ตอนที่ 11
วันรบมารับมัทรีแต่เช้า เพื่อไปถ่ายรูปแต่งงานที่รีสอร์ตคุณแก้ว แต่หวังวาดขาดวิ่น เมื่อรชานนท์โทร.บอกว่าสวนสวยที่คุณแก้วจัดไว้ถูกทำลายหมดแล้ว ครั้นถึงรีสอร์ตก็เห็นซากดอกไม้กระจายเกลื่อน
ว่าที่เจ้าบ่าวถามหาตัวการเสียงเครียด และจะไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด แต่คุณแก้วบอกว่า ก่อนเกิดเหตุจู่ๆไฟดับ กล้องไม่ทำงาน เมื่อไฟสว่างภาพก็เป็นอย่างที่เห็น ว่าที่เจ้าสาวหน้าเสีย ขณะที่วริษราลอบยิ้มอย่างสะใจ
พชรเสนอว่า วันนี้ฤกษ์ไม่ดีให้มาถ่ายภาพวันอื่น แต่รชานนท์ไม่ยอม ยืนยันจะถ่ายวันนี้เพราะสงสารลูก
“จะถ่ายยังไงล่ะคะนนท์ มันเละขนาดนี้แล้วเนี่ย” ติรกาถอดใจ
“กระแตจ๊ะ ลูกเขยกับสามีคุณน่ะสถาปนิกมืออาชีพนะจ๊ะ เรื่องครีเอทีฟน่ะจิ๊บๆครับ ชุดที่จะถ่ายส่วนใหญ่ก็เป็นชุดขาวใช่ไหม กระแตจ๊ะ พาลูกไปเปลี่ยนชุดสิจ๊ะ พี่นีรออยู่ที่ห้องแต่งตัวแล้วจ้ะ” รชานนท์ดันสองแม่ลูกกับวันรบเข้าไปหานลินีในห้อง แล้วหันมาสั่งการให้พุทราเคลียร์พื้นที่ และให้พชรตั้งกล้องรอได้เลย
วันรบเข้ามาเปลี่ยนชุดในห้องน้ำชาย ออกมาก็พบตัวการใหญ่ยืนรออยู่ วริษราตื๊อให้เลิกล้มงานแต่ง แต่ไม่เป็นไปตามคาด ทำให้เธอแค้น มุ่งมั่นที่จะสร้างความวุ่นวายไม่หยุดหย่อน
วริษรากำมือแน่น พลางเริ่มแผนต่อไป เธอแสร้งฉีกยิ้มเข้าไปช่วยมัทรีแต่งตัว ได้โอกาสก็เอาเศษแก้วใส่ในรองเท้าของมัทรี หวังให้งานชะงัก แต่มัทรีฮึดสู้ออกไปถ่ายรูปทั้งๆที่เท้าเจ็บ
ภาพแต่งงานชุดแรกออกมาสวยถูกใจทุกคน พชรจึงโหลดภาพจากกล้องไปเก็บไว้ในโน้ตบุ๊ก แล้วสั่งให้วันรบกับมัทรีเตรียมถ่ายชุดที่สองต่อ
ส่วนวริษราก็ไม่ลดแรงริษยา เธอสวมบทน้องสาวคนดีไปหายามาให้มัทรี แล้วแกล้งทำน้ำหกใส่กล้องและโน้ตบุ๊กที่พชรโหลดภาพไว้ ทุกคนยืนตะลึง ขณะที่สาวเจ้าเล่ห์ลอบยิ้มมั่นใจว่างานล่มแน่ แต่บังเอิญเกิดอุบัติเหตุที่หน้ารีสอร์ต จึงมีนักข่าวมาจำนวนมาก
รชานนท์ฉุกคิดได้สั่งให้พุทราไปตามวันรบที่พามัทรีออกไปปลอบใจว่าให้เปลี่ยนชุดรอ แล้ววิ่งไปขอความช่วยเหลือจากนักข่าวอาชญากรรมให้มาเป็นตากล้อง
“ได้ถ่ายรูปมันก็ดี แต่ตากล้องอาชญากรรมเนี่ยนะ” นลินีนึกหวั่น
“ดูเป็นฤกษ์ดีมากๆ” พุทราสนับสนุน
“รักต้องสู้ไงพี่นี อุปสรรคเยอะดีนัก มันต้องถึงลูกถึงคนกันหน่อย ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ เห็นไหมครับว่ามัทมีความสุขแค่ไหน” รชานนท์เหลือบเห็นวันรบใช้กระดาษทิชชูซับหน้าให้มัทรีอย่างห่วงใย
ติรกายิ้มพอใจเปรยกับสามี “จะว่าไป...ว่าที่ลูกเขยคนนี้ก็ใช้ได้เหมือนกันนะ” รชานนท์พยักหน้าเห็นด้วย
ทุกคนยิ้มมีความสุข ยกเว้นวริษราที่ยืนมองด้วยความแค้น แล้วจู่ๆก็เกิดอาการเวียนหัวคลื่นไส้ ต้องวิ่งไปอาเจียนในห้องน้ำ
คุณแก้วเดินผ่านมาเห็นวริษราอาเจียน จึงเข้ามาลูบหลังพลางชวนคุยว่า ถ้าวริษราแต่งงานแล้วเธอคงคิดว่าตั้งท้องแน่ๆ เพราะอาการเหมือนตอนที่เธอแพ้ท้องเอามากๆ วริษราฟังแล้วอึ้ง
ooooooo
