นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เช้าวันต่อมา อันยาเตรียมจะออกไปทำงานเดินผ่าน โทรศัพท์ในห้องจึงกดฟัง มีข้อความจากย่าฝากไว้ว่า

    มะม่วงแก้วที่ชอบออกลูกแล้ว ย่าจะทำน้ำปลาหวานไว้รอ...อันยาชะงัก รีบโทร.กลับไปหาย่า แต่ไม่มีคนรับสายจึงฝากข้อความทิ้งไว้ว่า เย็นนี้จะไปกินให้พุงกาง

    อันยามองข้อความเตือนใจที่คิมหันต์แปะไว้ แล้วฮึดสู้...วันนี้อันยาเปลี่ยนการแต่งตัวเป็นแบบสาวออฟฟิศทั่วไป ไม่เว่อร์เหมือนก่อน...เมื่อมาถึงเพียงพอดี ก็ได้ยินเพียงดาวบ่นกับเอกชัยว่า พิลาสินีไม่อยู่ไปธุระข้างนอก อันยารู้สึกดีใจแล้วชะงักจะดีใจทำไม เอกชัยหันมาเห็นแปลกใจ

    “คุณอันยา! เป็นอะไรรึเปล่าครับ หรือว่าไม่มีเวลาซักรีดเสื้อผ้า”

    เพียงดาวแขวะสงสัยพายุทอร์นาโดจะข้ามทวีปมาฝั่งไทย อันยานิ่งเฉยเดินไปโต๊ะทำงาน แสนเห็นก็แปลกใจ และยิ่งทึ่งเมื่ออันยาบอกว่า อยากดูกลมกลืนเหมือนคนอื่นบ้าง

    “ค่ะ ฉันว่าบางทีคนเราก็ไม่ต้องเป็นตัวของตัวเองมากหรอก เหมือนๆคนอื่นเขาบ้างก็ได้” แต่ในใจอันยากลับคิดว่าถ้าไม่เป็นตัวของตัวเอง แสนจะได้ไม่มาสนใจ ไม่มาชมเธออีก

    “แน่ใจเหรอ ว่าคนเราจะทิ้งความเป็นตัวเองไปได้ง่ายๆ”

    อันยาหมุนตัวให้ดูว่า แค่ชุดธรรมดาตนก็ดูธรรมดาแล้ว แสนหยิบริบบิ้นสวยหวานออกมาอวด บอกว่าเห็นแล้วนึกถึงจึงซื้อมาฝาก แต่คงไม่อยากได้แล้ว อันยาหน้าง้ำเดินหนี

    “มาทำดีด้วยทำไม เมื่อวานก็เพิ่งจะกอดด็อกเตอร์แพมไปแท้ๆ” อันยาเดินบ่นกระปอดกระแปดกลับมาที่โต๊ะเห็นมีโพสต์อิทแบบเรียบๆธรรมดาๆวางอยู่ปึกหนึ่ง พร้อมกระดาษโน้ต

    ข้อความว่า...สำหรับวันที่คุณอยากเป็นคนธรรมดา...

    อันยาอ่านแล้วอึ้ง แสนเดินเข้ามาเฉลย เห็นว่าบนโต๊ะเธอไม่มีอะไรที่ธรรมดาเลย จึงเอาของเรียบๆมาให้ ใจอันยาเริ่มเต้นตูมตามเมื่อแสนเข้ามาใกล้ เขาชูริบบิ้นแล้วบอกว่า ของนี้เขาจะเก็บไว้ให้ มันยังรอเธออยู่ อันยานึกถึงคำพูดของคิมหันต์ ว่าถ้าใจเธอกับแสนตรงกันก็ไม่เห็นต้องปิดกั้น...เธอตัดสินใจ

    “ด็อกเตอร์คะ...ฉัน...ฉันอยากได้...” ไม่ทันที่อันยาจะพูดจบ

    “พี่แสน...” เสียงปุ๊กลุกแปร๋นขึ้น ทั้งสองหันมองเห็นปุ๊กลุกหอบกระเป๋าเส้ือผ้ามาด้วย...

    เพียงดาวอุทานด้วยความตกใจเมื่อได้ฟังปุ๊กลุกบอกว่า หนีออกจากบ้านจะมาอยู่กับแสน เพราะพ่อไม่ยอมให้ตนยุ่งกับแสน เอกชัยเห็นว่าโกมลพูดถูกเผงเรื่องนี้เรื่องเดียว แสนปฏิเสธที่ปุ๊กลุกจะมาอยู่กับตนมันน่าเกลียด อันยาแอบโทร.บอกโกมลให้ส่งคนมารับลูกสาวกลับ

    ตกบ่ายอันยาจะไปบ้านสวน จึงขอตัวกลับก่อนและฝากเอกชัยดูแลปุ๊กลุกจนกว่าจะมีคนมารับกลับ แสนเดินมาส่ง เขาชมอันยา ถ้าไม่มีเธอเขาคงไม่รู้จะทำอย่างไร อันยากระเซ้า

    “เฮ้อ ถ้าไม่มีคุณสักคน ชีวิตฉันคงสงบสุขเกินไปนะคะ” อันยาเห็นแสนหัวเราะก็นึกได้ไม่ควรทำให้เขารู้สึกดีๆกับตนอีก จึงหุบยิ้ม

    “คุณรู้ไหม ทุกคนพูดเหมือนกันหมด ให้ผมมีแฟนไปซะ ปัญหาแบบนี้จะได้หมด แต่ก่อนผมก็ไม่เคยคิดนะ แต่ว่าตอนนี้...” แสนทำตาวิบวับใส่อันยา

    หัวใจอันยาเต้นแรงรีบเตือนตัวเอง ไม่...ไม่นะ...ตัดบทรีบเร่งให้เขาไปพบบุรินทร์เพราะรอปรึกษางานอยู่ ด้วยเกรงแสนจะคุยเรื่องขอพิลาสินีเป็นแฟน ตนคงรับฟังไม่ไหวแน่...

    อันยาขึ้นรถขับออกไป มาได้ระยะหนึ่งอันยาหยิบลิปสติกมาทาปาก พอส่องกระจกเห็นว่าเสื้อสูทของตัวเองตกไปกองที่เบาะหลังก็แปลกใจ ไม่ทันไรมันก็ขยับได้ เธอสะดุ้งจอดรถ คว้าสเปรย์ผมมาขู่

    “หยุด!หยุดนะถ้าขยับแกเจอสเปรย์จัดทรงทั้งหน้าแน่”

    ภายใต้เสื้อยังขยับอีก อันยาพ่นสเปรย์ออกไปปุ๊กลุก พรวดพราดออกมาโวยวาย

    “ยัย ยัยบ้า! ไม่ให้ขยับได้ยังไงเล่า ก็คนมันคัน”

    อันยาตะลึงที่ไม่ใช่โจร ปุ๊กลุกบ่นอุบ โจรอะไรจะสวยขนาดนี้ อันยาเหวอ จะวกรถกลับไปที่เพียงพอดี ปุ๊กลุกคว้ารองเท้าคู่เก่งของอันยามาขู่ อันยาเห็นร้องลั่น

    “นี่! ปล่อยมือจากเจ้าหญิงของฉันเดี๋ยวนี้”

    “เจ้าหญิง!” ปุ๊กลุกขำล้วงมีดออกมาจ่อ “งั้นตอนนี้เจ้าหญิงของเธอตกเป็นตัวประกันแล้ว”

    “ฮะ! นั่นๆลิมิเต็ดอิดิชั่นนะยะ เธอ...ทำอย่างนี้ไม่ได้นะ”

    ปุ๊กลุกยิ่งขู่จะกรีดรองเท้า ถ้าอันยาพาเธอกลับไป อันยาเจ็บใจ จำต้องพาปุ๊กลุกมาท่ีคอนโดของตน...เมื่อปุ๊กลุกเห็นความโอ่อ่าของห้องพักอันยาก็ชอบใจ ทำทีบอกว่าตัวเองไม่สมควรไปพักกับแสนมันไม่งาม

    “คุณแสนเขาไม่ยอมให้เธอเข้าห้องมากกว่า”
    อันยาแย้ง

    ปุ๊กลุกจิกตาใส่ อันยาจ้องสู้ ปุ๊กลุกจึงเอารองเท้ามาขู่ มันจะอยู่รอดปลอดภัยต้องให้ตนพักที่นี่และนอนในห้อง ส่วนเธอนอนที่โซฟา อันยาจะโวย ปุ๊กลุกชูรองเท้า อันยาชะงัก รีบเก็บป้ายเตือนใจที่คิมหันต์ทำไว้ออกหมด ก่อนที่ปุ๊กลุกจะลุกเห็น ระหว่างนั้น ปุ๊กลุกโทรศัพท์หาเพื่อน

    นี่แก ฉันอยู่กรุงเทพฯแล้วนะ เออ...บ้านนังเมียเลขาของด็อกเตอร์ที่ฉันเคยเล่าให้ฟังไง ฉันมาบ้านทำไมเหรอ แกไม่รู้อะไร เดี๋ยวพอตกดึกด็อกเตอร์มาหามัน ทีนี้แหละฉันก็จะ...ให้พี่แสนเขารู้ว่าผลิตภัณฑ์จากท้องนาหวานมันกว่านังบาร์บี้ป่าคอนกรีตนี่เยอะ

    อันยาได้ยินแว่วๆถามโทร.คุยกับใคร ปุ๊กลุกเบ้ปากไม่บอก พลันมือถืออันยาดังขึ้น ปุ๊กลุกจะชะโงกดูว่าใครโทร.มา อันยาเอ็ด

    “พ่อเธอมั้ง...เรื่องของฉัน โจรจับตัวประกันอย่างเธอไม่เกี่ยว” ว่าแล้วอันยาก็เลี่ยงมารับสาย มีคนโทร.มาบอกว่าย่าของเธอเข้าโรงพยาบาล อันยาตกใจมากผลุนผลันจะออกไป แต่อดห่วงปุ๊กลุกไม่ได้ จึงบอกว่ามีของกินในตู้เย็นทานได้แต่อย่าก่อเรื่อง

    ปุ๊กลุกถามโพล่งขึ้นว่า“แล้วพี่แสนเขาจะมาที่นี่รึเปล่า”

    “เขาจะมาทำไมไม่ทราบ!” อันยาชะงักนึกได้ว่าโกหกไว้ว่าเป็นเมียแสน “อ๋อ วันนี้เขาไม่มาหรอก ถ้าผิดหวังก็กลับบ้านไปได้นะ” ว่าแล้วอันยาก็ออกจากห้องไป ปุ๊กลุกชักสีหน้าไม่เชื่อ

    อันยาร้อนรนเป็นห่วงย่าอย่างมาก ควานหากุญแจรถไม่เจอจึงเทกระเป๋าลงพื้น กุญแจรถกระเด็นไปกลางถนน เธอวิ่งตามไปเก็บ มีรถเก๋งคันหนึ่งแล่นมาบีบแตรไล่แสนโผล่มารวบตัวเธอหลบข้างทางได้ทัน เจ้าของรถเปิดหน้าต่างโวยให้ระวังบ้าง อันยาตกตะลึง

    “คุณแสน! นี่คุณมาได้ยังไงคะ”

    “ผมได้รับข้อความที่คุณส่งมาว่าปุ๊กลุกอยู่กับคุณ ผมเป็นห่วงก็เลยตามมาดู”

    อันยาบอกว่าปุ๊กลุกไม่เป็นอะไร แสนโต้ตนเป็นห่วงเธอมากกว่า เพราะรับมือกับปุ๊กลุกไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วถามว่าเธอกำลังจะไปไหน อันยานึกได้ต้องรีบไปดูย่าที่โรงพยาบาล ส่งกุญแจห้องให้แสนขึ้นไปดูปุ๊กลุก แต่แสนกลับบอกว่านี่มันลิปสติก

    “ขอโทษ!ฉันรีบไปหน่อย” อันยาเก็บของใส่กระเป๋าเลือกกุญแจห้องส่งให้ใหม่

    แสนปฏิเสธไม่ไปดูปุ๊กลุก แต่จะไปเป็นเพื่อนอันยา เธอส่ายหน้ามองหารถจะไปคนเดียว

    “รถคุณอยู่ตรงโน้น คุณน่ะลนไปหมดแล้ว แบบนี้ขับรถไปเองไม่ได้หรอกเชื่อผม เลิกดื้อซะที” แสนดึงอันยาไปที่รถตัวเอง

    ooooooo

    ในห้องพักของอันยา ปุ๊กลุกสวาปามของกินในตู้เย็นจนแทบหมดตู้ ทิ้งซากกองบนโต๊ะเลอะเทอะ เข้ามารื้อค้นเสื้อผ้า เครื่องสำอางของอันยาในห้องนอน เห็นมือถืออันยาลืมทิ้งไว้ จึงยิ้มกริ่มรีบเปิดหาเบอร์แสนแล้วส่งข้อความ หาอย่างหมายมั่น ว่าเขาจะต้องมาหา

    “แสนขา...คิดถึงคุณจัง ถ้ามาหาฉันคืนนี้จะมีรางวัล ให้นะคะ...จุ๊บๆ”

    ด้านอันยา ผุดลุกผุดนั่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉินเพราะย่าเกิดอาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันต้องผ่าตัดขยาย หลอดเลือดแสนปลอบว่า คุณย่าอยู่ในมือหมอแล้วไม่ต้องห่วงอันยาสะอื้น

    “ถ้าฉันเอาใจใส่คุณย่ามากกว่านี้ หมั่นไปเยี่ยมท่านบ่อยๆก็คงไม่เป็นแบบนี้ ช่วงหลังฉันมัวแต่ทำงานจนลืมเรื่องคุณย่าซะสนิท เมื่อเช้าคุณย่าฝากข้อความเอาไว้ ให้ฉันไปหาที่บ้านสวน ฉันตั้งใจจะไปตอนเย็น แต่ก็...มาเกิดเรื่องปุ๊กลุก ฉัน...ฉันมัวแต่สนใจเรื่องอื่น จนลืมย่าตัวเอง”

    แสนฟังอันยารำพัน รู้สึกตัวเองมีส่วนไปด้วย อันยาเสียใจที่พ่อให้ตนมาดูแลย่าแต่ตนกลับปล่อยให้ย่าเป็นแบบนี้ แสนปลอบอย่าโทษตัวเอง ตนก็ผิดด้วยที่ให้เธอทำงานมากเกินไป  อันยาส่ายหน้าไปมา แสนจึงถาม ถ้าย่าปลอดภัยแล้ว เธอจะทำอย่างไรต่อไป

    “ฉันจะไม่ห่างท่านอีกแล้ว จะใช้เวลาอยู่กับคุณย่าให้มากขึ้น จะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก”

    “งั้นคุณก็เริ่มทำเพื่อท่านตั้งแต่ตอนนี้เลยนะ ตั้งสติและเข้มแข็งเอาไว้ ถ้าคุณไม่ดูแลตัวเองให้ดีก่อน จะมีใครดูแลคุณย่า”

    “คุณแสน...แล้ว...แล้วถ้าเกิดว่าคุณย่า...”

    แสนเอานิ้วแตะปากอันยา “ผมรับรองว่าคุณย่าคุณจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ แต่ถ้าคุณอยากทำอะไรให้ใคร ตัวคุณเองต้องพร้อม คุณจะต้องเข้มแข็ง คุณทำเพื่อคุณย่าได้ไหม”

    อันยาพยักหน้าทั้งน้ำตา เหมือนเด็กเชื่อฟังผู้ใหญ่ ความอ่อนล้าทำให้เธอซบศีรษะลงกับไหล่แสน เขาโอบปลอบเธอ...สักพัก เหมือนอันยาจะหลับ โอนเอนไปมา แสนจับตัวเธอพิง

    “คุณดูเพลียมากนะ นั่งพิงดีๆแล้วหลับสักงีบเถอะ”

    อันยาส่ายหน้ายืดตัวตรงตอบอู้อี้ว่าไม่ง่วง แต่ไม่ทันไร เธอก็เอนมาซบไหล่เขาอีก แล้วไหลผลุบลงหนุนตักแสนอย่างสบาย แสนมองยิ้มเอ็นดู เขี่ยไรผมที่ปรกหน้าเธออย่างเบามือ...

    ส่วนปุ๊กลุกแต่งหน้าแต่งตา นอนรอด้วยท่าทางเซ็กซี่ หวังว่าแสนจะต้องมา และแล้วก็มีเสียงออด เธอดีใจมากไม่รู้เลย ว่า  เป็นทวยเทพมาหาอันยา  เขาหงุดหงิดที่อันยาไม่เปิดประตู

    จึงลองบิดลูกบิด  ปรากฏว่าเปิดได้  เขาแปลกใจที่ภายในห้องมืด เห็นไฟสลัวทางห้องนอนจึงเดินเข้าไป มีเงาคนนอนคลุมโปง เขาต่อว่าทันที “อัน คุณทำยังงี้ได้ยังไง ตื่นมาคุยกัน เดี๋ยวนี้เลย”

    ปุ๊กลุกได้ยินเสียงเอะใจนิดหน่อยว่าเสียงแปลกๆ แต่ก็ยังนอนรอตัวสั่นเทา ยื่นขาออกไปนอกผ้าห่มอย่างยั่วยวน ทวยเทพกลับต่อว่า

    “นี่! ไม่คุยแล้วยังให้ผมดูเท้าคุณอีกเหรอ ไม่สุภาพเลยนะอัน หันหน้ามาคุยกันเดี๋ยวนี้”

    ปุ๊กลุกตกใจถ้าเห็นหน้าก็จบเห่สิ ปุ๊กลุกเอื้อมมือดับไฟหัวเตียง แล้วลุกพรวดขึ้นกอดจูบทวยเทพโดยคิดว่าเป็นแสน ชายหนุ่มดิ้นขลุกขลักตกใจสักพักก่อนจะโอนอ่อนด้วยความดีใจ

    ooooooo

    กลางดึก อันยาลืมตาขึ้นมา รู้ว่าตัวเองนอนหนุนตักแสนอยู่ก็ชะงัก เหลือบมองเห็นเขาเอนหลับ จึงค่อยๆลุกช้าๆ เสียงแสนล้อ ใครนะบอกว่าไม่ง่วง...แสนลืมตาขึ้นยิ้มๆ

    อันยาเขินอาย แสนรีบบอกว่า “ผมล้อเล่นคุณได้งีบบ้างดีแล้ว จะได้มีแรง”

    “คุณก็...ปล่อยให้ฉันนอนหนุนตักคุณอยู่ได้ เก้าอ้ีว่างมีตั้งแยะ”

    “แต่ตักผมก็ว่างเหมือนกันนี่” แสนสบตาอันยาวิบวับๆ

    “ตักว่าง...แต่หัวใจไม่ว่าง...” อันยาพึมพำหลบสายตาแสนเพราะใจชักเต้นแรงพยาบาลมาแจ้งว่า คุณย่าปลอดภัยแล้ว อันยาดีใจมากรีบเข้าไปหาย่า...ลดานอนอ่อนเพลียยิ้มบางๆถาม หลานสาว “หนูอัน...ไม่สบายรึเปล่า ดูหน้าตาซึมๆนะเราน่ะ”

    “คุณย่า ดูถามเข้าสิ ก็ซึมเพราะคุณย่าล้มเข้า โรงพยาบาลนี่ไงล่ะคะ”

    “ย่ามาพักร้อนน่ะ เทวดาคงเบื่อที่วันๆย่าเอาแต่อยู่บ้านสวน ไม่ยอมไปไหน เลยให้มาเปลี่ยนที่นอนบ้าง”

    แสนได้ฟังอมยิ้ม รู้แล้วทำไมอันยาถึงเป็นคนร่าเริง ขนาดคุณย่ายังแจ่มจริงๆ ลดาถามโพล่งขึ้นว่า แฟนหลาน หรือ หล่อดี อันยาสะดุ้งรีบปฏิเสธว่าเป็นเจ้านาย แสนแนะนำ ตัวเอง ลดาแปลกใจจำได้ว่าเจ้านายหลานไม่ได้ชื่อนี้ อันยารีบตัดบท

    “อันนั้นเจ้านายเก่าน่ะค่ะ อันเปลี่ยนงานแล้ว เราอย่าพูดถึงเรื่องงานอันเลย คุณหมอเพิ่งขยายหลอดเลือดให้คุณย่า ให้ยาคลายเครียดด้วย อย่าเพิ่งพูดเลยค่ะ”

    “มิน่า ย่ารู้สึกอารมณ์ดี๊ดี ตอนแรกนึกว่าเพราะเห็นหน้าแฟนหนูอันซะอีก”

    “ไม่ใช่แฟนค่ะคุณย่า” อันยาร้องลั่น

    “จ้ะๆ  ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ ชื่อพ่อแสนใช่ไหมจ๊ะ  ขอบใจนะที่อุตส่าห์มาเยี่ยมย่าเป็นเพื่อนหนูอัน”

    “ไม่เป็นไรครับ รู้ไหมครับว่าคุณย่าเป็นคุณย่าที่ น่ารักมาก ยังสวยอยู่เลย ถ้าไม่บอก ผมไม่รู้ว่ามีหลานสาวโตขนาดนี้แล้วนะครับ”

    “อุ๊ย พูดอย่างนี้ย่าก็เขินแย่ แหม...ไม่อยากจะบอก

    หลายคนเขาก็พูดแบบนี้แหละ พ่อแสนเองก็น่ารักเหมือนกัน นี่ถ้าย่ายังสาว ต้องตกหลุมรักแน่ๆ”

    ลดาและแสนหัวเราะชอบใจรู้สึกถูกชะตากันมาก อันยาเหล่มองสองคนอย่างหมั่นไส้เล็กๆ...แสนกับอันยาเดินออกมาปล่อยให้ลดาได้นอนพัก แสนทักอันยาทำไมยังหน้าเครียดอยู่อีก ไม่อารมณ์ดีเหมือนย่า อันยาบ่นจะสบายใจได้อย่างไร ครั้งนี้โชคดีที่ย่าไม่เป็นอะไรมากแต่ต่อไปตนจะแน่ใจได้อย่างไร ในเมื่อท่านไม่ยอมมาอยู่กับตนที่คอนโด เพราะท่านรักบ้านสวนมาก ตนต้องไปอยู่กับย่าก็คงต้องลาออกจากงานเพราะมันไกลมาก แสนร้อนใจ

    “ไม่ได้นะ ผมไม่อนุญาต คือผมกับคุณ เราเป็นเจ้านายท่ีเคมีเข้ากันมาก ถ้าคุณไม่อยู่ ผมคง...ลำบาก”

    “ฉันก็ยังไม่ออกตอนนี้หรอกค่ะ ต้องทำภารกิจให้สำเร็จก่อน...” อันยาเสียงอ่อยลง

    “ภารกิจของเลขา ไม่มีวันเสร็จสิ้นหรอกคุณเอางี้ คุณไม่รู้จะพูดกับคุณย่าคุณยังไงใช่ไหมงั้นผมจะพูดให้เอง ให้คุณย่ายอมมาอยู่กับคุณที่คอนโด”

    “หา...ฉันเป็นหลานสาวสุดที่รักของคุณย่า ยังชวนไม่สำเร็จเลย คุณจะชวน!”

    แสนพยักหน้าและทวงรางวัลถ้าทำสำเร็จ อันยารับคำเพราะไม่เชื่อว่าเขาจะทำได้ แต่ห้ามขอสิ่งที่ตนให้ไม่ได้ แสนท้วงไหนว่าไม่เชื่อ อันยาโต้ก็แค่กันไว้ก่อน ไม่ได้กลัว แสนอมยิ้ม

    ooooooo
    แสงแดดส่องเข้ามายังห้องนอนของอันยา ทวยเทพตื่นขึ้นมาเห็นด้านหลังหญิงสาวนอนข้างๆ ก็ขยับเข้า สวมกอดด้วยความดีใจที่อันยายกโทษให้ แต่พอหญิงสาวหันหน้ามา เขาก็ร้องลั่นปุ๊กลุกตกใจตื่น สีหน้าตกใจไม่แพ้กัน ปุ๊กลุกยังเข้าใจว่าตัวเองนอนกับแสน

    “พี่แสนล่ะ แก แกมาได้ยังไง พี่แสน พี่แสนช่วยด้วย ...ไอ้หื่นกามมันจะทำมิดีมิร้ายเมียพี่”

    “แสน! หมายถึงไอ้ด็อกเตอร์นั่นน่ะเหรอ” ทวยเทพโวยว่าตนนอนเตียงนี้ทั้งคืน ไม่เห็นเงาแสนแม้แต่นิดเดียว

    ต่างคนต่างเรียกคนของตัวเอง แต่ไม่มีทั้งอันยาและแสน ทวยเทพกับปุ๊กลุกเริ่มหวั่นใจว่าเมื่อคืนที่เกิดขึ้น มันยังไงกันแน่ ต่างไม่ยอมรับ เถียงกันไปมาว่านอนกับคนที่ตัวรัก ทวยเทพคว้าเสื้อผ้าออกไป ปุ๊กลุกทรุดนั่งร้องไห้โฮทำอะไรไม่ถูก

    แสนขับรถเข้ามาในคอนโด สวนกับรถท่ีแล่นออกไปอย่างรวดเร็ว อันยาแปลกใจเหมือนรถของทวยเทพ แต่ไม่กล้าบอกแสน...ทั้งสองเข้ามาในห้อง ต้องตกใจที่ห้องรกไปหมด

    “ห้องนอนก็รก ยังกับเกิดสงครามแน่ะค่ะ ปุ๊กลุกจะมีเรื่องอะไรรึเปล่าคะเนี่ย” อันยาสงสัยเพราะกระเป๋าเสื้อผ้าก็หายไปด้วย

    “บทจะมาก็มา จะไปก็ไปเนี่ย ยังไม่แปลกเท่าไหร่ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องทำห้องคุณเละเทะแบบนี้ด้วย” แสนข้องใจ อันยาเองก็งงๆ

    ทั้งแสนและอันยามาทำงาน เอกชัยเพิ่งวางสายจากโกมล บอกทั้งสองคนว่า ปุ๊กลุกกลับถึงบ้านแล้ว แต่โกมลอยากคุยกับแสน...แสนงงโทร.กลับไปหาโกมล โกมลถามเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนและให้แสนรับผิดชอบ แสนไม่เข้าใจอธิบายว่า

    “ปุ๊กลุกมาหาผมก็จริง แต่ไม่ได้อยู่กับผม เธอพักอยู่ที่ห้องเลขาผม และผมไม่ได้ไปที่นั่นเลยจนเช้า ซึ่งลูกสาวกำนันก็กลับไปแล้ว”

    โกมลโวยว่าแสนจะไม่รับผิดชอบอะไรเลยใช่ไหม แสนยืนยันว่าตนมีคนที่เป็นพยานได้ว่าไม่ได้อยู่กับปุ๊ก–ลุก แต่โกมลหาว่าเป็นพวกเดียวกันเขาไม่เชื่อ แล้วโกมลก็ขู่ไม่ให้แสนกลับมาเหยียบหมู่บ้านนกกระเต็นอีก ก่อนจะวางสายไป แสนถอนใจจนปัญญาจะอธิบายแล้ว

    อันยาเป็นกังวลใจ ที่แสนยังต้องลงพื้นที่อยู่ จะโดนโกมลทำร้ายอะไรอีกบ้าง แต่แสนคิดว่าถ้าตนเลี่ยงไม่ไปก็จะกลายเป็นตนทำผิดจริงๆ แสนดีใจที่อันยาเป็นห่วง อันยาหน้าเหวอ

    “ฉัน...ฉันห่วงตัวเองจะตกงานต่างหากล่ะ ถ้าบอสอย่างคุณเป็นอะไรไป เลขาอย่างฉันจะเหลือเหรอ...เดี๋ยวฉันจะรีบเคลียร์งาน แล้วจะขอลากลับไปดูคุณย่าให้เร็วหน่อยนะคะ”

    อันยาโกรธตัวเองที่แสดงความเป็นห่วงเขาออกนอกหน้าเกินไป แสนอมยิ้มชอบใจ พิลาสินีเดินเข้ามาตำหนิแสนกรายๆที่ลืมนัดคุยงานกับตนเมื่อคืน แสนนึกได้รีบขอโทษว่าติดธุระ

    “งั้นจะให้ผมชดเชยยังไง บอกมาได้เลยครับ ด็อกเตอร์พิลาสินี” แสนเอาใจ

    “รู้ตัวก็ดีแล้ว งั้นเย็นนี้คุณต้องช่วยฉันเรื่องโครงการที่เราจะทำด้วยกันน่ะ”

    “เย็นนี้เหรอ คือผม...รับปากจะไปเยี่ยมคุณย่าของอันยาเขา พอดีคุณย่าเข้าโรงพยาบาลน่ะ”

    พิลาสินีไม่พอใจจิกตาใส่และถามอาการ อันยาจึงตอบว่าปลอดภัยแล้ว และบอกแสนให้ไปช่วยพิลาสินีก่อนจะเดินเลี่ยงไป อันยาพยายามย้ำกับตัวเองว่าอย่าว่อกแว่ก ต้องห้ามใจให้ได้

    บ่ายวันนั้น อันยามาเจอกับคิมหันต์เพื่อซื้อของไปเยี่ยมย่าที่โรงพยาบาลนครปฐม เขาทึ่งเมื่อฟังอันยาเล่าว่าแสนขับรถพาไปและกลับเมื่อคืน ถ้าไม่รักไม่ชอบจะทำขนาดนี้เชียวหรือ อันยาแย้ง แสนทำเพราะเห็นแก่ผู้หญิงตาดำๆคนหนึ่ง แต่คนที่เขารักคือพิลาสินี

    พออันยากับคิมหันต์มาถึงโรงพยาบาล ก็ต้องตกใจเมื่อรู้ว่าลดาออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว และฝากบอกว่ากลับคอนโด...อันยาแทบไม่อยากเชื่อ บึ่งรถกลับเข้ากรุงเทพฯ ตรงดิ่งไปที่คอนโดของตัวเอง พอจะไขห้องก็พบว่ามันไม่ได้ล็อก และได้ยินเสียงคนคุยกัน

    “อ้าวหนูอัน ดูสิ มาถึงห้องช้ากว่าพวกเราซะอีกนะ” ลดาเห็นอันยาเข้ามาก็กระเซ้า

    “นี่คุณ...ไปรับคุณย่ามาเหรอคะ” อันยาต่อว่าแสน

    “ครับ...ก็ตามสัญญาไง”

    อันยาอึ้งๆหันไปติงลดาที่ยอมมากับคนที่เพิ่งจะรู้จัก ลดาโต้ว่ารู้จักตั้งสองครั้ง และเล่าว่าแสนมาเยี่ยมตอนกลางวัน พอดีหมออนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้ เขาเลยพาตนมาที่นี่ ลดากำชับห้ามต่อว่าแสน เพราะตนอยากเซอร์ไพรส์หลาน อันยาขอคุยส่วนตัวกับแสน

    สองคนเข้ามาคุยในครัว อันยาถามทำไมเขาไม่ไปทำงานกับพิลาสินี แสนตอบตรงๆว่าวันนี้ตนนัดกับเธอไว้ก่อน สำหรับพิลาสินีไว้คุยวันพรุ่งนี้ อันยาถามอีกเรื่อง ทำไมย่าตนถึงยอมมาอยู่ที่นี่ ทั้งที่ตนชวนตั้งหลายครั้งแล้ว ไม่เคยใจอ่อน

    “ผมก็แค่...ไม่บอกดีกว่า คุณต้องเลี้ยงข้าวเย็นผมก่อน” แสนทำหน้ากวนๆ

    อันยาแทบไม่อยากเชื่อว่าเขามีมุกแบบนี้ด้วย

    ooooooo

    ด้านพิลาสินีต้องอธิบายกับเพียงดาวว่าทำไมแสนไม่มาทำงานด้วย เพราะแสนนัดกับผู้ใหญ่ไว้แล้วไม่อยากผิดคำพูด แล้วเลยหยั่งเชิงถามว่าที่ผ่านมาแสนกับอันยาสนิทกันมากไหม เพียงดาวตอบว่ามากแต่ก็แบบเจ้านายกับเลขาเท่านั้น เพราะความบ้าๆบวมๆของอันยา

    บนโต๊ะอาหาร ลดากับแสนคุยกันถูกคอ ลดาชวนแสนมาทานอาหารด้วยบ่อยๆ อันยาท้วงว่าแสนต้อง ทำงาน และอีกอย่างแฟนเป็นโขยงของเขาจะมาฉีกอกเอา แสนแย้งว่าตนยังไม่มีแฟน อันยาแขวะก็แฟนคลับตรึมตนไม่อยากเสี่ยง ลดาจึงบอกว่า ถ้าแสนไม่มาที่นี่บ่อยๆ ตนจะกลับไปอยู่บ้านสวน คิมหันต์ทึ่งที่ดูลดาจะชอบแสนเอามาก แซวว่าคงเป็นแฟนคลับอีกคนของแสนไปแล้ว อันยาพยายามบอกย่าว่าแสนเดินทางลำบากเพราะอยู่ไกล

    “หนูอัน...คุณแสนเขาบอกย่าว่าเขาไม่ลำบากนะจ๊ะ” ลดายังเถียงแทนอีก

    แสนอมยิ้มอย่างเป็นต่อ อันยาจะท้วงอีก แสนจึง ทวงคำสัญญาที่อันยาต้องให้แก่เขา ขอให้เขาได้มาเยี่ยม ลดาทุกวัน อันยาเหวอไม่คิดว่าเขาจะทวงสัญญาด้วยเรื่องนี้

    “แสบพอกันทั้งคุณย่าทั้งคุณแสน...ทำไมยิ่งหนีต้องยิ่งเจอด้วย” อันยาพึมพำอย่างอัดอั้น

    ooooooo

    หลังจากวันนั้น ท่าทีแสนดูมีความสุข โลกเป็นสีชมพู จนคนในบริษัทเพียงพอดีแปลกใจ เพียงดาวตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเพราะพิลาสินี แต่เอกชัยค้านไม่ใช่ เมขลาคิดแบบเดียวกับเอกชัยแต่ไม่กล้าออกความเห็น

    จากวันนั้น แสนมาหาลดาแทบทุกเย็น พาเดินออก กำลังกายในสวนสาธารณะ ชมต้นไม้ให้หายคิดถึงบ้านสวน  ลดาถึงกับเอ่ยปากให้พามาทุกวัน อันยาซึ่งเดินมาด้วยท้วง นานๆมาทีก็พอ แต่ลดากลับบอกว่าถ้าอันยาไม่ว่างก็ไม่ต้องมาด้วยก็ได้ อันยาหน้างอที่เห็นความสนิทสนม ของทั้งสองคน ไม่เพียงเท่านั้น แสนยังชวนลดาเล่นโยคะ ลดาก็ดูจะเอาใจแสนมากกว่าหลานตัวเองให้อะไรแสนกินก็ดีกว่าที่ให้หลาน แสนแอบขำและบางครั้งก็ยกของดีนั้นให้อันยาบ้าง...จู่ๆวันหนึ่ง ลดาก็เล่นถามตอบกับแสน โดยที่เขาไม่ทันรู้ว่าเสียรู้คุณย่า

    “ชื่อเกม...วินาที...เดี๋ยวย่าจะจับเวลาเลยนะ ภายใน 7 วินาที ให้พ่อแสนตอบมาว่าชอบหรือไม่ชอบหลาน สาวของย่า”

    แสนกำลังดื่มน้ำถึงกับสำลัก ลดาเร่งว่าเวลาเหลือ 5 วินาทีแล้ว แสนอึกอักพูดอะไรไม่ออก ลดาแกล้งบอกว่า ถ้าไม่ตอบถือว่าชอบ...แสนยิ้มเขินจนเวลาหมด ลดา ขำกับท่าทางของเขาอันยาเดินมาถามเล่นอะไรกัน ลดาจึงชวนอันยาเล่นบ้างแต่ลดเวลาลงเหลือ 4 วินาที แสนแอบยิ้ม อันยาฟังคำถามว่าชอบแสนไหมแล้วถึงกับเหวอ อึกอักตอบไม่ได้จนใกล้หมดเวลา รู้สึกกดดันมาก โพล่งออกไปว่า...ไม่รู้ ลดาแย้งไม่มีในช้อยส์ อันยาอายเดินหนีไปดื้อๆ ลดาหันมาถามแสน

    “ดีใจล่ะสิ ที่เขาไม่ได้บอกว่าไม่ชอบ เรานี่น้า...เป็นลูกผู้ชายแท้ๆเรื่องแค่นี้ทำไมไม่ยอมบอกหลานย่าสักที”

    “สำหรับผม ถ้าไม่ชอบต้องรีบบอก เขาจะได้ไม่ คอยเราเก้อ แต่ถ้าตรงกันข้าม ไม่ต้องรีบก็ได้ครับ” แสน ยอมรับโดยปริยาย

    “ระวังเถอะ ไม่รีบแล้วจะต้องเสียใจ ของแปลก และดีมีจำกัดนะ” ลดาไม่เห็นด้วยกับความปากแข็งของแสน

    อันยาหลบมานั่งหน้างอ บ่นจะสู้หน้าแสนได้อย่างไร แสนมาตามไปทานข้าวได้ยินเธอบ่น ก็แกล้งแซวที่ชอบพูดคนเดียว อันยาก้มหน้างุดเดินตาม จู่ๆแสนก็หยุดหันมา

    “ผมบอกให้เอาไหม ว่าเมื่อกี้ตอนเล่นเกมกับคุณย่า ผมตอบท่านว่ายังไง คุณอยากรู้ไหม”

    อันยาใจเต้นตึ้กตั้ก ตั้งใจฟังลุ้นๆ แสนแหย่ “ท่าทางคุณคงไม่อยากฟัง” ว่าแล้วก็เดินไป

    “นี่! จะบอกก็บอกมาสิ ฉันฟังได้” อันยาตะโกนไล่หลัง

    แสนหันมาอมยิ้มกวนๆ อันยาทำท่าไม่อยากรู้ก็ได้ แสนจึงเร่งให้รีบกลับตนหิวแล้ว อันยาหมั่นไส้เขาเป็นอย่างมาก ที่กวนหัวใจกันแบบนี้...

    วันต่อมา หลังเลิกงาน อันยาแวะเจอกับคิมหันต์ร้านกาแฟเจ้าประจำ เธอบ่นว่าแสนให้ฟังที่มาเอาอก เอาใจย่าแทบทุกวัน ถ้าไม่เกรงใจว่าเป็นเจ้านาย ตนจะพา ย่าย้ายบ้านหนี คิมหันต์เบ้หน้าล้อ ทำเป็นพูดดี ในใจ อิ่มเอม แต่เขาข้องใจไหนบอกว่าเป็นแฟนกับพิลาสินีแล้วมาแหมะกับอันยาและย่าทำไมแทบทุกวัน อันยาเผลอแก้ตัวแทน

    “เขาบอกว่าคุณย่าทำให้เขาคิดถึงแม่อุ๊ย ย่าของเขาที่เสียไปแล้ว ได้คุยกับคุณย่าทำให้รู้สึกเหมือนเจอครอบครัวน่ะ”

    “แล้วเจ๊เชื่อเขาเหรอ...”

    “เต็มร้อย...ถ้าเมื่อก่อนนะ เชื่อเต็มร้อยว่าชอบฉันแน่ๆแต่บอกตรงๆหลังจากเห็นเขาที่งานสัมมนานั่นมาแล้ว ไม่กล้าคิด”

    คิมหันต์รู้ว่าเรื่องนี้เป็นแผลในใจอันยาจึงไม่อยากสะกิด แต่อันยากลับย้อนถามว่าตนไม่ควรคิดจริงหรือ คิมหันต์ร้องอ้าว...ไม่ทันจะตอบ ธกฤตโทร.มาเรียกอันยา ไปพบ เธอหนักใจ

    ooooooo

    เหนือเทพและธกฤตรุมถามอันยาถึงแผนการของเธอทำไมยังไม่สัมฤทธิผล อันยาเล่าถึงแผนงาน ของแสนโดนเพื่อนร่วมงานก๊อบปี้ไป เขาก็ไม่โกรธแสดงว่าเขามุ่งมั่นและรักงานที่นั่นมาก ตนพยายามโน้มน้าวเขาอยู่ แต่เหนือเทพย่ืนคำขาดว่าไม่มีเวลารออีกต่อไปแล้ว

    อันยานึกในใจอยากจะบอกไปว่า ตนไม่อยากทำต่อแล้ว แต่ธกฤตกลับตอบรับแทนไปว่าจะทำได้ในเร็ววันนี้...เมรีเจ็บใจเมื่อเห็นบอสไว้ใจอันยามาก อาโปยุอยากให้แสนมาเห็นภาพเลขาของเขาเป็นปีศาจร้ายขนาดไหน เมรีจึงคิดได้ แอบถ่ายคลิปเก็บภาพการพูดคุยของอันยา เหนือเทพและธกฤตไว้อย่างมีแผนร้าย

    ระหว่างที่อันยาเดินอยู่ในไรท์เพอร์เซิ่ล แสนโทร.เข้ามาบอกเธอว่า หามะดันได้แล้ววันนี้ลดาจะทำต้มกะทิสายบัวปลาทูสูตรโบราณให้ทาน อันยาย้อนถามมาบอกตนทำไม

    “ก็วันนี้คุณหยุดงานไปธุระ ผมก็เลยโทร.มาบอกก่อนว่า เย็นนี้ผมจะแวะไป”

    อันยารู้สึกผิด เอ่ยขอโทษที่ลางานบ่อย แสนจึง ให้เธอชดใช้ด้วยการต้อนรับเขาดีๆ อันยาแกล้งประชด “ค่า คุณเจ้านาย เลขาตาดำๆอย่างฉันไม่กล้าขัดใจคุณหรอกค่ะ”

    “ถ้าคุณทำตัวดี ผมจะแบ่งปลาทูให้สองตัวเลย”

    “ค่ะ เจอกันค่ะ” อันยาวางสายสลดลง พึมพำถ้าเขารู้ว่าตนหยุดงานมาทำอะไร เขาคงไม่มีความสุขแบบนี้แน่

    อันยานึกถึงคำพูดของเหนือเทพ “ผมทราบมาว่าตอนนี้ด็อกเตอร์แสนกำลังทำโครงการส่งมอบเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านคืนสู่เกษตรกร ถ้าโครงการนี้สำเร็จและขยายผลออกไป จะต้องกระทบต่อยอดค้าเมล็ดพันธุ์ของเราแน่ๆ บริษัทเราจะเสียผลประโยชน์ไม่น้อย”

    อันยาแอบบ่นว่ารวยไม่รู้จะรวยอย่างไรแล้ว แต่เกษตรกรต้องเป็นหนี้ เหนือเทพมองหน้าไม่ชอบใจ ธกฤตแก้ตัวแทนว่า ทางเราไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นได้ เหนือเทพจึงบอกแผนการ

    “นี่คือแผนที่จะทำให้โครงการนี้ยุติลง และด็อกเตอร์แสนต้องมาเป็นซีอีโอใหม่ให้กับเรา ในวันครบรอบของบริษัท อีกสองเดือนข้างหน้า” เหนือเทพส่งแฟ้มเอกสารให้ไปศึกษา

    อันยาแย้ง เราแค่จะทำให้แสนออกจากเพียงพอดีมาทำงานกับวิชั่นออฟฟิวเจอร์เท่านั้น ไม่ได้จะทำให้ โครงการล้มเลิก ธกฤตรีบปรามอันยาให้เงียบก่อน เหนือเทพเสนอค่าตอบแทนเพิ่มอีก 30% พร้อมสัญญาให้ทางไรท์เพอร์เซิ่ลจัดหาพนักงานต่ออีก 5 ปีเต็ม ธกฤต ตาโตรีบรับรองว่าสำเร็จแน่ ในขณะที่อันยารู้สึกกดดันมหาศาล

    ooooooo

    เมรีมาต่อว่าทวยเทพถึงบ้านที่เขาดึงอันยากลับมาไม่สำเร็จ ทวยเทพซึ่งหวั่นใจกับเรื่องคืนนั้นอยู่ กราดเกรี้ยวใส่เมรี เพราะเธอเรื่องของตนกับอันยาถึงดิ่งลงเหวขนาดนี้ เมรีตกใจล่าถอยกลับไป...หญิงแม่ของทวยเทพแปลกใจที่เห็นลูกชายไล่สาว แล้วเมื่อไหร่จะมีเมียเสียที

    “แล้วนึกว่าผมไม่อยากมีเมียรึไง แต่เมียผมต้องเป็นคนที่ผมรัก” ทวยเทพหมายมั่นอันยา

    ด้านอันยารู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย ไม่อยากทำตามแผนของเหนือเทพ คิมหันต์ปลอบฝืนใจอีกนิดเดียวก็จะจบแล้ว อันยาไม่เข้าใจตัวเอง ทั้งที่เป็นคนคิดแผนปลอมตัวแต่กลับต้องมาฝืนใจทำ คิมหันต์ย้ำ เพราะเธอหวั่นไหวกับแสนเสียแล้ว อันยาสะเทือนใจ

    “ก็วันๆ ด็อกเตอร์เอาแต่พูดว่า เกษตรกรเป็นหนี้นะอันยา ปลูกข้าวปลูกผักเท่าไหร่ก็เป็นหนี้ เราต้องมาช่วยกัน อย่าทิ้งอย่าดูดาย ปล่อยให้พวกเขาต้องสู้กับพ่อค้าหน้าเลือดตามลำพัง”

    “เจ๊โดนสะกดจิตแล้วจริงๆแหละ เจ๊...เราสองคนเหมือนขึ้นขี่หลังเสือแล้ว ถ้าเราไม่ไปให้ถึงจุดหมาย โดดลงมาก่อน...”

    “ก็ต้องโดนเสือกัด! เสือใหญ่อย่างคุณเหนือเทพทำได้จริงๆแน่ ถ้าเราจะเป็นคนดีเหมือนที่เพียงพอดี ต้องแลกกับ...ค่าเสียหายของบริษัท อนาคตการทำงานของทั้งฉันและแก และทุกๆ อย่างที่เราทำกันมา ก็จะไม่เหลือ...” อันยาถอนใจกลัดกลุ้มสุดๆ คิมหันต์ก็กลัวการสูญเสีย

    เย็นวันนั้น ระหว่างที่อันยาจะเดินเข้าคอนโด ทวยเทพมาดักรอ พยายามบอกว่าเขาไม่ได้มีอะไรกับเมรี แต่อันยาไม่มีแก่ใจจะฟัง เขายังพร่ำขอโอกาสกลับมาคบกันอีก เธอจะเดินหนี พอดีแสนถือถุงกับข้าวเข้ามา ทวยเทพเห็นถึงกับปรี๊ด ต่อว่าอันยาเพราะอย่างนี้นี่เองเธอถึงถีบหัวเขาส่ง อันยาโวย “ทวยเทพ! คุณเป็นคนผิดนะ”

    “คุณกับมันไปถึงขั้นไหนกันแล้วล่ะ คุณโกรธผม ทั้งที่ตัวเองก็อ่อยไอ้ด็อกเตอร์นี่อยู่ มันแฟร์แล้วเหรออัน ผมไม่ยอมนะ ผมไม่ยอมให้คุณทำแบบนี้”

    แสนปกป้องอันยา เตือนทวยเทพว่าที่ทำอยู่เรียกว่าบุกรุกและคุกคาม ทวยเทพโต้ ถ้าเขารู้ว่าอันยาเข้ามาพัวพันด้วยเพราะอะไร ยังจะปากดีอีกไหม อันยาปรามทวยเทพ แสนแนะให้อันยาเรียก รปภ. ทวยเทพโกรธโพล่งขึ้น

    “อันยาหลอกแก! อยากรู้ไหมว่าเธอหลอกอะไรแก”

    อันยารีบต่อรองว่า มะรืนตนว่างค่อยคุยกัน ทวยเทพฮึดฮัด แสนมองอย่างไม่เข้าใจ ทวยเทพยังหวังในตัวอันยาจึงยอมล่าถอย แต่ไม่วายขู่ ห้ามแสนแตะต้องอันยาแม้ปลายเล็บ แสนอยากรู้สิ่งที่ทวยเทพพูดคืออะไร อันยาหลบสายตา โกหกไปว่า

    “ทวยเทพเขาหมายถึง เรื่องที่ฉัน...ยังเป็นเพื่อนกับเขาอยู่ เขานึกว่าคุณไม่รู้เรื่องนี้ ก็อย่างที่ฉันเคยบอก ทวยเทพเขาต้องการเวลาที่จะห่างฉัน”

    แสนรู้สึกว่าอันยายังปิดบัง จึงส่งถุงกับข้าวให้เธอแล้วขอตัวกลับ เขาจะโทร.มาขอโทษลดาเอง อันยาใจหายวาบ น้ำตาคลอกับปัญหาที่รุมเร้า...เมื่ออันยาขึ้นมาบอกลดา เธอจึงเตือน

    “ย่าเคยเตือนเราแล้ว อย่าให้ความหวังกับคนที่เราไม่คิดจะลงเอยด้วย นายทวยเทพอะไรเนี่ย เห็นครั้งเดียวก็รู้แล้วว่าหลงตัวเอง มองไม่ออกซะทีว่าผู้หญิงเขาไม่ได้รัก” ลดามองมะดันที่แสนหามา “มะดันนี่ไม่ใช่หาง่ายๆนะ ดูสิ พ่อแสนไปหามาจนได้ แล้วนี่เขาจะเข็ดไม่กล้ามาหาหนูอันอีกรึเปล่า”

    อันยาอยากจะบอกย่าว่า แสนอยู่ห่างๆ อาจจะดีกว่า แต่ต้องกลบเกลื่อนว่า ไม่ต้องห่วง ตนต้องดีกับแสนแน่ๆ...จนกว่าภารกิจจะเสร็จ อันยาพูดโดยไม่กล้าสบตาย่า

    ooooooo

    หลายวันผ่านไป แสนมาออกพื้นที่กับพิลาสินี มีอันยาและเมขลามาด้วย อันยามองความสนิทสนมของทั้งสองอย่างหนึบๆในใจ เมขลาเห็นท่าทางอันยามึนตึง คิดว่ายังเคืองเรื่องข้อมูลที่ตนหามาให้พิลาสินี อันยารีบปลอบเมขลาว่า เธอไม่ผิด เธอเป็นคนดี ตนเสียอีกที่อาจจะไม่ดี

    ระหว่างทำงานในที่นาของพุฒ อันยาจะเข้าช่วยแสน แต่เขากลับตึงๆ ปฏิเสธความช่วยเหลือของเธอ อันยาพยายามอธิบายถึงเรื่องวันก่อนไม่ใช่อย่างที่เขาคิด แสนย้อนถาม

    “คุณรู้เหรอ ว่าผมคิดอะไร”

    “คุณ คิดว่าฉัน ทำไมถึงยังคบคนที่ไม่น่าไว้ใจ ทำไมไม่เลิกคบ คนที่สร้างปัญหาให้”

    “คุณก็รู้อยู่แล้ว เพราะอะไรล่ะอันยา ทำไมต้องทำให้ตัวเองเสี่ยงด้วย คนที่เป็นห่วงคุณจะไม่สบายใจนะ”

    “ฉันจัดการได้จริงๆนะคะ คุณ...ก็ไม่น่าจะต้องโกรธนี่คะ ยังไงมันก็เป็นปัญหาของฉันกับทวยเทพ”

    “ผมขอถอนคำพูด ที่ผมบอกว่าคุณรู้อยู่แล้ว จริงๆแล้วคุณไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้เลยว่าผมคิดยังไง” แสนพูดจบเดินไปอย่างโกรธๆ

    อันยางงหมายความว่าอย่างไร จากนั้น แสนก็ก้ม หน้าทำงานพูดคุยกับพุฒไม่สนใจอันยาอีกเลย แต่เธอก็ต้องตามจดบันทึกตามหน้าที่เลขา...แสนมาสำรวจส่วนที่เป็นพืชสมุนไพร พิลาสินีเข้ามาช่วย แต่พอเจอผีเสื้อก็ร้องกรี๊ดลั่นด้วยความกลัว แสนขำที่เธอยังไม่เลิกกลัวผีเสื้ออีก อันยาถือน้ำจะมาให้ เห็นความใกล้ชิดของทั้งสองคนก็ถอยห่าง พยายามเตือนใจตัวเองอย่าว่อกแว่ก

    แสนให้พิลาสินีไปสำรวจตรงอื่นที่ไม่มีผีเสื้อ ตัวเขาเดินสำรวจลึกเข้าไป พลันโกมลกับลูกน้องมาทำร้ายแสนจนสลบ ใช้กระสอบคลุมหัวเขาจะเอาตัวไปโยนกลางป่าลึก อันยาตามมาเจอเข้าขวาง โกมลเข่นเขี้ยว ยังไม่ได้คิดบัญชีเรื่องที่แล้วที่หลอกให้ช่วย สุดท้ายก็ไปช่วยแสนจนได้หินบดมา อันยาปฏิเสธไม่จริง แสนแก้ปัญหาด้วยตัวเขาเอง ตนก็ผิดหวังเหมือนกัน โกมลลองเชิง ส่งท่อนไม้ให้อันยาฟาดแสน อันยาทำไม่ได้ โกมลจะเล่นงานทั้งคู่ อันยารีบขู่

    “ฉันเป็นคนของคุณเหนือเทพ...เหนือเทพ เกียรติ์- ธนากร ประธานกรรมการบริษัทวิชั่นออฟฟิวเจอร์ คุณน่าจะรู้จักไม่ใช่เหรอ คุณค้าปุ๋ยค้าเมล็ดพันธุ์ก็ต้องรู้จัก”

    โกมลไม่อยากเชื่อแต่ก็ขยาดอยู่เหมือนกัน จึงยอมปล่อยทั้งสองไปก่อน...อันยาพาแสนกลับมาที่บ้านพุฒช่วยเอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าตาให้อย่างห่วงใย แสนฟื้นขึ้นมางงๆ พุฒเล่าว่าเขาโดนคนทำร้ายนอนสลบอยู่ในป่า ดีที่อันยาไปพบแล้วพากลับมา แสนสงสัยว่าเป็นฝีมือโกมลแต่ทำไมถึงปล่อยตนรอดมาได้ พุฒบอกแสนว่า อันยาร้องไห้กลัวเขาไม่ฟื้น

    แสนถามอันยาทำไมไปช่วยตนได้ อันยาตอบอึกๆ อักๆว่า เห็นเขาหายไปนาน จึงตามไปดูก็พบเขานอนสลบอยู่ แสนเริ่มใจอ่อนลง อันยาฉวยโอกาสอธิบาย

    “คุณแสน ฉันรู้ว่าคุณไม่พอใจเรื่องทวยเทพแต่ฉันกับเขาเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ...”

    ไม่ทันพูดจบ แสนตัดบทให้เธอช่วยเช็ดหน้าให้อีก อันยางงๆแต่ก็รีบทำให้ แสนชมว่าผ้าที่เช็ดให้หอม ใส่น้ำหอม ด้วยหรือ อันยาตอบว่าเปล่า

    “งั้นก็...คงเป็นน้ำหอมของคุณ”

    “ไหนว่ามึนอยู่ไงล่ะ ทำไมจมูกดี คงไม่ต้องเช็ดแล้ว...” อันยาหน้าแดง แสนดึงมือเธอไว้

    “ขอบคุณนะที่ช่วยผม จะตอบแทนยังไงดี...ติดหนี้เป็นเงินต้องใช้ด้วยเงิน คุณช่วยชีวิตผม งั้น...สงสัยต้องยกชีวิตผมให้” แสนขยับเข้าใกล้

    อันยาทั้งอายทั้งงง “คุณ พูดอะไรของคุณเนี่ย...”

    “หรือว่าคุณไม่อยากได้...” แสนสบตาอันยา กำลังจะกุมมือเธอ พิลาสินีเข้ามาขัดจังหวะ

    อันยาชะงักถอยออก พิลาสินีเข้าถามไถ่อย่างห่วงใยว่าใครทำร้ายเขา แสนอ้างว่าเป็นพวกติดยา เพราะ ไม่อยากให้เธอกลัวจนไม่กล้ามาลงพื้นที่อีก อันยาทึ่งถึงขนาดนี้แล้ว เขายังจะทำงานนี้ต่ออีก ไม่ห่วงชีวิตตัวเองบ้างเลย...เมื่ออยู่กันตามลำพัง แสนบอกอันยาว่า ตนไม่กลัวตาย หวังเพียงให้เกษตรกรมีชีวิตที่ดีขึ้น อันยาอดถามเป็นนัยๆไม่ได้

    “แล้วคุณไม่คิดเหรอ ว่ามีคนหวังให้คุณอยู่ต่อไปอีกนานๆคนที่เขารักคุณน่ะ”

    แสนสบตาอันยาวิ้งๆ “ถ้าเขารักผม...ผมจะพยายามอยู่ต่อให้ได้”

    อันยาชาวูบไปทั้งตัว บอกเขาก่อนจะเดินหนีไปว่า...ใครรักคนอย่างเขา คนนั้นก็บ้าแล้ว...พิลาสินีพาแสนกลับมาที่บริษัท หลังจากไปให้หมอเอกซเรย์สมองเรียบร้อย แสนยังไม่ยอมนอนพักจะเข้ากรุงเทพฯพร้อมอันยา พิลาสินีไม่พอใจ ธุระอะไรสำคัญขนาดไหน แสนไม่ตอบเดินเลี่ยงไปหาอันยาดื้อๆเขาขึ้นนั่งบนรถเธอ อันยาถามจะให้ส่งที่ไหน เขานิ่ง กลับกดมือถือหาลดา แล้วบอกว่าอยากทานข้าวฝีมือเธอ ไม่ได้ทานมา

    หลายวันแล้ว อันยาโวยให้ถามเจ้าของบ้านบ้าง แสนตอบว่าอนุญาตอยู่แล้ว เพราะใจคอคงไม่ให้คนเจ็บหาข้าวกินเอง

    “ถึงอยู่ที่หอพักบริษัท คุณก็มีคนหาข้าวให้กินอิ่มเหมือนกันนั่นแหละ”

    “อิ่มตรงนี้ แต่กลัวตรงนี้ไม่อิ่ม” แสนจับท้องแล้วชี้ที่หัวใจ ทำตากรุ้มกริ่ม อันยาใจหวิวถึงกับขับรถเป๋เลยทีเดียว...ในขณะที่ บุรินทร์ซักถามเรื่องราวจากพิลาสินี เธอวางฟอร์มเหมือนไม่แคร์แสนเท่าไหร่ บุรินทร์อ่อนใจเตือนเธอคิดอย่างไรก็ให้บอกไปตรงๆ พิลาสินีว่าตนไม่ใช่พวกสาวๆที่ชอบกรี๊ดแสน

    หลังจากวันนั้น อันยามาพบทวยเทพ พยายามบอกว่าทุกอย่างระหว่างเธอกับแสนเป็นเพียงเรื่องงาน มันใกล้จะจบลงแล้ว ถ้ามันต้องพังเพราะเขาหมดความอดทนก็ไม่ต้องคุยกันอีกเลย ทวยเทพพยายามเชื่อ แต่ยังหวั่นใจเรื่องตัวเอง จึงบอกอันยาว่า ถ้าเมรีหรือใครมาพูดอะไรอย่าไปเชื่อ อันยาพยักหน้ากรายๆทวยเทพดีใจที่ยังไม่เสียอันยาไป

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 20:22 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์