ตอนที่ 13
วริษราเห็นทุกคนจ้องมาก็ตีบทโศก รำพึงรำพันว่า ถ้าเธอกับลูกไม่มีวันรบขอตายซะดีกว่า นลินีฟังแล้วของขึ้นจะเข้าไปเล่นงานแม่จอมมารยา พชรรีบดึงไว้
“คุณไปทำแบบนั้นวริษราก็จะยิ่งเรียกคะแนนสงสารจากหลานมัทนะ นิ่งไว้เถอะคุณ”
นลินีข่มใจทนดูวริษราเล่นละครต่อไป แต่วันรบสุดทนไล่วริษราออกไป แล้วหันมาอ้อนวอนมัทรีให้เชื่อ
“ผู้หญิงคนนี้บอกมัทว่าเขายอมเป็นเมียเก็บรบจนท้อง ตอนนี้เขาอยากให้รบรับผิดชอบเขากับลูก มัทไม่รู้จริงๆ ว่าใครพูดเรื่องจริงใครโกหก แต่ที่มัทถอนหมั้นเพราะมัทไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นมือที่สามของใคร”
“ระหว่างผมกับมัท ไม่เคยมีใครแทรกกลางระหว่างเราได้ วริษราต่างหากที่เป็นมือที่สาม และผมก็พร้อมจะตอบทุกคำถามนะมัท”
“แต่มัทไม่มีอะไรจะถาม เพราะตอนนี้มัทกับพี่รบ เราจบกันไปแล้ว มัทเหนื่อยค่ะ มัทไม่อยากเวียนว่ายในวัฏจักรชิงรักหักสวาทเราสามคนแบบนี้ มัทอยากมีความรักที่สบายๆ มีแค่เราสองคนที่เข้าใจและอยากอยู่ด้วยกัน”
“มันเป็นแบบนั้นมาตลอดและมันจะเป็นอย่างนั้นตลอดไป แค่มัทเชื่อใจผม”
“นั่นล่ะค่ะที่สำคัญ ถ้ามัทคิดจะเลือกใครมาเป็นผู้นำชีวิต เขาต้องทำให้มัทศรัทธาในตัวเขาอย่างไม่มีข้อสงสัย ที่ผ่านมารบโกหกว่าไม่รู้จักริษทั้งที่จริงๆแล้ว
รบกับริษเป็นญาติกันตั้งแต่เด็ก รบยอมลงชื่อรับเป็นพ่อของเด็กแต่ไม่ยอมบอกมัท ปล่อยให้มัทรู้เอง รบไปหาริษที่คอนโดฯกลางดึก และสุดท้ายรบอยู่ที่ไหนคะ ตอนที่ครอบครัวมัทมีปัญหา”
“ริษตั้งใจวางยานอนหลับผม ผมขอโทษ ผมไม่รู้จริงๆ ว่าริษจะกล้าทำกับผมขนาดนี้”
“ไม่จริงนะคะพี่มัท พี่รบโกหก พี่มัทเชื่อริษนะคะ” วริษราเข้าไปกอดแขนมัทรี แววตาวิงวอน
“ไปให้พ้น อย่ามาให้พี่เห็นหน้าอีก” วันรบกระชากวริษราให้ออกห่างจากมัทรี
มัทรีถึงขีดสุดเดินหนีขึ้นรถ วันรบจะตามไป แต่วริษรากอดขาดึงไว้ นลินีกับพชรจึงต้องออกโรงตามเจรจากับมัทรี แต่โดนตอกกลับมา
“จริงหรือไม่ ไม่สำคัญเท่าพี่รบทำลายความไว้ใจ
ที่มัทมีต่อพี่รบ มัทขอให้ตัวมัทได้อยู่นิ่งๆ สักพักนะคะ แล้วอย่าให้ใครมากระโดดขวางรถมัทอีกนะคะ มัทไม่อยากเป็นฆาตกร” มัทรีขึ้นรถแล้วขับออกไป
