ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

แรงปรารถนา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สุอาภากับบวรเฝ้านพอยู่จนสายวันรุ่งขึ้นนพก็ยังไม่ฟื้น พอดีบวรมีงานด่วนต้องเข้าออฟฟิศ สุอาภาจึงเฝ้าอยู่คนเดียว

ตกบ่าย นพรู้สึกตัวขึ้นมาท่ามกลางความดีใจของทุกคน แต่เพียงลืมตาขึ้นเขาก็ถามถึงข่าวที่ทำให้เขาช็อกทันที ทุกคนพยายามไม่พูดถึงให้สะเทือนใจอีก จนนพพูดอย่างหงุดหงิดว่าทำไมถึงไม่มีใครพูดอะไร หันไปถามพิทยาว่าเกิดอะไรขึ้น

“ทุกอย่างจบแล้วครับคุณอา” นพถามว่าหมายความว่ายังไง พิทยาตอบทันทีว่า “ผมจะแต่งงานกับคุณแตครับ”

“ฉันบอกนายไปแล้วไงว่าเราจะไม่แต่งงานกัน! นายไม่ต้องมาแสดงความเป็นสุภาพบุรุษโดยการรับผิดชอบในสิ่งที่นายไม่ได้ทำ” สุอาภาโพล่งไปทันทีเช่นกัน

ทันใดนั้น นพเจ็บหน้าอกขึ้นกะทันหันจนต้องตามหมอด่วน ระหว่างนั้นสุอาภายังโต้เถียงกับพิทยาอย่างเผ็ดร้อน เธอถามว่าทำไมบอกป๋าไปแบบนั้น!

“คุณก็เห็นว่าทันทีที่คุณอาฟื้น คนที่คุณอาเป็นห่วงมากที่สุดก็คือคุณ ท่านไม่สนใจเลยด้วยซํ้าว่าตัวเองเพิ่งผ่าตัดออกมา แล้วถ้าผมไม่บอกคุณอาเรื่องนี้คุณอาอาจจะทรุดหนักลงไปอีกก็ได้”

สุอาภาอึ้งเพิ่งได้คิด พิทยายังคงพูดต่ออย่างตำหนิเธอในทีว่า รู้ว่าเธอไม่อยากแต่งงานกับตน แต่เวลานี้เราต้องทำเพื่อคุณอา เขายํ้าอย่างเสียดแทงใจทั้งตัวเองและเธอว่า

“ผมรู้ว่าคุณเกลียดผม ผมเองก็ไม่ต่างจากคุณ แต่ถ้าเราสามารถทำให้คนที่เรารักด้วยกันทั้งคู่มีความสุข เราจะทำเพื่อเขาไม่ได้เชียวเหรอ”

ขณะนั้นเองหมอออกมาบอกว่าไม่ต้องห่วง นพเจ็บหน้าอกเพราะแผลจากการผ่าตัดเท่านั้น ทั้งสองจึงโล่งใจ

เข้าไปหานพคราวนี้สุอาภาจึงเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนว่า ตนกับพิทยาจะแต่งงานกัน นพมองหน้าทั้งสองแล้วขอคุยกับพิทยาส่วนตัว สุอาภาจึงออกไปอย่างอดสงสัยไม่ได้ว่าทั้งสองจะคุยอะไรกัน

นพถามพิทยาว่าที่จะแต่งงานกับสุอาภาเพราะทำตามที่ตนขอก่อนผ่าตัดใช่ไหม ยอมรับว่าที่พูดไปเวลานั้นเพราะคิดว่าตัวเองจะต้องตาย ติงพิทยาว่า

“อย่าตอบแทนบุญคุณของฉันด้วยวิธีนี้ ฉันไม่อยากเห็นเธออยู่กับความทุกข์”

พิทยาบอกนพว่า ตนอยู่กับความทุกข์ของตัวเองได้แต่ไม่อาจทนเห็นคนที่มีพระคุณต่อตนต้องเป็นทุกข์ได้ ฉะนั้นตนขอสัญญาว่าจะดูแลสุอาภาอันเป็นแก้วตาดวงใจของเขาให้ดีที่สุด จะไม่ทำให้สุอาภาเสียใจแม้แต่น้อย

พิทยาออกมาเห็นบวรกับต่ายอยู่กับสุอาภา เขาบอกให้ทุกคนเข้าไปได้แล้ว เดินไปบอกสุอาภาว่า

“หลังจากคุณอาออกจากโรงพยาบาล เราจะแต่งงานกัน”

ด้วยความเคารพนับถือจันทร์จำนงที่ให้ความเมตตาแก่ตนอย่างมาก พิทยาจึงไปกราบขอให้ท่านมาเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายตน จันทร์จำนงรับปากด้วยความปลื้มปีติ

ooooooo

พิธีแต่งงานจัดขึ้นที่โรงแรม จันทร์จำนงเป็นผู้สวมมงคลให้บ่าวสาว รดนํ้าสังข์และอวยพรให้รักและอยู่กันด้วยความเข้าใจ ส่วนนพอวยพรขณะรดนํ้าสังข์อย่างปลาบปลื้มว่า

“วันนี้เป็นวันที่ป๋าดีใจมากที่สุด ป๋าขอให้ลูกมีความสุข หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กันและพยายามประคับประคองชีวิตคู่ให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น”

