มคั้นอีกล่ะ คุณไม่เคยคั้นน้ำส้มให้พี่หมอ คุณคั้นให้ผม ตอบผมมาสิ มัทรีเป็นลูกผมใช่ไหม เขาเป็นลูกของเราใช่ไหม”
ติรกายืนเครียดไม่ตอบอะไร เพราะกลัวความลับทั้งหมดจะเปิดเผย เธอยังไม่สามารถให้อภัยและยอมรับรชานนท์ได้
“ถ้าคุณไม่พูด ผมจะตามแม่คุณกับยายมัทมาคุยให้รู้เรื่อง” รชานนท์เดินไปเปิดประตูห้อง
“คุณไม่มีสิทธิ์เข้าใกล้ยายมัท” ติรการีบตามไปปิดประตูห้อง ไม่ให้รชานนท์ออกไป
“ถ้ามัทไม่ใช่ลูกผม ทำไมคุณต้องห้ามด้วย ผมนับย้อนจากวันเกิดของมัทรีแล้ว ตอนที่คุณเริ่มท้อง มันใกล้ๆกับวันที่เรา...เอ้อ เราเมา จากงานเลี้ยงของชมรมทั้งคู่ แล้วคืนนั้นเราก็...”
“คืนนั้น...มันเป็นความผิดพลาดที่สุดในชีวิตฉัน” ติรกาน้ำตาร่วง
“แสดงว่าคืนนั้น คุณท้องกับผมจริงๆ”
“ไม่ใช่ ยายมัทไม่ใช่ลูกของคุณ จะเชื่อหรือไม่เชื่อมันก็เป็นสิทธิ์ของคุณ แต่จากนี้ไป...ฉันขอสั่งห้ามไม่ให้คุณเข้าใกล้มัทรีเด็ดขาด”
“ยังไงมัทรีก็ต้องทำงานกับผม”
“ฉันจะฉีกสัญญา ต้องขึ้นศาลเสียเงินเท่าไหร่ฉันก็ยอม แต่ฉันจะไม่ยอมให้คุณเข้าใกล้ลูกสาวของฉันอีกเป็นอันขาด”
“เอาเลย ฟ้องเลย ผมจะได้ขอหมายศาลตรวจดีเอ็นเอ เพราะถ้ามัทรีเป็นลูกของผมจริงๆ ผมจะได้ประกาศให้ทุกคนรู้พร้อมกัน” รชานนท์เปิดประตูห้องเดินออกไปอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า
ติรกาได้แต่นิ่ง ทำอะไรไม่ถูก
รชานนท์เดินออกมาถึงสวนสวยบริเวณบ้านเตือนใจด้วยความสับสน เพราะทำตัวไม่ถูกที่มัทรีกลายมาเป็นลูกสาว แต่สัญชาตญาณความเป็นพ่อที่มีอยู่เต็มร้อย ทำให้เขาโดดเข้าไปถีบวันรบ เพราะเข้าใจผิดคิดว่ารุ่นน้องลวนลามมัทรี
วันรบแปลกใจกับท่าที่เปลี่ยนไปของรชานนท์ จึงเข้าไปฟ้องเตือนใจ คุณยายหัวเราะขำ พลางลอบมองรชานนท์อย่างรู้ทัน ส่วนรชานนท์ก็พอเดาออกว่า คุณแม่
ยายคงไม่ปริปากบอกเรื่องพ่อของมัทรีแน่ จึงชวนวันรบกลับเพราะไม่อยากให้อยู่ใกล้ชิดลูกสาวมากเกินไป
ครั้นอยู่กันตามลำพังในรถ รชานนท์ก็เปิดฉากซักฟอกว่าที่ลูกเขยว่า ตอนนี้วันรบอยู่ในฐานะแฟนหรือสามีของมัทรีกันแน่ วันรบยืนยันว่า เขาไม่เคยล่วงเกินมัทรีเลย เพราะให้เกียรติเธอ และจะรอจนถึงวันแต่งงาน รชานนท์พอใจ และซักต่อว่า เลิกกับเด็กเก่าๆหมดแล้วแน่หรือ
“แน่สิป๋า...ผมน่ะรักเดียวใจเดียว...เฮ้ย ป๋าอยู่ๆมาสอบสวนเรื่องผมกับมัททำไมเนี่ย นี่ถ้าไม่รู้จักกันผมต้องคิดว่าป๋าเป็นพ่อมัทแน่ๆ ซักผมซะสะอาดเชียว”
“ก็ฝึกไว้น่ะ” รชานนท์รำพึง แล้วเปลี่ยนเรื่องคุยเอาดื้อๆ
“วัยทองเปล่าวะเนี่ย” วันรบเป็นงงกับอาการของรุ่นพี่
ติรกามองตามรถของวันรบที่แล่นออกไป แล้วเอ่ยถามตัวเองว่า จะทำอย่างไรให้วันรบกับรชานนท์ไปจากครอบครัวเธอเสียที แล้วพุทราก็วิ่งหน้าเริ่ดเข้ารายงานว่า หาตัวจริงที่จะทำให้ วันรบกับมัทรีเลิกกันได้แล้ว
“จริงเหรอ รีบพาตัวคนๆนั้นมาพบฉันให้เร็วที่สุด” ติรกายิ้มอย่างมีหวัง
