สมาชิก

แม่ยายที่รัก

ตอนที่ 10

รชานนท์รอวันรบอยู่หน้าคอนโดฯของวริษรา เขาหงุดหงิดเพราะไม่รู้ว่าจะไปตามรุจีได้ที่ไหน

“คนดีมักมีมารผจญเป็นธรรมดา” พชรปลอบ

คนที่รอคอยเดินหน้าหงิกออกมาบอกว่า วริษราไม่อยู่ แถมโทร.ตามก็ไม่ยอมรับสาย

“ไม่มีพยาน มีแต่หลักฐาน หาต้นตอก็ไม่ได้ นี่เราจนมุมแล้วจริงๆเหรอวะไอ้รบ” รชานนท์ถอนใจ หันมองพชร

“ยากว่ะ เพราะผู้หญิงนะ เชื่อภาพที่เห็นมากกว่าคำพูดอดีตเสืออย่างพวกแกอยู่แล้ว”

เวลาเดียวกันนั้น เตือนใจกับพุทราพาสองแม่ลูกมาที่รีสอร์ตคุณแก้วเพื่อค้นหาความจริง เตือนใจพบหลักฐานเด็ดจากกล้องวงจรปิดในสถานที่เกิดเหตุ หลังจากนางให้พุทราไปเจรจากับ รปภ.เพื่อขอดูภาพเมื่อคืน

ภาพจากกล้องวงจรปิดตัวแรกฉายภาพรุจีวิ่งเข้ามากอดรชานนท์ แต่กลับโดนรชานนท์ไล่ส่งพร้อมประกาศว่า ผู้หญิงที่เขารักคือติรกา จะไม่มีวันทรยศเธอเด็ดขาด

“ของยายติ เคลียร์ ทีนี้ของยายมัทบ้างนะพุทรา” เตือนใจสั่งการต่อ เมื่อเห็นติรกานั่งอึ้ง

“มุมนั้นมีกล้องวงจรปิดเหมือนกันค่ะ” พุทราชี้ให้มัทรีดูภาพที่มอนิเตอร์ เป็นภาพวันรบโดนวริษรากอด แต่เห็นเพียงด้านหลังของเธอเท่านั้น วันรบดันวริษราออกไปพลางรับปากว่า จะคุยกับพ่อแม่ของเธอให้ แล้วหยิบเงินจำนวนหนึ่งใส่มือวริษรา บอกให้ติดตัวไว้ใช้

“คุณรบให้เงินผู้หญิงด้วย ต้องกิ๊กกันแน่ๆเลยค่ะ” พุทรายื่นหน้าเข้ามาหามัทรีที่นั่งน้ำตาร่วง เพราะเข้าใจว่าวันรบแอบเลี้ยงดูผู้หญิงคนอื่น

เตือนใจปรามพุทราไม่ให้พูดมาก แล้วเปรยกับมัทรีให้ตั้งสติดีๆ เพราะนางได้ยินว่า ผู้หญิงคนนั้นมาขอความช่วยเหลือจากวันรบ

ติรกาเห็นด้วยรีบเสริม “นั่นสิ แม่ว่ามัทให้ตารบอธิบายก่อนดีไหม แม่ดูท่าทีตารบแล้วไม่ได้สวีตหวานอะไรนะ มัทรักวันรบไม่ใช่เหรอลูก ตอนกระถินก็ครั้งหนึ่งแล้ว มัทเคยบอกวันรบว่า จะเชื่อใจก็ลองอีกสักตั้งไหมลูก...เพื่อความรัก ยังเจ็บไม่พอจะขออีกสักที”

มัทรีนิ่งคิดก่อนชวนทุกคนกลับไปตั้งหลัก

ooooooo

ครั้นถึงบ้าน ติรกาบอกกับแม่และลูกสาวว่า เธอจะไปขอโทษรชานนท์ที่เข้าใจเขาผิด

“แต่แกบอกเขาไปแล้วนะว่า แกจำเรื่องทุกอย่างได้หมดแล้ว ถ้าแกไปเขาก็รู้สิว่า แกแกล้งความจำเสื่อมมาเป็นเดือนแล้ว” เตือนใจหลุดปาก แล้วก็นึกได้เมื่อเห็นพุทรากับมัทรีมองอย่างคาดคั้น

ติรกาเข้ามาขอโทษมัทรีที่ปกปิดความจริง เตือนใจช่วยอธิบายว่า ที่ติรกาต้องทำแบบนี้ก็เพราะอยากเห็นตัวตนที่แท้จริงของรชานนท์กับวันรบ

“แล้วแม่ก็ยังรักป๋ามากใช่ไหมคะ แม่ถึงยอมให้เขาเข้ามาอยู่ในบ้านนี้”

“มัท...แม่ทำผิดต่อมัท แม่ขอโทษ”

“แม่ไม่ผิดหรอกค่ะที่อยากจะอยู่กับคนที่แม่รัก เพราะมัทก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน ถ้าแม่เต็มใจจะอยู่กับป๋า มัทจะไม่ห้ามแม่อีก มัทรู้ว่าแม่อยากให้เราสามคนพ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว มัทอยากให้แม่มีความสุขค่ะ”

ติรกาดีใจ ดึงมัทรีมากอดพลางเอ่ยถามว่า หายโกรธพ่อแล้วใช่ไหม

“ที่เกาะนั่นทำให้มัทรู้ว่ามัทมีพ่อที่รักมัท จนยอมเจ็บแทนมัทได้ ความน้อยใจ เจ็บปวดมันหายไปตั้งแต่ วันนั้นแล้วค่ะ แต่ที่มัทยังคอยขวางก็เพราะอยากให้แน่ใจว่าป๋ารักแม่ แล้วแม่ก็รักป๋าอย่างเต็มใจ”