วันรบรีบขึ้นรถขับตามไป วริษราเห็นไม่ได้การ
ทิ้งตัวลงกับพื้นตั้งใจจะแกล้งเป็นลม แต่หัวดันไปโดนก้อนหินจึงสลบไปจริงๆ พชรกับนลินีหันมาเห็นจึงจำใจพาเข้าไปพักในบ้าน แล้วโทร.รายงานรชานนท์
ooooooo
รชานนท์นำเรื่องราวจากนลินีมาถ่ายทอดให้ติรกา เตือนใจและพุทราฟังเพื่อช่วยกันคิดหาทางช่วยเหลือ
วันรบ “อื้อหือ ตามตำรานางร้ายเขาเรียกมารยาสาไถยนะคะเนี่ย ถ้าคุณรบไม่ใช่พ่อของเด็กจริงๆ ยัย
วริษรานี่ก็นางร้ายตัวแม่เลยนะคะ แบบนี้คุณมัทแย่แน่ๆ” พุทราหวงเจ้านาย
เตือนใจรีบโวย “โอ้ย แม่ไม่ยอม ถ้าตารบเลวจริง เลิกกันแม่ไม่ว่า แต่ถ้ายัยมัทกับตารบจะมาเลิกกันเพราะมือที่สามปั่นแบบนี้ไม่ได้”
ติรกาไม่พูดอะไร สั่งให้พุทราไปหยิบปืนมา เธอจะไปสอบสวนวริษรากับวันรบด้วยตัวเอง เตือนใจรีบขวางไว้ แล้วเธอก็เกิดความคิดว่า เรื่องแบบนี้ต้องขอความช่วยเหลือจากทุกฝ่าย
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา วันทนีย์ กำนันเรือง และกระถินก็เดินทางมาถึงบ้านติรกา วันรบถูกเรียกตัวมาพบเพื่อซักซ้อมแผนการ
ค่ำวันนั้นเอง วันรบเข้าไปเกลี้ยกล่อมวริษราให้ไปอยู่กับวันทนีย์ที่สุพรรณฯ โดยให้เหตุผลว่า ถ้าคิดจะอยู่กับเขา ก็ต้องเข้ากับครอบครัวได้ วริษราอึกอัก แต่ก็ยอมรับปาก
เช้าวันใหม่ วันรบพาวริษราไปส่งให้วันทนีย์ที่บ้าน วันทนีย์ฉีกยิ้มหวานเข้ามาทักทายและเรียกวริษราว่าลิ้นจี่เพราะเป็นชื่อเดิมของเธอ กำนันเรืองตามมาสมทบพลางคุยว่า จะช่วยดูแลลิ้นจี่ให้เป็นอย่างดี เพราะเธอก็เหมือนลูกหลานคนหนึ่ง
“งั้นผมไปนะครับพ่อ แม่” วันรบยกมือไหว้ลาพ่อกับแม่แล้วหันมาบอกกับวริษรา “พี่ต้องไปดูงานที่ภูเก็ต ริษอยู่กับแม่พี่สักสองสามอาทิตย์นะ แล้วพี่จะรีบกลับมาหา” วันรบขยับจะเดินออก
วริษรารีบดึงแขนไว้พลางส่งสายตาอ้อน กระถินออกมาเห็นก็ทนไม่ได้ปราดเข้าไปจิกผมวริษราจนหน้าหงาย วันทนีย์ปรามด้วยสายตา กระถินรู้ตัวก็รีบปรับเปลี่ยนอาการอ้างว่า อยากสนิทกับแฟนพี่รบเร็วๆ แล้วดึงอาไทออกมาช่วยกันปิดทางไม่ให้วริษาลุกตามวันรบไปได้