พุทราเชิดหน้าอย่างมั่นใจ พาติรกาเข้าไปดูสไลด์และรับฟังข้อมูลที่เตรียมไว้ในห้องทำงาน
ภาพของวันรบและครอบครัวถูกฉายขึ้นหน้าจอพร้อมคำอธิบาย “คุณวันรบเป็นลูกชายคนเดียวของกำนันเรืองและคุณนายวันทนีย์ ผู้มีชื่อเสียงของจังหวัดสุพรรณบุรี”
ooooooo
เสียงเพลงอะเมซซิ่งสุพรรณของเสรี รุ่งสว่าง ดังเจื้อยแจ้วมาจากวิทยุ มีกำนันเรืองนอนร้องเพลงตาม พลางเคาะนิ้วให้จังหวะอย่างอารมณ์ดี อยู่ตรงระเบียงบ้าน
แล้วจู่ๆวิทยุก็เปลี่ยนจากเพลงเป็นเสียงโฆษกถ่ายทอดสดการประกาศผลสลากกินแบ่งรัฐบาล เพราะวันทนีย์เข้ามายึดวิทยุเปลี่ยนคลื่นเพื่อรอลุ้นหวย
“เพิ่งไปรับน้ำมนต์มงคลชีวิตมา ถูกหวย...ถูกหวย...วันนี้รวย เพี้ยง” วันทนีย์ยกมือท่วมหัว
กำนันเรืองหมั่นไส้ร้องเพลงฉ่อยประชดเมียเรื่องคนบ้าหวย วันทนีย์คันปากอดไม่ได้ต้องร้องตอบ แต่พอรู้ว่าถูกแดกดันก็ตวาดให้กำนันไปดูกฎของบ้านที่ติดอยู่ตรงข้างฝาอย่างชัดเจน
“กฎข้อหนึ่ง...เมียต้องถูกเสมอ ข้อสอง...เมื่อไหร่ที่คิดว่าเมียผิด ให้ย้อนกลับไปดูข้อหนึ่ง” กำนันเรืองอ่านดังๆแล้วเข้ามาบีบนวดเอาใจภรรยา “แหะๆ พ่อก็ไม่ได้ว่าอะไร...ถ้ามันเป็นความสุขของแม่ก็เล่นไปเถอะจ้ะ”
วันทนีย์ยิ้มพอใจ มองกำนันเหมือนจะบอกว่าเข้าใจถูกต้องแล้ว
ด้านติรกา เมื่อฟังข้อมูลเรื่องพ่อกับแม่ของวันรบจากพุทราแล้วก็ยังไม่เข้าใจว่า ทั้งสองจะมาช่วยแยกวัน–รบออกจากมัทรีได้อย่างไร
“อันนี้แค่น้ำจิ้มค่ะ ของเด็ดมันอยู่ต่อจากนี้ค่า”
พุทรากดที่เครื่อง ภาพสไลด์เปลี่ยนเป็นหน้ากระถิน สาววัยรุ่นสุดเซ็กซี่ที่พ่อแม่ส่งมาขัดดอกกับวันทนีย์ตั้งแต่เด็ก และวันทนีย์ก็หมายมั่นจะให้มาเป็นสะใภ้ เพราะเธอช่างเอาอกเอาใจเก่ง
ooooooo
“กระถิน...เอาน้ำให้แม่สักแก้วสิลูก” วันทนีย์เรียกหา
“ค่า...” กระถินเดินเข้ามาในสภาพผ้าแถบนุ่งโจงกระเบน ถือแก้วน้ำคลานเข่าเข้ามาหาวันทนีย์ แต่ไม่ค่อยถนัดจึงสะดุดจะล้มลงตรงหน้ากำนันเรือง
กำนันเรืองตกใจยกมือรับตัวกระถินไว้ แล้วแอบชำเลืองความขาวของเนินเนื้อหน้าอกแบบเนียนๆ
“พี่กำนัน เป็นอะไร” วันทนีย์ตวาดนึกระแวงสายตาสามี
กำนันเรืองรีบทำเข้ม หันมาดุกระถินกลบเกลื่อน “นังกระถิน เดินยังไงของเอ็งเนี่ย แล้วเอ็งเพี้ยนหรือเปล่าแต่งตัวอย่างกับนางทาส”
“ก็คุณป้าสอนให้กระถินรักความเป็นไทย ถึงมันจะเดินเหินยากเย็น แต่เพื่อให้คุณป้าชื่นใจ กระถินยอม...” กระถินบีบน้ำตาบอกคำขวัญประจำตัว
“ก็ใช่...แต่ขนาดนี้มันก็เกินไป แค่กระถินงามมารยาทอย่างไทย เป็นกุลสตรีไทยก็พอ ไปเปลี่ยนไป” วันทนีย์โบกมือไล่
“ค่ะคุณป้า” กระถินจะคลานเข่าออกไป แต่วันทนีย์เรียกไว้ สั่งให้เรียกนางว่าแม่
“งั้นกระถินก็ยอมค่ะคุณแม่...” เอ่ยพลางคลานเข่าออกไป
กำนันเรืองมองตามบั้นท้ายอย่างกรุ้มกริ่ม แล้วหันมาบอกกับภรรยาที่เคารพ “แม่จ๋า เจ้ารบมันไม่ได้ชอบพอกับเด็กกระถินนี่ ลูกเราก็มีแฟนแล้ว แม่เล่นมัดมือชกขนาดนี้ ถ้าเจ้ารบมันไม่ยอม...”