ค่ำวันเดียวกัน วริษราเปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมกับหยาดน้ำตา เพราะผลตรวจชัดแล้วว่าตั้งครรภ์ เธอโทร.หาเพื่อนๆให้ช่วยตามหาต้นแฟนเก่า แต่ไม่มีใครติดต่อได้เลย แม่สาวไซด์ไลน์ร้องไห้โฮ ไม่รู้จะหาทางออกให้ชีวิตได้อย่างไร
ครั้นชื่อวันรบผุดขึ้นมา เธอก็กดโทร.ขอความช่วยเหลือ แต่เขาไม่ยอมรับสาย เพราะกำลังเร่งตัดต่อรูปแต่งงาน
วริษราเสียใจมาก คิดฆ่าตัวตายด้วยการกินยานอนหลับ เธอกดบันทึกภาพพร้อมกับคำอำลาส่งให้
วันรบ แต่โชคดีที่เขากดดู จึงมาช่วยพาส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา
“น้องสาวผมเป็นยังไงบ้างครับ” วันรบวิ่งเข้าไปถามหมอที่เดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน
“โชคดีที่คนไข้ทานยานอนหลับไปได้ไม่นาน ร่างกายยังดูดซับยาไปไม่เยอะ ตอนนี้ปลอดภัยทั้งแม่และลูก”
“ลูก”
“ครับ...คนไข้ตั้งท้องได้ประมาณ 10 สัปดาห์แล้วครับ” หมอยิ้มให้แล้วเดินจากไป
วันรบเมื่อรู้ว่าวริษราท้อง ก็เข้าไปดูเธอในห้อง วริษราร้องไห้โฮ รีบถามถึงลูกในท้อง วันรบว่าเด็กปลอดภัยดี พลางซักเรื่องพ่อของเด็ก วริษราส่ายหน้าบอกว่า ไม่รู้จะทำอย่างไร เธอไม่กล้าบอกแม่และขอร้องให้วันรบช่วยดูแลเธอกับลูก
“พี่ดูแลริษได้ในฐานะพี่ชายเท่านั้น เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไม่ได้”
“ต่อจากนี้ไปริษจะตัดใจจากพี่รบ เราจะเป็นแค่พี่น้องกัน แต่พี่รบอย่าทิ้งริษไปนะคะ ริษไม่เหลือใครแล้ว”
“ถ้าริษสัญญากับพี่ว่าริษจะไม่ทำร้ายตัวเองแบบนี้อีก พี่ก็สัญญาว่าพี่จะดูแลน้องสาวของพี่ให้ดี”
“จริงเหรอคะพี่รบ...พี่จะไม่ทิ้งริษไปแล้วใช่ไหม สัญญานะคะ” วริษรายันขึ้นกอดวันรบ
“จ้ะ” วันรบพยักหน้ารับแล้วลูบหัววริษราด้วยความเอ็นดู แต่วริษรากลับส่งยิ้มร้าย
ooooooo
เช้าวันใหม่ วันรบมาส่งวริษราหน้าหอพัก แม่จอมมารยาเปรยว่า มัทรีจะไม่ว่าเอาหรือที่วันรบหายไปทั้งคืน วันรบบอกว่า เขายังไม่ได้บอกกับมัทรี
“ตายจริง...ระวังพี่มัทจะคิดมากนะคะ ถ้ายังไงให้ริษคุยกับพี่มัทดีไหมคะ เรื่องแบบนี้ให้ผู้หญิงด้วยกันคุยกันดีกว่าค่ะ”
วันรบนิ่งคิด วริษราชิงพูดต่อ “ช่วงนี้พี่คงวุ่นเรื่องงานแต่งงาน ไว้ค่อยคุยก็ได้ค่ะ แล้วนัดหมอครั้งหน้า...พี่รบจะไปด้วยไหมคะ”
“มาสิ...หลานพี่ทั้งคนนะ”
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะพี่รบ” วริษราโผเข้ากอดวันรบแล้วชวนให้ไปดื่มกาแฟในห้องก่อน แต่วันรบปฏิเสธเพราะมีนัด วริษราไม่เซ้าซี้ แต่แอบทิ้งถุงยาไว้ข้างเบาะหวังจุดชนวน
มัทรีที่รออยู่เห็นรถวันรบแล่นเข้ามา เธอรีบออกมารอพลางเอ่ยถามว่า ทำไมไม่รับโทรศัพท์เพราะโทร.หาตั้งแต่เมื่อคืน วันรบอึกอักโกหกว่า ทานยาแก้หวัดไปเลยหลับสนิททั้งคืน
“อย่างรบเนี่ยนะทานยาโดยที่มัทไม่ต้องบังคับ” มัทรีขึ้นมานั่งที่เบาะข้างคนขับ
“ก็...ผมไม่อยากให้มัทเป็นห่วงนี่”
“ขอบคุณนะคะที่นึกถึงมัท” มัทรีเอื้อมมือไปกุมมือวันรบแล้วรู้สึกอะไรบางอย่าง เธอรีบถามต่อว่า แอบเอารถไปรับสาวที่ไหนมาหรือเปล่าเพราะมีคนปรับเบาะที่นั่งของเธอ