วริษราโมโหตบกระถิน จึงโดนกระถินตบสวน แล้วสองสาวก็เข้าฟัดกันนัวเนีย วันทนีย์ยืนเชียร์เสียงลั่นเพราะกระถินได้เปรียบ อาไทเข้ามาสะกิดเตือน นางนึกได้เข้าไปลากกระถินออกมาบังคับให้ขอโทษวริษรา
“ฉันขอโทษ หวงพี่รบมากไปหน่อย” กระถินจำใจเอ่ย
“ไป พานางลิ้นจี่ไปพัก แล้วอย่าก่อเรื่องอีกนะ ไปพักเถอะ หลานแม่จะได้พักด้วยนะ” วันทนีย์ส่งยิ้มให้วริษราแต่สายตาคุกคาม
ooooooo
ครั้นส่งวริษราเข้าห้องแล้ว กระถินก็ลงมาสมทบกับวันทนีย์ กำนันเรือง และอาไทที่รออยู่ในดงกล้วยเพื่อประชุมลับแผนการบีบวริษราให้อึดอัดจนต้องกลับไปหาพ่อตัวจริงของลูกในท้อง และไม่นานนักอาไทที่ตามมาสอดแนมก็ได้ยินวริษราคุยโทรศัพท์กับต้น ที่โทร.เข้ามาเพื่อขอรับผิดชอบเธอกับลูก
อาไทไม่รอช้ารีบกลับไปรายงานวันทนีย์ วันทนีย์จึงมอบหมายให้อาไทกับกระถินเข้าไปขโมยโทรศัพท์ของวริษราออกมา แล้วลอกเบอร์ที่โทร.เข้ามาทั้งหมด แล้วโทร.หาเจ้าของเบอร์ที่ชื่อต้นให้มารับผิดชอบวริษรากับลูก
คืนเดียวกัน วันรบนั่งคุกเข่าขอโอกาสจากมัทรีอยู่ตรงหน้าต่าง แต่เธอไม่ใจอ่อน ติรกากับรชานนท์ที่แอบดูอยู่สงสาร เข้ามาขอร้องให้วันรบกลับไปพักก่อนเพราะดึกมากแล้ว แต่วันรบยืนกรานจะรอ จนกว่า
มัทรีจะยอมฟังความจริง ว่าที่พ่อตาแม่ยายหันมามองหน้ากันอย่างเห็นใจ แล้วชวนกันไปหาผ้ามาให้ว่าที่ลูกเขยห่มกันหนาว
ส่วนเตือนใจที่แอบดูอยู่อีกมุมหนึ่ง เกิดความคิดใหม่ เธอเปรยกับพุทราว่า อยากจะเอาน้ำไปสาดวันรบให้จับไข้ เพื่อจะได้เรียกคะแนนสงสารจากมัทรี พุทราเห็นดีด้วยรีบไปเตรียมน้ำมาให้
เพียงครู่เดียว เตือนใจก็ตีหน้ายักษ์เข้ามาสาดน้ำใส่วันรบพลางต่อว่าเสียงดังลั่น
“ทำหลานฉันร้องไห้จะเป็นจะตาย ยังกล้ามาเสนอหน้าอีกเหรอ”
มัทรีได้ยินเสียงเตือนใจก็รีบเปิดประตูออกมาดู
“คุณยายครับ ฟังผมก่อน” วันรบอ้อนวอน
“ฉันไม่ฟัง ไอ้ผู้ชายหลายใจ ฉันล่ะเกลียดนัก ออกไปจากบ้านฉัน ไป๊” เตือนใจทำเชิดใส่ พลางมองหามัทรี แต่หลานสาวยังไม่ลงมาห้าม เธอจึงหันไปคว้ากระป๋องจะเข้าไปตีวันรบพลางประกาศว่าจะเอาเลือดหัวออก มัทรีได้ยินก็ตกใจจะลงมาห้าม แต่ไม่ทันเพราะติรกากับรชานนท์เข้ามาถึงก่อน เตือนใจตกใจที่ผิดแผนแต่ต้องเล่นต่อ