“ต้องยอม...สมัยนี้จะหาผู้หญิงหัวอ่อนว่านอน สอนง่ายอย่างแม่กระถินนี่มีที่ไหน ฉันอบรมมาแต่อ้อนแต่ออก ถ้าตารบคิดจะหาลูกสะใภ้ให้ฉัน ก็ต้องเป็นกระถินคนเดียว”
เวลาเดียวกันนั้น พุทราร่ายประวัติของกระถินให้ติรกาฟังอย่างละเอียดยิบ
“เด็กกระถิน ถูกส่งมาขัดดอกที่บ้านคุณวันทนีย์ตั้งแต่สิบขวบ คุณวันทนีย์อบรมสั่งสอนเรื่องงานบ้านงานเรือนชนิดไม่ขาดตกบกพร่อง ไม่ว่าจะทำกับข้าว ทำความสะอาดบ้าน เย็บปักถักร้อย”
“นี่มันตรงข้ามกับยายมัททุกอย่างเลยนี่” ติรกาทึ่ง
“ถูกต้องค่ะ คุณมัททำกับข้าวสุนัขเบือนหน้า เรื่องทำความสะอาดบ้านไม่เคยมีในหัว เย็บปักถักร้อยเรียกว่าเอาเข็มทิ่มผ้าแบบส่งๆ สรุปคือไม่มีความเป็นกุลสตรีสักนิด”
“ห้าร้อย ฐานหลอกด่าลูกฉัน”
“เฮ้ย พุทราแค่เปรียบเทียบให้ฟังนะคะ ว่าอย่างคุณมัทไม่เข้าข่ายเป็นสะใภ้แม่คุณรบเลย”
ติรกาสีหน้าเจ้าเล่ห์ ปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที รีบเอ่ยกับเลขา “งั้นเธอก็รู้ใช่ไหมว่า ฉันคิดอะไรอยู่ คราวนี้ล่ะเจ้ารบ เสร็จแน่ ฮ่าๆ” ติรกาหัวเราะแบบนางมาร
พุทราพึมพำกับตัวเองว่า ไปซะแล้ว เจ้านายเรา
ooooooo
ติรกาวางแผนให้พุทราโทร.ไปหลอกวันทนีย์ว่า วันรบได้รับรางวัลจากรายการไทยเที่ยวไทยไปราชบุรี แต่ขอสละสิทธิ์ให้แม่ไปแทน และทางรายการก็อนุญาต ให้มีผู้ติดตามได้หนึ่งคน แต่ต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้น
วันทนีย์ชวนกระถินไปเที่ยวด้วยกัน และไม่คิดสงสัยอะไรเลย เพราะแจ่มที่ปลอมตัวเป็นคนขับรถมารับถึงสุพรรณฯ แล้วช่วยโฆษณาชวนเชื่อ “พิเศษสุด ถ้ารีบตัดสินใจตอนนี้ คุณจะได้รับเลขเด็ดสำนักอาจารย์ดัง ฟันแม่นเป๊ะจากอยุธยา และตำรากลยุทธ์ขูดเลข ฟรีทันที”
“ได้เลขเด็ดอาจารย์ดังด้วยเหรอ” วันทนีย์ตาลุก
“ถ้าคุณไม่ตัดสินใจภายในสิบวินาที เราจะตัดสิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้ สิบ...เก้า...แปด เจ็ด หก ห้า สี่ สาม สอง...”