“เอ้อ สงสัยผมเลื่อนเบาะตอนขนของน่ะ” วันรบทำเนียนกลบเกลื่อน
มัทรีไม่เอะใจอะไร เธอเอื้อมมือไปปรับเลื่อนเบาะที่นั่ง แต่จับไปโดนถุงยาที่วริษราจงใจทิ้งไว้ เธอก้มลงมองเห็นซองยาเขียนชื่อ “น.ส.วริษรา รักมั่นคง” และมีรายละเอียดบอกว่า เป็นวิตามินบำรุงครรภ์
มัทรีช็อก เหลือบมองไปทางวันรบเห็นเขาส่งยิ้มให้แล้วรีบออกรถ แม้มัทรีจะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่พยายามเก็บอาการไว้
ooooooo
สายวันเดียวกัน ธงฉานเข้ามาขอเงินล้านจากสมภพไปซื้อรถ จึงโดนอาตวาดว่า แม้แต่บาทเดียวก็ไม่มีให้ แถมยังเร่งให้หลานรีบแต่งงานกับมัทรี เพื่อนำเงินมาใช้หนี้นอกระบบ ไม่ทันขาดคำ พ่อเลี้ยงจรัลหรือเสียจิวกับสมุนคาวบอยก็โผล่เข้ามารื้อค้นห้องทำงานจนกระจุยกระจาย
ธงฉานไม่เคยเห็นหน้าพ่อเลี้ยงมาก่อน จึงเข้ามาโวยวายจะเอาเรื่อง พ่อเลี้ยงชักปืนออกมาควงแล้วยิงโชว์แบบเท่ๆเพื่อข่มขวัญ แต่พลาดทำปืนลั่นใส่เท้าตัวเอง
เหล่าลูกน้องรีบประคองพ่อเลี้ยงไปนั่งพักแล้วลากตัวสมภพกับธงฉานไปให้จัดการ สมภพคลานเข้ามาหาพ่อเลี้ยงขอผ่อนผันหนี้สิน
“จะผ่อนยันชาติหน้าเลยรึไง แต่ในฐานะที่ลื้อเป็นลูกหนี้ดีเด่น อั๊วมีเซอร์ไพรส์มากกว่าให้เวลาอีก” พ่อเลี้ยงจรัลพยักหน้า
สมุนเปิดคลิปในมือถือ เห็นภาพทรงสุดากับลูกนั่งกอดกันร้องไห้อยู่ในโกดังแห่งหนึ่ง สมภพกับธงฉานตกใจ
“ถ้าลื้อไม่เอาเงินมาใช้หนี้ทั้งหมดภายในสามวัน... อั๊วจะยึดรีสอร์ต และลื้อก็จะไม่ได้เห็นหน้าลูกเมียอีกต่อไป” พ่อเลี้ยงจรัลขู่อย่างอารมณ์ดี แล้วเดินจากไปพร้อมลูกน้อง
บ่ายวันเดียวกัน มัทรีแอบมาหาเพื่อนที่ทำงานในโรงพยาบาล ขอร้องให้ช่วยสืบประวัติคนไข้ที่ชื่อวริษรา รักมั่นคง สักพักเพื่อนของเธอก็ออกมาแจ้งว่า วริษราตั้งท้องและเพิ่งฝากครรภ์กับโรงพยาบาลเมื่อเช้านี้เอง
“เมื่อเช้า...รู้ชื่อพ่อของเด็กในท้องไหม”
เพื่อนของมัทรีนิ่งไปนิดแล้วตอบเสียงอ่อยๆว่า ในประวัติคนไข้เขียนไว้ว่า นายวันรบ แคล้วคลาดภัย
มัทรีน้ำตาคลอรีบเดินหนี เธอไม่ทันเห็นวริษราที่ยืนส่งยิ้มร้าย ก่อนเดินตามมา
ในมุมลับตา มัทรีทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ เพราะเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น วริษราหยุดรอจังหวะ ก่อนเข้ามาส่งผ้าเช็ดหน้าให้ แล้วเอ่ยทั้งน้ำตา
“อย่าร้องไห้เลยค่ะพี่มัท พี่มัทรู้เรื่องทั้งหมดแล้วใช่ไหมคะ ริษขอโทษค่ะ ทั้งที่พี่รบบอกเลิกกับริษแล้ว เพื่อจะแต่งงานกับพี่มัท แต่ริษก็มาท้องซะก่อน”
“บอกเลิก เธอกับรบคบกันตอนไหน ในเมื่อเธอกับพี่รบเพิ่งเจอกันไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ”
“ริษรู้จักพี่รบก่อนพี่มัทด้วยซ้ำค่ะ เราอยู่บ้านใกล้กัน สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก พี่รบดูแลริษมาตลอดจากพี่น้องจนกลายเป็นของกันและกัน แต่พี่รบเจอพี่มัท เขาก็เปลี่ยนไป ริษกลายเป็นกิ๊กที่พี่รบจะมาหาก็ต่อเมื่อพี่มัทไม่ว่าง...”
