ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ไรท์เพอร์เซิ่ลคอมพานี บริษัทของธกฤต มีสโลแกนว่า “คนที่ใช่สำหรับคุณ คือภารกิจสำคัญของเรา” บริษัทนี้เป็นประเภท จ็อบฮันเตอร์ เขามีลูกน้องสองทีมที่เป็นหัวกะทิ คือทีมของอันยาและทีมของเมรี ซึ่งทั้งสองแข่งขันทำผลงานกันมาตลอด ทำให้บริษัทมีชื่อเสียง

อันยาหรือที่ใครๆเรียกว่า “อันโกะ” มีลูกน้องหล่อสไตล์เกาหลีชื่อคิมหันต์ แต่มักเรียกตัวเองว่า “คิมบอม” อันยาเป็นสาวล้ำแฟชั่น เธอจัดเต็มทุกสถานการณ์โดยเฉพาะรองเท้าจะแพงเว่อร์ จนคิมหันต์ส่ายหน้าเสียดายตังค์ แทน...ขนาดกำลังจะไปปิดจ็อบสำคัญ ยังไม่วายหาซื้อรองเท้าใหม่ เพราะเชื่อว่ารองเท้าดีจะนำโชค เธอเล็งไปที่ร้านจิมมีชูส์ พอดีพนักงานเอาแบบล่าสุดมาวางเธอตาโตคว้ามากอดเหมือนเจอของล้ำค่า แม้ราคาจะเหยียบหลายหมื่นเธอก็ไม่ยี่หระ

ในขณะที่ ดร.หนุ่มหล่อ แสน เผื่อนนาดี วิศวกรด้านตัดต่อพันธุกรรมพืช คิดค้นพันธุ์ข้าวใหม่ได้สำเร็จ ที่ทนน้ำท่วมได้ เพราะมันจะยืดตัวสูงขึ้นหนีน้ำ แถมทนต่อแมลงและยังอร่อยอีกต่างหาก เขาจัดแจงให้ชาวนาทดลองไปปลูก...พุฒเป็นหนึ่งในชาวนาที่เข้าร่วมโครงการ ไม่ยอมขายที่นาเหมือนชาวนาคนอื่นๆพยายามปลูกพันธุ์ข้าวตามที่แสนเสนอแนะ

ผลงานนี้ทำให้แสนได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ บุรินทร์เจ้าของบริษัทเพียงพอดี มองแสนแต่งสูทหล่ออย่างปลาบปลื้ม “ลูกน้องฉันเป็นด็อกเตอร์หรือว่าเป็นดาราเนี่ย แยกไม่ออกจริงๆ”

“ถ้าแยกไม่ออกก็จ้างดารามาทำงานแทนผมไหมล่ะครับ”

“แหม...จ้างดาราได้ความหล่ออย่างเดียว จ้างนายฉันได้ทั้งคนหล่อๆวิจัยเก่งๆแบบนี้ ฉันควรจะจ้างใครล่ะ”

แสนส่ายหน้าในความไม่ยอมลดราของบุรินทร์ พอดีพนักงานมาเชิญให้เขาเตรียมขึ้นเวที บุรินทร์รีบบอกว่าอย่าตื่นเต้น แสนย้อนว่า คนที่ตื่นเต้นไม่ใช่ตนแต่เป็นเขา บุรินทร์ชะงัก

“เหรอ สงสัยฉันตื่นเต้นแทนไง แสน...ฉันขอบใจนายมากนะ” บุรินทร์ยกนิ้วโป้งให้

เมื่อแสนขึ้นรับรางวัล ผู้คนปรบมือทั่วหอประชุม แสงแฟลชวูบวาบไม่หยุด แสนกล่าว

“ก่อนอื่นผมขอขอบคุณ คุณบุรินทร์ ประสิทธิ์-เกื้อกูล กรรมการบริหารบริษัทเพียงพอดี ที่ไฟเขียวให้ผมทำโครงการนี้โดยมุ่งเรื่องของผลกำไรเป็นรองเอื้อประโยชน์แก่เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการของเราเป็นหลัก” แสนกล่าวขอบคุณทีมงานและกลุ่มเกษตรกร “สิ่งที่ผมบอกว่าต้องฟันฝ่า ที่จริงแล้วมันยังน้อยกว่าที่เกษตรกรทุกคนต้องเจอมาก ในโลกของวิทยาศาสตร์ เรามีห้องแล็บที่ควบคุมปัจจัยแวดล้อมต่างๆได้ แต่ในเรือกสวนไร่นา เกษตรกรต้องเผชิญกับความเสี่ยงของจริง ไม่ว่าจากภัยธรรมชาติ โรคภัยและแมลงศัตรูพืชยังไม่นับกลไกการตลาดที่ไม่รองรับผลผลิตที่ลงทุนไปมากมาย”

ทุกคนนิ่งเงียบฟังแสนกล่าวชื่นชมเกษตรกรที่ทุ่มเทยึดมั่นอาชีพเกษตรของพวกเขา ฉะนั้นเขาถือว่าเกษตรกรทุกคนเป็นเจ้าของรางวัลนี้ ตนจะใช้ความรู้ความสามารถตอบแทนชาติบ้านเมือง ผืนแผ่นดินและผู้ที่ปลูกข้าวให้พวกเรากิน...เสียงปรบมือดังกึกก้อง มีเพียง เหนือเทพ ตัวแทนของบริษัทเกษตรยักษ์ใหญ่ วิชั่นออฟฟิวเจอร์ ที่มองแสนเหยียดๆ ให้ผู้ช่วยเขาเข้าไปเชิญแสนที่เพิ่งลงจากเวทีมาพบ เหนือเทพยื่นข้อเสนอให้แสนไปร่วมงานแต่เขาปฏิเสธ

“ผมว่าผมพูดชัดแล้วนะครับ ผมต้องการทำงานที่เกษตรกรส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ไม่ใช่งานที่เอื้อประโยชน์ให้กับคนแค่ไม่กี่คน”

“วิชั่นออฟฟิวเจอร์เป็นบริษัทจำหน่ายสินค้าเกษตรที่ใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศนี้ ถ้าคุณทำงานกับเรา ก็จะมีเกษตรกรมากมายได้ประโยชน์”

“ได้ประโยชน์ที่ไม่ถึง 5% จากที่พวกคุณได้ สำหรับบางรายอาจจะติดลบเสียด้วยซ้ำเพราะราคารับซื้อสินค้าเกษตรไม่เท่ากับค่ายา ค่าปุ๋ยที่คุณขายให้พวกเขา”

“คุณเพิ่งทำงานได้ไม่กี่ปี อย่ารีบตัดสินอะไรเร็วไปนัก ถ้าไม่มีบริษัทใหญ่อย่างเรา กำลังการผลิตโดยรวมจะเข้มแข็งแบบนี้เหรอ”

“จริงครับ การจัดสรรผลผลิตสู่ท้องตลาดคงจะไม่ง่ายเท่านี้ แต่เกษตรกรก็คงจะมีอิสระและมีอำนาจต่อรองมากกว่านี้ ไม่ได้กลายเป็นแค่เบี้ยตัวเล็กๆ ที่โดนควบคุมได้ทุกฝีก้าว ถ้าคุณไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของผมก็ดีครับ คุณจะได้มองหาคนอื่นที่เหมาะสมกับองค์กรของคุณมากกว่า ขอตัวนะครับ อ้อ...แล้วอันนี้นอกเรื่องนะครับ ผมไม่ชอบการซื้อตัวกัน”

แสนเดินไป เหนือเทพเข่นเขี้ยวจะต้องทำให้แสนคลานเข่ามาของานทำให้ได้...

สถานที่เดียวกัน ก่อนจะลงจากรถ อันยาหยิบรองเท้าที่เพิ่งซื้อมาใหม่ออกมา เหมือนทำพิธีขอความสำเร็จก่อนจะสวมใส่ คิมหันต์เร่งให้เธอเข้าไปเร็วๆ อันยาเดินสวนกับแสน ตรงไปยังผู้ชายท่าทางภูมิฐานที่ยืนหันหลังอยู่ เธอปรี่เข้าทักทาย

“สวัสดีค่ะด็อกเตอร์ ต้องขอโทษด้วยนะคะ เลทไปนิ๊ส” เห็นเผด็จทำหน้างง “ฉันอันยา รักษ์เรืองรอง จากไรท์เพอร์เซิ่ลที่นัดไว้ไงคะ”

เมรีเดินยิ้มกร่างถือกาแฟเข้ามายื่นให้เผด็จ อันยาถลึงตาใส่ รังสีเฮ้ากวงทั้งคู่เปล่งรัศมีออกมาปะทะกัน ทำให้เผด็จรู้ว่าทั้งสองเป็นคนละทีมกัน อันยาต่อว่าเมรีที่มาทำงานซ้ำซ้อน เมรีอ้างอาโปผู้ช่วยเป็นคนนัดหมายให้ แต่อันยารู้ดีว่าเมรีจะชิงตัวเผด็จไปให้อีกบริษัทหนึ่ง เผด็จจึงให้สองสาวยื่นข้อเสนอไว้ แล้วตนจะตัดสินใจ อันยายื่นแฟ้ม เขาเปิดดูเห็นตัวเลขเงินเดือนสองแสน แต่พอเปิดแฟ้มที่เมรียื่นเงินเดือนสองแสนห้า อันยารู้ว่าเสียทีเมรีแน่ จึงรีบชี้แจง

“ถึงเงินเดือนที่ทางวีว่าเสนอให้จะน้อยกว่าอาร์โก้ แต่เขาก็มีข้อเสนออื่นที่น่าสนใจด้วยค่ะ” อันยาขอถามถึงปัญหาที่เผด็จลาออกจากที่ทำงานเก่า

เมรีต่อว่าไม่มีมารยาท เผด็จตอบว่าไม่เป็นไร ที่เขาออกเพราะงานมันโหลดมากขึ้นจนตนและทีมงานเครียด อันยาจึงเสนอการทำงานรูปแบบใหม่ของทางวีว่า

“วีว่าไม่ต้องการเน้นปริมาณงานมาก แต่เน้นผลงานที่สร้างสรรค์จริงๆ เลยวางโปรแกรมการทำงานที่รีแลกซ์และเอื้อให้เกิดไอเดียบรรเจิดกับพนักงานมากที่สุด ที่นี่คุณสามารถเลือกเวลาเข้าออกงานได้เอง กำหนดวันหยุดเองได้ขอแค่เวลางานครบ และผู้บริหารสามารถทำงานทางไกล ประชุมผ่านวีดิโอคอลจากที่บ้าน หรือที่ไหนๆ ก็ได้ ถึงวีคละ 2 วันแน่ะค่ะ”

“ผมเคยได้ยินว่ามีระบบการทำงานแบบนี้ที่ต่างประเทศ แต่ในประเทศเราเห็นว่ายังน้อย”

อันยายังย้ำว่า ที่วีว่ามีโบนัสพิเศษสำหรับทีมงานที่ยอดเยี่ยม ซึ่งไม่ยากสำหรับเขา ท่าทางเผด็จจะชื่นชอบ อันยาขอนัดวันเข้าไปคุยกับวีว่า เมรีหน้าเสียเคสนี้หลุดมือแน่ พลันเห็นเข็มกลัดเนกไทของเผด็จมีตราประจำตระกูลสลักตัวย่อว่า น.ร.ม. เมรียิ้มกริ่มเกิดความคิดอะไรบางอย่าง

ooooooo

อันยายิ้มย่องเดินไปที่จอดรถกับคิมหันต์ กำลังจะส่งข่าวบอสธกฤต ระหว่างที่ง่วนพิมพ์ข้อความอยู่ รถแสนขับมาเบรกตรงหน้าเธอ ด้วยความตกใจอันยาร้องกรี๊ดทรุดลงกองกับพื้น แสนรีบลงจากรถมาดู เธอกำลังจะโวย พอเห็นหน้าเขาก็ตะลึงเกิดอ่อนแอขึ้นมาอัตโนมัติ

“เจ็บตรงไหนไหมครับ” แสนเข้าประคองอย่างห่วงใย

อันยาได้กลิ่นน้ำหอมถึงกับเคลิ้ม พึมพำว่าโคโลญ ใช่ไหม แสนถามอะไร อันยาตกใจ

“ตายแล้ว เมื่อกี้ฉันพูดอะไรออกไปเนี่ย”

“คุณครับ รองเท้าคุณน่ะ”

“จีวองชี่ รุ่นล่าสุด เพิ่งอิมพอร์ตเข้ามาเลยค่ะ”

“ผมไม่ได้ถามยี่ห้อครับ คือมันหัก”

“ห๊ะ! ลูก ลูกแม่!!”

แสนแปลกใจที่เรียกรองเท้าว่าลูก อันยาโวยชนเธอไม่ว่าแต่ทำเจ้าหญิงหัก ทำลายสิ่งที่งดงามได้ลงคอ ตนจะให้ตำรวจจับเขาเข้าคุก ฐานขับรถประมาท แสนโต้ว่า ถ้าเธอไม่ก้มหน้าก้มตาเดินเล่นโทรศัพท์ก็คงไม่เป็นอย่างงี้ อันยาโวยว่าเขาไม่รับผิดชอบยังมาโทษอีก

“คุณก็ไม่รับผิดชอบเหมือนกัน ก็ต้องดูรถด้วย ถึงรีบไปงานแฟนซีแค่ไหนก็เถอะ”

อันยาแปลกใจแฟนซีอะไร แสนมองเสื้อผ้าที่เธอใส่ เธอแว้ด “แฟนซีบ้าบออะไรล่ะ ทำไมเสื้อผ้าฉันมันผิดตรงไหน”

“ไม่ได้บอกว่าผิดที่เสื้อผ้า คือมันแปลกตา...มาก”

“นี่!นอกจากไม่รับผิดชอบแล้วยังตาไม่มีแวว มันเป็นสไตล์ของฉัน รู้ไว้ซะด้วย”

คิมหันต์วิ่งมาแทรกกลาง ช่วยประคองอันยา แสนตัดบทยอมจ่ายเงินสามพันบาทเป็นค่ารองเท้าที่หัก อันยาร้องลั่น “สามหมื่นยังซื้อไม่ได้เลย...จิมมีชูส์ ไม่ใช่รองเท้าธรรมดาๆมันคืองานศิลปะที่ออกแบบมารองรับเท้าอันเรียวงามของผู้หญิง”

“สามหมื่น! เตารีดเนี่ยนะ...จ่ายเงินหลักหมื่นซื้อของแบบนี้ ซื้อข้าวกินได้เป็นสิบปี”

อันยาจะร้องกรี๊ด แสนยื่นนามบัตร บอกเธอให้ส่งเลขบัญชีเข้าอินบอกซ์ แล้วตนจะโอนเงินให้ อันยายังไม่หายโกรธ “ฉันได้ยินนะ นายว่ารองเท้าฉันเป็นเตารีด โนเทสต์มาก แล้วยังเปรียบเทียบรองเท้าฉันกับ...ข้าว นายหาว่าฉันใช้เงินไม่คิด...จะบอกให้รู้ไว้นะ นี่รองเท้าของฉัน เงินของฉัน ฉันหามาเองไม่ได้ไปขอไปโกงใครเขามา เพราะฉะนั้นฉันมีสิทธิ์ใช้ยังไงก็ได้ ต่อให้รองเท้าฉันส้นทองคำฝังเพชร นายก็ไม่มีสิทธิ์มาว่า”

อันยาดึงนามบัตรมาฉีกทิ้งแล้วเดินเขย่งไป แสนมองตามงงๆ...คิมหันต์ปลอบอันยา เราปิดจ็อบใหญ่ได้ เสียรองเท้าแต่เราต้องภูมิใจ พรุ่งนี้บอสคงตบรางวัลแจ่มๆให้แน่ อันยารู้สึกดีขึ้น

ooooooo

สุขไม่ทันไร วันต่อมา อันยาเหมือนโดนใครเอาไม้ทุบหัว เมื่อเผด็จขอยกเลิกงาน เพราะเลือกบริษัทอาร์โก้ของเมรี อันยาจะมาโวยเมรี กลับได้ยินเธอคุยโทรศัพท์

“ขอบคุณมากนะคะคุณหญิงเหมือน แมรี่ไม่มีวันลืมน้ำใจของคุณหญิงในครั้งนี้เลย เอาเป็นว่าถ้ามีอะไรให้แมรี่ช่วย บอกได้เลยนะคะ บายค่ะ” เมรีวางสายยิ้มกริ่ม หันมาเจออันยา

อันยาโกรธที่เมรีใช้เส้นคุณหญิงเหมือน นิรมิต บังคับเผด็จให้เซ็นสัญญากับอาร์โก้ สองสาวเถียงกันจนถึงขั้นยื้อยุด อาโปจะเข้าช่วยแต่ถูกคิมหันต์ขวาง ธกฤตออกมาเอ็ดลั่นให้หยุด

เมรีตีหน้าเศร้าขอให้บอสเห็นใจว่าลูกค้าเลือกคอนเนคชั่นของตน ตนผิดตรงไหน

“แต่ที่ผมรู้มา คุณเผด็จเป็นเคสที่อันยาเขาดีลไว้ให้ไปเป็นหัวหน้าแผนกของบริษัทวีว่า ไม่ใช่เหรอ ทำไมคุณถึงไปทำซ้อนกับเขา”

เมรีหน้าเหวอ โบ้ยความผิดอาโปว่านัดเคสนี้ให้ อาโปเห็นสายตาพิฆาตของเมรีไม่กล้าหือต้องยอมรับผิดแทน คิมหันต์แขวะว่า เมรีเห็นเคสนี้เป็นชิ้นปลามัน อยากได้จนไม่สนว่าต้องข้ามหัวใครบ้าง เมรีเจ็บใจต่อว่าอันยาให้รู้จักอบรมลูกน้องบ้าง ถึงอย่างไรตนก็ระดับซุปเปอร์ไวเซอร์

ธกฤตหนักใจกับลูกน้องสำคัญทั้งสองคน เมรีรีบบอกว่า อาร์โก้เสนอค่าเปอร์เซ็นต์ให้สูงกว่าวีว่า แต่อันยาแย้งว่าเรารับปากวีว่าไว้ก่อนจะแก้ตัวกับเขาอย่างไร ธกฤต

รับปากจะเคลียร์ให้และสั่งลงโทษอาโป ตัดวันลาพักร้อนปีนี้ทั้งปี อาโปร้องไห้คร่ำครวญ อันยาไม่พอใจที่ธกฤตไม่ลงโทษเมรี เมรีรีบดึงอาโปออกไป อันยารับไม่ได้ที่จะอยู่ร่วมออฟฟิศกับคนอย่างเมรี

ธกฤตต้องเอาตำแหน่งหัวหน้าแผนกที่คนเก่าออกไปมาล่ออันยา แต่เพราะอายุงานของเมรีมากกว่า จะเป็นที่ครหาได้ “แต่ถ้าคุณไม่ขัดข้องที่จะพิสูจน์ตัวเอง ผมก็จะให้โอกาส ถ้าคุณทำงานงานนึงได้สำเร็จ ตำแหน่งหัวหน้าแผนกจะเป็นของคุณทันที”

อันยาหันมาสนใจ ธกฤตส่งแฟ้มให้ อันยารับมาอ่านโปร์ไฟล์ของเคสนี้แล้วไม่อยากเชื่อออกมาบ่นกับคิมหันต์ “คิมบอม ฉันสะกดผิดหรือเปล่า กลับจากเมกามาภาษาไทยฉันยังไม่เป๊ะ”

คิมหันต์ยืนยันว่าอ่านไม่ผิด เขาชื่อ “แสน  เผื่อนนาดี” จริงๆ ขนาดชื่อเอาต์หลุดเทรนด์ บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเกษตรยังล่าหัว อยากได้ตัวเขาให้วุ่น เพราะโปรไฟล์จบด้านพันธุกรรมพืชมาจากฮาวาร์ด เพิ่งได้รางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นปีนี้

“เอ๊ะ วันรับรางวัลมันวันที่เราสองคนนัดพบคุณเผด็จนี่ แหม...ถ้ารู้งี้นะ จะแอบไปดูหน้าไว้ก่อน”อันยานึกได้

คิมหันต์หยิบไอแพดมาเปิดเว็บไซต์บริษัทเพียงพอดี เพื่อดูรูปแสน เผอิญมีแต่ชื่อไม่ได้ลงรูปอยู่คนเดียว อันยาจึงสงสัยคงจะหน้าตาอัปลักษณ์จนไม่กล้าลงรูปในโปรไฟล์

ooooooo

แสนนั่งอ่านเอกสารอยู่ จามเสียงดัง เมขลาเข้ามาตกใจนึกว่าไม่สบาย แสนบอกว่าคงเพราะฝุ่นในห้อง เมขลามารายงานว่าฝ่ายไอทีได้ลงประกาศให้แล้ว เดี๋ยวคงมีคนติดต่อเข้ามา แสนทำหน้าอึดอัดใจ ที่ต้องเปลี่ยนเลขาใหม่อีก

ไม่นาน คิมหันต์เห็นข่าวรับสมัครเลขาจึงรีบยุอันยาให้ไปสมัครจะได้ใกล้ชิดแสน...อันยาคิดแผนการบางอย่างได้ มาปรึกษาธกฤต ขอให้เขาหาคนอื่นเสนอวิชั่นออฟฟิวเจอร์แทนแสน

“อันยา คุณก็รู้นี่ ถ้าลูกค้าเจาะจงตัวบุคคลมา แปลว่าเขาต้องการตัวด็อกเตอร์แสน”

“ค่ะอันทราบ แต่ว่า โอเค อันสารภาพตามตรงหลังจากดูข้อมูลของเขาแล้ว สัญชาตญาณอันบอกว่า นายด็อกเตอร์แสนคนนี้ คุยกับเขาไปก็เสียเวลาเปล่า นายนี่เป็นคนหัวแข็ง เชื่อมั่นในตัวเอง กล่อมให้ตายก็ไม่มีทางจะเปลี่ยนใจ” เห็นสีหน้าธกฤต “นี่บอสโกรธอันรึเปล่าคะ”

“คุณพูดถูกเป๊ะทุกอย่าง...ทางวิชั่นออฟฟิวเจอร์เองก็พยายามกล่อมเขามาตั้งหลายครั้งแล้ว เสนอเงินหลักล้านให้ด้วย ยังปฏิเสธหน้าตาเฉย”

“อันถึงได้บอกไงคะ ว่าหาคนที่เขาเต็มใจทำงานดีกว่า พวกแอนตี้เศรษฐี ประกาศตัวจะกินอุดมการณ์แบบเนี้ยะ ให้ตายก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจเขาได้ นอกซะจาก...”

ธกฤตตั้งใจฟัง อันยาบอกวิธีที่จะเกลี้ยกล่อมแสนให้มาทำงาน...พออันยาเล่าให้คิมหันต์ฟัง เขาเกรงเป็นการหลอกลวงเกินไป แต่พออันยาถามว่าอยากให้เมรีได้ตำแหน่งหัวหน้าแผนกหรือ คิมหันต์ส่ายหน้า จับมืออันยาเห็นด้วยทันที

สองวันต่อมา อันยาหน้าบอกบุญไม่รับ เพราะต้องแต่งชุดที่คิมหันต์หามาให้ ด้วยเหตุผลที่ว่า จะเป็นเลขาบริษัทเพียงพอดี ซึ่งเน้นความพอเพียง จะแต่งล้ำแฟชั่นแบบของเธอไม่ได้ต้องเชยๆ แบบนี้ แต่ถึงอย่างไร อันยาขอใส่รองเท้าจิมมีชูส์ เพราะเชื่อว่าจะทำให้ประสบความสำเร็จ

อันยามาพบเมขลาตามนัด เมขลามองความสวยของอันยาอย่างเสียดายที่เชยไปหน่อย แล้วบอกให้เธอขึ้นไปรอสัมภาษณ์ที่ห้องของแสน ชั้น 5 ห้องริมสุด อันยาถามหาลิฟต์

“ที่นี่ไม่มีลิฟต์หรอกค่ะ บันไดอยู่ทางโน้น พอดีบริษัทเราเน้นเรื่องการประหยัดพลังงาน”

อันยาเหวอ น่าจะเชื่อคิมหันต์ไม่ใส่จิมมีชูส์...ขณะเดียวกัน แสนด็อกเตอร์หนุ่มขี่จักรยานมาทำงานอย่างอารมณ์ดี เขาถือกระเป๋าเอกสารเข้าบริษัท อันยาลากสังขารขึ้นบันไดอย่างทรมานเผอิญเห็นรองเท้าเลอะก็ตกใจ รีบค้นหาทิชชูในกระเป๋ามาเช็ด เสร็จแล้วมองหาถังขยะไม่มี จึงทิ้งทิชชูลงพื้น แสนเดินตามมาเห็น เขาเก็บทิชชูตาม

เธอมาทันกันหน้าห้องทำงาน เขาแปลกใจเมื่อเห็นอันยาในลุคนี้ เขาอุทาน...คุณนายจีวองชี่! แล้วยื่นทิชชูให้บอกว่า เธอลืมของ “ไม่ใช่ของฉัน นาย!”

แสนจับทิชชูยัดใส่มืออันยาและให้ทิ้งลงถังขยะ อันยาโวยหาว่าหลอกจับมือ

“ไปกันใหญ่แล้ว ผมแค่สอนคุณให้รู้จักเคารพสถานที่เท่านั้นเอง”

“โอ๊ย อุตส่าห์มาตั้งไกล ยังมาเจอพวกโรคจิต นี่ไปให้ห่างๆ ฉันเลยนะ”

“คงทำไม่ได้ เพราะที่นี่ที่ทำงานผม ถ้าจะมีคนไปก็คงจะต้องเป็น...” แสนมองอันยา

“นาย! พอที ไอ้เรื่องสัมภาษณ์บ้าๆนี่ ถ้านายทำงานที่นี่ เราคงอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้”

พอดีเมขลาเดินมาดูและแนะนำให้อันยารู้จักด็อกเตอร์แสน อันยาตะลึงถึงกับเซ...เมื่อแสนรู้ว่าอันยามาสมัครเป็นเลขา จึงลองสัมภาษณ์ อันยารีบบอกเขาว่าที่เห็นตนคราวก่อน ไม่ใช่ปกติ วันนี้คือตัวตนจริงๆชอบความเรียบง่าย ชอบหนังสือพวกวิทยาศาสตร์ แสนมองรองเท้าเธอ

“คือฉันอธิบายได้ ที่ฉันใส่รองเท้าแพงไม่ได้หมายความว่าฉันเป็นพวกใช้จ่ายเกินตัว ไม่รู้จักประหยัดทรัพยากรหรือว่าไม่เห็นใจคนจน พอดีฉันได้รองเท้ามาฟรีๆคือมีคนให้ฉันมา”

“คุณไม่ต้องอธิบายอะไรอีกแล้ว...”

“ไม่ต้องอธิบาย! นี่คุณ ฉันขับรถมาร้อยกว่ากิโลจากกรุงเทพฯเพื่อมาสมัครงานที่บริษัทนี้ซึ่งอยู่ถึงปากช่อง แล้วคุณจะไม่ฟังฉัน ไม่คุยกับฉัน ประวัติงานก็ยังไม่เปิดดูเลยด้วยซ้ำ”

“มันไม่จำเป็น เราคุยกันไปเยอะแล้ว และผมก็ได้ในสิ่งที่ผมต้องการแล้วด้วย”

อันยาโกรธที่ได้คนแล้วยังสัมภาษณ์ให้เสียเวลาอีกกระแทกเท้าจะเดินออก แสนพูดไล่หลัง พรุ่งนี้เริ่มงานแปดโมงครึ่ง...อันยาชะงัก หันขวับมามอง แสนถามมีปัญหาอะไร อันยางงนี่รับตนแล้วหรือ

“แล้วผมจะบอกเวลางานคุณทำไม ถ้าผมไม่รับคุณ ที่บอกให้คุณไม่ต้องอธิบาย เพราะว่าผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับรองเท้าคุณ อีกอย่างนะ ถึงบริษัทนี้จะอยู่ต่างจังหวัด แต่ก็ไม่ได้บังคับให้พนักงานต้องทำตัวเชยๆหรอกนะ...กลับไปเป็นตัวคุณเองเถอะ ยัวร์สไตล์น่ะ”

อันยาหน้าชาเดินอึ้งออกไป แสนยิ้มขำๆ ไม่ทันไรเธอเปิดประตูกลับเข้ามาถาม แล้วที่เขาพูดว่าได้สิ่งที่ต้องการแล้ว...

“ผมได้แล้ว ผมเห็นทั้งตอนที่ผมเจอคุณครั้งแรกและที่หน้าห้องเมื่อกี้นี้ คุณสมบัตินี้แหละที่ทำให้ผมตกลงรับคุณเข้าทำงาน”...อันยาเอ่ยถามคุณสมบัติอะไร

พอรู้คำตอบถึงกับหน้าชากลับมาเล่าให้คิมหันต์ฟัง เขาหัวเราะก๊าก “ด็อกเตอร์รับเจ๊เพราะว่าปากร้ายและสู้คนเนี่ยนะ ฮ่าๆๆสุโค่ยอ่ะ...แน่ใจนะเจ๊ ว่าเขาให้ไปเป็นเลขา ไม่ใช่ไปทวงหนี้”

อันยาโวยไม่เชื่อเหตุผลของแสน เพราะรู้สึกว่ายังมีอะไรนอกเหนือจากนั้น ที่แสนบอกว่าวันหลังจะบอก...

อันยาสงสัยว่าแสนเป็นพวกมือไว ฉวยโอกาส แต่ถึงอย่างไรก็ต้องเสี่ยง

“ปากเสียและอวดดีแบบเนี้ยะ แม้แต่ส้นรองเท้าฉันก็อย่าหวังจะมาแตะ...ด็อกเตอร์แสน ฉันจะป่วนจนนายต้องโดนไล่ออก เซไปซบอกวิชั่นออฟฟิวเจอร์เลย คอยดู” อันยามุ่งมั่น

ปัญหาหนักของอันยาอีกเรื่องคือ ทวยเทพ แฟนหนุ่มขี้หึงที่เธอเองชักไม่แน่ใจว่าควรเอาเป็นแฟน พอเขารู้ว่าเธอต้องไปทำงานต่างจังหวัด ก็จะให้ลาออกมาเป็นภรรยาเลี้ยงลูก เพราะแม่ของเขาอยากมีหลานเต็มแก่

แต่อันยายังไม่พร้อมและไม่คิดจะไปพบเจอครอบครัวเขาด้วยซ้ำ เธอถามเขาว่าคิดถึงขนาดสร้างครอบครัวน่ะ รู้จักเธอดี รู้รสนิยมเธอแล้วหรือ

“ก็...ก็รู้ว่ามัน เอ่อ...บางอย่างไม่ต้องพูดจะดีกว่า” อันยาให้ตอบมา “โธ่ อันนี่ คุณน่ะสวยจะตาย แต่เสื้อผ้าคุณนี่สิ มันทำให้คุณดูพิลึก คือผมไม่รู้จะใช้คำไหน...” ทวยเทพพรั่งพรูติติง

อันยานิ่งไม่พูดอะไร ลุกขึ้นคว้ากระเป๋ากลับ ทวยเทพวิ่งตามขอโทษ ทุกอย่างเขาทนได้ขอเพียงเวลาเจอแม่เขาให้แต่งตัวเรียบร้อยเท่านั้น อันยามีงานสำคัญต้องทำไม่อยากคิดเรื่องนี้

“ฉันบอกคุณแล้วว่า ฉันยังไม่ใช่คู่หมั้นหรือแม้แต่แฟนคุณ เราสองคนเป็นเพื่อนที่กำลังศึกษาเรียนรู้กันอยู่เท่านั้น”

“สำหรับผม คุณสอบผ่านตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมเห็นคุณแล้ว อันนี่ เชื่อผมไม่ต้องไปต่างจังหวัด ไม่ต้องพยายามเอาใจบอสของคุณหรอก คุณอยากได้อะไร ผมจะตามใจคุณทุกอย่าง”

“ฝันของฉันคือฉันต้องได้เป็นหัวหน้าแผนก ฉันจะไม่แพ้ให้ยัยเมรีนั่นเด็ดขาด ขอตัวนะคะ พรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้า” อันยาโบกแท็กซี่ขึ้นไปทันที ทวยเทพเข้าใจว่ากำลังถูกสลัดทิ้ง

ooooooo

วันรุ่งขึ้น พนักงานของเพียงพอดีต่างวิพากษ์วิจารณ์กันใหญ่ ว่าเลขาคนใหม่ของแสนคงอยู่ได้ไม่นานอีกตามเคย แม้แต่เพียงดาวเลขาของบุรินทร์ ยังร่วมเม้าท์ด้วยถึงการแต่งตัวเชยๆของเจ้าหล่อน ถ้าแต่งขนาดตนก็ยังพอมีรสนิยมอยู่บ้าง ไม่ทันไร ทุกคนก็ตะลึง  เมขลาอุทาน

“คุณ...คุณอันยา!”

อันยารีบขอโทษที่มาสายไปนิด เมขลาแปลกใจที่อันยาไม่เหมือนเมื่อวานเอาเสียเลย

“ค่ะ เมื่อวานนี้ฉันหลงผิดไปที่ใส่ชุดเอาต์แตกแบบนั้น”

“คล้ายๆแบบนี้เหรอครับ...อุ่ย...” เอกชัยชี้ไปที่เพียงดาว

เมขลาแนะนำให้อันยารู้จักเพียงดาวเลขาบุรินทร์กับเอกชัยฝ่ายแอดมิน เอกชัยทึ่งมากที่แสนรับเลขาลักษณะนี้ นี่แหละถึงจะสมน้ำสมเนื้อ อันยางงหมายความว่าอย่างไร พลัน ม.ร.ว.เหมือน นิรมิต เดินเฉิดฉายเข้ามาด้วยมาดไฮโซลูกหลานผู้ดีเก่า อันยาเห็นรีบหันหลังให้เพราะจำได้ว่าเป็นเซเล็บคนดัง เพื่อนของเมรี จะเดินหนี ได้ยินเสียงเธอถามเมขลาว่าเลขาคนใหม่ของแสนหน้าตาเป็นอย่างไร สวยไหม ทุกคนปรายตาไปทางอันยา คุณหญิงเหมือนเห็นการแต่งตัวสุโค่ยแล้วพูดกระทบ

“หญิงเตือนแสนแล้วว่าอย่าเลือกคนสวย พวกเลขาสวยๆน่ะมักจะมีสมองแค่นิดเดียว”

อันยาจี๊ดขึ้นมาทันที กำหมัดแน่น นึกได้ว่าคุณหญิงไม่เคยเห็นตนนี่นา จึงหันกลับเดินเชิดเข้าหา คุณหญิงเหมือนถามมีธุระอะไร อันยาแนะนำตัวเองและว่ามาให้เห็นใกล้ๆ ว่าอย่างตนมีสมองแค่นิดเดียวหรือเปล่า

“ฉันไม่ได้ว่าเธอ ฉันว่าพวกเลขาสวยๆ แสนนึกยังไงถึงได้รับคนแบบนี้ แต่ก็ดีถ้าเป็นแม่นี่ ต่อให้ต้องอยู่ดึกช่วยงานแสนทั้งคืน ก็ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์”

“ขอโทษนะคะ กรุณาเรียกฉันให้ถูกต้อง เรียกคุณอันยา ไม่ใช่แม่นี่”

“เธอนี่...ไม่สวยแล้วยังไม่รู้จักประมาณตัวเองอีกนะ ยัยเลขาหน้าใหม่”

อันยาย้อนว่าหน้าใหม่ยังดีกว่าหน้าเก่า คุณหญิงเหมือนปรี๊ดเรียกอันยาว่า นังอัลไซเมอร์ไม่รู้หรือว่าตนเป็นใคร อันยาย้อนกลับ ตัวเองยังไม่รู้จักตัวเอง ต้องเที่ยวถามคนอื่น ตนว่าเธอนั่นแหละอัลไซเมอร์ คุณหญิงเหมือนร้องกรี๊ด จะฟ้องแสนให้ไล่ออกประกาศศักดาเป็นแฟนแสน

“ต๊าย! กล้าพูดมากๆนะคะ ว่าเป็นเจ้าของด็อกเตอร์” เสียงอิงค์กี้แผดเข้ามา

อิงค์กี้เป็นดาราสาวหน้าใส เข้ามาวีนว่าตนต่างหากที่เป็นแฟนแสน สองคนจึงต่อล้อต่อเถียงกันใหญ่ เพียงดาวบอกให้อันยาห้ามสองสาวเพราะเป็นหน้าที่ของเลขา อันยาสบตาเมขลาเธอพยักหน้า อันยาคิดจะทำอย่างไรดี แล้วนึกขึ้นได้พึมพำพร้อมหยิบมือถือออกมาถ่าย

“นายด็อกเตอร์ เสร็จแน่ เจอคลิปฉาวไฮโซสาวกับนางเอกดาวรุ่ง ตบกันนัวแย่งด็อกเตอร์หนุ่มไฟแรงปิดจ็อบไว ใสๆเลยงานนี้”

สองสาวเห็นอันยาส่องหามุมถ่ายคลิปก็ตกใจผละออกจากกัน ล้วงแว่นดำมาสวมต่างคนต่างกลับกันไปทุกคนอึ้งที่สงครามสองสาวจบเร็ว เอกชัยร้องขึ้น

“สุดยอด...ซุปเปอร์วูแมนเลยนะเนี่ย หนึ่งนาทีสามวินาที ทำลายสถิติเลขาทุกคนเรียบ”

แสนเดินเข้ามาถามทำไมอิงค์กี้กับคุณหญิงเหมือนถึงกลับไป...พอแสนเห็นคลิปที่อันยาถ่าย ยังไม่ทันเห็นหน้าสองเซเล็บจึงไม่ว่าอะไร อันยาหวั่นเกรงแสนโกรธ กำลังจะแก้ตัว

แต่แสนโพล่งขึ้น “คุณแน่มาก ผมคิดไม่ผิดเลยที่เลือกคุณ คุณทำงานนี้ได้จริงๆ”

“หือ...ตกลงว่านี่คุณชมฉัน แต่...แต่ว่าฉันทำให้แฟนๆ คุณโกรธ”

แสนสวนว่าสองคนไม่ใช่แฟนตน ตนหาเลขาที่จะช่วยกันพวกเธอออกไปนานแล้วเพราะเกรงใจคนในบริษัทจะรำคาญ เขาขอบใจยกใหญ่ อันยายิ่งงงไหงเป็นแบบนี้ไปได้

หลังจากนั้น อันยาก็มาฟังเมขลาเล่าถึงเลขาคนก่อนๆ

ที่ออกไปแล้วถึง 12 คน เพราะไม่อาจทนเซเล็บสองสาวนี้ได้ ต่างก็โดนพวกเธอเล่นงานต่างๆนานาจนลาออกกันไป

“ด็อกเตอร์พยายามไม่ให้พวกนั้นมาวุ่นวายแล้ว แต่ว่า...ก็อย่างที่เห็น พวกเธอคงคิดว่า ตื๊อเท่านั้นที่จะครองโลก เลยยังมาหาด็อกเตอร์ได้ทู้กวัน แต่เธอ! เธอไม่เหมือนคนอื่นๆ แค่วันแรกก็จัดการสองคนนั้นได้ เธอต้องอยู่ที่นี่ได้นานแน่ๆเลยจ้ะ อันยา”

“แล้วตกลงใครอยู่ตำแหน่งไหนล่ะ แบบว่าใครบ้านใหญ่ ใครบ้านเล็ก ใครเป็นแฟน ใครเป็นกิ๊ก” อันยาเซ็งไม่ปลื้ม เพราะไม่ได้ตั้งใจ

เมขลาปรามอย่าพูดให้แสนได้ยิน เพราะเขาคบสองคนนั้นในฐานะคนรู้จักเท่านั้น และยังชื่นชมที่แสนได้คนเก่งอย่างอันยามาร่วมงาน อันยาแอบบ่นสงสารเมขลาที่ถูกแสนล้างสมอง

ooooooo

ด้านเมรีแปลกใจเมื่อรู้ว่าอันยาลาพักร้อนสองเดือน เพราะเป็นไปไม่ได้ที่อันยาจะไปเที่ยวในขณะที่บอสกำลังเฟ้นหาหัวหน้าแผนกคนใหม่ จึงเข้ามาถามธกฤตเขากลับบอกว่าอันยาใช้สิทธิ์วันลาที่เหลือ ตนก็ต้องอนุมัติ เมรีไม่อยากเชื่อจึงให้อาโปไปสืบที่ฝ่ายบุคคล

วันต่อมา แสนบอกอันยาให้ออกไปข้างนอกด้วยกัน อันยาเริ่มไม่ไว้ใจ ยิ่งพอเห็นเขาถอดสูทกับไทด์ออกก็ตาลีตาลานจะออกจากห้องจนแสนแปลกใจ อันยาอ้างขออยู่ที่ออฟฟิศศึกษาตารางงานของเขา แต่แสนกลับบอกว่าเธอเป็นเลขา หน้าที่คือไปช่วยงานตนทุกที่ ควรทำตัวให้ชินกับการต้องออกไปข้างนอกกับตน เพราะมันจะบ่อยมาก...แสนเดินเข้าหา เธอถอยกรูด

“คุณ! จะทำอะไร”

“ก็ออกไปไง คุณยืนขวางประตูอยู่ ผมให้เวลาคุณเตรียมตัว 5 นาที ผมจะรออยู่ที่รถตู้หน้าบริษัทนะ” แสนเดินไป อันยามองตามเลิ่กลั่ก ไม่ค่อยไว้ใจ

พอตามมาขึ้นรถตู้ อันยานั่งห่างชิดประตู กอดกระเป๋าแน่น กะว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลจะโดดหนีแสนแปลกใจกับท่าทีของเธอ อันยามองข้างทางตลอดเวลาเห็นโรงแรมม่านรูดข้างหน้า ก็ภาวนาให้ผ่านไป แต่เผอิญคนขับรถจอดหน้าโรงแรมแล้วก้มเก็บของที่ทำหล่น อันยาถามแสนจอดทำไม เขาส่ายหน้าไม่รู้ อันยาทนไม่ไหว

“ถ้าคุณไม่รู้ ฉันก็ไม่รู้จะไปทำไมเหมือนกัน” ว่าแล้วก็จะเปิดประตูรถ

แสนยื้อห้ามถามจะทำอะไร พอดีรถเคลื่อนออก ทั้งสองไม่ทันตั้งตัวหงายพิงเบาะ อันยาตกใจโวยวายจะลงจากรถให้ได้ แสนห้ามแถวนี้มันอันตราย

“อยู่กับคุณไม่อันตรายงั้นสิ ปล่อยฉัน” อันยาดิ้นผลักแสนออก

คนขับรถงงว่าเกิดอะไรขึ้น เหลียวมองพลันล้อรถทับบางอย่างแตก รถสั่นไถลไปข้างทาง อันยาเปิดประตูได้โดดลง แสนตกใจโดดตามดึงตัวเธอมากอดปกป้องไว้ เมื่อร่างหยุดกลิ้งอันยาทับอยู่บนตัวแสนกอดเขาแน่นอย่างไม่รู้ตัว แสนลูบหลังเธอปลอบว่าไม่เป็นอะไรแล้ว

อันยารู้สึกตัวผละออกอย่างโกรธๆ “ไม่ต้องมอง ฉันไม่เป็นอะไร ฉันจะกลับ”

พอลุกขึ้น อันยาเห็นรถเสยอยู่กับพุ่มไม้ คนขับรถวิ่งมารายงานว่า มีมอเตอร์ไซค์มาโยนตะปูใส่รถเรา พวกมันหนีไปแล้ว แสนหน้าเครียด รู้ดีเป็นพวกไหน ก็แค่ขู่ อันยา
งงงวยกับสิ่งที่เกิดขึ้น...คนขับรถเริ่มทำการเปลี่ยนยาง แสนอธิบายให้อันยารู้ว่ากำลังจะไปไหน

“คุณพาฉันมาดูที่นาของสมาชิกโครงการ!”

“ก็ใช่น่ะสิ แล้วคิดว่าผมจะพาคุณมานอกเมืองทำไม ถ้าไม่ใช่ให้มาออกฟิลด์ด้วยกัน แล้วที่คุณจะลงให้ได้น่ะ คิดว่าผมจะพาคุณไปต้มยำทำแกงที่ไหนเหรอถึงได้สู้สุดชีวิต
ขนาดนั้น”

อันยาหน้าเหยเผลอมองไปที่โรงแรม แสนมองตามร้องลั่น อย่าบอกนะว่าคิดแบบนั้น อันยาแก้ตัวว่า ไม่ได้คิด เพียงแต่มีเจ้านายหลายรายที่พาเลขามาเคลม แสนทำหน้า
คาดไม่ถึง

“โอเค...ก็ฉันถามตั้งหลายทีแล้ว ว่าคุณจะพาฉัน ไปไหน คุณก็ตอบไม่เคลียร์ แล้วจะให้ฉันเข้าใจว่ายังไงล่ะ นี่...อย่าโกรธฉันเลยนะ”

แสนทนไม่ไหวหัวเราะก๊าก อันยาเหวอ แสนบอกว่าเกิดมาเพิ่งเคยเจอคนเพ้อเจ้ออย่างเธอ อันยางอนโต้ว่ามีเรื่องหนึ่งที่ตนไม่เพ้อเจ้อ คือจะไม่ไปพื้นที่อันตรายกับเขาด้วยเธอจะกลับ แสนท้วงว่าแถวนี้ไม่มีรถแท็กซี่และระวังพวกคนร้ายจะวกกลับมา อันยาชักลังเลยอมตามไปด้วย

เมื่อถึงหมู่บ้านนกกระเต็น แสนเอารองเท้าบูตให้อันยาเปลี่ยน แต่เธอไม่ยอม ด้วยความโก๊ะทำให้ส้นรองเท้าจมโคลนเซไปชนพุ่มไม้ เจอบุ้งเกาะเธอร้องลั่นกระโดดหย็องแหย็ง แสนเกรงจะตกคันนาจะช่วยดึงกลับโดนเธอฉุดตกคันนา เนื้อตัวเลอะโคลนทั้งสองคน

เสียงสุนัขเห่าดังลั่น จนพุฒกับแตงกวาหลานสาวต้องออกมาดูว่าใครมา พอเห็นแสนกับอันยาในสภาพเปรอะโคลนทั้งตัวก็ไม่แปลกใจ ถึงว่าปกติเจ้าจอร์จมันจะไม่เห่า
แสน...ภรรยาพุฒหาเสื้อผ้าให้ทั้งสองเปลี่ยนแล้วออกมานั่งคุย พุฒอดขำไม่ได้ที่อันยาดื้อ

“ทีหลังหนูอันยาต้องเชื่อด็อกเตอร์เขา ใส่บูตน่ะถูกแล้ว”

อันยายิ้มแหยๆรับคำ มาลีภรรยาพุฒเข้าใจว่าอันยาเป็นแฟนแสน อันยาตงิดๆใจ กระซิบถามแสนไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือ แสนย้อนถามแปลกอย่างไร

“ก็เหมือนกับว่า...นั่นน่ะ เหมือนเราเป็นอะไรกัน ไม่ต้องมาแอ๊บไม่รู้เรื่องเลยนะ ฉันรู้นะคุณรู้มากจะตาย”

“ทำงานด้วยกันวันเดียว คุณรู้จักผมมากขนาด นั้นเลย”

“ไม่ใช่เพราะคุณน่าทำความรู้จักหรอกนะ แต่นี่ เป็นความสามารถพิเศษของฉันต่างหาก”

“ครับ ครับ แต่ผมว่าคุณคิดมากไปนะ ไม่มีอะไรหรอก ไป...ไปดูที่นาทางโน้นเถอะ”

แสนมาคุยกับพุฒ ซักถามปัญหาที่มีเกี่ยวกับการปลูกข้าวแบบที่เขาแนะนำ อันยาคอยจดบันทึก แสนรับรองกับพุฒว่าจะรอกินผลผลิตข้าวของเขา ท่าทางพุฒมีความสุข
กลับมานั่งบนแคร่ แสนถามอันยารู้สึกอย่างไรที่พุฒทนลำบากเพียงเพื่อรักษาผืนแผ่นดินของบรรพบุรุษ อันยาย้อนถาม ตนต้องคิดด้วยหรือ แสนจึงถามตรงๆว่าเธอเห็น
ด้วยไหม

“ค่ะ ฉันไม่เห็นด้วย...แต่ไม่ใช่เรื่องที่ลุงพุฒเก็บที่ดินไว้ ฉันไม่เห็นด้วยที่คุณมองว่าฉันไม่เห็นด้วยต่างหากล่ะ”

แสนยิ้มๆขอโทษที่เข้าใจผิด อันยาย้ำว่าเข้าใจผิดมากเลย เพราะถ้าเขาอ่านประวัติสมัครงานของตน จะเห็นว่าที่ตนกลับมาอยู่เมืองไทยก็เพราะเป็นห่วงคุณย่าที่ไม่ยอม
ย้ายตามครอบครัวตนไป จึงกลับมาอยู่เป็นเพื่อนท่าน แล้วอันยาก็ถามถึงเรื่องที่โดนขู่ทำร้าย แสนจึงเล่าให้ฟัง

“นี่เป็นที่นาที่ไม่มีปัญหาดินเปรี้ยว แล้วนานี้ก็ปลอดสารพิษ ยาฆ่าแมลงรวมทั้งปุ๋ยเคมีหรือที่เรียกว่า ข้าวเกษตรอินทรีย์ ลงพุฒเข้าร่วมโครงการรับเมล็ดพันธุ์เรามาปลูก
โดยใช้ปุ๋ยคอกและน้ำหมักชีวภาพ การกำจัดศัตรูพืชก็ใช้น้ำหมักจากสมุนไพรที่พัฒนาสูตรกันขึ้นเอง”

“ก็เลยไปขัดผลประโยชน์กับพวกพ่อค้าปุ๋ย ค้ายา ปราบศัตรูพืชใช่ไหมล่ะ” อันยาเสริม

แสนพยักหน้า “ที่นี่กำนันโกมลเป็นพ่อค้าปุ๋ยเคมีรายใหญ่ เขาไม่พอใจที่ทางบริษัทมาชักชวนชาวบ้านเข้าโครงการข้าวและพืชผักอินทรีย์ มันทำให้เขาเสียผลประโยชน์
มาก”

อันยาถามทำไมไม่ให้เจ้าหน้าที่จัดการ แสนตอบว่ายังไม่มีหลักฐานและกำนันก็เป็นผู้มีอิทธิพล แต่ถ้าเราไม่กล้าทำ ชาวนาและผู้บริโภคก็จะตายไวเพราะกินอาหารที่มีสารพิษ...แสนดึงอันยามากินอาหารที่มาลีเตรียมไว้ให้ เขาหยิบข้าวที่เหมือนข้าวเหนียวป้อนเข้าปากอันยา เพราะเธออิดออดไม่ยอมกิน แต่พอได้กิน อันยาถึงกับทึ่ง ที่มันอร่อย เหนียวนุ่มเหมือนข้าวหอมมะลิและหอมมาก อันยากินตุ้ยๆอย่างเอร็ดอร่อยจนข้าวติดปาก แสนหยิบออกให้ อันยาชะงักสบตาเขาสะเทิ้นเบาๆ พลันมีเสียงกรี๊ด...แปดหลอด พอหันมองเห็นสาวผิวดำเต้นเหยงๆ ปรี่จะเข้าทำร้าย ประกาศตัวเป็นลูกสาวกำนันและเป็นแฟนแสน อันยาตะลึงข้าวเหนียวหล่นจากมือ

ooooooo

ตอนที่ 2

ปุ๊กลุ๊กเป็นลูกสาวกำนันโกมล คลั่งไคล้แสนมานานพอเห็นเขาใกล้ชิดอันยาก็ปรี่จะเข้าตบ อันยาตกใจหลบหลังแสนกระตุกให้เขาบอกไปว่าตนไม่ใช่แฟน แสนกลับบอกว่า ถึงตนจะมีแฟนแล้ว แต่ตนก็ยังเป็นพี่ชายเป็นเพื่อนปุ๊กลุ๊กได้ ปุ๊กลุ๊กร้องกรี๊ด...

“ไม่จริง! ยอมรับแล้วเหรอว่าพาแฟนมาหยามหน้าปุ๊กลุ๊ก สันดานผู้ชายมันเป็นอย่างนี้ ได้แล้วก็ทิ้งขว้าง เห็นเราเป็นของเล่น”

“ถ้าปุ๊กลุ๊กเห็นว่าผมเป็นคนแบบนั้น งั้นคงเลิกเสียเวลากับผมได้สักที ไปกันเถอะคุณอัน”

ปุ๊กลุ๊กไม่ยอมด่าว่าอันยา นังหน้าวอก อันยาของขึ้น ด่ากลับ “หน็อย ยัยตัวดำ ยัยหน้าคล้ำ ยัยผิวหมอง” ว่าแล้วก็ดึงผ้าห่อข้าวเหนียวสะบัดพรึ่บ

ปุ๊กลุ๊กคว้ากระด้งจะฟาด แปลกใจถามอันยาทำอะไร อันยายื่นผ้าให้ “เอาไว้ซับน้ำตาที่เช็ดหัวเข่าไง...ถ้าริจะรักคนหลายใจอย่างด็อกเตอร์ ก็ต้องไม่แคร์ที่จะช้ำ ฉันเองมีผ้าเช็ดหน้าเป็นโหลๆ ไว้คอยซับน้ำตาให้กับกิ๊กแต่ละคนที่เวียนมาไม่ซ้ำหน้ากันของเขา”

ปุ๊กลุ๊กชะงักไม่เชื่อ อันยายืนยันว่าจริงแท้แน่นอน ปุ๊กลุ๊กลังเลงั้นเรื่องคุณหญิงเหมือนกับดาราสาวอิงค์กี้ก็เป็นความจริง อันยารับว่าใช่ แสนหน้าเหวอไปไม่ถูกเลย อันยาใส่ไฟว่า สองสาวเซเล็บนั่นตามตื๊อแสนไม่เลิกและยังมีสาวในสต๊อกอีกหลายคน ให้ตัดใจเสีย ปุ๊กลุ๊กฟูมฟายใจสลายร้องไห้วิ่งกระเซอะกระเซิงกลับไป แสนอึ้งหวั่นเกรงเธอจะเป็นอะไร

“คุณแสน! เมื่อครู่ฉันเกือบโดนทำร้ายร่างกาย คุณจะว่ายังไงฮะ” อันยาหน้าตาเอาเรื่อง

อันยาโวยที่เจอสาวๆ ของเขาถึงสามคนเข้าไปแล้ว ยังมีซุกอีกกี่คน แสนติงไม่มีใครกล้าถามแบบนี้ อันยาว่าตนไม่จำเป็นต้องเกรงใจและไม่แน่ใจว่าช่วยเจ้านายที่ทำเรื่องผิดหรือเปล่า แสนเอามือปิดปากเธอให้หยุดฟัง อันยาถึงกับใจเต้นรัว

“ฟังผมบ้าง หัวใจผมไม่ได้เต้นแรงกับทุกคน ผมต้องผูกมิตรกับปุ๊กลุ๊กเพราะเขาเป็นลูกสาวกำนันโกมล ผมหวังจะโน้มน้าวกำนันให้หันมาสนใจแนวทางเกษตรอินทรีย์ดูบ้างเท่านั้น”

พอดีมาลีมาบอกว่ารถมารับที่ด้านหน้าแล้ว แสนจึงชวนอันยากลับ สนุกพอแล้ว อันยาสะดุดหู มันสนุกตรงไหน แอบกวนนะด็อกเตอร์นี่

อันยานัดพบคิมหันต์ทั้งที่อยู่ในชุดชาวนา คิมหันต์ตะลึงคิดว่าลูกพี่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพราะแสน อันยาปรี๊ดแตก มันเป็นความจำเป็น คิมหันต์ฟังอันยาบ่นระบาย มาสะดุดคำพูดของแสนที่ว่า หัวใจเขาไม่ได้เต้นแรงกับทุกคน อันยาไม่สนใจและยืนยันว่าไม่ใช่ตนแน่

เหนื่อยกลับมาถึงคอนโด อันยาต้องมาเจอทวยเทพหงุดหงิดรออยู่ พอเขาเห็นสภาพเธอก็ยิ่งเข้าใจว่าเธอเปลี่ยน แปลงตัวเองเพราะคนอื่น และต่อว่าที่ไม่รับโทรศัพท์เขา อันยาอธิบายว่ามือถือตกโคลน และตอนนี้อยากขึ้นห้องอาบน้ำพักผ่อนมาก ทำให้ทวยเทพคลางแคลงใจ

วันต่อมา ทวยเทพนัดคิมหันต์มาซักถาม ต้องแก้ต่างและโกหกช่วยลูกพี่ไปเรื่อย ด้านอันยาไม่วายเจอสองเซเลบก่อกวนแต่เช้า ต่างเอากระเป๋าแบรนด์เนมมาเป็นของกำนัลแก่เธอ สองสาวใจตรงกันที่เลือกกระเป๋ายี่ห้อ แบบและสีเดียวกันมาให้ ทั้งคุณหญิงเหมือนและอิงค์กี้ถกเถียงด่าทอกันไปมา เพื่อจะให้อันยาเลือกว่าจะรับของใคร แสนมาถึงพอดีแอบฟัง

“ไม่ต้องข่มกันมากหรอกค่ะ ฉันเลือกแล้ว...ฉันขอ ไม่รับของจากคุณทั้งคู่”

สองเซเลบโวยว่าเงินเดือนที่ได้ยังไม่พอซื้อหูกระเป๋า รู้จักคิดให้ดีๆก่อน อันยาจ้องกลับ

“ของๆ พวกคุณจะราคาแค่ไหนก็ตาม หน้าที่การงานของฉันมันก็แพงและมีค่ากว่านั้นมากค่ะ...ถ้าคิดว่าจะเอาของพวกนี้มาล่อ ให้ฉันยอมจัดคิวด็อกเตอร์แสนให้หรือว่าให้คอยเป็นหูเป็นตาปัดแมลงหวี่แมลงวัน ซึ่งมันไม่ใช่หน้าที่ของเลขาอย่างฉันที่ต้องมาทำ ฉันก็คงรับของพวกคุณไว้ไม่ได้หรอกค่ะ ฉันไม่มีวันแลกแฟชั่นวูบวาบพวกนี้กับชื่อเสียง และเครดิตในการทำงานที่มั่นคงของตัวเองหรอก เชิญคุณสองคนเอาสินบนไปล่อคนที่เขาคิดอะไรตื้นๆ จะดีกว่า อ้อ ได้เวลางานแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ”

แสนซึ่งแอบฟังอยู่ อมยิ้มชื่นชมในตัวอันยามาก อันยาเดินห่างออกมายิ้มเยาะคิดจะเอาของเสิ่นเจิ้นมาหลอก ไม่มีวันเสียล่ะ พลันโทรศัพท์ที่โต๊ะทำงานดังขึ้น เธอรับสายแล้วแปลกใจ เพราะแสนเชิญให้เธอไปพบที่ห้องกรรมการบริษัท

เพียงดาวพาอันยาเข้ามาในห้องบุรินทร์ แสนแนะนำ

นี่คืออันยาที่บอสอยากพบ เพียงดาวแขวะ ไม่ค่อยมีคน แต่งตัวไม่สุภาพเข้าพบบอส อันยาหน้าเสีย บุรินทร์รีบแก้ตัวให้

“ไม่สุภาพอะไรกัน ก็แค่แปลกใหม่หน่อยเท่านั้นเอง บริษัทเราไม่ตัดสินใครที่การแต่งตัวหรอกนะ” เพียงดาว เหวอไป “ผมได้ยินข่าวซุปเปอร์เลขาคนใหม่ของแสนที่รับมือคุณหญิงกับคุณอิงค์กี้ได้ เลยอยากเจอตัวจริงมาก”

“ท่านชมเกินไปแล้วค่ะ ฉันก็แค่ทำหน้าที่ของเลขา เคลียร์ทางสะดวก เอ่อ...อำนวยความสะดวกให้เจ้านาย น่ะค่ะ” อันยาประชดเล็กๆ

บุรินทร์ชอบใจไหวพริบของอันยา แสนถามบอสเรียกพวกเขามาด้วยเรื่องอะไร บุรินทร์เริ่มเรื่อง...ตั้งแต่แสนได้รับรางวัล มีรายการสดติดต่อให้ไปออกรายการหลายรายการมาก อันยาเดาออกว่าแสนปฏิเสธหมด บุรินทร์เซอร์ไพรส์ที่อันยารู้จริง

“ไม่ต้องตื่นเต้นมากก็ได้นะครับ บอส”

“ก็มันใช่เลย แสน ฉันรู้ว่านายอยากจะทำงานมากกว่าออกสื่อนะ แต่ว่า...”

แสนต่อคำพูดให้เองว่า “...แต่ว่ามันช่วยประชา– สัมพันธ์ให้บริษัทเราด้วย”

บุรินทร์หัวเราะที่แสนจำแม่น แต่แสนก็ยังไม่อยากเชื่อว่า รายการผู้หญิงอยากบอกที่ติดต่อมา อยากรู้เรื่องการทำงานจริงหรือเปล่า อันยารีบบอกว่า ตนดูรายการนี้ เขาเน้นเอาหนุ่มฮอตจากหลายวงการมาสัมภาษณ์ เจาะถามเรื่องส่วนตัวมากไปนิด แต่ไม่ถึงขั้นเสียหายอะไร ตนยังเคยเอาดาราที่เขาสัมภาษณ์คนหนึ่งมาเป็นแรง บันดาลใจให้ตั้งใจเรียนจนสอบได้ที่หนึ่งเลย

“ถึงแม้ว่าผู้ชมจะเลือกชมรายการเพราะอยากจิ้นแขกรับเชิญ โอ๊ะ! โทษทีค่ะ ปลื้มแขกรับเชิญ แต่ฉันก็เชื่อว่าหลายๆคนจะได้รับสาระดีๆกลับไป...เชื่อฉันเถอะค่ะ ต้องมีบางคนประทับใจแล้วก็อยากทำอะไรดีๆมากขึ้น เพราะได้เห็นสิ่งที่ด็อกเตอร์และบริษัทนี้ทำแน่ๆค่ะ”

บุรินทร์ยกนิ้วชมเชยอันยา แสนอึ้งเมื่อได้ยินแบบนี้ ทำให้คิดหนัก...กลับออกมาจากห้องบอส แสนเอาซีดีมายื่นให้อันยา

“คุณชนะ นี่ซีดีภาพการทำงานของผมและทีมงาน โปรเจกต์ข้าวอินทรีย์ที่หมู่บ้านนกกระเต็นเมื่อปีที่แล้ว ตามที่บอสสั่งว่าให้ส่งซีดีนี้ให้รายการเปิดระหว่างการให้สัมภาษณ์สด”

อันยาแอบดีใจ “ชนะอะไรกัน ฉันก็พูดเพราะหวังดีต่อคุณ ต่อบริษัทเท่านั้นแหละค่ะ”

แววตาอันยามองซีดีในมืออย่างมีเลศนัย...หลังจากนั้น เธอโทร.หาคิมหันต์ สั่งงานที่ทำให้เขาตกตะลึง “โหดไปรึเปล่าเจ๊! นี่มันทำลายเครดิตกันขั้นรุนแรงเลยนะ”

“แต่โอกาสมันมาแล้วนี่ ถ้าเราไม่คว้าเอาไว้ตอนนี้ แล้วต้องรอถึงเมื่อไหร่...แกทำได้น่ะฉันรู้ หนุ่มๆสมัยนี้มีสะสมเอาไว้อยู่แล้ว จริงป่ะล่ะ”

“แหม ก็มีบ้าง มันธรรมดาของผู้ชาย”

“งั้นก็รีบจัดการซะ ทางรายการผู้หญิงยิงอะไร พอรู้ว่าได้คิวด็อกเตอร์ก็รีบแทรกคิวถ่ายมาให้เลย ตอนบ่ายสองวันนี้”

คิมหันต์ตกใจเพราะนี่เกือบสิบเอ็ดโมงเข้าไปแล้ว อันยาให้เขารีบทำส่งมาไม่ต้องคิดมาก อันยาให้คิดเสียว่าแสนทำกรรมกับผู้หญิงไว้มาก กรรมเลยส่งตนมาตามสนองเขา คิมหันต์อึ้ง

ooooooo

เวลาผ่านไป อันยาร้อนรนเพราะคิมหันต์ยังเงียบอยู่ เมขลามาบอกอันยาว่าทีมงานรายการผู้หญิงอยากบอกมาแล้ว อันยาจึงขอร้องให้เมขลาไปรอรับของจากคิมหันต์หน้าบริษัท

คิมหันต์ขี่มอเตอร์ไซค์มาดเท่มาอย่างเร็วจอดข้างเมขลา ทำเอาเธอตกใจและไม่คิดจะขอโทษ กลับสอดส่ายสายตาหาอันยา เมขลาจึงเข้าไปถาม

“คุณใช่คนที่เอาของมาส่งให้อันโกะ เอ๊ย คุณอันยารึเปล่าคะ คุณอันยาต้องไปรับแขกให้ด็อกเตอร์แสน เลยฝากให้ฉันรับของจากคุณไปให้เขาน่ะค่ะ...ซองนั่นรึเปล่าคะ” เมขลาจะหยิบ

“ไม่ต้อง! ผมเอาไปให้เจ๊ เอ๊ย...คุณอันยาเอง”

เมขลาสะดุ้ง พูดอีกครั้งจะรับของไปให้ คิมหันต์เผลอตวาด จะเอาไปให้เอง เมขลาหน้าเสีย พาเขาไปพบอันยาข้างใน เมื่อทั้งสองพบกัน เมขลาก็ขอตัว คิมหันต์โวยอันยาทันที

“ทำไมเจ๊ให้คนอื่นมารับของแทน มันเสี่ยงแค่ไหนรู้ไหม ไม่ใช่เจ๊พังคนเดียวนะผมก็พัง”

“ก็แกอยากมาเลตทำไมล่ะ ไม่ต้องเครียดน่ะ ระดับฉันดูคนเป็น คุณเมเขาไม่มีอะไรหรอก ไม่มีทางเปิดดูของข้างในแน่ๆ”

อันยาทวงของ คิมหันต์ถามย้ำอีกครั้งว่าจะทำแน่หรือ อันยาว่าตนต้องการปิดจ๊อบไวๆ คิมหันต์จับมือเธอขอให้คิดดูอีกที อันยาไล่ให้เขากลับไปได้ และหยิบเงินค่า น้ำมันรถให้ เมขลาเข้ามาตาม เห็นภาพก็เข้าใจว่าอันยามีแฟนเด็กมาไถเงิน คิมหันต์ตั้งใจจะออกมาขอโทษเมขลาที่เสียงดังใส่ แต่ไม่พบเธอแล้วจึงกลับไป

อันยาเอาซีดีที่คิมหันต์ทำมาใหม่ ให้แก่สตาฟฟ์ที่ควบคุมเทคนิค บอกเขาว่าเปิดได้เลยตนเช็กแผ่นแล้ว พอเธอเดินมาเห็นทีมงานเซตโปรเจกเตอร์ใหญ่ยักษ์ก็ตะลึงเล็กน้อย เมขลากล่าว

“โปรเจกต์ปีที่แล้วเราทุกคนทำงานกันหนักมาก โดยเฉพาะด็อกเตอร์ ถ้าแพร่ภาพออกไปแล้วมีคนเห็นความตั้งใจของเรา ก็จะเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่นี่นะจ๊ะ”

อันยาฟังแล้วเสียววูบ เมขลายังชมเชยที่อันยาเชียร์แสนจนยอมออกรายการ อันยาชักรู้สึกผิด จึงมาถามแสนว่ามีอะไรให้ช่วยไหม แสนกลับบอกว่า

“ผมเห็นสคริปต์ของรายการทั้งหมดแล้ว ตอนแรกที่ผมไม่เห็นด้วยกับคุณ ผมขอโทษนะ จริงๆมันก็โอเค ผมสามารถสื่อสารแนวคิดการเกษตรแบบยั่งยืนของเรากับผู้ชมได้มากเลยล่ะ”

อันยาอึกอัก บอกว่าเป็นหน้าที่ของเลขาอยู่แล้ว แสนยังชมเรื่องเมื่อเช้าที่เธอพูดกับคุณหญิงเหมือนและ     อิงค์กี้ เขาแอบได้ยินและดีใจที่เธอมีความซื่อสัตย์ และเคารพตัวเอง ไม่บูชาเงิน หลงในวัตถุเหมือนคนสมัยนี้ อันยากลับรู้สึกเหมือนโดนด่า

“ชมเกินไปแล้วล่ะค่ะ” อันยาฝืนยิ้ม

“คุณสมควรได้รับคำชม เลขาคนก่อนที่เขาต้องรับมือกับเรื่องนี้ ผมก็ไม่โทษเขาหรอกนะ เขาก็แค่ไม่มีจุดยืนที่มั่นคงเหมือนกับคุณ”

อันยาคิดในใจ “ใช่ จุดยืนฉันที่ต้องดิสเครดิตคุณให้ได้ มันมั่นคงมาก”

“ตอนแรกผมจะไม่พูด แต่มาคิดๆดู คนดีควรได้รางวัลไม่ใช่เหรอครับ ใครทำดีเราก็ต้องชื่นชม ผมคิดไม่ผิดจริงๆที่ผมไว้ใจคุณ อันยา”

อันยามองแววตาแสนชื่นชมของแสนแล้วแทบจะล้มทั้งยืน...เมื่อได้เวลาถ่ายทอดสด อันยายืนอยู่ด้วยท่าทีหวาดๆ เมขลาเดินเข้ามาหา เห็นสีหน้าอันยาซีดมือก็เย็นเฉียบจึงถามว่าตื่นเต้นหรือ แสนมองถามด้วยความเป็นห่วงว่าไม่สบายหรือเปล่า ความอาทรของแสนยิ่งทำให้เธอยิ่งแย่ อันยาบอกทุกคนว่าตนไม่เป็นอะไร แล้วเหลียวมองบนโต๊ะที่วางซีดี สตาฟฟ์ เชิญแสนขึ้นเวที อันยาอึกอักๆก่อนจะอวยพรให้เขาโชคดี เพียงดาวแขวะ เป็นเอามากดูตื่นเต้นกว่าคนออกทีวีอีก

พิธีกร พี่หนูตุ่มกล่าวสวัสดีท่านผู้ชม แล้วแนะนำให้รู้จักแขกรับเชิญของรายการ คือ ดร.แสน เผื่อนนาดี เสียงปรบมือในห้องส่งดังขึ้น...อันยามองไปยังโต๊ะที่วางซีดีจิตใจเริ่มหวั่นไหว

ทางออฟฟิศไรท์เพอร์เซิล...อาโปรายงานเมรีว่า ใบลาของอันยาไม่ได้เขียนว่าลาไปไหนแต่มีลายเซ็นอนุมัติจากธกฤตเรียบร้อย เมรีแปลกใจ พลันเสียงพนักงานในบริษัทฮือฮา พวกหล่อนกำลังดูรายการสัมภาษณ์แสน ทางอินเตอร์เน็ต เมรีมาเอ็ดทำไมไม่ทำงาน พวกหล่อนย้อนว่า นี่เป็นเวลาพัก เมรีกับอาโปจึงยืนดูด้วยอย่างเสียไม่ได้

พี่หนูตุ่มสัมภาษณ์แสนถึงเรื่องส่วนตัว ทำให้สาวๆกิ๊วก๊าวกันใหญ่ เขาตอบเรียบๆว่า...ตอนนี้ตนทุ่มเทให้เรื่องงานมากที่สุด เรื่องหัวใจเอาไว้ก่อน พี่หนูตุ่มยังกระเซ้า พูดแบบนี้แสดงว่ามีใครบางคนในใจแล้ว แสนปรายตาไปทางอันยาก่อนจะตอบ

“เอาไว้ให้เวลาช่วยตอบคำถามนี้ดีกว่านะครับ เพราะเวลาย่อมจะเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดีที่สุด ว่าใครจะมารักผู้ชายบ้างานอย่างผม”

“แหม จะถล่มตัวไปไหนคะ ไม่คาดคั้นก็ได้ค่ะ ขออีกคำถามนึง คนเก่งๆอย่างด็อกเตอร์มองความรักยังไงเหรอคะ”

“ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้นะครับ ถ้าเป็นเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าวก็ว่าไปอย่าง แต่ผมเปรียบเทียบแบบนี้ก็แล้วกัน เวลาที่เราสนใจเมล็ดพันธุ์สักชนิดนึง แล้วเอาไปปลูกในแปลงทดลอง พอมันงอกขึ้นมาอย่างที่เราต้องการ เราก็จะเชื่อมั่นในคุณภาพของมัน แต่ความรักผมว่ามันเหมือนการเกษตรในพื้นที่จริง เราต้องรักและต้องเชื่อในเมล็ดพันธุ์นั้นซะก่อนแล้วมันถึงจะงอกงาม”

อันยาฟังคำของแสนแล้วรู้สึกบีบคั้นในใจ พี่หนูตุ่มเริ่มสัมภาษณ์เรื่องงาน เจ้าหน้าที่จะเปิดภาพการทำงานของแสนจากซีดีที่อันยาเอามาให้ ใจอันยาเต้นระส่ำ

สุดท้ายเธอก็วิ่งมาข้างเวทีร้องบอกให้หยุด...หยุดก่อน...ทุกคนตกใจ พี่หนูตุ่มไหวพริบดี ตัดเข้าโฆษณาทันที เสียงอันยาขอให้ฟังเธอก่อน แสนจึงบอกพี่หนูตุ่มว่าเธอเป็นเลขา คงมีเรื่องสำคัญบางอย่าง

พี่หนูตุ่มทำท่าปวดหัว “เร็วๆนะคะ เดี๋ยวจะต้องตัดเข้ารายการแล้ว”

แสนเข้ามาถามอันยาว่ามีอะไร เธอบอกว่าซีดีเปิดไม่ได้เด็ดขาด แสนไม่ค่อยเข้าใจแต่หันไปขอทางรายการให้เชื่ออันยา โปรดิวเซอร์ถามแล้วจะเสนอการทำงานอย่างไร อันยาเสนอให้เข้าไปถ่ายห้องทำงานของแสน ดูการทำงานที่แท้จริงของเขา ทุกคนโล่งอก รายการสดผ่านด้วยดี

ooooooo

ด้านเมรีหน้าเหวอเหมือนโดนผีหลอก เพราะเธอเห็นอันยาโผล่มาข้างจอทีวี และเสียงที่ดังขึ้น ก็จำได้ว่าเป็นเสียงของอันยา ทั้งเมรีและอาโปเริ่มสงสัยว่าอันยาแอบไปรับจ็อบที่อื่น

เสร็จจากงาน อันยาปั้นหน้าอธิบายให้แสนและทีมรายการฟังว่า ตนสังเกตเห็นว่าซีดีไม่ใช่แผ่นที่ตนเอามาให้ แสดงว่าอาจมีคนเอามาเปลี่ยน สตาฟฟ์เปิดดูแล้วตะลึง เพราะเป็นซีดีหนังเอ็กซ์ยกกำลังสองเลยทีเดียว พี่หนูตุ่มและโปรดิวเซอร์จึงขอบคุณอันยาที่ช่วยให้รายการ ไม่ถูกแบน กลายเป็นความดีความชอบของเธอไป

แต่พออยู่กันลำพัง แสนยังสงสัยว่าใครที่ไม่ประสงค์ดีมาเปลี่ยนซีดี อันยาสะดุ้ง แสนคิดว่าคนคนนั้นต้องอยู่ใกล้ๆ อันยาหน้าซีด แสนเข้าใจว่าเธอกลัว เพราะเป็นเลขาจะเดือดร้อนไปด้วย อันยาถือโอกาสยุให้เขาย้ายบริษัท แสนย้อนถาม

“ถ้าผมย้ายงาน แล้วคุณจะไปเป็นเลขาให้ผมที่บริษัทใหม่รึเปล่า”

อันยาอึกอัก แทนที่เข้าสู่เป้าหมายกลับโดนย้อนถาม จึงตอบว่าที่ใหม่อาจมีคนที่ปั้นมาแทนที่ตนได้ แสนชะงัก

“คุณ พูดเหมือนไม่ใช่เลขาธรรมดาๆ”

“อะไรกัน ฉันออกจะธรรมดา ไม่เห็นจะไม่เหมือนเลขาตรงไหน...นี่คุณระแวงฉันเหรอ”

“ใจเย็นคุณ ผมแค่สงสัยว่า คำพูดคุณดูล้ำๆเกินที่เลขาเขาพูดกัน แต่ไม่ได้สงสัยอะไรหรอก หน้าตาอย่างคุณเนี่ยนะ จะมาทำพิษอะไรใส่ผม”

อันยาคิดในใจก็หน้าตาอย่างตนนี่แหละ ที่เกือบทำคุณล่มจมดินไปแล้ว...แสนแทรกขึ้นว่า “คุณอาจจะแสบแต่อย่างคุณไม่ใช่คนร้ายแน่ๆ ผมแน่ใจว่าผมมองคนไม่ผิด”

อันยาเห็นแสนพูดอย่างเชื่อมั่น แล้วยิ่งอึดอัดใจ...

นัดคิมหันต์มาเจอที่ร้านกาแฟ อันยายอมรับว่าสิ่งที่เขาเตือนว่าซีดีนั่นมันจะทำลายแสนจนวิชั่นออฟฟิวเจอร์อาจไม่ต้องการตัวก็จริงตนจึงไม่ทำ แต่พอคิมหันต์บอกอีกเรื่องคือทวยเทพมาซักถาม และเมรีกับอาโปก็เห็นอันยาในรายการสดนั่น พวกนั้นสงสัยว่าเธอรับจ็อบบริษัทอื่น อันยาโวย

“คนอย่างอันโกะเนี่ยนะ จะเสี่ยงออกจากบริษัทหรูๆ เพื่อไปรับจ็อบเป็นพนักงานบริษัทบ้านนอก กินฟางแทนข้าวกันรึไง”

“พวกนั้นยังไม่รู้ก็ดีแล้ว แต่ฟันเฟิร์มได้เลยว่า สองคนนั่นไม่หยุดแค่นี้แน่ เตรียมรับมือให้ดีเถอะเจ๊”

อันยากลับมานั่งเปิดดูคลิปรายการครุ่นคิดที่ออฟฟิศเพียงพอดี แสนมาเห็นแกล้งแซวจะวิวให้ตนก็ไม่ว่าอะไร อันยาชะงักรีบบอกว่าตนไม่ใช่แก๊งแฟนคลับเขาจะได้ตามไลค์ตามทวิต

“นั่นแหละ...อยู่กับคุณ ผมถึงได้สบายใจ”

อันยาหน้าเจื่อน คิดในใจ อย่าเชื่อใจตนนักเลย แสนยิ้มขำๆ กระเซ้า “คุณนี่ตลกจัง แหย่อะไรก็ตกใจ เที่ยงกว่าแล้ว ออกไปกินข้าวกลางวันด้วยกันไหม ผมไปรอข้างนอกนะ คุณจะได้เก็บข้าวของสะดวกๆ”

“ด็อกเตอร์คะ...คือ...”

แสนหันกลับมามอง อันยาตัดสินใจหยั่งเชิงว่ามีพวกเฮดฮันเตอร์ติดต่อเข้ามา แสนอึ้ง

“ค่ะ ดูเหมือนเขาอยากติดต่อคุณให้ไปทำงานกับบริษัทเกษตรยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ให้ข้อเสนอที่ค่อนข้างดีเลยล่ะ คุณสนใจจะลองฟังไหมล่ะคะ”

“ดีแล้วล่ะอันยา ที่คุณไม่ต่อสายเข้ามาให้ผม” แสนตัดบท

“ไม่สนเลยเหรอคะ”

แสนพยักหน้า บอกว่าพวกนั้นติดต่อมาหลายครั้งแล้ว คุยไปก็เท่านั้น อันยาถามไหนเมื่อวานเขาบอกว่าทำงานที่นี่บางทีก็มีอุปสรรค แสนตอบยิ้มๆ

“แต่มันก็เป็นอุปสรรคที่ผมได้รับมากกว่า ไปทำงานสบายขึ้น แต่ต้องทิ้งให้เกษตรกรลำบาก ผมทำไม่ได้หรอกและถึงพูดแบบนี้ออกไป พวกเฮดฮันเตอร์ก็ไม่เข้าใจประชดว่าผมกินอุดมการณ์บ้าง มองอะไรคับแคบอยู่แต่ในโลกของความฝันบ้าง พวกนั้นก็คิดแต่เรื่องผลประโยชน์”

อันยาสะอึกเหมือนโดนเหยียบหน้า “แต่ผลประโยชน์มันก็จำเป็นไม่ใช่เหรอ ไม่งั้นคนเราจะอยู่รอดได้ยังไง แล้วไม่ใช่เพราะผลประโยชน์เพราะเงินหรอกเหรอที่ทำให้โครงการเพื่อการเกษตรต่างๆ มันเกิดขึ้นได้”

“ใช่ เงินจำเป็น และมีประโยชน์มาก ถ้าเราใช้

มันเพื่อการพัฒนา ใช้ทำสิ่งดีๆ แต่ถ้าเอาไปถมซื้อความสุขความพอใจส่วนตัว สะสมแก่งแย่งแข่งดีกัน เงินก็เป็นเครื่องมือทำลายล้างที่ทรงพลังที่สุด สังคมมันถึงได้ทราม และตกต่ำอยู่ถึงทุกวันนี้...พอพูดเรื่องนี้ทีไร อันยา...คุณใจแข็งกับคุณหญิงเหมือนและอิงค์กี้ได้ หวังว่าคงไม่ใจอ่อนกับคนพวกนี้นะ”

อันยาเจ็บแปลบเข้าถึงขั้วหัวใจ เชิดหน้าสู้สายตาเขา “ฉันอาจจะใจอ่อนกับคนที่เขาทำมาหากินสุจริต พวกเฮดฮันเตอร์ไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วพวกเขาก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณพูดทั้งหมด”

“ถ้าคุณมีเพื่อนหรือคนรู้จักเป็นพวกนั้น ผมก็ขอโทษด้วยนะ แต่คุณอย่าใส่ใจเลย เพราะคุณไม่ได้เป็นแบบคนพวกนั้น”
อันยายิ่งเครียด ถ้าเขารู้ความจริงว่าตนเป็นใคร

จะทำอย่างไรดี

ooooooo

วันเดียวกัน ธกฤตได้รับเชิญจากเหนือเทพให้ไปพบที่ร้านอาหาร เพื่อถามถึงงานจะสำเร็จเมื่อไหร่ ธกฤตถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก...กลับมาโทร.เรียกอันยามาเจอที่ร้านกาแฟในคืนนั้น

อันยาบอกว่ากำลังพยายามอยู่ กลับโดนเขาต่อว่ามันช้าเกินไป เธอโต้ “แต่บอสคะ มันไม่เหมือนงานเฮดฮันท์แบบที่เราเคยทำกันมา อีกนิดเดียวอันก็จะเหมือนพวกปาปารัซซี่ หรือว่าสปายที่คอยจับผิดและทำลายฝั่งตรงข้ามอยู่แล้ว”

ธกฤตตอกกลับว่าถ้าไม่ถนัดจะส่งเมรีไปแทน อันยาชะงัก “ไม่ได้นะคะ ไหนบอสบอกว่าจะให้เวลาอันสองเดือนไงคะ”

“อันยา วิชั่นออฟฟิวเจอร์ เป็นลูกค้ารายใหญ่ของเรา และไม่เคยมีครั้งไหนที่ผู้บริหารใหญ่ระดับคุณเหนือเทพ มาบรีฟงานเราด้วยตัวเอง เวลาหนึ่งอาทิตย์ที่เสียไป มันไม่เท่าไหร่หรอก แต่คุณก็ควรจะบอกผมได้ว่าเวลาที่เหลือ คุณมีแผนอะไร ที่จะทำให้ด็อกเตอร์แสนออกจากเพียงพอดี”

อันยาอึกอัก โพล่งออกไปว่า ขอเวลา 3 วันภายใน 3 วัน ตนรับรองจะมีความคืบหน้าให้...เมื่อคิมหันต์

รู้เรื่อง โวยอันยาเสนอแบบนั้นทำไม อันยาอ้างบอสจะเอาเมรีมาทำแทน คิมหันต์บอกว่า เมรีกับอาโปกำลังขอรถบริษัทไปปากช่อง คงจะตามหาเธอแน่ๆ แต่อ้างว่าไปทำงาน...

เช้าวันต่อมา เมรีกับอาโปมาถึงบริษัทเพียงพอดี เมรีเห็นระยะทางที่เดินทางมา และลักษณะบริษัทแล้วไม่เชื่อว่าอันยาจะอยากมาทำงานที่นี่

อันยาต้องขอร้องเมขลาให้ช่วยโกหกเมรีว่าบริษัทนี้ไม่มีพนักงานชื่ออันยา อ้างแฟนเมรีมาตามตื๊อตน โดยตนไม่สนใจสักนิดแต่เมรีไม่เชื่อมาคอยราวีทำร้างร่างกาย แถมถ่ายคลิปประจานอีกต่างหาก ถ้าเมขลาไม่ช่วยครั้งนี้ ตนต้องโดนทำร้ายและคงต้องย้ายที่ทำงานหนีอีกครั้ง...

เมขลาลังเลเพราะไม่เคยโกหก แต่เพราะสงสารอันยาที่เห็นแฟนมารีดไถเงินเมื่อวันอัดรายการ

“แล้วนี่แฟนเธอไม่ช่วยอะไรบ้างเลยเหรอ ทำไม เธอถึงต้องเจอแต่คนที่เอาเปรียบและร้ายกับเธออย่างนี้    นะอันโกะ”

อันยางงๆกับคำว่าแฟนแต่มัวกังวลเรื่องเมรีจึงไม่สนใจ...ผ่านไปไม่นาน เมรีกับอาโปก็เดินเข้ามาถามเมขลาซึ่งเป็นประชาสัมพันธ์ เมขลาปฏิเสธไม่มีพนักงานชื่ออันยา อาโปโพล่งขึ้น

“หรือว่าที่นี่ไม่ได้เรียกว่าอันยา แต่เรียกว่า...อันโก๊ะ...” สองสาวหัวเราะอย่างไม่เกรงใจ

“ที่นี่เราทุกคนมีการศึกษา ไม่เรียกใครอย่างไม่ให้เกียรติแบบนั้นหรอกค่ะ” เมขลาไม่พอใจและย้ำว่าไม่มีพนักงานชื่ออันยาแน่ๆ

“ถ้ามีการศึกษาก็แปลว่าไม่โง่ แสดงให้ฉันดูหน่อยว่าเธอมีสมอง” เมรีหยิบธนบัตรหนึ่งพันบาทมาวางให้อันยาซึ่งแอบดูอยู่ด้านหลังชักหวั่นใจว่าเมขลาจะเห็นแก่เงินไหม เมขลาหยิบธนบัตรขึ้นมาดูแล้ววางลง พร้อมกับบอกว่าเงินไม่สะอาด ที่นี่ไม่รับ เมรีกับอาโปเหมือนโดนหักหน้าจะเข้าไปถามด็อกเตอร์แสนเอง เมขลาขวางอ้างต้องนัดหมายก่อน อันยาร้อนรนจะทำอย่างไรดีถ้าเมรีบุกเข้ามา พลันเสียงแสนดังขึ้น “อันยา... นั่นคุณเหรอ”

อันยาสะดุ้งหันมามอง แสนถือกระเป๋าเอกสาร เพิ่งมาถึง อันยารีบดันเขาเข้าไปหลบในห้องเก็บของด้วยกัน เขาจะถาม เธอรีบเอามือปิดปากเขาไว้ แสนอึ้งมองหญิงสาวที่อยู่ชิดใกล้ ส่วนเมรีกับอาโปได้ยินเสียงแสนเรียกอันยาก็ชะงักรี่ออกมาดู สองสาวเดินหา สงสัยว่าต้องเข้าไปอยู่ในห้องเก็บของ จึงทุบประตูเรียก

“ด็อกเตอร์แสน คุณอยู่ในนั้นใช่ไหม ฉันมีธุระมาขอพบคุณค่ะ”

แสนดึงมืออันยาออกกระซิบถาม “ผมว่าแบบนี้มันแปลกๆนะ สองคนนั้นเป็นใคร ทำไมคุณต้องหลบเขาด้วย...ผมว่าการหนีมันไม่ใช่วิธีที่ดี แล้วเขาเรียกผมคงมีธุระอะไรกับผม”

แสนจะออกไป อันยารั้งเขาไว้แต่ไม่ทัน...เมรีกับอาโปกำลังจะงัดประตู เมขลามาห้ามพลันแสนผลักประตูมาโขกหัวอาโปเต็มๆ เมรีดีใจเมื่อแสนออกมา รีบมองเข้า ไปว่ามีใครอยู่ด้วย อันยาหลบตัวลีบเจียนจะขาดใจ แสนผลักประตูปิด เมรีรีบถามว่าเขาคุยกับใคร เขาว่าเธอคงหูฝาด เมรีไม่กล้าเซ้าซี้ แสนถามมีธุระอะไรกับตน

“ฉันมาตามหาคน คิดว่าด็อกเตอร์อาจจะรู้จัก เขาชื่อ...”

พลัน เสียงคุณหญิงเหมือนดังขึ้น “แสนคะ...ลืมนัดของเรารึยังคะ ที่ท่านอาของหญิงขอให้คุณไปบรรยายให้ที่คลาส วันนี้หญิงเอารายละเอียดหัวข้อบรรยายมาให้...”

ทุกคนหันมอง อันยาได้ยินโล่งอก....เมรีทักทายคุณหญิงเหมือน แสนถามทั้งสองรู้จักกันหรือ คุณหญิงรีบบอกว่าเป็นเพื่อน...ห่างๆของตน เมรีหน้าเจื่อน คุณหญิงชักหึงดึงเมรีออกมาข้างนอก ถามว่ามีธุระอะไรกับแสน สองสาวช่วยกันปฏิเสธว่าไม่ได้มาหาแสน แต่มาตามคน

“ไม่ต้องพูดแล้ว ถ้าเป็นธุระจริงๆก็แล้วไป ฉันเห็นมาเยอะพวกที่ชอบสรรหาวิธีมาตีสนิทผู้ชายของเพื่อน เพื่อจะแย่งแฟนเพื่อนไป ฉันหวังว่าเธอคงไม่ใช่คนแบบนั้นนะ”

“ไม่มีทางเลยค่ะคุณหญิง คุณหญิงช่วยแมรี่ทุกอย่าง เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของแมรี่ แมรี่ไม่มีทางแม้แต่จะคิดแย่งกับคุณหญิงสักนิดเดียว”...คุณหญิงเหมือนพยักหน้า เมรีถอนใจเฮือก

ooooooo

เมื่อแสนกับอันยาเข้ามาในห้องทำงาน แสนก็ตักเตือน ที่ตนไม่ให้เมรีค้นห้องเพราะกลัวว่าอันยาจะเสียหายที่อยู่ในห้องแบบนั้นสองต่อสองกับตน อันยาสวมรอยออกตัว

“ขอบคุณนะคะ ฉันไม่ทันคิด พอดีฉันรู้มาว่าผู้หญิงพวกนั้นเป็นเพื่อนของคุณหญิง ฉันไม่อยากให้พวกเขามาวุ่นวายกับคุณ ก็เลย...ต้องพาคุณไปแอบน่ะค่ะ”

“คงไม่ต้องถึงขนาดหลบๆซ่อนๆแบบนั้นหรอก ทีหลังผมจะปฏิเสธพวกเขาเอง...เอ่อ อันยา ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง คราวหลังคุณ...ไม่ควรจะทำแบบนั้นกับผู้ชายนะ”

“ทำแบบนั้นหมายถึง...” อันยางงๆ

“ก็ที่...คุณจูงมือผู้ชายเข้าไปในห้องเก็บของ แล้วเอามือปิดปากน่ะ ผมขอสั่งไม่ให้คุณทำแบบนั้นอีกมันไม่...เหมาะสม” แสนพูดอย่างยากลำบาก

“แต่นั่นมันสถานการณ์ฉุกเฉินนะคะ ฉันไม่มีทางเลือก หรือว่า...นี่คุณคิดอะไรกับฉัน บอกไว้ก่อน ฉัน...ฉันไม่ได้คิดอะไรเลยนะ ฉันแค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า คุณแสน... ตกลงเมื่อกี้นี้คุณ...คุณคิดอะไรกับฉันรึเปล่า!”

“เอาเป็นว่า ผมเตือนคุณด้วยความหวังดีก็แล้วกัน” พูดจบแสนเดินไป

อันยาหวั่นใจว่าแสนต้องคิดไม่ซื่อกับตนแน่ๆ...พอดี บุรินทร์เรียกแสนกับอันยาเข้าพบ เพื่อบอกว่าแสนต้องถ่ายซ่อมวีดิโอโครงการพันธุ์ข้าวอินทรีย์ที่หายไป เพราะเลขาคนเก่าไม่ได้ก๊อบปี้ไฟล์ไว้ ทางพีอาร์ต้องการภาพสถานที่จัดทำโครงการ ที่นา โรงหมักปุ๋ย สหกรณ์ไว้ทำประชาสัมพันธ์โครงการต่อๆไป แสนคิดว่าดีเหมือนกัน จะได้ใกล้ชิดคุยกับชาวนาเพื่อรู้ว่าเขาต้องการอะไร

ชาวบ้านคือกุญแจสำคัญของงานนี้ อันยาได้ฟังหูผึ่งมีแผนร้ายผุดขึ้นในหัว

คืนนั้น อันยามาพบคิมหันต์เพื่อค้นหาข้อมูลโครงการของแสนว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง เอามาเป็นจุดอ่อนให้ชาวบ้านล้มเลิกไม่ทำโครงการนี้ แสนก็จะถูกตำหนิจนต้องออกจากบริษัทเพียงพอดี แล้วไปซบอกวิชั่นออฟฟิวเจอร์ตามคาด

ooooooo

รุ่งเช้า อันยาแต่งตัวทะมัดทะแมงพร้อมลุยแต่สำหรับรองเท้ายังเป็นจิมมีชูว์อยู่เหมือนเดิม แสนเห็นแล้วอมยิ้ม อันยาหน้าตึงบอกว่า ถึงที่นั่นแล้วตนจะเปลี่ยน ขอเป็นตัวของตัวเองบ้าง

เมื่อรถมาถึงหมู่บ้านนกกระเต็น ทีมงานยกกล้องและข้าวของลงจากรถ แสนตรงไปคุยกับชาวบ้าน มีพุฒและแตงกวาคอยต้อนรับ อันยาเห็นแสนสนิทสนมกับชาวบ้าน ลุยเข้าไปดูน้ำหมักชีวภาพซึ่งมีกลิ่นเหม็น เข้าไปโรงปุ๋ยที่อันยาต้องทำหน้าเหย เธอรู้สึกว่าทำไมเขาต้องเป็นคนดีแบบนี้ด้วย...อันยาออกมานั่งที่ศาลา มองหาปุ๊กลุก เพราะจะอาศัยเธอเป็นตัวดำเนินแผน

ไม่ทันไร อันยาก็เห็นปุ๊กลุกลับๆล่อๆอยู่มุมหนึ่ง จึงเรียกให้ออกมา ปุ๊กลุกรีบออกตัวว่าไม่ได้มาแอบดูแสน แค่ผ่านมาเฉยๆ อันยาแกล้งเปรย ไม่คิดถึงด็อกเตอร์เลยหรือ

“นี่! ไม่ต้องมาตอกย้ำกันเลยนะ ไม่มีวันไหน เวลาไหน ลมหายใจเข้าออกครั้งไหนที่ไม่คิดถึง แต่เมื่อเราไม่มีสิทธิ์ก็ต้องบอกลา” ปุ๊กลุกทำท่าจะจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์

“เฮ้อ...เสียทีที่พี่แสนเขาบ่นคิดถึงเธอ”

ปุ๊กลุกหูผึ่งหันขวับมาโวยไม่เชื่อ แถมตอกกลับว่า คนที่ดูเป็นคนเลวไม่น่าจะหวังดี อันยาสะอึกข่มความโกรธ พยายามพูดให้ปุ๊กลุกเชื่อว่าแสนคิดถึงเธอจริงๆ จึงอยากให้เธอช่วยงานเขาเพื่อเขาจะได้ซาบซึ้ง ปุ๊กลุกสนใจทันที เข้าทางอันยา เธอให้ปุ๊กลุกเล่นเกมถามตอบกับชาวบ้าน

ปุ๊กลุกยิ้มร่ามาชวนชาวบ้านเจ็ดแปดคนนั่งล้อมวง เล่นเกมถามตอบว่าข้อดีอยู่ไหนกันนะ...แล้วเธอก็เริ่มถามว่า ข้อไหนคือข้อดีของโครงการในครั้งนี้ ก.ใช้เวลาทดลองไม่กี่เดือน ข.ใช้เวลาทดลองเป็นปีๆ...ชาวบ้านตอบข้อ ก.ปุ๊กลุกเฉลยว่าผิด เพราะโครงการนี้ใช้เวลาเป็นปี

ข้อสอง ข้อใดคือข้อดีของโครงการนี้ ก.100 เปอร์เซ็นต์ที่ผลการทดลองจะสำเร็จ ข.ไม่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ที่จะสำเร็จ...ชาวบ้านตอบข้อ ก.เธอเฉลยว่าข้อ ข.ชาวบ้านเริ่มระส่ำ ยิ่งข้อสามถ้าผลการทดลองผิดพลาด ใครต้องรับผิดชอบ ชาวบ้านตอบพร้อมกันว่า ทั้งชาวบ้านและแสน...ปุ๊กลุกยกนิ้วถูกเผง ชาวบ้านชักไม่พอใจ เฮโลมาถามแสนถึงคำถามทั้งสามข้อ

อันยาลุ้นฟังคำตอบ ในใจคิดว่าคราวนี้แผนต้องสำเร็จแน่ แสนตอบชาวบ้านว่า ทั้งสามข้อเป็นความจริง ชาวบ้านฮือฮาแบบนี้โครงการก็ไม่ดีจริง พุฒปรามให้ทุกคนใจเย็นๆ

“ไม่เป็นไรครับ เป็นสิทธิ์ของทุกคนที่จะตัดสินใจ แต่ผมขออธิบายอะไรหน่อยได้ไหมครับ โครงการนี้ใช้เวลานาน ก็เพราะว่าเราไม่ได้ใช้วิธีตัดต่อพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอ ซึ่งจะไปตัดตอนธรรมชาติ อาจจะมีผลเสียต่อผู้บริโภคและระบบนิเวศในระยะยาว แต่ผมใช้เทคโนโลยีไบโอเทคที่เป็นธรรมชาติมากกว่า เลยต้องใช้เวลานานกว่า แต่พันธุ์ข้าวที่เราได้จะมีคุณภาพ และปลอดภัยกับปากท้องของคนไทยจริงๆ...ส่วนเรื่องอาจจะไม่ได้รับผลสำเร็จเพราะเป็นที่แรก ผมไม่เคยคิดจริงๆว่าพี่ป้าน้าอาเป็นหนูทดลอง ผมเลือกที่นี่ก่อนเพราะเห็นว่ามีความพร้อมมากกว่าที่อื่น ผมมองว่าเรากำลังช่วยกันพัฒนาพันธุ์ข้าว เพื่อขยายผลให้เกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ เรากำลังช่วยกันเพื่อจะช่วยคนอื่นด้วย แต่ผมก็ผิด ที่ไม่ได้ชี้แจงจุดนี้ให้ชัดตั้งแต่แรก ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่อาจจะต้องมารับผิดชอบกับผม”

พุฒรีบบอกว่าไม่ต้องขอโทษ เพราะตนและชาวบ้านรู้แต่แรกแล้ว ใครยอมรับไม่ได้ก็ไม่ต้องเข้าร่วม ทุกคนพร้อมใจจะทำต่อ พุฒจึงถามใครเอาข้อเสียมาแจกแจง ทุกคนหันไปมองปุ๊กลุก เธอเริ่มร้อนตัวส่ายหน้าปฏิเสธว่าไม่ได้ทำร้ายแสน อันยาต่างหากบอกให้ตนทำ อันยาหน้าซีดไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร แสนกลับแก้ต่างให้แทนว่าอันยาทำถูกแล้ว

“คุณเป็นห่วงชาวบ้านใช่ไหม ไม่งั้นทำไมคุณถึงอยากจะบอกข้อเสียให้พวกเขารู้ล่ะ...อย่าโทษคุณอันยาเลยครับ เขาพยายามเอาข้อเสียของโครงการมาบอก นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ทุกคนจะได้ไม่เข้าใจผิดว่าโครงการจะมีแต่ข้อดี แล้วเราจะได้ช่วยกันแก้ไขได้ เวลาที่มันมีปัญหา” แสนหันมาจับไหล่อันยา “ผมรู้ว่าคุณหวังดี แต่ทีหลังควรจะค่อยๆอธิบายให้พวกเขาฟัง ทุกคนจะได้ไม่แตกตื่นเข้าใจไหมครับ”

อันยาสบตารับคำอึ้งๆ ไม่คิดว่าเขาจะเชื่อใจตนขนาดนี้ ปุ๊กลุกเหวอเจ็บใจ...อันยารู้สึกผิดแต่ที่ต้องทำเพื่อความอยู่รอดของตัวเองในหน้าที่การงาน เธอครุ่นคิดหน้าเครียด แสนเห็นเข้าใจว่าเธอตากแดดจนไม่สบาย กุลีกุจอพามาพัก มาลีหายาสมุนไพรซึ่งขมปี๋มาให้ แตงกวาช่วยเอาสตรอว์เบอร์รี่มาให้กินแกล้มลดความขม อันยาเห็นสายตาอาทรของแสน จำต้องกินยาจนหมด

ooooooo

ตอนที่ 3

ปุ๊กลุกกลับมาร้องไห้ฟูมฟายที่บ้าน ปราณีเอ็ดลูกสาวไม่ให้เคียดแค้นใคร ให้รู้จักอภัย โกมลได้ยินกลับสอนลูกว่า เป็นถึงลูกสาวกำนันอย่าลดตัวไปยอมใคร และห้ามยุ่งเกี่ยวกับแสน ปุ๊กลุกไม่ยอมเพราะแสนเป็นคนดีและมีโครงการดีๆ มาช่วยเหลือชาวบ้าน

“นี่ไอ้แสนมันยังไม่เข็ดใช่ไหม” โกมลเข่นเขี้ยว สั่งแจ้งให้ไปจัดการขู่อย่าให้กลับมาอีก

อันยาเผลอหลับสบายระหว่างที่แสนทำงาน ตื่นขึ้นมางานเสร็จเรียบร้อย เห็นแสนกำลังเก็บของเขาบอกเธอให้ตามไปขึ้นรถ อันยาเดินครุ่นคิดจะทำอย่างไรดี รับปากธกฤตไว้ว่าจะต้องมีความคืบหน้าภายในสามวัน พลัน แสนหยุดเดิน อันยาชนเขาอย่างจัง เขาหันมาส่งสัญญาณให้เงียบ แล้วมองไปรอบๆอย่างรู้สึกผิดปกติ เขาจูงมือเธอเดินไปอีกทาง

“ด็อกเตอร์ไม่ต้องจูงฉันก็ได้” อันยางงว่าเกิดอะไรขึ้น “เราจะไปไหนคะรถตู้อยู่ด้านโน้น”

แสนดึงเธอกลับไปทางบ้านพุฒ ไม่ทันไร แจ้งและพวกอีกคนโผล่พรวดออกมาขวาง แสนปกป้องอันยา ถามพวกแจ้งต้องการอะไร อันยาตกใจร้องกรี๊ด พุฒกับเมียกำลังตำนํ้าพริกโป๊กๆ พอได้ยินเสียงก็แปลกใจ...แจ้งชักมีดออกมาขู่ให้อันยาหยุดร้อง แจ้งกระชากกล้องจากแสนมาขว้างทิ้ง แล้วตะคอกใส่พร้อมผลักแสนล้มลง
“อย่าเสือกมาที่นี่อีก จำไว้นะมึง...”

แสนพลิกตัวกลับมาจับแจ้งล้มควํ่าแล้วล็อกแขนไขว้หลังถาม ใครใช้มา ลูกน้องแจ้งซึ่งจับอันยาไว้เห็นเช่นนั้น ก็คว้าไม้จะฟาดแสน อันยาร้องเตือน เสียงปืนดังปังขึ้นพร้อมเสียงพุฒ

“พวกแกทำอะไรวะ!”

แจ้งกับลูกน้องกลัวพุฒจำได้รีบหนี พุฒตามยิงแต่ถูกแจ้งล้มกองไม้ไผ่ขวางทาง อันยาทรุดฮวบลงด้วยความตกใจ แปลงผักของพุฒเสียหายจากการต่อสู้กัน ชาวบ้านมามุงดู จู่ๆอันยาก็เหวี่ยงอย่างไม่เกรงใจใครว่าตนจะกลับเดี๋ยวนี้ แสนขอให้อยู่รอเคลียร์กับตำรวจก่อน

“ใครอยากได้ปากคำ ก็มาถามฉันที่กรุงเทพฯ แต่ฉันจะไม่อยู่ที่นี่ ไม่อยู่ต่อแม้แต่นาทีเดียว”

“ผมรู้ว่าคุณตกใจ แต่คนร้ายหนีไปแล้ว ชาวบ้านก็อยู่กันหลายคน ใจเย็นๆก่อนได้ไหม”

“เชิญคุณเย็นไปคนเดียว ครั้งแรกก็ล้อรถตู้ระเบิด นี่ก็คนร้ายโผล่มา คุณจะเอาตัวเองมาเสี่ยงอีกทำไมคะ”

แสนสะอึกกับถ้อยคำรุนแรงของอันยา เขาขอร้องไว้กลับไปคุยกันที่บริษัท แต่อันยาฟิวส์ขาดแล้ว เธอโวยวายไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ที่นี่ป่าเถื่อน ไม่มีความปลอดภัย ตนไม่ทนอีกแล้ว

แสนเสียงเข้มขึ้นทันที “ไม่มีการกลับไปไหนทั้งนั้น จนกว่าจะให้ปากคำเสร็จ”

อันยาแทบกรี๊ด แสนตัดบท “ผมรู้ว่าคุณเสียขวัญแต่เปิดตาดูซะก่อน คนที่เดือดร้อนไม่ได้มีแค่เรานะ คุณควรจะสงบสติอารมณ์ แล้วอดทนเพื่อเห็นแก่คนอื่นบ้างผมขอให้คุณอยู่ให้ปากคำกับตำรวจก่อน แล้วค่อยกลับเข้าใจนะครับ”

อันยายิ่งกว่าหน้าแตกหงายเงิบ เสียงรถตำรวจแล่นมา...ทั้งแสน อันยาและพุฒมาโรงพัก เพราะพุฒให้การว่าแจ้ง คนของกำนันโกมลเป็นคนร้าย โกมลจึงถูกเชิญตัวมาสอบปากคำ แต่เขายืนกรานว่าไม่รู้และว่าถ้าติดต่อแจ้งได้จะเอาตัวมามอบให้ ตนเป็นกำนันไม่ปล่อยเรื่องเลวผ่านไป

แสนจ่ายเงินค่าแปลงผักเสียหายให้แก่พุฒ แต่เขาไม่รับ โกมลเหน็บ น่าจะดีใจที่ได้ค่าผักก่อนผลผลิตจะได้ขาย แสนย้อนกลับว่า คนเราถ้ามีความเดือดร้อนก็น่าจะมาพูดคุยกัน ไม่ใช่ใช้ความรุนแรงดักทำร้ายกันลับหลัง ตนไม่ต้องการสร้างความเดือดร้อนให้ใคร แค่อยากร่วมมือกับชาวบ้านสร้างชุมชนเกษตรอินทรีย์ที่ยั่งยืนขึ้นมา โกมลชะงักไม่รู้ว่าแสนคิดอะไรอยู่

แสนยังทิ้งท้าย “ผมหวังว่าคนที่เสียผลประโยชน์จะยอมวางเรื่องส่วนตัว เพื่อเห็นแก่เรื่องส่วนรวมบ้างลานะครับ”

ลับหลังแสน โกมลสบถ “ทำเป็นพูดดี ร้านปุ๋ยเคมีของฉันอยู่มาก่อนแกเกิด จะให้เปลี่ยนตามแกเหรอ ฝันไปเหอะ”

จากนั้นโกมลก็แอบโทร.สั่งแจ้งให้หลบหน้าไปจนกว่าจะกำจัดแสนให้พ้นทางก่อนค่อยกลับมา...แสนเดินมากับพุฒ พุฒเกรงใจที่แสนมาช่วยชาวบ้านกลับต้องมาเจอเรื่องร้ายๆ แต่แสนกลับไม่หวั่น ถ้ายอมแพ้กับคนเหล่านี้ ประเทศชาติก็ไม่ต้องพัฒนากันพอดี พุฒจึงให้ระวังตัว แสนมาถึงรถตู้ถามชดคนขับรถถึงอันยา ชดรายงานว่า อันยาจ้างรถในหมู่บ้านกลับบริษัทไปแล้ว แสนเป็นห่วงโทร.ถาม แต่อันยาไม่รับสายเพราะโกรธที่เขาหักหน้าตนต่อหน้าชาวบ้าน

ooooooo

เย็นวันนั้น คุณหญิงเหมือนหงุดหงิดที่ติดต่อแสนไม่ได้ เธออยู่ในงานอีเวนต์เปิดตัวนํ้าหอมกลิ่นใหม่กับเมรีและอาโป เมรีแนะนำให้ตีสนิทเลขาของแสน คุณหญิงยิ่งขุ่นเคือง เพราะถ้าเป็นเลขาคนเก่าตนจัดการไปนานแล้ว แต่เลขาคนนี้มันกระดูกเบอร์สิบ

“ยัยอัลไซเมอร์นั่น หยิ่งมาจากไหนก็ไม่รู้ พูดถึงแล้วยังโมโหไม่หาย”

อาโปแทรกถามว่าเป็นลูกครึ่งหรือฝรั่งแท้ คุณหญิงค้อนขวับบ่นว่าแม่นั่นชื่อขึ้นต้นว่าอัน ตนจึงเรียกว่าอัลไซเมอร์ เมรีกับอาโปตาโพลงรีบถามว่าเลขาชื่ออะไร คุณหญิงกำลังนึก อิงค์กี้โผล่มาโยนแก้วน้ำใส่ถังขยะข้างๆ ทำให้น้ำกระเซนโดนสามสาวร้องวี๊ดว๊าย...

“ต๊าย...ขอประทานโทษนะคะ ไม่เห็นว่ามีคน ปกติบริเวณนี้มันเป็นที่สำหรับทิ้งขยะ”

“งั้นต้องเอาตัวเธอนั่นแหละ มากองทิ้งไว้เป็นอย่างแรก เพราะคิดสกปรกมากที่สุด”

“พูดแบบนี้กับพรีเซ็นเตอร์หลัก ตัวเสริมอย่างคุณหญิงระวังจะตกขอบเวที”

คุณหญิงเหมือนชะงัก อุ๊บอิ๊บผู้จัดการของอิงค์กี้ยืนยันว่าเจ้าของสินค้าเป็นคนเลือก เพราะเสน่ห์ความหอมเหมาะกับความแรงของอิงค์กี้ คุณหญิงหมั่นไส้แขวะว่าหอมแรงเท่าพฤติกรรมเหม็นๆของเธอ อิงค์กี้ร้องกรี๊ด เกิดการปะทะคารมยกใหญ่ อุ๊บอิ๊บรีบเตือนว่านักข่าวอยู่เต็ม ทั้งสองจึงทำทีเป็นคุยกันดีกลบเกลื่อนพอโดน สัมภาษณ์ ไม่วายต่างคนต่างบอกว่าเป็นแฟนแสน

สายข่าวรายงานเข้ามาทางมือถืออันยา ว่าเกิดศึกชิงหนุ่มของสองเซเล็บ อันยายิ้มเยาะที่แสนทำเป็นมาสั่งสอนตน แต่เรื่องตัวเองยังเอาตัวไม่รอด

ooooooo

วันรุ่งขึ้น แสนมาทำงาน พบอิงค์กี้อยู่ในห้องทำงานแทนที่จะเป็นอันยา อิงค์กี้ยิ้มเยาะไล่เลขาออกไปก็ดีแล้ว ตนจะหาคนใหม่มาแทน แสนกำลังจะบอกว่าไม่ได้ไล่อันยาออกเธอคงลาป่วย ไม่ทันพูด คุณหญิงเหมือนโผล่มาอีกคน เกิดมีปากเสียงกันจนแสนทนไม่ไหวขึ้นเสียง

“ขอโทษนะครับ...ขอโทษด้วยที่เสียงดัง พอดีผมต้องทำงาน ถ้าหากว่าพวกคุณมีปัญหากัน ขอเชิญไปคุยกันที่อื่น”

สองสาวตกใจเพราะไม่เคยเห็นแสนโกรธแบบนี้มาก่อน ต่างลนลานจะออกไปแต่ก็ไม่วายเกี่ยงกันอีก แสนยังกำชับว่าไม่ต้องหาเลขาคนใหม่มาให้เพราะตนไม่ได้ไล่อันยาออก

ด้านอันยา นั่งจิบกาแฟสบายใจอยู่ที่คอนโด มองจอโทรศัพท์ที่แสนโทร.เข้ามาแต่ไม่รับทำให้แสนวุ่นวายเพราะไม่รู้ตารางนัดหมายในวันนี้ จึงส่งข้อความหาอันยาให้โทร.กลับด่วน มีเรื่องต้องปรึกษา อันยากดอ่านแต่ไม่สนใจ ลองชุดสวยๆ แล้วโทร.ถามร้านประจำว่ารองเท้ารุ่นใหม่เข้ามาหรือยัง ถ้ามาแล้วตนจะเข้าไปดู สักครู่แสนส่งข้อความมาอีกว่า

“ต้องหาตารางงาน ขออนุญาตค้นที่โต๊ะทำงานคุณนะ”

อันยาอ่านแล้วทำท่าไม่พอใจ แต่แล้วนึกได้ว่าเขาไม่มีทางเจออะไร...แสนมาค้นโต๊ะทำงานอันยา ในลิ้นชักมีแต่เครื่องสำอาง เปิดตู้ไม่มีแฟ้มเอกสาร มีแต่กล่องรองเท้า อีกตู้มีแต่ของกินและแมกกาซีนผู้หญิง แสนแปลกใจว่าเอกสารหายไปไหนหมด ทันใด โทรศัพท์ที่โต๊ะอันยาดังขึ้น แสนรับสาย นึกว่าเป็นอันยา แต่กลายเป็นคุณวิชัย บอกว่านัดกับเขาไว้ตอนสิบโมง ไม่ทันไร มือถือแสนดังขึ้น เขารีบบอกคุณวิชัยขอรับอีกสาย

“ผมแสนพูดครับ คุณบันลือ มีนัดกับผมตอนสิบโมงวันนี้! ขอโทษครับ แต่แน่ใจเหรอครับว่าเรามีนัดกัน...อะไรนะ เลขาผมนัดให้!”

พลัน โทรศัพท์บนโต๊ะแสนดังขึ้นอีกเครื่อง แสนต้องยกโทรศัพท์บนโต๊ะอันยาและกำมือถือตัวเองเดินมารับโทรศัพท์ที่โต๊ะตัวเอง เป็นอีกคนที่โทร.มาต่อว่าที่นัดกับเขาสิบโมงอีกคน...

ในขณะที่อันยาออกมาช็อปปิ้งโดยมีคิมหันต์ช่วยถือของเธอหัวเราะร่าเมื่อนึกถึงความวุ่นวายที่แสนกำลังเจอ คิมหันต์ไม่ขำด้วยกลับเตือน

“เจ๊ มันเกินไปแล้ว ไหนบอกจะคิดแผนไปรายงานบอส แล้วนี่เล่นอะไรอยู่ ถ้าเขาโกรธจริงๆ ไล่เจ๊ออกจะทำยังไง”

“ฉันไม่ลืมภารกิจหรอกน่า แล้วก็ไม่มีทางให้อีตาด็อกเตอร์นั่น ไล่ฉันออกด้วย คอยดูนะ” อันยาหยิบมือถือมากดโทร.ออก โดยเปิดสปีกเกอร์โฟนให้คิมหันต์ได้ฟัง

ระหว่างนั้น แสนกำลังเคลียร์กับลูกค้า และขอจัดคิวนัดหมายใหม่ สายอันยาแทรกเข้ามาเขารีบกดรับแล้วต่อว่าทันที “อันยา นี่มันเรื่องอะไรกัน! ทำไมเอกสารถึงได้หายไปหมด แล้วทำไมคุณถึงนัดเจ้าหน้าที่แล้วก็ลูกค้าให้ผมซ้อนกันไปหมดแบบนี้”

คิมหันต์ฟังเสียงเข้มของแสนแล้วสะดุ้งแทน แต่อันยากลับไม่ยี่หระ เลือกเสื้อผ้าอย่างเพลิดเพลิน ปากก็บอกแสนว่า “ขอ...ขอโทษค่ะด็อกเตอร์ ฉันเพิ่งจะเห็นข้อความ ตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ แล้วได้ยินว่า บริษัทมีหนู ฉันกลัวของใช้เสีย ก็เลยต้องเอาเก็บไว้ในตู้...แค่กๆ” อันยาทำเสียงไอ “เรื่องนัดมันซ้ำซ้อนกันเหรอคะ ฉัน...ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้จริงๆ ตอนนั้นไข้มันคงจะขึ้นแล้วน่ะค่ะ ถึงได้จำอะไรผิดๆ ถูกๆ นี่...นี่ฉันคงทำให้คุณลำบากมากเลยใช่ไหมคะ เดี๋ยว เดี๋ยวฉันจะไปที่บริษัทเดี๋ยวนี้เลยค่ะ...ขอ...ขอกินยา แล้วก็แต่งตัวก่อน แค่กๆ” อันยาพูดไปทั้งที่มือหยิบชุดนั้นนี้มาทาบตัว เธอบอกแสนว่าประมาณสองชั่วโมงตนจะไปถึง”

“ไม่เป็นไร วันนี้คุณไม่ต้องมาทำงานหรอกผมขอโทษนะ ผมไม่รู้ว่าคุณไม่สบาย”

“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ฉันไม่ดีเองทำให้คุณมาเดือดร้อนวุ่นวาย ฉันจะไปค่ะ ฉันจะ...”

แสนแทรกขึ้น “อันยา ผมขอร้อง คุณพักผ่อนให้เต็มที่ ห้ามมาทำงาน แล้วถ้าอาการไม่ดีขึ้น อยากให้ผมช่วยอะไรก็รีบโทร.มาบอกนะครับ”

“ด็อกเตอร์...คุณดีกับฉันจริงๆ แค่กๆ...ขอบคุณมากนะคะ” อันยาอมยิ้มทำเสียงแหบพร่า ก่อนจะวางสาย หันไปยักคิ้วให้คิมหันต์ “ไงล่ะ อยากมาหักหน้าฉันก่อน ก็ต้องโดนแบบนี้”

“รู้ว่าเจ๊น่ะเทพ แต่ขอเหอะอย่าทำอะไรเสี่ยงๆแบบนี้อีก นอกจากสะใจแล้วได้อะไรไหม”

“ทำไมจะไม่ได้ นอกจากได้แก้เผ็ดเมื่อวานนี้แล้ว ถ้าอีตาด็อกเคลียร์คิวซ้อนไม่ได้ เพื่อนร่วมงานเกลียดขี้หน้าขึ้นมา เราก็อาจได้ปิดจ๊อบไงล่ะ” อันยาไม่รู้สึกอะไร กลับอ้างว่าการได้ออกมาช็อปปิ้ง มันทำให้สารเอนโดรฟินหลั่ง แล้วตนจะคิดเรื่องรายงานธกฤตได้...

หลังจากวางสาย แสนเปลี่ยนความรู้สึกมาเป็นห่วงอันยา เขาตามเมขลาให้มาช่วยเคลียร์อธิบายลูกค้าและนัดหมายใหม่ให้ จากนั้นเขาก็บอกให้เธอช่วยเรียนบุรินทร์ว่า ช่วงบ่ายตนจะเข้ากรุงเทพฯไปดูพวกอุปกรณ์ห้องแล็ปเพิ่ม เมขลาแย้งว่านัดหมายวันพรุ่งนี้

“เปลี่ยนใจแล้วครับ ไปวันนี้เลยดีกว่า อันยาดูไม่สบายมาก ผมอยากไปเยี่ยมอาการเธอ”

เมขลาขอไปเป็นเพื่อน แสนเห็นว่าดีเหมือนกันจะได้ไม่น่าเกลียดที่เขาจะขึ้นไปเยี่ยมอันยาบนห้อง

ooooooo
ตกเย็น อันยาถือถุงช็อปปิ้งเดินลั้ลลาเข้าคอนโด เสียงทวยเทพขัดความสำราญ ขอคุยด้วยหน้าตาซีเรียสอย่างมาก อันยาโวย บอกล้านครั้งแล้วให้นัดก่อนที่จะมาทวยเทพไม่สนใจ เขาโชว์รูปที่ให้นักสืบไปตามถ่ายเธอมาให้ดูและต่อว่าที่เธอไปทำงานใกล้ชิดกับแสน อันยาโกรธหาว่าเขาไม่รู้จักสิทธิส่วนบุคคลบ้าง

“ถ้าไม่ให้คนไปสืบ ผมคงไม่รู้ว่าอันโกหก หลอกทั้งผม ทั้งที่บริษัท เพื่อจะลดตัวไปเป็นเลขาให้ไอ้แสน ด็อกเตอร์บ้านนอกนั่น หลงเสน่ห์มันมากใช่ไหม”

“ฮ้า! ฉันเนี่ยนะหลงเสน่ห์ด็อกเตอร์ ไปกันใหญ่แล้ว โอ๊ย...ฉันจะพูดยังไงดี”

“ที่พูดไม่ได้เพราะว่ามันจริงใช่ไหมล่ะ รสนิยมคุณก็สูงมาตลอด ทำไมถึงได้ตกต่ำไปยุ่งกับคนโลว์โซแบบนั้น”

อันยาปรี๊ดสุดๆ...ขณะเดียวกัน เมขลาให้แสนเข้า ไปในคอนโดก่อน เธอจะแวะซื้อโจ๊กไปฝากอันยาแต่แล้วต้องมาเจอกับคิมหันต์ที่แวะซื้อเช่นกัน คิมหันต์ตกใจเกรงเมขลาจะรู้ว่าอันยาไม่ได้ป่วยจริง จึงหาวิธีรั้งเธอไว้เพื่อจะส่งข่าวบอกอันยา...พอมือถือดังอันยาจะรับสายทวยเทพปัด “นี่ยังจะสนใจเรื่องอื่นเหรอ...ผมไม่ให้คุณคุยกับคนอื่นตอนนี้”

อันยาโกรธจึงประชดว่าที่เขาพูดทั้งหมดเป็นความจริง ทำให้ทวยเทพโมโหขาดสติปลุกปล้ำอันยา...แสนสอบถามพนักงาน เธอบอกว่าอันยาอยู่ข้างล่าง เขาจึงเดินตามมาหา เห็นทวยเทพทำกับอันยาจึงเข้ามากระชากและต่อยเขากระเด็นไป ทวยเทพหันกลับมา พอเห็นหน้าแสน

“แก ไอ้ด็อกเตอร์กระจอก!” ทวยเทพโถมเข้าจะอัดแสนแต่กลับถูกแสนจับล็อกแขนไขว้หลัง ทวยเทพโวยวายด่าว่าแสนมายุ่งกับแฟนตน แสนชะงักผลักเขาออก แล้วบอกว่า ถ้าไม่อยากให้ยุ่งก็ควรให้เกียรติแฟนตัวเองบ้าง อันยาปฏิเสธ

“ไม่ใช่นะ เขาไม่ใช่แฟนฉัน!”

“คุณเงียบไปเลยดีกว่าอัน...ให้เกียรติเหรอ แล้วไอ้ที่แกมาหาแฟนฉันถึงคอนโดเนี่ย หมายความว่ายังไง”

แสนโต้อย่าคิดอะไรต่ำเกินไป ทวยเทพโวย ความคิดตนมันเหมาะกับสภาพกระจอกๆของเขา แสนยิ่งมองทวยเทพอย่างสมเพช “การศึกษากับฐานะ มันช่วยอะไรคุณไม่ได้จริงๆ”

ทวยเทพโมโหจะเข้าตั๊นหน้าแสน อันยาเข้าห้ามและไล่ทวยเทพกลับ ประกาศชัดเจนว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน อย่ามาให้เห็นหน้าอีก ทวยเทพเหวอทำไมทำกับตนขนาดนี้

“ก่อนจะว่าฉัน คุณควรจะสำรวจตัวเองก่อน ถ้าคุณไม่ล้ำเส้นฉัน เรื่องนี้มันคงไม่เกิดขึ้น”

อันยาขู่จะเรียก รปภ.มาจับเขาโยนออกไป ทวยเทพเสียหน้า ขู่เรื่องนี้ไม่จบแค่นี้แน่ เขากระแทกเท้าเดินไป แม่บ้านกำลังถูพื้นร้องเตือนให้ระวัง แต่ไม่ทัน เขาลื่นล้มอย่างหมดสภาพ อันยาเข้ามาดูแสนว่าเจ็บมากไหม แสนส่ายหน้าตอบว่าแฟนเธอท่าทางจะเข้าใจผิดอันยาโวย “ฉันขอย้ำพร้อมกับขีดเส้นใต้สองเส้น ทวยเทพเป็นแค่เพื่อนไม่ใช่แฟน ไม่รู้เขาทึกทักแบบนั้นได้ยังไง”

“คุณควรระวังตัวเอาไว้บ้าง...บางที คนใกล้ตัวก็น่ากลัวกว่าคนแปลกหน้า”

“แล้ว...คุณมาที่นี่ได้ยังไงคะ”

แสนมองอันยาที่ในมือมีถุงช็อปปิ้งหลายถุงอย่างผิดหวัง เขาเอ่ยว่าเป็นห่วงที่ป่วย ว่าแล้วก็หันหลังเดินกลับไป อันยาอึ้งทำอะไรไม่ถูก...เมขลาที่โดนคิมหันต์หลอกให้ช่วยเลือกซื้อขนมหวาน ถือถุงโจ๊กและขนมเข้ามา เห็นแสนเดินมาจึงอธิบายที่มาช้าเพราะอะไร แสนกลับบอกว่าไม่ต้องเข้าไปเยี่ยมอันยาแล้ว เมขลางงมองแสนที่เดินลิ่วๆออกไป จึงรีบวิ่งตามไปอย่างงงๆ

คิมหันต์ได้ยิน เดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น รีบเข้าไปหาอันยา เธอโวยว่าส่งข้อความมาช้า เขาโต้กลับส่งมานานแล้ว แต่เธอไม่เปิดอ่านเอง อันยาหน้าเศร้าให้เขาช่วยคิดหาทางแก้ปัญหา

“ก็ได้...อย่างมากเขาก็มองว่าเจ๊เป็นพวกกะล่อน ปลิ้นปล้อนไม่จริงใจ ต่อไปพูดอะไร เขาคงไม่เชื่อเจ๊อีกแล้ว...”

อันยาหน้างอ “ตอนแรกก็ไม่คิดมากเท่าไหร่ คิดหนักตอนแกพูดนี่แหละ...หรือฉันจะโทร.ไปบอกเขา ว่าถุงพวกนั้นเป็นของคนอื่น”

คิมหันต์เบ้หน้าไม่ทันแล้ว จับได้คาหนังคาเขาแบบนี้ จู่ๆเมขลาย้อนกลับมาเอาถุงของกินยื่นให้คิมหันต์ ฝากไปให้แม่เขาอย่างที่เขาหลอกให้ช่วยซื้อ อันยาถามว่าโกรธตนหรือเปล่า

“อันโกะ เธอรู้ไหม ด็อกเตอร์เป็นห่วงเธอมาก พอได้ยินว่าอันโกะป่วยรู้ว่าอยู่ตัวคนเดียวกลัวจะไม่มีคนดูแล ก็เลยชวนเมขึ้นมาเยี่ยม...ถ้าอันโกะไม่ได้ป่วย ทำไมถึงบอกว่าป่วยล่ะ”

อันยาอึกอักแก้ตัวไม่ออก เมขลาย้ำว่าแสนไม่ชอบคนโกหก เธอต้องหาทางเคลียร์ให้ดีๆ อันยาขอให้ช่วยด้วย เมขลาส่ายหน้าไม่รู้จะช่วยอย่างไร แล้วขอตัวกลับ...คิมหันต์ ชักร้อนตัวถ้าลูกพี่พัง ตนก็พังด้วย จึงขอเบอร์เมขลาจากอันยามาโทร.หาเธอ เมขลาเดินอยู่แปลกใจ

“อันโกะให้เบอร์ฉันกับคุณงั้นเหรอ ทำไมฉันไม่มีอะไรจะคุยกับแฟนของอันโกะหรอกนะ” คิมหันต์ตกใจปฏิเสธยกใหญ่ “เข้าใจผิด! ก็คุณเอาของไปส่งให้อันโกะ แล้วมาหาเขาถึงคอนโด ถ้าพวกคุณไม่ใช่แฟนกัน แล้ว...จะให้เรียกว่าอะไร”

“เฮ้อ เสียๆๆ หมดกัน ผมเป็นแค่รุ่นน้องเขาครับ ไม่เชื่อถามเขาได้ แต่คงตกใจน่าดู ที่มีคนคิดว่ากินเด็ก”

เมขลาจะแก้ตัว คิมหันต์ปัดไม่สำคัญ แต่ที่โทร.มาเพื่อจะอธิบายความจริงที่อันยาไม่ไปทำงาน เป็นเพราะตน เมขลาฟังคิมหันต์อึ้งๆ

ooooooo

ด้วยความเสียใจจากอันยา ทวยเทพนั่งดื่มคนเดียวในผับ เผอิญเมรีกับอาโปมาเจอ จึงเข้าประกบ คิดแผนมอมเหล้าเพื่อรีดความจริงจากเขา เมรีอดเย้ยอันยาไม่ได้ จึงถ่ายภาพคู่ใกล้ชิดส่งไปยั่ว อันยากำลังครุ่นคิดจะแก้ตัวกับแสนอย่างไร พอเห็นภาพที่เมรีส่งมาก็กลัวความแตก

อันยาบึ่งรถออกไปท่ามกลางการจราจรที่ติดอย่างร้ายกาจ เธอตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าไปจอดหน้าร้านอาหารร้านหนึ่งยัดเงินให้เด็กคุมรถแล้วเดินออกไปโบกมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปยังผับที่ทวยเทพอยู่ทันที...เมรีกำลังมอมเหล้าล้วงความลับ ทวยเทพรำพัน

“ผมสู้เอาใจเขาทุกอย่าง แบรนด์อะไรแพงแค่ไหน ผมประเคนให้ทั้งคอลเลกชั่น แล้วท่าทางอย่างไอ้นั่นเหรอ จะให้เขาได้เมรีกับอาโปยิ่งอยากรู้ว่าหมายถึงใคร พอได้ยินทวยเทพรำพันต่อว่า ไอ้ด็อกเตอร์กระจอกนั่นดีกว่าตนอย่างไร สองคนยิ่งอยากรู้ กระเหี้ยนกระหือรือเค้นถามชื่อ ทันใด อันยาเดินเข้ามาเรียกทวยเทพแล้วเข้าประคองจะพาเขากลับ ทวยเทพเห็นหน้าอันยาก็ดีใจต่อว่าเล็กน้อยแต่ พร้อมจะไปกับเธอ เมรีขวาง

“เดี๋ยว! จะไปไหน พวกฉันยังคุยกับคุณทวยเทพไม่จบ”

อันยาแกล้งถามทวยเทพคุยจบหรือยัง จะกลับกับตนไหม เขาพยักหน้ายอมไปกับเธอโดยดี เมรีเจ็บใจ อาโปต่อว่าเพราะเมรีโง่ส่งรูปไปเย้ยอันยา จึงตามมาถูก เมรีโกรธที่โดนด่า ยอมไม่ได้จึงตามมาเยาะอันยาที่รถ ว่าทำชั่วอะไรไว้ อย่านึกว่าตนไม่รู้ อันยาโต้

“แสนรู้...แต่เรื่องทำชั่วฉันไม่ถนัดเท่าเธอสองคนหรอก อยู่ในสมองกับสองมือเลยนี่”

เมรีร้องกรี๊ด แล้วสวมรอยว่ารู้เรื่องทั้งหมดจากทวยเทพแล้ว อันยายิ้มเยาะ อย่าทำแอ๊บสู่รู้ ถ้ารู้จริงจะตามมาสาระแนหาพระแสงเลเซอร์อะไร แล้วให้สองคนไปเปลี่ยนชื่อเสีย เป็นสอดกับแส่...พูดจบอันยาขึ้นรถขับออกไป เมรีร้องกรี๊ดไล่หลัง

อันยาขับรถพาทวยเทพมาส่งที่บ้าน และให้สาวใช้ที่บ้านเขาจัดการเช็ดเนื้อตัวเขา แต่ทวยเทพรู้สึกตัวขึ้นมา ไม่ยอมให้อันยากลับ จนเธอต้องยอมเล่าเรื่องจริงที่ต้องไปทำงานกับแสนและขอให้เขาปิดเป็นความลับ โดยเฉพาะกับเมรีและอาโป เพราะเมรีกำลังชิงตำแหน่งกับตน

“ผมเชื่อคุณ...ก็ได้ แต่ตกลงว่าเรื่องของเรายังเหมือนเดิม ใช่ไหมอัน...”

อันยาจำต้องพยักหน้าขอไปที ทวยเทพดีใจบอกเธอว่าเขารักเธอมากขึ้นกว่าเดิมอีก อันยาถอนใจเฮือก

ooooooo

เช้าวันใหม่ อันยาคิดคำแก้ตัวกับแสน จะบอกเขาอย่างไรดี ถึงเรื่องเมื่อวานที่โกหกว่าป่วย เธอเดินละเหี่ยใจมาที่รถ พลันเสียงแสนดังขึ้นข้างหลัง “ขอไปด้วยคนได้ไหมครับ”

อันยาชะงัก “นี่เรา เครียดเรื่องเขาจนประสาทหูหลอนไปแล้วเหรอ”

“พูดคนเดียวก็ได้แฮะ นี่แหละอันยาตัวจริง”

อันยาหันมามอง ตกตะลึงเมื่อเห็นแสนตัวเป็นๆยืนอยู่ เธอละล่ำละลักจะแก้ตัวเรื่องเมื่อวาน แสนชิงขอโทษเธอก่อน ที่ไม่ยอมฟังเธออธิบาย อันยาอึ้งฟัง

“ที่คุณโกหกว่าไม่สบาย ก็เพราะต้องไปช่วยเรื่องคอขาดบาดตายของเพื่อนรุ่นน้องคุณ...คุณเมบอกผม พอดีเขาได้คุยกับเพื่อนคุณชื่อคุณคิม เขาบอกว่าคุณต้องหยุดงานเพื่อมาช่วยเรื่องยุ่งให้ทางบ้านเขา...ต่อไปถ้ามีเรื่องอะไรก็บอกผมตามตรงได้นะอันยา ผมพร้อมจะรับฟังคุณเสมอ”

อันยาอึกอักรับลูก...อ้างว่าไม่แน่ใจ เหมือนเอาคนอื่นมาอ้าง แล้วอีกอย่างเรื่องถุงช็อปปิ้ง แสนปัดไม่อยากรู้ ขออย่างเดียว ต่อไปอย่าโกหก อันยารับคำอย่างแผ่วเบา โล่งอกที่รอดไปได้...

ด้านเมรีกับอาโป ยังแค้นเคืองจะต้องรู้ให้ได้ว่าด็อกเตอร์ที่ทวยเทพพูดถึงใช่แสนหรือเปล่า เมรีพยายามโทร.หาทวยเทพแต่เขาไม่รับสายเพราะเชื่ออันยาว่า สองคนนี้เป็นศัตรู

ส่วนอันยา กลัดกลุ้มจะเอาแผนอะไรไปรายงานธกฤตตามที่ขอเวลาไว้สามวัน...เธอแอบเข้าไปค้นแฟ้มงานในห้องเก็บเอกสารของเพียงพอดี เป็นเอกสารงานวิจัย เห็นชื่อหน้าแฟ้มเป็นชื่อศัพท์ทางการที่เธอไม่รู้เรื่อง ยิ่งกลุ้มใจ พลันเมขลาเข้ามาตาม บอกว่าบุรินทร์เรียกไปพบ

ภายในห้องทำงานของบุรินทร์ อันยานั่งจดบันทึกการประชุมของแสนกับบุรินทร์ แต่ในหัวเธอมีเรื่องกลัดกลุ้ม จึงเผลอต่อคำที่บุรินทร์พูดอย่างลืมตัว เมื่อบุรินทร์ถามแสน

“เรื่องแก้ไขดินเปรี้ยวของสมาชิกโครงการท่ีจังหวัดนครนายกไปถึงไหนแล้ว”

“ยังไม่ไปถึงไหนเล้ย แผนการของเรา” ในหัวอันยาตอบ

เสียงแสนตอบว่า “จะเริ่มดำเนินการแล้วครับ ปริมาณน้ำที่ต้องใช้ก็มีพอแล้ว”

“งั้นก็จะรออะไรล่ะ แกล้งเลยซี่” บุรินทร์แนะ

“อย่าท้านะ ใครเขาอยากจะรอ” อันยาพึมพำเบาๆออกมา

บุรินทร์ให้แสนลงมือแกล้งได้เลย อันยาโพล่งเสียงดังขึ้น “ก็อยากอยู่ แต่ไม่รู้จะแกล้งยังไง” สองหนุ่มชะงัก อันยารู้สึกตัว “ฮ๊ะ ฉัน ฉันเปล่านะ เปล่าจะแกล้งใครนะ เปล่า”

“เปล่าได้ยังไงคุณ ต้องแกล้งนะ” แสนกลับย้ำอันยานึกในใจว่าแสนต้องศึกษางานมากเกินไปจนหลุดโลก จึงบอกไม่ต้องแกล้งหรอก...บุรินทร์กลับย้ำอีกคนว่าต้องแกล้ง แกล้งหนักๆไปเลย จะได้หมดปัญหา อันยางง นึกในใจ

...หรือว่าเขาได้ยินความคิดเรา ไม่น่ะ ที่นี่เขาวิจัยด้านเกษตรไม่ใช่เหรอ ไม่ได้ทดลองทางจิตนี่...

“ผมบอกคุณตั้งแต่ตอนไปลงพื้นที่ดินเปรี้ยวครั้งแรกแล้วไงล่ะ ว่าเราต้องแกล้งดิน”

“แกล้งดิน!” อันยาตกใจกับคำพูดของแสน บุรินทร์พยักหน้าเห็นด้วย

“ก็ใช่น่ะสิ เราหมายถึงแกล้งดินเพื่อลดความเปรี้ยวของดิน คุณคิดว่าแกล้งอะไร” แสนถาม

“เอ่อ ฉัน...ฉัน ไม่ได้จำชื่อนี้น่ะค่ะ ฉันจำว่าวิธีลดดินเปรี้ยวเฉยๆ” อันยายิ้มแหยๆ

บุรินทร์ขำก๊าก ชอบใจที่แสนหาเลขาได้โก๊ะดี แสนปรามอย่าเรียกเธอแบบนั้น ให้เรียกว่า...อันโกะ...ไม่ใช่อันโก๊ะ เพราะตนไม่รับรองความปลอดภัย

อันยาหงุดหงิดกลับมาที่โต๊ะทำงาน “ก่อนคุณจะแกล้งดิน ฉันนี่แหละจะแกล้งคุณ ฮึ่ย...”

แสนมาได้ยิน ถามจะแกล้งใคร อันยารีบกลบเกลื่อนว่ากำลังศึกษาเรื่องแกล้งดิน แสนจึงบอกจะอธิบายให้ฟังระหว่างออกไปทำธุระข้างนอกกับตน อันยาแปลกใจจะไปไหนอีก

ooooooo

ระหว่างทางที่รถแล่นไปตัวจังหวัด แสนอธิบายเรื่องแกล้งดินให้อันยาฟัง เธอข้องใจ

“เข้าใจล่ะ ว่าต้องใช้ปูนขาวปริมาณมากซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่างมาผสมในดินที่เป็นกรด ให้ดินลดความเปรี้ยวลงแต่แค่ซื้อปูนขาว ให้ฉันโทร.สั่งให้ก็ได้ไม่เห็นต้องไปเองเลย”

แสนอมยิ้ม เห็นเพิงขายผักริมทาง แสนให้คนรถจอด แล้วลงไปซื้อผักจากป้าแก่ๆคนหนึ่ง อันยาแปลกใจที่ผักเป็นรูดูไม่สวยจะซื้อไปทำไม แสนถามป้าว่าปลูกเองหรือ ป้าตอบว่าใช่ปลูกกินเองแล้วเหลือมาขาย เขาจึงขอเหมาหมด อันยาตกใจมองแสนขนผักใส่รถ

“คุณท่าจะไม่เคยเข้าซุปเปอร์ ผักออร์แกนิคในนั้นใบใหญ่กว่านี้ตั้งเยอะ...อ๋อ ที่แท้ก็ใจดีสงสารป้าเขา”

“ผมเปล่าสงสารป้านะ...ชาวบ้านน่ะ เขาเข้มแข็งและผ่านอะไรๆยากๆมามากกว่าผม กว่าคุณเยอะ ผมต้องนับถือเขามากกว่าที่จะสงสาร ที่ผมซื้อเพราะอยากสนับสนุนเขาต่างหาก...เห็นใครปลูกผักไม่ใส่ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ผมอยากให้เขาทำต่อไป คุณเองก็น่าจะรู้ ทุกวันนี้มีพวกสารเคมีตกค้าง ทั้งในดินในน้ำ และในอาหารของเราไม่รู้ตั้งเท่าไหร่”

“ตามห้าง มีผักออร์แกนิค ผักอินทรีย์ให้ซื้อเยอะแยะไป”

“ใช่ ชนชั้นกลางที่มีสตางค์ก็พอจะมีทางเลือก แต่กับชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ เขาซื้อผักพวกนั้นไม่ได้ ทางที่ดีที่สุดเราต้องพยายามให้มีการปลูกผักอินทรีย์ในวงกว้างมากขึ้น”

“ค่ะ คุณสอน...น่าจะเปลี่ยนเป็นชื่อนี้แทนชื่อแสน”

แสนหัวเราะ หยิบถุงผ้าท้ายรถมาแบ่งผักยื่นให้อันยาไปลองทาน อันยาหาว่าตนต้องเป็นหนูทดลอง

แสนโต้ว่าเขาทดลองมานักต่อนักแล้ว นี่เป็นการหยิบยื่นสิ่งดีๆให้ อันยายิ้มเจื่อนๆมองผักที่เหลืออีกมากมาย...แต่พอมาถึงร้านค้าวัสดุที่แสนมาสั่งปูนขาว เขาก็เอาผักที่เหลือทั้งหมดให้เฮียกับภรรยา ทั้งสองขอบอกขอบใจและแจกลูกน้องในร้าน ทุกคนต่างชอบใจ

“ขอบคุณมากนะ เดินทางดีๆล่ะ แล้วของที่สั่งไว้ เราแถมให้อีกตันนึงเลย...เอาไปเถอะจะได้ทำบุญร่วมกับด็อกเตอร์ กับบริษัทด้วย ช่วยๆกันนะ” เฮียกับภรรยาออกมาส่งที่รถระหว่างนั่งรถกลับ แสนเห็นอากัปกิริยาของอันยา จึงถามว่า อยากพูดอะไรก็พูดมา

“ฉันรู้แล้วว่าทำไมคุณต้องมาด้วยตัวเอง ไม่แค่โทร.สั่ง...ถ้าไม่มาเองก็จะไม่ได้ของแถม”

“คุณนี่ คิดอะไรเป็นต้นทุนกำไรหมดเลยใช่ไหม” แสนแซว “จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจเรื่องนั้นผมไม่ได้หวังอะไร ที่ผมหวังคือได้เจอหน้าค่าตากัน มันสัมผัสความจริงใจกันได้”

อันยาหน้าตึง คิดว่าเขาแขวะเรื่องเมื่อวานแสนรีบขอโทษ ไม่ได้หมายถึงการโกหกอย่าโทษตัวเองอันยานึกในใจ เพราะเขานั่นแหละทำให้ตนต้องโกหก

ooooooo

เมื่อทวยเทพไม่รับโทรศัพท์ เมรีกับอาโปจึงบุกมาที่ บริษัทเฮลท์ตี้ฟู้ดของเขา เมรีพยายามกล่อมให้เขาเชื่อว่าถูกอันยาหลอก และให้บอกว่าอันยากำลังทำอะไร แต่เพราะทวยเทพรับปากอันยาไว้จะไม่บอกใคร จึงปฏิเสธเมรีอย่างไม่ไยดีแล้วคิดเข้าข้างตัวเอง หรือเมรีหลงเสน่ห์ตน

อันยาเดินจงกรมอยู่ในห้องพักที่คอนโด ครุ่นคิดจะเอาแผนอะไรไปบอกธกฤต เพราะจะครบสามวันตามนัดหมายแล้ว...คิมหันต์กำลังผัดผักที่อันยาได้มาให้

“กินเติมพลังก่อน คะน้าน้ำมันหอย ของฝากจากคนที่เราจะทำร้ายเขา” คิมหันต์ประชด

“นึกเหรอว่าพูดงี้แล้วไม่กล้ากิน...ขั้นตอนการแกล้งดินก็อ่านทวนไปไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้ว ทำไมมันคิดไม่...ใช่แล้ว!” อันยาตักผักเข้าปากแล้วร้อง “ใช่รสชาติแบบนี้ล่ะ เห็นหน้าตาเบๆ ทำไมทั้งสดกรอบ หวานนิดมันหน่อย อร่อยได้ใจอย่างนี้”

“โธ่...นึกว่าคิดแผนการออก ให้มันได้งี้สิ”

พลันมือถืออันยาดัง มองหน้าจอเป็นทวยเทพ อันยาทำหน้าเซ็งไม่สนใจ คิมหันต์ต้องเตือนให้รับเสียเพราะเขากำความลับของเธออยู่ อันยาหัวเสียรับอย่างเสีย ไม่ได้ ทวยเทพโทร.มาชวนไปดินเนอร์...อันยาจำใจมาด้วย เขาพาเธอมาร้านอาหารญี่ปุ่น อันยาเขี่ยอาหารไปมาบอกเขาให้รีบกิน ตนต้องกลับไปทำงาน ทวยเทพจึงเล่าเรื่องเมรี พูดทำนองว่าเธออาจมาสนใจเขา อันยากลับย้อนว่า พวกนั้นคงรู้ว่าเขาบ้ายอ ทวยเทพชักสีหน้าอันยาชะงัก

“เอ่อ ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ดีนะ พวกเขารู้จักหาข้อดีของคุณมาชมคุณ...”

“ไม่เป็นไร อารมณ์ขึ้น แสดงว่า...หึง” ทวยเทพคิดเข้าข้างตัวเอง

อันยาแทบสำลัก วางตะเกียบบ่นเลี่ยน แล้วทำท่าอยากจะบ้า...จากนั้น ทวยเทพมาส่งอันยาที่คอนโดเขาบอกเธอว่าเขามีความสุขมาก ที่เธอกลับมาอยู่ข้างๆเขาอีก อันยาถอนใจจะเดินไปทวยเทพคว้ามือเธอไว้ แล้วยื่นหน้ามาขอรางวัล อันยาผลักเขาออกแต่ก็เกรงเขาโกรธ

“คุณ...คุณทำฉันตกใจเมื่อวันก่อน ฉัน...ฉันว่ามันยังไม่ถึงเวลา”

ทวยเทพเซ็ง “แหม จะตกใจอะไรนักหนา โอเค ผมจะรอแต่อย่าให้นานนักนะครับ อย่าลืมว่ามีคนรอต่อคิวคุณอยู่”

อันยาแอบเบ้หน้า ช่างหลงตัวเองจริงๆ ทวยเทพยังทิ้งท้ายให้เธอไปบำรุงผมบำรุงผิวเสียบ้าง ตากแดดจนกร้านแล้ว อันยาร้อนตัว กลับขึ้นห้องค้นครีมบำรุงมาสำรวจ มีอันไหนหมดอายุบ้าง แล้วฉุกคิดยิ้มกระหยิ่มใจ

“คิดออกแล้ว! ทีนี้แหละ ด็อกเตอร์แสน คุณได้ออกจากงานแน่”...

เช้าวันทำการ ที่ลานจอดรถบริษัทเพียงพอดี อันยาหลบอยู่มุมหนึ่ง พยายามโทร.ติดต่อคิมหันต์อย่างร้อนใจ เพราะได้เวลาจะเดินทางแล้วยังไม่ติดต่อกลับมา แสนเดินมาเห็นท่าทีกระวนกระวายของเธอ ก็ถามอย่างห่วงใย ไม่สบายหรือเปล่า อันยาสะดุ้งปฏิเสธพัลวัน

“คุณคงกังวลเพราะเหตุร้ายเมื่อครั้งก่อน แต่ยังไงเรื่องก็ถึงตำรวจไปแล้ว ผมว่าพวกนั้นคงยังไม่ลงมือในเร็วๆนี้หรอก ไม่ต้องกลัวนะ”

อันยารับคำ สีหน้ายังกังวล แสนปลอบถึงตนจะรับรองไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ตนรับรองว่าจะดูแลเธอให้ปลอดภัยเหมือนทุกครั้ง อันยาอึ้ง นึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ที่เขาปกป้องคุ้มครองมาตลอด แล้วยิ่งอึดอัดใจกับสิ่งที่ตนกำลังจะทำกับเขา เธอเผลอพึมพำ พอเขาถามอะไรนะ

“เปล่าค่ะ คือฉัน...ฉันน่าจะเป็นอย่างคุณบ้างน่ะค่ะ ที่ไม่กลัวอะไรเลย”

“ผมคนธรรมดานะคุณ ทำไมจะไม่กลัว...แต่ว่าผมมีวิธีคิดเพื่อให้ตัวเองทำงานตรงนี้ได้”

“ยังไงเหรอคะ...”

“ก็แทนที่เราจะมัวกลัวกับอุปสรรค ผมจะคิดถึงสิ่งดีๆ ที่จะเกิด ถ้าหากเราลงมือทำ อย่างวันนี้ เราไม่ได้แค่ไปลงพื้นที่ แต่กำลังมอบโอกาสในการทำมาหากินให้กับชาวบ้าน เพื่อให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” สีหน้าแสนเต็มไปด้วยความหวัง ความจริงใจ

ยิ่งทำให้อันยายิ้มฝืดๆ ในใจอึมครึมกว่าเดิม...ขณะเดียวกัน ครอบครัวพุฒกำลังคุยกันถึงอนาคตว่าผลผลิตต่อไปนี้ จะมีกำไรมากถึงขนาดส่งแตงกวาเรียนจนจบ แตงกวาขอเรียนถึงด็อกเตอร์แบบแสน แล้วตนจะกลับมาพัฒนาหมู่บ้านนกกระเต็น

แต่กลับมีกำนันโกมลกับลูกน้องมาเป่าหูชาวบ้าน ว่าการปลูกข้าวโดยไม่ใส่ปุ๋ย ไม่ฉีดยา เพลี้ยลงนิดเดียวก็เจ๊ง ชาวบ้านที่จับกลุ่มกันอยู่เริ่มลังเล พุฒกับครอบครัวมาถึง แย้งว่า

“ทำได้สิ มันต้องลองเปลี่ยนบ้าง ที่ผ่านมาเราก็ใช้ปุ๋ย ใช้ยา ปลูกแบบนี้กันมาตั้งกี่ปีแล้ว ไม่เห็นจะมีเงิน มีแต่หนี้...”...ชาวบ้านได้ฟังเริ่มเขวไปทางพุฒ

ooooooo

ตอนที่ 4

ชาวบ้านเบนมาเห็นด้วยกับพุฒที่ว่าการทำนา แบบต้องซื้อปุ๋ย ซื้อยาฆ่าแมลง ทำให้ไม่มีกำไรแถมยังเป็นหนี้ แต่โกมลโต้ว่า เพราะไม่รู้วิธีบริหารเองมากกว่า ที่แน่ๆมัวรอวิธีแกล้งดินของแสน รับรองขาดทุน มีใครรู้บ้างว่าวิธีนี้ขั้นตอนเยอะแค่ไหนชาวบ้านเริ่มเอนเอียงอีก

โกมล สาธยาย “ต้องใส่ปูนขาว กักน้ำ ระบายน้ำแล้วพักดินอีก เสียเวลาตั้งมากตั้งมาย สู้ใส่ปุ๋ยเคมีไม่ได้ ใส่ปุ๊บปลูกได้ปั๊บ ของมันดีกว่าเห็นๆ พวกเอ็งจะรออะไร”

“อัดปุ๋ยลงไปได้ผลเร็ว แต่ว่าดินเสื่อมโทรม...วิธีแกล้งดิน ในหลวงท่านทำให้ที่เสื่อมโทรม กลายเป็นที่ทำกินของชาวนาชาวไร่มาเยอะแล้ว” เสียงแสนขัดขึ้น

ทุกคนหันมา มองแสนที่เพิ่งมาถึง แล้วตั้งใจฟังแสน แต่โกมลยังโต้ว่าดินที่นี่ไม่ได้เสื่อมขนาดนั้น แค่ใส่ปุ๋ยก็ใช้ได้แล้ว มัวรอแกล้งดิน ผลาญเวลาไปเปล่าๆ แสนแย้ง

“ไม่เสียเวลาเปล่าหรอกครับ วิธีของเราใช้ธรรม– ชาติดูแลธรรมชาติระยะยาวแล้วจะประหยัดมาก ไม่ต้องเสียเงินซื้อปุ๋ย ซื้อยาฆ่าแมลง ทุกคนคงรู้ดีว่าค่าใช้จ่ายสองอย่างนี้สูงแค่ไหน”

โกมลไม่ชอบใจหาว่าวิธี เก่าใช้กันมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ทำไมจะทำต่อไม่ได้ แสนพยายามอธิบายว่าใช้ได้ แต่จะไม่ถึงรุ่นหลาน เพราะดินกับน้ำจะเสื่อมเสียหมด ตอนนี้บ่อน้ำที่ขุดก็ดื่มกินไม่ได้แล้ว ถ้ายังใช้วิธีเดิมปุ๋ยเคมีแค่ไหนก็ช่วยไม่ได้อีกแล้ว

อันยายิ่งร้อนใจว่า คิมหันต์ทำสำเร็จตามแผนหรือไม่...ในขณะที่คิมหันต์ต้องไปดักรถขนปูนขาวที่มา ส่งให้แสน แล้วแกล้งหลอกให้คนขับกับคนที่มาด้วย ลงมาช่วยเข็นรถให้ตน จากนั้นก็ให้คนที่ตนจ้างมา ช่วยกันเปลี่ยนถุงปูนขาวในรถ

พอรถขนปูนขาวมา ถึงที่นาของพุฒ ก็ขอโทษขอโพยที่มาช้า โกมลหงุดหงิดเรียกลูกน้องกลับ เผอิญเห็นถุงปูนขาวในกระบะรถแตก มีปูนขาวไหลออกมาเป็นสีออกเหลืองๆ ก็ยิ้มเยาะตะโกนเสียงดังให้ทุกคนได้ยินว่า “เฮ้ย! ปูนเสีย”

แสนและทุกคน ตกใจรีบเข้ามาดู โกมลให้ลูกน้องเช็กทุกถุง ปรากฏว่าเสียแทบทุกถุง พุฒกับชาวบ้านหน้าเสีย มองแสนเชิงตั้งคำถาม แสนรีบถามคนส่งของว่าเช็กของก่อนจะออกมาหรือเปล่า คนขับรถตอบว่า เจ๊เป็นคนเช็กเองกับมือ โกมลแกล้งเปรย สงสัยเห็นพวกชาวบ้านโง่ ชาวบ้านเคืองพากันจะกลับ อันยาเห็นสีหน้าแสนแล้วสงสาร แต่ข่มใจเตือนตัวเอง

“แค่ครั้งนี้ อันยา...มันก็จะจบแล้ว...”

แสน กล่าวขอโทษพุฒและบอกว่าจะรีบเช็กกลับไปที่ร้านและให้จัดของมาใหม่ พอแสนโทร.กลับไปที่ร้าน เฮียกับเจ๊ตกใจมากเพราะเช็กของเองกับมือ รับปากจะส่งของให้ใหม่แต่ขอเวลาสองวัน...โกมลได้ยินแสนบอกพุฒ ก็รีบเสนอทันที

“พุฒ...ถ้าแกไม่รอปูน ฉันจะลดราคาปุ๋ยให้แก 30 เปอร์เซ็นต์เลย”

แสนรับรองจะหาของที่อื่นมาให้ โกมลเยาะแค่ปูนขาวยังต้องรอ ต่อไปต้องรออะไรอีก ดอกเบี้ยบานพอดี แสนเครียด พุฒตัดสินใจ

“ก็ได้ครับ...”

“มันต้องอย่างนี้สิ คิดอะไรให้มันเด็ดขาด รับไปเอาปุ๋ย เอายาที่ร้านข้ามาได้เลย” โกมลย้ำ

“นา อินทรีย์ปีที่แล้ว ถ้าไม่ได้พันธุ์ข้าวของด็อกเตอร์ ผมคงแย่ ผมจะรอครับ แต่ผมอาจจะรอได้ไม่นานนะครับ เพราะถ้าเลยไปกว่านี้ จะทำนาไม่ทัน” พุฒกล่าวกับแสน

โกมลเหวอ โกรธเดินบ่นกลับไปว่าโง่ที่เชื่อแสน ...แสนสัญญากับพุฒว่าภายในสองวันทุกอย่างต้องเรียบร้อย อันยาฟังแล้วเครียดขึ้นไปอีก...หลังจากนั้น อันยาแอบมาพบคิมหันต์ที่หลังกอไม้ใหญ่ลับตาคน บ่นว่าแสนต่อรองกับพุฒจะดำเนินการใหม่ ตนจะทำอย่างไรดีโกมลผ่านมาได้ยิน โผล่พรวดเข้าเยาะเย้ย

“ที่แท้ก็เป็นแผนของเธอนี่เอง ไอ้ด็อกเตอร์มันคงช็อกถ้ารู้ว่าเลขาคนสนิททำพิษแบบนี้”

“ไม่ได้นะ พวกคุณห้ามบอกด็อกเตอร์นะ!” อันยาตกตะลึง

คิมหันต์ พลอยเครียดไปด้วย พวกโกมลสะใจที่แสนโดนหลอก อันยาคิดหาทางออก ย้อนถามว่า สะใจแล้วได้อะไร ถ้าอยากขายปุ๋ยขายยาฆ่าแมลงเหมือนเดิมก็ต้องร่วมมือกัน คิมหันต์ชะงักสะกิดอันยา เธอกระซิบกลับไม่มีทางเลือกแล้ว โกมลไม่ไว้ใจ

“แล้วทำไมพวกฉันต้องเชื่อเธอ เธอหักหลังได้แม้แต่เจ้านายตัวเอง”

“ด็อกเตอร์แสน ไม่ใช่เจ้านายจริงๆของฉัน ฉันถูกจ้างมาให้ทำลายหน้าที่การงานของเขา”

“ฮ่าๆสนุกจริงๆ นึกแล้วว่าคนอย่างไอ้ด็อกเตอร์ ต้องขวางหูขวางตาเขาไปทั่ว อยากเห็นวันที่มันย่อยยับซะจริงๆ”

“คุณจะได้เห็นเร็วขึ้น ถ้าหากร่วมมือกับฉัน ว่ายังไงล่ะ”

โกมล มองอันยาอย่างชั่งใจก่อนจะตัดสินใจ... คิมหันต์ไม่คิดเลยว่า อันยาจะเอาตัวรอดไปได้ลื่นไหลยิ่งกว่าปลาไหลเสียอีก พลิกวิกฤติเป็นโอกาส ดึงศัตรูมาอยู่ข้างเดียวกันได้

“เคยได้ยินไหม ศัตรูของศัตรู คือมิตร...เอามิตรไว้ใกล้ตัว แต่ต้องเอาศัตรูไวใกล้ตัวกว่า” อันยาบอกคิมหันต์เมื่ออยู่กันตามลำพัง

คิมหันต์สุดทึ่ง แต่ยังสงสัยว่าโกมลจะช่วยอะไรได้ อันยาว่าความลับของตนเริ่มมีคนรู้มากขึ้น ทำอะไรต้องรอบคอบ ฉะนั้น มีแนวร่วมยังดีกว่าไม่มี ส่วนที่เหลือตนจัดการเอง

ooooooo

นับวัน อันยาก็ต้องเหนื่อยใจมากขึ้น แม้แต่กับทวยเทพ ที่ต้องทำดีด้วยเพราะเขากำความลับไว้ เธอจำต้องมาเที่ยวดูหนังกับเขา ทั้งที่อ่อนเพลียจนหลับคาโรงหนัง ทวยเทพหันมาเจอยิ้มกริ่ม ยื่นหน้าจะจูบแก้มเธอ แต่เผอิญเสียงระเบิดในหนังทำให้อันยาสะดุ้งตื่นมาเสียก่อน

ทวยเทพคอหดโกหกว่าเห็นยุงจะกัดแก้มเธอ อันยาไม่ค่อยไว้ใจ บ่นอยากกลับบ้านนอน ทวยเทพท้วง “อันนี่... คุณไม่สนุก ไม่มีความสุขที่เราอยู่ด้วยกันเลยเหรอ”

อันยานึกได้รีบแก้ตัว ตนแค่เพลียจากการเดินทางและการทำงาน ทวยเทพจึงบอกว่านี่แหละตนถึงอยากให้เลิกทำงานบ้าๆนั่น อันยาต้องข่มใจ หาวิธีพูดให้เขาพอใจว่า ถึงอย่างไรตนก็ให้เวลาอยู่กับเขา ทวยเทพหลงดีใจว่า คงถึงเวลาที่อันยายอมโอนอ่อนให้ใจ ให้กายตนแล้วแน่ๆ...

วันต่อมา แสนเครียดที่หาปูนขาวร้านอื่นๆไม่ได้เลย หารู้ไม่ว่า อันยาให้โกมลล็อบบี้ร้านใกล้เคียงไม่ให้ขายปูนขาวแก่เขา...อันยาทำทีช่วยโทร.หาของแล้วรายงานแสนว่า

“โรงงานที่ไกลออกไป ก็ไม่มีของค่ะ เขาบอกว่า ต้องส่งให้ที่อื่น”

“ไม่น่าเชื่อ ปกติปูนขาวไม่ใช่ของหายากขนาดนั้น...รู้สึกในลิสต์ของบริษัท จะมีรายชื่อร้านค้าวัสดุอยู่อีกนะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจะลองติดต่อดูเอง”

อันยาตระหนกรีบเสนอจะเป็นคนจัดการให้ เขากลับบอกให้ช่วยๆกัน แล้วแบ่งรายชื่อร้านให้เธอ อันยาร้อนรนจะทำอย่างไรดี พลันโชคช่วย...เสียงอิงค์กี้แปร๋นขึ้นมา

“ด็อกเตอร์คะ อยู่รึเปล่าเอ่ย”

อันยาทำตามหน้าที่เข้าขวาง อ้างเข้าพบได้เฉพาะแขกที่นัดหมาย อิงค์กี้ตวาด สนิทระดับตน ไม่ต้องนัดก็ได้ อันยาโต้ว่าแสนไม่เคยบอกว่าเธออยู่ในกรณียกเว้น อิงค์กี้โวย

“เอ๊ะ! พูดไม่รู้เรื่องรึไง”

“ฉันพูดรู้เรื่อง แต่คุณฟังรู้เรื่องรึเปล่า ด็อกเตอร์งานยุ่ง คุณต้องนัดก่อนถึงจะพบได้”

อันยาแอบยิ้มที่มีตัวช่วยแล้ว แกล้งกดมือถือตัวเองเข้าเครื่องที่โต๊ะทำงาน พอเสียงโทรศัพท์ดังก็หัน ไปสบตาแสนขอไปรับสาย อ้างเกรงเป็นร้านปูนโทร.มา อิงค์กี้ได้โอกาสบุกเข้าประชิดแสน แล้วบ่นว่าเลขาของเขาไม่มีมารยาท...อันยาโล่งใจที่แสนคงทำงานไม่ได้ไปพักใหญ่

อิงค์กี้ทำอาหารมาให้แสนกิน เขาปฏิเสธอย่างนุ่มนวล เธอไม่ท้อ จู่โจมเข้านวดไหล่ให้แทน อ้างจะได้คลายเครียด ไม่ทันไร คุณหญิงเหมือนโผล่มาอีกคน พอสองสาวเจอกันก็ปะทะฝีปากกันตามเคย แสนสุดระอาขอร้องให้ทั้งสองหยุด ตนต้องการทำงาน ว่าแล้วแสนก็เดินออกจากห้อง กำชับไม่ให้ใครตาม...แสนตรงมาหาอันยาเพื่อถามติดต่อร้านไหนได้บ้าง อันยาโกหกไปว่า มีบางร้านแต่ขอเวลาสองอาทิตย์ แสนยิ่งกลัดกลุ้มเป็นไปได้ไง อันยาร้อนตัว

“หรือว่าคุณไม่เชื่อฉัน!”

“ผมจะไม่เชื่อคุณได้ยังไง ถึงเราจะเพิ่งร่วมงานกัน แต่คุณทำหน้าที่เลขาให้ผมดีที่สุดเท่าที่ผมเคยมีเลขามา ผมเชื่อคุณอยู่แล้ว แต่เรามีเวลาแค่สองวัน จะทำยังไงดี”

อันยาแสร้งทำเป็นปลอบใจ เราจะต้องหาได้...แสนเดินกลับไปกลับมาด้วยความเครียด อันยาบอกเขาว่าสองสาวนั่นอาจจะกลับไปแล้ว เพราะตนไปบอกพวกเธอว่า เขาออกไปธุระข้างนอก แสนขอบคุณที่ช่วย อันยาตอบติดตลกว่า

“ยินดีให้บริการค่ะ รับขนมจีบ ซาลาเปาเพิ่มไหมคะ”

จากที่เครียด แสนยิ้มออกมา อันยารีบบอกว่า ยิ้มแบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย แสนสบตาเธอเพลิน พลันรอยยิ้มต้องเจื่อนลง เมื่อเขาเห็นทวยเทพเดินเข้ามา อันยามองตามสายตาเขา เห็นทวยเทพถือถุงจากห้างดังมาด้วยก็หน้าตึง เผอิญ เอกชัย เพียงดาวและเมขลาเดินมา เสียงอันยาถามทวยเทพมาทำอะไรที่นี่ ทวยเทพตอบเสียงดังจงใจให้ทุกคนได้ยิน

“ผมก็มาหาผู้หญิงที่ผมรัก ผมมีข่าวดีมาบอกด้วยนะอันนี่”

“ข่าวดีอะไรของคุณ”

“ผมจองรีสอร์ตสุดหรูบนเกาะเสม็ดไว้แล้ว ไปเสม็ดกันนะจ๊ะ อันของผม”

อันยาถลึงตาใส่ ไว้เลิกงานค่อยคุยกัน ให้กลับไปก่อน เขาหวั่นสายตาดุของเธออยู่เหมือนกัน แต่อยากวางก้ามข่มแสน จึงต้องยื้อต่อ บอกอันยาว่าตนมีของมาฝากด้วย เขาหยิบชุดบิกินี่สีแดงออกจากถุง โชว์ให้เธอดูว่า เขาซื้อมาเข้าชุดกับกางเกงว่ายน้ำของเขา  อันยาทั้งโกรธทั้งอายสั่งให้เก็บเดี๋ยวนี้

“แหม...แค่นี้ก็ต้องอาย คนเรารักกันใส่ชุดว่ายน้ำสีเดียวกันน่ารักจะตาย ดูสิสีแมตช์กันมาก”

แสนสุดทนกับกิริยาของทวยเทพ จึงเตือนว่าควรจะคุยเรื่องส่วนตัวที่อื่น ไม่ใช่สถานที่ทำงานแบบนี้ ทวยเทพ โต้ว่าตนคุยกับอันยา แสนจึงย้ำ ถ้าเห็นแก่คนรักก็ควรจะเคารพและให้เกียรติเธอมากกว่านี้   ไม่เห็นหรือว่า ทำให้เธออึดอัด ทวยเทพโมโห

“แส่อีกแล้ว!”

เพียงดาวเห็นเรื่องไปกันใหญ่จึงทำทีเรียก รปภ.ทวยเทพชะงัก อ้างไม่อยากมีเรื่องกับคนกระจอก และเรียกอันยาให้กลับไปกับตน แต่อันยาปฏิเสธมีงานต้องทำ เขาเสียหน้ามาก อันยาเข้ากระซิบ ถ้างานตนไม่เสร็จตนก็ไปเที่ยวกับเขาไม่ได้ ทวยเทพหลงเชื่อจึงบอกว่าคืนนี้คุยกัน

อันยาถอนใจมองทวยเทพเดินปึ่งๆกลับออกไป เพียงดาว เอกชัยและเมขลาซุบซิบกันใหญ่ว่า อันยาไม่น่ามีแฟนแบบนี้...อันยากลับมาทำงานต่อสรุปกับแสนว่า ตนจะถามคนรู้จักให้ว่ามีร้านไหนขายปูนขาวบ้าง ไม่ต้องห่วง แสนนิ่งๆก่อนจะเตือน

“เดี๋ยวก่อนครับ คือผมไม่อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคุณ แต่นายทวยเทพนั่นเขาเคยข่มเหงคุณมาแล้ว ทั้งที่เขาอันตราย ทำไมคุณถึงยัง...”

“ฉันรู้ค่ะ แต่...ความจริง เขาก็...ไม่ได้ทำตัวแย่แบบนั้นทุกวันนะคะ”

“คุณไว้ใจคนเกินไป คนบางคน พูดดีทำดีกับเรา เพราะมีจุดประสงค์อื่น...ผมคงจะพูดมากไป ผมแค่...ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นกับคุณอีก” แสนสบตาเธออย่างห่วงใย

“ด็อกเตอร์คะ ฉันกับเขาเป็นแค่เพื่อนกันนะคะ แต่ทวยเทพเขาเป็นคนที่โดนปฏิเสธแรงๆไม่ได้ ฉันเลยว่าจะค่อยๆหาทางห่างเขา” อันยาทนไม่ได้พยายามอธิบาย

แสนตัดบทมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเธอ อันยาอึ้ง รู้สึกเหมือนเด็กทำผิด ร้อนรนในใจ

ooooooo

เสียงบุรินทร์หัวเราะร่า เมื่อฟังแสนบ่นเรื่องอิงค์กี้กับคุณหญิงเหมือน ถึงกับเอ่ย ฮอตทั้งเจ้านาย ทั้งลูกน้อง เรื่องหัวใจนี่อลหม่านจริงๆ เขารู้สึกว่าแสนเป็นห่วงอันยามาก แสนข้องใจ

“ผมไม่เข้าใจ ทั้งๆที่รู้ว่าคนคนนั้นไว้ใจไม่ได้ ทำไมเขายังเอาตัวเองไปเสี่ยงอีก”

“เรื่องของหัวใจมันก็แบบนี้แหละ ใช้เหตุผลมาอธิบายไม่ได้ ไม่เคยเห็นเหรอ พวกที่ปากบอกว่าไม่ แต่ตัวไม่เคยห่างออกมาได้ เดี๋ยวรักเดี๋ยวเลิกจนนับครั้งไม่ถ้วน”

แสนไม่อาจยอมรับได้ บุรินทร์แนะให้ลองมีความรัก จะเข้าใจเอง แสนว่าตนคงรักคนที่ทำร้ายตัวเองแบบนั้นไม่ได้ บุรินทร์นึกได้ถามถึงเรื่องปูนขาว แสนถอนใจสงสัยโดนแบล็กลิสต์ บุรินทร์คิดว่าถ้ามีการขัดผลประโยชน์คนบางคน มันก็เป็นธรรมดา แต่เราก็ต้องทำงานให้ถึงที่สุด แสนกลัดกลุ้มรับปากพุฒไว้แล้ว จะแก้ไขให้ภายในสองวัน แต่นี่ยังหาปูนขาวไม่ได้เลย

คืนนั้น อันยาต้องมาอ้อนทวยเทพขอร้องให้เลื่อนการเที่ยวออกไป รอให้ตนเสร็จภารกิจก่อน แล้วตนจะมีเซอร์ไพรส์ให้ด้วย ทวยเทพตื่นเต้นยอมแต่โดยดี...อันยาแอบมาเข่นเขี้ยว เสร็จภารกิจเมื่อไหร่ เจอเซอร์ไพรส์ปิดฉากแน่...จากนั้นความคิดเป็นห่วงแสนก็แว่บเข้ามา เธอพยายามสลัดมันออกจากหัว

รุ่งขึ้น แสนขับรถพาอันยาออกมาหาร้านค้าที่จะซื้อปูนขาวซึ่งอยู่นอกเมือง เธอตาเหลือกถามทำไมไม่ใช้โทรศัพท์สั่ง เขาตอบว่าไปดูเองเลยดีกว่า จะได้แน่ใจว่ามีของหรือไม่ แถมบอกว่าพอถึงร้านให้ทำทีเป็นลูกค้าทั่วไป อย่าบอกชื่อบริษัทจนกว่าซื้อของได้แล้วจะได้ไม่มีปัญหา

ในขณะที่โกมลมาเกลี้ยกล่อมพุฒให้เลิกรอแสน แล้วหันมาซื้อปุ๋ยที่ร้าน ตนยินดีลดราคาให้ แต่พุฒยืนยันว่าจะรอเพราะรับปากแสนไว้แล้ว มาลีกับแตงกวาดีใจที่พุฒไม่เชื่อโกมล...ด้านอันยาคิดหาทางขวางไม่ให้แสนไปสั่งปูนขาวได้ จึงอาสาดูแผนที่บอกทางกะให้หลง แต่แสนกลับจำทางในแผนที่ได้ ไม่สนใจที่อันยาบอกให้เลี้ยวไปทางไหน อันยาจนใจจะทำอย่างไรดีจึงร้องโอดโอยขึ้นว่าปวดท้องมาก แสนจะหาห้องน้ำให้ เธอร้องว่าไม่ได้ปวดแบบนั้นแต่ปวดเหมือนไส้บิด แสนจึงรีบพาเธอมาที่อนามัย หมอจะจับฉีดยา อันยาหน้าเหวอ ลุกพรวดบอกว่าดีขึ้นแล้ว ตนเป็นแค่โรคกระเพาะ ไม่ต้องฉีดยา แสนมองหน้าหมอ หมอบอกว่าเป็นไปได้

แสนประคองอันยามานั่งรอรับยา แล้วบอกให้เธอรอที่นี่ ตนจะไปร้านขายปูนก่อนที่มันจะปิดเสีย อันยาอ้อนให้เขาอยู่เป็นเพื่อน รับยาแล้วไปด้วยกัน พยาบาลเข้ามาบอกว่าหมอให้เธอพักเฉยๆสักครู่อย่าเพิ่งไปไหน แสนจึงเดินไป...แต่พอมาถึงที่ร้านกลับมีป้ายปิดไว้ว่า ปิดสามวัน แสนถึงกับเครียดหนักขึ้นไปอีก

หน้าอนามัย อันยาออกมานั่งรอแสนอย่างกระวน กระวายใจ กลัวเขาซื้อปูนขาวได้ เธอนั่งพิงกำแพงทำให้ ฝุ่นสีขาวติดเสื้อและแขนเธอ เมื่อแสนกลับมาถึง เธอรีบเข้าไปถามเป็นอย่างไรบ้าง สีหน้าแสนเครียดตอบว่าไปไม่ทัน พออันยารู้ก็โล่งอก แต่แกล้งทำตกใจ

“ขอโทษนะคะ เป็นเพราะฉันคนเดียว ทำไมต้องมาปวดท้องเอาวันนี้ แย่ๆๆมากอันยา”

“อย่าโทษตัวเอง เพราะผมไม่รอบคอบเอง ไม่เผื่อเวลาให้มากกว่านี้” แสนแตะไหล่ปรามแล้วหันมาถามอาการอันยา และออกมานั่งข้างนอกทำไม

“เอ่อ...ฉัน...พอดีฉันเป็นห่วงเรื่องคุณน่ะค่ะ”

แสนกลับโทษตัวเองที่ให้คนป่วยต้องมาห่วง อันยายิ่งรู้สึกผิดในใจ...พอแสนขับรถมาส่งที่คอนโด อันยา อดถามไม่ได้ว่าพรุ่งนี้เขาจะทำอย่างไร แสนถอนใจ

“ผมยังไม่เคยผิดคำพูดกับชาวบ้านมาก่อนเลย ครั้งนี้มันสำคัญซะด้วย แต่คุณไม่ต้องกังวลหรอก คิดมากเดี๋ยวโรคกระเพาะจะไม่หาย...อันยา ผมขอสั่งคุณ คุณต้องดูแลตัวเองให้หายป่วย ในเร็วๆนี้ เพราะผมไม่อยากเสียเลขาดีๆ อย่างคุณไปนะครับ” แสนทำเสียงขึงขังอยากให้สบายใจ

“รับทราบค่ะเจ้านาย วันนี้คุณเหนื่อยมากแล้ว รีบกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ”

แสนสังเกตเห็นเสื้อและแขนอันยาเลอะฝุ่นขาวเต็มไปหมด จึงบอกเธอ อันยาตกใจเล็กน้อย สงสัยมาจากที่อนามัย เพราะพยาบาลบอกว่าแถวนั้นมีเหมืองหินที่ปิดแล้ว แต่ฝุ่นมันยังปลิวออกมาอยู่ แสนฟังอย่างครุ่นคิด เขาบอกให้เธอขึ้นห้องพักผ่อน...แสนกลับขึ้นรถ กดมือถือหาบุรินทร์

“ขอโทษนะครับบอส ที่ผมโทร.มากวนตอนนี้ พอดีมีเรื่องสำคัญ ขอถามอะไรหน่อยนะครับ” แสนคุยมือถือสีหน้าจริงจัง

ooooooo

คืนนั้น ทวยเทพนั่งอยู่ในผับคนเดียว มองมือถือ ตัวเอง บ่นอย่างหงุดหงิด โทร.หาทีไรก็เหนื่อย ไม่ว่าง เสม็ดก็ยังไม่ไป เขาเสียใจที่อันยาปฏิเสธทุกเรื่อง พลัน มีเสียงสาวขอนั่งด้วยคน เขาหันมามองเป็นเมรีก็แปลกใจหลงคิดว่าเธอตามมาเพราะสนใจตัวเขา เมรีหัวเราะ

“คุณนี่ไม่เหมือนใครจริงๆ ฉันชอบคุณก็ตรงนี้แหละ ไม่ต้องคิดลึกค่ะ คำว่าชอบมันมีหลายแบบ หลายระดับ คุณมั่นใจดีแล้วก็กล้ายอมรับด้วย น่ารักจัง”

“ก็...ทำไมผมต้องถ่อมตัวไม่เข้าเรื่องด้วย พูดอ้อมค้อมกันไปมา เมื่อไหร่จะคุยกันรู้เรื่อง”

“ผู้ชายสมัยนี้ หาแมนๆใจๆแบบคุณไม่ค่อยได้แล้ว ฉันคิดไม่ผิดจริงๆที่มานี่”

“อย่าเข้าใจผิดนะ ผมแค่คุยกับคุณแบบคนรู้จักเฉยๆ” ทวยเทพภูมิใจคิดว่าเมรีสนใจตัว

“ก็ได้ค่ะ แค่นั้นก็ได้ ต่อให้อันยาเขารู้ ก็คงไม่ว่าอะไร” เมรีพยายามยั่ว

“คุณไปหาเพื่อนคุยคนอื่นเถอะ อย่ายุ่งกับคนที่เขามีแฟนแล้วเลย ขอโทษนะ เห็นคุณบอกว่า ชอบที่ผมพูดตรงๆ” ทวยเทพลุกไปดื้อๆ ทำเอาเมรีแทบร้องกรี๊ด

เมรีมาบ่นกับอาโป ถ้าไม่ใช่เพราะต้องหาทางตีสนิทเพื่อล้วงความลับ ตนไม่สนใจผู้ชายโง่ๆอย่างทวย–เทพแน่...

รุ่งเช้า อันยาโทรศัพท์หาธกฤต เพื่อถามให้แน่ใจว่า ถ้าแผนที่ตนทำครั้งนี้สำเร็จ แสนจะออกจากเพียงพอ–ดีไปอยู่วิชชั่นออฟฟิวเจอร์ ในตำแหน่งใหญ่จริงๆ แน่หรือ

“ก็ต้องอย่างนั้นสิอันยา ถ้าแค่ตำแหน่งจิ๊บจ๊อยจะต้องให้คุณลงทุนปลอมตัวขนาดนี้เหรอ เอ...ทำไมคราวนี้ถึงถามล่ะ ทุกทีไม่เห็นคุณจะสนใจเลยนี่”

อันยาอึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไร ธกฤตย้อนถาม คงไม่สบายใจใช่ไหม เพราะเคสนี้ไม่ตรงเหมือนเคสอื่น แต่จงมั่นใจว่า คนที่ได้ประโยชน์ที่สุดคือตัวด็อกเตอร์แสนเอง ชีวิตเขาจะดีขึ้นไม่รู้กี่เท่า เธอกำลังช่วยเขาอยู่ อันยามีกำลังใจขึ้น

จากนั้น อันยามาทำงาน เธอบอกเมขลาว่าตนมาสาย ไปหน่อย เกรงแสนจะตำหนิ เมขลากลับบอกว่า ทุกคนรออยู่ในห้องประชุม อันยาแปลกใจมีเรื่องอะไรด่วนหรือแผนตนจะสำเร็จ...อันยาสะเทือนใจแต่ปลอบตัวเองว่า คนเก่งอย่างแสนต้องมีงานใหม่ที่ดีกว่า เธอเตรียมเล่นละคร

พอเข้ามาในห้องประชุม กลับเห็นสีหน้าทุกคนแจ่มใส ส่วนแสนหน้าตาเหมือนคนอดนอน เอกชัยเอ่ยขึ้น งานนี้ขาดคนสำคัญอย่างเธอไม่ได้ อันยายิ่งแปลกใจประชุมเรื่องอะไร

“ประชงประชุมอะไรกัน ไม่ซีเรียสอย่างนั้นหรอกครับ” เอกชัยตอบแทน

“อ้าว แล้วเรื่องที่ต้องส่งปูนไปแก้ดินเปรี้ยววันนี้ล่ะคะ ไม่สนใจกันแล้วเหรอ”

ทุกคนจิบกาแฟ กินขนมหน้าระรื่น อันยาของขึ้น “ชาวบ้านเขาเดือดร้อน รอแก้ดินเปรี้ยวอยู่นะคะ เรายังมาสนุกสนานกันแบบนี้ได้ยังไง”

ทุกคนมองหน้ากันยิ้มๆ อันยายิ่งปรี๊ด บุรินทร์ลุกขึ้นปรบมือ คนอื่นปรบตาม อันยาเหวอ  บุรินทร์เอ่ยกับแสน “เขาเป็นอย่างที่นายบอกจริงๆ  สู้สุดตัวเพื่อชาวบ้าน ผมดีใจนะที่บริษัทเรามีคนอย่างคุณเพิ่มขึ้นมาอีกคนนึง”

อันยากลับรู้สึกผิดหวัง มาชมกันทำไมในเมื่อเราทำงานพลาด ชาวบ้านกำลังเดือดร้อน  ชื่อเสียงบริษัทจะเสียหาย มันต้องมีคนรับผิดชอบ อันยาหันไปมองแสน เอกชัยปรบมือขึ้นอีก

อันยาปรี๊ด “พอแล้ว คุณปรบมือทำไมเนี่ย นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคะ”

“อันยา...ใจเย็นๆ  ขอโทษด้วยนะที่ผมยังไม่ได้บอกคุณ พอดีเห็นว่าเมื่อวานคุณไม่สบาย  ผมก็เลยไม่อยากรบกวน เรื่องปูนขาวน่ะ มันคืออย่างนี้...หลังจากที่ไปส่งคุณแล้ว ผมมาคิดถึงเรื่องที่คุณพูดเรื่องฝุ่นจากเหมืองนั่น ก็นึกอะไรบางอย่างได้ เลยโทร.หาบอส”

แสนเล่าว่า เขาโทร.ถามบุรินทร์ถึงเหมืองร้างนั่นเพราะจำได้ว่าเป็นของเพื่อนเขา แล้วจึงขอเข้าไปเก็บหินบดที่เหมืองมาทำการทดสอบค่าความเป็นกรดด่าง และคุณสมบัติ ต่างๆดู ผลออกมา หินบดที่เหมืองนั่น มีสภาพเป็นด่างใช้แทนปูนขาวได้ดี บุรินทร์เสริม

“พวกเราก็มัวแต่ตกใจเรื่องที่เจอแบล็กลิสต์ซื้อของไม่ได้ จนลืมไปว่าวัสดุแก้ดินเปรี้ยวไม่ได้มีแค่ปูนขาว ปูนมาร์ล ยังมีพวกยิปซัมและหินบดต่างๆก็ใช้ได้”

เพียงดาวโล่งอกจะหาของไปเซ่นเจ้าที่ แต่แสนกลับเห็นว่า ต้องขอบคุณอันยา เพราะมีส่วนช่วยมาก อันยาไหล่ลู่ผิดหวังอย่างมาก มองแสนอย่างไม่ค่อยเข้าใจ แสนขยายความ

“ถ้าคุณไม่ไปที่อนามัย ผมคงลืมเรื่องเหมืองนั่น วัตถุดิบที่ได้มาเนี่ย ดีกว่าปูนขาวที่เราจะไปหาซื้อซะอีก”

“แบบนี้ต้องเรียกว่าเลขานำโชคใช่ไหมครับด็อกเตอร์” เอกชัยล้อ ทุกคนหัวเราะกันครืน

ooooooo

ตกกลางวัน แสนมาอธิบายให้พุฒกับชาวบ้านนกกระเต็นฟังที่ที่นาของพุฒ มีโกมลกับลูกน้องคอยขัดคอ แสนบอกทุกคนว่า ตนได้หินบดจากเหมืองร้างมาฟรีๆ เสียแต่ค่าขนส่ง ซึ่งทางบริษัทจะออกให้ ฉะนั้น ผู้ใดอยากเข้าร่วมโครงการให้มาลงชื่อไว้ได้เลย

เมื่อเห็นว่าไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ชาวบ้านก็เอนเอียงมาทางแสน อันยาต้องฝืนยิ้มทำหน้าที่รับรายชื่อ ครอบครัวพุฒหน้าบานด้วยความดีใจที่ไม่ต้องเป็นหนี้สิน โกมลยืนมองด้วยความไม่พอใจ เริ่มสงสัยว่าอันยาคิดไม่ซื่อ

ช่วงเย็น อันยาหลบมาคุยโทรศัพท์กับคิมหันต์

“ฉันไม่รู้ว่าด็อกเตอร์ทำบุญมาด้วยอะไรเนี่ย ยังไปได้วัสดุที่ดีกว่ามาอีก นอกจากไม่เสียเครดิตยังได้หน้า โอ๊ย...ฉันอยากจะบ้า”

“ทั้งเฮงทั้งเก่ง นี่เขาเป็นญาติกับไอน์สไตน์หรือเปล่า”

อันยาปรี๊ด “ถ้าเขาโง่ จะเป็นด็อกเตอร์ได้ยังไงล่ะแก เฮ้อ...นี่ฉันจะทำยังไงดี จะบอกบอสยังไงดี บอสต้องไม่แฮปปี้แน่ๆ ถ้ารู้ว่างานนี้เราพลาด แล้วจะให้โอกาสเราอีกรึเปล่า”

ตกเย็น บุรินทร์ฉลองความสำเร็จที่ร้านคาราโอเกะ ให้ทุกคนกินให้เต็มคราบ เอกชัยถือไมค์ประกาศ

“อะแฮ่ม แต่ก่อนจะอิ่มอร่อยกัน คงจะไม่เอ่ยถึงคนสำคัญไม่ได้ ด็อกเตอร์แสนกับคุณอันเลขานำโชค...ทั้งสองคนช่วยกันลุยโปรเจกต์แก้ดินเปรี้ยวได้อย่างสวยงาม แล้วทำให้มีชาวบ้านมาร่วมโครงการเพิ่มอีกเพียบ เอ้า พวกเราปรบมือ...ณ บัดนาวได้เวลาสนุกสนานกันแล้ว”

เอกชัยเข้ามานั่งรวมกลุ่มกับเพียงดาวและเมขลา เขาเอ่ยขึ้นว่า ดูแสนกับอันยาเหมาะสมกันมาก เพียงดาวแย้งไม่จริง เอกชัยจึงถามว่าไม่เหมาะกันตรงไหน

“ทุกตรง...ด็อกเตอร์ทั้งหล่อ ทั้งเก่ง ทั้งดี เพอร์เฟกต์ ส่วนแม่นั่นไม่เห็นจะดีสักอย่าง รสนิยมการแต่งตัวก็ประหลาด รสนิยมการคบผู้ชายยิ่งแย่เนอะ” เพียงดาวหันมาทางเมขลา

เมขลายิ้มแหยๆไม่เข้าข้างใคร เอกชัยโต้แทนว่า ผู้ชายพื้นๆอย่างแสน เหมาะกับผู้หญิงสีลูกกวาดอย่างอันยา ที่สุด...เอกชัยลุกขึ้นร้องเพลง อันยากระดกค็อกเทลหมดไปหลายแก้วจนแสนเป็นห่วง เอกชัยร้องเพลงจบ เชิญอันยาขึ้นมาร้อง อันยาชักมึนโบกมือปฏิเสธ บุรินทร์ยุ

“ร้องสิอันยา ผมอยากฟังเหมือนกัน”

เมื่อโดนกดดัน อันยาจำต้องลุกขึ้น รับไมค์จากเอกชัย เธอเลือกร้องเพลง แสงสุดท้ายของบอดี้สแลม เนื้อหาถึงความพยายามต่อสู้กับชีวิต แม้จะยากเย็นแค่ไหน หมดเรี่ยวหมดแรงอย่างไร หัวใจก็ไม่ยอมหยุด ยังก้าวเดินสู้ต่อไปจนสุดปลายแสง แม้มืดค่ำก็มีแสงนำทางให้ถึงจุดหมาย...อันยาทุ่มร้องสุดตัว ทุกคนปรบมือให้ เธอวางไมค์แล้วกลับมายกค็อกเทลดื่มต่อ จนแสนต้องปราม แต่เธอไม่สนใจคำเตือนของเขา...ระหว่างนั้นทวยเทพโทร.หาอันยา แต่เธอไม่ได้ยิน ทำให้เขายิ่งหงุดหงิด

ทุกคนทยอยออกจากร้าน อันยายังอาเจียนอยู่ในห้องน้ำ มีแสนและเมขลาดูแล เพียงดาวบ่นว่าผู้หญิงสมัยนี้ไม่รู้จักดูแลตัวเอง ดื่มจนขาดสติ ต้องเป็นภาระแก่แสน เอกชัยเย้า

“ด็อกเตอร์คงไม่ได้มองคุณอันเป็นภาระหรอกเจ๊ ดูท่าทางเต็มใจดูแลออก บอกแล้วว่าคู่นี้เหมาะกัน”

บุรินทร์เห็นด้วย แต่เพียงดาวยังแย้งว่าไม่เหมาะ แสนประคองอันยาออกมากับเมขลาบอกทุกคนให้แยกย้ายกันกลับได้ ตนจะไปส่งอันยาที่บ้านเอง

ระหว่างอยู่ในรถ อันยาเมาร้องเพลงอ้อแอ้ไปตลอดทาง แสนหันมองเธอยิ้มๆจนกระทั่งเธอหลับคอพับคออ่อนลง เขาจึงจอดรถ ปรับเบาะให้เธอนอนสบายๆเอาเสื้อแจ็กเกตมาห่มให้

“ทำไมมันยากแบบนี้...จะทำยังไงดี...”  อันยาเผลอพึมพำ “พัง...พังหมดแล้ว ทำไงดี...ด็อกเตอร์แสนทำไมคุณถึง...ถึง ...โชคดีแบบนี้...”

แสนเงี่ยหูฟัง โชคดีอะไร อันยาพึมพำต่อ “โชคดีเกินไป...โชคดีเกินไปแล้ว”

แสนข้องใจหมายความว่าอย่างไร เขาขยับออกมองเธออย่างครุ่นคิด...ในขณะที่ทวยเทพมารออันยาที่ล็อบบี้คอนโดอย่างหงุดหงิด ที่ดึกขนาดนี้ยังไม่กลับมา แถมติดต่อไม่ได้อีกต่างหาก พลันเขาเห็นคนแต่งตัวเหมือนอันยาเดินผ่าน จึงรีบเดินตามออกไป จังหวะนั้น แสนประคองอันยาเข้ามาตรงไปที่ลิฟต์ ทั้งสองสวนกันอย่างฉิวเฉียด

แสนพาอันยามาส่งถึงบนห้อง เขาให้เธอนอนที่โซฟา แล้วไปหาผ้าขนหนูชุบน้ำมาให้เธอเช็ดหน้าเช็ดตา อันยาสะลึมสะลืองงๆว่าตนกลับมาได้อย่างไร

“คุณเมามาก ผมก็เลยขับรถมาส่ง...ผ้าน่ะ ผมให้เช็ดหน้านะครับ ไม่ใช่เอามาถือไว้”

อันยาพยักหน้าดูยังมึนๆ แสนถามอยากอาเจียนไหม อันยาส่ายหน้า พยายามจะคลี่ผ้าเพื่อเช็ดหน้า แต่ผ้าหลุดมือหล่นพื้น เธอก้มเก็บพร้อมกับแสน ใบหน้าทั้งสองประชิดกัน ความเมาทำให้อันยาไม่สะเทิ้นอาย กลับจ้องมองเขาจนเขา ต้องเป็นฝ่ายหลบตา แล้วถอยห่างออกมา อันยาสังเกตเห็นว่ามือเขาสั่น แสนขอตัวกลับ อันยาเดินมาส่งเขาหน้าประตู รู้สึกว่าเขามีอะไรคาใจ

“มีอะไรรึเปล่าคะ”

“ถ้าคุณมีอะไรไม่สบายใจก็ระบายออกมาบ้างก็ได้นะ เก็บเอาไว้คนเดียวจะอึดอัดเปล่าๆ”

“ทำไมด็อกเตอร์ถึงคิดว่าฉันไม่สบายใจล่ะคะ”

“ก็ผมสังเกตคุณ...เอ่อ...ความจริงก็ดูไม่ยาก เอาเป็น ว่าผมรู้ก็แล้วกัน...ดึกมากแล้วผมกลับนะ” แสนตัดใจเดินไป

อันยาแปลกใจกับคำที่เขาบอกว่าสังเกตตน เธอเข้าห้องมาหยิบมือถือดู เห็นมิสคอลของทวยเทพถึง 87 มิสคอลก็ตกใจ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า ตั้งใจจะกดหา พอดีเห็นข้อความของธกฤตส่งมา จึงกดอ่านก่อน ข้อความว่า

“เรื่อง ดร.แสนเป็นไงบ้าง ใกล้ปิดจ็อบรึยัง ผมรอฟังข่าวดีอยู่” อันยาถึงกับเครียด ทันใดทวยเทพโทร.เข้ามาอีกครั้ง เธอจำต้องรับสาย ไม่ทันพูดอะไร เขาก็ใส่ไม่ยั้ง

“ทำไมไม่รับโทรศัพท์ ผมโทร.ไปเป็นร้อยรอบ คิดจะโทร.กลับบ้างไหม แล้วนี่กลับรึยังผมรอที่คอนโดตั้งนาน นี่ผมชักจะไม่ไว้ใจคุณแล้วนะ”

อันยาปรี๊ดแตก “ฉันกลับมาแล้ว เพิ่งกลับ พอใจรึยัง ก่อนจะโวยวาย ถามกันดีๆได้มั้ย นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว ฉันเหนื่อย ได้ยินมั้ยว่าเหนื่อย!”

ทวยเทพได้ยินอย่างนั้นยิ่งโมโห โวยกลับว่าตนเป็นห่วง ไปไหนกับใคร ทำงานอะไรทำไมต้องกลับดึก อันยาโต้กลับอย่างโกรธๆว่า...งานน่ะไม่ดึก แต่ไปคาราโอเกะ ร้องเพลงสนุก ทวยเทพสวนทันควันว่าเธอยอมรับแล้วใช่ไหมว่าไปลั้ลลากับแสน อันยาตวาดกลับ

“ใช่ อย่างน้อยเขาก็ไม่มาจ้องจับผิดฉัน ตกลงที่โทร.หาฉัน 87 มิสคอล เพื่อจะถามแค่นี้ใช่ไหม ถ้างั้นแค่นี้นะ ฉันเพลีย ไม่อยากคุย...”

“นี่! อย่าวางสายนะอัน ห้ามวาง! นี่คิดจะทำยังไงกับผมก็ได้งั้นเหรอ คุณเห็นผมเป็นอะไร ผมทนมาพอแล้วนะ อัน...อัน...โธ่เว้ย...แล้วคุณจะต้องเสียใจที่ทำแบบนี้กับผม” ทวยเทพไม่สบอารมณ์อย่างมาก

ooooooo

เช้าวันต่อมา ก่อนถึงที่ทำงาน อาโปแวะซื้อกาแฟตามคำสั่งเมรี พลันเห็นธกฤตกำลังนั่งคุยอยู่กับอันยา อาโปตาโพลงขยับเข้าแอบฟัง แต่ไม่ได้ยิน เห็นแต่สีหน้าอันยาที่ดูจ๋อย

อาโปรีบแล่นมาบอกเมรี เธอครุ่นคิด ระหว่างนั้น มือถือดังขึ้น เมรีไม่สนใจจะรับ อาโปจึงรับแทน พอรู้ว่าเป็นทวยเทพ เมรีก็รีบคว้ามาคุย ถามเขาได้เบอร์ตนมาได้อย่างไร

“เบอร์ของเฮดฮันเตอร์ชื่อดัง คงไม่ยากเท่าไหร่ ทีคุณยังหาที่อยู่ผมได้ไม่ยากเลยนี่”

เมรีย้อนถามว่าเขาคงไม่ได้ต้องการให้ตนหาพนักงานให้ ทวยเทพตอบกลับว่า ตนมาคิดดูแล้ว พูดจาไม่ค่อยดีกับเธอ จึงอยากนัดไถ่โทษสักครั้ง เมรีชูนิ้วโป้งให้อาโป ทำนองปลาฮุบเหยื่อ

ด้านอันยาคุยกับคิมหันต์ในร้านกาแฟกลางกรุงว่า ธกฤตให้โอกาสทำงานต่อไป เพราะถ้าจะเปลี่ยนคนใหม่ก็จะเสียเวลา แต่ห้ามทำให้เขาผิดหวัง คิมหันต์ยินดีด้วย อันยาหน้าเครียดเพราะยังคิดวิธีไม่ออก พอดีลูกค้าในร้านเม้าท์กันเสียงดังเรื่องละครที่พวกเธอดูเมื่อคืน ว่าผู้ชายต่อให้ดีขนาดไหน สุดท้ายก็แพ้เสน่ห์ผู้หญิง...ทีแรกอันยาก็รำคาญ แต่คิมหันต์ให้ตั้งใจฟัง มันน่าสนใจ

“ละครนํ้าเน่านั่นอ่ะนะ”

“ไม่ใช่ ผมหมายถึงผู้ชาย ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน สุดท้ายก็แพ้เสน่ห์ผู้หญิง...แต่วิธีนั้นอาจจะไม่เหมาะกับเจ๊ว่ะ” คิมหันต์มองอันยาแล้วสรุปเอง

อันยาโวยอย่ามาดูถูกเสน่ห์ตน ขนาดทวยเทพยังหลงหัวปักหัวปํา คิมหันต์แย้งไม่ใช่แสน อันยาชะงัก นึกถึงท่าทีเขาเมื่อคืน เหมือนรู้สึกอะไรกับตน คิมหันต์ไม่อยากเชื่อ อันยายํ้า

“เขาใช้คำว่าสังเกต ได้ยินไหม ด็อกเตอร์คิดอะไรกับฉันแน่ๆ ถ้าไม่คิดอะไร จะมาคอยดูฉันทำไม”

“คนทำงานด้วยกัน เขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจสังเกต แต่มันเห็นเองก็ได้นะ”

“ยังไงก็ไม่เชื่อใช่ไหม งั้นคอยดู ฉันจะทำให้นางเอกจากละครที่โต๊ะข้างๆคุยกัน หนาวไปเลย ฉันจะใช้เสน่ห์ของฉัน ทำให้ด็อกเตอร์ออกจากงาน”

“เฮ้ย! นี่ นี่เอาจริงเหรอเจ๊  แล้ว แล้วเจ๊จะทำยังไง”

แววตาอันยามุ่งมั่นกับแผนการในครั้งนี้...พอวันมาทำงาน อันยาก็จัดตารางนัดหมายแสน

“ด็อกเตอร์คะ เรื่องนัดคุณสมพงษ์วันมะรืนนี้ เขาขอเปลี่ยนสถานที่จากที่บริษัทของเขา เป็นร้านอาหารในกรุงเทพฯแทนค่ะ”

“เหรอครับ ปกตินักวิจัยคนนี้ไม่ชอบนัดคุยงานนอกบริษัทนี่นา”

อันยาแก้ตัวว่า เขาคงอยากเปลี่ยนบรรยากาศ แสนตอบตกลง อันยายิ้มกริ่มที่เข้าทางตน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 07:41 น.