“ว้าย...เดี๋ยวก่อน ตกลงค่ะ ฉันจะไปรับรางวัล เลขเด็ดอาจารย์ดัง เลขเด็ด...เลขเด็ด” วันทนีย์ท่องเหมือนสะกดจิตตัวเอง แล้วเร่งให้กระถินไปเก็บข้าวของเตรียมตัวเดินทาง
กำนันเรืองนึกสงสัยพยายามจะค้านเมีย แต่วันทนีย์กับกระถินหิ้วกระเป๋ากระโดดขึ้นรถออกไปแล้ว กำนันถอนใจ กดโทรศัพท์หาลูกชาย
ส่วนลูกชายตัวดี เขาได้รับเชิญจากติรกาให้ไปพบที่รีสอร์ตของสมภพ โดยอ้างว่า มีเรื่องมัทรีจะคุยด้วย
“กระแตนัดเจอทำไม แล้วทำไมต้องนัดที่รีสอร์ตของนายสมภพด้วย” รชานนท์เกิดคำถาม
“นัดแถวนั้นก็ดีนะครับป๋า ใกล้ไซต์งานที่เราต้องไปคุมงานพอดี ผมอยากให้พี่ระกับพี่นีช่วยไปเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายผมด้วยนะครับ” วันรบหันมาหาพชรกับนลินี
แต่ทั้งสองไม่ทันได้รับปาก รชานนท์ก็แทรกขึ้น “ต้องไปกันหมดนี่แหละ ถ้าวันรบกับมัทรีจะแต่งงานกันผมต้องมีส่วนตัดสินใจในเรื่องนี้”
“พ่อก็ไม่ใช่ ไปเกี่ยวอะไรกับเขา”
“ยังไงผมกับพี่ระก็ต้องไปตรวจงานที่ราชบุรีทุกวัน เราน่าจะพักอยู่ที่บ้านพักในไซต์งานซะเลย จะได้ไม่เสียเวลาเดินทางไปกลับ ว่าแต่ เขานัดเจอแกเมื่อไหร่” รชานนท์เบี่ยงเบนประเด็น
บ่ายวันเดียวกันนั้น ติรกานำชุดเสื้อแขนกุดกระโปรงสั้นมาให้มัทรีใส่เพื่อจะออกไปรีสอร์ตของสมภพด้วยกัน เตือนใจแปลกใจร้องถามว่า ทำไมต้องให้มัทรีแต่งตัวแบบนี้ด้วย เพราะดูไม่เหมาะสม แต่ติรกาไม่มีคำอธิบาย
มัทรีข้องใจหันมาถาม “แม่คะ แค่คุยธุรกิจทำไมเราต้องค้างที่นั่นด้วย มัทไม่อยากเจอสองคนนั่น”
ติรกาขยิบตาสั่งให้พุทราตอบแทน
“คือคุณสมภพเพิ่งปรับปรุงรีสอร์ตใหม่ ก็เลยอยากให้เราลองไปใช้บริการ เผื่อมีอะไรต้องปรับปรุงแก้ไข จะได้แนะนำกัน” พุทราเอาตัวรอดไปได้อีกครา
ติรกากลัวลูกสาวจับได้ รีบตัดบทไล่ให้ไปขึ้นรถ พุทรายกกระเป๋าเสื้อผ้าเดินตามมัทรีไป ติรกาขยับจะตามแต่เตือนใจเรียกไว้
“ยายติ มานี่สิ” เตือนใจหยิบแท่งไม้ขึ้นมา “ติเห็นไหมว่าแม่กับพุทราต่อไม้กันได้หลายชั้นแล้วนะ ติวางให้แม่หน่อยสิ”
ติรกาวางไม้ลงที่ตำแหน่ง แต่ปรากฏว่าศูนย์ถ่วงไม่ดี ไม้ล้มมาทั้งชั้นร่วงกราวเต็มพื้น
“น่าเสียดายนะ อุตส่าห์สร้างกันมาอย่างดี ถ้าติรู้จักวางอย่างใจเย็นสักนิด มันก็จะได้สมดุลไม่พังลงมาแบบนี้ กี่ปีที่ติเลี้ยงยัยมัทมา ไม่รู้เหรอว่าเราเลี้ยงเขาได้แต่ตัว แต่บังคับหัวใจเขาไม่ได้ ลูกน่าจะรู้ดี แม่ก็ไม่เคยบังคับติได้เหมือนกัน”
“เพราะหนูรู้ไงคะ ว่ามันเลวร้ายแค่ไหน ที่ไปหลง เชื่อผู้ชายเลวๆ จน...หนูจะไม่ยอมให้ยัยมัทต้องเจ็บเหมือนที่หนูเจ็บ หนูรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ มันอาจไม่ถูกใจแม่แต่หนูทำเพื่อลูก” ติรกาเดินผละไป
เตือนใจมองตามอย่างเหนื่อยใจ
ooooooo