“ตลอดเวลาที่พี่รบกับฉันคบกัน”
“พี่รบคบกับริษมาตลอดจนกระทั่งพี่รบจะแต่งงาน”
“ไม่จริง รบไม่มีทางทรยศฉัน เขาต้องไม่โกหกฉัน ฉันจะฟังความจริงจากรบเท่านั้น” มัทรีวิ่งหนีออกไป ทั้งๆ ที่ใจเริ่มไหวหวั่น
วริษรากลัวไม่เป็นไปตามแผน จึงรีบตามไป
ตอกย้ำว่า สิ่งที่เธอพูดเป็นความจริง และเธอจะทำให้มัทรีเห็น
ooooooo
วันเดียวกัน ธงฉานกับสมภพนั่งหน้าเครียดอยู่ในบ้าน เพราะไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนไปใช้หนี้พ่อเลี้ยงจรัลเพื่อช่วยทรงสุดากับลูกออกมา พอดีเห็นรุจีกลับมาจากปฏิบัติธรรม
สมภพปราดเข้าไปหาน้องเมีย กำชับให้ไปจัดการเรื่องรชานนท์ให้เรียบร้อย
“ฉันบ่ยอมทำผิดกับคุณนนท์อีก ฉันจะบอกคุณนนท์ว่าแกมันเลวแค่ไหน” รุจีพูดจบก็ออกจากบ้านไปทันที
“เฮ้ย อา ปล่อยไปทำไม เกิดรุจีไปแฉเราก็ตายสิอา”
“ฉันไม่ยอมให้มันได้ทำอย่างนั้นแน่” สมภพนิ่วหน้าคิดแผนการร้าย
เวลาต่อมา รุจีมาหารชานนท์ที่หน้ารีสอร์ต เธอกำลังจะสารภาพว่า สมภพคือผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องวุ่นวายทั้งหมด แต่ช้าไป เพราะมีรถตู้คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดตรงหน้า ชายฉกรรจ์ออกมาโปะยาสลบ แล้วนำทั้งสองขึ้นรถตู้หายไป
ooooooo
ค่ำแล้ว วันรบหน้าบูดบ่นกับพชรว่า มัทรีดูแปลกๆไป เธอบอกว่าง่วง แล้วปิดมือถือไม่ยอมคุยด้วย พชรปลอบว่ามัทรีคงเหนื่อยเรื่องเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว วันรบเซ็งจะบ่นต่อ แต่เสียงมือถือดังขึ้น เขาเห็นเบอร์ที่หน้าจอก็จำใจกดรับ
วริษราโทร.มาหลอกวันรบว่าเธอตกเลือด วันรบเป็นห่วงรีบไปหาที่ห้องพัก
ชายหนุ่มหารู้ไม่ว่ามัทรีจอดรถซุ่มอยู่หน้าหอพัก เธอพยายามบอกกับตัวเองว่า วันรบต้องไม่มาเพราะเขาไม่มีวันทรยศเธอแน่ แต่ต้องตะลึงเมื่อเห็นรถแล่นมาจอด แล้วหนุ่มเจ้าของรถก็วิ่งขึ้นไปหาวริษราที่ห้อง
ฝ่ายวริษรา เธอลงทุนเอามีดกรีดแขนตัวเองแล้วให้เลือดหยดลงที่หน้าขา เพื่อทำให้ดูเหมือนตกเลือดจริงๆ ครู่ต่อมาวันรบก็มาถึง เขาตกใจมากที่เห็นเลือดจึงชวนวริษราไปหาหมอ
วริษรากลัวเสียแผนรีบกลบเกลื่อน “ไม่ต้องหรอกค่ะพี่รบ หมอบอกริษว่าอาจจะมีเลือดออกบ้าง ถ้าไม่เยอะก็เป็นเรื่องปกติ แต่ที่ริษโทร.หาเพราะตกใจ มันเพิ่งเคยมีเลือดออกมาครั้งแรกน่ะค่ะ ริษขอโทษนะคะที่รบกวนพี่รบ”
“ตกลงจะไม่ไปโรงพยาบาลแน่นะ งั้นพี่กลับล่ะ” วันรบจะเดินออก
วริษรารีบดึงไว้ อ้อนให้วันรบอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าเธอจะหลับ วันรบยอมตามใจ วริษราลอบยิ้มสะใจ
ส่วนมัทรีที่ยังคงรออยู่ เธอมองนาฬิกาในรถเห็นว่าเป็นเวลายี่สิบสามนาฬิกาแล้ว แต่วันรบยังไม่ลงมา เธอเฝ้ารอต่อไปจนกระทั่งตีหนึ่งก็ยังไม่มีวี่แววว่าวันรบจะมา แล้วไฟในห้องก็ดับลง
มัทรีทนไม่ไหวโทร.หาวันรบ เธอถามเขาว่าอยู่ที่ไหน วันรบอึกอักแล้วโกหกคำโตว่าอยู่ที่บ้านกับพชร วริษราได้ยินก็ยิ้มพอใจเพราะเข้าแผน แต่มัทรีน้ำตาร่วง
“แล้วมัทเป็นไงบ้างครับ หายเหนื่อยหรือยัง ผมเป็นห่วงมัทนะ”
“ห่วงมัทจริงเหรอ” มัทรีกลั้นสะอื้น
“จริงสิ ผมรักมัทก็ต้องห่วงมัทสิครับ ความจริงจากใจล้วนๆ”
วริษราหมั่นไส้ทำเป็นส่งเสียงโอดโอยเพื่อเรียกร้องความสนใจ วันรบกลัวมัทรีจะได้ยินจึงรีบตัดบท