“ตอนนี้ก็แน่ใจแล้วว่าตานนท์ดีจริง ก็รีบไปปรับความเข้าใจกับแฟนทั้งแม่ทั้งลูกดีไหม” เตือนใจแนะนำ

ติรกากับมัทรีจะออกไป แต่พุทราดันแทรกขึ้นมาว่า คราวนี้คุณนายติรกาคงได้เสียฟอร์มแน่ๆ เพราะต้องไปง้อสามี ทำให้ติรกาชะงัก

“แต่ถ้าเป็นคนที่เรารัก ง้อกี่ครั้งก็ไม่มีคำว่าเสียฟอร์มหรอกค่ะแม่” มัทรีจะดึงติรกาไปที่รถ แต่ต้องชะงักเพราะกระถินเดินร้องไห้ฟูมฟายเข้ามาน้ำตาท่วมบอกกับติรกาว่า เธอถูกวันทนีย์ส่งตัวกลับไปอยู่กับพ่อแม่ที่บ้าน แต่เมื่อทางบ้านรู้ว่าเธอหลอกทุกคนเรื่องตั้งท้อง ก็ไม่มีใครยอมพูดด้วย เธอเสียใจมากจึงหอบเสื้อผ้าหนีออกมาและตั้งใจจะมาขออยู่กับติรกาเพื่อช่วยดูแลเธอกับมัทรี แต่ติรกาไม่ยอม แล้วพากระถินกลับไปส่งที่บ้านกำนันเรือง โดยมีมัทรีกับพุทราตามไปด้วย

เตือนใจได้โอกาสโทร.บอกวันรบกับรชานนท์ให้ตามไปปรับความเข้าใจกับสองสาวที่สุพรรณฯ เพื่อไม่ให้ใครต้องเสียฟอร์ม

ส่วนกุนซือใหญ่อย่างพชรก็คิดแผนพิชิตแม่ยายให้วันรบได้ เขาเรียกสองหนุ่มเข้ามาสุมหัวฟังแผนการ

เวลาต่อมา กระถินก้มหน้าสะอึกสะอื้นรำพันต่อหน้าวันทนีย์และกำนันเรืองว่า เธอไม่ใช่ลูกฟุตบอลจะได้โดนเตะไปทางโน้นทีทางนี้ที จนวันทนีย์นึกหมั่นไส้ หันมาถามติรกาว่าทำไมไม่รับกระถินไว้

ติรกาอ้ำอึ้งสบตากับพุทราและมัทรี มัทรีจึงออก ตัวแทน

“กระถินไปหาคุณแม่มัทเพราะไม่มีที่ไป แต่บ้านมัทไม่ใช่บ้านของกระถิน คุณแม่เลี้ยงกระถินมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย มัทเชื่อว่ากระถินอยู่ที่นี่ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว ที่นี่คือบ้านของกระถินและกระถินอยากกลับบ้านมาอยู่ที่สุพรรณมากกว่าบ้านมัทแน่นอนค่ะ”

กระถินได้ฟังก็ร้องไห้โฮ กำนันเรืองนึกสมเพชช่วยเจรจากับวันทนีย์ขอให้รับกระถินมาอยู่ด้วยเหมือนเดิม วันทนีย์ครุ่นคิด แล้วยอมรับปาก เพราะใจจริงก็สงสารกระถิน

กระถินดีใจจะโผเข้าหา แต่วันทนีย์ทำเมินใส่ แล้วยื่นมือไปแตะแขนติรกาเบาๆพลางชวนให้อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อน

“ฉันไม่หิว หมดธุระแล้วฉันขอตัวกลับ” ติรกาหันไปพยักหน้า สั่งมัทรีกับพุทราให้ลุกตามกันไป เพราะจะรีบกลับราชบุรี

เมื่อสามสาวมาถึงรถก็พบว่ายางแบนทั้งสี่เส้น วันรบ รชานนท์ และพชรที่ซุ่มอยู่ก้าวออกมา ติรกาดีใจจะเข้าหารชานนท์ พุทรารีบกระแอมเตือนให้รักษาฟอร์ม ติรกาแสร้งโกรธและโทษว่า สามหนุ่มเจาะยางรถเธอ

“อ๊ะๆ ไม่มีหลักฐานกล่าวหากันไม่ได้นะครับ ศาลไม่รับฟ้อง แต่ถ้าน้องท้องพี่รับผิดชอบ” พชรทำทะเล้นแล้วแอบทิ้งตะปูไปข้างหลัง

ติรกาอึ้งกับท่าทีกวนประสาทของแก๊งรชานนท์ ส่วนวันรบหันไปส่งสายตาอ้อนให้มัทรี พุทราเหลือบมาเห็นก็กระแอมเตือนไม่ให้มัทรีใจอ่อน มัทรีทำเมินใส่วันรบ แล้วหันมาถามติรกา

“จะมืดแล้วนะคะแม่ เราช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะกลับราชบุรียังไง”

“ไม่ยากครับ” วันรบตอบแทน แล้วพาสามสาวกลับเข้าไปหาพ่อแม่ ขอค้างคืนที่บ้านก่อน

กำนันเรืองตอบรับด้วยความเต็มใจ แล้วชวนทุกคนออกไปทานอาหารในเมือง เพื่อฉลองที่ได้อยู่กันพร้อมหน้า แต่ติรกาขอตัวเพราะเกรงใจ มัทรีขออยู่กับแม่แต่กำนันรีบขัด ชวนให้ไปด้วยกันจนได้

ส่วนรชานนท์อาสาอยู่เป็นเพื่อนติรกาเอง พุทราเสนอตัวอยู่ด้วยเพราะกลัวเจ้านายจะใจอ่อน

เมื่อทุกคนออกไปหมดแล้ว ติรกาก็ลากพุทราเข้าไปคุยในห้อง เพราะสงสัยว่าทำไมต้องให้เธอทำวีนใส่

รชานนท์ด้วย พุทราบอกว่า เป็นการทดสอบความอดทนของผู้ชาย ถ้ารักจริงต้องทนได้

“แสดงว่าเธอทดสอบความอดทนผู้ชายบ่อยล่ะสิ มิน่า ถึงขายไม่ออกสักที” ติรกาเดินหนีออกไปยืนที่หน้าต่าง

เวลาผ่านไป พุทราเริ่มอึดอัดเพราะติรกาสั่งให้อยู่แต่ในห้อง เธอลุกขึ้นเดินไปมาจนติรกาหันมาดุ แล้วสองสาวก็ได้ยินเสียงรชานนท์เอะอะอยู่ข้างนอก ประมาณว่ามีโจรมาปล้นบ้านกำนันเรือง ตามด้วยเสียงต่อสู้

ติรกาเป็นห่วงรีบวิ่งออกไปช่วยรชานนท์ เธอถูกโจรสวมหมวกไอ้โม่งโปะยาสลบ แล้วจับไปพร้อมกับรชานนท์ ส่วนพุทราถูกจับมัดมือ เท้า และปากนอนดิ้นอยู่ข้างตู้

ooooooo

ติรกากับรชานนท์ถูกโจรขังไว้ที่บ้านกลางสวน ติรกายังไม่สิ้นฤทธิ์โวยวายด่าพวกโจรลั่น

“เสียงดีขนาดนี้ น่าพาไปฟิชเชอริ่งกับลูกพี่สองต่อสองว่ะ” หนึ่งในไอ้โม่งเสนอไอเดียดังๆ

ติรกากลืนน้ำลายขยับตัวเข้าไปชิดรชานนท์ด้วยความกลัว รชานนท์สวมบทพระเอกสั่งห้ามพวกโจรอย่ายุ่งกับเมีย ทำให้ติรกาแอบปลื้ม แต่ยังแสร้งทำฟอร์มปฏิเสธ

“ฉันไม่ใช่เมียคุณ”

“ถ้านังหน้าสวยไม่ใช่เมียไอ้หน้าอ่อน ข้าจะเอาไปให้ลูกพี่ทำเมีย” โจรไอ้โม่งย่างสามขุมเข้ามา

“ฉันเป็นเมีย เป็นเมียจริงๆนะ” ติรกากลับลำผวาเข้าไปนั่งตัก รีบกอดรชานนท์

“อ้อนผัวเก่งอย่างนี้ ลองจูบผัวโชว์สักทีสิ แต่ถ้าไม่จุ๊บ เดี๋ยวพี่วิ่งไปจุ๊บน้องเอง มามะจุ๊บๆ”

“ว้าย...อย่านะ จุ๊บแล้ว จุ๊บๆ” ติรกาหลับตาปี๋ระดมจูบรชานนท์ไม่ยั้ง

รชานนท์หลับตาพริ้ม ครางในลำคอด้วยความเคลิ้ม

เวลาผ่านไป ติรกาลืมตาขึ้น ไม่เห็นโจรสักคนจึงตาขวางหันมาต่อว่ารชานนท์ที่ฉวยโอกาส รชานนท์ขู่ว่า อย่าเสียงดัง เดี๋ยวพวกโจรได้ยิน ติรกาปิดปากเงียบพลางส่งค้อนให้

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้น วันรบกับพชรช่วยกันปรามมัทรี ที่จะไปแจ้งความเรื่องติรกากับรชานนท์ถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ พชรทำทีหันมาปรึกษากำนันเรืองว่า ให้เอาลูกน้องไปช่วยสืบหาที่ซ่อนพวกโจร กำนันรับปาก แล้วชวนสองหนุ่มออกไปด้วยกัน

ไม่นานนักกำนันก็พาพชรกับวันรบมาถึงบ้านกลางสวน โจรไอ้โม่งรีบออกไปรับ แล้วส่งสัญญาณให้รู้ว่าติรกาแอบฟังอยู่ วันรบดัดเสียงโหดถามว่า สองคนที่จับมาเป็นผัวเมียกันจริงหรือเปล่า

“เมื่อกี้มันกอดจูบกันครับ”

“เบสิก คนไม่รู้จักกันก็ทำได้ เฝ้าไว้เลย ถ้าไม่แน่ใจว่ามันเป็นผัวเมียกันเมื่อไหร่ จับตัวนังนั่นมาให้ลูกพี่ทำเมีย” กำนันทำเสียงดุ วันรบถองศอกสะกิดกำนันเรือง ให้เล่นตามคิว

กำนันเรืองเอ๋ออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนลูบหัวแล้วคำรามเสียงดังเหมือนผู้ร้ายหนังไทยสมัยก่อน “ฮ่าๆๆ ข้าจะยัดเยียดความเป็นผัวให้กับมัน” แล้วทั้งหมดก็ประสานเสียงหัวเราะเพื่อข่มขวัญ

