ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

แรงปรารถนา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ระหว่างที่สุอาภากับพิทยาไปคุยกันที่ห้องอื่นนั้น ที่ห้องรับแขก นพก็ถูกต่ายท้วงติงเอาจริงเอาจัง

“ป๋าพูดอะไรออกมารู้ตัวรึเปล่า คนอย่างพิทรักศักดิ์ศรียิ่งกว่าอะไร ถ้าเขาต้องแต่งงานกับแต คนก็จะพูดกันว่าเขาหวังรวยทางลัด ป๋าเลี้ยงพิทมาตั้งแต่เด็ก ป๋าไม่รู้จักนิสัยเขาเหรอคะ”

“ป๋ารู้ดีว่าพิทเป็นคนยังไง ก็เพราะความหยิ่งในศักดิ์ศรีของมันนี่แหละ ถึงเป็นเกราะป้องกันชั้นดีในการที่จะดูแลน้องของพวกแก ถ้าเกิดป๋าหรือพวกแกเป็นอะไรขึ้นมา”

ต่ายกับบวรฟังแล้วคล้อยตามต่างนิ่งไป ในขณะที่นพเองกลับกลัดกลุ้มที่ข้อเสนอของตนถูกพิทยาปฏิเสธ

พิทยาออกจากสุอาภามาเจอนพยืนรออยู่ก็ชะงัก เขาเดินไปคุกเข่ากราบแทบเท้าอย่างรู้สึกผิด นพจับบ่าเขาลุกขึ้น แต่พิทยาไม่ลุก ยังคงคุกเข่าเงยหน้าพูดอย่างสะเทือนใจ

“ให้ผมได้กราบคุณอาเถอะครับ บุญคุณคุณอาท่วมหัว ผมไม่มีวันลืม แต่ครั้งนี้สิ่งที่คุณอาขอผมไม่สามารถ ให้ได้จริงๆ...ผมไม่อยากให้ใครๆตราหน้าว่าผมเป็นแมงดาเกาะผู้หญิงกิน ผมขอโทษ...ขอโทษครับ...”

พิทยาน้ำตาร่วง นพจับไหล่ดึงเขาลุกขึ้นยืน เอ่ยอย่างสะเทือนใจว่าตนต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษที่ทำอะไรลงไปโดยไม่ถามความสมัครใจของเขา พิทยาถามว่า “คุณอาผิดหวังในตัวผมรึเปล่าครับ”

“ตั้งแต่วันแรกจนถึงเวลานี้ ฉันไม่เคยนึกเสียใจที่ได้เลี้ยงดูเธอมา...เธอเหมือนแม่ของเธอมากนะพิท เธอทำให้ฉันภูมิใจในทุกๆเรื่อง...ฉันคิดแต่ว่าฉันอายุมากขึ้น สังขารร่วงโรยลงทุกวัน คนที่ฉันเป็นห่วงมากที่สุดคือแต คนที่ฉันไว้ใจมากที่สุดคือเธอ ฉันถึงอยากจะฝากคนที่ฉันห่วงมากที่สุดให้กับคนที่ฉันไว้ใจมากที่สุด...แต่ฉันคงไม่มีวาสนาที่จะได้เธอมาเป็นลูกเขย”

“ผมต่างหากที่ไม่มีวาสนา...ถึงไม่ได้เกิดมาเป็นลูกแท้ๆของคุณอา”

นพชะงัก...แทบจะร้องไห้ออกมา เขาดึงพิทยาเข้าไปกอดไว้ด้วยความรักอย่างที่พ่อคนหนึ่งพึงมีกับลูก...

ที่มุมหนึ่ง บวรกับต่ายยืนมองอยู่ด้วยความซาบซึ้งใจ

ฝ่ายสุอาภาคุยกับพิทยาแล้วเธอวิ่งขึ้นไปที่ห้องนอน พยายามกลั้นน้ำตาเตือนตัวเองว่า

“เขาไม่ได้มีค่าพอให้เธอต้องร้องไห้” แต่เธอก็ทนไม่ได้ น้ำตาไหลพรากๆลงอาบแก้ม หันไปดูรูปที่ถ่ายกับพิทยาตอนเด็กๆที่วางอยู่ข้างเตียง น้ำตาพร่าพราย แววตาปวดร้าว ไม่เหลือความเป็น “สุอาภา” คนเดิมอยู่เลย...

ooooooo

รุ่งขึ้นจน 8 โมงเช้า สุอาภาก็ยังไม่ลงมา ทุกคนร้อนใจเป็นห่วง บวรเปรยๆว่าตั้งแต่เมื่อคืนน้องก็เอาแต่ เก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง ต่ายตั้งข้อสังเกตว่า น่าแปลกเพราะปกติน้องต้องอาละวาดหรือไม่ก็ออกไปช็อปปิ้งเวลาไม่ได้ดั่งใจ

นพนิ่งอยู่นาน ในที่สุดเสนอให้ใครสักคนขึ้นไปดู ทุกคนมองมาทางป้านีเป็นตาเดียว

แต่พอป้านียกอาหารขึ้นไป ปรากฏว่าสุอาภาไม่อยู่ในห้องแล้ว ทุกคนยิ่งหนักใจ เป็นห่วง

ที่แท้สุอาภาลากพราวพิไลไปฟิตเนสแต่เช้า พอไปถึงก็ชกมวยกับเทรนเนอร์อย่างบ้าคลั่ง จนพราวพิไลต้องพูดออกตัวกับเทรนเนอร์ทีเล่นทีจริงว่า เพื่อนตนกำลังเลือดจะไปลมจะมาอย่าถือสาเลย

พอเพื่อนเลิกชกมวย พราวพิไลก็ซักไซ้ว่ามีเรื่องอะไร ทำไมไม่รับโทรศัพท์ป๋า เค้นให้เล่ามาเดี๋ยวนี้เลย

ส่วนพิทยาก็ร้อนใจเมื่อนพโทร.มาให้ช่วยตามสุอาภาให้ เขารับปากจะโทร.หาแต่ไม่แน่ใจว่าเธอจะรับสายตนหรือไม่ ก็พอดีมีโทร.เข้ามา เขานึกว่าเป็นสุอาภา แต่กลายเป็นรวีพรรณ เขาบอกเธอว่า

“รวี...ผมกำลังจะออกจากบ้าน เจอกันที่ร้านนะครับ” วางสายแล้วเขารีบเดินออกไป

ooooooo

ที่โชว์รูมรถนำเข้า...กำลังมีการเปิดประมูลรถเพื่อนำรายได้ให้องค์กรการกุศล 50 องค์กร พิธีกรเปิดประมูลรถคันแรกด้วยราคาเริ่มต้นที่ 15 ล้านบาท

มีคนแข่งกันยกมือประมูลอย่างดุเดือด เริ่มต้นที่ 15 ล้าน ขึ้นไปจนถึง 17 ล้านห้า พิธีกรเริ่มนับครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2

“18 ล้าน!!” เสียงภูวดลดังขึ้น ทุกคนหันมอง ในที่สุดภูวดลประมูลได้ไปในราคา 18 ล้าน

ไม่มีใครแปลกใจ เพราะรู้ดีว่าภูวดลคือลูกชายคนเดียวของรัฐมนตรีภาสันต์ ใช้ชีวิตติดหรู รักสนุก เสเพล ระหว่างประมูลรถเขาจ้องมองพริตตี้ตาเป็นมัน เมื่อประมูลได้แล้วก็หนีบพริตตี้ทั้งซ้ายขวาทำหน้ากรุ้มกริ่มพากันเดินออกไป

พราวพิไลกับสุอาภาไปช็อปปิ้งกันให้สบายใจ ระหว่างนั้นสุอาภาเล่าเรื่องเมื่อคืนให้ฟัง พราวพิไลเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของเพื่อน แต่เดินช็อปกันจนหิว จึงชวนเพื่อนเข้าไปหาอะไรกินกัน

เดินมาถึงหน้าห้องน้ำ พราวพิไลขอเข้าห้องน้ำก่อน สุอาภารับถุงจากเพื่อนมาถือยืนรออยู่ข้างนอก มีเด็กวิ่งเล่นกันมาชนเธอจนของหล่น เธอเองก็เซจะล้ม ภูวดลยืนรอพริตตี้อยู่แถวนั้นถลาเข้ามาประคองไว้ ถามเสียงหล่ออย่างแสนสุภาพ

“เจ็บตรงไหนไหมครับ...”

สุอาภาเห็นสายตาเสือผู้หญิงของภูวดลก็รีบผละออก เก็บของที่พื้น ภูวดลกุลีกุจอเข้ามาช่วย แอบแต๊ะอั๋งจับมือเวลาส่งของให้ พราวพิไลออกมาเห็นพอดี ถามอย่างติดใจว่าใคร?หล่อจัง...

สุอาภาไม่ตอบรีบพาเพื่อนเดินหนี พอดีพริตตี้ออกมาควงแขนภูวดลเดินไป เขายังอดไม่ได้ที่จะมองตามสุอาภาไปอย่างถูกตาต้องใจ

เมื่อเข้าไปในร้านอาหาร พนักงานบอกว่าโต๊ะเต็ม สุอาภาไม่พอใจมองไปที่โต๊ะว่างโต๊ะหนึ่ง พนักงานบอกว่ามีคนจองแล้ว พลันเธอก็เห็นพิทยานั่งท่านอาหารอยู่กับรวีพรรณ เธอบอกเพื่อนอย่างสะใจว่า “ฉันมีโต๊ะแล้ว”

สุอาภาเดินตรงไปที่โต๊ะพิทยากับรวีพรรณ โผเข้ากอดพิทยา เอาแก้มแนบกันซ้ายขวา แล้วทำเป็นเพิ่งเห็นรวีพรรณ

“อ้าว...คุณรวีพรรณ นี่นั่งอยู่ด้วยกันเหรอคะ...ซอรี่นะคะ ไม่เห็น” แล้วทำหน้าตาย “นั่งด้วยคนนะคะ”

เธอวางแผนป่วนพิทยาจะให้แตกกับรวีพรรณ ทำดี๊ด๊าเล่าว่า

“แหม...วันนี้โชคดีจัง ได้เจอกับคุณรวีเสียที คุณรวีทั้งสวยทั้งน่ารักอย่างนี้นี่เอง พิทเขาถึงได้รักม๊ากมาก จนปฏิเสธไม่ยอมแต่งงานกับฉัน” เห็นรวีพรรณตะลึงอึ้ง ก็ทำเป็นตกใจ “อ๊าว...นี่นายไม่ได้เล่าให้แฟนนายฟังเหรอว่าป๋ายกฉันให้นาย”

ป่วนพิทยาและปั่นรวีพรรณจนสับสนหวั่นไหวเท่านั้นไม่พอ ยังทำเป็นนึกได้ บอกพิทยาว่าคืนนั้นที่ไปนอนบ้านเขาตนลืมต่างหูไว้ให้ช่วยเอามาให้ด้วยเพราะเป็นต่างหูที่ป๋าซื้อให้

รวีพรรณมองพิทยาด้วยความเสียใจมาก พิทยาเองก็พูดไม่ออก ถูกสุอาภาปั่นหัวต่อไปอย่างสนุกปากว่า

“คุณรวีอย่าเข้าใจผิดนะคะ พอดีมีเอกซิเดนนิดหน่อย แตเลยต้องค้างบ้านพิท นี่คุณรวีก็ไม่รู้เรื่องนี้อีกแล้วเหรอคะ”

พิทยาสุดจะทน ลุกขึ้นลากสุอาภาออกไปคุยกันข้างนอก เธออ้างว่าหิวจะไม่ยอมคุย เขาตะคอก “ต้องคุย!!” แล้วลากออกไปเลย

ทั้งสองไปโต้เถียงกันอย่างรุนแรง พิทยาเชื่อว่าเธอจงใจป่วนตนเพราะโกรธที่ไม่ยอมแต่งงานด้วย สุอาภา ฮึดขึ้นมาพูดใส่หน้าว่า ต่อให้เหลือเขาเป็นผู้ชายคนสุดท้ายในโลกตนก็ไม่มีวันแต่งงานด้วย

“ก็ดี...ขอให้ชาตินี้เป็นชาติเดียวที่ผมจะได้เกิดมาร่วมโลกกับคุณ! คุณรู้ไหม สิ่งที่ผมอยากได้มากที่สุดตอนนี้คืออะไร ผมอยากย้อนเวลากลับไปเพื่อที่ผมจะได้ไม่ต้องรู้จักคุณ!!”

แทนที่จะทำให้พิทยาเจ็บปวด สุอาภากลับเจ็บปวดยิ่งกว่าเมื่อถูกเขาพูดอย่างชิงชังรังเกียจ กระทั่งบอกว่าถ้าเธอไม่ไปที่ร้านอื่นตนจะไปเอง

เหตุการณ์เหล่านี้อยู่ในสายตาของภูวดลที่ติดตาต้องใจสุอาภาจากเมื่อครู่นี้ เขามองออกว่าทั้งคู่กำลังมีปัญหากัน จนเมื่อพิทยาเข้าไปจูงมือรวีพรรณเดินออกจากห้องอาหารไป ภูวดลมองพิทยากับรวีพรรณ แล้วหันมองสุอาภา เดาว่าต้องเป็นเรื่องรักสามเส้าแน่ๆ

แม้ว่ารวีพรรณจะถูกสุอาภาเป่าหูจนสับสน แต่ด้วยความเชื่อมั่นที่มีต่อพิทยา เพียงเขาชี้แจงไม่กี่คำเธอก็ไม่ติดใจ

แต่เมื่อเขาพาเธอไปส่งที่บ้าน ก็ถูกรมณีดักกระหนาบให้เขาเลิกยุ่งกับลูกสาวตน เพราะทั้งฐานะและชาติกำเนิดไม่คู่ควรกัน สั่งห้าม “ต่อไปนี้อย่ามายุ่งกับลูกสาวฉันอีก!!”

ไล่พิทยาไปแล้ว รมณีกลับเข้าบ้าน รวีพรรณถามว่า แม่คุยอะไรกับพิทยา รมณีตอบทันทีอย่างไม่อ้อมค้อมว่า

“แม่บอกให้เขาเลิกยุ่งกับลูก” แล้วก็สาธยายความต่ำต้อยด้อยค่าของพิทยาว่าแค่ประวัติของเขาตนก็รับไม่ได้แล้ว สั่งตบท้ายว่า “พรุ่งนี้ลูกต้องเตรียมตัวไปทานข้าวกับแม่”

ที่แท้ รมณีนัดศรีพิไลแม่ของภูวดลให้พาลูกชายไปพบกันที่ร้านอาหาร รมณีพารวีพรรณไปโชว์ตัวพร้อมกับพรรณนาทั้งรูปสมบัติ คุณสมบัติ และการศึกษาที่

จบปริญญาโทถึง 2 ใบ จนรวีพรรณต้องเบรกแม่เขินๆ

หลังจากดูตัวและฟังรมณีแล้ว ศรีพิไลบอกว่า “ลูกสาวคุณดูเป็นคนว่านอนสอนง่าย ถูกใจฉันมาก”

ooooooo

รอภูวดลอยู่นาน รวีพรรณออกไปซื้อของกลับมา เห็นภูวดลกำลังถูกสองสาวแย่งตัวเขาจนจะตบตีกัน เขาบอก รปภ.ให้ลากตัวผู้หญิงทั้งสองคนออกไป สั่งอย่ามาให้ตนเห็นหน้าอีก รวีพรรณเข้ามาเห็นเหตุการณ์นั้น เธอมองอย่างสังเวชใจ

แต่พอกลับไปที่โต๊ะ เธอตกใจแทบผงะเมื่อเห็นภูวดลนั่งอยู่ที่โต๊ะแล้ว ผู้ใหญ่ทั้งสองพยายามให้เขาและเธอรู้จักและสานสัมพันธ์กัน จนเมื่อกลับถึงบ้าน รวีพรรณถามแม่ว่า วันนี้พาตนไปให้เขาดูตัวใช่ไหม เธอบอกแม่ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนดี  ถูกรมณีย้อนถามว่ารู้ได้ไง เพิ่งเจอกันครั้งแรกเอง แล้วรวบรัดตัดบทว่าภูวดลเป็นผู้ชายที่เหมาะสมกับเธอที่สุด หน้าที่ของเธอตอนนี้คือ “จบเรื่องกับนายพิทยาเสีย!”

ฝ่ายภูวดลถูกศรีพิไลกล่อมหนักเข้าก็บอกแม่ว่า “ถ้าคุณแม่ชอบผู้หญิงคนนี้จริงๆ ผมก็จะไม่ขัดใจ”

ภาสันต์ไม่เชื่อน้ำยาภูวดลว่าจะเลิกเป็นคาสโนว่าได้ ถูกศรีพิไลหาว่าเขาเกลียดตนแล้วไปลงกับลูก พาลฟื้นฝอยหาตะเข็บ ลำเลิกว่าถ้าไม่ได้ตนป่านนี้เขาก็คงต้องเลี้ยงมารหัวขนในท้องของ “พิม” ไปแล้วทั้งที่เป็นลูกของเพื่อน

เหตุการณ์เวลานั้นคือ พิมที่เป็นคนรักเก่าของนพ โทร.ให้นพไปพบที่โรงพยาบาลก่อนที่เธอจะจากไป เธอฝากให้ช่วยเลี้ยงลูกให้ด้วยแต่ขอให้สัญญา อย่าบอกลูกว่าพ่อเขาคือใคร

เมื่อพิมจากไปแล้ว นพจึงรับพิทยาในวัย 7ขวบมาเลี้ยงเหมือนลูกตราบจนวันนี้...

ภาสันต์ถูกศรีพิไลลำเลิกว่าที่เขาไม่เสียคนจนมาถึงทุกวันนี้ได้ไม่ใช่เพราะตนหรือ ภาสันต์ได้แต่อดกลั้นลุกเดินหนีไป

ooooooo

สุอาภาแค้นพิทยามาก กลับถึงบ้านก็รื้อข้าวของตั้งแต่วัยเด็กที่เคยเล่นด้วยกันกับพิทยาให้ป้านีเอาไปทิ้งให้หมด ทั้งที่เมื่อก่อนทั้งรักทั้งหวง ป้านีรู้ใจ รับของเก็บใส่ลังแต่ไม่ทิ้ง ขนเอาไปไว้ที่ห้องเก็บของแทน

“ถึงเวลาตาต่อตา ฟันต่อฟัน” สุอาภากัดฟันจิกตาแค้น

สุอาภาเปิดเฟซบุ๊กผ่านทางไอโฟนเห็นรวีพรรณออกกำลังกับสินีนาฏในฟิตเนสแห่งหนึ่ง ก็แกล้งไปป่วน เดินคุยโทรศัพท์อย่างหวานแหววกับพิทยาให้รวีพรรณได้ยินแล้วทำเป็นเพิ่งเห็น พูดออกตัวว่าคงได้ยินตนคุยกับพิทยาอย่าคิดมากนะ

สินีนาฏทนไม่ได้ชวนรวีพรรณกลับ เห็นเธอ

ไม่สบายใจก็แนะว่า เธอควรจะถามความจริงจากพิทยาดีกว่า

เมื่อรวีพรรณนัดพิทยามาเล่าเรื่องที่ได้ยินสุอาภาพูดโทรศัพท์กับเขาให้ฟัง พิทยาบอกว่าตนกับสุอาภาไม่เคยมีเรื่องแบบนั้น แต่พอไปเคลียร์กันเขากลับถูกสุอาภายิ้มเยาะพูดอย่างสะใจว่า

“ในเมื่อนายกล้าปฏิเสธไม่แต่งงานกับฉัน ฉันก็จะทำให้นายได้รู้รสชาติของการถูกทิ้งว่ามันเป็นยังไง... นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น ความสนุกชุดใหญ่กำลังจะตามมา”

พิทยาเริ่มกังวลไม่รู้ว่าสุอาภาจะป่วนแบบไหนอีก

ooooooo

ภูวดลถูกภาสันต์เข้มงวดกวดขันให้ทำงานจึงจะให้เงินใช้ แต่พอภูวดลไปเห็นโต๊ะทำงานของตนอยู่รวมกับโต๊ะพนักงานก็ไม่พอใจ ไปบอกภาสันต์ว่า ถ้าจัดโต๊ะให้นั่งแบบนี้ตนไม่ทำ

“แกไม่ทำ ฉันก็ไม่ให้เงินแก ถ้ามีปัญหาก็ไปหาเงินเอง แกจะได้รู้ว่ากว่าจะได้เงินมาแต่ละบาทมันยากเย็นแค่ไหน”

ไม้ตายของภาสันต์ ทำให้ภูวดลไม่มีทางเลือก แต่เขาก็ยังดิ้นรน วันนี้จึงไปหาจันทร์จำนงผู้เป็นย่าที่บ้านสวนให้ช่วยพูดกับพ่อ พอดีไปเจอพิทยาที่เอาแบบห้องสมุดมูลนิธิมาให้ดู เสร็จแล้วป้านวลคนใช้เก่าแก่เดินมาส่งเจอกับภูวดลพอดี ป้านวลจึงแนะนำให้รู้จักกัน

“สวัสดีครับคุณพิทยา ฝากความคิดถึงคุณรวีด้วยนะครับ” ภูวดลจำพิทยาได้แกล้งพูดยั่ว ทำเอาพิทยาแปลกใจ

ภูวดลไปอ้อนจันทร์จำนงใช้ช่วยพูดกับพ่อเรื่องโต๊ะทำงานและห้องทำงาน แม้จันทร์จำนงจะหว่านล้อมว่า เรื่องโต๊ะทำงานมันเป็นแค่สิ่งยึดติด จะมีห้องหรือไม่มีมันก็คนทำงานเหมือนกัน แต่ทนหลานรักอ้อนไม่ได้ จึงรับปากจะคุยกับภาสันต์ให้ ภูวดลฉอเลาะสัญญากับย่าว่าจะตั้งใจทำงาน

รวีพรรณเพิ่งบอกพิทยาว่าแม่จะให้ตนแต่งงานกับภูวดล เขาได้แต่เสียใจถามว่าตนแพ้แล้วใช่ไหม รวีพรรณบอกว่าเขาไม่แพ้ ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่คนดี ตนเคยเห็นผู้หญิงตบตีกันเพราะแย่งเขา ตนพยายามจะบอกแม่แต่แม่ก็ไม่ยอมฟัง

“ถ้าไงรวีต้องดูแลตัวเองดีๆนะครับ อย่าเข้าใกล้เขา เด็ดขาด ผมจะพยายามสร้างฐานะ เร่งพิสูจน์ตัวเองให้แม่รวีเห็นให้ได้” ทั้งสองจับมือมองหน้าอย่างให้กำลังใจกันและกัน

แต่สุอาภายังอาฆาตแค้นจองล้างจองผลาญพิทยาไม่เลิก เธอให้พราวพิไลตัดต่อภาพหวานแหววของพิทยากับตนส่งไปให้รวีพรรณดู รวีพรรณเห็นรูป เธอเสียใจมากนัดพิทยามาพบทันที พอเอารูปในโทรศัพท์ให้ดู พิทยาโมโหมากบอกว่านี่เป็นภาพตัดต่อ ตนจะพิสูจน์ความจริง ให้ได้ ย้ำกับเธอว่า

“ผู้หญิงคนนี้พยายามจะทำให้เราเลิกกัน...รวีต้องเชื่อใจและมั่นใจในตัวผมนะครับ”

คราวนี้ รวีพรรณไม่พยักหน้าเหมือนทุกครั้ง แต่มองหน้าเขานิ่ง...

พิทยาไปหาสุอาภาที่บ้าน ป้านีบอกว่าเธออ่าน หนังสืออยู่ที่สระว่ายน้ำ เขาลิ่วไปทันทีบอกเธอด้วยเสียงเด็ดขาดว่า

“ผมจะพูดกับคุณครั้งนี้ครั้งเดียว เลิกยุ่งกับรวี!!”

สุอาภาลอยหน้าบอกว่าไม่เลิก ถ้าจะให้ตนเลิกเขาก็ต้องเลิกกับรวีพรรณก่อน ต่างคนต่างไม่ยอมถอย พิทยาโมโหบอกว่าจะฟ้องคุณอา สุภาอาท้าให้ฟ้องเลยแล้วลุกสะบัดไป แต่สะดุดอะไรบางอย่างตกสระว่ายน้ำตูม!

พอตกน้ำ ก็เจ้าเล่ห์เล่นบทใหม่ทำเป็นตะคริวจับร้องขอความช่วยเหลือเหมือนจะตายเอา พิทยาตกใจกระโจนลงไปช่วย กลับถูกเธอหัวเราะชอบใจที่หลอกเขาได้ พิทยาโมโหตีน้ำใส่จนเธอสำลักน้ำ ปรามว่า “ผมขอบอกคุณไว้ตรงนี้ อย่ายุ่งกับรวีอีก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าผมใจร้าย” สุอาภาถามประชดว่ารักรวีพรรณมากใช่ไหม “ใช่...ผมรักรวีมาก มากที่สุด ถ้าใครทำร้ายรวี ก็เท่ากับทำร้ายผมด้วย”

พอดีป้านีไปตามต่ายมา ต่ายตกใจที่สองคนลงไปทะเลาะกันในสระว่ายน้ำ พอสุอาภาขึ้นจากน้ำเดินหนีไป ต่ายจ้องหน้าพิทยาที่ยังอยู่ในน้ำ สั่งเสียงเข้ม “เล่าให้พี่ฟังเดี๋ยวนี้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

ooooooo

ฟังพิทยาแล้ว ต่ายถามสุอาภาว่าทำแบบนี้ทำไม ชี้ให้เห็นว่าการทำให้คนที่รักกันต้องเลิกกันนั้นมันบาปมาก กลับถูกน้องโต้อย่างอาฆาตแค้นว่าใครทำให้ตนเจ็บมันต้องเจ็บกว่าตนเป็นพันเท่า

เมื่อน้องรั้นไม่ฟัง ทั้งต่ายและบวรก็หันมาบีบนพตัวการที่ทำให้เกิดเรื่องว่าต้องหาทางทำอย่างไรไม่ให้เรื่องระหว่างสุอาภากับพิทยาบานปลายใหญ่โตไปกว่านี้ ทำเอานพเครียด

สุอาภายังดำเนินแผนของตนต่อ เมื่อรู้ว่าจะมีงานเปิดโรงแรมใหม่และงานนี้บรรดาไฮโซ เซเลบแขกวีไอพีไปกันเพียบ ต้องมีนักข่าวเต็มงานแน่ เธอโทร.ไปบอกแกมบังคับพราวพิไลต้องไปงานนี้ให้ได้ ย้ำว่า หนึ่งในแขกวีไอพีคือครอบครัวของรวีพรรณ สำคัญกว่านั้นคือพิทยาไปงานนี้ด้วยในฐานะสถาปนิกผู้ออกแบบ

ส่วนตัวเองก็อ้อนนพให้สั่งพิทยามารับตนไปงานอ้างว่าเพื่อตนจะได้ขอโทษเขา

รวีพรรณอยากให้พิทยาดูดีขณะออกงานเพื่อแม่จะได้ลดแรงต้านเขาลงบ้าง เธอพาเขาไปซื้อเสื้อใส่ไปงาน พอพิทยาเห็นราคาก็ถอดใจ แต่พอเธอจะซื้อให้ เขาก็จำต้องซื้อและจ่ายเองใจแป้วๆ

แต่แล้วพิทยาก็เซ็งเมื่อนพโทร.บอกให้เขารับ

สุอาภาไปงานเพราะตนอยู่ใกล้โรงแรมนั้น เสร็จธุระแล้วจะไปเลย

ส่วนรมณีไปกับรวีพรรณแต่แอบนัดภูวดลไปพบกันที่นั่นเพื่อเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวอยู่ด้วยกัน

“พี่ๆทุกคนขา วันนี้คอยจับตาดูกระแตให้ดีนะคะ รับรองมีเซอร์ไพรส์” พราวพิไลมาปล่อยข่าวกับสื่อมวลชนเรียกความสนใจ แล้วทำเป็นตื่นเต้นบอกว่า “โอ๊ะ...มาแล้วค่ะ” พวกนักข่าวหันมอง เห็นสุอาภาควงคู่เข้ามากับพิทยาอย่างแนบชิด

บรรดานักข่าวกรูกันไปถ่ายรูป รมณีมองอย่างสงสัยถามว่าใครมา ทำไมให้ความสนใจมากขนาดนี้ ศรีพิไลเอ่ยขึ้นว่า

“นั่นมันยังไฮโซอะไรน้า...ที่ชอบมีข่าวแรงๆ”

“ก็ยัยสุอาภายังไงล่ะ เด็กใจแตกหาส่วนดีไม่เจอ” รมณีมองเหยียด ศรีพิไลถามว่าแล้วผู้ชายที่มาด้วยเป็นใคร รมณีโพล่งไปอย่างดูถูกว่า “เด็กในบ้าน!”

“ตายแล้ว...เด็กในบ้านนางก็ไม่เว้นเหรอเนี่ย...”

สุอาภาออดอ้อนพิทยาสุดฤทธิ์จนเขาถามว่าทำแบบนี้ทำไม เธอบอกว่าทำให้แฟนเขาเห็น พิทยามองไปจึงเห็นรวีพรรณมองเขาอย่างเจ็บปวด จนทนไม่ไหวเดินออกไป ภูวดลจับตาดูอยู่รีบตามไปถามให้บาดใจว่า ดูออก ใช่ไหมว่าสองคนนั้นมีอะไรลึกซึ้งกว่าแค่จับมือถือแขนกัน

ภูวดลพยายามเป่าหูเธอให้มองพิทยาในแง่ร้าย แต่รวีพรรณบอกว่าตนเชื่อใจและเชื่อมั่นในตัวพิทยา ที่แล้วมาเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ภูวดลย้อนถามว่าแล้วถ้าเรื่องเข้าใจผิดเกิดกับเธอ เขาจะเชื่อใจเธอเหมือนที่เธอเชื่อใจเขาไหม พูดขาดคำก็ดึงเธอเข้าไปกอดไว้แน่น

พิทยามาเห็นเขาชกภูวดลด่าว่าล่วงเกินรวีพรรณ ภูวดลสะอึกเข้าใส่บอกว่าคนอย่างตนไม่ยอมให้ใครต่อยฟรี แล้วพุ่งเข้าต่อยพิทยาไม่ยั้ง นักข่าวคนหนึ่งมาเห็นวิ่งหน้าตื่นไปป่าวร้องกับเพื่อนนักข่าวว่าภูวดลเปิดศึกกับคนที่มากับสุอาภาแล้ว!

ศรีพิไลตกใจ ส่วนสุอาภาถามนักข่าวคนหนึ่งงงๆว่า “เกิดอะไรขึ้น”

ooooooo

ผู้เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายภูวดลและพิทยาต่างวิ่งไปยังที่เกิดเหตุ ภาสันต์กับนพเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียด ภาสันต์ถามนพว่าพิทยาเป็นคนของเขาหรือ นพตอบอย่างผ่าเผยว่า

“นี่พิทยา...ลูกชายฉัน!!”

ภาสันต์เยาะเย้ยว่านิสัยพ่อลูกอันธพาลและชอบยุ่งกับผู้หญิงของคนอื่นเหมือนกันไม่มีผิด พิทยาทนไม่ได้โพล่งไปว่า

“ถ้าคุณจะว่าก็ว่าผมคนเดียว คุณอาไม่เคยสอนให้ผมเป็นอันธพาล”

เลยลูกภาสันต์เยาะเย้ยว่าตกลงเป็นลูกหรือหลานกันแน่ รมณีแทรกขึ้นว่าไม่ใช่ทั้งลูกและหลานแต่เป็นเด็กกำพร้าที่นพเก็บเอามาเลี้ยง เหยียดเย้ยว่า

“แต่ดูท่าทางการศึกษาและการอบรมสั่งสอนคงไม่ได้ทำให้ลืมกำพืดต่ำๆที่มีอยู่ในตัว”

สุอาภาสะอึกออกไปโต้ ถอนหงอกทั้งภาสันต์และรมณีว่าเป็นผู้ใหญ่น่าจะมีสมองคิดอะไรได้มากกว่านี้

สองฝ่ายด่าทอกันรุนแรงจนนพเรียกสุอาภาให้กลับบ้าน ศรีพิไลไม่พอใจถามภาสันต์ว่าทำไมปล่อยให้พวกนั้นกลับไปง่ายๆ ภาสันต์สั่งให้เงียบ เพราะ

แค่นี้ตนก็อายจะแย่อยู่แล้ว รมณีใจไม่ดีรีบเดินมาหาศรีพิไล ถูกศรีพิไลมองตาขวางบอกว่า

“เธอกับฉันต้องคุยกันยาว” แล้วศรีพิไลกับภูวดลก็เดินตามภาสันต์ออกไป

รมณีหน้าเสียสบตากับณรงค์แล้วหันมองรวีพรรณอย่างตำหนิ

ooooooo

พิทยาไม่สบายใจ คืนนี้เขาไปยืนที่หน้าบ้านรวีพรรณ โทร.ให้เธอลงมาคุยกัน เธอกลัวแม่มาเห็นจะเป็นเรื่องอีกบอกให้เขากลับไปก่อน พิทยาจึงนัดพรุ่งนี้เจอกันแล้วตนจะโทร.นัดอีกที

รุ่งขึ้นทั้งคู่นัดพบกันที่สวนสาธารณะ พิทยาขอโทษที่เกิดเรื่องเพราะตนไม่นึกว่าสุอาภาจะทำอะไรแบบนั้น พูดอย่างเห็นใจว่าเธอเองก็คงลำบากใจ ไหนจะเรื่องของเรา เรื่องคุณแม่เธอ แล้วยังผู้ชายคนนั้นอีก

“รวีไม่รู้จะทนกับเรื่องนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน และรวีก็รู้ว่าพิทไม่มีทางจะตัดขาดกับครอบครัวของคุณสุอาภาได้ เพราะคุณนพมีบุญคุณกับพิทมาก”

“เพื่อความสบายใจของรวี...ผมจะลาออกจากบริษัทคุณอา” พิทยาตัดสินใจ และวันต่อมาเขาก็ยื่นใบลาออก นพรู้ว่าเขาลาออกเพราะอึดอัดใจเรื่องสุอาภา เขาไม่ให้ออก บอกว่า

“ยัยแตไม่มีอำนาจจะบีบให้เธอต้องลาออก กลับไปทำงานต่อ งานที่นี่ยังต้องการเธออีกมาก”

พิทยาบอกรวีพรรณอย่างลำบากใจว่านพไม่ยอมให้ตนออก แต่เธอไม่ต้องกังวล ตนจะไม่ให้สุอาภามารบกวนเธออีก และ “ผมสัญญาว่าผมจะอยู่ห่างจากเขาให้มากที่สุด”

แต่สุอาภายังตามจิกกัดไม่เลิก เพียงแต่เปลี่ยนวิธีใหม่ ทำทีญาติดีกับพิทยา ขอนพไปฝึกงานที่บริษัท นพจึงให้พิทยาเป็นคนดูแลเธอ แม้พิทยาจะอึดอัดใจแต่ก็จำต้องรับเป็นหน้าที่เพราะนพขอร้องว่า

“เธอให้โอกาสลูกสาวฉันอีกสักครั้งเถอะ ถ้ามีเธอคอยสั่งสอนอยู่ข้างๆ บางทียัยแตอาจจะกลับตัวได้จริงๆ ถือว่าทำเพื่อฉันนะ ฉันขอร้อง...ฉันอนุญาตให้เธอใช้งานยัยแตได้เต็มที่ ถ้ายัยแตทำอะไรไม่ถูก สั่งสอนได้เลยไม่ต้องนึกว่าเป็นลูกฉัน”

ส่วนสุอาภาก็ทำเป็นสงบเสงี่ยมสำนึกผิดและกลับตัวกลับใจชวนพิทยา “เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ”

ท่าทีที่เปลี่ยนไปของสุอาภา ไม่เพียงบวรกับต่ายที่ตั้งแง่สงสัยว่าจะดีจริงอย่างที่แสดงหรือเปล่า แม้แต่แป๋วก็แอบพูดกับกรองทิพย์ที่ออฟฟิศว่า เธอต้องมีแผนอะไรแน่ๆ ถึงเข้ามาฝึกงานกับพิทยา

“จะมีแผนหรือไม่มีแผนพี่ไม่รู้ พี่รู้อย่างเดียวว่า ตอนนี้พี่สงสารคุณพิทยามาก ก็อย่างว่าแหละ บุญคุณคุณนพท่วมหัวขนาดนี้ คุณพิทก็คงไม่กล้าปฏิเสธ เฮ้อ...

มันคงเป็นเวรกรรมที่ทำร่วมกันมาแต่ชาติปางก่อน” กรองทิพย์พูดปลงๆ

แป๋วฟังแล้วก็อดเป็นห่วงและสงสารพิทยาขึ้นมาไม่ได้เหมือนกัน

ooooooo

เพียงเช้าวันแรกที่สุอาภามาทำงาน ก็โดนพิทยาดุเสียแล้วเพราะมัวแต่คุยโทรศัพท์หัวเราะคิกคักจนไม่เป็นอันทำงาน เขายึดโทรศัพท์ไปจนกว่าเธอจะถ่ายเอกสารแปดชุดสำหรับประชุมตอนสิบเอ็ดโมงเช้านี้

พอรับงานมา สุอาภาก็สั่งต่อให้พนักงานอื่นรับไปทำ พิทยาไม่พอใจแต่ทำเฉย จนเมื่อเธอเอางานไปส่งและแบมือขอโทรศัพท์คืน พิทยาฉีกเอกสารทิ้งถังขยะบอกว่าตนสั่งให้เธอทำไม่ใช่ให้คนอื่นทำ ไม่เพียงเท่านั้นยังสั่งพนักงานทุกคนห้ามช่วยสุอาภาอีก อบรมเธอต่อหน้าพนักงานว่า

“ฟังผม ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณเข้ามาฝึกขอฝึกงาน คุณมีเหตุผลอะไร ผมมั่นใจว่ามันไม่ใช่เรื่องดี แต่ช่วยกรุณาทำตัวเป็นลูกที่ดีให้คุณพ่อคุณชื่นใจสักครั้งเถอะ” พูดแล้วเดินเข้าห้องไปเลย สุอาภาหน้าเสียอายพนักงานเหล่านั้นมาก

แต่พอไปที่เครื่องเห็นปุ่มมากมายไปหมด กดมั่วจนเอกสารไหลออกมาหลายสิบแผ่น เธอตกใจ พิทยาเห็นจึงช่วยแก้ไข บ่นดุๆว่า “ทำไม่เป็นก็บอกสิ อย่าทำอวดฉลาด” แป๋วเห็นดังนั้นเดินเข้ามาช่วย พิทยาเลยฝากให้ช่วยดูแลด้วย

เป็นการฝึกงานวันแรกที่สุอาภารู้สึกโหดมาก หิวข้าวก็ไปกินก่อนเวลาไม่ได้ พิทยาสั่งให้เข้าไปจดรายงานการประชุมให้ตน พูดเสียงดังว่า “ถ้าแค่นี้ยังทำไม่ได้ก็ไม่ต้องทำมาหากินอะไรแล้ว” พวกพนักงานพากันมองเป็นตาเดียว แต่พอสุอาภาหันมองพวกนั้นก็วงแตก แยกไปตัวใครตัวมัน สุอาภาจิกตามองอย่างเจ็บใจ

จดรายงานการประชุมแล้วยังต้องพิมพ์ให้เสร็จภายในบ่ายสอง พอเอางานไปส่งก็ถูกสั่งให้พิมพ์ใหม่เพราะพิมพ์ผิดหลายคำ ทั้งยังใช้อักษรย่อที่ประดิษฐ์ขึ้นเองอีกมากมายจนอ่านไม่รู้เรื่อง คราวนี้ถูกดุว่า

“อย่าทำงานแบบขอไปที...ถ้าทำไม่ได้ก็กลับบ้านไปเสีย คุณทำงานไม่ได้หรอก ถ้ายังใช้อารมณ์มากกว่าสติ”

ด้วยความอยากเอาชนะ กลับถึงบ้าน สุอาภาขอบทเรียนการทำงานออฟฟิตจากต่าย รุ่งขึ้นเธอก็ปรับตัวได้อย่างน่าอัศจรรย์ กลายเป็นคนพูดจาอ่อนหวาน มีกาแฟกับแซนด์วิชมาเสิร์ฟพิทยาที่เธอเน้นเสียงเรียกเขาว่า “บอส” อีกด้วย พิทยามองอย่างแปลกใจ พอยกกาแฟจะดื่มก็ระแวง “วางยาเรารึเปล่าเนี่ย?” สุดท้ายทิ้งทั้งกาแฟและแซนด์วิชลงถังขยะไม่กล้ากิน

วันนี้พิทยาสั่งให้เธอไปไซต์งานด้วยกัน เธอทำท่าทะมัดทะแมงเดินตามไป แต่อึดใจเดียวก็เดินกะเผลกๆเพราะใส่รองเท้าส้นสูง พิทยาเอาหมวกนิรภัยให้ก็ไม่ยอมใส่กลัวผมเสียทรง แต่พอเดินไปถึงไซต์งานเจอก้อนอิฐหล่นลงมาเธอตกใจตาเหลือก พิทยาตกใจกว่า โผเข้ากอดเธอไว้อย่างปกป้อง พอรู้ตัวก็รีบปล่อย ถามดุๆว่า “คราวนี้จะใส่หมวกได้รึยัง!”

ระหว่างตรวจงานนั้น พิทยาลืมเอกสารไว้ในรถจึงวางมือถือไว้แล้วรีบไปเอา รวีพรรณโทร.เข้าพอดี สุอาภารับสายทำเสียงสดชื่นทักทายบอกว่า

ตอนนี้ตนกำลังฝึกงานอยู่กับพิทยา เดี๋ยวเขามาจะบอกว่าเธอโทร.มา

แต่ไม่เพียงไม่บอก เธอยังแอบลบบันทึกการโทร.เข้าของเบอร์นี้ทิ้งด้วย!

บ่ายแล้ว พิทยาพาแวะกินข้าวกลางวันที่ร้านข้าวแกงริมทาง เธอแสดงท่าทางรังเกียจบ่นว่าทั้งร้อนทั้งสกปรกจนแม่ค้าไม่พอใจ พิทยารีบขอโทษ

แม่ค้าแล้วสั่งอาหารกินคนเดียว เธอนั่งดูเขากินอย่าง

เอร็ดอร่อยก็กลืนน้ำลายเอื๊อก พิทยาจึงตักให้ชิม

ความหิวทำให้เธออร่อยขึ้นมาอย่างคิดไม่ถึง บอกพิทยาสั่งแบบนี้ให้บ้าง

“เห็นไหมว่าอย่าตัดสินอะไรจากภายนอก” พิทยาให้บทเรียนแต่ไม่ยอมสั่งให้ บอกว่ามีขาก็เดินไปสั่งเอง

“ในออฟฟิศนายเป็นเจ้านายฉัน แต่นอกออฟฟิศ ฉันเป็นลูกของคนจ่ายเงินเดือนนาย เร็วสิ!”

พิทยาส่ายหน้าเบาๆอย่างอ่อนใจ แต่ก็หยวนๆลุกไปสั่งอาหารให้ แค่นี้เธอก็ยิ้มพอใจแล้วที่ “สั่ง” เขาได้

ooooooo

ฝ่ายภูวดล แค้นใจที่ถูกพิทยาต่อยปากแตก บอกรมณีว่าไม่ต้องห่วงตนจะกระชากหน้ากากพิทยาออกมาให้รวีพรรณเห็นเอง จากนั้นก็เอาดอกไม้ไปให้เธอที่โต๊ะทำงาน แม้จะถูกมองอย่างเย็นชาเขาก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ บอกว่า ถึงตนจะเป็นคนประวัติไม่ค่อยดี แต่ถ้าเจอคนดีตนก็พร้อมจะหยุด ทั้งยังแสดงความเห็นใจที่เธอถูกกีดกันเรื่องความรัก วางช่อดอกไม้พูดทิ้งท้ายว่า

“ดอกไม้ช่อนี้เป็นดอกไม้แห่งมิตรภาพที่เพื่อนคนหนึ่งต้องการให้กำลังใจเพื่อนอีกคนหนึ่ง ผมกลับนะครับ”

รมณีหาทางให้ภูวดลได้ใกล้ชิดรวีพรรณทุกวิธี เมื่อเธอเอารถเข้าศูนย์ก็ให้ภูวดลมารับไปทำงาน ส่งแล้วยังบอกว่าเย็นนี้จะมารับกลับ เธอขอบคุณแต่ไม่ต้องเดี๋ยวตนให้เพื่อนไปส่งได้

สินีนาฏเห็นรวีพรรณไม่ติดต่อกับพิทยาเลย ถามว่าทำไมไม่โทร.ไปถามเรื่องสุอาภาไปฝึกงานกับเขาและปล่อยให้รับโทรศัพท์แทนด้วย ระหว่างนั้นพิทยาโทร.เข้ามาพอดี แต่ถูกรวีพรรณกดปิดเครื่อง พิทยาจึงไปดักพบที่หน้าออฟฟิศ พอรู้ว่ารถเธอเข้าศูนย์เขาถามว่าทำไมไม่โทร.บอกจะได้มารับมาส่ง

“เห็นพิทงานยุ่ง ขนาดรวีโทร.หาเมื่อวาน พิทยังไม่โทร.กลับเลย” เธอพูดนิ่งๆแต่ตัดพ้อในที พิทยาจึงรู้ว่าเธอโทร.หา แต่พอกดดูที่บันทึกไว้ปรากฏว่าไม่มี จึงรู้ว่าถูกสุอาภาลบทิ้งไปแล้ว เขายังยํ้ากับเธอว่า ไม่ว่าผู้หญิงคนนี้จะพูดอะไรก็อย่าไปฟัง ขอให้เชื่อใจตน พูดอย่าง ตัดสินใจว่า “บางทีผมอาจจะต้องกล้ามากกว่านี้” เขาจึงฝากเธอนัดรมณีและณรงค์ทานข้าวกัน

และเมื่อเจอสุอาภามาทำงานเช้าวันต่อมา เขาบอกเธอว่า “ต่อไปนี้ห้ามรับโทรศัพท์ผมอีก”

ooooooo

วันนี้ พิทยาพาสุอาภาไปดูงานที่มูลนิธิเด็กจันทร์จำนง เธอก็แสดงกิริยาไม่เหมาะสมกับจันทร์-จำนง รอเข้าห้องน้ำนานก็บ่น พอเข้าไปไม่มีกระดาษก็เปิดประตูมาสั่งจันทร์จำนงให้เอาให้ ซํ้าเวลาคุยงาน

ยังรับโทรศัพท์จนจันทร์จำนงบอกกับพิทยาว่า

“เธอควรสอนมารยาทในการทำงานให้กับผู้ช่วยบ้างนะ”

เมื่อจันทร์จำนงบอกพิทยาให้เข้าไปคุยกันในห้องทำงาน สุอาภาจะตามเข้าไป จันทร์จำนงบอกว่า “คุณไม่ต้องไป ฉันต้องการคนที่ทำงานจริงจัง ทำงานอย่างมืออาชีพ ไม่อยากเสียเวลาอธิบายกับพวกมือสมัครเล่น ทำงานเพื่อฆ่าเวลาอย่างคุณ!”

เมื่อเข้าไปในห้อง จันทร์จำนงพูดออกตัวกับพิทยาว่า “คุณคงไม่โกรธที่ฉันพูดตรงๆ กับลูกเจ้านายคุณ”

“ไม่เลยครับ ไม่ค่อยมีใครกล้าพูดแบบนั้นกับคุณแต เออ...หมายถึงคุณสุอาภาน่ะครับ”

จันทร์จำนงพูดอย่างผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ว่า แสดงว่าฤทธิ์เดชไม่เบา บอกว่าสงสารเขาที่แบกทั้งงานหนักแล้วยังต้องมาแบกคนแบบนี้เอาไว้อีก พิทยาพูดอย่างเกรงใจว่า “ถ้าคุณจันทร์ไม่สะดวกใจคราวหน้าผมจะไม่พาเธอมา”

“พามาเถอะ...ชีวิตฉันจะได้มีสีสันมากขึ้น ฉันจะสั่งสอนเด็กคนนี้ให้คุณเอง”

ระหว่างรอพิทยานั้น มีเด็กวิ่งมาหกล้มหัวเข่าแตก สุอาภารีบอุ้มพาไปทำแผล พิทยาออกมาเห็นเขามองทึ่งที่ เธอทำอะไรแบบนี้ได้ เมื่อทำแผลเสร็จเขาบอกเธอว่าคุณจันทร์จำนงชวนทานข้าว  เธอทำท่าจะพูดอะไรเขาตัดบท “ห้ามปฏิเสธ!’’

การสนทนาระหว่างทานขนมจีนซาวนํ้า จันทร์จำนงรู้สึกได้ถึงการเป็นคนพูดตรงของสุอาภา เห็นข้อดีของเธอ ดังนั้น เพื่อพิทยาบอกว่าสั่งอุปกรณ์ได้แล้วเขาจะเอามาให้ จันทร์จำนงจึงบอกว่า ให้สุอาภาเอามาก็ได้ เธอพูดเบาๆกับพิทยางงๆว่า

“ฉันนึกว่าเขาเกลียดฉันเสียอีก”

พิทยาได้แต่ยิ้มๆ เพราะรู้ว่าจันทร์จำนงคิดจะทำอะไรอยู่...

ooooooo

ระหว่างขับรถกลับ สุอาภาหงุดหงิดที่พิทยาขับใจเย็นอย่างสุภาพ พอถูกคันหลังบีบแตรไล่ แซงซ้ายแซงขวา เธอทนไม่ได้แย่งไปขับเอง แล้วเธอก็ขับอย่างไม่ยอมใคร จนกระทั่งไปชนท้ายรถคันหน้าเข้าอย่างจัง

คู่กรณีลงมาอย่างเอาเรื่อง พิทยารีบลงไปจนมือถือตกที่พื้นไม่รู้ตัว สองฝ่ายต่างโต้เถียงกันไม่มีใครยอมรับผิด คู่กรณีตัดบทว่าชนท้ายยังไงก็ผิด เธอถามว่าจะเอาเท่าไรว่ามา เลยถูกด่าว่าผิดแล้วจะเอาเงินฟาดหัวหรือ คงหาเงินได้ง่าย แค่ไปนอน...

สุอาภาปรี๊ดแตกแผดเสียงลั่น ทำให้คู่กรณีชะงัก เธอปราดเข้าตบหน้าเขา พิทยารีบเข้าห้าม แต่ฝ่ายนั้นไม่ยอมจะเอาคืน พิทยาเลยชกจนเลือดกบปาก เขาจ้องหน้าคู่กรณีอย่างโกรธจัด สุอาภาตกใจยืนอึ้งเพราะไม่เคยเห็นเขาโกรธขนาดนี้!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.