“มัทครับ ดึกแล้วมัทไปนอนเถอะนะ พรุ่งนี้ผมจะไปหาที่บ้านตอนเช้า เบรกฟาสต์ด้วยกันดีไหม”
“ค่ะ แค่นี้นะคะ” มัทรีกดวางสายน้ำตาร่วงพรู พลางตัดสินใจกลับบ้านทันที
ooooooo
ติรกากดมือถือหารชานนท์อย่างหัวเสีย เพราะติดต่อเขาไม่ได้ เตือนใจนึกห่วงบอกให้ลูกโทร.ถามพชรดู ติรกาว่าเธอโทร.ถามแล้ว แต่พชรก็ติดต่อ
รชานนท์ไม่ได้เหมือนกัน
“เอ ตานนท์ไม่เคยเหลวไหลแบบนี้นี่”
“นั่นสิคะ หนูชักเป็นห่วงแล้วนะเนี่ย มัทก็อีกคนหายไปไหนก็ไม่โทร.บอก”
ขาดคำรถของมัทรีก็แล่นเข้ามาจอดเอี๊ยด ติรกากับเตือนใจมองออกไปที่รถ แต่มัทรียังนั่งนิ่งไม่ยอมลงมา สองแม่ลูกจึงไปเคาะกระจกเรียก
“มัท...ยัยมัท เป็นอะไรหรือเปล่า”
มัทรีเปิดประตูลงมาจากรถ พอเห็นแม่กับยายก็ร้องไห้โฮ ติรกากับเตือนใจสบตากันอย่างกังวลว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ
ทั้งสองพามัทรีเข้าไปนั่งในบ้านพลางสอบถามเรื่องราว มัทรีน้ำตาพรั่งพรูบอกเรื่องวันรบกับวริษราให้ฟัง
เตือนใจนิ่งวิเคราะห์เหตุการณ์แล้วเอ่ยกับมัทรีว่า วันรบอาจมีเหตุผลที่ต้องโกหกก็ได้ ติรกาเห็นด้วยรีบเสริม
“ลองให้โอกาสวันรบอีกสักครั้งไหม ถามเขาหรือทำยังไงก็ได้เพื่อพิสูจน์ว่าเขานอกใจมัทจริงหรือเปล่า ถ้าได้ผลลัพธ์แล้วค่อยตัดสินใจอีกที”
มัทรียังลังเล เตือนใจเห็นอาการจึงเตือนสติ “มัทรู้ดีที่สุดว่าตารบเป็นคนยังไง มัทเชื่อไหมว่าตารบทำแบบนั้น”
“มัทไม่เคยเชื่อจนกระทั่งมัทเห็น และถึงตอนนี้มัทก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลยค่ะยาย ว่าเขาจะใจร้ายกับมัทแบบนี้”
“ลองดูสิลูก ให้มันรู้ไปเลยว่าเราดูคนผิดหรือเปล่า”
มัทรีเริ่มคิดตามที่เตือนใจพูด
ooooooo
เช้าวันใหม่ ติรกานั่งคุยกับเตือนใจเรื่องมัทรีอยู่ที่โต๊ะอาหาร พุทรายื่นหน้ามาฟังด้วยความอยากรู้ จึงโดนเตือนใจตะเพิดใส่
“หิวจังเลยค่ะแม่ มีอะไรทานบ้างคะ” มัทรีเดินลงมา สีหน้าปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เตือนใจกับติรกาหันมาสบตากันยังประเมินสถานการณ์ไม่ถูก แล้ววันรบก็เดินหน้าระรื่นเข้ามาทักทายทุกคน มัทรีหันไปยิ้มให้คนรักพลางเอ่ยชวนไปรีสอร์ตคุณแก้วด้วยกัน เพราะอยากไปตรวจงานเพื่อความเรียบร้อย
“ได้สิ ทานเสร็จแล้วค่อยไปนะ”
“ค่ะ รบรอแป๊บเดียวนะคะ เดี๋ยวมัทไปคั้นน้ำส้มให้” มัทรีเดินเข้าไปด้านใน
ติรกากับเตือนใจรีบตามไป ปล่อยให้วันรบกับพุทรามองตามงงๆ
มัทรีเดินเข้าในครัว เธอคว้าส้มมาคั้นอย่างรุนแรง ติรกากับเตือนใจตามมาถามว่า จะเอาอย่างไรเรื่องวันรบ
“มัทจะให้โอกาสพี่รบอีกครั้งค่ะ มัทจะพาพี่รบไปถามต่อหน้าวริษราเลยว่าจริงไหม เพราะมัทควรจะรู้ไม่ใช่เหรอคะว่ามัทดูคนผิดหรือเปล่า” มัทรีตอบพลางหยิบส้มมาคั้นแรงๆไปพลางอย่างสะกดอารมณ์
เตือนใจส่ายหน้าจับมือมัทรีให้หยุด แล้วเทน้ำส้มที่มัทรีคั้นให้ลองชิม มัทรีจิบได้นิดเดียวก็บ่นว่าขม เตือนใจหันไปหยิบส้มซีกที่เหลือมาคั้นเองแล้วส่งให้หลานสาวชิมอีกครั้ง แต่คราวนี้ส้มหวานชื่นใจ
“ลูกเดียวกันทำไมซีกนี้ไม่ขมล่ะคะ” มัทรีมองหน้าคุณยาย
เตือนใจหยิบกากส้มที่คั้นของมัทรีกับนางขึ้นมาเทียบกันแล้วเอ่ยถาม
“มัทเห็นไหมว่าซีกที่มัทคั้นกับซีกที่ยายคั้นต่างกันตรงไหน”