ติรกาได้ฟังถึงกับเครียด รชานนท์ขยับเข้ามาเย้าว่า จะเสียสละตัวเองเพื่อไม่ให้เธอเป็นเมียโจร

“แต่ฉันไม่ยอมเป็นเมียคุณ” ติรกาสวนแล้วอึ้งไป เพราะได้ยินพวกโจรชวนกันมาดูให้เห็นกับตาว่า เธอกับรชานนท์เป็นผัวเมียกันจริงหรือเปล่า

เสียงฝีเท้าพวกโจรเดินใกล้เข้ามา ติรกาตัดสินใจเป่าตะเกียงพายุดับวูบ แล้วดึงรชานนท์มานอนกอดพลางกระซิบสั่ง “แค่กอดอย่างเดียวนะ ห้ามทำอะไรเกินเลยไปกว่านี้เด็ดขาด”

รชานนท์ยิ้มๆ ยอมกอดติรกาเพียงอย่างเดียว

ประตูเปิดออก กำนันเรืองเห็นทั้งคู่กอดกันกลม จึงบ่นว่าไม่อยากเป็นตากุ้งยิง แล้วรีบเปิดประตูเดินหนี

ติรการอจนแน่ใจว่าพวกโจรไปหมดแล้ว จึงผละออกจากรชานนท์ เพราะกลัวเขาจะฉวยโอกาส รชานนท์ยืนยันว่าไม่มีวันฝืนใจเธอแน่ เพราะเธอคือผู้หญิงที่เขารัก

ติรกาถึงกับชะงักเมื่อได้ยินคำพูด และได้เห็นสายตาจริงใจของรชานนท์ แต่แสร้งเฉไฉกลบเกลื่อน รชานนท์รู้ทันบอกให้ติรกานอนพักให้สบายใจ เขาจะนอนขวางประตูให้ ติรกาลังเลแต่สุดท้ายก็ยอมทิ้งตัวลงนอน

ส่วนมัทรี เธอยืนรอวันรบกลับมาด้วยความไม่สบายใจ เนื่องจากห่วงติรกา วันทนีย์ออกมาช่วยปลอบใจ ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มดีขึ้น

ooooooo

เช้าวันใหม่ ติรกาลืมตาขึ้นมา เห็นตัวเองนอนซุกอยู่ในอ้อมแขนของรชานนท์ เธอจะขยับตัวหนี แต่รชานนท์กลับกอดเธอไว้แน่น พลางปรับความเข้าใจถึงเรื่องในอดีต ทำให้ติรกาได้รู้ความจริงว่าต้นเหตุที่ทำให้เธอกับรชานนท์เข้าใจผิดกันมาตลอดยี่สิบปี ก็คือพ่อของเขานั่นเอง

“ผมขอโทษแทนคุณพ่อ สำหรับเรื่องราวทั้งหมด เรากลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนตอนที่คุณความจำเสื่อมเถอะนะ”

“แต่ว่า...” ติรกาอ้ำอึ้ง

รชานนท์จับหน้าเธอมาจ้องตรงเข้าไปยังดวงตา “บอกผมสิว่าคุณลืมผู้ชายคนนี้ได้ ทั้งๆ ที่เขายังรักคุณอยู่เต็มหัวใจ”

ติรกามองหน้ารชานนท์แล้วตัดสินใจ “ถ้าเรารอดชีวิตออกไป ฉันจะเป็นภรรยาที่ดีของคุณค่ะนนท์”

“เราต้องรอดชีวิตสิ ผมไม่มีวันให้ใครทำร้ายคุณเป็นอันขาด” รชานนท์กับติรกากอดกันด้วยความรักและเข้าใจ

ส่วนพวกวันรบที่ซุ่มดูสถานการณ์อยู่นอกบ้าน เห็นว่าได้เวลาของพวกตนแล้ว จึงช่วยกันจัดฉากให้ดูเหมือนวันรบเสี่ยงตายเข้าไปช่วยติรกาออกมา เพื่อเรียกคะแนนนิยมจากแม่ยาย

ติรกาเดินตามวันรบและรชานนท์ออกมาหน้าบ้าน เธอใจเสียเมื่อเห็นคราบเลือดเป็นรอยตามพื้น แต่ต้องแปลกใจเพราะมีคราบเลือดรูปหัวใจอยู่ด้วย รชานนท์กลัวแผนแตกรีบกลบเกลื่อนชวนติรกากลับไปหามัทรี

ทุกคนโล่งใจที่ติรกาและรชานนท์กลับมาอย่างปลอดภัย ติรกาประกาศว่าเธอกับรชานนท์ปรับความเข้าใจกันแล้ว ที่ผ่านมาเป็นเรื่องเข้าใจผิด

มัทรียืนงงมองหน้าติรกากับรชานนท์ รชานนท์กลัวลูกไม่เชื่อจึงพาไปหานลินีเพื่อดูหลักฐาน

นลินีนำหีบไม้เก่าๆออกมาวาง พลางเล่าว่าพ่อฝากเธอไว้ก่อนตาย เธอใช้กุญแจไขมันออกมา ข้างในมีจดหมายของรชานนท์ที่เขียนถึงติรกามากมาย

“จดหมายที่ผมฝากพ่อส่งให้กระแตอยู่ครบทุกฉบับ แสดงว่าพ่อไม่เคยส่งจดหมายให้กระแตเลยสักฉบับ แต่กลับส่งข่าวไปบอกผมว่า กระแตแต่งงานกับคนอื่นไปแล้ว”