ทั้งคู่จดทะเบียนสมรสกันถูกต้องตามกฎหมาย และเมื่อถึงเวลาส่งตัวเข้าห้องหอที่บ้านพิทยา นพอวยพรอีกครั้งว่า

“ป๋าอยากให้เราสองคนมีความเห็นอกเห็นใจกัน และพร้อมที่จะดำเนินชีวิตร่วมกันในฐานะสามีภรรยา” แล้วบอกพิทยา “ฝากน้องด้วยนะพิท ฉันเห็นแล้วว่าเธอดูแลยัยแตได้เป็นอย่างดี”

เมื่อทุกคนกลับไปแล้ว ทั้งคู่แม้จะเติบโตมาด้วยกันและเป็นคู่กัดกันมาตลอด แต่เมื่อต้องมาอยู่กันสองคนในอีกสถานะหนึ่ง ต่างจึงอดรู้สึกประดักประเดิดไม่ได้

พิทยาให้สุอาภาไปอาบน้ำก่อน แต่พอเธออาบน้ำเสร็จออกมาเขาก็หลับอยู่ที่โซฟาไปแล้ว สุอาภาแอบมองเขาในขณะหลับด้วยแววตาอ่อนโยน พึมพำยิ้มๆ “คงจะเหนื่อยมาก...”

เช้าวันรุ่งขึ้น พิทยาลุกมาทำอาหาร พอสุอาภาลงมาอาหารเสร็จพอดี ทั้งคู่ทานด้วยกัน พิทยาขอโทษเธอที่เมื่อคืนหลับไปโดยไม่รู้ตัว พอดีมีโทร.เข้ามือถือ เขากดรับแล้วบอกเธอว่าต้องไปทำงานแล้ว ลุกขึ้นจะเอาจานไปเก็บ

“วางไว้นั่นแหละ เดี๋ยวฉันจัดการเอง” สุอาภาบอก เธอดูแลเขาก่อนไปทำงานอย่างดี เขาลืมกระเป๋าก็หยิบให้ ผูกเนกไทไม่ตรงก็ปรับให้ มองสำรวจทั้งตัวแล้วบอกว่า “โอเคแล้ว นายรีบไปทำงานเถอะ”

“คุณแตครับ...เย็นนี้...รอผมทานข้าวด้วยนะครับ” พิทยาหันบอกแล้วขับรถออกไป

สุอาภามองตามรถเขาไปด้วยความรู้สึกดีๆในเช้าวันแรกที่เริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยกัน...

ooooooo

หลังจากภูวดลออกจากโรงพยาบาลแล้วก็เที่ยวเตร่เมาหัวราน้ำเหมือนเดิม วันนี้ถูกศรีพิไลเรียกมาย้ำเตือนเรื่องการหมั้นกับรวีพรรณ เขาทำหน้างงถามว่าต้องหมั้นกันจริงๆด้วยหรือ ตนยังไม่พร้อมเลย

“ไม่พร้อมแกก็ต้องพร้อม! แกรู้ไหมว่าคุณย่าไปเป็นผู้ใหญ่ให้ไอ้พิทยาตอนมันแต่งงาน” ภาสันต์เสียงดังอย่างไม่พอใจ ขู่ว่า “ถ้าแกไม่ทำอะไรสักอย่างมีหวังคุณย่าได้ยกสมบัติทั้งหมดให้ไอ้พิทยาแน่ แกต้องแต่งงานกับหนูรวีพรรณ ไม่อย่างนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่แกเคยได้จากฉัน แกจะไม่ได้สักแดง!”

ภูวดลโมโหไม่พอใจ ศรีพิไลถามว่าทำไมถึงไม่อยากแต่งกับรวีพรรณ เขาบอกว่าตนไม่ได้รักรวีพรรณ เพียงแต่เห็นว่าเธอเป็นคนแปลกกว่าผู้หญิงที่ตนเคยเจอเลยอยากลองเท่านั้น

“หมายความว่าลูกคิดเล่นๆกับหนูรวีงั้นเหรอ? ลูกจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ ไม่อย่างนั้นรมณีได้ถอนหงอกแม่แน่”

“คุณแม่ไม่ต้องกลัวว่าผมจะไม่หมั้นกับคุณรวีหรอกครับ ยังไงผมก็ต้องหมั้น เพราะพ่อให้ทางเลือกผมแค่ทางเดียว แต่ผมขอบอกคุณแม่ตรงนี้นะครับว่า ผมก็ยังจะใช้ชีวิตของผมตามเดิม” ภูวดลแววตาร้ายกาจจนศรีพิไลมองอึ้ง

วันต่อมา รวีพรรณลงมาจากข้างบน เห็นรมณีกับณรงค์กำลังดูรูปในหนังสือพิมพ์เธอถามว่ารูปอะไรหรือ รมณียื่นให้ดูเอาเอง รวีพรรณตกใจหน้าเผือดเมื่อเห็นรูปพิทยากับสุอาภาในชุดบ่าวสาวกำลังหอมแก้มกัน รมณีได้โอกาสยุทันทีว่า