“ของมัททั้งช้ำทั้งเละ แล้วก็เนื้อส้มเหลือทิ้งเยอะเลย แต่ของยายเนื้อวนไปทางเดียว เหลือแต่กากไม่มีเนื้อให้คั้นอีกแล้วค่ะ”
“ก็เราน่ะทั้งกดทั้งบี้จนส้มมันเละ น้ำในเปลือกลงไปผสมก็ขมน่ะสิ มันต้องค่อยๆใช้จังหวะวางกดเล็กน้อย แล้วบิดด้วยแรงสม่ำเสมอ กับตารบก็เหมือนกัน ถ้าคิดจะเอาความจริงด้วยการบีบให้มั่นคั้นให้ตาย มัทได้ความจริง แต่ความรู้สึกของตารบจะเละและขมเหมือนน้ำส้มแก้วนั้น แต่ถ้ามัทใช้สมอง วางแผนถามไม่ให้รู้ตัว มัทอาจจะได้ความจริง แต่ความรู้สึกของตารบจะยังคงหวานเหมือนน้ำส้มแก้วนี้”
“แต่มัทกลัวว่าพี่รบจะโกหก”
“มัทอย่าลืมนะลูกว่าเรื่องผู้หญิงคนนั้นมันอาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ ถ้ามันไม่จริง เท่ากับมัทระแวงและไม่ไว้ใจตารบ ความรู้สึกของตารบที่เสียไปมัทก็เรียกกลับคืนมาไม่ได้นะลูก คิดให้ดี รู้รสชาติมันแล้วก็เลือกเอานะว่าจะทำแบบไหน” เตือนใจหยิบแก้วน้ำส้มคั้นฝีมือมัทรีขึ้นมา
มัทรีทำหน้าเบ้เพราะมันขมมาก เธอมองแก้วน้ำส้มอีกครั้ง แล้วตัดสินใจ
ooooooo
ติรกากับเตือนใจเดินออกมาส่งมัทรีที่รถแล้วแอบชูสองนิ้วแบบสู้ๆให้กำลังใจ มัทรียิ้มรับแล้วชูสองนิ้วตอบ วันรบหันมาเห็นก็งง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น มัทรีรีบตัดบทด้วยการชวนวันรบขึ้นรถจากไป
ติรกามองตามแล้วหันมาเปรยกับเตือนใจว่าไม่อยากเห็นลูกเสียใจ
“ถ้ามันเป็นความจริงก็ต้องยอมรับ ก็ได้แต่ภาวนาล่ะนะว่ามันจะไม่จริง” เตือนใจตบไหล่ติรกาเบาๆชวนเข้าบ้าน
รถของสมภพกับธงฉานแล่นเข้ามาจอด สองอาหลานลงจากรถ ชวนติรกาไปหารชานนท์ที่รีสอร์ตคุณแก้วด้วยกัน
ทั้งสองช่วยกันหลอกว่า จะให้ติรกาช่วยพูดกับ
รชานนท์มาตกแต่งรีสอร์ตของพวกตน ที่จะเปิดรับ
นักท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ และบังเอิญรู้มาว่า เมื่อคืนนี้รชานนท์ ไม่ได้กลับบ้านแต่ไปพักอยู่ที่รีสอร์ตคุณแก้ว
ติรกาหลงกลยอมออกไปด้วย แต่ไม่ลืมเอาพุทราไปเป็นเพื่อนอีกคน
“คุณนนท์มาค้างที่นี่ทำไมไม่บอกคุณติล่ะคะ ตานี่มั่วแน่ๆ” พุทราไม่ไว้ใจสมภพกับธงฉานนัก
ติรกาเริ่มระแวงถามสมภพว่า รชานนท์อยู่ห้องไหนกันแน่
“เห็นว่าห้องแถวๆนี้ล่ะครับ” สมภพเดินนำออกไป
ooooooo
ครั้นมาถึงหน้ารีสอร์ตคุณแก้ว มัทรีเลียบๆเคียงๆ ถามวันรบเรื่องวริษรา ฝ่ายชายบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับ และเริ่มสะกิดใจกับคำพูด จนมัทรีต้องเก็บอาการ พลางชวนวันรบเข้าไปข้างใน โดยไม่ทันเห็นวริษราที่แอบมองอย่างอิจฉา
แม่จอมมารยานำน้ำมาเสิร์ฟให้วันรบและมัทรี แล้วเข้าแผนสร้างความร้าวฉาน ด้วยการทำเหมือนว่าแก้วน้ำจะหลุดมือ วันรบหันมาเห็นก็ตกใจรีบคว้าไว้ แต่ภาพที่ออกมากลายเป็นว่า วริษรากับวันรบจับมือกัน
มัทรีปวดใจ ขณะที่วันรบทำหน้าไม่ถูก รีบดึงมือออก แล้วชวนมัทรีเข้าไปดูงานในห้องรับรอง วริษรามองตามแล้วแกล้งเซทำเหมือนจะเป็นลม วันรบนึกห่วง จึงหลอกมัทรีว่า จะไปห้องน้ำแล้วแอบมาดูวริษรา มัทรีมองตามวันรบที่เดินไปอย่างสะเทือนใจ แล้วตัดสินใจตามไปดูให้เห็นกับตา
วริษราลอบยิ้มสะใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน เธอแสร้งเซไปเซมาแล้วทำท่าจะล้ม แต่วันรบปราดเข้ามารับได้ทันพอดี มัทรีตามมาเห็นก็อึ้งเพราะดูเหมือนทั้งคู่กอดกันอยู่
วริษรามองไปที่กระจกเงา เห็นมัทรีหลบยืนฟังอยู่ก็รีบอ้อนวันรบ ว่าที่เธอต้องทำงานก็เพราะเกรงใจคุณแก้วกลัวโดนไล่ออก
“ไม่ต้องฝืนขนาดนี้หรอก น้องคนเดียวพี่เลี้ยงได้ ที่สำคัญต้องระวังลูก”
“ค่ะ ริษจะเชื่อพี่รบ เพื่อลูกของเรา งั้นริษจะกลับบ้าน” วริษราพูดเน้นๆ แล้วแกล้งทำเป็นหน้ามืดจะเป็นลม วันรบอาสาไปส่งที่ห้องพัก เธอออเซาะว่าเกรงใจมัทรีที่รออยู่
“ให้มัทเขารอแป๊บนึงคงไม่เป็นไร พี่เป็นห่วงริษน่ะ ไปเถอะไป” วันรบประคองวริษราออกไป ไม่ทันเห็น รอยยิ้มร้ายกาจของเธอ
มัทรีมองตามวันรบน้ำตาร่วง แล้วเดินแยกไปอีกทาง
ooooooo
สมภพนำทุกคนมาที่หน้าห้องพักในรีสอร์ตคุณแก้ว แล้วเคาะประตูเรียกรชานนท์ แต่ไม่มีเสียงตอบรับ พุทราว่ารชานนท์คงไม่อยู่ สมภพยืนกรานว่าไม่ผิดแน่ แล้วส่งซิกให้ธงฉานเปิดประตูตามแผนที่เตี๊ยมไว้
ธงฉานเปิดประตูเข้าไปในห้อง เห็นเสื้อผ้ารชานนท์ กับรุจีถอดเกลื่อนอยู่บนพื้นตามด้วยร่างของทั้งคู่ที่นอนซบกันอยู่บนเตียง
รชานนท์งัวเงียลืมตาเห็นติรกาก็ตกใจ และยิ่งตกใจขึ้นไปอีกเมื่อเห็นสภาพตัวเองกับรุจีที่นอนกึ่งเปลือยอยู่ข้างๆ เขาจะอธิบาย แต่ติรกาไม่ฟัง ผละหนีไปทันที
“เฮ้ย นี่มัน กระแตๆ” รชานนท์ร้องเรียกแล้วรีบวิ่งตาม และเมื่อมาถึงหน้าห้องก็พบมัทรียืนมองอย่างผิดหวังก่อนจะวิ่งตามติรกาไป
พุทรายืนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วรีบตามเจ้านายไป ในห้องจึงเหลือแค่รุจี ธงฉานกับสมภพเท่านั้น สองอาหลานตีมือกันอย่างสะใจ
ขณะที่รุจีลุกขึ้นมาโวยวาย เพราะรู้ดีว่าทั้งหมดเป็นแผนชั่วของทั้งคู่ เธอขู่ว่าจะแฉความจริงให้ทุกคนรู้
“เอาสิ ถ้าอยากให้พี่สาวเธอตาย” สมภพท้า แล้วบอกเรื่องทรงสุดากับต้นถูกพ่อเลี้ยงจรัลจับไปให้รุจีรู้ และบังคับให้ร่วมมือด้วย เพื่อจะได้หาเงินไปใช้หนี้ และเอาตัวทรงสุดากับลูกคืนมา
ฝ่ายรชานนท์ เขาตามมาปรับความเข้าใจกับติรกาที่บ้าน และอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง เพราะคิดว่าต้องมีคนจัดฉากสร้างเรื่องให้เขากับติรกาต้องเข้าใจผิดกันแน่ ติรกานิ่งคิดและเริ่มเห็นด้วย รชานนท์เสนอจะไปพารุจีมาช่วยยืนยันแต่ยังไม่ทันได้ออกไป สมภพกับธงฉานก็พารุจีมาพบ
รุจีจำต้องเล่นละครหลอกให้ทุกคนเชื่อว่าเธอเป็นเมียของรชานนท์ เพราะต้องการช่วยพี่สาวกับหลาน แม่สาวเหนือบีบน้ำตาบอกกับติรกาว่า เมื่อคืนนี้รชานนท์นัดให้เธอไปหาที่รีสอร์ต ไม่ได้โดนจับตัวอย่างที่รชานนท์อ้าง
“รุจี คุณโกหกทำไม” รชานนท์แทบทรุด
“รุจีบ่ทนแล้วเจ้า รุจีไม่อยากหลบๆซ่อนๆ ทำไมรุจีต้องยอมในเมื่อรุจีเป็นเมียคนหนึ่งของคุณเหมือนกัน”
รชานนท์หันมองติรกาที่ยืนตะลึงแล้วรีบปฏิเสธ “ไม่จริงนะกระแต รุจีโกหก”
ติรกาตบหน้ารชานนท์เพียะ ก่อนเอ่ยทั้งน้ำตา “ทั้งที่ฉันพยายามจะเชื่อใจคุณ ออกไปจากบ้านฉัน”
“กระแต ฟังผมก่อน ผมไม่ได้ทำผิดต่อคุณ”
“คุณไม่ไปใช่ไหม...ได้” ติรกาวิ่งออกไปจากบ้าน
“คุณติครับ คุณติ” สมภพวิ่งตามแล้วขึ้นรถออกไปกับติรกา
“กระแต” รชานนท์จะตามแต่รุจีดึงมือไว้
“อย่าไปเจ้าคุณนนท์ อย่าทิ้งรุจีไป”
รชานนท์มองรุจีอย่างหัวเสีย แล้วหันมาจะอธิบายกับเตือนใจและมัทรี แต่ไม่มีใครยอมรับฟัง รชานนท์เสียใจตวาดไล่รุจี