“ฉันจะฆ่ามัน ปล่อยฉัน” เตือนใจแอกติ้งเกินร้อยจนเกิดอาการวูบ
“อ้าว...ลมจะจับจริงซะงั้น ว้ายคุณยาย คุณนนท์ขา พาคุณยายเข้าไปพักก่อนเถอะค่า” พุทราร้องลั่น
เตือนใจหันมาขยิบตาให้วันรบก่อนเดินตามทุกคนเข้าไปพักในบ้าน วันรบเริ่มคร่ำครวญขอความเห็นใจแต่มัทรียังใจแข็ง เธอเมินหน้าหนีแล้วตามไปดูคุณยาย
ในห้อง ติรกาได้โอกาสขอร้องให้มัทรีลงไปดูวันรบบ้าง
“แบบนี้ดีแล้วล่ะค่ะ รบจะได้รู้ว่าเรื่องระหว่างเขากับมัทมันจบลงแล้ว” มัทรีมองออกไปทางวันรบด้วยแววตาเฉยชา
ทุกคนหันมาสบตากัน ต่างไม่คิดว่ามัทรีจะใจแข็งเกินร้อย
ooooooo
เช้าวันใหม่ พุทราถือถาดน้ำเต้าหู้ร้อนเข้ามาเสิร์ฟให้ทุกคน ติรการับไปจิบแล้วเกิดอาการเหม็นต้องวิ่งออกไปอาเจียน เตือนใจชักเอะใจถามลูกสาวว่าประจำเดือนมาหรือยัง
“ยังเลยค่ะ” ติรกานึกได้มองหน้าเตือนใจ
รชานนท์เข้าใจทันทีรีบเข้ามากอดติรกาบอกว่า เยี่ยมมาก เตือนใจหันไปคุยกับพุทราว่า จะได้หลานอีกคน แล้วชวนทุกคนไปบอกข่าวดีกับมัทรี แต่พุทราเสนอว่า ให้เคลียร์ทีละเรื่องดีกว่า เพราะไม่อยากเห็นวันรบเหนื่อยฟรี
ติรกาเห็นด้วยขอร้องทุกคนว่าอย่าเพิ่งบอกมัทรี แล้วออกไปยืนลุ้นว่า มัทรีจะลงไปดูวันรบไหม
สักพัก มัทรีก็เดินออกมาจากห้อง เตือนใจส่งสัญญาณให้วันรบรู้ แล้วทำท่าใบ้ให้แกล้งไม่สบาย วันรบที่กำลังเบลอและมีไข้ขึ้นเพ่งมองเตือนใจแล้วเริ่มเข้าใจ จึงแสร้งทำตัวโงนเงน แล้วล้มลง
“รบ” มัทรีตกใจรีบวิ่งลงไปประคองคนรักแล้วเรียกให้ติรกากับรชานนท์ออกไปช่วย
“นั่นไง บอกแล้วว่าได้ผล” เตือนใจยิ้มพอใจใน ผลงาน แล้วจะตามติรกากับรชานนท์ออกไปด้วย แต่เกิดอาการวูบ
พุทรารีบเข้าประคองพาไปนั่งพัก
ooooooo
สายวันเดียวกัน พ่อเลี้ยงจรัลได้รับรายงานจากสมุนว่า ติรกากับพวกบุกเข้าไปช่วยสมภพชิงตัวทรงสุดากับลูกชายหนีออกมา แถมยังทำไฟไหม้ตู้สัญญาเงินกู้มอดไปทั้งหลัง พ่อเลี้ยงโกรธมาก พาลูกน้องมาจัดการกับสมภพและธงฉาน แล้วบังคับให้พาไปบ้านติรกา
“พ่อเลี้ยงจะไปบ้านติรกาทำไมครับ” สมภพนึกห่วงเพื่อน
พ่อเลี้ยงจะตอบ แต่ธงฉานแทรกขึ้น “คิดจะยิงกราด พังบ้าน บี้มด ตบหมา แก้แค้นให้สะใจใช่ไหม เลวจริงๆ”