“ในที่สุดมันกับนังสุอาภาก็แต่งงานกันจริงๆ ดี...หมดเวรหมดกรรมกันเสียที ต่อไปนี้ลูกของแม่จะได้เจอแต่เรื่องดีๆ คนดีๆ เริ่มจากเรื่องดีเรื่องที่หนึ่ง งานหมั้นของลูกกับพ่อดล” พูดแล้วเห็นรวีพรรณตกใจ รมณีดักคอปรามๆ “อย่าบอกนะว่าลูกลืมไปแล้ว”

รวีพรรณบอกว่าตนไม่ได้รักภูวดล รมณีหว่านล้อมแกมขู่บังคับว่า

“แต่พ่อดลเป็นคนดี แล้วแม่ก็รู้ว่าพ่อดลเขารักลูกของแม่มาก คิดให้ดีนะรวี การได้อยู่กับคนดีที่รักเรา ดีกว่าต้องอยู่กับคนที่เรารักแต่ทรยศหักหลังเราตลอดเวลา”

ooooooo

พราวพิไลจัดงานฉลองวันเกิดตัวเองในผับ ชวนเพื่อนๆไปกินดื่มกัน สุอาภาเตรียมไปสนุกเต็มที่ พิทยาเป็นห่วงกลัวเธอเมา จึงแอบติดรถไปด้วย หมายคอยดูแลติติงไม่ให้ดื่มจนลืมตัว

ไปในงาน เจอเพื่อนเก่าที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก เลยพากันรื้อฟื้นความทรงจำ พอเพื่อนชวนดื่ม พิทยาก็รับแก้วไปดื่มแทน ขณะเธอออกไปร้องรำเต้นกันอย่างสุดฤทธิ์ พิทยานั่งดูอยู่กับจอห์นเพื่อนของสุอาภา จอห์นจึงชวนดื่ม เขาดูสาวๆสนุกไปดื่มกับจอห์นไป สุดท้ายเมาจนสุอาภาต้องขับรถพากลับ พอถึงบ้านเธอบ่นว่าทำไมต้องดื่มเยอะขนาดนี้

“เพราะคุณไง...ถ้าคุณไม่ดันทุรังจะไปงานนี้ผมก็ไม่ต้องเมาแบบนี้หรอก”

“ฉันไม่ได้ขอให้นายไป ฉันไม่ได้ขอให้นายดื่ม นายทำเองทุกอย่าง”

“ผมจะปล่อยให้คุณไปคนเดียวได้ไง...ผมเป็นห่วง...กลัวคุณจะสร้างปัญหาให้คุณอา แค่ผมต้องมาแต่งงานกับคุณมันก็แย่พออยู่แล้ว กรุณาอย่าสร้างความเดือดร้อนอะไรอีก...”

สุอาภาเจ็บจี๊ดที่ได้ฟังเขาพูดในยามเมา เสียใจจนนํ้าตาคลอ มองพิทยาที่หลับไปแล้ว พึมพำกับตัวเอง...

“เคยมีสักครั้งไหม...ที่นายเป็นห่วงฉันจริงๆ...”

ooooooo

ด้วยความเสียใจ น้อยใจ รุ่งขึ้น สุอาภาออกจากบ้านแต่เช้าโดยไม่บอกพิทยา เขาตื่นขึ้นมาไม่เห็นเธอ ก็ทั้งแปลกใจและตกใจ

พราวพิไลแปลกใจที่เพื่อนมาหาแต่ไก่โห่ซํ้าตายังแดงเหมือนร้องไห้มา แต่พอถามเพื่อนบอกว่าเพราะเมื่อคืนนอนไม่หลับ เลยถูกแซวว่า ดูแลพิทยาทั้งคืนใช่ไหม

“เขาไม่อยากให้ฉันดูแลนักหรอก เพราะสำหรับเขาฉันคือภาระ” พูดแล้วตาแดงๆขึ้นมาอีก

พราวพิไลถามว่าถ้าเขาคิดว่าเธอเป็นภาระ แล้วเมื่อคืนเขาจะดื่มแทนเธอจนเมาหรือ สุอาภาฟังไม่เข้าหู พูดประชดว่า นั่นแค่เป็นหน้าที่ เขาไม่ได้เต็มใจทำด้วยซํ้า แล้วชวนออกไปเที่ยวกันดีกว่า เร่งให้รีบแต่งตัว ไม่ทันใจก็รุนหลังไปเลย

พิทยาไปทำงานที่บ้านสวนจันทร์จำนงตามปกติ ขณะกำลังง่วนอยู่กับงานนั่นเอง ภูวดลก็เข้ามาพูดกวนประสาทว่า

“ฉันมาหาคุณย่าเพราะมาบอกท่านว่า ฉันกับคุณรวีจะหมั้นกัน”

พิทยาชะงัก โพล่งไปว่าไม่เชื่อ ยังถูกภูวดลพูดดูถูกทั้งรวีพรรณและสุอาภาว่าเป็นคนเคยขาม้าเคยขี่มาแล้วมีประสบการณ์อะไรเล่าสู่กันฟังบ้าง พิทยาทนไม่ได้แต่ไม่ทันมีเรื่องกัน จันทร์จำนงก็เดินมาขัดจังหวะเสียก่อน

พิทยาถามจันทร์จำนงว่าภูวดลจะหมั้นกับรวีพรรณจริงหรือ เมื่อได้รับคำยืนยันเขารีบโทร.เข้ามือถือของรวีพรรณด้วยความเป็นห่วง ขอนัดเธอออกมาเจอกันหน่อยตนมีเรื่องสำคัญอยากคุยด้วย

สุอาภากับพราวพิไลเดินห้างแล้วพากันเข้าร้านอาหารทานข้าวกัน ระหว่างนั้นพราวพิไลสังเกตเห็นเพื่อนกังวลกับโทรศัพท์ ถามว่า รอโทรศัพท์ใครหรือ แซวว่า “รอสามีโทร.มาตามหรือจ๊ะ”

“แกเลิกพูดว่าเขาเป็นสามีฉันเสียที แกก็รู้ว่าฉันกับเขาแต่งงานกันเพราะอะไร” สุอาภาหงุดหงิดขึ้นมาทันที เรียกเด็กมาเช็กบิล พราวพิไลโวยว่าตนยังไม่อิ่ม “แกก็ทานไปคนเดียวแล้วกัน” ว่าแล้วลุกไปเลย

“อ้าวเฮ้ย!! ผีเข้ารึไงเนี่ย??” พราวพิไลถอนใจเฮือกใหญ่

ooooooo

พิทยานัดรวีพรรณมาพบกันที่ห้างสรรพสินค้าเดียวกัน เธอเร่งรัดว่ามีอะไรรีบพูดเลยเพราะตนมีเวลาไม่นาน

“คิดดีแล้วเหรอที่จะหมั้นกับภูวดล” พิทยาไม่อ้อมค้อม

“ค่ะ” เธอตอบอย่างมั่นใจ พิทยาถามอีกว่าเธอรักเขาหรือ “รวีไม่ได้รักเขา เขาดีกับรวีเท่านี้ก็พอแล้ว”

“เขาไม่ได้เป็นคนแบบที่คุณคิด” แล้วพิทยาก็พูดออกตัวว่าตนไม่มีสิทธิ์ห้ามหรือให้เธอเปลี่ยนใจ แต่เป็นห่วงเธอเสมอ พูดจากใจว่า “และผมก็คงจะทนไม่ได้ที่ต้องเห็นรวีไปอยู่กับคนอย่างนายภูวดล ผมอยากให้คุณรวีคิดดูอีกสักครั้ง เพราะมันคือความสุขทั้งชีวิตของคุณ” พิทยาเอามือแตะมือเธอเชิงขอร้อง

สุอาภาเดินหน้างํ้ามาเห็นเข้าพอดี เธอน้อยใจจนบอกไม่ถูกที่ตัวเองไม่เคยได้รับการปฏิบัติเช่นนี้จากเขาเลย หันหลังจะเดินหนี ก็เจอพราวพิไลตามมาถึง พอรู้เรื่องก็ยุเพื่อนให้เข้าไปคุยเลย สุอาภาไม่ยอมไป เธอเลยเสียงดังฉุนๆว่า

“แกต้องไป!! คนอย่างสุอาภาไม่เคยยอมอะไรง่ายๆ ไม่ใช่หรือ” พูดแล้วลากเพื่อนเข้าไปในร้าน

รวีพรรณลุกเดินออกจากร้านอย่างไม่พอใจพิทยา เจอพราวพิไลกับสุอาภาพอดี เธอจะเดินหนีแต่สะดุดอะไรบางอย่างเซจะล้ม โชคดีที่พิทยามารับไว้ทัน ถามเธออย่างเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้าง พอรวีพรรณบอกว่าไม่เป็นไร เขามองขวับไปทางสุอาภาทันที สุอาภาอ่านสายตาเขาออก ถามว่า

“นายมองฉันแบบนี้ทำไม...นายคิดว่าฉันแกล้งให้เขาหกล้มเหรอ!” พิทยาสวนไปทันทีว่านั่นมันนิสัยของเธออยู่แล้ว เธอเลยประชดไปว่า “ใช่...ฉันแกล้งผู้หญิงของนาย พอใจแล้วใช่ไหม!!!”

สุอาภาเดินผ่านเขาไปแล้ว พิทยายังยืนไม่พอใจอยู่ พราวพิไลพูดขณะจะเดินผ่านเขาไปว่า

“ผู้หญิงคนนั้นสะดุดพื้นเอง พราวเป็นพยานได้ว่า แตไม่ได้ทำ!”

พิทยามองตามสุอาภาไปอย่างรู้สึกผิด...

ooooooo

ทั้งโกรธทั้งน้อยใจเสียใจ ทำให้สุอาภาไม่กลับบ้าน เธอไปอยู่บ้านพราวพิไล พิทยากลับบ้านไปคอยแล้วคอยเล่าก็ยังไม่เห็นเธอกลับ ยิ่งดึกก็ยิ่งเป็นห่วง

พราวพิไลกล่อมเพื่อนให้กลับไปปรับความเข้าใจกับพิทยาไม่สำเร็จ จึงแอบโทร.บอกพิทยาว่าสุอาภาอยู่กับตน

จากนั้นไม่นานพิทยาก็ตามมาที่บ้าน เขาชี้แจงเรื่องรวีพรรณว่า ตนนัดพบรวีพรรณเพราะเธอกำลังจะหมั้นกับภูวดล “ผมพยายามจะบอกรวีว่าผู้ชายคนนั้นเป็นคนยังไง แต่รวีไม่เชื่อ ผมกลายเป็นคนเลวในสายตาของรวีไปแล้ว”

สุอาภาฟังพิทยาแล้ว เธอรู้สึกตัวเองผิดที่เป็นตัวการทำให้เรื่องบานปลาย เมื่อกลับบ้านเห็นพิทยาเศร้าก็ยิ่งรู้สึกผิด รุ่งขึ้นเธอจึงไปหารวีพรรณที่ร้านเพื่อเล่าความเลวร้ายของภูวดลที่หลอกเธอไปทำมิดีมิร้ายที่คอนโดฯ แต่โชคดีที่พิทยาตามไปช่วยไว้ทัน เธอเปิดคลิปให้ดูชี้ว่าผู้ชายในคลิปคือภูวดล! แต่รวีพรรณกำลังอยู่ในอารมณ์ผิดหวัง เสียใจ ไม่เชื่อ พูดใส่หน้าว่า

“เลิกโยนความผิดให้คุณภูวดลเสียที!”

“นายภูวดลเป็นคนที่ทำได้ทุกอย่างโดยไม่สนว่าวิธีการจะเลวแค่ไหน...คุณลองคิดให้ดีว่าที่ผ่านมาเขาทำอะไรเอาไว้บ้าง”

คำเตือนและการบอกเล่าของสุอาภาทำให้รวีพรรณได้คิด ย้อนถามว่า “คุณมาบอกฉันทำไม?”

“เพราะฉันรู้ว่า การที่ต้องอยู่กับคนที่เราไม่ได้รัก มันเจ็บปวด ฉันอยากให้คุณรู้ไว้...ว่าที่พิทต้องมาแต่งงานกับฉัน มันไม่ได้ทำให้ฉันกับพิทมีความสุข พิทยังรักคุณอยู่เสมอ...คุณต้องเชื่อฉันนะคะคุณรวี...ฉันไม่อยากให้คุณฝากชีวิตไว้กับผู้ชายเลวๆคนนี้ ทำทุกอย่างให้ถูกต้องก่อนที่จะสายเกินไป...”

ความพยายามเล่าเหตุการณ์และเหตุผลทั้งที่พิทยาพูดและสุอาภาพูด กอปรกับที่ตัวเองประสบมา ทำให้รวีพรรณท่าทีอ่อนลง เธอเริ่มคิดและเชื่อในสิ่งที่ได้ฟัง

“เธอคิดว่าที่ยัยสุอาภาพูด เป็นความจริงรึเปล่า” สินีนาฏถาม เมื่อสุอาภากลับไปแล้ว

“ฉันจะไปถามคุณภูวดล” รวีพรรณตัดสินใจ แล้วเดินออกจากร้านไปทันที

ooooooo

รวีพรรณลิ่วไปหาภูวดลที่คอนโดฯของเขา ถามว่าผู้ชายที่อยู่ในคลิปของสุอาภาคือเขาใช่ไหม

ภูวดลถามทันทีว่าพิทยาบอกหรือ เมื่อถูกรวีพรรณคาดคั้นหนัก เขายอมรับอย่างสะใจว่า

“ไหนๆเราก็ต้องแต่งงานกันแล้ว ผมไม่ควรจะมีความลับกับคุณ ใช่...ผมคือผู้ชายคนนั้น” รวีพรรณถามว่าเขาโกหกตนทำไม “เพราะผมต้องการเอาชนะไอ้พิทยา ผมต้องการเห็นมันเจ็บปวด อย่ามาโทษผม ถ้าจะโทษก็ต้องโทษคุณที่ไม่มีความหนักแน่นมากพอ โดนเป่าหูเข้าหน่อย ก็คิดว่าไอ้พิทยามันชั่ว คุณน่าจะขอบคุณผมด้วยซ้ำที่ผมทำให้คุณไม่ต้องลงเอยกับผู้ชายโง่ๆอย่างมัน!!”

รวีพรรณโกรธจัดตบหน้าเขาอย่างแรงจนภูวดลหน้าหันแต่พอหันมองเธออีกที ใบหน้าแววตาของเขาก็แข็งกร้าว ดุร้าย แต่ไม่อาจข่มขวัญรวีพรรณได้ เธอโต้เขาอย่างอาจหาญว่า

“พิทไม่ได้โง่ แต่พิทเป็นคนดี ดีกว่าคุณร้อยเท่าพันเท่า ฉันมันตาบอดที่เห็นกงจักรอย่างคุณเป็นดอกบัว ฉันจะไปบอกทุกคนว่าคุณเป็นคนยังไง!”

ภูวดลเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ คว้าไหล่เธอไปบีบแน่น ไม่ยอมให้เธอออกไป พูดหน้าโฉดว่า

“ถ้าไอ้พิทยามันรู้ว่าผู้หญิงที่มันรักตกเป็นของผู้ชายคนอื่น มันยังจะทนทำตัวเป็นคนดีต่อไปอีกรึเปล่า!”