“แสดงว่าพ่อเป็นต้นเหตุให้นนท์กับติรกาเข้าใจผิดกัน” นลินีไม่อยากเชื่อ

“อดีตที่เจ็บปวด จะทำให้เรารักกันมากกว่าเดิมในปัจจุบัน” รชานนท์เข้ามากอดติรกา และจะหันไปดึงมัทรีมากอดด้วย แต่มัทรีเดินหนีไปแล้ว เพราะละอายที่เคยอคติกับรชานนท์มาตลอด ติรกาชวนรชานนท์เดินตามลูกไป

ทั้งสองเดินเข้าหามัทรีที่ยืนเครียดอยู่ในสวน ครั้นมัทรีเห็นรชานนท์ก็ทำตัวไม่ถูก รชานนท์เองก็อึกอักไม่รู้จะพูดกับลูกอย่างไรดี นาทีนั้นเอง สองพ่อลูกก็เอานิ้วโป้งคลึงกลางหว่างคิ้วพร้อมกัน เพื่อคลายเครียด

มัทรีหลุดหัวเราะออกมาก่อน เธอเอ่ยคำขอโทษพ่อ

“ความเหมือนช่วยยํ้าเตือนความสัมพันธ์ทางสาย เลือด มัทไม่ต้องขอโทษหรอกจ้ะ”

“มัทเคยล่วงเกินป๋าหลายครั้ง แต่ป๋าก็ไม่เคยโกรธ มัทไม่รู้จะพูดอะไรที่ดีกว่าคำว่าขอโทษ”

“ไม่ต้องขอโทษ เพราะผู้ชายคนนี้ไม่เคยโกรธหนูเลย ตรงกันข้าม กลับรู้สึกผิดด้วยซํ้าที่ปล่อยให้หนูลำบากอยู่กับแม่คนเดียวตั้งแต่เล็ก ผู้ชายคนนี้ไม่เคยได้มีโอกาสทำหน้าที่สำคัญที่สุด เพื่อลูก”

“พ่อ...ยกโทษให้กับมัทเถอะนะคะ” มัทรีกราบอกรชานนท์

“พ่อบอกแล้วไงว่าไม่โกรธ แค่ได้ยินมัทเรียกว่าพ่อ พ่อก็ชื่นใจแล้ว” รชานนท์ลูบหัวมัทรีอย่างอ่อนโยน

“พ่อขา...มัทฝันมาตลอดว่าวันหนึ่งมัทจะได้กอดพ่อ พ่อของมัท”

“มัท ลูกพ่อ” สองพ่อลูกกอดกันกลม แล้วติรกาที่ยืนมองนํ้าตาซึมอยู่ก็เข้ามากอดด้วย

“ผมดีใจนะที่ผมได้กอดคนที่ผมรัก ขอบคุณนะกระแต ขอบคุณ”

“ฉันก็ดีใจค่ะที่พวกเราอยู่พร้อมหน้ากันเป็นครอบครัว” สามคนพ่อแม่ลูกกอดกันด้วยความรัก

ooooooo

รชานนท์ ติรกา และมัทรีเดินจูงมือกันออกมา มัทรีชวนพ่อแม่กลับไปฉลองที่บ้านยาย รชานนท์ขอเป็นพ่อครัว เพราะเกรงว่าถ้าติรกาลงครัวเอง เขาอาจจะไตพังก่อนวัยอันควร

สามคนพ่อแม่ลูกหัวเราะเสียงใส แล้วพลันชะงักเมื่อเห็นวันรบเดินเข้ามาเรียกมัทรี ติรกากับรชานนท์จูงมือกันออกไปเพื่อให้หนุ่มสาวได้ปรับความเข้าใจกัน

มัทรีถามวันรบว่า ผู้หญิงในภาพเป็นใครและเธอเดือดร้อนด้วยเรื่องอะไร ถึงต้องมาหาเขา

วันรบคิดหนัก ไม่รู้ว่าจะเล่าเรื่องดีหรือไม่ แล้วก็ตัดสินใจเล่าบางส่วน

“เขาเป็นญาติของผม เดือดร้อนเรื่องเงิน ที่บ้านเขาค่อนข้างลำบากก็เลยไปทำอาชีพ...บริการ ตอนนี้ที่บ้านเขารู้ เขากลุ้มใจก็เลยมาขอให้ผมช่วย จริงๆนะมัท”

“พี่รบไม่ได้โกหกมัทใช่ไหมคะ”

“พี่ไม่ได้โกหกมัทแม้แต่คำเดียว”

“มัทเชื่อค่ะ เพราะมัทเคยบอกว่า จะเชื่อใจพี่รบ มัทจำคำสัญญานั้นได้ค่ะ”

“ขอบคุณมัท ขอบคุณ” วันรบกอดมัทรีอย่างตื้นตัน

รชานนท์แอบดูอยู่กับติรกาเขาออกอาการหวงลูกสาว รีบเข้ามาปรามวันรบให้เกรงใจกันหน่อย วันรบรู้สึกตัวผละจากมัทรี แล้วขอใช้สิทธิ์จับมือคู่หมั้น รชานนท์

มองเหล่ๆ แล้วพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้

วันรบคว้ามือมัทรีมาจูงไว้พลางคุยว่า เขาให้เกียรติเธอเสมอ และไม่เคยทำอะไรให้เธอต้องเสื่อมเสีย

