สมาชิก

แม่ยายที่รัก

ตอนที่ 2

ติรกาพาพุทรากับธงฉานมาหน้าห้องมัทรีแล้วกระหน่ำเคาะประตูเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบ เธอใจคอไม่ดี เมื่อหยิบมือถือโทร.หาลูก ก็ได้ยินเสียงอยู่ในห้อง

ธงฉานอมยิ้ม สวมบทพระเอกเดินไปยืนพิงกำแพง พลางเอ่ยกับสองสาว

“มือถืออยู่ในห้อง แถมประตูล็อกจากด้านใน แสดงว่าน้องมัทอยู่ในห้องแน่ๆ”

“เอ่อ...ถ้าไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย” พุทราถอนใจเซ็งแล้วหันกลับไปใช้กุญแจสำรองไขเปิดประตูห้อง

ธงฉานยังพูดต่อเพราะเข้าใจว่า สองสาวฟังอยู่ “คุณอาไม่ต้องห่วงนะครับ ธงฉานคนนี้จะจัดการพังประตูห้องเข้าไปเอง” ขาดคำ เขาก็วิ่งปรู๊ดตรงไปที่ประตูทำท่าจะพังเข้าไป เป็นจังหวะเดียวกับที่พุทราไขประตูเปิดออกพอดี

“เหวอ” พุทราร้องลั่นเมื่อเห็นธงฉานพุ่งเข้ามาอย่างแรงเต็มร้อย แล้วเลยไปเสยกับโต๊ะอาหารหน้าคะมำ

เจ้านายลูกน้องพากันส่ายหน้าระอาธงฉาน แล้วเดินเข้ามาช่วยกันดึงตัวเขาขึ้น พลางกวาดสายตามองไปรอบๆเห็นห้องเละเทะดูไม่จืด แล้วจู่ๆธงฉานก็ร้องโวยวายว่ามีขโมยเข้ามา

ติรกามองรอบๆ อย่างใช้ความคิด สั่งให้พุทราเดินหาว่า มัทรีอยู่ที่ไหน เลขาสาวเดินไปเปิดประตูห้องนอนมองมัทรีแล้วหันมารายงาน

“ไม่อยู่ในห้องค่ะ แต่เมื่อกี้เรายังได้ยินเสียงมือถือน้องมัทนี่คะ”

ติรกาหยิบมือถือขึ้นมากดอีกครั้ง เสียงมือถือของมัทรีดังขึ้น ติรกาสั่งให้ทุกคนช่วยกันมองหา และพบว่ามันดังมาจากห้องนอนอีกห้องหนึ่ง จึงพากันเดินตรงไปที่ประตู

ทั้งสามพยักหน้าให้กัน ติรกาค่อยๆเอื้อมไปจับลูกบิดเปิดประตู ภาพที่เห็นตรงหน้าคือ มัทรีใส่เสื้อเชิ้ตตัวเดียว นอนคว่ำทับตัววันรบอยู่ ส่วนวันรบมีเพียงเสื้อคลุมอาบน้ำหลุดลุ่ย เปลือยท่อนบนนอนแผ่หรา

ติรกากรี๊ดสนั่นหวั่นไหวไปทั้งคอนโดฯ ส่วนพุทรากับธงฉานยืนตะลึงอ้าปากค้าง

“ยายมัท ยายมัทตื่นมาคุยกับแม่เดี๋ยวนี้นะยายมัท ตื่นสิ” ติรกาพุ่งเข้าไปดึงตัวมัทรีให้ออกมาจากตัววันรบพลางเขย่าตัว มัทรีสะลึมสะลือแต่ยังไม่ยอมตื่น

ธงฉานมองไปรอบๆเห็นแก้วน้ำตกอยู่ข้างเตียงก็หยิบขึ้นมาพิจารณาพร้อมตั้งสมมติฐาน

“ยานอนหลับ น้องมัทหลับสนิทแบบนี้ เพราะโดนไอ้วันรบวางยานอนหลับแน่ๆครับ”

ติรกาปล่อยมือจากร่างของมัทรีแล้วพุ่งเข้าไปเอาเรื่องวันรบแทน พุทราเข้าไปรับตัวของมัทรีไว้

“ไอ้วันรบ แกตื่นเดี๋ยวนี้นะ ตื่น” ติรกาทั้งเขย่า ทั้งทุบ ทั้งตีแต่วันรบก็ได้แต่สะลึมสะลือไม่ยอมตื่นเช่นกัน

“ไม่ตื่นใช่ไหม” ติรกาโมโหเหวี่ยงร่างวันรบทิ้งลงไปบนเตียงอีกครั้งแล้ววิ่งไปที่ห้องน้ำ

พุทราเห็นท่าไม่ดีหันมาปลุกมัทรีกับวันรบ ธงฉานจะเข้ามาช่วยปลุกมัทรีด้วย เพราะหวังลวนลาม แต่พุทรา รู้ทันรีบกันท่า แล้วติรกาก็กลับเข้ามาพร้อมกะละมังใส่น้ำ เธอสาดโครมไปที่วันรบและมัทรี

ทั้งสองได้สติ แต่ยังงงๆอยู่ ธงฉานทำตาลุกวาวที่ได้เห็นมัทรีในเสื้อเปียกแสนเซ็กซี่ พุทรารู้ทันรีบเป่านกหวีดปรี๊ด ห้ามธงฉานมองลูกสาวเจ้านาย

ooooooo

“คุณแม่” วันรบกับมัทรีร้องพร้อมกันเมื่อเห็นติรกายืนมองอยู่

“มัท” วันรบตกใจหันมามองคนรักที่อยู่บนเตียง แถมยังใส่เสื้อเชิ้ตของเขา แล้วตกใจอีกรอบ เมื่อก้มมองสภาพตัวเองที่ใส่เสื้อคลุมของมัทรีอยู่ เขารีบกระโดดลงจากเตียงกับคำถาม

“เฮ้ย นี่มันเกิดอะไรขึ้น”

มัทรียังไม่ทันได้พูดอะไร ติรกาก็ใช้กะละมังฟาดใส่ “ไอ้ชั่ว พูดออกมาได้ยังไงว่าเกิดอะไรขึ้น”

“ก็ผมไม่รู้จริงๆครับ”

“เห็นอยู่จะๆ แบบนี้ ยังจะโกหกอีก ตายซะเถอะ” ติรกายิ่งโมโหฟาดใส่วันรบไม่ยั้ง

วันรบร้องลั่นวิ่งหนีออกไปนอกห้อง ติรกาตามด้วยแรงแค้น

“แม่คะ อย่าทำอะไรรบนะคะ” มัทรีจะตามออกมาห้าม แต่พุทราดึงไว้พลางส่งเสื้อคลุมให้สวม