รวีพรรณตกใจมาก ร้องขอเขาอย่าทำอะไรตน แต่ภูวดลเผยโฉมหน้าตัวเองเต็มที่แล้ว ใช้กำลังข่มเหงเธออย่างชั่วร้าย...รวีพรรณอ้อนวอนเขาอย่าให้พิทยารู้เรื่องนี้ ตนอยากให้เขาจดจำตนในภาพที่ดีๆ ภูวดลนิ่งคิด ตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์บอกเธอว่า

“ผมจะไม่บอกไอ้พิทยามันก็ได้ แต่คุณต้องเชื่อฟังผม อย่าดื้อกับผม ตกลงไหม”

รวีพรรณจำต้องรับคำอย่างไม่มีทางเลี่ยง...

ooooooo

การเข้าไปช่วยพูดกับรวีพรรณให้เธอรู้ธาตุแท้ภูวดลของสุอาภา ทำให้พิทยาขอบคุณเธอด้วยความ รู้สึกดีมาก และความรู้สึกดีๆก็สร้างความสัมพันธ์ดีๆ เข้าใจ รักใคร่ และรู้ใจกันมากขึ้น จนเป็นที่ปลาบปลื้มของนพ บวร และต่ายมาก

สุอาภามั่นใจว่าเมื่อรวีพรรณรู้ความเลวร้ายของภูวดลแล้วเธอจะไม่ยอมหมั้นกับเขา แต่แล้วเธอก็ต้องแปลกใจ เมื่อพบทั้งคู่ในงานกาล่าดินเนอร์เห็นควงกันมาอย่างหวานแหวว

รวีพรรณอยู่ในภาวะหน้าชื่นอกตรม เพราะถูกภูวดลขู่ให้ทำตามข้อตกลงมิฉะนั้นตนจะแฉ ทั้งยังพาเธอไปทักทายพิทยากับสุอาภา ทำหน้าระรื่นพูดกับทั้งสองว่า

“แสดงความยินดีตอนนี้จะช้าไปไหมครับ...น่าเสียดายที่วันงานของพวกคุณผมติดธุระก็เลยไม่ได้ไป”

“ไม่มาน่ะดีแล้ว เพราะถ้าคุณมา...จากงานมงคลจะกลายเป็นงานอัปมงคล” สุอาภาศอกกลับอย่างเจ็บแสบ

“สำหรับผม ถ้าพวกคุณมางานหมั้นของผมกับคุณรวี ผมจะถือเป็นเกียรติสูงสุด ยังไงเชิญพวกคุณด้วยนะครับ”

สุอาภาเอะใจ มองภูวดลที่โอบเอวรวีพรรณออกไป ปรารภกับพิทยาที่ยืนหงุดหงิดอยู่ว่า

“ทำไมคุณรวียังจะหมั้นกับนายภูวดลอยู่? มันต้องมีอะไรแน่ๆ” เมื่อไปเจอรวีพรรณที่ห้องน้ำ เธอถามทันที “ทำไมคุณยังหมั้นกับคุณภูวดล คุณไม่เชื่อว่าที่ฉันพูดเป็นความจริงใช่ไหม”

“อย่ามายุ่งกับฉันอีก!!” รวีพรรณหันมาตวาดแล้วรีบเดินหนีไป สุอาภายิ่งสงสัย ไม่สบายใจ

เมื่อกลับไปเล่าให้พิทยาฟัง เขาบอกเธอว่าจะไม่ยอมให้รวีพรรณหมั้นกับภูวดลเด็ดขาด สุอาภาจิกตาพูดอย่างมุ่งมั่นว่า ในเมื่อตนบอกเรื่องคลิปแล้วรวีพรรณยังไม่เชื่อ ตนจะทำให้เธอได้ยินจากปากของภูวดลเอง จะทำ ให้เธอเห็นธาตุแท้ของภูวดลให้ได้ พิทยาถามอย่างเป็นห่วงว่าเธอจะทำอย่างไร

“ฉันมีวิธี” เธอตอบจริงจัง พิทยาเตือนว่าอย่าเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงเด็ดขาด “มันไม่มีวิธีอื่นอีกแล้ว นี่เป็นทางเดียวที่จะทำให้นายภูวดลเผยตัวตนท่ีแท้จริงออกมา”

สุอาภาเดินออกไปอย่างมั่นใจ โดยไม่รู้ว่าภูวดลอยู่แถวนั้น ได้ยินที่เธอพูดทั้งหมด เขาจิกตาร้ายคิดซ้อนแผนทันที!

สุอาภาเดินไปบอกเขาว่ามีเรื่องจะคุยด้วยเป็นการส่วนตัว

“ฉันจะไปรอที่หลังห้องจัดงาน อีกสิบนาทีคุณค่อยตามฉันออกไป จะได้ไม่มีคนสงสัย” พูดแล้วเดินออกไปเนียนๆ

“แล้วจะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นเหยื่อ!” ภูวดลจิกตาตามยิ้มร้ายที่มุมปาก

ooooooo

สุอาภาไปยืนรอที่จุดนัดหมาย ครู่เดียวก็ได้รับโทรศัพท์จากภูวดลขอเปลี่ยนที่นัดเป็นห้องในโรงแรม อ้างว่าตรงนั้นคนพลุกพล่านไม่สะดวก สุอาภาใจไม่ดีแต่ก็ทำใจดีสู้เสือ โทร.บอกพิทยา เขาท้วงติงแต่เธอยืนกรานว่านี่เป็นโอกาสเดียวที่เราจะทำให้รวีพรรณรู้ความจริง บอกเขาให้พารวีพรรณขึ้นมาได้เลย

พิทยาร้อนใจ ทันใดนั้นก็มีโทร.เข้า เขาดีใจนึกว่าสุอาภา แต่กลายเป็นภูวดล โทร.มาหัวเราะเยาะว่า

“แกสองคนนี่มันโง่ซ้ำซากจริงๆ คิดจะเปิดโปงฉัน มันไม่ง่ายนักหรอก” พิทยาโกรธจัดตะคอกว่าถ้าทำอะไรสุอาภาตนจะฆ่าเขา “งั้นแกก็เตรียมตัวขึ้นมาฆ่าฉันได้เลย!” พูดแล้วตัดสายเลย เดินเอาขวดวิสกี้ที่เททิ้งไปครึ่งขวด มาวางไว้บนโต๊ะมีแก้วสองใบวางคู่กัน

ภูวดลบอกรวีพรรณว่ามีอะไรจะให้ดู แล้วพาเธอขึ้นลิฟต์ไป เป็นเวลาที่พิทยาเข้าลิฟต์อีกตัวขึ้นไปพอดี

สุอาภารอภูวดลใจคอไม่ดีเพราะไม่เห็นเขาอยู่ในห้อง พลันก็ได้ยินเสียงเปิดประตู เธอผวาเฮือกหันมอง แล้วก็โล่งใจเมื่อเห็นเป็นพิทยาพรวดเข้ามา ต่างโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ...

ที่ประตูห้อง ภูวดลพารวีพรรณมาดูอยู่ ภูวดลมองสองคนกอดกันด้วยความสะใจในขณะที่รวีพรรณหัวใจแทบสลายกับภาพที่เห็น ยิ่งเมื่อถูกภูวดลเป่าหูยุยง เธอยิ่งเสียใจจนกลายเป็นความอาฆาตแค้น คำรามทั้งน้ำตา...

“นังสุอาภา...เพราะแกคนเดียว แกทำลายชีวิตฉัน!!”

เธอเริ่มแผนเอาคืน โทร.นัดพิทยามาพบ ขอโทษที่เคยพูดไม่ดีกับเขา รำพันความทุกข์ใจสาหัสที่ต้องหมั้นกับภูวดล อ้อนเขาอย่างน่าสงสารว่า

“รวีต้องขอโทษที่โทร.เรียกพิทออกมา ทั้งๆที่...รวีไม่มีสิทธิ์ในตัวพิทอีกแล้ว แต่รวีนึกถึงใครไม่ออก มันทำให้รวีรู้ว่า พอรวีไม่มีพิท รวีก็ไม่เหลือใครอีกแล้วจริงๆ”

พิทยาจับมือเธอให้กำลังใจ สัญญาว่าจะไม่มีวันทิ้งเธอไปไหน รวีพรรณยิ้มสมใจที่น้ำตาไม่กี่หยดก็ทำให้พิทยาหันกลับมาหาและสัญญาว่าจะไม่ทิ้งตนไป เมื่อพิทยาพาเธอมาส่งที่บ้าน พอเข้าห้องนอนรวีพรรณก็จิกตาร้ายอย่างหมายมาด

“แค่ฉันบีบน้ำตานิดหน่อย พิทก็มาหาฉันแล้ว อีกไม่นานหรอกสุอาภา พิทต้องกลับมาเป็นของฉัน!”

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ศรีพิไลและณรงค์ พาภูวดลไปที่บ้านรมณี เพื่อคุยเรื่องงานหมั้นของภูวดลกับรวีพรรณ

รวีพรรณเดินลงมา รมณีบอกว่า “เรากำลังคุยเรื่องงานหมั้นของลูกกันอยู่”

“งั้นก็ดีเลยค่ะ รวีอยากจะพูดเรื่องนี้อยู่พอดี รวีอยากขอเลื่อนงานหมั้นออกไปก่อน”

ทุกคนตกใจ ภูวดลถามว่าทำไมหรือ รวีพรรณชี้แจงด้วยสีหน้าปกติว่า

“ช่วงนี้รวีต้องเร่งปิดงบกลางปี ไม่มีเวลาว่างเลย ถ้าทุกคนไม่เชื่อ รวีจะขึ้นไปเอาตารางงานมาให้ดูก็ได้ค่ะ” ศรีพิไลบอกว่าไม่ต้องก็ได้ เธอชี้แจงต่อว่า “รวีอยากทำอย่างใดอย่างหนึ่งให้ดีที่สุด ไม่อยากทำสองอย่างไปพร้อมกัน มันจะเสียด้วยกันทั้งสองอย่าง เพราะสำหรับรวี...งานหมั้นเป็นงานที่สำคัญที่สุดในชีวิตค่ะ”

ทุกคนมองรวีพรรณอย่างเข้าใจเหตุผลของเธอ มีแต่ภูวดลเท่านั้นที่มองด้วยความเคลือบแคลงสงสัย เมื่ออยู่กันตามลำพัง เขาถามอย่างจับพิรุธว่า

“คุณคิดจะเลื่อนงานหมั้น เพื่อถ่วงเวลาไม่แต่งงานกับผมรึเปล่า”

“เปล่าเลยนะคะ ฉันต้องขอบคุณด้วยซ้ำที่ทำให้ฉันคิดได้ หลังจากที่ฉันทบทวนเหตุการณ์ทุกอย่างเมื่อคืนนี้แล้ว ฉันคิดไม่ผิดที่เลือกคุณ แล้วอีกอย่าง ตอนนี้ฉันก็เป็น...ภรรยาคุณแล้ว คนเดียวที่ฉันจะแต่งงานด้วยก็คือคุณค่ะ”

รวีพรรณฝืนใจเข้าไปกอดเขาไว้ให้ตายใจ ภูวดลกอดและลูบผมเธอเหมือนลูบหัวลูกแมวเชื่องอย่างพอใจ

แต่สีหน้าแววตาของรวีพรรณที่ซบอยู่กับอกเขานั้น ชิงชังรังเกียจอย่างที่สุด!

ฝ่ายศรีพิไล ณรงค์ และรมณี ยังนั่งคุยกันต่อ รมณีเสนอว่าเมื่อเลื่อนงานหมั้นออกไป งานแต่งก็ต้องเลื่อน แบบนี้หมั้นเช้าแต่งเย็นเลยดีกว่า ณรงค์กับศรีพิไลเห็นด้วย บรรดาผู้ใหญ่ยิ้มแย้มยินดีที่คุยกันได้ลงตัว

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น สุอาภาตื่นขึ้นมาพบกระดาษโน้ตข้อความที่หน้าตู้เย็น ดึงออกมาอ่านแล้วอมยิ้ม

“ผมเตรียมอาหารเช้าไว้ให้คุณ วางอยู่บนโต๊ะ”

ไม่ทันทำอะไรก็ได้ยินเสียงออดหน้าบ้าน มองไปเห็นรวีพรรณมายืนอยู่ สุอาภารีบออกไปบอกว่าพิทยาไปทำงานแล้ว

“ฉันไม่ได้มาหาพิท ฉันมาหาคุณ...ขอฉันเข้าไปในบ้านได้ไหมคะ” รวีพรรณพูดอย่างญาติดีด้วย

ระหว่างเดินเข้าไปในบ้าน รวีพรรณบอกสุอาภาว่าที่มาหาเพราะอยากขอโทษที่ทำไม่ดีกับเธอเอาไว้ สุอาภาตอบจากใจจริงว่า

“คุณไม่จำเป็นต้องขอโทษฉัน ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษคุณ”

“เอาเป็นว่าฉันไม่โกรธคุณ และคุณก็ไม่โกรธฉัน ถ้างั้นเราก็เข้าใจกันแล้ว...” สุอาภายิ้มอย่างสบายใจ รวีพรรณพูดต่อ “เมื่อคืนฉันกับพิทตกลงจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ฉันเองก็อยากเป็นเพื่อนกับคุณเหมือนกัน” พูดแล้วยื่นมือออกไป

สุอาภาดีใจมากที่ได้มีวันนี้ เธอรีบยื่นมือออกไปจับมือรวีพรรณ ต่างยิ้มให้กัน และเมื่อพากันไปนั่งที่โต๊ะอาหาร รวีพรรณเห็นหม้อข้าวต้มวางอยู่ถามว่า “นั่นข้าวต้มฝีมือพิทรึเปล่าคะ”

“ใช่ค่ะ...คุณรวีทานด้วยกันไหมคะ”

ระหว่างทานข้าวต้ม รวีพรรณพยายามพูดให้สุอาภารู้ถึงความสัมพันธ์ที่สนิทยาวนานของตนกับพิทยา บอกว่าถ้าพิทยาทำข้าวต้มให้ตนจะไม่หวานอย่างนี้ รู้รายละเอียดสิ่งของที่วางอยู่ในบ้าน เมื่อสุอาภาหยิบแก้วน้ำ ก็ยิ้มในหน้าบอกว่า

“ดูสิคะ...พิทยังเก็บแก้วที่ฉันใช้ประจำไว้อยู่อีก” พอเห็นสุอาภาชะงักก็ทำพูดกลบเกลื่อน “ขอโทษนะคะ ที่ฉันพูดมากเกินไป พิทคงไม่ได้คิดอะไรกับฉันแล้วล่ะค่ะ เขาคงยังไม่มีเวลาเก็บ”

“ฉันเข้าใจค่ะ” เสียงสุอาภากล้ำกลืนนิดๆ แล้วก้มหน้าก้มตาทานข้าวต้ม

รวีพรรณมองสุอาภาอย่างสะใจ จนเมื่อจะกลับ สุอาภาออกมาส่ง รวีพรรณพูดอย่างยิ้มแย้มว่า

“ฉันดีใจนะคะที่เราเป็นเพื่อนกันได้...ฉันไปก่อนนะคะ”

แต่พอออกจากบ้านพ้นหน้าสุอาภา สีหน้าแววตาของรวีพรรณก็เปลี่ยนเป็นคนละคน เธอพึมพำลอดไรฟัน

“ถึงเวลาที่ชีวิตของแกจะถูกทำลายบ้างแล้ว

สุอาภา!”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"น้ำหวาน" เครียดดราม่าหนัก บท พนักงานเคลมประกัน ทำพิษ

"น้ำหวาน" เครียดดราม่าหนัก บท พนักงานเคลมประกัน ทำพิษ
27 ม.ค. 2563
17:20 น.