“อ๋อ ที่แกอยู่กับลูกฉันที่คอนโดฯนั่น ลูกฉันไม่เสื่อมเสียเลย นั่นไม่ได้เรียกว่าให้เกียรติกัน แกยังไม่ได้เคลียร์กับฉันเลยนะเว้ย ขอสักทีเถอะวะ” รชานนท์จะเข้ามาต่อย แต่มัทรีร้องห้ามแล้วสารภาพความจริง

“ที่มัทบอกว่า มัทกับพี่รบเป็นสามีภรรยากันแล้ว ไม่เป็นความจริงค่ะ ถึงจะอยู่คอนโดฯเดียวกันก็จริง แต่พี่รบไม่เคยล่วงเกินมัทเลย มัทกราบขอโทษที่โกหก แต่ตอนนั้นมันเป็นทางเดียวที่จะทำให้มัทกับพี่รบได้คบกัน” มัทรีเข้ามากราบขอโทษพ่อกับแม่

“ปฏิภาณดีเหมือนพ่อ” รชานนท์ชื่นชม แต่พอเห็นติรกามองตาเขียวก็จ๋อย

“ผมต้องขอโทษ ที่ไม่ได้บอกความจริง และล่วงเกินคุณแม่มาตลอด” วันรบเข้ามากราบติรกา

“ไม่ต้อง วันรบไม่ได้ทำผิดอะไร ไม่จำเป็นต้องขอโทษ ฉันต้องเป็นฝ่ายขอบคุณเธอมากกว่า ที่ช่วยปกป้องศักดิ์ศรีของยายมัท” ติรกาพูดกับวันรบด้วยสายตาและความรู้สึกที่ดีขึ้น แล้วหันมาคุยกับรชานนท์ “ฉันแค้นที่คุณทิ้งก็เลยตาบอด หูดับ ไม่ยอมให้โอกาสวันรบ ไม่ฟังลูก ฉันเอาตัวเองเป็นที่ตั้งจนเกือบต้องเสียลูกกับนนท์ไป ฉันจะไม่แก้ตัว แต่ฉันจะใช้เวลาที่เหลือทั้งหมดแก้ไขทั้งกับนนท์และกับมัท”

รชานนท์มองติรกาด้วยความรักเต็มเปี่ยม พร้อมกับแผนการบางอย่างที่ผุดขึ้นในหัว

ooooooo

ค่ำวันนั้น รชานนท์พาติรกาออกมายืนชมจันทร์ที่ระเบียงน้ำ แล้วทำเซอร์ไพรส์ด้วยการให้มัทรี วันรบ เตือนใจและพุทราแอบจุดพลุที่ฝั่งตรงข้ามเพื่อสร้างบรรยากาศ ก่อนขอติรกาแต่งงาน

ติรกาตอบทั้งนํ้าตาแห่งความปีติว่า เธอจะแต่งงานกับเขา รชานนท์หยิบแหวนมาบรรจงสวมให้ ท่ามกลางเสียงไชโยดังลั่นมาจากฝั่งตรงข้าม ติรกาเข้าใจเรื่องราวถึงกับถามว่า ร่วมมือกันทั้งหมดเลยหรือ

“ก็มีมัทกับวันรบ แล้วก็คุณแม่ยายอยากให้เราสองคนมีความสุขนี่ครับ” รชานนท์กอดติรกา แล้วยกนิ้วให้ทุกคนที่มองอยู่

วันต่อมา ติรกาและรชานนท์จดทะเบียนสมรสอย่างเรียบง่าย เชิญแขกเฉพาะที่สนิทสนมมาร่วมงานไม่กี่คน สมภพกับธงฉานไม่ได้รับเชิญ แต่ใช้บัตรเสือกเข้ามาหวังป่วนงาน จึงถูกพุทรากับแจ่มให้หมาไล่กัด จนต้องปลุกหลวงพ่อโกยวัดหน้าตั้งเผ่นแน่บไป

รชานนท์และติรกาเข้ามานั่งจดทะเบียนต่อหน้านายอำเภอและทุกคนที่มาเป็นสักขีพยาน นายอำเภอเซ็นรับรองการจดทะเบียนก่อนประกาศ

“ต่อไปนี้ คุณรชานนท์กับคุณติรกาเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้วครับ”

“ขอให้ลูกทั้งสองรักและถนอมนํ้าใจกันตลอดไปนะลูก”

ติรกากับรชานนท์ก้มกราบเตือนใจด้วยความตื้นตัน

“เจ้าบ่าวเจ้าสาวจุ๊บโชว์โนเซ็นเซอร์หน่อยเร้ว...” พชรเชียร์

รชานนท์กำลังจะจูบติรกา แต่ช้าไปกว่าติรกาที่หันมาหอมแก้มรชานนท์เสียก่อน เหล่ากองเชียร์เฮลั่น มัทรีนํ้าตาคลอด้วยความตื้นตันใจ เธอเข้ามาบอกกับติรกาและรชานนท์ว่า เธอดีใจที่ได้อยู่กันพร้อมหน้าเสียที

“มัทจะมีพ่อกับแม่ตลอดไป” รชานนท์ดึงตัวมัทรีไปกอดพร้อมกับติรกา

ราตรีอันแสนสุข ขณะจันทร์กระจ่างฟ้า ดาริกาพร่างพราวราวมณีนํ้าเอก การส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็เริ่มขึ้น เตือนใจนั่งบนเตียงให้สติลูกสาวและลูกเขยอีกรอบ