แจ่มขับรถเข้ามาจอดเทียบทางเข้ารีสอร์ตของสมภพ วันทนีย์กับกระถินก้าวลงจากรถอย่างกล้าๆ กลัวๆ เพราะต่างถิ่น สมภพ ธงฉาน และพนักงานเข้ามาต้อนรับ แล้วมะรุมมะตุ้มพาเข้าห้องพัก เพราะติรกา
บอกว่าทั้งสองเป็นแขกพิเศษของเธอ
ครู่ต่อมา วันรบก็พารชานนท์ พชร และนลินีมาถึงรีสอร์ต รชานนท์ชักหงุดหงิด เพราะหึงติรกา จึงเร่งให้วันรบโทร.ตามเธอมาพบ
ส่วนติรกาเธอมาถึงครู่ใหญ่แล้ว ได้นั่งคุยอยู่กับสมภพถึงเรื่องแขกพิเศษที่เชิญมาจากสุพรรณ ธงฉานเห็นอาทำคะแนนกับติรกาก็เข้ามาทำหื่นใส่มัทรีที่แต่งตัวเซ็กซี่ พุทรารีบกันท่าขวาง แล้ววันรบก็โทร.เข้ามาพอดี
พุทรารับสายแล้วหันมากระซิบติรกาว่า ทุกคนมาพร้อมแล้ว ติรกาส่งยิ้มบอกให้จัดการได้เลย แม่เลขาตัวดีรับคำ แล้วกดโทร.ตามวันทนีย์ที่นอนเล่นอยู่ในห้องพักกับกระถินว่า มีแขกมารออยู่ที่ล็อบบี้
วันทนีย์เข้าใจว่าเป็นวันรบจึงรีบพากระถินลงมา และเห็นวันรบนั่งจี๋จ๋าอยู่กับมัทรี
“เธอเป็นใครมานั่งเบียดแฟนฉันทำไม” กระถินปรี่เข้ามาจะดึงมัทรีออกจากวันรบ
“อ้าวเฮ้ย เธอกับเขาและเราสามคน...คงต้องมีใครเป็นฝ่ายซวยล่ะสิ” พชรชี้มาที่ทั้งสาม
“กระถิน อย่าเสียมารยาทกับแฟนพี่” วันรบตวาด กระถินน้ำตาซึม วิ่งไปฟ้องวันทนีย์
วันทนีย์ปรี่เข้ามาจัดการลูกชาย แล้วปรายตามองมาที่มัทรีอย่างดูแคลน
“ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร แต่งตัวอย่างกับพวกผู้หญิงราคาถูก”
“นี่มัทรี แฟนผมครับ” วันรบแนะนำ มัทรีจะยกมือไหว้ แต่วันทนีย์ชิงพูดขึ้นก่อน
“งั้นเธอควรจะรู้จักผู้หญิงคนนี้เอาไว้ นี่กระถิน คู่หมั้นของวันรบ”
พชรกับนลินีตะลึง ส่วนรชานนท์ฉุนแทนลูก
ปรี่เข้ามาต่อว่าวันรบ ติรกาได้โอกาสช่วยผสมโรงว่า วันรบแอบคบผู้หญิงสองคนพร้อมกันมาตลอด
“ใช่ค่ะ คุณแม่พี่รบอยากได้กระถินเป็นสะใภ้ กระถินก็ยอม” กระถินทอดเสียงอ่อนระทดระทวย แล้วเข้ามากอดแขนวันรบโชว์
มัทรีทนดูไม่ได้ลุกเดินหนี วันรบดันตัวกระถินออกตามมัทรีไป
พชรกับนลินีหันมองกันไม่รู้จะช่วยยังไง ติรกาหันไปสบตาพุทรา แล้วชวนกันเดินเลี่ยงออกไป รชานนท์นิ่งมองทั้งคู่อย่างสงสัย พลางเดินตามไป
“ทำงานดีมาก คราวนี้ยายมัทกับไอ้วันรบต้องเลิกกันแน่” ติรกาหันมาตีมือกับพุทรา
“คุณติดีใจก็ดีค่ะ แต่อีกคนคงไม่ดีด้วย” พุทรายิ้มเจื่อน เมื่อเห็นรชานนท์ยืนถมึงทึงอยู่ข้างหลังติรกา เธอรีบเลี่ยงออกไปอย่างรู้งาน
“คุณเป็นคนวางแผนให้ไอ้รบกับแม่มาที่นี่”
“ธุระอะไรของคุณ”
“สิทธิ์ในความเป็นพ่อ”
“เลิกเพ้อเจ้อคิดอะไรไปเองสักที ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ เมื่อไหร่ลูกฉันจะตาสว่างจากผู้ชายชั่วๆอย่างพวกคุณ”
“แต่คุณทำเกินไปนะกระแต”
“ติรกา...กรุณาเรียกฉันอย่างเป็นทางการ คนเป็นแม่อย่างฉันต้องทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูก หนักกว่านี้ฉันก็ทำได้” ติรกาเดินหนีรชานนท์ออกไป
ooooooo
วันรบตามมาปรับความเข้าใจกับมัทรีเรื่องกระถินในสวนสวย และเมื่อเคลียร์กันลงตัวแล้ว มัทรี
ก็เกิดคำถามว่า ทำไมแม่วันรบกับกระถินถึงมาที่นี่ได้
“นั่นสิ มาชุมนุมกันพร้อมหน้า จนผมก็มึนเหมือนกัน”
“แม่เรียกรบมา แล้วคุณแม่ของรบก็มา มัทว่ามันชักจะยังไงแล้วนะคะ”
“ไม่ต้องกังวลนะครับ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอแค่มีคุณ ผมจะต้องผ่านมันไปได้แน่นอน”
“ไม่ใช่แค่คุณนะคะ แต่เป็นเราที่จะผ่านมันไปด้วยกัน”
วันรบกุมมือมัทรีมาจูบเบาๆ “ผมสัญญา...ว่าผมจะรักมัทรีคนนี้ไปชั่วชีวิต ยู อาร์ มาย จัส วัน ครับที่รัก”
“จัส วัน ฟอร์ อัส ค่ะ”
อีกมุมหนึ่งของสวน วันทนีย์พากระถินตามหาวันรบอยู่ แถมยังพูดจาดูแคลนไม่หยุด จนติรกากับพุทราผ่านมาได้ยิน
“แม่ไอ้รบนี่ชักจะระรานยัยมัทมากไปแล้ว” ติรกาจะเข้าไปเอาเรื่อง พุทรารีบดึงไว้เพราะกลัวเสียแผน
เป็นจังหวะเดียวกับที่วันทนีย์ตามไปพบวันรบเดินจูงมืออยู่กับมัทรีพอดี นางปราดเข้าไปหา แต่วันรบเข้าขวางไม่ให้แม่ยุ่งกับมัทรี
“ผู้หญิงง่ายๆแบบนี้แกไปคว้ามาได้ยังไง แอบมาคุยกับผู้ชายสองต่อสอง ไม่เป็นกุลสตรี”
ติรกาสุดทน ก้าวเข้าไปฉะกับวันทนีย์เรื่องวันรบวางยาปล้ำมัทรี แต่วันทนีย์ไม่เชื่อ กระถินเข้ามาแจมว่า เป็นแผนของมัทรีที่หวังจับวันรบมากกว่า
“อย่ามาว่าลูกสาวฉันนะ”
“ทำไมจะว่าไม่ได้ ขนาดยอมให้ผู้ชายจับมือถือแขนง่ายๆ เรื่องอื่นก็คง...”
“พอเถอะครับคุณแม่ทั้งสอง อย่าทะเลาะกันเลยครับ” วันรบรีบเข้ามาห้าม แต่ถูกสองแม่ตวาดใส่ แล้ววันทนีย์ก็ประกาศย้ำอีกครั้งว่า เธอไม่มีวันรับคนอื่นเป็นสะใภ้ นอกจากกระถินคนเดียว
มัทรียืนอึ้ง รู้ว่าวันทนีย์ไม่ชอบตน วันรบสบตาคนรักเป็นห่วงความรู้สึก
ยามนั้นที่มุมลับตา สมภพกับธงฉานแอบดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ สองอาหลานเริ่มเข้าใจว่า ทั้งหมดเป็นแผนของติรกาที่จะเล่นงานวันรบ
“ได้ยินแล้วใช่ไหมว่า แม่ผู้ชายเขาไม่ต้อนรับ ทีนี้แกก็เลิกยุ่งกับคนที่มีเจ้าของสักที” ติรกาจะดึงมัทรีออกไป ขณะที่วันรบหันมาถามแม่ว่า ใครเป็นคนพามาที่นี่ กระถินรีบตอบแทน
“ก็พี่รบได้รางวัล และให้คนมารับกระถินกับคุณแม่มาพักรีสอร์ตนี้นี่คะ”
“รางวัลอะไร”
พุทราทำท่าสะดุ้ง กลัวถูกจับได้ มัทรีเห็นก็นึกรู้เอ่ยถามติรกา “นี่แม่หลอกแม่ของรบมาที่นี่ เพราะอยาก ให้หนูเลิกกับรบใช่ไหมคะ”
“ทั้งหมดเป็นแผนของยายคุณนายจิตแตกนี่เหรอ” วันทนีย์เริ่มเข้าใจ
“ว่าใครจิตแตก ฉันก็แค่ไม่อยากให้ลูกฉันไปเกลือกกลั้วกับผู้ชายชั่วๆ”
“หนอย...คำก็ชั่ว สองคำก็ชั่ว ดูสารรูปลูกสาวตัวเองสิ ดูวิเศษนักรึไง”