ธงฉานทำท่าเสียดายเพราะอดดูของดี แล้ว

ติรกาก็ร้องเรียกให้พุทรากับธงฉานช่วยกันจับตัววันรบ

ธงฉานรีบทำคะแนนกระโดดเข้าตะครุบตัววันรบ แต่ผิดคิวล้มไปกองกับพื้น

ติรกาไม่รอช้าเงื้อกะละมังขึ้นจะขว้างใส่วันรบ มัทรีวิ่งเข้าขวางปกป้องคนรัก ยิ่งเพิ่มแค้นใจให้ติรกา เธอด่าวันรบว่าเลวเหมือนรชานนท์

วันรบยืนงงเอ่ยถามว่า เขาทำอะไร ธงฉานได้โอกาสลุกขึ้นชี้หน้าด่าวันรบอย่างโกรธแค้น เพราะอิจฉาที่ได้ปล้ำมัทรี

“ใช่...คนอย่างแกนอกจากหน้าตาเลวแล้วจิตใจยังเลวอีก แกทำแบบนี้ได้ยังไง ฉันไม่เคยคิดเลยว่าแกจะใช้แผนวางยานอนหลับเพื่อปล้ำน้องมัทของฉัน”

“วางยา ปล้ำ” วันรบทบทวนเหตุการณ์ ก็เริ่มเข้าใจว่า โดนมัทรีวางยา จึงจะอธิบายกับว่าที่แม่ยาย แต่มัทรีรีบดักคอพลางส่งสายตาอ้อนวอน ไม่ให้บอกความจริงกับแม่

วันรบใจอ่อนหันไปเผชิญหน้ากับติรกา ขอรับผิดสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยการแต่งงานกับมัทรี และยืนยันว่า ที่เขาทำไปทั้งหมดก็เพราะความรัก

“ไอ้ผู้ชายเห็นแก่ตัว เอาแต่ได้แบบนี้เหรอที่เรียกว่ารัก” ติรกาโมโหปรี่เข้าไปตบหน้าวันรบฉาดใหญ่

“ฉันไม่มีวันยอมให้ลูกสาวฉันแต่งงานกับแก”

“ใจเย็นๆ ก่อนค่ะคุณ พุทราว่าไว้ค่อยเคลียร์ดีกว่าค่ะ”

“ไม่ได้ ขืนปล่อยไปแล้วมีคนรู้ว่าลูกสาวฉันเสียทีให้ผู้ชายเลวๆ อย่างมัน ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

“เอ่อ...เอาหน้าไปไว้ไหนก็ไม่ทันแล้วครับ ตอนนี้คนอื่นคงรู้กันหมดแล้ว” ธงฉานมองไปหน้าห้อง เห็นคนในคอนโดฯ โผล่ออกมาดูเหตุการณ์กันหน้าสลอน แถมเม้าท์ดังลั่นว่า มัทรีจะท้องไม่มีพ่อ เพราะติรกาไม่ยอมให้แต่งงานกับวันรบ

ติรกาได้ยินคำว่า ท้องไม่มีพ่อก็อึ้งไปนึกถึงเรื่องของตัวเองในอดีต เธอเครียดจนสติแตก

“ไม่จริง มันต้องไม่เป็นแบบนั้น ไม่จริง ไม่” ติรกากรี๊ดลั่น แล้วหมดสติไป

“แม่” วันรบ มัทรี และพุทรารีบเข้าไปประคองร่างที่หมดสติของติรกาไว้

ธงฉานได้แต่ยืนอึ้งกับอาการของติรกา

ooooooo

รชานนท์ตกใจมาก เมื่อรู้จากวันรบว่า ติรกาโกรธจนเป็นลม เขาจะไปหาเธอที่คอนโดฯเพราะเป็นห่วง แต่วันรบร้องห้าม บอกว่ามัทรีพาแม่กลับราชบุรีไปแล้ว และซักกลับเรื่องติรกาด่าตนว่าเลวเหมือน รชานนท์ เพราะสงสัยว่า ทั้งสองไปรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำไมว่าที่แม่ยายจึงเกลียดรชานนท์มากนัก

“ฉันไม่เคยทำอะไรให้กระแตเสียใจ” รชานนท์หันมาตอบอย่างมั่นใจ

“ป๋า...ก่อนหน้านี้เขาแค่เหม็นหน้าผม แต่ตอนนี้ เขาเข้าขั้นเกลียดมาก และมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่เขารู้ว่าป๋าเป็นเพื่อนร่วมงานผม คนเราคงไม่เกลียดหน้ากัน โดยไม่มีเหตุผลหรอกป๋า ป๋าต้องเคลียร์เรื่องนี้กับแม่ยายผมให้รู้เรื่องนะก่อนที่ผมจะแย่ไปด้วย” วันรบเดินหงุดหงิดออกไป

รชานนท์มองตามหงุดหงิดไม่แพ้กัน เขาหวนคิดถึงเรื่องราวระหว่างตัวเองกับติรกา แล้วพึมพำออกมา

“กระแต...พรุ่งนี้ผมต้องรู้ให้ได้ ว่าคุณโกรธผมเรื่องอะไร”

ด้านติรกา เมื่ออาการดีขึ้น เธอเรียกมัทรีมาต่อว่า และจะพาไปตรวจที่โรงพยาบาลในวันพรุ่งนี้ เพราะกลัวจะติดโรคจากวันรบ

มัทรีอึกอักกลัวความลับแตกอ้างว่า ถ้าไปตรวจ คนก็รู้กันหมดว่า เธอมีอะไรกับวันรบแล้ว เตือนใจเข้ามาได้ยินรีบปรามหลานสาวให้รักษาความรู้สึกของคนเป็นแม่บ้าง

“ไม่ต้องไปเตือนหรอกค่ะ ตั้งแต่คบกับไอ้วันรบ ยายมัทก็ไม่เคยรักษาความรู้สึกของหนูแล้ว”

“แล้วแม่เคยสนใจความรู้สึกของมัทเหรอคะ”

“ฉันต้องสนด้วยเหรอว่า แกจะรู้สึกยังไงกับผู้ชายแย่ๆ แบบนั้น”

“ถึงวันรบจะแย่ในสายตาแม่ แต่เขาจะเป็นผู้ชายคนเดียวที่มัทจะแต่งงานด้วย”

“ผู้ชายเจ้าเล่ห์แบบนั้น มัทยังเห็นมันดีอีกเหรอ”

“รบอาจจะไม่ดีที่สุด แต่เขาไม่เคยบังคับมัท ไม่เคยเอาตัวเองเป็นใหญ่เหมือนที่แม่ทำกับมัท”

ติรกาสุดทนตบหน้ามัทรี เตือนใจยืนตะลึง เพราะห้ามไม่ทัน

“แม่ตบมัท” มัทรีมองติรกาอย่างไม่คาดคิด

“ฉันจะทำมากกว่านี้...ถ้าแกยังไม่เลิกกับมัน”

ติรกามองมัทรีด้วยแววตาแข็งกร้าว

มัทรีทั้งโกรธทั้งเสียใจวิ่งหนีออกไป เตือนใจตำหนิติรกาที่ทำรุนแรงเกินไปแล้วรีบตามหลานไป

ติรกาแอบมองตามแววตาดุกร้าวเปลี่ยนเป็นเศร้าเสียใจรู้สึกผิด เธอมองมือของตัวเองข้างที่ตบหน้าลูกแล้วร้องไห้ออกมา

เตือนใจเข้ามาปลอบใจมัทรีที่นอนร้องไห้อยู่ในห้อง นางเตือนสติให้หลานสาวคิดถึงหัวอกของคนเป็นแม่

“มัท เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แม่เขารับไม่ได้หรอกนะ...มัทเคยหยุดคิดไหมว่าแม่เขาจะเสียใจแค่ไหน ที่รู้ว่าลูกที่เขารักถูกย่ำยีจากผู้ชายที่เขาไม่เคยไว้ใจเลย มันยิ่งตอกย้ำว่าเขาปกป้องลูกไม่ได้ ตอนนี้ที่มัทร้องไห้ แม่เขาก็ร้องไห้อยู่เหมือนกัน”

“มัท...เอ้อ มัท...” มัทรีอึกอักรู้ตัวว่าทำเกินไป

“มัทไม่น่าวู่วามแบบนี้นะลูก วิธีมัดมือชกแบบนี้บังคับแม่เขาไม่ได้หรอก ยิ่งทำให้แม่เขาเกลียดตารบมากขึ้น อีกอย่างถึงมันจะเป็นแผนที่เราสร้างขึ้น แต่ถ้าแม่เราไม่รู้ความจริง แม่เขาก็เสียใจอยู่ดี”

“ยายรู้เรื่องนี้ รบบอกยายเหรอ”

“ยายไม่ได้รู้อะไรเลย ยายแค่รู้จักหลานของยายดี วันรบเป็นคนที่หนูเลือกแล้ว เพราะฉะนั้นไม่มีวันที่คนที่หนูรักจะทำเรื่องเสื่อมเสียแบบนั้นแน่ๆ”

“ขอบคุณนะคะยาย ขอบคุณที่เข้าใจรบกับมัท” มัทรียิ้มทั้งน้ำตาโผเข้ากอดยาย

ooooooo

เช้าวันใหม่ ติรกาเดินลงมาจากชั้นบน เตือนใจเรียกให้ลูกสาวทานอาหารด้วยกัน เป็นจังหวะเดียวกับที่มัทรีเดินเข้ามานั่งข้างๆ คุณยายพอดี บรรยากาศเริ่มคุอีกครั้ง

พุทราหาทางออก เอ่ยถามติรกา เรื่องจะออกไปดูที่ดินที่จะซื้อสร้างโรงงานใหม่ มัทรีรีบเข้ามาง้อแม่ อาสาออกแบบงานใหม่ให้ แต่ติรกาไม่ยอมพูดด้วย ทุกคนหน้าจ๋อยไปตามๆกัน

“สวัสดีครับทุกคน “ธงฉานหมุนตัวเข้ามาอย่างเท่พร้อมยื่นช่อดอกไม้ให้มัทรี “สำหรับน้องมัทของพี่ธงฉานครับ”

ฟิ้ว มีดพุ่งผ่านหน้าธงฉานไปปักกำแพงพร้อมกับ เสียงตวาดของติรกา “น้องมัทของใคร”

“น้องมัทของคุณอาไงครับ น่ารักจริงๆ น้องมัทของคุณอาติเนี่ย เอ่อ...ดอกไม้ช่อนี้เพื่อต้อนรับน้องมัทกลับมาอยู่ที่ราชบุรีอย่างถาวร” ธงฉานทำเนียนเข้ามานั่งข้างมัทรีแบบไม่ขออนุญาตใครแล้วประกาศเปิดตัว สมภพคุณอาของเขาที่แวะเวียนมาทำคะแนนกับติรกาด้วย

จากนั้นธงฉานก็ชงเข้าเรื่องว่า ที่สมภพปลีกเวลาจากธุรกิจร้อยล้านมาเยี่ยมเยียนติรกาก็เพราะมีเรื่องสำคัญมาปรึกษา

“เรื่องสำคัญ...” ติรกาทำหน้างง

มัทรีถอนใจหันไปหยิบน้ำส้มคั้นสดๆ ฝีมือเตือนใจมาดื่มแก้เซ็ง แล้วสำลักออกมาเต็มหน้าธงฉาน เพราะได้ยินสมภพบอกว่า จะขออนุญาตติรกาให้ธงฉานได้มีโอกาสคบใกล้ชิดกับเธอเพื่อเรียนรู้นิสัยใจคอ

“ในอนาคต ธงฉานอยากจะแต่งงานกับ...” ขาดคำ เสียงมัทรีกับวันรบก็ดังขึ้นพร้อมกัน

“มัทไม่ยอม ผมไม่ยอม”

ทั้งหมดชะงักหันไปมองวันรบที่ก้าวเข้ามายืนเคียงข้างมัทรี

“ผมไม่ยอมให้มัทแต่งงานกับคนอื่นเด็ดขาด มัทเป็นคนรักของผม”

เวลาเดียวกันนั้น รชานนท์บุกมาถึงหน้าโรงงานโอ่งของติรกา แต่ไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ เพราะที่ประตูหน้าโรงงาน มีรูปของเขาติดอยู่พร้อมข้อความระบุชัดเจน “บุคคลอันตราย ถ้าเจอ...จัดหนัก อย่าให้รอด”

“ขนาดนี้เลยเหรอ...ต้องเคลียร์ให้รู้เรื่อง” รชานนท์มองไปรอบๆ หาวิธีเข้าไปในโรงงาน และโชคดีมีรถขนโอ่งแล่นผ่านมา เขาจึงติดสินบนคนขับแล้วแอบซ่อนตัวเข้าไปด้านใน

ภายในบ้าน ติรกากำลังปะทะคารมอยู่กับวันรบที่บังอาจกลับมาเหยียบบ้านเธออีก แต่วันรบโต้ว่า ที่เขาต้องมาก็เพราะจะคุยกับเธอให้รู้เรื่อง

พุทราเห็นเจ้านายโกรธหน้าแดงก็รีบสะกิดเตือนว่า อย่าเครียด เพราะเดี๋ยวจะช็อกไปอีก

“ขอโอกาสให้ผมบ้างสิครับ” วันรบจะเข้าไปหาติรกา แต่สมภพเดินมาขวางไว้

“ผมว่าคุณกลับไปเถอะ รั้นแบบนี้มีแต่ทำให้ทุกอย่างแย่ลง”

“จริงครับ ธงฉานเห็นด้วย”

“ผมไม่กลับ...จนกว่าคุณติรกาจะยอมให้โอกาสผม ผมจะทำให้ทุกคนเห็นว่าผมรักมัทแค่ไหน”

“นะคะแม่...ให้โอกาสรบนะคะ”

“ได้ ฉันจะให้โอกาสแกสิบวัน ถ้าแกมีปัญญาหาเงินได้สิบล้าน”