“ปัญญาอ่อน ระดับอั๊วแล้วไม่ทำ...แค่นั้นหรอกเว้ย อั๊วต้องขยี้หัวใจติรกาให้แหลกลาญให้มันรู้ซะบ้างว่า พ่อเลี้ยงจรัลสุดยอดขนาดไหน ฮ่าๆๆ” พ่อเลี้ยงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
ธงฉานกับสมภพมองหน้ากันอย่างสยอง แล้วแอบโทร.เตือนติรกาให้ระวังตัว
ด้านมัทรี เมื่อรู้ความจริงว่าทุกคนรวมหัวกันหลอกให้ไปดูแลวันรบ ก็เดินหนีมาหน้าบ้าน ได้ยินแจ่มทะเลาะกับวริษราที่หนีมาจากสุพรรณฯ
วริษราดึงดันจะเข้าไปพบวันรบกับมัทรีในบ้าน แต่แจ่มไม่ยอม ทั้งสองยื้อกันไปมาอยู่หน้าประตู
เวลานั้นเอง รถกระบะของพ่อเลี้ยงจรัลก็แล่น เข้ามาจอด สมภพกับธงฉานถูกคุมตัวมาในรถ พลางปรึกษากันว่าจะเอาไงดี เพราะได้ยินพ่อเลี้ยงบอกกับลูกน้องว่า จะจับตัวมัทรีไปทรมานเพื่อแก้แค้นติรกา
สมภพตัดสินใจจะช่วยมัทรีให้เพราะเธอเป็นลูกของเพื่อนรัก ธงฉานสวนว่า ตัวเองยังเอาไม่รอด คิดจะเป็นฮีโร่
“อย่าพูดความจริงสิโว้ย มันเจ็บปวด แต่เราต้องช่วยมัทรีให้ได้ ไม่งั้นคุณติต้องโกรธจนเลิกช่วยเราเรื่องรีสอร์ตแล้วเราก็จะกลับเป็นหนี้เหมือนเดิม”
“ไม่เอานะอา เขาไม่อยากเป็นหนี้ งั้นถึงไหนถึงกันเลยอา เราต้องช่วยมัทรีให้ได้ สู้ๆ” ธงฉานกับสมภพจับมือกันแล้วมองไปหน้าบ้าน เห็นสมุนพ่อเลี้ยงเข้าไปรุมอัดแจ่ม และมีวริษรายืนงงอยู่ข้างๆ
สมภพเกิดไอเดียหลอกพ่อเลี้ยงจรัลว่าวริษราคือมัทรีลูกสาวของติรกา พ่อเลี้ยงสั่งให้สมุนที่รุมอัดแจ่มไปจับตัวเธอมา
“ปล่อยนะ ฉันไม่ใช่ยัยมัทรี ปล่อย” วริษราแหกปากลั่น
พ่อเลี้ยงจรัลเข้ามาจับคางเธอไว้ วริษราพลางเอ่ย “ลูกยัยติรกา แกจะต้องชดใช้แทนแม่ของแก”
วริษราฮึดสู้กัดมือของพ่อเลี้ยงจรัล แล้วยกเท้าถีบเข้ากลางลำตัว พ่อเลี้ยงโมโหชักปืนออกมายิงวริษรา
“อย่า” มัทรีพุ่งเข้ามาผลักวริษรา แต่กระสุนกลับพุ่งเข้าที่ต้นแขนของเธอ
“แย่แล้ว” สมภพกับธงฉานหน้าเจื่อน
ooooooo
รชานนท์ วันรบและติรกาได้ยินเสียงปืนก็
จะออกมาดู เตือนใจจะตามมาด้วย แต่ติรกาห้ามไว้ แล้วหันไปสั่งพุทราให้โทร.แจ้งตำรวจ จากนั้นแม่หญิงเหล็กก็เดินนำสองหนุ่มออกมาหน้าบ้าน
ส่วนที่หน้าบ้าน มัทรีกับวริษราล้มไปด้วยกัน พ่อเลี้ยงจรัลสั่งให้สมุนไปเอาตัวลูกสาวติรกามา เหล่าสมุนกรูเข้าไปดึงตัววริษรา แต่มัทรีไม่ยอมปล่อย พ่อเลี้ยงรำคาญสั่งให้เอาตัวทั้งคู่ไปขึ้นรถ
สมภพกับธงฉานเห็นว่าไม่ได้การจึงเข้าไปแย่งตัวมัทรี แล้วติรกา รชานนท์ และวันรบก็มาถึงพอดี ติรกายิงปืนขึ้นฟ้าหวังจะขู่ แต่พ่อเลี้ยงกลับยิงสวนตั้งใจให้โดน รชานนท์กับวันรบพุ่งเข้าปกป้องติรกาให้พ้นวิถีกระสุน
“แกเผาบ้านฉัน ฉันจะยำลูกแกให้เละ ฮ่าๆๆ” พ่อเลี้ยงหัวเราะสะใจแล้วขึ้นรถออกไป
วันรบไม่รอช้ารีบวิ่งไปเอารถมารับติรกากับรชานนท์แล้วเหยียบตามรถของพ่อเลี้ยงไป ทิ้งให้สมภพกับธงฉานนอนร้องโอดโอยอยู่หน้าบ้านกับแจ่มที่นอนหมดสภาพ
เตือนใจตามออกมาเห็นก็ทำท่าจะเป็นลมเพราะเป็นห่วงลูกหลาน พุทราเข้าประคอง คุณยายตั้งสติได้หันมาสั่งพุทราให้เอาโทรศัพท์มาเพราะต้องช่วยทุกคนให้ได้
ด้านวันรบ เขาขับรถไล่ตามรถของพ่อเลี้ยงจรัลมาติดๆ และเมื่อได้จังหวะก็ขับแซงแล้วปาดหน้ารถพ่อเลี้ยงทันที ลูกน้องพ่อเลี้ยงเหยียบเบรกเอี๊ยด พ่อเลี้ยงหน้าทิ่มจนมึน ส่วนลูกน้องที่อยู่ด้านหลังล้มกันระเนระนาด
เมื่อมัทรีได้ทีก็ถีบสมุนเสี่ย แล้วรีบดึงวริษราให้ลงจากรถ เหล่าสมุนรีบตั้งหลักตามลงมาจะจับตัวมัทรีอีก แต่รชานนท์ วันรบพุ่งเข้าแลกหมัดขัดขวางไว้
พ่อเลี้ยงจรัลยกปืนกระหน่ำยิงใส่วันรบกับรชานนท์ด้วนความแค้น แต่ทั้งสองไม่เป็นอะไรเลย เพราะกระสุนพลาดเป้าไปถูกสมุนของพ่อเลี้ยง
“เย้ย ฝีมืออั๊วใช่ไหมเนี่ย” พ่อเลี้ยงมองปืนในมือ
“ถูกต้อง อาแป๊ะอย่างแกไม่มีลูกน้องมันก็บ่มิไก๊ ใช่ไหมวะไอ้รบ” รชานนท์กับวันรบเดินเข้าหา
พ่อเลี้ยงชักปอดบอกให้ค่อยพูดค่อยจากัน ขณะที่ติรการีบเข้าไปดูมัทรีและเห็นว่าลูกถูกยิง เธอบอกกับรชานนท์และวันรบ สองหนุ่มเลือดขึ้นหน้าเข้ารุมพ่อเลี้ยง
ทันใดนั้นเอง สมุนคนหนึ่งของพ่อเลี้ยงย่องมาเล่นงานติรกาด้านหลัง แล้วเข้าล็อกตัวมัทรี ใช้ปืนจี้บังคับให้รชานนท์กับวันรบถอยออกมาจากพ่อเลี้ยง
“ฮึๆ อั๊วบอกแล้วให้คุย ทีนี้ล่ะตาอั๊วบ้าง” พ่อเลี้ยงหน้าตาบวมตุ่ยเดินไปข้างมัทรีแล้วกระชากปืนมาจากสมุน “ท่าจะรักนังนี่กันมาก ถ้ามันตายซะคน” พ่อเลี้ยงจะเหนี่ยวไก