“พอเถอะครับแม่ เรื่องหมั้นหมายกระถิน เป็นความต้องการของแม่ผมคนเดียว ไม่เกี่ยวกับผม”
“ฉันไม่สนว่าเป็นความต้องการของใคร ถ้าแกหาเงินค่าสินสอดสิบล้านมาให้ฉันภายในสิบวันไม่ได้ ก็จะไม่มีงานแต่งงานระหว่างแกกับมัทรี” ติรกาคว้าแขนมัทรีเดินหนีไป พุทรารีบวิ่งตาม
วันรบเครียดจัด หนีแม่มาปรึกษากับรชานนท์ พชร และนลินีว่าจะทำยังไงดี เพราะเหลือเวลาอีกไม่กี่วัน คงหาสินสอดครบสิบล้านไม่ทัน พชรแนะนำให้กลับไปตั้งหลักที่บ้านกันก่อน แต่รชานนท์ไม่ยอม ยืนยันจะพักอยู่ที่รีสอร์ตของสมภพ เพราะเป็นห่วงติรกากับลูกที่ต้องอยู่ในถิ่นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์อย่างสมภพกับธงฉานตามลำพัง แล้วหันมากระชากคอเสื้อดึงวันรบมาตะคอกถามเรื่องกระถิน
“อ้าวป๋า เปลี่ยนโหมดซะงั้น กระถินเป็นเด็กที่พ่อแม่ส่งมาทำงานใช้หนี้ที่บ้าน แม่ผมเอ็นดู ก็เลยอยากได้เป็นสะใภ้ แต่ผมเห็นกระถินเหมือนน้องสาวเท่านั้น ป๋าจะปล่อยได้รึยัง ผมจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว”
“จำไว้นะ ถ้าวันไหนแกทำให้มัทรีเสียใจ ฉันเล่นงานแกแน่” รชานนท์ผลักวันรบออก แล้วลุกหนีไปดื้อๆ
พชร นลินี และวันรบมองตามแปลกใจกับท่าทางของรชานนท์
ooooooo
“ยายมัท ออกมาคุยกับแม่ให้รู้เรื่อง” ติรกาเคาะประตูห้องน้ำ เรียกลูกสาว
“แม่หลอกแม่รบมาถึงที่นี่ มัทก็ไม่รู้จะขอโทษรบยังไง เราไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้วค่ะ” มัทรีตัดพ้อ และไม่ยอมเปิดประตู
“ฉันอยากให้แกตาสว่างสักที ไม่เห็นเหรอว่ามันมีคู่หมั้นแล้ว เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะยายมัท แม่บอกให้เปิดประตู”
มัทรีเงียบไม่ตอบและไม่เปิดประตู ติรกาหงุดหงิดที่ลูกไม่ได้ดั่งใจ
พุทราเข้าห้องมากำลังจะบอกอะไรบางอย่าง แต่ติรกาขัดขึ้นสั่งให้ออกไปคุยข้างนอก เลขาพยักหน้ารับรู้ แล้วตามติรกาออกไป มัทรีแง้มประตูออกมาดูเพื่อให้แน่ใจว่าแม่ไปแล้ว
ติรกายืนหน้าบูดฟังพุทรารายงานว่า สมภพฝากมาเตือนว่า อย่าลืมนัดดินเนอร์ค่ำนี้ แบบสองต่อสอง
“ฉันจำได้” ติรกามีท่าทางอึดอัด ไม่อยากไปอย่างเห็นได้ชัด
พุทรารู้ใจ อาสาจะแคนเซิลด่วนให้ แต่ติรการ้องห้าม
“ไม่ต้อง คุณสมภพอยากคุยเรื่องผลักดันโอ่งแม่เตือนไปจัดแสดงในงานโอทอปแห่งชาติ ฉันต้องพึ่งเขา เพราะเหตุผลทางธุรกิจ”
“แต่เขาจะเอาธุรกิจมาบังหน้า หวังจะเคลมคุณน่ะสิคะ”
ติรกาถอนใจปลง เลี่ยงไม่ได้ รับปากว่าจะระวังตัว แล้วนึกขึ้นได้ถามถึงวันทนีย์ว่า กลับสุพรรณไปหรือยัง
“ยังค่ะ เขาแจ้งพนักงานไว้ว่า จะอยู่พักที่นี่ไปเรื่อยๆ ให้คุณติรการับผิดชอบค่าใช้จ่ายและค่าเสียเวลาทั้งหมดค่ะ”
“หนอย...เจ้าเล่ห์เหมือนไอ้ตัวลูกไม่มีผิด”
