ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

แรงปรารถนา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ความโกลาหลเกิดแก่เจ้าภาพงานทั้งสองฝ่ายทันทีเมื่อรู้ว่าเจ้าสาวหายตัวไป ภูวดลฟันธงว่าต้องเป็นฝีมือพิทยา ภาสันต์บอกให้รมณีดูแลทางนี้ตนกับภูวดลจะไปตามหารวีพรรณเอง

หลังจากพิทยาสลัดพ้นจากพนักงานโรงแรมที่ติดตามแล้วเขาเดินกลับเข้าไปในงาน เจอภูวดลกำลังงุ่นง่านจะออกไป เขาพุ่งเข้าใส่พิทยาทันที “แกพารวีไปไว้ที่ไหน” เมื่อพิทยาถามหน้าตายว่าพูดอะไรของคุณ ภาสันต์ก็ตะคอก

“อย่ามาตีหน้าซื่อ บอกมา หนูรวีอยู่ไหน!!”

พิทยาบอกว่าตนไม่รู้เพราะออกไปโทรศัพท์เพิ่งกลับเข้ามา ภาสันต์ฉุกคิดอะไรได้ บอกภูวดลให้ปล่อยพิทยา พูดอย่างรู้ทันว่า “แกไม่ได้พาหนูรวีหนี แต่มีคนอื่นใช่ไหม” เมื่อพิทยาทำไขสือ ภาสันต์มั่นใจว่าตนคิดถูกบอกภูวดลว่า “เราถูกมันหลอก รีบไปตามหาหนูรวี”

พอสองพ่อลูกออกไป พิทยามองตามอย่างกังวลใจ

ภูวดลวิ่งลงไปที่ลานจอดรถ เห็นรวีพรรณอยู่ไกลๆ เขาตะโกนเรียกและวิ่งไล่ตาม รวีพรรณตกใจวิ่งหนีจนรองเท้าหลุดหน้าเกือบคะมำ โชคดีที่รถคันหนึ่งมาบีบแตรเรียก เธอเปิดประตูรถขึ้นไปทันที ภูวดลเห็นรวีพรรณหนีไปได้ต่อหน้าก็สบถอย่างหัวเสีย

“โธ่เว้ย!!”

พอขึ้นรถ รวีพรรณหันไปทางคนขับเรียก “พิท” แล้วเธอก็ตกใจเมื่อกลายเป็นบวร!!

“พิทขอให้ผมมาช่วยคุณ” บวรบอก รวีพรรณถึงกับนิ่งอึ้ง พูดอะไรไม่ออก

ooooooo

ภูวดลกลับเข้ามาในงาน ตรงเข้าชกหน้าพิทยาแล้วจะตามซ้ำ จันทร์จำนงเข้ามาขวางถามว่าชกพิทยาทำไม ภูวดลบอกว่าพิทยาให้คนมาพาเจ้าสาวของตนหนี

“ไม่จริง พิทไม่มีทางทำอะไรแบบนั้น เราอย่าพูดจาพล่อยๆ” ภูวดลหาว่าคุณย่าเข้าข้างพิทยา “ย่าไม่ได้เข้าข้างใคร แต่พิทยาเป็นคนดี”

ภูวดลโต้เถียงจันทร์จำนงอย่างโกรธจัด ทั้งยังด่าพิทยาว่าเป็นตัวซวยแม่ถึงได้ตายซ้ำพ่อก็ไม่ยอมรับ เลยถูกจันทร์จำนงตบหน้าฉาดใหญ่ ภูวดลมองย่าอึ้ง จันทร์จำนงเองก็เสียใจที่ตบหน้าหลานชาย

