นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    สิงห์ขับรถมาทำธุระในเมือง แสนแยกตัวไป แม่ริมเองเพราะเกรงใจ สิงห์ให้เอารถไว้ใช้แต่แสนเห็นว่าไม่จำเป็นเพราะตัวเองชอบประหยัดพลังงาน... อันยาจอดรถถามทางไปแม่อายจากชาวบ้าน ใช้วิธีอัดเสียงเอาไว้เลย พอขับรถออก ผ่านศาลาริมทางที่แสนนั่งรอรถโดยไม่เห็นกัน

    อันยาแวะถามชาวบ้านอีกครั้ง ชาวบ้านบอกว่ารถที่เธอขับไปไม่ถึง เพราะขึ้นเขาต้องใช้รถโฟร์วิลล์ เธอจึงคิดจะไปเปลี่ยนรถ แต่กลับหลงทางเสียก่อนและมือถือที่อัดเสียงบอกทาง...แบตหมด ระหว่างนั้น ลดาพยายามติดต่ออันยาเท่าไหร่ก็ไม่ได้ ทำให้กระวนกระวายใจ คิมหันต์ซึ่งอยู่เป็นเพื่อนลดาปลอบว่าไม่ต้องห่วงเพราะลูกพี่ตนเก่งเรื่องเสาะหาคนอยู่แล้ว

    อันยาจำต้องขับรถไปตามแผนที่ แต่ไม่วายเกิดปัญหาหม้อน้ำเดือด อันยาจอดรถลงมาเปิดฝากระโปรง จะดูหม้อน้ำ ทันใด มีมือมากระชากเธอออกห่างจากรถ และเอ็ด

    “หม้อน้ำร้อนจัด ถ้าคุณยืนตรงนั้น น้ำร้อนได้พุ่งเข้าหน้า เสียโฉมแน่ๆ”

    อันยาตกใจหันมอง...สิงห์หน้าดุ ก่อนจะช่วยเหลืออันยาจนรถใช้การได้ปกติ อันยาควักเงินพันบาทให้ สิงห์หน้าเสีย อันยารีบถามว่าน้อยไปหรือจะควักเพิ่ม

    “มันน้อยไป ที่จะเอากระดาษนี่มาแลกกับน้ำใจคน...คุณคงจะมาจากในเมือง ที่ทุกอย่างต้องใช้แบงก์แลกเอาหมด ถึงได้ไม่รู้ว่าคนที่นี่เขาช่วยเหลือกันโดยไม่ได้หวังอะไรตอบแทน”

    อันยาหน้าเจื่อน “ฉันขอโทษ ฉัน...มาจากในเมืองจริงๆอย่างที่คุณว่า ขอบคุณจริงๆนะคะ” อันยาเปลี่ยนเป็นยกมือไหว้

    สิงห์แนะนำตัว ไม่ได้โกรธอะไรแล้วถามมาทำอะไรแถวนี้ อันยาสลดลงบอกว่ามาตามคนที่ไร่แสนรัก สิงห์ชะงัก ฟังเธอบ่นว่าคนที่นั่นย้ายไปอยู่แม่อายหมด สิงห์ถามเธอมาหาใคร อันยานึกได้ว่าสิงห์อาจจะรู้จัก แสนจึงรีบบอกว่า ตนมาหาด็อกเตอร์แสน เผื่อนนาดี... สิงห์มองลักษณะอันยา แม้จะแปลกไปบ้างแต่น่าจะไว้ใจได้ จึงยอมบอกตนเป็นอะไรกับแสน

    “คุณเป็นลูกพี่ลูกน้องของคุณแสน! เยส! เธอทำได้ สวรรค์ไม่ทอดทิ้งคนสวยๆอย่างเรา”

    สิงห์เหล่มองท่าอันยาขำๆ เธอรีบขอโทษแล้วขอให้เขาพาไปพบแสน สิงห์ชั่งใจ

    “ขอโทษนะที่ผมต้องถาม ไม่ทราบว่าคุณเป็นอะไรกับแสน คือ...ถ้าพวกคุณสนิทกัน ผมก็ไม่มีปัญหาที่จะพาคุณไปพบเขาหรอกนะ”

    “ฉัน...ฉันเป็นเพื่อนของคุณแสนน่ะค่ะ” อันยาเสียงอ่อย

    “เพื่อน...ถ้างั้นทำไมถึงไม่ติดต่อให้เขามารับ ไร่เราอยู่ตั้งไกล ทำไมถึงได้เสี่ยงมาตามหาเขาตัวคนเดียวแบบนี้”

    อันยาอึกอัก ตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดให้เขาฟัง สิงห์ตกใจไม่คิดว่าคนดีๆอย่างแสนจะเจอเรื่องอย่างนี้ แล้วต่อว่าเรื่องที่อันยาทำไม่ใช่เรื่องเล็กๆ

    “ฉันรู้ ถ้าฉันไม่รู้ฉันก็คงไม่มาเพื่อจะขอโทษน้อง คุณ ขอโอกาสให้ฉันได้ไถ่โทษ ชดเชยความผิดที่ทำไปบ้างได้รึเปล่า”

    “คนที่ถูกหักหลัง ไม่ใช่จะลืมความเจ็บปวดกัน ได้ง่ายๆหรอกนะ มิน่านายแสนกลับมาคราวนี้ เขาถึงไม่ร่าเริงเหมือนเดิม เพราะยังงี้เอง ผมคงช่วยอะไรคุณไม่ได้หรอก ถ้าแสนไม่อยากเจอคุณ คุณก็อย่าเจอเขาเลยดีกว่า” สิงห์จะเดินหนี

    อันยาใจหายวาบ เหมือนความหวังสุดท้ายจะหลุดลอย เธอวิ่งเข้าขวางหน้า คุกเข่าขอร้อง

    “ฉันรู้ว่าฉันทำผิดมาก ฉันรู้ว่าแค่คำขอโทษของฉันมันไม่พอ แต่คนที่สำนึกแล้วทำอะไรไม่ได้ ต้องทนอยู่กับความรู้สึกผิด เหมือนโดนปิดประตูใส่หน้าตลอดเวลา มันเจ็บมากนะคะ...ถ้าฉันไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง ถ้าด็อกเตอร์ไม่ให้้อภัย ฉันคง...ไม่มีทางให้อภัยตัวเองได้” อันยาสะอื้น

    สิงห์รู้สึกเจ็บแค้นแทนน้อง แต่พอเห็นอันยาเสียใจมาก ก็อดสงสารไม่ได้

    ooooooo

    เมื่อรู้ตัวว่าท้อง ปุ๊กลุกออกจากบ้านมาอยู่กับเพื่อนเพราะกลัวพ่อ และตัวเองก็คิดจะทำให้แสนรับเป็นพ่อของลูกในท้องตัวเองให้ได้ แม้ว่าปรานีจะห่วง แต่ต้องช่วยลูกปิดโกมล

    เย็นวันนั้น คิมหันต์ซึ่งมาอยู่เป็นเพื่อนลดากำลังจะกลับ เจอทวยเทพที่ล็อบบี้ เขาปราดเข้าซักไซ้ถามหาอันยาทันที ประจวบกับปุ๊กลุกให้เพื่อนพามาหวังจะถามอันยาว่าแสนอยู่ที่ไหน เพราะปุ๊กลุกยังเข้าใจว่า อันยาเป็นเมียแสน แต่พอปุ๊กลุกเห็นทวยเทพก็ชะงักไม่กล้าเข้าไป ได้แต่แอบฟัง คิมหันต์บอกกับทวยเทพว่า

    “ใช่ เจ๊เขาไม่สบายใจกับเรื่องนี้มาก ที่เป็นคนวางแผนทำให้ด็อกเตอร์เสื่อมเสียชื่อเสียงถึงกับต้องออกจากงาน ก็เลยตามไปขอโทษ”

    ปุ๊กลุกหน้าเหวอ ทวยเทพไม่เชื่อ คิมหันต์พยายามบอกให้ทวยเทพรู้ว่าอันยาแคร์แสนมากแต่เขาไม่เชื่อโวยวายใส่จนคิมหันต์เดินหนี ทวยเทพโมโห โทร.จ้างนักสืบที่เคยให้สืบเรื่องอันยามาสืบอีกที ปุ๊กลุกได้ยินอยากรู้เหมือนกันว่าแสนอยู่ที่ไหน จึงโผล่เข้ามาขวางหน้า ทวยเทพเห็นสภาพปุ๊กลุกก็ตกใจ มองท้องที่โตออกมาของเธออย่างหวั่นใจ ปุ๊กลุกรีบบอกว่าไม่เกี่ยวกับเขาในท้องเป็นลูกของแสน ทวยเทพถอนใจแต่ยังคาใจอยู่ไม่น้อย ปุ๊กลุกยื่นข้อเสนอ

    “ฉันอยากได้ที่อยู่พี่แสน ถ้าให้ฉัน จะไม่มีการพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างฉันกับแก”

    “นี่แบล็กเมล์ฉันเหรอ ถึงเธอพูดไปก็ไม่มีใครเชื่ออยู่แล้ว ว่าคนระดับฉันน่ะเหรอจะยุ่งกับผู้หญิงอย่าง...เฮ่ย...ช่างมันเถอะ จะว่าไปก็ไม่เสียหายที่จะให้เธอโผล่หน้าไปประจานไอ้ด็อกเตอร์ แต่เธอจะต้องไม่บอกใครเรื่อง...คืนนั้น”

    ปุ๊กลุกเสียงเฉียบ “มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วเราก็ไม่รู้จักกัน”

    ปุ๊กลุกดึงมือถือทวยเทพมากดเบอร์ตัวเองลงไป แล้วบอกให้เขาโทร.มาก่อนจะเดินจากไป ทวยเทพเริ่มยิ้มอย่างสะใจ ที่จะได้เห็นแสนอับอายขายขี้หน้า

    ooooooo

    แม้สิงห์จะยังไม่แน่ใจว่าเรื่องอันยาเป็นความจริงแค่ไหน แต่เขาก็รู้สึกว่าถ้าแสนได้เคลียร์เรื่องคาใจลงบ้างอาจทำให้เขากลับมาร่าเริงเหมือนเดิมได้ จึงช่วยเหลือพาอันยาเอารถเช่าไปคืนในเมือง...อันยาดีใจโทร.เล่าให้ลดาหมดห่วง ว่าจะค้างโรงแรมคืนหนึ่ง พรุ่งนี้ถึงขึ้นแม่อาย

    “พอขึ้นไปถึงไร่ ได้เจอพ่อแสนแล้ว ไม่ว่าเขาจะพูดยังไงหนูก็ต้องเข้มแข็ง จำไว้ว่าย่ารักหนู เอาใจช่วยหนูอยู่นะลูก” ลดาอดเตือนไม่ได้ อันยารับปากหนักแน่น

    วันรุ่งขึ้น สิงห์ต้องจอดรถให้อันยาลงไปอาเจียนข้างทาง ด้วยความเมารถตลอดทางจนถึงไร่แสนรัก อันยาลืมตาขึ้นมาเห็นความสวยงามของไร่สุดลูกหูลูกตา ค่อยยิ้มออก...สินกับฟองคำออกมาต้อนรับเมื่อรู้จากสิงห์

    ว่า อันยาเป็นเพื่อนของแสน ฟองคำรู้สึกเอ็นดูอันยาอย่างมาก จัดที่พักให้เพราะแสนยังไม่กลับมาจากแม่ริม

    “พักให้หายเพลียแล้วกินมื้อเย็นด้วยกันนะจ้ะ บ้านเนี้ยะมีน้าเป็นผู้หญิงอยู่คนเดียว และก็แก่แล้ว...มีสาวๆแบบหนูมาบ้านจะได้สดใสขึ้น”

    อันยายกมือไหว้ขอบคุณ แต่ในใจรู้สึกบีบคั้นอย่างมาก ที่ตนทำร้ายลูกชายเธอ...ก่อนหน้านี้อันยาถามสิงห์ว่าตนควรสารภาพกับฟองคำและสินไหม สิงห์ถอนใจ

    “ไม่ใช่พวกเขาจะไม่รู้จักให้อภัยคนนะอันยา แต่...แค่ต้องรับมือนายแสน มันก็ยากอยู่แล้วผมไม่แน่ใจว่าพวกคุณน้าต้องรู้ตอนนี้ไหม”

    อันยาตัดสินใจยังไม่บอกอะไร...ขณะเดียวกัน สินท่าทางยินดีที่ลูกชายมีสาวสวยมาหาแต่ฟองคำรู้สึกว่า อันยาท่าทางเศร้าๆไม่ต่างจากแสน

    ตกเย็น อันยาสะดุ้งตื่นขึ้นมารีบออกมาที่ห้องกลาง ไม่พบใครสักคน จึงออกไปเดินในไร่ชมวิวทิวทัศน์อย่างเพลิดเพลินไปจนถึงท้ายไร้ นึกอยากถ่ายรูปแต่ไม่ได้เอามือถือมา จึงหันหลังกลับมามอง พบว่าตัวเองเดินมาไกลมาก...ในขณะที่ ฟองคำกับสินแปลกใจที่อันยาหายไปนานไม่ทันไร หนานปิงเดินเข้ามากับแสน สินชะเง้อมองถาม
    “นี่เข้ามากันสองคนเองเหรอ”

    “ก็เออสิวะ ยังจะมีใครอีก” หนานปิงสวนสินอ้าปากจะเถียงกับหนานปิงที่ตอบกวน แสนตัดบทถามว่ามีอะไรกันหรือ สินกับฟองคำมองหน้ากันก่อนจะบอกลูกว่า มีสาวมาหา...

    อันยากำลังเดินหาทางกลับบ้าน ท้องก็ร้องจ๊อกๆ เธอเอ็ดท้องตัวเองให้หยุดร้อง พลันเห็นผลสตรอว์เบอร์รี่แดงฉ่ำน่ากิน ใจหนึ่งเกรงจะเป็นการขโมย แต่ท้องก็ร้องไม่หยุด จึงนั่งลงชิมๆ

    “หือ...ไม่เสียทีที่เป็นสตรอว์เบอร์รี่ไร่ด็อกเตอร์แสน หย่อยมาก...” อันยากินตุ้ยๆ อย่างลืมตัว

    “ที่แท้ก็มากินสตรอว์เบอร์รี่มีความสุขอยู่นี่เอง!” เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง

    อันยาชะงัก หันมามองทั้งที่ยังเต็มปาก พอเห็นเป็นแสนก็รีบทิ้งสตรอว์เบอร์รี่ในมือ หน้าเหวอ ปรับท่าทีรักษาฟอร์ม “คือ ฉัน...ฉันหิวจริงๆนะคุณ ไม่ได้ขโมยนะ ไว้เดี๋ยวฉันจ่ายตังค์ให้”

    “ช่างมันเถอะ ถ้าแค่นี้ผมถือว่าทำทาน ตอนนี้ทุกคนที่บ้านวุ่นวายหาคุณกันใหญ่เชิญกลับได้แล้ว” แสนหันหลังกลับ

    “ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจให้ที่บ้านคุณเป็นห่วง แต่ฉันหาทางกลับไม่เจอจริงๆ ความจริงเมื่อวานก็เกือบหลงทางไปทีนึงแล้ว ฉันคงไม่คุ้นกับทางในชนบท”

    แสนทนไม่ไหวหันมาเอ็ด “ถ้างั้นคุณก็ไม่ควรมา จำที่ผมบอกคุณครั้งสุดท้ายที่เราเจอกันไม่ได้แล้วเหรอ...สิ่งเดียวที่ผมต้องการจากคุณ คือไปให้ไกล คนไร้หัวใจอย่างคุณ...”

    “ทำไมฉันจะจำไม่ได้ เพราะว่าฉันจำได้ ฉันถึงมา เพราะฉันรู้ว่าทำกับคุณเอาไว้มาก ฉันถึงต้องมาตามหาคุณ ฉันอยากให้คุณรู้ ว่าฉันเสียใจกับเรื่องนี้มากแค่ไหน ตอนนี้ ฉัน...ฉันก็ไม่ได้ทำงานที่ไรท์เพอเซิ่ลแล้ว” อันยาหวังว่าแสนจะใจอ่อนลงบ้าง

    “แล้วคุณมาบอกผมทำไม คุณจะทำหรือว่าจะออกจากที่ไหน มันก็ไม่เกี่ยวกับผม”

    “ทำไมจะไม่เกี่ยวล่ะคะ ฉันลาออกเพราะฉันรู้แล้ว ว่าสิ่งที่ฉันทำกับคุณมันผิด สิ่งที่บริษัทนั้นหลอกให้ฉันทำมันเลวร้าย สุดท้ายฉันเองก็เป็นแค่หมากตัวหนึ่งของพวกนายทุนโลภมาก”

    “พอกันที! คุณจะมาพูดเรื่องนี้ให้มันได้อะไรขึ้นมาอีก”

    “คุณแสน...หลังจากวันนั้น ที่คุณบอกว่า อย่าพบอย่าเจอกันอีก ฉัน ฉันไม่เคยสบายใจเลย ฉันไม่เคยยิ้มออกจริงๆเลยสักครั้ง...คุณเชื่อฉันอีกสักครั้งได้ไหม ต่อไปนี้ฉันสัญญาว่า ฉันจะไม่พูดโกหกอีก คุณเชื่อฉันนะคะคุณแสน”

    แสนต้องต่อสู้กับจิตใจตัวเองอย่างมาก หันมาบอกอันยา “ผมถามจริงๆหลังจากทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำ คุณยังต้องการอะไรจากผมอีก คุณหลอกผมซะขนาดนั้น มันยังไม่พออีกรึไง ห๊ะ! อันยา...กลับกันสักที พรุ่งนี้เช้า ผมจะให้พี่สิงห์ไปส่งคุณในเมือง”

    อันยาเหมือนโดนกระแทกใจอย่างจัง ด้วยคำพูดของแสน เธอเดินไปคนละทางกับเขาดื้อๆ แสนหันกลับมาแปลกใจร้องเรียกให้เธอกลับมา แต่อันยาหูอื้อ ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา แสนจำต้องวิ่งตามไปฉุดเธอไว้ อันยาสะบัดออก

    “ฉันไม่ไปกับคุณ คุณอยากให้ฉันไปไกลๆคุณเห็นฉันเป็นคนหลอกลวง ฉันทำสิ่งที่คุณ... ให้อภัยไม่ได้ ฉัน...ฉันมันเป็นคนไม่ดี”

    “หยุดพูดเพ้อเจ้อซะที”

    “แต่คุณก็คิดอย่างที่ฉันพูด ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเรา สำหรับฉัน...ฉันลืมมันไม่ได้ แต่สำหรับคุณ มันเหลืออยู่แค่ประโยคเดียว คือฉันหลอกคุณ...แค่นั้น”

    แสนอึ้งกับคำตัดพ้อของอันยา เธอผละจากเขา วิ่งหนีไปอย่างปวดร้าว ไปนั่งซุกตัวกอดเข่าร้องไห้หลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง...ทางบ้านฟองคำจัดเตรียมอาหารเย็น สินมองอย่างเปรี้ยวปาก ต่างจากหนานปิงที่เป็นห่วงหลานชาย เพราะได้ยินคนท้ายหมู่บ้านคุยกันว่า มีพวกคนร้ายใช้เส้นทางแถวนั้น สิงห์ชักกังวลแต่สินคิดในทางดีว่าทหาร ตำรวจน่าจะตรวจตราอยู่

    ooooooo

    พอร้องไห้จนเหนื่อย อันยาเงยหน้ามามองไปรอบตัว ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม เธอใจหายวาบความกลัวเข้าทับถม ไม่มีเงาของแสนแม้แต่น้อย เริ่มรู้ตัวว่าหลงป่าจึงร้องเรียกแสน พลันได้ยินเสียงคนเดินผิวปาก เธอรีบย่ำเท้าเข้าไปใกล้ แหวกกิ่งไม้ที่เกะกะออก เห็นกองไฟที่ก่ออยู่ ก็ดีใจ

    “ฉันอยู่นี่ค่ะ คุณ...แสน...” อันยาตกตะลึงเมื่อเห็นชายฉกรรจ์หน้าเหี้ยมสามคน

    “โอ้โฮ มีเนื้อสดเดินมาหาถึงที่เลยว่ะ ลูกพี่” ชายคนหนึ่งผิวปากตาวาวโรจน์

    จ่อเล หัวหน้าโจรป่าทำหน้ากะลิ้มกะเหลี่ยเปรยกับลูกน้องว่า “ตาข้าไม่ฝาดใช่ไหมวะ นังนี่มันแต่งตัวยังกะพวกนางแบบ”

    อันยาหน้าเหวอเตรียมจะวิ่งหนี จ่อเลตะโกน บอกให้มานั่งด้วยกัน อันยาปฏิเสธจะเดินไป ลูกน้องจ่อเลเข้าขวางหน้าทันที จ่อเลตามมากระชากตัวอันยา ยกมีดขึ้นขู่อย่าขัดใจ แสนตามมาถึง อันยาดีใจโผเข้าเกาะแขนเขาหนึบ จ่อเลเหล่มองถามว่า “นี่เมียแกเหรอ...”

    แสนรับว่าใช่แล้วโอบเอวเธอเข้าประชิด อันยาเงยหน้ามองอย่างตกใจ แสนทำทีเย้า

    “บอกแล้วว่าอย่ามาทางนี้ ขอโทษที่เมียผมมาเกะกะ พวกเราไม่พูดมากหรอกครับ ผมแค่มาตามเมียกลับบ้าน ไปอันยา”

    “เป็นคนแถวนี้แน่เหรอ...หน้าตาท่าทางดูไม่ใช่” จ่อเลไม่ให้กลับไป

    แสนรีบบอกว่าจริง ตนทำไร่สตรอว์เบอร์รี่อยู่ ตรงโน้น จ่อเลขอดูมือ พอเห็นว่ามือด้านจึงเชื่อว่าทำไร่จริง แสนขอพาเมียกลับ อันยาเผยอยิ้มดีใจแต่แล้วต้องหุบยิ้มเมื่อจ่อเลบอกว่า

    “แกจะกลับก็ได้ แต่ปล่อยเมียไว้ที่นี่ ขอยืมให้ความอบอุ่นพวกข้าสักคืน”

    อันยาร้องลั่น ไม่เอา...แสนนิ่งคิดชั่วอึดใจก่อนจะบอกว่า “ก็ตามใจพี่...”

    อันยาเหวอ “คุณแสน นี่...นี่คุณแค้นฉันขนาดนี้เลยเหรอ”

    จ่อเลกับลูกน้องหัวเราะชอบใจ “แล้วอย่าคิดเรียกตำรวจล่ะ ถ้าอยากให้เมียแกรอด”

    ลูกน้องจ่อเลดึงตัวอันยามา แสนทำท่าจะเดินแล้วคว้าท่อนไม้ฟาดแขนลูกน้องจ่อเล ดึงตัวอันยากลับมา ลูกน้องจ่อเลอีกคนชักมีดออกมาจะแทง แสนเหวี่ยงท่อนไม้ แต่พอท่อนไม้จะถูกแสกหน้า แสนก็ชะงักเปลี่ยนเป็นถีบลูกน้องจ่อเลแทนแล้วดึงอันยาวิ่งหนี จ่อเลเห็นเช่นนั้นก็ลดปืนลงแววตาครุ่นคิด

    แสนดึงอันยาวิ่งกันมาอย่างสุดแรงเกิด อันยาหอบมาก แสนยังเร่งให้เธอวิ่งเร็วขึ้น เขาดึงให้เธอกระโดดข้ามก้อนหิน เธอเซมาปะทะอกเขา รู้สึกอบอุ่นเล็กน้อย แสนเตือน

    “พวกนั้นเป็นโจรป่า ไวยังกับม้า แค่นี้มันตามทันแน่ วิ่งไปอีกหน่อยจะเจอทางไปไร่”

    เสียงสับไกปืนดังขึ้นด้านหลัง จ่อเลกับลูกน้องตามมาทัน “เอ็งพูดถูกแล้ว ที่ว่าพวกข้าไวเหมือนม้าแล้วคิดว่าจะหนีพ้นงั้นเรอะ”

    ลูกน้องโวยที่ให้วิ่งตามจนเหนื่อย กระชากคอแสนมาจะอัด จ่อเลห้าม ลูกน้องถามทำไมไม่ทำแสนแล้วชิงผู้หญิงมา จ่อเลกลับถามแสน

    “ทำไมเมื่อกี้ แกไม่ฟาดลูกน้องข้า”

    “ถ้าฟาดตรงแสกหน้า กะโหลกร้าว เขาอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิต” แสนชี้แจง

    ลูกน้องจ่อเลค่อนขอดเยาะๆช่างเป็นคนดีเหลือเกิน แสนหันมาพูดกับจ่อเล “คุณเองก็ไม่ได้กะจะทำร้ายพวกเราแต่แรก คุณให้ผมกลับไป แต่...ใครจะทนให้คนอื่นย่ำยีเมียเราได้ล่ะ”

    “ปากดีนักนะ!” ลูกน้องจะอัดแสน

    จ่อเลห้ามอีก  และบอกว่าตนจะจัดการเอง ลูกน้องถอยยิ้มเยาะๆเสร็จแน่ จ่อเลขยับปืน แสนดึงอันยาเข้ามากอดไว้แน่น จ่อเลลดปืนลง

    “แกพูดถูกว่ะ แกไม่ใช่พวกขี้ขลาด กล้าปกป้องเมีย พูดกันตรงๆแบบนี้ข้าชอบว่ะ...ให้ข้าเลี้ยงข้าวป่าพวกเอ็งสักมื้อก็แล้วกัน” จ่อเลบีบไหล่แสน ลูกน้องทำหน้างงงวย

    ooooooo

    ในขณะที่ ฟองคำชักจะใจคอไม่ดี เป็นห่วงแสนกับอันยา หนานปิงเห็นด้วย ทั้งสองตัดสินใจจะออกไปตามหา สิงห์ประคองหนานปิง สินไม่อาจห้ามเมียกับพ่อตาได้จำต้องไปด้วย

    อันยาเกาะแขนแสนเดินตามจ่อเล เธอกระซิบถามทำไมต้องมากับพวกนี้ด้วย แสนกระซิบตอบว่า พวกมันคงกลัวเราจะกลับไปแจ้งตำรวจ แล้วพวกมันต้องหนีหัวซุกหัวซุน

    “แต่เราก็บอกแล้วนี่ว่าจะไม่บอกใคร”

    “พวกนี้เป็นโจรนะ จะเชื่อใครเต็มร้อยล่ะ ขนาดคนธรรมดาๆไม่ใช่โจรยังเชื่อไม่ค่อยได้” อันยาสะดุ้งเหมือนโดนแขวะ ไม่ทันจะเถียงแสนพูดต่อ “เราไม่มีทางเลือก ถ้ามันเชื่อใจเราอยู่บ้าง บางทีพรุ่งนี้ก็อาจจะปล่อยเรากลับ”

    อันยาหน้าเสีย “อาจเหรอ! แล้ว...แล้วถ้ามันเกิดไม่เชื่อใจเราล่ะ เราจะเป็นยังไง”

    จ่อเลใช้มีดฟันกิ่งไม้ดังฉับ อันยาสะดุ้งหน้าซีดด้วยความกลัว ...จนกระทั่งถึงจุดพักแรม จ่อเลกับลูกน้องช่วยกันก่อกองไฟ แสนกับอันยายังยืนเก้ๆกังๆ จ่อเลแกล้งถามไม่เมื่อยหรือ

    “แล้วจะให้นั่งตรงไหน เก้าอี้หรือเบาะอะไรก็ไม่มี” อันยาลืมตัวโวยออกไป

    “ถ้าต้องการเบาะหนังชั้นดีมานั่งนี่” ลูกน้องจ่อเลตบตักตัวเอง หัวเราะครื้นเครง

    “เฮ้ย! เกรงใจผัวเขาหน่อย ยืนหัวโด่อยู่นี่...เมียเอ็งเนี่ยเรื่องเยอะจริงๆนะ” จ่อเลหัวเราะ

    “เขามาจากในเมืองน่ะพี่ คนไม่เคยลำบากก็แบบนี้แหละ” แสนแก้ต่างให้อันยา

    แต่เธอกับโวย “นี่ใครว่าฉันไม่เคยลำบาก แล้วไอ้ที่ฉันไปลุยโคลน ลุยนากับคุณนี่ ไม่ลำบากรึไง”

    พวกโจรมองอันยาเถียงอย่างสงสัย แสนปราม “ถ้าทนได้ก็นั่งสิ มัวเถียงผมอยู่ทำไม”

    “ข้ารู้แล้วว่าทำไมพวกเอ็งถึงทะเลาะกัน นังนี่มันไม่ยอมใครซะเลย แม้แต่ผัวตัวเอง ตกลงเอ็งจะนั่งหรือไม่นั่ง”

    อันยาชักหวาด แต่เก้ๆกังๆจึงโดนแสนดึงให้นั่ง เธอร้องโวยวายว่ามีมดมีแมลงอะไรไม่รู้เข้าเสื้อ ลูกน้องจ่อเลรีบบอกว่าจะเอาออกให้ อันยาชะงัก กระเถิบเข้าหาแสน จ่อเลบอกแสน

    “เอ้า รีบๆช่วยเมียเอ็งเข้า เดี๋ยวมันกรี๊ดจนสัตว์ตื่นหมดป่า”

    แสนเห็นสามโจรมองอันยาตาเป็นมัน จึงทำทีบอกอันยาว่าตนจะเอาออกให้ แล้วเอื้อมมือเข้าไปที่ คอเสื้อด้านหลังของเธอ อันยาผงะรีบบอกว่าตนเอาออกเองก็ได้ แล้ววิ่งไปที่หลังเต็นท์ ปรากฏว่าเป็นเพียงเศษใบไม้แห้ง แสนยืนรอด้วยความเป็นห่วง

    พวกโจรคุยกันว่าเสียดายอันยาไม่น่ามีผัวตามมา จ่อเลเอ่ยตนสงสัยว่าเป็นผัวเมียกันจริงๆหรือเปล่า เพราะผัวเมียไม่น่าเขินกันขนาดนี้ จะว่าข้าวใหม่ปลามันก็ไม่น่า คงต้องพิสูจน์

    แสนพาอันยาเดินกลับมา เห็นจ่อเลกำลังใช้มีดเหลาไม้ท่าทางอำมหิต ลูกน้องช่วยกันบิวต์ว่าลูกพี่โหดขนาดไหน

    “ถ้าลูกพี่จับได้ว่าใครหน้าไหนมันหลอกเราล่ะก็...” ลูกน้องคว้าก้อนดินขึ้นมา

    อันยาถามจะให้กินดินหรือ ลูกน้องทั้งสองหัวเราะร่า จ่อเลเอามีดปักดินขู่ก่อนจะบอกว่า “เอาดินกลบหน้า ทำปุ๋ยต่างหากล่ะ...ข้าเกลียดคนโกหก พวกเอ็งสองคน เป็นผัวเมียกัน ก็ไม่ชอบให้อีกฝ่ายโกหกเหมือนกันใช่ไหมล่ะ”

    อันยาสะเทือนเหลือบมองแสน เห็นเขาข่มอารมณ์นิ่งหน้าเครียดอยู่ จ่อเลยังย้ำอีกว่า ผัวเมียกันนี่แหละชอบโกหกกัน แสนสวนทันควันว่าเขาไม่เคยโกหก อันยาก้มหน้าอย่างอึดอัดเหมือนโดนจี้ใจดำ ลูกน้องจ่อเลกระเซ้า

    “แล้วน้องสาวล่ะจ๊ะ ริมฝีปากสวยๆแบบนี้ พูดโกหกบ้างรึเปล่า” แสนรู้สึกจี๊ดขึ้นมา อันยาอึดอัดใจอย่างมาก “ไม่ตอบแบบนี้จะหมายความว่ายังไงลูกพี่ เอ...เคยโกหกหรือว่าไม่เคย...”

    อันยาทนไม่ไหวโวย “เคยแล้วไง ไม่เคยแล้วยังไง ทำไมต้องคิดว่าคนโกหกไม่รู้สึกอะไร เขาอาจจะเสียใจมากๆก็ได้”

    “แต่ก็ไม่เท่ากับคนที่โดนหลอก” แสนโต้ อันยามองแสนด้วยความน้อยใจ เขาหลบตา

    “อ้าวเฮ้ย! มาทะเลาะกันเองซะแล้ว พวกเอ็งจะโกหกกันเองก็ไม่เป็นไร แต่หวังว่าน้องชายคงไม่หลอกพวกเราหรอกนะ” จ่อเลเหมือนพูดเล่น แต่สายตาเอาจริง

    แสนรู้ในทีว่าจ่อเลกำลังสงสัยตนกับอันยา...

    ทางไร่แสนรัก สิงห์โทร.แจ้งตำรวจให้ช่วยตามหาแสนกับอันยา ทางตำรวจบอกว่า ต้องรอให้สว่างก่อน แต่ได้ส่งกำลังตำรวจตามโจรกลุ่มนี้อยู่ ทำเอาฟองคำ หนานปิงและสินเครียด

    จ่อเลให้ลูกน้องเอาปลาปิ้งให้แสนและอันยากิน จ่อเลเอ่ยกับแสน

    “จะว่าไปเมียแกนี่ ไม่เหมือนคนอยู่ไร่อยู่ดอยเลยจริงๆ”

    “ก็อย่างที่ผมบอก เขามาจากในเมืองน่ะพี่” แสนพยายามแก้

    พวกโจรบอกว่า เคยเห็นผู้หญิงในเมือง ไม่เห็น แต่งตัวประหลาดแบบนี้ อันยาปรี๊ด

    “ประหลาดเหรอ! เขาเรียกว่ามีสไตล์ต่างหาก”

    แสนเกรงอันยาพูดมากเกินไปรีบเอาปลาเผาใส่ปาก “กินซะ หิวทีไรพูดจาเพ้อเจ้อทุกที”

    อันยาบ่นอู้อี้ จ่อเลร้อง “เฮ้ย...ท่าทางผัวเมีย จะทะเลาะกันอีกแล้ว นี่น้องสาวเป็นผู้หญิง โกรธผัวมันไม่ดีหรอกนะ ป้อนข้าวป้อนปลาผัวเอ็งหน่อยสิ”

    อันยาร้องฮ้า! ลูกน้องจ่อเลจับผิด ทำไม่ได้หรือ ไม่เคยทำ...เป็นผัวเมียกันจริงหรือเปล่า อันยารีบกลับลำ ทำเนียนบิปลาป้อน“แหม...จะไม่ใช่ได้ยังไง กินปลานะจ๊ะพี่”

    แสนไม่ยอมอ้าปาก มองปลาในมืออันยา เธอกระซิบให้ช่วยกินหน่อย แสนติงมันมีก้าง อันยาเหวอ เยอะไปเปล่าเนี่ย จึงส่งให้ “ก็...ก็แกะเองไม่ได้รึไง”

    “ใครป้อนก็แกะให้สิ” แสนโต้

    “นี่! ข่มได้ข่มเอาเลยเหรอ”

    แสนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ อันยาเหลือบมองโจร ทั้งสามจ้องอยู่จึงจำต้องแกะก้างออกแล้วป้อนเข้าปากแสน แต่เขาจะเอาอีกกำชับให้เอาเนื้อตรงหาง อันยาข่มอารมณ์ หายใจฟืดฟาด แสนแอบอมยิ้มที่ได้แกล้งเธอ

    ooooooo

    คืนนั้น ฟองคำร้อนใจเป็นห่วงลูก จะออกตามหา เอง สินต้องปลอบจะยิ่งไปกันใหญ่ถ้าเธอหายไปอีกคน ฟองคำจึงสงบลง สวดมนต์ภาวนาให้พระคุ้มครองลูก

    ตลอดเวลาที่นั่งอยู่กับโจร ลูกน้องจ่อเล จ้องมองเธอตาเป็นมัน เธอหวาดกลัวขยับเข้าชิดแสน เขาเห็นใจจึงโอบกอดเธอไว้ อันยาเขินแต่แสนกลบเกลื่อนว่า ไม่ต้องอายพวกเขาเข้าใจไม่ถือสา จ่อเลยื่นกระบอกใส่เหล้าให้แสนดื่ม อันยากระซิบอย่าดื่มเกรงถูกมอม แสนทำทียิ้มๆ

    “ไม่เป็นไรน่าที่รัก แค่นิดหน่อย...เมียผมไม่ชอบ ให้กินเหล้า” แสนบอกจ่อเล

    “กลัวเมียแบบนี้ใช้ไม่ได้นะ” จ่อเลท้วง

    แสนรับกระบอกเหล้ามาดื่ม รู้สึกว่ามันแรงมาก จ่อเลชอบใจเติมให้อีก อันยามองอย่างเป็นห่วง เปรยว่าอย่าเมามากนะ แต่จ่อเลกลับบอกว่า มีแขกมาร่วมวงแบบนี้ สนุกกว่าทุกทีจริงๆ ชนกระบอกกับแสนให้ดื่มอีก แสนทำทีเป็นดื่ม พอทุกคนเผลอก็เททิ้ง

    จู่ๆจ่อเลก็ถามโพล่งขึ้นว่า มีลูกกันหรือยัง อันยาสะดุ้งโวย ว่าหุ่นอย่างตนเหมือนคนมีลูกแล้วหรือ แสนหน้าเสีย กระตุกอันยาให้หยุด แกล้งหยิกแก้มเธอ

    “ที่รัก...ก็คุณขี้อายแบบนี้น่ะสิ...เมียผมมันขี้อายน่ะพี่ เราเลยไม่มีลูกกันซะที”

    “เออเว้ย ทำยังกับเป็นสาวๆไม่มีผัวยังงั้นแหละ”

    อันยารู้ว่ากำลังถูกจับพิรุจ รีบแก้ “แหมพี่...คนจะอายมันก็อายอ่ะนะ มี...ผัวแล้วก็อายได้”

    “ไม่น่าเชื่อ เอ็งนี่แต่งตัวคนละเรื่องกะนิสัยเลย ดูไม่น่าจะขี้อาย”

    อันยาหน้าม้านที่โดนวิจารณ์ แสนแอบขำ จ่อเล

    บอกแสนจะสอนวิธีผลิตลูกให้ ว่าแล้วก็ลุกเดินมาใกล้ อันยาหน้าเสียขยับเข้าหลบหลังแสน จะสอนอย่างไร

    “ของอย่างนี้สอนด้วยปากเปล่าไม่ได้ มันต้องปฏิบัติให้ดู...”

    “ปฏิบัติ! ไม่ ไม่เอานะ คุณแสน คุณ...คุณช่วยฉันด้วย...”

    แสนรีบปราม “พี่...ก็ไหนพี่บอกว่า...”

    “ก็บอกว่าจะช่วยยังไงเล่า”

    อันยากอดแสนแน่นร้องลั่น “ไม่ ไม่ ฉันรักคุณแสนคนเดียว รักเขาคนเดียว อย่าทำฉันเลยนะ ขอร้อง...ถ้า ถ้าใครฝืนใจฉัน ฉันตายไปจะเป็นผีมาหลอกเลยคอยดู”

    แสนอึ้งเมื่อได้ยินคำบอกรักของอันยา แต่ต้องเล่นตามเกมไป จ่อเลโวย

    “ฝืนใจ! ลืมตาดูซะก่อน ข้ายังไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย” จ่อเลนั่งลงด้านหน้าแสน ไม่ได้รุกรานแต่อย่างใด อันยาลืมตามองงงๆ

    จ่อเลให้ลูกน้องคนหนึ่งมาสาธิตการนวดกดจุดที่เท้าตัวเองให้ดู “ข้ารู้จักพ่อค้าจีนอยู่คนมันใช้วิธีกดนวดจุดที่เท้า กระตุ้นต่อมไตอะไรต่างๆให้มันทำงานดี แล้วทีนี้อยากจะมีลูกสักกี่คนก็สบายบรื๋อ เออ นวดเข้านั่นแหละๆ”

    แสนกับอันยาทำหน้าเหวอ จ่อเลบอกให้อันยานวดแสนตามไปด้วย ไม่อยากมีลูกหรือ อันยาพยักหน้าหงึกๆรีบดึงรองเท้าแสนออก ลงมือนวดเก้ๆ
    กังๆ แสนจั๊กจี้ ติงให้นวดไม่ใช่กดเท้าเล่น อันยาถลึงตาใส่ แกล้งกดแรงๆจนเขาร้องลั่น

    “ขอโทษค่ะ พอดีอยากให้ได้ผลเร็วๆเลยจัดเต็มไปหน่อย...คุณแสน มือฉันเล็กแค่นี้ จะเจ็บอะไรขนาดนั้น” อันยากระซิบ

    “ตอนที่ตามหา เท้ามันพลิกเลยเคล็ดนิดหน่อย”

    “แล้วทำไมไม่บอก ขอโทษนะคุณ เอ่อ...พี่ ฉันไม่รู้ว่าพี่เจ็บอยู่” อันยาหน้าเสีย หันไปคว้าหม้อที่ใส่น้ำไว้ มาล้างเท้าให้แสน

    “อันยา...ไม่เป็นไรหรอก แค่นี้เอง” แสนเกรงใจ

    อันยาหันมาขอยานวดแก้ระบมกับจ่อเล เขาพยักหน้าให้ลูกน้องเอาเหง้าไพลให้เธอ

    “เหง้าไพล ทุบแล้วเอาไปพอก ลดเคล็ดลดบวมได้”

    อันยาใช้ก้อนหินทุบเก้ๆกังๆศอกพลาดไปโดนหม้อหก น้ำราดเสื้อเปียก อันยาไม่สนใจจดจ่อกับการจะช่วยแสน จนพอกสมุนไพรให้เขาได้สำเร็จ ไม่ทันไร

    เธอก็จามออกมาเพราะเสื้อเปียกชื้น แสนถอดเสื้อตัวเองออกให้อันยาเปลี่ยน

    “แล้วคุณล่ะ ถ้าคุณไม่มีเสื้อ ฉันไม่เปลี่ยนนะ” อันยายังห่วงแสน

    สามโจรมองทึ่งๆก่อนที่จ่อเลจะเอาเสื้อของตัวเองให้แสนแทน รู้สึกผ่อนคลายการจับผิดลง “รักกันขนาดนี้ ทีหลังก็อย่าทะเลาะกันอีกล่ะ อยู่กันดีๆดึกมากแล้ว พวกเอ็งไปนอนเถอะ ข้ายกเต็นท์ให้”

    “ไม่ต้องหรอกพี่ พวกผมนอนข้างนอกได้”

    “เฮ้ย บอกแล้วว่าคืนนี้เอ็งเป็นแขกของข้า” จ่อเลบีบไหล่แสน “บรรยากาศในป่าในเขาแบบนี้ เหมาะจะผลิตลูกนักล่ะเอ็ง...ทำให้เสร็จล่ะ พวกข้าจะไปนอนทางโน้น”

    “พูดอะไรของเขาเนี่ย...” อันยาได้ยินไม่ถนัด

    แสนทำหน้าคิดบางอย่าง ไม่กล้าบอกอันยา...พอเข้ามาในเต็นท์ อันยาให้นอนคนละฟาก แต่แสนกลับคว้าข้อมือดึงเธอมาซบอก อันยาตกใจถามเขามีอะไร เขาสบตาเธอเหมือนกดดัน

    “อย่า อย่าบอกนะว่าฉันนวดกดจุดให้คุณได้ผล นี่...อย่าล้อเล่น” ไม่ทันตั้งตัว แสนจูบปากเธอ อันยาตั้งสติได้ผลักเขาออก “คุณ! ฉัน ฉันมาง้อคุณก็จริง แต่ แต่คุณยังไม่ยกโทษให้ฉันเลยนี่แล้ว แล้วทำไม...”

    แสนไม่ตอบ กลับโน้มหน้าเข้าจูบอย่างนุ่มนวลอีกครั้ง อันยาไม่อาจต้านความรู้สึกได้เคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบของเขา จนเขาถอนริมฝีปากออก เธอจึงถามเขาไม่โกรธแล้วใช่ไหม

    แสนชะงัก ทิฐิที่วางไว้ตีกลับขึ้นมา มองออกไปนอกเต็นท์ “พวกนั้นอยู่ข้างนอก แอบดูเราอยู่...รู้แล้วใช่ไหมว่าจะต้องทำยังไง ถ้าคุณไม่อยากเป็นเมียโจร”

    อันยามองลอดช่องทางเข้าเต็นท์ เห็นพวกจ่อเลจับตามองก็ตกใจ “ฉัน...นี่หมายความว่าเราสองคนจะต้อง...ไม่ ไม่นะ ฉันยังไม่พร้อม ถึงจะเป็นคุณ แต่  แต่ที่ฉันเคยจินตนาการเอาไว้ มันไม่ใช่แบบนี้...คุณ คุณแสน...”

    อันยาเห็นแสนขยับเข้ามาใกล้ จึงหลับตาปี๋ แสนดันอันยาให้นอนลง เพื่อให้ข้างนอกเห็นเพียงเงาๆว่าเขาสองคนกอดกันอยู่ อันยาตัวเกร็งใจสั่นรัว กว่าจะรู้สึกว่าแสนแค่โอบกอดหลวมๆไม่ได้ทำอะไรเกินเลยมากกว่านั้น เสียงแสนทำให้เธอได้สติ

    “แค่นี้...พวกนั้นก็คงจะเชื่อแล้ว...”

    “นี่...ที่ว่าจะหลอกพวกนั้น คือ...เนี่ยนะ!” อันยามองหน้าแสน

    “แล้วคุณคิดว่าผมจะทำอะไรมากกว่านี้งั้นเหรอ... โทษทีนะที่ทำให้ผิดหวัง ไม่เป็นอย่างที่คุณจินตนาการ”

    อันยาทั้งเขินทั้งอาย ทุบเขาอั๊กๆ “บ้า ฉันต่างหากที่ต้องพูดแบบนั้น”

    “ก็คุณบอกเอง ว่าเคยจินตนาการไว้ แต่ว่าผม... ไม่เคยคิดนะ”

    “ฉันไม่เชื่อ เมื่อกี้นี้ คุณจูบฉันจริงๆใช่ไหมคะคุณแสน” อันยาจะลุกขึ้น

    แสนรวบเธอมากอด “อย่าลุกเดี๋ยวพวกนั้นสงสัย”

    “พวกนั้นยังไม่ไปกันอีกเหรอ” แสนพยักหน้า อันยากลัว ยอมนอนไม่ขัดขืน

    “เรานอนอยู่อย่างนี้ไปก่อน เพื่อความปลอดภัย” ใจอันยาเต้นระทึกขึ้นเรื่อยๆ แสนได้ยินหัวใจเธอเต้นแรงจึงถาม “คุณกลัวเหรอ”

    “กลัวใจน่ะสิ ไม่ได้กลัวโจร” ในใจอันยาตอบ

    แสนปลอบไม่ต้องกลัว ตนจะไม่ให้ใครรังแกเธอ ได้ แสนรู้สึกจะหวั่นไหวเสียเอง ลืมความบาดหมางที่มีต่อเธอ อันยาเองก็รู้สึกอบอุ่น อยากอยู่แบบนี้ตลอดไป

    ooooooo

    รุ่งเช้า แสงแดดลอดเข้ามาในเต็นท์ แสนลืมตาขึ้นเห็นอันยาซุกอยู่บนอกเหมือนเด็กๆ จึงไม่ขยับตัวกลัวเธอตื่น แต่แล้วมีเสียงคนเดินมาเปิดเต็นท์พรึบขึ้น อันยาสะดุ้งตื่น แสนปกป้องเธอทันที ลูกน้องจ่อเล บอกว่าต้องรีบไปกันแล้ว

    เมื่อแสนกับอันยาเดินออกมา เห็นพวกโจรกำลังเก็บข้าวของ จ่อเลถามเมื่อคืนได้ผลไหม แสนพยักหน้าหงึกๆ ส่วนอันยาอายมาก

    “ถ้าทะเลาะกับผัวอีก ก็อย่ามาเดินเพ่นพ่านในป่าล่ะ ถ้าไม่ใช่พวกข้าละก็ ไม่รับประกันความปลอดภัยหรอกนะ”

    “จ้ะๆ ไม่เดินอีกแน่ๆเข็ดจนตาย” อันยารับปาก

    ลูกน้องจ่อเลเอาผ้ามาผูกตาทั้งแสนและอันยา พาเดินไปส่งระยะหนึ่ง แล้วให้ทั้งสองเดินไปเองเรื่อยๆ... จนกระทั่งอันยาอ่อนแรงนั่งพัก เธอเปรยที่พวกโจรปิดตาเพราะไม่อยากให้จำทางได้ ทำเอาตกใจ อดไม่ได้ที่จะชมแสนเล่นละครตบตาได้ไม่เบา แสนโต้

    “ถ้าพวกนั้นไม่เชื่อว่าเราเป็นผัวเมียจะไม่ปลอดภัย”

    อันยาขอบคุณแสนอย่างจริงใจ แล้วถามอาการที่เท้าของเขา แสนตอบว่าช่างมันก่อน ว่าแล้วก็จูงมือเธอเดินต่อ อันยามองมือเขา แสนทำทีว่ากลัวเธอเดินหนีเข้าป่าอีก ขี้เกียจตามหา อันยาอมยิ้มอย่างสุขใจ

    ทางบ้านแสน ทุกคนกระวนกระวายจะออกตามหา พอดีทั้งสองกลับมา ฟองคำกอดลูกชายด้วยความดีใจ แสนเล่าคร่าวๆว่าเจอเรื่องไม่คาดคิดนิดหน่อย สิงห์สวนขึ้นว่า

    “ทางนี้ก็เหมือนกัน มีคนที่ไม่คาดคิดมากันเต็มบ้านไปหมด...”

    ทั้งแสนและอันยางง ไม่ทันไร เสียงเอะอะของสามสาวดังมา ทั้งคุณหญิงเหมือน อิงค์กี้และปุ๊กลุกวิ่งมาหาแสน ทั้งสามแปลกใจที่เห็นอันยาใส่เสื้อของแสน ต่างต่อว่าอันยากันยกใหญ่

    “ยัยเลขาจอมหักหลัง นี่หล่อนยังมีหน้ามาหาแสนเขาอีกเหรอ”

    “นั่นมันเสื้อของแสนไม่ใช่เหรอ แกหายไปกับเขาทั้งคืน แล้วยังใส่เสื้อเขากลับมาด้วย แกใช้มารยาหลอกล่อแสนจนได้ใช่ไหม”

    “ไอ้แสน! แกกล้าล่วงเกินผู้หญิงของฉันงั้นเหรอ อย่าอยู่เลย...” ทวยเทพโผล่มาจะเข้าอัด

    แสนหลบทัน สินกับสิงห์ช่วยกันออกไป สินโวย ถ้าจะทำร้ายลูกตนก็กลับไป ทวยเทพโล้งเล้ง “ก็ลูกคุณมันทำตัวเลวๆก่อน มันย่ำยีผู้หญิงของคนอื่น”

    “หยุดกันซะที คิดกันไปเองทั้งนั้น คุณแสนเขาแค่ช่วยฉันออกจากป่า เพราะว่าฉันหลงทาง แล้วเสื้อฉันเปียกน้ำ เขาเลยเอาเสื้อให้ฉันเปลี่ยน ก็แค่นั้น”

    ฟองคำนึกได้ ถามแสนเอาเสื้อใครมาใส่ แสนจึงเล่าว่าเจอโจรป่า ที่จริงไม่อยากเล่า แต่เพราะคนคิดอกุศลจึงต้องเล่าให้ฟัง...อันยาสุดทน

    “พวกเราไม่ได้ทำเรื่องเสียหายจริงๆ ฉันยืนยันได้ค่ะ แต่ถ้าไม่เชื่อก็ช่วยไม่ได้”

    ปุ๊กลุกเข้ามากลางวง “ฉันเชื่อค่ะ ว่าคนที่ทำให้ชีวิตพี่แสนล่มจมวิบัติวอดวายอย่างยัยนี่ พี่แสนจะไม่มีวันแตะ”

    อันยาหน้าเสียมองรูปร่างปุ๊กลุกที่เปลี่ยนไป ทวยเทพโวยปุ๊กลุกและแสน “อย่ามาว่าอันนะเว้ย...แกอยากหน้าโง่เอง โดนหลอกก็สมน้ำหน้าแล้ว”

    สินไม่พอใจไล่ทวยเทพออกจากบ้าน ทวยเทพหันไปหาอันยา “อัน ถ้าเจ้านายคุณใช้ให้คุณมาหลอกอะไรมันอีก ก็พอซะที...ตอนนี้ด็อกเตอร์ ไม่สิ ไอ้แสนมันไม่เหลืออะไรสักอย่าง คุณจะเสียเวลากับมันทำไมอีก”

    อันยาโกรธให้ทวยเทพหยุดพูด แต่เขายังพล่ามต่อ อันยาห่วงความรู้สึกแสนอย่างมาก สินไม่เข้าใจพูดเรื่องอะไรกัน คุณหญิงเหมือน อิงค์กี้และปุ๊กลุกซ้ำเติมกันใหญ่ ฟองคำตัดสินให้อันยากับแสนเข้ามาคุยในบ้าน คนอื่นรออยู่ข้างนอก

    อันยาสารภาพเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดต่อหน้าครอบครัวแสน เธอเสียใจและสำนึกผิดจริงๆ ท่าทีฟองคำจะเห็นใจ หนานปิงตำหนิสิงห์รู้แล้วยังพามาอีก สินอ่อนใจจะต่อว่าอันยา ฟองคำปรามขอคุยตามลำพังกับ

    อันยา เธอสลดรอฟังคำตำหนิที่ทำร้ายลูกชาย แต่ฟองคำกลับถามโพล่งขึ้นว่า รักแสนใช่ไหม...อันยาตะลึง ฟองคำบอกว่า ไม่มีเหตุผลอื่นที่ผู้หญิงจะตามขอโทษผู้ชายมากขนาดนี้ ถ้าไม่รัก อันยาอ้ำอึ้ง

    “หนู...ยังไม่กล้าพูดคำนั้นหรอกค่ะ คนที่ทำลายอนาคตของเขาอย่างหนู”

    “ถ้ายังงั้น เธอบากบั่นมาตามแสนถึงนี่ทำไม”

    “หนู...อยากมาขอโทษ ถึงคำขอโทษของหนู มันจะไม่มีค่าอะไร หนูก็หวังว่าเขาจะเกลียดหนูน้อยลงบ้าง สักนิดก็ยังดี”

    ฟองคำชั่งใจก่อนจะถามว่า เชื่อได้อย่างไร อันยาเตรียมใจไว้แล้วว่าต้องเจอคำถามนี้ “หนูรู้ว่าสิ่งที่หนูทำ จะไม่มีใครเชื่อหนูอีก แต่หนูก็ต้องมาเพราะอยู่กับความรู้สึกผิดของตัวเองไม่ได้เหมือนกัน มันหมือนกำลังจะจมน้ำ ต้องการใครสักคนฉุดมือขึ้นมา...ถ้าคุณน้าจะไม่เชื่อ หนูเข้าใจ เพราะสิ่งที่หนูทำก็ไม่น่าให้อภัย แม้แต่หนูก็ยังอภัยให้ตัวเองไม่ได้ หนูเลยอยากให้คุณแสนเขาให้อภัยหนู ให้เขาฉุดหนูขึ้นจากน้ำ” อันยาสะอื้นฮัก รู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์เรียกร้องใดๆ

    ฟองคำรับรู้ได้ว่าอันยาเจ็บปวดมาก หนานปิงซึ่งแอบฟังอยู่ ครุ่นคิด...แสนเดินออกมาบอกทุกคนให้กลับไป หนานปิงเดินมา ปุ๊กลุกรีบขอร้องหนานปิง อย่ากีดกันพ่อลูกอยู่ด้วยกันทุกคนตะลึง สินได้ยินไม่เชื่อว่าลูกชายตัวเองจะทำเรื่องเสื่อมเสีย คุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้ โวยวายหาว่าปุ๊กลุกโกหก ทวยเทพนิ่งอึ้ง ปุ๊กลุกสบตาแสนเชิงขอร้อง แสนรู้แก่ใจดีแต่ไม่อยากทำร้ายจิตใจ

    ปุ๊กลุก สองสาวไฮโซโวยวายใส่ปุ๊กลุกกันใหญ่

    หนานปิงโพล่งขึ้น “เอางี้ ใครปลูกสตรอว์เบอร์รี่ได้ดีที่สุด ฉันจะรับเป็นหลานสะใภ้”

    ทุกคนตาโพลง แสนไม่ยอมรับวิธีนี้ ทวยเทพออกตัวแทนอันยาว่า เธอก็ไม่เอาด้วยแน่ แต่สิงห์กลับบอกว่า อันยามาถึงคนแรก ต้องยอมรับวิธีนี้แน่ๆ สามสาวต่างไม่ยอมแพ้

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 09:25 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์