“กว่าจะได้เป็นครอบครัวก็ยากสาหัส แต่ที่ยากกว่าคือการรักษาเอาไว้ เชื่อใจและให้เกียรติกันและกันนะลูก”

เตือนใจลุกออกไป นลินีกับพชรเข้ามานั่งแทน นลินีร้องไห้ด้วยความดีใจที่เห็นน้องชายมีครอบครัว เธอฝากฝังรชานนท์กับติรกา เพราะรู้ว่าเขารักติรกามากจริงๆ

ติรกามองรชานนท์ ทั้งสองคนยิ้มให้กันอย่างหวานชื่น พชรอวยพรว่า ให้มีลูกหัวปีท้ายปี รชานนท์ว่า แน่นอนอยู่แล้ว

“พูดอะไรเกรงใจน้องสะใภ้ฉันมั่ง แล้วอย่าให้รู้นะว่าชวนตานนท์ไปเที่ยว ฉันเอาตายแน่” นลินีซัดสามีดังผัวะ

“จริงค่ะ มัดตราสังรวม เผาหมู่เลยล่ะ นายด้วย” ติรกาหันไปทางวันรบ

รชานนท์กับพชรมองหน้ากันอย่างสยองขวัญ เตือนใจปรามลูกสาวว่า คืนนี้เป็นมงคลอย่าพูดอะไรไม่งาม แล้วชวนทุกคนออกไปฉลองกันต่อข้างนอก เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวได้รื้อฟื้นความหลังกัน แต่มัทรีเข้ามาอ้อนขอนอนกับพ่อแม่ด้วย แล้วหยิบพวงกุญแจตุ๊กตารูปพ่อแม่และลูกสองคนมายื่นให้พ่อและแม่คนละพวง

“อันนี้ของป๋า อันนี้ของแม่ เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปเหมือนตุ๊กตาครอบครัวนี้นะคะ มัทรักป๋า รักแม่นะคะ ขอให้ป๋ากับแม่มีความสุขตลอดไป”

รชานนท์กับติรกาลูบหัวมัทรีอย่างเอ็นดู แล้วตอบตกลงให้เธอนอนด้วย

“ไชโย มัทรักป๋าที่สุดเลย” มัทรีขึ้นไปบนเตียงดึงผ้ามาคลุมตัว

รชานนท์ยิ้มเจื่อนๆมองติรกา พลันเสียงเคาะประตูดังขึ้น ทั้งสองหันไปเห็นวันรบเดินเข้ามาตามมัทรี

“มัท อย่าแกล้งป๋าอีกเลย ลงไปร้องคาราโอเกะกับคุณยายดีกว่านะ”

“โหย...มัทกำลังสนุกเลย” มัทรีจำใจลุกขึ้น

“นี่แกล้งพ่อเหรอ”

“แหม ป๋าก็ มัทรู้หรอกน่าว่าป๋าอยากอยู่กับแม่สองต่อสองใจจะขาด มัทไม่นอนก็ได้แต่มัทมีอีกเรื่องจะขอ ป๋ากับแม่เห็นไหมคะว่า ตุ๊กตาแต่ละพวงมีสี่คน พ่อขา แม่ขา มัทอยากมีน้องแฝด ป๋าจัดให้ด้วยนะคะ” มัทรีเข้าไปกอดรชานนท์

“เชื่อมือพ่อเถอะ” รชานนท์ดึงติรกามากอด

“สู้ๆนะคะป๋า” มัทรีผละไปหาวันรบแล้วพากันเดินออกไป

รชานนท์หันมาสบตาซึ้งกับติรกา พลางขอความเห็นใจ ว่าตั้งแต่เธอออกจากโรงพยาบาล เขาก็นอนไม่หลับทุกคืนเพราะมีผู้หญิงสวยๆมานอนข้างๆ แต่ทำได้แค่มอง

“มันทรมานมากรู้ไหม แต่ผมก็พยายามอดทน เพราะผมอยากรอให้ถึงคืนนี้ คืนที่คุณจำทุกอย่างได้และยอมรับในความรักของผม วันนี้เราแต่งงานกันแล้ว ผมไม่อยากมีความลับกับคุณ แต่ถ้าผมบอก คุณไม่โกรธผมได้ไหม”

“ต้องพิจารณาก่อนว่า อภัยได้ไหม”

“เรื่องโจรที่จับผมกับคุณไปน่ะ ความจริง...”

“อย่าบอกนะว่าเป็นแผนของคุณ”

“ของพี่ระต่างหาก แต่มันก็ทำให้เราเข้าใจกันไม่ใช่เหรอ ผมทำเพราะอยากให้เราดีกัน อภัยให้ผมเถอะนะ”

“คุณน่ะ จะง้อฉันทำไมต้องมีแผนด้วยนะ แต่ฉันอภัยให้ก็ได้ ความลับของคุณหมดหรือยัง”

“หมดแล้ว...”