“คุณทำครอบครัวผมพังหมดแล้ว ผมไม่รู้ว่าคุณทำไปเพื่ออะไร ผมไม่อยากเห็นหน้าคุณอีก ออกไปให้พ้น ไป”
“รุจีขอโทษเจ้า คุณนนท์ รุจีจำเป็น” รุจีวิ่งร้องไห้ออกไป
รชานนท์มองตามอย่างงงๆ แล้วรีบไปขึ้นรถขับตามหาติรกา
ooooooo
พุทราเห็นว่าเหตุการณ์สงบแล้วจึงมาตามเตือนใจกับมัทรีกลับเข้าบ้าน แต่พอเห็นภาพมัทรีร้องไห้จนหลับไปกับตักของเตือนใจก็สงสาร เตือนใจบ่นเบาๆว่าไม่รู้เวรกรรมอะไรของมัทรีที่ต้องมารู้ว่าพ่อกับแฟนมีหญิงอื่นพร้อมๆกัน พุทราพยักหน้ารับแล้วเปรยขึ้นว่า ไม่รู้ป่านนี้ติรกาไปอยู่ที่ไหนกับสมภพ
“ยัยติเอาตัวรอดได้แน่ แล้วยิ่งตอนนี้ถ้าไอ้สมภพมันแหยมนะ ตายแน่ โอ้ย เมื่อไหร่จะสงบสุขสักทีนะครอบครัวฉันเนี่ย” เตือนใจเหนื่อยใจ
ด้านติรกา เธอขึ้นมายืนเครียดอยู่ริมหน้าผา เพราะตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี สมภพกับธงฉานเข้ามาหยุดมองพลางซุบซิบวางแผน แล้วสมภพก็สวมบทพระเอกที่แสนดีเข้าไปปลอบใจหวังทำคะแนน แต่ติรกา กลับบอกว่าเขาเป็นได้แค่เพื่อนที่ดีของเธอเท่านั้น และเธอยินดีจะช่วยเหลือเขาเพื่อตอบแทน
สมภพนิ่งอึ้งกับคำว่าเพื่อน เหมือนคิดได้ว่า เคยทำไม่ดีต่อติรกาจึงหลุดออกมา
“คุณคงช่วยผมไม่ได้หรอกครับ ปัญหาของผมมันใหญ่ เกินไป ผมบริหารงานผิดพลาด ผมต้องไปกู้เงิน เสี่ยจิว”
“เสี่ยจิว นายทุนหน้าเลือดน่ะเหรอคะ”
“ครับ ดอกเบี้ยมันทบต้นทบดอกมหาศาล ตอนนี้รีสอร์ตของผมกำลังจะโดนยึด ญาติผมก็ถูกพวกมันจับตัวไป ถ้าผมหาเงินไปใช้หนี้ไม่ได้ พวกมันก็ขู่จะฆ่าทิ้ง ผมไม่รู้จะบากหน้าไปพึ่งใคร หลายคนที่ผมเคยช่วยเหลือ ตอนเขาเดือดร้อนก็หนีหน้าไม่สนใจ...ทำไมคนที่ถูกจับตัวไปไม่ใช่ผม ทำไม” สมภพตะโกนลั่นด้วยความคับแค้นใจ
“ใจเย็นๆค่ะคุณสมภพ ฉันยินดีช่วยคุณเต็มที่” ติรกาปรี่เข้าไปปลอบสมภพด้วยความเป็นห่วง
“คุณพูดจริงเหรอ” สมภพไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
“ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่คะ” ติรกาส่งยิ้มจริงใจแล้วชวนสมภพกลับ เพื่อไปเตรียมเอกสารยื่นขอค้ำประกันเงินกู้ให้สมภพและนัดหมายว่า พรุ่งนี้เช้าให้ไปเจอกันที่ธนาคาร
ooooooo
รชานนท์ขับรถตระเวนหาติรกาไปทั่วเมืองแต่ไม่พบ จึงกลับมาตั้งหลักที่บ้านพักของพชร พลางขอร้องให้วันรบ พชร และนลินีช่วยเหลือเรื่องเขากับติรกา พร้อมยืนยันว่า ไม่เคยคิดนอกใจเธอ
“ต้นตอเรื่องนี้คือรุจี สาวหน้าซื่อใจคด” พชรเปิดประเด็น
“ผมไม่เข้าใจเลยว่ารุจีพูดแบบนั้นทำไม แล้วก็เอาแต่ร้องไห้ ขอโทษผมบอกว่าจำเป็น ผมถามว่าจำเป็นอะไรก็ไม่ตอบ แถมตอนนี้ก็หายตัวไป ป่านนี้คงหนีเข้าวัดไปแล้ว” รชานนท์ถอนใจเฮือก
นลินีตาวาวรู้แล้วว่าจะไปตามหารุจีได้ที่ไหน
เช้าวันต่อมา รชานนท์มาตามหารุจีที่วัดแห่งหนึ่งตามที่นลินีแนะนำเขาพบเธอนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่หน้าพระประธานในโบสถ์ เพราะสำนึกผิดที่ทำร้ายครอบครัวของรชานนท์
ชายหนุ่มเข้าไปยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ เช็ดน้ำตาแล้วสอบถามความจริง รุจียอมสารภาพหมดเปลือก เพราะไม่กล้าโกหกต่อหน้าพระ
รชานนท์โล่งใจที่ได้รู้ความจริง แต่ก็นึกห่วงติรกาที่โดนสมภพหลอก
ooooooo