“อย่านะ ถ้าจะฆ่ามัทแกต้องข้ามศพฉันไปก่อน” วันรบพุ่งเข้าไปกอดมัทรีไว้ไม่สนใจกับหมัดเท้าของลูกน้องพ่อเลี้ยงที่พยายามจะถีบให้ห่างออกไป
มัทรีอึ้งเพิ่งรู้ว่าวันรบรักเธอมากเพียงใด ส่วน
วริษราก็เริ่มสำนึกเมื่อเห็นวันรบกอดมัทรีอย่างไม่กลัวตาย
“ตามคำขอ...” พ่อเลี้ยงจะยิง
“ห้ามทำลูกเขยฉันนะไอ้บ้า” ติรกากระโจนเข้ามาจิกหัวพ่อเลี้ยง ส่วนรชานนท์โดดถีบสมุนที่ถือปืนจนปืนกระเด็นหลุดไป แล้วตามไปจัดการ ไม่นานนักพ่อเลี้ยงกับสมุนก็สิ้นฤทธิ์
รถตำรวจแล่นเข้ามาจอด ตำรวจเข้ามาจับกุมพ่อเลี้ยงกับลูกน้องพร้อมแจ้งข้อหา “ลักลอบเข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย ไม่มีใบต่างด้าว คิดดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด มีอาวุธผิดกฎหมายในครอบครอง แถมยังบุกรุกบ้านคุณติรกา ข่มขู่ ลักพาตัว ทำร้ายร่างกาย เจตนาฆ่า”
“เยอะเนอะ” พ่อเลี้ยงเสียงอ่อย
“เยอะ...” ตำรวจตอบนิ่งๆ แล้วพาพ่อเลี้ยงกับลูกน้องขึ้นรถออกไป
รชานนท์ วันรบ และติรกาเข้ามาหามัทรีเห็นเลือดที่แผลยังไม่หยุดไหลจึงจะพาไปโรงพยาบาล มัทรีดึงเสื้อวันรบไว้สั่งให้พาวริษราไปด้วย วันรบลังเลแต่สุดท้ายก็เรียกวริษราขึ้นรถไปด้วยกัน
ooooooo
หลังทำแผลเสร็จเรียบร้อย หมอก็สั่งให้มัทรีนอนพักดูอาการอยู่ที่โรงพยาบาลก่อน วันรบเข้ามาดูแลคนรัก วริษราเศร้ามองวันรบกับมัทรีอย่างรู้สึกผิด มัทรีหันมาเห็นก็ให้วันรบไปดูแลวริษรากับลูก
วันรบลำบากใจหันมามองรชานนท์กับติรกาที่เดินตามมาอย่างขอตัวช่วย
วริษราละอายใจ ตัดสินใจจะสารภาพ แต่ไม่ทันได้เปิดปาก วันทนีย์ก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมประกาศก้อง
“ไอ้หมา ไม่ต้องไปดูแลใครทั้งนั้นนอกจากหนูมัท เพราะว่าหนูมัทเท่านั้นที่จะเป็นเมียไอ้หมา ส่วนยัยลิ้นจี่ เอ่อ วริษราน่ะต้องไปอยู่กับสามีตัวจริง”
ทุกคนมองวันทนีย์เห็นนางส่งยิ้มกว้าง เรียกให้ อาไทกับกระถินพาต้นเข้ามาแนะนำกับทุกคนว่า เขาคือพ่อของเด็กในท้องวริษรา
“ตัวจริงเสียงจริงไม่ผิดแน่จ้ะ นายต้นเป็นเซลส์แมนขายสุขภัณฑ์ เป็นแฟนกับพี่วริษรามาห้าปี อยู่ด้วยกันแบบสามีภรรยา คนที่อพาร์ตเมนต์เก่าเห็นกันทุกคน แล้วนี่มีภาพถ่ายคู่หวานชื่นและข้อความหวานๆเพียบ” อาไทกับกระถินช่วยกันนำหลักฐานมาโชว์