“งั้นตาฉันบ้าง แต่คุณห้ามโกรธฉันนะ ความจริงฉันจำทุกอย่างได้ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลแล้วล่ะค่ะ ฉันแกล้งความจำเสื่อม ฉันอยากรู้ว่าคุณจริงใจกับฉันหรือเปล่า ฉันขอโทษนะ”

“ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะทำกับผมแบบนี้ คุณรู้ไหมกระแต ว่าผมต้องอดทนขนาดไหนที่จะไม่ทำกับคุณแบบนี้” รชานนท์คว้าตัวติรกาลงบนเตียง พลางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์  “ผมจะต้องทำโทษคุณแล้วล่ะ” รชานนท์ค่อยๆก้มลงมาจูบติรกาอย่างอ่อนโยน

ooooooo

สายวันใหม่ ติรกาค่อยๆขยับตัว เธอหันมองนาฬิกาเห็นแปดโมงแล้วก็รีบลุกขึ้น แต่กลับโดนรชา-นนท์ดึงลงไปนอนด้วยกันบนเตียง เพื่อทบทวนความหลังอีกรอบ จนกระทั่งเกือบบ่ายทั้งสองจึงพากันออกมาจากห้อง

เตือนใจอมยิ้มเรียกพุทราไปตั้งโต๊ะให้ลูกสาวกับลูกเขย พุทราเอาแก้วใสมาวางตรงหน้ารชานนท์แล้วตอกไข่ลวกใส่ไปสามฟอง เตือนใจเลื่อนเครื่องปรุงซอสมาให้แล้วแอบแซว

“สักหน่อยนะ ท่าจะกรำศึกน่าดู”

“คุณแม่” ติรกาเขินวางหน้าไม่ถูก

“โอ๊ะๆ ของคุณติก็มีนะคะ” พุทราวางแก้วนม ไข่ดาว สลัดตรงหน้าติรกา

“เสริมโปรตีนกับแคลเซียมสักหน่อย เตรียมร่างกายไว้” เตือนใจล้อลูกสาว

รชานนท์เห็นติรกาเขินก็ชวนแม่ยายเปลี่ยนเรื่องถามหามัทรีว่าออกไปไหน

ขณะนั้น มัทรีมาหาวันรบที่รีสอร์ตคุณแก้ว เธอพบกับวริษราที่จงใจเดินมาชน แล้วแสร้งทักว่า เธอเคยเจอมัทรีกับวันรบที่ร้านทำการ์ดแต่งงาน

“อ๋อ ค่ะ มัทรับโปรเจกต์งานในรีสอร์ตนี้ค่ะ” มัทรี ยิ้มรับอย่างงงๆ

“ริษก็เพิ่งเข้ามาเป็นพนักงานที่นี่เหมือนกัน ยินดีที่ได้รู้จักพี่มัทอีกครั้งนะคะ เรียกฉันว่าริษก็ได้” วริษรา ยิ้มเจ้าเล่ห์

มัทรียิ้มรับด้วยความยินดี ไม่ได้คิดอะไร แล้วหันไปเรียกวันรบที่เดินออกมา

“รบคะ จำน้องริษคนที่เจอที่ร้านทำการ์ดได้ไหม น้องริษเป็นพนักงานคนใหม่ของคุณแก้วค่ะ”

วันรบอึกอักมองวริษราที่ตีหน้ายิ้มใสซื่อ แถมพูดฝากเนื้อฝากตัวกับมัทรี ก่อนจะขอกลับไปทำงานต่อ

มัทรีชวนวันรบออกไปเดินเล่น แต่วันรบกลับเดินเหม่อไม่สนใจฟังเรื่องที่เธอพูด จนเธอต้องหันมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น วันรบรู้สึกตัวโกหกว่ากำลังคิดเรื่องงาน แล้ววริษราก็ส่งข้อความเข้ามาบอกว่าคิดถึง

“ใครส่งข้อความมาคะ” มัทรีจะเข้ามาดู

วันรบรีบเก็บมือถือ โกหกว่าผู้รับเหมาส่งมาเตือนเรื่องแบบพรุ่งนี้ แล้วเปลี่ยนเรื่องชวนมัทรีไปหารชานนท์กับพชร เพื่อวางแผนถ่ายรูปแต่งงาน

“ดีค่ะ เตรียมไว้เนิ่นๆ มัทกลัวจะไม่ทันจังเลย อีกแค่อาทิตย์เดียวเอง” มัทรีเห็นด้วย สองหนุ่มสาวจูงมือกันออกไป ไม่ทันเห็นวริษราถือโทรศัพท์มือถือเดินออกมาจากมุมหนึ่ง เธอมองตามทั้งสองไปด้วยความริษยา

รชานนท์ถูกตามตัวมาที่บ้านพชร เพื่อช่วยกันคิดว่าจะไปถ่ายรูปชุดแต่งงานของวันรบกับมัทรีที่ไหนดี แต่เขายังไม่ทันได้เอ่ยอะไร วันรบก็เสนอว่าน่าจะเป็นที่รีสอร์ตคุณแก้วเพราะสะดวกที่สุดและสวยที่สุด ทุกคนเห็นด้วย

รชานนท์ประสานงานไปทางคุณแก้วเพื่อจะขอใช้สถานที่ คุณแก้วยินดีมากสั่งให้พนักงานช่วยกันตกแต่งสวนสวยเพื่อเป็นของขวัญแต่งงานให้มัทรีกับวันรบ

“ขอบคุณนะคะคุณแก้ว สวยมากเลยค่ะ”

“ผมดีใจนะครับที่ทุกคนยินดีกับการเริ่มต้นครอบครัวของผมกับมัท” วันรบมองมัทรียิ้มอย่างเป็นปลื้ม

วริษราแอบมองอยู่ข้างพุ่มไม้ เธอพึมพำด้วยความริษยาว่า วันรบเป็นของเธอคนเดียว พลางจ้องไป ที่ชายหนุ่มอย่างมุ่งมั่น

ooooooo

แม่ยายที่รัก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด