ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แรงปรารถนา

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

แรงปรารถนา ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ตึกสูงระฟ้าทันสมัยอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ตั้งของบริษัท “NOP ACHITECT”

พิทยา สถาปนิกหนุ่มรูปงาม หล่อ เท่ ทำงานเก่ง ประจำอยู่ที่นี่ พิทยาเป็นคนเงียบขรึม เพราะมีปมด้อยที่กำพร้าพ่อ แม่จึงให้มาอยู่ในความอุปการะของนพเจ้าของบริษัทก่อสร้างที่เป็นอดีตคนรัก

นพรักและเมตตาพิทยามากจนทำให้สุอาภาหรือกระแตลูกสาวคนเล็กของนพที่เกิดมาไม่นานแม่ก็จากไป เธอจึงได้รับการเลี้ยงดูอย่างประคบประหงมราวไข่ในหิน ทำให้เอาแต่ใจตัว ตนต้องชนะเท่านั้น แถมยังฉลาดแกมโกง บริหารเสน่ห์ให้ตัวเองเป็นจุดสนใจของคนอื่นเสมอ เธอจึงเป็นไม้เบื่อไม้เมาคอยงัดข้อกลั่นแกล้งพิทยาอย่างสนุกสะใจตลอดมา

วันนี้เธอโทร.ไปหาพิทยา แต่เขาไม่รับสายเพราะกำลังประชุม เธอโกรธมากที่ “บังอาจ” ไม่รับสายตน ขับรถไปถึงบริษัทก็ตะบึงตะบอนเข้าไปในออฟฟิศ

ทันทีที่เธอก้าวเข้าบริษัท บรรยากาศก็ตึงเครียดทันที เพราะทุกคนรู้กิตติศัพท์ของเธอดี พนักงานที่โอปะเรเตอร์เห็นเธอก็รีบกดแจ้งกรองทิพย์คนเก่าแก่ของบริษัทเหมือนหวังเป็นที่พึ่ง กรองทิพย์รีบออกมาขวางสุอาภาที่ก้าวฉับๆจะเข้าไปข้างใน สุอาภาถามว่า “นายนั่นอยู่ที่นี่รึเปล่า”

กรองทิพย์ทำไขสือถามว่านายนั่น...ใครหรือ สุอาภาตอบเสียงเขียวจนกรองทิพย์สะดุ้งว่า “นายพิทยา!” กรองทิพย์รีบบอกว่ามีธุระอะไรกับเขาเดี๋ยวตนบอกให้ก็ได้เพราะตอนนี้พิทยากำลังประชุมอยู่

“ประชุมแล้วไง? ถ้าฉันต้องการเจอ...ก็ต้องได้เจอ!!” ว่าแล้วเดินอ้าวไปจนกรองทิพย์ตามไม่ทัน แต่พอถึงหน้าห้องประชุมก็ถูกปวีณามายืนสกัดบอกว่าเข้าไปไม่ได้ ถูกเธอตวาด “เธอเป็นใคร?! มีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน!!”

“สิทธิ์ที่ฉันเป็นผู้ช่วยคุณพิทยาค่ะ” ปวีณาทำใจดีสู้เสือ ตอบแล้วกลืนน้ำลายเอื๊อกกับท่าทีดุดันของสุอาภา

“หลีก!” สุอาภาพยายามจะฝ่าเข้าไป กรองทิพย์ตามมาทันพอดีบอกว่าเข้าไปไม่ได้จริงๆ เธอมองขวับพูดตาเขียวปั้ด “ฉัน-บอก-ให้-หลีก!!!”

ทันใดนั้นประตูห้องประชุมเปิดออก พิทยาเดินออกมากับพนักงาน ทันทีที่เขาเห็นสุอาภา ต่างฝ่ายต่างชะงักมองหน้ากันอย่างท้าทาย สุอาภาเปิดฉากเล่นงานทันที ถามเสียงเขียวว่า

“ทำไมไม่รับโทรศัพท์...ฉันโทร.จนปวดนิ้วไปหมดแล้ว”

“การที่ผมไม่รับ คุณก็น่าจะฉลาดพอที่จะรู้ว่าผมกำลังติดธุระ”

“นายด่าฉันว่าโง่เหรอ” เธอถลึงตาเสียงเขียว

“ครับ” เสียงตอบเรียบๆ แต่ทำให้สุอาภาโกรธจนปากคอสั่น ร้องไอ้!!...ก็ถูกพิทยาสวนไปทันควันว่า “อย่ามาขึ้นไอ้ที่นี่ให้ผมต้องสอนว่าผู้ดีเขาพูดกันยังไง”

“ไอ้พิทบลู!! นายไม่มีสิทธิ์มาสอนฉัน อย่าลืมว่านายเป็นลูกจ้าง” พอพิทยาโต้ว่าตนเป็นลูกจ้างบริษัทไม่ใช่ลูกจ้างส่วนตัวของเธอ สุอาภาก็ยิ่งเดือดเป็นฟืนเป็นไฟ “เงินบริษัทป๋า ก็เท่ากับเงินของฉันด้วย นายจะยโสโอหังกับใครๆในบริษัทได้ทุกคน แม้กระทั่งกับป๋า แต่ไม่ใช่ฉัน! คืนนี้ฉันมีนัด นายต้องขับรถไปส่งและต้องรอรับฉันกลับ”

“รถคุณก็มี”

“แต่ฉันต้องการให้นายขับ ฉันมองไม่เห็นว่าจะหา คนขับรถที่ไหนเหมาะไปกว่านาย นายจะได้รู้ฐานะของตัวเอง”

สุอาภายิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ พิทยาเดินเข้าไปใกล้พูดอย่างไม่ยอมแพ้เหมือนกันว่า

“จำไว้ว่า ที่ผมยอม ไม่ใช่เพราะคุณ แต่เป็นเพราะคุณอา”

“จะเพราะใครยังไงก็ช่าง นายก็แพ้ฉันอยู่ดี” สุอาภายื่นหน้าเข้าไปอย่างผู้ชนะ แล้วเดินเชิดไป

บรรดาพนักงานที่แอบมองและเงี่ยหูฟังอยู่ พอสุอาภาหันเดินกลับมา ทุกคนก็รีบก้มหน้าก้มตาทำงาน

พอเดินผ่านไปปวีณาก็มองตามเธอไปอย่างไม่พอใจ เมื่อไปเจอกรองทิพย์ที่ห้องชงกาแฟก็บ่นให้ฟังว่า

“คุณสุอาภานี่ยังไงนะ มาหาเรื่องคุณพิทได้ไม่เว้นแต่ละวัน”

“ลูกคุณหนูเอาแต่ใจก็งี้แหละ พ่อให้ท้าย ตามใจจนเคย อะไรที่ผิดก็บอกว่าถูก จะมีก็แต่คุณพิทคนเดียวที่ไม่ยอมลงให้ เธอก็เลยไม่ชอบ”

ปวีณาพูดอย่างไม่พอใจว่าถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งจะจับมาตีก้นให้เข็ด กรองทิพย์รีบทำเสียงห้ามเตือนว่าพวกชะเลียแถวนี้มีเยอะ เกิดใครได้ยินเข้า เธอจะโดนไล่ออก ปวีณาจึงสงบปากแต่ยังฮึดฮัดโมโหแทนพิทยาที่ถูกสุอาภาข่มเอ๊า...ข่มเอา

ooooooo

รวีพรรณ หรือรวี สาวสวยเพอร์เฟกต์ เป็นคุณหนู แต่จิตใจดี ทำงานเก่ง ฉลาดและวางตัวดี เธอเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่มีความสามารถ มีผลงาน เธอหาลูกค้ารายใหญ่ให้บริษัทได้ถึงสองรายติดกันภายในหนึ่งสัปดาห์ มีเพื่อนที่สนิทคือสินีนาฏ ที่สำคัญ เธอเป็นคนรักของพิทยา ที่คบหากันมานานถึง 6 ปีแล้ว

สินีนาฏชวนว่าเครียดงานมานานคืนนี้ไปงานแฟชั่นวีกกันไหม รวีพรรณบอกว่าตนไปไม่ได้ ถูกดักคอแซวๆว่านัดแฟนไว้ล่ะสิ เธอยิ้มรับดวงตาเป็นประกายอย่างมีความสุข

แต่หลังจากนั้นไม่นาน รวีพรรณก็ได้รับโทรศัพท์จากพิทยา ขอโทษที่นัดไว้ตนไปไม่ได้แล้ว เธอถามว่างานเยอะหรือ พิทยาตอบไม่เต็มเสียงนักว่า “ครับ...”

“ไม่เป็นไรค่ะ รวีเข้าใจ เราไปทานข้าวกันเมื่อไหร่ก็ได้ พิทอย่าโหมงานหนักมากนะ รวีเป็นห่วงค่ะ” พอวางสายจากพิทยา เธอกดบีบีไปหาสินีนาฏ “เย็นนี้ฉันไปกับเธอได้แล้ว”

ooooooo

ตกเย็น พิทยามารอที่รถเพื่อรับสุอาภาไปงานตามที่เธอสั่ง เขายืนรออย่างหงุดหงิดที่เลยเวลาแล้วยังไม่ลงมา แต่พอเธอลงมาในชุดราตรีเปลือยไหล่เปรี้ยวจี๊ด ก็ทำเอาพิทยาชะงักไปเล็กน้อย เก็บอาการแล้วเปิดประตูรถขึ้นนั่งที่คนขับ

สุอาภาหัวเสียหงุดหงิดรู้สึกเสียมาดที่ต้องเปิดประตูรถข้างหลังขึ้นไปนั่งเอง

ระหว่างนั่งไปในรถ เธอก็ยังแสดงอำนาจบาตรใหญ่เอาแต่ใจแกล้งสั่งพิทยาให้เปิดเพลง พอเขาทำไม่ทันใจก็ว่าเอา แต่พอพิทยาบอกว่าตนกำลังเลี้ยวรถอยู่ เธอก็หงุดหงิด วางบีบีไว้บนเบาะข้างตัวแล้วยื่นหน้ามาข้างพิทยาเปิดเพลงเอง

พิทยาเสียสมาธิที่หน้าเธอยื่นมาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอม สุอาภาเห็นเขาจะขับพุ่งชนคันหน้าก็ตกใจร้องเตือน เขาเบรกเอี๊ยด หน้าเธอถลำไปกระแทกคอนโซล เธอผลักเขาอย่างแรงหาว่าแกล้ง จนเถียงกันระหองระแหง นั่งรถไปกันอย่างไม่มีความสงบสุขเลย

พิทยาขับรถไปส่งเธอที่หน้างานแฟชั่นวีก พราวพิไลเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนเมืองนอกด้วยกันและเที่ยวหัวหกก้นขวิดกันมาตลอดรีบมารับถามว่าใครขับรถให้

สุอาภายังไม่ตอบ เธอก้มเคาะกระจกรถ พอพิทยาลดกระจกลงเธอสั่งให้เปิดมือถือไว้อย่าไปไหนใกล้เสร็จแล้วจะโทร.หา แล้วจึงบอกพราวพิไลว่า “นี่แหละนายพิทยา ที่ฉันเคยเล่าให้แกฟังไง” เห็นเพื่อนทำท่าปลื้มความหล่อของพิทยา ก็เตือนว่า “ทางที่ดีแกอย่าไปยุ่งกับเขาเชียว ถ้ายังไม่ได้ฉีดยากันพิษสุนัขบ้า”

ขณะทั้งสองเดินอย่างเชิดหยิ่งเข้าไปในงาน ผ่านบรรดาสื่อมวลชน นักข่าวคนหนึ่งสะกิดให้ช่างภาพถ่ายรูป พูดกับเพื่อนนักข่าวอย่างรู้กันดีว่า

“คุณสุอาภา ลูกสาวคนเล็กของคุณนพเจ้าพ่อด้านอสังหาริมทรัพย์ จอมขโมยซีน ดูซิงานนี้จะได้เป็นทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์อีกไหม” แล้วนักข่าวก็เดินตามสุอาภาเข้าไป

รวีพรรณกับสินีนาฏมาถึงพอดี รวีพรรณมองไปรอบๆ ถามเพื่อนว่าคนเยอะขนาดนี้เลยเหรอ สินีนาฏประชดขำๆว่า

“เดินแบบนะยะ...ไม่ได้เดินจงกรมจะได้เงียบๆ” แล้วพากันเดินเข้าไปที่หน้างาน

พลันสินีนาฏก็ชะงักมองไปข้างหน้าบอกรวีพรรณว่า “นั่นมันยายกระแต ลูกสาวเจ้านายพิทนี่”

รวีพรรณมองตามเห็นสุอาภาสวยเด่นมาแต่ไกล

ooooooo

พอเข้าไปในงาน ดีไซเนอร์เห็นสุอาภาก็เข้ามาดี๊ด๊าชวนถ่ายรูปกัน สุอาภาเดินระเหิดระหงเข้าไปไม่สนใจใครที่ถ่ายรูปกันอยู่ก่อน เบียดไฮโซที่ยืนอยู่ข้างๆกระเด็นไป เอ่ยขอโทษอย่างขอไปที แล้วโพสท่าทำเก๋ไก๋ให้ช่างภาพถ่ายรูป

ไฮโซสาวที่ถูกเบียดออกไปไม่พอใจแต่เดินไปไหนไม่ได้เพราะถูกสุอาภาเหยียบชายกระโปรงอยู่ เธอหน้าง้ำ กระชากกระโปรงอย่างไม่พอใจ แต่ทั้งดีไซเนอร์และสุอาภา กับพราวพิไลต่างตั้งหน้าตั้งตาโพสท่าถ่ายรูปไม่สนใจใครเลย

รวีพรรณชมสุอาภาว่าสวยดี สินีนาฏพูดขำๆว่า

“เซเลบชนกันตายแบบนี้ มีหวังฟร้อนท์โรว์คงจะร้อนเป็นไฟ”

ไฮโซสาวที่ถูกเหยียบชายกระโปรงหมั่นไส้มากเลยแกล้งกระชากแขนเสื้อข้างหนึ่งของสุอาภาจากด้านหลังจนชุดเปลือยไหล่หลุดขาดออก สุอาภาตะครุบเสื้อไว้อย่างตกใจ ไฮโซสาวทำเป็นตกใจดัดเสียงขอโทษบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ

ภาพที่ชุดเกาะอกของสุอาภากำลังจะหลุดลุ่ยนี้ เป็นเหยื่ออันโอชะของบรรดาช่างภาพและผู้สื่อข่าว กล้องทุกตัวถ่ายรูปกันเป็นระวิง สุอาภาหน้าเสียพยายามดึงเสื้อไว้ ทันใดนั้นมีเสื้อสูทตัวใหญ่มาคลุมร่างเธอไว้ สุอาภาหันไปเห็นเป็นพิทยาก็ดีใจ

แต่อีกมุมหนึ่ง รวีพรรณกับสินีนาฏต่างอุทานหน้าเสีย สินีนาฏถามว่าไหนพิทยาบอกว่าติดงานไง รวีพรรณหน้าเสียพูดไม่ออก มองภาพข้างหน้าตะลึงอึ้ง

พิทยาเอาเสื้อสูทคลุมให้สุอาภาแล้วโอบเอาตัวบังเธอไว้ให้พ้นจากกล้องและเหยี่ยวข่าวที่กำลังรุมทึ้ง พิทยาตะโกนให้หยุด ส่วนพราวพิไลก็เอาตัวไปขวางกล้องไว้บอกพิทยาให้รีบพาสุอาภาออกไป

พิทยาพาสุอาภาออกมา จับดันเข้าไปในรถแล้วรีบล็อกประตูขับออกไปอย่างเร็ว แทนที่สุอาภาจะดีใจที่หนีรอดออกมาได้ เธอกลับซ่าไม่หยุด เปิดกระจกด้านที่ตัวเองนั่ง โผล่หน้าไปตะโกนท้า

“แน่จริงก็ตามมาเล้ยยยยย...”

“ท้าเหรอ!! รีบตามไปเร็ว!!!” พวกนักข่าวบอกกันแล้วขับรถตามรถพิทยาไปอย่างเมามัน

พิทยาเห็นรถนักข่าวตามมาติดๆก็สบถ “บ้าเอ๊ย... ยังจะตามมาอีก” แต่สุอาภากลับสนุกเปิดกระจกรถโผล่ออกไปตะโกนท้าเหยงๆ ทั้งยังทำหน้าลิงหลอกเจ้าใส่แล้วหัวเราะชอบใจ

ooooooo

ที่หน้าบ้านสุอาภา...มีนักข่าวไปออกันเต็มไปหมด เมื่อบวรพี่ชายเธอขับรถกลับมาจะเข้าบ้าน พอเปิดประตูรถ ก็ถูกพวกนักข่าวกรูกันมายื่นหน้าเข้าไปดูในรถหาตัวสุอาภา แต่ไม่พบ บอกต่อๆกันว่า “ไม่มีคุณสุอาภา”

บวรเอะใจว่าน้องสาวต้องไปแผลงฤทธิ์อะไรไว้แน่ๆ เมื่อเดินเข้าบ้านเห็นต่ายพี่สาวของสุอาภากำลังคุยโทรศัพท์ ส่วนป้านีคนรับใช้เก่าแก่รีบมาบอกบวรว่าเกิดเรื่องแล้ว บวรตัดบทว่ารู้แล้ว พลางเดินไปหาต่าย ป้านีจ้ำตามไปติดๆ

“นักข่าวมารอที่หน้าบ้านอย่างที่พิทบอก ถ้าไงคืนนี้ให้ยัยแตอยู่กับพิทไปก่อน ขอบใจมากที่ช่วยดูน้อง”

พอต่ายวางสาย บวรบ่นๆว่าพรุ่งนี้ข่าวใหญ่แน่เลย ส่วนป้านีก็ยกมือไหว้ภาวนาขอให้คุณพระคุณเจ้าช่วยคุ้มครองคุณแตของตนด้วยเถิด

ฝ่ายพิทยา พอวางสายจากต่าย สุอาภาก็ถามทันทีว่าพี่ต่ายว่าไง พอเขาบอกว่าพี่ต่ายไม่ให้เธอกลับบ้าน แต่ให้อยู่กับตนก่อน พลางเปิดประตูรถดึงเธอออกมา สุอาภาโวยวายลั่นว่าตนไม่มีทางนอนบ้านเขาเด็ดขาด จะไปนอนโรงแรม

“ไม่ได้! คุณต่ายสั่งให้คุณอยู่บ้านผม” เมื่อสุอาภาไม่ยอมเขาเลยจับอุ้มเข้าบ้านรู้แล้วรู้รอดไปเลย

สุอาภาดิ้นร้องโวยวาย กว่าพิทยาจะพาเธอเข้า

บ้านได้ก็ทุลักทุเล พอเข้าบ้านเขาโยนเธอไปบนโซฟา อย่างแรง เลยถูกด่า

“นายพิทบูล!!”

พิทยาตีหน้ายักษ์ขู่ว่าขืนด่าอีกคำเดียวอย่าหาว่าตนใจร้าย แต่คนอย่างสุอาภาไม่เคยกลัวใคร เธอถามว่าจะทำอะไรตน พิทยาไม่ตอบแต่ตีก้นเพียะ! เธอมองหน้าถามว่าตีก้นตนทำไม ตนไม่ใช่เด็ก

“ตัวไม่เด็ก แต่สมองน่ะเด็กถึงชอบทำอะไรไม่รู้จัก คิด ดีแต่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นแล้วก็ไม่มีใครกล้าลงโทษคุณเพราะฉะนั้นผมนี่แหละจะทำโทษคุณเอง”ว่าแล้ว ฟาดก้นไปอีกหลายเพียะ

สุอาภายิ่งโวยวายยิ่งด่าก็ยิ่งถูกตีก้น คราวนี้เลยด่า “นายมันเป็นไอ้หมาบ้า! ไอ้หมาพิทบูล!!” ด่าแล้วกลัวโดนอีก เลยรีบเดินหนี เจ้ากรรม! เกิดสะดุดจะล้ม พิทยาตกใจรีบประคองไว้  หน้าต่อหน้าเกือบชนกัน แทนที่จะผละออกเธอกลับเอาหัวโขกจมูกเขาจนร้องลั่นรีบปล่อยมือ

พอหลุดออกมาเธอวิ่งขึ้นบันได พอเห็นว่าเขาจะตามเธอหันกลับมาชี้หน้า

“หยุด!! ป๋ายังไม่เคยตีฉันมาก่อน แล้วนายเป็นใครก็แค่เด็กที่ป๋าเอามาเลี้ยง เพราะฉะนั้นอย่ามาสั่งสอนฉัน!!”

พิทยาโมโหจะวิ่งตามไป เธอวิ่งหนีโวยวายเอาเสียงดังเข้าว่า ก็พอดีมือถือพิทยาดังขึ้น เขาเห็นชื่อ “รวี”ก็ถึงกับอึ้งเดินออกไปรับสายอีกมุมหนึ่ง ทำเสียงขรึมบอกว่า

“ครับรวี...ผมยังทำงานไม่เสร็จ”

สินีนาฏยืนอยู่กับรวีพรรณ พอได้ยินเสียงพิทยาตอบมาอย่างนั้น เธอโกรธแทนเพื่อน บ่นว่า

“เขาไม่พูดความจริง...ฉันไม่นึกเลยว่าพิทจะเป็นเหมือนผู้ชายคนอื่นที่พอเห็นยัยนั่นแล้วต้องพุ่งเข้าใส่”

“ฉันว่าที่พิทโกหก...คงไม่อยากให้ฉันไม่สบายใจมากกว่า ฉันมั่นใจว่าพิทไม่มีทางคิดอะไรกับสุอาภา ฉันเชื่อใจเขา”

ooooooo

พิทยาต้องดูแลสุอาภาเหมือนดูแลเด็ก เธองอแงได้ทุกเรื่อง เขาบอกให้ไปอาบน้ำพร้อมกับจัดหาเสื้อผ้าของตัวเองให้เธอเอาไปเปลี่ยน

พออาบน้ำเสร็จออกมาแทนที่จะใส่เสื้อนุ่งกางเกง เธอกลับใส่แต่เสื้อตัวโคร่งคลุมลงมาเกือบถึงครึ่งต้นขาอ้างว่ากางเกงยาวรุ่มร่ามเดี๋ยวเดินหกล้มคอหักตาย เห็นพิทยาถือชามบะหมี่สำเร็จรูปมาก็แย่งไปกินหน้าตาเฉย ซ้ำสั่งขอน้ำดื่มด้วย

พิทยาได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจกับความเฮี้ยวของเธอ

ตกกลางคืนเห็นเธอเงียบผิดปกติ ย่องมาดูเห็นหลับปุ๋ยอยู่บนโซฟาไปแล้ว เขายืนมองพึมพำ

“เหมือนตอนเด็กๆไม่มีผิด กินอิ่มปุ๊บก็หลับปั๊บ”

พิทยาอดคิดถึงตอนเด็กๆไม่ได้ เวลานั้นเขาอายุ 10 ขวบ และสุอาภา 5 ขวบ เขาต้องดูแลเธอเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง แม้กระทั่งก่อนนอนก็ยังต้องเล่านิทานให้ฟัง

คิดถึงเวลาดีๆตอนเด็กแล้วพิทยาก็อดเสียดายไม่ได้ เขาปัดปอยผมที่ลงมาปรกหน้าผากเธอเบาๆ

คล่ีผ้าห่มให้แล้วเดินไปดับไฟ เขายังดูแลเธอเหมือนเมื่อ 10 กว่าปีก่อนอย่างสนิทใจ...

สุอาภาเองก็ใช่จะลืมอดีตได้ ตื่นเช้ามาเห็นพิทยาเขียน โน้ตแปะไว้บนฝาชีที่โต๊ะอาหารว่า “อาหารเช้า” พอเปิดฝาชีเห็นชามข้าวต้มหมูทับกระดาษโน้ตอีกแผ่นเขียนว่า

“ทานเสร็จ วางไว้ในอ่างล้างจาน ตอนออกไปอย่าลืมล็อกประตูบ้านด้วย”

พอลงมือทาน เธอพึมพำด้วยสีหน้าอิ่มเอิบ “รสชาติไม่เปลี่ยน...” แล้วตักข้าวต้มทานจนหมดชาม...อิ่มแปล้ไปเลย...

ooooooo

รุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์ทุกฉบับลงข่าวเรื่องเมื่อคืนกันอย่างครึกโครม ไม่ว่าพนักงานที่บริษัทหรือที่บ้านต่างอ่านข่าวกันด้วยความรู้สึกต่างกันไป

โต๊ะอาหารเช้าบ้านรวีพรรณ ทุกคนได้อ่านข่าวกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยเฉพาะรมณีแม่ของรวีพรรณบ่นลูกสาวว่า

“แม่เคยเตือนลูกแล้ว เห็นหรือยังว่าผู้ชายคนนี้ไม่จริงใจ ที่เขาคบกับลูกเพราะอยากเป็นหนูตกถังข้าวสาร แต่ถังเดียวคงไม่พอก็เลยตะเกียกตะกายไปหาถังใหม่อย่างยัยสุอาภา”

“แม่คะ...เมื่อคืนรวีก็อยู่ที่งานนั่น รวีเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง มันไม่ใช่อย่างที่นักข่าวเขียนเลยสักนิด...พิทเขาสนิทกับบ้านคุณนพคุณพ่อของสุอาภามาก ไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติ คุณนพเป็นคนเลี้ยงพิทมาตั้งแต่แม่เขาเสีย กับสุอาภาเขาก็โตมาด้วยกัน เป็นเพื่อนกันมา ความคุ้นเคยแบบนั้นอาจจะมีคนมองไปในทางลบ เสียหายกับตัวเขาและสุอาภาด้วย”
ณรงค์ผู้เป็นพ่อติติงว่าเธอมองคนในแง่ดีมากเกินไป รมณีได้ทีย้ำว่า

“ลูกยังไม่รู้อะไร...แม่ได้ยินมาว่าแม่ของนายพิทยามั่วจะตาย มั่วจนไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อของลูก สุดท้ายก็หน้าด้านกระเตงลูกมาให้คนอื่นเลี้ยง ลูกกับแม่มันก็คงไม่ต่างกันเลิกยุ่งกับเขาก่อนที่ลูกจะต้องเสียใจไปมากกว่านี้ ผู้ชายที่มีแต่ตัวได้มาก็เท่านั้น”

รวีพรรณอยากจะชี้แจงแต่เห็นแม่มาแรงเลยเงียบ รวบช้อนแล้วขอตัวไปทำงาน รมณีมองตามลูกบ่นกับ ณรงค์ว่า

“เกาะเขากินมาตั้งแต่เด็กยันโต ไม่รู้ว่าลูกไปหลงมันลงไปได้ยังไง ตั้งแต่คบมันก็ปีกกล้าขาแข็งไม่เชื่อฟังพ่อแม่ เห็นทีฉันต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม!!”

ณรงค์มองหน้ารมณีที่จิกตาร้ายกาจอย่างสงสัยว่าเธอจะทำอะไร

ooooooo

ขณะรวีพรรณนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะนั้น พิทยาแอบ เข้าไปยื่นช่อดอกไม้ให้ พอเธอเงยหน้ามองเขายิ้มพูด หยอกว่า

“มีดอกไม้มาส่งครับ”

“วางไว้ตรงนั้นแหละค่ะ” เธอบอกหน้านิ่งอย่างไร้ความรู้สึกจนพิทยาถามว่าเธอเห็นข่าวแล้วใช่ไหม เธอตอบสั้นๆว่า “ค่ะ” แล้วลุกเดินเลี่ยงไป พิทยารีบคว้ามือพูดอย่างรู้ใจว่าเดินหนีแบบนี้โกรธตนใช่ไหม เธอมองหน้าถามว่า “รู้ตัวด้วยเหรอว่าสมควรจะโดนโกรธ ในเมื่อรู้ว่ารวีจะต้องโกรธแล้วพิททำทำไม”

“ที่ผมต้องโกหกเพราะว่าผมไม่อยากให้รวีไม่

สบายใจ ไม่อยากให้รวีเป็นห่วงผม ผมไม่ได้อยากไปกับเขา หรอกนะแต่ขัดใจเขาไม่ได้เพราะพระคุณพ่อเขาท่วมหัว”

“รวีเข้าใจ ก็แค่อยากรู้ว่ารวีมองพิทในแง่ดีเกินไปรึเปล่า เพราะรวีคอยปกป้องพิทจนคุณพ่อคุณแม่น้อยใจรวีจะแย่แล้ว”

“ใครจะมองผมยังไงก็ช่าง ขอแค่รวีเข้าใจผมก็พอแล้ว” พิทยากุมมือเธอขึ้นหอมฟอดใหญ่ “ขอบคุณนะครับรวี คุณเป็นแฟนที่น่ารักที่สุดในโลก”

ทั้งสองยิ้มมีความสุขอย่างเข้าใจกัน...

ooooooo

ที่บ้านสุอาภา บวรกับต่ายและสุอาภากำลังดูหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวเมื่อคืนกันอยู่ นพที่ไปต่างประเทศหลายวันเพิ่งกลับมา ถามลูกๆว่าดูอะไรกันอยู่

สุอาภาโผเข้ากอดหอมป๋าไม่หยุด จนนพบอกว่าหายใจไม่ออกแล้ว ทีแรกสุอาภาก็กลัวถูกป๋าดุเรื่องข่าวเมื่อคืน แต่นพกลับหัวเราะชอบใจบอกว่า “ป๋าไม่อยู่เมืองไทย 5 วัน กลับมาลูกสาวป๋าดังอีกแล้ว ฮ่าๆๆ”

นพให้เหตุผลที่ไม่เครียดว่า เพราะข่าวนี้ตนอ่านแล้ว ก็ไม่เห็นจะฉาวตรงไหน เพราะผู้ชายในรูปคือพิทยา ดีเสียอีกที่ไม่ใช่คนอื่น ส่วนสุอาภาพูดทะเล้นว่า ตนอยากเป็นข่าวกับคนอื่นมากกว่า ทำแบบนี้เสียเครดิตตนหมด

ต่ายบ่นทั้งป๋าทั้งน้องว่า “พอกันเลย ตอนนี้ชื่อเสียงยัยแตติดลบ ได้ฉายาว่าคุณหนูขาวีน มันน่าดีใจตรงไหน”

นพบอกต่ายว่า รู้ว่าเป็นห่วงน้อง แต่ข่าวก็คือข่าว จะไปแคร์ทำไม คนเขาอยากพูดอะไรก็ให้พูดไป พวกเรารู้ว่าน้องเป็นยังไงก็พอแล้ว ทำให้สุอาภาหน้าบานที่ป๋าเข้าใจและไม่ตำหนิตน...ตามเคย

ooooooo

รุ่งขึ้น นพโทรเรียกพิทยามาทานอาหารด้วยกัน เขาเข้าครัวลงมือผัดสปาเกตตีอย่างชำนาญ ทำเสร็จพิทยามาถึงพอดี

ก่อนอื่น พิทยาขอโทษนพเกี่ยวกับข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ นพพูดอารมณ์ดีว่า

“ไม่ต้องขอโทษ ฉันรู้ว่าเธอเป็นคนยังไง ทานสิ... เป็นไง”

“อร่อยเหมือนเดิมครับ” พิทยายิ้มสบายใจ

พลันบรรยากาศก็เปลี่ยนไป เมื่อสุอาภาหิ้วของแบรนด์เนมกลับจากช็อปปิ้ง ร้องเรียกป้านีจะให้เอาของไปเก็บ พอเห็นพิทยานั่งทานอาหารกับป๋าก็ชักสีหน้าใส่ เปลี่ยนเป็นใช้พิทยาให้เอาของไปเก็บที่ห้องแทนทั้งที่ป้านีมาแล้ว

พิทยารับถุงเดินออกจากบ้านไปหน้าตาเฉย เธอถามว่าจะเอาของตนไปไหน พลางวิ่งตามออกไปเอ็ด

“ฉันบอกให้เอาของไปเก็บในห้อง ไม่ได้ให้เอาออกมาข้างนอก แค่นี้ฟังไม่รู้เรื่องรึไง”

“ของแค่นี้ ถ้ายังเก็บเองไม่ได้ก็ทิ้งดีกว่า” ว่าแล้วเอาไปเทใส่ถังขยะข้างทาง

สุอาภาโกรธจัด กำลังจะด่า ก็ถูกพิทยาเอาถุงเปล่าครอบหัว นพเดินตามมาถามว่าเล่นอะไรกันหรือ สุอาภาฟ้องว่าพิทยาแกล้งตน เอาของที่ซื้อมาเททิ้งหมดเลย

นพเดินไปชะโงกดูในถังขยะ พูดหัวเราะขำๆว่า

“โอ้โห...ทั้งรองเท้า ทั้งกระเป๋า...พิท...ขอบใจที่ช่วยทิ้งรองเท้ากระเป๋าของยัยแตเต็มบ้านจนไม่มีที่จะเก็บแล้ว”

สุอาภางอนตุปัดตุป่องหาว่าทุกคนแกล้งตน นพมองตามพูดอย่างรู้นิสัยลูกดีว่า อีกไม่ถึงชั่วโมงก็หายโกรธ...

ooooooo

ถึงเวลาอาหารมื้อเย็น สุอาภาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าลงมา กวาดตาดูไม่เห็นพิทยาก็โล่งใจนึกว่ากลับไปแล้ว พอดีต่ายบอกให้ไปตามบวรลงมาทานข้าว เธอกระโดดแผล็วๆขึ้นบันไดไปอย่างร่าเริง

พอไปถึงห้องนอนบวร ได้ยินเสียงอาบน้ำซู่ๆอยู่ในห้องน้ำ เธอตะโกนเรียก “พี่ใหญ่...” ไม่มีเสียงตอบ เหลือบเห็นรูปครอบครัวที่ถ่ายกันมีพิทยาอยู่ด้วย เธอคว้าปากกาเขียนแผ่นซีดีมาเติมหนวดเติมเขาบนหัวพิทยาอย่างสนุกมือ

“ทำอะไร” พิทยาอาบน้ำเสร็จเดินมาถาม เธอหันมองเห็นพิทยานุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวก็ตกใจทำกรอบรูปหล่นใส่เท้า เขาเจ็บยกเท้าขึ้น เธอตกใจถามว่ามาอยู่ในห้องพี่ใหญ่ได้ไง “พี่ใหญ่ให้ผมเข้ามาอาบน้ำ”พูดไม่ทันขาดคำก็เสียหลักหงายหลังจะล้มเพราะยืนขาเดียว ผ้าขนหนูหลุดจับไม่ทัน สุอาภาร้องกรี๊ดหลับตาปี๋

เสียงร้องดังไปถึงข้างล่าง บวรที่เดินเล่นอยู่ข้างนอกมาที่โต๊ะพอดี พอรู้ว่าต่ายใช้น้องไปตามเขาที่ห้อง เขาอุทานอย่างตกใจ “ซวยแล้ว!”

เลยกลายเป็นเรื่องที่ทั้งขำทั้งฮาของนพและบวรกับต่าย แต่สุอาภาเขินจนทำหน้าไม่ถูก ข้าวปลาพาลกินไม่ลงไปด้วย

ตกกลางคืน นพเข้าไปหาในห้องนอน ถูกเธอตัดพ้อต่อว่าที่เข้าข้างพิทยาทั้งที่ตนเป็นลูกแท้ๆ

“พิทเขาก็เป็นลูกป๋าเหมือนกัน แต่...ลูกต้องหัดเอาใจเขามาใส่ใจเรา พิทน่าสงสาร ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่” เธอแย้งว่าตนก็ไม่มีแม่เหมือนกัน “แต่แตมีป๋า มีพี่ใหญ่ มีพี่ต่าย มีคนรักแตมากมาย ส่วนพิท...ตัวคนเดียว ป๋าไม่เข้าใจเลยจริงๆว่า ตอนเด็กๆ เราสองคนก็เข้ากันได้ดี แล้วทำไมพอโตขึ้นมาถึงเหมือนงูกับพังพอน เจอกันไม่ได้ ต้องมีเรื่องตลอด”

“ป๋าอย่าถามแตเลย ไปถามเขาดีกว่าว่าทำไม” เธอตอบงอนๆ เหมือนมีความหลังที่เจ็บปวดฝังใจอยู่

หลังจากนั้นไม่นาน นพไปตีกอล์ฟแล้วจู่ๆก็เจ็บหน้าอกมาก หมอตรวจบอกว่าเขาเป็นโรคหัวใจ ทำให้นพคิดหนัก กลับมานั่งดูรูปครอบครัวที่ห้องทำงานในบ้าน เสียงหมอยังดังเหมือนย้ำเตือนตลอดเวลาว่า

“คุณต้องงดออกกำลังกายหนักๆ หรือการทำอะไรที่ต้องใช้แรงมากๆ แล้วก็ต้องดูแลตัวเองอย่าให้เครียด ไม่อย่างนั้น อาจจะทำให้หัวใจของคุณหยุดเต้นกะทันหัน”

นพหยิบรูปครอบครัวดู จ้องที่สุอาภาด้วยความเป็นห่วงลูกคนนี้ที่สุด มองไปที่รูปพิทยาอย่างครุ่นคิด...

ooooooo

เพราะปีนี้นพอายุ 60 แล้ว สุอาภาจัดฉลองแซยิดให้ป๋าที่บ้าน ทุกคนให้ของขวัญวันเกิด พิทยามาทีหลังเพื่อนพร้อมกล่องของขวัญ

หลังจากทานอาหารและตัดเค้กวันเกิดแจก ทั้งทานทั้งเล่นกันอย่างสนุกสนาน จากนั้น นพขอเปิดของขวัญดู เรียงลำดับจากคนอายุมากไปหาน้อย ของบวรจึงถูกเปิดเป็นกล่องแรกเขาให้ปากกา ของต่ายเป็นเสื้อวอร์ม ส่วนของสุอาภากับพิทยาให้เหมือนกันเปี๊ยบ เป็นผ้าพันคอแบบเดียวสีเดียวกัน

“สองคนนี่ใจตรงกันตลอด จำได้ไหมตอนเด็กๆ แกสองคนชอบเล่นอะไรเหมือนกัน กินอะไรก็เหมือนกัน” บวรพูดขำๆ ต่ายเสริมว่า แถมแตยังชอบเดินตามพิทต้อยๆ จนคนเขานึกว่าเป็นพี่น้องกันจริงๆ

การฉลองแซยิดอย่างสนุกสนานมีความสุขใกล้จบแล้ว นพบอกลูกๆทุกคนว่าตนมีความสุขมากในวันนี้ แต่ยังมีบางเรื่องที่อยากขอในวันเกิดปีนี้ ทุกคนตั้งใจฟังเต็มที่ นพจับมือสุอาภากับพิทยาไปกุมไว้ บอกพิทยาว่า

“พิท...ฉันอยากฝากให้เธอดูแลแต”

ทั้งพิทยาและสุอาภามองหน้ากันงงๆ สุอาภาถามว่า “ป๋าจะให้เขาดูแลแตทำไม แตมีพี่ต่ายกับพี่ใหญ่ดูแลอยู่แล้ว”

“ป๋าหมายความว่า ป๋าจะยกแตให้พิท” ทุกคนชะงักงัน นพพูดชัดลงไปว่า “ฉันอยากให้เธอกับลูกสาวฉัน แต่งงานกัน” คราวนี้ทุกคนช็อกไปเลย พอตั้งหลักได้ พิทยารีบเอ่ยขึ้นก่อนว่า

“ผมแต่งงานกับคุณแตไม่ได้ เพราะผมมีคนรักอยู่แล้ว”

สุอาภาทั้งโกรธ เสียหน้า เสียใจ ลุกพรวดสั่งพิทยา “เข้าไปคุยกับฉันในห้อง!”

เมื่อเข้าไปคุยกันในอีกห้องหนึ่ง สุอาภาถามอย่างไม่พอใจมากว่า นึกว่าตัวเองเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาปฏิเสธไม่แต่งงานกับตน พิทยาถามว่าเธอเองก็ไม่ได้อยากแต่งกับตนไม่ใช่หรือ แล้วจะโกรธทำไม

“เพราะไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธฉันมาก่อน!!” พิทยาบอกว่าก็เคยเสียจะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง “นายพิทยา!! นายจะจองหองมากเกินไปแล้ว ไม่รู้ป๋าไปหลงเสน่ห์คนนิสัยแย่อย่างนายตรงไหน หลงจนไม่ลืมหูลืมตาดูความเหมาะสม ป๋าคงลืมว่ากากับหงส์มันคนละพันธุ์กัน”

“มันก็สัตว์เหมือนๆกัน จะพันธุ์ไหนมันก็ไม่ได้วิเศษวิโสมาจากไหน ตัวเป็นหงส์ใจเหมือนอีกาก็มีถมไป คุณทะนงว่าตัวเองเป็นหงส์แล้วเหยียดผมเป็นกา แต่คุณลองกลับไปค้นหาตัวเองใหม่อีกทีก็คงจะพบมั้งว่าคุณเป็นหงส์แค่เปลือกนอก”

“นายพิทยา!!” สุอาภาโกรธจัดยกมือจะตบ ถูกพิทยาจับไว้ พูดต่ออย่างอัดอั้นเก็บกดว่า

“คุณชอบข่มเหงผม ชอบเอาอำนาจมาฟาดหัวผม ทำให้ผมต้องศิโรราบให้คุณ จำไว้นะสุอาภา ผมไม่เคยคิดจะรักผู้หญิงอย่างคุณ!” พูดจบพิทยาเดินผละไปอย่างไม่แยแส

สุอาภาแทบหยุดหายใจ น้ำตาร่วงไม่รู้ตัว เจ็บปวดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...

ooooooo

ตอนที่ 2

ระหว่างที่สุอาภากับพิทยาไปคุยกันที่ห้องอื่นนั้น ที่ห้องรับแขก นพก็ถูกต่ายท้วงติงเอาจริงเอาจัง

“ป๋าพูดอะไรออกมารู้ตัวรึเปล่า คนอย่างพิทรักศักดิ์ศรียิ่งกว่าอะไร ถ้าเขาต้องแต่งงานกับแต คนก็จะพูดกันว่าเขาหวังรวยทางลัด ป๋าเลี้ยงพิทมาตั้งแต่เด็ก ป๋าไม่รู้จักนิสัยเขาเหรอคะ”

“ป๋ารู้ดีว่าพิทเป็นคนยังไง ก็เพราะความหยิ่งในศักดิ์ศรีของมันนี่แหละ ถึงเป็นเกราะป้องกันชั้นดีในการที่จะดูแลน้องของพวกแก ถ้าเกิดป๋าหรือพวกแกเป็นอะไรขึ้นมา”

ต่ายกับบวรฟังแล้วคล้อยตามต่างนิ่งไป ในขณะที่นพเองกลับกลัดกลุ้มที่ข้อเสนอของตนถูกพิทยาปฏิเสธ

พิทยาออกจากสุอาภามาเจอนพยืนรออยู่ก็ชะงัก เขาเดินไปคุกเข่ากราบแทบเท้าอย่างรู้สึกผิด นพจับบ่าเขาลุกขึ้น แต่พิทยาไม่ลุก ยังคงคุกเข่าเงยหน้าพูดอย่างสะเทือนใจ

“ให้ผมได้กราบคุณอาเถอะครับ บุญคุณคุณอาท่วมหัว ผมไม่มีวันลืม แต่ครั้งนี้สิ่งที่คุณอาขอผมไม่สามารถ ให้ได้จริงๆ...ผมไม่อยากให้ใครๆตราหน้าว่าผมเป็นแมงดาเกาะผู้หญิงกิน ผมขอโทษ...ขอโทษครับ...”

พิทยาน้ำตาร่วง นพจับไหล่ดึงเขาลุกขึ้นยืน เอ่ยอย่างสะเทือนใจว่าตนต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษที่ทำอะไรลงไปโดยไม่ถามความสมัครใจของเขา พิทยาถามว่า “คุณอาผิดหวังในตัวผมรึเปล่าครับ”

“ตั้งแต่วันแรกจนถึงเวลานี้ ฉันไม่เคยนึกเสียใจที่ได้เลี้ยงดูเธอมา...เธอเหมือนแม่ของเธอมากนะพิท เธอทำให้ฉันภูมิใจในทุกๆเรื่อง...ฉันคิดแต่ว่าฉันอายุมากขึ้น สังขารร่วงโรยลงทุกวัน คนที่ฉันเป็นห่วงมากที่สุดคือแต คนที่ฉันไว้ใจมากที่สุดคือเธอ ฉันถึงอยากจะฝากคนที่ฉันห่วงมากที่สุดให้กับคนที่ฉันไว้ใจมากที่สุด...แต่ฉันคงไม่มีวาสนาที่จะได้เธอมาเป็นลูกเขย”

“ผมต่างหากที่ไม่มีวาสนา...ถึงไม่ได้เกิดมาเป็นลูกแท้ๆของคุณอา”

นพชะงัก...แทบจะร้องไห้ออกมา เขาดึงพิทยาเข้าไปกอดไว้ด้วยความรักอย่างที่พ่อคนหนึ่งพึงมีกับลูก...

ที่มุมหนึ่ง บวรกับต่ายยืนมองอยู่ด้วยความซาบซึ้งใจ

ฝ่ายสุอาภาคุยกับพิทยาแล้วเธอวิ่งขึ้นไปที่ห้องนอน พยายามกลั้นน้ำตาเตือนตัวเองว่า

“เขาไม่ได้มีค่าพอให้เธอต้องร้องไห้” แต่เธอก็ทนไม่ได้ น้ำตาไหลพรากๆลงอาบแก้ม หันไปดูรูปที่ถ่ายกับพิทยาตอนเด็กๆที่วางอยู่ข้างเตียง น้ำตาพร่าพราย แววตาปวดร้าว ไม่เหลือความเป็น “สุอาภา” คนเดิมอยู่เลย...

ooooooo

รุ่งขึ้นจน 8 โมงเช้า สุอาภาก็ยังไม่ลงมา ทุกคนร้อนใจเป็นห่วง บวรเปรยๆว่าตั้งแต่เมื่อคืนน้องก็เอาแต่ เก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง ต่ายตั้งข้อสังเกตว่า น่าแปลกเพราะปกติน้องต้องอาละวาดหรือไม่ก็ออกไปช็อปปิ้งเวลาไม่ได้ดั่งใจ

นพนิ่งอยู่นาน ในที่สุดเสนอให้ใครสักคนขึ้นไปดู ทุกคนมองมาทางป้านีเป็นตาเดียว

แต่พอป้านียกอาหารขึ้นไป ปรากฏว่าสุอาภาไม่อยู่ในห้องแล้ว ทุกคนยิ่งหนักใจ เป็นห่วง

ที่แท้สุอาภาลากพราวพิไลไปฟิตเนสแต่เช้า พอไปถึงก็ชกมวยกับเทรนเนอร์อย่างบ้าคลั่ง จนพราวพิไลต้องพูดออกตัวกับเทรนเนอร์ทีเล่นทีจริงว่า เพื่อนตนกำลังเลือดจะไปลมจะมาอย่าถือสาเลย

พอเพื่อนเลิกชกมวย พราวพิไลก็ซักไซ้ว่ามีเรื่องอะไร ทำไมไม่รับโทรศัพท์ป๋า เค้นให้เล่ามาเดี๋ยวนี้เลย

ส่วนพิทยาก็ร้อนใจเมื่อนพโทร.มาให้ช่วยตามสุอาภาให้ เขารับปากจะโทร.หาแต่ไม่แน่ใจว่าเธอจะรับสายตนหรือไม่ ก็พอดีมีโทร.เข้ามา เขานึกว่าเป็นสุอาภา แต่กลายเป็นรวีพรรณ เขาบอกเธอว่า

“รวี...ผมกำลังจะออกจากบ้าน เจอกันที่ร้านนะครับ” วางสายแล้วเขารีบเดินออกไป

ooooooo

ที่โชว์รูมรถนำเข้า...กำลังมีการเปิดประมูลรถเพื่อนำรายได้ให้องค์กรการกุศล 50 องค์กร พิธีกรเปิดประมูลรถคันแรกด้วยราคาเริ่มต้นที่ 15 ล้านบาท

มีคนแข่งกันยกมือประมูลอย่างดุเดือด เริ่มต้นที่ 15 ล้าน ขึ้นไปจนถึง 17 ล้านห้า พิธีกรเริ่มนับครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2

“18 ล้าน!!” เสียงภูวดลดังขึ้น ทุกคนหันมอง ในที่สุดภูวดลประมูลได้ไปในราคา 18 ล้าน

ไม่มีใครแปลกใจ เพราะรู้ดีว่าภูวดลคือลูกชายคนเดียวของรัฐมนตรีภาสันต์ ใช้ชีวิตติดหรู รักสนุก เสเพล ระหว่างประมูลรถเขาจ้องมองพริตตี้ตาเป็นมัน เมื่อประมูลได้แล้วก็หนีบพริตตี้ทั้งซ้ายขวาทำหน้ากรุ้มกริ่มพากันเดินออกไป

พราวพิไลกับสุอาภาไปช็อปปิ้งกันให้สบายใจ ระหว่างนั้นสุอาภาเล่าเรื่องเมื่อคืนให้ฟัง พราวพิไลเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของเพื่อน แต่เดินช็อปกันจนหิว จึงชวนเพื่อนเข้าไปหาอะไรกินกัน

เดินมาถึงหน้าห้องน้ำ พราวพิไลขอเข้าห้องน้ำก่อน สุอาภารับถุงจากเพื่อนมาถือยืนรออยู่ข้างนอก มีเด็กวิ่งเล่นกันมาชนเธอจนของหล่น เธอเองก็เซจะล้ม ภูวดลยืนรอพริตตี้อยู่แถวนั้นถลาเข้ามาประคองไว้ ถามเสียงหล่ออย่างแสนสุภาพ

“เจ็บตรงไหนไหมครับ...”

สุอาภาเห็นสายตาเสือผู้หญิงของภูวดลก็รีบผละออก เก็บของที่พื้น ภูวดลกุลีกุจอเข้ามาช่วย แอบแต๊ะอั๋งจับมือเวลาส่งของให้ พราวพิไลออกมาเห็นพอดี ถามอย่างติดใจว่าใคร?หล่อจัง...

สุอาภาไม่ตอบรีบพาเพื่อนเดินหนี พอดีพริตตี้ออกมาควงแขนภูวดลเดินไป เขายังอดไม่ได้ที่จะมองตามสุอาภาไปอย่างถูกตาต้องใจ

เมื่อเข้าไปในร้านอาหาร พนักงานบอกว่าโต๊ะเต็ม สุอาภาไม่พอใจมองไปที่โต๊ะว่างโต๊ะหนึ่ง พนักงานบอกว่ามีคนจองแล้ว พลันเธอก็เห็นพิทยานั่งท่านอาหารอยู่กับรวีพรรณ เธอบอกเพื่อนอย่างสะใจว่า “ฉันมีโต๊ะแล้ว”

สุอาภาเดินตรงไปที่โต๊ะพิทยากับรวีพรรณ โผเข้ากอดพิทยา เอาแก้มแนบกันซ้ายขวา แล้วทำเป็นเพิ่งเห็นรวีพรรณ

“อ้าว...คุณรวีพรรณ นี่นั่งอยู่ด้วยกันเหรอคะ...ซอรี่นะคะ ไม่เห็น” แล้วทำหน้าตาย “นั่งด้วยคนนะคะ”

เธอวางแผนป่วนพิทยาจะให้แตกกับรวีพรรณ ทำดี๊ด๊าเล่าว่า

“แหม...วันนี้โชคดีจัง ได้เจอกับคุณรวีเสียที คุณรวีทั้งสวยทั้งน่ารักอย่างนี้นี่เอง พิทเขาถึงได้รักม๊ากมาก จนปฏิเสธไม่ยอมแต่งงานกับฉัน” เห็นรวีพรรณตะลึงอึ้ง ก็ทำเป็นตกใจ “อ๊าว...นี่นายไม่ได้เล่าให้แฟนนายฟังเหรอว่าป๋ายกฉันให้นาย”

ป่วนพิทยาและปั่นรวีพรรณจนสับสนหวั่นไหวเท่านั้นไม่พอ ยังทำเป็นนึกได้ บอกพิทยาว่าคืนนั้นที่ไปนอนบ้านเขาตนลืมต่างหูไว้ให้ช่วยเอามาให้ด้วยเพราะเป็นต่างหูที่ป๋าซื้อให้

รวีพรรณมองพิทยาด้วยความเสียใจมาก พิทยาเองก็พูดไม่ออก ถูกสุอาภาปั่นหัวต่อไปอย่างสนุกปากว่า

“คุณรวีอย่าเข้าใจผิดนะคะ พอดีมีเอกซิเดนนิดหน่อย แตเลยต้องค้างบ้านพิท นี่คุณรวีก็ไม่รู้เรื่องนี้อีกแล้วเหรอคะ”

พิทยาสุดจะทน ลุกขึ้นลากสุอาภาออกไปคุยกันข้างนอก เธออ้างว่าหิวจะไม่ยอมคุย เขาตะคอก “ต้องคุย!!” แล้วลากออกไปเลย

ทั้งสองไปโต้เถียงกันอย่างรุนแรง พิทยาเชื่อว่าเธอจงใจป่วนตนเพราะโกรธที่ไม่ยอมแต่งงานด้วย สุอาภา ฮึดขึ้นมาพูดใส่หน้าว่า ต่อให้เหลือเขาเป็นผู้ชายคนสุดท้ายในโลกตนก็ไม่มีวันแต่งงานด้วย

“ก็ดี...ขอให้ชาตินี้เป็นชาติเดียวที่ผมจะได้เกิดมาร่วมโลกกับคุณ! คุณรู้ไหม สิ่งที่ผมอยากได้มากที่สุดตอนนี้คืออะไร ผมอยากย้อนเวลากลับไปเพื่อที่ผมจะได้ไม่ต้องรู้จักคุณ!!”

แทนที่จะทำให้พิทยาเจ็บปวด สุอาภากลับเจ็บปวดยิ่งกว่าเมื่อถูกเขาพูดอย่างชิงชังรังเกียจ กระทั่งบอกว่าถ้าเธอไม่ไปที่ร้านอื่นตนจะไปเอง

เหตุการณ์เหล่านี้อยู่ในสายตาของภูวดลที่ติดตาต้องใจสุอาภาจากเมื่อครู่นี้ เขามองออกว่าทั้งคู่กำลังมีปัญหากัน จนเมื่อพิทยาเข้าไปจูงมือรวีพรรณเดินออกจากห้องอาหารไป ภูวดลมองพิทยากับรวีพรรณ แล้วหันมองสุอาภา เดาว่าต้องเป็นเรื่องรักสามเส้าแน่ๆ

แม้ว่ารวีพรรณจะถูกสุอาภาเป่าหูจนสับสน แต่ด้วยความเชื่อมั่นที่มีต่อพิทยา เพียงเขาชี้แจงไม่กี่คำเธอก็ไม่ติดใจ

แต่เมื่อเขาพาเธอไปส่งที่บ้าน ก็ถูกรมณีดักกระหนาบให้เขาเลิกยุ่งกับลูกสาวตน เพราะทั้งฐานะและชาติกำเนิดไม่คู่ควรกัน สั่งห้าม “ต่อไปนี้อย่ามายุ่งกับลูกสาวฉันอีก!!”

ไล่พิทยาไปแล้ว รมณีกลับเข้าบ้าน รวีพรรณถามว่า แม่คุยอะไรกับพิทยา รมณีตอบทันทีอย่างไม่อ้อมค้อมว่า

“แม่บอกให้เขาเลิกยุ่งกับลูก” แล้วก็สาธยายความต่ำต้อยด้อยค่าของพิทยาว่าแค่ประวัติของเขาตนก็รับไม่ได้แล้ว สั่งตบท้ายว่า “พรุ่งนี้ลูกต้องเตรียมตัวไปทานข้าวกับแม่”

ที่แท้ รมณีนัดศรีพิไลแม่ของภูวดลให้พาลูกชายไปพบกันที่ร้านอาหาร รมณีพารวีพรรณไปโชว์ตัวพร้อมกับพรรณนาทั้งรูปสมบัติ คุณสมบัติ และการศึกษาที่

จบปริญญาโทถึง 2 ใบ จนรวีพรรณต้องเบรกแม่เขินๆ

หลังจากดูตัวและฟังรมณีแล้ว ศรีพิไลบอกว่า “ลูกสาวคุณดูเป็นคนว่านอนสอนง่าย ถูกใจฉันมาก”

ooooooo

รอภูวดลอยู่นาน รวีพรรณออกไปซื้อของกลับมา เห็นภูวดลกำลังถูกสองสาวแย่งตัวเขาจนจะตบตีกัน เขาบอก รปภ.ให้ลากตัวผู้หญิงทั้งสองคนออกไป สั่งอย่ามาให้ตนเห็นหน้าอีก รวีพรรณเข้ามาเห็นเหตุการณ์นั้น เธอมองอย่างสังเวชใจ

แต่พอกลับไปที่โต๊ะ เธอตกใจแทบผงะเมื่อเห็นภูวดลนั่งอยู่ที่โต๊ะแล้ว ผู้ใหญ่ทั้งสองพยายามให้เขาและเธอรู้จักและสานสัมพันธ์กัน จนเมื่อกลับถึงบ้าน รวีพรรณถามแม่ว่า วันนี้พาตนไปให้เขาดูตัวใช่ไหม เธอบอกแม่ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนดี  ถูกรมณีย้อนถามว่ารู้ได้ไง เพิ่งเจอกันครั้งแรกเอง แล้วรวบรัดตัดบทว่าภูวดลเป็นผู้ชายที่เหมาะสมกับเธอที่สุด หน้าที่ของเธอตอนนี้คือ “จบเรื่องกับนายพิทยาเสีย!”

ฝ่ายภูวดลถูกศรีพิไลกล่อมหนักเข้าก็บอกแม่ว่า “ถ้าคุณแม่ชอบผู้หญิงคนนี้จริงๆ ผมก็จะไม่ขัดใจ”

ภาสันต์ไม่เชื่อน้ำยาภูวดลว่าจะเลิกเป็นคาสโนว่าได้ ถูกศรีพิไลหาว่าเขาเกลียดตนแล้วไปลงกับลูก พาลฟื้นฝอยหาตะเข็บ ลำเลิกว่าถ้าไม่ได้ตนป่านนี้เขาก็คงต้องเลี้ยงมารหัวขนในท้องของ “พิม” ไปแล้วทั้งที่เป็นลูกของเพื่อน

เหตุการณ์เวลานั้นคือ พิมที่เป็นคนรักเก่าของนพ โทร.ให้นพไปพบที่โรงพยาบาลก่อนที่เธอจะจากไป เธอฝากให้ช่วยเลี้ยงลูกให้ด้วยแต่ขอให้สัญญา อย่าบอกลูกว่าพ่อเขาคือใคร

เมื่อพิมจากไปแล้ว นพจึงรับพิทยาในวัย 7ขวบมาเลี้ยงเหมือนลูกตราบจนวันนี้...

ภาสันต์ถูกศรีพิไลลำเลิกว่าที่เขาไม่เสียคนจนมาถึงทุกวันนี้ได้ไม่ใช่เพราะตนหรือ ภาสันต์ได้แต่อดกลั้นลุกเดินหนีไป

ooooooo

สุอาภาแค้นพิทยามาก กลับถึงบ้านก็รื้อข้าวของตั้งแต่วัยเด็กที่เคยเล่นด้วยกันกับพิทยาให้ป้านีเอาไปทิ้งให้หมด ทั้งที่เมื่อก่อนทั้งรักทั้งหวง ป้านีรู้ใจ รับของเก็บใส่ลังแต่ไม่ทิ้ง ขนเอาไปไว้ที่ห้องเก็บของแทน

“ถึงเวลาตาต่อตา ฟันต่อฟัน” สุอาภากัดฟันจิกตาแค้น

สุอาภาเปิดเฟซบุ๊กผ่านทางไอโฟนเห็นรวีพรรณออกกำลังกับสินีนาฏในฟิตเนสแห่งหนึ่ง ก็แกล้งไปป่วน เดินคุยโทรศัพท์อย่างหวานแหววกับพิทยาให้รวีพรรณได้ยินแล้วทำเป็นเพิ่งเห็น พูดออกตัวว่าคงได้ยินตนคุยกับพิทยาอย่าคิดมากนะ

สินีนาฏทนไม่ได้ชวนรวีพรรณกลับ เห็นเธอ

ไม่สบายใจก็แนะว่า เธอควรจะถามความจริงจากพิทยาดีกว่า

เมื่อรวีพรรณนัดพิทยามาเล่าเรื่องที่ได้ยินสุอาภาพูดโทรศัพท์กับเขาให้ฟัง พิทยาบอกว่าตนกับสุอาภาไม่เคยมีเรื่องแบบนั้น แต่พอไปเคลียร์กันเขากลับถูกสุอาภายิ้มเยาะพูดอย่างสะใจว่า

“ในเมื่อนายกล้าปฏิเสธไม่แต่งงานกับฉัน ฉันก็จะทำให้นายได้รู้รสชาติของการถูกทิ้งว่ามันเป็นยังไง... นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น ความสนุกชุดใหญ่กำลังจะตามมา”

พิทยาเริ่มกังวลไม่รู้ว่าสุอาภาจะป่วนแบบไหนอีก

ooooooo

ภูวดลถูกภาสันต์เข้มงวดกวดขันให้ทำงานจึงจะให้เงินใช้ แต่พอภูวดลไปเห็นโต๊ะทำงานของตนอยู่รวมกับโต๊ะพนักงานก็ไม่พอใจ ไปบอกภาสันต์ว่า ถ้าจัดโต๊ะให้นั่งแบบนี้ตนไม่ทำ

“แกไม่ทำ ฉันก็ไม่ให้เงินแก ถ้ามีปัญหาก็ไปหาเงินเอง แกจะได้รู้ว่ากว่าจะได้เงินมาแต่ละบาทมันยากเย็นแค่ไหน”

ไม้ตายของภาสันต์ ทำให้ภูวดลไม่มีทางเลือก แต่เขาก็ยังดิ้นรน วันนี้จึงไปหาจันทร์จำนงผู้เป็นย่าที่บ้านสวนให้ช่วยพูดกับพ่อ พอดีไปเจอพิทยาที่เอาแบบห้องสมุดมูลนิธิมาให้ดู เสร็จแล้วป้านวลคนใช้เก่าแก่เดินมาส่งเจอกับภูวดลพอดี ป้านวลจึงแนะนำให้รู้จักกัน

“สวัสดีครับคุณพิทยา ฝากความคิดถึงคุณรวีด้วยนะครับ” ภูวดลจำพิทยาได้แกล้งพูดยั่ว ทำเอาพิทยาแปลกใจ

ภูวดลไปอ้อนจันทร์จำนงใช้ช่วยพูดกับพ่อเรื่องโต๊ะทำงานและห้องทำงาน แม้จันทร์จำนงจะหว่านล้อมว่า เรื่องโต๊ะทำงานมันเป็นแค่สิ่งยึดติด จะมีห้องหรือไม่มีมันก็คนทำงานเหมือนกัน แต่ทนหลานรักอ้อนไม่ได้ จึงรับปากจะคุยกับภาสันต์ให้ ภูวดลฉอเลาะสัญญากับย่าว่าจะตั้งใจทำงาน

รวีพรรณเพิ่งบอกพิทยาว่าแม่จะให้ตนแต่งงานกับภูวดล เขาได้แต่เสียใจถามว่าตนแพ้แล้วใช่ไหม รวีพรรณบอกว่าเขาไม่แพ้ ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่คนดี ตนเคยเห็นผู้หญิงตบตีกันเพราะแย่งเขา ตนพยายามจะบอกแม่แต่แม่ก็ไม่ยอมฟัง

“ถ้าไงรวีต้องดูแลตัวเองดีๆนะครับ อย่าเข้าใกล้เขา เด็ดขาด ผมจะพยายามสร้างฐานะ เร่งพิสูจน์ตัวเองให้แม่รวีเห็นให้ได้” ทั้งสองจับมือมองหน้าอย่างให้กำลังใจกันและกัน

แต่สุอาภายังอาฆาตแค้นจองล้างจองผลาญพิทยาไม่เลิก เธอให้พราวพิไลตัดต่อภาพหวานแหววของพิทยากับตนส่งไปให้รวีพรรณดู รวีพรรณเห็นรูป เธอเสียใจมากนัดพิทยามาพบทันที พอเอารูปในโทรศัพท์ให้ดู พิทยาโมโหมากบอกว่านี่เป็นภาพตัดต่อ ตนจะพิสูจน์ความจริง ให้ได้ ย้ำกับเธอว่า

“ผู้หญิงคนนี้พยายามจะทำให้เราเลิกกัน...รวีต้องเชื่อใจและมั่นใจในตัวผมนะครับ”

คราวนี้ รวีพรรณไม่พยักหน้าเหมือนทุกครั้ง แต่มองหน้าเขานิ่ง...

พิทยาไปหาสุอาภาที่บ้าน ป้านีบอกว่าเธออ่าน หนังสืออยู่ที่สระว่ายน้ำ เขาลิ่วไปทันทีบอกเธอด้วยเสียงเด็ดขาดว่า

“ผมจะพูดกับคุณครั้งนี้ครั้งเดียว เลิกยุ่งกับรวี!!”

สุอาภาลอยหน้าบอกว่าไม่เลิก ถ้าจะให้ตนเลิกเขาก็ต้องเลิกกับรวีพรรณก่อน ต่างคนต่างไม่ยอมถอย พิทยาโมโหบอกว่าจะฟ้องคุณอา สุภาอาท้าให้ฟ้องเลยแล้วลุกสะบัดไป แต่สะดุดอะไรบางอย่างตกสระว่ายน้ำตูม!

พอตกน้ำ ก็เจ้าเล่ห์เล่นบทใหม่ทำเป็นตะคริวจับร้องขอความช่วยเหลือเหมือนจะตายเอา พิทยาตกใจกระโจนลงไปช่วย กลับถูกเธอหัวเราะชอบใจที่หลอกเขาได้ พิทยาโมโหตีน้ำใส่จนเธอสำลักน้ำ ปรามว่า “ผมขอบอกคุณไว้ตรงนี้ อย่ายุ่งกับรวีอีก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าผมใจร้าย” สุอาภาถามประชดว่ารักรวีพรรณมากใช่ไหม “ใช่...ผมรักรวีมาก มากที่สุด ถ้าใครทำร้ายรวี ก็เท่ากับทำร้ายผมด้วย”

พอดีป้านีไปตามต่ายมา ต่ายตกใจที่สองคนลงไปทะเลาะกันในสระว่ายน้ำ พอสุอาภาขึ้นจากน้ำเดินหนีไป ต่ายจ้องหน้าพิทยาที่ยังอยู่ในน้ำ สั่งเสียงเข้ม “เล่าให้พี่ฟังเดี๋ยวนี้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

ooooooo

ฟังพิทยาแล้ว ต่ายถามสุอาภาว่าทำแบบนี้ทำไม ชี้ให้เห็นว่าการทำให้คนที่รักกันต้องเลิกกันนั้นมันบาปมาก กลับถูกน้องโต้อย่างอาฆาตแค้นว่าใครทำให้ตนเจ็บมันต้องเจ็บกว่าตนเป็นพันเท่า

เมื่อน้องรั้นไม่ฟัง ทั้งต่ายและบวรก็หันมาบีบนพตัวการที่ทำให้เกิดเรื่องว่าต้องหาทางทำอย่างไรไม่ให้เรื่องระหว่างสุอาภากับพิทยาบานปลายใหญ่โตไปกว่านี้ ทำเอานพเครียด

สุอาภายังดำเนินแผนของตนต่อ เมื่อรู้ว่าจะมีงานเปิดโรงแรมใหม่และงานนี้บรรดาไฮโซ เซเลบแขกวีไอพีไปกันเพียบ ต้องมีนักข่าวเต็มงานแน่ เธอโทร.ไปบอกแกมบังคับพราวพิไลต้องไปงานนี้ให้ได้ ย้ำว่า หนึ่งในแขกวีไอพีคือครอบครัวของรวีพรรณ สำคัญกว่านั้นคือพิทยาไปงานนี้ด้วยในฐานะสถาปนิกผู้ออกแบบ

ส่วนตัวเองก็อ้อนนพให้สั่งพิทยามารับตนไปงานอ้างว่าเพื่อตนจะได้ขอโทษเขา

รวีพรรณอยากให้พิทยาดูดีขณะออกงานเพื่อแม่จะได้ลดแรงต้านเขาลงบ้าง เธอพาเขาไปซื้อเสื้อใส่ไปงาน พอพิทยาเห็นราคาก็ถอดใจ แต่พอเธอจะซื้อให้ เขาก็จำต้องซื้อและจ่ายเองใจแป้วๆ

แต่แล้วพิทยาก็เซ็งเมื่อนพโทร.บอกให้เขารับ

สุอาภาไปงานเพราะตนอยู่ใกล้โรงแรมนั้น เสร็จธุระแล้วจะไปเลย

ส่วนรมณีไปกับรวีพรรณแต่แอบนัดภูวดลไปพบกันที่นั่นเพื่อเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวอยู่ด้วยกัน

“พี่ๆทุกคนขา วันนี้คอยจับตาดูกระแตให้ดีนะคะ รับรองมีเซอร์ไพรส์” พราวพิไลมาปล่อยข่าวกับสื่อมวลชนเรียกความสนใจ แล้วทำเป็นตื่นเต้นบอกว่า “โอ๊ะ...มาแล้วค่ะ” พวกนักข่าวหันมอง เห็นสุอาภาควงคู่เข้ามากับพิทยาอย่างแนบชิด

บรรดานักข่าวกรูกันไปถ่ายรูป รมณีมองอย่างสงสัยถามว่าใครมา ทำไมให้ความสนใจมากขนาดนี้ ศรีพิไลเอ่ยขึ้นว่า

“นั่นมันยังไฮโซอะไรน้า...ที่ชอบมีข่าวแรงๆ”

“ก็ยัยสุอาภายังไงล่ะ เด็กใจแตกหาส่วนดีไม่เจอ” รมณีมองเหยียด ศรีพิไลถามว่าแล้วผู้ชายที่มาด้วยเป็นใคร รมณีโพล่งไปอย่างดูถูกว่า “เด็กในบ้าน!”

“ตายแล้ว...เด็กในบ้านนางก็ไม่เว้นเหรอเนี่ย...”

สุอาภาออดอ้อนพิทยาสุดฤทธิ์จนเขาถามว่าทำแบบนี้ทำไม เธอบอกว่าทำให้แฟนเขาเห็น พิทยามองไปจึงเห็นรวีพรรณมองเขาอย่างเจ็บปวด จนทนไม่ไหวเดินออกไป ภูวดลจับตาดูอยู่รีบตามไปถามให้บาดใจว่า ดูออก ใช่ไหมว่าสองคนนั้นมีอะไรลึกซึ้งกว่าแค่จับมือถือแขนกัน

ภูวดลพยายามเป่าหูเธอให้มองพิทยาในแง่ร้าย แต่รวีพรรณบอกว่าตนเชื่อใจและเชื่อมั่นในตัวพิทยา ที่แล้วมาเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ภูวดลย้อนถามว่าแล้วถ้าเรื่องเข้าใจผิดเกิดกับเธอ เขาจะเชื่อใจเธอเหมือนที่เธอเชื่อใจเขาไหม พูดขาดคำก็ดึงเธอเข้าไปกอดไว้แน่น

พิทยามาเห็นเขาชกภูวดลด่าว่าล่วงเกินรวีพรรณ ภูวดลสะอึกเข้าใส่บอกว่าคนอย่างตนไม่ยอมให้ใครต่อยฟรี แล้วพุ่งเข้าต่อยพิทยาไม่ยั้ง นักข่าวคนหนึ่งมาเห็นวิ่งหน้าตื่นไปป่าวร้องกับเพื่อนนักข่าวว่าภูวดลเปิดศึกกับคนที่มากับสุอาภาแล้ว!

ศรีพิไลตกใจ ส่วนสุอาภาถามนักข่าวคนหนึ่งงงๆว่า “เกิดอะไรขึ้น”

ooooooo

ผู้เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายภูวดลและพิทยาต่างวิ่งไปยังที่เกิดเหตุ ภาสันต์กับนพเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียด ภาสันต์ถามนพว่าพิทยาเป็นคนของเขาหรือ นพตอบอย่างผ่าเผยว่า

“นี่พิทยา...ลูกชายฉัน!!”

ภาสันต์เยาะเย้ยว่านิสัยพ่อลูกอันธพาลและชอบยุ่งกับผู้หญิงของคนอื่นเหมือนกันไม่มีผิด พิทยาทนไม่ได้โพล่งไปว่า

“ถ้าคุณจะว่าก็ว่าผมคนเดียว คุณอาไม่เคยสอนให้ผมเป็นอันธพาล”

เลยลูกภาสันต์เยาะเย้ยว่าตกลงเป็นลูกหรือหลานกันแน่ รมณีแทรกขึ้นว่าไม่ใช่ทั้งลูกและหลานแต่เป็นเด็กกำพร้าที่นพเก็บเอามาเลี้ยง เหยียดเย้ยว่า

“แต่ดูท่าทางการศึกษาและการอบรมสั่งสอนคงไม่ได้ทำให้ลืมกำพืดต่ำๆที่มีอยู่ในตัว”

สุอาภาสะอึกออกไปโต้ ถอนหงอกทั้งภาสันต์และรมณีว่าเป็นผู้ใหญ่น่าจะมีสมองคิดอะไรได้มากกว่านี้

สองฝ่ายด่าทอกันรุนแรงจนนพเรียกสุอาภาให้กลับบ้าน ศรีพิไลไม่พอใจถามภาสันต์ว่าทำไมปล่อยให้พวกนั้นกลับไปง่ายๆ ภาสันต์สั่งให้เงียบ เพราะ

แค่นี้ตนก็อายจะแย่อยู่แล้ว รมณีใจไม่ดีรีบเดินมาหาศรีพิไล ถูกศรีพิไลมองตาขวางบอกว่า

“เธอกับฉันต้องคุยกันยาว” แล้วศรีพิไลกับภูวดลก็เดินตามภาสันต์ออกไป

รมณีหน้าเสียสบตากับณรงค์แล้วหันมองรวีพรรณอย่างตำหนิ

ooooooo

พิทยาไม่สบายใจ คืนนี้เขาไปยืนที่หน้าบ้านรวีพรรณ โทร.ให้เธอลงมาคุยกัน เธอกลัวแม่มาเห็นจะเป็นเรื่องอีกบอกให้เขากลับไปก่อน พิทยาจึงนัดพรุ่งนี้เจอกันแล้วตนจะโทร.นัดอีกที

รุ่งขึ้นทั้งคู่นัดพบกันที่สวนสาธารณะ พิทยาขอโทษที่เกิดเรื่องเพราะตนไม่นึกว่าสุอาภาจะทำอะไรแบบนั้น พูดอย่างเห็นใจว่าเธอเองก็คงลำบากใจ ไหนจะเรื่องของเรา เรื่องคุณแม่เธอ แล้วยังผู้ชายคนนั้นอีก

“รวีไม่รู้จะทนกับเรื่องนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน และรวีก็รู้ว่าพิทไม่มีทางจะตัดขาดกับครอบครัวของคุณสุอาภาได้ เพราะคุณนพมีบุญคุณกับพิทมาก”

“เพื่อความสบายใจของรวี...ผมจะลาออกจากบริษัทคุณอา” พิทยาตัดสินใจ และวันต่อมาเขาก็ยื่นใบลาออก นพรู้ว่าเขาลาออกเพราะอึดอัดใจเรื่องสุอาภา เขาไม่ให้ออก บอกว่า

“ยัยแตไม่มีอำนาจจะบีบให้เธอต้องลาออก กลับไปทำงานต่อ งานที่นี่ยังต้องการเธออีกมาก”

พิทยาบอกรวีพรรณอย่างลำบากใจว่านพไม่ยอมให้ตนออก แต่เธอไม่ต้องกังวล ตนจะไม่ให้สุอาภามารบกวนเธออีก และ “ผมสัญญาว่าผมจะอยู่ห่างจากเขาให้มากที่สุด”

แต่สุอาภายังตามจิกกัดไม่เลิก เพียงแต่เปลี่ยนวิธีใหม่ ทำทีญาติดีกับพิทยา ขอนพไปฝึกงานที่บริษัท นพจึงให้พิทยาเป็นคนดูแลเธอ แม้พิทยาจะอึดอัดใจแต่ก็จำต้องรับเป็นหน้าที่เพราะนพขอร้องว่า

“เธอให้โอกาสลูกสาวฉันอีกสักครั้งเถอะ ถ้ามีเธอคอยสั่งสอนอยู่ข้างๆ บางทียัยแตอาจจะกลับตัวได้จริงๆ ถือว่าทำเพื่อฉันนะ ฉันขอร้อง...ฉันอนุญาตให้เธอใช้งานยัยแตได้เต็มที่ ถ้ายัยแตทำอะไรไม่ถูก สั่งสอนได้เลยไม่ต้องนึกว่าเป็นลูกฉัน”

ส่วนสุอาภาก็ทำเป็นสงบเสงี่ยมสำนึกผิดและกลับตัวกลับใจชวนพิทยา “เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ”

ท่าทีที่เปลี่ยนไปของสุอาภา ไม่เพียงบวรกับต่ายที่ตั้งแง่สงสัยว่าจะดีจริงอย่างที่แสดงหรือเปล่า แม้แต่แป๋วก็แอบพูดกับกรองทิพย์ที่ออฟฟิศว่า เธอต้องมีแผนอะไรแน่ๆ ถึงเข้ามาฝึกงานกับพิทยา

“จะมีแผนหรือไม่มีแผนพี่ไม่รู้ พี่รู้อย่างเดียวว่า ตอนนี้พี่สงสารคุณพิทยามาก ก็อย่างว่าแหละ บุญคุณคุณนพท่วมหัวขนาดนี้ คุณพิทก็คงไม่กล้าปฏิเสธ เฮ้อ...

มันคงเป็นเวรกรรมที่ทำร่วมกันมาแต่ชาติปางก่อน” กรองทิพย์พูดปลงๆ

แป๋วฟังแล้วก็อดเป็นห่วงและสงสารพิทยาขึ้นมาไม่ได้เหมือนกัน

ooooooo

เพียงเช้าวันแรกที่สุอาภามาทำงาน ก็โดนพิทยาดุเสียแล้วเพราะมัวแต่คุยโทรศัพท์หัวเราะคิกคักจนไม่เป็นอันทำงาน เขายึดโทรศัพท์ไปจนกว่าเธอจะถ่ายเอกสารแปดชุดสำหรับประชุมตอนสิบเอ็ดโมงเช้านี้

พอรับงานมา สุอาภาก็สั่งต่อให้พนักงานอื่นรับไปทำ พิทยาไม่พอใจแต่ทำเฉย จนเมื่อเธอเอางานไปส่งและแบมือขอโทรศัพท์คืน พิทยาฉีกเอกสารทิ้งถังขยะบอกว่าตนสั่งให้เธอทำไม่ใช่ให้คนอื่นทำ ไม่เพียงเท่านั้นยังสั่งพนักงานทุกคนห้ามช่วยสุอาภาอีก อบรมเธอต่อหน้าพนักงานว่า

“ฟังผม ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณเข้ามาฝึกขอฝึกงาน คุณมีเหตุผลอะไร ผมมั่นใจว่ามันไม่ใช่เรื่องดี แต่ช่วยกรุณาทำตัวเป็นลูกที่ดีให้คุณพ่อคุณชื่นใจสักครั้งเถอะ” พูดแล้วเดินเข้าห้องไปเลย สุอาภาหน้าเสียอายพนักงานเหล่านั้นมาก

แต่พอไปที่เครื่องเห็นปุ่มมากมายไปหมด กดมั่วจนเอกสารไหลออกมาหลายสิบแผ่น เธอตกใจ พิทยาเห็นจึงช่วยแก้ไข บ่นดุๆว่า “ทำไม่เป็นก็บอกสิ อย่าทำอวดฉลาด” แป๋วเห็นดังนั้นเดินเข้ามาช่วย พิทยาเลยฝากให้ช่วยดูแลด้วย

เป็นการฝึกงานวันแรกที่สุอาภารู้สึกโหดมาก หิวข้าวก็ไปกินก่อนเวลาไม่ได้ พิทยาสั่งให้เข้าไปจดรายงานการประชุมให้ตน พูดเสียงดังว่า “ถ้าแค่นี้ยังทำไม่ได้ก็ไม่ต้องทำมาหากินอะไรแล้ว” พวกพนักงานพากันมองเป็นตาเดียว แต่พอสุอาภาหันมองพวกนั้นก็วงแตก แยกไปตัวใครตัวมัน สุอาภาจิกตามองอย่างเจ็บใจ

จดรายงานการประชุมแล้วยังต้องพิมพ์ให้เสร็จภายในบ่ายสอง พอเอางานไปส่งก็ถูกสั่งให้พิมพ์ใหม่เพราะพิมพ์ผิดหลายคำ ทั้งยังใช้อักษรย่อที่ประดิษฐ์ขึ้นเองอีกมากมายจนอ่านไม่รู้เรื่อง คราวนี้ถูกดุว่า

“อย่าทำงานแบบขอไปที...ถ้าทำไม่ได้ก็กลับบ้านไปเสีย คุณทำงานไม่ได้หรอก ถ้ายังใช้อารมณ์มากกว่าสติ”

ด้วยความอยากเอาชนะ กลับถึงบ้าน สุอาภาขอบทเรียนการทำงานออฟฟิตจากต่าย รุ่งขึ้นเธอก็ปรับตัวได้อย่างน่าอัศจรรย์ กลายเป็นคนพูดจาอ่อนหวาน มีกาแฟกับแซนด์วิชมาเสิร์ฟพิทยาที่เธอเน้นเสียงเรียกเขาว่า “บอส” อีกด้วย พิทยามองอย่างแปลกใจ พอยกกาแฟจะดื่มก็ระแวง “วางยาเรารึเปล่าเนี่ย?” สุดท้ายทิ้งทั้งกาแฟและแซนด์วิชลงถังขยะไม่กล้ากิน

วันนี้พิทยาสั่งให้เธอไปไซต์งานด้วยกัน เธอทำท่าทะมัดทะแมงเดินตามไป แต่อึดใจเดียวก็เดินกะเผลกๆเพราะใส่รองเท้าส้นสูง พิทยาเอาหมวกนิรภัยให้ก็ไม่ยอมใส่กลัวผมเสียทรง แต่พอเดินไปถึงไซต์งานเจอก้อนอิฐหล่นลงมาเธอตกใจตาเหลือก พิทยาตกใจกว่า โผเข้ากอดเธอไว้อย่างปกป้อง พอรู้ตัวก็รีบปล่อย ถามดุๆว่า “คราวนี้จะใส่หมวกได้รึยัง!”

ระหว่างตรวจงานนั้น พิทยาลืมเอกสารไว้ในรถจึงวางมือถือไว้แล้วรีบไปเอา รวีพรรณโทร.เข้าพอดี สุอาภารับสายทำเสียงสดชื่นทักทายบอกว่า

ตอนนี้ตนกำลังฝึกงานอยู่กับพิทยา เดี๋ยวเขามาจะบอกว่าเธอโทร.มา

แต่ไม่เพียงไม่บอก เธอยังแอบลบบันทึกการโทร.เข้าของเบอร์นี้ทิ้งด้วย!

บ่ายแล้ว พิทยาพาแวะกินข้าวกลางวันที่ร้านข้าวแกงริมทาง เธอแสดงท่าทางรังเกียจบ่นว่าทั้งร้อนทั้งสกปรกจนแม่ค้าไม่พอใจ พิทยารีบขอโทษ

แม่ค้าแล้วสั่งอาหารกินคนเดียว เธอนั่งดูเขากินอย่าง

เอร็ดอร่อยก็กลืนน้ำลายเอื๊อก พิทยาจึงตักให้ชิม

ความหิวทำให้เธออร่อยขึ้นมาอย่างคิดไม่ถึง บอกพิทยาสั่งแบบนี้ให้บ้าง

“เห็นไหมว่าอย่าตัดสินอะไรจากภายนอก” พิทยาให้บทเรียนแต่ไม่ยอมสั่งให้ บอกว่ามีขาก็เดินไปสั่งเอง

“ในออฟฟิศนายเป็นเจ้านายฉัน แต่นอกออฟฟิศ ฉันเป็นลูกของคนจ่ายเงินเดือนนาย เร็วสิ!”

พิทยาส่ายหน้าเบาๆอย่างอ่อนใจ แต่ก็หยวนๆลุกไปสั่งอาหารให้ แค่นี้เธอก็ยิ้มพอใจแล้วที่ “สั่ง” เขาได้

ooooooo

ฝ่ายภูวดล แค้นใจที่ถูกพิทยาต่อยปากแตก บอกรมณีว่าไม่ต้องห่วงตนจะกระชากหน้ากากพิทยาออกมาให้รวีพรรณเห็นเอง จากนั้นก็เอาดอกไม้ไปให้เธอที่โต๊ะทำงาน แม้จะถูกมองอย่างเย็นชาเขาก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ บอกว่า ถึงตนจะเป็นคนประวัติไม่ค่อยดี แต่ถ้าเจอคนดีตนก็พร้อมจะหยุด ทั้งยังแสดงความเห็นใจที่เธอถูกกีดกันเรื่องความรัก วางช่อดอกไม้พูดทิ้งท้ายว่า

“ดอกไม้ช่อนี้เป็นดอกไม้แห่งมิตรภาพที่เพื่อนคนหนึ่งต้องการให้กำลังใจเพื่อนอีกคนหนึ่ง ผมกลับนะครับ”

รมณีหาทางให้ภูวดลได้ใกล้ชิดรวีพรรณทุกวิธี เมื่อเธอเอารถเข้าศูนย์ก็ให้ภูวดลมารับไปทำงาน ส่งแล้วยังบอกว่าเย็นนี้จะมารับกลับ เธอขอบคุณแต่ไม่ต้องเดี๋ยวตนให้เพื่อนไปส่งได้

สินีนาฏเห็นรวีพรรณไม่ติดต่อกับพิทยาเลย ถามว่าทำไมไม่โทร.ไปถามเรื่องสุอาภาไปฝึกงานกับเขาและปล่อยให้รับโทรศัพท์แทนด้วย ระหว่างนั้นพิทยาโทร.เข้ามาพอดี แต่ถูกรวีพรรณกดปิดเครื่อง พิทยาจึงไปดักพบที่หน้าออฟฟิศ พอรู้ว่ารถเธอเข้าศูนย์เขาถามว่าทำไมไม่โทร.บอกจะได้มารับมาส่ง

“เห็นพิทงานยุ่ง ขนาดรวีโทร.หาเมื่อวาน พิทยังไม่โทร.กลับเลย” เธอพูดนิ่งๆแต่ตัดพ้อในที พิทยาจึงรู้ว่าเธอโทร.หา แต่พอกดดูที่บันทึกไว้ปรากฏว่าไม่มี จึงรู้ว่าถูกสุอาภาลบทิ้งไปแล้ว เขายังยํ้ากับเธอว่า ไม่ว่าผู้หญิงคนนี้จะพูดอะไรก็อย่าไปฟัง ขอให้เชื่อใจตน พูดอย่าง ตัดสินใจว่า “บางทีผมอาจจะต้องกล้ามากกว่านี้” เขาจึงฝากเธอนัดรมณีและณรงค์ทานข้าวกัน

และเมื่อเจอสุอาภามาทำงานเช้าวันต่อมา เขาบอกเธอว่า “ต่อไปนี้ห้ามรับโทรศัพท์ผมอีก”

ooooooo

วันนี้ พิทยาพาสุอาภาไปดูงานที่มูลนิธิเด็กจันทร์จำนง เธอก็แสดงกิริยาไม่เหมาะสมกับจันทร์-จำนง รอเข้าห้องน้ำนานก็บ่น พอเข้าไปไม่มีกระดาษก็เปิดประตูมาสั่งจันทร์จำนงให้เอาให้ ซํ้าเวลาคุยงาน

ยังรับโทรศัพท์จนจันทร์จำนงบอกกับพิทยาว่า

“เธอควรสอนมารยาทในการทำงานให้กับผู้ช่วยบ้างนะ”

เมื่อจันทร์จำนงบอกพิทยาให้เข้าไปคุยกันในห้องทำงาน สุอาภาจะตามเข้าไป จันทร์จำนงบอกว่า “คุณไม่ต้องไป ฉันต้องการคนที่ทำงานจริงจัง ทำงานอย่างมืออาชีพ ไม่อยากเสียเวลาอธิบายกับพวกมือสมัครเล่น ทำงานเพื่อฆ่าเวลาอย่างคุณ!”

เมื่อเข้าไปในห้อง จันทร์จำนงพูดออกตัวกับพิทยาว่า “คุณคงไม่โกรธที่ฉันพูดตรงๆ กับลูกเจ้านายคุณ”

“ไม่เลยครับ ไม่ค่อยมีใครกล้าพูดแบบนั้นกับคุณแต เออ...หมายถึงคุณสุอาภาน่ะครับ”

จันทร์จำนงพูดอย่างผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ว่า แสดงว่าฤทธิ์เดชไม่เบา บอกว่าสงสารเขาที่แบกทั้งงานหนักแล้วยังต้องมาแบกคนแบบนี้เอาไว้อีก พิทยาพูดอย่างเกรงใจว่า “ถ้าคุณจันทร์ไม่สะดวกใจคราวหน้าผมจะไม่พาเธอมา”

“พามาเถอะ...ชีวิตฉันจะได้มีสีสันมากขึ้น ฉันจะสั่งสอนเด็กคนนี้ให้คุณเอง”

ระหว่างรอพิทยานั้น มีเด็กวิ่งมาหกล้มหัวเข่าแตก สุอาภารีบอุ้มพาไปทำแผล พิทยาออกมาเห็นเขามองทึ่งที่ เธอทำอะไรแบบนี้ได้ เมื่อทำแผลเสร็จเขาบอกเธอว่าคุณจันทร์จำนงชวนทานข้าว  เธอทำท่าจะพูดอะไรเขาตัดบท “ห้ามปฏิเสธ!’’

การสนทนาระหว่างทานขนมจีนซาวนํ้า จันทร์จำนงรู้สึกได้ถึงการเป็นคนพูดตรงของสุอาภา เห็นข้อดีของเธอ ดังนั้น เพื่อพิทยาบอกว่าสั่งอุปกรณ์ได้แล้วเขาจะเอามาให้ จันทร์จำนงจึงบอกว่า ให้สุอาภาเอามาก็ได้ เธอพูดเบาๆกับพิทยางงๆว่า

“ฉันนึกว่าเขาเกลียดฉันเสียอีก”

พิทยาได้แต่ยิ้มๆ เพราะรู้ว่าจันทร์จำนงคิดจะทำอะไรอยู่...

ooooooo

ระหว่างขับรถกลับ สุอาภาหงุดหงิดที่พิทยาขับใจเย็นอย่างสุภาพ พอถูกคันหลังบีบแตรไล่ แซงซ้ายแซงขวา เธอทนไม่ได้แย่งไปขับเอง แล้วเธอก็ขับอย่างไม่ยอมใคร จนกระทั่งไปชนท้ายรถคันหน้าเข้าอย่างจัง

คู่กรณีลงมาอย่างเอาเรื่อง พิทยารีบลงไปจนมือถือตกที่พื้นไม่รู้ตัว สองฝ่ายต่างโต้เถียงกันไม่มีใครยอมรับผิด คู่กรณีตัดบทว่าชนท้ายยังไงก็ผิด เธอถามว่าจะเอาเท่าไรว่ามา เลยถูกด่าว่าผิดแล้วจะเอาเงินฟาดหัวหรือ คงหาเงินได้ง่าย แค่ไปนอน...

สุอาภาปรี๊ดแตกแผดเสียงลั่น ทำให้คู่กรณีชะงัก เธอปราดเข้าตบหน้าเขา พิทยารีบเข้าห้าม แต่ฝ่ายนั้นไม่ยอมจะเอาคืน พิทยาเลยชกจนเลือดกบปาก เขาจ้องหน้าคู่กรณีอย่างโกรธจัด สุอาภาตกใจยืนอึ้งเพราะไม่เคยเห็นเขาโกรธขนาดนี้!

ooooooo

ตอนที่ 3

ทันทีที่รวีพรรณบอกแม่กับพ่อว่าพิทยาขอนัดทานข้าว รมณีโพล่งไปอย่างไม่พอใจว่าไม่มีวันที่ตนจะไปเด็ดขาด แต่ณรงค์ติงว่า

“ผมไม่ได้เข้าข้าง ถ้าเรายังขืนกีดกันลูกกับผู้ชายคนนั้น นับวันลูกก็จะยิ่งมองพวกเราเลวร้ายมากขึ้น แต่ถ้าเราทำเปิดโอกาสมันสักหน่อย แล้วค่อยบอกลูกว่ายังไงก็ไม่มีทาง มันก็ถือว่าเราได้เคยให้โอกาสนั้นแล้ว” ทำให้รมณีนิ่งไป

เย็นนี้ รมณี ณรงค์ และรวีพรรณ จึงไปรอที่ร้านอาหาร รอจนเลยเวลานัดไปมากแล้วพิทยาก็ยังไม่มา  ติดต่อไปก็ไม่รับสาย รวีพรรณใจคอไม่ดี บอกพ่อกับแม่ว่า“พิทคงกำลังมาน่ะค่ะ รถอาจจะติด” แล้วส่งเมสเสจให้พิทยาอีก

พิทยากับสุอาภาและคู่กรณีอยู่ที่โรงพัก คู่กรณีเรียกค่ารักษาพยาบาลห้าพันบาทและตำรวจปรับอีกสามร้อยบาท พิทยาจ่ายให้ แต่พอลงจากโรงพัก สุอาภาบอกว่าเงินที่เขาจ่ายไปตนจะคืนให้ พิทยาตอบห้วนๆว่า “ไม่ต้อง”

มาถึงรถ พิทยาจึงเห็นมือถือตกอยู่ในรถ รีบหยิบขึ้นมาดูมีข้อความฝากไว้ เป็นเสียงรวีพรรณ “พิทอยู่ไหนแล้วคะ” เขาจึงนึกได้ว่านัดพ่อแม่เธอไปทานข้าวด้วยกัน พิทยาเย็นวาบไปทั้งตัวรีบโทร.กลับไปหารวีพรรณแต่เธอไม่รับสาย...

“นายโกรธฉันมากเหรอ” สุอาภาใจคอไม่ดี

“ใช่...ผมโกรธคุณ  โกรธมาก วันนี้ผมมีนัดกับพ่อแม่ของรวี นี่เลทไปเกือบชั่วโมงแล้ว”

สุอาภาเร่งให้เขารีบขึ้นรถ บอกให้ส่งกุญแจมารับรอง จะไม่ขับรถเขาไปชนอีก แต่พอถึงที่นัดหมายปรากฎว่าไม่มีใครอยู่แล้ว สุอาภาบอกว่าตนขออธิบายให้ทุกคนเข้าใจเอง พิทยามองอย่างไม่ไว้ใจ

“ฉันบอกนายแล้วไงว่าฉันเลิกล้มความคิดที่จะทำให้นายกับคุณรวีเลิกกันแล้ว ให้ฉันได้ช่วยอะไรนายบ้างเถอะ”

แต่พอไปถึงกดกริ่งหน้าบ้าน รมณีมองไปเห็นพิทยายืนอยู่ เธอสั่งรวีพรรณ “ไม่ต้องไปเปิดประตูให้มัน!!” และไล่รวีพรรณให้ขึ้นห้องไปเลย

พิทยารออยู่จนหมดหวังจึงบอกสุอาภาว่าเดี๋ยวตนจะไปส่งเธอที่บ้าน เมื่อถึงบ้านสุอาภาพูดอย่างรู้สึกผิดว่า

“ฉันไม่สบายใจเลยที่ทำให้นายมีปัญหากับคุณรวี ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วย บอกนะ ฉันพร้อมช่วยนายทุกอย่าง” แต่พอขึ้นห้องนอน พิทยาขับรถกลับไป เธอก็ชักสีหน้าจิกตาร้าย “คิดว่าฉันจะหวังดีกับนายจริงๆเหรอ! นายก็ยังโง่เหมือนเดิม!”

ooooooo

รุ่งขึ้น สุอาภาไปหาพิทยาที่บ้านบอกว่าจะเอารถไปซ่อมให้แล้วสั่งช่างให้เอารถไปเลย บอกเขาว่าระหว่างเอารถไปซ่อมตนจะมารับส่งเขาเอง

พิทยาบอกว่าไม่ต้องตนนั่งแท็กซี่ได้ เธอบอกว่าสิ้นเปลือง มองหน้าเขาพูดแทงใจดำว่า

“ช่วงนี้นายต้องเก็บเงินไว้ เพราะท่าทางเงินจะเป็นปัจจัยเดียวเท่านั้นที่ทำให้แม่กับพ่อคุณรวียอมรับในตัวนาย” พูดแล้วเห็นพิทยาหน้าเสีย เธอเปลี่ยนเรื่องอ้อนว่า “ฉันยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย นายมีอะไรกินไหม”

พิทยาจึงทำข้าวต้มกับไข่ต้ม ผักกาดดองมาตั้งโต๊ะ โดยเขาควักไข่แดงเหลือแต่ไข่ขาวให้เธอ สุอาภาถามว่ายังจำได้หรือว่าตนกินแต่ไข่ขาว เขาย้อนถามว่า “ทำไมจะจำไม่ได้ เพราะทุกครั้งผมต้องเป็นคนกินไข่แดง อีกอย่างที่คุณขาดไม่ได้...” แล้วเขาก็เอาแม็กกี้มาเปิดฝาแต่ฝาแน่นเขาออกแรงดันเลยทำให้น้ำแม็กกี้กระฉอกใส่เสื้อเธอเต็มๆ

เขาเอาเสื้อเชิ้ตของตัวเองให้เธอเปลี่ยนเพื่อเอาเสื้อที่เปื้อนแม็กกี้ไปซัก สุอาภามองเขาด้วยความรู้สึกดี

ขณะนั้นเอง มีเสียงกดออดหน้าบ้านดังขึ้น สุอาภาชะเง้อมองเป็นรวีพรรณยืนอยู่หน้าบ้าน เธอยิ้มเจ้าเล่ห์เดินออกไปเปิดประตูให้ รวีพรรณแทบช็อกเมื่อเห็นสุอาภาอยู่ที่บ้านพิทยาแต่เช้า ซ้ำยังใส่เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของเขาด้วย!

พิทยาชะเง้อดูเห็นสุอาภายืนคุยอยู่กับรวีพรรณเขาแทบช็อก รีบออกไป สุอาภาเห็น เธอทำทีพูดว่า

“พิทมาพอดี...งั้นแตกลับเลยนะคะ...ไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอ เสื้อฉันไว้ที่นายก่อนก็แล้วกัน ฉันจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อที่บ้าน แล้วค่อยเข้าออฟฟิศ” แล้วหันมาฝากรวีพรรณ “ถ้าไงวันนี้ฝากคุณรวีไปส่งพิทด้วยนะคะ”

เมื่อสุอาภาไปแล้ว พิทยาถามรวีพรรณว่า สุอาภาเล่าให้เธอฟังหมดแล้วใช่ไหม

“ค่ะ...เขายังบอกอีกด้วยว่าเรื่องระหว่างเขากับคุณไม่มีทางเป็นไปได้ ถ้ามีอะไรอยากให้เขาช่วย เขาก็พร้อมที่จะช่วยเราทุกอย่าง”

เมื่อไปถึงออฟฟิศ สุอาภาซื้อกาแฟมาฝาก พิทยาพูดอย่างระแวงว่า ถ้าเธอทำดีกับตนเพื่อทำให้ตนกับรวีพรรณแตกกันละก็...อย่าหวังเลยและอย่าพยายามฝืนเป็นในสิ่งที่เธอไม่ได้เป็น

ฝ่ายรวีพรรณความเชื่อมั่นในพิทยาเริ่มหวั่นไหวเมื่อได้ยินเสียงคนซุบซิบกันว่าพิทยากับสุอาภาอาจเป็นกิ๊กกันจริงๆก็ได้เพราะฝ่ายนั้นทั้งสวย ร้อนแรงผิดกับตัวเธอที่สวยเย็นๆคงไม่ค่อยถึงใจ อีกทั้งสินีนาฏก็คอยกระแซะว่าสุอาภากำลังพยายามแย่งพิทยาจากเธอ เตือนว่า “ระวังเถอะ ความเชื่อใจคนของเธอ มันจะทำให้เธอเสียใจ”

อีกทั้งรมณีก็พยายามลุ้นให้ภูวดลทำคะแนน วันนี้ก็ให้ออกไปทานข้าวกับเขา ปรามว่าห้ามปฏิเสธ  เธอจึงจำต้องไปด้วย

เป็นวันที่พิทยาให้สุอาภาเอางานไปให้จันทร์จำนงที่มูลนิธิเด็ก และภูวดลก็พารวีพรรณไปทานข้าวบ้านสวนของคุณย่าพอดี รวีพรรณชอบบรรยากาศที่บ้านสวนมาก ภูวดลให้เธอรอข้างนอกก่อน ส่วนตัวเขาเข้าไปดูว่าคุณย่าอยู่หรือเปล่า

จันทร์จำนงรับงานจากสุอาภาแล้วสั่งให้รอ ระหว่างนั้นก็อบรมสั่งสอนกิริยามารยาท ทั้งเรื่องยืนค้ำหัวผู้ใหญ่ ให้คุกเข่ารองาน พอเธอลุกขึ้นเซก็ตำหนิว่าซุ่มซ่าม ครั้นเธอชี้แจงก็หาว่าเถียง สั่งให้อยู่เงียบๆสักสามนาทีดูซิว่าทำได้ไหม ระหว่างนั้นก็คุยและสั่งงาน เมื่อสุอาภาพยักหน้ารับทราบก็อบรมว่า ผู้ใหญ่ถามต้องตอบไม่ใช่พยักหน้า สุอาภาเขียนให้อ่านว่า

“ก็คุณนายสั่งให้ฉันเงียบสามนาที ลืมไปแล้วเหรอคะ”

จันทร์จำนงมองอย่างระอา สั่งให้คุกเข่ารอตรงนี้เดี๋ยวตนมา พอจันทร์จำนงออกไปเธอเมื่อยจะลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายแต่เซจะล้ม ภูวดลเข้ามาพอดีเขาประคองเธอไว้ มองอึ้งไม่ปล่อย จนเธอบอกให้ปล่อยได้แล้ว เขาจึงจำต้องปล่อย

สุอาภามองภูวดลอย่างระแวงแล้วรีบผละออกไปยืนห่างๆ

ooooooo

พิทยากังวลว่าสุอาภาจะไปก่อเรื่องให้จันทร์-จำนงไม่พอใจจึงตามมา เจอรวีพรรณกำลังยืนชมต้นไม้ใบหญ้าพอดีเลยกลายเป็นสองคู่สี่คนมาจ๊ะเอ๋กันที่บ้านจันทร์จำนง

จันทร์จำนงชวนหนุ่มสาวทั้งสี่ทานข้าวด้วยกัน ระหว่างนั้น สุอาภาก็วางแผนปั่นให้พิทยากับรวีพรรณเข้าใจผิดกันและภูวดลก็พยายามแทรกเข้าให้ทั้งสองผิดใจกัน เขาชวนรวีพรรณกลับ แต่เธอขอกลับกับพิทยา ภูวดลเลยโทร.เรียกบรรดาสาวๆคู่ขาไปพบกันที่ผับ

ระหว่างนั้น รมณีโทร.เช็ก พอรู้ว่ารวีพรรณกลับกับพิทยาก็โกรธมาก เมื่อพิทยาพารวีพรรณมาส่ง จึงถูก รมณีตำหนิอย่างรุนแรง หาว่าเธอหลงผู้ชายจนไม่ฟังแม่ ปรามว่า

“รู้ไหมว่ากำลังเลือกทางเดิน ไปนรกให้กับตัวเอง”

“จะไปนรกหรือสวรรค์ก็ช่างเถอะค่ะ รวีรู้แต่ว่ารวีเต็มใจเลือกเขาด้วยตัวเอง” รมณีเตือนสติว่าที่แม่พูดเพราะรักและเป็นห่วง “ถ้าแม่รักหนูอยากให้หนูมีความสุข แม่ก็ควรให้หนูได้เลือกคนที่หนูรักเอง หนูรักพิทค่ะแม่ได้ยินไหมคะ” พูดแล้ววิ่งร้องไห้ออกไปเลย รมณีช็อกกับท่าทีที่แข็งข้อของลูกสาว

ooooooo

ขณะที่รวีพรรณพยายามเรียกความเชื่อมั่นและมั่นใจกับพิทยากลับคืนมานั่นเอง ก็มีเหตุทำให้เธอต้องว้าวุ่นใจอีก...

นั่นคือ นพไม่พอใจกับงานของสถาปนิกที่เสนอแบบ “บ้านกันน้ำ” มาไม่ตรงกับความต้องการ เขาถอดสถาปนิกทั้งทีมออกแล้วมอบงานนี้ให้พิทยาทำแทน บอกว่า เหลือเวลาอีก 3 วันต้องทำให้เสร็จเพื่อส่งเข้าประกวดให้ทัน

แม้จะหนักใจกับงานใหญ่แต่เวลาน้อย แต่พิทยาก็รับทำด้วยเหตุผลว่า ต้องทำให้ได้เพราะมันเป็นหน้าตาของบริษัทเรา บวรเป็นห่วงแต่ก็เอาใจช่วย

สุอาภาทุ่มเทช่วยงานพิทยาเต็มที่ ก่อนอื่นเธอทำอาหารไปส่งเขาขณะทำงานกลางคืน จนป้านีกับบวรทึ่ง

ส่วนแป๋วที่แอบพอใจพิทยามานาน อาสามาช่วย พิทยาจึงให้รับงานที่เขาทำค้างอยู่ไปทำแทน แป๋วยังซื้ออาหารมาให้เขา แต่ถูกสุอาภากันท่าว่าตนทำมาให้แล้ว ที่ซื้อมาให้เอากลับไปกินเองเสีย ไล่แป๋วให้กลับบ้านได้แล้ว พิทยาบอกว่ากลับไปทั้งสองคนนั่นแหละ เพราะรู้ว่าถ้าสุอาภาอยู่ด้วยตนจะไม่มีสมาธิทำงาน

“ไม่กลับ อย่าลืมสิว่าฉันฝึกงานอยู่กับนาย นี่เป็นนาทีทองของนายเลยนะ อยากใช้ให้ทำอะไรใช้มาได้เลย แต่ขอทานข้าวก่อนเพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง” พิทยาได้แต่มองอย่างอ่อนใจ

ฝ่ายสินีนาฏก็ลุ้นให้รวีพรรณโทร.คุยกับพิทยา จนเธอถามว่าทำไมถึงอยากให้ตนโทร.นัก

“ฉันเป็นห่วงเธอ แล้วฉันก็หวั่นใจแทน คนทำงานด้วยกันเจอกันตลอดเวลา รักแท้แพ้ใกล้ชิด ไม่เคยได้ยินเหรอ” รวีพรรณยืนยันว่าตนกับพิทยาเข้าใจกันดี “งั้นก็ตามใจ ถ้าน้ำตาเช็ดหัวเข่าเมื่อไหร่อย่ามาฟูมฟายก็แล้วกัน”

นี่เองทำให้รวีพรรณตัดสินใจโทร.หาเขาที่ออฟฟิศนพ พิทยาก้มหน้าก้มตาทำงานแข่งกับเวลา สุอาภานั่งดูเขาอยู่ เห็นมือถือเขามีไฟกะพริบมีสายเข้าชะโงกดูเห็นชื่อ “รวี” เธอจิกตามองแล้วเอากระดาษมาปิดไว้ไม่ให้เห็นแสงกะพริบเรียก

สินีนาฏเอะใจว่าโทร.เข้ามือถือพิทยาก็ไม่รับสายโทร.ไปที่บ้านก็ไม่มีคนรับ แบบนี้ต้องอยู่กับสุอาภาแน่ๆ ท้าเพื่อนรักให้พิสูจน์กัน เจ้ากี้เจ้าการโทร.ไปที่บ้าน ป้านีบอกว่าสุอาภายังไม่กลับเพราะมีงานด่วน เลยยุรวีพรรณให้ไปหาพิทยาที่ออฟฟิศ

รวีพรรณไปที่ออฟฟิศมองเข้าไปข้างใน เห็นภาพบาดตาที่พิทยากำลังห่มผ้าและปัดปอยผมให้สุอาภาที่นอนหลับอยู่ที่โซฟา เธอถอยออกด้วยหัวใจที่สับสนเจ็บปวด

แต่พอถอยออกมาก็เจอภูวดลที่ตามมา เขาบอกว่าไปหาเธอที่ร้านรู้จากสินีนาฏเลยตามมาด้วยความเป็นห่วง ถามว่ามีอะไรเกิดขึ้นข้างในใช่ไหม รวีพรรณร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น ภูวดลจึงพาเธอไปนั่งให้ผ่อนคลายที่ริมน้ำบรรยากาศดี แล้วแกล้งทำเป็นโมโหพิทยาแทน ตำหนิอย่างรุนแรงว่า ทำแบบนี้ไม่ให้เกียรติเธอ โกหกเธอมาตลอด

จนรวีพรรณขอร้องว่าตนอยากอยู่คนเดียวแล้วเดินเลี่ยงไป ภูวดลมองตามอย่างไม่พอใจที่ยุไม่ขึ้น

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อพิทยาโทร.เข้ามือถือรวีพรรณ สินีนาฏบอกเพื่อนอย่างเจ็บใจว่าอย่ารับ เพราะครั้งนี้เขาทำเกินไปแล้ว รวีพรรณที่ยังเจ็บปวดเสียใจอยู่ ตัดสินใจกดปิดเครื่องไปเลย

ฝ่ายสุอาภา ยังคงทำในสิ่งที่ไม่ตรงกับใจ เธอเอาอกเอาใจดูแลพิทยาอย่างใกล้ชิด เมื่อเห็นเขาคร่ำเคร่งอยู่แต่กับกระดาษบนโต๊ะ จึงชวนไปดูของจริงจากชีวิตชาวบ้านที่เพิ่งประสบภัยน้ำท่วม ทำให้พิทยาได้ข้อมูลและแง่คิดในการแก้ปัญหาจากภูมิปัญญาชาวบ้านนำมาประสานกับภาคทฤษฎีได้อย่างลงตัว

สุอาภาเล่าแผนการของตนที่แกล้งทำดีกับพิทยาเพื่อยั่วให้รวีพรรณหึงและเลิกกับเขาให้พราวพิไลฟัง เพื่อนเตือนว่า

“แกนี่มันโรคจิต มีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น... แต ฉันไม่เคยห้ามเวลาแกจะทำอะไร แต่ฉันอยากเตือนอย่ารุนแรงกับเขาให้มากนัก ถ้ามันสะท้อนกลับมาหา ตัวแกเอง แกจะเจ็บ”

“คนอย่างฉันเจ็บจนชาชินแล้ว” สุอาภาลอยหน้าอย่างอวดดี

เมื่อถึงกำหนดส่งงาน นพเห็นงานแล้วชมว่า “ฉันคิดไม่ผิดจริงๆที่เลือกเธอให้มาทำงานนี้” แต่คนที่ดีใจจนออกนอกหน้าคือสุอาภาเมื่อพิทยารับเธอเข้าร่วมทีมทำงานใหญ่ที่เหลืออีกชิ้นหนึ่ง เธอถามอย่างกระตือรือร้นว่างานที่ว่าคืออะไร?

มันคือโมเดลบ้านกันน้ำ ที่สุอาภารับหน้าที่ทำต้นไม้โมเดล เธอทำอย่างเอาการเอางานและมีความสุขจนพิทยาเห็นแล้วอมยิ้ม เมื่อโมเดลบ้านทำเสร็จ ทั้งสองเอามือตีกันหัวเราะอย่างมีความสุข

หายเครียดจากงาน พิทยาโทร.เข้ามือถือรวีพรรณ แต่ไม่มีคนรับสายจึงฝากข้อความ ชวนเธอไปงานประกวดแบบบ้านกันน้ำ พรุ่งนี้จะเป็นวันตัดสิน หวังว่าเธอจะไปให้กำลังใจ รวีพรรณมาอ่านข้อความเอาเช้าวันรุ่งขึ้น เธอรีบออกจากร้านอาหารเพื่อไปงาน ภูวดลที่รมณีฝากให้ช่วยดูแลรวีพรรณ จึงขับรถตามไปด้วยความสงสัยว่าเธอรีบร้อนไปไหน

ooooooo

รวีพรรณไปถึงที่จัดงานด้วยความตื่นเต้นที่จะให้กำลังใจพิทยา ปรากฏว่าแบบโมเดลบ้านของพิทยาชนะการประกวด ทุกคนปรบมือดีใจมาก รวีพรรณ

ปรบมือตามไปด้วย พลางจะเดินไปหาเขา

สุอาภาเหลือบเห็นรวีพรรณ ความคิดร้ายกาจผุดขึ้นทันที เธอโผเข้ากอดพิทยาทำให้เขากอดตอบด้วยความดีใจ รวีพรรณชะงักกึกกับภาพนั้น สุดท้ายเธอถอยออกไปด้วยความเจ็บช้ำ พิทยาเหลือบเห็นหลังเธอไวๆ เขาจะตามไปแต่ถูกผู้คนกีดขวางและมีคนดึงไปถ่ายรูป พอเขามองไปอีกที รวีพรรณก็หายไปแล้ว...

ภูวดลที่สะกดรอยตามมายิ้มอย่างพอใจกับสิ่งที่เห็น กลับไปเล่าให้รมณีฟัง รมณีพอใจเพราะรวีพรรณจะได้ตัดใจจากพิทยาได้เสียทีแต่ถ้ายังดื้อรั้นก็จะใช้ไม้แข็งให้เลือกเอาระหว่างผู้ชายคนเดียวกับพ่อแม่บังเกิดเกล้า

ที่จัดงาน นพในฐานะเจ้าของบริษัท เขาถือถ้วย รางวัลแล้วส่งต่อให้พิทยาที่เป็นเจ้าของผลงาน พิทยาบอกว่าไม่ใช่ของตนคนเดียวแต่เป็นของสุอาภาด้วย ถ้าเธอไม่พาตนไปดูการแก้ปัญหาของชุมชนที่ถูกน้ำท่วมตนก็คงคิดงานชิ้นนี้ไม่ออก ทำเอาสุอาภายิ้มแก้มแทบปริ

รมณีและณรงค์พารวีพรรณไปทานอาหารเพื่อให้บรรยากาศในครอบครัวกลับมาเหมือนเดิม รวีพรรณที่เจ็บปวดเสียใจจากพิทยา เมื่อได้รับการดูแลจากพ่อและแม่อย่างอบอุ่นก็รู้สึกผิด กราบขอโทษแม่

“แม่ไม่โกรธลูกเลย เราเป็นครอบครัวเดียวกัน อย่าให้คนนอกมาทำให้เราต้องมาแตกคอกันเลยนะลูกนะ”

เพราะถูกคนรอบข้างคอยปั่นหัวยุยงและตัวเองได้รู้เห็นภาพบาดตาจากแผนแกล้งของสุอาภา ทำให้รวีพรรณ หวั่นไหว ดังนั้นเมื่อพิทยามาหาเธอที่ร้านอาหารและชวนไปคุยชี้แจงเรื่องเมื่อวานนี้ที่ตนกอดกับสุอาภา รวีพรรณ ไม่เชื่ออีกแล้วเสนอเขาว่า เราอาจจะต้องอยู่กับตัวเองกันสักพัก

พิทยาตกใจ ดึงเธอเข้าไปกอด ภูวดลตามมาเห็นสั่งให้เขาปล่อยรวีพรรณ พิทยาตวาดว่าเรื่องของตนกับแฟนคนอื่นไม่เกี่ยว เกิดโต้เถียงกันจนพิทยาชกภูวดลเลือดกบปาก รวีพรรณโกรธมากไล่เขาออกจากร้าน พิทยาจึงเดินคอตกกลับไป

พอพิทยาไปแล้ว รวีพรรณรีบเข้าไปดูภูวดล ถามด้วยความเป็นห่วงว่าเจ็บมากไหม...

เหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้ทั้งนพ บวร และต่ายลงความเห็นว่า เป็นเพราะสุอาภาทำให้ทั้งสองเข้าใจผิดกัน นพจึงจะไปสู่ขอรวีพรรณให้ ยอมรับที่ตนคิดผิดเรื่องที่จะยก สุอาภาให้เขา เพราะการแต่งงานต้องเริ่มจากคนสองคนที่รักกันไม่ใช่ถูกบังคับให้รักกัน พิทยาฟังแล้วโล่งอก กราบขอบคุณนพที่เมตตาตน

แต่พอสุอาภารู้ถึงกับหน้าถอดสี ทำทีเตือนป๋าตัวเองว่า พ่อแม่ผู้หญิงไม่พิศวาสพิทยาเพราะเป็นโรครังเกียจคนจน หมายจะให้นพเปลี่ยนใจ แต่นพกลับพูดอย่างมั่นใจว่า “ป๋าซะอย่าง ฝ่ายโน้นเรียกมาแพงแค่ไหน ก็สู้ขาดใจ”

ooooooo

สุอาภากระวนกระวายใจจนอยู่ไม่ติด ไปที่ร้านเสื้อเจ้าประจำก็อารมณ์เสียบ่นว่ามีแต่ของเดิมๆ ขณะเธอยืนอยู่หลังราวเสื้อได้ยินเสียงรมณีกับเพื่อนที่มารับเสื้อเห็นเธอแว้บๆเลยเม้าท์กัน

ทั้งสองนินทาเธอเรื่องถูกพ่อตามใจจนเสียคนกระทั่งอาจจะเสียตัวด้วย สุอาภาโกรธจี๊ดวางแผนป่วนทันที ทำเป็นสั่งเจ้าของร้านว่าต้องการชุดไปงานแต่งงานของพิทยากับรวีพรรณ ทำเอารมณีกับเพื่อนตกใจ แล้วเธอก็ทำเป็นเพิ่งเห็นทั้งสอง

รมณีชักสีหน้าหาว่าเธอพูดมั่วๆ สุอาภารีบขอโทษที่พูดไม่ทันระวังเพราะพ่อกำลังหาฤกษ์ไปสู่ขอรวีพรรณให้พิทยาจริงๆ

กลับถึงบ้าน รมณีพูดกับณรงค์อย่างโกรธสุดขีดว่ายังไงตนก็ไม่ยอมยกลูกสาวให้ ณรงค์เสนอว่าเราคงต้องให้รวีพรรณไปที่ไหนไกลๆสักพัก นึกได้ว่าเจ้านายรวีพรรณบอกว่าจะไปต่างประเทศแต่เลขาเกิดป่วยยังหาคนไปแทนไม่ได้ เขาจึงโทรศัพท์ไปเสนอให้รวีพรรณไปแทน ซึ่งเจ้านายรวีพรรณที่เป็นเพื่อนกันก็ยินดี

แผนการถูกวางเป็นขั้นตอน รมณีบอกภูวดลเพื่อให้พาเธอไปซื้อเครื่องกันหนาว ต่อมาเมื่อพิทยารู้จากบวรว่ารวีพรรณจะเดินทางไปต่างประเทศกับเจ้านาย เขารีบไปหาเธอที่ออฟฟิศ เจอสินีนาฏจึงถามว่ารวีพรรณไปไหน ตนอยากคุยปรับความเข้าใจกันขอให้ช่วยด้วย สินีนาฏจึงบอกเขาว่ารวีพรรณไปซื้อของกับภูวดล

สุอาภากลับมาที่ออฟฟิศรู้จากบวรว่าพิทยาไปหารวีพรรณเพื่อปรับความเข้าใจกัน เธอวางแผนทันที  โทร.ไปบอกพิทยาที่กำลังจะปรับความเข้าใจกับรวีพรรณว่า ตนปวดท้องกะทันหันอยู่โรงพยาบาลให้ช่วยรับกลับที พิทยาจึงต้องรีบไป

ในที่สุด พิทยาก็ไม่ได้ปรับความเข้าใจกับรวีพรรณ เขาพาสุอาภากลับถึงบ้านไม่มีใครอยู่ จึงอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าจะมีใครกลับ ระหว่างนั้นเธอหลอกถามว่าเขาคืนดีกับ รวีพรรณหรือยัง

“ยัง...รวีกำลังจะหนีผมไปเมืองนอก” พิทยาเสียใจจนเก็บไม่อยู่ สุอาภาตกใจถามว่าเสียใจมากใช่ไหม ทำเอาน้ำตาลูกผู้ชายรื้น เขาพยายามกลั้นน้ำตาไว้บอกให้เธอพักผ่อนเสีย แล้วเดินออกไปน้ำตาหยดแหมะ สุอาภาเห็นเธอรู้สึกผิดมาก

เมื่อนพกลับมาตอนบ่าย พิทยาบอกว่าเรื่องที่จะไปสู่ขอรวีพรรณนั้นไม่ต้องแล้วเพราะเธอกำลังจะไปดูงานต่างประเทศ และที่สำคัญตนยังไม่ได้บอกเธอเพราะเธอไม่ยอมคุยด้วย

นพขึ้นไปดูสุอาภา ดูออกว่าลูกสาวคิดอะไรอยู่ เธอยอมรับว่าเมื่อก่อนสนิทกับพิทยาแต่พอเขาย้ายออกไปอยู่ข้างนอกได้รวีพรรณเป็นแฟนก็เปลี่ยนไป ชอบเก๊กใส่ตน นพติงว่าไม่อยากให้มองพิทยาแบบนั้น ชมว่าพิทยาเป็นคนดีและดีด้วยตัวเอง ไม่อยากให้เธอทำร้ายเขาเพราะชีวิตเขาถูกทำร้ายมามากพอแล้ว โดยเฉพาะคือจากพ่อบังเกิดเกล้าที่ไม่เคยยอมรับเขา

“ป๋าอยากให้แตไปขอโทษพิท ก่อนที่เรื่องมันจะแย่ลงไปมากกว่านี้ แล้วก็อย่าไปยุ่งกับเขาอีก แตทำเพื่อพ่อได้ไหม”

สุอาภานิ่งไปด้วยความสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง...

ooooooo

พิทยากลับถึงบ้านก็คิดหนักเรื่องรวีพรรณ เช้าวันรุ่งขึ้นเขาไปหาเธอที่บ้าน คนใช้บอกว่าเธอไปสนามบินแล้ว เขาใจหายวาบ ถามคนใช้ว่าเธอไปสายการบินอะไร เครื่องออกกี่โมง แล้วหาทางไปสนามบินให้เร็วที่สุด...

ที่สนามบิน ภูวดลมาส่งและช่วยเช็กอินให้รวีพรรณ เช็กอินเรียบร้อยแล้วจึงลารมณีพาเธอเดินเข้าข้างใน

พิทยามาสนามบินโดยแอร์พอร์ตลิ้งก์ นั่งภาวนามาตลอดทางว่าขอรวีพรรณอย่าเพิ่งไปเลย...จนเมื่อมาถึงสนามบิน เขารีบวิ่งไปที่ Departures Boards เห็นเที่ยวบินที่รวีพรรณเดินทางนั้นแจ้งว่า “Gate Closed”

วินาทีนั้น...ชายหนุ่มแทบจะทรุดลงไปกองอย่างหมดอาลัยตายอยากในชีวิต...

ooooooo

ตอนที่ 4

ส่งรวีพรรณเดินทางแล้ว ภูวดลไปเยี่ยมจันทร์-จำนงผู้เป็นย่า ได้มะม่วงอร่อยจากสวนคุณย่ามาตะกร้าหนึ่ง จันทร์จำนงยังเตรียมอีกตะกร้าจะเอาไว้ให้พิทยา ภูวดลอาสาเอาไปให้เอง วางแผนจะไปปั่นหัวเขาอีก

วันเดียวกัน นพได้ฤกษ์หมั้นมาแล้วยื่นกระดาษให้พิทยาดู บอกว่าฤกษ์ดีที่เหมาะกับการสู่ขอคือวันพฤหัสฯหน้า ยังไม่ทันคุยอะไรกัน แป๋วก็มาบอกว่ามี

คนมาขอพบพิทยา

ภูวดลนั่นเอง เขาเอาตะกร้ามะม่วงให้ บอกว่าคุณย่าฝากมาให้ พิทยาฝากขอบคุณท่านด้วย ภูวดลทำท่าจะไปแล้วทำเป็นนึกได้เล่าว่า เมื่อเช้าตนไปส่ง

รวีพรรณไปต่างประเทศ พูดให้บาดใจว่า

“บอกไว้เผื่อคุณไม่รู้ ถ้าคุณรวีถึงที่นั่นเมื่อไหร่เธอจะโทร.มาบอกผม คุณไม่ต้องห่วง”

นพโกรธแทนพิทยา มองตามภูวดลไปอย่างไม่พอใจ บอกพิทยาว่า “อาว่าไม่ต้องดูฤกษ์หมั้นแล้ว” เขาฉีกกระดาษจดฤกษ์หมั้นทิ้งทันที

บ่ายๆ นพพาพิทยาไปที่บ้านรมณี ถูกถามดักคอทันทีว่าจะมาสู่ขอรวีพรรณหรือ แล้วตั้งป้อมประกาศไม่ยกลูกสาวให้เด็ดขาด ไม่เพียงเท่านั้น ยังพูดดูถูกนพและพิทยา ตราหน้าว่าสุอาภาลูกสาวนพเป็นตัวการที่ทำให้รวีพรรณต้องไปต่างประเทศ เพราะลูกสาวตนอ่อนต่อโลก คงเล่นบทเราสามคนผัวเมียไม่ไหว

ไม่เพียงเท่านั้นยังทำเป็นเตือนนพว่าเลี้ยงพิทยาไว้ระวังจะเข้าตำราชาวนากับงูเห่า!

พิทยาโกรธมาก ชวนนพกลับกันดีกว่า นพมอง

รมณีกับณรงค์อย่างตำหนิติเตียน เอ่ยก่อนกลับไปว่า

“บางที การเหยียบคนอื่นให้ตํ่าลงก็ไม่ได้ทำให้คนเหยียบสูงขึ้นเท่าไหร่จริงไหมครับ”

เมื่อกลับมาถึงบ้านพิทยา นพปลอบใจเขาว่าอย่าเพิ่งท้อ ตนจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง

“ไม่ครับคุณอา ผมจะไม่นำความเสื่อมเสียมาให้คุณอาอีก ลำพังเขายํ่ายีผม ผมทนได้ แต่ผมไม่สามารถทนเห็นพวกเขายํ่ายีคุณอาได้ ผมขอบพระคุณคุณอามากนะครับที่กรุณาทำเพื่อผมมากขนาดนี้”

เมื่อนพกลับถึงบ้านเล่าเรื่องนี้ให้บวรกับต่ายฟังว่า รมณีไม่ยอมยกลูกสาวให้พิทยา โดยเอาสุอาภามาเป็นข้ออ้าง ทั้งสองโมโหมากแต่ก็เป็นห่วงพิทยาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“ตั้งแต่ป๋าเลี้ยงพิทมา มีวันนี้แหละที่พิทดูแย่มากที่สุด ป๋าเห็นสภาพพิทแล้วใจมันจะขาด สงสารมันจริงๆ”

สุอาภามาได้ยิน เธอเป็นห่วงพิทยาขึ้นจับใจ...รีบไปหาเขาที่บ้าน จับมือเขาขอโทษที่เป็นต้นเหตุให้เขาถูกรมณีปฏิเสธ ขอแก้ตัวด้วยการชี้แจงเรื่องทั้งหมดให้รวีพรรณฟังเมื่อเธอกลับมา พิทยาไม่ตอบ บีบมือเธอแทนคำขอบใจ

ooooooo

สุอาภาชวนพราวพิไลไปเที่ยวผับดับกลุ้ม เจอภูวดลเข้ามาวอแว เธอสะบัดไปพูดอย่างรังเกียจว่าตนรู้ดีว่าเขาเป็นคนอย่างไร ถูกภูวดลสวนมาทันควันว่าเธอก็ไม่ดีกว่าตนนักหรอก ถ้าตนเป็นชายชั่วเธอก็เป็นหญิงเลว เราเหมาะสมกันไม่ใช่หรือ

“ฉันยอมรับว่าฉันไม่ใช่คนดี 100% แต่ฉันก็ยังมีสำนึก ไม่เหมือนคนบางคนที่หน้าด้านหน้าทน ทำไม่รู้ไม่ชี้ แย่งของของคนอื่นให้มาเป็นของของตัวเอง”
“คุณเองก็ไม่ต่างจากผมหรอก แต่เผอิญผมเป็น

คนมีรสนิยมก็เลยได้เพชร ส่วนคุณตาตํ่าไปหน่อยก็เลยได้ก้อนดินอย่างไอ้พิทยามา!”

สุอาภาโกรธจัดคว้าแก้วนํ้าบนโต๊ะสาดหน้าเขา แล้วเดินอ้าวออกไป ภูวดลแค้นและอายนักเที่ยวมาก

พราวพิไลรีบขอโทษแทนเพื่อนแล้วรีบตามสุอาภาไป

พราวพิไลถามสุอาภาว่าทำไมต้องรุนแรงขนาดนั้น เป็นอะไรดูอารมณ์เสียมาก ขอว่าถ้ายังถือว่าตนเป็นเพื่อนก็ให้เล่าทุกอย่างให้ฟังเดี๋ยวนี้ ดักคอว่าเธอน่าจะดีใจ เพราะแผนที่ต้องการให้พิทยากับรวีพรรณแตกกันก็ทำสำเร็จแล้วไม่ใช่หรือ

ในที่สุดสุอาภาก็ยอมรับว่าตนทำแล้วเห็นพิทยาเสียใจ ตัวเองกลับเสียใจยิ่งกว่า ยอมรับอีกว่าตนอยากให้เขามาเป็นของตัวเอง อยากให้เขาอยู่ใกล้ๆ อยากสัมผัสจับต้องตัวเขา อยากเห็นเขาตลอดเวลา ถามว่า “นี่เรียกว่าความรักรึเปล่า?”

พราวพิไลกอดเพื่อนไว้ด้วยความสงสารจับใจ เมื่อรู้ว่าเพื่อนรักพิทยาจนหมดหัวใจไปแล้ว...

ooooooo

ภูวดลแค้นใจที่ถูกสุอาภาเอาน้ำสาดหน้า กินเหล้าเมากลับไป ก็ได้ข่าวดีจากศรีพิไลผู้เป็นแม่ว่า วันนี้นพพาพิทยาไปทาบทามสู่ขอรวีพรรณกับรมณี แต่ถูกตอกหน้าหงายเรื่องที่พิทยาแอบมีกิ๊กกับสุอาภา ต่อไปก็คงไม่กล้ามายุ่งกับรวีพรรณอีก

ภูวดลวางแผนเอาคืนสุอาภาทันที โทร.ไปหาเธอในวันรุ่งขึ้น ขอโทษเรื่องเมื่อคืนที่ตนเมาพูดอะไรไปไม่ได้คิด แล้วแสดงความยินดีกับเธอที่แผนทำให้พิทยากับรวีพรรณแตกกันในที่สุดเธอก็ทำได้สำเร็จ พูดแล้วเห็นเธอนิ่งเงียบ เขาดักคออย่างเจ้าเล่ห์ว่า

“แสดงว่าผมพูดถูก...ถึงทำให้คุณพูดไม่ออก” ขู่ว่า “นี่ถ้าคุณพิทยารู้ เขาจะโกรธคุณมากขนาดไหนนะ อาจจะถึงขั้นไม่มองหน้าคุณอีกเลยตลอดชีวิต”

สุอาภาตกใจขอร้องเขาอย่าทำ เมื่อภูวดลทำเป็นไม่ยอม เธอต่อรองว่าจะให้ตนทำอย่างไรเขาถึงจะไม่บอกพิทยา

ภูวดลนัดเธอไปที่ร้านอาหารกึ่งผับ บรรยากาศเป็นปาร์ตี้ซัมเมอร์ริมสระว่ายน้ำ แล้วหว่านล้อมให้เธอเปลี่ยนชุดให้เซ็กซี่สมกับงานซัมเมอร์ สุอาภาจำต้องยอมทุกอย่างเพราะกลัวภูวดลจะแฉแผนของตนให้พิทยารู้

ที่แท้ภูวดลวางแผนให้ชายคนหนึ่งคอยถ่ายรูปไว้ เขาแกล้งผลักเธอลงไปในสระว่ายน้ำแล้วว่ายเข้าหานัวเนียให้ชายคนนั้นถ่ายรูปโดยสุอาภาไม่รู้ตัว เธอย้ำกับเขาก่อนกลับว่า “หวังว่าคงจะทำตามที่ตกลงกันเอาไว้”

เพียงวันต่อมา สุอาภาก็ถูกภูวดลแบล็กเมล์ ส่งแมสเซส เป็นคลิปเสียงไปที่มือถือของพิทยา เปิดคลิปที่เจรจากับสุอาภาเมื่อคืน พร้อมทั้งรูปในสระว่ายน้ำมาให้พิทยา

ขณะพิทยากำลังอึ้งกับภาพและเสียงในมือถือนั้น ภูวดลก็โทร.มาถามเยาะเย้ยว่า

“เสียงและภาพชัดเจนดีไหม...นี่แกมันน่าสงสาร สูญเสียคนรัก แถมยังถูกคนที่ไว้ใจหลอกเสียจนเชื่อสนิท แบบนี้เขาเรียกว่าโง่รึเปล่านะ...ฮ่าๆๆๆ” ภูวดลหัวเราะสะใจที่งานนี้ทำลายทั้งสุอาภาและพิทยาไปในคราวเดียวกัน!

วันนี้สุอาภามาทำงานสาย เธออ้างว่าพราวพิไลชวนไปเที่ยวกลับดึกเลยตื่นสาย พิทยาจ้องหน้าเธอพูดอย่างโกรธจัด

“เลิกโกหกเสียที ผมรู้ความจริงหมดแล้ว!!” เขากดคลิปเสียงให้เธอฟัง สุอาภาหน้าถอดสีรีบกดปิดบอกเขาอย่าไปเชื่อผู้ชายคนนั้น ตนไม่ได้ทำ “ถ้าคุณไม่ได้ทำ แล้วคุณออกไปกับเขาทำไม แสดงว่ามันเป็นความจริง คุณไม่เคยหยุดคิดที่จะทำให้ผมกับรวีเลิกกัน คุณเจตนาทำลายเราสองคนมาตลอด คุณหลอกลวงผมด้วยคำพูด คุณทำดีกับผมเพราะคุณเสแสร้ง!”

แป๋วได้ยินเสียงดังออกมา บอกกรองทิพย์ว่านั่นเสียงพิทยากับสุอาภา

“ท่าทางไม่ค่อยดีแล้ว แป๋วรีบไปตามคุณนพกับคุณใหญ่มาเถอะ” กรองทิพย์บอก แป๋วรีบไปทันที

สุอาภาจำนนด้วยหลักฐานยอมรับว่าตนพูดจริง แต่ตนทำไปแล้วและรู้สึกผิด ขอโทษด้วย

“คำขอโทษของคุณไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น พอกันที ผมจะไม่ขอพบเจอหน้าคุณอีก!!” พูดแล้วผลักประตูออกไปเลย

“พิท...เดี๋ยวก่อนพิท...” สุอาภารีบตามไป วิ่งผ่านกรองทิพย์ที่ยังยืนงงอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น...

ooooooo

สุอาภาวิ่งตามพิทยาเข้าไปในลิฟต์แล้วกดค้างไว้อย่างนั้น เขาไล่เธอก็ไม่ยอมออก บอกว่าจะตบตีหรือกระทั่งฆ่าตนก็ยอม แต่อย่าพูดว่าเขาไม่ขอเจอหน้าตนอีก แล้วสารภาพผิดขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนทำลงไป

เมื่อไล่อย่างไรเธอก็ไม่ยอมออกไป จนกว่าเขาจะยกโทษให้ พิทยาระบายออกมาอย่างคับแค้นใจว่า

“ชีวิตผมต้องมาวอดวายเพราะคุณ! แล้วคิดว่าคำพูดแค่ไม่กี่คำจะทำให้ผมอภัยให้คุณได้งั้นเหรอ...คุณสร้างรอยแผลลึกให้กับผมแล้ว ต่อให้มันหายเจ็บก็ยังมีแผลเป็นไว้เตือนผมให้รู้ว่ารอยแผลเป็นนี้มันมาได้ยังไง!!”

สุอาภาน้ำตารื้น พิทยาตอกย้ำว่า “จำไว้นะสุอาภา... คุณเป็นมารชีวิตผม ผมเกลียดคุณ เกลียดยิ่งกว่าคนทุกคนที่ผมเคยเกลียด! คุณทำให้ผมสูญเสียคนที่ผมรัก แล้วคุณยังทำให้ผมกลายเป็นคนอกตัญญูที่ไม่สามารถทดแทนบุญคุณของคนที่เลี้ยงผมมาได้อีก”

“นายหมายความว่ายังไง? นายคิดจะทำอะไร” สุอาภา ตกใจมากกลัวจะเสียเขาไป พิทยาไม่ตอบแต่ขอเธออย่ามายุ่งเกี่ยวกับตนอีก ไม่รู้ตนจะระงับโทสะได้แค่ไหน

เพราะลิฟต์ถูกกดค้างไว้นาน แป๋วกับกรองทิพย์ใจ ไม่ดีเรียก รปภ.มาเปิด พอทุกคนเห็นทั้งสองกำลังหน้าสิ่วหน้าขวานใส่กันก็ตกใจ นพที่มาดูด้วยถามว่า “มันเกิดอะไรขึ้น” ทั้งสองนิ่งเงียบไม่มีใครกล้าบอก

นพเรียกพิทยาไปคุยกันในห้อง พิทยาเปิดคลิปและภาพในมือถือให้ดูให้ฟัง นพรู้ว่าสุอาภาผิดเธอเจตนาทำให้พิทยากับรวีพรรณมีปัญหากัน พิทยาบอกว่าตนก็รู้และไม่ได้หลงกลเธอ แต่สุอาภาก็ไม่ยอมเลิก จนตนกับรวีพรรณมีปัญหากันจริงๆ นี่แหละที่ตนไม่สามารถอภัยให้เธอได้

นพขอโทษแทนสุอาภา บอกพิทยาว่าน้องสำนึกผิดแล้ว และถ้ารวีพรรณกลับมาตนจะพาลูกไปขอโทษเธอ จะชี้แจงทุกอย่างให้ฟัง เชื่อว่ารวีพรรณต้องเชื่อคำพูดของตน

“ทุกอย่างมันสายไปแล้วครับ ต่อให้รวีเชื่อ แต่คุณรมณีกับคุณณรงค์หมดความเชื่อถือในตัวผมไปแล้ว”

พิทยาพูดอย่างสิ้นหวัง นพตีความว่าเขาไม่ยอมให้อภัยสุอาภาด้วย

ooooooo

พิทยาตัดสินใจลาออกจากบริษัท เขาเก็บข้าว ของส่วนตัวด้วยหัวใจที่เจ็บปวดร้าวรานที่ต้องจากที่นี่ไป บวรพยายามมาหว่านล้อมว่า น้องสำนึกผิดแล้วจะไม่ให้อภัยหรือ เมื่อพิทยายืนกรานว่าทำใจไม่ได้ บวรจึงขอให้โชคดีและถ้ามีอะไรก็บอก ตนพร้อมช่วยเสมอ เพราะรักเขาเหมือนน้องชายคนนึ่ง

หลังจากนั้น พิทยาไปขอโทษจันทร์จำนงที่ไม่สามารถทำงานต่อให้สำเร็จเสร็จสิ้น จันทร์จำนงเอ็นดูเขาเหมือนลูกหลาน จึงขอจ้างเป็นส่วนตัวให้ทำงานต่อให้เสร็จ ส่วนกับทางบริษัทตนจะคุยเอง

สุอาภาเสียใจเก็บตัวอยู่แต่ในห้องจนไม่มีใครเข้าหน้าติด พราวพิไลจึงมาชวนไปช็อปปิ้งให้หายเครียดกัน แต่พอออกจากบ้าน เธอให้พราวพิไลขับรถไปที่มูลนิธิจันทร์จำนง เจอพิทยากำลังจะกลับพอดี ต่างมองหน้ากันอย่างหมางเมินจนจันทร์จำนงผิดสังเกต ถามหยอกสุอาภาว่า “อย่าบอกนะว่าจะมาลาฉันอีกคน”

“พิทเขามาลาคุณนายเหรอคะ” สุอาภาตกใจ จันทร์จำนงบอกว่าใช่ แต่ตนรั้งเขาไว้ได้สำเร็จ เธอใจชื้นฝากให้ช่วยดูแลเขาด้วย จันทร์จำนงบอกให้เธอมาดูแลเองดีกว่า สุอาภาเสียงอ่อยว่า “แม้แต่หน้าฉันยังไม่มอง เขาคงยอมหรอกค่ะ”

จันทร์จำนงถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรือ สุอาภายอมรับว่าตนทำผิดกับเขา ถ้าเขาให้โอกาสตนก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อแก้ตัว จันทร์จำนงถามว่าแล้วทำไมต้องรอโอกาส พอสุอาภาชะงักมองหน้า จันทร์จำนงจึงชี้ให้เห็นว่า

“เธอมีโอกาสอยู่ตลอดเวลานะคุณสุอาภา มันอยู่ที่ว่าเธอจะใช้โอกาสอย่างไร ทำให้คุณพิทยาอภัยให้เธอ ถ้าเธออดทนได้ต่อให้ต้องใช้เวลานานเป็นเดือนเป็นปีมันก็คุ้ม ดีกว่าต้องมานั่งเสียใจและโทษตัวเองไปตลอดชีวิต”

ฟังผู้อาวุโสพูดแล้ว สุอาภามีความหวังขึ้นมา เมื่อรวีพรรณกลับจากต่างประเทศเธอจึงโทรศัพท์ไปขอคุยด้วย แต่รวีพรรณรู้จากคนใช้ว่าตลอดเวลาที่ตนไม่อยู่พิทยาไม่ได้มาหาเลย เธอจึงไม่คุยด้วย ตัดบทว่าไม่มีอะไรจะคุยแล้ววางสายเลย สุอาภาผิดหวัง แต่มุ่งมั่นว่า ยังไง ก็ต้องหาทางคุยกับรวีพรรณให้ได้

ooooooo

ผูกใจมุ่งมั่นดังนั้นแล้ว สุอาภาชวนพราวพิไลไปหารวีพรรณที่บ้าน ให้เงินคนใช้ไปพันบาทจึงรู้ว่ารวีพรรณไม่อยู่ เธอไปที่ร้านอาหาร จึงพากันไปที่นั่น สินีนาฏออกมากันไม่ให้เข้า พราวพิไลจึงล็อกสินีนาฏไว้แล้วให้สุอาภาลุยเข้าไปจนได้

ภายในร้านอาหาร รวีพรรณ กับพ่อแม่ ภูวดลกับพ่อแม่ นั่งทานอาหารกันอยู่ ทุกคนมองเธอทั้งตกใจและแสดงท่าทีรังเกียจ สุอาภาฉุนขาดเลยบอกรวีพรรณต่อหน้าทุกคนว่า

“ระหว่างที่คุณไปต่างประเทศ คุณพ่อของฉันเป็นเถ้าแก่ให้พิท...มาสู่ขอคุณกับแม่ของคุณ”

สุอาภาพูดไม่ทันจบดี รมณีก็ขัดขึ้นบอกรวีพรรณ “อย่าไปเชื่อมันโกหก”

สุอาภาตอบโต้และสารภาพผิดที่ตนมีเจตนาไม่ดีจะทำให้เธอกับพิทยาแตกกัน แต่ยืนยันว่าตนไม่ได้อยากแย่งพิทยาจากเธอจริงๆ แล้วสุอาภาก็เล่นบทใหม่ทำทีมีอะไรกับภูวดล ฉอเลาะเขาต่อหน้าทุกคนว่า

“คุณภูวดลไม่ได้บอกพวกเขาหรือคะว่าคืนก่อนคุณชวนฉันไปงานปาร์ตี้แล้วเราสนุกสุดเหวี่ยงกันมากแค่ไหน” ไม่พูดเปล่ายังโน้มตัวเข้าไปนัวเนียเขา ทำเอาภูวดลทำหน้าไม่ถูก สุอาภาย้ำกับรวีพรรณก่อนกรีดกรายออกไปว่า “คุณรวีคะ ฉันยืนยันได้ว่า คนเดียวที่อยู่ในหัวใจของพิทคือคุณ ฉันกลับก่อนล่ะค่ะ ลานะคะ”

ภาสันต์ห้ามภูวดลยุ่งกับสุอาภา ภูวดลถามว่าทำไมหรือ ศรีพิไลชิงเล่าว่า ภาสันต์กับนพเคยมีเรื่องบาดหมางกันเพราะรักผู้หญิงคนเดียวกัน นพหาว่าภาสันต์ทำผู้หญิงคนนั้นท้องจะให้รับผิดชอบ เลยทะเลาะกัน แล้วศรีพิไลก็ขอให้ภูวดลรับปากว่าจะไม่คบหากับสุอาภา ภูวดลรับคำแต่สีหน้าครุ่นคิด

ooooooo

รวีพรรณฟังสุอาภาแล้ว เธอตัดสินใจไปหาพิทยาปรับความเข้าใจกัน เมื่อเข้าใจกันแล้วเธอบอกรมณีกับณรงค์ว่าตนจะแต่งงานกับพิทยาเท่านั้น

รมณีทั้งโกรธทั้งเครียดที่รวีพรรณยืนกรานจะแต่งงานกับพิทยาคนเดียว แม้รมณีจะขู่ว่าถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องมาเรียกตนว่าแม่อีก เธอก็ยังไม่ยอม ภูวดลพึมพำอย่างเจ็บแค้นใจว่า “อย่านึกว่าผมจะปล่อยให้คุณไปมีความสุขกับไอ้พิทยาง่ายๆ”

วันนี้ นพไปตีกอล์ฟสุอาภาตามไปด้วย ที่สนามกอล์ฟนี่เอง ภาสันต์เข้ามาขู่นพว่าอย่าให้ลูกสาวที่เหลวแหลกของเขามายุ่งกับลูกชายตน นพโมโหลุกขึ้นกระชากคอเสื้อภาสันต์ด่าใส่หน้าว่า ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปนานแค่ไหนสันดานเขาที่ไม่มีความรับผิดชอบก็ไม่เคยเปลี่ยน ตะคอกว่าห้ามมาดูถูกลูกสาวตนอีก

สุอาภาถามนพว่ารู้จักกันมาก่อนหรือ นพจึงเล่าให้ฟังว่า ตนกับภาสันต์เคยทะเลาะกันเรื่องพิมมาก่อน ภาสันต์ทำพิมแม่ของพิทยาท้องแล้วไม่รับผิดชอบโยนกลองให้ตน สุอาภาจึงรู้ว่าพ่อรักแม่ของพิทยามาก นพยอมรับว่านั่นเป็นรักแรกพบ แต่ไม่ว่าตนจะรักพิมมากแค่ไหนเธอก็ไม่รักตน

“การแอบรักนี่มัน...ทุกข์ทรมานเหลือเกินนะคะ” สุอาภานึกถึงตัวเองแล้วพานน้ำตาจะไหลรีบเบือนหน้าไปทางอื่น

“จำไว้นะลูก ความเจ็บปวดในชีวิตมนุษย์มันจะเพิ่มมากขึ้นตามอายุ เพราะเราโตขึ้นมีความปรารถนามากขึ้น ถ้าได้รับการตอบสนองมันก็ดีไป แต่ถ้าไม่ได้มันก็จะเป็นแผลอยู่ในอก แต่ก็ไม่ถึงกับตาย คนฉลาดต้องไม่เอาเรื่องความรักความต้องการมาทำลายชีวิต” นพถือโอกาสให้ความคิดเตือนสติลูกด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

รมณีร่วมมือกับศรีพิไลวางแผนทำลายพิทยาให้ย่อยยับกับตา โดยให้ภูวดลร่วมมือด้วย นั่นคือประโคมข่าวประกาศหมั้นระหว่างภูวดลกับรวีพรรณ ข่าวนี้ไม่เพียงบดขยี้หัวใจของพิทยาเท่านั้น หากยังทำให้สุอาภาที่สำนึกผิดแล้วแค้นใจ หาทางแก้เผ็ดให้เจ็บแสบกว่าเพื่อช่วยพิทยา

เธอออกตัวแรงแสดงให้สังคมรู้ว่าตัวจริงของภูวดลคือตน ภูวดลไม่กล้าตอบโต้ต่อหน้าสื่อมวลชน ลากเธอไปในที่ลับตาคนเพื่อกระหนาบ มีนักข่าวคนหนึ่งผิดสังเกตแอบตามไปดู

ภูวดลถามสุอาภาว่าทำแบบนี้เพื่ออะไร เธอทำให้เขาเห็นว่ารักเขาจริงๆ กระทั่งยอมให้เขาจูบปากพิสูจน์รัก นักข่าวคนนั้นแอบถ่ายรูปไว้จะจะ

จันทร์จำนงเคลือบแคลงสงสัยกับข่าวการหมั้นของภูวดลกับรวีพรรณ เพราะเชื่อว่ารวีพรรณรักชอบอยู่กับพิทยา ภูวดลพยายามจะให้ย่าเชื่อ พูดดูถูกพิทยาว่าจองหองคิดว่ามีแบ็กอัพดี ที่แท้ก็เป็นแค่เด็กกำพร้าที่ไม่มีดีอะไรเลย

ฟังภูวดลแล้วจันทร์จำนงไม่พอใจที่เขาดูถูกเด็กกำพร้าดูถูกพิทยา ยืนยันว่าสายตาตนดูคนไม่ผิด พิทยาเป็นคนดี ทำให้ภูวดลไม่พอใจหาว่าตนเป็นหลานแท้ๆแต่ย่ากลับไปเข้าข้างคนอื่น จันทร์จำนงชี้แจงว่า

“ย่าไม่ได้เข้าข้างใคร ย่าพูดไปตามที่เห็น และย่าก็ไม่อยากเห็นเราทำผิด การแย่งผัวแย่งเมียคนอื่นมันบาปนะลูก”

ฝ่ายรวีพรรณด้านหนึ่งแข็งข้อยืนกรานจะแต่งงานกับพิทยา อีกด้านก็คุยกับรมณีและณรงค์ขอโอกาสให้พิทยาได้พิสูจน์ตัวเองว่าเขาสามารถสร้างตัวได้ เลี้ยงดูตนให้มีความสุขได้ รมณีจึงให้โอกาสพิทยาพิสูจน์ตัวเองก่อนถึงงานหมั้นในเดือนหน้า แต่ถ้าเขาทำไม่ได้เธอ

จะต้องหมั้นกับภูวดลตามกำหนด

แล้วภาพภูวดลจูบปากกับสุอาภาก็กลายเป็นข่าวกระฉ่อนในสังคม คนที่บ้านสุอาภาต่างเป็นห่วงเธอที่ไปคบกับภูวดล พิทยาเองก็เป็นห่วงและไม่พอใจที่เธอไปคบกับภูวดล ทำให้นพเสื่อมเสีย แต่เธอยืนกรานที่จะคบกับภูวดล เมื่อนพตักเตือนเธอทำหน้าเป็นกับนพว่า “ขำๆน่าป๋า จะซีเรียสทำไม”

นอกจากดำเนินแผนการเพื่อกันภูวดลออกจากรวีพรรณโดยเอาตัวเข้าเสี่ยงแล้ว สุอาภายังติดใจสงสัยเรื่อง “พิม” ผู้หญิงที่ทำให้พ่อตนกับภาสันต์แตกร้าวกัน เธอนัดพบภูวดลเพื่อสืบเรื่องนี้ ภูวดลเล่าตามที่ได้ยินมาว่า

“พ่อคุณกับพ่อผมเคยรักผู้หญิงคนเดียวกัน ผู้หญิงคนนั้นตั้งท้อง แล้วก็มาบอกว่าพ่อผมเป็นพ่อของเด็กในท้อง ทั้งๆที่ไม่ใช่ พอพ่อของคุณรู้เรื่องนี้เข้าก็โกรธพ่อผมมาก จนถึงขั้นเลิกคบกัน เขาก็เลยเกลียดกันนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”

เล่าแล้วภูวดลตัดบทว่าอย่าไปสนใจเรื่องของผู้ใหญ่เลย คืนนี้ไปปาร์ตี้วันเกิดเพื่อนตนดีกว่า จากนั้นเราค่อยไปสนุกกันสองต่อสอง

สุอาภาเล่าเรื่องพิมให้พราวพิไลฟัง เธอเชื่อว่าภาสันต์ต้องเป็นพ่อของพิทยาแน่ๆ พราวพิไลบอกว่าถ้าเป็นอย่างนั้นจริง พิทยาก็ไม่ใช่เด็กกำพร้า แต่มีพ่อเป็นถึงระดับมหาเศรษฐี สุอาภาจิกตาพูดอย่างสะใจมุ่งมั่นว่า

“และคนติดแต่เปลือกอย่างยัยคุณนายรมณี ถ้าได้รู้เรื่องนี้ก็จะยอมรับพิทเป็นลูกเขยได้เอง เพราะไม่ว่าจะเป็นพิทหรือนายภูวดล ต่างก็เป็นลูกของคุณภาสันต์ ฉันจะทำให้คุณรมณียอมรับพิทเป็นลูกเขยให้ได้”

สุอาภายอมไปปาร์ตี้กับภูวดล เขาพยายามมอมเหล้า แต่เธอไหวทัน พอพิทยารู้จากพราวพิไลว่าสุอาภาไปปาร์ตี้กับภูวดล เขาตามไปเพื่อรับเธอกลับ เลยเกิดเรื่องชกต่อยกับภูวดล สุอาภาใจไม่ดีจึงกลับมากับพิทยา ระหว่างทางพิทยาพูดเรื่องที่เธอช่วยตนกับรวีพรรณ เธอทำปากแข็งไม่ยอมรับแต่กลัวเขาจับพิรุธได้ เลยลงจากรถขณะฝนตกหนักจะเรียกแท็กซี่กลับเอง

แต่ถนนเปลี่ยวและฝนตกไม่มีรถแท็กซี่ผ่านเลย สุดท้ายพิทยาแอบมาอุ้มเธอขึ้นรถไป

สุอาภามุ่งมั่นที่จะสืบเรื่องแม่ของพิทยาให้ได้ เธอ ไปหาจันทร์จำนงถามว่ารู้จักผู้หญิงที่ชื่อ “พิม พิพัฒนะ” ไหม

“ถามทำไม?” จันทร์จำนงมองอึ้ง

“ผู้หญิงที่ชื่อ พิมเป็นแม่ของพิท และฉันคิดว่าพ่อของพิทก็คือคุณภาสันต์ค่ะ”

ประโยคสั้นๆที่สุอาภาพูดออกมา ทำให้จันทร์จำนงถึงกับตะลึงอึ้ง เพราะมันคือเงื่อนงำที่ดำมืดมานาน!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ฟีฟ่า-เบนซ์" จับคู่เรียกเสียงหัวเราะ ในซิตคอมย้อนยุค "เจาะเวลาหาผู้ใหญ่"
2 ธ.ค 2563

07:50 น.

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 2 ธันวาคม 2563 เวลา 08:09 น.