“เราไปทำเขาก่อน เขาเอาคืนแบบนี้ก็สมควรแล้วนะคะ”
ติรกาจ้องเลขาเขม็ง พุทรายิ้มแหยเพิ่งรู้ตัวว่าออกความเห็นมากไป
“แต่มาคิดดูอีกที ให้สองคนนั้นอยู่ตำตาตำใจยายมัทต่อไปก็ดี เผื่อลูกฉันจะคิดได้” ติรกายิ้มกริ่ม เจ้าเล่ห์
ส่วนวันทนีย์ที่ถูกกล่าวถึง เธอพากระถินตามหาวันรบอยู่ในสวน เพราะกลัวลูกชายจะถูกมัทรีหลอกไปปู้ยี่ปู้ยำ
“นังผู้หญิงไม่มียางอาย เราต้องหาทางทำให้ตารบกับยายมัทรีเลิกกันสักที” วันทนีย์ประกาศก้อง
กระถินเสนอไอเดียว่า จะจับวันรบปล้ำ วันทนีย์มองกระถินอย่างไม่อยากเชื่อหู เธอรีบแก้ตัว สร้างภาพนางเอกดราม่า
“เอ่อ หนามยอกก็เอาหนามบ่งไงคะ ยายคุณมัทปล้ำพี่รบได้ กระถินก็ต้องทำเพื่อดึงใจพี่รบกลับมา ทั้งๆ ที่กระถินไม่อยากท้ำไม่อยากทำ เพราะไม่อยากให้ยายคุณมัทดูถูก”
“แม่อนุญาตให้กระถินปล้ำตารบเอง ใครจะคิดยังไงก็ช่างมัน เพราะแม่ไม่ยอมดองกับนังติรกาแน่ ตำแหน่งสะใภ้กำนันแหนบทองคำต้องเป็นของกระถินคนเดียว”
“ถ้าคุณแม่เรียกร้อง กระถินก็ยอมค่ะ” กระถินแอบยิ้ม เพราะเข้าทางธงฉานกับสมภพที่แอบฟังอยู่หันมาซุบซิบกัน
“สองคนนี้จะช่วยทำให้งานเราง่ายขึ้น แกต้องรีบหาวิธีรวบรัดมัทรีตอนที่มีโอกาส” สมภพสั่งการ
สองอาหลานสบตากัน พลางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์
เวลาเดียวกันนั้น ทางด้านวันรบ เขาเข้ามานั่งปรับทุกข์กับรชานนท์ ที่ต้องเข้าพักในห้องแฝดติดกับห้องธงฉาน เพราะรู้สึกเหมือนโดนแกล้งให้อึดอัด
รชานนท์ว่า สองอาหลานคงได้ใจเพราะมีติรกาคอยให้ท้าย แล้วเริ่มพาลเพราะหึงติรกากับสมภพ วันรบจับทางได้ล้อว่า รชานนท์หึงติรกา
รชานนท์รีบแก้ตัวว่า เป็นห่วงมัทรีกับวันรบต่างหาก แล้วทำเนียนเข้ามาโอบไหล่ “รบเป็นน้อง ถ้าพี่ไม่ห่วงน้องแล้วจะให้พี่ห่วงหมาที่ไหนล่ะน้อง หรือแกคิดว่าฉันจะตีท้ายครัวแก”
“เปลี่ยนสัญชาติผมจากคนลงคลานสี่เท้าเลยนะป๋า ผมไม่ได้คิดว่าป๋าจะตีท้ายครัวผมหรอก แต่ท่าทางป๋าแปลกๆ แบบที่ผมหาคำตอบเองไม่ได้ว่า ทำไมป๋าถึงห่วงมัทมากราวกับญาติผู้ใหญ่หวงลูกหวงหลานน่ะ”
รชานนท์อึกอักรีบแถ “ฉันรู้นิสัยกระแตดีน่ะสิ ว่าถ้าแกไม่ให้เกียรติลูกเขา ต่อให้แกหาสินสอดมาได้ กระแตก็จะไม่มีวันยกมัทรีให้แกแน่นอน ดังนั้นแกไม่ควรทำให้กระแตเกลียดหน้าแกไปมากกว่านี้ เพราะแค่เรื่องแม่แกไม่ยอมรับมัทรีแกก็แย่แล้ว”
“จริงด้วย...ยังพอมีเวลา” วันรบมองนาฬิกาแล้วบอกกับรชานนท์ว่า จะรีบไปจัดมีทติ้งกระชับสัมพันธ์คนรักกับแม่บังเกิดเกล้า
“คนรัก...” รชานนท์พึมพำนึกถึงคำพูดของพี่สาวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“พอผัวตายแทนที่จะคิดกลับมาหาเจ้านนท์ กลับหาแฟนใหม่ซะงั้น แค่นี้ก็รู้แล้วว่า ยัยไหน้ำปลาปิศาจไม่ได้รักน้องนีเลย”
ooooooo










