ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

แรงปรารถนา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ตึกสูงระฟ้าทันสมัยอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ตั้งของบริษัท “NOP ACHITECT”

พิทยา สถาปนิกหนุ่มรูปงาม หล่อ เท่ ทำงานเก่ง ประจำอยู่ที่นี่ พิทยาเป็นคนเงียบขรึม เพราะมีปมด้อยที่กำพร้าพ่อ แม่จึงให้มาอยู่ในความอุปการะของนพเจ้าของบริษัทก่อสร้างที่เป็นอดีตคนรัก

นพรักและเมตตาพิทยามากจนทำให้สุอาภาหรือกระแตลูกสาวคนเล็กของนพที่เกิดมาไม่นานแม่ก็จากไป เธอจึงได้รับการเลี้ยงดูอย่างประคบประหงมราวไข่ในหิน ทำให้เอาแต่ใจตัว ตนต้องชนะเท่านั้น แถมยังฉลาดแกมโกง บริหารเสน่ห์ให้ตัวเองเป็นจุดสนใจของคนอื่นเสมอ เธอจึงเป็นไม้เบื่อไม้เมาคอยงัดข้อกลั่นแกล้งพิทยาอย่างสนุกสะใจตลอดมา

วันนี้เธอโทร.ไปหาพิทยา แต่เขาไม่รับสายเพราะกำลังประชุม เธอโกรธมากที่ “บังอาจ” ไม่รับสายตน ขับรถไปถึงบริษัทก็ตะบึงตะบอนเข้าไปในออฟฟิศ

ทันทีที่เธอก้าวเข้าบริษัท บรรยากาศก็ตึงเครียดทันที เพราะทุกคนรู้กิตติศัพท์ของเธอดี พนักงานที่โอปะเรเตอร์เห็นเธอก็รีบกดแจ้งกรองทิพย์คนเก่าแก่ของบริษัทเหมือนหวังเป็นที่พึ่ง กรองทิพย์รีบออกมาขวางสุอาภาที่ก้าวฉับๆจะเข้าไปข้างใน สุอาภาถามว่า “นายนั่นอยู่ที่นี่รึเปล่า”

กรองทิพย์ทำไขสือถามว่านายนั่น...ใครหรือ สุอาภาตอบเสียงเขียวจนกรองทิพย์สะดุ้งว่า “นายพิทยา!” กรองทิพย์รีบบอกว่ามีธุระอะไรกับเขาเดี๋ยวตนบอกให้ก็ได้เพราะตอนนี้พิทยากำลังประชุมอยู่

“ประชุมแล้วไง? ถ้าฉันต้องการเจอ...ก็ต้องได้เจอ!!” ว่าแล้วเดินอ้าวไปจนกรองทิพย์ตามไม่ทัน แต่พอถึงหน้าห้องประชุมก็ถูกปวีณามายืนสกัดบอกว่าเข้าไปไม่ได้ ถูกเธอตวาด “เธอเป็นใคร?! มีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน!!”

“สิทธิ์ที่ฉันเป็นผู้ช่วยคุณพิทยาค่ะ” ปวีณาทำใจดีสู้เสือ ตอบแล้วกลืนน้ำลายเอื๊อกกับท่าทีดุดันของสุอาภา

“หลีก!” สุอาภาพยายามจะฝ่าเข้าไป กรองทิพย์ตามมาทันพอดีบอกว่าเข้าไปไม่ได้จริงๆ เธอมองขวับพูดตาเขียวปั้ด “ฉัน-บอก-ให้-หลีก!!!”

ทันใดนั้นประตูห้องประชุมเปิดออก พิทยาเดินออกมากับพนักงาน ทันทีที่เขาเห็นสุอาภา ต่างฝ่ายต่างชะงักมองหน้ากันอย่างท้าทาย สุอาภาเปิดฉากเล่นงานทันที ถามเสียงเขียวว่า

“ทำไมไม่รับโทรศัพท์...ฉันโทร.จนปวดนิ้วไปหมดแล้ว”

“การที่ผมไม่รับ คุณก็น่าจะฉลาดพอที่จะรู้ว่าผมกำลังติดธุระ”

“นายด่าฉันว่าโง่เหรอ” เธอถลึงตาเสียงเขียว

“ครับ” เสียงตอบเรียบๆ แต่ทำให้สุอาภาโกรธจนปากคอสั่น ร้องไอ้!!...ก็ถูกพิทยาสวนไปทันควันว่า “อย่ามาขึ้นไอ้ที่นี่ให้ผมต้องสอนว่าผู้ดีเขาพูดกันยังไง”

“ไอ้พิทบลู!! นายไม่มีสิทธิ์มาสอนฉัน อย่าลืมว่านายเป็นลูกจ้าง” พอพิทยาโต้ว่าตนเป็นลูกจ้างบริษัทไม่ใช่ลูกจ้างส่วนตัวของเธอ สุอาภาก็ยิ่งเดือดเป็นฟืนเป็นไฟ “เงินบริษัทป๋า ก็เท่ากับเงินของฉันด้วย นายจะยโสโอหังกับใครๆในบริษัทได้ทุกคน แม้กระทั่งกับป๋า แต่ไม่ใช่ฉัน! คืนนี้ฉันมีนัด นายต้องขับรถไปส่งและต้องรอรับฉันกลับ”

“รถคุณก็มี”

“แต่ฉันต้องการให้นายขับ ฉันมองไม่เห็นว่าจะหา คนขับรถที่ไหนเหมาะไปกว่านาย นายจะได้รู้ฐานะของตัวเอง”

สุอาภายิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ พิทยาเดินเข้าไปใกล้พูดอย่างไม่ยอมแพ้เหมือนกันว่า

“จำไว้ว่า ที่ผมยอม ไม่ใช่เพราะคุณ แต่เป็นเพราะคุณอา”

“จะเพราะใครยังไงก็ช่าง นายก็แพ้ฉันอยู่ดี” สุอาภายื่นหน้าเข้าไปอย่างผู้ชนะ แล้วเดินเชิดไป

บรรดาพนักงานที่แอบมองและเงี่ยหูฟังอยู่ พอสุอาภาหันเดินกลับมา ทุกคนก็รีบก้มหน้าก้มตาทำงาน

พอเดินผ่านไปปวีณาก็มองตามเธอไปอย่างไม่พอใจ เมื่อไปเจอกรองทิพย์ที่ห้องชงกาแฟก็บ่นให้ฟังว่า

“คุณสุอาภานี่ยังไงนะ มาหาเรื่องคุณพิทได้ไม่เว้นแต่ละวัน”

“ลูกคุณหนูเอาแต่ใจก็งี้แหละ พ่อให้ท้าย ตามใจจนเคย อะไรที่ผิดก็บอกว่าถูก จะมีก็แต่คุณพิทคนเดียวที่ไม่ยอมลงให้ เธอก็เลยไม่ชอบ”

ปวีณาพูดอย่างไม่พอใจว่าถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งจะจับมาตีก้นให้เข็ด กรองทิพย์รีบทำเสียงห้ามเตือนว่าพวกชะเลียแถวนี้มีเยอะ เกิดใครได้ยินเข้า เธอจะโดนไล่ออก ปวีณาจึงสงบปากแต่ยังฮึดฮัดโมโหแทนพิทยาที่ถูกสุอาภาข่มเอ๊า...ข่มเอา

ooooooo

รวีพรรณ หรือรวี สาวสวยเพอร์เฟกต์ เป็นคุณหนู แต่จิตใจดี ทำงานเก่ง ฉลาดและวางตัวดี เธอเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่มีความสามารถ มีผลงาน เธอหาลูกค้ารายใหญ่ให้บริษัทได้ถึงสองรายติดกันภายในหนึ่งสัปดาห์ มีเพื่อนที่สนิทคือสินีนาฏ ที่สำคัญ เธอเป็นคนรักของพิทยา ที่คบหากันมานานถึง 6 ปีแล้ว

สินีนาฏชวนว่าเครียดงานมานานคืนนี้ไปงานแฟชั่นวีกกันไหม รวีพรรณบอกว่าตนไปไม่ได้ ถูกดักคอแซวๆว่านัดแฟนไว้ล่ะสิ เธอยิ้มรับดวงตาเป็นประกายอย่างมีความสุข

แต่หลังจากนั้นไม่นาน รวีพรรณก็ได้รับโทรศัพท์จากพิทยา ขอโทษที่นัดไว้ตนไปไม่ได้แล้ว เธอถามว่างานเยอะหรือ พิทยาตอบไม่เต็มเสียงนักว่า “ครับ...”

“ไม่เป็นไรค่ะ รวีเข้าใจ เราไปทานข้าวกันเมื่อไหร่ก็ได้ พิทอย่าโหมงานหนักมากนะ รวีเป็นห่วงค่ะ” พอวางสายจากพิทยา เธอกดบีบีไปหาสินีนาฏ “เย็นนี้ฉันไปกับเธอได้แล้ว”

ooooooo

ตกเย็น พิทยามารอที่รถเพื่อรับสุอาภาไปงานตามที่เธอสั่ง เขายืนรออย่างหงุดหงิดที่เลยเวลาแล้วยังไม่ลงมา แต่พอเธอลงมาในชุดราตรีเปลือยไหล่เปรี้ยวจี๊ด ก็ทำเอาพิทยาชะงักไปเล็กน้อย เก็บอาการแล้วเปิดประตูรถขึ้นนั่งที่คนขับ

สุอาภาหัวเสียหงุดหงิดรู้สึกเสียมาดที่ต้องเปิดประตูรถข้างหลังขึ้นไปนั่งเอง

ระหว่างนั่งไปในรถ เธอก็ยังแสดงอำนาจบาตรใหญ่เอาแต่ใจแกล้งสั่งพิทยาให้เปิดเพลง พอเขาทำไม่ทันใจก็ว่าเอา แต่พอพิทยาบอกว่าตนกำลังเลี้ยวรถอยู่ เธอก็หงุดหงิด วางบีบีไว้บนเบาะข้างตัวแล้วยื่นหน้ามาข้างพิทยาเปิดเพลงเอง

พิทยาเสียสมาธิที่หน้าเธอยื่นมาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอม สุอาภาเห็นเขาจะขับพุ่งชนคันหน้าก็ตกใจร้องเตือน เขาเบรกเอี๊ยด หน้าเธอถลำไปกระแทกคอนโซล เธอผลักเขาอย่างแรงหาว่าแกล้ง จนเถียงกันระหองระแหง นั่งรถไปกันอย่างไม่มีความสงบสุขเลย

พิทยาขับรถไปส่งเธอที่หน้างานแฟชั่นวีก พราวพิไลเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนเมืองนอกด้วยกันและเที่ยวหัวหกก้นขวิดกันมาตลอดรีบมารับถามว่าใครขับรถให้

สุอาภายังไม่ตอบ เธอก้มเคาะกระจกรถ พอพิทยาลดกระจกลงเธอสั่งให้เปิดมือถือไว้อย่าไปไหนใกล้เสร็จแล้วจะโทร.หา แล้วจึงบอกพราวพิไลว่า “นี่แหละนายพิทยา ที่ฉันเคยเล่าให้แกฟังไง” เห็นเพื่อนทำท่าปลื้มความหล่อของพิทยา ก็เตือนว่า “ทางที่ดีแกอย่าไปยุ่งกับเขาเชียว ถ้ายังไม่ได้ฉีดยากันพิษสุนัขบ้า”

ขณะทั้งสองเดินอย่างเชิดหยิ่งเข้าไปในงาน ผ่านบรรดาสื่อมวลชน นักข่าวคนหนึ่งสะกิดให้ช่างภาพถ่ายรูป พูดกับเพื่อนนักข่าวอย่างรู้กันดีว่า

“คุณสุอาภา ลูกสาวคนเล็กของคุณนพเจ้าพ่อด้านอสังหาริมทรัพย์ จอมขโมยซีน ดูซิงานนี้จะได้เป็นทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์อีกไหม” แล้วนักข่าวก็เดินตามสุอาภาเข้าไป

รวีพรรณกับสินีนาฏมาถึงพอดี รวีพรรณมองไปรอบๆ ถามเพื่อนว่าคนเยอะขนาดนี้เลยเหรอ สินีนาฏประชดขำๆว่า

“เดินแบบนะยะ...ไม่ได้เดินจงกรมจะได้เงียบๆ” แล้วพากันเดินเข้าไปที่หน้างาน

พลันสินีนาฏก็ชะงักมองไปข้างหน้าบอกรวีพรรณว่า “นั่นมันยายกระแต ลูกสาวเจ้านายพิทนี่”

รวีพรรณมองตามเห็นสุอาภาสวยเด่นมาแต่ไกล

ooooooo

พอเข้าไปในงาน ดีไซเนอร์เห็นสุอาภาก็เข้ามาดี๊ด๊าชวนถ่ายรูปกัน สุอาภาเดินระเหิดระหงเข้าไปไม่สนใจใครที่ถ่ายรูปกันอยู่ก่อน เบียดไฮโซที่ยืนอยู่ข้างๆกระเด็นไป เอ่ยขอโทษอย่างขอไปที แล้วโพสท่าทำเก๋ไก๋ให้ช่างภาพถ่ายรูป

ไฮโซสาวที่ถูกเบียดออกไปไม่พอใจแต่เดินไปไหนไม่ได้เพราะถูกสุอาภาเหยียบชายกระโปรงอยู่ เธอหน้าง้ำ กระชากกระโปรงอย่างไม่พอใจ แต่ทั้งดีไซเนอร์และสุอาภา กับพราวพิไลต่างตั้งหน้าตั้งตาโพสท่าถ่ายรูปไม่สนใจใครเลย

รวีพรรณชมสุอาภาว่าสวยดี สินีนาฏพูดขำๆว่า

“เซเลบชนกันตายแบบนี้ มีหวังฟร้อนท์โรว์คงจะร้อนเป็นไฟ”

ไฮโซสาวที่ถูกเหยียบชายกระโปรงหมั่นไส้มากเลยแกล้งกระชากแขนเสื้อข้างหนึ่งของสุอาภาจากด้านหลังจนชุดเปลือยไหล่หลุดขาดออก สุอาภาตะครุบเสื้อไว้อย่างตกใจ ไฮโซสาวทำเป็นตกใจดัดเสียงขอโทษบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ

ภาพที่ชุดเกาะอกของสุอาภากำลังจะหลุดลุ่ยนี้ เป็นเหยื่ออันโอชะของบรรดาช่างภาพและผู้สื่อข่าว กล้องทุกตัวถ่ายรูปกันเป็นระวิง สุอาภาหน้าเสียพยายามดึงเสื้อไว้ ทันใดนั้นมีเสื้อสูทตัวใหญ่มาคลุมร่างเธอไว้ สุอาภาหันไปเห็นเป็นพิทยาก็ดีใจ

แต่อีกมุมหนึ่ง รวีพรรณกับสินีนาฏต่างอุทานหน้าเสีย สินีนาฏถามว่าไหนพิทยาบอกว่าติดงานไง รวีพรรณหน้าเสียพูดไม่ออก มองภาพข้างหน้าตะลึงอึ้ง

พิทยาเอาเสื้อสูทคลุมให้สุอาภาแล้วโอบเอาตัวบังเธอไว้ให้พ้นจากกล้องและเหยี่ยวข่าวที่กำลังรุมทึ้ง พิทยาตะโกนให้หยุด ส่วนพราวพิไลก็เอาตัวไปขวางกล้องไว้บอกพิทยาให้รีบพาสุอาภาออกไป

พิทยาพาสุอาภาออกมา จับดันเข้าไปในรถแล้วรีบล็อกประตูขับออกไปอย่างเร็ว แทนที่สุอาภาจะดีใจที่หนีรอดออกมาได้ เธอกลับซ่าไม่หยุด เปิดกระจกด้านที่ตัวเองนั่ง โผล่หน้าไปตะโกนท้า

“แน่จริงก็ตามมาเล้ยยยยย...”

“ท้าเหรอ!! รีบตามไปเร็ว!!!” พวกนักข่าวบอกกันแล้วขับรถตามรถพิทยาไปอย่างเมามัน

พิทยาเห็นรถนักข่าวตามมาติดๆก็สบถ “บ้าเอ๊ย... ยังจะตามมาอีก” แต่สุอาภากลับสนุกเปิดกระจกรถโผล่ออกไปตะโกนท้าเหยงๆ ทั้งยังทำหน้าลิงหลอกเจ้าใส่แล้วหัวเราะชอบใจ

ooooooo

ที่หน้าบ้านสุอาภา...มีนักข่าวไปออกันเต็มไปหมด เมื่อบวรพี่ชายเธอขับรถกลับมาจะเข้าบ้าน พอเปิดประตูรถ ก็ถูกพวกนักข่าวกรูกันมายื่นหน้าเข้าไปดูในรถหาตัวสุอาภา แต่ไม่พบ บอกต่อๆกันว่า “ไม่มีคุณสุอาภา”

บวรเอะใจว่าน้องสาวต้องไปแผลงฤทธิ์อะไรไว้แน่ๆ เมื่อเดินเข้าบ้านเห็นต่ายพี่สาวของสุอาภากำลังคุยโทรศัพท์ ส่วนป้านีคนรับใช้เก่าแก่รีบมาบอกบวรว่าเกิดเรื่องแล้ว บวรตัดบทว่ารู้แล้ว พลางเดินไปหาต่าย ป้านีจ้ำตามไปติดๆ

“นักข่าวมารอที่หน้าบ้านอย่างที่พิทบอก ถ้าไงคืนนี้ให้ยัยแตอยู่กับพิทไปก่อน ขอบใจมากที่ช่วยดูน้อง”

พอต่ายวางสาย บวรบ่นๆว่าพรุ่งนี้ข่าวใหญ่แน่เลย ส่วนป้านีก็ยกมือไหว้ภาวนาขอให้คุณพระคุณเจ้าช่วยคุ้มครองคุณแตของตนด้วยเถิด

ฝ่ายพิทยา พอวางสายจากต่าย สุอาภาก็ถามทันทีว่าพี่ต่ายว่าไง พอเขาบอกว่าพี่ต่ายไม่ให้เธอกลับบ้าน แต่ให้อยู่กับตนก่อน พลางเปิดประตูรถดึงเธอออกมา สุอาภาโวยวายลั่นว่าตนไม่มีทางนอนบ้านเขาเด็ดขาด จะไปนอนโรงแรม

“ไม่ได้! คุณต่ายสั่งให้คุณอยู่บ้านผม” เมื่อสุอาภาไม่ยอมเขาเลยจับอุ้มเข้าบ้านรู้แล้วรู้รอดไปเลย

สุอาภาดิ้นร้องโวยวาย กว่าพิทยาจะพาเธอเข้า

บ้านได้ก็ทุลักทุเล พอเข้าบ้านเขาโยนเธอไปบนโซฟา อย่างแรง เลยถูกด่า

“นายพิทบูล!!”

พิทยาตีหน้ายักษ์ขู่ว่าขืนด่าอีกคำเดียวอย่าหาว่าตนใจร้าย แต่คนอย่างสุอาภาไม่เคยกลัวใคร เธอถามว่าจะทำอะไรตน พิทยาไม่ตอบแต่ตีก้นเพียะ! เธอมองหน้าถามว่าตีก้นตนทำไม ตนไม่ใช่เด็ก

“ตัวไม่เด็ก แต่สมองน่ะเด็กถึงชอบทำอะไรไม่รู้จัก คิด ดีแต่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นแล้วก็ไม่มีใครกล้าลงโทษคุณเพราะฉะนั้นผมนี่แหละจะทำโทษคุณเอง”ว่าแล้ว ฟาดก้นไปอีกหลายเพียะ

สุอาภายิ่งโวยวายยิ่งด่าก็ยิ่งถูกตีก้น คราวนี้เลยด่า “นายมันเป็นไอ้หมาบ้า! ไอ้หมาพิทบูล!!” ด่าแล้วกลัวโดนอีก เลยรีบเดินหนี เจ้ากรรม! เกิดสะดุดจะล้ม พิทยาตกใจรีบประคองไว้  หน้าต่อหน้าเกือบชนกัน แทนที่จะผละออกเธอกลับเอาหัวโขกจมูกเขาจนร้องลั่นรีบปล่อยมือ

พอหลุดออกมาเธอวิ่งขึ้นบันได พอเห็นว่าเขาจะตามเธอหันกลับมาชี้หน้า

“หยุด!! ป๋ายังไม่เคยตีฉันมาก่อน แล้วนายเป็นใครก็แค่เด็กที่ป๋าเอามาเลี้ยง เพราะฉะนั้นอย่ามาสั่งสอนฉัน!!”

พิทยาโมโหจะวิ่งตามไป เธอวิ่งหนีโวยวายเอาเสียงดังเข้าว่า ก็พอดีมือถือพิทยาดังขึ้น เขาเห็นชื่อ “รวี”ก็ถึงกับอึ้งเดินออกไปรับสายอีกมุมหนึ่ง ทำเสียงขรึมบอกว่า

“ครับรวี...ผมยังทำงานไม่เสร็จ”

สินีนาฏยืนอยู่กับรวีพรรณ พอได้ยินเสียงพิทยาตอบมาอย่างนั้น เธอโกรธแทนเพื่อน บ่นว่า

“เขาไม่พูดความจริง...ฉันไม่นึกเลยว่าพิทจะเป็นเหมือนผู้ชายคนอื่นที่พอเห็นยัยนั่นแล้วต้องพุ่งเข้าใส่”

“ฉันว่าที่พิทโกหก...คงไม่อยากให้ฉันไม่สบายใจมากกว่า ฉันมั่นใจว่าพิทไม่มีทางคิดอะไรกับสุอาภา ฉันเชื่อใจเขา”

ooooooo

พิทยาต้องดูแลสุอาภาเหมือนดูแลเด็ก เธองอแงได้ทุกเรื่อง เขาบอกให้ไปอาบน้ำพร้อมกับจัดหาเสื้อผ้าของตัวเองให้เธอเอาไปเปลี่ยน

พออาบน้ำเสร็จออกมาแทนที่จะใส่เสื้อนุ่งกางเกง เธอกลับใส่แต่เสื้อตัวโคร่งคลุมลงมาเกือบถึงครึ่งต้นขาอ้างว่ากางเกงยาวรุ่มร่ามเดี๋ยวเดินหกล้มคอหักตาย เห็นพิทยาถือชามบะหมี่สำเร็จรูปมาก็แย่งไปกินหน้าตาเฉย ซ้ำสั่งขอน้ำดื่มด้วย

พิทยาได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจกับความเฮี้ยวของเธอ

ตกกลางคืนเห็นเธอเงียบผิดปกติ ย่องมาดูเห็นหลับปุ๋ยอยู่บนโซฟาไปแล้ว เขายืนมองพึมพำ

“เหมือนตอนเด็กๆไม่มีผิด กินอิ่มปุ๊บก็หลับปั๊บ”

พิทยาอดคิดถึงตอนเด็กๆไม่ได้ เวลานั้นเขาอายุ 10 ขวบ และสุอาภา 5 ขวบ เขาต้องดูแลเธอเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง แม้กระทั่งก่อนนอนก็ยังต้องเล่านิทานให้ฟัง

คิดถึงเวลาดีๆตอนเด็กแล้วพิทยาก็อดเสียดายไม่ได้ เขาปัดปอยผมที่ลงมาปรกหน้าผากเธอเบาๆ

คล่ีผ้าห่มให้แล้วเดินไปดับไฟ เขายังดูแลเธอเหมือนเมื่อ 10 กว่าปีก่อนอย่างสนิทใจ...

สุอาภาเองก็ใช่จะลืมอดีตได้ ตื่นเช้ามาเห็นพิทยาเขียน โน้ตแปะไว้บนฝาชีที่โต๊ะอาหารว่า “อาหารเช้า” พอเปิดฝาชีเห็นชามข้าวต้มหมูทับกระดาษโน้ตอีกแผ่นเขียนว่า

“ทานเสร็จ วางไว้ในอ่างล้างจาน ตอนออกไปอย่าลืมล็อกประตูบ้านด้วย”

พอลงมือทาน เธอพึมพำด้วยสีหน้าอิ่มเอิบ “รสชาติไม่เปลี่ยน...” แล้วตักข้าวต้มทานจนหมดชาม...อิ่มแปล้ไปเลย...

ooooooo

รุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์ทุกฉบับลงข่าวเรื่องเมื่อคืนกันอย่างครึกโครม ไม่ว่าพนักงานที่บริษัทหรือที่บ้านต่างอ่านข่าวกันด้วยความรู้สึกต่างกันไป

โต๊ะอาหารเช้าบ้านรวีพรรณ ทุกคนได้อ่านข่าวกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยเฉพาะรมณีแม่ของรวีพรรณบ่นลูกสาวว่า

“แม่เคยเตือนลูกแล้ว เห็นหรือยังว่าผู้ชายคนนี้ไม่จริงใจ ที่เขาคบกับลูกเพราะอยากเป็นหนูตกถังข้าวสาร แต่ถังเดียวคงไม่พอก็เลยตะเกียกตะกายไปหาถังใหม่อย่างยัยสุอาภา”

“แม่คะ...เมื่อคืนรวีก็อยู่ที่งานนั่น รวีเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง มันไม่ใช่อย่างที่นักข่าวเขียนเลยสักนิด...พิทเขาสนิทกับบ้านคุณนพคุณพ่อของสุอาภามาก ไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติ คุณนพเป็นคนเลี้ยงพิทมาตั้งแต่แม่เขาเสีย กับสุอาภาเขาก็โตมาด้วยกัน เป็นเพื่อนกันมา ความคุ้นเคยแบบนั้นอาจจะมีคนมองไปในทางลบ เสียหายกับตัวเขาและสุอาภาด้วย”
ณรงค์ผู้เป็นพ่อติติงว่าเธอมองคนในแง่ดีมากเกินไป รมณีได้ทีย้ำว่า

“ลูกยังไม่รู้อะไร...แม่ได้ยินมาว่าแม่ของนายพิทยามั่วจะตาย มั่วจนไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อของลูก สุดท้ายก็หน้าด้านกระเตงลูกมาให้คนอื่นเลี้ยง ลูกกับแม่มันก็คงไม่ต่างกันเลิกยุ่งกับเขาก่อนที่ลูกจะต้องเสียใจไปมากกว่านี้ ผู้ชายที่มีแต่ตัวได้มาก็เท่านั้น”

รวีพรรณอยากจะชี้แจงแต่เห็นแม่มาแรงเลยเงียบ รวบช้อนแล้วขอตัวไปทำงาน รมณีมองตามลูกบ่นกับ ณรงค์ว่า

“เกาะเขากินมาตั้งแต่เด็กยันโต ไม่รู้ว่าลูกไปหลงมันลงไปได้ยังไง ตั้งแต่คบมันก็ปีกกล้าขาแข็งไม่เชื่อฟังพ่อแม่ เห็นทีฉันต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม!!”

ณรงค์มองหน้ารมณีที่จิกตาร้ายกาจอย่างสงสัยว่าเธอจะทำอะไร

ooooooo

ขณะรวีพรรณนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะนั้น พิทยาแอบ เข้าไปยื่นช่อดอกไม้ให้ พอเธอเงยหน้ามองเขายิ้มพูด หยอกว่า

“มีดอกไม้มาส่งครับ”

“วางไว้ตรงนั้นแหละค่ะ” เธอบอกหน้านิ่งอย่างไร้ความรู้สึกจนพิทยาถามว่าเธอเห็นข่าวแล้วใช่ไหม เธอตอบสั้นๆว่า “ค่ะ” แล้วลุกเดินเลี่ยงไป พิทยารีบคว้ามือพูดอย่างรู้ใจว่าเดินหนีแบบนี้โกรธตนใช่ไหม เธอมองหน้าถามว่า “รู้ตัวด้วยเหรอว่าสมควรจะโดนโกรธ ในเมื่อรู้ว่ารวีจะต้องโกรธแล้วพิททำทำไม”

“ที่ผมต้องโกหกเพราะว่าผมไม่อยากให้รวีไม่

สบายใจ ไม่อยากให้รวีเป็นห่วงผม ผมไม่ได้อยากไปกับเขา หรอกนะแต่ขัดใจเขาไม่ได้เพราะพระคุณพ่อเขาท่วมหัว”

“รวีเข้าใจ ก็แค่อยากรู้ว่ารวีมองพิทในแง่ดีเกินไปรึเปล่า เพราะรวีคอยปกป้องพิทจนคุณพ่อคุณแม่น้อยใจรวีจะแย่แล้ว”

“ใครจะมองผมยังไงก็ช่าง ขอแค่รวีเข้าใจผมก็พอแล้ว” พิทยากุมมือเธอขึ้นหอมฟอดใหญ่ “ขอบคุณนะครับรวี คุณเป็นแฟนที่น่ารักที่สุดในโลก”

ทั้งสองยิ้มมีความสุขอย่างเข้าใจกัน...

ooooooo

ที่บ้านสุอาภา บวรกับต่ายและสุอาภากำลังดูหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวเมื่อคืนกันอยู่ นพที่ไปต่างประเทศหลายวันเพิ่งกลับมา ถามลูกๆว่าดูอะไรกันอยู่

สุอาภาโผเข้ากอดหอมป๋าไม่หยุด จนนพบอกว่าหายใจไม่ออกแล้ว ทีแรกสุอาภาก็กลัวถูกป๋าดุเรื่องข่าวเมื่อคืน แต่นพกลับหัวเราะชอบใจบอกว่า “ป๋าไม่อยู่เมืองไทย 5 วัน กลับมาลูกสาวป๋าดังอีกแล้ว ฮ่าๆๆ”

นพให้เหตุผลที่ไม่เครียดว่า เพราะข่าวนี้ตนอ่านแล้ว ก็ไม่เห็นจะฉาวตรงไหน เพราะผู้ชายในรูปคือพิทยา ดีเสียอีกที่ไม่ใช่คนอื่น ส่วนสุอาภาพูดทะเล้นว่า ตนอยากเป็นข่าวกับคนอื่นมากกว่า ทำแบบนี้เสียเครดิตตนหมด

ต่ายบ่นทั้งป๋าทั้งน้องว่า “พอกันเลย ตอนนี้ชื่อเสียงยัยแตติดลบ ได้ฉายาว่าคุณหนูขาวีน มันน่าดีใจตรงไหน”

นพบอกต่ายว่า รู้ว่าเป็นห่วงน้อง แต่ข่าวก็คือข่าว จะไปแคร์ทำไม คนเขาอยากพูดอะไรก็ให้พูดไป พวกเรารู้ว่าน้องเป็นยังไงก็พอแล้ว ทำให้สุอาภาหน้าบานที่ป๋าเข้าใจและไม่ตำหนิตน...ตามเคย

ooooooo

รุ่งขึ้น นพโทรเรียกพิทยามาทานอาหารด้วยกัน เขาเข้าครัวลงมือผัดสปาเกตตีอย่างชำนาญ ทำเสร็จพิทยามาถึงพอดี

ก่อนอื่น พิทยาขอโทษนพเกี่ยวกับข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ นพพูดอารมณ์ดีว่า

“ไม่ต้องขอโทษ ฉันรู้ว่าเธอเป็นคนยังไง ทานสิ... เป็นไง”

“อร่อยเหมือนเดิมครับ” พิทยายิ้มสบายใจ

พลันบรรยากาศก็เปลี่ยนไป เมื่อสุอาภาหิ้วของแบรนด์เนมกลับจากช็อปปิ้ง ร้องเรียกป้านีจะให้เอาของไปเก็บ พอเห็นพิทยานั่งทานอาหารกับป๋าก็ชักสีหน้าใส่ เปลี่ยนเป็นใช้พิทยาให้เอาของไปเก็บที่ห้องแทนทั้งที่ป้านีมาแล้ว

พิทยารับถุงเดินออกจากบ้านไปหน้าตาเฉย เธอถามว่าจะเอาของตนไปไหน พลางวิ่งตามออกไปเอ็ด

“ฉันบอกให้เอาของไปเก็บในห้อง ไม่ได้ให้เอาออกมาข้างนอก แค่นี้ฟังไม่รู้เรื่องรึไง”

“ของแค่นี้ ถ้ายังเก็บเองไม่ได้ก็ทิ้งดีกว่า” ว่าแล้วเอาไปเทใส่ถังขยะข้างทาง

สุอาภาโกรธจัด กำลังจะด่า ก็ถูกพิทยาเอาถุงเปล่าครอบหัว นพเดินตามมาถามว่าเล่นอะไรกันหรือ สุอาภาฟ้องว่าพิทยาแกล้งตน เอาของที่ซื้อมาเททิ้งหมดเลย

นพเดินไปชะโงกดูในถังขยะ พูดหัวเราะขำๆว่า

“โอ้โห...ทั้งรองเท้า ทั้งกระเป๋า...พิท...ขอบใจที่ช่วยทิ้งรองเท้ากระเป๋าของยัยแตเต็มบ้านจนไม่มีที่จะเก็บแล้ว”

สุอาภางอนตุปัดตุป่องหาว่าทุกคนแกล้งตน นพมองตามพูดอย่างรู้นิสัยลูกดีว่า อีกไม่ถึงชั่วโมงก็หายโกรธ...

ooooooo

ถึงเวลาอาหารมื้อเย็น สุอาภาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าลงมา กวาดตาดูไม่เห็นพิทยาก็โล่งใจนึกว่ากลับไปแล้ว พอดีต่ายบอกให้ไปตามบวรลงมาทานข้าว เธอกระโดดแผล็วๆขึ้นบันไดไปอย่างร่าเริง

พอไปถึงห้องนอนบวร ได้ยินเสียงอาบน้ำซู่ๆอยู่ในห้องน้ำ เธอตะโกนเรียก “พี่ใหญ่...” ไม่มีเสียงตอบ เหลือบเห็นรูปครอบครัวที่ถ่ายกันมีพิทยาอยู่ด้วย เธอคว้าปากกาเขียนแผ่นซีดีมาเติมหนวดเติมเขาบนหัวพิทยาอย่างสนุกมือ

“ทำอะไร” พิทยาอาบน้ำเสร็จเดินมาถาม เธอหันมองเห็นพิทยานุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวก็ตกใจทำกรอบรูปหล่นใส่เท้า เขาเจ็บยกเท้าขึ้น เธอตกใจถามว่ามาอยู่ในห้องพี่ใหญ่ได้ไง “พี่ใหญ่ให้ผมเข้ามาอาบน้ำ”พูดไม่ทันขาดคำก็เสียหลักหงายหลังจะล้มเพราะยืนขาเดียว ผ้าขนหนูหลุดจับไม่ทัน สุอาภาร้องกรี๊ดหลับตาปี๋

เสียงร้องดังไปถึงข้างล่าง บวรที่เดินเล่นอยู่ข้างนอกมาที่โต๊ะพอดี พอรู้ว่าต่ายใช้น้องไปตามเขาที่ห้อง เขาอุทานอย่างตกใจ “ซวยแล้ว!”

เลยกลายเป็นเรื่องที่ทั้งขำทั้งฮาของนพและบวรกับต่าย แต่สุอาภาเขินจนทำหน้าไม่ถูก ข้าวปลาพาลกินไม่ลงไปด้วย

ตกกลางคืน นพเข้าไปหาในห้องนอน ถูกเธอตัดพ้อต่อว่าที่เข้าข้างพิทยาทั้งที่ตนเป็นลูกแท้ๆ

“พิทเขาก็เป็นลูกป๋าเหมือนกัน แต่...ลูกต้องหัดเอาใจเขามาใส่ใจเรา พิทน่าสงสาร ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่” เธอแย้งว่าตนก็ไม่มีแม่เหมือนกัน “แต่แตมีป๋า มีพี่ใหญ่ มีพี่ต่าย มีคนรักแตมากมาย ส่วนพิท...ตัวคนเดียว ป๋าไม่เข้าใจเลยจริงๆว่า ตอนเด็กๆ เราสองคนก็เข้ากันได้ดี แล้วทำไมพอโตขึ้นมาถึงเหมือนงูกับพังพอน เจอกันไม่ได้ ต้องมีเรื่องตลอด”

“ป๋าอย่าถามแตเลย ไปถามเขาดีกว่าว่าทำไม” เธอตอบงอนๆ เหมือนมีความหลังที่เจ็บปวดฝังใจอยู่

หลังจากนั้นไม่นาน นพไปตีกอล์ฟแล้วจู่ๆก็เจ็บหน้าอกมาก หมอตรวจบอกว่าเขาเป็นโรคหัวใจ ทำให้นพคิดหนัก กลับมานั่งดูรูปครอบครัวที่ห้องทำงานในบ้าน เสียงหมอยังดังเหมือนย้ำเตือนตลอดเวลาว่า

“คุณต้องงดออกกำลังกายหนักๆ หรือการทำอะไรที่ต้องใช้แรงมากๆ แล้วก็ต้องดูแลตัวเองอย่าให้เครียด ไม่อย่างนั้น อาจจะทำให้หัวใจของคุณหยุดเต้นกะทันหัน”

นพหยิบรูปครอบครัวดู จ้องที่สุอาภาด้วยความเป็นห่วงลูกคนนี้ที่สุด มองไปที่รูปพิทยาอย่างครุ่นคิด...

ooooooo

เพราะปีนี้นพอายุ 60 แล้ว สุอาภาจัดฉลองแซยิดให้ป๋าที่บ้าน ทุกคนให้ของขวัญวันเกิด พิทยามาทีหลังเพื่อนพร้อมกล่องของขวัญ

หลังจากทานอาหารและตัดเค้กวันเกิดแจก ทั้งทานทั้งเล่นกันอย่างสนุกสนาน จากนั้น นพขอเปิดของขวัญดู เรียงลำดับจากคนอายุมากไปหาน้อย ของบวรจึงถูกเปิดเป็นกล่องแรกเขาให้ปากกา ของต่ายเป็นเสื้อวอร์ม ส่วนของสุอาภากับพิทยาให้เหมือนกันเปี๊ยบ เป็นผ้าพันคอแบบเดียวสีเดียวกัน

“สองคนนี่ใจตรงกันตลอด จำได้ไหมตอนเด็กๆ แกสองคนชอบเล่นอะไรเหมือนกัน กินอะไรก็เหมือนกัน” บวรพูดขำๆ ต่ายเสริมว่า แถมแตยังชอบเดินตามพิทต้อยๆ จนคนเขานึกว่าเป็นพี่น้องกันจริงๆ

การฉลองแซยิดอย่างสนุกสนานมีความสุขใกล้จบแล้ว นพบอกลูกๆทุกคนว่าตนมีความสุขมากในวันนี้ แต่ยังมีบางเรื่องที่อยากขอในวันเกิดปีนี้ ทุกคนตั้งใจฟังเต็มที่ นพจับมือสุอาภากับพิทยาไปกุมไว้ บอกพิทยาว่า

“พิท...ฉันอยากฝากให้เธอดูแลแต”

ทั้งพิทยาและสุอาภามองหน้ากันงงๆ สุอาภาถามว่า “ป๋าจะให้เขาดูแลแตทำไม แตมีพี่ต่ายกับพี่ใหญ่ดูแลอยู่แล้ว”

“ป๋าหมายความว่า ป๋าจะยกแตให้พิท” ทุกคนชะงักงัน นพพูดชัดลงไปว่า “ฉันอยากให้เธอกับลูกสาวฉัน แต่งงานกัน” คราวนี้ทุกคนช็อกไปเลย พอตั้งหลักได้ พิทยารีบเอ่ยขึ้นก่อนว่า

“ผมแต่งงานกับคุณแตไม่ได้ เพราะผมมีคนรักอยู่แล้ว”

สุอาภาทั้งโกรธ เสียหน้า เสียใจ ลุกพรวดสั่งพิทยา “เข้าไปคุยกับฉันในห้อง!”

เมื่อเข้าไปคุยกันในอีกห้องหนึ่ง สุอาภาถามอย่างไม่พอใจมากว่า นึกว่าตัวเองเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาปฏิเสธไม่แต่งงานกับตน พิทยาถามว่าเธอเองก็ไม่ได้อยากแต่งกับตนไม่ใช่หรือ แล้วจะโกรธทำไม

“เพราะไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธฉันมาก่อน!!” พิทยาบอกว่าก็เคยเสียจะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง “นายพิทยา!! นายจะจองหองมากเกินไปแล้ว ไม่รู้ป๋าไปหลงเสน่ห์คนนิสัยแย่อย่างนายตรงไหน หลงจนไม่ลืมหูลืมตาดูความเหมาะสม ป๋าคงลืมว่ากากับหงส์มันคนละพันธุ์กัน”

“มันก็สัตว์เหมือนๆกัน จะพันธุ์ไหนมันก็ไม่ได้วิเศษวิโสมาจากไหน ตัวเป็นหงส์ใจเหมือนอีกาก็มีถมไป คุณทะนงว่าตัวเองเป็นหงส์แล้วเหยียดผมเป็นกา แต่คุณลองกลับไปค้นหาตัวเองใหม่อีกทีก็คงจะพบมั้งว่าคุณเป็นหงส์แค่เปลือกนอก”

“นายพิทยา!!” สุอาภาโกรธจัดยกมือจะตบ ถูกพิทยาจับไว้ พูดต่ออย่างอัดอั้นเก็บกดว่า

“คุณชอบข่มเหงผม ชอบเอาอำนาจมาฟาดหัวผม ทำให้ผมต้องศิโรราบให้คุณ จำไว้นะสุอาภา ผมไม่เคยคิดจะรักผู้หญิงอย่างคุณ!” พูดจบพิทยาเดินผละไปอย่างไม่แยแส

สุอาภาแทบหยุดหายใจ น้ำตาร่วงไม่รู้ตัว เจ็บปวดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.