“ริษกลับมาอยู่กับพี่นะ พี่จะเลี้ยงดูริษกับลูกเองนะ” ต้นเข้ามาหาวริษรา
“ว่าไง จะมีอะไรแก้ตัวอีกไหม” วันทนีย์จ้อง วริษราอยากรู้ว่าจะแถอีกไหม
“ไม่มีค่ะ พี่ต้นเป็นพ่อของเด็กในท้องของริษจริงๆ” วริษราตอบรับ พลางเดินเข้าไปขอโทษวันรบกับมัทรี
“ริษขอโทษนะคะ ริษเห็นแก่ตัว อยากได้ผู้ชายดีๆ อย่างพี่รบมาเป็นพ่อของลูกริษ ริษก็เลยคิดจะ...แย่ง...พี่มัทคะ พี่รบไม่เคยนอกใจพี่มัทเลยนะคะ ริษโกหกพี่มัททุกเรื่อง”
มัทรีอึ้งหันมองวันรบ รู้สึกผิด
ooooooo
เมื่อทุกคนเข้าใจกันดีแล้ว วันทนีย์ก็ขอตัวกลับสุพรรณฯ และไม่ลืมพาวริษราไปด้วย รชานนท์ชวนติรกาออกไปเดินเล่นหวังเปิดโอกาสให้วันรบกับมัทรี ได้มีความสุขกันบ้าง แต่ติรกาค้านว่าไม่น่าจะเป็นแบบนั้น เพราะมัทรีเป็นคนคิดมาก รชานนท์นึกห่วงชวนศรีภรรยากลับมาแอบดูลูกสาวกับว่าที่ลูกเขย
ด้านมัทรี เธอบอกเลิกกับวันรบโดยให้เหตุผลว่า เธอไม่ดีพอ เพราะเชื่อคนอื่นมากกว่าคนรัก
“ถ้าเราแต่งงานกันไป มัทกลัวว่า ถ้ามันเป็นแบบนี้อีก มัทเกลียดมากที่รู้ว่าตัวเองคอยหวาดระแวงพี่รบตลอดเวลา เกลียดที่ต้องจับผิดและกลัวจะผิดหวังในตัวพี่รบ”
“ก็อย่าหวังในตัวผม เพราะผมก็ไม่เคยคาดหวังในตัวมัทเหมือนกัน เพราะอะไรรู้ไหม เพราะผมรู้ว่ามัทรักผมมากจนรักใครอีกไม่ได้แล้ว ถ้ามัทไม่แต่งงานกับผม มัทต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่ๆ”
“รบต่างหากที่รักมัทมาก ถ้าไม่แต่งกับมัท รบก็ยอมเป็นโสดจนตาย”
“แหม รู้ใจกันขนาดนี้ ก็แต่งงานกับผมสิ ผมจะได้ไม่ต้องเป็นโสดจนตายจริงไหม” วันรบเข้าโอบมัทรี
สาวเจ้าทำครุ่นคิดแล้วตอบตกลง วันรบดีใจดึงเธอมาหอมแก้ม มัทรีเอียงอายดันตัววันรบไว้บอกว่า หมดโควตาแล้ว วันรบยอมถอย แต่ขู่ว่าจะยกยอดไว้วันแต่งงานทีเดียว แล้วสองหนุ่มสาวก็หัวเราะหยอกล้อกันอย่างมีความสุข
รชานนท์กับติรกาที่แอบมองอยู่หน้าประตูค่อยโล่งใจ แต่ติรกาอดห่วงไม่ได้หันมาเปรยกับสามีว่า กลัวจะมีใครมาแทรกกลางระหว่างมัทรีกับวันรบอีก
“ผมมีวิธี...” รชานนท์ส่งยิ้มอย่างมีเลศนัย
ooooooo