“สิบล้าน” ทุกคนอึ้งไปตามๆกัน

“เงินสดสิบล้านบาทเป็นค่าสินสอด ถ้าหาได้

ฉันจะยอมให้ยายมัทแต่งงานกับแก แต่ถ้าหาไม่ได้ก็ไม่ต้องแต่ง” ติรกาสรุปสั้นๆ

มัทรีหน้าเสีย บ่นกับวันรบว่า แม่จงใจแกล้งกันชัดๆ แต่วันรบยืนยันจะหาเงินสิบล้านมาให้ได้ แล้วจู่ๆพุทรากับเตือนใจก็ร้องลั่น เพราะเห็นรชานนท์เดินเข้ามา

ติรกามองตามเห็นรชานนท์ก็อึ้ง วันรบกลัวเรื่องยุ่งร้องถามรุ่นพี่ว่า ตามมาทำไม

“ฉันมีธุระจะคุยกับกระแต”

“คุณเป็นใคร แล้วกระแตนี่ใคร” สมภพทำกร่าง แต่เมื่อเห็นทุกคนพร้อมใจกันชี้ไปที่ติรกาก็เป็นงง

“คุณชื่อกระแตเหรอ” สมภพมองติรกา แต่เธอไม่ตอบวิ่งหนีเข้าห้องทำงาน

รชานนท์ตามไปแล้วเคาะประตู เรียกให้ติรกาออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง สักพักประตูห้องก็เปิดออก ติรกาเดินออกมาพร้อมปืนลูกซอง

“ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้” ติรกาเล็งปืนมาที่

รชานนท์ แต่ชายหนุ่มไม่ยอมถอยแถมยังจ้องตากับเธอนิ่ง

วันรบเป็นห่วงความปลอดภัย จึงขอร้องให้รชานนท์กลับไปก่อน

“ไปเถอะคุณ ถ้าคุณติรกายิงขึ้นมาจริงๆจะยุ่ง” พุทราช่วยอีกแรง

“กระแตไม่ยิงผมหรอก ผมรู้จักเธอดี...ถ้าเธอจะยิงผมจริงๆเธอยิงไปนานแล้ว...” รชานนท์ยังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงปืนก็ดังขึ้น ทุกคนสะดุ้งตกใจร้องลั่น

ติรกามองไปทางรชานนท์ เห็นมีเลือดไหลจากไหล่ซ้ายของเขา แล้วชายหนุ่มก็ล้มลง วันรบวิ่งเข้าไปประคองรชานนท์ที่ยังไม่หมดสติ เห็นเขามองติรกา

ด้านติรกา เมื่อเห็นรชานนท์เลือดไหลมากขึ้นเรื่อยๆ ก็หมดสติไป

“แม่...”มัทรีเข้าไปประคองร่างติรกา

ooooooo

รชานนท์กับติรกาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หมอและพยาบาลออกมารับตัวคนไข้เข้าห้องฉุกเฉิน มัทรีจะตามไปดูอาการแม่ แต่เตือนใจกับพุทราดึงตัวไว้

“ทั้งสองคนอยู่กับหมอแล้ว ยังไงก็ปลอดภัยค่ะ...ถ้าจะห่วง ห่วงเรื่องคุณรชานนท์จะแจ้งความเอาเรื่องคุณติรกาดีกว่าค่ะ” พุทราเปิดประเด็น

มัทรีกับเตือนใจหันมามองวันรบอย่างหวั่นใจ กลัวรชานนท์จะเอาเรื่องติรกา วันรบรับปากว่า จะคุยกับรชานนท์ให้เอง แล้วขอตัวโทร.ไปหาพชรกับนลินีก่อน เพราะไม่รู้ว่ามาถึงไหนกันแล้ว

ขณะที่วันรบออกไปโทรศัพท์ ธงฉานก็ชวนสมภพตามมาที่โรงพยาบาลเพื่อทำคะแนน แต่ดูเหมือนจะยิ่งติดลบเพราะสองอาหลานพูดจาไม่เข้าหูมัทรีกับเตือนใจ

ครู่ใหญ่ พยาบาลในห้องฉุกเฉินก็เปิดประตูออกมา ประตูนั้นตีเข้ากลางหน้าธงฉานที่ยืนสอดรู้สอดเห็น เธอรีบขอโทษธงฉาน แล้วเรียกหาญาติของติรกากับ

รชานนท์ ให้ช่วยกรอกประวัติคนไข้

พุทราอาสาจัดการให้ติรกาเอง เตือนใจให้มัทรีไปตามวันรบมากรอกประวัติให้รชานนท์ แต่วันรบเดินกลับมาก่อนและบอกว่า ให้นลินีมากรอกเอง เพราะใกล้มาถึงแล้ว

เวลาต่อมา นลินีกับพชรก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในโรงพยาบาล วันรบกับมัทรีรีบออกไป

“วันรบ...รชานนท์อยู่ไหน แล้วเกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงยิงนนท์ แม่น้องเกลียดอะไรนนท์นักหนา ทำไมถึงต้องทำขนาดนี้ พูดกันดีๆไม่ได้เหรอ” นลินีใส่ไม่ยั้ง

“มัทเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ยังไงมัทขอโทษแทนคุณแม่ด้วยนะคะ”

“ของพรรค์นี้...แค่ขอโทษได้เหรอ”

“พี่นีใจเย็นๆก่อนนะครับ กรอกประวัติของป๋าให้พยาบาลก่อนดีกว่า” วันรบส่งเอกสารให้

นลินีรับมาส่งต่อให้พชรไปจัดการแล้วหันมาบอกกับมัทรีและวันรบ “จะใจเย็นได้ไง ถึงขั้นจะฆ่าจะแกงกันแบบนี้...ยังไงพี่ต้องเอาเรื่องคุณแม่ของน้องมัท พี่จะแจ้งความกับตำรวจ” นลินีเดินเชิดไปหน้าห้องฉุกเฉิน

มัทรีหน้าเสียหันสบตากับวันรบอย่างขอตัวช่วย

เวลาเดียวกันที่หน้าห้องฉุกเฉิน ก็มีคนไข้บาดเจ็บสาหัสเข้ามารักษาตัว และเสียชีวิตลง หมอเปิดประตูห้องฉุกเฉินออกมาถามหาญาติ

“ฉันเป็นพี่สาวค่ะ น้องชายฉันปลอดภัยแล้ว

ใช่ไหมคะหมอ” นลินีวิ่งพรวดเข้าไปหาหมอ

“ผมเสียใจด้วยนะครับ น้องชายของคุณเสียชีวิตแล้วครับ” หมอหน้าสลด

ทุกคนยืนตะลึง นลินีกรีดร้องแล้ววิ่งเข้าไปในห้อง วันรบ พชร มัทรี เตือนใจ และพุทรารีบตามไป มีเพียงสมภพกับธงฉานที่ยืนส่งยิ้มพอใจอยู่หน้าห้อง

นลินีวิ่งเข้ามาที่เตียงคนไข้ เธอเห็นร่างที่นอนบนเตียงมีผ้าคลุมศีรษะไว้ก็ร้องไห้โฮ

“ไม่จริง นนท์ต้องไม่ตาย น้องฉันต้องไม่ตาย” นลินีโผเข้ากอดร่างบนเตียง พชรเข้ามาจับไหล่ปลอบโยนภรรยา

วันรบ มัทรี เตือนใจ และพุทรายืนมองด้วยความรู้สึกสะเทือนใจ

ติรกาที่นอนอยู่เตียงถัดมา แต่มีม่านบังอยู่ได้ยินเสียงนลินีคร่ำครวญก็เริ่มรู้สึกตัว เธอลุกขึ้นเปิดม่านดู เห็นพชรปลอบโยนนลินีที่ร่ำไห้กอดร่างที่นอนอยู่บนเตียง มัทรี วันรบ เตือนใจยืนอยู่ด้วย

มัทรีหันมาเห็นแม่ร้องไห้โฮบอกว่า ป๋านนท์ตายแล้ว ติรกาแทบช็อกคลุกพรวดเข้าไปยืนมองร่างบนเตียง

ด้านธงฉานที่ยืนเซ็งรออยู่นอกห้องหันมาตั้งคำถามกับสมภพว่า ทำไมต้องมาเสียเวลากับเรื่องศพของรชานนท์ด้วย สมภพว่า มันเป็นการแสดงน้ำใจเพื่อให้สองแม่ลูก ซาบซึ้ง

“นี่ถ้าไม่เห็นแก่โรงงาน ที่ดิน กิจการน่ะ ผมไม่มาเสียเวลาแบบนี้หรอก รอให้อยู่ในกำมือก่อนเถอะ จะฟาดเสียให้ร้องพี่ฉานคะ พี่ฉานขา วันละสามเวลาเลย”

“แกถามแม่เขาเถอะว่าจะยอมหรือเปล่า”

“ผมมีอาเจ้าเสน่ห์อยู่ทั้งคน คุณติน่ะลูกไก่ในกำมืออาไม่ใช่เหรอครับ” ธงฉานยกยอบนบก

สมภพยิ้มอย่างมั่นใจ

ooooooo

“คุณจะตายไม่ได้นะ ฉันไม่ยอมให้คุณตายได้ยินไหม ฉันไม่ยอมให้คุณตาย ตื่นขึ้นมาสินนท์ ตื่น” ติรกาเขย่าตัวเรียกให้ร่างบนเตียงลุกขึ้นมา

พุทราเป็นงงกับอาการของเจ้านาย กระซิบถาม เตือนใจ “คุณติฟั่นเฟือนหรือเปล่าคะ เดี๋ยวจะฆ่าเขา เดี๋ยวไม่อยากให้ตาย”

“ที่พูดถึงน่ะลูกฉัน” เตือนใจค้อนใส่ แล้วหันไปมองติรกาที่ยังฟูมฟายเรียกให้รชานนท์ตื่นขึ้นมา

“คร้าบ ผมตื่นแล้วครับ” เสียงรชานนท์ดังขึ้น

ทุกคนชะงักหันมองตามเสียงเห็นรชานนท์ ที่ทำแผลเสร็จแล้วยืนยิ้มอยู่

พชรกับวันรบโดดกอดกันแน่นเข้าใจว่าโดนผีหลอก ขณะพวกสาวๆยืนอึ้ง

“เฮ้ย ผมยังไม่ตาย ดูสิ” รชานนท์เปิดผ้าคลุมศพออกเห็นเป็นชายอีกคน

“นนท์ยังไม่ตาย” นลินีวิ่งเข้ากอดน้องชาย

“ถ้าผมตายต้องมีคนเสียใจตั้งหลายคน ผมไม่ยอมตายง่ายๆหรอก” รชานนท์หันมองติรกาอย่างจงใจ สื่อความหมายแล้วเรียกเธอว่า กระแต

ติรกาค่อยๆก้าวเข้าไปหารชานนท์ทำเหมือนเคลิ้ม

“ผมดีใจที่คุณไม่อยากให้ผมตาย” รชานนท์ผละจากพี่สาวเข้ามาหาคนรัก

“ฉันไม่อยากให้คุณตายด้วยลูกปืน...เพราะคุณต้องตายด้วยมือฉัน” ติรกาพุ่งเข้าบีบคอรชานนท์ “จอมโกหก โกหกว่าตายใช่ไหม งั้นก็ตายซะเถอะ”

รชานนท์ตาเหลือก นลินี วันรบ พชร มัทรี เตือนใจและพุทรารีบเข้าช่วยกันแยกติรกาออกมา แต่ไม่สำเร็จเพราะแรงโมโหของเธอมากกว่า หมอและพยาบาลที่อยู่ใกล้ๆจึงเข้ามาช่วย จนภายในห้องโกลาหลกันไปหมด

ธงฉานทนรอต่อไปไม่ไหว เขาตัดสินใจจะเปิดประตูเข้าไป แต่ประตูถูกผลักออกมากระแทกเข้าหน้าเต็มๆ ชายหนุ่มผงะหงายล้มลงไป แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร รชานนท์ก็ถอยหลังออกมาเหยียบเข้ากลางลำตัว ตามด้วยติรกาที่ยังบีบคอรชานนท์ไม่เลิก จากนั้นกลุ่มของมัทรีกับนลินีก็ตามมาออกมา

“ปล่อยนะยายติ เดี๋ยวเขาก็ตายหรอก” เตือนใจสั่งลูกสาว

“คนเลวอยู่ไปก็รกโลก ตายก็สมควรแล้ว” ติรกาบีบคอรชานนท์แน่น

“จะมากไปแล้วนะยายปีศาจไหน้ำปลา” นลินีอารมณ์ขึ้น เข้าไปผลักติรกา

ติรกาไม่ทันตั้งตัวปล่อยมือจากรชานนท์แล้วเซออกไป

ธงฉานคิดว่ารอดจากที่นอนหงายจะพลิกตัวเพื่อลุก แต่ถูกนลินีเข้ามาเหยียบซ้ำลงไปนอนแดดิ้น

“เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ” ติรกาหันขวับมา

“เธอเป็นผู้หญิงใจดำ บ้าพลังสมกับฉายาที่ตารบตั้งให้จริงๆยายไหน้ำปลาปีศาจ”

ทุกคนหันไปมองวันรบเป็นตาเดียว วันรบยิ้มเจื่อนๆ แก้ตัวว่าไม่ได้ตั้งใจ

เป็นจังหวะเดียวกับที่นลินีชักเท้าจากตัวธงฉานมองติรกาอย่างสะใจ ธงฉายสบโอกาสจะคลานออกจากตำแหน่งอย่างช้าๆ แต่กลับถูกติรกาที่แค้นจัดกระแทกเท้าเข้าที่ก้น ธงฉานตาเหลือกร้องไม่ออก

“ไอ้วันรบ แกกล้าว่าฉันเหรอ” ติรกาเปลี่ยนเป้าหมายมาที่วันรบ

“อย่าค่ะแม่ คุณยาย พี่พุทราช่วยมัทที” มัทรี เตือนใจ  และพุทราเข้ามาช่วยกันดึงติรกาที่ประกาศก้องว่า จะไม่ยอมยกมัทรีให้วันรบแน่

สมภพยืนมองเหตุการณ์อยู่ รู้สึกได้ว่าถึงความไม่ชอบมาพากล พลันได้ยินเสียง ธงฉานร้องขอความช่วยเหลือ
“ใครก็ได้...สนใจเขาที”

ทุกคนหันมองธงฉานที่นอนหนีบขากุมเป้าหน้าเขียวอยู่กับพื้น นลินีถามวันรบว่า ธงฉานคือใคร

“คนรู้จักของแม่มัทครับ” วันรบย่อตัวลงจะช่วยประคองธงฉานขึ้นมา แต่พอได้ยินธงฉานประกาศ

ตัวว่า เขาเป็นแฟนของมัทรีก็เปลี่ยนใจ แทงเข่าลงที่ก้นธงฉานแบบทิ้งน้ำหนักเต็มๆ

“โทษที ว่าจะช่วยสักหน่อย แต่คงไม่ต้องแล้ว ไปกันเถอะป๋า” วันรบเดินนำรชานนท์ พชร และนลินีออกไป

“โอ๊ย คุณอา...ฉานน้อยเป็นหมันแล้ว...”

ooooooo

สมภพประคองหลานชายเดินเข้ามาในบ้าน แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา จากนั้นธงฉานที่เจ็บฉานน้อยเอาเสียมากมายเอ่ยขึ้น

“ไอ้หน้าหล่อนั่นต้องเป็นแฟนเก่าคุณอาติแน่ๆ แล้วถ้าใช่จริงๆหนังหน้าระดับคุณอาเทียบไม่ติดฝุ่นแน่เพราะหน้าเขาหล่อขั้นเทพ แต่คุณอาขี้เหร่ขั้นเทพเลยครับ”

“ไอ้ธงฉาน ฉันอาแกนะ”

“นี่ผมก็พูดแบบซอฟต์ๆที่สุดแล้วนะครับ ถ้าไอ้หน้าหล่อเป็นแฟนเก่าจริงๆ อาลำบากแน่”

“ฉันจะไม่มีวันปล่อยผู้หญิงที่ดีพร้อมอย่างติรกาไปแน่ๆ” สมภพมาดมั่น และไม่ทันเห็นว่าทรงสุดาเดินเข้ามาได้ยิน
“แล้วคุณทรงสุดากับลูกล่ะครับ” ธงฉานถามหาอาสะใภ้ที่ใครๆ เข้าใจว่า เป็นหัวหน้าคนใช้

สมภพทำยืดเปรียบเปรยว่า ทรงสุดากับติรกาก็เหมือนรถญี่ปุ่นกับรถยุโรป

“ค่าความภูมิใจมันไม่เท่ากัน เวลาแกไปตามร้านอาหารเห็นไหมว่าเด็กรับรถพอเห็นโลโก้เบนซ์ก็โค้งหัวทิ่มดิน แต่ถ้าเป็นแบบเบสิกใครๆก็ขับได้ นอกจากไม่โค้งมันจะดูถูกซ้ำซะอีก เป็นแกจะเลือกขับอะไร”

“เบนซ์สิครับ ผมจะไม่ยอมพลาดแบบคุณอาหรอก เอาคนรับใช้ในบ้านเป็นเมีย แถมพลาดให้มีลูกอีก รู้ถึงไหนอายถึงนั่น โง้...โง่นะครับ”

“ธงฉาน...นี่แกนับถือฉันใช่ไหม”

“นับถือสิครับ อาคือญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ของผม ไม่นับถืออาจะให้ผมนับถือหมาที่ไหน”

สมภพโมโหหยิบหมอนใกล้มือปาใส่ธงฉาน แต่ธงฉานก้มหลบได้ทัน  หมอนลอยละลิ่วไปชนกับเด็กรับใช้ที่เอาของว่างมาเสิร์ฟ

“ว้าย” เด็กรับใช้เซไปตามแรงกระแทกของหมอน แล้วไปชนถาดน้ำเปล่าที่ทรงสุดาถือตามมา น้ำหกกระเด็นใส่เสื้อสีขาวของเธอเปียกไปทั้งตัว เผยให้เห็นรูปทรงเซ็กซี่

“โอ้  อะไหล่ญี่ปุ่นมันแจ่มแบบนี้นี่เอง” ธงฉานตาโต

เด็กรับใช้เห็นว่าทรงสุดาเปียกไปทั้งตัวก็รีบขอโทษ และเรียกเธอว่า คุณผู้หญิง สมภพไม่พอใจลุกขึ้นผลักเด็กรับใช้สั่งห้ามเรียกทรงสุดาว่า คุณผู้หญิงอีก

“ขอโทษค่ะ หนูลืมค่ะ” เด็กรับใช้ลนลานออกไป

สมภพหันมาชี้หน้าด่าทรงสุดา “เธอปล่อยให้มันเรียกคุณผู้หญิงคิดจะประกาศให้คนอื่นรู้หรือไงว่า เป็นเมียฉัน”

“เปล่านะคะ สุดาไม่เคยคิด”

สมภพขยับจะเล่นงานอีก แต่เสียงเด็กร้องไห้ดังแว่วมา สมภพตวาดให้ทรงสุดาไปดูลูก

ทรงสุดารีบเดินออกไปแต่ยังไม่ทันพ้นประตู ก็ได้ยินเสียงธงฉานถามสมภพว่า ถ้าจีบติรกาสำเร็จ ทรงสุดาจะยอมหรือ

“ถ้ายอมไม่ได้ก็ต้องออกไปจากบ้านฉัน”

สิ้นเสียง ทำเอาทรงสุดาน้ำตาร่วง

เย็นวันเดียวกัน พชร นลินี และวันรบ ช่วยกันคาดคั้นรชานนท์เรื่องติรกา เพราะอยากรู้ว่า เธอเป็นแฟนเก่าของเขาใช่ไหม รชานนท์หมดทางเลี่ยง เขาตอบสั้นๆว่าใช่ แต่ไม่ยอมอธิบายรายละเอียดอะไร

“คดีระหว่างผมกับว่าที่แม่ยายก็หนักแล้ว นี่ยังมีคดีของป๋ากับว่าที่แม่ยายผมอีก เฮ้อ ไม่รู้ว่ามัทจะเป็นยังไงบ้าง” วันรบหนักใจ

เวลาเดียวกัน ติรกายื่นคำขาดห้ามมัทรีกลับกรุงเทพฯ แต่มัทรีอ้างว่า ต้องกลับไปทำงาน คุณแม่จอมเผด็จการจึงสั่งให้ลูกสาวโทร.ไปลาออก

“ตามกฎหมายต้องบอกล่วงหน้าก่อนลาออกอย่างน้อย 15 วันค่ะ” พุทราเสนอหน้าเข้ามา ตามด้วยเตือนใจ

“มัทเซ็นสัญญาทำงานกับบริษัทป๋าไปแล้ว 5 ปี ถ้าจะฉีกสัญญา...แม่คงต้องจ่ายเงินให้เขาหลายล้าน”

ติรกาชะงักไปเมื่อได้ยินว่าต้องเสียเงิน เตือนใจเห็นอาการลูกสาวก็รีบเน้น

“นี่เราต้องเอาเงินที่เราหาอย่างยากลำบากไปให้เขาใช้ฟรีๆตั้งหลายล้านเลยเหรอ เกลียดก็เกลียด ถ้ายอมจ่ายนี่มันแพ้เขาชัดๆเลยนะ เขาคงมองว่าเราโง่ซ้ำซ้อนนะว่าไหมลูก”

“โอ้ว...อย่าบิ๊วให้เครียดค่ะคุณเตือนใจ เดี๋ยวช็อกอีก” พุทราลอบยิ้ม

ติรกากรี๊ดลั่นแค้นใจที่ทำอะไรไม่ได้ เธอบอกกับมัทรีว่า อย่าคิดว่าเธอจะยอมแพ้

“มันไม่ใช่เรื่องแพ้ชนะค่ะแม่ หนูกับรบ เรารักกัน และหนูจะไม่มีวันเปลี่ยนใจ หนูจะแต่งงานกับรบคนเดียวเท่านั้น” มัทรีส่ายหน้าเซ็งแล้วเดินหนี

เตือนใจเข้ามาโอบไหล่เตือนสติลูก “เด็กสองคนรักกัน แกจะไปแยกเขาได้ยังไง”

ติรกานิ่งคิดแล้วเอ่ยขึ้น “จริงสิ...สองคนนั้นรักกัน ถ้ารักกันก็ต้องทำให้เลิกรักกัน...หนูจะทำให้ยายมัทเลิกรักวันรบให้ได้”

“มันจะง่ายขนาดนั้นเหรอคะคุณติ”

“ความระแวงเป็นบ่อเกิดของความพินาศเสมอ ฮึๆๆ” ติรกาหัวเราะอย่างร้ายกาจ

เตือนใจกับพุทรามองหน้ากันอย่างเหวอๆ

ooooooo

เช้าอันสดใส รชานนท์ วันรบ และพชรพา

คุณแก้วกับสามีมาดูห้องตัวอย่างในรีสอร์ตที่สวนผึ้ง สองสามีภรรยาเป็นปลื้มและชื่นชมในฝีมือของรชานนท์และวันรบมาก คุณแก้วถามหามัทรีเพราะไม่เห็นมาด้วยกัน วันรบว่าเธอติดธุระ แต่ยังพูดไม่ทันจบ มัทรีก็เดินเข้ามา

“ว่าที่แม่ยายผมยอมให้คุณมาทำงานกับผมได้ยังไงเนี่ย”

“มัทอ้างไปว่าติดสัญญาทำงานค่ะ ถ้าไม่มาต้องโดนปรับเงิน”

“แล้วแม่เราอยู่ไหน” รชานนท์มองหา

มัทรีชี้ไปทางหนึ่ง ทุกคนหันไปมอง เห็นติรกาใช้กล้องส่องทางไกลส่องดูมัทรี โดยมีพุทรายืนกางร่มบังแดดให้ เธอเอ่ยถามเจ้านายว่าไม่ตามมัทรีไปหรือ

“ตามไปสิ...แต่ต้องรอให้ถึงเวลาก่อน” ติรกายิ้มอย่างจอมวางแผน

พวกรชานนท์จำต้องตัดใจพักเรื่องติรกาไว้ก่อน เพราะต้องพาคุณแก้วกับสามีไปดูห้องพิเศษที่วันรบเตรียมไว้สำหรับลูกแฝดในท้องของคุณแก้ว

สองสามีภรรยาเห็นบรรยากาศในห้องก็มองตาค้างยิ้มอย่างพอใจสุดๆ ก่อนรำพึงเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่น่าเชื่อที่หนุ่มๆอย่างวันรบจะถนัดเรื่องห้องเด็กทารก

“จริงๆก็ไม่ถนัดหรอกครับ...ผมไม่ได้ตกแต่ง

ห้องนี้จากความรู้...แต่ผมตกแต่งห้องนี้จากความรัก เพราะคิดว่าสักวันผมจะมีครอบครัวกับคนที่ผมรัก มีลูกสาวที่น่ารักสักคน ภาพของห้องนี้มันก็ชัดขึ้นมาในนี้” วันรบชี้ที่หัวใจพลางส่งยิ้มหวานให้มัทรี

“ถ้าเป็นละคร ฉันต้องคิดว่าไอ้รบเป็นพระเอกแน่ๆ” พชรแอบกระซิบกับรชานนท์

“ฮื้อ ถ้าเป็นละคร ผมเนี่ยพระเอก ไอ้รบน่ะพระรอง ส่วนพี่พระลอตามไก่” รชานนท์ส่งยิ้มกวนๆ

พชรทำหน้าเซ็งจะเปลี่ยนเรื่องคุย แต่จู่ๆคุณแก้วก็ร้องไห้โฮเข้ามาจับมือมัทรี

“แก้วยินดีด้วยนะคะ ยินดีด้วยจริงๆ คุณรบสัญญากับแก้วนะคะว่าจะดูแลคุณมัทเป็นอย่างดี อย่าให้แก้วผิดหวังสัญญาสิคะ”

“ครับ” วันรบตกใจ รีบรับปาก แล้วหันมาทางสามีคุณแก้ว ด้วยกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิด

“คือช่วงท้อง ฮอร์โมนจะแปรปรวนนิดนึง ค่อนไปทางมากด้วยครับ” สามีคุณแก้วส่งยิ้มเจื่อนๆ

คุณแก้วดึงมือมัทรีกับวันรบมาจับกันไว้แล้วอวยพรให้ทั้งคู่มีครอบครัวที่อบอุ่น มัทรีกับวันรบได้แต่มองหน้ากันจะขำก็ไม่ได้เพราะเกรงใจ

“มีความสุขมากเหรอคะพี่รบ” สาวน้อยนางหนึ่งเดินเข้ามาด้วยท่าทางเอาเรื่อง

ทุกคนมองเธออย่างอึ้งๆ เพราะไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน สาวน้อยแนะนำตัวเองว่า ชื่อแพรวเป็นแฟนของวันรบแล้วบอกเล่าข้อมูลเรื่องวันรบได้อย่างละเอียดยิบ เพราะหวังสร้างเรื่องให้มัทรีระแวงคนรัก

ติรกาที่ส่องกล้องดูอยู่เห็นว่า ได้เวลาแล้วจึงเดินลงมาช่วยแพรวเล่นงานวันรบและตอกยํ้าให้มัทรีเห็นถึงความกะล่อนของชายหนุ่ม

รชานนท์กับพชรที่ฟังอยู่ด้วยชักเอะใจ เพราะทุกอย่างดูลงตัวไปหมด จึงหาทางช่วยวันรบด้วยการขอให้แพรวรับแอดจากรชานนท์ สาวเจ้าเข้าใจว่า เขาแอบปิ๊ง จึงหยิบมือถือมากดรับ

รชานนท์ส่งยิ้มพิฆาตแล้วกดมือถือหาข้อมูลของแพรวจากเฟซบุ๊กจนพบ เขาส่งยิ้มให้เธอพร้อมกับเอ่ย
“ทีนี้บอกความจริงมาว่าน้องเป็นใครมาใส่ร้ายไอ้รบทำไม ไม่งั้นพี่จะโพสต์กระดานข้อความของน้องว่าน้องกับไอ้รบเป็นกิ๊กกัน”

“อย่านะพี่” หญิงสาวร้องลั่น

“กลัวแฟนตัวจริงเห็นใช่ไหม ว่าไงจะพูดความจริงได้หรือยัง”

แพรวอํ้าๆอึ้งๆเหลือบไปมองติรกา มัทรีพอเข้าใจ เอาเงินเข้าล่อ

“ถ้าเธอพูดความจริง ฉันจ่ายให้อีกเท่านึงที่แม่ฉันจ่าย”

แพรวตาโตเห็นแก่เงิน วันรบกับรชานนท์เห็นว่าวิธีนี้ได้ผลก็เสนอว่า จะจ่ายให้สามเท่าถ้าแพรวยอมบอกความจริง

“ฉันโดนจ้างมาสามพันบาท สามเท่าก็เก้าพัน ถ้ารวมค่ารถกับค่าเสียเวลา ฉันขอเป็นหมื่นหนึ่ง”

“ตกลง” มัทรี วันรบ รชานนท์ และพชรพยักหน้าพร้อมกัน

“แม่คุณจ้างฉันมา บอกให้ฉันทำให้คุณเลิกกับแฟนให้ได้” สิ้นคำสารภาพ มัทรีหันมามองติรกาอย่างผิดหวัง

ติรการู้ว่าพลาด รีบหนีไปขึ้นรถ และแอบกำชับพุทราว่า คราวหน้าอย่าให้พลาดอีก เพราะต้องกำจัดวันรบออกไปจากชีวิตลูกสาวให้ได้

ooooooo

วันรบเห็นมัทรีเครียดเรื่องแม่ ก็ชวนไปทานก๋วยเตี๋ยวแก้เครียด หญิงสาวหันมาถามคนรักว่า ถ้าแม่ยังโหดแบบนี้ เขาจะเบื่อและทิ้งเธอไปไหม

“ต่อให้ผมจะโดนเกลียดมากกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่า ผมก็จะไม่ไปไหน...ผมจะทำทุกอย่างให้แม่คุณยอมให้ผมเป็นผู้ชายที่อยู่เคียงข้างมัทไปตลอดชีวิต” วันรบกุมมือมัทรี พลางส่งสายตาหวานซึ้ง

พชรกับรชานนท์ตามมาเห็นก็ทำท่าจะอ้วก เพราะเลี่ยนในความหวานของทั้งคู่

“มัทขอโทษนะคะที่ทำให้พวกพี่พลอยยุ่งไปด้วย” มัทรีส่งยิ้มใสซื่อ ชวนสองหนุ่มนั่งทานก๋วยเตี๋ยวด้วยกัน

ก๋วยเตี๋ยวถูกวางลงตรงหน้า วันรบกับพชรตักเครื่องปรุงมาเติมตามสไตล์ของตัวเอง แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นมัทรีกับรชานนท์จัดลำดับการปรุงเครื่องปรุงเหมือนกันเป๊ะ ทำให้เอื้อมมือไปชนกันอยู่หลายรอบ และต้องแปลกใจอีกครั้ง เมื่อเห็นลีลาการกินก๋วยเตี๋ยวของทั้งคู่

“สองคนนี้ กินเหมือนกันเลย ลูกชิ้นก่อน เส้นทีหลัง” พชรเปิดเครื่อง

“จริงด้วย...ผมว่าจะบอกมัทหลายทีแล้วว่าชอบกินเหมือนป๋า” วันรบมองคนรัก

พชรล้อว่า กลัวคนแย่งลูกชิ้นหรือไง รชานนท์กับมัทรีส่ายหน้าแล้วพูดพร้อมกัน

“เปล่า แค่ไม่ชอบกินน้ำซุป แต่ก็ไม่ชอบกินแห้ง”

“ขนาดเหตุผลยังเหมือนกันเลย” พชรตาโต

วันรบนึกได้เสริมว่า ไม่ใช่แค่ก๋วยเตี๋ยว แต่มัทรี แพ้นมวัวเหมือนรชานนท์ด้วย มัทรียิ้มรับพลางอธิบาย

“แม่บอกว่ามัทแพ้นมวัวเหมือนพ่อค่ะ”

“ไอ้นี่ก็แพ้เหมือนพ่อเหมือนกัน...” พชรชี้ไปที่รชานนท์

รชานนท์กับมัทรีมองหน้ากัน ด้วยความประหลาดใจ

“ยังมีอีกครับ เวลาเครียด ยังใช้นิ้วโป้งคลึงที่หว่างคิ้วเหมือนกันอีก”

“แบบนี้เหรอ” รชานนท์กับมัทรีก็เผลอยกนิ้วโป้งขึ้นมาคลึงที่หว่างคิ้วตัวเอง

“เฮ้ย เหมือนกันไปป่ะ ถ้าไม่รู้จักกันมาก่อนคงนึกว่าเป็นพ่อลูกกันนะเนี่ย”

“พูดบ้าๆ น่ะพี่ระ” รชานนท์ส่ายหน้าขำๆ เพราะคิดว่าไม่มีทางเป็นไปได้

มัทรีนึกขึ้นได้รีบล้วงกระเป๋าหยิบสำเนาบัตรในกระเป๋ามาส่งให้พชรไปทำสัญญาจ้างงาน เพราะกลัวติรกาจะขอดู

พชรรับสำเนาบัตรมาอ่านแล้วหันมาถามรชานนท์ “วันเกิดน้องมัทคล้ายๆวันเกิดแกเลยวะไอ้นนท์ น้องมัทวันที่หกเดือนสาม ส่วนของแกวันที่สามเดือนหกใช่ไหม”

รชานนท์เอาสำเนาบัตรของมัทรีมาดู เห็นว่าเธอเกิดปี 2532 ก็อึ้ง เขาคิดทบทวนอะไรบางอย่าง แล้วลุกขึ้นบอกว่า จะไปหากระแต จากนั้นก็เดินพรวดพราดออกไป ทิ้งให้วันรบ มัทรี และพชรมองตามด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความงุนงง

ooooooo

แม่ยายที่รัก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด