ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

แรงปรารถนา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ระหว่างทางที่รวีพรรณถูกบังคับนั่งมาในรถนั้น เธอพยายามจะหนีจากเขา เมื่อภูวดลไม่ยอมจอดรถเธอคว้าพวงมาลัยหักเข้าข้างทาง ภูวดลตกใจเบรกรถ เธอจะถอดเข็มขัดนิรภัยก็ถูกกระชากตัวเข้าไปขู่

“เลิกบ้าได้แล้ว ยังไงคุณก็ต้องแต่งงานกับผม!! คุณไม่มีทางหนีไปไหนได้อีก” รวีพรรณตะโกนให้ปล่อยตนเจ็บ “เธอจะเจ็บมากกว่านี้ถ้ายังสร้างปัญหา...อย่าบังคับให้ผมต้องทำร้ายคุณ”

ความดุดันของภูวดลทำให้เธอไม่กล้าขัดขืนนั่งน้ำตาไหลพรากๆอย่างหวาดกลัวเจ็บใจ ยอมนั่งรถไปแต่โดยดี

เมื่อภูวดลพาเธอไปส่งที่บ้าน ทั้งรมณีและณรงค์ต่างขอบใจภูวดลที่ช่วยตามหา และพาลูกกลับบ้าน ส่วนภูวดลก็ทำเป็นยิ้มจริงใจห่วงใยบอกเธอว่า “พักผ่อนมากๆนะครับว่าที่เจ้าสาวของผม”

รวีพรรณเห็นการตีสองหน้าของภูวดลก็ยิ่งทั้งเกลียดทั้งแค้นใจ ทำอะไรเขาไม่ได้ก็ได้แต่กำมือแน่น

เมื่อเข้าห้องนอน รมณีเดินเข้ามาขอโทษที่ตบหน้าลูก บอกว่าแม่ไม่ได้ตั้งใจอย่าโกรธแม่เลยนะ เธอถามประชดว่า

“รวีเลือกได้ด้วยเหรอคะว่าจะโกรธหรือไม่โกรธ”

รมณีโกรธแต่เก็บอาการ พรรณนาถึงความรักความหวังดีที่มีต่อเธอ จึงต้องหาคนดีที่ดูแลปกป้องเธอได้ในยามที่พ่อแม่ไม่ได้อยู่ด้วยแล้ว แก้ตัวแกมหว่านล้อมว่า

“พ่อกับแม่อยากให้ลูกเข้าใจว่าเราสองคนไม่ได้อยากบังคับฝืนใจ แต่ทุกอย่างที่ทำก็เพื่อลูกทั้งนั้น...ลูกพักผ่อนเถอะ”

รวีพรรณพูดไม่ออก เมื่อแม่ออกไป เธอจึงได้แต่นั่งคิดหนักไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป...

ooooooo

รุ่งขึ้น พิทยารู้เรื่องภูวดลมาเอาตัวรวีพรรณกลับไปก็นึกเป็นห่วงจนสุอาภาอดน้อยใจไม่ได้

เขารีบไปหาเธอที่ร้านอาหาร เห็นรอยช้ำที่ถูกภูวดลทำร้ายก็ยิ่งไม่พอใจบอกเธอว่า

“เขาทำกับคุณขนาดนี้เลยหรือ ผมจะไปเอาเรื่องเขา”

“อย่าค่ะ! แค่นี้รวีทนได้ รวีไม่เจ็บหรอก” เธอรั้งเขาไว้ แล้วบิดเบนใส่ไฟสุอาภาว่า “ความจริงเรื่องเมื่อคืนจะโทษภูวดลคนเดียวก็ไม่ถูกนัก รวีไม่รู้จะพูดยังไงดี”

พอพิทยาบอกว่าให้พูดมาเถิดมีอะไรที่ตนยังไม่รู้บ้าง เธอก็ปั้นหน้าเศร้าเล่าเสียงเครือว่า

“ตอนที่คุณภูวดลมา รวีขอร้องให้คุณแตช่วย แต่คุณแตกลับปล่อยให้เขาเข้ามาในบ้าน คุณแตไม่ช่วยรวีเลย รวีรู้ว่าพิทไว้ใจคุณแตมาก คงไม่เชื่อที่รวีพูด แต่พิทก็น่าจะรู้ว่าคนอย่างรวีไม่เคยโกหก”

“ผมรู้ว่าคุณไม่โกหก แต่ผมก็มั่นใจว่าคุณแตไม่ใช่คนแบบนั้น”

เมื่อแหย่เรื่องนั้นไม่ได้ผลก็ยุว่า น่าแปลกว่าทำไมภูวดลถึงรู้ว่าตนมาอยู่ที่นี่ แต่ที่แน่ๆตนรู้ว่าสุอาภาไม่ค่อยพอใจที่ตนมาหาเขาบ่อยๆ เธอคร่ำครวญจนพิทยาเริ่มคล้อยตาม

สินีนาฏที่ไม่พอใจและจับโกหกรวีพรรณอยู่แล้ว แอบได้ยินก็ถึงกับเบ้ปากพึมพำ “ตอแหลได้โล่เลยนะ ฮึ!” เธอเดินไปหลังร้าน โทรศัพท์ถึงภูวดลทันที

รวีพรรณเป่าหูพิทยาจนเขากลับไปแล้ว เธอเดินหาสินีนาฏเจอกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ แอบฟัง ได้ยินเพื่อนบอกภูวดลว่าพิทยามาที่นี่ ต่อว่าภูวดลว่า

“ฉันอุตส่าห์โทร.บอกคุณเมื่อคืนว่ารวีอยู่ที่ไหน แต่คุณก็ยังจัดการรวีไม่ได้ ถ้าคุณยังอ่อนอยู่แบบนี้ รวีหนีการแต่งงานไปได้แน่”

ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนแตกหักทันที รวีพรรณเข้าไปต่อว่าสินีนาฏว่าทำกับเพื่อนแบบนี้หรือ ถูกสินีนาฏย้อนถามว่า ยังคิดว่าตนเป็นเพื่อนอยู่หรือ แล้วระบายความเจ็บแค้นออกมาอย่างอัดอั้นมานานว่า

“ที่ผ่านมา เธอคอยแต่จะเอาเปรียบฉัน ทำอะไรก็นึกถึงแต่ตัวเอง อะไรที่ว่าดีเธอก็จะเอาไปหมด รวมทั้งพิท...เธอก็รู้ว่าฉันชอบพิท ฉันเห็นเธอเป็นเพื่อน ฉันถึงมาปรึกษา ฉันขอให้เธอช่วย แต่เธอกลับเรียกร้องความสนใจจนทำให้พิทหันมาชอบเธอแทนที่จะเป็นฉัน คุณภูวดลจึงเป็นตัวช่วยที่สำคัญของฉันในการทำลายเธอกับพิท”

รวีพรรณมองทะลุปรุโปร่งทันทีว่า ที่ภูวดลรู้การเคลื่อนไหวของตนทุกเรื่องเป็นเพราะเพื่อนคนนี้ ด่าว่าอย่างรุนแรงไม่พอยังประกาศตัดขาดความเป็นเพื่อนและไล่ออกจากร้านไปทันที

สินีนาฏจ้องหน้ารวีพรรณอย่างอาฆาตแค้นก่อนเดินออกจากร้านไป

ooooooo

พิทยากลับมาเล่าให้สุอาภาฟังว่า รวีพรรณบอกว่าเธอเป็นคนโทร.บอกภูวดลให้มาเอาตัวกลับไป เธอบอกว่าจะปล่อยให้รวีพรรณเข้าใจแบบนั้นไม่ได้ ต้องไปเคลียร์ให้รู้เรื่อง

พิทยาจะตามไปเธอบอกว่าไม่ต้อง เขาจึงได้แต่เตือน “ค่อยๆพูดนะคุณแต”

การเผชิญหน้ากันของสุอาภาและรวีพรรณวันนี้ตึงเครียดมาก สุอาภาบอกว่าตนไม่ได้บอกภูวดลว่าเธออยู่ที่บ้าน รวีพรรณอึ้งย้อนถามว่าพิทยาบอกเธอหรือ เลยถูกสุอาภาพูดให้บาดใจว่า

“ใช่ค่ะ เพราะเขารู้ว่าฉันไม่มีทางทำอะไรแบบนั้น เราเป็นสามีภรรยากันเราถึงเชื่อใจและไว้ใจกัน” ถูกรวีพรรณเย้ยว่าไม่ได้นอนด้วยกันจะเรียกว่าสามีภรรยาได้ไง “ฉันรู้สึกว่าคุณมีบางอย่างในใจ มีอะไรก็พูดตรงๆดีกว่า อย่ามามัวแต่หยั่งเชิงกันแบบนี้เลย”

“ฉันไม่ได้มีอะไรในใจ”

“แต่ฉันมี! เมื่อคืน ฉันได้ยินคุณคุยโทรศัพท์กับพิท น่าแปลกนะคะ ที่พิทโทร.มาหาฉันตอนเดียวกับที่คุณคุยพอดี” พูดแล้วเห็นฝ่ายนั้นหน้าถอดสี เลยรุกต่อ “ทำไมคุณต้องโกหก แล้วทำไมต้องใส่ร้ายฉันกับพิท มันเป็นเพราะอะไรตอบมาซิ”

เมื่อถูกจับได้และรุกหนัก รวีพรรณปรี๊ดแตกโพล่งไปว่า เพราะเธอแย่งพิทยาไปจากตน ทั้งยังบอกว่าที่ทำดีกับเธอตลอดมานั้นแกล้งทำทั้งนั้น หลังจากเป็นแม่พระโง่มานาน ถูกกระทำหนักเข้าก็ทำให้ฉลาดขึ้น แล้วพรรณนาความคับแค้นว่า

“พิทเป็นทุกอย่างของฉัน เป็นสิ่งดีๆเพียงสิ่งเดียวในชีวิตฉันที่เหลืออยู่ แล้วเธอก็มาพรากเขาไปจากฉัน ทำให้ฉันต้องแต่งงานกับไอ้สารเลวนั่น ทำให้ฉันต้องตกนรกทั้งเป็น ในขณะที่เธอมีความสุข ได้รับการดูแลจากพิท ทั้งๆ ที่ที่ตรงนั้นมันสมควรจะเป็นฉัน!”

สุอาภาบอกว่าตนไม่ได้อยากให้เธอเจอเรื่องแย่ๆ แบบนั้นเลย รวีพรรณตวาดให้หุบปาก และหยุดทำตัวเป็นคนดีได้แล้ว พูดอย่างอาฆาตาว่า

“ในเมื่อฉันไม่ได้พิท เธอก็ต้องไม่ได้เขาด้วย ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอเจ็บ เจ็บมากกว่าที่ฉันเคยเจ็บร้อยเท่าพันเท่า!” แล้วก็ลดเสียงลงว่า จะว่าไปตนก็ต้องขอบใจที่เธอสอนอะไรหลายๆอย่างให้

สุอาภาถามว่าสอนอะไร รวีพรรณจึงให้ไปทบทวนดูว่าเธอได้ทำอะไรไว้บ้าง ทำให้สุอาภานิ่งคิดถึงสิ่งที่ตนเคยกลั่นแกล้งรวีพรรณ แล้วก็นิ่งงันเมื่อตระหนักว่าสิ่งที่ตนเคยแกล้งรวีพรรณกับพิทยาไปนั่น กำลังย้อนกลับมาหาตัวแล้ว

“รู้สึกเจ็บขึ้นมาบ้างรึยัง? ทุกสิ่งที่เธอเคยทำกับฉันเอาไว้ มันได้ย้อนกลับไปทำลายตัวเธอแล้ว” รวีพรรณพูดใส่หน้าแล้วเดินเชิดไปอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ทิ้งให้สุอาภาที่ตั้งใจมาเอาเรื่อง กลับกลายเป็นฝ่ายได้เรื่องเสียเอง...

ooooooo

พอเดินแยกออกมา รวีพรรณก็โทร.ถึงพิทยา บีบน้ำตาทำเสียงสะอื้นคุยกับเขา แต่แววตานั้น ร้ายกาจนัก!

เย็นนี้ สุอาภานัดพราวพิไลไปพบกันและเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง พราวพิไลฟังแล้วตบโต๊ะปังพูดอย่างเจ็บใจแทน

“ทีนี้เชื่อฉันแล้วใช่ไหม นังแฟนเก่ามันจงใจจะแย่งพิทไปจากแกจริงๆ ทำไมแกไม่ตบมันสักฉาดสองฉาด! เรื่องนี้ต้องบอกคุณพิท” พอเพื่อนถามว่าแล้วเขาจะเชื่อหรือ เธอเลยเสียงอ่อนลงว่า “มันก็จริง...แล้วแกจะทำยังไงต่อไป”

สุอาภามืดแปดด้าน กลับถึงบ้านยังถูกพิทยาโมโหใส่ว่า เตือนแล้วว่าให้ไปพูดกับรวีพรรณดีๆแล้วทำไมถึงไปต่อว่าเขา สุอาภาอึ้ง ถามว่ารวีพรรณบอกเขาอย่างนั้นหรือ พิทยาพยักหน้า ซ้ำยังพูดอย่างผิดหวังว่า

“รวีรู้สึกแย่มากที่เข้าใจคุณผิด เขาพยายามจะอธิบายให้คุณฟัง ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่คุณไม่ฟังแล้วก็รีบกลับออกไป รวีไม่สบายใจ เขาฝากให้ผมมาขอโทษคุณและไม่อยากให้คุณโกรธเขา”

ฟังแล้วเธอโกรธมากแต่พยายามไม่แสดงออก บอกเขาว่าไม่ต้องห่วงตนจะโทร.ไปคุยเอง แล้วเดินยิ้มร้ายไปอย่างตัดสินใจจะทำอะไรสักอย่าง!

รุ่งขึ้น รวีพรรณก็ได้รับแมสเสจจากพิทยาว่า “หกโมงเย็นเจอกันที่ร้านอาหารเดิม ผมอยากทานข้าวกับคุณสองคน” พออ่านแมสเสจก็ยิ้มเต็มหน้าอย่างมีความสุขมาก

ที่แท้สุอาภาเอามือถือของพิทยาส่งข้อความไป เมื่อพิทยาเดินลงมาเธอรีบเอามือถือซ่อนในกระเป๋า เขาหาไม่เจอ เธอก็บอกว่าไม่เห็น แต่เห็นเขาร้อนใจเธอรับปากว่าเดี๋ยวจะหาให้เอง ให้เขารีบไปทำงานเสียเดี๋ยวจะสาย

“ก็ได้...ว่าแต่คุณโทร.คุยกับรวีแล้วใช่ไหม” พอเธอบอกว่าคุยแล้วทุกอย่างเรียบร้อย เขายิ้มสบายใจออกไปทำงาน

เพียงบ่ายๆสุอาภาก็เอาโทรศัพท์เครื่องใหม่ไปให้เขาที่ห้องทำงานบอกว่าหาเครื่องนั้นไม่เจอเลยซื้อให้ใหม่ เขาไม่รับ เธอขอร้องแกมบังคับว่า ถือว่าเป็นของตอบแทนที่เขาดูแลตนเป็นอย่างดีก็แล้วกัน พิทยาจึงรับไว้

“อ้อ...แล้วเย็นนี้ป๋าชวนไปทานข้าวที่บ้าน” เธอทำเป็นนึกได้ บอกเขาแล้วก็ขอตัวกลับ

แต่พอหันหลังให้เขาเท่านั้น เธอยิ้มมุมปากอย่างสะใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นเย็นนี้...

ooooooo

รวีพรรณไปถึงร้านอาหาร พนักงานพาไปโต๊ะที่จองในนามพิทยา เธอยังไม่สั่งอาหารนั่งรอเขาอย่างมีความสุข

เวลาเดียวกัน พิทยากับสุอาภากำลังมีความสุขสนุกสนานกับการทานอาหารกับครอบครัวที่บ้าน

จนทุ่มหนึ่ง รวีพรรณเริ่มกระสับกระส่าย โทร.เข้ามือถือของพิทยาก็ไม่มีสัญญาณตอบรับจากปลายสาย เธอแปลกใจมาก เพราะพิทยาไม่เคยผิดนัด

สุอาภายังสนุกกับแผนการของตน เมื่อบวรมาถ่ายรูป เธอก็แกล้งเบียดชิดพิทยากระทั่งหน้ากับหน้าเกือบแนบกัน พอพิทยาหันมองจมูกกับจมูกเลยเกือบชนกัน เป็นจังหวะที่บวรกดซัตเตอร์แชะพอดี!

ขณะรวีพรรณเริ่มกระวนกระวายนั่นเอง มีแมสเสจเข้ามา เธอรีบกดเปิดคิดว่าเป็นของพิทยาแล้วเธอก็ผงะอึ้งหน้าร้อนผ่าว เมื่อกลายเป็นรูปคู่ที่จมูกเกือบชนกันของสุอาภากับพิทยา ไม่ทันหายโกรธ พนักงานก็เอากระดาษโน้ตมาให้บอกว่ามีคนฝากมา พอรับไปอ่าน เธอปรี๊ดแตกทันทีกับข้อความที่ว่า “สนุกไหมกับการนั่งรอ ทานอาหารให้อร่อยนะ”

“แกหลอกฉันเหรอ นังสุอาภา!!” เธอจิกตาแค้นลุกเดินพรวดๆออกไปทันที

แต่เกมยังไม่จบแค่นี้ เมื่อกลับถึงบ้าน สุอาภายังถ่ายคลิปพิทยาออกจากห้องน้ำในชุดที่ดูเซ็กซี่ เขาถามว่าทำอะไร เธอบอกว่าทดลองเครื่องใหม่ พิทยาไม่ให้ถ่ายเลยวิ่งไล่แย่งมือถือกันสนุกสนาน

สุอาภาวิ่งเข้าไปในห้องนอน ถูกพิทยาผลักล้มลงบนเตียงแย่งมือถือ เธอเลยจี้เอวเขาจนหัวเราะไม่หยุด อีกมือก็ถ่ายคลิปไป เป็นภาพที่พิทยาอยู่ด้านบนกำลังเหนื่อยหอบจากการหัวเราะ มองหน้าเธออย่างมีความหมาย ค่อยๆก้มหน้าลงเคลิ้มๆ

ทันใดนั้น สุอาภาลุกพรวดขึ้นบอกว่าจะเอามือถือไปชาร์จแบต พิทยายิ้มอย่างรู้ทันด้วยความรู้สึกดีๆ

ครู่เดียว รวีพรรณก็ได้รับแมสเสจเปิดดูเป็นภาพความสนุกสนานสดใสร่าเริงของพิทยากับสุอาภาในห้องนอนจนสุดท้ายเป็นภาพหวานแหววบนเตียงที่เพิ่งถ่ายเมื่ออึดใจนี่เอง

รวีพรรณทั้งเสียใจ ทั้งโกรธ เจ็บใจ ไม่ทันไรเสียงมือถือก็ดังขึ้นอีก พอกดรับเป็นเสียงหวานของสุอาภาถามว่า

“เมื่อกี้มีคลิปอะไรส่งไปให้คุณรวีรึเปล่าคะ” พอเธอตอบว่ามี สุอาภาทำเสียงตกใจ “ตายจริง! ขอโทษนะคะ พอดีฉันซื้อมือถือเครื่องใหม่ให้พิท เรากำลังลองเครื่อง สงสัยฉันจะเผลอกดปุ่มส่งออกไป เขาว่ามือถือรุ่นนี้เป็นระบบ HD เห็นชัดทุกรายละเอียด มันเป็นแบบนั้นรึเปล่า”

“ไม่ต้องโกหก ฉันรู้ว่าเธอจงใจส่งมันมา คิดจะเอาคืน ฉันใช่ไหม!! คิดว่าคลิปนี้จะทำอะไรฉันได้งั้นเหรอ”

สุอาภายั่วว่า ไม่รู้จะทำอะไรเธอได้หรือเปล่าแต่ที่แน่ๆคือเห็นแล้วว่าเวลาที่พิทยาอยู่กับตนแล้วมีความสุขมากแค่ไหน ถามว่าเวลาเขาอยู่กับ

เธอเคยหัวเราะมากขนาดนี้ไหม แล้วแกล้งส่งเสียง...

“ค่า...พิท...เดี๋ยวฉันไปหา รอแป๊บนะคะ” แล้วบอกรวีพรรณว่าพิทยาเรียกตนแล้วเราคงต้องวางสายกันก่อน พูดยั่วให้ฝ่ายนั้นสติแตกอีกว่า “อ้อ...แล้วอีกอย่างไม่แน่คืนนี้ฉันกับพิทอาจจะเป็นสามีภรรยากันโดยสมบูรณ์แบบก็ได้...บ๊าย...”

ooooooo

ด้วยความรู้สึกดีๆที่มีต่อกัน พิทยาบอกสุอาภาก่อนออกไปทำงานวันนี้ว่า เย็นนี้เราทานข้าวด้วยกันที่บ้านตนจะทำสเต็กให้ทาน

พิทยาทำงานจนถึงกลางวัน รวีพรรณเอาการ์ดแต่งงานมาให้เขา เธอตีหน้าเศร้าชวนเขาและสุอาภาไปงานด้วย พอดีสุอาภาโทร.เข้ามาเตือนพิทยาอย่าลืมที่นัดกันไว้ พอรวีพรรณรู้ว่าเขานัดกับสุอาภาเย็นนี้จะทำสเต็กกินกัน เธอทำเป็นยิ้มเศร้า

“น่าอิจฉาจัง อิจฉาที่คุณแตได้ทานอาหารอร่อยๆ ฝีมือพิท คิดถึงเหมือนกันนะคะ เพราะรวีไม่ได้ทานอาหารที่พิททำมานานแล้ว”

พิทยาชวนไปทานด้วยกัน เธอทำเป็นเกรงใจแต่สุดท้ายก็รับปากแอบยิ้มที่จะได้ทำอะไรให้สะใจอีกแล้ว!

สุอาภาชวนต่ายไปเลือกไวน์อย่างมีความสุข ซื้อเสร็จเอากลับบ้าน แต่พอเห็นรองเท้าส้นสูงอยู่หน้าบ้านก็หน้าเสีย รู้ทันทีว่ารวีพรรณมา เข้าบ้านเห็นรวีพรรณอยู่ในครัวช่วยพิทยาทำโน่นทำนี่อยู่ รวีพรรณเหลือบเห็นสุอาภากลับมาก็แกล้งเข้าใกล้ชิดพิทยา เมื่อสุอาภาจะเข้าไปช่วย ก็ถูกเธอกันท่าราวกับเป็นเจ้าของบ้านว่าให้ไปนั่งรอข้างนอก ตนจะช่วยพิทยาเอง

ระหว่างทานสเต็ก สุอาภาแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของพิทยาเต็มที่ ดูแลเอาใจใส่เขากระทั่งเช็ดปากซับเหงื่อให้เขาจนรวีพรรณนั่งแทบไม่ติด ดื่มไวน์จนพิทยาติงว่าดื่มหนักจังระวังจะเมา

สุอาภาดูอาการ เดาอารมณ์ออก ยิ่งแกล้งใกล้ชิดพิทยาทำเหมือนไม่มีรวีพรรณอยู่ตรงนั้น ยิ่งทำให้รวีพรรณหัวเสีย

ทานอาหารเสร็จ สุอาภาเก็บถ้วยชามเข้าครัว รวีพรรณ รีบช่วย แต่พอเข้าครัวอยู่กันสองคน เธอเปิดฉากก่อกวนทันที บอกสุอาภาว่าถึงได้ตัวพิทยาไปเขาก็ไม่ได้รักเธอ สุอาภายืนยันว่าพิทยารักตน เธอต่างหากที่เป็นอดีตของเขาไปแล้ว

“ไม่ว่าจะเป็นอดีตหรือปัจจุบัน พิทยาก็รักฉัน รักฉันคนเดียว”

“ถ้าอย่างนั้น เรามาพิสูจน์กันว่าพิทจะเลือกใคร” สุอาภาท้า รวีพรรณมองหน้าอย่างท้าทาย

ooooooo

สุอาภาเริ่มงานทันที เธอตัดสินใจจะบอกความ รู้สึกของตัวเองที่มีต่อพิทยา ส่งแมสเสจนัดเขาทานอาหารกันหนึ่งทุ่มตรง บอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยต้องมาให้ได้ ตรงกับใจของพิทยาที่คิดจะบอกความรู้สึกของตัวเองกับเธอ เขาให้แป๋วช่วยซื้อดอกไม้ให้เตรียมไปมอบให้เธอเย็นนี้

แป๋วซื้อดอกไม้มาให้ พอออกจากห้องก็เจอรวีพรรณมาพอดี แป๋วชะงักมองอย่างไม่ชอบใจ เดินไปเจอบวรเลยบอกว่ารวีพรรณมาป้วนเปี้ยนกับพิทยาบ่อยๆ บวรจิกตามองเข้าไปในห้องทันที

รวีพรรณเข้าไปหาพิทยาบอกว่ามาธุระแถวนี้เลยแวะ เอาขนมมาฝาก เห็นช่อดอกไม้วางอยู่ถามว่าใครให้หรือ

“ผมซื้อไปให้คุณแตน่ะครับ เย็นนี้ผมมีนัดกับคุณแต”

รวีพรรณวางแผนทันที ทำเป็นบ่นเสียดายเพราะตนจะมาขอให้เขาไปช่วยคุยเรื่องแบบกับผู้รับเหมาที่ร้านเพราะ จะตกแต่งร้านใหม่ เห็นพิทยาดูนาฬิกา เธอรีบบอกว่า “ไม่นานหรอกค่ะ รับรองว่าพิทไปทันนัดกับคุณแตแน่”

“แต่ฉันว่า ช่วงเวลาเลิกงานนี่รถมันติดมากนะพิท แกควรจะเผื่อเวลาไว้บ้าง” เสียงบวรแทรกขึ้น รวีพรรณ หันไปสวัสดี บวรพยักหน้ายิ้มให้ เสนอตัว “ผมยัง

พอมีเวลานะครับคุณรวี ให้ผมไปช่วยแทนได้ไหม”

“เออะ...ขอบคุณนะคะ แต่รวีไม่กล้ารบกวนคุณใหญ่หรอกค่ะ ถ้าพิทไม่ว่างไว้วันหลังก็ได้” เธอปั้นหน้ายิ้มแย้มเหลือบมองพิทยา เห็นเขาทำเฉยก็ยิ่งหงุดหงิด

จัดการกันท่าทางนี้แล้ว ก่อนเดินออกไปบวรยังเตือนพิทยาว่าอย่าไปช้าเดี๋ยวดอกไม้จะเฉาเสียหมด

รวีพรรณทำเหมือนนึกขึ้นได้ เอ่ยปากขอยืมมือถือของพิทยาปดว่าของตนแบตหมด เขาส่งมือถือให้ไม่เฉลียวใจอะไร

รวีพรรณเจ้าเล่ห์แอบดูเวลาและร้านอาหารที่

สุอาภาแมสเสจมานัด เธอยิ้มร้ายอย่างมีแผน...

ooooooo

ถึงเวลานัด รวีพรรณปรากฏตัวขึ้น สุอาภา แปลกใจถามว่ามาที่นี่ได้ยังไง เธอบอกว่าพิทยาให้มาหาเธอ แล้วพูดหน้าตาเฉยว่า

“พิทรู้ว่าเธอนัดเขาเพื่อจะพูดอะไร เขาลำบากใจที่จะต้องปฏิเสธเธอ เพราะเขาไม่ได้รักเธอ เขารักฉัน”

สุอาภาไม่เชื่อก็ถูกหาว่าดื้อด้าน ถามว่าถ้าไม่จริงแล้วตนจะมาที่นี่ได้ยังไง สุอาภาบอกว่าตนไม่มีอะไรจะคุยกับเธอ เชิญกลับไปได้แล้ว รวีพรรณสวนไปทันทีว่าเธอนั่นแหละควรกลับไปเพราะแค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าพิทยาเลือกใคร

“สิ่งที่คุณพูดมา กับสิ่งที่ฉันเห็นจากการกระทำของพิท มันทำให้ฉันเชื่อคุณไม่ลงหรอกค่ะ เก็บคำโกหกของคุณเอาไว้ไปหลอกตัวเองดีกว่านะคะคุณรวี”

“พิทเป็นคนดี เป็นสุภาพบุรุษ เธอแน่ใจหรือว่าที่พิททำดีกับเธอมันคือความรัก”

“ฉันไม่หลงกลคุณ”

รวีพรรณบันดาลโทสะคว้าแก้วน้ำจะสาดสุอาภา แต่เห็นพิทยาเดินเข้ามาพอดี ไวเท่าความคิดเธอเปลี่ยนเป็นสาดน้ำใส่ตัวเอง ตบหน้าตัวเองแล้วร้องโวยวาย “อย่าค่ะ คุณแต ฉันกลัวแล้ว...ปล่อยฉัน”

พิทยากำลังมองหาโต๊ะ ได้ยินเสียงรวีพรรณ หันไปมองเป็นจังหวะที่รวีพรรณสะบัดตัวเองล้มลงชนเก้าอี้ล้มระเนระนาด เขารีบเข้าประคองเธอจนช่อดอกไม้ตก หันไปตวาดปราม “คุณแต!!”

รวีพรรณใส่ความสุอาภาหาว่าเธอทำร้ายตนเพราะไม่เชื่อว่าตนไม่มีอะไรกับเขา

พิทยาหูเบาตามเคย หันไปว่าสุอาภาอย่างไม่พอใจจนเธอต่อว่าเขาที่ไม่เคยเชื่อตนเลยแต่ไปเชื่อคนอื่น พิทยาสวนไปว่ารวีพรรณไม่ใช่คนอื่น!

“ถ้าอย่างนั้นฉันคงเป็นคนอื่นสำหรับนายสินะ” สุอาภาเสียงสะท้านอย่างสะเทือนใจแล้วหันหลังเดินอ้าวออกไป พิทยาตามไปเรียกให้คุยกันก่อน แต่เธอไม่สนใจ ตรงไปขึ้นรถขับออกไปเลย

พิทยาเดินคอตกกลับมา รวีพรรณตีหน้าเศร้าขอโทษที่เป็นต้นเหตุทั้งหมด เขาถามว่าแล้วเธอมาที่นี่ได้ยังไง

“รวีนัดเพื่อนไว้ค่ะ แล้วก็มาเจอคุณแตโดยบังเอิญ รวีเลยเข้าไปทักทายบอกว่าเพิ่งเจอกับพิท แต่คุณแตกลับโกรธที่รวีไปหาพิทบ่อยๆ เธอสั่งไม่ให้รวีมายุ่งกับพิทอีก รวีอธิบายยังไงคุณแตก็ไม่ฟัง จนเป็นอย่างที่พิทเห็นนั่นแหละค่ะ”

รวีพรรณตีหน้าเศร้าเล่าน้ำตาคลอ เห็นพิทยานิ่งไปอย่างครุ่นคิด ก็เริ่มใจไม่ดีกลัวถูกเขาจับได้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.