“ฉันไม่ยอมให้เรื่องมันจบแค่นี้แน่” ภูวดลอาฆาตกับพิทยาก่อนผละไปอย่างหัวเสีย

ส่วนบวร เมื่อขับรถพารวีพรรณไปที่เซฟเฮาส์แล้ว บอกเธอว่าที่นี่มีครบทุกอย่าง เธอพักได้ตามสบายจนกว่าจะหาที่ทางใหม่ได้ มอบเบอร์โทรศัพท์ของแม่บ้านให้ ถ้าขาดเหลืออะไรก็ให้ช่วยจัดการได้ แล้วขอตัวกลับ

รวีพรรณถามว่าพิทยาทำไมไม่มาช่วยตน บวรมองหน้าเธอพูดจริงจังว่า

“คุณเลิกยุ่งกับพิทได้แล้ว!! เพราะคุณ...ทำให้ทุกอย่าง มันวุ่นวายไปหมด คุณควรจะรู้ตัวได้แล้วว่าคุณทำให้พิทลำบากใจ” เธอเถียงว่าไม่จริง “จริง!! ถ้าพิทเขาอยากช่วยคุณ เขาต้องมาช่วยด้วยตัวเองแล้ว แต่นี่เขามาขอให้ผมช่วย เพราะเขาแคร์น้องสาวผม เขาไม่อยากให้แตเข้าใจผิด คุณควรจะยอมรับความจริงได้แล้วว่าเรื่องระหว่างคุณกับพิท มันจบลงแล้ว ถ้าคุณเห็นแก่เขา ก็ควรจะตัดใจและเลิกเอาเขามาข้องเกี่ยวกับปัญหาส่วนตัวของคุณเสียที ปล่อยพิทไปเสีย!”

ooooooo

กลับถึงบ้านคืนนี้ ภาสันต์แทบจะบ้า ด่าภูวดลว่าไม่มีน้ำยา ศรีพิไลขอให้หยุดเสียทีเพราะแค่นี้ก็วุ่นวายพอแล้วและตนก็บอกแขกไปแล้วว่าเจ้าสาวไม่สบาย ถามว่าแล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป

“ทำยังไงน่ะเหรอ!” ภาสันต์กรากเข้ากระชากคอเสื้อภูวดล “ไปตามตัวเจ้าสาวแกกลับมา! ฉันไม่สนว่ามันจะไปกับใคร แต่ฉันต้องได้ที่ดินและแขกเหรื่อต้องเข้าใจว่าเจ้าสาวแกป่วย ไม่ได้หนีตามไอ้ผู้ชายหน้าไหนไป ถ้าแกทำไม่ได้ก็ไสหัวออกไปจากที่นี่เสีย!!”

“โธ่เว้ย!! ไอ้พิทยา!!” ภูวดลสบถแค้น

เช้าวันรุ่งขึ้น ภูวดลไปที่บ้านรวีพรรณเจอรมณีกับณรงค์ เขาถามว่า “ยังติดต่อไม่ได้เลยเหรอครับ”

“พวกน้าพยายามหาเบาะแสทุกอย่างทั้งจากเพื่อนและคนรู้จักทุกคนของยัยรวี แต่ไม่มีวี่แวว” รมณีหน้าตาอิดโรยมาก

“คุณน้าไม่ต้องห่วง ต่อให้ต้องพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินหา ผมก็ต้องตามคุณรวีกลับมาให้ได้” ภูวดลให้คำมั่นอย่างมีเป้าหมายในใจแล้วว่าจะไปหาเธอได้ที่ไหน

ooooooo

หลังจากฟังนพอุปมาอุปไมยเรื่องกล่องผลไม้แล้ว สุอาภาคิดมากจนฝันว่าพิทยาทำอาหารเช้ามาให้และป้อนให้อย่างเอาใจ แต่พอสะดุ้งตื่นรู้ว่าเป็นแค่ความฝัน เมื่อหวนคิดถึงคำพูดของนพเมื่อคืนนี้แล้วเธอก็เงยหน้าขึ้นอย่างตัดสินใจบางอย่าง
ลงไปเจอพ่อ พี่ชาย และพี่สาวนั่งทานอาหารเช้ากันอยู่ เธอเดินไปบอกนพว่า

“ป๋าคะ...เรื่องป๋าบอกให้แตลองคิด...แตตัดสินใจได้แล้วค่ะ”

พอทานอาหารเช้าเสร็จ พิทยาก็ได้รับโทรศัพท์จากบวรบอกว่า สุอาภาอยากคุยด้วย พอปลายสายงงๆ เขาพูดให้ความหวังว่า “สิ่งที่แตพูดไปวันนั้น พูดไปเพราะกำลังโกรธ พิทอย่าใส่ใจ ถ้ายังไงวันนี้พิทมาคุยกับแตอีกสักครั้งเถอะ ฉันเชื่อว่าคำตอบของแตวันนั้นกับวันนี้ มันจะเป็นคนละคำตอบกัน”

ก่อนถึงเวลาอาหารกลางวันที่พิทยาจะมาคุย สุอาภาเอาแหวนแต่งงานมาใส่ที่นิ้วนางซ้ายอีกครั้ง มองอย่างมีความสุข

แล้วทุกคนก็ตื่นเต้นเมื่อรู้สึกมีคนเดินเข้ามา คิดว่าพิทยามาแล้ว แต่พอมองไปทุกคนก็หน้าเครียดเพราะกลายเป็นภูวดล

บวรเดินออกไปถามว่ามีธุระอะไรไม่ทราบ ภูวดลบอกว่ามาหาพิทยา บวรสวนไปทันทีว่าไม่อยู่ พูดเชิงไล่ว่า

“และมันไม่เหมาะสมด้วยที่คุณจะมาตามหาเขาที่นี่ มันเป็นเวลาของครอบครัว ถ้าคุณมีธุระอะไรเอาไว้วันหลังดีกว่า เชิญคุณกลับไปได้แล้ว” ภูวดลไม่เชื่อจะเดินเข้าไป บวรเดินไปขวางปรามว่า “นี่เป็นบ้านของพวกเรา คุณไม่มีสิทธิ์จะมาทำตัวเป็นนักเลงที่นี่”

สุอาภาได้ยินเสียงโต้เถียงกันเดินออกมาดู ภูวดลได้โอกาสกล่าวหาทันทีว่า

“เมื่อวานที่งานแต่งงานผม สามีคุณลักพาตัวเมีย เอ๊ย...เจ้าสาวของผมไป ให้เขาปล่อยตัวรวีคืนมาเดี๋ยวนี้! คุณช่วยกรุณาจัดการให้สามีคุณคืนภรรยาชาวบ้านมาได้แล้ว ลักพาตัวผู้หญิงของคนอื่นไปแบบนี้มันโจรชัดๆ”

สุอาภาเพิ่งได้ยินเรื่องนี้เธอช็อกเถียงไม่ออก แต่บวร นพ และต่ายช่วยกันโต้เถียงกับภูวดลว่าเขาใส่ความพิทยา จนบวรโมโหเกือบเข้าไปชก ก็พอดีพิทยามาถึง

“อย่าครับคุณใหญ่! ให้ผมคุยกับเขาเอง คุณใหญ่อย่าได้เอาตัวเข้าไปแลกกับคนแบบนี้เลย”

ภูวดลสะอึกเข้าถามพิทยาทันทีว่ารวีอยู่ที่ไหน พิทยาตอบอย่างใจเย็นว่า เมื่อวานตอนที่เจ้าสาวเขาหายไปตนก็อยู่ในงานด้วยและเราก็เคลียร์เรื่องนี้กันแล้ว เชิญเขากลับไปได้เลย

เมื่อโต้เอาชนะพิทยาไม่ได้ ภูวดลหันไปขู่สุอาภาว่า ถ้าไม่อยากอับอายขายหน้ามากไปกว่านี้ก็รีบเคลียร์ให้ผัวตัวเองปล่อยคนของตนเสีย พิทยาเข้าขวางไม่ให้ยุ่งกับสุอาภา ก็ถูกภูวดลกระชากคอเสื้อสั่งให้ปล่อยผู้หญิงของตนคืนมา

“พิทเขาไม่ได้ทำ” สุอาภาก้าวออกไปปกป้อง ยืนยันว่า “ทั้งวันก่อนหน้าวันแต่งงานของนายเมื่อคืนนี้และตอนนี้ เขาก็อยู่กับฉัน จะมีเวลาที่ไหนพาเจ้าสาวของนายหนี”

พิทยาและทุกคนหันมองสุอาภาเป็นตาเดียว เธอออกรับแทนพิทยาอย่างกล้าหาญทั้งที่ขมขื่นใจว่า

“พิทกับฉัน เรารักกัน พิทให้เกียรติฉัน ไม่เคยนอกใจ ไม่เคยโกหก เราไว้ใจกัน และที่สำคัญ...พิทจะเลือกฉันก่อนคนอื่นเสมอ เพราะฉะนั้น พิทไม่มีทางพาคุณรวีหนีไปจากงานแน่”

เมื่อสุอาภาออกมาปกป้องและยืนยันเช่นนี้ แม้ภูวดลจะไม่เชื่อแต่ก็ทำได้แค่ด่าเธอว่าหน้าโง่ แล้วต้องถอย

ก่อนไปไม่วายพูดปรามาสว่า “ถ้าอยากปกป้องมันกันนัก ดูซิว่าพอความจริงแดงขึ้นมาจะยังปลื้มมันอยู่อีกไหม” ชี้หน้าพิทยาอาฆาตว่า “ถ้าฉันเจอรวีเมื่อไหร่ แกได้เข้าไปนอนในตะรางแน่!”

พอภูวดลกลับไป ทุกคนพากันโล่งอก พิทยาหันมองสุอาภาอย่างอัดอั้นจนพูดไม่ออก ส่วนสุอาภามองเขาด้วยแววตาเย็นชา ว่างเปล่า เดินออกไปด้วยหัวใจเจ็บปวด พิทยาเรียกก็ไม่หยุดจนเขาตามออกไป เธอจึงถามว่าพารวีหนีไปจริงใช่ไหม

บวรยอมรับว่าตนต่างหากที่จัดการเรื่องนั้น สุอาภาหันมาคาดคั้นพี่ชายว่า “เพราะพิทขอร้องให้ทำใช่ไหม”

“ใช่...ผมขอให้พี่ใหญ่ช่วย แต่ที่ผมทำ ไม่ใช่เป็นเพราะผมยังมีเยื่อใยกับรวีนะครับ”

สุอาภาขอให้พี่ชายออกไปก่อน ตนอยากคุยกับพิทยาตามลำพัง เมื่อบวรออกไปแล้ว เธอพูดเป็นการเป็นงานว่า

“ที่ฉันเรียกนายมาวันนี้ เพราะป๋าบอกฉันว่า...บางครั้ง สิ่งที่ฉันเห็น ก็อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันเข้าใจ ฉันถึงอยากให้โอกาสนายได้พูด แต่ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้ ก็ไม่มีความจำเป็นที่นายต้องพูดอะไรอีก” พูดแล้วน้ำตารื้นขึ้นมา

“ไม่นะครับคุณแต...”

“สิ่งที่นายทำ มันทำให้ฉันรู้ว่านายทนเห็นผู้หญิงคนนั้นแต่งงานกับนายภูวดลไม่ได้ ทั้งๆที่นายก็รู้ว่า นายภูวดลเป็นตัวอันตรายมากแค่ไหน แต่นายก็ยังเลือกที่จะช่วยเขา น่าอิจฉาคุณรวี ที่มีคนรักมาก ถึงขนาดยอมเสี่ยงชีวิตของตัวเอง”

พิทยาพยายามจะชี้แจงแต่สุอาภาไม่เปิดโอกาส กระนั้นเขาก็ยังมีความหวังเมื่อเห็นเธอสวมแหวนแต่งงานที่นิ้ว แต่พริบตานั้น เธอถอดแหวนส่งคืนให้เขา พูดอย่างเด็ดขาดทั้งที่เจ็บปวดว่า

“นายกับฉัน...จบลงแล้ว...ถ้านายยังอยากได้ชื่อว่าเป็นสามีที่ดีอยู่บ้าง รู้ไหมว่าต้องทำยังไง ฉันจะให้โอกาสนายทำหน้าที่สามีเป็นครั้งสุดท้าย...หย่ากับฉันให้เร็วที่สุด!”

พิทยาหัวใจแทบสลาย บอกว่าตนไม่ยอมหย่า จะไม่ยอมให้เธอจากไปแบบนี้ ถูกสุอาภาสะบัดมือหลุด พูดใส่หน้าเขาว่า “ฉันเกลียดนาย! ฉันเกลียดนาย ได้ยินไหม ฉันอยากไปจากนาย ฉันไม่อยากเห็นหน้านายอีก เลิกยุ่งกับฉันเสียที!”

สุอาภาเดินอ้าวออกไปน้ำตาอาบแก้ม พิทยามองตามอย่างหมดแรงแทบทรุดลงไปกองอยู่ตรงนั้น...

บวรเองก็ถูกต่ายกับนพตำหนิที่ทำเรื่องแบบนั้น แม้แต่ป้านีก็ยังบ่นว่าน่าโมโหนักเชียว

ทุกคนตกใจเมื่อพิทยาบอกว่าสุอาภาต้องการหย่ากับตนเร็วที่สุด

ooooooo

ผู้ที่สะเทือนใจมากที่สุดคือนพ พูดกับพิทยาที่เข้าไปกราบขอโทษเขาในห้องทำงาน ที่ตนทำลายความไว้วางใจที่ให้กับตน และขอโทษที่ตนดูแลสุอาภาต่อไปไม่ได้ ทำผิดสัญญาที่ให้ไว้ นพลุกขึ้นจับไหล่พิทยาให้ยืน เอ่ยอย่างสะเทือนใจว่า

“เธอไม่ได้ทำผิดและไม่ต้องขอโทษ ฉันเข้าใจดีทุกอย่าง ทั้งเรื่องหนูรวีและเรื่องยัยแต จะว่าไปไอ้เรื่องราวที่เกิดขึ้นมันก็เกิดจากฉัน เพราะฉันอยากให้เธอดูแลยัยแต ทั้งที่เธอก็เคยบอกฉันแล้วว่าเธอไม่ต้องการแต่งงาน เธอต้องแยกจากคนรักเพื่อทดแทนบุญคุณฉัน ส่วนยัยแตต้องแต่งงานกับเธอเพราะเห็นแก่ฉัน...ฉันพยายามที่จะช่วยประสานรอยร้าวของพวกเธอ แต่มาตอนนี้ ฉันรู้แล้วว่า รอยร้าวที่เกิดขึ้น ไม่มีทางที่จะประสานได้อีก...”

พิทยานิ่งเงียบ ไม่กล้าบอกความรู้สึกแท้จริงที่มีต่อสุอาภา ส่วนนพก็ยังคงตำหนิตัวเองว่า

“ฉันไม่ควรเอาความต้องการของฉันไปโน้มน้าวพวกเธอสองคนตั้งแต่แรก บางทีมันอาจจะถึงเวลาที่ฉันต้องปล่อยให้เธอกับยัยแตได้ไปตามทางที่พวกเธอตัดสินใจเอง”

“คุณอา...” พิทยาอุทานอย่างใจหาย

“ไม่ว่าเธอจะตัดสินใจอะไรในเรื่องของลูกสาวฉัน ขอให้เธอทำเพื่อตัวเอง อย่าทำเพื่อฉันหรือเพื่อใครอีก...” นพจับบ่าเขาบีบแน่น พูดอย่างสะเทือนใจ “เธอเสียสละมากพอแล้วพิท สิ่งที่ฉันต้องการมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ การเห็นเธอกับยัยแตมีความสุข ไม่ว่าเธอสองคนจะได้ลงเอยกันหรือไม่ ฉันขอแค่นั้น...ก็พอใจแล้ว”

แล้วคืนนี้ นพก็เข้าไปถามสุอาภาว่าแน่ใจหรือที่จะหย่ากับพิทยา เธอตอบรับสั้นๆว่าใช่ บวรบอกน้องว่าอย่าโกรธพิทยาเลย เขาไม่ได้ตั้งใจ

“พี่ใหญ่ไม่ต้องแก้ตัวแทนเขาอีกแล้ว ความจริงการที่แตกับพิทจะหย่ากันมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะตั้งแต่แรก เราก็ไม่ได้แต่งงานกันเพราะความรัก” สุอาภาแข็งใจพูด แต่พอต่ายถามว่าแตรักพิทไม่ใช่หรือ เธอก็อึ้งไป อึดใจเดียวก็เงยหน้าฝืนยิ้ม ตัดบทว่า “ทุกคนไม่ต้องห่วงแตนะคะ เดี๋ยวนี้แตเข้มแข็งขึ้นมาก แรกๆมันคงจะทรมานสักหน่อย แต่แตจะอดทนและผ่านมันไปได้ค่ะ”

“เรื่องบางเรื่องก็ไม่ต้องอดทนหรอกลูก” นพลุกไปโอบไหล่ลูกสาว “ถ้าอยากจะร้องไห้ก็ร้องออกมาเถอะ เพราะป๋า เจ้าใหญ่ เจ้าต่ายจะช่วยซับน้ำตาให้ลูกเอง”

เพียงเท่านั้นน้ำตาที่กลั้นไว้ก็พรั่งพรูออกมาอย่างทนไม่ได้ นพกอดและซับน้ำตาให้ ส่วนต่ายกับบวรก็กอดน้องไว้ด้วยความสงสารจับใจ...

ooooooo

เพียงวันรุ่งขึ้น พิทยาก็ถูกคนร้าย 3 คนมาดักทำร้ายขณะเขาจะออกไปทำงาน โปะยาสลบแล้วอุ้มไปที่โกดังร้างแห่งหนึ่ง

เวลาเดียวกัน รวีพรรณอยู่ที่เซฟเฮาส์ เธอเริ่มกระวนกระวายใจที่พิทยายังเงียบอยู่ คิดถึงคำพูดของบวรก่อนกลับไปที่ให้เธอปล่อยพิทยาไปเสียก็ยิ่งเศร้า หยิบมือถือจะโทร.ออก เห็นมิสคอลมากมาย ทั้งจากแม่ จากภูวดล และเบอร์อื่นๆ เธอไม่สนใจ แต่พอมีเสียงเมสเสจดังขึ้น เธอกดเปิด ตกใจเมื่อเป็นคลิปพิทยาถูกมัดมีผ้าปิดตา มีชายฉกรรจ์ 3 คนรุมเตะต่อยอยู่

ไม่นานก็มีภาพภูวดลคุยมือถือด้วยท่าทางสะใจ ข้างหลังเขาคือพิทยาที่นอนสลบอยู่ เขาพูดเย้ยว่า

“ผมบอกคุณแล้ว ว่าคุณหนีผมไม่ได้ ที่ไอ้พิทยามันต้องโดนแบบนี้ก็เพราะคุณ เพราะความโง่ของคุณที่สะเออะอยากจะเอาชนะผม!!”

 

แรงปรารถนา 29/01/56

ตอนที่ 14    (ต่อจากวานนี้)

“นรกส่งคุณมาแช่งชักทำลายคนอื่นเขาใช่ไหม ไม่นึกเลยว่าคุณจะเลวได้ขนาดนี้ คนอย่างคุณต้องไม่ได้ตายดี!! จะเอายังไงก็บอกมา แต่คุณต้องหยุดทำร้ายพิท”

ภูวดลแสยะยิ้มที่แผนเป็นไปตามคาด บอกเธอว่า “ถ้าคุณยอมกลับมาแต่งงานกับผม ผมจะปล่อยไอ้พิทยาทันที”

พอดีพิทยารู้สึกตัวขึ้นมาจ้องภูวดล “ผมรู้ว่าเป็นคุณ...คุณทำแบบนี้ทำไม...”

ภูวดลตกใจที่พิทยาเห็นตน สั่งลูกน้องทิ้งเขาไว้ที่นั่นแล้วพากันออกไป

รวีพรรณหลงกลมาพบภูวดลที่หน้าโกดังร้าง แต่พอมาถึงเขาก็บังคับให้เธอขึ้นรถพาไปส่งที่บ้าน รมณีดีใจที่ได้ลูกสาวคืนมา ด่าพิทยาหาว่าทำเรื่องเลวร้าย รวีพรรณบอกว่าตนเป็นคนขอให้พิทยาทำเพราะตนไม่อยากแต่งงานกับภูวดล

“คุณน้าอย่าไปฟังคุณรวีนะครับ คุณรวีคงจะถูกไอ้พิทยามันเสี้ยมให้พูดแบบนี้ ผมโทษฝ่ายชายมากกว่าที่มีเมียแล้ว แต่ก็ยังหน้ามืดตามัวทำเรื่องสิ้นคิด”

รมณีขอโทษภูวดลแทนลูกสาว ภูวดลทำเป็นสุภาพบุรุษพร้อมจะให้อภัย แล้วเสนอแบบมัดมือชกว่า

“พรุ่งนี้ผมจะให้นายทะเบียนมาจัดการจดทะเบียนสมรสให้เราสองคนที่นี่ รวีจะได้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผมเสียที ส่วนเรื่องแต่งงานค่อยจัดขึ้นหลังจากที่เราเป็นสามีภรรยากันแล้ว ดีไหมจ๊ะ”

ทั้งรมณีและณรงค์ต่างซาบซึ้งชื่นชมความเป็นสุภาพบุรุษคนดีของภูวดล แต่พอเขาจะลากลับ รวีพรรณเรียกไว้จิกตาเน้นเสียงว่า “ฉันมีอะไรอยากพูดกับว่าที่สามีเหมือนกัน”

ภูวดลเริ่มใจเสีย ส่วนรมณีตำหนิลูกสาวว่ายังจะพูดอะไรอีก บุญแค่ไหนแล้วที่ภูวดลยกโทษให้

“ยกโทษเหรอ! ให้พ่อแม่และคนอื่นคิดว่าพิทล่อลวงรวีไปแบบนี้ สู้ให้รู้ความจริงกันไปเลยดีกว่าว่าคนที่เลวคือใครกันแน่!!” เธอเว้นเสียงก่อนโพล่งออกไปอย่างไร้กังวลว่า “ผู้ชายคนนี้ข่มขืนรวี!!”

รมณีกับณรงค์ผงะ ภูวดลหน้าเสียไม่คิดว่าเธอจะกล้าพูดเรื่องนี้

“ที่ผ่านมา มันบังคับขู่เข็ญรวีได้ทุกอย่าง ก็เพราะรวีอายที่จะต้องบอกเรื่องนี้กับใครๆ” ภูวดลตวาดว่าเธอโกรธที่ตนพากลับมาใช่ไหมเลยพูดแบบนี้ เธอตวาดให้เขาหยุดปั้นหน้าหลอกลวงคนอื่นได้แล้ว หันไปบอกแม่ว่า

“คุณแม่จะไม่เชื่อรวีก็ได้ เพราะรวีเองก็อยากให้ความลับนี้มันตายไปกับตัวรวีเหมือนกัน แต่ตอนนี้รวีรู้แล้วว่า คนอย่างมันไม่มีวันหยุด! พอกันที ฉันจะไม่ทนให้แกทำอะไรฉันอีกแล้ว”

ขณะที่รมณีกับณรงค์ตะลึงอึ้งอยู่นั้น รวีพรรณเอาคลิปที่ภูวดลซ้อมพิทยาเปิดให้ดู บอกว่า

“มันให้คนซ้อมพิท เพื่อให้รวียอมกลับมาแต่งงานกับมัน จะบอกอะไรให้ ถ้าพิทเขาชั่วได้แค่เสี้ยวหนึ่งของแกฉันคงได้เป็นเมียเขาไปแล้ว”

ภูวดลพยายามจะหยุดเธอ แต่รวีพรรณยอมที่จะแลกทุกอย่างเพื่อฉีกหน้ากากของเขาให้ได้ เขาสั่งให้หยุด เธอตวาด

“ฉันไม่หยุด! แกอิจฉาพิท อิจฉาเขามาตลอด แกก็เลยต้องมาแกล้งผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้อย่างฉันเพื่อล้างแค้นเขาเพราะแกมันไม่เอาไหน ไม่มีอะไรสู้พิทได้สักอย่าง แกมันก็เหมือนหมาหางด้วน วางแผนหลายซับหลายซ้อน แล้วเป็นไง...สุดท้ายฉันจะทำให้แกไม่เหลืออะไรเลยสักอย่าง ฉันจะไม่มีวันแต่งงานกับแก แกจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่มีใครรักเพราะขนาดพ่อของแกเขาก็ยังไม่รักแกจริง”

ภูวดลตบหน้ารวีพรรณจนเลือดออกที่มุมปากแล้วจะตามซ้ำ ถูกณรงค์พุ่งเข้าเอาตัวบังตวาดลั่น

“อย่าแตะต้องลูกสาวฉัน”

“จะไม่มีการแต่งงานเกิดขึ้น ทุกอย่างยกเลิก!! ออกไปจากบ้านฉัน!!” รมณีไล่ตะเพิด

ภูวดลยอมไปแต่หันไปพูดใส่หน้ารวีพรรณว่า อย่าคิดว่าตัวเองชนะ พูดอย่างสะใจว่า

“ที่เธอไปแก้แค้นนังสุอาภา จริงๆแล้วทุกอย่างมันเป็นแผนของฉัน นังนั่นมันไม่ได้อยากแย่งไอ้พิทยาไปจากเธอ แต่ฉันหลอกให้เธอล้างแค้นมัน แล้วเธอก็เชื่อ เธอมันก็แทงข้างหลังคนอื่นเหมือนกัน” รวีพรรณถามว่าเขาทำแบบนี้ทำไม ภูวดลแสยะยิ้มบอกว่า “เพื่อความสะใจยังไงล่ะ”

“คนชั่ว!! แกทำลายชีวิตฉัน แกทำให้ฉันเข้าใจพิทผิด เพราะแก...แกคนเดียวที่ทำให้ฉันสูญเสียทุกอย่างแม้กระทั่งคนที่ฉันรัก”

ภูวดลทนฟังไม่ได้ จับแขนเธอบิดแล้วผลักไปเต็มแรง เธอถลาไปชนโต๊ะเขาจะตามไปตบซ้ำ รวีพรรณจึงคว้ามีดปอกผลไม้พุ่งเข้าแทงสุดแรง

มีดปักคาท้องภูวดล เลือดค่อยๆซึมออกมา ภูวดลทรุดลงไปกองกับพื้น รวีพรรณเซไปอย่างหมดแรง ส่วนรมณีกับณรงค์ยืนหน้าซีดเผือด

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.